หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยีการสอ่ื สาร ใบงานท่ี 3.3.3 เรื่อง สื่อกลางของการสอ่ื สารข้อมูล คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนีใ้ หถ้ ูกตอ้ ง 1. ให้นกั เรียนบอกขอ้ ดแี ละข้อเสยี ของส่ือกลางการสอ่ื สารข้อมูลดังต่อไปนี้ สื่อกลาง ข้อดี ข้อเสยี สายค่บู ดิ เกลยี วแบบ STP สายโคแอกเชียล สายไฟเบอรอ์ อปตกิ 2. ถา้ นกั เรียนต้องการติดตง้ั ระบบเครือข่ายจากท่ีหนึง่ ไปยังอีกทหี่ นึ่งซง่ึ มรี ะยะทางห่างกันประมาณ 10 กโิ ลเมตร นกั เรียนคิดว่าควรเลอื กใชส้ ่ือกลางประเภทสายสัญญาณใดในการสอื่ สารข้อมลู เพราะเหตุใด เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 204
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร ใบงานท่ี 3.3.3 เฉลย เรือ่ ง สอ่ื กลางของการส่อื สารขอ้ มลู คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ใี หถ้ กู ต้อง 1. ใหน้ กั เรยี นบอกข้อดแี ละข้อเสียของส่ือกลางการส่ือสารขอ้ มูลดงั ต่อไปนี้ สอื่ กลาง ข้อดี ข้อเสีย ภาพสายคูบ่ ิดเกลียวแบบ STP - ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสงู กว่า - มีขนาดใหญ่กว่าแบบไมม่ ฉี นวน แบบไมม่ ีฉนวนหุ้ม หุ้ม สายค่บู ดิ เกลียวแบบ STP - สามารถปอ้ งกันสญั ญาณรบกวน - ไมย่ ดื หยุ่น ดัดโคง้ งอได้ไม่มาก ไดด้ ี - ราคาแพงกว่าแบบไมม่ ีฉนวนหุ้ม - ราคาถูก - ถูกรบกวนจากสญั ญาณภายนอก - มคี วามยืดหยุ่นในการใช้งาน ไดง้ ่าย - ติดตัง้ ง่ายและมีน้ำหนักเบา - ใชไ้ ดใ้ นระยะทางจำกัด สายโคแอกเชียล - สามารถบรรจขุ อ้ มูลได้จำนวน - เส้นใยแกว้ นำแสงเปราะบาง มาก แตกหกั งา่ ย - มขี นาดเล็ก นำ้ หนกั เบา - ไมส่ ามารถดัดโคง้ งอได้ - มีอายกุ ารใช้งานนาน - ในการตดิ ตงั้ ต้องใชเ้ คร่ืองมือ สายไฟเบอรอ์ อปตกิ พิเศษ 2. ถา้ นักเรียนตอ้ งการตดิ ตัง้ ระบบเครือขา่ ยจากทีห่ นงึ่ ไปยังอีกที่หนง่ึ ซงึ่ มีระยะทางหา่ งกันประมาณ 10 กิโลเมตร นักเรียนคดิ ว่าควรเลือกใชส้ ื่อกลางประเภทสายสัญญาณใดในการสือ่ สารขอ้ มูล เพราะเหตุใด ควรใชส้ อ่ื กลางประเภทสายสัญญาณ คอื สายไฟเบอร์ออปตกิ เนือ่ งจากเปน็ สายสญั ญาณท่ีมีความเร็วสงู สดุ ถึง 100 Gbps ใชเ้ ช่ือมต่อระยะทางมากกวา่ 2 กโิ ลเมตรได้ และใช้เปน็ สายแกนหลักในการระบบเครอื ข่าย หรอื ใช้สำหรับเชือ่ มตอ่ ระหวา่ งเครอื ข่ายทอ่ี ยู่ห่างไกลกันได้ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 205
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยีการสอ่ื สาร ใบงานท่ี 3.3.4 เรอ่ื ง ประเภทของระบบเครอื ข่าย คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถกู ต้อง 1. จงจับคู่ระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์กับความหมายที่ถูกตอ้ งที่สดุ .......... LAN A. ระบบเครอื ข่ายเช่ือมตอ่ คอมพวิ เตอร์กบั โทรศพั ทม์ ือถือ .......... MAN B. เครอื ข่ายระยะใกล้/ท้องถ่ิน .......... WAN C. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ท่มี ีขนาดใหญท่ ี่สุด .......... PAN D. เครอื ข่ายระยะห่างไกล/ระดบั ประเทศ E. เครือข่ายขนาดกลางระดับจงั หวดั 2. จงเรียงลำดับขนาดของเครือขา่ ยคอมพิวเตอรต์ อ่ ไปน้ี คอื MAN, LAN, WAN, PAN จากเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ทมี่ ขี นาดเลก็ ท่ีสดุ ไปหาเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ทีส่ ุด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ในกรณีท่โี รงเรยี นของนกั เรยี นมีอาคารเรยี นเพียงอาคารเดียว ถา้ โรงเรียนตอ้ งการติดตั้งระบบเครอื ข่าย คอมพิวเตอร์ นักเรียนคดิ วา่ ควรติดตั้งระบบเครอื ข่ายแบบใดจงึ จะเหมาะสมทีส่ ุด และเครอื ขา่ ยน้ัน มีการทำงานอย่างไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 206
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร ใบงานท่ี 3.3.4 เฉลย เรอื่ ง ประเภทของระบบเครือข่าย คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ใี หถ้ กู ตอ้ ง 1. จงจบั คู่ระบบเครือข่ายคอมพวิ เตอร์กบั ความหมายท่ีถูกตอ้ งที่สุด ....B...... LAN A. ระบบเครอื ข่ายเชือ่ มตอ่ คอมพวิ เตอรก์ ับโทรศพั ท์มือถือ ....C...... MAN B. เครอื ขา่ ยระยะใกล้/ท้องถิ่น ....D...... WAN C. เครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ท่มี ีขนาดใหญท่ ่ีสดุ ....A...... PAN D. เครอื ข่ายระยะหา่ งไกล/ระดับประเทศ E. เครือขา่ ยขนาดกลางระดับจงั หวัด 2. จงเรียงลำดบั ขนาดของเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ตอ่ ไปนี้ คือ MAN, LAN, WAN, PAN จากเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่มขี นาดเล็กที่สุดไปหาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สดุ PAN,….LAN,…..MAN,……WAN………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ในกรณีทโี่ รงเรยี นของนักเรยี นมอี าคารเรียนเพียงอาคารเดยี ว ถา้ โรงเรียนตอ้ งการติดต้งั ระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ นกั เรยี นคดิ ว่าควรตดิ ต้งั ระบบเครอื ข่ายแบบใดจงึ จะเหมาะสมทส่ี ุด และเครอื ขา่ ยน้ัน มกี ารทำงานอยา่ งไร ควรตดิ ตง้ั ระบบเครือข่ายท้องถิน่ (Local Area Network: LAN) ซ่ึงเปน็ การเชื่อมต่อเครือขา่ ยระยะใกล้.......... เชือ่ มโยงคอมพิวเตอรแ์ ละอุปกรณต์ ่างๆ ท่อี ยู่ในพ้ืนท่ีเดยี วกนั หรือใกลเ้ คียงกนั โดยใช้สายสญั ญาณเปน็ ส่อื กลาง การสอ่ื สารข้อมูล………………………………………………………………………………………………………………………………..… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 207
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 เทคโนโลยีการสอื่ สาร 9. ขอ้ เสนอแนะ/ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ลงชอื่ . (นางสาวสุพรรณกิ า สบุ รรณาจ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี วันท่.ี ........... เดอื น............................ พ.ศ. .............. 10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน ด้านความรู้ ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ปัญหา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ลงชอ่ื (นายอทิ ธิฤทธิ์ มหสิ ยา) ตำแหน่ง ครู วันท่.ี ......... เดอื น.......................... พ.ศ. ............ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 208
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การประยกุ ตใ์ ช้งานและการแกป้ ัญหาเบ้ืองตน้ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 การประยุกตใ์ ช้งานและการแก้ปัญหาเบื้องตน้ เวลา 2 ชวั่ โมง 1. มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด 1.1 ตวั ช้วี ัด ว 4.2 ม.2/3 อภปิ รายองคป์ ระกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การส่ือสาร เพื่อประยกุ ตใ์ ชง้ านหรอื แก้ปัญหาเบ้ืองต้น 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายประเภทของคอมพิวเตอร์ไดถ้ ูกต้อง (K) 2. แกไ้ ขปัญหาทเ่ี กิดจากการใชง้ านระบบคอมพวิ เตอรใ์ นเบื้องตน้ ได้ (P) 3. แก้ไขปัญหาทเ่ี กดิ จากการใชง้ านดา้ นซอฟต์แวรใ์ นเบ้ืองต้นได้ (P) 4. สนใจใฝ่เรียนรูใ้ นการศึกษาและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรยี นรู้แกนกลาง - การประยกุ ต์ใชง้ านและการแก้ปัญหาเบื้องตน้ 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ประเภทของคอมพิวเตอร์ในปัจจบุ ันแบง่ ไดเ้ ป็น 5 ประเภท ได้แก่ Super Computer, Mainframe Computer, Personal Computer, Workstation Computer และ Wearable Computer สำหรบั การใช้งานคอมพิวเตอรน์ น้ั ผ้ใู ช้ควรทราบถึงปัญหาและการแก้ไขปญั หาในการใช้งาน ทเี่ กดิ ขน้ึ ซ่ึงส่วนใหญ่แลว้ จะเป็นปัญหาทางดา้ นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ 5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวนิ ยั รับผิดชอบ 2. ใฝ่เรยี นรู้ - ทกั ษะการสื่อสาร 3. มุง่ ม่ันในการทำงาน - ทักษะการแลกเปลย่ี นข้อมลู 2. ความสามารถในการคิด เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 209
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ต์ใชง้ านและการแก้ปัญหาเบอ้ื งตน้ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ - ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา - ทักษะการสังเกต 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ - ทักษะการทำงานรว่ มกนั 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี - ทักษะการสบื คน้ ขอ้ มลู 6. กจิ กรรมการเรียนรู้ วธิ กี ารสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ช่วั โมงท่ี 1 ขน้ั นำ ขั้นที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement) 1. ครทู บทวบความรเู้ ดิมจากชัว่ โมงทผี่ า่ นมา 2. นักเรียนแบง่ กลุ่ม (กลุม่ เดิม) และให้ค้นหาวา่ คอมพิวเตอรแ์ บง่ ออกเปน็ ก่ปี ระเภท และแต่ละ ประเภทเหมาะกบั การทำงานประเภทใด จากนนั้ ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าช้ันเรียน พร้อมพดู คุยแลกเปล่ยี นความคิดเห็นกับเพือ่ นร่วมชั้น ขนั้ สอน ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Exploration) 1. นักเรยี นศึกษาประเภทของคอมพิวเตอร์ทแ่ี บง่ ออกเป็น 5 ประเภท คอื 1) Super Computer 2) Mainframe Computer 3) Personal Computer 4) Workstation Computer 5) Wearable Computer จากหนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง ระบบคอมพิวเตอร์ หรือสืบค้นเพิ่มเติมจากอนิ เทอรเ์ นต็ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 210
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแกป้ ญั หาเบือ้ งตน้ ทเี่ คร่ืองคอมพิวเตอร์ของตนเองโดยให้นักเรียนพจิ ารณาถงึ ลกั ษณะการทำงานและการใชง้ าน 2. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกย่ี วกบั การใช้งานระบบคอมพวิ เตอร์วา่ “นอกจากจะมีการแบ่งประเภท ของคอมพวิ เตอรอ์ อกเป็น 5 ประเภทแลว้ ยังสามารถแบ่งประเภทคอมพวิ เตอรต์ าม วัตถุประสงค์ของการใชง้ านได้อกี คือ 1) คอมพวิ เตอรเ์ พื่องานเฉพาะกิจ (Special Purpose Computer) หมายถึง เครือ่ งประมวลผลขอ้ มูลท่ถี ูกออกแบบตวั เคร่ืองและโปรแกรมควบคมุ ให้ทำงาน อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ เปน็ การเฉพาะ โดยทว่ั ไปมักใชใ้ นงานควบคมุ อุตสาหกรรม ท่ีเนน้ การประมวลผลแบบรวดเรว็ เช่น เคร่อื งคอมพิวเตอร์ควบคมุ สญั ญาณไฟ จราจร คอมพวิ เตอร์ควบคมุ ลิฟต์ หรอื คอมพวิ เตอร์ควบคุมระบบอัตโนมตั ิ ในรถยนต์ เปน็ ต้น 2) คอมพวิ เตอร์เพ่ืองานอเนกประสงค์ (General Purpose Computer) หมายถงึ เคร่อื งประมวลผลขอ้ มลู ท่ีมีความยดื หยนุ่ ในการทำงาน โดยได้รับการออกแบบให้ สามารถประยุกตใ์ ช้ในงานประเภทต่าง ๆ ได้ โดยระบบจะทำงานตามคำสั่งใน โปรแกรมทเ่ี ขยี นขึ้นมา เชน่ ใชเ้ ครอื่ งน้ใี นงานประมวลผลคะแนนนักเรยี น เกย่ี วกับระบบการตดั เกรด หรอื สามารถใช้ในการคำนวณเงินเดือนได้ เปน็ ต้น” 3. นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.4.1 เร่อื ง ประเภทของคอมพวิ เตอร์ 4. ครสู มุ่ นกั เรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน พรอ้ มกบั อภปิ รายร่วมกันในหอ้ งเรียน ชว่ั โมงท่ี 2 ข้นั สอน ขนั้ ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Exploration) 5. ครทู บทวนเน้ือหาการเรียนเมื่อช่วั โมงทีแ่ ล้วเกยี่ วกับการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ 6. ครถู ามกระตุน้ ความคิดของนักเรยี นวา่ “ถา้ เคร่ืองคอมพิวเตอรข์ องนกั เรยี นเสียหรือมีปัญหา นกั เรยี นสามารถแก้ไขเองไดห้ รอื ไม่” (แนวตอบ : นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ ตามประสบกาณณ์ของตนเอง) 7. นกั เรยี นศึกษาเน้ือหา เรอ่ื ง ปัญหาและการแก้ไขการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ จากหนังสือเรยี น และสงั เกตปัญหาที่เกิดขึน้ และการแก้ปัญหาจากตัวอยา่ งในหนังสอื เรียน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 211
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 การประยกุ ตใ์ ช้งานและการแก้ปัญหาเบื้องตน้ ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explanation) 8. ครสู ุม่ นกั เรียน 3-4 คน ออกมาอธิบายถึงปญั หาที่เกิดกบั คอมพวิ เตอร์และวธิ ีการแกป้ ัญหา คอมพิวเตอร์ท่ีนักเรียนพบในเบือ้ งต้น พร้อมกับอภปิ รายรว่ มกนั ในช้นั เรยี น 9. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเก่ียวกับปญั หาและการแก้ไขการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ว่า“นอกจากจะมี ปัญหาด้านฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟตแ์ วรแ์ ลว้ ยังมีปญั หาดา้ นไวรัสท่เี กดิ ข้นึ กบั คอมพวิ เตอร์ ดงั นน้ั ถา้ พบว่าคอมพวิ เตอร์ทำงานช้าลงกว่าปกติ คอมพวิ เตอรห์ ยุดการตอบสนองหรือติดขัดบ่อยคร้งั คอมพวิ เตอร์ขัดข้องแล้วเร่ิมใหมท่ กุ สองสามนาที โปรแกรมประยุกต์ในคอมพวิ เตอรท์ ำงาน ไมถ่ ูกต้อง เป็นตน้ ซง่ึ ปญั หาดังกลา่ วนอ้ี าจเกิดจากการมีไวรสั ท่ีฝังอยใู่ นคอมพวิ เตอร์ ดังนั้นจงึ ควรติดต้ังโปรแกรมตรวจสอบไวรัสและหมน่ั ตรวจสอบอยู่เสมอเพ่อื ความปลอดภัยของข้อมูล” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaboration) 10. นักเรียนทำกจิ กรรมทส่ี อดคล้องกับเนื้อหา โดยการตอบคำถามเพ่อื พฒั นาความรู้และทักษะ การเรียนรู้ (Com Sci Activity) เกย่ี วกบั ระบบคอมพวิ เตอร์ลงในสมุดประจำตวั 11. นกั เรียนทำใบงานที่ 3.4.2 เร่อื ง การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ 12. ครสู ุ่มนักเรยี น 2-3 คน ออกมานำเสนอหน้าชน้ั เรยี น พรอ้ มกบั อภปิ รายรว่ มกันภายในห้องเรียน Note วัตถปุ ระสงคข์ องกิจกรรมเพือ่ ใหน้ กั เรยี น - มีทักษะการทำงานรว่ มกันโดยใช้กระบวนการกลมุ่ ในการทำงานหรือการทำ กิจกรรมเพอื่ ให้เกิดการสอ่ื สารและแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ร่วมกันภายในกลุม่ - มีทักษะการสบื ค้นข้อมลู โดยให้นกั เรียนแต่ละคนสืบค้นข้อมลู จากอินเทอร์เน็ต เพือ่ สืบเสาะหาความรู้ตามหัวขอ้ ท่ีได้รับมอบหมาย - มีทักษะการสังเกต โดยใหน้ ักเรียนสังเกตปญั หาทีเ่ กิดขน้ึ ด้านฮาร์ดแวรแ์ ละด้าน ซอฟตแ์ วรพ์ ร้อมวิธกี ารแกไ้ ขปัญหาจากหนงั สอื เรยี นเพ่ือนำไปปรับใชใ้ นการเรียนได้อยา่ ง เหมาะสม - มที ักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใหน้ ักเรียนพจิ ารณาเน้ือหาจากการสบื คน้ หรือศึกษา ขอ้ มูลจากแหลง่ ข้อมูลต่าง ๆ เช่น หนังสอื เรียน อนิ เทอรเ์ น็ต เป็นต้น เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 212
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 การประยกุ ต์ใชง้ านและการแก้ปัญหาเบอ้ื งตน้ ข้นั สรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation) 1. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียนจากการสงั เกตการตอบคำถาม การนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน และ การทำใบงาน 2. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งของผลการทำใบงานที่ 3.4.1 และ ใบงานท่ี 3.4.2 3. นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปเกี่ยวกบั การประยุกตใ์ ช้งานและการแก้ปัญหาเบอ้ื งตน้ 4. นกั เรียนตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจดว้ ยตนเองจากหนังสือเรยี น โดยพจิ ารณาข้อความวา่ ถูก หรือผิด หากนกั เรียนพจิ ารณาขอ้ ความไม่ถูกตอ้ งให้นกั เรียนกลับไปทบทวนเนอ้ื หาตามหัวขอ้ ท่ี กำหนดให้ 5. นักเรียนทำแบบฝึกหัดประจำหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 โดยใหบ้ นั ทึกลงในสมดุ ประจำตวั และ ทำช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่ือง ระบบคอมพิวเตอร์ เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจ และ นำมาส่งในช่ัวโมงถดั ไป 6. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรือ่ ง ระบบคอมพวิ เตอร์ เพื่อวัดความรู้ ทน่ี กั เรยี นได้รับหลงั จากผา่ นการเรียนรู้ 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วิธีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมนิ ระหว่างการจดั กิจกรรม รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การเรยี นรู้ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 1) ประเภทของคอมพิวเตอร์ - ตรวจใบงานที่ 3.4.1 - ใบงานที่ 3.4.1 ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2) การแกป้ ัญหาคอมพิวเตอร์ - ตรวจใบงานที่ 3.4.2 - ใบงานท่ี 3.4.2 ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 ผลงาน การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ 4) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม รายบุคคล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล 5) พฤติกรรมการทำงานกลมุ่ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม การทำงานกลมุ่ การทำงานกลมุ่ 6) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ ความรับผิดชอบ คุณลักษณะ ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มนั่ อันพงึ ประสงค์ ในการทำงาน เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 213
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแกป้ ัญหาเบอื้ งตน้ รายการวัด วิธีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 7.2 การประเมินหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน ประเมินตามสภาพจรงิ 1) แบบทดสอบหลังเรียน หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์ - ตรวจชิ้นงาน/ภาระ - แบบประเมนิ ชนิ้ งาน ระดบั คุณภาพ 2 2) การประเมินช้นิ งาน งาน (รวบยอด) /ภาระงาน (รวบยอด) ผ่านเกณฑ์ /ภาระงาน (รวบยอด) เรอื่ ง ระบบคอมพิวเตอร์ 8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนังสอื เรยี น รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.2 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์ 2) ใบงานท่ี 3.4.1 เรอ่ื ง ประเภทของคอมพิวเตอร์ 3) ใบงานที่ 3.4.2 เรอ่ื ง การแกป้ ัญหาคอมพิวเตอร์ 4) เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1) ห้องคอมพวิ เตอร์ 2) อนิ เทอรเ์ นต็ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 214
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การประยกุ ต์ใช้งานและการแก้ปัญหาเบื้องตน้ ใบงานท่ี 3.4.1 เรอ่ื ง ประเภทของคอมพิวเตอร์ คำชแี้ จง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ีให้ถูกตอ้ ง 1. คอมพิวเตอร์ที่ถูกนำไปใชใ้ นองค์กรขนาดใหญ่ คือ 2. คอมพิวเตอร์ท่มี ขี นาดใหญ่ มีน้ำหนกั มาก และมีราคาแพง คือ 3. คอมพิวเตอร์ทเ่ี หมาะสำหรบั งานดา้ นกราฟิก สถาปัตยกรรม วศิ วกรรม คอื 4. คอมพิวเตอรท์ ีท่ ำงานเกีย่ วข้องกบั ตัวจับการเคล่อื นไหว การหาตำแหน่ง คือ 5. คอมพวิ เตอรช์ นิดที่นิยมใช้ในสำนักงานมากทีส่ ดุ คอื เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 215
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแกป้ ัญหาเบอื้ งตน้ ใบงานที่ 3.4.1 เฉลย เร่ือง ประเภทของคอมพิวเตอร์ คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง 1. คอมพิวเตอร์ท่ีถกู นำไปใชใ้ นองค์กรขนาดใหญ่ คือ Mainframe Computer 2. คอมพวิ เตอร์ทมี่ ีขนาดใหญ่ มีน้ำหนกั มาก และมรี าคาแพง คือ Super Computer 3. คอมพวิ เตอร์ทเี่ หมาะสำหรบั งานด้านกราฟกิ สถาปัตยกรรม วศิ วกรรม คือ Workstation Computer 4. คอมพิวเตอรท์ ี่ทำงานเกีย่ วขอ้ งกบั ตัวจบั การเคล่อื นไหว การหาตำแหนง่ คือ Wearable Computer 5. คอมพิวเตอร์ชนดิ ทีน่ ิยมใช้ในสำนักงานมากทีส่ ุด คอื Personal Computer เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 216
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 การประยกุ ต์ใช้งานและการแก้ปญั หาเบอื้ งตน้ ใบงานท่ี 3.4.2 เรื่อง การแก้ปญั หาคอมพิวเตอร์ คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ หถ้ ูกตอ้ ง 1. ถ้านกั เรยี นเปิดเครือ่ งคอมพิวเตอรแ์ ล้วมไี ฟเขา้ เคร่อื ง แตห่ น้าจอไมต่ ิด นกั เรียนคิดว่าเปน็ เพราะสาเหตใุ ด และมีวธิ ีการแกไ้ ขอย่างไร สาเหตุ วิธีการแก้ไข 2. ถ้านกั เรียนเปดิ เคร่ืองแล้วหน้าจอไมต่ ดิ และมเี สียงร้อง (Beep) หลายๆ ครง้ั นกั เรียนคดิ ว่าเปน็ เพราะ สาเหตุใด และมีวธิ กี ารแกไ้ ขอยา่ งไร สาเหตุ วิธีการแก้ไข 3. ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมีอาการดังนี้ คือ ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมข้ึนมา ทำงาน ขนาดของโปรแกรมใหญ่ข้ึน เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ ไฟล์ข้อมูลหรือ โปรแกรมท่ีเคยใช้อย่หู ายไป เคร่อื งทำงานช้าลง เครื่องรีสตาร์ทเองโดยไมไ่ ดส้ ั่ง หรอื ระบบหยดุ ทำงานโดย ไมท่ ราบสาเหตุ นักเรยี นคิดว่าเปน็ เพราะสาเหตุใด และมวี ิธีการแก้ไขอย่างไร สาเหตุ วิธีการแกไ้ ข เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 217
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ เฉลย แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ช้งานและการแกป้ ญั หาเบ้ืองตน้ ใบงานที่ 3.4.2 เร่อื ง การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ คำช้แี จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถกู ตอ้ ง 1. ถ้านักเรยี นเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วมีไฟเขา้ เครอ่ื ง แต่หน้าจอไม่ตดิ นักเรยี นคดิ ว่าเปน็ เพราะสาเหตใุ ด และมีวธิ กี ารแกไ้ ขอยา่ งไร สาเหตุ วิธีการแกไ้ ข ไม่ได้ต่อสายไฟระหว่างจอภาพกับตัวเคร่ือง ตรวจสอบการต่อสายไฟระหว่างจอภาพกับตัวเครื่อง หรือ หรือสายไฟของจอภาพหลวม ตรวจสอบสายไฟของจอภาพกับเต้าเสยี บว่าหลวมหรือไม่ 2. ถ้านักเรียนเปิดเครอื่ งแลว้ หน้าจอไมต่ ิด และมเี สียงร้อง (Beep) หลายๆ ครั้ง นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะ สาเหตุใด และมีวิธกี ารแก้ไขอยา่ งไร สาเหตุ วิธีการแกไ้ ข - การ์ดจอภาพเสียบไมแ่ นน่ สกปรก หรอื เสีย 1. เปิดตัวเคร่ืองคอมพิวเตอร์ดึงการ์ดจอหรือ RAM ออกมา - RAM เสียบไม่แน่น สกปรก หรอื เสยี ทำความสะอาดโดยใช้ยางลบถูคราบสกปรกบริเวณขา ทองแดงแล้วใส่กลบั เขา้ ไปใหม่ 2. ในกรณีที่แก้ไขตามข้อ 1 แล้วยังใช้ไม่ได้ ควรติดต่อช่าง หรอื ผทู้ สี่ ามารถแกไ้ ขปญั หาได้ 3. ถ้าเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของนักเรียนมีอาการดังนี้ คือ ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมา ทำงาน ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ ไฟล์ข้อมูลหรือ โปรแกรมที่เคยใช้อยหู่ ายไป เครือ่ งทำงานช้าลง เครื่องรีสตาร์ทเองโดยไม่ได้สง่ั หรอื ระบบหยุดทำงานโดย ไม่ทราบสาเหตุ นกั เรยี นคิดว่าเปน็ เพราะสาเหตุใด และมวี ธิ ีการแก้ไขอย่างไร สาเหตุ วธิ ีการแกไ้ ข เครอ่ื งติดไวรัส เรียกใช้โปรแกรมตรวจสอบไวรัส หรือถ้ายังไม่มีโปรแกรม ตรวจสอบไวรัส ควรติดต้ังโปรแกรมตรวจสอบไวรัสใน เคร่ือง และทำการตรวจสอบไวรัสอยเู่ สมอ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 218
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ต์ใชง้ านและการแกป้ ญั หาเบอื้ งตน้ ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื ง ระบบคอมพิวเตอร์ คำช้แี จง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปให้ให้ถูกตอ้ ง 1. ใหน้ ักเรยี นยกตัวอย่างข้อมลู ทส่ี ามารถนำมาใชใ้ นการสื่อสารข้อมลู ในชีวติ ประจำวันได้ตามลกั ษณะข้อมูล ในตารางตอ่ ไปน้ี ลกั ษณะของขอ้ มลู ตวั อย่างข้อมลู ตัวอักษร ตัวเลข เสียง รูปภาพ ส่ือผสม 2. ให้นักเรยี นพิจารณาบัตรคำท่ีกำหนดให้ จากนั้นนำบัตรคำไปเติมลงในตารางสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล ให้ถกู ตอ้ งตามประเภทของสอ่ื กลางนนั้ ๆ อินฟราเรด สายโคแอกเชยี ล คลื่นวิทยุ สาย UTP คลน่ื ไมโครเวฟ สายใยแกว้ นำแสง สาย STP ดาวเทียม ส่ือกลางในการสื่อสารข้อมลู สอ่ื กลางประเภทสายสัญญาณ สอ่ื กลางประเภทไรส้ าย เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 219
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ช้งานและการแกป้ ญั หาเบอื้ งตน้ 3. จงนำตัวอักษรทางด้านขวามอื มาเตมิ ลงในช่องว่างหน้าข้อความดา้ นซา้ ยมือทีส่ ัมพนั ธก์ นั .......... 1. รับข้อมูลเข้าส่เู คร่อื งคอมพิวเตอร์ A. Microsoft Excel .......... 2. อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลไว้ใช้ในภายหลงั B. Microsoft Access .......... 3. ประมวลผลข้อมูลทผ่ี ู้ใช้ป้อนเขา้ มา C. Super Computer .......... 4. โปรแกรมที่ใช้ในการคำนวณ D. Mainframe Computer .......... 5. โปรแกรมทใี่ ชส้ ำหรบั นำเสนอรายงาน E. Input Unit .......... 6. โปรแกรมที่ช่วยรักษาหน้าจอ F. Wearable Computer .......... 7. โปรแกรมจดั การไฟลใ์ นเคร่อื ง G. PageMaker .......... 8. โปรแกรมที่ช่วยจัดการฐานข้อมูล H. Screen Saver .......... 9. คอมพิวเตอรท์ มี่ ีราคาแพงท่สี ดุ I. File Manager .......... 10. คอมพิวเตอรท์ ี่ใช้จบั เซ็นเซอร์ J. Secondary Storage K. Central Processing Unit L. Microsoft PowerPoint M. Workstation Computer เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 220
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ เฉลย แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแก้ปญั หาเบือ้ งตน้ ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง ระบบคอมพวิ เตอร์ คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปให้ให้ถกู ต้อง 1. ใหน้ ักเรยี นยกตัวอย่างข้อมูลทีส่ ามารถนำมาใช้ในการสื่อสารข้อมลู ในชีวติ ประจำวันได้ตามลกั ษณะข้อมูล ในตารางต่อไปน้ี ลกั ษณะของข้อมลู ตัวอยา่ งข้อมลู ตัวอักษร หนังสือเรียน ป้ายบอกรายการอาหารในโรงอาหาร ตัวเลข คะแนน ราคาอาหาร เสียง เสียงประกาศ เสียงเพลง รปู ภาพ ภาพกิจกรรมของโรงเรียน ภาพคุณครู สื่อผสม วดี โี อแนะนำโรงเรียน มิวสิควดี โี อ 2. ให้นักเรยี นพิจารณาบัตรคำท่ีกำหนดให้ จากนั้นนำบัตรคำไปเติมลงในตารางส่ือกลางในการส่อื สารขอ้ มูล ให้ถูกต้องตามประเภทของสือ่ กลางนน้ั ๆ อนิ ฟราเรด สายโคแอกเชยี ล คล่ืนวิทยุ สาย UTP คลืน่ ไมโครเวฟ สายใยแกว้ นำแสง สาย STP ดาวเทียม ส่อื กลางในการสือ่ สารข้อมูล สือ่ กลางประเภทสายสัญญาณ สอ่ื กลางประเภทไรส้ าย สายโคแอกเชียล อนิ ฟราเรด สาย UTP คลนื่ วทิ ยุ สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวฟ สาย STP ดาวเทียม เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 221
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ต์ใช้งานและการแกป้ ญั หาเบอื้ งตน้ 3. จงนำตวั อักษรทางดา้ นขวามือ มาเติมลงในชอ่ งว่างหนา้ ขอ้ ความด้านซา้ ยมือทสี่ ัมพนั ธก์ นั .....E..... 1. รบั ขอ้ มลู เขา้ สู่เครื่องคอมพวิ เตอร์ A. Microsoft Excel ......J.... 2. อุปกรณ์ท่ีเกบ็ ข้อมูลไว้ใช้ในภายหลัง B. Microsoft Access ......K.... 3. ประมวลผลขอ้ มูลท่ีผูใ้ ชป้ อ้ นเข้ามา C. Super Computer .....A..... 4. โปรแกรมทใี่ ชใ้ นการคำนวณ D. Mainframe Computer ......L.... 5. โปรแกรมท่ีใช้สำหรบั นำเสนอรายงาน E. Input Unit ......H.... 6. โปรแกรมทช่ี ่วยรักษาหนา้ จอ F. Wearable Computer ......I...... 7. โปรแกรมจัดการไฟลใ์ นเคร่ือง G. PageMaker ......B.... 8. โปรแกรมท่ีชว่ ยจัดการฐานขอ้ มลู H. Screen Saver .....C..... 9. คอมพวิ เตอร์ทมี่ รี าคาแพงทสี่ ดุ I. File Manager ......F..... 10. คอมพวิ เตอรท์ ใ่ี ช้จบั เซ็นเซอร์ J. Secondary Storage K. Central Processing Unit L. Microsoft PowerPoint M. Workstation Computer เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 222
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแกป้ ญั หาเบอื้ งตน้ แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน คำช้ีแจง: ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธกี ารนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ............/................./................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 223
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแก้ปัญหาเบื้องตน้ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล คำช้แี จง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 32 1 การแสดงความคิดเหน็ 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ นื่ 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รบั มอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ............/.................../................ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน ให้ 2 คะแนน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรุง เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 224
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การประยกุ ต์ใช้งานและการแก้ปญั หาเบอ้ื งตน้ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ คำชี้แจง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในชอ่ งที่ ตรงกับระดับคะแนน การแสดง การทำงาน การมี ความ ตามที่ได้รับ ลำดบั ที่ ชอ่ื –สกลุ คดิ เห็น การยอมรับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ สว่ นร่วมใน รวม ของนักเรยี น ฟงั คนอื่น การปรบั ปรุง 15 คะแนน ผลงานกลุ่ม 321321321321321 ลงชือ่ ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ............./.................../............... เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–15 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรงุ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 225
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 ระบบคอมพวิ เตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ช้งานและการแก้ปัญหาเบอื้ งตน้ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คำช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน อันพึงประสงค์ด้าน 32 1 1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้ กษตั รยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทีส่ รา้ งความสามัคคีปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรียน 1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนับถือ ปฏิบัติตามหลกั ศาสนา 1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมท่เี ก่ียวกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามทโี่ รงเรยี นจดั ขึน้ 2. ซ่ือสัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ถี ูกต้องและเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ิในสง่ิ ทถี่ กู ต้อง 3. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของครอบครวั มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ในชวี ิตประจำวนั 4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ กั ใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัตไิ ด้ 4.2 ร้จู กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟงั คำสัง่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ยง้ 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ ินและส่งิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรยี นอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ คา่ 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงิน 6. มุ่งมัน่ ในการทำงาน 6.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเร็จ 7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสำนึกในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย 7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รูจ้ ักการดูแลรักษาทรพั ยส์ มบัตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของหอ้ งเรยี นและ โรงเรยี น ลงช่ือ..................................................ผปู้ ระเมิน ............/.................../................ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 226
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การประยกุ ต์ใชง้ านและการแก้ปญั หาเบือ้ งตน้ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 51–60 ดมี าก พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 41–50 ดี พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัติบางครัง้ 30–40 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 227
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4 การประยกุ ต์ใชง้ านและการแก้ปญั หาเบอ้ื งตน้ แบบประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) ว 4.2 ม.2/3 อภิปรายองคป์ ระกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี การสอ่ื สาร เพ่ือประยกุ ต์ใชง้ านหรอื แก้ปัญหาเบอื้ งต้น รายการ ดมี าก (4) เกณฑ์การประเมิน (ระดบั คุณภาพ) ปรบั ปรงุ (1) ระดับ ประเมนิ ดี (3) พอใช้ (2) คุณภาพ บอกขอ้ มลู ในการ ไม่สามารถบอกข้อมลู ท่ี 1. ขอ้ มูลในการสอื่ สาร ส่ือสารไดถ้ กู ต้องดมี าก บอกข้อมลู ในการ บอกขอ้ มูลในการ ใชใ้ นการสอ่ื สารได้ ดมี าก สอ่ื สารได้ถูกตอ้ งดี สอ่ื สารไดถ้ กู ตอ้ งพอใช้ ถูกตอ้ ง 2. สือ่ กลางของขอ้ มลู ดี แยกประเภทของ แยกประเภทของ แยกประเภทของ ไม่สามารถแยกประเภท 3. หน้าทก่ี ารทำงาน สือ่ กลางของขอ้ มลู ส่อื กลางของขอ้ มูลได้ดี สอื่ กลางของข้อมูล ของส่อื กลางของข้อมลู พอใช้ 4. ความสมบรู ณ์ของผลงาน ไดด้ มี าก ไดพ้ อใช้ ได้ 5. ส่งงานตรงเวลา บอกหนา้ ที่การทำงาน บอกหนา้ ท่ีการทำงาน บอกหนา้ ท่กี ารทำงาน ไม่สามารถบอกหนา้ ท่ี ปรบั ปรุง ได้ถกู ตอ้ งดมี าก ไดถ้ กู ต้องดี ไดถ้ กู ตอ้ งพอใช้ การทำงานได้ถกู ต้อง ผลงานมคี วามครบถว้ น ผลงานมีความครบถ้วน ผลงานมคี วามครบถว้ น ผลงานมีความครบถ้วน สมบรู ณด์ มี าก สมบูรณ์คอ่ นขา้ งดี สมบูรณ์ดเี ปน็ บางส่วน สมบูรณ์นอ้ ย สง่ ภาระงานภายในเวลา สง่ ภาระงานชา้ กว่า สง่ ภาระงานชา้ กว่า สง่ ภาระงานช้ากวา่ กำหนด 2 วนั กำหนดเกนิ 3 วันขน้ึ ไป ทกี่ ำหนด กำหนด 1 วัน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 16 - 20 ดมี าก 12 - 15 ดี 6 - 11 พอใช้ 1 - 5 ปรบั ปรุง เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) 228
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ระบบคอมพิวเตอร์ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 การประยกุ ตใ์ ชง้ านและการแก้ปัญหาเบ้ืองตน้ 9. ขอ้ เสนอแนะ/ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษา ลงชอื่ . (นางสาวสพุ รรณิกา สุบรรณาจ) ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นประชาสามคั คี วนั ที.่ ........... เดอื น............................ พ.ศ. .............. 10. บันทกึ ผลหลงั การสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ปญั หา/อปุ สรรค แนวทางการแกไ้ ข ลงชอ่ื (นายอทิ ธฤิ ทธิ์ มหิสยา) ตำแหนง่ ครู วนั ท.ี่ ......... เดอื น.......................... พ.ศ. ............ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 229
Search