Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่10 เรื่อง การส่งเสริมการตลาด

บทที่10 เรื่อง การส่งเสริมการตลาด

Published by zanebenyason, 2017-07-18 03:04:02

Description: บทที่10 เรื่อง การส่งเสริมการตลาด

Keywords: computer1

Search

Read the Text Version

รายงาน เรื่อง การส่งเสริมการตลาด เสนออาจารยว์ รัญญา ต้งั เจรญิ วรคณุนางสาวกมลทิพย์ จดั ทาโดย รหสั 5932040001นางสาวณฐั ริยา สอนสืบ รหัส 5932040010นางสาวเบญญรัศม์ิ คงเสือ รหสั 5932040018 ป่าธนอู ุดมลภสัปวส. 2 กล่มุ 1 แผนกวิชา คอมพวิ เตอร์ธรุ กิจรายงานเล่มน้เี ปน็ สว่ นหนึ่งของวชิ าหลกั การตลาดภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2560 วิทยาลยั เทคนิคลพบุรี

บทที่ 10 เรื่อง การสง่ เสรมิ การตลาดความหมายของการสง่ เสรมิ การเตลาด (Marketing Promotion) การส่งเสริมการตลาด หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจะให้ข้อมูล ชักชวน เร่งเร้า จูงใจให้ลูกค้าเป้าหมายตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ที่เสนอขาย กระบวนการงานทางด้านการส่ือสารการตลาดระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ท่ีเกย่ี วข้องในกระบวนการซ้ือ เพอื่ ให้ขอ้ มลู ชักจูงใจ หรอื ตอกย้าเกีย่ วกับตวั ผลติ ภณั ฑแ์ ละตราย่ีห้อรวมท้ังเพื่อให้เกิดอิทธิผลต่อการเปล่ียนแปลงความเช่ือ ทัศนคติ ความรู้สึก และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมการส่งเสริมการตลาดที่นอกเหนือไปจากการโฆษณา การตลาดทางตรง การขายโดยใช้พนักงานขาย และการประชาสัมพันธ์ ท่ีจัดข้ึนเป็นคร้ังคราวเพื่อกระตุ้นความสนใจ การทดลองใช้ หรือการซ้ือของลูกค้าขั้นสุดท้ายบุคคลในชอ่ งทางการตลาด หรือพนักงานขายของกจิ การ การส่งเสริมการขายไม่สามารถใช้เพียงเครื่องมอื เดียวได้ โดยทั่วไปมักจะใช้ร่วมกับการโฆษณา การตลาดทางตรง หรือการขายโดยใช้พนักงานขาย เช่นโฆษณาให้รู้ว่ามีการลด แลก แจก แถม หรอื ส่งพนกั งานขายไปแจกสนิ คา้ ตวั อย่างตามบา้ น เป็นตน้วตั ถุประของการสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion Objective) การส่งเสริมการตลาด เป็นกิจกรรมทางการตลาดในการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของผ้ผู ลิตแก่ผบู้ รโิ ภคหรอื ผู้ใชแ้ ละกลุ่มเป้าหมาย จุดประสงค์มีดังนี้ 1. เพ่ือเป็นการบอกกล่าว หรือการแจ้งข่าวสาร (To Inform) ให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าเป้าหมาย ได้รับทราบข้อมูลต่าง ๆ เก่ียวกับรายละเอียดของสินค้าหรือบริการที่กิจการเป็นเจ้าของอาจเป็น การแนะน้าสินค้าใหม่หรืออธิบายลักษณะใหม่ของผลิตภัณฑ์หรือช้ีแจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ผลิตภณั ฑ์ เช่น ไดเอทโคก้ แจ้งว่าเป็นเคร่อื งด่มื ท่ีมแี คลอรี่นอ้ ยกว่าหนึ่งแคลอร่ีต่อ 100 กรัม 2. เพ่ือโน้มนา้ ชกั ชวน หรือจงู ใจ (To Persude) หลังจากทีไ่ ดบ้ อกกลา่ วให้ทราบถึงประโยชน์ของ สินค้าหรือบริการ การส่งเสริมการตลาดจะต้องพยายามชักชวนโน้มน้าวให้เกิดความสนใจ และ กระตุ้นให้เกิดความต้องการป็นการชี้จุดเด่นของสินค้าเพ่ือกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความต้องการและ เกิดการตัดสินใจซื้อ เช่น เปป๊ ซี่ ใชส้ โลแกนวา่ รสชาติของคนรุ่นใหม่ 3. เพื่อเตือนความจา (To Remind) เปน็ การสร้างความทรงจา้ แกผ่ ลิตภัณฑ์ให้อยู่กับผู้บรโิ ภคหรือ ผู้ใช้ให้ยาวนาน หลังจากท่ีผู้บริโภคได้รู้จักสินค้าเพราะเคยซ้ือและใช้เป็นประจ้าอยู่แล้ว เป็นการ สง่ เสริมใหล้ กู ค้าระลึกถึงสนิ ค้านน้ั อย่เู สมอ เช่น นมตราหมใี หพ้ าดหวั วา่ เพ่อื คนทค่ี ุณรกั

ส่วนประสมของการสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion Mix) ส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด คือ องคป์ ระกอบของการสง่ เสริมการตลาด เพอ่ื ทา้ ใหข้ อ้ มูลขา่ วสารเก่ียวกับผลิตภัณฑ์ไปถึงตัวผู้รับสารหรือผู้บริโภค ซึ่งนักการตลาดต้องวางแผนในการใช้ส่วนประสม ของการตลาดให้เกดิ ประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นหรอื เร่งเร้าใหผ้ บู้ ริโภคตัดสนิ ใจซ้ือผลติ ภณั ฑ์องค์ประกอบสว่ นประสม ประกอบดว้ ย องคป์ ระกอบท่ีส้าคญั 5 ประการ คือ 1. การโฆษณา (advertising) 2. การส่งเสรมิ การขาย (sales promotion) 3. การขายโดยพนักงานขาย (personal selling) 4. การใหข้ ่าวและประชาสมั พันธ์ (publicity and public relations) 5. การตลาดทางตรง (direct marketing) 1. การโฆษณา (Advertising) 1.1 ความหมายของการโฆษณา หมายถงึ รปู แบบการเสนอขาย ความคิด สินค้าหรือบริการ โดยไมใ่ ชพ้ นกั งานขาย และตอ้ งมี การจ่ายเงินโดยผ้อู ุปถัมภ์รายการ ตราสินค้า สถาบัน ข้อมูลทางการขาย ข้อมูลทางการขาย หรือ เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ตลอดจนขอ้ มลู ท่ีเกี่ยวกบั การสง่ เสรมิ การขายในชว่ งระยะเวลาหนงึ่ หมายถึง การท่ีกิจการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยท่ีการเผยแพร่นั้น กิจการต้องการจ่ายเงิน เพ่ือซอ้ื ส่ือในการเผยแพร่ ลักษณะของการโฆษณา (1) เปน็ การติดต่อสอ่ื สารโดยไม่ใช้บุคคล (เป็นการติดต่อสอื่ สารโดยใช้สอ่ื ) (2) ตอ้ งเสยี คา่ ใช้จ่าย (3) สามารถระบผุ ู้อปุ ถมั ภ์ได้ สรุปได้ว่า การโฆษณา หมายถึง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับผลิตภัณฑ์โดยการใช้ส่ือ ต่าง ๆ เป็นเคร่ืองมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยมีการระบุผู้อุปถัมภ์รายการอย่างชัดเจน และมีการจ่ายค่าตอบแทนในการโฆษณา และจะต้องท้าให้การขายไดผ้ ลดีย่งิ ข้นึ 1.2 วัตถุประสงค์และประโยชน์ของการโฆษณา การทผ่ี ู้ผลติ หรอื คนกลางท้าการโฆษณาสนิ ค้าท้า การผลิตหรือจดั จ้าหนา่ ยมวี ตั ถปุ ระสงค์ไดด้ งั นี้ (1) เพอื่ กอ่ ให้เกดิ การขายสนิ ค้าแก่ตลาดเป้าหมาย (2) เพอื่ สนับสนุนการขายโดยบคุ คลหรือพนักงานขายเพื่อเป็นการน้าทางให้กบั พนักงานขาย โดยใหข้ อ้ มูลท่ีจ้าเป็นเก่ยี วกับสนิ คา้ และการบริการแก่ลกู ค้า

(3) เพ่ือแนะน้าสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด เมื่อธุรกิจผลิตหรือจัดหาสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ การโฆษณาจะช่วยให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้และกลุ่มตลาดเป้าหมายใหร้ ู้จกั และเขา้ ใจถงึ ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากสนิ คา้ หรือบริการ (4) เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้สินค้าหรือบริการที่จัดจ้าหน่าย โดยใช้ข้อความโฆษณาในลกั ษณะของการชักชวน เพราะนักการตลาดเชื่อว่าหากลูกค้าได้ทดลองใช้สนิ คา้ แล้วจะก่อใหเ้ กดิ การซ้อื อยา่ งแนน่ อน (5) ช่วยให้เกิดการขยายการผลิตมากข้ึน เน่ืองจากการโฆษณาเป็นการกระจาย ข้อมูลข่าวสารไปสู่ผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ท้าให้ผู้บริโภคจ้านวนมากรู้จักผลิตภัณฑ์ดีข้ึน น้าไปสู่การทดลองใช้ซือ้ ซ้า ประกอบกบั การโฆษณาที่โนม้ นา้ ว กระตนุ้ หรอื เรง่ เรา้ ตลอดเวลา (6) ช่วยลดค่าใช่จ่ายของฝ่ายขาย กิจกรรมการโฆษณามีวัตถุประสงค์เพ่ือน้าเสนอข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับสินค้าบริการให้แก่ผู้บริโภค โน้มน้าว กระตุ้นหรอเร่งเร้าให้เกิดการตัดสินใจซ้ือผลิตภัณฑ์และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกเค้าเป้าหมายขนาดใหญ่ได้ในเวลาส้ัน ท้าให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่้าลงเม่ือเปรียบเทียบกับการขายโดยใช้บุคคล ท้าให้ปริมาณการขายเพ่ิมมากข้ึน แต่ค่าใช้จ่ายของฝา่ ยขายเก่ียวกับพนกั งานขายลดลง (7) ช่วยในการเตือนความจ้าของผู้บริโภค กิจกรรมในการโฆษณามีผลช่วยท้าให้ผู้บริโภคมีความจดจ้าในสินค้าหรือบริการได้ตลอดเวลา ท้าให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซ้ือสินค้าหรือบริการของนกั ธรุ กิจเมือ่ เกดิ ความตอ้ งการ (8) ชว่ ยสรา้ งภาพพจน์ใหแ้ กก่ จิ การ กจิ กรรมการโฆษณาสามารถนา้ มาใช้เพ่ือสร้างภาพพจน์ให้แก่สินค้าและธุรกิจของผู้ประกอบการได้ โดยการเลือกใช้ข้อความท่ีมีความเหมาะสมกับสถานการณ์1.3 ประเภทของการโฆษณา จา้ แนกได้ 7 ประเภท ดงั น้ี (1) การโฆษณาระดับชาติ (National Advertising) การโฆษณาประเภทน้ีเป็นการกระจาย ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างกว้างขว้างเพื่อให้ผู้บริโภคทั่ว ๆ ไปได้ รับทราบ โดยการเนน้ ท่ตี ราสินคา้ เปน็ พิเศษ (2) การโฆษณาค้าปลีก (Retail Advertising) เป็นการโฆษณาของพอค้าปลีกท่ีต้องการให้ ผู้บริโภคในพ้ืนท่ีเป้าหมายมาซื้อสินค้าในร้านค้าของตน ข้อความโฆษณาจะเน้นหนักไป ในด้านบริการพิเศษ ความสะดวกสบายที่จะได้รบั การสง่ เสริมการขาย (3) การโฆษณาการคา้ (Trade Advertising) เปน็ โฆษณาทมี่ ุ่งส่งผูค้ า้ ส่งหรือผู้ค้าปลกี เพือ่ ให้ เกิดความสนใจที่จะซื้อสนิ ค้าจากผผู้ ลิตไปจ้าหน่ายโดยเสนอเง่ือนไขในการขายที่น่าสนใจ หรอื ประโยชน์ทค่ี นกลางจะได้รบั (4) การโฆษณาส่ังซื้อทางไปรษณีย์ (Mail Order Advertising) การโฆษณาที่มุ่งไปทางด้าน การขายในเวลาท่ีท้าการโฆษณา เพราะเป็นการโฆษณาที่มีข้อความเร่งเร้าให้ผู้บริโภคที่

อ่านโฆษณาแล้วรีบตัดสินใจสง่ั ซ้ือสินค้า โดยการเขียนข้อความลงในฟอร์มที่ได้จัดเตรียม ไวใ้ หใ้ นโฆษณาช้นิ นั้น (5) การโฆษณาสินค้าอุตสาหกรรม (Industrial Advertising) เป็นการโฆษณาท่ีมุ่งความ สนใจไปที่ผู้ใช้สินค้าเพ่ือการอุตสาหกรรม โดยการโฆษณาจะส่งตรงไปยังเจ้าของโรงงาน หรือเจ้าของโดยตรง (6) การโฆษณาเพื่อน้าทางพนักงานขายพิเศษ (Advertising to get leads for Specialty Salesman) การโฆษณาชนิดนี้ต้องการส่งข้อมูลข่าวสารบางอย่างเก่ียวกับตัวผลิตภัณฑ์ ไปให้แก่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้ เพื่อให้ทราบว่าขณะนี้ได้มีสินค้าชนิดหน่ึงเกิดข้ึน และมี ความส้าคัญต่อผู้บริโภคหรือผู้ใช้ แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดเก่ียวกับผลิตภัณฑ์ได้ ท้งั หมด (7) การโฆษณาเฉพาะงานอาชีพ (Professional Advertising) การโฆษณาแบบนี้จะถกู ส่งไป ยังบุคคลที่มีอ้าอาจในการตัดสินใจหรือมีบทบาทในการให้ค้าแนะน้าแก่ผู้บริโภคที่เป็น ลกู ค้าเพ่อื ให้แนะน้าลูกค้าของผู้ผลิตหรือหรอื ผู้จัดจ้าหน่ายซ้ือสนิ ค้าของธรุ กจิ หรอื บคุ คล นั้นซ้อื สนิ คา้ เพือ่ เพอ่ื นา้ ไปใชใ้ นการประกอบอาชพี ของตนเอง 1.4 สอื่ ที่ใชใ้ นการโฆษณา (Advertising Media) หมายถงึ สิง่ ท่นี า้ มาใชเ้ ปน็ พาหะในการน้าข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับสินค้าหรือบริการท่ีกิจการต้องการเผยแพรไ่ ปยังผ้บู ริโภคหรือผู้ใชข้ องกลุ่มตลาดเป้าหมาย ส่ือทน่ี ้ามาใช้ในการโฆษณามใี ห้เลือกหลากหลายชนิด ดังนี้ (1) หนังสื่อพิมพ์ (Newspaper) เป็นสื่อที่มีการใช้กันมานาน และมีความส้าคัญมากขึ้นใน ปั จ จุ บั น เ น่ื อ ง จ า ก ปั จ จุ บั น ผู้ ที่ ท่ี ส า ม า ร ถ อ่ า น อ อ ก เ สี ย ง ไ ด้ มี จ้ า น ว น ม า ก

(2) นิตยสาร (Magazines) เป็นส่ือประเภทตีสิ่งพิมพ์ท่ีไม่ได้ออกจ้าหน่ายทุกวันเหมือน หนงั สอื พมิ พ์ แตน่ ิตยสารออกจา้ แนกเปน็ ชว่ งเวลา http://magazinebymine.blogspot.com/p/blog-page.html(3) วิทยุ (Radio) เป็นส่ือโฆษณาประเภทที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคหรือตลาดเป้าหมายใน อาณาเขตทก่ี ว้างขวา้ ง http://www.civilianplay.com/2015/23

(4) โทรทัศน์ (Television) เป็นส่ือท่ีมีคุณภาพสูงสุดในปัจจุบัน เพราะสื่อโทรทัศน์น้ัน สามารถถ่ายทอดได้ทัง้ เสยี ง ภาพ และสี ตลอดทัง้ การเคล่อื นไหวของภาพได้พร้อม ๆ กนั https://www.emaze.com/@AIQLZOCC(5) ป้ายโฆษณากลางแจ้ง (Outdoor Advertising) เป็นสื่อการโฆษณาที่ใช้แผ่นป้าย ประกอบด้วย ตัวอักษรหรือใช้วัสดุต่าง ๆ ท้าเครื่องหมาย หรือข้อความ หรือสัญลักษณ์ เกีย่ วกบั กิจการ เพ่ือให้ผพู้ บเห็นไดร้ ู้จักสินค้าหรือบริการ http://thaimarketing.in.th/2015/04/07/coke-zero-drinkable-billboard/

(6) ส่ือโฆษณาทางไปรษณีย์ (Direct Mail Advertising) เป็นสื่อชนิดที่ใช้บริการของ ไปรษณยี ์เปน็ เครื่องมือ โดยผโู้ ฆษณาจะศึกษาและก้าหนดกลุ่มเป้าหมาย แล้วจงึ จะจัดส่ง โฆษณาไปทางไปรษณีย์ http://www.thansettakij.com/content/48363(7) สื่อโฆษณาโดยใช้ยานพาหนะ (Transit Advertising) เป็นส่ือโฆษณาท่ีติดตาม ยานพาหนะทมี่ ีผ้ใู ชบ้ รกิ ารประจา้ และจา้ นวนมาก http://www.sinkardd.com/id-50be14069ce62e1c07000167.html

(8) ส่ือโฆษณาโดยใช้คอมพิวเตอร์ (Internet Advertising) เป็นสื่อการโฆษณาที่กา้ ลังเป็นที่ นยิ มในปัจจุบนั เพราะเปน็ สื่อการโฆษณาทม่ี ีความทันสมัย(9) การใชส้ ่ือโฆษณา ณ แหลง่ ซ้ือ (Point of Purchas Advertising) เป็นส่ือสงิ่ พิมพ์ที่ เรียกวา่ โปสเตอร์ ติดตามร้านค้าที่จ้าหน่ายสินคา้ รวมถงึ การตกแตง่ ภายในร้าน เพื่อจูงใจ ลูกคา้ ลกู คา้ เกดิ ความสนใจ

1.5 งบประมาณการโฆษณา ในการตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณโฆษณานักการตลาดจะใช้เกณฑ์ต่างดงั ต่อไปนี้ 1. จ่ายเท่าท่ีหามาได้ (Affordable) วิธีการนี้จะข้ึนอยู่กับงบประมาณท่ีทางฝ่ายบริหารต้องการใช้ในการโฆษณา โดยมากมักจะไม่ค้านึง ถึงเร่ืองอ่ืนนอกจากมีเงินก้อนท่ีจะใช้ในการโฆษณาเท่าใดจะจัดสรรให้ฝ่ายการตลาด และเป็นหน้าท่ี ของฝา่ ยการตลาดที่จะตอ้ งใช้ใหเ้ กดิ ประสทิ ธผิ ลและประสิทธภิ าพสูงสดุ 2. คิดเปน็ เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย (Percentage of Sales) จะเป็นการตั้งงบประมาณการโฆษณาโดยคิดเป็นร้อยละของยอดขายท่ีคาดว่าจะ เกิดขึ้นในปีน้ันๆ เช่นมีการพยากรณ์ว่าจะขายได้ 500,000 บาท จะจัดสรรให้เป็นงบประมาณค่าโฆษณา 10% คิดเป็น เงิน50,000 บาท เป็นวิธีท่ีสะดวกและง่ายต่อการค้านวณ ผู้ใช้สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง ต้นทุนและรายได้จากการขาย 3. จดั ตามคูแ่ ข่งขนั (Competitive Parity) กิจการจะพยายามจัดงบประมาณโฆษณาให้อยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งขัน มักจะใช้กับบริษัทใหญ่ท่ีมี ทรพั ยากรทางการเงนิ มาก และตลาดนน้ั มีการแขง่ ขนั สูง เช่นตลาดน้าอดั ลม ตลาดเบียร์ เปน็ ตน้ 4. จดั ตามวัตถปุ ระสงค์และงาน (Objective and Task)ให้การตัดสินใจที่ดีท่ีสุดเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณโฆษณา งานในขั้นแรกนักการตลาดจะต้องก้าหนดวัตถุประสงค์ทางการโฆษณาที่ต้องการเช่น ยอดขายท่ีต้องการ ส่วนครองตลาด(Market Share)ที่ต้องการหรือจ้านวนผู้รับที่การโฆษณาต้องการเข้าถึง เช่นต้องการโฆษณาเพื่อสร้างการรู้จัก ให้คนท้ังประเทศจ้านวนประมาณ 15 ล้านคน รู้จักผงซักฟอกชนิดเม็ด(เม็ดซักฟอก) ภายใน 3 เดือน ต้องใช้งบโฆษณาผ่าน สื่อต่างๆเช่น โทรทัศน์ 50 ล้าน วิทยุ 5 ล้าน หนังสือพิมพ์ 20 ล้าน นิตยสาร 25 ล้าน รวม 100 ล้านบาท ดังนั้นงบประมาณโฆษณาทีต่ ้องการคือ 100 ล้านบาท จึงจะบรรลวุ ัตถุประสงค์ท่ตี ้องการเป็นตน้ 2.การใชบ้ ุคคลหรอื พนกั งานขาย (Personal Selling) การขาย หรือ (Selling) คือการนาเสนอสินค้าหรือบริการให้แก่ลูกค้า เป็นกิจกรรมหรือหน้าท่ีหน่ึงของการตลาด การขายมีความส้าคัญต่อระบบการตลาดมาก เพราะก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงกรรมสิทธ์ิในสินค้าหรือบริการจากผู้ขายหรือผู้ผลิตไปยังผู้ซ้ือหรือผูบ้ ริโภค และองค์ประกอบส้าคัญท่ีสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ที่มีต่อตัวสินค้าหรอื บริการได้แตกต่างเหนือคู่แขง่ ขัน ก็คือเจ้าหน้าท่ี (Personal) ผู้ให้บริการ

หรือพนักงานขาย ซึ่งก็คือรูปแบบการท้าธุรกิจหรือท้าการตลาดโดยใช้พนักงานขาย (Personal Selling )นนั้ เอง ค้าว่า Personal Selling จึงหมายถึงการขายโดยพนักงานขาย ในรูปแบบของการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลตอ่ บคุ คล เรียกว่าเปน็ การสอ่ื สาร 2 ทางโดยพนักงานขายจะต้องคน้ หาความต้องการของลูกค้า และมีความสามารถในการตอบสนองความต้องการนั้นๆได้ จะเห็นได้ว่าการขายโดยพนักงานเป็นกระบวนการด้านการตลาดที่มีความส้าคัญ เพราะพนักงานจะใช้ความพยายามในการกระตุ้นให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ เน่ืองจากการขายโดยพนักงานขาย ผู้ขายมีความใกล้ชิดกับลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังมากที่สุดจึงสามารถให้ข้อมูลและตอบค้าถามข้อข้องใจต่างๆให้แก่ลูกค้าได้ เป็นการสร้างความม่ันใจให้กับลูกค้าจนกระทัง่ เกดิ การสง่ั ซอื้ ในที่สดุ การขาย โดยพนักงานจึงเป็นรูปแบบของการติดต่อส่ือสารทางการตลาดท่ีมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว ยังช่วยผลักดันให้ลูกค้าใชส้ ินค้าใหม่ ท้าให้ลูกค้าได้รู้ถึงตราสินค้า รู้รายละเอียดของสินค้าและบริการ ที่สามารถส่งผลต่อการเพ่ิมยอดขายได้ ดังน้ันการขายโดยพนักงานจึงถือเป็นเคร่ืองมือส้าคัญ ในการส่งเสริมการการตลาดให้ประสบความส้าเร็จได้ตามที่นักการตลาดหรอื นักธุรกิจส่วนใหญ่คาดหวงั 3.การสง่ เสรมิ การขาย (Sales Promotion) การส่งเสริมการขายคือ กิจกรรมทางการตลาดท่ีสามารถกระตุ้นให้เกิดการขายได้ในทันที ไม่ว่าจะในทางการโฆษณาหรือเครื่องมือการขาย ลักษณะการส่งเสริมการขาย เช่น การลดราคาแบบช่ัวคราวเพ่ือเพิ่มยอดขายใหม้ ากข้ึนเป็นการจูงใจท่มี งุ่ สู่เป้าหมาย 3 กลุ่ม ไดแ้ ก่ 1. การส่งเสริมการขายที่มุ่งสู่ผู้บริโภค เพื่อจูงใจให้เกิดการซ้ือจ้านวนมากขึ้น ตัดสินใจซื้อได้รวดเร็ว หรอื เกดิ ความตอ้ งการที่จะทดลองใชส้ นิ ค้า 2. การส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่คนกลาง เป็นการส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่พ่อค้าคนกลาง ผู้จัดจ้าหน่าย หรือผู้ขาย เพ่ือกระตุ้นให้คนกลางแนะน้าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใหม่ๆ กระตุ้นให้คนกลางซ้ือและ เก็บผลิตภัณฑ์ไวเ้ พือ่ การจาหน่ายในปรมิ าณทมี่ ากข้นึ 3. การส่งเสรมิ การขายท่ีมุ่งสู่พนักงาน เปน็ การสง่ เสริมการขายที่มุง่ ให้พนักงาน หรือแผนกงานขาย ใช้ความพยายามในการขายสินค้าให้ได้มากข้ึน หรือเป็นการกระตุ้นให้หาลูกค้ารายใหม่หรือหาผู้ จัดจา้ หนา่ ยเพมิ่ เตมิ ให้กบั บรษิ ทั

การส่งเสริมการขาย เป็นกิจกรรมท่ีมักจะใช้ร่วมกับการโฆษณาหรือการขายโดยใช้พนักงานขาย เช่นโฆษณาใหร้ ู้ว่ามกี ารลด แลก แจก แถม หรอื ส่งพนักงานขายไปแจกสนิ คา้ ตวั อย่างตามบ้าน เปน็ ความพยายามทางการตลาดท่ไี มใ่ ช่งานดา้ นการขายท่ปี ฏบิ ตั ิอย่เู ปน็ ประจา้ https://www.im2market.com/2015/01/13/622 2.สาเหตทุ ่ีต้องมีการขาย เนือ่ งจากกจิ กรรมการส่งเสริมการขายเป็นเคร่ืองมอท่สี ้าคญั อยา่ งหน่ึงในการสง่ เสรมิ การขาย โดยเฉพาะในปจั จุบันตลาดมีการขยายตัวอย่างกวา้ งขวาง คู่แข่งมมี ากขึ้น ทัง้ นี้เน่ืองจากสาเหตุทส่ี า้ คัญ ดังน้ี (1) ผู้บริหารยอมรับว่าการส่งเสริมการขาย เป็นวิธีการท่ีน้ามาใช้เพื่อกระตุ้น ยอดขายที่มีประสิทธิภาพดชี นดิ หน่ึง (2) ปจั จบุ นั ผบู้ รหิ ารมคี วามรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกบั เครอ่ื งมอื ที่ใช้ส่งเสริมการขายมากขนึ้ (3) ผู้บริหารต้องการทราบปฏิกิริยาการตอบสนองของผู้บริโภคในการเสนอสินค้าอย่างรวดเรว็ ในระยะเวลาอนั สั้น (4) ปจั จบุ ันคู่แขง่ ขันในตลาดมีมากขึ้น โดยการสงั เกตไดจ้ ากชนิดของสินค้าและบริการที่ผลิตออกสู่ตลาดมากมายหลายชนิด หลายตราสินค้า หลายเจ้าของ มีสินค้าใหม่ๆ เพ่ิมข้ึนในตลาดมากมาย ผู้ผลิตหรอื คนกลางจึงจา้ เปน็ ตอ้ งพยายามหาวิธกี ารท้าใหส้ นิ คา้ หรือบริการสามารถขายได้มากกว่า ผู้ผลติ รายอื่นๆ (5) ผูบ้ รโิ ภคจ้านวนมากที่ตัดสนิ ใจซื้อสินคา้ เพราะการสง่ เสรมิ การขาย

(6) ประสิทธิภาพในการโฆษณาลดลง เนื่องจากถูกจ้ากัดหรือควบคุมโดยรัฐบาลประกอบกับค่าใช้จ่ายในโฆษณาสงู มากข้นึ จึงหนั มาใหค้ วามสนใจกบั การสง่ เสรมิ การขายวิธีต่างๆมากข้ึนเปน็ การทดแทน3. วัตถุประสงค์ของการสง่ เสรมิ การขาย พอสรุปไดเ้ ป็นข้อๆดังน้ี (1) เพื่อต้องการติดต่อส่ือสารกับผู้บริโภคให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของกิจการทจ่ี ดั จา้ หนา่ ยในตลาด (2) ใช้เป็นสง่ิ จงู ใจหรือเรยี กร้องความสนใจใหก้ บั ผลติ ภณั ฑ์ (3) ใชเ้ ปน็ ส่ิงเรง่ เร้า เช้อื เชิญให้เกิดตดั สนิ ใจซือ้ รวดเรว็ ในระยะเวลาอนั สน้ั4. รปู แบบของการส่งเสรมิ การขาย สามารถกระท้าได้ 3 รปู แบบ ดังน้ี (1) การส่งเสริมการมุ่งสู่ผู้บริโภค (Comsumer promotion) เป็นการสร้างแรงกระตุ้นหรือแรงจงู ใจใหผ้ บู้ ริโภคท้าการทดลองใช้สินค้า ซ่งึ มวี ิธกี ารที่จะน้ามาใช้หลายวิธี ดังนี้ (ก) การแจกของตัวเอง (Sample) เป็นวิธีการให้สินค้าทดลองใช้ฟรีแก่ลูกค้าเปา้ หมาย (ข) การใช้คูปอง (coupons) เป็นวิธีท่ีผู้ผลิตหรือคนกลางจัดท้าขึ้นเพื่อเป็นการให้ส่วนลดแกล่ ูกค้า (ค) แสตมป์การค้า (Trading stamps) คือ เป็นการส่งเสริมการขายโดยการเสนอเงอ่ื นไขในการซือ้ สนิ ค้าข้นึ มาก่อนว่าต้องซื้อสนิ คา้ ใหไ้ ด้มูลค่าเท่าไรจงึ จงึ จะได้รับแสตมป์การค้า (ง) การให้ของแถม (Premium) คือ การซ้ือสินค้าหลักตามท่ีก้าหนดไว้ แล้วจะให้สินคา้ อย่างอืน่ หรอื สินค้าหลักนนั้ แถมให้ (จ) การให้ส่วนลดพิเศษ (Price Packs) คือ การขายสินค้าในราคาต่้ากว่าปกติหรือการนา้ สินคา้ หลายๆช้นิ มารวมไว้ในหบี หอ่ เดยี วกนั (ฉ) การคืนเงิน (Money Refund Offers) เปน็ การเสนอใหเ้ งินคืนแก่ลูกค้า บางส่วนหรอื ทัง้ หมดในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง (ช) การส่งชิ้นส่วนไปชิงโชค (Contest) การส่งเสริมการขายโดยให้ผู้บริโภคตัดช้ินสว่ นของสนิ คา้ ตามท่รี ะบไุ ว้ (2) การส่งเสริมการขายมุ่งสู่คนกลาง (Trade Promotion) รูปแบบของการส่งเสริมการขายในลกั ษณะนี้กระทา้ เพอื่ ตอ้ งการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างคนกลางกับผูผ้ ลติ

(ก) การให้ส่วนลดพิเศษ (ข) การใหส้ นิ ค้าฟรี (ค) การใหส้ ่วนลดเพื่อมงุ่ หวังใหค้ นกลางช่วยจัดแสดงสนิ ค้า ณ จดุ ขาย (ง) การโฆษณาร่วม (จ) การสง่ เสรมิ การขายโดยวธิ ีผจู้ ้าหนา่ ย (ฉ) การให้เงนิ สดหรือของขวัญ (ช) การแข่งขันทางการขาย (3) การส่งเสริมการขายท่ีมุ่งสู่พนักงานขาย (Sales Force Promotion) เป็นวิธีการส่งเสริมการขายท่ีจะกระตุ้นให้พนักงานขายหรือหน่วยขายพยายามใช้ความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการยอมรับในหมู่เพื่อนร่วมเพ่ือน ธุรกิจและผลประโยชน์ของตนเองโดยส่วนตัว การส่งเสริมการขายลักษณะน้ี ได้แก่ การให้เงินสดเป็นรางวัลหากพนักงานคนใด สามารถขายได้ตามมาตรฐานที่ก้าหนดการแข่งขันการขายกันระหว่างพนกั งานขาย 10.3.4 การประชาสัมพันธ์ (public Relation) เป็นการส่งเสริมการตลาดอีกรูปแบบหน่ึงท่ีสามารถน้ามาใชใ้ นการให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับสินคา้ หรือบริการและความเคลอ่ื นไหวของธรุ กจิ การประชาสมั พันธเ์ ปน็ ค้าที่คนท่ัวไปเคยได้ยินกันบ่อยบ่อยแต่จะมีผ้เู ข้าใจถึงความหมายของการประชาสัมพันธจ์ ริงๆมนี ้อยคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นการใช้บุคคลบุคลิกภาพหน้าตาดียืนอยู่ตามจุดต่างๆเพ่ือให้ข้อมูลเก่ียวกับห้องพักห้องอาหารและอ่ืนๆเท่านั้นฉะน้ันจึงจา้ เป็นทตี่ ้องทา้ ความเขา้ ใจกับความหมายของค้าว่าการประชาสมั พันธ์ 1. การประชาสัมพันธ์หมายถึงการด้าเนินงานในรูปแบบใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างธุรกิจหรือองค์การกับบุคคลภายนอกท่ีมีความเกี่ยวข้องทางที่เป็นผู้บริโภคและไม่ใช่ผู้บริโภคเพื่อให้บุคคลเหล่าน้ันเกิดความเชื่อถือ เช่ือม่ัน เล่ือมใสศรัทธา พร้อมท่ีจะให้การสนับสนุนธุรกิจให้ประสบความส้าเร็จสามารถอยรู่ อดได้อย่างยาวนานหรอื ตลอดไป 2. วัตถุประสงคข์ องการประชาสัมพนั ธม์ ดี ังน้ี (1) เพอื่ ให้เกิดการซ้ือสินคา้ (2) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของธุรกิจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเช่นการขยายกจิ การ การเปดิ สาขาใหม่ เป็นต้น (3) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อผู้ที่เก่ียวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์การให้มีทัศนคตทิ ่ดี ีตอ่ กจิ การ

(4) เพอ่ื แก้ไขภาพพจน์ทีไ่ ม่ดใี หห้ มดไปและสร้างภาพพจน์ใหมใ่ ห้แก่กจิ การ 3. สื่อที่ใช้การประชาสัมพันธ์สื่อท่ีธุรกิจน้ามาใช้ในการประชาสัมพันธ์มีหลายชนิดหลายลักษณะเช่นเดียวกับสื่อที่น้ามาใช้ในการโฆษณา ได้แก่ สื่อประเภทสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุส่ือภาพยนตร์ สื่อโฆษณากลางแจ้งหรือโฆษณาเคลื่อนท่ี นอกจากส่ือต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว การประชาสัมพันธ์ยังสามารถเลือกใช้วธิ กี ารอนื่ ๆ เช่น การบรรยายพเิ ศษการประชุมสมั มนาการนิทรรศการ หรือการจัดประกวดต่างๆ เป็นต้น10.3.5 การตลาดทางตรง Direct marketing 1. ความหมายของการตลาดทางตรง การตลาดทางตรงหมายถึงการส่ือสารทางธุรกิจไปสู่ลูกค้าเป้าหมายผ่านสื่อการส่งเสริมการตลาดท่ีนอกเหนือจากการเสนอขายโดยพนักงานเป็นการตลาดท่ีมุ่งการเลือกใช้วิธีส่งเสริมการตลาดไปสู่ลูกค้าเฉพาะเจาะจง 2. วตั ถุประสงค์ของการตลาดทางตรงมดี ังนี้ (1) เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเน่ืองจากเป็นการติดต่อสื่อสารเฉพาะตัวโดยลูกค้าสามารถสื่อสารกลับมาได้สะดวกจึงเป็นเครื่องมือการส่ือสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างความสัมพันธ์กับลกู คา้ (2)เพอื่ ใช้เป็นหลักฐานข้อมูลทางการตลาดการตลาดทางตรงเปน็ เครื่องมือส้าคัญที่ใช้การเก็บข้อมูลเก่ยี วกบั ทีอ่ ย่ทู พ่ี ฤตกิ รรมการซอื้ และทัศนคติของผบู้ รโิ ภค (3) เพื่อให้ขอ้ มลู ข่าวสารกบั กลุ่มเปา้ หมายการตลาดทางตรงเป็นเคร่ืองมือท่ีมปี ระสิทธภิ าพในการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายและตอบข้อสงสัยของกลุ่มเป้าหมายได้เนื่องจากเป็นการสื่อสารสองทาง (4) เพื่อการจดั จ้าหน่ายผลติ ภัณฑ์การตลาดทางตรงจะเป็นช่องทางในการจ้าหน่ายสินค้าหรือบรกิ ารอีกชอ่ งทางหน่งึ นอกเหนือจากการใหข้ ้อมูลขา่ วสาร 3. กระบวนการของการตลาดทางตรงกระบวนการด้าเนินการตลาดทางตรงให้ประสบความส้าเร็จมีขั้นตอนการด้าเนินการสรุปได้ 6 ขั้นตอน ดังน้ี (1) การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เก่ียวกับการก้าหนดแผนการตลาดและเลือกชอ่ งทางทจี่ ะเขา้ ถึงลูกค้าโดยตรงเป็นรายบคุ คล (2) การรวบรวมข้อมูลท้ังภายในและภายนอกกิจการข้อมูลเก่ียวกับรายชื่อของ ลูกค้าข้อมูลเกย่ี วกบั คนกลาง และขอ้ มลู อืน่ ๆท่จี า้ เปน็ ในการวางแผนการตลาดทางตรง

(3) การจัดการฐานขอ้ มูล โดยการน้าข้อมลู ท่ไี ด้จากการรวบรวมในขัน้ ตอนที่สองมาเรียบเรียงใหเ้ ปน็ ระบบและสามารถนา้ มาใช้ประโยชนท์ างการตลาดไดอ้ ย่างรวดเร็ว (4) การวิเคราะห์ข้อมูล น้าข้อมูลท่ีได้รวบรวมมาท้าการวิเคราะห์เพ่ือใช้ในการก้าหนดกลุ่มเป้าหมายในการทา้ การตลาดทางตรง (5) การน้าไปปฏิบตั ิการตอบสนองความตอ้ งการของลูกคา้ เป้าหมายได้อย่างรวดเรว็ เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินคา้ หรือบรกิ าร (6) การวิเคราะห์การตอบกลับของลูกค้า เพ่ือประเมินผลของการจัดท้าการตลาดทางตรงแต่ละคร้ังกอ่ นทจ่ี ะมกี ารดา้ เนินการซ้าในรอบถัดไป 4. รูปแบบการทา้ การตลาดทางตรงสามารถใช้เครื่องมอื ในการด้าเนินการไดห้ ลายลักษณะ (1) การตลาดทางตรงโดยใช้จดหมายทางตรงเป็นรูปแบบของการท้าการตลาดทางตรงที่เก่าแก่ มีลักษณะพิเศษ คือความสามารถในการเข้าถึงตัวผู้บริโภคโดยตรงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงท่ีสื่อจะได้รับการเห็นการอ่านจากกลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเสรี สามารถสื่อสารได้เหมาะสมกับเวลา และท่ีส้าคัญสามารถใช้สื่อได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ใช้ไปรษณียบัตรหรือแผ่นโปสการ์ด จดหมายแผ่นพับ แผน่ ปลิว หรอื จุลสาร เปน็ ต้น (2) การตลาดทางตรงโดยใช้แคตตาล็อกเป็นการจัดท้าข้อมูลต่างๆเก่ียวกับผลิตภัณฑ์ของกิจการในรูปแบบแคตตาล็อก จัดส่งไปให้ลูกค้าทางไปรษณีย์หรืออาจวางไว้ในสถานที่ลูกค้าสนใจและหยิบไปเองหรือจะส่งไปทางระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ (3) การตลาดทางตรงโดยใชโ้ ทรศัพท์เปน็ การทา้ การตลาดทางตรงโดยผู้ขายสินคา้ หรือบริการโทรศพั ทไ์ ปยังลูกค้าเป้าหมายเพ่ือน้าเสนอสินค้าหรือบริการ เชน่ การน้าเสนอขายบริการประกนั ชีวติ ตา่ งๆการน้าเสนอขายบัตรเครดิตหรือสนิ เช่อื ต่างๆ เป็นตน้ (4) การตลาดทางตรงโดยอินเตอร์เนต็ เป็นการสือ่ สารการตลาดดว้ ยการใช้ระบบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จัดเป็นการตลาดทางตรงที่มุ่งส่ือสารไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะรายเพ่ือให้ได้รับการตอบสนองในทนั ที (5) การตลาดทางตรงโดยใช้สื่อการตอบสนองโดยตรงเป็นการท้าการตลาดทางตรงโดยการเลือกใช้สื่อในการตอบสนองโดยตรงโดยกิจการจะเลือกใช้สื่อท่ีพิจารณาว่าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทางสอ่ื ดา้ นสิ่งพิมพแ์ ละสือ่ กับการกระจายเสียงโดยสือ่ ด้านสงิ่ พิมพ์10.4 กระบวนการในการตดิ ต่อสอ่ื สาร 10.4.1 ผู้ส่งสารหรือแหล่งที่มาของข่าวสารคือบุคคลหรือเป็นแหล่งท่ีมีความประสงค์จะส่งข่าวสารให้กับผู้รับท่ีเป็นลูกค้าเป้าหมายแหล่ง ท่ีมาของข่าวสารอาจเป็นพนักงานขายสินค้า ผู้ผลิตหรือคนกลางทาง

การตลาด ซ่ึงเป็นผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเป็นอย่างดีข้อมูลที่ต้องการจะส่งไปยังผู้รับเป็นข้อมูลเก่ยี วกบั ผลิตภณั ฑ์ท่ีจัดจา้ หน่ายข้อมลู เหลา่ นจี้ ะถูกถา่ ยทอดไปสลู่ ูกคา้ เปา้ หมายได้โดยบคุ คลและส่ือต่างๆ 10.4.2 การเข้ารหัสเป็นขั้นตอนการน้าข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับผลิตภัณฑ์ท่ีได้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลต่างๆตามข้ันตอนแรก มาแปลเป็น ค้าพูด รูปภาพ สัญลักษณ์ใดๆ ท่ีจะส่ือความหมายในด้านต่างๆให้ลูกค้าได้เข้าใจ สนใจ เกิดความต้องการ และน้าไปสู่การตัดสินใจซ้ือสินค้าหรือบริการการเข้ารหัสจะมีประสิทธภิ าพมากน้อยเพยี งใดขนึ้ อยู่กับวธิ กี าร ความรู้ ความสามารถของผ้ถู ่ายทอข้อมลู ข่าวสารเป็นส้าคัญ 10.4.3 ช่องทางของข่าวสารเป็นขั้นตอนในการเลือกใช้ส่ือที่จะสามารถเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างทัว่ ถึง ถูกตอ้ ง เพ่อื ใหผ้ ้รู บั ข่าวสารเกิดความเขา้ ใจผลิตภัณฑ์ตามที่ผสู้ ่งข่าวสารต้องการปจั จยั ตัวนี้นบั ว่าเป็นส่ิงท่ีมีความส้าคัญมากในกระบวนการติดต่อส่ือสาร ช่องทางของข่าวสารอาจจะเป็นบุคคลหรือสื่อต่างๆเช่นพนกั งานขายวิทยโุ ทรทัศน์หนังสือพิมพ์คอมพิวเตอร์หรือการสง่ เสริมการขายการประชาสมั พันธ์ทีเ่ หมาะสมกับผู้บรโิ ภคหรอื ผู้ใชแ้ ละกลุ่มตลาดเป้าหมายเป็นต้น 10.4.4 การถอดรหสั เป็นการตคี วามเกีย่ วกบั ภาษารปู ภาพหรือสญั ลักษณ์ที่ผสู้ ง่ ขา่ วสารสง่ ผ่านชอ่ งทางของข่าวสาร โดยผรู้ บั จะตคี วามจนสามารถเข้าใจไดแ้ ต่จะเขา้ ใจได้มากหรือน้อยเพียงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กบั ความรู้ความสามารถ ความสนใจ การรับรู้ และประสบการณ์ที่ผู้รับข่าวสารมีอยู่ประกอบกับความสามารถในการเขา้ รหสั ของผู้สง่ สาร 10.4.5 ผู้รับข่าวสารเป็นบุคคลที่เกิดการต้องการส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการเพื่อให้เกิดความเข้าใจในข่าวสารต่างๆและน้าไปพิจารณาเพ่ือประกอบการตัดสินใจซ้ือสินค้าหรือบริการของกจิ การ ได้แก่ ผบู้ รโิ ภคผู้ ใช้ทางธุรกจิ ลกู คา้ เป้าหมาย เปน็ ต้น 10.4.6 ปฏกิ ิรยิ ายอ้ นกลับเปน็ ขนั้ ตอนสุดท้ายของกระบวนการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ได้รบั ข้อมูลข่าวสารย้อนกลับมาเปน็ แหล่งข่าว เป็นข้นั ตอนทท่ี ้าให้ผสู้ ่งขอ้ มูล ขา่ วสารได้ทราบว่าผ้ทู เ่ี ข้าใจ หรือมคี วามสนใจ หรือมีข้อขัดแย้งต่อข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปอย่างไรบ้าง มีแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้นในโอกาสต่อไป กระบวนการติดต่อส่ือสารข้างต้น นักการตลาดจะต้องให้ความสนใจกับทุกขั้นตอนท่ีกล่าวมาอย่างละเอียด ด้าเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารผา่ นไปตามข้ันตอนต่างๆได้ อย่างมีประสิทธิภาพสงู สดุ ใหผ้ บู้ ริโภคเกิดความพงึ พอใจ แต่สง่ิ หน่งึ ทพี่ งึ ระวังก็คอื สิง่ รบกวน สามารถเกดิ ขึน้ ไดต้ ลอดเวลา อันจะท้าให้ข่าวศาลไม่สามารถเดินทางไปถงึ ผ้รู บั สารหรือถึงดว้ ยความคาดเคล่ือน สงิ่ รบกวน ไดแ้ ก่ การก้าหนดส่ือได้ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย การขัดข้องทางเทคนิคของส่ือจังหวะเวลาไม่เหมาะสม และถูกรบกวนจากส่ิงแวดล้อมภายนอกอนื่ ๆเป็นต้น

เอกสารอา้ งองิhttp://elearning.bu.ac.th/mua/course/mk212/ch10.htmhttp://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sms/market/Unit7/Subm2/U722-1.htmhttps://www.im2market.com/2015/01/03/558


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook