Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 4

หน่วยที่ 4

Published by satiskung, 2017-05-04 03:39:15

Description: การบริหาร เงิน คน และงาน

Search

Read the Text Version

บทที่ 4 การบริหารเงิน คน และงาน การประกอบธุรกจิ ใด ๆ ก็ตาม ตอ้ งอาศยั ปัจจยั การผลติ(Factory of Production) ในการผลติ สินคา้ และบริการ เพอื่ ให้คนในสงั คมไดบ้ รโิ ภคตามความตอ้ งการ ซึง่ ปัจจยั การผลติ คอืทรพั ยากรธรรมชาติแรงงาน (ในที่น้ ีหมายถึง) คน เงนิ ทนุ และผปู้ ระกอบการ ซง่ึ เป็ นหนา้ ทที่ างธรุ กิจท่จี ะทาใหธ้ ุรกิจสามารถดาเนินไดแ้ ก่ ธุรกิจจะอย่รู อดและสามารถเจรญิ เติบโตไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ืองจะตอ้ งมีการบรหิ ารจดั การ(Management) ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพโดยผบู้ รหิ ารสงู สดุ ในบทน้ ีจะขอกล่าวในเรอ่ื งของหลกั การบรหิ ารเงนิ คน และงาน

หลกั การบรหิ ารเงนิ ทรพั ยากรท่ีสาคญั อยา่ งยิง่ ของการประกอบธุรกจิ คอื เงิน เงิน องคป์ ระกอบทส่ี าคญั ทสี่ ุดในธรุ กจิ แตย่ งั มีแนวคดิ ของอีกหลาย ๆ ท่านทีไ่ ม่ เห็นดว้ ยแต่งอย่างไรกต็ ามธุรกิจจะดาเนินต่อไปไมไ่ ดถ้ า้ ขาดเงนิ ดงั น้นั ผบู้ รหิ าร หรือผปู้ ระกอบการจาเป็ นอย่างยงิ่ ตอ้ งจดั สรรเงนิ ใหเ้ พยี งพอต่อการดาเนินงาน1.ความรูเ้ บ้ ืองตน้ เกี่ยวกบั เงิน1.1 ความหมายของเงิน เงนิ เป็ นสิ่งทท่ี กุ คนในสงั คมสมมุตขิ ้ นึ เพอื่ ใชเ้ ป็ นสื่อกลางในการแลกเปลย่ี น ใชเ้ ป็ นเครอ่ื งวดั มลู ค่า ใชเ้ ป็ นเครื่องรกั ษามูลคา่ และหนา้ ทป่ี ระกอบอ่ืน ๆ การซ้ ือขายแลกเปลีย่ นในระยะแรกๆ มนุษยไ์ ดน้ าเอาสินคา้ ตอ่ สินคา้ มาแลกเปลย่ี นกนั โดยตรง

ต่อมาเมอ่ื เกิดความไม่สะดวกหลายประการ เงนิ จึงไดว้ วิ ฒั นาการจากสง่ิ ของมาเป็ นเงนิ กษาปณ์ เงนิ กระดาษ เงนิ เครดติ มาตรฐานเงินตราแบ่งออกเป็ น มาตรฐานเงินตราทอี่ งิ โลหะมีค่าหรอืมาตรฐานโลหะมาตรฐานเงินตราทไ่ี มอ่ งิ โลหะมคี า่ และมาตรฐานผสมภายใต้กองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ

1.2 ความสาคัญของเงินความสาคญั ตอ่ การผลติ สินคา้ และบรกิ าร ในการลงทนุ ผลิตสินคา้ และบรกิ าร ผปู้ ระกอบการยอ่ มจะตอ้ งอาศยั เงินทุนมาลงทุนผลติ สนิ คา้ หรือบริการโดยหวงั กาไรทเี่ ป็ นตวั เงนิ เป็ นผลตอบแทนจากการลงทนุ เป็ นสาคญัความสาคญั ตอ่ การอปุ โภคบรโิ ภคของประชาชน ในการลงทุนผลิตสินคา้ และบริการ ผปู้ ระกอบการย่อมจะตอ้ งอาศยั เงินทุนมาลงทนุ ผลิตสนิ คา้ หรอื บรกิ ารโดยหวงั กาไรทีเ่ ป็ นตวั เงินเป็ นผลตอบแทนจากการลงทุนเป็ นสาคญั

ความสาคัญในสังคม ผใู้ ดที่ปรารถนาจะไดม้ าซง่ึ ทรพั ยส์ นิ ความมนั่ คง ความบนั เทิง จะมฐี านะหรอื แมแ้ ตจ่ ะแสวงหาอานาจก็ตาม ก็ตอ้ งอาศยั เงนิ เป็ นประการสาคญัเพราะเงินสามารถซ้ อื ขายแลกเปล่ียนสนิ คา้ และบรกิ ารไดท้ ุกชนิด เงนิ ตราจะเป็ นหลกั ประกนั ทม่ี นั่ คงในระบบการแลกเปลย่ี น แต่ละคนจึงเลือกงานแต่เฉพาะท่ีตนเองมคี วามชานาญ เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซึง่ เงินตราไปใชจ้ ่าย การแบง่ งานกนั ทา เชน่ น้ ีเป็ นลกั ษณะของสงั คมยุคปัจจุบนั ซง่ึ ก่อใหเ้ กิดการผลติ การคา้ และความเป็ นอย่ขู องสงั คมดขี ้ นึ

ความสาคัญในระบบเศรษฐกจิ ในระบบเศรษฐกจิ แบบทุนนยิ ม ซ่ึงเป็ นระบบเศรษฐกิจทีเ่ อกชนทุกคนมกี รรมสทิ ธ์ใิ นทรพั ยส์ ินท่ีเขามีอยู่ และมีเสรภี าพทจี่ ะเลือกประกอบอาชพีอะไรกไ็ ด้ การผลิตเป็ นเร่อื งของเอกชนทจี่ ะดาเนินการไดโ้ ดยเสรี ในระบบเศรษฐกิจแบบน้ เี งนิ มคี วามสาคัญมาก การใชเ้ งนิ จะทาใหร้ ะบบเศรษฐกจิ และตลาดขยายตวั ออกไป สาหรบั ระบบสงั คมนยิ มและระบบคอมมวิ นิสตน์ ้นั เงนิ มีความสาคญั เชน่ เดียวกนั การจา่ ยคา่ จา้ งแรงงานในระบบเศรษฐกจิ แบบสงั คมนิยมหรอื คอมมิวนิสตก์ จ็ า่ ยเงนิ และประชาชนกเ็ อาเงินไปซ้ อื สนิ คา้ และบรกิ ารเชน่ เดียวกนั กบั ระบบเศรษฐกิจแบบนายทุน แตจ่ ะตา่ งกันตรงทีร่ ัฐบาลของประเทศคอมมิวนสิ ตก์ ็จะเป็ นผูต้ ้งัราคาสนิ คา้ และบรกิ ารเองเทา่ น้ัน

1.3 คุณสมบตั ขิ องเงนิพกพาไดส้ ะดวกแบ่งแยกได้ ถกู กาหนดข้ ึนเป็ นหนว่ ยทช่ี ัดเจนทนทาน สามารถใชง้ านไดอ้ ย่างตอ่ เนือ่ งมีเสถียรภาพ

1.4 หนา้ ท่ขี องเงนิ 1. เป็ นสื่อกลางในการแลกเปลีย่ น หมายถึง การทบี่ คุ คลสามารถนาเอาเงนิ ทม่ี ีอย่ไู ปซ้ อื สินคา้ และบริการไดต้ ามความพอใจโดยไม่ตอ้ งไปแสวงหาบคุ คลท่ีตอ้ งการสนิ คา้ หรอื บรกิ ารของเขาเหมือนแต่ก่อน 2. เป็ นเครอื่ งวดั คา่ ถา้ ไมม่ ีเงินเป็ นสื่อกลางในการซ้ ือขาย จะตอ้ งมีการเทียบค่าของสนิ คา้ หรือบรกิ ารทีต่ อ้ งการกบั สิ่งอน่ื ทวั่ ไป เมอื่ มีเงินทาไหง้ ่ายต่อการเทยี บราคา และงา่ ยตอ่ การซ้ ือขายแลกเปลยี่ น

3. เป็ นเครื่องสะสมค่า ส่งิ ของหรือสนิ คา้บางอย่างเก็บไวไ้ ดน้ าน บางอยา่ งเกบ็ ไดไ้ มน่ านอาจเสอ่ื มราคาไดง้ า่ ย แตเ่ งินนามาเกบ็ ไว้ มูลค่าของเงนิค่อนขา้ งจะคงตวั เสมอไม่เสือ่ มค่างา่ ย เหมือนเกบ็สนิ คา้ ไว้ ดงั น้นั เราจึงกล่าวว่าเงินทาหนา้ ท่ีไดด้ ีกว่าอย่างอ่นื 4. เป็ นมาตรฐานในการชาระหน้ ใี นอนาคต สมยั ก่อนที่มกี ารใชเ้ งนิ เป็ นสือ่ ในการแลกเปล่ยี น ถา้ มีการกยู้ ืม จะตอ้ งนาส่งิ ของทเี่ ป็ นชนิดเดียวกนั กบั ท่ีกยู้ มื ไปมาใชค้ นื แต่เมือ่ มเี งินเป็ นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนแลว้ การกยู้ มื น้นั จะกยู้ มืกนั เป็ นตวั เงิน และการนามาชาระคืนกค็ ืนเป็ นเงินเชน่ เดียวกนั

2.ระบบการเงิน ในระบบเศรษฐกิจเสรี ระบบการเงนิ เป็ นกลไกสาคญั ยงิ่ ในการจดั สรรทรพั ยากรระหว่างภาคเศรษฐกจิ จากผทู้ ม่ี ีเงนิ ออมไปยงั ผทู้ ่ีตอ้ งการเงนิ ทุน ซ่งึ จะก่อใหเ้ กดิ การลงทนุ การผลิต และการจา้ งงานอนั เป็ นแรงขบั เคลือ่ นสาคญั ท่ที าให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตและมีเสถยี รภาพ ท้งั น้ ี ระบบสถาบนั การเงนิ ทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ จะชว่ ยส่งเสรมิ หนา้ ทีข่ องระบบการเงินใหส้ ามารถดาเนินไปไดอ้ ยา่ งราบรืน่ การอานวยความสาคญั และใหบ้ รกิ ารแก่ภาคธรุ กจิ สถาบนั การเงินมีหนา้ ที่ดงั ต่อไปน้ ี

2.1 เป็นศนู ยก์ ลางทางการเงนิ2.2 รบั ภาระความเสี่ยง2.3 รกั ษาอตั ราดอกเบ้ ยี2.4 รกั ษาผลประโยชน์ในการลงทุน2.5 รกั ษาผลประโยชน์ในการออม2.6 ช่วยรกั ษาเสถยี รภาพและพฒั นาเศรษฐกจิ

3. เงนิ ทนุ ในการเรม่ิ ตน้ ทาธรุ กิจ เงนิ ทุนถอื ปัจจยั ทส่ี าคญั มากปัจจยั หนึ่ง เพราะไม่ว่าจะทาอะไรกจ็ าเป็ นตอ้ งใชม้ นั ในการแลกเปลยี่ นเพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ ส่ิงทจี่ าเป็ นสาหรบั นกั ธรุ กจิ หนา้ ใหม่ทมี่ ีฐานะรา่ รวยอยแู่ ลว้ กค็ งไม่มีปัญหา แต่สาหรบั อกีหลายคนที่ไม่เป็ นเชน่ น้นั กจ็ าตอ้ งหาแหลง่ เงนิ ทุนเพอื่ กยู้ มื3.1 ทนุ และสว่ นประกอบของทนุ เงนิ ทุนคงที่ ไดแ้ ก่ ทุนท่จี าเป็ นในการลงทนุ สาหรบั สินทรพั ยถ์ าวร เงินทุนหมุนเวียน ไดแ้ ก่ ทุนทใ่ี ชใ้ นการดาเนินธรุ กจิ3.2 แหล่งเงินทนุ ยอ่ ยออกเป็ น 2 แบบ แหลง่ เงนิ ทุนระยะสน้ั เงินกาไรสะสม ธนาคารพาณิชย์ เครดติ การคา้ การ ใชเ้ อกสารเครดิต การกยู้ ืมเงนิ โดยใชส้ นิ คา้ เป็ นประกนั การต้งั วงแชรเ์ ป็ นตน้

แหล่งเงนิ ทนุ ระยะยาว1. เงินทุนส่วนของผเู้ ป็ นเจา้ ของเอง ซงึ่ อาจเป็ นเจา้ ของคนเดยี วหรอื ผถู้ อื หนุ้2. กาไรสะสม ซ่ึงเป็ นการกนั กาไรไวใ้ นแต่ละปี รวมกนั3. การขายหลกั ทรพั ยต์ า่ ง ๆ เชน่ หนุ้ ทุน และพนั ธบตั ร4. เงนิ กจู้ ากสถาบนั การเงินตา่ ง ๆ เช่น บรษิ ทั เงนิ ทุนหลกั ทรพั ย์ ธนาคารพาณชิ ย์ บริษัทเงินทุน เป็ นตน้5. การเช่าทรพั ยส์ ินระยะยาว

ทรพั ยากรมนุษย์ บุคลากรภายในองคก์ ร กลุม่ หรอื ธรุ กิจใดๆ ท่มี กี ารใชม้ นุษยเ์ ขา้ มามีสว่ นในการดาเนินงาน กจิ การหรอื กจิ กรรมใดๆ โดยมเี ป้ าหมายหรอื วตั ถปุ ระสงค์ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ ใหส้ าเร็จตามกรอบทกี่ าหนด โดยมที กั ษะความรคู้ วามเชีย่ วชาญในงาน และดาเนินงานภายใตก้ รอบและกฏเกณฑท์ ่ีกาหนดขององคก์ รกล่มุ หรอื ธุรกจิ กิจการใดๆ1. ประเดน็ สาคัญของฝ่ ายบริหารในการบริหารทรัพยากรมนษุ ย์ 1.1 ความสมั พนั ธข์ องบุคคลกบั งานเป็ นหลกั การพ้ นื ฐานของการจดั การทรพั ยากรมนุษยท์ ี่บุคคลและงานตอ้ งมคี วามเหมาะสมกนั โดยการจา้ งงานในแต่ล่ะตาแหน่งจะตอ้ งตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการงาน 1.2 การจดั บคุ คลใหเ้ หมาะสมกบั งาน โดยองคก์ รจะตอ้ งหาบคุ คลทม่ี ีความรู้ ทกั ษะ ความสามารถ และทศั นคติ ทเ่ี หมาะกบั ตาแหน่งงานน้นั ๆ ถา้บคุ คลและตาแหน่งงานมคี วามเหมาะสมกนั องคก์ รจะไดร้ บั ผลประโยชนจ์ ากการจา้ งงานอยา่ งเต็มท่ี

2. การวางแผนงานทรัพยากรมนษุ ย์ การจดั การทรพั ยากรมนุษยเ์ ป็ นกระบวนการทผ่ี บู้ รหิ ารทรพั ยากรมนุษย์จะนาหลกั การต่างๆ มาประยุกตใ์ ชใ้ นการทจ่ี ะทาใหอ้ งคก์ ารมีบคุ ลากรที่มคี ุณภาพมาร่วมงานอยา่ งเพยี งพอและตอ่ เน่ือง เพอื่ ใหอ้ งคก์ ารสามารถปฏิบตั ิงานไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธิผลและบรรลวุ ตั ถุประสงคท์ ี่ตง้ั ไว้ ดงั น้นั นกั บรหิ ารทรพั ยากรมนุษยท์ ่ีมีความสามารถจะตอ้ งสามารถนาความรู้ ประสบการณ์ และทกั ษะต่างๆ เขา้ มาประกอบในการบรหิ ารทรพั ยากรมนุษย์ เพอ่ื ใหผ้ ลงานทอ่ี อกมามคี ุณภาพและยงั ประโยชนส์ งู สุดต่อองคก์ ารบุคลากร และสงั คมส่วนรวมได้ นอกจากน้ ีการจดั การทรพั ยากรมนุษยท์ ป่ี ระสบความสาเร็จจะตอ้ งอาศยัขน้ั ตอนที่ละเอยี ดออ่ นมากมาย โดยขน้ั ตอนสาคญั ท่ขี าดไมไ่ ดใ้ นงานทรพั ยากรมนุษยค์ ือ

1. การวิเคราะหง์ าน ศกึ ษางานอย่างละเอยี ดและมรี ะบบ2. จดั ทา สารสนเทศของงาน3. จัดทาเอกสารกาหนดคุณสมบัตขิ องงาน4. รวบรวมขอ้ มูล

2.1 การสรรหาและการคัดเลือกบคุ ลาการ การสรรหา คอื กระบวนการกลนั่ กรอง และคดั เลือกบุคคลที่มีคณุ สมบตั ิคุณวฒุ ทิ างการศกึ ษา มคี วามรู้ ความสามารถ และประสบการณใ์ นการทางาน ซง่ึมาสมคั รงานในตาแหน่งต่าง ๆ ท่ีองคก์ ารเปิ ดรบั สมคั ร การคดั เลือก คอื เมอ่ื ขน้ั ตอนของการสรรหาส้ นิ สุดลงบริษทั จะไดค้ นจานวนหนึ่ง ซ่งึ มีคุณสมบตั เิ บ้ อื งตน้ ตรงตามความตอ้ งการ ซึ่งคนกลมุ่ น้ ีจะตอ้ งมาผา่ นกระบวนกาเลือกสรร (Selection) เพอ่ื ใหไ้ ดค้ นทเี่ หมาะสมท่ีสดุ ในจานวนท่บี ริษทั ตอ้ งการ ซ่ึงตอ้ งมีเกณฑม์ าตรฐานที่ต้งั ไว้ เพอ่ื ใชเ้ ปรียบเทียบกบัผสู้ มคั รงานแต่ละคนเกณฑม์ าตรฐานน้ ีไดม้ าจากการกาหนดคณุ สมบตั ขิ องผปู้ ฏบิ ตั งิ าน

2.2 การพฒั นาบคุ ลากร กระบวนการหรอื กจิ กรรม วิธตี า่ ง ๆ ทม่ี ุง่ จะเพมิ่ พนู ความรคู้ วามชานาญ ประสบการณใ์ หก้ บั บคุ ลากรในองคก์ ร ตลอดจนพฒั นาทศั นคตขิ องผปู้ ฏิบตั งิ านใหเ้ ป็ นไปในทางทดี่ ี มีความรบั ผิดชอบต่องาน อนั จะทาใหง้ านมีประสทิ ธภิ าพ วธิ กี ารหรือกระบวนการ หรือกิจกรรมต่างๆ เพอื่ ท่ีจะนามาพฒั นาบุคลากรในหน่วยงาน หรอื องคก์ ารเพอื่ เพม่ิ พนูใหบ้ ุคลากรในหน่วยงาน หรือในองคก์ ารเกิดความรคู้ วามสามารถ และเกดิทกั ษะในการทางาน มีความกา้ วหนา้ ในอาชีพการทางาน มีเจตคตทิ ี่ดใี นการปฏิบตั งิ าน เพอื่ ใหง้ านทปี่ ฏิบตั ิอย่บู รรลเุ ป้ าหมาย ทวี่ างไวอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพคือ

การฝึ กอบรม คือ การถา่ ยทอดความรเู้ พอ่ื เพมิ่ พนู ทกั ษะ ความชานาญ ความสามารถ และทศั นคตใิ นทางที่ถกู ทคี่ วร เพอื่ ช่วยใหก้ ารปฏิบตั งิ านและภาระหนา้ ทต่ี ่าง ๆ ในปัจจุบนั และอนาคตเป็ นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพมากข้ นึ และ..ไมว่ ่าการฝึกอบรม จะมขี ้ นึ ที่ใดกต็ ามวตั ถุประสงคก์ ็คือ เป็ นการเพมิ่ ขดี ความสามารถในการปฏิบตั ิงาน หรอื เพมิ่ ขดีความสามารถในการจดั รปู ขององคก์ ร การฝึกอบรมที่นิยมใชใ้ นปัจจุบนั มดี งั น้ ี

1. การบรรยาย (Lecture)2. การประชุม (Conference)3. การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)4. การใชใ้ นกรณีศกึ ษา (Case Study)5. การสาธิต (Demonstration)6. การสมั มนา (Seminar)7. การฝึกงานในสถานประกอบการจริง(On-the-Job Training)

การประเมินผลการปฏิบัตงิ าน คือ กระบวนการทีเ่ ป็ นระบบ ซ่งึ ถกู พฒั นาข้ นึ เพอ่ื ทาการวดั คุณค่าของบคุ คลในการปฏิบตั ิงานภายในช่วงระยะเวลาทกี่ าหนดวา่ เหมาะสมกบั มาตรฐานทก่ี าหนด และรายไดท้ บ่ี ุคคลไดร้ บั จากองคก์ ารหรือไม่ ตลอดจนใชป้ ระกอบการพจิ ารณาศกั ยภาพของบุคคลในการปฏบิ ตั งิ านในตาแหน่งทส่ี งู ข้ นึ2.3 ค่าตอบแทนและผลประโยชน์ ค่าตอบแทน คา่ จา้ งและเงินเดอื น (Wage and Salary) ไดแ้ ก่ค่าตอบแทนท่อี งคก์ ารจ่ายใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงาน เป็ นรายไดป้ ระจาทกุ เดอื น ค่าจงู ใจ (Wage Incentive) ไดแ้ ก่ คา่ ตอบแทนท่ีองคก์ ารจดั ใหเ้ ป็ นพเิ ศษเพอ่ื จงู ใจใหม้ ีการปฏบิ ตั งิ านใหด้ ยี ิง่ ข้ นึ เช่น การใหร้ างวลัพเิ ศษในการปฏิบตั งิ าน การเล่อื นตาแหน่ง

โครงการประโยชนต์ อบแทน การใหผ้ ลประโยชนต์ อบแทนเพอื่ ชว่ ยกระตุน้ และจงู ใจใหก้ ารทางานมีประสิทธิภาพ การทาใหผ้ ลประโยชน์จะเป็ นเครือ่ งจงู ใจใหบ้ ุคคลปฏิบตั ิงานจะทาให้พนักงานมที ศั นคติท่ดี ีตอ่ องคก์ รงาน คือ องคป์ ระกอบสาคญั ที่หวงั เพยี งค่าตอบแทน ทาเท่าท่เี ป็ นหนา้ ท่ีนอกเหนือจากน้นั ไม่ใชง่ านของเรากไ็ ม่ทา ไม่ตอ้ งช่วย ทนทาใหถ้ ึงส้ นิ เดอื นเพอื่เงินเดือนท่ตี ง้ั ตารอ เป็ นงานทีแ่ สนทรมานและหนักอ้ งึ งานทต่ี อ้ งทนทาอยา่ งทรมานมกั ทาใหก้ ารทางานน้นั ไม่มีความสขุ และไม่ค่อยมอี นาคต เพราะสกั แตจ่ ะทาใหพ้ น้ ไปวนั ๆ ตลอดเวลาทีท่ างาน รสู้ กึ เหมือนรา่ งกายถกู พนั ธนาการไวท้ ี่อาคารหรอื หอ้ งสเี่ หลย่ี ม แตห่ วั ใจลอ่ งลอยโบยบินแสวงหาทท่ี างานแหง่ ใหม่อยรู่ า่ไป

1. ความรูท้ วั ่ ไปเก่ยี วกบั งาน งาน คือ กระบวนการในการกาหนดความรบั ผิดชอบและสง่ิ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั งานของบคุ คลแตล่ ะคน มาตรฐานการทางานน้นั ควรจะเป็ นอย่างไร เพอ่ื ให้การทางานเกิดประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลรวมทง้ั เกดิ ความปลอดภยั ต่อตวัผปู้ ฏิบตั ิงานเอง และบรรลเุ ป้ าหมายขององคก์ ร อาชีพ คอื เป็ นหนา้ ทขี่ องบุคคลในสงั คม การทามาหากิน ทาธุรกจิตามความชอบหรอื ความถนดั การท่ีบคุ คลประกอบอาชีพจะไดม้ าซ่งึ ค่าตอบแทนหรอื รายได้ เพอื่ ใชจ้ า่ ยในการดารงชีวติ

การทางาน คอื กจิ กรรมทบ่ี คุ ลากรในองคก์ รกระทาข้ นึ ดว้ ยกาลงั กายและกาลงั ใจเพอ่ื จุดมุงหมายหน่ึงท่เี ขาตอ้ งการ ตาแหน่ง คอื หนา้ ทแ่ี ละความรบั ผิดชอบทอ่ี งคก์ รมอบหมายใหบ้ ุคลากรแต่ละคนโดยจานวนตาแหน่งจะมมี ากเท่ากบัจานวนบคุ ลากรในองคก์ รเท่าน้นั

2. การวิเคราะหง์ าน ขอ้ มลู มคี วามสาคญั มากตอ่ การบรหิ ารงานขององคก์ รและงานก็คอืองคป์ ระกอบทสี่ าคญั ขององคก์ ร ดงั น้นั ผบู้ ริหารจาเป็ นตอ้ งเรยี นรใู้ นเรื่องของการวิเคราะหง์ าน เน่ืองจากการวเิ คราะหง์ านเป็ นเครือ่ งมือสาคญั ของการคน้ หาขอ้ มลูการวิเคราะหง์ าน2.1 ความหมายและวตั ถุประสงคข์ องการวเิ คราะหง์ าน การวิเคราะหง์ าน คอื การดาเนินการอย่างมีจุดมุ่งหมายและเป็ นระบบเพอื่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั ลกั ษณะทสี่ าคญั และเกย่ี วขอ้ งกบั ตาแหน่งงาน โดยควบคมุ ขอ้ มูลต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ ี1. กจิ กรรมการทางาน2. เครือ่ งมอื และอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการทางาน3. สภาพแวดลอ้ มในการทางาน4. คณุ สมบตั ิท่ีจาเป็ นสาหรบั การทางาน

วัตถุประสงคข์ องการวเิ คราะหง์ าน มดี งั น้ ี1. ใชใ้ นการพฒั นาเคร่ืองมอื สาหรบั การคดั เลอื กและทานายความสาเรจ็ ในการ ทางาน2. ใชใ้ นการพฒั นาเกณฑห์ รอื มาตรฐานการปฏิบตั งิ านท่ีบุคลากร จาเป็ นตอ้ งกระทาใหไ้ ด้3. ใชเ้ ป็ นขอ้ มลู ในการวางแผนการฝึกอบรมและพฒั นาบุคลากรเพอื่ ให้ มีคณุ สมบตั ติ ามความตอ้ งการขององคก์ ร

2.2 งานและองคป์ ระกอบของงาน 1 หนา้ ท่ี คือ การจดั กล่มุ ภารกิจที่เกีย่ วขอ้ งกนั ใหอ้ ยใู่ นหอ้ งเดยี วกนั 2 ภารกิจ คอื กจิ กรรมการทางานท่สี ามารถสงั เกตได้ มกี าหนดระยะเวลาการทางานจากดั และนาไปส่ผู ลผลิต การบรกิ าร 3 ข้นั ตอนการทางาน คือ ส่วนประกอบย่อย ๆ ของภารกิจ ขน้ั ตอนการทางานต้งั แต่ 2 ขน้ั ข้ นึ ไป ประกอบข้ ึนเป็ นภารกิจหนึ่ง ๆ

2.3 วธิ กี ารวเิ คราะหง์ าน การวเิ คราะหง์ านโดยวิธกี ารสัมภาษณ์ คอื เพอื่ คน้ หาขอ้ มลู เกยี่ วกบัหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบของผปู้ ฏิบตั งิ านและเงือ่ นไขของการจา้ งงานในตาแหน่งงานน้นั ๆ โดยทวั่ ไปแลว้ ผใู้ ชส้ าภาษณค์ ือผชู้ านานงาน รวมท้งั อาจจะให้ความเหน็ เก่ียวกบั คณุ สมบตั ิของผปู้ ฏิบตั งิ านไดด้ ีกว่าอกี ดว้ ย 2.3.1 การวเิ คราะหง์ านโดยวธิ กี ารสัมภาษณม์ ปี ระโยชน์ดงั ตอ่ ไปน้ ี 1 เป็ นวธิ กี ารทสี่ ามารถเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู พ้ นื ฐานเกย่ี วกบั งานเพอ่ืนาไปใชใ้ นการสรา้ งหรือพฒั นาเคร่ืองมือสาหรบั การวเิ คราะหง์ านแบบอื่น ๆ

2 สามารถใชเ้ ป็ นวธิ ีการตรวจสอบความถกู ตอ้ งขอ้ งขอ้ มูลท่ีเกบ็ รวบรวม มาดว้ ยวิธกี ารอนื่ ๆ 3 เป็ นวิธกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั งานเพอ่ื นาไปพฒั นาการ คดั เลือกบคุ ลากร 2.3.2 แนวทางการสมั ภาษณเ์ พือ่ วิเคราะหง์ าน สามารถกระทาไดท้ ง้ั แบบไม่มโี ครงสรา้ งและแบบท่มี ีโครงสรา้ ง แต่เพอ่ื ให้เกิดขอ้ มูลที่มคี ณุ ภาพและสมบรู ณค์ วรจะเลอื กใชแ้ บบที่มโี ครงสรา้ ง เนื่องจากเป็ นการสมั ภาษณท์ ี่มกี ารกาหนดประเด็นและหวั ขอ้ ไวล้ ่วงหนา้ การวเิ คราะหง์ านโดยการสมั ภาษณส์ ามารถใชไ้ ดก้ บั งานหลายประเภทไม่ว่าจะเป็ นงานทีใ่ ชแ้ รงกายหรอื งานท่ีตอ้ งใชส้ มอง

2.3.3 การวางแผนการสัมภาษณ์ เป็ นขน้ั ตอนของการวิเคราะหง์ าน โดยจะตอ้ งพจิ ารณาและระบุส่ิงต่าง ๆ ตอ่ ไปน้ ีใหช้ ดั เจน 1 วตั ถปุ ระสงคข์ องการสมั ภาษณ์ เชน่ เพอื่ ระบุภารกิจของงานใน ตาแหน่งผจู้ ดั การบญั ชี 2 บคุ คลผใู้ หส้ มั ภาษณค์ วรจะเป็ นผใู้ ด เช่นผปู้ ฏิบตั งิ านท่ีมอี ายุการทางานตง้ั แต่ 6 เดือนข้ นึ ไป 3 ขอ้ คาถามตา่ ง ๆ ที่ใชใ้ นการสมั ภาษณ์ 4 เครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการบนั ทึกการสมั ภาษณ์ เชน่ แบบสมั ภาษณ์ 5 บคุ คลทจี่ ะทาหนา้ ที่เป็ นผสู้ มั ภาษณ์

การบริหาร การบรหิ ารเป็ นกระบวนการที่เป็ นระบบงาน ซึ่งตอ้ งอาศยั ทง้ั ศาสตรแ์ ละศิลป์ คอื ตอ้ งมหี ลกั การดาเนินงาน มหี ลกั เกณฑก์ ารปฏบิ ตั ิท่แี ต่ละองคก์ ารสามารถใช้หลกั เกณฑ์ โดยมลี กั ษณะของการบรหิ ารงาน ดงั น้ ี1.ลักษณะของการบริหารงานทดี่ ี 1 บอกเป้ าหมายและนโยบายขององคก์ ารใหช้ ดั เจน และแจง้ ให้ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาทราบดว้ ย 2 มีการวางแผนในการทางาน 3 แจง้ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาทราบ 4 สงั่ งานชดั เจนทง้ั โดยวาจาและลายลกั ษณอ์ กั ษร

5 สงั่ งานโดยมีขอ้ แนะนา เพอื่ ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั มิ นั่ ใจและไม่ทาผิดกฎระเบียบ 6 อธิบายเหตผุ ลในการสงั่ งานว่าเหตุใดตอ้ งทางานน้นั และมผี ลดีผลเสียอย่างไร 7 แนะนา บอกวิธีปฏบิ ตั งิ าน เพอ่ื ความเขา้ ใจตรงกนั 8 ในการสงั่ งานควรใชค้ าพดู เชิงขอรอ้ งมากกวา่ ใชอ้ านาจสงั่ 9 ควรมีความยืดหย่นุ ในการทางานตามสมควร ไมค่ วรกาหนดเวลาเสรจ็งานอยา่ งตายตวั เกนิ ไป ไมค่ าดโทษเมื่อผปู้ ฏบิ ตั งิ านทางานไมท่ นั ตามกาหนด 10 ควรสรา้ งความสานึกในหนา้ ทใ่ี หเ้ กดิ แก่ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา

11 ทาตวั เป็ นอยา่ งทด่ี ีในการทางาน เช่น ทางานอยา่ งมรี ะบบ ตรงเวลา คน้ หาความรทู้ ท่ี นั สมยั อยเู่ สมอ 12 มอบหมายงานพรอ้ มกบั มอบอานาจในการดาเนินงาน 13 แบ่งงบประมาณในการปฏิบตั งิ านอย่างเหมาะสม และยตุ ธิ รรม 14 สง่ เสริมผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาใหม้ ีส่วนรว่ มในกิจกรรมของหน่วยงานเช่นเปิ ดโอกาสใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา แสดงความคิดเหน็ ได้ รว่ มวางแผนและตดั สินใจในบางเร่อื ง 15 มกี ารประชุมปรึกษาอย่างสมา่ เสมอ และรจู้ กั วธิ ีดาเนินงานประชุม

16 มกี ารตดิ ตอ่ สื่อสารที่ชดั เจน เช่น แจง้ การเปลย่ี นแปลงภายในองคก์ าร ผลไดผ้ ลเสยี ของผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา 17 เปิ ดโอกาสใหผ้ ใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาเขา้ พบ ปรกึ ษาปัญหาได้ 18 ทาตนใหเ้ ป็ นทเี่ คารพนบั ถอื เป็ นท่ไี วว้ างใจของผบู้ งั คบั บญั ชา 19 ออกคาสงั่ ท่ีชดั เจน แน่นอน ไมโ่ ลเล 20 มีเหตผุ ลในการตดั สนิ ปัญหา ไมใ่ ชอ่ ารมณเ์ มือ่ ไมพ่ อใจ 21 จดั หาวสั ดุเครือ่ งอานวยความสะดวกในการทางาน ใหม้ ีอย่างเพยี งพอและมีประสทิ ธภิ าพ

22 ใหค้ วามยตุ ิธรรมในการแบ่งงาน การเลื่อนตาแหน่งและการพจิ ารณาความดคี วามชอบ 23 เอาใจใสท่ กุ ขส์ ขุ ของผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา ดแู ลความทุกขส์ ุขอยา่ งสมา่ เสมอหนา้ ไมล่ าเอยี ง 24 สง่ เสรมิ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาใหม้ โี อกาส พฒั นาความรู้ความสามารถ เชน่ การเขา้ ร่วมอบรมสมั มนา การศกึ ษาต่อ ฯ 25 ยกยอ่ งใหเ้ กียรติแก่ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาแสดงความเห็นอกเห็นใจความเหนื่อยยาก

2.ลกั ษณะของผบู้ ริหารงานทดี่ ี ลกั ษณะของผบู้ ริหารท่ีดดี งั กลา่ วขา้ งตน้ ทง้ั 25 ประการช้ ีใหเ้ หน็ ชดั เจนว่าผบู้ ริหารท่มี คี ณุ ภาพจะตอ้ งอาศยั ท้งั ในดา้ นศาสตรข์ องการบริหารและศิลปะในความเป็ นผนู้ าประสมประสานกนั อย่ใู นตวั แต่สิ่งทีแ่ ฝงอย่ใู นระหว่างการบรหิ ารงานเกือบทกุ ประการ สรุปคอื คณุ ธรรมจริยธรรมของผบู้ ริหาร ซึง่ เป็ นเสมอื นส่วนเสรมิ ท่ีจะทาใหก้ ารบริหารงานน้นั มีคณุ ภาพมากย่ิงข้ นึ เป็ นสว่ นทาใหบ้ ุคลากรในองคก์ ารทางานรวมกนั ไดอ้ ย่างมคี วามสุข มีศรทั ธาในการทางาน ยอมรบั เชอ่ื ฟังและปฏบิ ตั ติ ามคาสงั่ ของผนู้ ามีความสามคั คีกลมเกลียว มนี ้าหน่ึงใจเดยี วรว่ มกนั ร่วมจิตร่วมคิดเพอ่ื สจู่ ุดหมายอนั เดยี วกนั ทง้ั น้ ีเนื่องมาจากคุณธรรมของผบู้ รหิ ารนนั่ เอง น้นั กค็ อื ผบู้ รหิ ารทีม่ ค่ี ณุ ภาพตอ้ งเป็ นผบู้ ริหารมีคุณธรรมเป็ นแกนนาสาคญั ในการบริหารงาน

ผบู้ ริหาร เป็ นผมู้ หี นา้ ที่ในการบรหิ ารงาน เป็ นบคุ คลในระดบั บงั คบับญั ชา จึงเป็ นผมู้ เี กยี รติโดยมีฐานะคอื ตาแหน่งหนา้ ท่ีทีส่ าคญั ในหน่วยงานหรอืองคก์ าร บทบาทหนา้ ท่ขี องผบู้ ริหารหนา้ ที่ของผบู้ รหิ ารมีขอบเขตที่ตอ้ งปฏบิ ตั พิ อสรปุ ไดด้ งั น้ ี 2.1 เป็ นผบู้ รหิ าร (executive) ทาหนา้ ทป่ี ระสานงานระหวา่ งกลุม่ ทอี่ ยใู่ นองคก์ ารหรือหน่วยงาน ให้ปฏบิ ตั ิภารกิจตา่ ง ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ ององคก์ าร ผบู้ ริหารตอ้ งคอยอานวยความสะดวก แกป้ ัญหาซึง่ เกิดข้ นึ ไดใ้ นองคก์ าร

2.2 เป็ นผวู้ างแผน (planner) ทาหนา้ ท่ีในการวางแผนงานตา่ ง ๆ ในองคก์ ารใหฝ้ ่ายปฏบิ ตั นิ าไปปฏบิ ตั ิอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 2.3 เป็ นผกู้ าหนดเป้ าหมาย (policymaker) ผบู้ ริหารจะตอ้ งมีสว่ นรว่ มในการกาหนดนโยบาย วตั ถปุ ระสงคข์ ององคก์ าร โดยกาหนดใหช้ ดั เจน สามารถนาไปปฏบิ ตั ิใหบ้ งั เกดิ ผลเป็ นรปู ธรรมได้ 2.4 เป็ นผเู้ ชี่ยวชาญ (expert) ผบู้ ริหารจะตอ้ งเป็ นผมู้ คี วามเชย่ี วชาญ และชานาญความสามารถให้คาแนะนา ปรึกษา ช่วยเหลือ เมอื่ ฝ่ายปฏิบตั กิ ารตอ้ งการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook