ผกั ทีไมค่ วรกินดิบ 9 ชนดิ กินมากไป อาจได้โทษ
1. กะหลําปลี กะหลําปลีมวี ติ ามนิ ซสี งู กินแล้วมปี ระโยชนแ์ น่ ๆ แต่ต้องปรงุ ใหส้ กุ ก่อนรบั ประทาน เนอื งจากหาก กินกะหลําปลีดบิ ในปรมิ าณมาก สารออกซาเลต (Oxalate) ในกะหลําปลีจะไปจบั กับแคลเซยี มที กรวยไต จนกลายเปนสารแคลเซยี มออกซาเลต ซงึ หากมสี ารตัวนที ีกรวยไตมาก ๆ ก็เสยี งต่อโรค นวิ ในไตได้
2. ดอกกะหลํา พชื ชนดิ หวั อีกอยา่ งทีคนปวยไฮโปไทรอยด์ ต้องระวงั หากจะกินดบิ ๆ เพราะดอกกะหลํา ก็มกี อยโตรเจนเชน่ กัน
3. บรอกโคลี มาตระกลู เดยี วกันกับกะหลําปลีและดอกกะหลําเลย บรอกโคลีมนี าํ ตาลทีควรต้องถกู ยอ่ ยดว้ ยความรอ้ น ก่อนจงึ จะไมก่ ่อใหเ้ กิดอาการท้องอืด และในบรอกโคลี ดบิ ยงั มฮี อรโ์ มนบางชนดิ ทีเปนตัวกระต้นุ ความเสยี ง โรคไทรอยด์ แต่เจา้ ฮอรโ์ มนทีวา่ จะถกู ยอ่ ยสลายไป เมอื โดนความรอ้ น ดงั นนั บรอกโคลีจงึ จดั เปนผกั อีก ชนดิ ทีกินดบิ มาก ๆ อาจก่อใหเ้ กิดโทษได้
4. ถัวฝกยาว ถัวฝกยาวเปนพชื ทีปนเปอนยาฆา่ แมลงสงู ดงั นนั หากกินถัวฝกยาวดบิ ๆ ทีมกี ารปนเปอนสาร พษิ เขา้ ไปจะทําใหเ้ กิดอาการคลืนไส้ อาเจยี น ท้อง เสยี ได้ ดงั นนั หากชอบกินแบบดบิ ๆ ควรล้างให้ สะอาดก่อน โดยหกั เปนท่อนแล้วนาํ ไปแชน่ าํ นาน ๆ หรอื ไมก่ ็เลือกกินแบบสกุ จะปลอดภัยกวา่
5. ถัวงอก ถัวงอกมกั จะมกี ารปนเปอนแบคทีเรยี ซลั โมเนลลา และอีโคไล อีกทังยงั มสี ารโซเดยี มซลั ไฟต์ ซงึ เปนสาร ฟอกขาวทีเหล่าพอ่ ค้า แมค่ ้ามกั จะนาํ มาฟอกสใี ห้ ถัวงอกมสี ขี าวนา่ รบั ประทาน ซงึ หากผบู้ รโิ ภคมอี าการ แพส้ ารชนดิ นี หรอื กินถัวงอกดบิ ในปรมิ าณมาก อาจทําใหเ้ กิดอาการคลืนไส้ หายใจขดั ความดนั โลหติ ตํา และปวดท้องได้
6. หนอ่ ไม้ หนอ่ ไมส้ ดมี Cyanogenic glycoside ซงึ สามารถเปลียนเปนไซยาไนด์ อันมพี ษิ ต่อ รา่ งกาย และหากรา่ งกายไดร้ บั สารตัวนใี นปรมิ าณ มาก Cyanogenic glycoside จะเขา้ ไปจบั กับฮีโม โกลบนิ ทําใหเ้ กิดอาการขาดออกซเิ จน ทรุ นทรุ าย หมดสติ และอาจเสยี ชวี ติ ได้
7. มนั สาํ ปะหลัง Cyanogenic glycoside สารตัวนยี งั ตามมาหลอก หลอนในมนั สาํ ปะหลังดว้ ย หากรบั ประทานมนั สาํ ปะหลังดบิ ในสว่ นหวั ราก ใบ อาจมพี ษิ ทําใหถ้ ึงตาย ได้ โดยมพี ษิ ขดั ขวางการทํางานของระบบหวั ใจและ ทางเดนิ โลหติ ทําใหอ้ อกซเิ จนเขา้ สเู่ ซลล์สมองนอ้ ยลง หรอื เบาะ ๆ อาจเกิดอาการเวยี นศีรษะ ปวดหวั ปวด ท้อง คลืนไส้ อาเจยี น หรอื อุจจาระรว่ ง
8. ผกั โขม ผกั ใบเขยี วขจอี ยา่ งผกั โขมดบิ ๆ มกี รดออกซาลิก (Oxalic) ทีเปนตัวขดั ขวางไมใ่ หร้ า่ งกายดดู ซมึ ธาตุ เหล็กและแคลเซยี มไปใช้ ดงั นนั คนทีขาดธาตเุ หล็ก หรอื แคลเซยี มจงึ ไมค่ วรกินผกั โขมแบบดบิ ๆ ทวา่ เจา้ กรดออกซาลิกตัวนจี ะหมดฤทธทิ ันทีเมอื เจอความ รอ้ น ซงึ ก็หมายความวา่ เราควรปรงุ ผกั โขมใหส้ กุ ก่อน นาํ มารบั ประทานนนั เองนะคะ
9. เหด็ เหด็ สดทีมเี นอื สขี าวทัวไปมกั จะตรวจพบสารอะ การทิ ีน (Agaritine) ซงึ เปนสารก่อมะเรง็ ชนิดหนงึ แต่จะสลายไปไดเ้ องหากเหด็ เหล่านนั ผา่ นการปรุง สกุ แล้ว
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอคง จดั ทําโดย นางสาวเกศรนิ ทร์ เอกกลาง บรรณารกั ษ์จา้ งเหมา ทีตัง ถนนเทศบาล 3 ตําบลเมืองคง โทรศัพท์ 044-459023 ห้องสมุดประชาชนอําเภอคง อําเภอคง จังหวัดนครราชสีมา 30260
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: