สวนพฤษศาสตร์ในโรงเรียน ประกอบวชิ า ว32101 เทคโนโลย2ี ครูผสู้ อน ครูรัชชนก วงศเ์ ขียว
คานา หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์เร่ืองพฤษศาสตร์ในโรงเรียนเล่มน้ี ใชส้ าหรับประกอบการเรียนวชิ า ว 32101 เทคโนโลย2ี ซ่ึง เน้ือหาประกอบดว้ ยความรู้เก่ียวกบั สวนพฤษสาสตร์ใน โรงเรียน ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์เล่มน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผศู้ ึกษาไดเ้ ป็นอยา่ งดี นางสาว กลุ ธีรา สิริบญั ญตั ิ นางสาว เบญจมาพร รัตนพลที ผจู้ ดั ทา
ลีลาวดี ลีลาวดี หรือ ลนั่ ทม เป็นไมด้ อกชนิดยนื ตน้ ท่ีมีถ่ินกาเนิดในอเมริกา กลาง เมก็ ซิโก แคริบเบียน และอเมริกาใต้ ในบา้ นเรามีความเชื่อมาแต่ โบราณวา่ ไม่ควรปลูกตน้ ลนั่ ทมไวใ้ นบริเวณบา้ น เน่ืองจากมีช่ือ อปั มงคล เพราะไปพอ้ งกบั คาวา่ \"ระทม\" ซ่ึงแปลวา่ ความทุกขใ์ จ เศร้า โศกนนั่ เอง แต่ไดม้ ีการเปล่ียนมาเรียกช่ือใหม่แทนซ่ึงกค็ ือ \"ลีลาวดี\" โดยเป็นชื่อพระราชทานจากสมเดจ็ พระนางเจา้ สิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ซ่ึงมีความหมายวา่ \"ดอกไมท้ ี่มีท่วงท่าสวยงาม และอ่อนชอ้ ย\" และในปัจจุบนั น้ีตน้ ลีลาวดีไดร้ ับความนิยมและปลกู กนั อยา่ งแพร่หลายไม่วา่ จะในบา้ นหรือนอกบา้ นกต็ าม
ลีลาวดี มีชื่อสามญั วา่ Plumeria, Frangipani, Temple tree (ชื่อวทิ ยาศาสตร์วา่ Plumeria spp.) จดั อยใู่ นวงศต์ ีนเป็ด (APOCYNACEAE)
ประโยชน์ของต้นลลี าวดี 1.ดอกลีลาวดีใชผ้ สมกบั พลู ทาเป็นยาแกไ้ ขแ้ ละไข้ มาลาเรีย (ดอกลีลาวดี, เปลือกตน้ ) 2.ช่วยรักษาไขห้ วดั (ราก) 3.ใชป้ รุงเป็นยาแกไ้ อ (เน้ือไม)้ 4.ช่วยถา่ ยเสมหะและโลหิต (ยางและแก่น) 5.ช่วยขบั เหงื่อ แกร้ ้อนใน (ราก) เป็นตน้ .
ต้นพุด ชื่อสามญั : Gerdenia Crape Jasmine ชื่อวทิ ยาศาสตร์: Gardenia jasminoides ชื่อพนื้ เมอื ง: ต้นพุดศุภโชค , ต้นพดุ แคระ
ลกั ษณะทว่ั ไป เป็นพรรณไมย้ นื ตน้ ขนาดเลก็ ลกั ษณะเป็นพมุ่ เต้ีย ลาตน้ สูง1-3 เมตร ผวิ ลาตน้ มีสีขาวเทา แตกกิ่งกา้ นออกใบรอบ ตน้ ใบเป็นใบเด่ียว แตกออกเป็นคู่ตรงกนั ขา้ ม ตามขอ้ ของ ก่ิง ลกั ษณะของใบเป็นรูปมนรี ปลายใบแหลม ผวิ ใบเรียบ สีเขียวยาว 8-12 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามปลายยอด หรือปลายก่ิง ช่อหน่ึงมี 5-6 ดอก แลว้ แต่ชนิดพนั ธุ์ ดอกมี กล่ินหอมสีขาวหรือเรียงเป็นช้นั เดียวแลว้ แต่ชนิดพนั ธุ์ ดอกบานมีความโต 2-5 ซม. ออกผลเป็นฝักรูปกระบอก แหลมโคง้ ภายในมีเมลด็ 3-5 เมลด็
ประโยชน์ สาหรับดอกพดุ นนั้ นิยปมรนะาโไยปชร้อนย์ พวงมาลยั เพ่ือบชู า พระ มีการนาเมลด็ เมล็ดไปใช้แตง่ สีอาหารและทาสี ย้อม เน่ืองจากมีเมลด็ สีเหลอื งทอง สาหรับดอกพดุ ซ้อนนนั้ นาไปใช้สกดั ทาเป็นนา้ มนั หอมระเหย ใช้ทา นา้ หอมและแตง่ กลนิ่ เคร่ืองสาอาง และมีการนาเอา ไปทาสมนุ ไพร “สรรพคณุ ทางยา” - ใบ ดอกพดุ ซ้อน นามาตาพอกแก้ปวดศีรษะ แก้เคลด็ ขดั ยอกที่ เกิดขนึ ้ - ดอก นามาคนั้ เอานา้ เพ่อื ทาแก้โรคผิวหนงั - ราก ใช้รักษาอาการแก้ไข้ - เปลือกต้น แก้บดิ ท่ี เกิดขนึ ้ ความเช่ือคนไทยโบราณเชอ่ื วา่ บ้านใดปลกู ต้นพดุ ไว้ประจาบ้านจะทาให้มคี วามเจริญ ความ มน่ั คง
ชบา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus rosa-sinensis) เป็นพืช มีดอกในสกลุ Hibiscus วงศ์ Malvaceae เป็นพืช พืน้ เมืองในเอเชียตะวนั ออก ชาวโอรังอซั ลใี นรัฐเปรัก มาเลเซยี ใช้เปลอื กรากแชใ่ นนา้ ข้ามคืนและด่ืมขณะท้องวา่ งเพ่ือรักษาฝี
ลกั ษณะ ชบาเป็นไม้พ่มุ ขนาดกลาง ใบคอ่ นข้างมนรี มีปลาย แหลม ขอบของใบเป็นจกั เลก็ น้อย และมีสีเขียวเข้มออ่ น เมื่อขยีใ้ บจะเป็นเมือกเหนียว ดอกมีทงั้ กลบี ชนั้ เดยี ว และหลายชนั้ หากเป็นชนั้ เดียวปกตจิ ะมีกลีบดอก 5 กลีบ มีก้านเกสรอยตู่ รงกลางดอกหนงึ่ ก้าน ลกั ษณะ ของกลีบดอกชบาจะมีขนาดใหญ่ มีหลายสีไมว่ ่าจะเป็น ขาว แดง แสด เหลอื ง มว่ ง ชมพู และสีอ่ืน ๆ โดยดอก ชบาแบง่ ออกเป็น 3 ลกั ษณะคือ ดอกบานเป็นรูปถ้วย ดอกบานเป็นรูปแผแ่ บน และกลบี ดอกบานแบบแผโ่ ค้ง และขยายพนั ธ์ดุ ้วยการปักชา การต่อตา การตดิ ตา และการเสยี บยอด
กหุ ลาบ (องั กฤษ: rose) คอื ดอกไม้ในสกลุ Rosa ในวงศ์ Rosaceae ที่ได้รับความนิยมปลกู มากที่สดุ ชนิดหนง่ึ ของโลกท่ีมีต้นกาเนิดจากทวปี เอเชีย ผ้คู นนิยมปลกู เพื่อความสวยงาม ตกแตง่ สวน, ประดบั ตกแตง่ บ้าน, ประดบั สถานที่, ปลกู เพื่อการพาณิชย์ อาทิ เพอ่ื นาไปสกดั นา้ หอม นาไปทาเป็นสว่ นประกอบของสปา เป็นต้น
การดูแลการให้ นา้ ใหน้ ้าระบบน้าหยด หรือใชห้ วั พน่ น้าระหวา่ งแถวปลูก อตั รา 6-7 ลิตร/ตร.ม./ วนั หรือ 49 ลิตร/ตร.ม./สปั ดาห์ อาจใหท้ ุกวนั วนั เวน้ วนั หรือ 2-3 วนั ต่อคร้ัง แลว้ แต่สภาพการอุม้ น้าของดิน อยา่ รดน้าใหด้ ินแฉะตลอดเวลา ควรใหด้ ินมีโอกาสระบายน้า และมีอากาศเขา้ ไปแทนที่บา้ ง ดงั น้นั ใน 1 สปั ดาห์ หากปลกู ในโรงเรือนจะตอ้ งใชน้ ้าประมาณ 78,400 ลิตร ต่อไร่ น้าที่ใช้ ควรมีคุณภาพดี
สภาพท่ีเหมาะสมในการปลกู พ้นื ที่ปลูก ควรปลูกในท่ีที่ระบายน้าไดด้ ี มีความเป็นกรด เลก็ นอ้ ย พเี อช็ ประมาณ 6-6.5 และไดแ้ สงอยา่ งนอ้ ย 6 ชวั่ โมง อุณหภมู ิ อุณหภูมิท่ีเหมาะสมในการเจริญของกหุ ลาบคือ กลางคืน 15-18 องศาเซลเซียส และกลางวนั 20-25 องศา เซลเซียส ซ่ึงเป็นช่วงอุณหภูมิท่ีจะทาใหไ้ ดด้ อกท่ีมีคุณภาพดี และใหผ้ ลผลิตสูง หากอุณหภมู ิต่ากวา่ 15 องศาเซลเซียส การ เจริญเติบโตและการออกดอกจะชา้ อยา่ งมาก หากอุณหภมู ิสูง กวา่ 28 องศาเซลเซียส ควรใหม้ ีความช้ืนในอากาศสูงเพือ่ ชลอ การคายน้า ความช้ืน ความช้ืนสมั พทั ธ์ที่เหมาะสมกบั การเจริญ ของกหุ ลาบคือร้อยละ 70-80 แสง กหุ ลาบจะใหผ้ ลผลิตสูง และ ดอกมีคุณภาพดี ถา้ ความเขม้ ของแสงมาก และช่วงวนั ยาว
สวนพฤษศผาจู้สดั ตทร์าในโรงเรียน นางสาว กลุ ธีรา สิริบญั ญตั ิ เลขที่13 ช้นั ม.5/4 อีเมล์ [email protected] นางสาว เบญจมาพร รัตนพลที เลขท่ี25 ช้นั ม.5/4 อีเมล์ [email protected]
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: