ED191001 พ้นื ฐานสงั คมอสี านกบั การจดั การศกึ ษา หวั ข้อที่ 10 ขนบธรรมเนียมประเพณี และวิถชี ีวิตของคนอีสาน (ดนตรีการแสดง และการละเล่นของชาวอีสาน) เป้าหมายการเรียนรู้: เพื่อจัดการศึกษาตามบริบทของสงั คมอีสาน บทบาทของครูในสงั คมอีสาน บรรยายโดย อาจารย์บญุ จนั ทร์ เพชรเมอื งเลย คณะศึกษาศาสตร์ กลุ่มหลกั สตู รศึกษาศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาสงั คมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดนตรกี ารแสดง
ความหมายของดนตรีพืน้ บ้าน ดนตรีพ้ืนบ้านได้สะท้อนถึงขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี วัฒนธรรม สภาพความเป็นอยู่ ความอุดมสมบูรณ์ ความแห้งแล้ง โดยภาพสะท้อนเหล่านี้จะดูได้จากสาเนียงเพลง บทเพลง ลักษณะ ดของเครื่องดนตรีไดอ้ ย่างชัดเจน นตรีของแต่ละภาคจะมีลักษณะโดยเฉพาะของตนเอง จะมีสาเนียงเพลง ภาษา เอกลักษณ์ และ ลักษณะเครื่องดนตรี แตกต่างกันออกไปตามลกั ษณะภูมิประเทศ ภมู ิอากาศ เชน่ ดนตรีทางภาคอีสาน เน่ืองจากทางภาคอีสานมีอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง “เม่ือถึงเวลาหน้าฝน ชาวอีสานต้องรีบทามาหากินเพ่ือเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จนไม่มีเวลาที่จะสนุกสนานมากนัก” เครื่องดนตรีจึงไม่ สวยงาม ประดิษฐ์ขึน้ อย่างง่าย ๆ และใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ที่หาไดใ้ นท้องถิ่น การบรรเลงก็รวดเร็วคึกคัก กระชับ และสนกุ สนาน แสดงถึงความเร่งรีบ ดนตรีพ้ืนบา้ นอีสาน ซึ่งประกอบด้วย เครือ่ งดีด สี ตี เป่า ซึ่งสามารถจาแนกได้ดงั นี้ ▪ เครือ่ งดีด ไดแ้ ก่ พณิ ไหซอง ▪ เครือ่ งสี ได้แก่ ซออีสาน ▪ เครือ่ งตี ได้แก่ โปงลาง กลองหาง ▪ เครือ่ งเป่า ได้แก่ แคน โหวด
ตัวอย่างเครื่องดนตรีพ้นื บ้านของภาคอีสาน เครือ่ งดีด ได้แก่ พิณ ไหซอง เครื่องสี ได้แก่ ซออีสาน เครือ่ งตี ได้แก่ โปงลาง กลองหาง เครื่องเป่า ได้แก่ แคน โหวด
ดนตรีประกอบการแสดง การแสดง หมายถึง การละเล่นทีร่ วมทั้งที่เป็นแบบแผน และการแสดงท่วั ไปของชาวบ้าน ในรปู แบบ ของการร้อง การขับ การบรรเลง การฟอ้ นรา ซึง่ ประกอบด้วยดนตรี เพลง และนาฏศิลป์
การละเลน่ ของชาวอีสาน การละเล่นพ้ืนเมือง คือ การละเล่นที่แสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เปน็ กิจกรรมบนั เทิงทีแ่ ฝงไวด้ ้วยสญั ลกั ษณ์ อนั เนื่องด้วยวัฒนธรรม และประเพณี สะท้อนวถิ ีชวี ติ และความเชื่อ ของสงั คม ทีส่ บื ทอดมาแต่โบราณ ตวั อย่างศลิ ปะการแสดงหมอลา
ความหมายของหมอลา พัฒนาการของหมอลา หมอลา หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญในการ ขับร้อง ขับลานา หรือผู้ชานาญในการขับลานาเป็น ทานองของหมอลาดว้ ยภาษาถิ่นไทยอสี านและภาษา ลาว โดยมีแคนเป็นเครื่องดนตรีประกอบ เป็นผู้มี ความฉลาดมีความจาดี กล้าแสดงออกมีความคิด ทันสมยั และสร้างสรรค์ทนั ต่อเหตุการณ์ ดงั น้ันหมอลา จึงหมายถึง ผู้ที่มีไหวพริบ ปฏิภาณในด้านการแสดงหมอลา และจดจาบท กลอนลาได้เป็นอย่างดี โดยมีแคนเป็นเครื่องดนตรี ประกอบขณะลา
หมอลาผีฟา้ : ลทั ธิบูชาแถน มนุษย์มีความเช่ือต่ออานาจเหนือธรรมชาติ เช่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า น้าท่วม แห้งแล้ง ปรากฏการณ์เหล่านี้มนุษย์ยุคก่อนคิดว่าเป็นพลังงานที่ ไม่สามารถควบคุมได้ และเช่ือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวช่วยบันดาลชีวิตและ โชคชะตาให้พวกเขาด้วยเหตุนมี้ นุษย์จงึ ต้องเช่นสรวงบวงพลีและเคารพต่อ อานาจเหนือธรรมชาติ จึงก่อให้เกิด จารีตประเพณีพิธีกรรม ที่เรียกว่า บูชาผี ขึ้น (มาริโกะ การโตะ, 2538 ) จากเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับในอดีตความเจริญยังเข้าไม่ถึง หมู่บ้านที่ห่างไกลเมือง หากเวลาป่วยไข้ก็แทบไม่มีโรงพยาบาลเหมือน ปัจจุบัน ได้แต่อาศัยการรักษาแบบสวดอ้อนวอนเทพเจ้าให้ช่วยเหลือ เยียวยาอาการป่วยไข้ การรักษาโดยการ ลาผีฟ้า (เทวดา) ด้วยการลา ประกอบแคน เปน็ ต้น(ประมวล พิมพ์เสน, 18 มนี าคม 2556: สัมภาษณ์) ที่มาของภาพ : ราผีฟ้ารกั ษาคนป่วย https://www.youtube.com/watch?v=t6NMNaIfYBQ
ผญาเกี้ยว: หนุม่ จีบสาว ในสมัยก่อนตอนกลางคืน สาวชนบทจะมาชุมนุมลงข่วงเข็ญฝ้าย คาว่า ข่วง หมายถึง ลาน หรือบริเวณที่กว้าง และจะมีหนุ่มๆ มาน่ังคุย สาวหรือหยอกสาว บางคนอาจเป่าแคน ดีดพิณ และคุยสาวคุ้มต่าง ๆ หากพอใจสาวคนใดเป็นพิเศษก็จะสนทนาโต้ตอบกันด้วยโวหารที่ไพเราะ มีความหมายลึกซึ้ง ซึ่งเรียกว่า จ่ายผญาเก้ียว ต่อมามีการนาผญา เกี้ยวไปขับโต้ตอบกันเกิดเป็นลากลอนและลาผญาในที่สุด (จารุวรรณ ธรรมวตั ร, ม.ป.ป.) ตัวอยา่ งกลอนผญาเกีย้ ว ชาย ) หล่าเอย พีน่ พี้ ันดอกเฮอื ไว้ ประสงคใ์ ห้แฮข้ามฝ่ัง แนวว่าหวงั ปลูกกล้วยไว้ ประสงคก์ า้ นออกน่วยใบ แนวว่าสานไซไว้ ยามฝนสิมาฮอด แนวว่าปลกู ฮักไว้ ประสงคซ์ ้อนดอกฮ่วมชม น้องเอย ๆ หญงิ ) อ้ายเอย คนั พอใจประสงค์สรา้ ง ทางนาดอนบ่ทนั ซ่าว ปลอ่ ยลมหนาวพัดจ้อย ๆ กะต๊อบนอ้ ยมนั สิเพ แท้แหลวๆ ทมี่ าของภาพ: http://www.nongsoong.com/nsv4/topic/93
พทุ ธศตวรรษที่ 20 (หลงั พ.ศ.1900) เทศนแ์ หล่ของพระสงฆ์ สันนิษฐานว่า หมอลาพัฒนาการมาจากการเทศน์ลาของพระสงฆ์ โดยเฉพาะลาทางยาวนั้นใช้กลอนแบบเดียวกันกับเทศน์ ต่างกันเฉพาะการเอื้อน ทอดเสียง และเล่นเสียงตอนลงเท่าน้ัน (อุดม บัวศร,ี 2535) ซึ่งในสมัยก่อนวัดเป็นศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้การศึกษา โดยผู้ชายที่มีโอกาส ไปบวชเรียนจะได้รับความรู้ติดตัวออกมาหลังจากสึกลาเพศแล้ว คือ การเทศน์แหล่ หรือแต่งกลอน ต่อมาจึงมีการนามาแต่งให้หมอลาได้ลา (ชอบ ดีสวนโคก, สัมภาษณ์: 2554) บัดน…ี้ มัทรีเจ็บปานแส้ อันสุนิลตีฟาด คาดบ่ถงึ ได้นง่ั องึ้ จากเวรแท้ว่าอีหยงั พระเวสฮ้ายอยู่ปง้ั ปัง้ ตดั สั่งทางแข็ง จึงแถลงรายงานมอบคลานแล้วจาเวา้ ที่มาของภาพ: https://www.youtube.com/watch?v=9G9PGqkVy1E
พุทธศตวรรษที่ 24 (หลงั พ.ศ.2322) หมอลาพื้น ลาพ้ืน สันนิฐานว่า เกิดจากการเล่านิทานของคนเฒ่าคนแก่ ตามหมู่บ้าน เพราะสมัยก่อนยังไม่มีทีวี หลังจากทานข้าวเย็นเรียบร้อย แล้ว เดก็ ๆ ในหมบู่ ้านกจ็ ะมาฟังผู้เฒ่าผู้แก่เล่านิทานกันซึ่งสาระในนิทาน นั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องของวรรณกรรมพ้ืนบ้าน เช่น สังข์สินไซ จาปาสี่ต้น นางหมาขาว นางนกกะยางขาว เป็นต้น (อุดม บัวศรี, 2546)และเพ่ือ ความตน่ื เต้นและเร้าใจยิ่งขึ้นผู้เล่านทิ านกม็ ที ่าฟอ้ น ท่าลาเกิดขึ้นมแี คนมา ประกอบ เปน็ ต้น (ระเบียบ พลล้า, 28 สิงหาคม 2558 : สัมภาษณ์) เกริน่ ขา้ พระพุทธเจา้ ชาวอีสานทุก ๆ ท่าน มือสบิ น้วิ ผู้ขา้ ยกใส่เกล้า เหนือเกศเกศา ขอขมาวันทา ใส่เศียรมาเวยี นน้อม เอาเด้อ สิบสองสิงหา บรรจบครบแลว้ ครบแลว้ ชาวอีสานทกุ เหล่า ขอให้พระแม่เจา้ อย่ามีเศร้าเกา่ หมอง ดจุ ดงั ดวง คันดอกไม้ ดอกไม้บานทวั่ ไทยอีสาน วา่ แต่บาน ปรดี ิ์เปรม สุขเกษม สาราญทัว่ อีสานเหนือใต้ ทม่ี าของภาพ: ลาพืน้ หมอลาบญุ เพยี ง คณะอจว บันเทิงศิลป์ https://www.youtube.com/watch?v=yZTL_Zv7wq0
พุทธศตวรรษที่ 24 (หลัง พ.ศ.2322) หมอลากลอน ลาลอน เป็นการแสดงตอบโต้กันระหว่างชายและหญิง โดยมีแคนเป็นเครื่องดนตรีประกอบลา ทานองลาประกอบไปด้วย ลาทางยาว ลาทางสั้น และลาเต้ย เป็นต้น (เคน ดาเหลา,18 กรกฎาคม 2554: สัมภาษณ์) ที่มาของภาพ: หมอลากลอนเต้ย ฉวีวรรณ ดาเนนิ เคน ดาเหลา https://www.youtube.com/watch?v=lWCs_GNbZ1w
หลังสงครามโลกครงั้ ท่ี 2 (ประมาณ พ.ศ.2485-2490) หมอลาเรือ่ งตอ่ กลอน ลาเรื่องต่อกลอน หรือลาหมู่/ลาเพลิน/ลาเต้ย ในยุคนี้ ความเจริญได้เข้าถึงแล้ว มีเวทีแสงสีเสียงครบ ในการแสดงใช้คนเป็น จานวนมาก 50 – 100 คน การแต่งกายคล้ายกับลิเกภาคกลาง (อร่าม มุงคาภา, 12 พฤศจกิ ายน 2557 : สัมภาษณ์) และมีท่วงทานองการฟัง ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองโดยเฉพาะลาเรื่องต่อกลอนทานอง ขอนแก่น (ชุมเดช เดชวมิ ล, สมั ภาษณ,์ 2556) กลอนลา ขี้กระปองแลกชา้ ง แมผ่ มเอย เทือ่ สดุ ท้าย เทือ่ สดุ ท้ายแล้วทีล่ ูกสิได้เอย วา่ ฮักแม่สดุ ชีวิต ยอมทาผิดย้อนหัวใจ เปน็ ห่วงใย แต่เมียเคา้ เฮียมสิเอามารดาขนึ้ เทิงกองฟอนเอาไฟจี่ คันบ่เฮด็ จ่ังชั้นเมียท้าวสิบ่คืน…. (แมน จักรพนั ธ์ ระเบียบวาทะศิลป์, 2558) ที่มาของภาพ: ขูลู นางอั้ว เเม่อุดมศิลป์ https://www.youtube.com/watch?v=eI1V2IXVMYM
ประมาณ พ.ศ. 2490-2510 หมอลาเพลิน ลาเพลินพัฒนามาจากหมอลาหมู่โดยการเพ่ิมจังหวะทานองในการ ร้องและลาให้เร็วขึ้น และมีการผสมเครื่องดนตรี คือ พิณ และกลองเข้าร่วม ประกอบการร้องและลาด้วย (อร่าม มงุ คาภา, 2557 : สัมภาษณ์) ละจง่ั วา่ เปิดผ้ากง้ั เหน็ คนย่างหนอเป็นสาย เออ ขอนแกน่ เฮามูลมังยาย อยู่ทวั่ ไปมหี ลายล้น โอยหนอนาย หนอนาย พอคราวแล้วสิพาไปเดนิ เที่ยว ๆ เหลียวไปทางขวาซ้ายของดีซน้ สูแจ มีดีแท้สุดเขตแดนไกล สิพาลดั เลาะไปเทีย่ วชมหาพ้อ ไปกันหนอเทีย่ วเมืองขอนแกน่ ๆ เมืองเสยี งแคนแอ่นฟ้อนสะออนเต้นม่วนลา ทีม่ าของภาพ: หมอลาเพลนิ ขนุ ช้าง ตอน ขุนแผนขนึ้ เรือนขนุ ช้าง https://www.youtube.com/watch?v=CLlOtKD4WI4
ประมาณ พ.ศ. 2490-2510 หมอลาชิงชู้ ลาชิงชู้ประกอบด้วย ชายสอง หญิงหนึ่ง ผู้ชายต้อง แสดงใหเ้ หน็ ถึงความเก่ง ความหล่อเหลา ความร่ารวย เพ่ือที่จะให้ ฝา่ ยหญิงตดั สินใจเลอื กตนเป็นคนรัก โดยทีฝ่ า่ ยหมอลาฝา่ ยชายท้ัง สองคนต้องใช้ไหวพริบในการลาหักเหลี่ยมกันจนชนะจนหมอลา ฝา่ ยหญิงและผู้ชมพึงพอใจ และหมอลาที่ชนะนั้นก็จะได้รับการยก ย่องวา่ มีความสามารถในการลาอีกด้วย(คงฤทธิ์ แขง็ แรง , 2537) ที่มาของภาพ: ลากลอนประยุกชุด ลาชิงชู้ ชดุ ท่ี 3 ลาโดย สายยล จิตรธรรม ทองแปน พันบุปผา หสั ดี บุญเชิด https://www.youtube.com/watch?v=3RcVHbeoVrg
ปี พ.ศ.2523-2524 หมอลาเพลินประยุกต์ จากที่กล่าวไปแล้วหมอลาเพลินได้พัฒนามาจากหมอลาหมู่ ต้ังแต่ พ.ศ.2490-2510 และได้มีการพัฒนาเป็นลาเพลินประยุกต์ โดยมีการเพิ่มเครื่องดนตรี ได้แก่ กีตาร์ กีตาร์เบส กลองชุด ออร์แกน และแซกโซโฟน เป็นต้น มาร่วมบรรเลงด้วย(โอสถ บุตรมารศรี, 2538) ที่มาของภาพ: หมอลาคณะ โอ้นโต้น รุ่งลาเพลิน ลาเร่ือง ลกู สะใภ้เป็นห่าแม่ย่าเป็นปอบ https://www.youtube.com/watch?v=BoawLG-DmmI
ปี พ.ศ.2523-2524 เพลงลูกทุ่งหมอลา เพลงลูกทุ่งหมอลา เป็นเพลงที่ผสมระหว่างภาษาถิ่นไทย กลางและภาษาถิ่นอีสานอยู่ในบทเพลงเดียวกัน ได้รับความนิยมในการ นาไปขับร้องในการแสดงหมอลาหมู่และหมอลาเพลินมาจนถึงปัจจุบัน (สรเพชร ภญิ โญ, 2558: สมั ภาษณ์) ที่มาของภาพ: ซังคนใจดา ศิริพร อาไพพงษ์ https://www.youtube.com/watch?v=zjc0ARN8-VQ
ปี พ.ศ.2529- ปจั จบุ นั หมอลาซิ่ง ลาซ่ิง พัฒนามาจากลากลอนมีดนตรีที่ทันสมัยเป็นสากล จังหวะดนตรีเร้าใจปลกุ ใจใหเ้ ตน้ กลบความเหนอ่ื ยล้าได้ (ราตรีศรีวไิ ล บงสิทธพิ ร, 29 กรกฎาคม 2554 : สัมภาษณ์) ท่มี าของภาพ: http://board.postjung.com/768952.html
สรปุ พัฒนาการของหมอลาในอสี าน
กลอนลา คงฤทธ์ิ แข็งแรง (2537) ให้ความหมายของคาว่า กลอนลา หมายถึง บทกลอนที่หมอลาใช้ลามีทั้ง กลอนในวรรณกรรมพ้ืนบ้าน และกลอนลาทีแ่ ต่งขึน้ ใหม่เพอ่ื ให้ทันตามเหตกุ ารณ์ ราเพย ไชยสินธุ์ (2553) ให้ความหมายของคาว่า กลอนลา หมายถึง กลอนที่หมอลาใช้ร้อยกรอง นิทานหรือนยิ ายเพอ่ื นามาขบั ลา สรุปได้ว่า กลอนลาหมายถึง ภาษาถิ่นอีสานที่ร้อยเรียงกัน โดยมีสัมผัสระหว่างคาและวรรคอย่าง ไพเราะ หมอลาสามารถนาไปใชล้ าได้ อาจนามาจากวรรณกรรมพ้ืนบ้าน หรืออาจประพันธ์ขึ้นใหม่ ทีม่ าของภาพ: สมชาย อุทัยประดษิ ฐ์ (20 เมษายน 2556) http://www.kknontat.com/wp-content/uploads/2013/04/หนังสือใบลาน
บทเอก-โท บทเอกมีเอก 3 ตาแหนง่ โท 2 ตาแหนง่ บทโทมีเอกและโท อย่างละ 3 ตาแหนง่ และใหม้ ี “คาเสริม” หนา้ วรรค ได้ทุกวรรค วรรคละ 2 – 4 คา และอาจมี “คาสร้อย” ท้ายวรรคหลงั ได้ทุกวรรค วรรคละ 2 คา ดงั แผนผงั และตวั อย่าง
ตวั อย่างการประพนั ธ์กลอนด้วยบทเอก-โท ท้าวก็คดิ อยากได้ เมียมิง่ มาชม บากต็ เี ทียนคา ใส่หอผฟี า้ เจืองกว็ ันทาไหว้ ผแี ถนตนพอ่ ขอแก่พระติ่วชอ้ ย หลิงข้อยซอ่ ยชู (ราเพย ไชยสินธ,์ุ 2553 อ้างอิงใน ท้าวยี่-บาเจือง หน้า 17)
อา้ งองิ สนอง คลังพระศรี. (2541). หมอลาซง่ิ : กระบวนการปรบั เปลีย่ นทางวฒั นธรรมดนตรีของหมอลาในภาคอีสาน. วิทยานิพนธ์. มหาบัณฑิต. ศิลปศาสตร์ (วัฒนธรรมศึกษา) บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหดิ ล. เสง่ยี ม บึงไสย์. (2533). บทบาทของลากลอนในด้านการเมือง. ปริญญานิพนธ์. ศศ.ม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ. สาเรจ็ คาโมง. (ม.ป.ป.). ดนตรีอีสาน : แคนและดนตรอี ืน่ ๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง. ขอนแก่น : ศนู ย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ. สุวิทย์ รตั นปญั ญา. (2553). หมอลากลอน : บริบท คณุ คา่ แนวโน้มการเปลีย่ นแปลงและการดารงอยู่ในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว. ปริญญาปรชั ญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค เลย: มหาวิทยาลยั ราชภฏั เลย. อุดม บัวศรี. (2546). วัฒนธรรมอีสาน. ขอนแกน่ : คลังนานาวิทยา. โอสถ บุตรมารศรี. (2538). ภาพสะท้อนของสังคมอีสานจากกลอนลาของหมอลาเคน ดาเหลา. ปริญญานิพนธ์. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกไทยคดีศึกษา (เน้นมนษุ ยศาสตร์): มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. เครือ่ งดนตรีอีสาน. (ม.ป.ป.). https://sites.google.com/site/phunmeuxngxisan/kheruxng-dntri-xisan.สืบคน้ เม่อื วันที่ 1กนั ยายน 2564 สารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๒๓ / เรื่องที่ ๓ การละเล่นพนื้ เมอื ง / การละเล่นพืน้ เมอื ง https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=23&chap=3&page=t23-3-infodetail01.html
ตดั จบแต่พอซ่าน้ี สมพอควร แคนมว้ นไว้ก่อน ท่อน้นี า
Search
Read the Text Version
- 1 - 25
Pages: