เอกสารประกอบการสอนวชิ าพ้ืนฐานการใชง้ านระบบฐานขอ้ มลู บนเครอื ขา่ ย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบัติ ผเู้ รยี บเรียง หน่วยท่ี 1 ความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกับฐานขอ้ มูล สาระการเรยี นรู้ 1. ความรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกบั ระบบฐานข้อมลู 2. คำศัพท์พ้นื ฐานเก่ียวกับระบบฐานขอ้ มลู 3. ประโยชนข์ องการประมวลผลแบบฐานขอ้ มูล 4. รปู แบบของระบบฐานขอ้ มลู 5. โปรแกรมฐานข้อมูล 6. ระบบจดั การฐานข้อมูล 7. คยี ์ (Key) ในระบบฐานข้อมูล 8. องค์ประกอบของฐานขอ้ มลู จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม 1. บอกความหมายของระบบฐานข้อมูลได้ 2. บอกความหมายของคำศัพท์พืน้ ฐานเกย่ี วกบั ระบบฐานขอ้ มลู ได้ 3. บอกประโยชน์ของการประมวลผลแบบระบบฐานข้อมลู ได้ 4. อธบิ ายรายละเอยี ดของรปู แบบของระบบฐานข้อมูลแต่ละประเภทได้ 5. อธิบายสว่ นประกอบของระบบจดั การฐานขอ้ มูลได้ 6. บอกโปรแกรมฐานขอ้ มูลทน่ี ยิ มใช้ในปัจจุบันได้ 7. บอกความหมายและประเภทของคีย์ได้ 8. บอกองค์ประกอบของฐานขอ้ มลู ได้ บทนำ ในปัจจุบันพบว่าข่าวสารข้อมูลกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการทำงาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อย่างมากมาย เช่น งานด้านธุรกิจ การบริหาร และกิจการอื่น ๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่มีปริมาณมาก ๆ และ สลับซบั ซ้อนจะพบความย่งุ ยากลำบากในการจัดเกบ็ ข้อมูล ตลอดจนการนำขอ้ มูลทตี่ อ้ งการออกมาใช้ให้ทันต่อ เหตุการณ์ ดงั น้ันการนำคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเคร่อื งมือช่วยในการจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูล จะทำให้ ระบบการจดั เกบ็ ขอ้ มูลเปน็ ไปได้อย่างเปน็ ระบบ จึงมคี วามจำเปน็ ต้องการบุคลากรและเวลาท่ีใช้ในการพัฒนา โปรแกรมขึน้ โดยจะต้องสร้างวิธคี วบคมุ และการจดั เกบ็ ขอ้ มูลขนึ้ เอง จึงเปน็ ทม่ี าของระบบฐานข้อมลู ท่ถี กู สร้าง
เอกสารประกอบการสอนวิชาพื้นฐานการใช้งานระบบฐานข้อมลู บนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบตั ิ ผเู้ รียบเรียง ขึ้นมาเพื่อแกป้ ัญหาดังกล่าว การเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้พ้ืนฐานของข้อมูลจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการ ออกแบบระบบฐานขอ้ มูลท่ีดีและมปี ระสิทธิภาพ 1.1 ความร้พู ้นื ฐานเกีย่ วกับระบบฐานข้อมูล ระบบฐานขอ้ มลู (Database System) หมายถึง โครงสรา้ งสารสนเทศท่ีประกอบดว้ ยรายละเอียดของ ข้อมูลที่มีความสัมพนั ธ์และเก่ียวข้องกัน ที่จะนำมาใช้ในระบบงานต่าง ๆ ร่วมกัน ระบบฐานข้อมูลจึงนับเป็น การจดั เก็บข้อมลู อย่างเป็นระบบ โดยผู้ใช้สามารถจดั การกับข้อมูลได้ในลักษณะต่าง ๆ ท้ังการเพิ่มข้อมูล การ แก้ไข การลบ การค้นหา ตลอดจนการเรียกดูข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการประยุกต์นำเอา ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการจัดการฐานข้อมูล และนำฐานข้อมูลผ่านกระบวนการประมวลผลและ แสดงผลลพั ธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ท่ตี ้องการ 1.2 คำศพั ท์พน้ื ฐานเกีย่ วกบั ระบบฐานข้อมูล เพอ่ื ใหร้ จู้ กั คำศัพทต์ ่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกบั ระบบฐานขอ้ มูล โดยเฉพาะเร่อื งของการประมวลผลในระบบ แฟม้ ข้อมลู ซงึ่ มีการแบ่งระดบั ของขอ้ มลู ในฐานขอ้ มูลไวด้ ังต่อไปนี้ (1) บิต (Bit) หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นข้อมูลที่มีการจัดเก็บในลักษณะของ เลขฐานสอง คอื 0 กบั 1 (2) ไบต์ (Byte) หมายถึง หน่วยของข้อมูลทีเ่ กิดจากการนำบิตมารวมกันเป็นตัวอักขระหรือตัวอักษร (Character) (3) ฟีลด์ (Field) หมายถงึ เขตข้อมูลหรอื หนว่ ยขอ้ มูลท่ปี ระกอบขึ้นจากไบต์หรือตวั อักขระต้ังแต่หน่ึง ตัวข้นึ ไปมารวมกัน แลว้ ได้ความหมายเปน็ คำ เป็นขอ้ ความ หรอื ของสิ่งใดสงิ่ หน่งึ เชน่ ชื่อบุคคล ตำแหน่ง อายุ เป็นต้น (4) เรคอร์ด (Record) หมายถึง ระเบียนหรือหน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำฟีลด์หรือเขตข้อมูล หลาย ๆ เขตข้อมลู มารวมกนั เพอื่ เกิดเปน็ รายการขอ้ มูลเรื่องใดเร่อื งหนึง่ เช่น ขอ้ มลู ของพนักงาน 1 ระเบียน (1 คน) จะประกอบดว้ ยฟีลด์ รหัสพนักงาน ช่อื -สกลุ ที่อยู่ ตำแหนง่ เงนิ เดือน เป็นต้น (5) ไฟล์ (File) หมายถึง แฟ้มข้อมูลหรือหน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำข้อมูลหลาย ๆ ระเบียนท่ี เปน็ เรอื่ งเดยี วกนั เชน่ แฟ้มขอ้ มูลพนักงาน แฟ้มขอ้ มูลลกู ค้า ฯลฯ (6) เอนทิตี้ (Entity) หมายถึง ช่อื ของส่งิ ใดส่ิงหนึง่ เปรยี บเสมอื นคำถาม อาจไดแ้ ก่ คน สถานท่ี สิ่งของ การกระทำ ซึ่งต้องการจัดเก็บข้อมูลไว้ เช่น เอนทิตี้พนักงาน เอนทิต้ีนักเรียน เป็นต้น บางเอนทิตี้อาจไม่มี ความหมายแต่หากขาด จะทำให้เอนทิตี้อื่นในฐานข้อมูล เช่น เอนทิตี้ประวัติของพนักงานจะไม่มีความหมาย หากปราศจากเอนทิต้ีพนักงาน เพราะไม่ทราบว่าเป็นประวัตขิ องพนักงานของคนใด เช่นนี้แล้วเอนทิตี้ประวัติ พนักงานนบั เปน็ เอนทติ ี้ชนิดอ่อนแอ (Weak Entity)
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพ้ืนฐานการใชง้ านระบบฐานข้อมลู บนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบัติ ผู้เรียบเรยี ง (7) แอตทริบิวต์ (Attribute) หมายถึง รายละเอียดข้อมูลที่แสดงลักษณะและคุณสมบัติของแอททริ บิวต์หนึ่ง ๆ เช่น เอนทิตี้สินค้า ประกอบด้วย แอตทริบิวตร์ หัสสินคา้ ประเภทสินค้า ชื่อสินค้า ราคาต่อหนว่ ย เปน็ ต้น รูปท่ี 1.1 แสดงหน่วยของระบบแฟม้ ขอ้ มลู (ที่มา : https://www.cvc-cha.ac.th/cvcsite/docs/fileupload/1509370117_file.pdf) บางเอนทติ ้ีกย็ ังอาจประกอบดว้ ยข้อมลู หลายส่วนหลายแอตทรบิ ิวต์ยอ่ ยมารวมกนั เชน่ แอตทริบิวต์ที่ อยู่พนักงาน ประกอบด้วย บ้านเลขที่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด กรณีเช่นนี้แอตทริบิวต์ที่อยู่พนักงานจึง เรียกว่าเปน็ แอตทริบิวตผ์ สม (Composite Attribute) บางแอตทรบิ ิวตก์ อ็ าจจะไม่มีค่าของตวั มันเอง แต่จะสามารถหาคา่ ได้จากค่าของแอตทริบิวตอ์ ื่น ๆ เช่น แอตทริบิวต์อายุปัจจุบนั อาจคำนวณค่าได้จากแอตทริบิวตว์ ันเกิด ลักษณะเช่นนี้จงึ อาจเรียกแอตทริบิวต์อายุ ว่าเป็น แอตทรบิ วิ ต์ที่แปลค่ามา (Derived Attribute) (8) ความสัมพนั ธ์ (Relationships) หมายถงึ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเอนทิต้ี เชน่ ความสัมพันธร์ ะหว่าง เอนทติ ้นี ักศกึ ษา และเอนทติ ีค้ ณะวิชา เปน็ ลกั ษณะว่านักศึกษาแต่ละคนเรียนอยู่คณะวิชาใดคณะวิชาหนึ่งเป็น ตน้ ความสัมพันธร์ ะหว่างเอนทิตจี้ งึ อาจแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท คือ (8.1) ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง (One-to-one Relationships) เป็นการแสดง ความสัมพันธ์ของข้อมูลในเอนทิตี้หนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับข้อมูลในอีกเอนทิตี้หนึ่ง ในลักษณะหนึ่งต่อหนึ่ง ตวั อย่างเช่น ผู้เชา่ 1 คนสามารถเชา่ หนังสอื ไดเ้ พยี ง 1 เลม่ หรือ 1ชุดเท่าน้ัน ในขณะเดยี วกันหนังสือ 1 เล่มหรอื 1 ชุด กจ็ ะมีผู้เช่าเพียงคนเดยี ว เพราะมีเพยี งเลม่ เดียวหรือชุดเดียวเทา่ นน้ั
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพื้นฐานการใช้งานระบบฐานข้อมลู บนเครือขา่ ย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบตั ิ ผเู้ รียบเรียง รหัสหนังสือ ประเภทหนังสอื ชื่อหนงั สือ สตอ็ ก 1001 นวนิยาย แตป่ างกอ่ น 1 เล่ม 2023 การต์ ูน โดเรมอน 1 เล่ม 3022 หนงั สอื ชุด มังกรหยก 1 ชุด รหัสหนงั สือ ชือ่ ผเู้ ชา่ เลขทีบ่ ัตรประชาชน วนั ท่เี ช่า 1001 02/05/2554 2023 สมชาย มีสกุล 12300123012 05/05/2554 3022 07/05/2554 สมศรี สกลุ วงศ์ 23562120247 สมพล ชาติสกลุ 26655442582 รูปท่ี 1.2 แสดงความสมั พนั ธ์แบบหนึ่งตอ่ หนงึ่ (8.2) ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม (One-to-many Relationships) เป็นการแสดง ความสัมพันธ์ของข้อมูลในเอนทิตี้หนึ่ง ที่มีความสัมพันธ์กับข้อมูลหลาย ๆ ข้อมูลในอีกเอนทิตี้หนึ่ง ตัวอย่าง เชน่ ผู้เช่า 1 คน สามารถเชา่ หนงั สอื ได้มากกว่า 1 เล่ม หรือ 1 ชดุ รหัสหนังสือ ประเภทหนงั สือ ช่ือหนังสือ สต็อก 1001 นวนยิ าย แต่ปางก่อน 5 เลม่ 2023 การ์ตนู โดเรมอน 5 เล่ม 3022 หนังสือชุด มงั กรหยก 3 ชุด รหสั หนงั สอื ชื่อผู้เช่า เลขที่บัตรประชาชน วันท่เี ช่า 1001 02/05/2554 สมชาย มีสกลุ 12300123012 05/05/2554 3002 05/05/2554 1001 สมศรี สกลุ วงศ์ 23562120247 สมพล ชาติสกลุ 25645621548 รปู ท่ี 1.3 แสดงความสมั พนั ธแ์ บบหนง่ึ ต่อกลุ่ม จากรูปท่ี 1.2 ความสัมพันธ์ของข้อมูลในเอนทิตี้หนังสือไปยังข้อมูลในเอนทิตีผ้ ู้เช่าเป็นแบบ หนงึ่ ตอ่ กลมุ่ (1 : m) ซึง่ หมายความว่า หนังสือแตล่ ะเล่มจะสามารถให้ผู้เช่ายืมได้หลายคน ในทางตรงกันข้าม ความสมั พนั ธข์ องขอ้ มูลในเอนทิต้ีผู้เช่าไปยังเอนทิตี้หนงั สือ จะเปน็ แบบหน่งึ ต่อหน่งึ ซ่งึ หมายความว่า ผู้เช่าแต่ ละคนจะเช่าหนงั สอื ได้เพียงหนึ่งเลม่ เท่าน้นั (8.3) ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม (Many-to-many Relationships) เป็นการแสดง ความสัมพันธ์ของข้อมูลสองเอนทิตี้ในลักษณะกลุ่มต่อกลุ่ม ตัวอย่างเช่น หนังสือ 1 เล่ม จะมีผู้ยืมหนังสือได้ มากกวา่ 1 คน ในขณะเดยี วกัน ผู้ยมื หนงั สือ 1 คนสามารถยมื หนังสือไดม้ ากกวา่ 1 เรอ่ื ง
เอกสารประกอบการสอนวิชาพ้ืนฐานการใชง้ านระบบฐานขอ้ มลู บนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบตั ิ ผ้เู รียบเรียง รหสั หนงั สือ ประเภทหนงั สือ ช่ือหนงั สอื สต็อก 1001 นวนิยาย แตป่ างก่อน 5 เล่ม 2023 การ์ตูน โดเรมอน 5 เลม่ 3022 หนงั สือชุด มังกรหยก 3 ชุด รหัสหนังสอื ช่ือผ้เู ช่า เลขทีบ่ ัตรประชาชน วันทีเ่ ช่า 1001 02/05/2554 3022 สมชาย มีสกลุ 12300123012 05/05/2554 1001 05/05/2554 2023 สมชาย มีสกุล 12300123012 05/05/2554 สมพล ชาติสกุล 25645621548 สมพล ชาติสกุล 25645621548 รูปท่ี 1.4 แสดงความสัมพันธ์แบบหนง่ึ ตอ่ กลมุ่ 1.3 ประโยชนข์ องการประมวลผลแบบฐานขอ้ มลู ผลจากการจดั เก็บขอ้ มูลรวมกันเปน็ ฐานข้อมลู จะเกดิ ประโยชน์หลายประการพอสรุปได้ดงั น้ี (1) สามารถลดความซ้ำซอ้ นของขอ้ มูลได้ การจัดเกบ็ ขอ้ มลู ในแฟม้ ข้อมลู ธรรมดานัน้ อาจจำเป็นที่ผู้ใช้ แต่ละคนจะตอ้ งมีแฟ้มขอ้ มูลของตนไวเ้ ป็นส่วนตวั จึงอาจเป็นเหตใุ ห้มกี ารเก็บขอ้ มลู ชนิดเดียวกันไวห้ ลาย ๆ ท่ี ทำใหเ้ กิดความซ้ำซอ้ น การนำข้อมลู มารวมเก็บไว้ในฐานขอ้ มลู จะช่วยลดปัญหาการเกดิ ความซำ้ ซอ้ นของข้อมูล ได้ โดยระบบจัดการฐานข้อมูลจะช่วยควบคุมความซ้ำซ้อนได้ เนื่องจากระบบจัดการฐานข้อมูลจะทราบได้ ตลอดเวลาว่ามีข้อมูลซ้ำซอ้ นกนั อยู่ทใี่ ดบ้าง (2) สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ดังที่กล่าวมาในตอนต้นแล้วว่า ฐานข้อมูลจะเป็นการจดั เก็บขอ้ มูลไว้ ด้วยกัน ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการใช้ข้อมูลในฐานข้อมูลที่มาจากแฟม้ ข้อมลู ต่าง ๆ ก็สามารถติดต่อและเรียกใช้ ขอ้ มลู ไดโ้ ดยงา่ ย (3) หลกี เลีย่ งความขัดแย้งของข้อมลู ได้ สบื เนอ่ื งจากการเกบ็ ข้อมลู ชนิดเดยี วกนั ไว้หลาย ๆ ท่เี มือ่ มกี าร ปรับปรุงข้อมูลเดียวกันนี้ แต่ปรับปรุงไม่ครบทุกที่ที่มีข้อมูลเก็บอยู่ ก็จะทำให้เกิดปัญหาข้อมูลชนิดเดียวกัน อาจมคี า่ ไมเ่ หมือนในแตล่ ะทท่ี ่เี ก็บข้อมลู จึงกอ่ ใหเ้ กิดความขดั แย้งของข้อมูลขนึ้ (Inconsistency) (4) สามารถรักษาความถูกต้องเชอื่ ถอื ได้ของขอ้ มูล ในระบบจดั การฐานขอ้ มูล (DBMS) จะสามารถใส่ กฎเกณฑ์เพื่อควบคุมความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การป้อนขอ้ มูลที่ผิดพลาด การคำนวณค่าทีใ่ ห้ความ ถกู ตอ้ งแมน่ ยำ ฯลฯ (5) สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้ ระบบความปลอดภัยของข้อมูลในที่น้ีเปน็ การ ปอ้ งกันไมใ่ ห้ผทู้ ่ไี ม่มสี ทิ ธมิ์ าใช้ หรือมาเห็นขอ้ มลู บางอย่างในระบบ ผู้บริหารฐานข้อมลู จะสามารถกำหนดระดับ การเรียกใชข้ ้อมูลของผู้ใช้แต่ละคนได้ตามความเหมาะสม ทัง้ นี้เน่ืองจากผูใ้ ช้แต่ละคนจะสามารถมองข้อมูลใน ฐานขอ้ มูลทต่ี ่างกันตามสิทธิ์ทตี่ นเองไดร้ ับในการเข้าถึงขอ้ มูล
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพ้ืนฐานการใชง้ านระบบฐานขอ้ มูลบนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบตั ิ ผเู้ รียบเรียง (6) สามารถกำหนดความเป็นมาตรฐานเดยี วกันของข้อมูลได้ การเก็บข้อมูลรวมกนั ไว้ในฐานขอ้ มูล จะ ทำให้สามารถกำหนดมาตรฐานข้อมูลได้ รวมทั้งมาตรฐานต่าง ๆ ในการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นไปในลักษณะ เดียวกนั เชน่ การกำหนดรปู แบบการเขยี นวันทีใ่ นลักษณะ วัน/เดือน/ปี หรือ ป/ี เดอื น/วนั ก็สามารถกำหนดได้ ทั้งนี้ผู้ที่คอยบริหารฐานข้อมูลที่เราเรียกว่า ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator: DBA) เป็นผู้ กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ เหลา่ นี้ (7) เกิดความเป็นอิสระของข้อมูล โดยปกติโปรแกรมที่เขียนขึ้นใช้งานจะมีความสัมพันธ์กับ รายละเอียดหรือโครงสร้างของแฟ้มข้อมูลที่ต้องการใช้ ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลใน แฟ้มข้อมูลใดเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไขโปรแกรมทุกโปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียกข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลดังกล่าว ด้วย ถึงแม้ว่าโปรแกรมเหลา่ นั้นอาจจะเป็นเพียงเรียกใช้แฟ้มข้อมลู ดังกล่าวเพื่อดูข้อมูลบางอย่างท่ีมิได้มีการ ปรับโครงสร้างก็ตาม ในระบบฐานข้อมูลมีตัวจัดการฐานข้อมูลทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล โปรแกรมตา่ ง ๆ อาจไมจ่ ำเป็นต้องมีโครงสร้างขอ้ มูลทุกคร้งั ดังนนั้ การแกไ้ ขขอ้ มลู บางครัง้ จึงอาจกระทำเฉพาะ กับโปรแกรมที่เรียกใช้ข้อมูลทีเ่ ปลี่ยนแปลงเท่านั้น ส่วนโปรแกรมที่ไม่ไดเ้ รียกใช้ข้อมูลดังกล่าวกจ็ ะเป็นอิสระ จากการเปลี่ยนแปลงที่กลา่ วมา 1.4 รูปแบบของระบบฐานขอ้ มูล รูปแบบของระบบฐานขอ้ มลู มอี ยู่ดว้ ยกนั 3 ประการ คอื (1) ฐานข้อมูลเชงิ สัมพันธ์ (Relational Database) เปน็ การเกบ็ ขอ้ มลู ในรูปแบบทเี่ ป็นตาราง (Table) หรอื เรยี กว่า รเี ลชนั (Relation) มีลักษณะเปน็ 2 มิติ คอื เปน็ แถวและเปน็ คอลมั น์ การเชอ่ื มโยงข้อมูลระหว่าง ตารางจะเชอ่ื มโยงโดยใชแ้ อตทริบิวต์ หรือคอลมั นท์ ่เี หมือนกันทั้งสองตารางเปน็ ตวั เชือ่ มโยงขอ้ มูล ตวั อย่างเช่น ตารางการลงทะเบียน ถ้าต้องการทราบว่านักเรียนรหัส 1001 ลงทะเบียนวิชาอะไร กี่หน่วยกติ ก็สามารถนำ รหัสวิชาในตารางนักเรียนไปตรวจสอบกับรหัสวิชา ซึ่งเปน็ คยี ์หลักในตารางหลักสตู ร เพื่อนำช่ือวิชาและหน่วย กติ มาใช้ ดังตารางหารหสั วชิ าในตารางนกั เรียนไปตรวจสอบกับรหัสวชิ า ซึง่ เป็นคีย์หลกั ในตารางหลกั สูตร เพื่อ นำชอื่ วิชาและหน่วยกติ มาใช้ดงั ตาราง การเก็บข้อมูลโดยการแยกตารางกันและมคี วามเกีย่ วข้องสมั พนั ธ์กนั มปี ระโยชนด์ งั น้ี 1) ความสอดคล้องกัน เนื่องจากรายการแตล่ ะรายการของข้อมูลถูกบันทึกเพียงครั้งเดียวใน ตารางเดยี ว โอกาสทีจ่ ะเกิดการกำกวมหรอื ความไมส่ อดคล้องกันจงึ มนี ้อย ตวั อยา่ งเช่น จะเก็บชอ่ื ลกู คา้ ไวเ้ พียง ครั้งเดียวในตารางเกี่ยวกับลูกค้ามากกว่าที่จะเก็บซ้ำ ๆ (ซึ่งจะมีโอกาสเกิดความไม่สอดคล้อง) ในตารางที่มี ขอ้ มลู ใบส่งั ซ้ือ 2) ประสิทธิภาพ การบันทึกข้อมูลในท่ีเดียว หมายถึง การใช้เน้ือที่ดสิ ก์น้อยกว่า นอกจากนี้ ตารางขนาดเล็กจะให้ข้อมูลได้รวดเร็วกว่าตารางขนาดใหญ่ สุดท้ายถ้าไม่ใช้ตารางแยกกัน สำหรับเรื่องท่ี
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพ้นื ฐานการใชง้ านระบบฐานขอ้ มลู บนเครือข่าย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบัติ ผู้เรียบเรียง แตกต่างกัน การสร้างค่า Null (ไม่มีข้อมูล) และทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในตาราง ซึ่งจะทำให้เปลืองเน้ือที่และ ประสทิ ธภิ าพการทำงานลดลงได้ 3) เข้าใจงา่ ย การออกแบบของฐานขอ้ มลู จะเข้าใจง่าย ถ้าเรื่องตา่ ง ๆ ถกู แยกออกเป็นตาราง ตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม ลงทะเบยี น รหัสนักเรยี น ช่อื -สกุล แผนกวชิ า รหัสวิชา 1001 สมชาย มสี ุข บญั ชี 001 1002 สมพล สขุ สม การขาย 003 1003 สมสมร สุขสวสั ด์ิ คอมฯ 002 หลักสูตร รหัสวชิ า ชื่อวิชา รหสั วชิ า 001 ประมวลผลคำ 3 003 ตารางงาน 3 002 การนำเสนอ 2 รปู ท่ี 1.5 แสดงตารางท่มี คี วามสัมพันธ์เชิงสมั พนั ธ์ (2) ฐานขอ้ มูลแบบเครอื ขา่ ย (Network Database) ฐานขอ้ มลู แบบเครอื ขา่ ย จะเปน็ การรวมระเบียน ต่าง ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างระเบียนแตจ่ ะตา่ งกบั ฐานขอ้ มูลเชิงสัมพันธ์ คือ ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะ แฝงความสัมพันธ์เอาไว้ โดยระเบียนทีม่ ีความสัมพันธ์กนั จะต้องมีคา่ ของข้อมลู ในแอตทริบิวต์หนึ่งเหมือนกนั แต่ในฐานข้อมูลแบบเครอื ขา่ ย จะแสดงความสมั พันธ์อยา่ งชดั เจน โดยแสดงไว้ในโครงสรา้ งตัวอย่างในรปู ที่ 1.6 รูปท่ี 1.6 แสดงฐานข้อมูลแบบเครอื ข่าย จากรูปท่ี 1.6 จะเหน็ ไดว้ า่ กรอบสี่เหลยี่ มแสดงถงึ ชนิดของระเบียนในฐานขอ้ มูล โดยมีเส้นทางแสดงถึง ความสมั พันธ์ระหว่างขอ้ มูล เป็นการแสดงความสัมพันธ์แบบกลุ่มตอ่ กลมุ่ จากรปู จะพบว่าในแต่ละสาขาวิชามี หลักสูตรมากกวา่ 1 วิชา และในแตล่ ะวิชาพบวา่ มนี ักเรียนลงทะเบียนเรียนมากกว่า 1 คน และนักเรียน 1 คน ก็สามารถลงทะเบียนได้มากกว่า 1 วชิ า
เอกสารประกอบการสอนวิชาพ้ืนฐานการใชง้ านระบบฐานข้อมลู บนเครอื ขา่ ย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบัติ ผเู้ รยี บเรียง (3) ฐานข้อมูลแบบลำดับชั้น (Hierarchical Database) ฐานข้อมูลแบบลำดับขั้นเป็นโครงสร้างท่ี จัดเก็บข้อมูลในลักษณะความสัมพันธ์แบบ Parent-Child Relationship Type หรือเป็นโครงสร้างรูปแบบ ต้นไม้ ข้อมลู ท่ีจัดเก็บในท่ีนี้ คอื ระเบยี น (Record) ซึง่ ประกอบด้วยคา่ ของเขตขอ้ มลู ของเอนทิตี้หนง่ึ ๆ นั่นเอง ฐานข้อมลู แบบลำดับชั้นน้ีคล้ายคลงึ กับฐานข้อมูลแบบเครือข่าย ต่างกันทฐ่ี านข้อมูลแบบลำดับขั้น มี กฎเพิ่มขน้ึ มาหนึ่งประการ คอื ในแตล่ ะกรอบจะมีลูกศรวิ่งเข้าหาได้ไมเ่ กิน 1 หวั ลกู ศร ดังน้นั จากตวั อย่างรูปที่ 1.6 จะพบว่า กรอบนักเรียนจะมีลูกศรเข้ามา 2 ทาง ดังนั้นจึงไม่สามารถอาจสร้างฐานข้อมูลสำหรับตวั อย่าง รปู แบบท่ี 1.7 โดยใช้ฐานขอ้ มลู แบบลำดับข้นั ด้วยวธิ ีปกติได้ รูปท่ี 1.7 ตัวอย่างฐานขอ้ มลู แบบลำดับชน้ั จากรปู ที่ 1.7 ขา้ งต้น แสดงตวั อยา่ งฐานข้อมูลแบบลำดบั ชน้ั ประกอบด้วย 1.) ระเบยี น 3 ระเบยี น คือ แผนก นักเรียน และหลกั สตู รแต่ละรายวิชา 2.) ความสัมพันธ์แบบ PCR 2 ประเภท คือความสัมพันธ์ของข้อมูลแผนกกับนักเรียน และ ความสัมพันธ์ของขอ้ มลู แผนกกบั หลกั สูตร โดยมีแผนกเปน็ ระเบียนประเภทพอ่ -แม่ สว่ นนกั เรียนและหลักสูตร เป็นระเบียนประเภทลูก ความสมั พนั ธ์ของทั้ง 2 ประเภทแบบหนึง่ ตอ่ กลุ่ม 1.5 โปรแกรมฐานข้อมลู โปรแกรมฐานข้อมูล เป็นโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการข้อมูลหรือรายการต่างๆที่อยู่ใน ฐานข้อมลู ไม่วา่ จะเป็นการจดั เก็บ การเรยี กใช้ การปรับปรุงขอ้ มลู โปรแกรมฐานขอ้ มูลจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ ค้าหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งโปรแกรมฐานข้อมูลที่นิยมใช้มีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น Access, FoxPro, MySQL, Oracle, SQL Sever เป็นต้น โดยแต่ละโปรแกรมจะมีความสามารถต่างกัน บางโปรแกรมใช้งา่ ยแต่ จำกัดขอบเขตการใช้งานหรือใช้กับฐานข้อมูลขนาดเล็กบางโปรแกรมใช้งานยากกว่าแตจ่ ะมีความสามารถใน การทำงานมากกวา่ หรือใชก้ บั ฐานข้อมูลขนาดใหญจ่ งึ จะขอกลา่ วถงึ โปรแกรมบางโปรแกรมทนี่ ิยมใช้กนั ไดแ้ ก่ (1) โปรแกรม dBase เปน็ โปรแกรมจัดการฐานขอ้ มูลที่ทำงานบน DOS เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย มี เครื่องมืออำนวยความสะดวกต่อการเขียนโปรแกรม เช่น Report, Screen และ Label เป็นต้น และข้อมูล รายงานที่อยู่ในไฟล์บน dBase จะสามารถประมวลผลในโปรแกรม Word Processor ได้ รวมถึง Excel ก็
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพน้ื ฐานการใชง้ านระบบฐานขอ้ มูลบนเครือข่าย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบตั ิ ผ้เู รียบเรยี ง สามารถอ่านไฟล์ .DBF ที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรม dBase ได้ด้วย ภายหลังเมื่อมีการใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows กันอย่างแพรห่ ลาย โปรแกรมdBase กม็ ีการพัฒนาใหส้ ามารถใช้งานบน Windows ไดด้ ว้ ย (2) โปรแกรม Access เป็นโปรแกรมที่นิยมใช้กันมากในขณะนี้โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลขนาดเลก็ และขนาดกลาง สามารถสร้างแบบฟอร์มที่ต้องการจะเรียกดูข้อมูลในฐานข้อมูล หลังจากบันทึกข้อมูลลงใน ฐานขอ้ มูลเรียบร้อยแล้ว จะสามารถค้นหาหรือเรยี กดูข้อมูลจากเขตข้อมูลใดก็ได้ การแสดงผลก็อาจแสดงทาง จอภาพ หรือส่งพมิ พอ์ อกทางเครือ่ งพิมพก์ ไ็ ด้ นอกจากน้ี Access ยังมรี ะบบความปลอดภัยของข้อมูลโดยการ กำหนดรหสั ผ่านเพ่อื ป้องกันความปลอดภัยของขอ้ มูลในระบบได้ดว้ ย (3) โปรแกรม FoxPro เป็นโปรแกรมฐานข้อมูลที่มีผู้ใชง้ านมากโปรแกรมหน่ึง เนื่องจากการใช้ง่ายท้ัง วธิ ีการเรียกจากเมนูของ FoxPro และประยกุ ตโ์ ปรแกรมขนึ้ ใชง้ าน โปรแกรมทเ่ี ขียนดว้ ย FoxPro จะสามารถ ใชก้ บั dBase ได้ คำสง่ั และฟงั ก์ชันตา่ ง ๆ ใน dBase จะสามารถใชง้ านบน FoxPro ได้ นอกจากนีใ้ น FoxPro ยงั มเี ครือ่ งมือชว่ ยในการเขยี นโปรแกรม เชน่ การสรา้ งรายงาน โปรแกรมท่เี ขียนดว้ ย FoxPro จะสามารถแปล เป็นไฟล์ .EXE ได้เช่นเดียวกับโปรแกรมภาษาอื่น ๆ และสามารถนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอืน่ ๆ ได้ โดยไมต่ ้องมโี ครงสรา้ งของ FoxPro อยู่ในเคร่อื งด้วย (4) โปรแกรม Microsoft SQL Server เป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลอีกตัวหนึ่ง ที่ได้รับความนิยม มากท่สี ุดในยคุ ปัจจบุ นั และถือเป็นซอฟต์แวรข์ องไมโครซอฟต์ตัวแรกทใ่ี ช้เทคโนโลยี .NET เป็นเทคโนโลยีที่ทำ ใหเ้ ราสามารถนำเสนอข้อมูลออกมาใช้กับแอปพลเิ คชนั ของ Windows หรอื ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ สมบูรณ์ขึ้น โดยทั่วไป MS-SQL Server จะทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows 2000, 2003 Sever เพือ่ ทีจ่ ะใช้ MS-SQL Server เปน็ ฐานขอ้ มลู ในการทำระบบไคลเอนท/์ เซริ ์ฟเวอร์ เน่ืองจากในปัจจบุ ันมีการพัฒนาโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลออกมาเปน็ จำนวนมาก ซึ่งแตล่ ะโปรแกรม มีคุณสมบัติและความสามารถแตกต่างกันไป ดังนั้น องค์กรจะตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล โปรแกรมใด มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้ 1) งบประมาณที่ต้องการ เนื่องจากโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลแต่ละโปรแกรม มี ความสามารถแตกตา่ งกนั ดังนั้นโปรแกรมจดั การฐานขอ้ มูลใดมีความสามารถสูงย่อมมีราคาแพง ตามไปดว้ ย 2) ความเขา้ กนั ได้ของฮารด์ แวร์ท่ีมีอยู่ จะตอ้ งเลอื กโปรแกรมจัดการฐานขอ้ มูลให้สามารถใช้ งานไดก้ บั ระบบคอมพวิ เตอร์ทมี่ อี ยูไ่ ด้ 3) จำนวนผู้ใช้งานระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งแต่ละโปรแกรมจะอนุญาต ให้มีผู้ใช้งาน คอมพวิ เตอร์พร้อมกันไดไ้ ม่เท่ากัน 4) รูปแบบฐานข้อมูลโปรแกรมจัดการฐานข้อมลู เป็นการพิจารณารูปแบบของฐานขอ้ มูลใด เช่น ฐานข้อมูลแบบลำดับชน้ั ฐานขอ้ มูลแบบเครือข่าย และฐานขอ้ มูลเชิงสมั พันธ์ เป็นต้น
เอกสารประกอบการสอนวิชาพน้ื ฐานการใช้งานระบบฐานข้อมูลบนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบตั ิ ผ้เู รยี บเรียง 5) ความเหมาะสมของโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลต่อลักษณะงาน เป็น การพิจารณา ความสามารถในการทำงาน ความยากง่ายในการใช้งานและภาษาที่ใช้ในการจัดการข้อมูล ตลอดจนระบบ รักษาความปลอดภยั ทีส่ ามารถเช่ือมนั่ ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด 6) จำนวนแฟ้มข้อมูลและขนาดของระเบียนที่เปิดได้ เป็นการพิจารณาว่าต้องการเปิดใช้ แฟ้มขอ้ มลู ไดส้ งู สดุ ก่ีแฟ้ม แต่ละแฟม้ มรี ะเบียนขนาดใหญ่สุดเทา่ ใด 1.6 ระบบจดั การฐานขอ้ มลู ระบบจัดการฐานขอ้ มลู (Database Management System : DBMS) คือซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรม ที่ทำหน้าที่ในการกำหนดลักษณะข้อมูลที่จะเก็บไว้ในฐานข้อมูล ประกอบไปดว้ ยฟงั ก์ชันหน้าที่ต่าง ๆ ในการ จดั การกับข้อมูล รวมท้ังภาษาท่ใี ชท้ ำงานกบั ข้อมูล สว่ นใหญ่ใชภ้ าษา SQL (Standard Query Language) ใน การโต้ตอบกับผู้ใช้ เสมือนเป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูลให้สามารถติดต่อกันได้ เพื่ออำนวยความ สะดวกในการบันทกึ ข้อมูลลงในฐานขอ้ มูล กำหนดผทู้ ี่ได้รับ อนญุ าตให้ใช้ฐานขอ้ มลู ได้ พรอ้ มกับกำหนดด้วยว่า ใหใ้ ช้ไดแ้ บบใด เช่น ให้อา่ นขอ้ มลู ได้อย่างเดยี ว หรอื ให้แกไ้ ขข้อมูลได้ดว้ ย นอกจากนั้นยังอำนวยความสะดวก ในการค้นหาข้อมูลและการแก้ไขปรับปรุงข้อมูล ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย สะดวก และมี ประสทิ ธภิ าพ รวมถงึ การสำรองข้อมลู และการกูค้ นื ข้อมลู ในกรณีข้อมูลเกดิ ความเสียหาย เป็นตน้ กล่าวสรุปได้ ว่า DBMS เป็นซอฟต์แวร์โปรแกรมที่ใช้สำหรับโต้ตอบกับผู้ใช้งาน โดย DBMS จะเป็นตัวกลางในการโต้ตอบ ระหวา่ งผใู้ ชก้ ับฐานข้อมลู ซึง่ ผใู้ ชส้ ามารถโต้ตอบกบั ฐานข้อมลู ผา่ น DBMS โดยตรง หรือผ่านโปรแกรมประยกุ ต์ ได้ เช่น การสร้างโปรแกรมด้วยภาษา Visual Basic หรือ JAVA และมีการเขียนโปรแกรมเพื่อโต้ตอบกับ DBMS ทใ่ี ชง้ าน ซึง่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความสะดวกตา่ ง ๆ ดังต่อไปนี้ 1) อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดหรือสร้างฐานข้อมูลเพื่อกำหนดโครงสร้าง ข้อมูล ชนิดข้อมูล รวมทงั้ การอนุญาตให้ขอ้ มูลทก่ี ำหนดขน้ึ สามารถบนั ทึกลงฐานขอ้ มูลได้ ซึง่ ในส่วนนี้ เรยี กว่า Data Definition Language (DDL) 2) อนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถทำการเพิ่ม (Insert) ปรับปรุง (Update) ลบ (Delete) และเรียกใช้ (Retrieve) ขอ้ มูลจากฐานขอ้ มูลได้ เรยี กส่วนน้ีว่า Data Manipulation Language (DML) 3) สามารถทำการควบคมุ การเขา้ ถงึ ฐานขอ้ มูล ไดแ้ ก่ • ความปลอดภัยของระบบ (Security System) โดยผู้ใช้ท่ไี มม่ สี ิทธเิ ขา้ ถึงข้อมูล ในฐานข้อมูลและไม่ สามารถเข้ามาใช้งานขอ้ มูลในฐานข้อมูลได้ • ความคงสภาพของระบบ (Integrity System) เป็นข้อกำหนดเพื่อใช้ควบคุม ความถูกต้องของ ฐานข้อมูล ซ่ึงปอ้ งกันไมใ่ หข้ อ้ มูลผิดจากความเปน็ จริง เชน่ ควบคุมขอ้ มูลท่ีเปน็ คีย์หลักของรีเลชันให้มีข้อมูลที่ ไม่ซ้ำกนั และมีคา่ ท่ีไม่เป็นคา่ ว่าง เปน็ ตน้
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพน้ื ฐานการใช้งานระบบฐานข้อมูลบนเครือขา่ ย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบัติ ผ้เู รียบเรียง • มีระบบควบคมุ การเข้าถงึ พร้อมกัน (Concurrency Control System) กล่าวคือ สามารถใช้ข้อมูล ร่วมกันเพื่อบริการในการเข้าถึงข้อมูลพร้อม ๆ กันจากผู้ใช้งานในขณะเดียวกันได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความไม่ ถูกตอ้ งของข้อมลู • การกู้คืนระบบ (Recovery Control System) สามารถกู้คืนข้อมูลกลับมาได้ ในกรณีที่ฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวรเ์ กดิ ความเสียหาย • การเข้าถงึ รายการต่าง ๆ (User-accessible catalog) ผใู้ ช้สามารถเขา้ ถงึ รายการ หรือรายละเอยี ด ตา่ ง ๆ ของข้อมูลในฐานข้อมูลได้ รูปที่ 1.8 แสดงระบบจัดการฐานขอ้ มูล (Database Management System: DBMS) (ท่มี า : https://www.cvc-cha.ac.th/cvcsite/docs/fileupload/1509370117_file.pdf) 1.7 คยี ์ (Key) ในระบบฐานข้อมลู คยี ์ (Key) หมายถึง แอตทรบิ วิ ต์ (Attribute: ขอ้ มูลมีลกั ษณะเฉพาะท่ใี ชแ้ บ่งหมวดหมู่ ของขอ้ มูล หรือ ที่คนุ้ เคยกันในค าวา่ Field หรือ Column น่นั เอง) หรอื กลมุ่ ของแอตทรบิ ิวตท์ ่ีสามารถใช้ในการบ่งบอกความ แตกต่างของแต่ละทูเพิล (Tuple : กลุ่มของ attribute ที่รวมกันเป็นหนึ่งแถว หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่า Record หรือ Row) ในรีเลชนั (Relation: กล่มุ ของข้อมลู ทีม่ คี วามสัมพันธ์ กนั หรือทีค่ ุ้นเคยกันในชือ่ ว่า Table หรือ File) ได้ คียต์ า่ ง ๆ ทใ่ี ช้ในฐานข้อมลู มดี ้วยกันหลายชนิด ดงั น้ี (1) คีย์คู่แข่ง (Candidate Key) คือ คีย์ที่มีขนาดเล็กท่ีสุด ที่ยังสามารถบง่ บอกความแตกตา่ งของแต่ ละทูเพลิ ในรเี ลชนั ได้ (2) คีย์หลัก (Primary Key) คือ คยี ค์ ู่แขง่ (Candidate Key) ทถี่ กู เลือกเพื่อใช้บอกความแตกต่างของ แตล่ ะทเู พลิ ในรเี ลชัน โดยมหี ลกั เกณฑ์ดังนี้ 1) ตอ้ งไมม่ ีคา่ ซ้ำกนั ในแต่ละแถว 2) ต้องไมม่ คี า่ เป็น NULL (ค่าวา่ ง)
เอกสารประกอบการสอนวิชาพนื้ ฐานการใช้งานระบบฐานข้อมูลบนเครือขา่ ย (20128-2112) นายธีระ โชคพระสมบัติ ผู้เรยี บเรียง 3) Primary Key จะถกู เปล่ยี นแปลงค่าไมไ่ ด้ รูปที่ 1.9 แสดงตวั อย่างคีย์ตา่ ง ๆ ของฐานข้อมูล (ท่ีมา : https://www.cvc-cha.ac.th/cvcsite/docs/fileupload/1509370117_file.pdf) (3) คีย์สำรอง (Secondary key หรือ Alternate key) คือหมายถึง คียค์ แู่ ข่งท่ีไม่ไดถ้ กู เลอื กเป็นคีย์ หลกั โดยคียส์ ารองจะไม่มีคณุ สมบตั ิความเป็นเอกลักษณ์ ถา้ มีการคน้ หาขอ้ มลู จะไดข้ อ้ มูลมากกว่าหนึ่ง ขอ้ มลู เพราะคียส์ ารองมคี ่าซา้ ได้ (4) คีย์นอก (Foreign Key) คือ แอตทริบิวต์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับรีเลชันอื่น หรือกับตัวมันเองเพอ่ื แสดงความสัมพันธ์ระหว่างรีเลชนั โดยที่คีย์นอกสามารถมคี ่าซ้ำกันหรือมีที่เป็นค่าว่างได้ และถ้าค่าไม่เป็นคา่ วา่ งจะเป็นค่าที่ใช้ชี้ไปที่คีย์หลกั ของรเี ลชนั ที่มคี วามสัมพนั ธอ์ ยู่ (5) คีย์ผสมหรือคีย์รวม (Composite Key) คือ คีย์ที่เกิดจากการนำเอาหลายแอตทริบิวต์มารวมกัน มากกว่า 1 คยี เ์ พอ่ื เปน็ คีย์หลัก (มีค่าไมซ่ ้ำกนั และไม่มีค่าว่าง) เชน่ นำรหัสใบสงั่ ซื้อมารวมกบั รหัสสินค้า ทำให้ เกิดเป็นแอตทริบิวต์ทม่ี ีคา่ ไม่ซ้ำ เรียกคยี ท์ เ่ี กิดจากการรวมกันดงั กล่าวว่า คียผ์ สมหรือคยี ์รวม 1.8 องค์ประกอบของฐานข้อมูล การพฒั นาระบบฐานข้อมูลต้องมีส่วนตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกนั หลายองค์ประกอบ ทุกส่วนมีความสำคัญ ต่อการพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู ท้ังสิน้ องค์ประกอบดังกล่าวคือ ขอ้ มูล (Data), บคุ ลากร (Personal), ฮาร์ดแวร์ (Hardware), และซอฟตแ์ วร์ (Software) (1) บคุ ลากร (Personal) บุคลากร หมายถึง บุคคลที่มีตำแหน่งงาน และเกี่ยวข้องกับการทำงานของ ระบบฐานข้อมูลสามารถ แบง่ ออกเปน็
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพื้นฐานการใช้งานระบบฐานข้อมูลบนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบตั ิ ผูเ้ รียบเรยี ง • ผู้วิเคราะห์และออกแบบระบบ (DBA : Database Administrator) ทำหน้าที่วิเคราะห์และ ออกแบบสร้างฐานขอ้ มลู ควบคมุ การใชง้ านระบบฐานข้อมลู และดูแลความปลอดภัยเรอื่ งของข้อมลู • นักพัฒนาโปรแกรม (Application Programmer) ทำหน้าที่พัฒนาโปรแกรมเพื่อเรียกใช้ ขอ้ มลู จากฐานขอ้ มลู • ผู้ใช้ระบบฐานข้อมูล (User) ทำหน้าที่ใช้ระบบฐานข้อมูลที่ผู้วิเคราะห์ ออกแบบระบบและ ผพู้ ฒั นาโปรแกรมได้ทำการพัฒนาข้นึ (2) ฮารด์ แวร์ (Hardware) ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล จะต้องมีการนำข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาจัดเก็บข้อมูล จัดการกับข้อมูลใน ฐานข้อมูล ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Database Server) ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูลเครื่องลูกข่าย (Client) ใชใ้ นการเรยี กใชข้ ้อมลู ในฐานขอ้ มลู และอปุ กรณท์ างดา้ นเครอื ข่าย เป็นต้น สิง่ ทต่ี ้องคำนึงถึงเม่ือต้อง พฒั นาระบบฐานข้อมลู คือ • หน่วยประมวลผลกลางและหนว่ ยความจำ ส่ิงที่ตอ้ งคำนึงถงึ คือ ความเรว็ ในการประมวลผล • หน่วยความจำสำรอง เป็นอปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการจัดเก็บฐานข้อมูลสิ่งที่ตอ้ งคำนึงถึง คอื ความจุใน การจดั เก็บขอ้ มลู รูปที่ 1.10 องค์ประกอบของระบบฐานขอ้ มูล (3) ซอฟตแ์ วร์ (Software) องค์ประกอบทางด้านซอฟต์แวร์ที่ใชใ้ นระบบฐานข้อมูลนั้น ประกอบด้วย • ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการสร้าง ส่วนติดต่อกับผูใ้ ช้งาน (User Interface) เป็นส่วนในการติดต่อกับขอ้ มูลในฐานข้อมูลซอฟต์แวร์ที่ใช้กันอย่าง แพร่หลายได้แก่ ภาษา Pascal ภาษา C ภาษา Cobol เป็นตน้
เอกสารประกอบการสอนวชิ าพน้ื ฐานการใชง้ านระบบฐานขอ้ มูลบนเครอื ข่าย (20128-2112) นายธรี ะ โชคพระสมบัติ ผู้เรยี บเรียง • ระบบการจัดการฐานข้อมูล (DBMS : Database Management System) ในการพัฒนา ระบบฐานขอ้ มลู นอกจากจะมซี อฟต์แวร์ประยุกต์แล้ว ซอฟตแ์ วร์ท่ีจำเปน็ ก็คือระบบการจัดการฐานขอ้ มูล ซึ่ง เป็นตัวกลางระหว่างบุคลากรกับฐานข้อมูลในการจัดการกับข้อมูลในฐานข้อมูล ด้วยการใช้ภาษา SQL (Structure Query. Language) ภาษา QUEL (Query Language) ภาษา QBE (Query-By-Example) เป็น ตน้ (4) ขอ้ มลู (Data) ขอ้ มูล หมายถงึ ข้อมูลทไ่ี ด้ทำการจัดเก็บ รวบรวม ดว้ ยวธิ ีการจดั เก็บเอกสาร หรอื สอบถามข้อมูลจาก บุคคลฝา่ ยต่าง ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ ง แลว้ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ ออกแบบสร้างเปน็ ฐานขอ้ มูล ซ่ึงมีข้อมลู ท่ีจัดเก็บอยู่ใน ฐานข้อมลู จะต้องมคี ุณสมบัตดิ งั นี้ • จะต้องเป็นข้อมลู ท่ีสามารถใช้งานร่วมกนั ได้ • จะต้องมีความถูกต้อง สมเหตุสมผล และเปน็ ปจั จบุ นั อย่เู สมอ • จะต้องไม่มีความซับซอ้ น
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: