Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 5

หน่วยที่ 5

Published by pinnarat.stvc, 2020-03-19 02:34:31

Description: หน่วยที่ 5

Search

Read the Text Version

เอกสารประกอบการเรียนการสอน วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การจัดการอาชีพ (3001-2001) ตรงตามหลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสงู (ปวส.) พทุ ธศกั ราช 2557 ประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี เรยี บเรยี งโดย พนิ รฎั สตี ลวรางค์ บธ.บ. การบัญชี บธ.บ. การจดั การท่วั ไป แผนกวิชาการบญั ชี วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาสุโขทัย สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

1 หน่วยที่ 5 การสบื คน้ ขอ้ มลู สารสนเทศ การจดั เกบ็ ค้นคนื สง่ ผ่านและจัดดาเนนิ การข้อมลู สารสนเทศ หัวข้อเรือ่ ง 1. การดาเนนิ การสบื คน้ สารสนเทศทางอินเทอรเ์ น็ต 2. เทคนคิ การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ 3. วธิ ีการสืบค้นข้อมลู สารสนเทศ 4. การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล 5. ข้อดีของการสืบค้นข้อมลู สารสนเทศทางอินเทอรเ์ น็ต 6. ข้อจากดั ของการสบื ค้นขอ้ มลู สารสนเทศทางอนิ เทอรเ์ น็ต 7. การใชง้ าน Google Drive ในการจัดเก็บและส่งผ่านขอ้ มูลสารสนเทศ จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม 1. สามารถดาเนนิ การสืบค้นสารสนเทศทางอนิ เทอรเ์ น็ตได้ 2. สามารถบอกเทคนคิ การสบื ค้นขอ้ มลู สารสนเทศได้ 3. สามารถบอกวธิ ีการสบื คน้ ข้อมลู สารสนเทศได้ 4. สามารถประเมินความน่าเชอื่ ถอื ของแหล่งขอ้ มูลท่สี ืบคน้ มาได้ 5. สามารถบอกข้อดขี องการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศทางอนิ เทอร์เน็ตได้ 6. สามารถบอกขอ้ จากัดของการสบื ค้นข้อมลู สารสนเทศทางอนิ เทอรเ์ น็ตได้ 7. สามารถใชง้ าน Google Drive ในการจัดเกบ็ และส่งผา่ นข้อมลู สารสนเทศได้  การดาเนนิ การสืบค้นสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต ปจั จบุ ันมขี ้อมลู จานวนมากเผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต มีจานวนเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา การรับข้อมูล ข่าวสารกลายเป็นการดาเนินชีวิตประจาวัน วิชาชีพทางด้านต่างๆ มีความจาเป็นต้องอาศัยความรู้ท่ีทันสมัยใน การทางาน แหล่งข้อมลู สารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สาคัญ และใหญ่ที่สุด มี การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแทบทุกวินาที ดังนั้น ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรมีความรู้เก่ียวกับเทคนิคการ คน้ หาขอ้ มลู บนอนิ เทอร์เน็ต โดยใชบ้ ริการจากเว็บไซตท์ ่ีให้บริการเคร่ืองมือช่วยค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่ง การสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศบนอนิ เทอรเ์ นต็ ควรดาเนินการดงั น้ี 1. กาหนดวัตถุประสงค์การสืบค้น ผู้สืบค้นหรือผู้วิจัยที่จะนาข้อมูล สารสนเทศไปใช้ ควรต้ัง วตั ถปุ ระสงค์การสืบคน้ ทีช่ ัดเจน ทาให้สามารถกาหนดขอบเขตของแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่จะสืบค้นให้แคบลง กาหนดประเภทของเครื่องมือหรือโปรแกรมสาหรับการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า search engine ให้ เหมาะสม กาหนดช่วงเวลาท่ีข้อมูลสารสนเทศถูกสร้างข้ึน เช่น ช่วงปีที่ตีพิมพ์ของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ท้ังนี้ เพ่ือให้ผลการสืบค้นมีปริมาณไม่มากเกินไป มีความตรง (validity) ตามวัตถุประสงค์ และมีความน่าเชื่อถือ (reliability) มากทสี่ ดุ อกี ท้ังยังสามารถสืบค้นไดผ้ ลในเวลาอันรวดเร็ว

2 2. ประเภทของข้อมูลสารสนเทศท่ีสามารถสืบค้นได้ ข้อมูลสารสนเทศท่ี อยู่บนอินเทอร์เน็ตมี มากมายหลายประเภท มลี ักษณะเปน็ มัลตมิ ีเดีย คือ มีท้ังท่ีเป็นข้อความ (text) ภาพวาด (painting) ภาพเขียน หรือภาพลายเส้น (drawing) ภาพไดอะแกรม (diagram) ภาพถ่าย (photograph) เสียง(sound) เสียง สังเคราะห์ เช่น เสียงดนตรี (midi) ภาพยนตร์ (movie) ภาพเคลื่อนไหวอะนิเมชัน (animation) จาก เทคโนโลยีการสืบค้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน การสืบค้นที่เร็วที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด และแพร่หลายท่ีสุด คือ การ สบื ค้นข้อมูลสารสนเทศประเภทขอ้ ความ สาหรับการสบื ค้นข้อมูลท่ีเป็นภาพ (pattern recognition) และเสียง ยังมีข้อจากัดอยู่มาก ใช้เวลานาน และยังไม่มีประสิทธิภาพ จึงยังไม่มีการสืบค้นข้อมูลประเภทอ่ืนๆ นอกจาก ประเภทขอ้ ความในการใหบ้ รกิ ารการสบื คน้ บนอนิ เทอร์เนต็ 3. การสืบค้นต้องอาศัยอุปกรณ์และความรู้ ก่อนท่ีผู้สืบค้นจะสามารถ สืบค้นข้อมูลสารสนเทศทาง อินเทอร์เน็ตได้ ต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปน้ี คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อเข้าอินเทอร์เน็ตซึ่ง อาจเปน็ modem ในกรณีที่ใช้คู่กับสายโทรศัพท์ หรือแผ่น LAN Card ในกรณีที่ใช้คู่กับระบบเครือข่ายท่ีได้รับ การติดตั้งไว้แล้ว ซอฟต์แวร์การส่ือสาร (communication software) เช่น dial-up networking ในกรณีใช้ modem หรอื มีการตดิ ต้งั network protocol ทเี่ หมาะสมกับระบบเครอื ขา่ ยที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นติดต้ังอยู่ และติดต้ัง network adapter ท่ีเหมาะสมสาหรับ LAN Card น้ันๆ ต้องสมัครเป็นสมาชิกขององค์การหรือ บริษัทผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต (internet service provider หรือ ISP) เพ่ือเป็นช่องทางออกสู่อินเทอร์เน็ต นอกจากอุปกรณ์ ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องมีความรู้และทักษะพ้ืนฐานในการใช้งานคอมพิวเตอร์ (computer literacy) ความรู้ภาษาอังกฤษเนื่องจากข้อมูลสารสนเทศส่วนใหญ่ในอินเทอร์เน็ตเป็นภาษา องั กฤษ และยงั ตอ้ งมกี ารจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสมอกี ด้วย 4. บริการบนอินเทอร์เน็ต บริการบนอินเทอร์เน็ตท่ีสามารถใช้ช่วยในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศมี มากมายหลายบริการ เช่น บริการเครือข่ายใยแมงมุมโลก หรือ Word-Wide-Web (WWW) บริการค้นหา ข้อมูล Gopher บริการการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ค้นหาโปรแกรมใช้งาน archie นอกจากน้ี อาจใช้บริการสอบถามผ่านทาง e-mail หรือ chat กับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอ่ืนๆ หรือสอบถามผ่าน news group หรอื group/thread discussion ก็ได้ เมื่อคน้ ได้ แหลง่ ข้อมลู แล้วอาจ download หรือถ่ายโอน ข้อมลู ทส่ี ืบคน้ ได้โดยใช้บริการถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลและโปรแกรม (file transfer protocol หรือ FTP) โดยทั่วไป ในปัจจุบัน การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต นิยมใช้โปรแกรม web browsers เช่น Internet Explorer หรือ Mozilla Firefox แล้วเรียกใช้บริการ www ประกอบกับการใช้ search engine ซึ่งมีอยู่ มากมายบนอนิ เทอร์เนต็ ในการสืบค้น เม่อื สบื ค้นได้แลว้ โปรแกรม web browsers มักจะมีบริการ download ได้ทันทีโดยไม่ตอ้ งอาศัยโปรแกรมอื่นๆเข้าชว่ ย 5. เคร่ืองมือหรือโปรแกรมสาหรับการสืบค้น เครื่องมือหรือโปรแกรม สาหรับการสืบค้น (search engine) มีอยมู่ ากมายและมใี ห้บรกิ ารอยูต่ าม เวบ็ ไซต์ตา่ งๆ ที่ใชบ้ รกิ ารการสืบค้นขอ้ มูลโดยเฉพาะ การเลือกใช้ นั้นขึ้นกับประเภทของข้อมูล สารสนเทศท่ีต้องการสืบค้น search engine ต่างๆ จะให้ข้อมูลที่มีความลึกใน แง่มุมหรือศาสตร์ต่างๆ ไม่เท่ากัน ตัวอย่าง search engine ท่ีนิยมใช้มีท้ังเว็บไซต์ที่เป็นของต่างประเทศ และ ของไทยเอง ตัวอยา่ งเว็บไซต์ของตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่

3 http://www.yahoo.com http://www.google.com http://www.infoseek.com http://www.ultraseek.com http://www.lycos.com http://www.excite.com http://www.altavista.digital.com http://www.opentext.com http://www.hotbot.com http://www.webcrawler.com http://www.dejanews.com http://www.elnet.net ฯลฯ สาหรบั เว็บไซต์ของไทย ไดแ้ ก่ http://www.sanook.com http://www.siamguru.com ฯลฯ  เทคนิคการสืบคน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ เพือ่ ประหยดั เวลาในการสืบค้น ไดข้ อ้ มูลในปริมาณไม่มากเกนิ ไป และไดผ้ ลการสืบค้นท่ตี รงตามความ ประสงคข์ องผสู้ บื ค้น สามารถใช้เทคนคิ เหลา่ น้ี ไดแ้ ก่ 1. เลือก Search Engine ทีเ่ หมาะสม 2. เลอื กเวบ็ ไซต์ที่อยู่ใกลแ้ ละอยูใ่ นช่วงเวลาท่เี หมาะสม 3. การเลือกใชค้ าสาคญั (Keyword) หรือหวั เรอื่ ง(Subject) ทต่ี รงกบั เรื่องทีต่ ้องการ 4. กาหนดขอบเขตของคาค้น โดยใช้ตัวเชื่อมบูลีน (Boolean Operators) เช่น AND OR NOT NEAR BEFORE เปน็ ต้น หรือการค้นวลี (Phrase Searching) การตดั คา หรือการใช้คาเหมือน  วธิ กี ารสบื ค้นขอ้ มลู สารสนเทศ การสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศให้ได้ประสิทธผิ ล และตรงกบั ความตอ้ งการ มีวิธีการสบื คน้ หรอื คน้ หา ดังนี้ 1. การค้นหาแบบพื้นฐาน (Basic search) เป็นการค้นหาสารสนเทศอย่าง ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน โดยใช้ คาโดดๆ หรอื ผสมเพยี ง 1 คา ในการสบื คน้ ข้อมูล โดยสว่ นใหญ่การคน้ หาแบบงา่ ยจะมีทางเลอื กในการค้นหา 1.1 ช่ือผู้แต่ง (Author) เป็นการค้นหาโดยใช้ช่ือของบุคคล กลุ่มบุคคล นามปากกา หรือช่ือ หน่วยงาน/องค์กร ที่เป็นผู้แต่งหรือเขียนหนังสือ บทความ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือทรัพยากรสารสนเทศ น้นั ๆ ซงึ่ มีหลกั การค้นหาง่ายๆ ดังนี้ 1.1.1 ผ้แู ต่งคนไทย เป็นการค้นหาชอื่ บุคคล ตัวอยา่ งเช่น กุลธิดา ท้วมสขุ ให้ตัดคานาหน้า ชอ่ื ออก เช่น นาย นาง นางสาว หรือหากเปน็ บุคคลท่ีมีบรรดาศกั ด์ิหรือฐานนั ดรศักดิ์ ให้ค้นด้วยช่ือ และตอ่ ท้าย ดว้ ยบรรดาศักด์หิ รือฐานันดรศักด์ิ หากเป็นการคน้ หาช่ือท่ีเปน็ นามปากกา ฉายาหรอื สมณศักดิ์ ให้คน้ หาตาม นามปากกา ฉายา หรือสมณศักด์ิ ยกตัวอย่างเช่น นางกลุ ธดิ า ทว้ มสุข > ช่อื ทใ่ี ช้ค้น คอื > กุลธิดา ท้วมสขุ (ให้ตัดคานาหน้าชอ่ื ออก) ม.ร.ว. คกึ ฤทธ์ิ ปราโมท > ชอ่ื ทใ่ี ชค้ น้ คือ > คึกฤทธิ์ ปราโมท, ม.ร.ว.(ให้เอาบรรดาศักดหิ์ รอื ฐานนั ดรศกั ดิม์ าตอ่ ทา้ ยช่ือ) ร.ต.อ ปรุ ะชัย เปี่ยมสมบูรณ์ > ชอื่ ทีใ่ ชค้ น้ คือ > ปรุ ะชยั เปี่ยมสมบูรณ์ (ให้ตดั ยศหรือ ตาแหน่งออก) พระยาอุปกิตตศิ ลิ ปสาร > ชื่อท่ีใชค้ น้ คอื > พระยาอุปกิตติศลิ ปะสาร ว.วชริ เมธี > ชอื่ ท่ใี ช้คน้ คือ > ว.วชิรเมธี พระครูวิมลคุณากร > ช่ือทีใ่ ช้ค้น คอื > พระครวู มิ ลคุณากร

4 1.1.2 ผู้แต่งที่เป็นชาวต่างประเทศ ให้ค้นหาโดยใช้ ช่ือสกุล ตามด้วยชื่อกลางและช่ือต้น ยกตัวอย่างเช่น Judith G. Voet” ช่อื ทใี่ ช้ค้น คอื Voet, Judith G. หรือ Voet, Judith หรือ Voet 1.1.3 ผ้แู ตง่ ที่เปน็ หน่วยงาน/องคก์ ร ให้ค้นหาตามช่ือหน่วยงานหรือช่ือองค์กรน้ัน เช่น การ ค้นหาช่ือหน่วยงานที่มีท้ังหน่วยงานใหญ่และหน่วยงานย่อย ให้ค้นหาโดยใช้ช่ือหน่วยงานใหญ่ก่อน แล้วตาม ด้วยชอื่ หน่วยงานย่อย หากเปน็ ชื่อยอ่ เมื่อคน้ หาใหใ้ ช้ชอื่ เตม็ ยกตวั อยา่ งเช่น สานักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ช่ือที่ใช้ค้น คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สานักวิทย บริการ ททท. ชื่อที่ใชค้ ้น คอื การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 1.2 ช่ือเร่ือง (Title) เป็นการค้นหาข้อมูล ด้วยช่ือเรื่อง เช่น ชื่อหนังสือ ชื่อบทความ ช่ือเร่ืองส้ัน นวนยิ าย ชื่องานวจิ ัย หรือวิทยานิพนธ์ การคน้ โดยใช้ช่อื เร่ืองนี้ เป็นการค้นหาแบบเจาะจง ดังน้ัน ผู้ค้นต้องรู้จัก ชอื่ เรื่อง หลักการค้นหาด้วยช่ือเร่ืองทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ใช้หลักการเดียวกัน คือ ค้นหาตามชื่อ นั้นๆ ได้เลย โดยระบบจะทาการค้นหาจากช่ือเรื่อง เริ่มจากอักษรตัวแรกและตัวถัดไปตามลาดับ ยกตัวอย่าง เช่น เรื่อง เพลงรักในสายลมหนาว, เร่ือง อนิ เทอร์เน็ตสาหรับผเู้ ร่ิมตน้ , และเรอ่ื ง Engineering Analysis 1.3 หัวเร่ือง (Subject Heading) คือ คาหรือวลีที่กาหนดข้ึนมา เพ่ือใช้แทนเน้ือหาของหนังสือ บทความ งานวิจัย วิทยานิพนธ์หรือทรัพยากรสารสนเทศ หัวเร่ืองท่ีใช้ในการค้นหานั้น โดยปกติแล้ว จะนามา จากคู่มอื หวั เร่อื งทใี่ ช้กันเป็นมาตรฐานในห้องสมดุ หรือหน่วยงานที่ให้ บริการสารสนเทศ ทั้งในประเทศไทยและ ในตา่ งประเทศ 1.4 คาสืบค้น (Keywords) คือ การค้นหาด้วยคาหรือวลีที่กาหนดขึ้นมา เพ่ือใช้แทนเรื่องที่ ต้องการค้นหา โดยท่ัวไปคาสาคัญจะมีลักษณะท่ีส้ัน กะทัดรัด ได้ใจความ มีความหมาย เป็นคานามหรือเป็น ศัพท์เฉพาะในแต่ละสาขาวิชา ยกตัวอย่าง การกาหนดคาสาคัญเพ่ือใช้สีบค้น เช่น รายงานการวิจัย เรื่อง การ ปรบั ปรงุ คุณภาพและการเพิม่ ผลผลิตข้าวหอมมะลิทมี่ คี วามสามารถในการทนแล้ง โดยการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ และพนั ธุวิศวกรรม ในขั้นตอนของการกาหนดคาค้นสารสนเทศนั้น ประกอบด้วยสว่ นสาคญั 3 สว่ น คอื 1.4.1 การกาหนดความต้องการสารสนเทศของผู้ใช้ ผู้ใช้แต่ละประเภทมีความต้องการค้นคืน สารสนเทศที่แตกต่างกัน การกาหนดความต้องการของตนเองจึงเป็นเรื่องยาก ผู้ใช้ท่ีมีความรู้ในเร่ืองการสืบค้น สารสนเทศ ก็จะสามารถกาหนดคาค้นได้อยา่ งถกู ต้อง 1.4.2 การกาหนดคาสบื ค้น แบง่ ออกได้เป็น 2 สว่ นคือ ส่วนของการกาหนดคาสืบค้น และการ กาหนดคาเชื่อมคาสืบค้น และการกาหนดคาเช่ือมคาสืบค้น (Boolean Logic) โดยการกาหนดสามารถแบ่ง ขน้ั ตอนไดด้ งั นค้ี อื 1.4.2.1 การแยกคาสาคญั ของเรือ่ งที่ต้องการค้น 1.4.2.2 หาคาพ้องต่างๆของแตล่ ะคาสาคัญ 1.4.2.3 กาหนดคาเชอื่ มระหวา่ งคาสาคญั ตา่ งๆอย่างเหมาะสม ตัวอย่างเชน่ Query : drugs for the prevention of osteoporosis

5 Concept 1 > Osteoporosis > “bone loss” Concept 2 > drugs > “pharmaceuticals” Concept 2 > prevention > “cure” 2. การค้นหาแบบข้ันสูง (Advanced Search) เป็นการค้นหาที่ซับซ้อนมากกว่าแบบพื้นฐาน ซ่ึงมี เทคนิคหรือรูปแบบการค้นท่ีจะช่วยให้ผู้ค้นสามารถจากัดขอบเขตการค้นหา หรือค้นแบบเจาะจงได้มากข้ึน เพอื่ ให้สามารถคน้ หาข้อมลู ได้ทต่ี รงกบั ความต้องการมากท่ีสุด 2.1 การสืบค้นข้อมลู โดยใชต้ รรกบลู ีน (Boolean Logic) หรือการคน้ หาโดยใช้ operator เป็น การคน้ หา โดยใช้คาเช่อื ม (Boolean Operators) ดังน้ี - AND หรอื เคร่ืองหมาย + ใช้เม่ือต้องการให้ค้นเอกสารที่มีคาท้ังสองคาปรากฏ เช่น ค้นหา คาวา่ Research AND Thailand ขอ้ มูลที่ได้จะมีเฉพาะคาวา่ Research และ Thailand อยใู่ นเอกสาร - OR ใช้เมื่อต้องการค้นหน้าเอกสารที่มีคาใดคาหนึ่งปรากฏ เช่น Research OR Thailand ข้อมูลที่ได้จะมีคาใดคาหน่ึงหรอื มีทงั้ สองคาปรากฏอยู่ในเอกสาร - NOT หรือ เคร่ืองหมาย – ใช้เม่ือต้องการตัดคาท่ีไม่ต้องการให้ค้นออก (คาหลัง NOT หรือ เครื่องหมาย -) เช่น Research NOT Thailand ข้อมูลทไ่ี ด้จะมีคาวา่ Research แต่จะไม่มีคาว่า Thailand อยู่ ในเอกสาร - NEAR ใช้เมื่อต้องการให้คาที่กาหนดอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 10 คา ในประโยคเดียวกัน หรือ ใกลเ้ คียงกนั (อยูด่ า้ นหนา้ หรือหลังก็ได้) เช่น Research NEAR Thailand ข้อมูลท่ีได้จะมีคาว่า Research และ Thailand ทหี่ ่างกันไมเ่ กิน 10 คา ตัวอยา่ งเช่น Research on the Cost of Transportation in Thailand - BEFORE ใช้เม่ือต้องการกาหนดให้คาแรกปรากฏอยู่ข้างหน้าคาหลังในระยะห่างไม่เกิน 8 คา เช่น Research BEFORE Thailand - AFTER ใช้เม่ือต้องการกาหนดใหค้ าแรกปรากฏอยู่ขา้ งหลังคาหลังในระยะห่างไมเ่ กิน 8 คา เชน่ Research AFTER Thailand - (parentheses) ใช้เม่ือต้องการกาหนดให้ทาตามคาสั่งภายในวงเล็บก่อนคาสั่งภายนอก เช่น (Research OR Quantitative) and Thailand 2.2 การค้นวลี (Phrase searching) เป็นการใช้เคร่ืองหมายอัญประกาศ (“ ”) เมื่อต้องการ กาหนดให้คน้ เฉพาะหนา้ เอกสารท่ีมกี ารเรยี งลาดบั คาตามที่กาหนดเท่านน้ั เชน่ “Methodology Research” 2.3 การตัดคา (Word stemming / Truncation) เป็นการใช้เครื่องหมาย asterisk (*) ตาม ทา้ ยคา 3 คาข้ึนไป เพ่อื คน้ หาคาทข่ี ้นึ ต้นด้วยตวั อกั ษรท่ีกาหนด เช่น Research* 2.4 คาพ้องความหมาย (Synonym) เป็นการใช้คาเหมือนที่มีความหมายเดียวกันหรือใกล้เคียง กนั เพอื่ ช่วยให้ค้นเรือ่ งทีค่ รอบคลมุ เชน่ Ocean Sea Marine 2.5 เขตขอ้ มูลเพ่อื การค้น (Field Searching) เป็นการกาหนดเขตข้อมลู เพอ่ื การคน้ เชน่ ชนดิ ของขอ้ มูล หรือท่ีอยู่ของข้อมูล เช่น text: “green tea” url: NASA

6 2.6 ตัวเล็กตวั ใหญถ่ อื วา่ ตา่ งกนั (Case sensitive) เปน็ การใช้ตัวอกั ษรใหญก่ ับตวั เลก็ ใน ความหมายที่แตกต่างกัน เช่น ใชต้ วั อกั ษรใหญ่ข้นึ ต้นช่อื เฉพาะ เช่น George W. Bush 2.7 ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) เป็นการสบื ค้นจากคาถามทเ่ี ป็นภาษาธรรมชาติ เช่น ใชค้ าถามภาษาอังกฤษงา่ ยๆ ทต่ี อ้ งการให้ Search Engine หาคาตอบให้ เช่น What is Research? คาแนะนาในการใช้ Google การคน้ หาแบบง่าย ให้พิมพ์คาท่ีเกย่ี วขอ้ งกับส่ิงท่ีต้องการค้นหาเพียง 2-3 คาลงไป แล้วกดแป้น Enter หรือคลิกท่ีปุ่ม Go บนหน้าจอ Google ก็จะแสดงเว็บเพจที่ค้นพบ โปรแกรมค้นหาของ Google จะแสดง เฉพาะเว็บเพจที่มีคาทุกคาท่ีท่านได้พิมพ์ลงไปดังน้ัน ถ้ายิ่งใส่จานวนคาลงไปมาก จานวนเว็บเพจท่ีค้นพบจะ ยง่ิ ลดจานวนลง เพราะเปน็ การค้นหาท่มี เี ง่ือนไขมากขน้ึ นนั้ เอง  การประเมินความน่าเช่ือถือของแหลง่ ข้อมูล เพื่อเป็นการตรวจสอบความน่าเช่ือของแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่สืบค้นมาได้ ผู้สืบค้นสามารถประเมิน ความน่าเช่ือถือของแหล่งขอ้ มลู ไดจ้ าก 12 องค์ประกอบ (สุกัญญา ประจุศิลปะและคณะ, 2547) ดังนี้ 1. บอกวัตถปุ ระสงค์ในการสรา้ งหรือเผยแพร่ขอ้ มูลไว้ในเว็บไซต์ 2. การเสนอเนอ้ื หาตรงตามวัตถุประสงคใ์ นการสร้างหรือเผยแพรข่ ้อมลู ของเว็บไซต์ 3. เนอื้ หาเวบ็ ไซต์ไมข่ ดั ต่อกฎหมาย ศีลธรรม และจรยิ ธรรม 4. มกี ารระบชุ ่ือผเู้ ขยี นบทความหรือผ้ใู ห้ข้อมลู บนเว็บไซต์ 5. มีการให้ทอ่ี ยู่ (e-mail address) ทผี่ อู้ ่านสามารถติดตอ่ ผ้ดู ูแลเว็บไซตไ์ ด้ 6. มกี ารอ้างอิงหรือระบแุ หล่งท่มี าของข้อมลู ของเนื้อหาท่ีปรากฏบนเวบ็ ไซต์ 7. สามารถเช่ือมโยง (link)ไปเวบ็ ไซต์อ่ืนที่อ้างถงึ ได้ 8. มีการระบวุ ันเวลาในการเผยแพร่ข้อมูลบนเวบ็ ไซต์ 9. มกี ารระบุวันเวลาในการปรบั ปรงุ ขอ้ มูลครง้ั ล่าสุด 10. มชี อ่ งทางใหผ้ ู้อ่านแสดงความคดิ เห็น 11. มีข้อความเตือนผอู้ ่านให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจใช้ข้อมลู ทป่ี รากฏบนเวบ็ ไซต์ 12. มกี ารระบวุ า่ เป็นเว็บไซต์ส่วนตัวหรือระบแุ หลง่ ทใี่ ห้การสนบั สนุนในการสรา้ งเวบ็ ไซต์  ข้อดขี องการสบื คน้ ขอ้ มลู สารสนเทศทางอนิ เทอร์เนต็ การสืบค้นข้อมลู สารสนเทศทางอิเล็กทรอนิกสผ์ ่านทางอินเทอรเ์ นต็ มขี ้อดีหลักๆ ดังตอ่ ไปน้ี 1. ขอบเขตของข้อมลู สารสนเทศกวา้ งขวางมาก มคี วามหลากหลาย ไรพ้ รมแดน 2. ข้อมูลสารสนเทศที่สืบค้นได้มีความทันสมัยมาก เนื่องจากผู้สร้างข้อมูลสามารถแก้ไขปรับปรุงได้ งา่ ยและทาได้ตลอดเวลา 3. สะดวกมาก ไมม่ ีขอ้ จากดั ในแงข่ องเวลาและสถานที่ สามารถสืบคน้ เวลาใดก็ได้ทใ่ี ดกไ็ ด้ 4. สามารถสืบคน้ ได้งา่ ยและรวดเรว็ โดยอาศยั Search Engine

7 5. การไดม้ าซ่ึงข้อมูลผา่ นอินเทอรเ์ นต็ ใชเ้ วลาสัน้ มาก เมอ่ื เทยี บกับการสง่ เอกสารวธิ ีอ่นื ๆ 6. การได้มาซง่ึ ข้อมลู นนั้ ประหยดั ทง้ั เวลาและทรพั ยากร 7. จัดเป็นหอ้ งสมุดทีใ่ หญ่ทีส่ ุดในโลก 8. ขอ้ มลู สารสนเทศท่ีสบื ค้นมามีประโยชนม์ าก สามารถนาไปจดั หมวดหมู่ ทาฐานขอ้ มูล บรรณาธิการ และจดั การต่อได้โดยงา่ ย 9. ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Directed Learning ) และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต(Life Long Learning)  ขอ้ จากัดของการสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศทางอนิ เทอร์เน็ต ถึงแม้ว่าการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ตจะมีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดมากมายดังกล่าวข้างต้น การสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศทางอนิ เทอรเ์ น็ตก็มขี ้อจากดั หรือข้อเสยี อยบู่ า้ ง ดังนี้ 1. ข้อมูลสารสนเทศท่ีมีอยู่ในอินเทอร์เน็ตมีความครอบคลุมกว้างขวางมาก มีความหลากหลาย ไร้ พรมแดน จึงทาให้ผู้ใช้ท่ีไม่มีทักษะการสืบค้นอาจเกิดปัญหา เน่ืองจากได้ข้อมูลสารสนเทศที่ไม่ตรงตามความ ต้องการเป็นจานวนมากทาให้เสียเวลา 2. ข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตถูกปรับปรุงแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ทาให้การอ้างอิงเอกสารทาได้ ลาบาก เพราะการเข้าไปสืบค้นเอกสารอีกคร้ังหน่ึงในวันข้างหน้าเอกสารดังกล่าวอาจจะไม่อยู่แล้ว หรือเน้ือหา ขอ้ ความอาจถกู ปรบั เปลย่ี นไปแล้วกไ็ ด้ 3. ข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตท่ีได้มาจะต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลที่ได้มา ด้วยวา่ มคี วามนา่ เช่อื ถือมากแคไ่ หน  การใช้งาน Google Drive ในการจดั เก็บและส่งผ่านข้อมลู สารสนเทศ Google Drive เปน็ บริการจาก Google ท่ีทาให้เราสามารถนาไฟลต์ ่างๆ ไปฝากไวก้ ับ Google ซ่งึ ทา ให้เราสามารถใช้ไฟลเ์ หล่านั้นทไ่ี หนก็ได้ท่ีมอี ินเตอร์เนต็ ไม่เพยี งแค่ฝากไฟล์ไดเ้ ท่านน้ั ยงั สามารถแบ่งปันไฟลก์ ับ คนท่ีตอ้ งการ และสามารถแก้ไขร่วมกนั ได้จากอปุ กรณ์ทุกประเภท การใช้งาน Google Drive นั้นเริ่มต้นโดยการสมัคร Gmail หากยังไม่เคยสมัคร แนะนาให้สมัคร เน่ืองจากสมัคร Gmail เพียง Account เดียว ทาให้สามารถใช้บริการต่างๆ ของ Google ได้อย่างมากมาย รวมถงึ Google Drive ดว้ ย  การเขา้ ใช้งาน Google Drive มวี ิธกี ารดังน้ี 1. เปิดบราวเซอรแ์ ลว้ พิมพ์ URL http:// mail.google.com 2. เข้าสกู่ ารเข้าใช้ Gmail 2.1 หากเคยลงทะเบยี นการใชง้ านมาแลว้ ให้พมิ พอ์ เี มลและรหสั ผ่านทล่ี งทะเบยี นแล้วคลิกท่ปี ุม่ “ลงช่ือเขา้ ใชง้ าน” ดังภาพที่ 5-1

8 ภาพท่ี 5-1 หน้าต่างลงช่ือเข้าใชง้ าน Gmail 2.2 หากยงั ไมเ่ คยใช้งานให้คลกิ “สร้างบัญชี” และกรอกขอ้ มูล ดังภาพท่ี 5-2 เมื่อกรอกขอ้ มลู เรยี บร้อยแล้วจะมหี นา้ ต่างแจ้งให้ทราบว่าสามารถเขา้ ใชง้ านได้ ดังภาพที่ 5-3 กรอกขอ้ มลู เพ่ือสมคั รใชง้ าน Gmail ภาพท่ี 5-2 หนา้ ต่างกรอกข้อมลู เพ่ือสมัครเข้าใช้งาน Gmail

9 ภาพท่ี 5-3 หนา้ ต่างแจง้ ให้ทราบวา่ สามารถเขา้ ใชง้ าน Gmail ได้แลว้ 2.3 เม่ือพิมพ์อเี มล รหสั ผา่ น และกดปุ่มลงช่อื เข้าใช้เรียบร้อยแลว้ จะปรากฏหนา้ ตา่ งข้อมลู จดหมายใน Gmail (ภาพท่ี 5-4) ภาพที่ 5-4 หนา้ ต่างขอ้ มลู จดหมายใน Gmail

10 2.4 เลือกเขา้ ใช้งานที่ แอป (App) (ภาพท่ี 5-4) จะปรากฏหน้าต่าง Google Drive (ภาพที่ 5-5) ภาพที่ 5-4 หนา้ ตา่ งเข้าใชง้ าน Google Drive ภาพที่ 5-5 หนา้ ต่าง Google Drive  การอพั โหลดไฟลเ์ ข้า Google Drive Google Drive ไดท้ าฟงั ก์ชัน่ สาหรับใหอ้ พั โหลดไฟล์หรอื โฟลเดอร์ โดยผ่านหนา้ เว็บได้เลย โดยไม่ จาเป็นตอ้ งตดิ ตั้งโปรแกรมลงในเคร่อื งคอมพิวเตอร์ มีวธิ กี าร ดงั น้ี 1. คลิกท่ีปุ่มใหม่ (ปุ่มสีแดง) 2. เลือกการอัพโหลดเปน็ ไฟล์ หรอื โฟลเดอร์ 3. เลือกไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ 4. คลิกท่ีปมุ่ Ok

11 คลิกทีป่ ่มุ ใหม่ เลือกการอพั โหลด เลอื กไฟล์ หรอื โฟลเดอร์ คลกิ ทปี่ ุ่ม OK ภาพท่ี 5-6 การอัพโหลดไฟล์เข้า Google Drive  การลบไฟล์ออกจาก Google Drive การลบไฟล์ออกจาก Google Drive ก็ทาในลักษณะคล้าย ๆ การอัพโหลดไฟล์ สามารถลบจาก Folder ที่เกบ็ ไฟล์ หรือโฟลเดอร์ของ Google Drive ได้โดยตรง ไฟล์ที่ถูกลบไปนี้ ก็จะ Sync กับ Server ของ Google Drive และจะลบไฟลน์ ีใ้ น Server ออกให้โดยอัตโนมัติ หรืออีกวิธีหน่ึง สามารถลบไฟล์ หรือโฟลเดอร์ ได้จาก หน้าเว็บได้เลย วิธีการก็คือ คลิกช่องสี่เหลี่ยมหน้าช่ือไฟล์ หรือโฟเดอร์ที่ต้องการลบ แล้วเลือก นาออก ด้านบน เพียงเท่านั้นไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ก็จะถูกลบออกจาก Server ของ Google Drive แล้ว และไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ใน Google Drive ทจี่ ัดเกบ็ ในเครือ่ งของเรากจ็ ะถูกลบออกไปโดยอัตโนมัติ ภาพท่ี 5-7 การลบไฟล์ออกจาก Google Drive

12  การแบ่งปันไฟลห์ รือโฟลเดอรใ์ หบ้ คุ คลอื่น การใชง้ าน Google Drive ให้เกดิ ประโยชน์น้ันเราต้องรู้จักการแบ่งปันไฟล์หรือโฟลเดอร์ของ Google Drive น้ันด้วย เราสามารถประยุกต์การแบ่งปันไฟล์หรือโฟลเดอร์ไปกับการส่งอีเมลท่ีต้องการแนบไฟล์ขนาด ใหญ่ ๆ ได้ รวมไปถึง เราสามารถอัพเดตไฟล์หรือโฟลเดอร์ต่าง ๆ ท่ีเราแบ่งปันให้กับบุคคลอ่ืน ไฟล์หรือ โฟลเดอรท์ ี่เราแบง่ ปนั นน้ั กจ็ ะถูกอพั เดตตลอดเวลา ซ่งึ มวี ธิ กี ารดงั น้ี 1. เขา้ เวบ็ ของ Google Drive แลว้ Login ด้วยอเี มลของเราทีไ่ ดส้ มัครไว้ 2. เลือกไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ท่ตี อ้ งการจะแบ่งปัน จะมีรูป Icon ใช้งานร่วมกันให้คลิกที่ปุ่มนี้ จะมี ฟังก์ช่ันใหเ้ ลอื กการแบ่งปันไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ (ภาพท่ี 5-8) ภาพท่ี 5-8 เลือกไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ที่ตอ้ งการจะแบ่งปัน 3. จะมีลงิ ก์ (link) ให้แชร์ตอ่ ผา่ นทาง Gmail Google + Facebook หรือ Twitter ได้เลย ทาให้ สะดวกในการแบ่งปนั (ภาพท่ี 5-9) ภาพท่ี 5-9 ลิงก์ (link) ให้แชรต์ อ่ ผา่ นทาง Gmail Google + Facebook หรือ Twitter

13 การจะแบง่ ปนั ไฟลห์ รือโฟลเดอร์ให้กับบุคคลอื่นนั้น ให้ระบุชื่อหรืออีเมลลงในช่อง เพ่ิมบุคคล จากนั้น เลือกการแบ่งปันว่า จะแบ่งปันแบบไหน จะให้สามารถแก้ไขได้ หรือว่า สามารถดูได้อย่างเดียวเท่านั้น หากมี รายชื่อ และสดุ ท้ายกดปุ่ม แบ่งปันและบันทึก เพียงเท่าน้ีไฟล์ หรือโฟลเดอร์ของเราก็ถูกแบ่งปันให้คนอ่ืนใช้ได้ ตามสิทธิท่ีเราได้มอบหมายให้ เมื่อมีการแก้ไขไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ ไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ที่ถูกแบ่งปันก็จะอัพเดต อยู่เสมอ (ภาพท่ี5-10) ภาพท่ี 5-10 หน้าตา่ งเลอื กการแบง่ ปันไฟล์หรือโฟลเดอรใ์ หก้ บั บุคคลอืน่ สามารถตงั้ ค่าการแบง่ ปนั ไฟล์ หรือ โฟลเดอรไ์ ด้ดงั นี้คือ 1. สาธารณะทางเว็บ หมายถึง ผู้ใช้งานทุกคนบนอินเทอร์เน็ตสามารถค้นหาไฟล์ และโฟลเดอร์ที่เรา แบ่งปันน้ีได้ สามารถค้นหาเจอจากระบบค้นหาของ Google หรือระบบค้นหาจากทางอินเทอร์เน็ตได้ โดย ผใู้ ช้งานไมจ่ าเปน็ ตอ้ งมี Google Account ก็สามารถใช้งานไฟล์ หรือ โฟลเดอร์นั้นได้ ตัวเลือกน้ีเหมาะสาหรับ เอกสารทต่ี ้องการเผยแพรส่ ู่สาธารณะ ไมเ่ ป็นเอกสารปกปดิ 2. ทุกคนที่มีลิงก์ หมายถึง ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงไฟล์ หรือ โฟลเดอร์นี้ได้ โดยการได้รับลิงก์จาก เจา้ ของไฟล์ หรอื โฟลเดอรส์ ง่ ใหเ้ ทา่ น้ัน สว่ นคนอ่นื ทไ่ี มม่ ีลงิ ก์หรอื ไมไ่ ดร้ ับลิงกก์ ็ไม่สามารถเข้าถึงได้ ผู้เข้าใช้งาน ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งมี Google Account ก็สามารถเข้าใช้งานได้ เพียงแค่มีลิงก์ท่ีถูกต้องก็สามารถเข้าใช้ได้ ตัวเลือกนี้ จึงเหมาะสาหรับการการแชร์ไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ให้เฉพาะบุคคล เช่น การส่งอีเมล พร้อมแนบลิงก์ของไฟล์ หรือ โฟลเดอรน์ ้ี เป็นต้น

14 3. ส่วนตัว หมายถึง ผู้ใช้ต้องมี Google Account และถูกระบุช่ือจากเจ้าของไฟล์เท่าน้ัน ถึงจะเข้า ใช้ได้ ตัวเลือกนเ้ี หมาะสาหรับเอกสารที่ตอ้ งการแบง่ ปันเฉพาะบุคคลเท่านัน้ ภาพที่ 5-11 หน้าตา่ งแสดงการแบ่งปนั ไฟลห์ รือโฟลเดอร์ให้กบั บคุ คลอน่ื เมอื่ กด แบ่งปนั และบนั ทึก แลว้ จะมีคาว่า ใชง้ านรว่ มกนั ต่อท้ายช่อื ไฟล์ และรปู Icon ของโฟลเดอร์ จะเปลย่ี นเป็น รูป Icon โฟลเดอรท์ มี่ ีรูปคนดว้ ย ซง่ึ เปน็ อันเสร็จขั้นตอนในการแบ่งปนั ไฟล์ และ โฟลเดอร์ ท่ีหนา้ เวบ็ Google Drive ของเรา หากเราได้รับการแบ่งปันไฟล์ หรอื โฟลเดอร์ใด ๆ ก็จะปรากฏอยู่ท่ี ใชร้ ว่ มกันกับฉัน จากในตัวอย่างนี้ จะเหน็ ว่า เมื่อเราเลอื กท่ี เมนู ใช้รว่ มกันกบั ฉัน จะมีโฟลเดอรช์ ่ือ SCI-CMU ท่ีแบง่ ปนั มาจากผ้ใู ช้งานทช่ี ่ือ Prajak Poonyawatpornkul (ภาพที่ 5-12) ภาพท่ี 5-12 หน้าตา่ งแสดงการแบ่งปนั ไฟลห์ รือโฟลเดอร์ทีไ่ ด้รบั จากบุคคลอน่ื

15 กิจกรรมหนว่ ยที่ 5 ตอนท่ี 1 จงตอบคาถาม ต่อไปน้ีมาให้เขา้ ใจ 1. เพราะเหตุใดผู้สืบคน้ หรือผู้วจิ ัยทจ่ี ะนาข้อมูลสารสนเทศไปใช้ ควรต้งั วัตถุประสงค์การสืบค้น ข้อมลู สารสนเทศให้ชดั เจน 2. การสบื ค้นทเี่ รว็ ทส่ี ดุ มปี ระสิทธิภาพทส่ี ุด และแพร่หลายที่สุด คือ การสืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศ ประเภทใด 3. จงบอกโปรแกรม web browsers ทนี่ ิยมใช้ในการสบื ค้นข้อมลู สารสนเทศทางอินเทอรเ์ น็ต 3 โปรแกรม 4. จงบอกช่ือ search engine ที่นยิ มใช้ในปจั จุบนั มา 3 ฃ่อื 5. จงบอกเทคนิคการสืบค้นขอ้ มูลสารสนเทศมาใหเ้ ข้าใจ 6. วิธกี ารสืบค้นข้อมลู สารสนเทศแบบพนื้ ฐาน (Basic search) มคี วามเหมือน หรอื แตกต่างจาก วธิ ีการสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศแบบขนั้ สูง (Advanced Search) อย่างไร 7. จงยกตัวอยา่ งวธิ กี ารสบื ค้นข้อมูลสารสนเทศแบบพ้นื ฐาน (Basic search) มา 3 ตวั อยา่ ง 8. จงยกตัวอย่างวธิ ีการสืบคน้ ข้อมูลสารสนเทศแบบขั้นสงู (Advanced Search) มา 3 ตวั อย่าง 9. Boolean Operators คืออะไร มอี ะไรบา้ ง 10. องคป์ ระกอบท่ีใชใ้ นการประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของแหลง่ ข้อมลู มีอยา่ งไรบ้าง 11. จงบอกข้อดีของการสบื คน้ ข้อมลู สารสนเทศทางอนิ เทอร์เน็ต 12. จงบอกข้อจากัดของการสบื ค้นข้อมูลสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต 13. Google Drive คืออะไร 14. การใช้งาน Google Drive ในการจัดเก็บและส่งผ่านข้อมูลสารสนเทศ จะต้องสมัครเป็นสมาชิก ของบริการใด 15. การอพั โหลดไฟล์ขึน้ Google Drive มีวิธีการทาอย่างไร 16. การลบไฟลอ์ อกจาก Google Drive มวี ธิ ีการทาอยา่ งไร 17. การแบ่งปนั ไฟล์หรือโฟลเดอร์ ทอ่ี ยู่ใน Google Drive ใหบ้ คุ คลอน่ื มวี ิธีการทาอยา่ งไร 18. ต้งั ค่าการแบ่งปนั ไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ ที่อย่ใู น Google Drive แบบสาธารณะทางเวบ็ หมายความ ว่าอยา่ งไร 19. ตั้งค่าการแบง่ ปันไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ ที่อยใู่ น Google Drive แบบทกุ คนท่มี ลี งิ ก์ หมายความว่า อยา่ งไร 20. ตง้ั คา่ การแบง่ ปนั ไฟล์ หรอื โฟลเดอร์ ที่อยู่ใน Google Drive แบบสว่ นตัว หมายความวา่ อยา่ งไร  เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ตอนที่ 1 1. ตอบคาถามได้ถกู ต้อง ครบถว้ น (ขอ้ ละ 1 คะแนน) 2. ผลงานสะอาดเรียบร้อย (2 คะแนน)

16 3. ต้งั ใจทางานด้วยตนเอง (2 คะแนน) 4. ส่งงานตรงเวลา (2 คะแนน) ตอนที่ 2 ให้นกั ศึกษาคน้ ควา้ ข้อมลู เกย่ี วกับอาชีพทางธุรกจิ ทีน่ กั ศึกษาสนใจ 1 อาชพี (15 คะแนน) โดยมขี อ้ กาหนด ดังนี้ 1. สบื คน้ ข้อมูลจากเวบ็ ไซด์ตา่ งๆ ไมน่ ้อยกวา่ 10 เว็บไซด์ 2. บันทึกข้อมูลทสี่ บื คน้ มาไดไ้ วใ้ นโฟล์เดอร์ชือ่ นักศกึ ษา โดยใหร้ ะบุช่อื เว็บไซด์ และวันท่ีสืบค้นไว้ด้วย 3. สมัครเขา้ ใชง้ าน Gmail (สาหรบั ผทู้ ย่ี งั ไม่มี Gmail) 4. อัพโหลดข้อมลู ท้ังโฟล์เดอร์ไว้ใน Google Drive ของนกั ศึกษา 5. ส่งให้ครู ทาง e-mail : [email protected] (เลือกแบบส่วนตวั สามารถดูได้อย่างเดียว)  เกณฑ์การให้คะแนน ตอนที่ 2 (3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรงุ ) 1. สบื คน้ ข้อมูลจากเว็บไซด์ต่างๆ ไมน่ ้อยกว่า 10 เว็บไซด์ (3 คะแนน) 2. บันทึกข้อมูลทสี่ บื ค้นมาไดไ้ ว้ในโฟล์เดอร์ชื่อนักศึกษา โดยให้ระบชุ ่ือเว็บไซด์ และวันท่ีสืบค้นไว้ ดว้ ย (3 คะแนน) 3. นกั ศึกษามี Gmail ของตัวเอง (3 คะแนน) 4. อพั โหลดข้อมลู ทั้งโฟล์เดอร์ไว้ใน Google Drive ของนักศึกษา (3 คะแนน) 5. ทาการแบ่งปนั โฟล์เดอร์ทจี่ ัดเกบ็ ข้อมลู ใหค้ รู (แบบสว่ นตัว) ทางอีเมลลค์ รู (3 คะแนน)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook