หลกั การดูแลท่วั ไป สําหรับผู้สูงอายุ การเปล่ียนแปลงทางสรีระวทิ ยาในผสู้ ูงอายจุ ะดาํ เนินต่อเนื่องกนั ไปอยา่ งชา้ ๆทาํ ใหเ้ กิดความ เส่ือมและความบกพร่องของอวยั วะในระบบต่างๆมากข้ึนเร่ือยๆจนในท่ีสุดร่างกายจะไม่สามารถ ทาํ งานไดเ้ ม่ือสิ้นชีวติ ลงความรู้ในเร่ืองต่างๆเหล่าน้ีจะช่วยทาํ ใหด้ ูแลเขา้ ใจการเปล่ียนแปลงที่ เกิดข้ึนในผสู้ ูงอายซุ ่ึงจะใหส้ ามารถใหก้ ารดแู ลไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม ● การดแู ลสุขภาพอนามยั ผู้สูงอายุ คนส่วนใหญ่มกั เขา้ ใจผดิ วา่ คนแก่กบั ความเจบ็ ป่ วยเป็ นของคู่กนั ท่จี ริงแลว้ สุขอนามยั ของคนเรา น้นั ข้ึนอยกู่ บั พนั ธุกรรม และวิถีแห่งการดาํ เนินชีวิต การดูแลสุขภาพอนามยั ในช่วงชีวิตวยั เดก็ และ วยั หนุ่มสาว ไดด้ ีเพยี งใดเรากย็ งิ่ จะมีสุขภาพอนามยั ท่ดี ีข้ึน วถิ ีชีวิตของบุคคลทเี่ ดินสายกลาง ไม่ เคร่งเครียด แต่ก็ไม่หยอ่ นยานจนเกินเหตุ จะมีอายยุ นื ยาวอยา่ งมีความสุข ● การป้ องกนั ละการรักษาสุขภาพ ปัจจยั สาํ คญั ทีช่ ่วยใหม้ ีสุขภาพแขง็ แรง ประกอบดว้ ย - รับประทานอาหารมีประโยชน์ ครบ 5 หมู่,ดื่มน้าํ สะอาดในปริมาณพอเหมาะกบั ร่างกาย - มีการพกั ผอ่ น, กิจกรรมนนั ทนาการ - มีการออกกาํ ลงั กาย - มีส่ิงแวดลอ้ มทดี่ ี - มีการตรวจเชค็ ร่างกาย การตรวจเชค็ ร่างกายเป็นสม่าํ เสมอ เป็นประโยชน์ทุกช่วงอายุ แต่จะยงิ่ สาํ คญั มากข้ึนสาํ หรับ ผสู้ ูงอายเุ พราะจะช่วยใหไ้ ดพ้ บส่ิงผดิ ปกติ เลก็ ๆนอ้ ยๆหรือพบส่ิงผดิ ปกติมากๆ ซ่ึงจะเป็นการดีที่ จะไดร้ ับการรักษาต้งั แต่เนิ่นๆถา้ ทงิ้ ไวอ้ าจนาํ ไปสู่สุขภาพทเี่ ลวร้าย อาการปวด เจบ็ ไม่สบาย บาง ทคี นส่วนมากเขา้ ใจผดิ วา่ เป็นอาการผดิ ปกติของผสู้ ูงอายคุ วามจริงอาการดงั กล่าว เป็นอาการทีม่ ี เหตุทางกายหรือทางจิต ซ่ึงควรไดร้ ับการดแู ลรักษา หรือป้ องกนั มิใหเ้ ลวร้ายลงไปกวา่ น้ีอีก
●โรคและการเจบ็ ป่ วยทพ่ี บบ่อยในผู้สูงอายุ ในสหรัฐอเมริกา ไดร้ วบรวมสถิติโรคของผสู้ ูงอายทุ ีม่ ีอาย6ุ 5ปี ข้ึนไปพบวา่ 10อนั ดบั แรกทพ่ี บได้ บอ่ ยๆตามลาํ ดบั คือ 1. โรคหวั ใจ 2. โรคมะเร็ง รวมท้งั มะเร็งต่อมน้าํ เหลือง และเมด็ เลือด 3. โรคหลอดเลือดที่เล้ียงสมอง 4. ไขห้ วดั ใหญ่ และปอดบวม 5. หลอดเลือดแดงแขง็ ตวั 6. เบาหวาน 7. อบุ ตั ิเหตุ 8. หลอดลมอกั เสบ 9. ตบั แขง็ 10. ไตอกั เสบ และไตบวมน้าํ สาํ หรับประเทศไทยพบว่า 10 อนั ดบั ทพ่ี บไดบ้ อ่ ย และเป็นสาเหตุนาํ การตายในผสู้ ูงอายุ เรียงตามลาํ ดบั ดงั น้ี 1. หวั ใจวาย 2. วณั โรคปอด 3. โรคมะเร็ง 4. โรคของหลอดเลือดสมองและอมั พาต 5. ปอดบวม 6. โรคตบั เร้ือรัง และตบั แขง็ 7. โรคติดเช้ือและตบั แขง็ 8. โรคติดเช้ือทางลาํ ไส้ 9. อุบตั ิเหตุจากทอ้ งถนน 10. การถกู ฆา่ และทาํ ร้าย 11. โรคไขจ้ บั สัน่
หลกั การสําคญั ในการปฏบิ ัตติ ่อผู้สูงอายุ สิ่งสาํ คญั ในการดแู ลผสู้ ูงอายุ คือการส่งเสริมสุขภาพใหผ้ สู้ ูงอายสุ ามารถทาํ กิจกรรมดว้ ย ตนเองใหม้ ากท่ีสุด เพื่อคงซ่ึงศกั ยภาพ และความภาคภมู ิใจแห่งตน อยา่ งไรก็ดีผสู้ ูงอายบุ าง คน อาจมีขอ้ จาํ กดั ในการทาํ กิจกรรมดงั น้นั ผดู้ ูแลควรคาํ นึงก่อนใหก้ ารดแู ลช่วยเหลือเช่น 1. ประเมินภาวะสุขภาพของผสู้ ูงอายุ 2. ประเมินระดบั ความสามารถ ในการทาํ กิจวตั รประจาํ วนั อยา่ งกวา้ งๆวา่ อยใู่ นระดบั ใด 2.1 ผสู้ ูงอายสุ ามารถช่วยเหลือตนเองไดท้ ้งั หมด 2.2 ตอ้ งการความช่วยเหลือบางอยา่ ง 2.3 ตอ้ งการความช่วยเหลือทุกอยา่ ง ตอ้ งการวางแผนการดูแลตามสุขภาพใหเ้ หมาะสม 3. ประเมินภาวะพร่องในการทาํ หนา้ ท่ีอวยั วะต่างๆเช่น การไดย้ นิ ไดก้ ล่ิน การมองเห็น มี ปัญหาเร่ืองฟันหลุดร่วง น้าํ ลายลดลง และเคลือบฟัน ทาํ ใหก้ ารรับรสอาหารลดลง การรับรู้ สมั ผสั ลดลง ความจาํ มกั หลงลืม พดู ซ้าํ ซาก พดู ชา้ คิดชา้ เคลื่อนไหวชา้ 4. ส่งเสริมคุณภาพชีวติ ใหผ้ สู้ ูงอายดุ แู ลตนเองใหม้ ากทส่ี ุดเก่ียวกบั กิจวตั รประจาํ วนั 5. ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผสู้ ูงอายซุ ่ึงผสู้ ูงอายบุ างคนยงั สามารถช่วยเหลือตนเองไดบ้ า้ งผดู้ ูแล ควรกระตุน้ รูปแบบการดาํ รงชีวิตของตนเอง มีส่วนร่วมในสังคม เขา้ ชมรมผสู้ ูงอายใุ หใ้ ช้ เวลาว่างใหม้ ีประโยชนแ์ ก่ตนเอง-สังคม 6. จดั กิจกรรมส่งเสริมความรู้กลุ่มผสู้ ูงอายเุ ช่น โครงการเตรียมพร้อมก่อนเกษียณการทาํ งาน จดั สิ่งแวดลอ้ มป้ องกนั การเกิดอุบตั ิเหตุ การจดั วางของอยกู่ บั ทแี่ นวระดบั สายตา ไม่ใหก้ ม้ เงยมากแนะนาํ สาํ หรับโภชนาการของผสู้ ูงอายุ การออกกาํ ลงั กาย การพกั ผอ่ นหลบั นอน 7. สนบั สนุนใหม้ ีแหล่งบริการสุขภาพในชุมชนผสู้ ูงอายุ 8. ประเมินผลการดแู ลเป็นระยะๆ 9.การดูแลผสู้ ูงอายใุ นระยะสุดทา้ ย การเกิด แก่ เจบ็ ตาย เป็นสัจธรรม แต่ทุกคนก็กลวั ความ ตายท้งั ผสู้ ูงอายแุ ละญาติ จะมีปฏิกิริยาต่างๆ มีการปฏิเสธ ต่อรอง ซึมเศร้า ผดู้ แู ลตอ้ งเขา้ ใจ ใหก้ าํ ลงั ใจ ปลอบประโลมควรอยใู่ กลช้ ิด ใหก้ ารสมั ผสั ไม่พดู สิ่งรบกวนจิตใจ ผดู้ แู ลตอ้ งมี ความเมตตา กรุณา ผอ่ นปรนเอาใจใส่ ใหก้ ารดูแลอยา่ งต่อเน่ือง ท้งั น้ีเพ่ือใหผ้ สู้ ูงอายุ ดาํ รงชีวิตอยา่ งมีคุณภาพยนื ยาวกบั ลกู หลานนานเท่านาน
คุณลกั ษณะทดี่ ขี องผ้ดู ูแลผ้สู ูงอายุ 1. เป็นผมู้ ีความรู้ความสามารถในการใชท้ กั ษะ การปฏิบตั ิอยา่ งคล่องแคล่ววอ่ งไว มีปฎิพาน ไหวพริบแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งฉบั ไว 2. มีความซ่ือสัตยต์ ่อตนเอง และหนา้ ที่ทีไ่ ดร้ ับมอบหมายไม่เปิ ดเผยความลบั ของผปู้ ่ วยและ ญาติ 3. รักษาสิทธิของผอู้ ื่นเช่นเดียวกบั สิทธิของตนเอง ยกยอ่ งผอู้ ่ืนเช่นเดียวกบั ตอ้ งการคนอื่นให้ ยกยอ่ งตนเอง 4. ประพฤติตนเป็นพลท่ีเมืองดีของประเทศชาติๆ ไม่ฝ่ าฝื นกฎหมาย มีคุณธรรม 5. เป็นผมู้ ีบคุ ลิกภาพท่ีดี 5.1 มีทา่ ทางการยนื เดิน นง่ั สง่าผา่ เผย เป็นที่ชื่นชมแก่ผพู้ บเห็น 5.2 พดู จาใชถ้ อ้ ยคาํ และวาจาสุภาพ นุ่มนวล 5.3 เดินเสียงเบา ไม่สวมรองเทา้ พ้นื หนา สน้ เหลก็ เดินเสียงดงั 6. เส้ือผา้ เคร่ืองประดบั ตอ้ งขาวสะอาด มีเครื่องหมายประจาํ โรงเรียน ป้ ายชื่อ รองเทา้ ถุงเทา้ สะอาดไม่ชาํ รุด 7. ไม่ใส่เคร่ืองประดบั อาภรณ์มากเกินความจาํ เป็น แต่งหนา้ เขม้ มากราวกบั ไปงานราตรี 8. เก็บผมใหเ้ รียบร้อยสะอาด ไม่ปล่อยลงมาปกคลุมหนา้ ขณะปฏิบตั ิงาน ถา้ ผมยาวควรเกลา้ เกบ็ ใหเ้ รียบร้อยไม่ควรปล่อยผมยาวปะบา่ ติดก๊ิบ ผกู โบวส์ ีต่างๆ 9. ปาก-ฟัน เน้ือตวั สะอาด ปราศจากกลิ่นเหมน็ ไม่ควรใชน้ ้าํ หอมกลิ่นรุนแรง 10. มีมารยาท กล่าวคาํ สวสั ดี ขอโทษ ขอขอบคุณตามโอกาส 11. มือเบาหยบิ จบั สิ่งของไม่วางกระแทก 12. เลบ็ มือ เลบ็ เทา้ ตดั ส้นั ไม่ทาสีเลบ็ ไม่สวมแหวน 13. ไม่สูบบหุ รี่ เค้ียวหมากฝร่ัง 14. ไม่รับประทานอาหารในหอ้ งผสู้ ูงอายุ ยกเวน้ น้าํ เพราะกลิ่นอาหารจะรบกวน ถา้ หิวและถึง เวลาพกั ขออนุญาตและออกไปรับประทานนอกหอ้ ง 15. เป็นผมู้ ีน้าํ ใจเอ้ือเฟ้ื อ เอ้ืออาทร มีเมตตา กรุณา ต่อผสู้ ูงอายอุ ยเู่ ป็ นนิจ 16. เป็นคนขยนั ขนั แขง็ ไม่ดูดาย รู้จกั อดทน อดกล้นั และอดออม 17. สุขภาพแขง็ แรง จิตใจดี สะอาด ประหยดั
18. รัก-ชอบ ดา้ นงานบริการ สนใจ ใฝ่ รู้ ต้งั ใจปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 19. ช่างสังเกต ละเอียดรอบคอบ เชื่อมนั่ ตนเอง 20. เป็นผมู้ ีมนุษยส์ ัมพนั ธ์ รู้เขา-รู้เราปรับตวั ไดเ้ ร็ว ออ่ นนอ้ มถ่อมตนมีเหตุผล รู้กาลเทศะ วาง ตนเหมาะสมมีทศั นคติที่ดีต่องานท่ีทาํ บทท่3ี การเปลยี่ นแปลงตามธรรมชาตขิ องผ้สู ูงอายุ การพฒั นาสู่วยั สูงอายเุ ป็นช่วงเวลาท่ยี าวนานไม่ไดเ้ กิดข้ึนทนั ทีทนั ใดถึงแมว้ า่ จะเกิดความเส่ือม ของอวยั วะและหนา้ ท่ีแต่ผสู้ ูงอายยุ งั คงเป็ นปกติดีไม่มีปัญหาต่อการดาํ รงชีวิต ความชราจึงไม่ใช่ โรคแต่เป็นการเปล่ียนแปลงตามธรรมชาติ ซ่ึงอาจแบง่ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี คือ 1. การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ และสรีรวิทยา 2. การเปลี่ยนแปลงทางดา้ นจิต-อารมณ์ 3. การเปล่ียนแปลงทางสังคม 4. การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณ
1. การเปลยี่ นแปลงทางร่างกาย การเปล่ียนแปลงทางร่างกาย ในผสู้ ูงอายจุ ะเกิดข้ึนในทกุ อวยั วะตามระบบต่างๆ ของ ร่างกายการเปลี่ยนแปลงทางดา้ นร่างกายในวยั ผสู้ ูงอายุ สรุปไดด้ งั น้ี 1.1 ระบบผวิ หนงั ผวิ หนงั ของผสู้ ูงอายจุ ะเหี่ยวยน่ เน่ืองจากน้าํ และไขมนั ใตผ้ วิ หนงั ลดลงผวิ หนงั บางลงความชุ่ม ช้ืน การยดื หยนุ่ ลดลง ผวิ หนงั จะแหง้ แตกง่าย จึงเกิดแผลไดง้ ่าย นอกจากน้ีผวิ หนงั ของผสู้ ูงอายจุ ะ มีความทนทานต่อความร้อนและเยน็ ลดลง เน่ืองจากการทาํ งานของตวั รับการกระตุน้ ที่ผวิ หนงั และการไหลเวยี นเลือดปลายทางลดลง ต่อมเหง่ือมีจาํ นวนและขนาดเลก็ ลงการขบั เหง่ือจึงไม่ดี จึง มกั เป็นลมแดด ผมและขนมีจาํ นวนนอ้ ยลงสีขนจางลงจนกลายเป็นสีขาวผมร่วงและขาดง่าย เน่ืองจากการไหลเวียนโลหิตไปยงั บริเวณหนงั ศีรษะลดลงและเสน้ ผมไดร้ ับอาหารไม่เพยี งพอ 1.2 ระบบประสาท เซลลส์ มองและเซลลป์ ระสาทจะมีจาํ นวนลดลงประสิทธิภาพการทาํ งานของสมองและประสาท อตั โนมตั ิลดลงทาํ ใหค้ วามไวต่อความรู้สึกและการตอบสนองต่อปฏิกริยาต่างลดลงการ เคลื่อนไหวชา้ คิดชา้ ความจาํ ในเร่ืองราวใหม่ๆ ไม่ดีเทา่ กบั ความจาํ ในเร่ืองราวในอดีต ความสามารถในการคาํ นวณการคิดวิเคราะห์ลดลง อวยั วะทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การเคล่ือนไหวทาํ งานไม่ สัมพนั ธ์กนั โดยการเปลี่ยนแปลงในดา้ นประสาทสมั ผสั ต่างดงั น้ี 1.2.1 การมองเห็น ลูกตามีขนาดเลก็ ลง หนงั ตาตก รูม่านตาเลก็ ลง ปฏิกิริยาในการตอบสนองต่อ แสงของม่านตาลดลง ทาํ ใหก้ ารปรับตวั ต่อที่มืดไม่ดี ความสามารถในการแยกสี ส้ม และ เหลือง ดีกวา่ สีน้าํ เงิน ม่วง และเขียว กลา้ มเน้ือลูกตาเสื่อมลง ทาํ ใหส้ ายตายาวข้ึน มองเห็นภาพใกลๆ้ ไม่ ชดั เจน ลานสายตาแคบลง ความไวในการมองเห็นภาพลดลงตาแหง้ การผลิตน้าํ ตาลดลง และบาง รายอาจมีอดุ ตนั ของท่อน้าํ ตา
1.2.2 การไดย้ นิ การไดย้ นิ ลดลง มีการหูตึง เนื่องจากมีการเส่ือมของหูช้นั ในร่วมกบั เสน้ ประสาทหู คู่ท่ี8เยอื่ แกว้ หูและอวยั วะในหูช้นั กลางแขง็ ตวั มากข้ึน จะสูญเสียการไดย้ นิ ระดบั เสียงสูงมากกว่า ระดบั เสียงต่าํ ร่างกายจะผลิตข้ีหูลดลง แต่จะมีการสะสมในช่องหูเพม่ิ ข้ึน 1.2.3 การรับรส การรับรสชาติเสียไป เน่ืองจากต่อมรับรสทล่ี ิน้ มีจาํ นวนลดลง และส่วนที่เหลือมี การฟ่ อลีบลงผสู้ ูงอายจุ ะเสียการรับรสหวานก่อนรสเปร้ียว รสขม และ รสเคม็ เป็นเหตุใหผ้ สู้ ูงอายุ รับประทานอาหารรสจดั มากข้ึน และมกั บ่นว่าอาหารไม่อร่อย และเบือ่ อาหาร 1.2.4 การรับกล่ิน ความสามารถในการจาํ แนกกลิ่นลดลง เน่ืองจากมีการเสื่อมของเยอ่ื บโุ พรงจมกู ทาํ ใหผ้ สู้ ูงอายไุ ม่รับรู้กล่ินของอาหาร และไม่สามารถจาํ แนกกล่ินท่ีอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายได้ เช่น กลิ่นแก๊สรั่ว ไฟไหม้ เป็นตน้ 1.3 ระบบกระดกู และกล้ามเนอื้ กระดูกจะเปราะและหกั ง่ายเนื่องจากมีการสลายของแคลเซียมออกจากกระดกู ความยาวของ กระดกู สนั หลงั ส้ันลงเพราะหมอนรองกระดกู บางลง ทาํ ใหห้ ลงั ค่อม ความสูงลดลง กระดกู อ่อน บริเวณขอ้ ต่างๆบางและเสื่อมลง น้าํ ไขขอ้ ลดลงทาํ ใหไ้ ดย้ นิ เสียงแกรบแกรบขณะเคลื่อนไหว การ เคล่ือนไหวของขอ้ ไม่สะดวก ขอ้ ติดแขง็ ปวดตามขอ้ ขอ้ อกั เสบและติดเช้ือง่าย จาํ นวนมวล และเสน้ ใยกลา้ มเน้ือลดลง ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการหดตวั ของกลา้ มเน้ือแต่ล่ะคร้ังจะ นาน ทาํ ใหก้ ารเคล่ือนไหวชา้ ลง 1.4 ระบบการไหลเวยี นโลหติ ประสิทธิภาพการทาํ งานของหวั ใจลดลง กาํ ลงั การหดตวั ลดลง อตั ราการเตน้ ของหวั ใจลดลงและ กลา้ มเน้ือของหวั ใจมีความไวต่อสิ่งเร้าลดลง ปริมาณเลือดออกจากหวั ใจลดลง ทาํ ใหเ้ กิดภาวะ หวั ใจวายไดง้ ่าย กลา้ มเน้ือหวั ใจมีแคลเซียมมาเกาะมากข้ึน ทาํ ใหร้ ะบบส่ือนาํ คลื่นหวั ใจ
เปลี่ยนแปลงเกิดหวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะผนงั หลอดเลือดฝอยหนาข้ึน ความยดื หยนุ่ ลดลงทาํ ใหเ้ ปราะ และแตกง่ายเกิดรอยฟกซ้าํ ไดง้ ่าย เช่น สมอง หวั ใจ ตบั ไต เกิดการเสื่อมและตายไดใ้ นทส่ี ุด 1.5 ระบบทางเดนิ หายใจ ความยดื หยนุ่ ของกลา้ มเน้ือปอดลดลง ความแขง็ แรงและกาํ ลงั ของกลา้ มเน้ือท่ชี ่วยในการ หายใจเขา้ และออกลดลง ทรวงอกผดิ รูป และผนงั ทรวงอกจะแขง็ ข้ึน เพราะมีแคลเซียมมาเกาะ ถุงลมในปอด มีจาํ นวนลดลง ผนงั ถุงลมแตกง่ายเนื่องจากเน้ือเยอื่ เก่ียวพนั ทีห่ ่อหุม้ ถุงลมลดลง และมีการเชื่อมต่อกนั ตามขวาง การกาํ ซาบของเลือดและก๊าซผา่ นถุงลมและหลอดเลือดฝอย ลดลง รีเฟลก็ ซ์และประสิทธิภาพไอลดลง การกาํ จดั ส่ิงแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจไม่ ดี เกิดการติดเช้ือในระบบทางเดินหายใจง่ายการทาํ งานของฝาปิ ดกล่องเสียงไม่ดี ทาํ ใหเ้ กิดการ สาํ ลกั ไดง้ ่าย 1.6 ระบบย่อยอาหาร ฟันสึกกร่อน เคลือบฟันบางลง ฟันเปราะ และบนิ่ ง่าย ฟันผุ หลุดล่วงง่าย ทาํ ใหม้ ีปัญหาในการ รับประทานอาหาร และขาดสารอาหาร ปากและลิน้ แหง้ มีการติดเช้ือในปากง่าย มีการยนื่ โปร่งของหลอดอาหาร การเคล่ือนไหวของหลอดอาหารลดลง และมีขนาดใหญ่ข้ึน เน่ืองจาก กลา้ มเน้ือของหลอดอาหารและคอหอยอ่อนกาํ ลงั ลง กลา้ มเน้ือหูรูดบริเวณปลายหลอดอาหาร หยอ่ นตวั และทาํ งานชา้ ลงอาหารในกระเพาะอาหารไหลยอ้ นกลบั ข้ึนมาในหลอดอาหาร ทาํ ให้ รู้สึกแสบยอดอก บางคร้ังมีการสูดสาํ ลกั เขา้ หลอดลมไดก้ ารเคล่ือนไหวของกระเพาะอาหาร ยาวนานข้ีนทาํ ใหร้ ู้สึกหิวลดลง การดดู ซึมแคลเซียมและธาตุเหลก็ ลดลง จึงเกิดโรคกระดูก พรุนและโรคโลหิตจางไดง้ ่าย 1.7 ระบบถ่าย ความจุและตึงตวั ของกระเพาะปัสสาวะลดลง กลา้ มเน้ือองุ้ เชิงกรานและกลา้ มเน้ือกระเพาะ ปัสสาวะอ่อนกาํ ลงั ลงทาํ ใหม้ ีปัสสาวะคา้ งมากภายหลงั การขบั ถ่ายปัสสาวะ ทาํ ใหร้ ู้สึกปวด ปัสสาวะบอ่ ย ในเพศชายจะมีปัญหาเร่ืองต่อมลกู หมากโต ทาํ ใหป้ ัสสาวะขดั ปัสสาวะลาํ บาก เคลื่อนไหวของลาํ ไสล้ ดลง การยอ่ ย การดูดซึม และการเคล่ือนไหวของลาํ ไสเ้ ลก็ และลาํ ไส้
ใหญ่ไม่ดีทาํ ใหเ้ กิดภาวะทอ้ งผกู ไดง้ ่ายกลา้ มเน้ือหูรูดช้นั นอกที่ทวารหนกั หยอ่ นตวั ทาํ ใหไ้ ม่ สามารถกล้นั อุจจาระได้ 1.8 ระบบสืบพนั ธ์ ในเพศหญิงรังไข่จะฝ่ อเลก็ ลง ผวิ รังไข่ซีดขาวและยน่ มากข้ึน ปี กมดลูกเหี่ยว มดลกู มีขนาดเลก็ ลงเยอ่ื บภุ ายในมดลูกบางลง มีเน้ือเยอ่ื ผงั ผดื มากข้ึน ปากมดลกู เหี่ยวและมีขนาดเลก็ ลง ไม่มี เมือกหล่อล่ืน ช่องคลอดแคบและตีบความยดื หยนุ่ ของช่องคลอดลดลง ทาํ ใหเ้ กิดความรู้สึก เจบ็ ในระหวา่ งร่วมเพศ ช่องคลอดมีสภาวะเป็นด่างมากข้ึนทาํ ใหเ้ กิดการอกั เสบติดเช้ือง่าย อวยั วะภายนอกเห่ียวยน่ เพราะไขมนั ใตผ้ วิ หนงั ลดลง 1.9 ระบบต่อมไร้ท่อ ต่อมไร้ทอ่ จะผลิตฮอร์โมนต่างๆในร่างกายลดลง ต่อมไทรอยดม์ ีขนาดเลก็ ลง ตบั ออ่ นผลิตอนิ ซูลีนไดน้ อ้ ยลง อวยั วะสืบพนั ธ์มีการเปลี่ยนแปลงท้งั รูปร่างและโครงสร้าง ในเพศหญิงพบว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะหยดุ ผลิตเมื่อมีอายุ45-50ปี ทาํ ใหก้ ลา้ มเน้ือมดลกู ช่องคลอด และทรวง อกหยอ่ น ความไวต่อความรู้สึกทางเพศลดลง ในเพศชายการหลงั่ ฮอร์โมนโดรเจนลดลงทาํ ให้ อวยั วะเหี่ยวลงความรู้สึกทางเพศลดลง 2. ความเปลยี่ นแปลงทางด้านอารมณ์และจติ ใจ จากการปล่ียนแปลงทางดา้ นร่างกายทีเ่ กิดข้นึ ในผสู้ ูงอายุ ส่งผลใหม้ ีการเปล่ียนแปลง ทางดา้ นร่างกายจิตใจของผสู้ ูงอายุ เพราะผสู้ ูงอายตุ อ้ งพบกบั การเปลี่ยนแปลง และตอ้ ง มีการปรับตวั ใหส้ ามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดข้ึนได้ ในกรณีทีผ่ สู้ ูงอายุ ไม่สามารถปรับตวั ใหย้ อมรับกลบั การเปลี่ยนแปลงไดจ้ ะทาํ ใหเ้ กิดปัญหาทางดา้ นจิต ตามมา ส่ิงที่มีอทิ ธิพลต่อการเปล่ียนแปลงทางดา้ นจิตใจในผสู้ ูงอายุ ไดแ้ ก่ การสูญเสีย ความสามารถในการพ่งึ พาตนเอง การสูญเสียบุคคลอนั เป็นทีร่ ัก การเปลี่ยนแปลง บทบาทในครอบครัวและหนา้ ท่กี ารงานและการสูญเสียภาพลกั ษณ์ อารมณ์และจิตใจ
ท่มี ีการเปล่ียนแปลงในผสู้ ูงอายอุ าจเกิดมาจากเวลาวา่ งมากเกินไป เพราะเกษียณอายุ จากการทาํ งานแลว้ จึงรู้สึกว่าตวั เองถูกลดคุณค่าลดความสัมพนั ธร์ ะหว่างคนใน ครอบครัวเร่ิมมีนอ้ ยลง ซ่ึงอาจทาํ ใหร้ ู้สึกโดดเดี่ยว และซึมเศรา้ นอกจากน้นั ยงั อาจเป็น ผลมาจากความเจบ็ ป่ วย และการเส่ือมของระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ซ่ึงส่ิงต่างๆ เหล่าน้ีทาํ ใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีอารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดง่าย ใจนอ้ ย โกรธง่าย เป็นตน้ 3. การเปลยี่ นแปลงทางด้านสังคม การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจของผสู้ ูงอายุ ทาํ ใหค้ วามสามารถในการเขา้ ร่วม สังคม บทบาทการเขา้ ร่วมสงั คม และการเขา้ ร่วมกิจกรรมต่างๆกบั สมาชิกใน ครอบครัวลดลงนอกจากน้ีสภาพสงั คมและวฒั นธรรมทางตะวนั ตกเขา้ มามีบทบาทใน สงั คมไทยมากข้ึน ส่งผลใหเ้ กิดช่องว่างระหว่างความสมั พนั ธผ์ สู้ ูงอายกุ บั ผอู้ ่อนวยั กว่า มีมากข้ึน ผลทีจ่ ะตามมาภายหลงั การเปล่ียนแปลงดงั กล่าวทาํ ใหผ้ สู้ ูงอายอุ าจถกู ทอดทิ้ง ถูกทารุณกรรมมากข้ึน 4. ความเปลย่ี นแปลงทางด้านจติ วญิ ญาณ ผสู้ ูงอายสุ ่วนใหญ่จะมีความเคร่งครัดในศาสนาและความเชื่อมาก มีการแสวงหาความ มนั่ คงทางจิตใจ จะแสดงออกโดนยดึ มน่ั ในศาสนามากข้ึน สรุป ผสู้ ูงอายมุ ีการเปล่ียนแปลงท้งั ทางร่างกายและจิตใจ สงั คม และจิตวญิ ญาณ ซ่ึงเป็น ส่วนหน่ึงที่ผสู้ ูงอายแุ ละผทู้ ่ีดแู ลตอ้ งทาํ ความเขา้ ใจในการเปลี่ยนแปลงทเ่ี กิดข้ึน เพ่อื ประโยชนใ์ นการดาํ รงชีวติ อยรู่ ่วมกนั อยา่ งปกติสุข และช่วยใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีคุณภาพชีวติ ที่ดีจนกวา่ จะสิ้นอายขุ ยั ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ
การเส่ือมของอวยั วะต่างๆ ของร่างกายคนเราจะเริ่มประมาณเมื่อมีอายุ 30 ปี ข้ึนไป ซ่ึง จะมีการเปลี่ยนแปลงท้งั ดา้ นกายวิภาคและพยาธิสรีรวิทยาทาํ ใหเ้ กิดปัญหาสุขภาพและ โรคต่างๆ ในผสู้ ูงอายุ ปัญหาสุขภาพผสู้ ูงอายมุ กั จะเป็นหลายๆโรคพร้อมกนั ทีพ่ บบอ่ ย ท้งั ปัญหาทางกายและทางจิตใจ ไดแ้ ก่ 1. โรคอว้ น 2. โรคเบาหวาน 3. โรคความดนั โลหิตสูง 4. โรคหวั ใจขาดเลือดสูง 5. โรคไขมนั ในเลือดสูง 6. โรคขอ้ เส่ือม 7. ทอ้ งผกู 8. นอนไม่หลบั 9. ตอ้ กระจก 10. ตอ้ หิน 11. โรคสมองเส่ือม 12. ปัญหาสุขภาพจิต
1.โรคอ้วน เม่ือร่างกายสะสมไขมนั มากกวา่ ปกติ20%ถือไดว้ ่าอว้ นซ่ึงวิธีท่ีบอกวา่ อว้ นมีหลายวิธีแต่ท่ีง่ายๆ และรวดเร็ว เพื่อดวู า่ อว้ นหรือไม่ โดยการใชส้ ูตร 1. การวดั ส่วนสูงเป็ นเซนตเิ มตร - ถา้ เป็นผชู้ ายนาํ ส่วนสูงทีไ่ ดเ้ ป็นเซนติเมตร ลบดว้ ย 105 จะไดน้ ้าํ หนกั ตวั ทเ่ี หมาะสม - ถา้ เป็นผหู้ ญิงนาํ ส่วนสูงที่วดั ไดเ้ ป็นเซนติเมตร ลบดว้ ย 110 จะไดน้ ้าํ หนกั ตวั ที่เหมาะสม ตวั อยา่ ง เช่นชายคนหน่ึง วดั ส่วนสูงได้ 169 ซม. ดงั น้นั น้าํ หนกั ตวั ชายผนู้ ้ีคือ 169ซม. –105 = 64 กิโลกรมั หรือหญิงคนหน่ึงวดั ส่วนสูงได้ 15 ซม. ดงั น้นั น้าํ หนกั ตวั หญิงผนู้ ้ีคือ 150ซม. -110 = 40 กิโลกรัม สูตรน้ีเป็นการคิดอยา่ งง่าย น้าํ หนกั ตวั ทีช่ ง่ั ไดจ้ ริงอาจมากหรือนอ้ ยกว่าทค่ี าํ นวณได้ 5 กิโลกรัม 2. จากการคาํ นวนค่าดชั นีมวลกาย โดยใชน้ ้าํ หนกั ตวั เป็นกิโลกรัมหารดว้ ย ความสูง เป็น เมตรยกกาํ ลงั สองไดผ้ ลเท่าใดนาํ ไปเปรียบเทียบกบั ตารางเกณฑก์ ารตดั สิน เช่น น้าํ หนกั ตวั 64 กิโลกรมั ส่วนสูง 160 เซนติเมตร
การคาํ นวณ = น้าํ หนกั ตวั (ก.ก.) 64 = 64 = 25.00 ส่วนสูง (เมตร)2 1.6 2.56 ค่าดชั นีมวลกาย (BMI) การตดั สินใจ นอ้ ยกว่า 20 น้าํ หนกั ตวั นอ้ ยกวา่ ที่ควร ผอม ระหวา่ ง 20 ถึง 25 น้าํ หนกั ตวั พอเหมาะ ระหวา่ ง 25 ถึง 30 น้าํ หนกั ตวั มากเกินไป ระหว่าง 30 ถึง 35 อว้ น มากกวา่ 35 อว้ นมาก โรคอ้วน ทาํ ใหเ้ กิดปัญหาสุขภาพร่างกายต่างๆ ตามมา ท่ีสาํ คญั ไดแ้ ก่ ● โรคปวดขอ้ ปวดเข่า ● โรคไขมนั ในเลือดสูง ● โรคหวั ใจขาดเลือด ● โรคความดนั เลือดสูง ● โรคอมั พาต ● โรคเก๊าท์ ● โรคนิ่วในถุงน้าํ ดี ● โรคเบาหวาน
สาเหตุ การอว้ นในผสู้ ูงอายนุ ้นั เกิดจากพฤติกรรมการกินเกินอม่ิ เสียดายของเหลือ รับประทาน อาหารพวกแป้ ง ไขมนั มากและทีส่ าํ คญั คือ การไม่ออกกาํ ลงั กาย วธิ ีป้ องกนั ไม่ให้อ้วนหรือการลดความอ้วน 1. นสิ ัยการกนิ ทด่ี ี 1.1 หลีกเล่ียงอาหารมนั ของทอดทุกชนิด เช่น ขา้ วขาหมู ขา้ วมนั ไก่ ไก่ทอดปาท่องโก๋ ก๋วยเต๋ียว ผดั หมูสามช้นั หนงั หมู หนงั ไก่ ไข่แดง หนั มาใชป้ ระเภทปิ้ ง ยา่ ง ตม้ ตุ๋นแทน เช่น ไก่ยา่ ง ปลายา่ ง แกงเลียง แกงสม้ 1.2 จาํ กดั อาหารแป้ ง ของหวาน หรือน้าํ ตาล เช่น ทองหยบิ ทองหยอด น้าํ อดั ลม ไอศครีม 1.3 กินอาหารประเภทผกั ผลไมท้ ีไ่ ม่หวานจดั ผกั ท่มี ีเสน้ ใยมากๆ 2.โรคเบาหวาน
เบาหวาน คือ ภาวะท่เี มื่อเรางดอาหาร และน้าํ ทกุ ชนิดอยา่ งนอ้ ย 8 ชม. และเจาะเลือดพบวา่ ระดบั น้าํ ตาลในเลือดสูงเกิน 110 มก.ต่อ 100 ลบ.ดล. ในผสู้ ูงอายจุ ะมีความเสี่ยงท่จี ะเป็ น โรคเบาหวานมากข้ึน โดยเฉพาะผสู้ ูงอายทุ ี่อว้ นแลว้ ขาดการออกกาํ ลงั กายหรือมีประวตั ิพ่อแม่เป็น โรคเบาหวาน อาการของโลกเบาหวาน สงั เกตไดจ้ ากการหิวน้าํ บ่อย ด่ืมน้าํ นอ้ ย ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก น้าํ หนกั ลดออ่ นเพลีย ชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเทา้ ในรายทจี่ ะเป็นมากจะตรวจพบน้าํ ตาลใน ปัสสาวะดว้ ย ซ่ึงอาจสังเกตไดจ้ ากปัสสาวะแลว้ มีมดตอมอาจมีโรคแทรกซอ้ น ทาํ ใหเ้ กิดตามวั จนถึงตาบอด ไตวยั เร้ือรัง หมดสติจากภาวะคง่ั ของกรดในเลือดหวั ใจขาดเลือด สมองขาดเลือด เกิดอมั พาตได้ วธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเมอ่ื เป็ นเบาหวาน 1. พบแพทยส์ ม่าํ เสมอเพ่ือติดตามการรักษาและควบคุมระดบั น้าํ ตาลในเลือดใหป้ กติ 2. กินอาหารใหเ้ หมาะสมท้งั ปริมาณและชนิดใหร้ ะดบั น้าํ ตาลน้าํ หนกั ตวั อยใู่ นเกณฑ์ ใกลเ้ คียงปกติโดย ● หา้ มกินน้าํ ตาลทุกชนิด เช่น ขนมหวาน ของเชื่อม น้าํ หวาน น้าํ อดั ลม รวมท้งั น้าํ ผ้งึ ดว้ ย ● เพ่มิ อาหารทมี่ ีเสน้ ใยมากๆ เช่น ขา้ วซอ้ มมือ ถว่ั แขก ผกั ทกุ ชนิด เมด็ แมงลกั
ความดนั โลหติ สูง คือ ภาวะท่ีวดั ไดค้ ่าของความดนั เลือดขณะหวั ใจบบี ตวั ไปเล้ียงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซ่ึงเรียกวา่ ความดนั ตวั บน (ซิลโตลิค) สูงกว่า 160 มม.ปรอท และความดนั เลือด ขณะทหี่ วั ใจคลายตวั ซ่ึงเรียกวา่ ความดนั ตวั ลา่ ง (ไดแอสโต ลิค) สูงเกิน90 มม.ปรอท เรา 3.โรคความดนั โลหิตสูง พบวา่ ปัจจยั เสี่ยงทาํ ใหเ้ กิด ความดนั เลือดสูง ไดแ้ ก่ กรรมพนั ธุ์ ความอว้ น การกินเคม็ ภาวะไขมนั เลือดสูง การไม่ออกกาํ ลงั กาย ความเครียด การสูบบุหร่ี การด่ืมชา กาแฟ ความดนั เลือดจะสูงมีผลต่อร่างกายทางตรง ทาํ ให้ เกิดหวั ใจวาย หลอดเลือดในสมองแตก และผลเสียทางออ้ มทาํ ใหม้ ีโอกาสเกิดโรคหวั ใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดแดงในสมองแตกเกิดอมั พาตไตวายเร้ือรังได้ ฯลฯ 1. พบแพทยเ์ พอื่ ติดตามอาการอยา่ งสม่าํ เสมอ 2. ควบคุมน้าํ หนกั ร่างกาย ใหอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กติ 3. ลดอาหาร วธิ ปี ฏบิ ตั ิตนเมอ่ื เป็ นโรคความดนั เลอื ดสูง เคม็ ซ่ึงไดแ้ ก่ น้าํ ปลา ซีอวิ้ เกลือแกง ไม่ใหก้ ิน เกินวนั ละ1ชอ้ นชาต่อวนั 4. งด ชา กาแฟ เหลา้ และบุหรี่ 5. ออกกาํ ลงั กายอยา่ งสม่าํ เสมอ ไม่นอ้ ยกวา่ สปั ดาห์ละ3คร้ัง ประมาณ คร้ังละ20-30 นาที 6. ทาํ จิตใจใหส้ ดช่ืน ไม่เครียดหรือกงั วลเกินไป 7. วดั ความดนั เลือดเป็นประจาํ หรือหดั วดั เองที่บา้ น 4.โรคหวั ใจขาดเลอื ด
เป็นที่ทราบกนั แลว้ ว่า หวั ใจคนเราตอ้ งทาํ งานตลอดเวลาเพ่อื สูบฉีดเลือดไปเล้ียงอวยั วะต่างๆทว่ั ร่างกายรวมท้งั หวั ใจเม่ือคนเราอายมุ ากข้ึนจะมีการเปล่ียนแปลงของอวยั วะต่างๆทเี่ ส้นเลือดเราจะ พบว่ามีไขมนั มาเกาะผนงั เสน้ เลือดทาํ ใหเ้ ลือดไหลผา่ นไม่สะดวก เมื่อเป็นมากข้ึนเร่ือยๆเสน้ เลือด หวั ใจอาจเกิดการอุดตนั ทาํ ใหเ้ กิดหวั ใจขาดเลือด มีอาการเจบ็ หนา้ อกกลา้ มเน้ือหวั ใจตายจนถึง เสียชีวติ ได้ อาการเจบ็ หนา้ อกจากหวั ใจขาดเลือดมีลกั ษณะคลา้ ยมีอะไรมารัดหนา้ อก เจบ็ แน่นต้ือๆ บางคน มีเจบ็ ร้าวไปท่ีแขน ตน้ คอหรือกรามอาจจมจุกแน่นลิน้ ป่ี หายใจไม่ออกคลา้ ยจะเป็นลม อาการ มกั จะเกิดขณะร่างกาย มีการใชก้ าํ ลงั หวั ใจตอ้ งทาํ งานมากข้ึน เช่น ข้ึนบนั ได วง่ิ ตกใจ เครียด เสียใจอยา่ งรุนแรง ระยะแรกเริ่มมกั มีอาการ5-10นาที หลงั พกั จะดีข้ึนหรือเจบ็ หนา้ อกนานกวา่ 30 นาที อาจบ่งช้ีวา่ มีการตายของกลา้ มเน้ือหวั ใจเกิดข้ึน วธิ ปี ฏบิ ตั ิตนเมอื่ เป็ นโรคหวั ใจขาดเลอื ด 1. พบแพทยเ์ พือ่ รักษาและปฏิบตั ิตนตามคาํ แนะนาํ อยา่ งเคร่งครัดสม่าํ เสมอ 2. กินอาหารใหถ้ กู ตอ้ ง ลดไขมนั ลดเคม็ กินอาหารท่มี ีกากมาก 3. ควบคุมหรืดเลิกปัจจยั เสี่ยงต่างๆ ไดแ้ ก่ การสูบบหุ ร่ี การไม่ออกกาํ ลงั การ และความเครียด 5.โรคไขมนั ในเลอื ดสูง
ไขมนั ในเลือด เป็นส่วนประกอบทีจ่ าํ เป็นในการสร้างฮอร์โมนบางชนิด และผนงั เซลลข์ อง ร่างกายที่สาํ คญั มี2ชนิดคือ 1.ไขมนั โคเลสเตอรอล ซ่ึงถา้ มีมากเกินไป ไขมนั ส่วนเกินน้ีจะไปเกาะตามผนงั หลอดเลือด ทาํ ใหเ้ สน้ เลือดเกิดการตีบตนั จนถึงอุดตนั เกิดภาวะหวั ใจขาดเลือด หรืออมั พาตจากเลือดไป เล้ียงสมองไม่เพียงพอ ● ในคนปกติระดบั ไขมนั โคเลสตรอรอลในเลือด ไม่ควรเกินร 200 มก./ดล. ● ในคนท่ีเป็ นโรคหลอดเลือดหวั ใจไม่ควรเกนิ 170 มก./ดล. ไขมนั โคเลสเตอรอล มีหลายชนิดท่ีสาํ คญั มี2 ชนดิ 1.1 แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล หรือที่เรียกวา่ ไขมนั เลสเตอรอลชนิดผ้รู ้าย เป็ นสาเหตทุ ่ีทํา ให้หลอดเลอื ดตา่ งๆ ในร่างกายเกดิ การตีบหรืออดุ ตนั ระดบั ค่าปกตไิ มค่ วรเกิน 130 มก./ดล. 1.2 เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล หรือท่ีเรียกกนั วา่ ไขมนั เลสเตอรอลชนิดผ้พู ิทกั ษ์ ทําหน้าที่ ชว่ ยนําไขมนั โคเรสเตอรอลสว่ นเกนิ ในเลือด และบางสว่ นท่ีเกาะตามผนงั หลอดเลือด กลบั สตู่ บั ระดบั ค่าปกตไิ ม่ควรตํ่ากวา่ 55 มก./ดล. 2.ไขมนั ไตรกลเี ซอไรด์ เช่ือวา่ เป็ นสาเหตทุ ี่ทําให้เกิดเส้นเลือดหรืออดุ ตนั เช่นกนั เกิดจากอาการ กนิ อาหารประเภท แป้ ง นํา้ ตาล ระดบั ค่าปกติไมค่ วรเกนิ 150มก./ดล. ไขมนั ทงั้ 2ชนิด ( โคเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ) นอกจากร่างกายจะสร้างเองจากตบั แล้วยงั เกิดจากการกนิ อาหารท่ีมีไขมนั อมิ่ ตวั เชน่ ไขมนั สตั ว์ มะพร้าว หรือนํา้ มนั ปาลม์ มากเกนิ ไป นอกจากนีย้ งั อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคต่อมไทรอยด์ ทํางานน้อย หรืออาจเกดิ จากกรรมพนั ธ์ุได้ วธิ ปี ฏบิ ัติตนเมอ่ื เกดิ ภาวะไขมนั ในเลอื ดสูง 1. พบแพทย์เพื่อตดิ ตามอาการอยา่ งสมํ่าเสมอ
2. เปลี่ยนนิสยั การกนิ งดอาหารท่ีมีไขมนั สงู เช่น อาหารทอด อาหารที่มีกะทิ และควรกิน อาหารประเภทยา่ งหรือน่ึงแทน 3. ใช้นํา้ มนั พืชท่ีมีไขมนั ไมอ่ มิ่ ตวั ปรุงอาหาร เชน่ นํา้ มนั ถวั่ เหลอื ง นํา้ มนั ดอกคําฝอย นํา้ มนั ดอกทานตะวนั 4. ควรกินพืชผกั ผลไม้ที่มีกาก เชน่ ข้าวซ้อมมือ ถวั เมลด็ แห้งตา่ งๆผลไม้ที่ไมห่ วานจดั 5. ควรด่ืมนมชนดิ พร่องมนั เนยหากต้องด่ืมนมเป็ นประจํา 6. ออกกําลงั กายอย่างสม่ําเสมอ ซ่ึงนอกจากจะชว่ ยลดระดบั ไขมนั ในเลือดแล้วยงั ช่วยเพิ่ม ระดบั ไขมนั เอช ดี แอล โคเลสเตอรอล ด้วย 7. ไมค่ วรด่ืม ชา กาแฟ และสบู บหุ รี่ 8. หลีกเลี่ยงภาวะเครียด ซง่ึ เช่ือวา่ เป็ นสาเหตหุ นึง่ ที่ทําให้ไขมนั ในเลอื ดสงู 6.โรคข้อเสื่อม ผ้สู งู อายมุ กั มีอาการปวดข้อ โดยเฉพาะข้อเขา่ ข้อสะโพก หวั ไหล่ หลงั และกระดกู ต้นคอ อาการท่ี พบมีดงั นี ้ ● มีอาการคดิ ขดั หรือฝื ดของข้อขณะต่ืนนอนตอนเช้า หรือจากการไมไ่ ด้เคลื่อนไหวของข้อนนั้ นานๆ ● มีเสยี งดงั กรอบแกรบภายในข้อเวลาเคลอื่ นไหว ● มีอาการบวมท่ีข้อ ● อาจเกดิ จากการปวดร้าว หรือ ชาที่แขนขาจากการกดทบั เส้นประสาทบริเวณต้นคอ วธิ ีปฏบิ ตั เิ มอ่ื เป็ นโรคข้อเสื่อม
1. ควบคุมไม่ใหอ้ ว้ นโดยการควบคุมอาหารและการออกกาํ ลงั กายอยา่ งสม่าํ เสมอ 2. ลดการใชข้ อ้ ในทา่ ท่ผี ดิ เช่น นง่ั ยองๆนงั่ ขดั สมาธินานเกินไป 3. บริหารกลา้ มเน้ือบริเวณขอ้ ใหแ้ ขง็ แรง 4. เมื่อมีอาการปวดขอ้ ควรปรึกษาแพทย์ เพ่อื รับการรักษาและฟ้ื นฟสู ภาพขอ้ เสื่อมอยา่ ง ถูกตอ้ ง โรคกระดูกและไขข้อ โรคกระดกู พรุน คือความผดิ ปกติในองคป์ ระกอบของกระดูก ทาํ ใหบ้ างลงหรือโปร่ง จะเกิด หลงั หมดประจาํ เดือน หรือกระดกู พรุน วยั ชรา อาการและอาการแสดง อาการจะเร่ิมเม่ือมีการหกั ของกระดูกสันหลงั อาจมีอาการปวดหลงั หรือไม่มีกไ็ ด้ บางรายปวดหลงั อยา่ งมาก และปวดลึกอาจร้าวไปตามขา โรคกระดูกอ่อน เป็นโรคที่เกิดเน่ืองจากขาดวติ ามิน D เป็นสาํ คญั อาการและอาการแสดง จะมี อาการตวั ส้ันลงเดินลาํ บาก โดยเฉพาะการข้นึ บนั ได ปวดหลงั ส่วนล่าง โรคไขขอ้ อกั เสบเน่ืองจากความเส่ือม เป็นโรคทีก่ ารบางและเหี่ยวแฟบของกระดกู ออ่ นปลาย กระดกู ยาว เช่น กระดูกขา อาการและอาการแสดง การใชข้ อ้ จะเจบ็ มาก 7.ท้องผกู ทอ้ งผกู หมายถึง อาการทีถ่ ่ายอจุ จาระยากลาํ บากตอ้ งใชเ้ วลาเบง่ มากอุจจาระแขง็ หรือถ่ายแลว้ มี ความรูส้ ึกวา่ ยงั ถ่ายไม่หมดอยากถา่ ยหรือเบง่ ตลอดเวลา หรือถ่ายอุจจาระนอ้ ยกวา่ 3 คร้ังต่อ สปั ดาห์ ทอ้ งผกู ในผสู้ ูงอายุ อาจเกิดจากสาเหตุหลายอยา่ ง ไดแ้ ก่ - การเคล่ือนไหวของลาํ ไสล้ ดลง การกินอาหารท่ีมีกากใยนอ้ ย กินน้าํ นอ้ ย หรือด่ืมชา กาแฟ ไม่ออกกาํ ลงั กาย
- ยาต่างๆเช่น ยาขบั ปัสสาวะ ยาแกไ้ อ ยาแกป้ วดทีม่ ีส่วนประกอบของฝิ่ น ยาลดกรด ยาบาํ รุง ธาตุเหลก็ ยาแกโ้ รคซึมเศร้า - มีโรคต่างๆ เช่น มีเน้ืองอกอดุ ตนั ทางเดินอาหาร ต่อมไทรอยดท์ าํ งานต่าํ กวา่ ปกติ วธิ ีปฏบิ ตั ติ นเมอื่ ท้องผูก 1. กินอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผกั ผลไม้ 2. ออกกาํ ลงั กายสม่าํ เสมอ 3. งดชา กาแฟ ยาแกไ้ อ และดื่มน้าํ ใหม้ ากๆ 4. ใชย้ าระบายแกท้ อ้ งผกู เป็นคร้ังคราว 5. ถา้ ยงั ไม่ดีข้ึน ควรพบแพทยเ์ พือ่ ตรวจใหแ้ น่ใจว่า ไมใ่ ช่เป็นเน้ืองอกอุดตนั หรือมีโรค ทางเดินอาหารหรือเป็ นจากยาทไ่ี ดร้ ับในการรักษาโรคต่างๆ 8.นอนไม่หลบั ในผู้สูงอายุ การนอนไม่หลบั ในผู้สูงอายมุ สี าเหตุจาก ● วยั สูงอายเุ อง จะมีระยะเวลาการนอนกลางคืนส้ันลง และระยะเวลาทห่ี ลบั สนิทจริงๆลดลง อาจมีการต่ืนกลางดึกบอ่ ยๆพวกน้ีจะรู้สึกวา่ นอนไม่หลบั แต่จะไม่พบวา่ ง่วงนอนตอนกลางวนั ● ยา เช่น ยาออกฤกธ์ิต่อประสาทส่วนกลาง ยาลดความดนั เลือด ยารักษาโรคหวั ใจ ● เคร่ืองดื่ม ชา กาแฟ สุรา
●ต่อมลกู หมากโต โรคเบาหวาน โรคหวั ใจ โรคปอด ทาํ ใหต้ อ้ งต่ืนมาปัสสาวะบ่อยๆหรือนอน แลว้ แน่นหนา้ อก ●อาการเจบ็ ป่ วยต่างๆ เช่น ภาวะขอ้ เส่ือม อาการแน่นทอ้ ง ●โรคสมองเสื่อมและภาวะจิตผดิ ปกติ วธิ ีปฏบิ ตั ิตนเมอื่ นอนไม่หลบั 1. ก่อนนอน 4 ชว่ั โมง ควรงดน้าํ ด่ืม 2. หลีกเล่ียงการนอนกลางวนั 3. งดชา กาแฟ 4. ออกกาํ ลงั กายตอนกลางวนั ใหม้ ากข้ึน 5. ฝึกสมาธิทางจิตใหส้ งบ 6. ถา้ ปฏิบตั ิตามขอ้ 1-5แลว้ ยงั รูส้ ึกนอนไม่หลบั ควรปรึกษาแพทย์ 7. ปรับสภาพหอ้ งนอน ใหอ้ ากาศถ่ายเทไดด้ ี 8. ควรใหผ้ สู้ ูงอายนุ อนเวลาเดียวกบั ทุกวยั 9. จดั กิจกรรมใหผ้ สู้ ูงอายใุ นตอนกลางวนั 9.ต้อกระจก ต้อกระจก เกิดจากการเสื่อมสลายของเลนซแ์ กว้ ตาตามอายุ ซ่ึงปกติเลนซ์แกว้ ตาจะโปร่งใสแสง ผา่ นไดต้ ลอดเม่ืออายมุ ากข้ึนเลนซ์แกว้ ตาจะเส่ือมสลาย ทาํ ใหเ้ กิดขุ่นมวั จนในที่สุดจะข่นุ มวั ท้งั อนั แสงจะผา่ นไม่ได้ อาการเร่ิมแรก ตาจะมวั เร่ือยๆอาจมองเห็นภาพซอ้ น มองดวงไฟ จะเห็นเป็นไฟกระจาย ไม่ปวด ตา ตาไม่แดง
สาเหตุของต้อกระจก ในผสู้ ูงอายุ นอกจากจะเส่ือมตามอายแุ ลว้ ยงั อาจเกิดจากโรคเบาหวานการ ใชย้ าสเตียรอยดน์ านๆ เลนซ์แกว้ ตาถกู แสง ถูกรังสีมากเกินไป วธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเมอื่ เป็ นต้อกระจก 1. ถา้ รู้สึกวา่ สายตามวั ลงควรไปพบแพทยเ์ พอ่ื ใหแ้ น่ใจว่าเป็นตอ้ กระจกซ่ึงการรักษามีวธิ ีเดียว คือ การคผา่ ตดั เอาเลนซ์แกว้ ตาทข่ี ่นุ มวั ออกแลว้ ใส่แกว้ ตาเทีย่ มเขา้ แทน 2. ถา้ เป็นเบาหวานตอ้ งควบคุมระดบั น้าํ ตาลใหป้ กติ 3. หลีกเลี่ยงการดูแสงจา้ เช่น แสงไฟจากการเช่ือมเหลก็ การดทู วี คี วรห่างจากจออยา่ งนอ้ ย5 เท่าของขนาดจอภาพ 4. ไม่ควรซ้ือยาหยอดตาใชเ้ อง 10.ต้อหิน ตอ้ หิน เกิดจากการอดุ ตนั ไหลเวยี นของน้าํ ในลกู ตาทาํ ใหค้ วามดนั ภายในลกู ตาสูงข้ึนกวา่ ปกติซ่ึง แบง่ เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ 1. ต้อหนิ ชนดิ เฉียบพลนั มกั เกิดเองไม่ทราบสาเหตุจะมีอาการปวดตามาก ไมส่ ามารถ บรรเทาอาการดว้ ยยาแกป้ วด มีอาการคลื่นไสอ้ าเจียนร่วมดว้ ย ตาจะมวั ลงมากทนั ที มอง ดวงไฟเห็นรุ่งกินน้าํ รอบดวงตา เคืองตามากน้าํ ตาไหล 2. ต้อหินชนดิ เรื้อรัง ความดนั ภายในลกู ตาสูงข้ึนอยา่ งชา้ ๆ จึงไม่ค่อยเจบ็ ปวดตามากนกั และ อาการแสดงคลา้ ยแบบแรกแต่การเห็นรุ้งรอบดวงไฟไม่มี วธิ ปี ฏบิ ตั ิเมอื่ เป็ นต้อหิน
1. ตอ้ หินถา้ ไม่ไดร้ ับการรักษาอยา่ งทนั เวลา จะทาํ ใหต้ าบอดอยา่ งถาวรได้ จึงพบแพทยท์ นั ที เม่ือมีอาการสงสัย 2. ไม่ควรหยอดตา ท่ีมีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์ เพราะจะทาํ ใหค้ วามดนั ในลกู ตา สูงข้ึนได้ อาการผดิ ปกตใิ นผู้สูงอายทุ คี่ วรรีบปรึกษาแพทย์ ● หายใจไม่ออกซ่ึงเกิดทนั ทที นั ใด โดยไม่เคยเป็นมาก่อน ● เจบ็ บริเวณหนา้ อก ● การเปล่ียนแปลงในการถ่ายอจุ จาระโดยทอ้ งผกู เป็นสัปดาห์หรือ2สปั ดาห์ ● ปวดทอ้ งเป็นๆหายๆอาเจียน หรือกลืนลาํ บาก ● ไอหรืออาเจียนมีเลือดปน อบุ ัตเิ หตุในผู้สูงอาย-ุ การป้ องกนั อบุ ตั ิเหตุเกิดข้ึนไดท้ กุ เมื่อ ท้งั ๆทีม่ ีการป้ องกนั และเป็นเรื่องที่เกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไม่คาดคิด โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ อบุ ตั ิเหตุในผสู้ ูงอายุ ซ่ึงมีสาเหตุมาจากตนเอง ผอู้ ืนและส่ิงแวดลอ้ มเม่ือเกิดข้ึน จะสร้างปัญหาและอนั ตรายต่อผสู้ ูงอายเุ ป็นอยา่ งมาก องค์ประกอบทท่ี าํ ให้เกดิ อบุ ัตเื หตุในผู้สูงอายุ 1. ทางสังคม 1.1 ความสามารถของผสู้ ูงอายุ มีความแตกต่างกนั ท้งั ความสามารถตามสภาพร่างกาย ลดลงความสามารถที่ไดร้ ับการฝึ กฝนอบรม รวมท้งั ประสบการณ์ในการเผชิญต่อ อนั ตรายแตกต่างกนั 1.2 บทบาททางสังคมแตกต่างตามกิจกรรมของแต่ล่ะคน เช่น เป็ นช่างก่อสร้าง ทาํ ไร่ ทาํ นา ขบั รถ กุ๊กปรุงอาหาร ขา้ ราชการ พ่อคา้ นกั ธุรกิจฯ 1.3 สภาพภายในครอบครัวอยคู่ นเดียวหรือมีลกู หลานบริวารรอบขา้ ง ซ่ึงสามารถใหก้ าร ช่วยเหลือไดท้ นั ทว่ งทีเม่ือเกิดอบุ ตั ิเหตุข้ึน
2. การเปลย่ี นแปลงตามธรรมชาตขิ องผู้สูงอายุ 2.1 การทาํ งานระรบประสาทส่วนกลางเสื่อม ทาํ ใหก้ ารรับรู้ของประสาทสัมผสั ชา้ สายตา เส่ือมหูตึง ทาํ ใหค้ วามรูส้ ึกรับสัญญาณภยั การสัง่ งานของสมองชา้ ลง ขาดความ คล่องตวั หลีกหนีอนั ตรายไม่ทนั ต่อเหตุการณ์ 2.2 ประสิทธิภาพการทาํ งานระบบโครงกระดกู และกลา้ มเน้ือต่าํ การควบคุมการทาํ งาน ของกลา้ มเน้ือการทาํ งานของระบบประสาทไม่สัมพนั ธ์กนั การลุก การเดิน การนง่ั การหยบิ การจบั ไม่คล่องตวั โอกาสพลาด พลดั ตกหกลม้ ไดง้ ่าย อาจมีอาการเคลด็ ขอ้ เคล่ือน กระดูกหกั ได้ 2.3 การไหลเวยี นของเลือดท่สี มองลดลง สมองมีภาวการณ์ขาดเลือดไปเล้ียง ทาํ ใหเ้ กิดการ มึน งง เวียนศรีษะง่าย การปรับตวั สภาพความดนั โลหิตขนาดเปล่ียนทา่ ขาดความ สมดุล ทาํ ใหเ้ กิดการเป็นลม หนา้ มืด ซ่ึงเป็นอนั ตราย 2.4 การทรงตวั ไม่มนั่ คง ลกั ษณะการเดินเปลี่ยนไปจากเดิม จะกา้ วอยา่ งชา้ กา้ วส้ัน ยกเทา้ ต่าํ ถา้ พ้นื ไม่เสมอกนั จะสะดุดหกลม้ ไดง้ ่าย 3. ส่ิงแวดล้อม ส่วนใหญ่จะเกิดในบา้ นพกั ท่ีอยอู่ าศยั และบริเวณรอบๆบา้ น เช่น 3.1 แสงสว่างไม่เพียงพอ ทาํ ใหก้ ารคาดคะเนความต้ืนลึกผดิ พลาด โดยเฉพาะขนาดข้ึนลง บนั ไดหรือเดินบนพ้นื ต่างระดบั มองไม่เห็นส่ิงกีดขวางบนทางเดิน 3.2 พ้ืนบา้ นล่ืน ขดั จนไม่เป็นมนั ไม่มีราวยดึ เกาะ หรือเครื่องช่วยพยงุ เช่น ไมเ้ ทา้ 3.3 มีส่ิงกีดขวางบนทางเดิน เช่น สายไฟ สายโทรศพั ท์ โต๊ะเต้ียๆหรือมา้ นงั่ รองเทา้ ของเดก็ เล่นสัตวเ์ ล้ียง ผา้ ข้ีริ้ว ฯลฯ 3.4 หอ้ งน้าํ หอ้ งครัว ขาดความเป็นระเบียบ เช่น หอ้ งน้าํ ลื่น 3.5 เสิ้อผา้ หลวม มีเชือกผกู ยาว อาจไปคลอ้ งลกู บิดประตู ทาํ ใหห้ กลม้ หรือเกี่ยวกาน้าํ ร้อน หกใส่เกิดน้าํ ร้อนลวก 3.6 เครื่องช่วยคนเดิน หรือช่วยในการเคล่ือนยา้ ยไม่ปลอดภยั เช่น รถเขน็ ไม่มีหา้ มลอ้ ปลายไมเ้ ทา้ ไม่มียางกนั ล่ืน 4. ยาทใี่ ช้รักษา ผสู้ ูงอายมุ กั มีปัญหาทางสุขภาพ จะมียารับประทานประจาํ เช่น ยารักษาโรคหวั ใจ โรค ความดนั โรหิต โรคเบาหวาน โรคกลา้ มเน้ือกระดกู บางรายจะมียาแกป้ วด ยากล่อม
ประสาท ยาแกแ้ พ้ ยาเหล่าน้ีตอ้ งใหอ้ ยา่ งระมดั ระวงั บาจคร้ังผสู้ ูงอายอุ าจลืมรับประทาน ดว้ ยซ้าํ ทาํ ใหย้ ามากเกินความจาํ เป็นมีผลต่อผสู้ ูงอายไุ ด้ ประเภทอบุ ตั ิภยั ทพี่ บบ่อยในผู้สูงอายุ - การพลดั ตกหกลม้ - อุบตั ิภยั จากการจราจร - จากความร้อนลวก-ทาํ ใหเ้ กิดแผล Burn - จากการสาํ ลกั 1. การพลดั ตกหกล้ม ส่วนมากข้ึนอยภู่ ายในบา้ น แมแ้ ต่ในโรงพยาบาลกพ็ บว่าเกิดข้ึนได้ เช่น หอ้ งนอน หอ้ งน้าํ หอ้ งครัว รวมท้งั บริเวณรอบๆบา้ นดว้ ย จากการศึกษาถึงอบุ ตั ิภยั ในคนสูงอายขุ องนายแพทยอ์ นนั ต์ ตณั มุขยะกลุ (2526:155) พบวา่ เป็นอุบตั ิภยั จากการพลดั ตกหกลม้ ตกบนั ได ตกระเบยี งบา้ น ตก โตะ๊ ตกเกา้ อ้ี ตกเตียง ตกตน้ ไม้ ตกสะพาน ตกหลุม ตกท่อเน่ืองจากการสะดุดหรือจากการมี แรงดนั ภายในช่องทอ้ งสูง จากการเบ่งอจุ จาระหรือ เครียด 2. อบุ ัตภิ ยั จากการจราจร สาเหตุส่วนใหญ่ จากสายตาเส่ือม หูตึง –การตดั สินใจไม่ดี มีความเชื่องชา้ ในการหลบหลีกขอ้ และกลา้ มเน้ือทาํ งานไม่สัมพนั ธก์ นั ไม่คล่องตวั ทจี่ ะหลีกทาง 3. อบุ ตั ภิ ยั จากการถกู นาํ้ ร้อนลวก มกั พบในหอ้ งน้าํ ขณะอาบน้าํ และในหอ้ งครัวขณะปรุงอาหาร เน่ืองจากประสาทสมั ผสั ความรู้สึก ร้อนเสื่อมรู้สึกชา หรือไม่รู้สึกเลย การถอยหนีชา้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ผสู้ ูงอายทุ ี่ชอบสูบบหุ ร่ีบน เตียงนอนทาํ ใหไ้ ฟไหม้ ไฟลวกได้ (Burn) 4. อบุ ตั ิภยั จากการสําลกั เกิดจากการสาํ ลกั และอาหารติดคา้ งในหลอดลม พบมากในผสู้ ูงอายทุ อี่ ่อนแอขาดการเคลื่อนไหว จากการเป็นอมั พาต ฟันปลอมหลวม มกั สาํ ลกั อาหารและน้าํ ตกไปถึงหลอดลมไดจ้ ากทา่ ทางทีใ่ ช้ ในการรับประทานอาหารไม่ถูกตอ้ ง
1. การป้ องกนั การหกล้ม 1.1 การดแู ลสภาพร่างกายหมนั่ สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่นการตรวจวดั สายตา สม่าํ เสมอเปลี่ยนแวน่ สายตาถา้ จาํ เป็น หรือ ตรวจสอบยาท่ีผสู้ ูงอายไุ ดร้ ับ เพอ่ื การรักษา โรค บางคร้ังลืม รับประทานอาหารซ้าํ อาจมีผลตามมา 1.2 ไม่ควรทาํ กิจกรรมรีบร้อนเกินไป เพราะอาจพลาดลม้ ได้ 1.3 ไม่ควรเสพของบมึนเมา เช่น สุรา เพราะอาจทาํ ใหก้ ารควบคุมตนเองเสียไป 1.4 ถา้ ข้ึนบนั ไดหรือเดินบนพ้ืนท่ีขดั จนเล่ือม อยา่ ใส่ถุงเทา้ จะลม้ ไดง้ ่าย ถา้ หากจาํ เป็นให้ ใส่รองเทา้ พ้ืนยาง พ้นื หนงั สน้ เต้ีย อยา่ ใชเ้ กา้ อ้แี ทนบนั ได 1.5 ถา้ รู้สึกเดินไม่มนั่ คง ควรใชไ้ มเ้ ทา้ ช่วยหรือมีคนประคองขณะเดิน 1.6 อยา่ ใหเ้ ดินในทช่ี ้ืน หรือเปี ยกน้าํ ถา้ จาํ เป็นตอ้ งระวงั ใหม้ ากๆ 1.7 อยา่ ใส่เส้ือผา้ ยาวรุ่มร่าม อาจเหยยี บชายผา้ ทาํ ใหล้ ม้ ได้ 1.8 ถา้ ออกกาํ ลงั กายในทา่ ทไ่ี ม่เคยออกมาก่อนควรปรึกษาแพทย์ 1.9 ควรมีโทรศพั ท์ หรือ กระดิ่งอยใู่ กลต้ วั เสมอ เพอ่ื จะไดเ้ รียกคนเพ่อื มีอุบตั ิเหตุฉุกเฉิน 1.10 เก็บของเขา้ ท่ใี หเ้ รียบร้อย ไม่วางเกะกะ ป้ องกนั การสะดุดลม้ 1.11 การดูแลสภาพแวดลอ้ มของผสู้ ูงอายุ คือ บา้ นท่ีพกั อาศยั ควรมีลกั ษณะ ดงั น้ี ห้องนอน: - ระหว่างหอ้ งนอนกบั หอ้ งน้าํ ตอ้ งมีแสงสวา่ งพอเหมาะ - ถา้ จะลุกจากเตียงนอน ใหล้ ุกมานงั่ หอ้ ยขาขอบเตียงสกั ครู่ป้ องกนั การตกเตียง 2. วธิ ชี ่วยกรณที ม่ี สี ิ่งแปลกปลอมอดุ ทางเดนิ หายใจ โดยวธิ ขี องแฮมลชี ท่ายนื : 1. ยนื ดา้ นหลงั ผทู้ ส่ี าํ ลกั ใชแ้ ขนท้งั สองขา้ งโอบรอบเอว 2. ใหศ้ รีษะ แขนท้งั สองขา้ งและลาํ ตวั ท่อนบนของผสู้ าํ ลกั หอ้ ยต่าํ ลง 3. กาํ มือขา้ งหน่ึงใหแ้ น่นวา่ งกาํ ป้ันบริเวณเหนือสะดือเลก็ นอ้ ยอยใู่ ตช้ ายโครง แลว้ ใชม้ ืออกี ขา้ งหน่ึงกุมไวใ้ หแ้ น่น
4. กระแทกกาํ ป้ันลงไปบนทอ้ งผสู้ าํ ลกั และดึงข้ึนขา้ งบนอยา่ งรวดเร็ว จนกระทง่ั ผสู้ าํ ลกั พดู ได้ หรือถา้ หมดสติทาํ ซ้าํ อกี ถา้ จาํ เป็น ท่านอนหงาย: 1. จดั ใหผ้ สู้ าํ ลกั นอนหงาย 2. คุกเข่าลง คร่องบริเวณสะโพกท้งั สองขา้ งของผสู้ าํ ลกั วางมือท้งั สองซอ้ นกนั 3. ใชส้ นั มือทีอ่ ยดู่ า้ นล่างวางบริเวณทอ้ ง เหนือสะดือเลก็ นอ้ ย และอยใู่ ตช้ ายโครง 4. กระแทกสันมือลงไปบนทอ้ งของผสู้ าํ ลกั พร้อมกบั ดนั ข้ึนทางดา้ นบนอยา่ งแรงและเร็ว ทาํ ซ้าํ อกี ถา้ จาํ เป็น การป้ องกนั การเกิดอบุ ตั ิเหตุภยั ในผสู้ ูงอายทุ ีส่ าํ คญั ทสี่ ุด คือ ผสู้ ูงอายเุ อง ตอ้ งยอมรับสภาพตนเอง เพิม่ ความระมดั ระวงั และอยา่ ประมาทเลินเล่อ ขาดความใส่ใจ การป้ องกนั ไวก้ ่อนเป็ นส่ิงท่ถี กู ตอ้ งใหค้ วามปลอดภยั ของชีวติ ทุกคนได้
บทที่4 อาหารสําหรับผ้สู ูงอายุ วยั สูงอายุ เป็นการเปล่ียนแปลงท้งั ร่างกายและจิตใจ สภาพร่างกายเสื่อมลงตามอายขุ ยั แต่บางคน อาจมีการเปล่ียนแปลงก่อนวยั อนั ควรเน่ืองจากไดร้ ับสารอาหารไม่เพียงพอกบั ความตอ้ งการของ ร่างกาย วยั สูงอายมุ ีความตอ้ งการอาหารเช่นเดียวกบั วยั อ่ืนๆแต่ต่างกนั ในลกั ษณะและปริมาณ ความตอ้ งการอาหารทใ่ี หก้ าํ ลงั งานจะนอ้ ยลงอาหารเป็นปัจจยั ท่ีสาํ คญั อยา่ งหน่ึงในชีวิตประจาํ วนั ทท่ี าํ ใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีสุขภาพทดี่ ี การกินอาหารท่ถี ูกตอ้ งตามหลกั โภชนาการและการออกกาํ ลงั กายท่เี หมาะสม ตลอดจนมีการ พกั ผอ่ นเพยี งพอจะทาํ ใหร้ ่างกายแขง็ แรง มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส สามารถยดื ระหว่างเวลาแห่งความ ชราไดย้ าวนาน อาหารสําหรับผู้สูงอายุ ผสู้ ูงอายคุ วรบริโภคอาหารหลายๆชนิด เพ่ือใหไ้ ดค้ ุณค่าทางโภชนาการครบตามท่รี ่างกาย ตอ้ งการโดยรับประทานอาหารที่ครบ5หมู่ ดงั น้ี ●หมู่ท1่ี - เนือ้ สัตว์และถว่ั ควรบริโภคชนิดที่เค้ียวง่ายและไขมนั ต่าํ เช่น ปลา ไก่ และ ไข่ หรือนาํ เน้ือสตั วอ์ ืน่ มาปรุงใหเ้ ค้ียวง่ายข้ึน เช่น สบั ละเอียด หรือตม้ เปื่ อย - ไข่ บริโภคไข่ท้งั ฟองได้ สปั ดาห์ละ 3-4 ฟองแต่หากมีปัญหาไขมนั ในเลือดสูงควรบริโภค เฉพาะไข่ขาวเท่าน้นั - นม ควรด่ืมนมพร่องมนั เนยหรือนมถว่ั เหลืองวนั ละ1แกว้ ●หมู่ท2ี่
ขา้ ว แป้ ง น้าํ ตาล เผอื ก มนั ควรลดปริมาณลงจากวยั หนุ่มสาว
Search