Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2-8 E-book เรื่อง กระท่อมปลายนา นางสาวกชกร จ๋าน

2-8 E-book เรื่อง กระท่อมปลายนา นางสาวกชกร จ๋าน

Published by ZGAMETHZ THTRE, 2023-07-14 03:50:41

Description: 2-8 E-book เรื่อง กระท่อมปลายนา นางสาวกชกร จ๋าน

Search

Read the Text Version

กระทอ่ ม kratom

ค�ำ น�ำ โครงงานเรอื่ ง กระทอ่ ม เรยี บเรยี งขน้ึ เพอื่ ใหค้ วามรู้ แกเ่ ยาวชน วยั รนุ่ หรอื ผทู้ ส่ี นใจใน เรอ่ื งน้ี ปี 2566 จากผ้จู ัดทำ� เน้อื หาของโครงงานเรอื่ งนมี้ ีเนือ้ หา ประกอบไปดว้ ย 1 ความหมายของกระทอ่ ม 2 ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ 3 การใชป้ ระโยชน์ มที ้ังรูปภาพประกอบการศกึ ษา และอกี หลายอย่าง ผจู้ ดั ทำ� เรียบเรียง หวังเป็นอย่างยง่ิ ว่าโครงงานเรอ่ื งนี้ จะมอบประโยชน์แก่ผู้ศึกษา และ รจู้ กั ระมดั ระวงั การใชง้ าน ร่วมกันรณรงคใ์ ช้อย่างถูกกฎหมาย และขอขอบคุณอาจารยผ์ ู้สอนอยา่ งย่ิง ขอ นอ้ มรับคำ�ตชิ มเพื่อเป็นประโยชน์ในการพฒั นาในอนาคต ผู้จัดท�ำ ( กชกร จ๋าน )

สารบญั ตอนท่ี 1 ความหมายของกระทอ่ ม 4-5 ตอนที่ 2 ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร 6-8 ตอนที่ 3 ประเภทของกระท่อม 9-11 ตอนที่ 4 ประโยชน์ของกระท่อม 12-19

กระทอ่ ม หรอื มชี ื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า MITRAGYNA SPECIOSA KORTH.[3] เปน็ พชื ในวงศ์ กาแฟ มีชอ่ื เรียกหลายชื่อ ทางภาคใตเ้ รียก ท่อม (THOM) ภาคกลางเรยี ก อีถ่าง มาเลยเ์ รียก เบย๊ี ะ (BIAK) หรือ เคอตมุ่ (KETUM) หรือ เซบัท (SEPAT) เป็นพชื ทอ้ งถิน่ ของเอเชียตะวัน ออกเฉยี งใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย, อนิ โดนีเซยี , มาเลเซีย, พม่า และ ปาปัวนวิ กิน[ี 4] ที่ ซึ่งปรากฏการใช้งานกระทอ่ มในฐานะยาสมุนไพรมาต้งั แต่อยา่ งน้อยครสิ ต์ศตวรรษที่ 19[5] กระท่อมมคี ุณสมบตั โิ อปีออยดแ์ ละมผี ลคลา้ ยสารกระตนุ้ บางส่วน

ขอ้ มูลจาก ปี 2018 ระบวุ ่าประสิทธิภาพและความปลอดภยั ของกระท่อมยงั คงไมส่ ามารถ สรุปได้ และยังคงไมไ่ ด้รับการอนมุ ัตเิ ป็นยารกั ษาโรคเนือ่ งจากงานวิจัยเกีย่ วกับกระท่อมจำ�นวนมาก ขาดคุณภาพ[8][9] ใน ค.ศ. 2019 องคก์ ารอาหารและยาสหรฐั บันทกึ ไวว้ า่ ไม่มีหลักฐานทว่ี า่ กระทอ่ ม ปลอดภยั หรือมีผลต่อการรกั ษาทุกแบบ[10] อย่างไรก็ตาม ปรากฏผูค้ นบางสว่ นใชก้ ระท่อมเพอื่ บรรเทา อาการปวดเรอ้ื รัง, อาการถอนฝิ่น รวมไปถงึ การใช้ในเชงิ นนั ทนาการ[4][8] เวลาแสดงผลของกระท่อม อยทู่ ปี่ ระมาณ 5-10 นาที และจะคงอยไู่ ปถึง 2-5 ชวั่ โมง[4]

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ กระทอ่ ม (kratom)[11] เปน็ ไม้ยนื ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกตน้ สเี ทา ล�ำ ตน้ ของกระทอ่ มมีลกั ษณะตรง แตกก่ิงก้านนอ้ ย ลกั ษณะเป็นใบเดีย่ ว เรียงเป็นคตู่ รงกนั ขา้ ม ใบเปน็ รปู ไข่ ปลายใบแหลม โคนใบป้าน ขอบใบเรยี บ แตบ่ างชนิดอาจมปี ลายใบเป็นหยัก เรยี ก ชนิดหางก้ัง หรอื ยกั ษ์ใหญ่ ผวิ ใบเรยี บลื่น แผน่ ใบบาง ด้านท้องใบมเี สน้ ใบเปน็ สนั เหน็ ได้ชัดเจน มเี ส้นแขนงใบ ขา้ งละ ประมาณ 10-15 เสน้ ขนาดใบแตกตา่ งกันในแตล่ ะพื้นถ่นิ ใบเพสลาดกว้าง 10-16 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3-5 เซนติเมตร ยอดอ่อนเห็นหใู บรูปใบหอกอยตู่ รงกลางระหวา่ งกนั ใบอ่อนทง้ สองข้าง จำ�นวน 1 คู่ เสน้ บริเวณท้องใบเปน็ สนั ดอกเป็นชอ่ กระจกุ แนน่ ทรงกลม ออกจากปลายกิ่งประมาณ 1-3 ช่อ กา้ นชอ่ ดอก ยาว 7-12 เซนติเมตร แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยประมาณ 70-80 ดอก ดอกเมื่อแรกบานมีสขี าวนวล แลว้ เปลี่ยนเป็น สีเหลือง เป็นชนดิ ดอกแบบสมบูรณเ์ พศ ลกั ษณะผลกลุ่มอัดแน่นเปน็ รูปทรงกลม เส้นผ่าน ศูนยก์ ลาง 2-3 เซนตเิ มตร ภายในผลย่อยมเี มลด็ ประมาณ 140-160 เมล็ด และมปี กี บาง ๆ สามารถปลิวไป ได้ไกล[12]



พชื กระทอ่ มใชเ้ มล็ดในการขยายพันธโุ์ ดยธรรมชาติ เมลด็ ทมี่ ปี ีกบาง จะสามารถปลวิ ไปได้ไกลตามแรงลม และสามารถแขวนลอยไปกับนำ�้ ได้ง่าย จึงสามารถพบตน้ กระทอ่ มได้ตามริมล�ำ ธารโดยเฉพาะดนิ ชน้ื แฉะ เนื่องจากพืชกระท่อมจัดเปน็ พืชเสพตดิ ใหโ้ ทษ จึงไมม่ ีการศกึ ษาวธิ ีการขยายพันธอ์ุ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ โดยทั่วไปก็เพาะต้นกลา้ จากเมล็ด จนไดต้ น้ กลา้ สูง 15-20 เซนติเมตร ยา้ ยไปปลกู ในพน้ื ทท่ี ีม่ ีความชุ่มช้ืน เหมาะสม นอกจากนั้นอาจใช้วธิ กี ารตดิ ตา ทาบก่งิ กบั ตน้ ตอท่ีมี ความแข็งแรง รวมไปถงึ การติดตากับตน้ กระทอ่ มขี้หมูทโี่ ตไวกว่า มรี ายงานวิจัยของประเทศมาเลเซีย[13] เรื่อง การขยายพนั ธ์ุพชื กระทอ่ มโดย วธิ กี ารปักชำ� โดยใชต้ ้นกล้าอายุ 2 ปี จากน้ันตดั ก่ิงท่ีมตี าขา้ ง (ข้อที่ 1 ถงึ ข้อท่ี 8) ปกั ในกระบะดิน โดยไม่ จ�ำ เป็นตอ้ งใชฮ้ อรโ์ มนเร่งราก สภาวะเลยี้ งคอื ท่ีอุณหภมู ิ 25-30 องศาเซลเซียส ความช้นื สัมพทั ธไ์ มต่ ่�ำ กวา่ 80%

ประเภทของกระท่อม สามารถจำ�แนกออกตามประเภทของสขี องเสน้ ใบ (Vein) ซง่ึ แตกตา่ งกนั ได้หลกั ๆดงั นี้ 1. กระทอ่ มขาว (White Vein Kratom) เปน็ กระท่อมทผ่ ลติ จากใบท่มี อี ายอุ อ่ นลกั ษณะเสน้ ใบจะมสี ีขาวไดร้ ับความนิยมมากในตลาดของ สหรฐั อเมรกิ า เช่อื ว่าสามารถช่วยเพ่ิมกำ�ลังและช่วยทำ�ให้มอี ารมณ์ดคี ลายเครียด โดยมีประเภทแยกยอ่ ย ออกไปตามแหล่งเพาะปลูกอกี เชน่ กระท่อมขาวไทย (White Thai Kratom) กระทอ่ มขาว สุมาตรา (White Sumatra Kratom) และกระทอ่ มขาวอินโด (White Vein Indo) เปน็ ตน้ 2. กระท่อมแดง (Red Vein Kratom) เปน็ กระท่อมทผี่ ลติ จากใบแกล่ กั ษณะเส้นใบจะมีสีแดงอุดมไปด้วยสาร Mitragynine ท�ำ ให้มีประสิทธ์ ภาพในการออกฤทธ์ดีจงึ ถือว่าเปน็ ประเภทกระทอ่ มท่มีคุณภาพดที ีส่ ดุ จึง ไดร้ ับความนยิ มมากท่สี ดุ ใน ตลาด เชื่อว่าสามารถชว่ ยบรรเทาอาการนอนไม่หลบั สามารถผอ่ นคลายรา่ งกายและ อารมณ์ และช่วย ลดความเครียดได้ โดยมปี ระเภทแยกย่อยอีกหลายชนิด เชน่ กระท่อมแดงไทย (Red Thai) กระท่อมแดง สุมาตรา (Red Sumatra) กระท่อมแดงปอนเตียนาค (Pontianak Red Horn)



พษิ วทิ ยาของพชื กระทอ่ ม ความเปน็ พษิ ตอ่ เซลล์ของสารสกดั แอลคาลอยด์จากพืชกระท่อมและไมทราไจนนี พบ วา่ สารสกดั แอลคาลอยดจ์ ากพืชกระท่อมมีความเป็นพษิ ต่อเซลลเพ์ าะเล้ยี งชนดิ HepG2 , HEK293 , MCL-5, cHol และ SH-SY5Y แบบขึน้ กับความเข้มขน้ (dose-dependent man- ner) และท่ีความเขม้ ขน้ 1,000 ไมโครกรมั ตอ่ มิลลลิ ติ ร ท�ำ ใหเ้ ซลลต์ ายทง้ั หมด สว่ นการ ศึกษาความเปน็ พษิ ของสารสกดั พชื กระทอ่ มต่อสัตว์ทดลองแบบเฉียบพลันมีรายงานว่า ค่า LD50 (Lethal Dose 50%) ซ่งึ หมายถงึ ปรมิ าณของสารเคมีท่ใี หก้ บั สัตว์ทดลองทงั้ หมด เพียงครงั้ เดียว แล้วท�ำ ให้กลุ่มของสตั วท์ ดลองตายร้อยละ 50 (ครง่ึ หนง่ึ ) ของสารสกดั แอล คาลอยด์จากพืชกระทอ่ มมคี า่ เท่ากับ 173.20 ถึง 591 มิลลิกรมั ต่อกโิ ลกรัม[27] ส่วนไมทรา ไจนนี มคี า่ LD50 เท่ากับ 477 มิลลิกรมั ตอ่ กิโลกรมั [28] สว่ นสารสกดั น�้ำ พชื กระทอ่ ม มีคา่ LD50 มากกว่า 2,000 มิลลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรัม[29] ซ่ึงถอื ว่าสารสกัดน้�ำ พืชกระทอ่ มมีความ เป็นพษิ น้อย

การใช้ประโยชน์ สรรพคณุ ของตน้ กระท่อม[32] 1. ช่วยบำ�รงุ ก�ำ ลังเพม่ิ พลังให้ท�ำ งานไดน้ านขนึ้ สรรพคุณแรกท่อี ยากแนะนำ� คอื ความสามารถในการชว่ ยบ�ำ รุงก�ำ ลังเพ่มิ พลงั งานให้กับร่างกาย จงึ มผี ลทำ�ให้การทำ�งานยาวนานข้นึ ไมเ่ หนือ่ ยงา่ ย ทนแดดทนลม กลา้ มเนื้ออึดข้ึน ลดอาการปวดเม่อื ย กล้ามเน้อื ทเ่ี ป็นอยูไ่ ดด้ ี แต่กระนนั้ ตอ้ งใช้ในปรมิ าณทีเ่ หมาะสมตอ่ ร่างกาย 2. รกั ษาอาการลำ�ไส้ติดเชอ้ื ลำ�ไส้ติดเชื้อ หรือทอ้ งเสีย ทอ้ งร่วง ถา่ ยเหลว เราสามารถนำ�ต้นกระท่อมไปตม้ เพอ่ื ดื่มกินได้ หรือจะ เคย้ี วใบ ชงกับน�ำ้ ดืม่ เพือ่ รกั ษาอาการทเ่ี ป็นอยู่ก็ไมม่ ปี ญั หา เมือ่ ดม่ื ไปแลว้ ตวั สรรพคุณท่มี ีในใบ หรือ ลำ�ตน้ ก็จะไปช่วยยบั ยง้ั เช้ือในล�ำ ไส้ไมท่ ำ�ให้เกิดอาการกำ�เรบิ อีก

3. ช่วยลดอาการปวดที่มผี ลดีกวา่ มอรฟ์ นี กระทอ่ มมีสารชอื่ ว่า “ไมทราไจนีน” อันถอื เป็นสารทม่ี ีความส�ำ คญั มาก ในไทยพบสงู ถึง 66% มี สว่ นชว่ ยกดประสาทสว่ นกลาง เพราะมสี ารจำ�นวนอลั คอลอยดผ์ สมอยูด่ ้วย จงึ ระงบั อาการปวดต่าง ๆ โดยเฉพาะทีม่ คี วามรนุ แรงไดด้ ี รูส้ ึกง่วงซมึ กระตุ้นให้เกดิ ความเคล้ิมอยา่ งมคี วามสุข ผลจากการ ศกึ ษาสารนใ้ี นใบกระท่อม พบวา่ มสี ว่ นช่วยลดอาการเจบ็ ปวดท่ีรุนแรงมากกวา่ มอรฟ์ ีน 13 เท่า ทงั้ ยังช่วยบำ�บดั ผู้ทเี่ สพตดิ มอร์ฟนี ในบางคนไดด้ อี กี ดว้ ย 4. ลดอาการขาดยาจากสารเสพติด สารเสพติดอย่าง เฮโรอีน, ฝนิ่ , มอร์ฟีน เมอ่ื ใครต้องการบำ�บดั ใหห้ ายขาดสามารถเลือกใช้ตน้ กระทอ่ มชว่ ยได้ แต่ต้องมกี ารใช้ในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงระยะเวลาไม่นานมากเกนิ ไป กระท่อมจะให้ผลข้างเคียงในการบำ�บัดทนี่ อ้ ยกว่าสารตวั อน่ื ๆ

5. ช่วยแกอ้ าการปวดฟนั โดยทวั่ ไปแลว้ เราสามารถต้มน�้ำ กระทอ่ มโดยใชส้ ว่ นใบเด็ด ลา้ งใหส้ ะอาดแล้วให้น�ำ มาตม้ ด่ืมกิน เป็นนำ้�สมุนไพรตามตำ�ราแผนโบราณบอกวา่ ฤทธ์ทิ ม่ี จี ะชว่ ยให้อาการปวดฟนั ต่าง ๆ ทเุ ลาลงได้ แต่ กระนนั้ ปัจจุบนั ไม่ค่อยไดท้ �ำ กันแลว้ เพราะมเี ปน็ ยาเม็ดแก้ปวดแทน 6. ชว่ ยลดความดันโลหิตสงู อย่างทีท่ ราบว่ากระทอ่ มมีสารที่ชื่อไมทราไจนนี นอกจากจะชว่ ยระงับความเจ็บปวดของร่างกายไดด้ ี กว่ามอรฟ์ นี ก็ยังมีฤทธิใ์ นการขยายหลอดเลอื ดไดด้ ว้ ย ช่วยคลายกล้ามเนือ้ ลดความดนั โลหิต ซึง่ ตาม ตำ�รับยาแผนโบราณแลว้ มผี ลวิจยั ว่าช่วยปัญหาความดนั เลอื ดสูงจริง

7. ชว่ ยรกั ษาโรคเบาหวาน กระท่อมเปน็ พชื ทสี่ ามารถชว่ ยรักษาโรคเบาหวานมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเอาใบมาเค้ยี วแล้วคายกาก ออก หรือตม้ ดื่มกินในชวี ิตประจำ�วนั ก็ได้หมด ชว่ ยในการดดู กลับของน้ำ�ตาลกลโู คส ระดบั น้ำ�ตาลใน เลอื ดลดลงโดยไม่ไปยุ่งเกยี่ วกบั อนิ ซูลินในรา่ งกายของผปู้ ว่ ยอีกตา่ งหาก 8. ชว่ ยรกั ษาแผลในปาก แกไ้ อ สดุ ท้ายส�ำ หรบั สรรพคณุ ของตน้ กระทอ่ มนอกจากเร่อื งตา่ ง ๆ ข้างตน้ ยังสามารถใช้รกั ษาอาการแผลใน ปาก ไม่ว่าจะเกดิ จากการกัดปากตวั เอง รอ้ นในทเี่ กิดขน้ึ รวมถงึ อาการไอ กแ็ ก้ได้เช่นกัน ซ่ึงฤทธ์ทิ มี่ ีจะ ช่วยสมานแผล ห้ามเลอื ด ทีส่ �ำ คัญชว่ ยถอนพษิ จากสตั วร์ ้ายไดด้ ้วย

9. การลดอาการปวดเบ่งก่อนคลอด หมอพื้นบา้ นบางทา่ นท่เี คยมีประสบการณใ์ น การทำ�คลอด เคยต้มใบกระทอ่ มใหผ้ หู้ ญงิ ท่กี ำ�ลงั จะ คลอดลูกกนิ เพราะกอ่ นคลอดจะมีอาการปวดเบ่ง เม่ือไดก้ นิ น้�ำ ตม้ กระท่อมจะชว่ ยลดอาการปวดลง แตห่ มอพ้นื บา้ นบางทา่ นบอกว่าอนั ตราย คนจะคลอดลกู ใหก้ ินใบกระทอ่ มไม่ได้ เลือดมนั จะแรงข้นึ เพราะรสเมาของกระทอ่ มเขา้ ไปกระต้นุ อันตรายมาก ใบกระท่อมเปน็ ตัวกระตุน้ จงึ หา้ มใชใ้ นผู้หญิง ตง้ั ครรภ์ หรือใชล้ ดอาการปวดเบ่ง ท้งั นย้ี งั ไม่มขี อ้ สรปุ ที่ชดั เจนในประเด็นนี้ 10. ชว่ ยรกั ษาโรคตานซาง มกั เกิดในเดก็ ช่วงอายุประมาณ 1-5 ปี เป็นตุม่ พุพอง น�้ำ เหลอื งย้อย เดก็ มีอาการไข้ ตำ�ารับยาทใี่ ชไ้ ด้ แก่ เปลอื กกระทอ่ ม โดยคนโบราณนยิ มใชเ้ ปลือก เพราะเปลือกกระท่อมขมนอ้ ยกว่าใบ มรี สฝาด ข้าว เยน็ เหนือ ตาลน้�ำ นม ตาลดำ� ตาลเสี้ยน ตาลมอญ ตาลลูกอ่อน แต่ละอย่างใช้ปรมิ าณเท่า ๆ กัน อยา่ ง ละ 1 ก�ำ แลว้ น�ำ ไปตม้ เอาใหเ้ ดก็ กนิ ประมาณวนั ละ 1 ช้อนโตะ๊ แล้วดอู าการของเดก็ กินจนกวา่ แผลท่ี พพุ องจะแหง้ น�ำ้ เหลืองแหง้ กินไปเร่ือย ๆ จนกวา่ จะหาย

11. ช่วยรกั ษาอาการไอเรื้อรงั คนไข้ทม่ี อี าการไอบางคนกนิ กระทอ่ มซีกเดียวก็หายบางคนใช้ 2-3 ใบ หอ่ นำ้�ตาลทรายแดงแลว้ กิน สว่ นคนทไี่ อเรอ้ื รังหมอพน้ื บา้ นใช้ใบกระทอ่ มต้มกับอ้อยแดง ออ้ ยแดงสับเป็นทอ่ น แทนน�ำ้ ตาลทราย แดง แล้วต้มกบั ใบกระทอ่ ม “อาการไอเรอ้ื รัง คือไอเกนิ 15 วัน ไปซอื้ ยาที่ตลาดกินเทา่ ไรกไ็ มห่ าย กินกระทอ่ มตม้ กบั ออ้ ยแดงหมอ้ เดยี วหายเลย หม้อดินเลก็ ๆ ประมาณ 1 ลติ ร ก็ให้เขาจิบกิน เพราะอ้อยแดงท�ำ ให้ ชุม่ คอ บำ�รงุ กำ�ลงั ไม่ ให้เพลยี ไม่ให้เจบ็ อก ใสก่ ระทอ่ มกา้ นแดง ถ้าใบใหญ่ 8 ใบ ถา้ ใบเล็ก 12 ใบ มีเคล็ดอยวู่ า่ ถา้ รกั ษาคนให้ ใส่เกนิ 7 จะหาย ถา้ ไมเ่ กนิ 7 ยงั เจ็บอยู่ ไม่หาย ใบกระทอ่ มใชใ้ บคอ่ นข้างแก่ เลยจากเพสลาด (ครึ่งอ่อน คร่ึงแก)่ ใชอ้ อ้ ยปรมิ าณ 3 ขีด น้ำ� 1 ลิตร ตม้ ใหเ้ หลือครึง่ ลติ ร ก็ใชไ้ ด้ ใส่ขวดลโิ พให้คนไข้ไปไวจ้ ิบแก้ ไอ ถา้ อาการไอเรอื้ รงั ยังไม่หายตอ้ งทำ�สูตรใหม่ และตอ้ งดูว่าเปน็ เดก็ หรอื ผู้ใหญ่ ก็จะใชก้ ะเพราดว้ ย เพอื่ เสริมฤทธิ ปรมิ าณของกระท่อมและออ้ ยแดงเทา่ เดิม และเพม่ิ กะเพรา กะเพราหักเป็นก้านแลว้ นำ�ไป ตากแดดให้หมาด ตากนำ�้ คา้ ง 1 คืน แลว้ น�ำ มาตม้ กบั กระทอ่ มและออ้ ยแดง





บรรณานกุ รม อา้ งอิง Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. is an accepted name . Theplantlist.org. Retrieved 2013-12-26. “Mitragyna speciosa”. Germplasm Resources Information Network (GRIN). Agricultural Research Service (ARS), United States Department of Agriculture (USDA). สืบคน้ เมื่อ 2013-12-26. “Mitragyna speciosa Korth. | Plants of the World Online | Kew Science”. Plants of the World Online (ภาษาอังกฤษ). Rech, MA; Donahey, E; Cappiello Dziedzic, JM; Oh, L; Greenhalgh, E (February 2015). “New drugs of abuse”. Pharmacotherapy. 35 (2): 189–97. doi:10.1002/phar.1522. PMID 25471045. S2CID 206358469. Hassan, Z; Muzaimi, M; Navaratnam, V; Yusoff, NHM; Suhaimi, FW; Vadivelu, R; Vicknasin- gam, BK; Amato, D; von Hörsten, S; Ismail, NIW; Jayabalan, N; Hazim, AI; Mansor, SM; Müller, CP (2013). “From Kratom to mitragynine and its derivatives: Physiological and behavioural effects trelated o use, abuse, and addiction”. Neurosci Biobehav Rev. 37 (2): 138–151. doi:10.1016/j.neu- biorev.2012.11.012. ISSN 0149-7634. PMID 23206666. S2CID 8463133. Gottlieb, Scott (6 February 2018). “Statement from FDA Commissioner Scott Gottlieb, M.D., on the agency’s scientific evidence on the presence of opioid compounds in kratom, underscoring its poten- tial for abuse”. US Food and Drug Administration. สืบคน้ เม่อื 6 February 2018. Cinosi, E; Martinotti, G; Simonato, P; Singh, D; Demetrovics, Z; Roman-Urrestarazu, A; Bersani, F. S; Vicknasingam, B; Piazzon, G; Li, J. H; Yu, W. J; Kapitány-Fövény, M; Farkas, J; Di Giannanto- nio,


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook