Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมเล่มคู่มือ KM 62

รวมเล่มคู่มือ KM 62

Published by pongvita, 2020-09-01 22:34:30

Description: รวมเล่มคู่มือ KM 62

Search

Read the Text Version

รายงานผลการจดั การองคค์ วามรู้ REPORT KNOWLEDGE MANAGEMENT “เทคนิคการบรู ณาการเรียนการสอน กบั งานบริการวิชาการแก่สงั คมและ งานทานุบารงุ ศิลปวฒั นธรรม” คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี

คำนำ เอกสารเผยแพร่ เรอื่ ง “เทคนิคการบรู ณาการเรียนการสอนกบั งานบริการวิชาการแกส่ งั คมและงาน ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม” นี้เกิดจากความร่วมมือของอาจารย์คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ที่ช่วยระดม สมอง แลกเปลีย่ นความรู้และประสบการณ์ในเร่ือง การบูรณาการเรยี นการสอนกบั งานบรกิ ารวิชาการแก่สังคม และงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมีการบ่งชี้ความรู้และถอดองค์ความรู้จากบุคคลผู้เป็นแหล่งความรู้ ภายในคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาดำเนินการสรุปเป็นคู่มือเพื่อเผยแพร่ให้ คณาจารยแ์ ละผูส้ นใจได้นำไปใชป้ ระโยชน์ต่อไป คณะกรรมการการจัดการความรู้ด้านบัณฑิต คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธญั บุรี หวังเปน็ อยา่ งยิ่งวา่ เอกสารนี้จะเป็นประโยชน์ต่ออาจารย์ผสู้ อนและผู้สนใจทกุ ท่าน หากผู้อ่าน พบข้อบกพร่องหรือมีคำแนะนำเพื่อการปรับปรุง คณะผู้จัดทำยินดีรับข้อเสนอแนะนั้นมาแก้ไขปรับปรุงให้ เอกสารนี้สมบรู ณ์ย่ิงขึน้ ต่อไป และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ รายงานผลการจดั การองค์ความรู้ด้านการผลติ บณั ฑติ ประจำปี 2562 คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ก

สารบัญ หน้า การจดั การความรู้ (Knowledge Management) 1 แนวปฏิบัติที่ดีในการบูรณาการจัดการเรียนการสอนกับงานบริการวิชาการแก่สังคมและงาน 2 ทำนุบำรุงศลิ ปวฒั นธรรม การแสวงหาความรู้และการสร้างองคค์ ามรูใ้ นการจัดการเรยี นการสอน 4 การบูรณาการบรกิ ารวิชาการกับการเรยี นการสอน 6 การบูรณาการการเรียนรู้กบั ศิลปวฒั นธรรม 12 การประเมินผลรายวิชาเรียนท่เี ก่ียวข้องกบั การบริการวิชาการ 15 ผลสำเรจ็ จากการเรียนรูข้ องนกั ศึกษาและแนวทางการนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ 16 เอกสารทเ่ี ก่ียวขอ้ งในการบรู ณาการจดั การเรยี นการสอน 17 ข

การจดั การความรู้ (Knowledge Management) “เทคนคิ การบรู ณาการเรยี นการสอนกบั งานบรกิ ารวิชาการแกส่ ังคมและงานทำนบุ ำรุงศิลปวัฒนธรรม” คน้ หาความรู้ การเรยี นรู้ การสรา้ งและ เสาะหาความรู้ การแบง่ ปัน การจัดการความรู้ ใหเ้ ปน็ ระบบ การเข้าถึงความรู้ การประมวลและ กลั่นกรองความรู้ 1. ค้นหาความรู้ ทาการสารวจความต้องการหวั ข้อการจดั การความรดู้ า้ นการวจิ ัย 2. การสร้างและ ดาเนินการสรา้ งและเสาะหาความรู้จากประสบการณ์ท่ีมีอยู่ในบุคลากรท่ีเป็น เสาะหาความรู้ แหล่งเรียนรู้ภายใน โดยการประชมุ ระดมความรู้ 6 คร้ัง แต่ละทา่ นนาเสนอ 3 นาท/ี ประเด็น 3. การจดั การความรู้ให้ ดาเนินการนาความรู้ที่ได้ มาจาแนกประเด็นความรู้ออกเป็นระบบ จึง เปน็ ระบบ สามารถแบ่งประเภทหัวขอ้ ขององคค์ วามรู้ออกเปน็ 4 ประเดน็ 4. การประมวลและ ดาเนนิ การจดั ทาคูม่ อื เทคนคิ การบูรณาการเรยี นการสอนกบั งานบรกิ ารวิชาการแก่ กลั่นกรองความรู้ สังคมและงานทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม และดาเนินการกล่ันกรองความรู้โดยการ ปรับปรุงคู่มอื ใหม้ คี วามครบถ้วน เท่ยี งตรง ทนั สมัย และเขา้ ใจงา่ ย 5. การเขา้ ถึงความรู้ ดาเนินการเผยแพรค่ ู่มือฯ ลงส่อื ออนไลน์ และป้ายประชาสัมพนั ธภ์ ายใน หน่วยงาน 6. การแบ่งปนั ดาเนินการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้กับคณาจารย์ภายในคณะเทคโนโลยีค 7. การเรียนรู้ หกรรมศาสตร์ จากการใช้คมู่ อื การจดั การองคค์ วามรู้ บุคลากรภายในคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้นาความรู้จากคู่มือใน ประยุกต์ใช้และพัฒนากระบวนการดาเนินการจัดการเรียนการสอนของ ตนเอง 1

แนวปฏิบัติทด่ี ีในการบรู ณาการจดั การเรยี นการสอนกบั งานบริการวชิ าการแก่ สังคมและงานทำนบุ ำรุงศิลปวฒั นธรรม การจัดการความรู้ ให้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ที่กระจายอยู่ในตัวบุคคล เช่น ทักษะในการทำงาน ประสบการณ์ เป็นต้น หรอื เอกสารเชน่ การบนั ทึก ทฤษฎีและคู่มือตา่ งๆ มาพฒั นาให้เป็น ระบบ เพอื่ ให้บคุ ลากรของคณะให้สามารถเข้าถงึ แหล่งความรแู้ ละพัฒนาตนเองต่อไปได้ วัตถุประสงค์ของการบูรณาการการจดั การเรยี นการสอน 1) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปัน ทักษะของผู้มีประสบการณ์ตรง และค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี ใน ของการบูรณาการงานวิจัยกับการเรียนการสอน การบริการวิชาการ แก่สังคม และการทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม 2) เพื่อรวบรวมความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยน มาพัฒนาและจัดเก็บอย่างเป็นระบบโดยเผยแพร่ ออกมาเปน็ ลายลักษณอ์ ักษร 3) เพือ่ นำความรทู้ ี่ได้ และทักษะของผู้มีประสบการณ์ตรงทีเป็นแนวปฏบิ ัติท่ดี ีนำมาปรับเพ่ือให้ในการ ปฏิบัติงานจรงิ การกำหนดแผนการจดั การเรียนการสอนโดยบูรณาการในช้ันเรยี น การสอนแบบบูรณาการ หมายถึง การจัดการเรียนรู้โดยการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวข้องจาก ศาสตร์ต่างๆ ของรายวิชาเดียวกันหรือรายวิชาต่างๆ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ ความคดิ รวบยอดของศาสตร์ต่างๆ มาใชใ้ นชีวิตจริงได้ 2

สำหรบั การจดั การเรียนร้แู บบบูรณาการ (Integrated Learning Management) หมายถงึ กระบวนการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามความสนใจ ความสามารถ โดยเชื่อมโยงเนื้อหาสาระของศาสตร์ต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันให้ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สามารถนำความรู้ ทักษะและ เจตคติไปสร้างงาน แก้ปัญหาและใชใ้ นชีวิตประจำวนั ไดด้ ้วยตนเอง รปู แบบของการจดั การเรียนการสอนแบบบรู ณาการ รูปแบบของการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการมี 4 รปู แบบ ประกอบด้วย 1) การบรู ณาการแบบสอดแทรก (Infusion Instruction) การสอนรูปแบบนี้ผู้สอนในวชิ าหนึง่ สอดแทรกเนื้อหาของวชิ าอื่นๆ เข้าไปในการสอนของตน เป็น การวางแผนการสอนและสอนโดยผู้สอนเพยี งคนเดียว 2) การบรู ณาการแบบขนาน ( Parallel Instruction) การสอนตามรูปแบบน้ี ผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสอนต่างวิชากัน ต่างคนต่างสอนแต่ต้องวาง แผนการสอนร่วมกันโดยมุ่งสอนหัวเรื่อง/ความคิดรวบยอด/ปัญหาเดียวกัน (Theme/concept/problem) ระบุสิง่ ที่รว่ มกนั และตัดสินในร่วมกันวา่ จะสอนหัวเรื่อง/ความคดิ รวบยอด/ปัญหา 3) การบรู ณาการแบบสหวทิ ยาการ (Multidisciplinary Instruction) ขนาน (Parallel Instruction) กล่าวคือ ผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสอนต่างวิชากัน มุ่งสอนหัวเรื่อง ความคดิ รวบยอด/ปัญหาเดยี วกันตา่ งคนตา่ งแยกกนั สอนเปน็ ส่วนใหญ่ 4) การบูรณาการแบบข้ามวชิ าหรอื เป็นคณะ (Transdisciplinary Instrction) การสอนตามรูปแบบนี้ผู้สอนทส่ี อนวิชาตา่ งๆ จะร่วมกันสอนเปน็ คณะหรือเป็นทีม ร่วมกันวางแผน ปรึกษาหารือ และกำหนดหัวเรื่อง/ความคิดรวบยอด/ปัญหาร่วมกัน แล้วร่วมกันดำเนินการสอนนกั ศึกษากล่มุ เดียวกัน เหตผุ ลในการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการ 1) สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันนั้นจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับศาสตร์ใน สาขาต่างๆ ผสมผสานกันทำให้ผู้เรียนที่เรียนรู้ศาสตร์เดี่ยวๆ มาไม่สามารถนำความรู้มาใช้ในการ แก้ปัญหาได้ ดังนั้นการ จัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการจะช่วยให้สามารถนำความรู้ ทกั ษะจากหลายๆ ศาสตร์มาแกป้ ญั หาไดก้ บั ชีวิตจรงิ 2) การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ทำให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงความคิดรวบยอด ของศาสตร์ ตา่ งๆ เข้าดว้ ยกนั ทำใหเ้ กิดการถ่ายโอนการเรยี นรู้ (Transfer of learning) ของศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันทำให้ ผเู้ รยี นมองเห็นประโยชน์ของส่ิงทเ่ี รียนและนำไปใช้จรงิ ได้ 3) การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการช่วยลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหารายวิชาต่างๆ ใน หลักสูตรจึงทำ ใหล้ ดเวลาในการเรยี นรู้เนือ้ หาบางอยา่ งลงได้ แลว้ ไปเพิม่ เวลาใหเ้ นือ้ หาใหมๆ่ เพมิ่ ขึน้ 4) การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจะตอบสนองต่อความสามารถในหลายๆ ด้านของ ผู้เรียนช่วย สร้างความรู้ ทกั ษะและเจตคติ “แบบพหปุ ัญญา” (Multiple intelligence) 5) การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจะสอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้โดยผู้เรียน (Constructivism) ท่ีกำลังแพร่หลายในปจั จุบนั 3

การแสวงหาความรแู้ ละการสรา้ งองค์ความรใู้ นการจัดการเรยี นการสอน รูปแบบการสอน รูปแบบการเรียนการสอน (Teaching Learning Model) หรือระบบการ สอน คือ โครงสร้าง องค์ประกอบการดำเนินการสอน ที่ได้รับการจัดเป็นระบบสัมพันธ์สอดคล้องกับ ทฤษฏี หลักการเรียนรู้ หรือ การสอนที่รูปแบบนั้นยึดถือและได้รับการพิสูจน์ ทดสอบว่ามีประสิทธิภาพ สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการ เรยี นรู้ตามจดุ มงุ่ หมายเฉพาะของรูปแบบน้นั ๆ โดยทั่วไปแบบแผนการดำเนินการสอนดังกล่าวมักประกอบด้วย ทฤษฏีหลักการที่รูปแบบนั้นยึดถือ และกระบวนการสอนที่มีลักษณะเฉพาะอันจะนำผู้เรียนไปสู่จุดมุ่งหมายเฉพาะรูปแบบนั้นกำหนด ซึ่งผู้สอน สามารถนำไปใช้เป็นแบบแผนหรือ แบบอย่างในการจัดและดำเนินการสอนอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ เชน่ เดยี วกันได้ รปู แบบ การจัดการเรียนการสอนที่ใช้กันแพร่หลายมีจำนวนมาก แต่ละรูปแบบมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ผูเ้ รียนตามจุด เนน้ ด้วย ขนั้ ตอน วิธกี าร องคป์ ระกอบท่ีแตกต่างกนั ไป บางรูปแบบใชไ้ ดใ้ นวงกว้าง บางรูปแบบ จะใช้เจาะจงในวงแคบเฉพาะส่วน ผู้ใช้ควรศึกษาพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับมาตรฐานการเรียนรู้ตาม หลักสตู รการศึกษา การมสี ว่ นรว่ มกบั ชุมชนและการสร้างเครอื ขา่ ยการดำเนนิ งาน การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม (Network Building and Participatory) เป็นเครื่องมือที่ ปัจจุบันหลายสถานศึกษามีความพยายามในการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การบริหารจัดการสถานศึกษาให้มี สมรรถนะสูง เพื่อให้เกดิ การมีส่วนรว่ มในกระบวนการบริหารจัดการ เนื่องจากกระบวนการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุน และส่งเสริมให้ สถานศึกษามีพลังในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาสถานศึกษายุค ใหม่ ทั้งนี้สถานศึกษาต้องสร้างระบบการดำเนินงานทางการศึกษาร่วมกับภาคีท่ีเกีย่ ว.ข้อง เพื่อสร้างเครือข่าย การปฏิบตั งิ านอย่างเป็นระบบร่วมกนั การเชื่อมโยงของกลุ่มของคนหรือกลุ่มองค์กรที่สมัครใจ แลกเปลี่ยนข่าวสารร่วมกัน หรือทำกิจกรรม รว่ มกนั มีการจัดระเบียบโครงสรา้ งของคนในเครือข่ายดว้ ยความเป็น อสิ ระ มีความเท่าเทียมกันภายใต้พื้นฐาน ของความเคารพสิทธิ เชอ่ื ถอื เอื้ออาทร ซงึ่ กันและกัน อาจเปน็ กิจกรรมเฉพาะกิจตามความจำเป็น หรือจะเป็น เครอื ขา่ ยทดี่ ำเนินกิจกรรมอยา่ งตอ่ เน่ืองระยะยาว 4

1. การมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคนในเครือข่าย เป็นกระบวนการที่สำคัญมากในการพัฒนาความ เขม้ แขง็ ของเครือขา่ ย 1.1 เป็นเงอื่ นไขทีท่ ำใหเ้ กดิ การร่วมรับรู้ รว่ มคดิ ร่วมตดั สินใจ และรว่ มลงมอื กระทำอยา่ งเข้มแขง็ 1.2 สถานะของสมาชิกในเครือข่ายควรมีความเท่าเทียมกัน ทุกคนอยู่ในฐานะ “หุ้นส่วน” ของ เครือขา่ ย 1.3 เป็นความสัมพันธ์ในแนวราบ (horizontal relationship) คือ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน มากกว่าในลักษณะเจ้านายลกู นอ้ ง 2. มีปฏิสมั พนั ธใ์ นเชิงแลกเปลี่ยน 2.1 สมาชิกในเครือข่ายต้องทำกจิ กรรมรว่ มกนั เพ่ือก่อใหเ้ กดิ การปฏสิ ัมพนั ธ์ ระหวา่ งกัน เชน่ มีการ ติดต่อกันผ่านทางการเขียน การพบปะพูดคุย การ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน หรือมีกิจกรรม ประชมุ สมั มนา ร่วมกัน โดยทผี่ ลของการปฏิสมั พันธ์น้ตี อ้ งกอ่ ใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลงใน เครือขา่ ยตามมา 2.2 ลักษณะของปฎิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกควรเปน็ การแลกเปลี่ยนกัน มากกว่าที่จะเป็นผู้ให้หรือ เปน็ ผรู้ ับฝ่ายเดียว 2.3 ยง่ิ สมาชกิ มปี ฎสิ มั พันธ์กนั มากเท่าใดก็จะเกิดความผูกพันระหว่างกันมาก ขึ้นเทา่ นน้ั ทำให้การ เชื่อมโยงแนน่ แฟน้ มากขน้ึ มกี ารเรยี นร้รู ะหวา่ งกนั มาก ขึน้ สรา้ งความเข้มแขง็ ใหก้ ับเครือขา่ ย 5

การบรู ณาการบรกิ ารวิชาการกบั การเรยี นการสอน การบริการทางวิชาการแก่สังคม เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพึงให้บริการ ทางวิชาการแก่ชุมชน สังคม ทั้งระดับชาติในรูปแบบต่างๆ ตามความถนัดและมีความเชี่ยวชาญการให้บริการ ทางวิชาการเป็นการทำประโยชน์แก่สังคม ทั้งยังช่วยเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ของอาจารย์ อันจะ นำไปสกู่ ารบรู ณาการการจัดการเรียนกทารสอนและการวจิ ัย การพัฒนาหลักสตู ร พฒั นาตำแหน่งทางวิชาการ ของอาจารย์ สรา้ งเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ ซงึ่ เปน็ แหลง่ งานของนกั ศึกษา การบรู ณาการงานบริการวิชาการกับการเรียนการสอน จะทำให้นกั ศึกษาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นสูง มี ศักยภาพทางวชิ าการดี มีความสามารถในการแก้ปญั หา ประยุกตใ์ ช้ความรู้กับชุมชนได้มากขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อ การรับใช้ชุมชนและสงั คม การบรู ณาการแบบนำความรแู้ ละประสบการณจ์ ากการบริการวิชาการมาประยกุ ต์ใช้ในการ เรียนการสอน ขั้นตอนดำเนินงาน ขัน้ ตอนท่ี 1 สังเคราะห์องคค์ วามรจู้ ากการบรกิ ารวชิ าการ/วิชาชพี ข้นั ตอนท่ี 2 พจิ ารณารายวิชาที่สอดคล้องกบั องคค์ วามรู้จากการบริการวิชาการ/วิชาชพี ขน้ั ตอนที่ 3 ระบกุ ิจกรรมการบูรณาการใน มคอ.3 หมวดท่ี 5 แผนการสอนและการประเมนิ ผล ขั้นตอนที่ 4 การถ่ายทอด/ปฏบิ ตั ิ ข้นั ตอนท่ี 5 วัดและประเมินผลการเรียนการสอน วธิ ีดำเนินงาน สังเคราะห์องค์ความรจู้ ากการบริการวชิ าการ/วชิ าชีพ พจิ ารณารายวชิ าท่สี อดคลอ้ งกับองค์ความรู้จากการบริการวชิ าการ/วิชาชพี ระบุกจิ กรรมการบรู ณาการใน มคอ.3 หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมินผล จัดการเรียนการสอน (การถ่ายทอด/ปฏิบัติ) อาจารยส์ งั เกตพฤติกรรมวดั และประเมินผลการเรยี นรขู้ องนกั ศกึ ษา 6

การบรู ณาแบบใหน้ ักศึกษามสี ่วนรว่ มในการบริการวชิ าการ ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน ขน้ั ตอนที่ 1 พจิ ารณารายวิชาท่ีสอดคลอ้ งกบั องคค์ วามรู้จากการบริการวชิ าการ/วิชาชีพ ขัน้ ตอนท่ี 2 ระบุกิจกรรมการบรู ณาการใน มคอ. 3 หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมนิ ผล ขั้นตอนที่ 3 จัดให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการให้บริการวิชาการ/วิชาชีพกับชุมชน เช่นการเป็นผู้ช่วย วทิ ยากร การดำเนนิ งานอ่ืนๆ เป็นตน้ ขั้นตอนที่ 4 ให้นักศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เพื่ออภิปรายปรากฏการณ์พร้อมทัง้ ค้นพบองค์ความร้หู รือ เทคนคิ ของการบรกิ ารวชิ าการ/วิชาชพี ด้วยการปฏบิ ตั จิ รงิ ขั้นตอนที่ 5 วดั และประเมินผลการเรยี นรู้ วธิ ดี ำเนินงาน กาหนดโครงการ/กจิ กรรมการให้บรกิ ารวชิ าการ/วชิ าชีพ องคค์ วามรู้หรือเทคนคิ ในรายวชิ า/ศาสตร์วิชาทสี่ อดคล้อง ใหน้ ักศึกษาลงพื้นท่ีชมุ ชนเปา้ หมาย ---> ดาเนินโครงการ/กิจกรรมการใหบ้ ริการวิชาการ/วิชาชีพโดย ใหน้ กั ศกึ ษาเป็นผูถ้ ่ายทอดวิธกี ารและเทคนิคให้แก่ชุมชน ใหน้ กั ศึกษาคน้ ควา้ และเรยี นรู้พรอ้ มท้ังคน้ พบองค์ความรู้จนสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ นกั ศกึ ษาประเมินผลงานตนเอง นักศกึ ษาทารายงานสรุปผลการดาเนินโครงการ/กจิ กรรมการให้บริการวิชาการ/วิชาชีพ อาจารย์สังเกตพฤตกิ รรมวดั และประเมนิ ผลจากผลงานของนกั ศกึ ษา ตวั อย่างรปู แบบกจิ กรรม 1) กาหนดให้นักศึกษาในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวิชาการ เป็นวิทยากรผู้ช่วย ตอบ ปญั หา และ ชว่ ยฝกึ ปฏบิ ตั ิ หรือรว่ มจัดนิทรรศการ 2) สอดแทรกความต้องการแก้ปัญหาของผู้เข้ารับบริการวิชาการในขณะจัดการเรียนการสอนเพ่ือ กระตุ้นนักศกึ ษา 7

3) ปรับลาดับหัวข้อการสอนของรายวิชาทั้งในส่วนภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบัติ รวมทั้งการมอบหมาย ให้ นักศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเตรียมให้บริการวิชาการ ให้มีความสอดคล้องกับงานที่มอบหมาย ใน รายวิชา รูปแบบการบูรณาการงานบรกิ ารวชิ าแก่สงั คมกบั การเรียนการสอน มี 2 รูปแบบดังน้ี รูปแบบที่ 1 รายวิชาเป็นตัวตง้ั ในรูปการบรู ณาการ อาจารยผ์ ้สู อนวเิ คราะหเ์ นอื้ หาของรายวชิ าท่ีสอดคล้องกบั โครงการบริการวชิ าการที่มีอยู่ ในแผน และกำหนดให้นักศึกษานำความรู้ภาคทฤษฎีที่ได้รับจากรายวิชาไปบริการร่วมกับโครงการบริการ วิชาการของมหาลยั ขนั้ ตอนท่ี กจิ กรรม 1 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี มีโครงการการบริการ วชิ าการท่ีอยู่ในแผน 2 3 อาจารยว์ ิเคราะหเ์ นอ้ื หาในรายวชิ าทสี่ อดคล้องกับโครงการ บริการวชิ าการ 4 อาจารยร์ ะบุกจิ กรรมการบรู ณาการงานบริการวิชาการกับการ เรยี นการสอนใน มคอ.3 หมวดที่ 5 แผนการสอนและการ ประเมินผล 5 อาจารย์จดั การเรยี นการสอนหรอื นักศึกษาค้นคว้าและเรียนรูภ้ าคทฤษฎีจนสามารถ 6 ถา่ ยทอดความรู้ได้ 7 อาจารยจ์ ดั ใหน้ ักศึกษามสี ว่ นรว่ มบริการวชิ าการในโครงการบรกิ าร วิชาการ เช่น การ เปน็ วทิ ยากร เป็นผูช้ ว่ ยวทิ ยากร เป็นผู้ร่วม ดำเนนิ โครงการกับท้องถิ่น นักศึกษาประเมนิ ผลงานของตนเอง จัดทำรายงานสรปุ ผลการดำเนนิ งานบริการ วชิ าการ อาจารย์วัดและประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องนักศกึ ษา 8

รปู แบบที่ 2 โครงการบริการวชิ าการเป็นตวั ตงั้ ในการบูรณาการ การจัดโครงการบริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนโดยอาจารย์นำ องคค์ วามรู้ที่ไดจ้ ากการบริการวิชาการมาบรู ณาการในรายวิชาท่ีมเี น้ือหาสอดคล้อง และให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติ จรงิ ร่วมกับชมุ ชนภายใต้โครงการบริการวชิ าการ ขัน้ ตอนท่ี กิจกรรม 1 สำรวจความตอ้ งการของชมุ ชน 2 สงั เคราะห์องค์ความรู้จากการบริการวิชาการ 3 พจิ ารณารายวิชาที่สอดคล้องกบั องค์ความรจู้ ากโครงการบริการ วิชาการ 4 5 พิจารณารายวิชาทีส่ อดคล้องกบั องค์ความรจู้ ากโครงการบริการ วิชาการ ระบกุ ิจกรรมบูรณาการงานบรกิ ารวชิ าการกับการเรยี นการสอน ใน มคอ.3 หมวดที่ 5 6 แผนการสอนและการประเมนิ ผล ดำเนินการบูรณาการ ในรายวิชาโดยให้นักศึกษาลงมือปฏบิ ัตศิ กึ ษา ค้นควา้ ทดลอง 7 รว่ มกบั ชมุ ชน อาจารย์สังเกตพฤติกรรม วดั และประเมินผลการเรียนรขู้ องนักศึกษา จากผลงานของ นักศกึ ษา 9

ผูม้ ีบทบาทในการบูรณาการ 1. บทบาทของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ 1.1 เพื่อปรับปรุงอาชีพของประเทศไทยให้ถูกต้องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ให้สอดคล้องกับการจัด ประเภทมาตรฐานอาชีพสากลท่ไี ด้มกี ารปรบั ปรุงใหม่ 1.2 เพื่อหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูล อาชีพ และสะดวกแกก่ ารนำไปใชป้ ระโยชน์ 1.3 เพ่ือเพม่ิ ประสทิ ธผิ ลของการจดั ของการจัดเกบ็ ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้องกับอาชีพ 1.4 เพอื่ ใชเ้ ป็นฐานขอ้ มลู อาชพี ของประเทศไทย 2. บทบาทของอาจารย์ 2.1 พัฒนาศกั ยภาพของตนเองในการบริการวชิ าการแก่สงั คม 2.2 สรา้ งงานบรกิ ารวชิ าการแกส่ งั คม 2.3 ทำแผนการสอนแบบบูรณาการงานบริการวิชาการกับการ เรียนการสอนในรายวิชาของตน (มคอ.3) 2.4 สอนแบบบูรณาการงานบรกิ ารวิชาการกับการเรียนการสอน 2.5 ประเมินผลสำเร็จของการบูรณาการงานบริการวิชาการกับ การเรยี นการสอน 10

การคดั เลือกชุมชนในการบริการวิชาการ การสร้างและพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ เป็นการจัดให้มีการศึกษาที่เกื้อหนุนให้บุคคลในชุมชน สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงภายใต้สิ่งที่มีอยู่ใน สังคมรอบๆ ตัว ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เช่น จากประสบการณ์ของวิทยากรหรือปราชญ์ชาวบ้านจากแปลง สาธติ จากศนู ยเ์ รยี นรู้ ฯลฯ โดยมุ่งหวังให้เกดิ การเรียนรู้จากประสบการณจ์ ริง การศกึ ษานอกระบบหรือการศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ ที่ไม่เน้นการเรียนร้เู ฉพาะในห้องเรียน ดังน้ัน การสร้างแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายในชุมชนจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะก่อประโยชน์ต่อกระบวนการเรียนรู้ที่ทาให้ ผ้เู รียนไดพ้ ัฒนาศักยภาพจากประสบการณ์ตรง ซ่ึงสมั ผัสและจบั ต้องได้ ท้ังนีค้ วามสาคญั ของแหลง่ เรยี นรู้ในชุมชน ไมไ่ ดม้ ีเฉพาะต่อสมาชิกในชมุ ชนเท่านน้ั แตย่ งั รวมถึงบุคคล ทวั่ ไปและผู้ท่ศี กึ ษาอยใู่ นสถาบนั การศึกษาได้ใชป้ ระโยชน์จากแหล่งเรียนรเู้ พื่อดาเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ ท่ีก่อให้เกิด การเรียนรรู่ ว่ มกนั และกอ่ ใหเ้ กดิ การจารกึ ขอ้ มูลชุมชนทเี่ ปน็ ระบบดว้ ย กระบวนการบรกิ ารทางวิชาการให้เกิดประโยชน์ตอ่ ชุมชน 1) มีการสำรวจความต้องการของชุมชน หรือภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือหน่วยงานวิชาชีพ เพื่อ ประกอบการกำหนดทิศทางและการจัดทำแผนการบริการทางวิชาการตามจุดเน้นของสถาบันมีการสำรวจ ความตอ้ งการของชมุ ชน หรือภาครฐั หรอื ภาคเอกชน หรือหน่วยงานวิชาชพี เพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ทิศทางและการจัดทำแผนการบริการทางวิชาการตามจดุ เน้นและความเชีย่ วชาญของสถาบัน 2) มีความร่วมมือด้านบริการวิชาการเพื่อการเรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน หรือ ภาคเอกชน หรือภาครัฐ หรือหน่วยงานวิชาชีพสถาบันมีการเชิญหรือเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนร่วมจากชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน หรือหน่วยงานท่เี กยี่ วข้องกบั วิชาชพี ทจ่ี ะให้บริการมาร่วมมือรวมพลัง (Collaboration) ใน ลักษณะของการสร้างเครือขา่ ย (Networking) ระหวา่ งบคุ คลหรอื หน่วยงานในรูปแบบตา่ งๆ เช่น ความร่วมมือ กบั สถานประกอบการในการนำผลการวจิ ัยไปเปน็ สว่ นหนึง่ ของการปรับปรงุ ปัญหาทเ่ี กิดข้ึน 3) มีการประเมินประโยชน์หรือผลกระทบของการให้บริการทางวิชาการต่อสังคมมีการประเมิน ประโยชนห์ รือผลกระทบของการให้บริการทางวิชาการต่อสังคมว่า สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ ท้ังทางตรงและทางออ้ ม มีการประเมนิ ผลที่เกิดกับนักศึกษา อาจารยแ์ ละบคุ ลากรผู้ใหบ้ รกิ าร ทัง้ ในดา้ นการนำ ความรู้ความเชย่ี วชาญ ไปใชป้ ระโยชน์ การสอ่ื สาร การช้แี จงแนะนำใหผ้ รู้ บั บรกิ ารและประชาชน 4) มีการนำผลการประเมนิ ในขอ้ 3) ไปพัฒนาระบบและกลไก หรือกจิ กรรมการใหบ้ ริการทางวิชาการ มีการนำผลการประเมินการให้บริการทางวิชาการไปพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของการให้บริการ มีระบบและ กลไกการให้บริการ ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบการให้บริการ ขอบเขตการให้บริการค่าใช้จ่ายระยะเวลาในการ ให้บริการ สัญญาการบริการ ซึ่งรวมทั้งการควบคุมและการกำกับคุณภาพของการให้บริการ โดยจัดให้มีระบบ ใหข้ อ้ มูลทชี่ ัดเจน มีความเปน็ ธรรมโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ 5) มกี ารพฒั นาความรูท้ ่ีไดจ้ ากการใหบ้ รกิ ารทางวิชาการและถา่ ยทอดความรสู้ ่บู ุคลากรภายในสถาบัน และเผยแพร่สู่สาธารณชนสถาบันมีการพัฒนาความรู้ที่ได้จากการให้บริการทางวิชาการ ส่งเสริมให้เกิด กระบวนการในการถ่ายทอดความรู้ไปสู่บุคลากรภายในสถาบัน ซึ่งรวมทั้งผู้เรียนด้วย จัดให้มีการแลกเปลี่ยน ความคิดและเผยแพร่ประสบการณ์ในการให้บริการผ่านทางสื่อการเรียนรู้ต่างๆ รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลการ บริการวชิ าการเผยแพร่สสู่ าธารณะชน 11

การบูรณาการการเรียนร้กู ับศลิ ปวฒั นธรรม การนำภารกิจด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไปบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอนและกิจกรรม นักศึกษา คือการจัดการเรียนการสอน ที่นำการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไปผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรมการเรียนการสอน และส่วนงานจัดการศึกษาหรือองค์กรนักศึกษาจัดกจิ กรรมเสริมหลกั สูตรทีส่ ่งเสริม การสืบสานและธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ กิจกรรมเสริมหลักสูตร หมายถึง กิจกรรมนอกชั้นเรียนที่ส่วนงานจัดการศึกษาจัดขึ้นเพื่อสร้างโอกาส การเรียนรู้ให้แก่นักศึกษา โดยไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร มุ่งเสริมสร้างประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ความสามารถพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพ สุขภาพ ตลอดจน คุณธรรมและจริยะธรรมให้แก่ นักศึกษา รูปแบบการบูรณาการงานทำนบุ ำรงุ ศิลปวฒั นธรรมกับการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา มี 2 รูปแบบดังนี้ รูปแบบที่ 1 การทำนบุ ำรุงศิลปวัฒนธรรมบูรณาการร่วมกบั การเรยี นการสอน ข้ันตอนที่ กจิ กรรม 1 คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มโี ครงการ/กจิ กรรม ทท่ี ำนบุ ำรงุ ศิลปวฒั นธรรมบรรจุไว้ ในแผน 2 วิเคราะห์สาระความรู้ในรายวิชาที่สอน ซึ่งสอดคล้องกับ โครงการทำนุบำรุง ศลิ ปวัฒนธรรม ทม่ี อี ย่ใู นแผน 3 ระบุกิจกรรมการบรู ณาการการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมกบั การเรียนการสอนใน มคอ.3 หมวดที่ 5 แผนการสอนและการประเมินผล 4 อาจารย์สอนนักศึกษา หรือนักศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้จนสามารถจัดทำ โครงการทำนุ บำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยใช้หลักการของ PDCA ในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมและ เผยแพรศ่ ิลปวัฒนธรรม 5 นกั ศกึ ษาประเมินผลงานของตนเอง จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนิน งานโครงการทำานุ บำรุงศลิ ปวฒั นธรรม 12

รูปแบบท่ี 2 การทำนบุ ำรงุ ศิลปวัฒนธรรมบูรณาการร่วมกับกจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร ข้ันตอนที่ กิจกรรม 1 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กำหนดงานด้านการทำนุบำรุง ศลิ ปวัฒนธรรมท่ีตอ้ งการให้นักศึกษาสว่ นร่วมในการส่งเสรมิ พัฒนา 2 ช้แี จงให้นกั ศึกษาได้เข้าใจและเห็นความสำคญั ของการทำนุบำรุงศิลปวฒั นธรรม 3 อาจารย์สง่ เสรมิ สนบั สนุนใหน้ ักศึกษาจัดทำโครงการทำนบุ ำรงุ ศิลปวฒั นธรรม 4 นักศึกษาจัดทำและดำเนินงานโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยนำ กระบวนการ PDCA มาใช้อย่างครบถ้วน และกำหนดตัวชี้วัดของการบูรณาการให้ ชัดเจน 5 นักศกึ ษาประเมินผลโครงการและประเมนิ ความสำเร็จของการบรู ณาการ ผู้มีบทบาทในการบรู ณาการ 1. บทบาทของคณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ 1.1 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์กำหนดนโยบายและมาตรการให้อาจารย์บูรณาการงานทำนุ บำรุงศลิ ปวัฒนธรรมกับการเรียนการสอนและกจิ กรรมนักศกึ ษา 1.2 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์จดั หาแหล่งทนุ สนับสนนุ 1.3 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์จัดโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของ อาจารยแ์ ละนักศึกษา 1.4 สาขาวิชาบูรณาการงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมกับการเรียนการสอนและกิจกรรมนักศึกษา ในแตล่ ะภาคการศึกษา โดยกำหนดรายวชิ าท่ีจะบรู ณาการให้ชดั เจนและตดิ ตามการจัดทำ มคอ.3 ของอาจารย์ 1.5 สาขาวิชาประเมินผลสำเร็จของการบูรณาการงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมกับการเรียนการ สอนและกิจกรรมนักศกึ ษา 13

2. บทบาทของอาจารย์ 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการสืบสาน ธำรงรักษารักษา ศิลปวฒั นธรรมของท้องถิ่นและของชาติ 2.2 แนะนำและให้คำปรึกษาด้านการจัดโครงการ/กิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมกับองค์กร หรือชมรมนักศกึ ษา 2.3 ทำแผนการสอนที่บูรณาการกับงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยระบุให้ชัดเจนใน มคอ.3 หมวดท่ี 5 แผนการสอนและการประเมนิ ผล 2.4 สอนแบบบรู ณาการกับงานทำนุบำรงุ ศลิ ปวฒั นธรรม 2.5 ประเมินผลสำเร็จของการบรู ณาการงานทำนบุ ำรุงศิลปวัฒนธรรมกบั การเรียนการสอน แผนผงั แสดงบทบาทหนา้ ท่ขี องอาจารย์เก่ยี วกบั การบรู ณาการพันธกจิ งานทำนุบำรงุ ศลิ ปวฒั นธรรมกบั การเรยี นการสอน สอนแบบบรู ณาการกับงานทานุ บารุงศลิ ปวัฒนธรรม ประเมนิ ผลสาเรจ็ การบูรณาการ ทาแผนการสอนทบี่ รู ณาการกับ ด้านทานุบารุงศลิ ปวฒั นธรรม การทานบุ ารงุ ศิลปวฒั นธรรม บทบาทหนา้ ที่ อาจารย์ แนะนาให้คาปรกึ ษาด้านทานุ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ นกั ศกึ ษาดา้ น บารุงศิลปวฒั นธรรม ทานุบารงุ ศิลปวฒั นธรรม 14

การประเมนิ ผลรายวชิ าเรียนทเ่ี ก่ียวข้องกับการบรกิ ารวิชาการ แผนงานหรือโครงการหรือกิจกรรม ที่คณะฯ เป็นผู้ดำเนินงาน สนับสนุนและส่งเสริมสาขาวิชาและ อาจารย์ผู้สอนเป็นที่พึ่งทางวิชาการที่เหมาะสมให้แก่สังคมชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ ได้ใช้องค์ความรู้ พัฒนาหลกั สูตรการจัดการเรียนการสอนทส่ี อดคล้องกับบริบทของชุมชนและสังคมไปในการให้บริการวิชาการ วิชาชีพแก่ชุมชนรวมทั้งได้นำองค์ความรู้จากการวิจัยหรือ การค้นคว้าไปใช้ในการให้บริการวชิ าการวิชาชพี แก่ ชมุ ชนเพอ่ื พัฒนาความเข้มแขง็ ของชุมชนอย่างต่อเนื่อง การบูรณาการงานบริการทางวิชาการแก่สังคมกับการเรียนการสอน หมายถึง การเชื่อมโยงหรือ ผสมผสานความรูแ้ ละประสบการณ์ผลการวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงที่ตอบสนองความต้องการของทุกภาค ส่วนในทุกระดับ เพื่อบูรณาการการเรยี นการสอนในรายวิชาต่างๆ นักศึกษาเกิดการเรียนรูเ้ น้ือหาในรายวิชาท่ี เกี่ยวข้องจากการลงพ้นื ท่ีปฏบิ ัตงิ านจริง แนวทางการพฒั นา 1) ด้านผู้เรียน นักศึกษาได้มีโอกาส ทบทวนความรู้และศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง เพื่อเตรียม ความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรม การจัดให้นักศึกษาได้ ทำงานเป็นกลุ่มและเรียนรู้การทำงาน ร่วมกับ อาจารย์เป็นการพัฒนาให้นักศึกษา รู้จักทำงานเป็นทีมและเรียนรู้การแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า ส่งเสริม สร้าง และ พัฒนาศกั ยภาพ/ทักษะการเป็นผู้นำ นกั ศกึ ษามีความมัน่ ใจในการทำงาน ร่วมกับเพอ่ื นๆและอาจารย์ และ เกดิ การเรียนรทู้ ี่จะนำไปประยกุ ต์ใชไ้ ด้เมอื่ สำเรจ็ การศึกษา 2) ด้านผู้สอนผลจากการนำเน้ือหาท่ีได้ ถ่ายทอดในชั้นเรียนมามอบหมายกิจกรรม และให้ผู้เรียนได้มี ส่วนร่วมในโครงการบริการวิชาการทำให้ผู้เรียนมีความระตือรือร้น ในการเตรียมความรู้ที่จะนำไปตอบข้อ สงสัยแก่ผู้รับบริการ การบูรณาการหัวข้อ การสอนกับกิจกรรมบริการวิชาการจึงเป็น วิธีที่ให้โอกาสแก่ท้ัง ผูเ้ รยี นและผูส้ อนได้ ทำกิจกรรมและเรยี นรรู้ ่วมกัน 3) ด้านผู้รับบริการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับบริการได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ และได้รู้จักคณะ เทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ผู้รับบริการ เกิดความมั่นใจกับนักศึกษาผู้ซึ่งจะสำเร็จ ออกไปให้บริการแก่ ประชาชนว่าได้มีการ เตรียมความพร้อมมาอย่างดี ประธานชุมชนและผู้เกี่ยวข้องให้การยอมรับและให้ความ รว่ มมืออยา่ งดียิง่ 15

ผลสำเร็จจากการเรียนรู้ของนักศึกษาทผี่ ่านการเรยี นรู้แบบบูรณาการ การทำกิจกรรม การทำงาน การประกอบการที่ไม่เป็นโทษแก่สังคม และมีรายได้ตอบแทน โดยอาศัย แรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการ แตกต่างกันไป อาชีพจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถ เฉพาะด้านเรียกวา่ วชิ าชีพ เช่น วิศวกร แพทย์ พยาบาล ทนายความ อาชีพทถี่ กู กฎหมายและศีลธรรม เรียกวา่ สัมมาชีพ เช่น ค้าขาย ส่วนบางอาชีพที่ผิดกฎหมาย เรียกว่า มิจฉาชีพ เช่น โจร อาชีพอาจมีรายได้แตกต่างกัน ไป ลักษณะอาชีพที่เป็นลูกจ้างจะได้ค่าตอบแทนในรูปแบบเงินเดือน อาชีพค้าขายหรือประกอบกิจการ ส่วนตัวจะได้คา่ ตอบแทนในรูปแบบ กำไร สิ่งสำคัญของการเริ่มต้นประกอบอาชีพอสิ ระ จะต้องพิจารณาว่าจะประกอบอาชีพอิสระอะไร โอกาส และความสำเร็จมีมากน้อยเพียงไร และจะต้อง เตรียมตัวอย่างไรจึงจะทำให้ประสบผลสำเร็จ ดังนั้น จึงต้อง คำนึงถึงปจั จยั หลกั ของการประกอบอาชีพ หลักของการประกอบอาชพี ไดแ้ ก่ 1) ทุน คือ สิ่งที่จำเป็นปัจจยั พื้นฐานของการประกอบอาชพี ใหม่ โดยจะต้องวางแผนและแนวทางการ ดำเนินธุรกิจไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะทราบว่าต้อง ใช้เงินทุนประมาณเท่าไร ถ้าไม่พอจะหาแหล่งเงินทุนจากที่ใด อาจจะไดจ้ ากเงินเก็บออม หรือจากการกยู้ มื จากธนาคาร หรือสถาบนั การเงนิ อน่ื ๆ อยา่ งไรก็ตาม ในระยะแรก ไม่ควรลงทุน จนหมดเงนิ เก็บออมหรอื ลงทุนมากเกินไป 2) ความรู้ หากไม่มีความรู้เพียงพอ ต้องศึกษาขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม อาจจะฝึกอบรมจาก สถาบันที่ให้ความรู้ด้านอาชีพ หรือ ทำงานเป็นลูกจ้างคน อื่น ๆ หรือทดลองปฏิบัติด้วยตนเองเพื่อให้มีความรู้ ความชำนาญ และมปี ระสบการณ์ในการประกอบอาชีพน้ัน ๆ 3) การจัดการ เปน็ เรือ่ งของเทคนิคและวิธกี าร จึงตอ้ งรู้จักการวางแผนการทำงานในเรอื่ งของตวั บุคคล ที่จะรว่ มคิด รว่ มทำและรว่ มทนุ ตลอดจนเครอื่ งมอื เคร่ืองใชแ้ ละกระบวนการทำงาน 4) การตลาด เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดปัจจัยหนึ่ง เพราะหากสินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นไม่เป็นที่ นิยมและไม่สามารถสร้างความพอใจให้แก่ผู้บริโภค ได้ก็ถือว่ากระบวนการทั้งระบบไม่ประสบผลสำเร็จ ดังน้ัน การวางแผนการตลาด ซงึ่ ปัจจบุ ันมกี ารแข่งขันสูง จึงควรไดร้ บั ความสนใจในการพัฒนา 16

เอกสารท่เี ก่ียวข้องในการบูรณาการจดั การเรยี นการสอน - มคอ.3 17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

’ 28

29

30

- แบบฟอร์ม ง.7_1 โครงการบรกิ ารวชิ าการ 31

32

33

34

35

- แบบฟอรม์ ง.7_2 โครงการศิลปวัฒนธรรม 36

37

38

39

40

จดั ทำโดย คณะกรรมกำรจดั กำรองคค์ วำมรู้ (ด้ำนกำรผลิตบณั ฑิต)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook