Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บุคคลสำคัญ

บุคคลสำคัญ

Published by Phichanan Wanichpongpand, 2021-02-27 04:49:47

Description: บุคคลสำคัญ

Search

Read the Text Version

บุคคลสําคัญ เลม ๑ เสนอ คณุ ครวู ฒุ ิชยั เชื่อมประไพ โรงเรยี นมัธยมวัดหนองแขม สงั กดั สาํ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๑

บุคคลสําคัญ จัดทาํ โดย นายเจษฎา เลขที่ ๑ นายพงษเ พช็ ร นชุ ประเสรฐิ เลขที่ ๔ หนรู กั ษ นางสาวภัชพร ชมุ พล เลขท่ี ๒๐ นางสาวพชิ ชานันท วานชิ พงษพ นั ธุ เลขที่ ๒๒ นางสาววภิ าดา รัตนกร เลขที่ ๒๔ นางสาวสริ ิวิมล จูเอี่ยม เลขที่ ๒๘ นางสาวปนดั ดา แสนสุรีย เลขท่ี ๒๙ นางสาวเบญญาภา ศรีสอาด เลขท่ี ๓๓ นางสาวปารถนา ฉมิ สุข เลขท่ี ๓๔ เสนอ คุณครูวุฒิชยั เชอื่ มประไพ โรงเรยี นมธั ยมวดั หนองแขม สงั กดั สํานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษาเขต ๑

คํานํา หนงั สอื อิเล็กทรอนิกสเ ลมน้ี เปนสว นหนึง่ ของรายวชิ า ประวตั ิศาสตร รหสั วชิ า ส๓๒๑๐๔ ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ ๕ โดยมจี ุดประสงค เพ่อื ศึกษาความรูที่ได จากเร่อื งบคุ คลสําคญั ในหนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ สเ ลม นี้ มีเนือ้ หาซง่ึ ประกอบดว ย บคุ คลสาํ คัญทางประวตั ศิ าสตร จํานวน ๒๐ ทา น ท้งั น้คี ณะผูจัดทําหวังเปน อยา งย่งิ วา หนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกสเ ลม นี้จะเปนประโยชน ตอผทู ไ่ี ดมาศกึ ษาเปนอยา งดี หากมีขอ ผิดพลาดประการใด คณะผจู ดั ทาํ ขออภัย มา ณ ทนี่ ้ดี วย คณะผูจดั ทํา

สารบัญ หนา รายการ ๑ ๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดี ศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา เจาอยหู วั ๓ สมเดจ็ พระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนพี ันปหลวง ๔ พระบาทสมเดจ็ พระปน เกลา เจาอยหู วั ๕ กรมพระราชวังบวรวไิ ชยชาญ ๖ สมเด็จพระศรพี ชั รินทราบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี ันปหลวง ๗ พระวภิ าคภวู ดล ๘ พอขนุ ศรีอนิ ทราทติ ย ๙ พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช ๑๐ พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ ๑๑ สมเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี ๑ ๑๒ พระบรมไตรโลกนาถ ๑๓ สมเด็จพระสรุ โิ ยทัย ๑๔ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ๑๕ สมเด็จพระนารายณมหาราช ๑๖ สมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราช ๑๗ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช ๑๘ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลานภาลัย ๑๙ พระบาทสมเด็จพระนัง่ เกลา เจา อยหู ัว ๒๐ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยหู วั ๒๑ - ๒๓ พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจาอยหู วั บรรณนานุกรม

๑ ๑. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกลาเจาอยูหัว พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี ินทร มหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา เจาอยหู ัว มพี ระนามเมื่อแรกประสูติวา “สมเดจ็ พระเจา ลูกยาเธอ เจาฟา วชิราลงกรณ บรมจักรยาดศิ ร สันตติวงศ เทเวศรธํารงสบุ รบิ าล อภคิ ุณปู ระการ มหิตลาดุลเดช ภูมพิ ลนเรศวรางกรู กติ ตสิ ิรสิ ม บูรณสวางควฒั น บรมขัตตยิ ราชกมุ าร” เปน พระ ราชโอรสพระองคเ ดยี ว ในพระบาทสมเด็จพระ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช(รัชกาลที่ ๙) และ ศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชิรเกลา เจา อยูหัว สมเดจ็ พระนางเจา สริ ิกิต์ิ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ พระราชสมภพ ณ พระทน่ี ง่ั อมั พรสถาน พระราชวังดุสิต เม่ือวันจนั ทรท่ี 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 พระราชกรณยี กิจดา นการแพทยแ ละสาธารณสขุ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมน ทรรามาธบิ ดีศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา เจา อยูหวั ทรงพระกรณุ า โปรดฯ ใหสรางโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชขน้ึ เพอ่ื ใหก ารรกั ษาพยาบาลผู เจ็บปวยในถิน่ ทุรกนั ดาร พระองคทรงเปน องคนายกกติ ตมิ ศกั ดข์ิ องมลู นธิ โิ รง พยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราช พระองคมีพระราชปณธิ านใหเ อาใจใสรกั ษาพยาบาล พสกนิกรของพระองคใหปลอดภยั จากความเจบ็ ไขโดยทัว่ หนาเสมอกัน

๒ ๒. สมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง สมเด็จพระนางเจาสิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนพี นั ปหลวง พระนามเดิม หมอ มราชวงศส ิรกิ ิต์ิ กิตยิ ากร ในพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา เจาอยหู วั ทรงพระกรณุ าพระราชทานนามวา “สิรกิ ิต์ิ” มคี วามหมายวา “ผูเ ปน ศรีแหงกติ ยิ ากร” พระองคท รงเปน “สมเด็จพระราชชนน”ี สมเดจ็ พระนางเจา สริ ิกติ ์ิ พระบรมราชินนิ าถ พระบรมราชชนนีพนั ปหลวง ทรง หวงใยความมัน่ คงของชาตแิ ละทรงปฏิบัตพิ ระราชกรณยี กจิ ทกุ วิถีทางที่จะชว ย ทะนบุ ํารุงและปกปองรักประเทศชาติ ทรงพระกรุณาเสดจ็ พระราชดําเนินไปทรง เย่ียมทหาร ตาํ รวจ ราษฎรอาสาสมัคร จนถงึ ฐานปฏบิ ตั ิการ ไมว า จะอยใู นพน้ื ท่ี อนั ตรายเพียงใดก็ตามไดพ ระราชทานถงุ ของขวญั ประกอบดวยเครื่องอปุ โภค บริโภคท่ีจําเปน เพื่อพระราชทานกําลงั ใจแกผ ูป ฏบิ ตั ิงานดานความมนั่ คงของ ชาตติ ลอดมา ในดานการสาธารณสขุ นอกจากทรงชวยเหลือผูท ี่ไดรับความเดือด รอ นโดยจัด “หนวยแพทยพระราชทาน” ตาม เสด็จไปรักษาพยาบาลราษฎรในถนิ่ ทรุ กันดารแลว ทรงยงั รเิ ร่มิ จัดตง้ั มูลนธิ สิ ายใจไทย ในพระบรม ราชปู ถัมภ ในกรณีที่ทรงพบราษฎรเจบ็ ปว ยกจ็ ะ ทรงรับไวเปนคนไขใ นพระบรมราชานุเคราะห ทรง อปุ ถัมภอ งคก รการกศุ ล สมาคม มลู นธิ ิตางๆ เปนจาํ นวนมาก พระบรมราสชมนิ ีนเดา็จถพพรระนะบางรเมจราาสชิรชกิ นตินิ์ีพันปห ลวง

๓ ๓. พระบาทสมเด็จพระปนเกลาเจาอยูหัว พระบาทสมเด็จพระปน เกลา เจาอยหู วั ทรงเปน พระราชโอรสในพระบาท สมเด็จพระพุทธเลศิ หลา นภาลยั และสมเด็จพระศรีสรุ ิเยนทราบรมราชนิ ี และเปน พระอนชุ ารว มพระชนกชนนกี บั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู ัว ทรง พระนามเดิมวา \"เจา ฟา จฑุ ามณี\" หรือ \"เจาฟา นอย\" เสด็จพระราชสมภพ ณ พระราชวงั เดิม เมือ่ วันที่ ๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๓๕๑ หลังจากที่สมเด็จพระราช บดิ าไดเ สดจ็ เถลงิ ถวัลยราชสมบตั เิ จา ฟานอ ย จึงไดต ามเสดจ็ พระบรมชนกนาถ และพระราชชนนี มาประทับในพระบรมมหาราชวัง และไดรบั การเฉลิมพระนาม เปน \"สมเดจ็ พระเจา ลูกยาเธอเจา ฟาจฑุ ามณ\"ี หรอื \"เจาฟาอสนุ บี าต\" พระบาทสมเด็จพระปนเกลา เจาอยหู ัวทรงมพี ระอจั ฉรยิ ภาพในดา นตางๆ อาทิ การทหาร การชาง วทิ ยาศาสตร ศลิ ปวัฒนธรรม การกฬี า การละคร การ ดนตรี และดา นวรรณกรรมอกี ท้ัง ทรงรอบรูทาง ดานการตา งประเทศอีกดวย ทรงศกึ ษาภาษา องั กฤษจากมชิ ชันนารอี เมรกิ นั จนแตกฉาน และ ทรงมีพระสหาย เปน ชาวตางประเทศเปน จํานวนมากดวยเหตุน้ี พระองคจ ึงทรงสามารถ ชวยราชการ ดา นการตางประเทศไดเ ปน อยา งดี โดยทรงเปน ที่ปรึกษาในการทําสนธิสัญญาตา งๆ พระบาทสมเดจ็ พระปน เกลาเจาอยูห ัว

๔ ๔. กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ กรมพระราชวังบวรวไิ ชยชาญ พระราชโอรสในสมเดจ็ พระปนเกลา วังหนา พระองคสุดทา ยแหง กรุงรัตนโกสินทร กมรพระ ราชวงั บวรวไิ ชยชาญ ทรงเปน เจานายท่มี คี วาม สามารถหลายดาน ดา นนาฏกรรม ทรงพระปรชี า เลนหุน ไทย หุนจนี เชิดหนัง และงว้ิ ดานการชา ง ทรงชาํ นาญเครื่องจักรกล ทรงตอ เรือกาํ ปน ทรง กรมพระราชวงั บวรวไิ ชยชาญ ทาํ แผนท่ีแบบสากล ทรงสนพระทัยในแรธ าตุ ถงึ กบั ทรงสรา งโรงถลุงแรไ วในพระราชวังบวรสถานมงคล เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๒๖ ทรงได รบั ประกาศนียบัตรจากฝรั่งเศส ในฐานะผูเ ชย่ี วชาญสาขาวชิ าชา ง หลงั จากนนั้ กรมพระราชวังบวรวไิ ชยชาญ เสด็จทวิ งคตเมือ่ วันศุกร เดอื น ๙ แรม ๓ คํา่ ปร ะกา จุลศกั ราช ๑๒๔๗ ตรงกับวันที่ ๒๘ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ พระชนั ษา ๔๘ ป พระราชทานเพลงิ ณ พระเมรุทองสนามหลวง เมือ่ วันท่ี ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๙ พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยหู ัวไมไดทรงแตง ต้ัง ผูใด ตําแหนงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลวางลง จนถึงปจอ พ.ศ. ๒๔๒๙ จงึ ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจาลกู ยาเธอ เจาฟามหาวชิรุณหิศ เปน สยามมกุฎราช กุมาร และยกเลกิ ตําแหนงพระมหาอุปราช ต้ังแตน น้ั มา

๕ ๕. สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง สมเดจ็ พระศรีพชั รินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปห ลวง มพี ระนามเดิมวา พระองคเจาเสาวภาผองศรี และเปน พระราชธดิ าในพระบาท สมเด็จพระจอมเกลาเจา อยูหวั ในทรงสนพระทัยในการพฒั นาสตรีและทรงมพี ระราช ดําริวความรงุ เรืองของบา นเมืองยอมอาศยั การศกึ ษาเลา เรียนทด่ี ี พ.ศ. ๒๔๔๔ จงึ ทรงบริจาคพระราชทรพั ยสวน พระองคจดั ตั้งโรงเรยี นสาํ หรบั เด็ก หญงิ แหง ที่สอง ขน้ึ ในกรงุ เทพมหานคร ทรงพระราชทานชอ่ื วา \"โรงเรียนสตรีบํารงุ วิชา\" และในป พ.ศ. 2447 ทรงเปด โรงเรียนสาํ หรบั กุลธดิ าของขาราชสํานกั และบุคคลชั้นสงู คอื \"โรงเรียนสนุ นั ทาลัย\" ใหการอบรมดา นการบานการเรอื น ก็รยิ ามารยาท และ วิชาการตาง ๆ อีกทง้ั ทรงจา ยเงินเดอื นครู และคํา ใชสอยตาง ๆ สาํ หรับเปนคําเลาเรียน แกกุลบุตรกลุ ธิดาของขาราการใหญนอยและราษฎรอีก เปน จาํ นวนมาก ทรงบรจิ าคพระ ราชทรพั ยส วนพระองคหตง้ั โรงเรียนทรงมีความหว งใยความเจบ็ ไขไ ดปว ยของราษฎร และทหารเปนอยา งย่ิง โดยทรงสนับสนุนการกอตงั้ โรงพยาบาลศิริราช ซงึ่ นับวา เปน โรงพยาบาลแหง แรก ของประเทศไทยและพระราชทานทรพั ยสว นพระองค ต้งั โรงเรยี นแพทยผดงุ ครรภข ้ึน ในโรงพยาบาลแหงนี้ สําหรับเปนสถานศึกษาวชิ าพยาบาล และผดุงครรภ ของสตรี นอกจากน้ีพระองคยงั มพี ระราชดําริจดั ตง้ั สภาอุณาโลมแดง และไดท รงบริจาคพระราชทรัพย สวนพระองคจดั สรา งขึน้ ในป พ.ศ. 2436 เพือ่ เปน ศูนยบ รรเทาทกุ ขชวยเหลอื ผเู จบ็ ปวย สมเด็จพพรระบะศรรมีพรชัาชรชนิ นทนรพี าบันรปมหรลาวชงินนี าถ

๖ ๖. พระวิภาคภูวดล พระวภิ าคภวู ดล นามเดิม เจมส ฟต ซร อย แมคคารที เปนนัก สํารวจรงั วดั และนักทาํ แผนทีช่ าวไอรชิ พระวภิ าคภูวดลมีบทบาทสําคัญในการปก ปน เขตแดนของไทย ซงึ่ ชว ยใหสยามพัฒนาไปสกู าร เปน รัฐชาติ ทท่ี ันสมยั นายแมคคารทเี ขารบั ราชการเปนเจา กรม พระวภิ าคภูวดล แผนทีค่ นแรกของสยาม (ปจจุบนั คือ กรมแผนท่ี ทหาร) การทาํ แผนท่ีแบบตะวนั ตกในประเทศไทย เร่มิ ต้ังแตน ายแมคคารท่เี ขารับ ราชการไทย ไดใ ช หลกั มลู ฐานขนาดมิตทิ รงวงรี เอเวอเรสต ใน การสํารวจทาํ แผนทีต่ ลอดมา ชอ่ื ทรงวงร\"ี เอเวอเรสต็\" มาจากชื่อของนายพนั เอกเอเวอเรสต นายทหารชา งชาวอังกฤษ ผเู ปนหัวหนาสถาบัการแผนทีอ่ นิ เดยี ในสมยั ทอ่ี นิ เดยี ยังขน้ึ กบั องั กฤษการทาํ แผนท่ีซ่งึ ไดจัดทํากอนสถาปนาเปน กรมแผนทเ่ี ริ่มแรกใน ตอนปลาย พ.ศ. ๒๔๒๔ เปนการสํารวจสําหรับวางแนวทางสายโทรเลข ระหวา ง กรุงเทพฯ และมะละแหมง ( Moulmein) ผานระแหง (ตาก) ในการน้ี นายแมค คารท ่ไี ดทาํ การสํารวจสามเหลย่ี มเลก็ โยงยึดกบั สายสามเหล่ียมของอินเดยี ที่ ยอดเขา ซ่งึ อยูทางตะวันตกของระแหงไว ๓ แหง งานแผนทีท่ ใ่ี ชส าํ รวจ มีการวดั ทางดรศสตร และการวางหมุดหลักฐานวงรอบ (traverse)

๗ ๗. พอขุนศรีอินทราทิตย พอ ขุนศรอี ินทราทติ ย เปน ปฐมกษัตริยแ หง อาณาจกั รสโุ ขทยั หรอื ราชวงศพระรว ง มีพระนามเดมิ วา พอขนุ บาง กลางหาว แหง เมอื งบางยาง พระองคทรงรวม กับพระสหาย พอขนุ ผาเมอื ง เจา เมอื งราด ชว ยกนั รวบรวมคนไทยยดึ เมืองสโุ ขทัยจากขอม สมาดโขลญลาํ พง ซึ่งเขา ครอบครองเมือง สุโขทัยอยูข ณะน้นั จนเปน ผลสําเร็จ และตัง้ พอ ขนุ ศรีอินทราทิตย เมอื งสโุ ขทยั เปนราชธานี พอขนุ บางกลางหาว ทรงไดร บั การสถาปนาจากพอ ขุน ผาเมืองขน้ึ เปนกษตั รยิ  ทรงพระนามวา พอขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย ทรงมีพระมเหสี พระนามวา พระนางเสือง มีพระราชโอรสที่ครองราชย ตอจากพระองคอ ยู 2 พระองค คอื พอ ขนุ บานเมือง และพอขนุ รามคาํ แหง พระราชกรณียกิจ ทรงกอต้ังอาณาจกั รสโุ ขทัย โดยพระองคทรงรวบรวมผคู น ยึดอํานาจจากขอมเปนผลสําเร็จ และทรงสถาปนาอาณาจกั รสุโขทัยเปนราชธานี ทาํ ใหคนไทยมอี สิ รภาพ โดยไมต กอยภู ายใตอ ํานาจขอมตอไป ทรงทาํ ศกึ สงครามเพ่อื ปอ งกนั และขยายอาณาเขต ขนุ สามชนเจา เมืองฉอด ไดน ํากองทัพเขามารกุ รานเมอื งตาก ซ่งึ เปน เมอื งชายแดนของอาณาจักรสโุ ขทัย พอ ขุนศรอี นิ ทราทิตยไ ดนําไพรพ ลออกตอ สูกบั กองทพั ขนุ สามชน

๘ ๘. พอขุนรามคําแหงมหาราช รัชสมัยของพอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช เปน ยุคทก่ี รงุ สุโขทยั เฟอ งฟแู ละเจริญข้นึ กวาเดมิ เปน อันมาก ระบบการปกครอง ภายในกอ ใหเกดิ ความสงบเรียบรอ ยอยางมีประสิทธภิ าพ มีการติดตอสัมพนั ธกบั ตางประเทศทัง้ ในดานเศรษฐกิจและการเมือง ประชาชนอยูดีกินดี สภาพบา น เมืองกาวหนา ทง้ั ทางเกษตร การชลประทาน การอตุ สาหกรรม และการศาสนา อาณาเขตของกรงุ สุโขทัยไดข ยายออกไปกวางใหญไพศาล การเมอื งการปกครอง เมื่อพอ ขนุ ศรีอินทราทิตยท รงขจดั อิทธิพลของเขมรออกไปจากกรงุ สโุ ขทัยไดใ น ปลายพทุ ธศตวรรษที่ 18 การปกครองของกษัตริยส โุ ขทัยไดใ ชร ะบบปตุราชาธปิ ไตยหรอื \"พอ ปกครองลูก\" ดังขอความในศิลาจารกึ พอขุนรามคาํ แหงวา คําพดู \"....เมือ่ ช่วั พอกู กูบําเรอแกพ อ กู กไู ดตัวเนื้อตวั ปลา กูเอามาแกพ อ กู กูไดหมาก สม หมากหวาน อันใดกนิ อรอ ยดี กูเอามาแกพ อ กู กูไปตีหนังวังชา งได กูเอามาแกพ อกู กไู ปทอ บานทอเมือง ไดชา งไดง วง ไดป วไดน าง ไดเงอื น ไดท อง กูเอามาเวนแกพอก.ู .\" ขอ ความดงั กลาว แสดงการนับถือบดิ ามารดา และถือวา ความ ผูกพนั ในครอบครัวเปนเรอื่ งสาํ คัญ ครอบครัวทั้ง หลายรวมกันเขาเปนเมืองหรอื รัฐ มเี จา เมอื ง พอ ขุนรามคําแหงมหาราช หรอื พระมหากษัตรยิ เปน หวั หนาครอบครัว

๙ ๙. พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (ลไิ ทย) เปนหลานปูของพอขนุ รามคาํ แหงมหาราชครองราช สมบตั ใิ นชวงพ.ศ. ๑๘๙๐ ระหวาง พ.ศ. ๑๙๑๑-๑๙๑๖ พระราชกรณยี กจิ ดา นการเมอื งการปกครองหลัง สมัยพอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช ความเขมแขง็ ในทาง ทหารของสุโขทยั ลดลง หัวเมอื งประเทศราชหลายแหง แยกตวั เปน อิสระพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ทรง มีพระราโชบายรวบรวมเมืองตางๆ เขา มารวมกับสโุ ขทยั ดงั เดิม โดยอาศัยพระพุทธศาสนามาเปนสือ่ กลางการ พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ เจรญิ สมั พนั ธไมตรีกับอาณาจกั รตา งๆ นอกจากนไ้ี ดเ สด็จไปประทบั ยังเมืองตา งๆ ของสโุ ขทยั เพื่อสรางความเขมแขง็ ใหก บั อาณาจกั ร เชน เสดจ็ ไปประทบั ท่เี มืองแพร นาน ๗ เดอื น ประทบั ท่ีเมอื งพษิ ณโุ ลกนาน ๗ ปเ พอ่ื ปอ งกันการรุกรานของกรุง ศรีอยุธยา ดา นศาสนา ในสมัยสุโขทัยพระพทุ ธศาสนาไดรบั การเคารพนบั ถือมากและเจรญิ สงู สดุ ในสมยั ของพระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (ลิไทย) ซ่งึ เปน หลานของพอขุน รามคาํ แหงมหาราชโดยพระยาลิไทยทรงเปนกษตั ริยท่มี ีพระราชศรัทธาในพระพทุ ธ ศาสนาเปนอยา งย่งิ ดา นความสัมพนั ธก บั เพ่อื นบา น พระองคทรงใชพ ระพทุ ธศาสนามาเปน สื่อ กลางในดา นการเจริญสัมพันธไมตรแี ละวฒั นธรรมกับแวนแควน ตางๆเชน ทรงสง พระสงฆไ ปเผยแพรพ ระพุทธศาสนาในลา นนา

๑๐ ๑๐. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ ๑ หรอื พระเจา อทู อง เปน พระปฐมบรมกษตั ริยแ หง อาณาจกั รอยุธยา เสด็จพระราชสมภพเม่อื พ.ศ. ๑๘๕๕ ทรงสถาปนากรงุ ศรีอยุธยาเปนราชธานขี องอาณาจกั รอยธุ ยา เมือ่ จุลศกั ราช ๗๑๒ ปขาล มี พระนามเต็มวา สมเด็จพระรามาธิบดศี รีสุนทรบรมบพิตร พระเจา อยหู ัว และ เสดจ็ สวรรคต เมอ่ื ปร ะกา ครองราชสมบัติ ๒๐ ป ผสู ืบราชพระราชบลั ลงั กต อ คอื สมเดจ็ พระราเมศวร การสงครามกับเขมร ในสมยั สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี ๑ พระองคทรงเจริญ สัมพันธไมตรีกบั แวน แควนตางๆมากมาย แมก ระทั่ง ขอม ซึง่ ก็เปน มาดวยดจี น กระทง่ั กษัตริยขอมสวรรคต พระราชโอรสนาม พระบรมลาํ พงศ ทรงขึน้ ครอง ราชย ซง่ึ พระบรมลําพงศกแ็ ปรพกั ตรไมเ ปนไมตรีดังแตก อน สมเดจ็ พระรามาธบิ ดี ท่ี ๑ จึงมบี ญั ชาให สมเด็จพระราเมศวร ยกทพั ไปตีกมั พูชา และใหสมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชท่ี ๑ หรือขนุ หลวงพะง่วั ทรงยกทัพไปชวย จงึ สามารถตเี มือง นครธมแตกได พระบรมลําพงศสวรรคตในศกึ คร้ัง น้ี สมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชท่ี 1 จึงแตงต้ังปาสตั พระราชโอรสของพระบรมลาํ พงศเ ปน กษตั ริยขอม การศาสนา ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ใหสรางวัด ตางๆ เชน ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสรา งวัด สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี ๑ พทุ ไธสวรรย

๑๑ ๑๑. พระบรมไตรโลกนาถ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ หรือ สมเดจ็ พระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพติ ร มีพระนามเดมิ วา สมเด็จพระราเมศวร หมายถงึ \"พระพุทธเจา \" หรือ \"พระ อศิ วร\" พระราชสมภพท่ีอยธุ ยาเมือ่ ป พ.ศ. ๑๙๗๔ แตเ ติบโตและมีชีวติ ในวัยเยาว ทีพ่ ษิ ณโุ ลก โดยเปน พระราชโอรสของสมเดจ็ พระบรมราชาธบิ ดที ี่ ๒ (เจา สามพระยา) กับพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาท่ี ๒ แหง สุโขทยั พระองคจงึ เปน เชอ้ื สายราชวงศสพุ รรณบุรีและราชวงศพ ระรวง พระราชกรณยี กจิ ๑. การรวมอาณาจักรสุโขทัยเขา กับอยธุ ยา เม่ือสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถข้ึนเสวยราชยใน พ.ศ. ๑๙๙๑ ทางสโุ ขทยั ไมม พี ระมหาธรรม ราชาปกครองแลว คงมีแตพ ระยายุทธษิ เฐยี ร พระโอรสของพระมหาธรรมราชาที่ ๔ ไดรบั แตงตง้ั จากอยธุ ยาใหไ ปปกครองเมืองพิษณุโลก พระยายทุ ธษิ เฐียรไปเขา กบั พระเจาตโิ ลกราชแหง ลานนา พระราชมารดาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ไดป กครองเมอื งพิษณุโลก ตอ มาจนส้นิ พระชนม สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ไดเสด็จไปประทับที่ พิษณโุ ลกและถือวา อาณาจักรสโุ ขทัย ถูกรวมเขา กับอาณาจกั รอยุธยานับต้งั แตน ัน้ ดา นการปฏิรูปการปกครองสมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถมพี ระประสงค ที่จะดงึ อาํ นาจเขา สศู นู ย กลางหรอื ราชธานี จงึ ลดบทบาทของเจานายลง และเพม่ิ อํานาจใหขนุ นาง พระบรมไตรโลกนาถ

๑๒ ๑๒. สมเด็จพระสุริโยทัย พระราชประวัตขิ องสมเด็จพระสุริโยทัยยังไมเปน ทที่ ราบแนชัด แตสนั นษิ ฐานวา สืบเชอื้ สายมา จากราชวงศส ุโขทัย ซ่ึงดํารงตาํ แหนง พระ อัครมเหสใี นสมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ ในขณะท่ี สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ ขึ้นครองราชสมบตั ิ กรงุ ศรีอยุธยาตอจากขนุ วรวงศาธิราชไดเพียง ๗ เดือน เมอื่ พ.ศ.๒๐๙๑ พระเจาตะเบ็งชะเวตี้ สมเดจ็ พระสรุ ิโยทัย และพระมหาอุปราชาบุเรงนองยกกองทพั พมา- รามญั เขา มาลอมกรงุ ศรีอยธุ ยาครั้งแรก โดยผานมาทางดานดา นพระเจดียส าม องค จงั หวดั กาญจนบุรีและต้ังคา ยลอ มพระนคร การศกึ ครง้ั นนั้ เปน ท่เี ลอื่ งลอื ถงึ วรี กรรมของ สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ซงึ่ ไสชางพระทีน่ ง่ั เขาขวางพระเจา แปรดวย เกรงวา สมเดจ็ พระมหาจักรพรรดิ พระราชสวามี จะเปน อนั ตราย จนถกู พระแสงของา วฟน พระอังสาขาดสะพายแลง สิน้ พระชนมอยูบนคอชา ง เพอื่ ปกปองพระราชสวามีไว เมื่อสงครามยุตลิ ง สมเด็จพระมหาจกั รพรรดไิ ดทรงปลง พระศพของพระนางและสถาปนาสถานทป่ี ลงพระศพขึน้ เปนวดั ขนาน - นามวา \"วดั สบสวรรค\" (หรอื วดั สวนหลวงสบสวรรค)

๑๓ ๑๓. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ทรงพระนามเดิมวา พระองคดํา ทรงเปน โอรสของ สมเด็จพระมหาธรรมราชา และ พระวสิ ุทธกิ ษตั ริย (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรสี รุ ิโยทยั และสมเดจ็ พระ มหาจักรพรรด)ิ พระองคเสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณโุ ลก ทรงมีพระเชษฐภคิณี คอื พระสพุ รรณกัลยา และทรงมีพระอนุชาคือสมเด็จพระเอกาทศรถ(องคขาว) ดัง นั้นพระองคจึงทรงเปนพระราชนัดดาของสมเดจ็ พระศรสี ุรโิ ยทัย พระนามของ พระองคปรากฏในลายลักษณอ ักษรหลายฉบับ เชน พระนเรศ วรราชาธิราช พระ นเรสส องคด าํ จึงยงั ไมส ามารถสรปุ ไดว าพระนาม นเรศวรไดม าจากทีใ่ ด สนั นิษฐานเบือ้ งตน วา เพย้ี นมาจาก สมเด็จพระนเรศ วรราชาธริ าช เปน สมเดจ็ พระนเรศวร ราชาธิราช ตลอดระยะเวลาในวัยเยาวของพระนเรศวรทรงใชช วี ิตอยู ในพระราชวงั จันทน เมอื งพิษณุโลก จนกระทั่งเม่อื พระเจาบเุ รงนองยกทพั มาตีเมอื ง พิษณุโลก สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธิราชเจาเมอื ง พิษณุโลกยอมออ นนอมตอ แหง หงสาวดี และทําให พิษณโุ ลกตองแปรสภาพ เปนเมอื งประเทศราชหงสาวดี ไมข้ึนตอ กรุงศรอี ยธุ ยา พระเจาบเุ รงนองไดทรงขอพระ นเรศวรไปเปน องคประกนั ท่หี งสาวดี ทําใหพ ระองค ตองจากบานเกิดเมอื งนอนตั้งแตมีพระชนมมายเุ พยี ง ๙ พรรษา สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช

๑๔ ๑๔. สมเด็จพระนารายณมหาราช สมเดจ็ พระนารายณม หาราช พระมหากษัตรยิ ลาํ ดับที่ ๒๗ ของกรงุ ศรอี ยธุ ยา ครองราชยร ะหวา ง พ.ศ. ๒๑๙๙ - พ.ศ. ๒๒๓๑ พระองคเ ปน พระมหากษัตริยท่ที รง พระปรชี าสามารถยงิ่ จนไดร ับการเทดิ พระเกยี รติ เปน \"มหาราช\" และทรงนําความเจรญิ รุงเรืองมา สกู รุงศรอี ยธุ ยา เปนอยา งมากทรงมีพระบรม สมเด็จพระนารายณมหาราช เดชานุภาพท่ยี ิง่ ใหญ ทาํ สงครามกบั อาณาจกั ร ตา งๆ ใกลเคียงไดรบั ชยั ชนะหลายคร้งั มกี ารเจริญสัมพนั ธไมตรี กับประเทศตา งๆ อยา งกวางขวาง เชน จนี ญีป่ ุน ฮอลันดา องั กฤษ อหิ รา น ที่สําคัญท่ีสดุ คอื ไดสง ทูตไปเจริญสมั พันธไมตรีกับราชสาํ นกั พระเจาหลุยสท ี่ 14 แหงฝรง่ั เศสถงึ 4 ครงั้ จนไดรบั การเทดิ ทนู วา ทรงเปนนกั การคา และนกั การทูตที่ ย่งิ ใหญ นอกจาก นนั้ ยงั ทรงพระปรชี า ในดา นวรรณกรรมเปนอยา งย่งิ โดยทรงพระราชนพิ นธ วรรณคดีไวหลายเร่อื ง เชน โคลงทศรถสอนพระราม พาลสี อนนอง ราชสวสั ด์ิ สมทุ รโฆษคาํ ฉนั ท( ตอนกลาง) คาํ ฉนั ทก ลอ มชา ง(ของเกา ) และพระราชนพิ นธ โคลงโตต อบกับศรปี ราชญ และกวี มชี อ่ื อน่ื ๆ ทง้ั ยังทรงสนบั สนนุ งานกวนี ิพนธ ใหเ ฟอ งฟู เชน สมทุ รโฆษคาํ ฉันทของพระมหาราชครู โคลงเฉลมิ พระเกียรติ สมเดจ็ พระนารายณม หาราช ของหลวงศรีมโหสถ

๑๕ ๑๕. สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช หรือ สมเดจ็ พระเจากรุงธนบุรี ทรงมพี ระนามเดิมวา “สนิ ” (ช่อื จีนเรยี กวา “เซนิ้ เซน้ิ ซนิ ) พระราชสมภพเม่อื วัน อาทติ ยท่ี ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๒๗๗ พระราชบดิ าเปน ชาวจีนแตจ ๋วิ ชื่อ “นายไหฮอง” ได สมรสกับหญงิ ไทยชือ่ ”นางนกเอย้ี ง” ในชว งรชั สมัยพระเจาอยหู วั บรมโกศ (สมเด็จพระ ธรรมราชาธริ าชท่ี ๓) ซงึ่ เจา พระยาจักรไี ดข อไปอุปการะเปนบตุ รบุญธรรมตงั้ แตครั้งเยาว วยั คร้ันอายุ ๕ ป เจาพระยาจักรไี ดน ําไปฝากเรียนกบั พระอาจารยท องดี วัดโกษาวาส (วดั คลัง) ทรงศกึ ษาหนงั สอื ขอมและหนังสอื ไทยจนจบบริบูรณ ตลอดจนศกึ ษาพระ ไตรปฎกจนแตกฉาน ตอ มาเม่ืออายุครบ ๑๓ ป เจาพระยาจักรไี ดนาํ ตวั เดก็ ชายสิน ไป ถวายตวั เปน มหาดเลก็ ในสมเด็จพระเจาอยหู วั บรมโกศและไดทรงโปรดเกลา ฯ ใหท ํา ราชการกบั หลวงศักดิ์นายเวร ซึ่งเปน บตุ รของเจา พระยาจกั รี เม่ือมเี วลาวางจะศกึ ษา หาความรู กับอาจารยช าวจนี อาจารยชาวญวน และ อาจารยชาวแขก จนเชีย่ วชาญและ สือ่ สารไดอ ยา งคลองแคลวทัง้ ๓ ภาษา พระราชกรณยี กิจที่สาํ คญั การกูเอกราช เม่อื ป พ.ศ. ๒๓๐๙ พมา ยกทพั มาตกี รุงศรีอยุธยา ในสมัย พระเจาเอกทศั และไดเสียกรงุ แกพมาเปน ครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๑๐ เหตุการณใ นกรุงศรอี ยธุ ยาขณะน้นั เกิด ความระส่ําระสาย ทหารพมาไดลอ มกรุงศรอี ยุธยาไว พระยาตากเห็นวาคงสพู มาไมไดแลว จงึ นําทหาร จาํ นวนหน่งึ ตีฝาวงลอมพมาออกมา และไดร วบรวม กาํ ลังอยูท ่เี มืองจนั ทบรุ ี แลวยกทพั กลับไปตพี มาทก่ี รุง สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช ศรีอยธุ ยา

๑๖ ๑๖.พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช มพี ระนามเดิมวา ดวงหรอื ทองดวง เสดจ็ พระ ราชสมภพ เมือ่ วนั พธุ เดือน ๔ แรม ๔ คา่ํ ปมะโรง จลุ ศักราช ๑๐๙๘ ทรงกลับเขา รับราชการเปน มหาดเล็กหลวง และไดร ับบรรดาศักดเ์ิ ปน หลวงยก กระบัตร เมืองราชบุรี เมอื่ พระชนมายุ ๒๕ พรรษา หลังเสยี กรุงศรอี ยุธยาแกพมา ได ๑ ป พระองคได เขา มารับราชการ ในกรุงธนบรุ ีในตาํ แหนงพระราช- พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา วรินทร ในกรมพระตาํ รวจหลวง ทรงเปน กําลัง จุฬาโลกมหาราช สาํ คัญในการกอบกบู านเมอื งและทาํ ศกึ สงครามมากมาย ในป พ.ศ. ๒๓๑๑ พระองคไดต ามเสด็จสมเด็จพระเจา ตากสินมหาราชไปปราบเจา พิมาย พระราชกรณียกจิ ประการแรกท่พี ระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จฬุ าโลก มหาราชทรงจดั ทาํ เมื่อเสด็จขึน้ ครองราชย คอื การโปรดเกลาฯใหต้งั กรุง รัตนโกสินทรเ ปน ราชธานใี หม ทางตะวันออกของแมน ้ําเจาพระยา แทนกรงุ ธนบุรี ดว ยเหตุผลทางดานยุทธศาสตร การสรางราชธานใี หมน ้นั ใชเวลาทง้ั ส้นิ ๓ ป โดยพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช ทรงทําพธิ ยี กเสาหลักเมอื ง เมอื่ วันอาทติ ย เดอื น ๖ ขนึ้ ๑๐ ค่ํา ปขาล จศ. ๑๑๔๔ ตรงกบั วันท่ี ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ และโปรดเกลา ฯใหส รา ง พระบรมมหาราชวัง สบื ทอดราช ประเพณี

๑๗ ๑๗. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลยั ทรงเปนพระมหากษัตริยไ ทยองคที่ ๒ แหง ราชวงศจ กั รี ทรงประสูตเิ มื่อ ๒๔ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๓๑๐ ตรงกับวันพธุ ข้ึน ๗ คา่ํ เดือน ๓ ปกุน มีพระนามเดิมวา \"ฉมิ \" พระองคทรงเป พระบรมราชโอรสองคที่ ๔ ในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราชและกรมสมเดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา นภาลยั พระอมรนิ ทรามาตยพ ระบรมราชชนนีพนั ปหลวง ประสูติ ณ บา นอัมพวา แขวงเมืองสมทุ รสงคราม ขณะนน้ั พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช เปน หลวงยกกรบั ัตรเมืองราชบุรี พระบิดาไดใ ห เขาศึกษากบั สมเด็จพระวนั รตั ( ทองอยู ) ณ วดั บางหวา ใหญ พระองคท รงมี พระชายาเทา ที่ปรากฎ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั ทรงโปรดใหแ กะลายสลกั ที่บานประตู พระวหิ ารพระศรศี ากยมุนี ณ วัดสทุ ศั น สรางพระประทานในพระอุโบสถวัดแจง และพระพกั ตรพ ระพุทธธรรมศิ รราชรายไดข องแผนดนิ ไดจ ากการเก็บภาษีอากร ทางดา นการคา ทท่ี าํ ตามแบบเดิม คอื ใหพระคลงั สนิ คา มีอํานาจในการซอื้ ขายการ ปกครอง น้ันคงทรงไวแบบเกา แตง ตง้ั เจานายท่ีเปนเชื้อพระวงศเ ขากาํ กับราชการ กฎหมาย

๑๘ ๑๘. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัว พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลาเจาอยหู วั ทรงเปน พระมหากษตั รยิ ไทยองคท่ี ๓ แหงราชวงศจ ักรี เปน พระราชโอรสใน พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั และสมเดจ็ พระศรสี รุ าลัย ( เจาจอม มารดาเรียม ) ประสตู ิ ณ วันจนั ทร เดือน ๔ แรม ๑๐ คํ่า ปมะแม ตรงกบั วันท่ี ๓๑ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๓๓๐ มพี ระนามเดิมวา \"พระองคชายทับ\" พ.ศ. ๒๓๖๕ พระองคชายทบั ไดรบั สถาปนาเปนกรมหมนื่ เจษฎาบดนิ ทรกาํ กบั ราชการกรมทา กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมพระตํารวจวา การฎกี า นอกจาก นีย้ ังไดท รงรบั พระกรณุ าใหแ ตง สําเภาหลวงออกไปคา ขาย ณ เมอื งจนี พระองค ทรงไดรบั พระสามัญญานามวา \"เจา สัว\" พระบาทสมเด็จพระน่งั เกลาเจา อยหู วั ขึ้นครองราชยในวนั ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ข้ึน 7 คาํ่ เดอื น 9 ปวอกฉศก มพี ระชนมายไุ ด 37 พรรษา ยุคนเี้ ปน ยคุ ของการฟนฟูบูรณะเกย่ี วกับพระพุทธ ศาสนาอยา งแทจริง มกี ารปฎสิ ังขรณว ัดวาอาราม การศกึ ษาพระปรยิ ัติธรรม การตั้งธรรมยตุ กิ นิกาย และมกี ารเผยแพรศ าสนาอน่ื เขา มาในไทยอีก วดั ที่ ทรงสรางและปฎสิ ังขรณท ่ีสําคัญ เชน วดั เฉลิมพระ เกยี รติ วัดราชนัดดา วดั เทพธดิ าราม วัดอรุณ วัด พระพทุ ธบาท วัดมหาธาตุ วดั โมลีโลกยาราม วดั พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลาเจาอยหู วั ยานนาวา วรรรคดีและกวี

๑๙ ๑๙. พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัว พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั พระนามเดมิ ฉมิ พระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จ พระพทุ ธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช กบั สมเด็จพระอมริน ทราบรมราชนิ ี มีพระบรมราชสมภพ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพนั ธ พ.ศ. ๒๓๑๐ ณ ตาํ บลอัมพวา จงั หวัด สมทุ รสงคราม พ.ศ. ๒๓๒๕ ไดร บั พระกรณุ าโปรด เกลา ฯสถาปนาเปน สมเดจ็ พระเจาลูกเธอ เจาฟากรม ขนุ อิศรสนุ ทร ตอ มา พ.ศ. ๒๓๔๙ พระราชทานอุป พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยหู วั ราชาภิเษกเปนพระมหาอปุ ราช กรมพระราชวงั บวร- สถานมงคล ตอมาไดเสด็จขึน้ ครองราชยเ ปนพระมหากษัตรยิ ล ําดับท่ี ๒ แหงพระบรมราช จกั รีวงศเม่ือ พ.ศ. ๒๓๕๒ ขณะมพี ระชนมพรรษา ๔๒ พรรษา พระบาทสมเดจ็ พระพุทธ เลศิ หลานภาลยั ทรงพระปรชี าสามารถในการปกครองประเทศ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ แตงต้งั ผูแ ทนพระองคไ ปกํากบั ราชการ ควบคมุ ดแู ลสว นราชการตา ง ๆ ท่ีสําคัญ ทรงตรา พระราชกาํ หนดและบทลงโทษเร่ืองการสูบ การซ้อื และการขายฝน ทรงกาํ หนดการเขา รับ ราชการของพลเมือง และทรงสง เสรมิ ขา ราชการใหปฏิบตั ิหนาที่ตามความถนดั ของตน ใน การเกบ็ ภาษีอากรนน้ั ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเก็บเฉพาะธรุ กิจท่มี ีรายไดมาก ๆ เชน ภาษจี ากโรงเหลา ภาษปี ากเรือจากการคา ขายกับตางประเทศ อากรคาบอน ภาษีดาน ภาษตี ลาด เปน ตน ในรชั สมัยนี้การเดินเรือคาขายของไทยรงุ เรืองมาก จึงทรงพระกรุณา โปรดเกลา ฯ ใหท าํ ธงประจําเรือกาํ ปนหลวงทไ่ี ปคาขายตา งประเทศเปน รูปชางสขี าวอยตู รง กลางวงจกั รบนพ้นื ธงสแี ดง

๒๐ ๒๐. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว พระบาทสมเดจ็ พระนัง่ เกลาเจาอยหู วั พระนามเดิม หมอ มเจา ทับ เปน พระราชโอรส พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหลานภาลัยคร้ังดาํ รง พระยศเปนสมเดจ็ พระเจา ลูกยาเธอ เจา ฟา กรม หลวงอิศรสนุ ทร ประสูติแตกรมสมเดจ็ พระศรสี ุ ลาลยั ซ่งึ ขณะนนั้ ทรงดาํ รงฐานันดรศกั ดิเ์ ปน หมอม เรยี ม ใน พ.ศ. ๒๓๔๙ เมอ่ื สมเด็จพระบรมชนก นาถทรงไดรับอปุ ราชาภิเษกเปน สมเด็จพระมหา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา เจาอยูหวั อุปราชกรมพระราชวงั บวรสถานมงคล พระองคจ ึงไดด ํารงพระอิสรยิ ศักดิเ์ ปน พระเจา หลานเธอ พระองคเ จาชายทบั เมือ่ พระชนมายุครบที่จะทรงผนวช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราชทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ให ทรงผนวช ณ วดั พระศรีรตั นศาสดาราม เสด็จประทับจาํ พรรษา ณ วดั ราช สิทธาราม พ.ศ. ๒๓๕๖ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลานภาลัย ไดรับพระ กรุณาโปรดเกลา ฯ เปน พระเจา ลูกยาเธอ กรมหมน่ื เจษฎาบดนิ ทร ไดทรง กํากับราชการกรมทา กรมพระคลงั มหาสมบตั ิ และกรมพระตํารวจวาความ ฎกี า ทรงนาํ พระราชทรพั ยส ว นพระองคซ่งึ ไดจากการคาสําเภากับตางประเทศ ขึ้นทูลเกลาฯ

๒๑ บรรณานุกรม ๑. แคมปสสตาร. (๒๕๖๒). พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดี ศรสี นิ ทร มหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลาเจาอยูหวั . สืบคนเม่ือ ๑๒ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขา ถึงจาก https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/43066.html ๒. มติชนออนไลน. (๒๕๖๔). สมเดจ็ พระนางเจา สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี ันปหลวง. สบื คนเมือ่ ๑๒ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก https://www.matichon.co.th/court-news/news_1481039 ๓. พระราชวังเดมิ . (๒๕๖๔). พระบาทสมเดจ็ พระปนเกลาเจา อยูหวั . สืบคน เมื่อ ๑๒ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก http://www.wangdermpalace.org/ Kingpinklao_th.html ๔. ทีนวิ ส. (๒๕๖๐). กรมพระราชวงั บวรวไิ ชยชาญ. สืบคนเมื่อ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๔, เขา ถงึ จาก https://www.tnews.co.th/religion/352070 ๕. สภากาชาดไทย. (๒๕๖๐). สมเด็จพระศรีพัชรนิ ทราบรมราชนิ นี าถ พระบรม ราชชนนพี ันปห ลวง. สบื คน เม่อื ๑๒ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถงึ จาก https://www.redcross.or.th/uncategorized/8846/ ๖. กรมแผนท่ีทหาร. พระวภิ าคภวู ดล. สืบคน เมื่อ ๑๒ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขา ถึงจาก http://www.rfapr.com/2016/09/28/ ๗. วิกพิ เี ดีย. พอขุนศรอี ินทราทติ ย. สืบคนเมือ่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๔, เขา ถงึ จาก https://th.m.wikipedia.org/wiki/พอขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย ๘. วกิ พิ เี ดยี . (๒๕๖๓). พอ ขุนรามคาํ แหงมหาราช. สบื คน เมือ่ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก https://th.m.wikipedia.org/wiki/พอขนุ รามคาํ แหงมหาราช

๒๒ ๙. ปานธชิ า. พระมหาธรรมราชาที่ ๑. สืบคน เมอื่ ๑๓ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถงึ จาก https://sites.google.com/site/phanthicha477/bth-thi-2bukhk hl-sakhay-smay-sukhothay/3-phra-mha-thrrm-racha-thi-1-li-thiy ๑๐. สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๑. สืบคน เม่อื ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถงึ จาก http://119.46.166.126/self_all/selfaccess8/m2/197/lesson1/th ong.php ๑๑. พระบรมไตรโลกนาถ. สืบคนเม่อื ๑๓ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก https://sites.google.com/site/bukhkhlsakhayniprawatisastr/phxkhun-ra mkhahaeng-mharach ๑๒. (๒๕๖๒). สมเดจ็ พระสรุ ิโยทัย. สบื คน เมือ่ ๑๓ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถึง จาก http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/19490-029674 ๑๓. (๒๕๖๔). สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช. สบื คนเม่อื ๑๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก http://rlocal.kru.ac.th/index.php/th/2013-12-12-07-49- 34/319-2014-05-27-04-43-28 ๑๔. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เทพสตรี. สมเดจ็ พระนารายณม หาราช. สืบคน เม่ือ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก http://library.tru.ac.th/inlop/lppep/337 -๑l๕pp. eเ0ม1ือ0ง4พ.ทัhtยmาl. สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช. สืบคนเมื่อ ๑๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถงึ จาก https://www.pattaya.go.th/ประวัติสมเด็จพระเจาตาก/ ๑๖. พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช. สืบคน เมื่อ ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก https://shorturl.asia/9q7IV

๒๓ ๑๗. พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลานภาลยั . สืบคน เมื่อ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขา ถึงจาก https://sites.google.com/site/kingofth/phra-rach- prawati-phra-mha-ksatriy-mharach-thiy/rachkal-thi-2-phrabath-smdec- phraphuthth-leis-hla-nphalay ๑๘. พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลาเจาอยูหัว. สบื คนเมื่อ ๑๔ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๔, เขาถึงจาก https://sites.google.com/site/kingofth/phra-rach- prawati-phra-mha-ksatriy-mharach-thiy/rachkal-thi-3-phrabath-smdec- phra-nang-kela-cea-xyu-haw ๑๙. ลกั ษณา โตวิวัฒน. พระบาทสมเด็จพระจอมเกลาเจา อยูห วั . สบื คน เมอื่ ๑๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถงึ จาก https://www.sac.or.th/databases/thailitdir/ cre_det.php?cr_id=110 ๒๐. เสาวณติ วงิ วอน. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจา อยหู วั . สืบคน เม่อื ๑๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๔, เขาถงึ จาก https://www.sac.or.th/databases/thailit dir/cre_det.php?cr_id=67


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook