หนว่ ยที่ 13 กฬี าไทยเพื่อสขุ ภาพ
หัวขอ้ เรอ่ื ง (Topics) 13.1 ภมู ิปัญญากีฬาไทย 13.2 ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ของกีฬาพนื้ เมอื งไทย 13.3 ตวั อย่างกฬี าไทย แนวคิดสาคญั (Main Idea) กฬี าและการละเล่นไทยทบ่ี รรพชนไทยคน้ คดิ และถ่ายทอดมาสลู่ ูกหลานบางชนดิ กลายเปน็ ตานาน และความทรงจาและบางชนดิ ยงั คงมกี ารเล่นกันอยู่แม้ว่าจะถูกปรบั เปล่ยี นไปใหท้ ันยุคสมยั ก็ตามแต่ด้วย ความสานึกของความเปน็ ไทยจึงควรรว่ มกันสนบั สนุนและรว่ มส่งเสรมิ ภมู ิปัญญากีฬาไทยให้อนชุ นรุ่นหลงั ไดร้ ูจ้ กั และรว่ มกันอนุรักษต์ ่อไป สมรรถนะยอ่ ย (Element of Competency) แสดงความรเู้ ก่ยี วกับกฬี าไทยเพื่อสขุ ภาพ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (Behavioral Objectives) 1. บอกลักษณะภมู ปิ ัญญากีฬาไทยได้ 2. บอกประโยชนแ์ ละคุณคา่ ของกีฬาพนื้ เมืองไทยได้ 3. บอกตัวอยา่ งกีฬาไทยได้
เนื้อหาสาระ (Content) 13.1 ภมู ิปญั ญากฬี าไทย กีฬาไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมไทยแขนงหน่งึ ท่มี เี อกลกั ษณ์ มีความงดงามและทรงคุณคา่ ซ่ึงบรรพบรุ ุษได้ค้น คิด สบื สาน ถ่ายทอดและพฒั นามาจนถึงทกุ วนั น้ี การเล่นกฬี านอกจากจะชว่ ยใหร้ า่ งกายได้เคล่ือนไหว กลา้ มเน้ือ สร้างความแข็งแรงและหา่ งไกลจากโรคภยั ไข้เจ็บแล้ว กฬี าหลายประเภทยังชว่ ยใหผ้ ู้เลน่ ได้ฝึกฝน สมาธิ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มไี หวพรบิ ปฏภิ าณ รูจ้ กั แกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ สามารถหลบหลีกคู่ต่อสู้ได้ กฬี า บางชนดิ ใชผ้ เู้ ล่นเปน็ หมู่คณะ ทาใหผ้ ้เู ล่นมคี วามรักความสามคั คี ความรับผดิ ชอบต่อหน้าทีข่ องตนเอง มคี วาม เป็นนา้ หนึ่งใจเดียวกัน ตลอดจนเป็นคนมนี ้าใจเป็นนกั กฬี า รแู้ พ้ รูช้ นะ และร้อู ภัย กีฬาไทยท่ีบรรพชนไทยคน้ คิด และถา่ ยทอดมาสู่ลกู หลาน บางชนิดกลายเปน็ ตานานและความทรงจา และ บางชนิดยงั คงมีการเลน่ กันอยู่ แม้ว่าจะถูกปรบั เปลี่ยนไปใหท้ นั ยคุ สมยั กต็ าม แตด่ ้วยความสานกึ ของความเปน็ ไทย เราควรรว่ มกันสนบั สนุนและรว่ มส่งเสริม ภูมิปญั ญากีฬาไทย ให้อนุชนรุ่นหลงั ไดร้ ูจ้ ักและรว่ มกนั อนรุ กั ษ์ ตอ่ ไป
1.สกา กีฬาระดับเทวดา และกษตั รยิ ์ การประลองฝมี อื ทซ่ี บั ซอ้ นและลกึ ซ้ึง ดั่งโบราณวา่ เล่นสกาไม่ต่างจากฝึกฝน แกป้ ัญหาชีวิต ผูเ้ ลน่ ทง้ั 2 ฝ่าย น่งั คนละดา้ นของกระดาน ควา่ ตัวสกา 2 ตวั ไวท้ ม่ี มุ ขวาสดุ เรียกวา่ เกดิ หรอื เจา้ เมือง ตวั สกาท่ีเหลอื ใส่ไว้ในหูชา้ ง ผเู้ ลน่ ทัง้ 2 ฝ่าย ผลดั กันทอดบาศก์ทั้ง 2 ลกู แลว้ นบั แต้มลกู บาศก์ 2 ลูก รวมกัน ใครได้ แตม้ สูงกวา่ มสี ิทธ์เิ รม่ิ ทอดเดินกอ่ น เรียกวา่ \"จา่ ง\" เริ่มเดินด้วยการทอดลูกบาศก์โดยใช้กระบอกทอดเทลงท่ีเพ่ิงหรือ โก่งโคง้ ลูกบาศกจ์ ะลงไปตง้ั ท่กี ระดานสกา จากนนั้ จงึ เดนิ สกาตามแต้มหน้าลูกบาศกท์ ที่ อดได้ ถ้าฝ่ายใดลงตวั สกายงั ไม่หมดทกุ ตัว แล้วทาการ \"เกดิ ” จะถือว่ายงั ไม่ได้เกิดและถูกปรบั แพ้ เรียกว่า \"แพป้ อด\" ในกระดานนัน้ อุปกรณ์สกา : กระดาน ตัวสกา ลกู บาศก์ กระบอกทอด โก่งโคง้ 2. หมากรุก การประลองช้ันเชงิ บนแผ่นกระดานด้วยสติปญั ญาและไหวพริบ เพือ่ เอาชนะคู่ต่อสู้นคี่ อื ศาสตรแ์ ละศลิ ป์ ของตานานการตอ่ สู้นับพันปี การเล่นหมากรกุ จะมผี เู้ ล่น 2 ฝา่ ย เวลาเล่นจะต้องหันหน้าเข้าหากัน วางกระดานหมากรุกไว้ตรงกลาง กระดานมี ลักษณะเป็นรปู ส่เี หลยี่ ม ตีตารางเป็นรูปส่ีเหล่ยี มจตั รุ สั 64 ชอ่ ง แต่ละด้านมี 8 ช่อง แต่ละช่อง เรียกว่า ตา แต่ละฝา่ ย ตั้งตวั หมากในชอ่ งแรกบนกระดานตรงดา้ นหนา้ ของตัวเอง เรียงจากซา้ ยไปขวาตาละ 1 ตัว เรมิ่ จาก เรอื มา้ โคน เม็ด ขุน โคน มา้ เรือ
3. หมากฮอส การประลองทีต่ อ้ งชิงไหวชิงพริบบนแผ่นกระดานของการทดสอบความสามารถของตนเอง กระดานหมากฮอสเป็นรปู ส่ีเหลยี่ มจัตรุ สั เรยี บ แบง่ แตล่ ะดา้ นออกเป็น 8 ช่องเท่า ๆ กนั จะไดต้ ารางย่อย 64 ช่อง กาหนดเปน็ ช่องสเี ขม้ 32 ชอ่ ง และชอ่ งสอี ่อน 32 ชอ่ งสลับกนั ผ้เู ลน่ 2 ฝ่ายจะมหี มากฝา่ ยละ 8 ตัว และมีสีตา่ งกัน เชน่ ขาว และดา เวลาตั้งกระดานใหว้ างตวั หมากอยบู่ น 2 แถวแรกใกลต้ วั ผเู้ ลน่ แตล่ ะ ฝา่ ย แถวละ 4 ตวั โดยวางเฉพาะบนตาสีเดียวกัน ตัวหมากทใี่ ช้เดนิ บนกระดาน เมือ่ เรมิ่ เลน่ เรียกวา่ \"เบ้ีย\" จะเดินไดค้ รง้ั ละ 1 ตา โดยเฉียงไปขา้ งหน้าครง้ั ละ 1 ตา สลับกันเดินเพอ่ื บุกไปกนิ ตัวหมากของฝ่ายตรงข้าม แลว้ เดินไปจนสุดกระดานของฝ่ายตรงข้ามเพอื่ เขา้ ฮอส ฮอลจะได้รบั สิทธพิ เิ ศษในการเดนิ กีต่ ากไ็ ดใ้ นแนว เฉียง ท้งั ด้านหน้าและด้านหลงั ฝา่ ยใดทสี่ ามารถกนิ หมากของคูต่ ่อสูจ้ นหมดกระดาน หรือไมส่ ามารถเดิน หมากในกระดานได้เป็นฝา่ ยชนะ 4. วา่ วไทย ศิลปะการเลน่ กับสายลมบนฟา้ เพยี งโครงไมไ้ ผ่ กระดาษสาและดา้ ยป่านชาศยั จังหวะของสาย ลมกบั ความขานาญ เกิดเปน็ ศิลปะการแข่งขนั บนสนามท้องฟา้
13.2 ประโยชนแ์ ละคณุ คา่ ของกฬี าพนื้ เมอื งไทย 1. กฬี าพนื้ เมอื งไทยชว่ ยทานุบารงุ ศลิ ปวฒั นธรรมทางดา้ นกฬี าไทยของชาติ กฬี าพนื้ เมอื งไทยจดั เป็ นทง้ั ศาสตร ์ และศลิ ป์ เป็ นภาพสะทอ้ นใหเ้ ห็นและเขา้ ใจชวี ติ ความเป็ นอยู่ รวมทงั้ วฒั นธรรมแบบไทยทสี่ ามารถซมึ ซบั ได ้ จากการเลน่ กฬี าพนื้ เมอื งไทย โดยกระบวนการขดั เกลาทางสงั คม ผา่ นการเลน่ กฬี าพนื้ เมอื งไทย (Socialization Ma Thai Traditional Sport) ตวั อยา่ งเชน่ การเล่นววั ลา่ งของภาคตะวนั ออก-เฉียง เหนือ ทใี่ ชผ้ เู ้ ลน่ 3 คน คนหนึ่งเป็ นววั คลาน 2 มอื 2 เขา่ อกี 2 คน น่ังหอ้ ยอยบู่ นหลงั คนเป็ นววั ไขวข้ ามอื จบั เทา้ ซงึ่ กนั และกนั ลกั ษณะเหมอื นกบั ต่างใสข่ องบนหลงั รวั เป็ นการสะทอ้ นวถิ ชี วี ติ ของคนภาค ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ทนี่ ิยมนาสมั ภาระสงิ่ ของใสต่ ะกรา้ 2 ใบ วางพาดบนหลงั ววั ขนของเดนิ ทางไป เป็ นตน้ 2. กฬี าพนื้ เมอื งไทยใหค้ ณุ คา่ ไม่ยงิ่ หยอ่ นกวา่ กฬี าสากล จากงานวจิ ยั เรอื่ ง “กฬี าพนื้ เมอื งไทย : ศกึ ษาและ วเิ คราะหค์ ุณค่าทางดา้ นพลศกึ ษา” ซงึ่ ไดร้ บั ทนุ วจิ ยั รชั ดาภเิ ษกสมโภชจากจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั โดย ผเู ้ ขยี นเป็ นหวั หนา้ คณะผูท้ าวจิ ยั มเี นือ้ หารวม 739 หนา้ นั้น ผลการวจิ ยั พบวา่ จากจานวนกฬี าพนื้ เมอื งไทย ทที่ าการศกึ ษาวเิ คราะหท์ ง้ั สนิ้ 196 ชนิดกฬี า แตล่ ะชนิดกฬี าตา่ งกม็ คี ณุ คา่ ทางดา้ นพลศกึ ษา ไดแ้ ก่ คณุ คา่ ทางดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม สตปิ ัญญาครบถว้ น มากนอ้ ยแตกต่างกนั ไปตามลกั ษณะและประเภท กฬี า (ชชั ชยั โกมารทตั และคณะ, 2527) ซงึ่ คุณคา่ ทางพลศกึ ษาดงั กล่าวไม่ไดย้ งิ่ หย่อนไปกวา่ กฬี าสากลที่ นิยมเลน่ กนั ในปัจจบุ นั แตอ่ ย่างไร
13.3 ตวั อยา่ งกีฬาไทย 13.3.1 ตะกรอ้ ลอดห่วง กีฬาแหง่ น้าใจและไมตรี ไม่มแี บ่งเพศแบ่งวัยและฝีมอื เลน่ ทไี่ หน เม่ือไร กับใครกไ็ ด้ เพยี งมีลกู หวายกลม ๆ เพียงลกู เดยี ว ตะกรอ้ ลอดห่วง เรยี กอกี อยา่ งหนึง่ วา่ ตะกรอ้ ลอดบว่ งหรือตะกร้อห่วงชัย เปน็ กีฬาทม่ี หี ว่ งอยู่เบือ้ งสูง ผู้เลน่ จะเตะตะกรอ้ ให้ โด่งข้ึนไปเข้าห่วง สนามท่ใี ชใ้ นการแข่งขนั เป็นพืน้ ราบกว้าง 18 เมตรเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 16 เมตร อยูก่ ลางแจง้ จะแขวนหว่ งชัย ประกอบด้วยวงกลม 3 ห่วง ขนาดเทา่ กนั เส้นผา่ นศนู ย์กลางปากห่วงกว้าง 45 เซนติเมตร แขวนสงู จากพน้ื 5.75 เมตร มีผ้เู ล่น 1 ชดุ จานวนไมต่ ่ากว่า 6 คนและไมเ่ กนิ 7 คน เตะให้ตะกร้อเขา้ ห่วงชยั ใหม้ ากท่สี ุดในเวลา 40 นาทซี ึ่งใช่ทา่ เตะ30นาที แต่ละ ทา่ มีคะแนนมากน้อยตามความยากง่าย ตะกรอ้ ลอดห่วงเปน็ กีฬาไทย ๆ ทม่ี คี วามสวยงามทกุ ทว่ งท่า และยงั ตอ้ งมที ักษะเฉพาะด้านอกี ดว้ ย หลายคนอาจมองตะกรอ้ ลอดห่วงเปน็ กฬี าโบราณทีม่ ีแตค่ นแก่ ๆ เล่น แถมยังเลน่ ยาก แต่ในตอนนีไ้ ดม้ ีการปรับเปลย่ี นกตกิ าใหเ้ หมาะสมกบั ผเู้ ลน่ ทกุ กล่มุ ทาให้มผี ูส้ นใจหันมาเลน่ ตะกรอ้ ลอดห่วงอย่างแพรห่ ลายมากขึน้ ตะกร้อลอดหว่ งเป็นกฬี าของไทยอยา่ งแท้จริง ถือกาเนิดข้ึนตั้งแตส่ มยั สุโขทัย มีท่มี าจากการทาโทษประชาชนทีท่ าผิด กฎหมาย ซ่ึงสมยั นนั้ จะถูกลงโทษดว้ ยการจบั ยดั ใสล่ ูกตะกรอ้ ท่ีมีขนาดใหญ่และให้ชา้ งเตะไปมา ตอ่ มาจึงได้คอ่ ย ๆ ประยกุ ต์เป็น กีฬาตะกรอ้ ลอดห่วงขึ้น ซ่ึงมีนายย้ิม สีหน หัวหนา้ ทมี วัดสิบ เป็นผู้บกุ เบิกคดิ ค้นกติกาวิธีการเล่นจนเปน็ ตะกร้อลอดหว่ งสบื จนถึง ปัจจบุ ัน
Search
Read the Text Version
- 1 - 7
Pages: