เส้ นทางแห่ งกาหนดชีวติ นางสาวอยั เส๊าะ บ๊ะ 5806510085 TH 2
อยากประสบความสาเร็จแค่อย่างเดยี วไม่พอ ใครอยากประสบความสาเร็จในชีวติ กนั บา้ งค่ะ ช่วยยกมือหน่อยค่ะ ฉนั เช่ือวา่ ผูค้ นมากมายบนโลกน้ีคงไม่มีใครท่ีอยากลม้ เหลวในชีวิต จริงไหมค่ะ!! แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนบนโลกน้ีที่พบเจอกบั ความสาเร็จ ซ่ึงบางคร้ังความสาเร็จของคนเรากไ็ ม่จาเป็นที่ตอ้ งวดั ในดา้ นการเงินเสมอไปเพราะความสาเร็จอาจวดั ที่มวลแห่งความสุขก็ได้ แล้วแต่คนเราจะบญั ญตั ิความสาเร็จน้ันด้วยแนวทางที่เขาเป็ นผูเ้ ลือกเอง แต่ถ้าพูดถึงคนที่ประสบความสาเร็จ เราเคยถามตวั เองไหมว่าเขามีวิธีการอย่างไรในการสร้างความสาเร็จน้นั ข้ึนมา ฉนั เชื่อวา่ คนแต่ละคนบนโลกน้ี ไม่มีคนไหนที่ประสบความสาเร็จโดยอาศยั ความร่ารวยจากชาติตระกูล แต่หนังสือเล่มน้ีกาลงั จะบอกคุณว่าความสาเร็จที่เกิดข้ึนกับตัวคุณไม่จากัดเพียงแค่ วนั น้ีคุณมีเงินร่ ารวย หรื อ วันน้ีคุณเก่งมีความสามารถ แต่งหนงั สือน้ีกาลงั จะบอกคุณว่า ต่อให้คุณไม่มีเงินร่ารวย หรือ คุณไม่ใช่เป็ นคนท่ีเก่งต้งั แต่เกิด คุณสามารถท่ีจะประสบความสาเร็จในชีวิตของตนเองได้ ขอเพียง วนั น้ีคุณกลา้ ที่จะประกาศให้โลกรู้ว่าวนั น้ีคูณมีความฝัน มีเป้าหมายชีวิต หาตวั อย่างหรือแม่พิมพใ์ นการสร้างความฝันน้นั ใหก้ ลายเป็นจริง และสุดทา้ ยลงมือทาในสิ่งน้นั ๆ ท่ีคุณเป็นผเู้ ลือกดว้ ยตนเอง และอยา่ กลวั กบัคาวา่ อุปสรรคที่แวะเวยี นเขา้ มาเสมือนเพื่อนบา้ นของคุณ เพราะอุปสรรคเสมือนยาขนานดีท่ีช่วยทาให้เราหายเจ็บหายป่ วยในเร็ววนั ดงั สุภาษิต “หวานเป็ นลม ขมเป็ นยา” การทางานให้ประสบความสาเร็จในยคุ แห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วสิ่งที่คนทางานตอ้ งคานึงถึงเสมอ คือ การทางานให้ไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้งั ไวแ้ ต่ก็ไม่ง่าย เพราะหนทางไม่มีคาวา่ โรยดว้ ยกลีบกุหลาบ เส้นทางที่ตอ้ งเดินไปน้นั ยอ่ มเผชิญต่อปัญหาและอุปสรรคมาคอยขดั ขวางให้เราน้นั สะดุดหกลม้ อยู่เป็ นประจา แต่กลวั ไปทาไม เจา้ อุปสรรคที่วา่ น้นั มนั ก็เป็นเพยี งบททดสอบจิตใจใหเ้ ราเขม้ แขง็ กเ็ ท่าน้นั แต่ฉนั ก็ไม่เคยกลวั เพียงคาวา่ “ปัญหา” เพราะแค่เราเปล่ียน ปัญหา เป็ นความทา้ ทายเป็ นเพียงสถานการณ์หน่ึงให้เราไดค้ ิด วิเคราะห์ แยกแยก และหาทางดบั ปัญหาให้หมดไปก็เท่าน้นั ซ่ึงปัญหาจะมากจะนอ้ ยอยทู่ ่ีการวางแผนก่อนลงมือทาหากเราวางแผนดี ยอ่ มมีโอกาสลดปัญหาไดไ้ ม่มากกน็ อ้ ย และส่ิงที่จะทาใหช้ ีวติ ของเรากา้ วไปขา้ งหนา้ ไดน้ ้นั ฉนั มี 3 เทคนิค ที่เอาไวเ้ ป็นเครื่องยดึ เหน่ียวหวั จิตใจ อยา่ คิดวา่ เป็ นเคร่ืองรางของขลงั ไม่มีแต่เป็ นสิ่งที่ฉนั ใชใ้ นการทางานมาตลอด น้นั คือ ความเช่ือ ความคิดความรู้สึก
1.ความเชื่อ ฉันมีความเชื่ออยู่อย่างหน่ึง คือ เชื่อว่าเราทาส่ิงต่างๆได้ถึงแม้เราจะไม่มีความรู้หรื อประสบการณ์มากพอ เพราะหากเรามีความเช่ือวา่ เราทาได้ ไม่วา่ จะยากแค่ไหนเรายอ่ มสามารถเดินไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ถึงแมร้ ะหวา่ งทาง เราอาจลม้ เหลวแต่หากเรามีความเชื่อท่ีเป็ นบวกยอ่ มสามารถลุกไปต่อได้เสมอ ดงั น้ัน ขอให้เราเช่ือ อย่าพ่ึงกงั วลกบั เหตุการณ์ในวนั ขา้ งหน้าอยู่กบัปัจจุบนั แต่รู้จกั ใชค้ วามคิดในการวางแผนเพื่อลดความผิดพลาดจึงจะสามารถทาสิ่งต่างๆ ไดอ้ ยา่ งราบรื่น2.ความคิด เพราะเม่ือเรามีความเช่ือเป็ นท่ีประจกั ษแ์ ลว้ การใชค้ วามคิดนบั วา่ เป็ นเรื่องท่ีสาคญั สุดๆ ซ่ึงฉนั โชคดีมากๆ ที่ไดโ้ อกาสศึกษาตาราเชิงจิตวทิ ยาในการพฒั นาความคิดใหเ้ ป็ นเสมือนอาวธุ ในการทามาหากินใหช้ ีวิตกา้ วไปขา้ งหนา้ โดยเฉพาะการใชห้ ลกั คิดในเชิงบวก มองโลกอยา่ งเขา้ ใจ เพราะสัจธรรมชีวิต ยอ่ มมีข้ึน มีลง เป็ นธรรมดา วนั ใดเราข้ึนก็ให้รู้วา่ ข้ึน แต่วนั ใดท่ีตกลงมาก็ให้รู้วา่ ตกและทาใจร่มๆใชส้ ติในการคิด วางแผนหาโอกาสกลบั ข้ึนไปขา้ งบนต่อไป ส่วนวนั ใดท่ีอยูข่ า้ งบนจงใชค้ วามรู้ ช่วยเหลือคนใหม้ ากที่สุด หากเราคิดในเชิงบวก คิดดีต่อคนอื่นๆใจเรายอ่ มเป็นสุขค่ะ3. ความรู้สึก ไม่ว่าเราจะมีความคิดในเชิงบวกเพียงใด เราคงหนีเร่ืองความรู้สึกโดยเฉพาะเวลาเกิดอารมณ์เชิงลบต่อตนเองไม่ได้หรอก การมี สติ จะช่วยยบั ย้งั ให้อารมณ์เชิงลบของเราไม่ก่อความผิดพลาดท่ีส่งผลกระทบต่อคนรอบขา้ ง หากเราใชส้ ติในการดาเนินชีวิต ชีวิตยอ่ มเจอแต่ความสุขมากกวา่ ความทุกขแ์ ละจะมีคนอีกมากมายที่พร้อมเดินเขา้ หาเรา หากเราน้นั มีอารมณ์ข้ึนๆ ลงๆชีวิตยอ่ มปราศจากมิตรภาพท่ีดีในระยะยาวเป็ นแน่ ซ่ึงนอกเหนือจากอารมณ์เชิงลบท่ีกล่าวมาน้นั เรื่องอื่นๆ เช่น การมีน้าใจ รู้จกั ช่วยเหลือผูอ้ ่ืน การให้อภยั คน ก็นบั วา่ เป็ นสิ่งสาคญั อยา่ คิดเอาชนะผูอ้ ่ืนนอกเหนือจากเอาชนะใจตนเองนน่ั คือ เคร่ืองรางของขลงั ท่ีฉนั ใชย้ ืดเหนี่ยว เพ่ือใหอ้ ยูใ่ นทิศทางที่ดีเพราะหากความคิดจากขา้ งในเราดียอ่ มส่งผลไปถึงการกระทาของเราใหด้ ีข้ึนไปดว้ ยค่ะ
ทาไมเราต้องพฒั นาตนเอง? ในยุคที่ทุกคนตอ้ งการไขว่ควา้ หาความสาเร็จ ซ่ึงก็คงไม่ใช่เร่ืองที่แปลกหรอกค่ะ เพราะความสาเร็จ ยอ่ มดีกวา่ ความลม้ เหลว โดยเฉพาะในยคุ ที่โลกมีการเปล่ียนแปลงที่เร็วมากข้ึนหากใครไม่ยอ่ มปรับตวั และน่ิงเฉยทาเป็ นทองไม่รู้ร้อน ยอ่ มมีโอกาสตกงานไดแ้ น่นอน การพฒั นาตนเองเป็นเรื่องท่ีสาคญั มากๆ เพราะอะไรนน่ั คือ1. โลกเรามีการเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ที่เห็นชดั ๆในการเปล่ียนแปลงคงหนีไมพ่ น้ การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยที ่ีทาใหช้ ีวติ ง่ายข้ึน สะดวกสบายมากข้ึน แต่ทุกอย่างย่อมีขอ้ ดีและขอ้ เสีย ย่อมมีคนท่ีได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงมองให้เป็ นสัจธรรม และพร้อมปรับตวั การเปลี่ยนแปลงท้งั จากการทางานและการใชช้ ีวติ รอบตวั เพราะเราคงหา้ มการเปล่ียนแปลงไมไ่ ดแ้ ต่จะกลวั ทาไม หากเราไม่น่ิงเฉย จนทุกท่ีพร้อมตอ้ นรับเราให้ร่วมทางานซ่ึงแบบน้ีมีแต่ไดก้ บั ไดป้ ัญหาของการสื่อสารในองคก์ รนบั วนั ย่งิ ทาให้การทางานสะดุดมากข้ึนเร่ือยๆจะดีกวา่ ไหม หากทุกคนในองคก์ รหนั หนา้ มาคุยกนัใหม้ ากข้ึน และมององคก์ รเป็นหลกั มากกวา่ ความคิดของตนเองท่ีอยากเอาชนะผอู้ ื่น2. มคี วามรับผดิ ชอบและมุ่งม่ัน การางานให้ประสบความสาเร็จและกา้ วหน้าย่อมตอ้ งมีความรับผิดชอบในเน้ืองาน ไม่สนใจวา่ งานจะเสร็จกี่โมง ถึงแมจ้ ะตอ้ งกลบั บา้ นมืดค่า ตื่นแต่เชา้ มาทางานในหนงั เรื่อง “ยอดมนุษย์เงินเดือน” มีตวั ละครสะทอ้ นชีวติ ที่รับผดิ ชอบงานจนอนาคตไดด้ ี และนอกเหนือจากงานหลกั ก็ยงัตอ้ งทาทางานรองอ่ืนๆอีกมากมาย แต่เธอก็ไม่เคยทอ้ ค่ะ รับผดิ ชอบจนงานเสร็จลุล่วงเป็ นท่ีถูกอกถูกใจบริษทั อื่นๆที่เห็นจากการติดต่อประสานงานท่ีดี ราบรื่นจนทาให้ไดร้ ับโอกาสจากบริษทั อื่นๆที่เห็นในคุณค่าจากการทางานจนมีชีวติ ท่ีดีข้ึนและกา้ วหนา้ ในอนาคต ดงั น้นั ใครที่กาลงั ทอ้ กบั งานจนคิดจะลาออก ฉนั อยากให้ฉุกคิดค่ะ การทางานยอ่ มมีปัญหาทุกที ข้ึนอยู่กบั ว่าจะมากหรือน้อยแตกตา่ งกนั ไป
ก่อนจะทาสิ่งใดเราตอ้ งกาหนดรอบในการเดินทางให้ชดั เจนเพราะหากเราไม่กาหนดเป้าหมายที่ชดั เจนเรายอ่ มหลงทางจากปัจจยั ต่างๆ รอบตวั ที่วิง่ มาหาเราในแต่ละวนั ยกตวั อยา่ งเช่นฉนั อยากลดความอว้ น ฉนั เชื่อวา่ ถึงตน้ ปี เมื่อไหร่ คนส่วนใหญ่อยากลดไขมนั ส่วนเกินทิ้งกนั ทุกคนแต่หากเราต้งั เป้าหมายไม่ชดั เจน ต้งั แบบกวา้ งจนเกินไปแบบน้ียากท่ีจะช้ีวดั ไดน้ ะ ซ่ึงหลกั ของการต้งั เป้าหมายควรมีตวั ช้ีวดั ที่ชดั เจน เช่น ฉนั ตอ้ งการลดน้าหนกั ในปี 2562 ที่จานวน 10 กิโลกรัม แบบน้ียอ่ มมีจุดมุง่ หมายท่ีชดั เจนกวา่ และทาใหเ้ ราสามารถตรวจสอบเป้าหมายของเราไดอ้ ยูเ่ สมอ ขอ้ ควรระวงั อยา่ ต้งั เป้าหมายที่ยากและง่ายจนเกินไป หากยากเกินไป ทาสักพกั เราจะเกิดความทอ้ หากง่ายจนเกินไป เราจะติดกรอบเดิมๆและขาดการพฒั นาตนเองอีกท้งั การคิดอยา่ งเดียวโดยปราศจากการลงมือทายอ่ มไร้ประโยชน์คิดแลว้ ตอ้ งลงมือทา แต่ก่อนลงมือทาเราตอ้ งวางแผนกบั เป้าหมายของเราเพ่ือสร้างแนวทาง ทางเลือกในการลงมือทา2. มกี ารวางแผนอย่างเป็ นระบบ หากพูดถึงการวางแผน คนส่วนใหญ่มกั ขาดเรื่องการวางแผนเยอะมากๆและใช้ชีวิตติดประมาท ทาก่อนแลว้ ค่อยคิด ซ่ึงทา้ ยสุดก็ตอ้ งกลบั มานง่ั แกไ้ ขปัญหาไม่จบไม่สิ้นหนกั กวา่ น้นั บางคนก็ไม่สามารถกลบั มาแกไ้ ขส่ิงที่ผิดพลาดได้ น่าเห็นใจ ดงั น้นั หากไม่อยากให้ผิดพลาดหรือถ้าผิดพลาดก็ตอ้ งน้อยท่ีสุด เราตอ้ งวางแผนให้รอบด้าน โดยเฉพาะการวางแผนกบั เวลาท่ีเดินไปขา้ งหนา้ ซ่ึงแผนที่ดี เราตอ้ งมี 3 ระยะคือระยะส้ัน 1 ปี ระยะกลาง 2-4 ปี และระยะยาว 5 ปี เป็นตน้ ไป ซ่ึงในปัจจุบนั โลกเปล่ียนแปลงเร็วกวา่ในอดีตมากๆ หากเป็ นเรื่องงาน ควรวางแผนอย่างน้อย 1-3 ปี แต่ตอ้ งประเมินปี ต่อปี จดั ลาดบัความสาคญั ของงานใหด้ ี โดยเตรียมความพร้อมศึกษาพฒั นาตนเองในเร่ืองงานให้เกิดประสบการณ์ความเช่ียวชาญและทางานเชิงรุก คือ ทางานท่ีสาคญั ใหม้ ากกวา่ งานท่ีไม่สาคญั มององคก์ รเป็นหลกัเพราะเราทางานองคก์ ร สร้างมาตรฐานในการทางานเดินตามระบบของงาน แต่ตอ้ งกลา้ คิดหากเผชิญกบั ปัญหาในทุกๆวนั ส่วนดา้ นชีวติ ควรวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะวยั เกษียณอายทุ ่ีตอ้ งหยดุทางาน เรื่องหน่ึงท่ีคนทางานควรคิดคือ เมื่อวนั ที่เราตอ้ งหยุดทางานจากองคก์ รตอนอายุ 60 ปี เราควรมีเงินใชใ้ นบ้นั ปลายเท่าไหร่ ให้เพียงพอกบั อนาคต อีกท้งั ค่าใชจ้ ่ายท่ีตองดูแลสุขภาพในวยั ชราก็เป็ นอีกปัจจยั ท่ีตอ้ งคานึง เพราะยิ่งอายมุ ากข้ึนเท่าไหร่ค่าใชจ้ ่ายในการรักษาพยาบาลยอ่ มมากข้ึนเป็ นเงาตามตวั
3. มคี วามเช่ือว่าทาได้ เพราะความเช่ือ คือ จุดเร่ิมตน้ ให้เรามีความกลา้ ในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆท่ีวิ่งเขา้ มาในความคิดของเรา หากเราเร่ิมตน้ เช่ือว่า ทาได้ เราย่อมทาส่ิงน้นั ได้ หากเราปิ ดก้นั ตวั เองว่า เป็ นไปไม่ได้ เราจะปิ ดประตูและไม่กลา้ ก้าวออกจากพ้ืนท่ีเดิมๆของเรา ท้งั น้ีการสร้างความเชื่อต้องมีเหตุผลอยกู่ บั ความเป็ นจริงมากกวา่ เชื่อแบบหลบั หูหลบั ตา ไม่รับฟังใครไม่ศึกษาขอ้ มูลก่อนลงมือทา แบบน้นั ยอ่ มทาใหเ้ รามีโอกาสเดินในเส้นทางท่ีผดิ พลาดจากเป้าหมายท่ีกาหนดไดเ้ สมอ เดินทางสายกลางไว้ ชีวติ เรายอ่ มมีแตค่ วามสุข4. ลงมือทาในปัจจุบนั ให้ดที สี่ ุด เพราะ 3 ขอ้ ท่ีกล่าวมา เป็นเพียงนามธรรมท่ียงั จบั ตอ้ งไมไ่ ด้ การสร้างรูปธรรมใหเ้ กิดข้ึนน้นัเราตอ้ งกลา้ ลงมือทา เพราะการลงมือทา ยอ่ มทาให้เราสามารถรับรู้วา่ สิ่งท่ีเราคิดน้นั มนั สาเร็จหรือผิดพลาด เพราะบางคร้ังสิ่งท่ีคิดอาจผิดพลาดได้เช่นเดียวกนั แลว้ ควรทาอย่างไร หากเราทาแลว้สาเร็จ ? หากสาเร็จ อยา่ พ่ึงดีใจจนเกินไป จดจาสิ่งดีๆ น้นั ไว้ เพื่อสร้างกาลงั ใจในวนั ท่ีสะดุดหกลม้ ระลกึ ถึง เวลา จงทุ่มเทเวลาท่ีคุณทาตอนน้นั ให้ดีท่ีสุด เช่น ตอนน้ันเป็ นเวลาท่ีคุณทางานอยู่ในองค์กร08:00-17:00 น. คุณก็จงทุ่มเทกบั งานที่คุณทา อย่านาเรื่องส่วนตวั มาปะปนกบั การทางานหรือหากเราเลิกงานแลว้ จงหยดุ คิดถึงเร่ืองงานและใหเ้ วลากบั ตนเองในการพกั ผอ่ น ผอ่ นคลายกบั ตนเองให้มากๆละอยา่ ลืมเวลาของครอบครัว ระลกึ ถงึ คน คุณคิดวา่ คนท่ีสาคญั ท่ีสุดในชีวิตของคุณคือใคร ? คาตอบที่ไดไ้ ม่มีผิดหรือถูกที่สุดสาหรับในมุมมองของฉัน ฉันมองว่าทุกๆคน สาคญั ที่สุดโดยเฉพาะคนท่ีอยู่ตรงหน้าของเราและกาลงัสนทนากบั เรา ซ่ึงเราควรโฟกสั รับฟัง พูดคุย และตดั อดีตที่ผา่ นเขา้ มาในหวั รวมถึงอนาคตท่ียงั ไปไม่ถึง ณ ปัจจุบนั ท่ีเรากาลงั สนทนาทิ้งให้หมดและสนใจคนตรงหน้า เม่ือผา่ นคนตรงหนา้ ไปแลว้เขาก็จะกลายเป็ นอดีตและมีโอกาสหวนกลบั มาเจอกนั ในอนาคต ดงั น้นั สนใจคนตรงหนา้ ย่อมทาใหเ้ รามีสติในการ คิด พูด และทา
ระลกึ ถงึ การกระทา ส่ิงท่ีคุณทา ณ ตอนน้นั คืออะไร ก็จงทุ่มเทกบั ส่ิงน้นั เช่น คุณกาลงั ขบั รถอยกู่ ็จงมีสมาธิกบัการขบั รถมองกระจกหนา้ และดา้ นขา้ งอยา่ งมีสติหรือคุณกาลงั ปอกผลไม้ กจ็ งมีจิตใจท่ีจดจอ่ กบั การปอกผลไม้ เพราะถา้ คุณเหม่อลอย คุณก็อาจเสียเลือดเสียเน้ือได้ จาไวว้ า่ ไมส่ าเร็จ เราไม่เลิกทา หากส่ิงน้นั คือ เป้าหมายชีวิตของเรา ดงั น้นั ไม่วา่ คุณจะทาส่ิงใดก็ตาม ขอให้คุณมีความเชื่อมนั่ ต่อส่ิงที่คุณกระทาอยูก่ บั ปัจจุบนั ให้มากท่ีสุด และอดทนเพื่อให้ความฝันท่ีคุณมีนาพาแต่สิ่งดีๆ เขา้ มาในชีวติ ของคุณ
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: