WONDERS OF THE REEF มหัศจรรย์แห่งปะการงั
“นวัตปะการัง” พลกิ ฟนื้ ระบบนเิ วศทางทะเลใหส้ มดลุ โครงการอนุรกั ษแนวปะการังและส่งิ มีชีวิตใตท ะเลไทย ในพระดําริ สมเดจ็ พระเจา ลูกเธอ เจา ฟา สิรวิ ัณณวรี นารรี ตั นราชกัญญา (อา นตอ หนาท2ี่ 2)
กแานรวเปลอืะกกาพรนื้ งั ทเี่ พอ่ื ฟน ฟู 1.3 มปี ะการงั มชี วี ติ เหลอื อยบู า ง ระหวางกลุมปะการังท่ียังมีชีวิต โดยท่ัวไปมีสถานภาพตั้งแตปาน - โดยทั่วไปอยูในระดับลึกตั้งแต การเลือกพ้ืนที่ฟนฟูแนวปะการังถือ กลาง-เสยี หายมาก 3-15 เมตร จากระดบั น้ําลงตา่ํ สุด เปน จดุ เรมิ่ ตน ทม่ี คี วามสาํ คญั อยา งยง่ิ เน่ืองจากเปนความลึกในระดับท่ี ตอ ความสาํ เรจ็ ของการฟน ฟปู ะการงั 1.4 ไมไ ดร บั อทิ ธพิ ลจากกจิ กรรม แสงสอ งถงึ เนอ่ื งจากการเจรญิ เตบิ โตและฟน ตวั ของมนษุ ยท อ่ี าจรบกวนการฟน ตวั 3. ศกั ยภาพในแงข องการดาํ เนนิ ของปะการังจําเปนตองอาศัยความ ของแนวปะการงั เชน การทงิ้ สมอ กิจกรรม เหมาะสมของปจ จยั ดา นสงิ่ แวดลอ มเปน การถกู เหยียบยํา่ โดยนกั ทอ งเทยี่ ว สาํ คญั ไมว า จะเปน เรอ่ื งของปรมิ าณแสง การระบายน้ําเสียลงสูทะเลแหลง 3.1 ความพรอมของผูปฏิบัติ ความขนุ ใส ปรมิ าณตะกอน ความเคม็ ตะกอนจากชายฝง หรอื หากมกี จิ กรรม งานทงั้ ในสว นของเจา หนา ทร่ี บั ผดิ นอกจากนยี้ งั ตอ งพจิ ารณาถงึ ความสาํ คญั ตา ง ๆ จะตอ งสามารถบรหิ ารจดั การ ชอบดําเนินโครงการอัตรากําลัง ในแงของระบบนิเวศ เชน การเปน ไมใ หก จิ กรรมนนั้ ๆ สง ผลกระทบตอ หรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงาน แหลงพันธุท่ีสงผลตอการฟนตัวของ แนวปะการัง ภาคสนาม แนวปะการงั ในบรเิ วณอน่ื ๆ รวมทง้ั 2. ศกั ยภาพของพน้ื ท่ี ความคมุ คา ในแงข องการใชป ระโยชน 3.2 ความสะดวกและปลอดภยั และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 2.1อยใูนบรเิวณทมี่ สี ภาพแวดลอ ม ในการปฏิบัติงานพื้นท่ีที่ดําเนิน โดยพื้นที่ท่ีจะดําเนินการฟนฟูแนว เหมาะสมตอ การเจริญเติบโตและ การฟนฟูไมควรอยูไกลฝงจนเกิน ปะการงั ควรเปน พนื้ ทที่ มี่ ลี กั ษณะดงั นี้ พฒั นาของแนวปะการงั ไดแก ไปสามารถเดินทางเขาถึงไดงาย 1. ลกั ษณะของพน้ื ที่ - เปนพื้นที่แนวปะการังเดิมท่ีอยู เน่ืองจากอาจตองมีการลําเลียง ในบริเวณปกอาวหรือบริเวณที่มี วัสดุอุปกรณและผูปฏิบัติงาน 1.1 เปน แนวปะการงั ทเ่ี สอื่ มโทรม คลื่นลมสงบ ไมไดรับอิทธิพลโดย จํานวนมากและควรคํานึงถึงการ ลงจากสภาพเดมิ ทงั้ ทเ่ี กดิ จากกจิ กรรม ตรงจากลมมรสมุ หรอื มกี ารฟงุ กระ ตดิ ตามขอ มลู ในระยะยาว การใชป ระโยชนท างดา นการทอ งเทยี่ ว จายของตะกอนทรายจากคลน่ื ลม 4. ขอ พจิ ารณาอนื่ การทิ้งสมอเรือ การเกิดอุบัติเหตุ - มีความเค็มคงท่ีไมอยูใกลแหลง เรอื ชน และทเ่ี กดิ จากภยั ธรรมชาตทิ ี่ น้าํ จืดท่ไี หลลงสทู ะเล นอกจากปจจัยท่ีกลา วมาแลว ไมส ามารถปลอ ยทง้ิ ไวห รอื รอใหม กี าร - มีน้ําคอนขางใส ทัศนวิสัยใตนํ้า การพิจารณาพ้ืนท่ีอาจตองคํานึง ฟน ตวั ไดเ องตามธรรมชาติ อยา งนอ ยประมาณ 5-6 เมตรหรอื ถึงความคุมคาในการดําเนินงาน ไมค วรตาํ่ กวา 3 เมตร ในชว งเวลา ในแงของความสําคัญของแนวปะ 1.2 เปน พนื้ ทท่ี ม่ี กี ารฟน ตวั ตาม สว นใหญของป การงั ในแงข องการใชป ระโยชนเ ชน ธรรมชาตนิ อ ยหรอื ไมพ บเลย (ลกั ษณะ - ชวงเวลาสวนใหญของปไมมี เปนพ้ืนท่ีที่มีการใชประโยชนใน บง ชก้ี ารฟน ตวั ของแนวปะการงั ตาม ตะกอนละเอียดท่ีปกคลุมบนพื้น แงข องการเปน แหลง ทอ งเทย่ี วหรอื ธรรมชาตเิ ชน โคโลนปี ะการงั ขนาด ทะเลหรือซากปะการังหนาเกิน การใชป ระโยชนข องชมุ ชนทใ่ี หผ ล เลก็ หรอื ชน้ิ สว นของปะการงั ทกี่ าํ ลงั 0.5 เซนตเิ มตร ตอบแทนคุมคาทางเศรษฐกิจ งอกใหม) - พื้นทะเลเปนทรายอาจมีซาก การสรา งองคค วามรหู รอื จติ สาํ นกึ ปะการังตาย เศษซากปะการัง หรอื พน้ื ทท่ี มี่ คี วามสาํ คญั ของในแง หรือพ้ืนทรายแทรกเปนหยอม ๆ ของระบบนเิ วศทอ่ี าจเปน แหลง พนั ธุ WONDERS OF THE REEF / 13
กิ่งพันธุสําหรับการปลูกเพื่อ ทางเลอื กในการหากง่ิ พนั ธเุ พอ่ื ใชใ นการ เด็ดขาด เนื่องจากมีโอกาสสูญเสีย เสรมิ พน้ื ทแ่ี นวปะการงั ธรรมชาติ ฟน ฟโู ดยการปลกู เพอื่ เสรมิ พน้ื ทแี่ นว ก่ิงพันธุจากการตายขณะยายและ หลกั การสาํ คญั ของการฟน ฟปู ะการงั ปะการังธรรมชาติในกรณีท่ีก่ิงพันธุ หลงั การยา ยปลกู ดงั นน้ั การนาํ ปะการงั โดยการปลกู เพอ่ื เสรมิ พนื้ ทแี่ นวปะการงั ทไี่ ดจ ากชน้ิ สว นโคโลนปี ะการงั ทยี่ งั มี ท้ังโคโลนที ่สี ามารถเจริญเตบิ โตไดด ี ธรรมชาตภิ ายใตโ ครงการฟน ฟแู นวปะ ชีวิตท่ีเปน coral of opportunity ตามธรรมชาติมาใชเปนกิ่งพันธุอาจ การงั แบบบรู ณาการทกุ ภาคสว นคอื การ ในพนื้ ทท่ี จี่ ะฟน ฟแู นวปะการงั มจี าํ นวน ทําใหเกิดความเสียหายแกแนว ลดความสูญเสียของช้ินสวนโคโลนี นอยเกินไปอาจรวบรวมก่งิ พันธจุ าก ปะการังนั้น ๆ ไดเน่ืองจากเปนการ ปะการงั ทย่ี งั มชี วี ติ ทแ่ี ตกหกั เสยี หาย พนื้ ทแี่ นวปะการงั อน่ื ๆ ทมี่ สี ภาพแวด ลดพน้ื ทแ่ี นวปะการงั ทม่ี คี วามสมบรู ณ ดว ยสาเหตตุ า ง ๆ เชน พายุ เรอื ชน หรอื ลอ มใกลเ คยี งกบั บรเิ วณทจ่ี ะฟน ฟแู นว ตามธรรมชาติลงและอาจมีผลตอ ปะการงั ทล่ี งเกาะในบรเิ วณทไี่ มเ หมาะสม ปะการงั นอกจากนยี้ งั สามารถใชก ง่ิ ปะ การสรางเซลลสืบพันธุของปะการัง ซง่ึ เสยี่ งตอ การถกู ทรายกลบทบั หรอื การังท่ีอนุบาลไวในแปลงอนุบาลใน ที่นํามาเปนก่ิงพันธุซ่ึงจะสงผลตอ ถูกคลื่นลมพัดพาไปในบริเวณท่ีไม บรเิ วณใกลเคียง ประชากรปะการังในระยะยาว เหมาะสม และตายไปในทสี่ ดุ (coral of ขอควรระวังในการใชกิ่งพันธุ ชนิดของปะการังและลักษณะ opportunity) ดงั นน้ั จงึ ควรใชช นิ้ สว น ปะการงั ในการฟน ฟู ของกงิ่ พนั ธทุ น่ี าํ้ มาใชใ นการฟน ฟู โคโลนปี ะการงั ทยี่ งั มชี วี ติ ทมี่ ลี กั ษณะ ในการฟนฟูปะการังไมวาจะโดยวิธี ชนิ้ สว นโคโลนปี ะการงั ทใี่ ชเ ปน แหลง เชน นเ้ี ปน “กงิ่ พนั ธ”ุ ในการฟน ฟปู ะการงั การใด ๆ จะไมใ ชว ธิ กี ารทบุ หรอื แบง พนั ธุสาํ หรบั การปลกู เพ่อื เสรมิ พื้นท่ี โดยการปลกู เพอ่ื เสรมิ พน้ื ทแ่ี นวปะการงั แยกปะการังที่มีการเจริญเติบโตได แนวปะการงั ธรรมชาตมิ กั เปน ปะการงั ธรรมชาตซิ ง่ึ จะเปน การเพม่ิ โอกาสใน ดตี ามธรรมชาตอิ ยแู ลว ทง้ั โคโลนเี พอ่ื ชนิดเดน ๆ ที่พบในแนวปะการัง การรอดชีวิตใหกับชิ้นสวนโคโลนี นํามาใชในการฟนฟูปะการังอยาง ซ่ึงอาจแตกตางกันไปในแตละพื้นที่ ปะการงั เหลา น้ไี วใหไดมากที่สุด WONDERS OF THE REEF / 14
สวนใหญ ไดแก ปะการังเขากวาง หนาแนน และขาดการบริหารจดั กา วิธีการเก็บรวบรวมกิ่งพันธุ (Acropora spp.) ปะการังโขด รท่ีดไี ปจนถึงบริเวณท่ีลกึ ออกไปนอ ปะการัง (Porites lutea) ปะการงั ลายดอกไม กแนวปะการงั การรวบรวมกิ่งพันธุหรือชิ้นสวน (Pavona spp.) ปะการังวงแหวน ชวงเวลาในการรวบรวมก่ิง โคโลนีปะการังมักทําโดยนักดํา (Favia spp.) ปะการังชองเหลี่ยม พันธุปะการัง น้ําโดยเกบ็ รวบรวมชน้ิ สวนโคโลนี (Favites spp.) ปะการงั ดอกกะหลาํ่ การเกบ็ รวบรวมกงิ่ พนั ธเุ พอ่ื ใชใ นการ ปะการังท่ีพบบนพื้นทราย หรือ (Pocillopora damicornis) ปลกู เพอ่ื เสรมิ พน้ื ทแี่ นวปะการงั ธรรม ตัวออนปะการังที่ข้ึนบนซากช้ิน ปะการงั ดาวเลก็ (Cyphastrea spp.) ชาตคิ วรดาํ เนนิ การลว งหนา 1-3 วนั สวนปะการังขนาดเล็กหรือบน ทอี่ ยใู นสภาพแตกหกั หลดุ จากโคโลนี กอนที่จะดําเนินกิจกรรมยายปลูก วัตถุท่ีงายตอการถูกทรายกลบ เดิมหรืออาจเปนปะการังที่ลงเกาะ เนื่องจากตองใชเวลาในการสํารวจ ฝงหรือถูกพัดพาโดยกระแสคลื่น บนเศษปะการงั ขนาดเลก็ ทมี่ แี นวโนม หาและรวบรวมกงิ่ พันธใุ หไ ดจํานวน ลมหรืออาจเปนปะการังที่สวน วา จะจมบนพนื้ ทรายหรอื ไมส ามารถ มากพอหากดําเนินการในชวงเวลา ใหญของโคโลนีตายลงเนื่องจาก ยึดแนน กับพ้นื ทะเลทาํ ใหม บี างสวน เดียวกับการยายปลกู อาจทาํ ใหก าร สาเหตุบางอยาง เชน ถูกสาหราย ตายเนอ่ื งจากฝง อยใู นทรายเปน เวลา ยายปลูกไมสามารถทําไดอยางตอ หรือตะกอนคลุมจนเหลือสวนที่ นานนอกจากน้ียังมีบางสวนท่ีมี เน่ืองเพราะตองรอรวบรวมกิ่งพันธุ มีชีวิตเพียงเล็กนอยและมีแนว ลักษณะโคโลนีกลมเกลย้ี งและไมมี ยกเวนกรณีท่ีมีผูปฏิบัติงานจํานวน โนมจะตายลงหากปลอยทิ้งไว สว นทต่ี ายซง่ึ สว นใหญพ บในปะการงั มากและม่ันใจวามีกิ่งพันธุในพื้นที่ โดยนักดําน้ําจะรวบรวมกิ่งพันธุ ท่ีมีรูปทรงเปนกอน (massive) มากพอท่ีจะรวบรวมไดทันตอการ ปะการังเหลานี้ลงในตะกราถุง ช้ินสวนโคโลนีปะการังที่ยังมีชีวิต ดาํ เนนิ กจิ กรรมยา ยปลกู อยา งไรกต็ าม อวน หรือเขงพลาสติก กอนท่ีจะ เหลาน้ีมีขนาดต้ังแตปลายน้ิวมือ ไมค วรรวบรวมกงิ่ พนั ธทุ งิ้ ไวน านเกนิ ลําเลียงไปรวบรวมไวในบริเวณ จนถึงประมาณกําปน เสนผาศูนย 1 สัปดาหกอนท่ีจะนําไปใชในการ ที่เหมาะสมเพ่ือใชในการยาย กลางประมาณ 0.5-10 เซนติเมตร ยายปลูกเน่ืองจากก่ิงพันธุบางสวน ปลกู ตอ ไป ทงั้ นกี้ ารรวบรวมกงิ่ พนั ธุ สว นใหญพ บกระจายอยตู ามพน้ื ทราย อาจตายหรอื บอบชา้ํ โดยเฉพาะหากนาํ ปะการงั มขี อ สงั เกตและพงึ ระวงั ดงั นี้ ทั้งท่ีอยูในบริเวณแนวปะการังโดย มาเกบ็ รวบรวมไวใ นพน้ื ทท่ี ไ่ี มเ หมาะสม เฉพาะบรเิ วณทม่ี กี จิ กรรมของมนษุ ย 1.ผูรวบรวมควรมีองคความรู หรอื ประสบการณใ นการแยกปะการงั ออกจากสงิ่ มชี วี ติ อน่ื ๆ เชน ฟองนาํ้ พรมทะเล (Zoanthid) รวมทง้ั สามารถ แยกปะการงั มชี วี ติ ออกจากปะการงั ตาย เนอ่ื งจากเปน ปจ จยั สาํ คญั เบอื้ ง ตน ตอ ความสาํ เรจ็ ในการดาํ เนนิ การ ฟนฟูปะการัง 2. ผรู วบรวมควรพจิ ารณาความ เหมาะสมของชนิ้ สว นโคโลนปี ะการงั ทจี่ ะนาํ มาใชเ ปน กง่ิ พนั ธเุ ชน ไมค วร นาํ ชน้ิ สว นโคโลนปี ะการงั ทเี่ รมิ่ ยดึ เกาะ กบั พน้ื แขง็ ทมี่ คี วามมน่ั คงแลว หรอื ดงึ เอาปะการงั ขนาดใหญซ ง่ึ เรม่ิ ฝง WONDERS OF THE REEF / 15
แนน บนพน้ื ทรายหรอื สามารถเจรญิ การจัดการกิ่งพันธุกอนการ ขนาดชน้ิ สว นโคโลนอี าจตอ งสกดั สว น เตบิ โตไดด อี ยแู ลว มาใชเ ปน กง่ิ พนั ธุ ยายปลูก ทไี่ มม ชี วี ติ บางสว นออกใหเ หลอื ประมาณ เมื่อรวบรวมช้ินสวนโคโลนีปะการัง 1 หรอื 2 เทา ของสว นทม่ี ชี วี ติ เพอ่ื ให 3. การจบั หรอื สมั ผสั กง่ิ พนั ธคุ วร มาแลวจะตองมีการตรวจสอบกิ่ง ประหยัดวัสดุที่ใชในการยายปลูก ทาํ อยา งระมดั ระวงั พยายามสมั ผสั พนั ธใุ หอ ยใู นสภาพเหมาะสมตอ การ ทาํ ใหป ะการงั ตดิ กบั พน้ื ทที่ ยี่ า ยปลกู สว นทมี่ ชี วี ติ ใหน อ ยทสี่ ดุ หรอื สมั ผสั ยา ยปลกู โดยดําเนนิ การดังนี้ ไดแนนขึ้น รวมท้ังลดพ้ืนที่ลงเกาะ เฉพาะสว นทแี่ ตกหกั หรอื ตายเพอื่ ให ของสง่ิ มชี วี ติ อนื่ เชน สาหรา ยฟองนาํ้ ปะการงั บอบชาํ้ นอ ยทสี่ ดุ และฟน ตวั 1. หากชิ้นสวนโคโลนีปะการัง ทจ่ี ะมาแยง พนื้ ทเี่ จรญิ เตบิ โตของปะการงั ไดอ ยา งรวดเรว็ ที่รวบรวมมามีส่ิงมีชีวิตท่ีจะแยงพื้น ทก่ี ารเจรญิ เตบิ โตของปะการงั ขน้ึ อยู 4. ในกรณีที่ยังไมยายปลูก 4. ภาชนะทใ่ี ชเกบ็ รวบรวมกงิ่ พนั ธุ อาจตอ งกาํ จดั ออกโดยใชก รรไกร คมี ปะการงั หลงั จากรวบรวมกงิ่ พันธุใน ปะการังควรมีขนาดและรูปราง หรือเหลก็ สกัดตดั สว นท่มี สี ่งิ มีชีวิตท่ี ทนั ทคี วรเกบ็ กงิ่ พนั ธไุ วใ นทเ่ี หมาะสม เหมาะสม หากภาชนะมขี นาดใหญ ไมใ ชป ะการงั ออก เพอื่ ไมใหร บกวน เชน วางกงิ่ พนั ธอุ ยา ใหซ อ นทบั กนั บน เกนิ ไปชน้ิ สว นปะการงั ทรี่ วบรวมมา หรอื แยง พนื้ ทขี่ องปะการงั ทที่ าํ การฟน ฟู พ้ืนแข็งในบริเวณแนวปะการังท่ีจะ จะทบั กนั ทาํ ความเสยี หายแกช น้ิ สว น ยายปลกู ไมม ีทรายมากลบทับหรือ ปะการงั แตห ากใชภ าชนะขนาดเลก็ 2. แยกกง่ิ พนั ธตุ ามชนดิ หรอื สกลุ กระแสนํ้าทีจ่ ะพดั พาก่งิ พันธุก ระจดั เกนิ ไปจะทาํ ใหเ สยี เวลาในการเปลยี่ น รวมท้ังรูปทรงโคโลนีเพ่ือใหงายตอ กระจายไปหากไมม พี น้ื แขง็ ทมี่ ขี นาด ถา ยภาชนะขณะเกบ็ รวบรวม การยายปลูกในขั้นตอนตอไปเนื่อง ใหญพ ออาจจดั ทําตะแกรงสี่เหล่ยี ม จากปะการังแตละรูปทรงอาจมีวิธี ทาํ จากตาขายพลาสติกและทอพวี ีซี 5. การรวบรวมกงิ่ พนั ธปุ ะการงั การยายปลูกแตกตางกันและตอง ขนาดตามความเหมาะสมกบั ปรมิ าณ อาจตองดําน้ําเปนระยะทางไกล การสภาพแวดลอมท่ีเหมาะสมใน กิ่งพันธุที่ตองการจะรวบรวมมีขาย เนอื่ งจากกงิ่ พนั ธมุ กั กระจายอยทู วั่ ไป การเจรญิ เตบิ โตแตกตางกัน สูงจากพื้นทรายประมาณ 15-30 ในแนวปะการงั จงึ อาจใชบ อลลนู ยก เซนตเิ มตรใสก่ิงพนั ธปุ ะการงั ที่รวบ ของใตน าํ้ ในการพยงุ ภาชนะทใี่ ชร วบ 3. พจิ ารณาวา กง่ิ พนั ธทุ ไี่ ดม สี ว น รวมมาไดเพือ่ รอเวลานาํ ไปยายปลูก รวมกงิ่ พนั ธเุ พอ่ื ทนุ แรงนกั ดาํ นาํ้ ใน ทตี่ ายมากนอ ยเพยี งใดในกรณที มี่ สี ว น การยกภาชนะทม่ี นี นาํ้ หนกั เพมิ่ ขน้ึ ท่ีมีชีวิตเหลือนอยกวา 1 ใน 4 ของ เรอ่ื ยๆตามปรมิ าณกงิ่ พนั ธทุ ร่ี วบรวมได 6. การนาํ กง่ิ พนั ธปุ ะการงั ทร่ี วบ รวมไดข น้ึ มาไวบ นเรอื เพอื่ ลาํ เลยี งไป ยงั บรเิ วณทจี่ ะยา ยปลกู จะตอ งระมดั ระวงั ไมใ หถ กู แดด นาํ้ จดื หรอื อยใู น สภาพแหง เปน เวลานานจนเกนิ ไป เนื่องจากสภาพดังกลาวมีผลตอ อตั รารอดของปะการงั ทท่ี าํ การยา ย ปลกู กรณที ตี่ อ งใชเ วลานานในการ ลาํ เลยี งกง่ิ พนั ธจุ งึ ควรเตรยี มภาชนะ ใสน า้ํ ทะเลเพอ่ื แชก งิ่ พนั ธรุ วมทง้ั วสั ดุ สาํ หรบั บงั แดดในขณะลาํ เลยี งไปยงั บรเิ วณทจ่ี ะยา ยปลกู WONDERS OF THE REEF / 16
พื้นที่ปลูกปะการังแบบต่าง ๆ การปลูกกิ่งพันธุปะการังท่ีรวบรวมมาไดสามารถดําเนินการไดหลายวิธีขึ้นกับปจจัยหลายประการ ไดแก สภาพ พื้นที่และสิ่งแวดลอมในบริเวณท่ีดําเนินการฟนฟูชนิดและรูปทรงของกิ่งพันธุท่ีนํามาใชในการยายปลูกทักษะ ความสามารถของผูดําเนินการฟนฟูโดยการปลูกปะการังที่แบงตามลักษณะพ้ืนที่ที่จะยายปลูก มีดังนี้ 1. การปลกู ปะการงั บนพน้ื ทแ่ี นวปะการงั ธรรมชาติ 2. การปลกู ปะการงั ลงบนพน้ื แขง็ ประเภทอฐิ บลอ็ กคอนกรตี การตดิ กงิ่ พนั ธบุ นพน้ื ทแ่ี ขง็ ทมี่ อี ยตู ามธรรมชาตใิ นแนวปะการงั ซงึ่ โดยสว นใหญเ ปน ซากปะการงั ทงั้ ปะการงั ทม่ี รี ปู ทรงแบบ อฐิ บลอ็ กคอนกรตี ทใี่ ชใ นการปลกู ปะการงั เปน ชนดิ ทใี่ ชใ นงาน โขด (massive) โตะ (tabulate) หรอื กง่ิ กา น (branching) กอสรางทั่วไป โดยสวนใหญเลือกใชอิฐบล็อกเทคานซ่ึง หรอื พน้ื แขง็ อน่ื ๆ ทพี่ บสว นใหญม กั พบแทรกอยใู นแนวปะการงั ราคาแพงกวาอิฐบล็อกกอสราง แตมีความหนามากกวา โดยบางพน้ื ทอี่ าจพบตวั ออ นปะการงั หรอื สว นทย่ี งั มชี วี ติ ของ ทําใหทนทานไมแตกหักงายขณะขนยายและยากตอการ ปะการงั ทอี่ าจฟน ตวั อยบู า งวธิ กี ารนเ้ี ปน วธิ กี ารทเ่ี หมาะสมท่ี ทบั ถมของทรายวธิ กี ารนสี้ ว นใหญจ ะใชก บั พน้ื ทที่ เี่ ปน หยอ ม สดุ สาํ หรบั การปลกู ปะการงั ในกรณที แี่ นวปะการงั มพี นื้ ทใี่ น ปะการังบนพ้ืนทราย ไมอยูในบริเวณท่ีมีคล่ืนลมท่ีจะ ลกั ษณะเชน นอี้ ยมู ากพอขอ พงึ ระวงั ทส่ี าํ คญั ของการปลกู ปะการงั พัดพาทรายขึ้นมากลบทับโดยการจัดเรียงอิฐบล็อกเพ่ือ บนพนื้ ทแ่ี นวปะการงั ธรรมชาตคิ อื ตอ งเลอื กพนื้ ทที่ มี่ ขี นาดใหญ เปนท่ีติดกิ่งพันธุใหแทรกอยูตามที่วางซึ่งเปนพ้ืนทรายระ พอ มคี วามมนั่ คง ไมห ลดุ หรอื ทรดุ ตวั ลงงา ยและไมม สี ง่ิ มชี วี ติ หวางหยอมปะการังจํานวนอิฐบล็อกท่ีจัดเรียงไมแนนอน ทจี่ ะแกง แยง พนื้ ทก่ี บั ปะการงั ขน้ึ อยู ข้ึนกับขนาดพ้ืนท่ีวางของแตละบริเวณในแนวปะการัง WONDERS OF THE REEF / 17
สว นดงั กลา ว เพอ่ื ใหส ว นอนื่ ๆของปะการงั ไดร บั ความเสยี หาย ก. ตรวจสอบพ้ืนท่ีที่ยายปลูกวามีขนาดเหมาะสมกับ นอยท่สี ดุ เคเบ้ลิ ไทรท ่ีใชใ นการยา ยปลกู ปะการังสว นใหญ กงิ่ พนั ธทุ จี่ ะยา ยปลกู มคี วามมนั่ คงแขง็ แรงไมแ ตกหกั พงั งา ย จะใชขนาด 8-12 นิ้ว ขึ้นกับขนาดของก่ิงพันธุและพ้ืนที่ ไมม สี าหรา ยหรอื สง่ิ มชี วี ติ ทจี่ ะแกง แยง พน้ื ทก่ี บั กงิ่ พนั ธุ ยา ยปลกู หากมขี นาดเลก็ เกนิ ไปจะทาํ ใหก งิ่ พนั ธไุ มส ามารถ ข. สอดสว นปลายของเคเบลิ้ ไทรท มี่ ขี นาดเหมาะสมกบั ขนาด ติดแนนกับพื้นที่ยายปลู แตหากมีขนาดใหญเกินไป ของกงิ่ พนั ธแุ ละซากปะการงั ทจ่ี ะตดิ ลงในทลี่ อ็ กใหม ลี กั ษณะ จะทาํ ใหเ กดิ ความเสยี หายของเนอื้ เยอ่ื ปะการงั จากการกด เปน วงพรอ มใชง านและใสล งในซากปะการงั ทเี่ ปน ทตี่ ดิ กงิ่ พนั ธุ ทับของเคเบลิ้ ไทรเปน พื้นทกี่ วาง ค. กรณกี งิ่ พนั ธเุ ปน ปะการงั กง่ิ ใหน าํ กงิ่ พนั ธทุ ใ่ี ชใ นการยา ย ปลูกใสลงในวงของเคเบ้ิลไทรท่ีเตรียมไวแลวรัดเคเบิ้ลไทร ขน้ั ตอนการปลกู ปะการัง อันแรกบริเวณใกลปลายดานลางของกิ่งพันธุ ประมาณ 1 เพอ่ื เสรมิ พ้ืนทแ่ี นวปะการัง ใน 3 ของความยาวกง่ิ พนั ธสุ ว นเคเบลิ้ ไทรอ กี ชน้ิ รดั กงิ่ พนั ธุ ธรรมชาติโดยวธิ ตี า่ ง ๆ ในตาํ แหนง ทจ่ี ะทาํ ใหก ง่ิ พนั ธรุ ดั แนน กบั พนื้ ทปี่ ลกู ใหม ากท่ี สดุ โดยใหม สี ว นทใี่ ชใ นการเจรญิ เตบิ โตพน จากสว นพน้ื ทป่ี ลกู 1. การปลกู ปะการงั บนพนื้ ทแี่ นวปะการงั ธรรมชาติ ประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวกงิ่ พนั ธุ การปลกู ปะการงั บนพน้ื ทแี่ นวปะการงั ธรรมชาตนิ บั เปน วธิ กี าร ทง่ี า ยและสะดวกทสี่ ดุ เนอื่ งจากไมจ าํ เปน ตอ งหาวสั ดลุ งเกาะ 1.2 พ้ืนท่ีธรรมชาติท่ีเปนปะการังโขดหรือพ้ืนแข็งราบ สามารถยา ยปลกู กง่ิ พนั ธไุ ดห ลากหลายโดยใชว ธิ กี ารตดิ กงิ่ พนั ธุ พนื้ ทปี่ ระเภทนสี้ ามารถใชป ลกู กง่ิ ปะการงั ไดแ ทบทกุ รปู ทรง ทแ่ี ตกตา งกนั ไปไดต ามความเหมาะสมพนื้ ทแ่ี นวปะการงั ธรรม โดยใชว ธิ กี ารทห่ี ลากหลาย ดงั นี้ ชาตอิ าจมที งั้ สว นทเ่ี ปน กงิ่ ปะการงั เขากวางตายและปะการงั โขดทต่ี ายทง้ั โคโลนหี รอื ตายเพยี งบางสว นซง่ึ แตล ะพน้ื ทม่ี ขี น้ั 1.2.1 กรณีใชกาวอีพอ็ กซ่ี ตอนวธิ กี ารปลกู ปะการงั แตกตา งกนั ดงั นี้ ก. เตรยี มกาวอพี อ กซที่ ง้ั สองสว นใหพ รอ มโดยแกะกาวออก จากซองพลาสตกิ โดยใหเ หลอื เฉพาะสว นทห่ี มุ แทง กาวแตล ะ 1.1 พ้ืนท่ีธรรมชาติที่เปนปะการังประเภทกิ่งก่ิงพันธุ สว นหรอื อาจแกะกาวแตล ะสว นบรรจลุ งในถงุ ซปิ กนั นา้ํ โดย ทใี่ ชก บั พน้ื ทปี่ ระเภทนส้ี ว นใหญเ ปน ปะการงั ประเภทกง่ิ เนอ่ื ง แยกถงุ กาวทัง้ สองสวนใหชัดเจนกอ นทน่ี ําลงไปปฏิบตั งิ าน จากงา ยและกลมกลนื กบั พนื้ ทเี่ ดมิ วธิ กี ารตดิ กง่ิ พนั ธปุ ะการงั ที่ เพอื่ ใหส ะดวกและเพอ่ื ไมใ หก าวละลายขณะทนี่ าํ ลงไปใชง าน งา ยทส่ี ดุ คอื การใชเ คเบลิ้ ไทร ใตน้ําท้ังน้ีควรเตรียมกาวท่ีจะใชในปริมาณท่ีเหมาะสมกับ การใชงานในแตละครั้ง เน่ืองจากกาวท่ีถูกนํ้าทะเลแลวจะ ไมส ามารถนาํ มาใชใ หมใ นครง้ั ตอ ไป ข. ตรวจสอบพน้ื ทท่ี จี่ ะยา ยปลกู กงิ่ พนั ธวุ า มคี วามมนั่ คงแขง็ แรง ไมง า ยตอ การถกู คลน่ื ลมพดั พาหรอื ถกู ทรายกลบฝง ไมม ี สาหรา ยหรอื สง่ิ มชี วี ติ ทจี่ ะแกง แยง พนื้ ทก่ี บั กงิ่ พนั ธุ ค. ในกรณจี ดุ ทจี่ ะยา ยปลกู ปกคลมุ ดว ยทรายหรอื สาหรา ย เสนขนาดเล็กอาจทําใหกาวหลุดออกจากพื้นผิวไดงายจึง ควรใชแ ปรงปด ทรายและขดั สาหรา ยออกกอ นทจี่ ะตดิ กาว 1.2.2 กรณีใชเ คเบิล้ ไทร ก. ใชต ะปคู อนกรตี ขนาด 4 นวิ้ หรอื แทง เหลก็ ขนาด 3หนุ ตอก บนพนื้ ทที่ จี่ ะปลกู ปะการงั ใหแ นน เพอื่ ใชเ ปน หลกั ยดึ กง่ิ พนั ธุ ข. ใชเ คเบลิ้ ไทรร ดั กง่ิ พนั ธปุ ะการงั กบั ตะปหู รอื แทง เหลก็ ใน ลกั ษณะเดยี วกบั การตดิ กงิ่ พนั ธบุ นพน้ื ทธี่ รรมชาตทิ เ่ี ปน ปะ การงั ประเภทกงิ่ WONDERS OF THE REEF / 25
Search
Read the Text Version
- 1 - 36
Pages: