Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบงาน สาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ใบงาน สาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Description: จัดทำโดย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Search

Read the Text Version

ใบงานที่ ๖ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การะเกดศึกษาธรรมนำชีวิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ชัว่ โมงที่ ๖ ทำความดีให้ถึงพรอ้ ม สาระการเรียนรู้พระพทุ ธศาสนา ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ ชือ่ ..............................................................นามสกลุ ........................................................ เลขที่ .................. คำชี้แจง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธกิ อ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นกั เรยี นอ่านกรณีศึกษา แลว้ ตอบคำถาม กรณศี ึกษาท่ี ๑ เพื่อนๆ ของน้อยหลายคนชวนน้อยไปทัศนศึกษานอกสถานที่กับชมรมรักสัตว์ของโรงเรียน คุณแม่ อนุญาตให้น้อยไปได้ ถึงแม้น้อยจะมีเงินไม่มาก น้อยก็ได้แบ่งค่าขนมเก็บไว้ซ้ืออาหารสัตว์ เด็กๆ มีความสุขมากที่ได้ไปให้อาหารสัตว์หลายๆ ประเภท มีทั้งกระต่าย ไก่ป่า แมว สุนัขนานาชนิด ฯลฯ แต่นอ้ ยไม่ไปใกลก้ รงเสือโคร่ง เพราะคุณครูส่ังเอาไว้ว่าจะเป็นอันตราย เม่อื ถึงเวลากลับบา้ น รถไปส่งพวก เดก็ ๆ ทโี่ รงเรียน แลว้ ต่างคนตา่ งแยกย้ายกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน น้อยเล่าเรื่องการไปสวนสัตว์ให้น้องกุ้งซึ่งเป็นน้องสาวฟัง น้องกุ้งต่อว่าน้อยที่ไม่ชวน น้องกุ้งไปด้วย แต่น้อยก็พยายามพูดจาปลอบโยนน้องด้วยวาจาสุภาพ และให้สัญญาว่าคร้ังต่อไปจะชวน ไปด้วย และยืนยนั ว่าจะทำตามสัญญา ซ่ึงน้องก้งุ ก็เช่ือ เพราะน้อยไม่เคยพูดปดกับน้องกุ้งเลย และน้องกุ้ง มคี วามเชอ่ื ถอื วา่ นอ้ ยพูดจริงเสมอ คำถาม ๑. น้อยปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมใด จงยกตัวอย่างประกอบ ๒. การปฏิบัตติ นของนอ้ ย มผี ลดอี ยา่ งไร ๓. นกั เรยี นได้ข้อคิดสำคญั อยา่ งไร จากกรณศี ึกษานี้

ใบงานท่ี ๗ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชีวิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ชั่วโมงที่ ๗ จิตสงบ พบสขุ สาระการเรียนรู้พระพทุ ธศาสนา ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ ชอ่ื .......................................................นามสกลุ ............................................... เลขที่ .................. คำชแ้ี จง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธกิ อ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นักเรียนวิเคราะห์ขา่ ว แลว้ ตอบคำถาม ท่งึ เจ้าอาวาสวดั อายุ ๙๐ มุเรยี นจบป.ตรี มจร สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจรญิ ปฏบิ ัติหน้าที่แทนประธานคณะผู้ปฏิบัติ หน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต รุ่นที่ ๕๗ พุทธศาสตร์ มหาบัณฑิต รุ่นท่ี ๒๒ และพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต รุ่นที่ ๘ โดยมีพระสงฆ์ท่ีมอี ายสุ ูงถงึ ๙๐ ปี ๑ เดือน ที่มุมานะ เรียนจนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธศาสตร์ เข้ารับปริญญาในคร้ังน้ีด้วย พระสงฆ์ รูปดังกล่าวมีชื่อว่า พระครูถาวรสังฆโสภณ สุวณฺโณ (ดวงสุวรรณ) เจ้าอาวาสวัดประตูเขียน สมัครเข้าเรียน หลักสูตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของทางมหาวิทยาลัยก่อน เพ่ือให้ได้วุฒิการศึกษาระดับ ม.๖ จากนั้นจึงได้ สมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ท่ีมจร วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธ ศาสตร์ จนกระทง่ั จบการศกึ ษา คำถาม ที่มา : http://www.dailynews.co.th/thailand/114329 ๑. ขอ้ มลู ของข่าวเกยี่ วกบั เรื่องอะไร ๒. การกระทำของบุคคลในขา่ วสอดคล้องกับมงคล ๓๘ ในเร่ือง ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น อยา่ งไร จงยกตัวอยา่ ง ๓. ผลของการกระทำเปน็ ประโยชนต์ ่อตนเองหรือผอู้ นื่ อย่างไร ๔. นกั เรยี นคิดว่า จะสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตอยา่ งไรบ้าง

ใบงานท่ี ๘ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ การะเกดศึกษาธรรมนำชีวติ (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๕) ชวั่ โมงท่ี ๘ พุทธศาสนสุภาษติ ชีวิตสดใส สาระการเรียนรู้พระพทุ ธศาสนา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ช่อื ......................................................นามสกลุ ................................................. เลขที่ .................. คำชีแ้ จง ๑. ใหน้ ักเรียนทำสมาธกิ อ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรยี นอ่านพุทธศาสนสุภาษิตลงในกล่องข้อความ ๓. .ใหน้ กั เรยี นเขยี นพทุ ธศาสนสภุ าษิตที่เคยพบเหน็ ลงในช่องวา่ งท่ีถูกต้อง ๑. ..................................................................... ๒. ................................................................. อา่ นว่า อ่านว่า ........................................................................... ....................................................................... แปลว่า แปลว่า ......................................................................... ........................................................................... ประโยชน์ของการเรยี น พุทธศาสนสุภาษิต คอื ................................................................................. ................................................................................. ............................................................................

ใบงานท่ี ๙ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การะเกดศึกษาธรรมนำชีวิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ช่ัวโมงที่ ๙ รู้คณุ คา่ พฒั นาตน สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ชอ่ื ........................................................นามสกลุ ............................. ................... เลขท่ี .................. คำชีแ้ จง ๑. ให้นักเรยี นทำสมาธิก่อนเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรียนสรุปความรเู้ กยี่ วกับการปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรม โอวาท ๓ การไม่ทำความชั่ว ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ โอวาท ๓ กบั การพัฒนาตนเอง การทำความดี การทำจิตใจใหบ้ รสิ ทุ ธิผ์ อ่ งใส ............................................................................ .............................................................................. ............................................................................ .............................................................................. ............................................................................ ........................................................................

ใบงานท่ี ๑ เฉลย หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ การะเกดศึกษาธรรมนำชีวิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗ ส ๑.๒ ป ๕/๓) ช่วั โมงท่ี ๑ แก้ว ๓ ประการ สาระการเรียนรพู้ ระพุทธศาสนา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ชอ่ื .........................................................นามสกุล.................................................. เลขที่ .................. คำช้แี จง ๑. ให้นักเรียนทำสมาธกิ อ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้เรยี นอา่ นข้อความเกยี่ วกับพระรตั นตรัย แลว้ ตอบคำถาม ๑) จากความศรัทธาทฉี่ ันมตี ่อพระพทุ ธเจา้ ฉนั ได้ปฏิบตั ิตน ดังนี้ ๑. กราบไหวพ้ ระพทุ ธรูป ๒) ๒จา.กนคำวหาลมักศธรรัทรธมาขทอ่ีฉงันพมรตีะพอ่ พุทรธะเจธา้รมรามปฉฏนั ิบไตัดิป้ ฏบิ ตั ติ น ดงั น้ี ๑. สวดมนตด์ ว้ ยความเคารพ ๒. ปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมอยา่ งเคร่งครัด

ใบงานท่ี ๒ หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชวี ิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗ ) ชว่ั โมงที่ ๒ ศรัทธา ๔ เฉลย สาระการเรียนรพู้ ระพุทธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ช่ือ..........................................................นามสกลุ ................................................. เลขท่ี .................. คำชี้แจง ๑. ใหน้ ักเรียนทำสมาธกิ อ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นกั เรยี นวเิ คราะหภ์ าพ แล้วตอบคำถามให้ถูกต้อง ทีม่ า : https:/www.matichon.co.th/wp-content ๑) การกระทำของบุคคลในภาพ จะได้รบั ผลเสยี อยา่ งไรบ้าง การปล้น ขโมยของของผู้อ่ืนมาเป็นของตน ก็จะ ไดผ้ ลจากการกระทำ คือถูกจบั ดำเนนิ คดี ต้องถูกคมุ ขัง ทำให้เสียอนาคต พ่อ แม่ ญาตพิ นี่ อ้ ง เสียใจเส่อื มเสยี ช่ือเสียงวงศต์ ระกูล ๒) นักเรียนไดข้ ้อคิดสำคัญจากเรอื่ งน้ีอย่างไร ทำดไี ดด้ ี ทำชว่ั ได้ช่ัว คนเราถา้ ทำสิง่ ใดย่อมได้รับสงิ่ นนั้ ตอบแทน

ใบงานท่ี ๓ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชีวติ (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป.5/2 ป.5/๗) ชว่ั โมงท่ี ๓ ตามรอยพุทธ เฉลย สาระการเรยี นร้พู ระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ชอ่ื ............................................................นามสกลุ ................................................. เลขที่ .................. คำชแี้ จง ๑. ใหน้ ักเรยี นทำสมาธิกอ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นักเรยี นอา่ นขอ้ ความแลว้ ตอบคำถามให้ถูกต้อง พุทธกิจ ๕ ประการ คอื กจิ ท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรงกระทำประจำอยา่ งสม่ำเสมอไดแ้ ก่ ๑. ปุพฺพณฺเห ปิณฺฑปาตญฺจ คือ เวลาเช้า ทรงเป็นผู้นำหมู่พระภิกษุสงฆ์สาวกออกบิณฑบาตเพ่ือโปรดเหล่าเวไนยสัตว์ ปุถุชน ให้ไดบ้ รจิ าคทาน อาหารบณิ ฑบาต ซึ่งยงั หมู่ชนท่ไี ดพ้ บเห็นได้เกิดความเคารพศรัทธา เลือ่ มใสในพระพทุ ธศาสนา ๒. สายณฺเห ธมฺมเทสนํ คือ เวลาเย็น แสดงธรรมสั่งสอนประชาชน เพื่อฟอกจิตใจของประชาชนผู้ได้สดับฟังพระธรรม คำสอนจากพระโอษฐ์ของพระ พทุ ธองค์ ยังความศรทั ธาเล่ือมใสให้เกิดข้ึน และขอถงึ ซง่ึ พระรัตนตรัย เปน็ สรณะเป็นจำนวนมาก ๓. ปโทเส ภิกขฺ ุโอวาทํ คอื เวลาค่ำ ประทานโอวาทแก่ภิกษสุ งฆ์สาวกให้ได้รู้ธรรม รู้วนิ ัย และให้กรรมฐานแก่พระภิกษุสงฆ์ และยงั ตอบคำถามแก่ภกิ ษสุ งฆท์ ่มี ีวิจิกิจฉา คอื ความลงั เลสงสยั ในธรรม ในการปฏบิ ัติ ๔. อฑฒฺ รตฺเต เทวปญหฺ ํ คือ เวลาเที่ยงคนื ตอบปัญหาเทวดา ๕. ปจฺจูเสว คเต กาเล ภพฺพาภพฺเพ วิโลกนํ คือ เวลาเช้ามืด ทรงตรวจดูอุปนิสัยของสัตว์ที่ควรบรรลุธรรมผู้มีอินทรีย์ แก่กล้าแล้วเสดจ็ ไปโปรดส่งั สอน พทุ ธกจิ ๕ ประการ ๑ เสดจ็ ออกบิณฑบาต เพ่ือเปน็ การโปรดสตั วโ์ ลกผตู้ อ้ งการบุญ ๒ ทรงแสดงธรรมแก่คนผู้สนใจในการฟงั ธรรม ๓ ทรงประทานพระโอวาทให้กรรมฐานแกภ่ ิกษุทั้งหลาย ๔ ทรงแสดงธรรมและตอบปัญหาแก่เทวดาท้ังหลาย ๕ ทรงตรวจดูสัตว์โลกทอี่ าจจะรู้ธรรมซึ่งพระองค์ทรงแสดงแล้ว ได้รับผลตามสมควรแก่อปุ นิสัยบารมขี องคนเหล่าน้ัน

ใบงานท่ี ๔ เฉลย หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ การะเกดศึกษาธรรมนำชีวติ ( ๙ ชม.) ) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ส ๑.๒ ป ๕/๓) ชั่วโมงท่ี ๔ ไตรสิกขา สาระการเรียนรพู้ ระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ชอ่ื ..........................................................นามสกุล................................................... เลขที่ .................. คำชีแ้ จง ๑. ให้นักเรยี นทำสมาธกิ ่อนเรียน ๓ นาที ๒. ใหน้ ักเรยี นอ่านกรณีศึกษา แล้วตอบคำถาม กรณศี ึกษาที่ ๑ ในขณะที่โกมลน่ังอยู่ในห้องประชุมรอคุณครูมาชแ้ี จงเก่ียวกับการแข่งขันกีฬาสีนั้น โกมลปรกึ ษากับนาวิน เก่ียวกับการแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยพูดเบาๆ เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนคนอื่น เม่ือคุณครูอรอุษาเข้ามาใน ห้องประชุม โกมลก็หยุดพูดคุยกับนาวิน และตั้งใจฟังครูอรอุษาทุกขั้นตอน ทำให้โกมลได้แนวคิดใหม่ในการ ปรับรูปแบบการทำงานใหส้ ำเรจ็ ตามเปา้ หมาย คำถาม  โกมลปฏิบัตติ ามหลักไตรสิกขา อยา่ งไร - ศลี มคี วามสำรวมในการพดู เบาๆ ไม่รบกวนคนอ่ืน และเมื่อครเู ข้ามาในห้องกห็ ยุดพูด และอยใู่ นอาการสำรวม - สมาธิ โกมลตัง้ ใจฟังครอู ธิบายเรอื่ งกีฬาสี - ปญั ญา โกมลตดิ ตามคำอธิบายของครู จนทำใหเ้ กดิ แนวคิดใหมใ่ นการปรบั ปรุงการทำงาน กรณีศึกษาที่ ๒ คณุ แม่ชวนหนูนิดไปวัด หนนู ิดจึงเลือกเส้ือผา้ ชดุ ที่เรียบรอ้ ยกระโปรงไม่ส้ันเกินไป เสอื้ สีไม่ฉดู ฉาด เสื้อผ้าสะอาด เรียบร้อย หนูนิดแต่งตัวเสร็จทันเวลา กลัดกระดุมเส้ือผ้าทุกเม็ดได้ตรงช่อง เพราะหนูนิดฝึกหัดแต่งตัวด้วยตนเอง จงึ รวู้ ธิ กี ารแต่งตวั อยา่ งเรียบร้อย และรวดเรว็ คำถาม  หนูนดิ ปฏบิ ัติตนตามหลกั ไตรสิกขา อยา่ งไร - ศลี หนนู ดิ แต่งตัวเรียบรอ้ ย เสือ้ ผา้ สะอาด - สมาธิ หนูนดิ มคี วามตง้ั ใจในการแตง่ ตวั กลดั กระดุมเส้ือผ้าทุกช่องไมข่ า้ มชอ่ ง - ปญั ญา หนนู ิดหม่ันฝึกแตง่ ตวั ดว้ ยตนเองเสมอ จึงรวู้ ธิ กี ารแตง่ ตวั ทีเ่ รยี บรอ้ ย รวดเร็ว และเหมาะสม

ใบงานที่ ๕ เฉลย หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชวี ติ (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ช่วั โมงท่ี ๕ ใครไมธ่ รรม เราธรรม สาระการเรียนรพู้ ระพุทธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ ช่อื ............................................................นามสกุล............................................ เลขที่ .................. คำชแี้ จง ๑. ให้นักเรยี นทำสมาธิกอ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ให้นักเรยี นวิเคราะหภ์ าพ แลว้ ตอบคำถาม คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหภ์ าพ แลว้ ตอบคาถาม ภาพประกอบ คำถาม ๑. บคุ คลในภาพทำผดิ ศลี ข้อใด ผิดศีล ขอ้ ๒ คอื เวน้ จากการลกั ทรพั ย์ ๒. การกระทำของบุคคลในภาพมีผลเสียตอ่ ตนเองอยา่ งไร ถกู ลงโทษตามกฎหมาย ๓. การกระทำของบุคคลในภาพมผี ลเสียต่อสังคมอย่างไร ทำใหส้ ังคมไมส่ งบสุข มแี ต่ความหวาดระแวง

ใบงานท่ี ๖ เฉลย หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชวี ิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ชวั่ โมงที่ ๖ ทำความดีให้ถึงพรอ้ ม สาระการเรยี นรู้พระพุทธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชอ่ื ....................................................นามสกลุ ................................................. เลขท่ี .................. คำช้ีแจง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธิก่อนเรยี น ๓ นาที ๒. ให้นักเรียนอ่านกรณศี ึกษา แล้วตอบคำถาม กรณศี กึ ษาที่ ๑ เพื่อนๆ ของน้อยหลายคนชวนน้อยไปทัศนศึกษานอกสถานที่กับชมรมรักสัตว์ของโรงเรียน คุณแม่อนุญาต ให้ น้ อ ย ไป ได้ ถึ งแ ม้ น้ อ ย จ ะ มี เงิน ไม่ ม าก น้ อ ย ก็ ได้ แ บ่ งค่ าข น ม เก็ บ ไว้ ซื้ อ อ าห ารสั ต ว์ เด็ ก ๆ มีความสุขมากที่ได้ไปให้อาหารสัตว์หลายๆ ประเภท มีท้ังกระต่าย ไก่ป่า แมว สุนัขนานาชนิด ฯลฯ แต่น้อยไม่ไปใกล้กรงเสือโคร่ง เพราะคุณครูส่ังเอาไว้ว่าจะเป็นอันตราย เมื่อถึงเวลากลับบ้าน รถไปส่งพวกเด็กๆ ที่โรงเรยี น แล้วตา่ งคนต่างแยกยา้ ยกลบั บา้ น เม่ือถึงบ้าน น้อยเล่าเร่ืองการไปสวนสัตว์ให้น้องกุ้งซึ่งเป็นน้องสาวฟัง น้องกุ้งต่อว่าน้อยท่ีไม่ชวน น้องกุ้งไปด้วย แต่น้อยก็พยายามพูดจาปลอบโยนน้องด้วยวาจาสุภาพ และให้สัญญาว่าคร้ังต่อไปจะชวนไปด้วย และยืนยันว่าจะทำตามสัญญา ซึ่งน้องกุ้งก็เชื่อ เพราะน้อยไม่เคยพูดปดกับน้องกุ้งเลย และน้องกุ้งมีความเช่ือถือ ว่าน้อยพูดจรงิ เสมอ คำถาม ๑. นอ้ ยปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมใด จงยกตัวอย่างประกอบ น้อยปฏิบตั ติ ามหลักเบญจธรรม คือ 1) เมตตา มีความเมตตากรุณาตอ่ สตั ว์ ซื้ออาหารไปเลีย้ งสัตว์ 2) สัมมาอาชวี ะ นอ้ ยเกบ็ เงนิ สว่ นตัวไปซือ้ อาหารนก และกระตา่ ย ไม่ไปแอบลักขโมยเงนิ ใครไปซื้อ 3) มีคำสตั ย์ พดู จากับน้องดว้ ยความสุภาพ และใหส้ ัญญาว่า จะทำตามสัญญา 4) มสี ตสิ ัมปชญั ญะ ร้ตู วั ว่าไปสวนสัตว์ คุณครูสัง่ ไม่ใหเ้ ขา้ ใกลเ้ สอื โครง่ กร็ ะลึกไดแ้ ละปฏิบัติตาม ๒. การปฏิบตั ิตนของนอ้ ย มีผลดอี ย่างไร เปน็ คนดี เปน็ ท่ีเชอื่ ถอื ของนอ้ งกุง้ และผู้อน่ื และมีเพื่อนหลายคนคบหาสมาคมด้วย ๓. นักเรยี นได้ขอ้ คิดสำคญั อย่างไร จากกรณศี ึกษาน้ี (พิจารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพนิ จิ ของครูผูส้ อน

ใบงานที่ ๗ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชีวติ (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ชวั่ โมงที่ ๗ จิตสงบ พบสุข เฉลย สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ช่ือ......................................................นามสกลุ ................................................ เลขที่ .................. คำชี้แจง ๑. ให้นกั เรยี นทำสมาธกิ ่อนเรียน ๓ นาที ๒. ให้นกั เรียนวเิ คราะหข์ ่าว แล้วตอบคำถาม ท่ึง เจ้าอาวาสวดั อายุ ๙๐ มุเรยี นจบ ป.ตรี มจร. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวดั ปากน้ำ ภาษีเจรญิ ปฏบิ ัติหน้าที่แทนประธานคณะผู้ปฏิบัติ หน้าท่ีสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต รุ่นท่ี ๕๗ พุทธศาสตร์ มหาบัณฑิต รุ่นท่ี ๒๒ และพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต รุ่นที่ ๘ โดยมีพระสงฆ์ท่ีมีอายสุ ูงถึง ๙๐ ปี ๑ เดือน ท่ีมุมานะ เรียนจนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธศาสตร์ เข้ารับปริญญาในคร้ังน้ีด้วย พระสงฆ์ รูปดังกล่าวมีช่ือว่า พระครูถาวรสังฆโสภณ สุวณฺโณ (ดวงสุวรรณ) เจ้าอาวาสวัดประตูเขียน สมัครเข้าเรียน หลักสูตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ของทางมหาวิทยาลัยก่อน เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาระดับ ม.๖ จากน้ันจึงได้ สมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ท่ีมจร.วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะพุทธ ศาสตร์ จนกระทง่ั จบการศึกษา คำถาม ท่ีมา : http://www.dailynews.co.th/thailand/114329 ๑. ข้อมลู ของข่าวเกยี่ วกบั เรื่องอะไร การรับปรญิ ญาพุทธศาสตร์บัณฑติ ของพระสงฆ์ และมพี ระครถู าวรสังฆโสภณ เจ้าอาวาสวดั ประตเู ขียนรับปริญญา พุทธศาสตร์บัณฑติ อกี ดว้ ย ๒. การกระทำของบุคคลในข่าวสอดคล้องกับมงคล ๓๘ ในเรอื่ ง ใฝร่ ู้ใฝเ่ รยี น อยา่ งไร จงยกตัวอยา่ ง เรียนจบปรญิ ญาตรี ๓. ผลของการกระทำเป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองหรือผู้อ่นื อยา่ งไร ทำใหไ้ ด้ความรไู้ ปสัง่ สอนประชาชน ชาวบ้านท่วั ไป ๔. นักเรยี นคดิ ว่า จะสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชวี ิตอยา่ งไรบา้ ง ..... (พจิ ารณาตามคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน).............

ใบงานท่ี ๘ เฉลยหน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชีวติ (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๕) ชัว่ โมงที่ ๘ พุทธศาสนสุภาษิตชวี ติ สดใส สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ชื่อ...................................................... นามสกุล................................................... เลขที่ .................. คำช้ีแจง ๑. ให้นักเรียนทำสมาธกิ อ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ให้นักเรียนอ่านพทุ ธศาสนสุภาษติ ลงในกลอ่ งข้อความ ๓. .ให้นักเรียนเขียนพทุ ธศาสนสภุ าษิตท่ีเคยพบเหน็ ลงในช่องวา่ งทีถ่ ูกต้อง ๑. ปญญฺ า โลกสมฺ ิ ปตฺโชโต ๒. วริ ิเยน ทกุ ฺขมจเฺ จติ อ่านวา่ ปัญ-ญา-โล-กัส-มิ-ปัต-โช-โต อ่านว่า วิ-ร-ิ เย-นะ-ทกุ -ขะ-มัจ-เจ-ติ แปลวา่ ปญั ญาคือแสงสวา่ งในโลก แปลว่า คนจะลว่ งทุกขไ์ ดเ้ พระความเพยี ร ประโยชน์ของการเรยี น พุทธศาสนสภุ าษติ คอื นำไปเปน็ ข้อคดิ และข้อปฏบิ ัติไปปรบั ใช้ใน ชวี ติ ประจำวนั

ใบงานที่ ๙ เฉลย หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ การะเกดศกึ ษาธรรมนำชวี ิต (๙ ชม.) (ส ๑.๑ ป ๕/๑ ป ๕/๕ ป ๕/๗) ช่ัวโมงท่ี ๙ รคู้ ุณค่าพัฒนาตน สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ชอ่ื ..............................................................นามสกลุ ........................................................ เลขที่ .................. คำช้ีแจง ๑. ให้นกั เรียนทำสมาธิก่อนเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ ักเรยี นอ่านข้อความแล้วสรุปความร้เู กี่ยวกับการปฏิบตั ิตนตามหลักธรรม โอวาท ๓ การไมท่ ำความชั่ว การปฏิบตั ิตนตามหลักเบญจศีล การละเวน้ อบายมุข โอวาท ๓ กับการพัฒนาตนเอง การทำความดี การทำจิตใจให้บรสิ ุทธิผ์ ่องใส การปฏบิ ัตติ นตามหลกั เบญจธรรม บญุ กริ ิยาวัตถุ โดยการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปัญญา ๓ อทิ ธบิ าท ๔ ไม่มอี คติ ๔

ใบงานท่ี ๑๐ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ การระเกด สรา้ งศรัทธา บูชาพระรตั นตรยั (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) ช่ัวโมงที่ ๑๐ วิถีพุทธแบบไทย สาระการเรยี นร้พู ระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชอ่ื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำช้ีแจง ๑. ให้นักเรียนทำสมาธกิ อ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ใหน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งหนา้ ท่ชี าวพทุ ธในชวี ติ ประจำวัน .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................

ใบงานที่ ๑๑ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๒ การระเกด สรา้ งศรทั ธา บชู าพระรัตนตรัย (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) ชั่วโมงที่ ๑๑ พธิ ีกรรมนำศาสนา สาระการเรียนรูพ้ ระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ชอ่ื ...........................................นามสกุล......................................... เลขที่ .................. คำชีแ้ จง ๑. ใหน้ ักเรยี นทำสมาธิกอ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นักเรียนอ่านความหมายของพธิ กี รรมทางศาสนาทีก่ ำหนดให้ ดงั นี้ กศุ ลพธิ คี ือ พธิ กี รรมที่เนอ่ื งดว้ ยการอบรมเพอื่ ตวั อยา่ งเชน่ ความดีงามทางพระพุทธศาสนา เฉพาะตวั บุคคล เช่น การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ การเวยี น เทยี นในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา การรกั ษา ศีลตา่ ง ๆ บุญพิธคี ือ การทำบุญอันเปน็ ประเพณีใน เชน่ การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ การเวยี นเทยี น ครอบครวั ในสงั คม เกีย่ วเนอ่ื งกบั วถิ ชี วี ิต ในวนั สำคญั ทางพระพทุ ธศาสนา การรกั ษาศีล ตา่ ง ๆ ทานพิธีคอื พธิ ีถวายทานต่าง ๆ เช่น ปาฏบิ คุ ลกิ เชน่ ปาฏิบุคลกิ ทาน การถวายสงั ฆทาน การถวาย ทาน การถวายสงั ฆทาน การถวาย กฐิน ผ้าปา่ ผ้า กฐิน ผา้ ป่า ผ้าอาบนำ้ ฝน และอน่ื ๆ เป็นตน้ อาบน้ำฝน และอื่น ๆ เปน็ ต้น

ใบงานท่ี ๑๒ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ การระเกด สร้างศรัทธา บชู าพระรตั นตรัย (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) ชว่ั โมงที่ ๑๒ มารยาทงามตามวิถีพุทธ ๑ สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ชื่อ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำช้แี จง ๑. ให้นักเรยี นทำสมาธิก่อนเรียน ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ความรู้เกี่ยวกบั มารยาทที่ชาวพุทธควรปฏบิ ัติให้ถูก ๓. ให้นักเรยี นฝกึ ปฏิบตั ิตามรูปภาพใหถ้ ูกต้อง มารยาทชาวพุทธ คอื ....................................................................................................................... การกราบพระรัตนตรัย 1. การกราบแบบพระรัตนตรัย คือ ........................................................ 2. การกราบแบบเบญจางคประดิษฐต์ อ้ งใช้อวยั วะกี่สว่ น..................ของ ร่างกายจดพ้นื ดังนี้ ................................................................................. 2.1 ทา่ นง่ั ผชู้ ายควรน่ังแบบใด........................................................... 2.2 ทา่ นัง่ ผูห้ ญงิ ควรนง่ั แบบใด......................................................... 3. จงั หวะที่ 1 ลกั ษณะประนมมอื อยรู่ ะหวา่ งอก เรียกว่า.......................... 4.จงั หวะที่ 2 ยกมอื ประนมระหว่างอก ตำแหน่งหัวแม่มอื อยรู่ ะหว่างคิว้ เรยี กว่า................................................................................................ 5.จงั หวะท่ี 3 การหมอบใหห้ น้าผากจรดพืน้ และฝา่ มือท้งั 2 แบราบกับพืน้ เรียกว่า........................................................................................... การกราบบดิ ามารดา ญาติผู้ใหญ่ ครอู าจารย์ 1. การน่งั ชายและหญิงควรนง่ั แบบใด............................................ 2. การกราบควรกราบ.........คร้ัง ลักษณะมือตอ้ ง............................. 3. ตำแหน่งน้ิวหวั แมม่ ือ...............และนว้ิ ชอ้ี ย่ทู ี่.............................. 4. ตำแหน่งแขนสองข้าง.............................................

ใบงานที่ ๑๓ หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๒ การระเกด สรา้ งศรัทธา บชู าพระรัตนตรยั (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) ชว่ั โมงที่ ๑๓ มารยาทงามตามวิถีพทุ ธ ๒ สาระการเรยี นร้พู ระพทุ ธศาสนา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ ช่ือ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขท่ี .................. คำช้แี จง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธิกอ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ความรเู้ กี่ยวกับมารยาทท่ีชาวพทุ ธควรปฏิบัตใิ หถ้ กู ต้อง ๓. ใหน้ กั เรียนฝกึ ปฏิบตั ิตามรูปภาพใหถ้ ูกต้อง 1. การไหวพ้ ระสงฆ์ มีลักษณะอย่างไร ........................................................................................ ........................................................................................ .............................................................................................. 2.การไหวบ้ ดิ ามารดา ครูอาจารย์ มีลักษณะอย่างไร ......................................................................................... ......................................................................................... ........................................................................................ ๓.การไหวผ้ ู้เสมอกนั หรอื การรับไหว้ มีลักษณะอยา่ งไร .......................................................................................... .......................................................................................... ..........................................................................................

ใบงานที่ ๑๐ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ การระเกด สร้างศรทั ธา บูชาพระรตั นตรยั (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) เฉลย ชว่ั โมงท่ี ๑๐ วิถีพุทธแบบไทย สาระการเรียนรูพ้ ระพุทธศาสนา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ช่ือ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขท่ี .................. คำช้แี จง ๑. ให้นกั เรียนทำสมาธกิ ่อนเรียน ๓ นาที ๒. ใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างหนา้ ทชี่ าวพทุ ธในชีวติ ประจำวัน ............................................ข..้ึน...อ...ย...ูก่ ..ับ...ด...ุจ...พ...ิน...จิ ..ข...อ...ง..ผ...ูส้ ..อ...น................................................................ .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... .

ใบงานท่ี ๑๑ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๒ การระเกด สรา้ งศรทั ธา บชู าพระรัตนตรยั (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) เฉลยช่ัวโมงท่ี ๑๑ พธิ กี รรมนำศาสนา สาระการเรยี นรู้พระพุทธศาสนา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ช่อื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขท่ี .................. คำชแ้ี จง ๑. ให้นกั เรียนเขียนความหมายของพธิ กี รรมทางศาสนาที่กำหนดให้ ดังนี้ กุศลพธิ ีคอื พิธีกรรมทีเ่ น่อื งดว้ ยการอบรมเพอื่ ตวั อยา่ งเชน่ ความดีงามทางพระพทุ ธศาสนา เฉพาะตัวบุคคล เชน่ การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ การเวยี น เทยี นในวันสำคัญทางพระพทุ ธศาสนา การรกั ษา ศีลต่าง ๆ บุญพิธีคอื การทำบุญอันเปน็ ประเพณีใน เชน่ การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ การเวยี นเทยี น ครอบครัว ในสังคม เกี่ยวเนอ่ื งกบั วิถชี วี ติ ในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนา การรักษาศลี ต่าง ๆ ทานพิธีคอื พิธถี วายทานตา่ ง ๆ เชน่ ปาฏบิ คุ ลกิ ทาน เช่น ปาฏิบุคลกิ ทาน การถวายสงั ฆทาน การถวาย การถวายสงั ฆทาน การถวาย กฐนิ ผา้ ป่า ผ้าอาบ กฐนิ ผ้าปา่ ผ้าอาบนำ้ ฝน และอืน่ ๆ เป็นตน้ นำ้ ฝน และอืน่ ๆ เปน็ ต้น

ใบงานที่ ๑๒ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ การระเกด สร้างศรัทธา บชู าพระรตั นตรัย (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) เฉลยชั่วโมงที่ ๑๒ มารยาท งามตามวิถีพุทธ ๑ สาระการเรยี นรพู้ ระพุทธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ ชอ่ื ...........................................นามสกุล......................................... เลขท่ี .................. คำชี้แจง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธิกอ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นกั เรยี นบนั ทกึ ความรเู้ ก่ียวกับมารยาทท่ีชาวพุทธควรปฏบิ ตั ใิ ห้ถกู ๓. ใหน้ ักเรยี นฝึกปฏิบตั ติ ามรูปภาพให้ถูกต้อง มารยาทชาวพุทธ คอื กิริยาวาจาทส่ี ภุ าพเรียบร้อย งดงามทช่ี าวพทุ ธพึงปฏิบัติต่อกนั การกราบพระรตั นตรัย 1. การกราบแบบพระรตั นตรยั กราบแบบ เบญจางคประดษิ ฐ์ 2. การกราบแบบเบญจางคประดษิ ฐต์ ้องใช้อวัยวะกีส่ ว่ น 5 ของร่างกายจดพน้ื ดังน้ี เขา่ 2 มอื 2 และศรี ษะหรอื หนา้ ผาก 1 2.1 ทา่ น่ังผู้ชายควรน่ังแบบใด ท่าเทพบตุ ร 2.2 ท่าน่ังผู้หญิง ควรนัง่ แบบใด ทา่ เทพธิดา 3. จังหวะท่ี 1 ลกั ษณะประนมมืออยูร่ ะหวา่ งอก เรยี กวา่ อญั ชลี 4. จังหวะท่ี 2 ยกมือประนมระหว่างอก ตำแหน่งหวั แมม่ ืออยรู่ ะหวา่ งคิว้ เรยี กวา่ วันทา 5. จังหวะท่ี 3 การหมอบให้หน้าผากจรดพื้นและฝ่ามือท้งั 2 แบราบกับพ้นื เรียกว่า อภิวาท การกราบบดิ ามารดา ญาติผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ 5. การนั่งชายและหญิงควรน่ังแบบใด นง่ั พบั เพียบ 6. การกราบควรกราบ 1 ครั้ง ลกั ษณะมือตอ้ ง ไม่ต้องแบ 7. ตำแหนง่ นิ้วหวั แมม่ ือ ปลายจมูก และนิว้ ชอ้ี ยู่ท่ี ระหวา่ งคิ้ว 8. ตำแหนง่ แขนสองข้าง ครอ่ มเข่าเพยี งข้างเดยี ว

ใบงานท่ี ๑๓ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ การระเกด สร้างศรทั ธา บูชาพระรัตนตรัย (๔ ชม.) (ส ๑.๒ ป๕/๑ - ป๕/๓) ช่ัวโมงที่ ๑๓ มารยาทงามตามวถิ ีพทุ ธ ๒ เฉลย สาระการเรียนรู้พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช่อื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำชี้แจง ๑. ใหน้ ักเรียนทำสมาธกิ อ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรียนบันทึกความรเู้ กี่ยวกบั มารยาทท่ีชาวพทุ ธควรปฏิบตั ิให้ถกู ต้อง ๓. ให้นักเรียนฝกึ ปฏบิ ัติตามรูปภาพใหถ้ ูกต้อง 1. การไหวพ้ ระสงฆ์ มีลักษณะอยา่ งไร หัวแม่มอื อยู่ท่ี ระหวา่ งคิว้ ปลายนิว้ ชี้ จรดหนา้ ผาก การไหวไ้ หวเ้ พยี ง 1 คร้ัง 2. การไหว้บิดามารดา ครูอาจารย์ มลี กั ษณะอย่างไร น้ิวชีอ้ ยรู่ ะหวา่ งค้ิว หัวแมม่ ืออยทู่ ี่ ปลายจมูก 3. การไหวผ้ เู้ สมอกันหรอื การรบั ไหว้ มลี กั ษณะอย่างไร พรมมือมืออยู่ท่ีอก น้ิวชีค้ าง ลกั ษณะศรี ษะ ก้มเล็กน้อย ยืนตรงเทา้ ชดิ กนั

ใบงานที่ ๑๔ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๓ การระเกด มสี ติ ฝึกสมาธิ สรา้ งปญั ญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๑ ป๕/๕ ป๕/๗ ) ชวั่ โมงท่ี ๑๔ มีสติ จติ สงบ พบความสุข สาระการเรยี นรพู้ ระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช่อื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำชแ้ี จง ๑. ใหน้ ักเรยี นทำสมาธกิ ่อนเรียน ๓ นาที ๑. ให้นกั เรยี นเขียนเรือ่ งราวของตนเองเคยทำแลว้ ขาดสติ และหาวิธี แกไ้ ขปัญหา เขยี นเลา่ เหตกุ ารณ์ทีต่ นเองทำแล้วขาดสติ ..................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... วเิ คราะหส์ าเหตขุ องการขาดสติ ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... .วิธแี กไ้ ขปญั หา ..................................................................................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................................................................... . ...................................................................................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................... .............................................................................................................. . ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ ๑๕ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๓ การระเกด มีสติ ฝึกสมาธิ สร้างปัญญา นำพาสขุ (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๑ ป๕/๕ ป๕/๗ ) ชว่ั โมงท่ี ๑๕ สร้างปัญญา พัฒนาจติ สาระการเรียนรพู้ ระพทุ ธศาสนา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช่อื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำชแ้ี จง ๑. ใหน้ ักเรยี นทำสมาธิก่อนเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรียนอา่ นข่าวในกรอบดา้ นล่าง วิเคราะหส์ าเหตุ และวิธีแก้ปญั หา ล่าสุด นายมานะ นิ่มเนียม อายุ 59 ปี คนขับรถเบนซ์ปรากฎในข่าว เปิดเผยถึงกรณี ดังกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ในวันเกิดเหตุตนกลับจากซื้อห่อหมกให้ลูกสาวซึ่งป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก พักรักษาตัวในห้องไอ.ซี.ยู เม่ือมาถึงที่เกิดเหตุตนจอดรถส่งเพื่อนท่ีนั่งมาด้วยกัน แต่ถูกรถเด็กนักเรียนขับ ชนท้าย จึงโมโหแล้วลงจากรถ แล้วเอามือตบเบาๆ ท่ีหน้าเด็ก 1 ที จากน้ันจึงได้ต่อว่าเด็ก ส่วนเรื่องท่ีให้เด็ก โทรหาพ่อเพราะอยากให้มารับทราบว่าพฤติกรรมลูกชายขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่สวมหมวกกันน็อค แตเ่ ด็กจำเบอร์พอ่ ไมไ่ ด้ สักพกั หน่งึ ตนก็ปลอ่ ยไป นายมานะยอมรับว่า ท่ีทำกับเด็กไปแบบน้ัน ตนเกิดจากอาการเครียดสะสม จากปัญหาเรื่องงาน และเปน็ ห่วงลูกสาวท่ีปว่ ยอยู่ทำให้ขาดสติ ตนรู้สกึ ผิดมากท่ีขาดสติที่ลงมือกับเด็กนักเรียน ตนไม่มคี ำแก้ตัว และยอมรับกับผลการกระทำ รู้สึกเสียใจและยังไม่มีโอกาสเจอกับเด็ก ก็ขอโทษเด็กนักเรียนและครอบครัว ผ่านทางสื่อมวลชนก่อน หากมีโอกาสจะเดินทางไปขอโทษเด็กและครอบครัวอีกครั้ง พร้อมจะมอบเงินให้กับ ครอบครัวเด็ก ยืนยันว่าหลังจากมีคลิปเผยแพร่ ตนโดนโซเชียลกระหน่ำต่อว่า จนต้องปิดเฟสบุ๊กส่วน ตวั “มานะ ลังไม้” ไปแลว้ หากมเี ฟซบกุ๊ ชอ่ื เดียวกนั น้ัน ยนื ยันว่าไมใ่ ชข่ องตนเอง ข่าวจากอมั รินทร์ ทีวี ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................................................

ใบงานท่ี ๑๖ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๓ การระเกด มีสติ ฝึกสมาธิ สร้างปัญญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๑ ป๕/๕ ป๕/๗ ) ช่วั โมงที่ ๑๖ สวดมนต์ไหว้พระเป็นนิตย์ จติ แจ่มใส ๑ สาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ช่ือ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขท่ี .................. คำชี้แจง ๑. ให้นกั เรียนทำสมาธิก่อนเรยี น ๓ นาที ๒. ให้นกั เรียนสรปุ ความรเู้ กย่ี วกับการบริหารจิตและเจริญปัญญา ๓. ใหน้ กั เรยี นฝึกสวดคำกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้า การบริหารจิตและเจริญปญั ญา คอื ............................................................................................................................. ........................................................... ........................................................................................................................................................................................ การบริหารจิตดว้ ยการสวดมนต์ไหว้พระ คำกลา่ วนมัสการพระพุทธเจ้า ............................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ ................................ ............................................................................................................................. ................... ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................... ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................... ...................................ป...ร..ะ..โ..ย..ช...น..์ก...า..ร..บ...ร..หิ ...า..ร..จ..ิต...แ..ล...ะ..เ.จ..ร..ญิ....ป...ญั ...ญ....า...ค...ือ................................ ............................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ ................................ ............................................................................................................................. ................... ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................... ................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................... ...........................................................................................................................................

ใบงานที่ ๑๗ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๓ การระเกด มีสติ ฝึกสมาธิ สร้างปญั ญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๑ ป๕/๕ ป๕/๗ ) ชว่ั โมงท่ี ๑๗ สวดมนตไ์ หว้พระเป็นนิตย์ จติ แจม่ ใส ๒ สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ชอ่ื ...........................................นามสกุล......................................... เลขท่ี .................. คำชี้แจง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธิกอ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ใหน้ ักเรียนเขยี นคำกลา่ วบูชาพระรตั นตรยั ๓. ให้นกั เรียนฝึกสวดคำกลา่ วนมสั การพระรัตนตรยั การบรหิ ารจติ ด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ คำกลา่ วบชู าพระรตั นตรัย ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................

ใบงานท่ี ๑๘ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ การระเกด มสี ติ ฝึกสมาธิ สรา้ งปัญญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๑ ป๕/๕ ป๕/๗) ช่วั โมงที่ ๑๘ สวดมนตไ์ หว้พระเป็นนิตย์ จติ แจ่มใส สาระการเรยี นรพู้ ระพุทธศาสนา ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ ชื่อ...........................................นามสกุล......................................... เลขที่ .................. คำช้แี จง ๑. ให้นกั เรยี นทำสมาธกิ อ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ให้นกั เรียนบอกวัตถุประสงคข์ องการแผ่เมตตา ๓. ให้นกั เรยี นฝกึ แผ่เมตตา การแผเ่ มตตามีจุดประสงค์ เพอ่ื .................................................................................. ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ .................................................................................................................... คำแผ่เมตตาและแผ่ความหมาย สพั เพสตั ตา สตั ว์ทั้งหลายทีเ่ ปน็ เพ่ือนทุกขเ์ กดิ แก่ เจ็บตายด้วยกนั ทง้ั หมดทั้งสิ้น อเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสขุ เถิด อยา่ ไดม้ เี วรแกก่ นั และกันเลย อพั ะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสขุ เป็นสขุ เถิด อย่าได้มี การเบียดเบยี นซงึ่ กันและกนั เลย อะนี คา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสขุ เถดิ อยา่ ได้ มี ความทุกข์ กายทุกข์ ใจเลย สุขอี ตั ตานัง ปะรหิ ะรนั ตุ จงมคี วามสุขกายสุขใจและ รกั ษาตนให้พ้นจากทุกขภ์ ยั ทัง้ หมดทั้งสิน้ เทอญ

เฉลย ใบงานที่ ๑๔ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๓ การระเกด มสี ติ ฝึกสมาธิ สรา้ งปญั ญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๑ ป๕/๕ ป๕/๗ ) ชว่ั โมงท่ี ๑๔ มีสติ จติ สงบ พบความสุข สาระการเรยี นร้พู ระพุทธศาสนา ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ช่ือ...........................................นามสกุล......................................... เลขท่ี .................. คำชี้แจง ๑. ให้นักเรียนทำสมาธกิ ่อนเรยี น ๓ นาที ๑. ใหน้ ักเรียนเขียนเร่ืองราวของตนเองเคยทำแลว้ ขาดสติ และหาวิธี แกไ้ ขปญั หา เขยี นเลา่ เหตกุ ารณท์ ่ตี นเองทำแลว้ ขาดสติ ..................................................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................ข........ึน้ ........อ........ย.......ู่ก.......บั........ด........ุจ........พ........นิ........ิจ.......ข........อ........ง......ผ......ู้ส........อ........น.................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... วิเคราะหส์ าเหตขุ องการขาดสติ ..................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .วธิ ีแกไ้ ขปญั หา ..................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................................................ข........น้ึ........อ........ย........ู่ก......ับ..........ด......ุจ........พ........นิ..........จิ ......ข........อ........ง......ผ........ู้ส......อ........น................................................................................................................................................................................ . ...................................................................................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ ๑๕ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ การระเกด มสี ติ ฝึกสมาธิ สร้างปัญญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๖) เฉลยชว่ั โมงที่ ๑๕ สร้างปัญญา พัฒนาจิต สาระการเรยี นรพู้ ระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรียนท่ี ๒ ชือ่ ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขท่ี .................. คำช้แี จง ๑. ให้นกั เรียนทำสมาธกิ อ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นักเรยี นอา่ นขา่ วในกรอบด้านล่าง วเิ คราะห์สาเหตุ และวิธแี ก้ปญั หา ล่าสุด นายมานะ นิ่มเนียม อายุ 59 ปี คนขับรถเบนซ์ปรากฎในข่าว เปิดเผยถึงกรณี ดังกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ในวันเกิดเหตุตนกลับจากซ้ือห่อหมกให้ลูกสาวซ่ึงป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก พักรักษาตัวในห้องไอ.ซี.ยู เม่ือมาถึงที่เกิดเหตุตนจอดรถส่งเพ่ือนท่ีน่ังมาด้วยกัน แต่ถูกรถเด็กนักเรียนขับ ชนท้าย จึงโมโหแล้วลงจากรถ แล้วเอามือตบเบาๆ ที่หน้าเด็ก 1 ที จากนั้นจึงได้ต่อว่าเด็ก ส่วนเร่ืองท่ีให้เด็ก โทรหาพ่อเพราะอยากให้มารับทราบว่าพฤติกรรมลูกชายขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่สวมหมวกกันน็อค แตเ่ ดก็ จำเบอรพ์ อ่ ไมไ่ ด้ สกั พักหนึง่ ตนกป็ ลอ่ ยไป นายมานะยอมรับว่า ที่ทำกับเด็กไปแบบนั้น ตนเกิดจากอาการเครียดสะสม จากปัญหาเร่ืองงาน และเป็นห่วงลูกสาวที่ป่วยอยู่ทำให้ขาดสติ ตนรู้สึกผิดมากท่ีขาดสติที่ลงมือกับเด็กนักเรียน ตนไม่มีคำแก้ตัว และยอมรับกับผลการกระทำ รู้สึกเสียใจและยังไม่มีโอกาสเจอกับเด็ก ก็ขอโทษเด็กนักเรียนและครอบครัว ผ่านทางส่ือมวลชนก่อน หากมีโอกาสจะเดินทางไปขอโทษเด็กและครอบครัวอีกคร้ัง พร้อมจะมอบเงินให้กับ ครอบครัวเด็ก ยืนยันว่าหลังจากมีคลิปเผยแพร่ ตนโดนโซเชียลกระหน่ำต่อว่า จนต้องปิดเฟสบุ๊ก ส่วนตัว “มานะ ลังไม้” ไปแลว้ หากมเี ฟซบกุ๊ ช่ือเดียวกนั นัน้ ยืนยันวา่ ไม่ใช่ของตนเอง ข่าวจากอมั รินทร์ ทีวี ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... .....................................................................ข....น้ึ ....อ...ย....กู่....ับ....ด....ุจ....พ....นิ....ิจ....ข...อ....ง...ผ....ูส้....อ...น.................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ ๑๖ เฉลย หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๓ การระเกด มสี ติ ฝึกสมาธิ สร้างปญั ญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๖) ชัว่ โมงที่ ๑๖ สวดมนตไ์ หว้พระเปน็ นติ ย์ จติ แจม่ ใส ๑ สาระการเรยี นรู้พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๒ ช่อื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขท่ี .................. คำช้ีแจง ๑. ใหน้ กั เรยี นทำสมาธิกอ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ใหน้ กั เรยี นสรปุ ความรเู้ กยี่ วกบั การบรหิ ารจิตและเจริญปญั ญา ๓. ใหน้ ักเรียนฝึกสวดคำกล่าวนมสั การพระพุทธเจ้า การบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญา คอื วิธกี ารทำใจให้บริสทุ ธผิ์ ่องใสด้วยการสรา้ งสตสิ มั ปชัญญะและสมาธิเพอ่ื นำไปสกู่ ารเกิดปัญญา การบรหิ ารจติ ดว้ ยการสวดมนตไ์ หวพ้ ระ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพทุ ธสั สะ (กลา่ ว 3 จบ) ประโยชน์การบริหารจติ และเจริญปัญญา คือ ทำใหจ้ ติ ใจสงบ เบิกบาน แจม่ ใส มีความจำดี รสู้ ึกสดช่นื อารมณ์มัน่ คง นอนหลบั สบาย ทำงานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

ใบงานที่ ๑๗ เฉลย หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๓ การระเกด มีสติ ฝึกสมาธิ สร้างปญั ญา นำพาสขุ (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๖) ชวั่ โมงที่ ๑๗ สวดมนต์ไหว้พระเปน็ นติ ย์ จิตแจ่มใส ๒ สาระการเรียนรพู้ ระพุทธศาสนา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ชอ่ื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำช้แี จง ๑. ให้นักเรยี นทำสมาธิกอ่ นเรยี น ๓ นาที ๒. ให้นักเรียนเขยี นคำกลา่ วบชู าพระรตั นตรัย ๓. ให้นักเรียนฝึกสวดคำกลา่ วบชู าพระรตั นตรัย การบริหารจิตด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ คำกลา่ วบชู าพระรัตนตรัย อะระหังสมั มา สัมพทุ โธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิ วาเทมิ (กราบ) สะวากขาโต ภะคะวะตาธมั โม ธมั มงั นะมสั สามิ (กราบ) สปุ ฏิปนั โน ภะคะวาโต สาวะกะสงั โฆ สงั ฆงั นะมามิ (กราบ)

ใบงานที่ ๑๘ เฉลยหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๓ การระเกด มสี ติ ฝึกสมาธิ สรา้ งปญั ญา นำพาสุข (๕ ชม.) (ส ๑.๑ ป๕/๖) ชั่วโมงที่ ๑๘ สวดมนต์ไหว้พระเป็นนติ ย์ จิตแจม่ ใส สาระการเรยี นร้พู ระพุทธศาสนา ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ ช่อื ...........................................นามสกลุ ......................................... เลขที่ .................. คำชี้แจง ๑. ใหน้ ักเรียนทำสมาธิกอ่ นเรียน ๓ นาที ๒. ให้นักเรยี นบอกวตั ถุประสงค์ของการแผเ่ มตตา ๓. ใหน้ ักเรียนฝกึ แผ่เมตตา การแผ่เมตตามจี ุดประสงค์ เพื่อ เผอ่ื แผค่ วามรกั และความปรารถนาดีไปใหผ้ ู้อ่ืน มคี วามสขุ คำแผ่เมตตาและแผ่ความหมาย สพั เพสตั ตา สตั วท์ ัง้ หลายทเี่ ปน็ เพอื่ นทุกข์เกิดแก่ เจ็บตายด้วยกนั ทง้ั หมดทั้งสิ้น อเวราโหนตุ จงเปน็ สุขเปน็ สุขเถิด อยา่ ไดม้ ีเวรแกก่ นั และกันเลย อัพะยาปัชฌา โหนตุ จงเปน็ สุขเปน็ สขุ เถดิ อยา่ ไดม้ ี การเบียดเบียนซ่งึ กันและกนั เลย อะนี คา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถดิ อย่าได้ มี ความทุกข์ กายทกุ ข์ ใจเลย สขุ ีอัตตานัง ปะรหิ ะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจและ

Storyline ภาคเรียนที่ 1 (๑๘ ชั่วโมง) หน่วยที่ Storyline มฐ/ ใบงานท่ี หมาย ๑-๖ เหตุ ตชว. หน่วย 1 - ช่ัวโมงท่ี ๑ การะเกด หญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ต้องหลง ส 1.1 การระเกด ยุคเข้ามาอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เธอได้มีโอกาสไปเท่ียว ป.5/1, ท่องแดน ชมวัดวาอารามต่าง ๆ ในอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาวัดไชยวัฒนาราม ป.5/2 พุทธ เธอได้เห็นโบราณสถานท่ีสำคัญ รูปทรงเจดีย์ท่ีได้รับอิทธิพลจาก ส ๑.๒ จำนวน 6 เขมร และวัดพุทไธศวรรย์ ท่ีประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมาร ป.5/2 ชวั่ โมง วิชัย มีพระปรางค์ มณฑปที่สวยงาม วัดทั้งสองแห่งนี้คือวัดท่ีมีอายุ ป.๕/๓ ยาวนานจนกระทั่งถึงสมัยปัจจุบัน จึงทำให้การะเกดได้เรียนรู้มรดก ทางวัฒนธรรมที่ได้รับมาอิทธิพลจากจากพระพุทธศาสนาทางด้าน รปู ธรรม ท่ีมองเห็นได้ชัดเจนจากโบราณสถาน โบราณวตั ถุทสี่ ามารถ มองเหน็ และจับต้องได้ - ช่ัวโมงที่ 2 ในขณ ะที่การะเกดสนุกสนานกับการ ท่องเที่ยวในอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เห็นพระสงฆ์ที่กำลังเดินทาง โดยใช้เรือ ทำให้เธอคิดถึงยายและแม่ที่ ทุก ๆ เช้าจะชวนให้ การะเกดใส่บาตร กรวดน้ำ ยายจะสอนให้เธอเป็นเด็กดี มีเมตตา หมั่นทำบุญ ทำทาน รักษาศีล ไม่เบียดเบียนผู้อ่ืน คำสอนเหล่าน้ัน ยังคงอยู่ในจิตใจของเธอ เมื่อถึงวันพระเธอก็จะไปทำบุญที่วัดเป็น ประจำ ได้ฟังพระธรรมเทศนา มุ่งสอนให้คนเป็นคนดี ละเว้นความ ชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธ์ิ หลักคำสอนเหล่านี้ล้ว นมีท่ีมาจาก พระพุทธศาสนา ที่หยั่งรากฝั่งลึกลงไปในอุปนิสัยของคนไทย เช่นเดียวกับคุณยายของเธอท่ียึดม่ันในพระพุทธศาสนาและน้อมนำ คำส่ังสอนในทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติ จนเป็น แบบอย่างที่ดีให้กับเธอ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมท่ีได้รับจาก พระพทุ ธศาสนาทางด้านจติ ใจ - ช่ัวโมงท่ี 3 การะเกดรู้สึกหิว เธอจึงมุ่งหน้าไปยังตลาด มี พ่อค้า แมค่ ้า ขายของท่ีหลากหลาย มขี นมและอาหารพื้นบ้านต่าง ๆ มากมาย ซ่ึงท้ังหมดล้วนแต่มีกรรมวิธีข้ันตอนการผลิตที่มาจากภูมิ ปัญญาชาวบ้าน ทำให้การะเกดนึกถึงตลาดในสมัยปัจจุบัน ที่มีความ แตกต่างมีตลาดท่ีทันสมัย มีหา้ งสรรพสินค้า มีเครื่องจักร เทคโนโลยี ในการผลิตทดแทนกำลังคน ทำให้เธอนึกถึงตอนที่เธอได้เรียนวิชา พระพุทธศาสนากับคุณครูในห้องเรียนว่า ความเปลี่ยนแปลงท่ี เกิดข้ึนจากอดีตสู่ปัจจุบัน คือการพัฒนาด้านกายภาพ และ สง่ิ แวดล้อม ที่ย่อมมีการเปลย่ี นแปลงตามยุคสมัย แต่ส่ิงท่ีสำคัญกว่า การเปล่ียนแปลงเหล่าน้ันคือ การพัฒนาคน โดยนำหลักคำสอนทาง พระพุทธศาสนามาเป็นพ้ืนฐาน แนวทางในการพัฒนาประกอบด้วย ไตรสิกขา(ศีล สมาธิ ปัญญา), ภาวนา 4 (กาย ศีล จิตใจ ปัญญา),

หน่วยท่ี Storyline มฐ/ ใบงานท่ี หมาย ๗ - ๑๒ เหตุ ตชว. อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นโิ รธ มรรค), โอวาท 3 (ละเว้นความชว่ั ทำ ความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์) ถ้าคนทุกคนนำแนวทางในหลักคำสอน ของพระพุทธศาสนามาปฏิบัติได้ นั่นคือรากฐานแห่งการพัฒนาท่ี ยงั่ ยนื - ชั่วโมงที่ 4 ณ เวลาบ่ายคล้อย การะเกดได้เดินทางกลับ มาถึงบ้านของ ออกญาโหราธิบดี พบว่าทกุ คนกำลังวนุ่ วาย จัดเตรียม ดอกไม้ธูปเทียน พ่ีผินกับพี่แย้ม ว่าวันน้ีเป็นวันพระ ข้ึน 15 ค่ำ เดือน 6 ค่ำน้ีทุกคนจะได้ออกไปเวียนเทียนเพื่อระลึกถึงองค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เธอเข้าใจขึ้นมาได้ทันทีว่าวันน้ีคือวันวิ สาขบูชา การะเกดได้สนทนากับออกญาโหราธิบดี ถึงเรื่องราว ความเป็นมา พุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ต้ังแต่ประสูติ, เทวทูตท้ัง 4, ออกผนวช และการตรัสรู้ - ช่ัวโมงที่ 5 เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น การะเกด พ่ีผินพ่ีแย้มได้ใส่ บาตรร่วมกัน หลังพระให้พร พ่ีแย้มก็เอ่ยขึ้นว่า “ทำไมพระต้อง บิณฑบาต” พระคุณเจ้าได้ยินดังนั้น จึงได้เล่าเร่ืองท่ีพระพุทธเจ้า โปรดพระพทุ ธบิดา (เสด็จกรุงกบลิ พสั ด์)ุ - ชั่วโมงท่ี 6 ในขณะท่ี การะเกด พี่ผิน พ่ีแย้ม ช่วยกันเย็บ หมอนใบใหม่ แต่พี่ผิน พ่ีแยม้ เริมง่วงนอน การะเกดนึกถึงตอนท่ีเธอ แอบหลับในเวลาเรียนจนโดนคุณครูลงโทษ แล้วครูก็ได้สอนเร่ือง พุทธกิจ 5 ประการ ของพระพุทธเจ้า ประกอบด้วย เวลาเช้า ออก บิณฑบาต เวลาเย็น แสดงธรรม เวลาค่ำให้โอวาทพระภิกษุสาวก เวลากลางแห่งราตรี (midnight) ตอบปัญหา – หรือสนทนากับ เทวดา เวลาใกล้รุ่ง ตรวจดูสพั พสัตว์ (คือผู้ที่อยู่ในวสิ ัยจะบรรลธุ รรม) เพื่อจะได้โปรดให้พน้ ทกุ ข์ จากนนั้ เธอก็ได้เล่าเรอ่ื งนี้ใหพ้ ี่ผิน พ่แี ยม้ ได้ ฟงั พร้อมทั้งให้ข้อคดิ ในการดำเนินชีวติ โดยมีองค์พระพุทธสัมมาสัม พทุ ธเจ้าเป็นแบบอย่างในเรื่องความอดทน ความเพียรพยายาม และ ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก เล็งเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า ประโยชน์สว่ นตน หน่วย 2 - ชั่วโมงที่ 7 วันหน่ึง การะเกดไดไ้ ปเที่ยวชมวัด และได้พบ ส 1.1 การระเกด กับจิตรกรรมบนผนังพระอุโบสถ ซึ่งเป็นภาพการแสดงธรรมของ ป.5/3 ชมเมือง พระพุทธเจ้าต่อพระโสณโกฬิวิสะทำให้ย้อนนึกได้ว่าตนเคยได้เรียน จำนวน 6 เรื่องน้ีกับพระอาจารย์ท่ีได้เล่าถึงความเพียรในการบำเพ็ญเพื่อบรรลุ ช่วั โมง อรหนั ตผล - ชั่วโมงที่ 8 การะเกดเดินต่อไปก็ได้พบกับจิตรกรรมที่เล่า ถึงจฬู เสฏฐชิ าดกทก่ี าระเกดประทับใจในการใช้ปญั ญากระท่ังประสบ

หนว่ ยที่ Storyline มฐ/ ใบงานที่ หมาย ๑๓ – ๑๔ เหตุ หนว่ ย 3 ตชว. ๑๕ – ๑๘ การะเกด ท่องพระ ความสำเร็จร่ำรวยเป็นเศรษฐี ไตรปิฎก จำนวน 2 - ช่ัวโมงท่ี 9 อีกฝ่ังของผนัง การะเกดก็ได้เห็นภาพวัณณา ช่วั โมง โรหาชาดก เป็นเร่ืองเตือนใจในความหนักแน่นไม่หวั่นไหวต่อคำยุยง หน่วย 4 การะเกด ทจี่ ะนำมาซ่งึ ความขัดแย้ง รว่ มบุญ - ชั่วโมงท่ี 10 เม่ือการเกดน่ังพักลงมองไปยังพระพักตร์ ของพระประธานก็ได้นึกข้ึนได้ว่า คุณยายเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ พุทธศาสนิกชน ตัวอย่างอีก 2 ท่าน คือ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) ท่านเป็นชาวพุทธท่ีดี หม่ันศึกษาหาความรู้ มีจริยวัตร ปฏิบัติท่ีดีงาม และมีความกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาโดยการเผยแผ่ หลกั ธรรมคำสอนธรรม - ชั่วโมงท่ี 11 อาจารย์เสถียร โพธินันทะ เป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ และแตกฉานด้านพระพทุ ธศาสนา - ชั่วโมงที่ 12 การะเกด กลับมาที่บ้าน และได้น่ังระลึกถึง ส่ิงท่ีได้จาการไปเที่ยวชมเมืองว่ามีประโยชน์อย่างไร และสามารถมา ใช้ในการดำเนนิ ชีวิตอย่างไร - ชั่วโมงที่ 13 วันหนึ่ง การะเกด เข้าไปในห้องทำงานของ ส ๑.๑ ออกญาโหราธิบดี เห็นตู้พระไตรปิฎกซ่ึงมีหน้าตาคล้ายคลึงกับตู้ ป.๕/๑, พระไตรปิฎกในสมัยปัจจุบัน เธอจึงหยิบหนังสือออกมา แต่ก็ไม่ ป.5/4 สามารถอ่านได้ ออกญาโหราธิบดี จึงได้อธิบายเรื่องราวเก่ียวกับ หมวดหมู่ของพระไตรปิฎก ประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่ พระวินัย ปิฎก, พระสุตตันตปฎิ ก และพระอภิธรรมปฎิ ก - ชั่วโมงที่ 14 การะเกด บอกออกญาโหราธิบดีถึง ความสำคัญของพระไตรปิฎกว่า เป็นคำสั่งสอนที่มีคุณค่าสูง ในการ ยกระดับความประพฤติทางกาย วาจา และยกระดับคุณธรรมทาง จิตใจให้สูงขึ้น เช่น ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสังคม ที่เรียกว่า ประโยชน์ปัจจุบัน ประโยชน์ท่ีมีศีลธรรมเป็นพ้ืนฐาน ท่ีเรียกว่า ประโยชน์อนาคต เพราะช่วยให้มีความเจริญยั่งยืนติดต่อไปนานไกล ไม่ล่มสลายเสีย เพราะความประพฤติชั่วช้าทุจริต และประโยชน์ สูงสุด ท่ีเรียกว่า ประโยชน์อย่างยิ่ง สามารถดับความทุกข์ ความ เดือดร้อนทั้งปวงได้ เพราะคุณธรรมคือ การละเว้นความช่ัว การ ประพฤติความดี และการชำระจิตใจของตนให้สะอาด พระไตรปิฎก ในยุคปัจจุบัน ได้ถูกเผยแพร่และตีพิมพ์มากมายหลายภาษา ทำให้ ศาสนาพุทธเปน็ ท่ีรจู้ ักของคนท่วั โลก - ชั่วโมงที่ 15 การะเกดไปช่วยดูแลความสะอาด การจัด ส 1.1 สถานที่ท้ังโต๊ะหมู่และอาสนะรวมถึงเคร่ืองรับรองพระสงฆ์ ในวัน ป.5/2 ก่อนงานแต่งงานแม่หญิงจนั ทร์วาดและหมื่นเรืองเพื่อนสนทิ

หนว่ ยที่ Storyline มฐ/ ใบงานที่ หมาย ตชว. เหตุ จำนวน 4 - ชัว่ โมงท่ี 16 ในวนั งานแต่งงานแม่หญิงจันทร์วาดและหม่ืน ชว่ั โมง เรือง แม่การะเกดก็ได้ไปร่วมงานทำให้ได้รู้ถึงข้ันตอนในพิธีการ แต่งงาน และทำบุญตอนเชา้ - ช่ัวโมงท่ี 17 การะเกดได้พูดคุย สอบถามกับคุณหญิงแม่ เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีการต่าง ๆ เช่น วัน มาฆบูชา วนั วิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วนั อัฏฐมีบชู า หรอื แม้แต่วัน ธรรมสวนะ ว่ามีความสำคัญอย่างไร และพุทธศาสนิกชนต้องปฏิบัติ อย่างไร - ช่ัวโมงที่ 18 การะเกดได้พูดคุย สอบถามกับคุณหญิงแม่ เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พิธีการต่าง ๆ เช่น วัน มาฆบชู า วันวสิ าขบชู า วนั อาสาฬหบชู า วันอัฏฐมีบูชา หรอื แมแ้ ต่วัน ธรรมสวนะ ว่ามีความสำคัญอย่างไร และพุทธศาสนิกชนต้องปฏิบัติ อย่างไร

Storyline ภาคเรยี นท่ี 2 (๑๘ ชัว่ โมง) หนว่ ยที่ Story line มฐ/ ใบงานที่ หมาย ตชว. ๑–๙ เหตุ หน่วย ๑ การะเกด - ช่ัวโมงท่ี 1 ณ เรือนท่านออกญาโหราธิบดี ขณะที่ท่านน่ัง ส ๑.๑ ศึกษา ธรรมนำ ทำงานอยู่หอกลาง การะเกดเรียนถามว่า พระรัตนตรัยคืออะไร ท่าน ป.๕/๕ ชวี ติ จำนวน ออกญาโหราธบิ ดี อธิบายเกี่ยวกบั พระรัตนตรัย ดังนี้ ป.๕/๗ ๙ ช่ัวโมง พระรัตนตรัย หมายถงึ แก้วอันประเสรฐิ หรือ ส่งิ มคี า่ ๓ ประการไดแ้ ก่ ส ๑.๒ ๑) พระพุทธ คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา้ ซึ่งทรงค้นพบสัจ ป.๕/๓ ธรรม โดยการตรัสรู้ แล้วทรงประกาศส่ังสอนสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจาก ความทุกข์ ๒) พระธรรม คือ ความจริงที่มีอยู่โดยธรรมชาติซึ่งพระพุทธ องค์ทรงคน้ พบแลว้ ทรงนำมาเผยแผ่แก่สรรพสัตว์ ๓) พระสงฆ์ คือ กลุ่มชนท่ีศรัทธาเล่ือมใสในคำสอนของ พระพุทธเจ้า แล้วสละเพศฆราวาส ออกบวชในพระพุทธศาสนา และ นำหลกั ธรรมคำสอนไปปฏบิ ัติ และเผยแผแ่ ก่พุทธศาสนิกชน - ช่ัวโมงที่ 2 ขณะท่ีกำลังพูดคุยกันปริกหันมาด้วยสีหน้า ต่ืนเต้น แล้วถามการะเกดว่า ศรัทธา ๔ น้ีประกอบด้วยอะไรบ้างหรือ เจา้ ค่ะ จ้อยบอกว่าขา้ รู้เดียวจะเลา่ ให้ฟงั นะ ศรทั ธา ๔ คือ ๑) กรรมศรัทธา เชื่อกรรม คือเชื่อว่าการกระทำเท่าน้ันเป็น เหตุให้รวย หรือจน ให้ดีหรือชั่วไม่ใช่เพราะโชคเคราะห์ หรือผีสาง เทวดา อะไรอำนวยให้ ๒) วิบากศรัทธา เช่ือผลของกรรม คือเช่ือว่าผลของกรรม นั้นต้องมีแน่นอน และให้ ผลตรงตามกรรมท่ีทำไว้จนได้ เว้นแต่จะ ช้า หรือเร็วเท่านั้น ไม่มีใครจะบิดเบือน หรือห้ามผลของกรรมท่ีกระทำ มาแล้ว ไม่ใหบ้ ังเกิดผลได้ ๓) กัมมัสสกตาศรัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตนเอง คือ ทำดีได้ดี ทำช่ัวได้ช่ัว ไม่มีใครทำให้ตนดี หรือให้ตนช่ัวได้ ตนก็ไม่ สามารถจะทำให้ใครดีหรืช่ัวได้ ความดีและความชั่วเป็นของเฉพาะตัว เท่าน้นั ๔) ตถาคตโพธิศรัทธา คือเช่ือว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วย ปัญญาของพระองค์เอง - ชั่วโมงที่ 3 ในช่วงก่อนนอน การะเกดเข้าไปในห้องพระ เพ่ือที่จะไหว้พระและทำสมาธิ พ่ีผิน พี่แย้มถามการะเกดว่าทำไมต้องทำ แบบน้ีก่อนนอนทุกคืน ทำเพื่ออะไร การะเกดว่าเพื่อเป็นการระลึกถึง คุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะพะองค์ได้ทรงบำเพ็ญ ประโยชน์ในฐานะพระพุทธเจ้า เรยี กวา่ พทุ ธกจิ ๕ ประการ - ช่ัวโมงที่ 4 ในขณะท่ีการะเกดน่ังสมาธิ เสมือนว่าการะเกดได้

หนว่ ยท่ี Story line มฐ/ ใบงานท่ี หมาย ตชว. เหตุ ไปพบกับคุณยาย คุณยายจึงได้สอนการะเกดว่าจงใช้ชีวิตด้วยสติ ปัญญา โดยการใช้หลักธรรมไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็น กระบวนการปฏบิ ตั ิ หรอื กระบวนการพฒั นา ๓ ดา้ น คือ ศีล เป็นหลักการพัฒนาระดับความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ทางสงั คม สมาธิ เป็นหลักการพัฒนาจิตใจให้มีสมรรถภาพและ ประสทิ ธภิ าพในการคิดพิจารณาตัดสินใจกระทำหรือไม่กระทำการใด ๆ ปัญญา เป็นหลักการพัฒนาความรู้ความเข้าใจ รู้จักสิ่ง ทั้งหลายตามที่มันเป็น และสามารถแยกแยะวิเคราะห์สืบหาสาเหตุของ สิ่งทั้งหลายได้ชัดแจ้ง ไตรสิกขาจึงเป็นกระบวนการพัฒนาแบบบูรณา การ หลังจากน้ันคณุ ยายได้เล่าถึงหลักธรรมให้การะเกดได้เข้าใจ - ช่ัวโมงที่ 5 เช้าวันรุ่งข้ึนการะเกดได้สนทนากับแม่มะลิ และ แนะนำให้แม่มะลินำหลักโอวาท ๓ ได้แก่ ๑ เว้นจากการทำช่ัวความชั่ว คือ การกระทำที่ไม่ดี การกระทำที่เป็นบาป เป็นส่ิงเลวร้าย ย่อมมีผล ทำให้เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจ รวมถึงเกิดความเดือดร้อนแก่ตนเอง และผู้อื่น ดังนั้น จึงพึงละเว้น และหลีกเลี่ยงจากการ กระทำความชั่วทั้ง ปวง ทั้งทางด้านกาย วาจา และจิตใจ ไปใช้ในการดำเนินชีวติ ของตนเอง และครอบครวั - ชั่วโมงท่ี 6 หลักโอวาท ๓ ไดแ้ ก่ ๒ ให้ทำความดี ความดี คือ การกระทำที่ดีงาม เป็นบุญแก่ตัวเอง มีผลทำให้เกิดความสุขความสบาย ใจ เกิดประโยชน์แก่ตนเอง และผู้อ่ืน โดยพึงต้องหมั่นกระทำแต่ทำ ความดี ซ่ึงเป็นการพัฒนาตนให้มีความประพฤติที่งดงาม เรียกว่า คุณธรรม และจริยธรรม ไปใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเองและ ครอบครวั - ชั่วโมงที่ 7 หลักโอวาท ๓ ได้แก่ ๓ มีจิตใจบริสุทธ์ิ จิตใจ บริสุทธ์ิ หมายถึง พึงตั้งม่ันในจิตท่ีงดงาม คนท่ีมีจิตใจดีงาม มีการ กระทำ และคำพูดท่ีดี ด้วยการฝึกใจของเราให้มีความบริสุทธ์ิ มีสติ และมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน คิดในส่ิงที่ดี ไม่คิดร้าย ไม่คิดอิจฉาริษยาคนอื่น เราหม่ันฝึกทำสมาธิจะทำให้ใจเราสงบ และมีสติ ไปใช้ในการดำเนิน ชีวิตของตนเองและครอบครัว - ช่ัวโมงท่ี 8 การะเกดเล่าให้แม่มะลิฟงั ว่าตอนเด็กๆ คุณแมเ่ คย พาการะเกดไปวัดระหว่างทางเดินผ่านต้นไม้ เห็นมีป้ายติดอยู่ คุณแม่ อธิบายว่านี้คือ ป้ายพุทธสุภาษิตท่ีเขียน ถ้อยคำดี ๆ ในพระพุทธศาสนา แต่มิได้หมายความเฉพาะคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เท่าน้ัน แม้สุภาษิต แทบทัง้ หมดจะเป็นพระพุทธพจน์ก็ตาม -ชั่วโมงที่ ๙ ใกล้เวลาพลบค่ำการะเกดได้ขอตัวกลับบ้าน กอ่ นกลับด้วยความรักและความเป็นห่วงท่กี าระเกดมตี ่อแมม่ ะลจิ งึ ได้

หน่วยท่ี Story line มฐ/ ใบงานท่ี หมาย ตชว. เหตุ ย้ำเตือนกับแม่มะลิอีกครั้งหนึ่งว่าให้นำหลักธรรมที่เราคุยกันท้ังหมด นี้ไปพัฒนาตนเอง เพ่อื สรา้ งความสุข ที่ย้ังยืนทงั้ ต่อตนเองและ ครอบครัว หน่วยท่ี 2 - ช่ัวโมงที่ 10 การะเกด ในยุคปัจจุบันเธอคือ เกศสุรางค์ ส 1.2 ๑๐ – ๑๓ การระเกด เป็นนักโบราณคดี มีนิสัยอ่อนโยน ร่าเริง แจ่มใสเป็นหญิงยุคใหม่ แต่ ป.5/1 สร้าง เธอมีคุณแม่ และคุณยายที่คอยสอนและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ป.5/3 ศรทั ธา ตามหน้าท่ีของเราชาวพุทธ ให้เรียนรู้เร่ืองการทำบุญ ใส่บาตร สวด บชู าพระ มนต์ไหว้พระ น่ังสมาธิ รู้จัก การเข้าสังคมในเรื่องของงานพิธีกรรม รัตนตรัย ทางพระพทุ ธศาสนาในงานต่าง ๆ อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม จำนวน - ชั่วโมงท่ี 11 การะเกดได้เรียนรู้ถึงการปฏิบัติตนใน 4 ชัว่ โมง พธิ ีกรรมทางศาสนาต่าง ๆ เพื่อเป็นแบบอย่าง ให้เกิดประโยชน์ และ พัฒนาจิตใจของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ดังนี้ ประเภทของ ศาสนพธิ ีทางพระพุทธศาสนา 1) กุศลพิธีคือ พิธีกรรมท่ีเน่ืองด้วยการอบรมเพ่ือความดี งามทางพระพุทธศาสนา เฉพาะตัวบุคคล เช่น การแสดงตนเปน็ พุทธ มามกะ การเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การรักษา ศลี ต่าง ๆ 2) บุญพิธีคือ การทำบุญอันเป็นประเพณีในครอบครัว ใน สังคม เก่ียวเนื่องกับวิถีชีวิต ของสังคม เช่น พิธีทำบุญงานมงคล พิธี ทำบญุ งานอวมงคล 3) ทานพิธีคือ พิธีถวายทานต่าง ๆ เช่น ปาฏิบุคลิกทาน การถวายสังฆทาน การถวาย กฐิน ผ้าป่า ผ้าอาบน้ำฝน และอื่น ๆ เป็นตน้ - ชั่วโมงที่ 12 เมื่อการะเกดได้เข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆทาง ศาสนาแล้วน้ัน การะเกดต้องเรียนรู้ รู้จัก มารยาทของชาวพุทธ เช่น การไหว้และกราบพระสงฆ์ การไหว้และการกราบผู้ใหญ่ การไหว้ บุคคลผู้เสมอกัน การแสดงความเคารพศพ ว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพอื่ ให้เหมาะสมแกการเป็นชาวพุทธ - ช่ัวโมงที่ 13 เม่ือการะเกดได้เข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆทาง ศาสนาแล้วน้ัน การะเกดต้องเรยี นรู้ รู้จัก มารยาทของชาวพุทธ เช่น การไหว้และกราบพระสงฆ์ การไหว้และการกราบผู้ใหญ่ การไหว้ บุคคลผู้เสมอกัน การแสดงความเคารพศพ ว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพอื่ ใหเ้ หมาะสมแกการเป็นชาวพุทธ

หนว่ ยท่ี Story line มฐ/ ใบงานที่ หมาย ตชว. เหตุ หนว่ ยท่ี 3 - ช่ัวโมงท่ี 14 คนื วันหน่ึงการะเกดเกิดนึกถึงคุณแม่ คณุ ยาย ส 1.1 ๑๔ – ๑๘ การระเกด และรู้สึกตัวเองอยู่เสมอว่าตนเองอยู่อีกภพหนึ่ง ยังไม่สามารถกลับไป ป.5/6 มสี ติ ฝกึ ยังปัจจุบันได้ ด้วยความระลึกนั้นก็คิดได้ว่าจะทำสิ่งใดท่ีควรทำ หรือ สมาธิ สง่ิ ใดไม่ควรทำ ไม่ให้มวั เมาอย่ภู ายใตค้ วามประมาท และ นึกอยู่ สรา้ ง เสมอว่าตน เองกำลังอยู่ในภ พ ไห น และป ฏิ บั ติตนอย่างมี ปญั ญา สติสมั ปชัญญะ นำพาสขุ - ช่ัวโมงที่ 15 การะเกดใช้ความรู้ความสามารถของตนเอง จำนวน ในภพปัจจุบัน มาใช้ในยุคอดีต เช่นเร่ืองของการกรองน้ำให้น้ำมี 5 ช่ัวโมง ความสะอาดโดยใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ ท่ีมอี ยู่มาทำเคร่ืองกรองน้ำ ในด้าน ภาษา สามารถคยุ กับชาวตา่ งชาติที่เข้ามาคา้ ขายในกรุงศรีอยธุ ยา - ชั่วโมงท่ี 16 ทุกคืนก่อนนอน การเกดจะนมัสการ พระพุทธเจ้า กล่าวบูชาพระรัตนตรัย สวดมนต์ไหว้พระตามที่ คุณ ยายสอน นง่ั สมาธเิ ปน็ การบรหิ ารจิต ทกุ คืน - ชั่วโมงที่ 17 ทุกคืนก่อนนอน การเกดจะนมัสการ พระพุทธเจ้า กล่าวบูชาพระรัตนตรัย สวดมนต์ไหว้พระตามที่ คุณ ยายสอน น่งั สมาธเิ ปน็ การบรหิ ารจติ ทกุ คนื - ชั่วโมงที่ 18 ทุกๆคืน เกศสุรางค์จะสวดมนต์ แผ่เมตตาให้ การะเกดที่อยู่ในภพอดีต ที่มีจิตใจโหดร้าย นิสัยไม่ดี เจ้าคิดเจ้าแคน ทำให้ไม่ค่อยมีคนรักและเคารพ เกศสุรางค์สงสารการะเกดและ อยากให้หลุดพ้นจากทกุ ข์ และไมม่ เี วรกรรมต่อกัน

มาตรฐาน และตวั ชว้ี ดั ชนั้ ปี สาระการเรียนรพู้ ระพทุ ธศาสนา ช้ัน ป. ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป. 5 สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน นับถอื และศาสนาอน่ื มศี รัทธาทีถ่ กู ต้อง ยึดม่ัน และปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยรู่ ่วมกนั อย่างสันติสุข ตัวช้ีวดั ชน้ั ปี สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 1. วเิ คราะหค์ วามสำคัญของพระพทุ ธศาสนาหรือ ศาสนาทตี่ นนบั ถือในฐานะท่เี ป็นมรดกทางวฒั นธรรม 1. มรดกทางวัฒนธรรมทไ่ี ด้รับจากพระพุทธศาสนา และหลกั ในการพัฒนาชาติไทย 1) มรดกทางด้านรปู ธรรม เช่น ศาสนสถาน 2. สรปุ พทุ ธประวตั ิตัง้ แต่เสด็จกรุงกบลิ พสั ด์ุ จนถงึ โบราณวัตถุ สถาปตั ยกรรม พทุ ธกจิ สำคัญหรือประวตั ศิ าสดาทีต่ นนบั ถือตามท่ี 2) มรดกทางด้านจิตใจ เช่น หลกั ธรรมคำส่ังสอน กำหนด 3. เหน็ คุณค่าและประพฤตติ นตามแบบอย่างการ ความเชอ่ื และคุณธรรมตา่ ง ๆ ดำเนนิ ชวี ิตและข้อคดิ จากประวตั ิสาวกชาดก เรื่องเล่า 2. การนำพระพุทธศาสนาไปใชเ้ ปน็ แนวทางในการ และศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามที่กำหนด พฒั นาชาติไทย 4. อธบิ ายองคป์ ระกอบและความสำคญั ของ 1) พฒั นาด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น พระไตรปิฎกหรือคัมภรี ข์ องศาสนาที่ตนนบั ถือ ภาวนา 4 (กาย ศีล จติ ปัญญา) ไตรสกิ ขา (ศีล สมาธิ ปญั ญา) และอรยิ สจั 4 2) พฒั นาจติ ใจ เช่น หลักโอวาท 3 (ละความชว่ั ทำความดี ทำจติ ใจให้บรสิ ุทธิ์) และการบริหารจิตและ เจริญปัญญา 1. สรปุ พทุ ธประวตั ิ (ทบทวน) 2. โปรดพระพทุ ธบดิ า (เสด็จกรงุ กบิลพสั ด์ุ) 3. พุทธกิจสำคัญ ได้แก่ โลกตั ถจริยา ญาตตั ถจริยา และพุทธตั ถจริยา 1. พุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า – พระโสณโกฬวิ สิ ะ 2. ชาดก 1) จฬู เสฏฐิชาดก 2) วัณณาโรหชาดก 3. ศาสนิกชนตวั อยา่ ง 1) สมเดจ็ พระสงั ฆราช (สา ปสุ สฺ เทโว) 2) อาจารย์เสถียร โพธนิ ันทะ 1. องคป์ ระกอบของพระไตรปฎิ ก 1) พระสุตตันตปิฎก 2) พระวนิ ัยปิฎก

3) พระอภิธรรมปิฎก 2. ความสำคญั ของพระไตรปิฎก 5. แสดงความเคารพพระรตั นตรัย และปฏบิ ตั ิตาม 1. พระรัตนตรยั (ศรทั ธา 4) ไตรสกิ ขาและหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพทุ ธศาสนา 1) พระพทุ ธ (พทุ ธจริยา 3) หรือหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนบั ถือตามที่กำหนด 2) พระธรรม (อรยิ สจั 4 หลกั กรรม) 3) พระสงฆ์ 2. ไตรสกิ ขา – ศลี สมาธิ ปญั ญา 3. โอวาท 3 1) ไมท่ ำชัว่ (เบญจศลี อบายมขุ 4) 2) ทำความดี (เบญจธรรม บญุ กิรยิ าวตั ถุ 3 อคติ 4 อิทธิบาท 4 กตญั ญูกตเวทีต่อพระพุทธศาสนา มงคล 38) 3) ทำจิตใหบ้ ริสทุ ธ์ิ (บริหารจิตและเจริญปัญญา) 4. พทุ ธศาสนสภุ าษติ 1) วริ เิ ยน ทกุ ฺขมจฺเจติ–คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะ ความเพียร 2) ปญญฺ า โลกสฺมิ ปชโฺ ชโต–ปญั ญาคือแสงสว่างใน โลก 6. เหน็ คุณคา่ และสวดมนต์ แผ่เมตตา มีสตทิ ี่เปน็ สวดมนต์ไหวพ้ ระ สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยและแผ่ พน้ื ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรอื การพฒั นา เมตตา จติ ตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนบั ถอื ตามท่ีกำหนด 1) รคู้ วามหมายของสตสิ มั ปชัญญะ สมาธิและปญั ญา 2) รวู้ ิธปี ฏบิ ัตแิ ละประโยชนข์ องการบริหารจติ และ การเจรญิ ปญั ญา 3) ฝึกการยนื การเดิน การนั่ง และการนอนอย่างมสี ติ 4) ฝึกการกำหนดรู้ความรสู้ กึ เม่ือตาเหน็ รปู หูฟงั เสียง จมกู ดมกลน่ิ ลิน้ ลิม้ รส กายสมั ผัส สงิ่ ทม่ี ากระทบ ใจ รบั รู้ธรรมารมณ์ 5) ฝกึ ใหม้ สี มาธใิ นการฟงั การอ่าน การคิด การถาม และการเขยี น 7. ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถือเพ่ือ โอวาท 3 (ตามสาระการเรียนรขู้ ้อ 5) การพัฒนาตนเองและสง่ิ แวดลอ้ ม

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนกั และปฏิบตั ติ นเป็นศาสนิกชนทด่ี ี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ ตัวช้วี ดั ช้นั ปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. จดั พิธีกรรมตามศาสนาทีต่ นนับถอื อยา่ งเรยี บงา่ ย มีประโยชน์ และปฏบิ ัติตนถูกต้อง • การจัดพธิ ีกรรมที่เรยี บงา่ ย ประหยดั มีประโยชน์ 2. ปฏิบตั ิตนในศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และวันสำคัญ และถูกตอ้ งตามหลกั ทางศาสนาทีต่ นนบั ถือ ทางศาสนาตามท่ีกำหนด และอภิปรายประโยชน์ ท่ีไดร้ บั จากการเขา้ รว่ มกิจกรรม 1. การมีส่วนร่วมในการจดั เตรียมสถานทปี่ ระกอบ ศาสนพิธี พิธีกรรมทางศาสนา 3. มีมรรยาทของความเปน็ ศาสนกิ ชนทด่ี ตี ามท่ี 2. พธิ ถี วายสงั ฆทาน เครือ่ งสังฆทาน กำหนด 3. ระเบยี บพธิ ีในการทำบญุ งานมงคล 4. ประโยชนข์ องการเข้าร่วมศาสนพิธี พธิ กี รรมทาง ศาสนา หรือกิจกรรมในวนั สำคัญทางศาสนา • มรรยาทของศาสนกิ ชน 1) การกราบพระรัตนตรยั 2) การไหว้บดิ ามารดา ครูอาจารย์ ผทู้ ่เี คารพนบั ถือ 3) การกราบศพ