Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 408_ภาษาไทย ป4 หน่วย19 รักที่สุดเมืองของเรา

408_ภาษาไทย ป4 หน่วย19 รักที่สุดเมืองของเรา

Published by krupom61, 2020-05-09 12:14:55

Description: 408_ภาษาไทย ป4 หน่วย19 รักที่สุดเมืองของเรา

Search

Read the Text Version

ใบงาน ประกอบหน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๗ เรื่อง รกั ทส่ี ุดเมืองของเรา ภาคเรยี นที.่ ............... แผนการเรยี นรทู้ ่ี ๘ เร่ือง อ่านสักนิดคดิ แล้วเขียน ๒ ปกี ารศกึ ษา............... ช่ือ..................................................................................................... เลขท่.ี ................... ช้นั ...................... ___________________________________________________________________________ คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นต้ังคำถามและตอบคำถามจากเรื่องสัน้ น้ี ๕ ข้อ สนุ ทรภู่เกิดเม่อื วันจนั ทร์ เดือน ๘ ขน้ึ ๑ คำ่ ปีมะเมีย จลุ ศักราช ๑๑๔๘ เวลาประมาณ ๘.๐๐ น. ซ่ึงตรงกับวันที่ ๒๖ มิถนุ ายน ๒๓๒๙ ในรชั กาลท่ี ๑ บิดามารดาชอื่ ใดไม่ปรากฏ ทราบเพยี งวา่ มารดามเี ชอ้ื สาย ผดู้ ี เเละทำหนา้ ท่ีเป็นแม่นมของพระธดิ าในกรมพระราชวังหลัง ส่วนบดิ านน้ั บวชเป็นพระอย่ทู ี่วัดบ้านกร่ำ อำเภอเเกลง จังหวัดระยอง เม่อื สุนทรภโู่ ตพอสมควร มารดาได้นำไปฝากให้เรียนหนังสือท่ีวัดชีปะขาว หรอื วัด ศรีสดุ ารามในปัจจบุ ัน คร้นั มคี วามรู้ดเี เลว้ มารดานำไปฝากเป็นขา้ ในกรมพระราชวงั หลัง เเตอ่ ย่ไู ดไ้ ม่นานก็ ลาออกไปเป็นเสมียน สุนทรภูร่ บั ราชการไมก่ า้ วหน้านกั เพราะตดิ นสิ ยั รกั กาพยก์ ลอน กระทงั่ ในสมยั รชั กาลท่ี ๒ จงึ เปน็ ที่โปรดปรานใหเ้ ป็น \"ขนุ สนุ ทรโวหาร\" (ภ)ู่ เรียกกันสน้ั ๆ วา่ \"สุนทรภู่\" ต่อมาในสมยั รัชกาลท่ี ๔ ไดร้ บั บรรดาศกั ดิ์เป็น \" พระสนุ ทรโวหาร \" เเละถงึ เเก่กรรมเมอ่ื ปเี ถาะ พ.ศ. ๒๓๙๘ อายุได้ ๗๐ ปี คำถาม/คำตอบ ขอ้ ท่ี ๑ คำถาม : ................................................................................................................................ คำตอบ : ............................................................................................................................... คำถาม/คำตอบ ขอ้ ท่ี ๒ คำถาม : ................................................................................................................................ คำตอบ : ............................................................................................................................... คำถาม/คำตอบ ข้อท่ี ๓ คำถาม : ................................................................................................................................ คำตอบ : ............................................................................................................................... คำถาม/คำตอบ ขอ้ ท่ี ๔ คำถาม : ................................................................................................................................ คำตอบ : ................................................................................................................................ คำถาม/คำตอบ ขอ้ ท่ี ๕ คำถาม : ................................................................................................................................ คำตอบ : ...............................................................................................................................

เกณฑ์การประเมินการต้ังคำถามและตอบคำถาม หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๗ เร่ือง รักทีส่ ุดเมืองของเรา แผนการเรยี นรทู้ ่ี ๘ เรือ่ ง อา่ นสกั นดิ คดิ แล้วเขยี น ๒ รายการ ๔ ระดบั คณุ ภาพ น้ำหนกั คะแนน ประเมิน ๓๒ ๑ คะแนน รวม ๑. การต้ัง ประโยคถูกตอ้ ง ประโยคถูกต้อง ประโยค คำ ประโยค คำ ประโยคคำถาม/ ตามชนดิ และ ใช้คำไดถ้ ูก ถูกต้องบางสว่ น ถกู ตอ้ งบางสว่ น คำตอบจากเร่ือง หนา้ ทขี่ องคำ ความหมาย ความหมาย แต่ประโยคไม่ ๔ ๑๖ ท่กี ำหนด ประโยคสมบรู ณ์ ประโยคสมบูรณ์ ประโยคสมบรู ณ์ สมบูรณ์ ๒ ๘ ๓ ๑๒ ใจความชัดเจน ใจความชดั เจน ไดใ้ จความ ใจความไม่ชัดเจน ๑ ๔ ๔๐ ใชภ้ าษาไดด้ ี ๒. ภาษาส่อื ภาษาสือ่ ภาษาสอื่ ภาษาส่ือ ภาษาสื่อ ความหมาย ความหมายได้ ความหมายได้ ความหมาย ความหมายยงั ไม่ ชัดเจน ถกู ต้องชดั เจนดี ถูกตอ้ งพอใช้ ถูกต้องเป็นบาง ถูกตอ้ ง มาก ขอ้ ความ ๓. ถ้อยคำ/ ใช้ถอ้ ยคำ/ ใชถ้ อ้ ยคำ/ ใชถ้ อ้ ยคำ ใช้ถอ้ ยคำสับสน ประโยค ประโยค ประโยค กะทดั รดั / เข้าใจยาก กะทัดรดั และได้ กะทดั รดั และได้ ประโยค ได้ ใจความดีมาก ใจความเล็กน้อย ใจความบางสว่ น ๔. ลายมอื มคี วาม ลายมอื มีความ ลายมือ มคี วาม มีรอยลบ ขีดฆา่ มรี อยลบ ขดี ฆ่า สวยงามเป็น เปน็ ระเบียบ เป็นระเบยี บ เป็นบางแหง่ ต้ังแต่ ๕ แหง่ ขึ้น ระเบียบ เรียบร้อยดมี าก เรยี บรอ้ ยพอใช้ ไป รวมคะแนน เกณฑ์การตัดสิน/ระดับคุณภาพ ระดบั ๕ หมายถงึ ดเี ย่ยี ม คะแนน ๓๒ – ๔๐ ระดบั ๔ หมายถึง ดมี าก คะแนน ๒๘ – ๓๑ ระดับ ๓ หมายถึง ดี คะแนน ๒๔ – ๒๗ ระดบั ๒ หมายถึง พอใช้ คะแนน ๒๐ – ๒๓ ระดบั ๑ หมายถงึ ควรปรับปรุง คะแนน ๐ – ๑๙ เกณฑ์การผ่าน ผา่ นระดบั ๓ ข้นึ ไป

๑. การต้ังประโยคคำถาม/แบบบนั ทกึ คะแนนการตั้งคำถามและตอบคำถาม คำตอบจากเ ื่รองที่กำหนด ๒. ภาษาสื่อความหมายหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๗ เรอื่ ง รักทส่ี ดุ เมอื งของเรา ัชดเจน แผนการเรยี นรทู้ ี่ ๘ เรื่อง อา่ นสกั นิดคิดแลว้ เขียน ๒ ๓. ้ถอยคำ/ประโยค ๔. ลายมือมีความสวยงามเป็นรายการประเมิน ระเบียบคะแนน รวมคะแนน ระดับ ุคณภาพเลข ช่อื -สกุล ท่ี ๑๖ ๘ ๑๒ ๔ ๔๐ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ หมายเหตุ ใหด้ ูจากเกณฑท์ ่กี ำหนดไว้ข้างต้น

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๙ เรื่อง อ่านสักนิดคิดแล้วเขยี น ๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ดั มาตรฐาน ท ๑.๑ : ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพอื่ นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาในการ ดำเนินชวี ติ และมนี ิสัยรักการอา่ น ตวั ชีว้ ดั ท ๑.๑ ป.๔/๓ อ่านเร่ืองส้นั ๆ ตามเวลาทก่ี ำหนดและตอบคำถามจากเร่ืองที่อา่ น ท ๑.๑ ป.๔/๗ อา่ นหนังสอื ท่ีมีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรอ่ื งทีอ่ า่ น มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใชก้ ระบวนการเขยี นส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ เขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตวั ชี้วดั ท ๒.๑ ป.๔/๒ เขยี นสือ่ สารโดยใชค้ ำถูกตอ้ ง ชดั เจนเหมาะสม มาตรฐาน ท ๓.๑ : สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมวี ิจารณญาณ และแสดงความรู้ ความคดิ และ ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ ตวั ชว้ี ดั ท ๓.๑ ป.๔/๔ ต้งั คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผลจากเรอื่ งทีอ่ า่ น ฟัง ดู ท ๓.๑ ป.๔/๖ มมี ารยาทการอา่ น ฟงั และ ดู ๒. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด การอา่ นหนังสือจนเปน็ นิสัย จะทำให้มที ักษะการสื่อสารเรอื่ งไดด้ ีและไดแ้ นวคดิ เชิงเหตุผลสรุปข้อคิด จากเรอื่ งได้ถกู ตอ้ ง จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นมที กั ษะการอา่ นและเข้าใจเรื่องได้ ๒. นกั เรยี นสามารถสรปุ ขอ้ คิดจากเรือ่ งได้ ๓. นกั เรียนบอกอธบิ ายแนวทางในการทจี่ ะนำข้อคิดทไ่ี ด้ไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ การอ่านสรปุ ความรู้และข้อคดิ จากเรือ่ งทอี่ ่าน ฟัง ดู ๓.๒ อธิบายขอ้ คิดจากเรือ่ งท่ีอ่าน ฟัง ดู ๔. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคดิ ๕. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์/ค่านิยม ๕.๑ มีวินยั ๕.๒ ใฝเ่ รยี นรู้ ๕.๓ มุ่งมน่ั ในการทำงาน ๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน สรปุ ขอ้ คิดเหน็ จากเรอ่ื งที่อา่ น

๗. การวัดและประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ์ ผ่านรอ้ ยละ ๖๐ วธิ กี าร ๑. แบบประเมินการสรุปข้อคดิ เหน็ จากเร่อื ง ๑. การสรปุ ขอ้ คดิ เหน็ จากเรอื่ ง ทีอ่ ่าน ท่ีอ่าน ๒. แบบสังเกตพฤตกิ รรม ๒. สังเกตพฤตกิ รรม ๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ใช้วิธกี ารสอนแบบขน้ั ทั้ง ๔ ของอริยสัจส่ี) ข้ันกำหนดปัญหา (ทกุ ข์) ๑. นักเรียนอ่าน/ด/ู ฟงั จากบทความ ๒. นกั เรยี นกำหนดปญั หาในเรอื่ งทีอ่ า่ น/ด/ู ฟัง จากบทความ ขนั้ ตัง้ สมมตุ ิฐาน (สมทุ ยั ) ๓. นักเรียนพจิ ารณาหาสาเหตขุ องปญั หาจากเร่อื ง ๔. แบง่ กลุ่มนกั เรียนตามความเหมาะสม ศึกษาใบความรเู้ ร่อื ง การอา่ นและการเขียน (ท้ายแผน) แลว้ ระดมความคดิ สรปุ ความสำคัญของการอา่ นและการเขียน ๕. นักเรยี นระดมความคดิ เก่ียวกบั ปัญหาที่พบในการอา่ นและเขยี นเพื่อหาวธิ แี กป้ ญั หา ข้ันการทดลองและหาขอ้ มูล (นิโรธ) ๖. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทำแบบทดสอบการสรปุ ขอ้ คิดจากเรอ่ื ง หญงิ ชรากบั เดก็ ชายใจดี (ท้ายแผน) ๗. ตวั แทนกลุ่มนำเสนอการสรปุ ขอ้ คดิ เรือ่ ง หญงิ ชรากับเด็กชายใจดี (ท้ายแผน) ขน้ั สรปุ ขอ้ มูลและสรุปผล (มรรค) ๘. นักเรียนในกลุม่ ทอ่ี อกไปอภิปรายบันทกึ ปัญหาและวธิ กี ารแกป้ ัญหาจากการทเี่ พื่อนสรปุ ๙. นำช้ินงานการสรปุ ของแตล่ ะกลมุ่ ตดิ ป้ายนิเทศ ๙. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ บทความจากหนงั สอื /เอกสารที่นกั เรียนสนใจ ๙.๒ ป้ายนเิ ทศ ๙.๓ ใบความรู้ ๙.๔ ใบงาน ๑๐. ข้อเสนอแนะ …………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………. …………………………….………………………………………………………………………………………………………….…………………

ใบความรู้ เรื่อง การอา่ นและการเขียน การอ่าน หมายถึง การแปลความหมายของตัวอักษรทอี่ ่านออกมาเป็นความรู้ ความคดิ และเกดิ ความเข้าใจเรอ่ื งราวทีอ่ ่านตรงกบั เรื่อราวทีผ่ ้เู ขยี นเขียน ผอู้ า่ นสามารถนำความรู้ ความคดิ หรอื สาระจากเรอ่ื งราวท่ีอ่านไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนไ์ ด้ การอ่านจงึ มีความสำคัญ ดงั นี้ ๑) การอา่ นเปน็ เครอ่ื งมือในการแสวงหาความรู้ โดยเฉพาะผทู้ ่ีอยใู่ นวยั ศกึ ษาเล่าเรียน จำเป็นต้องอา่ นหนงั สอื เพือ่ การศึกษาหาความร้ดู า้ นต่างๆ ๒) การอ่านเปน็ เครอ่ื งมอื ชว่ ยให้ประสบความสำเรจ็ ในการประกอบอาชีพ เพราะสามารถ นำความรู้ทไี่ ด้จากการอา่ นไปพฒั นางานของตนได้ ๓) การอา่ นเปน็ เครอ่ื งมอื สบื ทอดทางวฒั นธรรมของคนรนุ่ ตอ่ ๆ ไป ๔) การอ่านเปน็ วิธีการส่งเสรมิ ให้คนมีความคดิ อ่านและฉลาดรอบรู้ เพราะประสบการณ์ ท่ไี ด้จากการอา่ นเม่อื เก็บสะสมเพ่ิมพูนนานวนั เข้า ก็จะทำใหเ้ กดิ ความคิด เกดิ สติปญั ญา เป็นคน ฉลาดรอบรูไ้ ด้ ๕) การอ่านเปน็ กิจกรรมทกี่ อ่ ใหเ้ กิดความเพลดิ เพลนิ บนั เทงิ ใจ เป็นวิธหี นึ่งในการแสวงหา ความสขุ ใหก้ บั ตนเองท่ีง่ายทสี่ ุด และไดป้ ระโยชนค์ มุ้ ค่าทสี่ ดุ ๖) การอา่ นเปน็ การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ทำให้เปน็ คนที่สมบรู ณ์ทั้งดา้ นจติ ใจและ บุคลิกภาพ เพราะเมอื่ อ่านมากยอ่ มรูม้ าก สามารถนำความรไู้ ปใชใ้ นการดำรงชีวิตไดอ้ ย่างมี ความสุข ๗) การอา่ นเปน็ เครอ่ื งมอื ในการพัฒนาระบบการเมือง การปกครอง ศาสนา ประวัติศาสตร์ และสงั คม ๘) การอา่ นเปน็ วิธีการหน่งึ ในการพัฒนาระบบการสื่อสารและการใชเ้ คร่อื งมือทาง อเิ ล็กทรอนิกสต์ า่ งๆ

การเขยี น หมายถงึ การถ่ายทอดความรู้ ความรสู้ กึ นกึ คิด เร่อื งราว ตลอดจนประสบการณ์ ต่างๆ ไปสู่ผ้อู น่ื โดยใช้ตวั อกั ษรเป็นเครือ่ งมอื ในการถา่ ยทอดการเขียน เปน็ วิธกี ารสื่อสารทส่ี ำคัญ ในการถา่ ยทอดความรู้ ความคิด และประสบการณ์ เพือ่ สื่อไปยังผรู้ ับได้อยา่ งกว้างไกล นอกจากนัน้ การเขียนยงั มีคุณคา่ ในการบนั ทกึ เป็นขอ้ มลู หลักฐานให้ศกึ ษาไดย้ าวนาน หลกั การเขียน เน่ืองจากหลกั การเขยี นเปน็ ทักษะทตี่ ้องเอาใจใสฝ่ กึ ฝนอย่างจรงิ จงั เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ความ ชำนาญ และปอ้ งกันความผิดพลาด ดังน้ัน ผ้เู ขยี นจงึ จำเปน็ ตอ้ งใชห้ ลักในการเขียน ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. มคี วามถูกตอ้ ง คอื ข้อมูลถูกตอ้ ง ใช้ภาษาไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมตามกาลเทศะ 2. มีความชัดเจน คอื ใชค้ ำทม่ี ีความหมายชัดเจน รวมถงึ ประโยคและถอ้ ยคำสำนวน เพ่ือใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจไดต้ รงตามจดุ ประสงค์ 3. มีความกระชบั และเรียบงา่ ย คือ ร้จู กั เลอื กใชถ้ ้อยคำธรรมดาเข้าใจงา่ ย ไม่ฟ่มุ เฟอื ย เพือ่ ใหไ้ ดใ้ จความชัดเจน กระชบั ไม่ทำใหผ้ ู้อา่ นเกดิ ความเบอ่ื หนา่ ย 4. มีความประทับใจ โดยการใช้คำใหเ้ กดิ ภาพพจน์ อารมณแ์ ละความรู้สกึ ประทบั ใจ มีความหมายลกึ ซึ้งกนิ ใจ ชวนตดิ ตามให้อา่ น 5. มีความไพเราะทางภาษา คือ ใช้ภาษาสภุ าพ มคี วามประณตี ท้ังสำนวนภาษาและ ลกั ษณะเน้ือหา อ่านแลว้ ไม่รู้สึกขัดเขนิ 6. มีความรับผดิ ชอบ คอื ตอ้ งแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งสมเหตุสมผล มงุ่ ใหเ้ กดิ ความรแู้ ละ ทัศนคติอนั เปน็ ประโยชนแ์ ก่ผ้อู ื่น นอกจากหลักการเขียนท่จี ำเปน็ ต่อการเขียนแลว้ สง่ิ ทีม่ คี วาม จำเปน็ อีกประการหนงึ่ คือ กระบวกการคดิ กับกระบวนการเขยี นทจี่ ะต้องดำเนินควบคไู่ ปกบั หลกั การเขยี น เพื่อทจ่ี ะทำให้สามารถเขยี นไดด้ ียิง่ ข้ึน

ใบงาน ประกอบหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ เร่ือง รกั ท่สี ดุ เมอื งของเรา ภาคเรียนท่.ี ............... แผนการเรยี นรู้ที่ ๙ เร่ือง อ่านสกั นิดคดิ แล้วเขยี น ๓ ปกี ารศกึ ษา............... ชือ่ ..................................................................................................... เลขท.ี่ ................... ช้ัน...................... ___________________________________________________________________________ คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนอ่านแล้วสรุปข้อคดิ จากบทรอ้ ยแกว้ ตอ่ ไปน้ี หญิงชรากบั เดก็ ชายใจดี ในหมบู่ ้านชนบทประเทศออสเตรเลียใกลร้ า้ นซุบเปอร์มารเ์ กต หญิงชราเดนิ ต้วมเต้ียมนำขวานคมไป ตดั หนอ่ กล้วยและเก็บสมุนไพรไปขายทต่ี ลาด ขณะที่หล่อนเดินข้ามสะพานก็สะดดุ ก้อนหินล้มลงโดนหนาม แหลมตำไดร้ บั บาดเจบ็ ขยับตวั ไม่ได้ หล่อนรอ้ งให้คนช่วยแต่ที่นั้นปราศจากผคู้ น ในขณะท่ีฝนก็โปรยปรายลงมา จนหล่อนเปียกและเมอ่ื ยเหน็บไปท้งั ตวั หล่อนร้สู กึ หงดุ หงิด จึงรอ้ งครวญครางจนสลบ แตเ่ หตุการณไ์ ม่คาดฝนั ก็ เกดิ ข้นึ บังเอญิ มีเดก็ ชายชาวเขาร่างกายซูบผอมขับรถแทรกเตอรผ์ า่ นมา จงึ รบี ชว่ ยเหลอื หล่อนไปนั่งที่กระทอ่ ม และเอาขา้ วต้มให้หล่อนกนิ แต่หลอ่ นรสู้ กึ กระหายนำ้ เดก็ ชายจงึ รบี ไปเอานำ้ ทก่ี ๊อกนำ้ ซง่ึ อยูใ่ กล้กบั อาคารเก่าๆ ท่อี ยูต่ ดิ กบั โรงแรมมาใหห้ ล่อนดมื่ หญิงชราซาบซึ้งในความเอื้อเฟ้ือและโอบอ้อมอารขี องเด็กชาย หลอ่ นเอามือจับไหล่เดก็ ชายแล้ว อธิษฐานขอใหเ้ ดก็ ชายชาวเขาโชคดีหายจากความอดยาก และพบแตค่ วามเจรญิ ดว้ ยแรงอธษิ ฐานเกดิ อภนิ ิหาร และความอศั จรรย์ รา่ งกายที่ซูบผอมและซีดเซยี วของเด็กชายกลบั เปลง่ ประกายและมรี า่ งกายบึกบนึ เดก็ ชาย ตะลึงกบั เหตกุ ารณท์ เี่ กิดข้นึ เขายกมอื ไหวท้ ำความเคารพหญิงชราและปรารถนาจะนำหญิงชราไปส่งทีบ่ า้ นด้วย ความสมคั รใจ หญงิ ชราสงั เกตเหน็ ว่าเดก็ ชายเปน็ คนมนี ้ำใจจงึ อนญุ าตใหเ้ ขาไปส่งทบี่ า้ น เด็กชายพยุงหญงิ ชราขึ้นรถแทรกเตอรแ์ ละขบั รถไปทางลดั ผา่ นปา่ ละเมาะและลำธาร แต่เขาคาดการณ์ ผิด ทางลัดกลบั กนั ดาร และมอี ันตรายทำใหเ้ ขาและหญิงชราหลงเขาไปในหบุ เขา ซึง่ เป็นดนิ แดนทห่ี ญิงชรา ไม่คนุ้ เคยมาก่อนและพบโครงกระดูกมากมาย หญงิ ชราอธิษฐานอีกคร้งั หลอ่ นขอใหต้ นเองและเดก็ ชายกลับ บา้ นโดยปลอดภยั ฉับพลันหล่อนกม็ องเห็นทางออกจากหบุ เขา หล่อนบอกใหเ้ ด็กชายขับรถไปตามทางทีห่ ล่อน เหน็ เพื่อกลบั ให้ถงึ บา้ นใหเ้ ร็วทสี่ ุด สรุปข้อคดิ จากเรือ่ ง หญิงชรากบั เด็กชายใจดี ไดด้ งั น้ี .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................

เกณฑ์การประเมนิ การสรปุ ข้อคิดเหน็ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ เร่อื ง รักที่สุดเมอื งของเรา แผนการเรียนรทู้ ่ี ๙ เรื่อง อ่านสกั นิดคดิ แลว้ เขยี น ๓ รายการ ๔ ระดบั คณุ ภาพ นำ้ หนัก คะแนน ประเมิน ๓๒ ๑ คะแนน รวม ๑. เนอื้ เรอื่ ง เนอ้ื เร่อื ง สรุป เน้ือเรอื่ ง สรปุ เน้ือเร่ือง สรปุ เนือ้ เรือ่ ง สรปุ สรปุ ถูกต้องตาม ถกู ต้องแต่ไม่ ถูกตอ้ ง ยงั ไมถ่ ูกต้อง ๓ ๑๒ ๓ ๑๒ หลกั เกณฑ์ ครบถว้ น เลก็ น้อย ๓ ๑๒ ๑ ๒. ลำดับความคดิ ลำดบั ความคิด ลำดับความคิด ลำดับความคดิ ลำดับความคิด ๔ ๔๐ เหตุการณ์ เหตกุ ารณ์ เหตุการณ์ เหตุการณ์ เหตกุ ารณ์ ต่อเนื่องสมั พนั ธ์ ต่อเนื่องสัมพันธ์ ตอ่ เนอื่ ง ตอ่ เนื่อง ต่อเนือ่ งยังไม่ กนั กันดีมาก สัมพนั ธ์กัน สมั พนั ธก์ ันบ้าง สัมพันธ์กนั พอใช้ เปน็ บางคร้งั ๓. สำนวนภาษา สำนวนภาษาสอ่ื สำนวนภาษา สำนวนภาษา สำนวนภาษา สื่อความหมาย ความหมายได้ สือ่ ความหมาย สอื่ ความหมาย ส่อื ความหมาย ชัดเจน ถูกต้องชดั เจน ไดถ้ กู ต้องพอใช้ ถูกต้องเป็นบาง ยังไม่ถกู ตอ้ ง ดมี าก ข้อความ ๔. ความสะอาด สะอาด เปน็ สะอาด เป็น สะอาด เป็น สะอาด เปน็ เป็นระเบยี บ ระเบียบ ลายมือ ระเบยี บ ระเบยี บ ระเบยี บ มีรอย เรียบรอ้ ย สม่ำเสมอ ไม่มี ลายมอื ลายมอื ลบ ขดู ขีดฆา่ รอยขดี ฆ่า สม่ำเสมอ มี สม่ำเสมอ รอย มากกวา่ ๔ แหง่ รอยขดี ฆ่า ขดี ฆา่ ลบ ๓-๔ เลก็ น้อย แห่ง รวมคะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ /ระดับคุณภาพ ระดบั ๕ หมายถงึ ดเี ย่ียม คะแนน ๓๒ – ๔๐ ระดับ ๔ หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๒๘ – ๓๑ ระดบั ๓ หมายถึง ดี คะแนน ๒๔ – ๒๗ ระดับ ๒ หมายถงึ พอใช้ คะแนน ๒๐ – ๒๓ ระดับ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง คะแนน ๐ – ๑๙ เกณฑก์ ารผา่ น ผา่ นระดับ ๓ ขึ้นไป

แบบบันทกึ คะแนนการสรุปข้อคดิ เห็น หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๗ เรอ่ื ง รักท่สี ดุ เมืองของเรา แผนการเรยี นรู้ที่ ๙ เรอ่ื ง อ่านสักนดิ คดิ แล้วเขยี น ๓ รายการประเมิน คะแนน เลข ชอ่ื -สกลุ ท่ี ๑. เ ้ืนอเร่ือง สรุป ๒. ลำดับความ ิคดเหตุการ ์ณ ต่อเน่ืองสัมพัน ์ธ ักน ๓ . ส ำ น ว น ภ า ษ า ส่ื อ ความหมายชัดเจน ๔. ความสะอาดเป็นระเ ีบยบ เรียบ ้รอย รวมคะแนน ระดับ ุคณภาพ ๑๒ ๑๒ ๑๒ ๔ ๔๐ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ หมายเหตุ ให้ดูจากเกณฑ์ท่กี ำหนดไว้ข้างตน้

แผนการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรอื่ ง จงพากเพียรเรยี นร้อยกรอง เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตัดสินใจแกป้ ัญหา ในการดำเนนิ ชีวิตและมนี สิ ยั รกั การอา่ น ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๔/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ เขียนเรอ่ื งราวในรูปแบบ ตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ ตวั ช้วี ดั ท ๒.๑ ป.๔/๒ เขยี นสอื่ สารโดยใช้คำถูกตอ้ ง ชดั เจนเหมาะสม มาตรฐาน ท ๔.๑ : เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ ตัวชวี้ ดั ท ๔.๑ ป.๔/๕ แตง่ บทร้อยกรองและคำขวญั ท ๔.๑ ป.๔/๗ เปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่นิ ได้ มาตรฐาน ท ๕.๑ : เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น คุณคา่ และนำมาใช้ในชวี ติ จริง ตวั ชว้ี ดั ท ๕.๑ ป.๔/๒ อธิบายข้อคิดจากการอ่าน เพือ่ นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ ๒. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด เขียนสรปุ ความรู้ขอ้ คดิ เห็นจากการอ่านบทร้อยกรอง ทำใหเ้ ข้าใจข้อคดิ สำคญั ได้ดีและเขียนไดด้ มี ี ระเบยี บถูกลักษณะการเขยี น จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นมมี ารยาทในการเขยี น ๒. นกั เรยี นสามารถอา่ นบทรอ้ ยกรอง แลว้ เขียนสรปุ ขอ้ คดิ ได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ๓. นกั เรียนสามารถทอ่ งจำบทอาขยานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ มารยาทในการเขียน ๓.๒ เขยี นสรุปข้อคิดจากการอา่ น ๓.๓ ท่องจำบทอาขยาน ๔. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการส่อื สาร ๔.๒ ความสามารถในการคดิ ๔.๓ ความสามรถในการแกป้ ญั หา ๕. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค/์ คา่ นิยม ๕.๑ มีวินยั ๕.๒ ใฝเ่ รียนรู้ ๕.๓ มุง่ มน่ั ในการทำงาน

๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน การเขยี นสรุปข้อคดิ จากบทร้อยกรอง ๗. การวดั และประเมนิ ผล เครื่องมือ เกณฑ์ ผ่านรอ้ ยละ ๖๐ วิธีการ ๑. แบบประเมินการเขยี นสรุปขอ้ คิดจากบท ๑. การเขยี นสรปุ ขอ้ คดิ จากบท ร้อยกรอง รอ้ ยกรอง ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ๒. สังเกตพฤตกิ รรม ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ (ใชว้ ธิ ีการสอนแบบสัมมนา) ขนั้ ท่ี ๑ นกั เรยี นคน้ หาบทรอ้ ยกรองท่ีนักเรียนสนใจ คนละ ๑ บทกลอน ขั้นท่ี ๒ เลอื กตวั แทนนักเรยี นออกมาอ่านบทร้อยกรองให้เพื่อนในชนั้ ฟงั ข้นั ที่ ๓ นกั เรียนฟังการอา่ นออกเสียงบทร้อยกรองทถี่ ูกต้อง จากเทปบนั ทกึ เสียงส่อื CAI ขั้นท่ี ๔ แบ่งกล่มุ อา่ นทำนองเสนาะ แสดงอธิบายขอ้ คิดจากบทร้อยกรอง ขน้ั ที่ ๕ นักเรยี นทำใบกจิ กรรมการคดิ จากบทรอ้ ยกรอง แล้วชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง ขัน้ ท่ี ๖ นักเรยี นฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง และสรปุ ข้อคดิ ร่วมกัน ขั้นที่ ๗ นกั เรียนทำใบงาน สรุปผลขอ้ คิดจากบทรอ้ ยกรอง (ทา้ ยแผน) ๙. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้ ๙.๑ แบบฝึกอ่านบทรอ้ ยกรองในหนงั สอื เรียน ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๙.๒ เทปบนั ทึกเสยี งส่อื CAI ๙.๓ ใบงาน ๑๐. ขอ้ เสนอแนะ …………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………. …………………………….………………………………………………………………………………………………………….…………………

ใบงาน ประกอบหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๗ เรอื่ ง รักทส่ี ดุ เมอื งของเรา ภาคเรียนที่................ แผนการเรียนรู้ที่ ๑๐ เร่อื ง จงพากเพยี รเรียนรอ้ ยกรอง ปกี ารศึกษา............... ชอ่ื ..................................................................................................... เลขที่.................... ชัน้ ...................... ___________________________________________________________________________ คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นอ่านแล้วสรุปข้อคิดจากบทร้อยกรองต่อไปน้ี พฤษภกาสร พฤษภกาสร อีกกุญชรอนั ปลดปลง โททนต์เสนง่ คง สำคัญหมายในกายมี นรชาตวิ างวาย มลายสน้ิ ทงั้ อินทรยี ์ สถติ ทว่ั แต่ชว่ั ดี ประดับไว้ในโลกา ข้อคิด.................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................

เกณฑก์ ารประเมินการสรปุ ข้อคดิ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๗ เรื่อง รักทีส่ ุดเมอื งของเรา แผนการเรียนรูท้ ี่ ๑๐ เรื่อง จงพากเพยี รเรยี นรอ้ ยกรอง รายการ ๔ ระดับคุณภาพ น้ำหนกั คะแนน ประเมิน ๓๒ ๑ คะแนน รวม เนอื้ เร่อื ง สรุป ๑. เน้ือเร่อื ง ถูกต้องตาม เน้ือเร่อื ง สรุป เน้ือเร่อื ง สรุป เนื้อเร่อื ง สรปุ สรุป หลักเกณฑ์ ลำดับความคิด ถกู ตอ้ งแต่ไม่ ถกู ตอ้ ง เลก็ นอ้ ย ยังไมถ่ กู ต้อง ๓ ๑๒ ๒. ลำดับ เหตุการณ์ ๓ ๑๒ ความคดิ ต่อเน่ืองสัมพนั ธ์ ครบถ้วน ๓ ๑๒ เหตกุ ารณ์ กันดมี าก ๑ ต่อเนือ่ งสัมพันธ์ ลำดบั ความคิด ลำดบั ความคดิ ลำดบั ความคดิ ๔ กัน สำนวนภาษาส่อื ๔๐ ๓. สำนวนภาษา ความหมายได้ เหตุการณ์ เหตกุ ารณ์ เหตุการณ์ ส่อื ความหมาย ถูกตอ้ งชัดเจน ชดั เจน ดีมาก ตอ่ เนอ่ื งสมั พันธ์ ตอ่ เน่อื งสมั พันธ์ ต่อเน่ืองยงั ไม่ สะอาด เปน็ ๔. ความสะอาด ระเบยี บ ลายมอื กันพอใช้ กันบา้ งเป็น สมั พนั ธก์ ัน เปน็ ระเบียบ สมำ่ เสมอ ไม่มี เรียบรอ้ ย รอยขดี ฆ่า บางครงั้ สำนวนภาษาส่ือ สำนวนภาษาสอ่ื สำนวนภาษา ความหมายได้ ความหมาย สื่อ ถูกต้องพอใช้ ถูกต้องเป็นบาง ความหมายยัง ขอ้ ความ ไมถ่ ูกต้อง สะอาด เป็น สะอาด เป็น สะอาด เปน็ ระเบยี บ ลายมือ ระเบียบ ลายมือ ระเบยี บ มี สมำ่ เสมอ มีรอย สม่ำเสมอ รอยขีด รอยลบ ขูด ขีดฆ่าเลก็ นอ้ ย ฆ่า ลบ ๓-๔ แหง่ ขีดฆ่า มากกวา่ ๔ แห่ง รวมคะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ /ระดบั คุณภาพ ระดบั ๕ หมายถงึ ดีเยี่ยม คะแนน ๓๒ – ๔๐ ระดบั ๔ หมายถึง ดีมาก คะแนน ๒๘ – ๓๑ ระดบั ๓ หมายถึง ดี คะแนน ๒๔ – ๒๗ ระดบั ๒ หมายถงึ พอใช้ คะแนน ๒๐ – ๒๓ ระดับ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ คะแนน ๐ – ๑๙ เกณฑก์ ารผา่ น ผา่ นระดับ ๓ ขนึ้ ไป

แบบบันทึกคะแนนการสรปุ ข้อคดิ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ เรอื่ ง รักที่สุดเมืองของเรา แผนการเรียนร้ทู ี่ ๑๐ เร่ือง จงพากเพยี รเรยี นรอ้ ยกรอง รายการประเมนิ คะแนน เลข ชอ่ื -สกลุ ท่ี ๑. เ ้ืนอเร่ือง สรุป ๒. ลำดับความ ิคดเหตุการ ์ณ ต่อเน่ืองสัมพัน ์ธ ักน ๓ . ส ำ น ว น ภ า ษ า สื่ อ ความหมายชัดเจน ๔. ความสะอาดเป็นระเ ีบยบ เรียบ ้รอย รวมคะแนน ระดับ ุคณภาพ ๑๒ ๑๒ ๑๒ ๔ ๔๐ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ หมายเหตุ ให้ดจู ากเกณฑท์ ก่ี ำหนดไว้ข้างตน้

แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๑ เรอื่ ง เรียนรคู้ ำพ้อง เวลา ๑ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด มาตรฐาน ท ๑.๑ : ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ดั สนิ ใจแก้ปญั หา ในการดำเนินชีวติ และมนี ิสยั รักการอ่าน ตัวช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๔/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ป.๔/๖ สรปุ ความรแู้ ละข้อคิดจากเร่ืองทอี่ ่านเพ่อื นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ ตัวชว้ี ดั ท ๔.๑ ป.๔/๓ ใชพ้ จนานกุ รมค้นหาความหมายของคำ ท ๔.๑ ป.๔/๖ บอกความหมายของสำนวน ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอา่ นออกเสยี งคำพอ้ ง ผูอ้ า่ นตอ้ งอา่ นและเขียนถกู ตอ้ งตามอกั ขระวธิ ี ควรมมี ารยาทในการอา่ น และบอกความหมายอย่างมีประสิทธภิ าพ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นสามารถอ่านคำพอ้ ง ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ๒. นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของคำพ้องได้ ๓. สาระการเรยี นรู้ ๓.๑ อ่านคำพ้อง ๓.๒ บอกความหมายของคำพ้อง ๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ๔.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร ๔.๒ ความสามารถในการคดิ ๕. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค/์ คา่ นิยม ๕.๑ มวี นิ ยั ๕.๒ ใฝเ่ รียนรู้ ๕.๓ มงุ่ มั่นในการทำงาน ๖. ช้นิ งาน/ภาระงาน การเขยี นสรุปความหมาย และหาความหมายของคำพ้อง ๗. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ เกณฑ์ ผา่ นร้อยละ ๖๐ วธิ ีการ ๑. แบบประเมินการเขยี นสรุปความหมาย ๑. การเขียนสรปุ ความหมาย และหาความหมายของคำพอ้ ง และหาความหมายของคำพ้อง ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ๒. สังเกตพฤตกิ รรม

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (กระบวนการสรา้ งความรู้) ขน้ั ที่ ๑ ข้ันแนะนำ ๑. ครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ใหน้ กั เรยี นทราบพรอ้ มกนั ขนั้ ท่ี ๒ ข้ันทบทวนความรูเ้ ดมิ ๒. ครูและนักเรยี นสนทนาทบทวนการสรุปขอ้ คดิ ๓. นักเรยี นตั้งคำถาม ตอบคำถาม และระบขุ ้อคดิ จากเร่อื งที่อ่าน ขน้ั ที่ ๓ ข้ันปรับเปล่ยี นความคดิ ๔. นกั เรียนฝกึ อ่านคำพ้องจากใบความรู้ (ท้ายแผน) ๕. นักเรยี นคน้ หาความหมายของคำพอ้ งจากพจนานุกรม แลว้ เขียนสรปุ ลงในสมุด ๖. นกั เรยี นเขียนสรปุ ความหมาย และหาความหมายของคำพ้อง ๗. นกั เรยี นทำใบงาน ๑ และ ใบงาน ๒ (ท้ายแผน) ขัน้ ที่ ๔ ข้ันทบทวน ๘. ครชู ี้แนะปรับปรงุ แก้ไขให้ถกู ต้อง ๙. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกนั สรุปเร่อื งคำพอ้ ง ๙. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ ๙.๑ ใบความรู้ ๙.๒ ใบงาน ๑๐. ข้อเสนอแนะ …………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………. …………………………….………………………………………………………………………………………………………….…………………

อ่านทบทวนและสงั เกตคำพ้องเสียง ใบความรู้ กาฬ กฎ กด จันทร์ ขว้ั ค่วั เรอื่ ง คำพ้อง เท่า โจทก์ โจทย์ บาท บาต ทกุ ทุกข์ การ กาล พันธ์ุ พาน พาล จนั จันทน์ มล พู ภู โจษ เฒ่า เถา้ รส ยนต์ ยล บาด บาตร วัฒน์ ลาบ ลาภ พรรณ พนั สตั ว์ สมดุ สมทุ ร มน มนต์ ว่า หวา้ รด รถ วัด วตั ร สัด สตั ย์ โอด โอษน์ แตงอ่อนนัดกับเพือ่ นวา่ วนั พธุ หนา้ จะร้อยพวงมาลัยดอกพุดไปกราบพระพทุ ธรูปที่วดั ใกลบ้ ้าน เมอื่ วนั ศกุ ร์พอ่ พาลูกๆไปเก็บมะมว่ งสุกในสวนอย่างมคี วามสุข ชาวบา้ นเหน็ คุณค่าของเวลา ในระหวา่ งท่รี อลุงผใู้ หญ่ กน็ งั่ อ่านหนังสอื ฆา่ เวลาเรอ่ื ง “ขา้ ของแผน่ ดิน” อา่ นทบทวนและสงั เกตคำพอ้ งรปู แขม เป็นคำทคี่ นไทยแต่กอ่ นเรียกชาวเขมร (แขม อ่านว่า ขะ-แม) พงหญา้ กอแขมรกมากทป่ี ลายท่งุ (แขม อ่านวา่ แขม) เปน็ ครตู ้องทำงานหนกั ด้วยใจรกั ในอาชพี คำวา่ ครู มาจาก คำว่า ครุ ท่ีแปลวา่ หนกั (ครุ อ่านวา่ คะ-รุ) แมย่ ังคงใชค้ รตุ ักน้ำจากบ่อน้ำ ไม่นิยมใช้ภาชนะอืน่ (ครุ อา่ นว่า คร)ุ อา่ นและสงั เกตคำพอ้ งความ (คำท่มี ีความหมายเหมือนกนั ใช้ในโอกาสตา่ งกนั ) ดวงอาทติ ย์ ตะวนั สุรยิ ะ สุริยา สุริยัน นำ้ ชล คงคา นที วารี ป่า วนา อรญั พนาที ไพร ฝน พรรษ (พดั ) พริ ุณ วสั สะ ฟา้ นภา นภดล เวหา เวหน ทฆิ ัมพร ไฟ เพลงิ อคั คี อคั นี (อกั -คะ-นี) ภูเขา ดอย บรรพต สงิ ขร พนม ลม มารุต วาตะ วาโย วายุ โกรธคือความโง่ โมโหคือความบา้ (ใชใ้ นร้อยแกว้ ) แลว้ พิโรธโกรธกรว้ิ กระทืบบาท (ใช้ในร้อยกรอง) แมวเป็นสัตว์เลยี้ งในบ้าน (ใช้ในรอ้ ยแก้ว) แมวเอ๋ยแมวเหมยี ว รูปรา่ งประเปรียวเปน็ หนักหนา (ใช้ในร้อยกรอง) วฬิ าร์มาชว่ ยพระลกู รกั (ใช้ในร้อยกรอง) การเลย้ี งปลาสวยงามชว่ ยให้เพลิดเพลนิ (ใช้ในรอ้ ยกรอง) น้ำใสไหลเย็นเห็นตวั ปลา วา่ ยแหวกปทมุ าอยู่ไหวไหว (ใชใ้ นรอ้ ยกรอง) มัจฉาเล่นน้ำอย่รู ำไร ใบบวั บงั ซ่อนไวใ้ นกลางบึง (ใช้ในร้อยกรอง)

ใบงาน ๑ ประกอบหน่วยการเรยี นรู้ที่ ๗ เร่ือง รักที่สดุ เมอื งของเรา ภาคเรยี นที่................ แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๑ เรื่อง เรยี นรู้คำพ้อง ปีการศกึ ษา............... ชื่อ..................................................................................................... เลขที่.................... ชน้ั ...................... ___________________________________________________________________________ คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนหาคำทม่ี คี วามหมายเหมอื นกับคำทก่ี ำหนดใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ (คำพ้องเสยี ง) โจทก์ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... จนั ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... บาด ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... พรรณ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... วัด ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... การ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... เท่า ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... รถ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................

ใบงาน ๒ ประกอบหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๗ เรื่อง รักท่ีสุดเมืองของเรา ภาคเรยี นที.่ ............... แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๑ เรื่อง เรยี นรู้คำพอ้ ง ปกี ารศกึ ษา............... ช่อื ..................................................................................................... เลขท.่ี ................... ช้ัน...................... ___________________________________________________________________________ คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นหาคำท่ีมีความหมายเหมือนกบั คำท่กี ำหนดให้ไดม้ ากทส่ี ดุ (คำพ้องความ) ดวงอาทติ ย์ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... นำ้ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ฝน ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ฟา้ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ไฟ ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ภูเขา ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ลม ....................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................

แผนการเรียนร้ทู ี่ ๑๒ เรื่อง เรียนรคู้ ำวิสรรชนยี ์ เวลา ๑ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ดั มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขยี นสื่อสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ เขียนเร่อื งราวในรูปแบบ ตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวช้ีวดั ท ๒.๑ ป.๔/๒ เขียนส่อื สารโดยใชค้ ำถูกต้อง ชดั เจนเหมาะสม ท ๒.๑ ป.๔/๔ เขยี นยอ่ ความจากเรื่องส้นั ๆ ท ๒.๑ ป.๔/๖ เขยี นบันทึกและรายงานจากการค้นคว้า มาตรฐาน ท ๔.๑ : เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ ตวั ชวี้ ดั ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคำและบอกความหมายของคำในบรบิ ทต่างๆ ท ๔.๑ ป.๔/๒ ระบุหนา้ ที่และชนดิ ของประโยค ๒. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้ลกั ษณะของคำที่ประวิสรรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์ และแตง่ ประโยคคำทีป่ ระวิสรรชนยี ์ และไมป่ ระวสิ รรชนยี ์ได้ จะทำใหก้ ารสอื่ สารมีประสทิ ธิภาพ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นเขยี นคำอ่านแลว้ แต่งประโยคคำทป่ี ระวสิ รรชนียแ์ ละไม่ประวสิ รรชนีย์ได้ถูกตอ้ ง ๒. นักเรียนจำแนกคำที่ประวสิ รรชนีย์และไมป่ ระวสิ รรชนยี ์ได้ถกู ต้อง ๓. สาระการเรียนรู้ ลกั ษณะคำทป่ี ระวสิ รรชนยี ์และไม่ประวสิ รรชนีย์ ๔. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ๔.๑ ความสามารถในการส่อื สาร ๔.๒ ความสามารถในการคดิ ๕. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์/คา่ นยิ ม ๕.๑ ใฝ่เรยี นรู้ ๕.๒ มุ่งมั่นในการทำงาน ๖. ชนิ้ งาน/ภาระงาน เขยี นคำอา่ นแลว้ แต่งประโยคคำทปี่ ระวิสรรชนยี แ์ ละไมป่ ระวิสรรชนีย์ ๗. การวดั และประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ์ ผ่านร้อยละ ๖๐ วิธีการ ๑. แบบประเมินการเขยี นคำอา่ นแล้ว ๑. เขียนคำอา่ นแล้วแตง่ ประโยค แตง่ ประโยคคำทป่ี ระวิสรรชนยี แ์ ละไม่ คำทปี่ ระวสิ รรชนีย์และไม่ประ ประวสิ รรชนยี ์ วิสรรชนยี ์ ๒. แบบสงั เกตพฤติกรรม ๒. สังเกตพฤตกิ รรม

๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (กระบวนการสร้างความรู้) ขน้ั ท่ี ๑ ข้ันแนะนำ ๑. ครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ ักเรยี นทราบพรอ้ มกนั ขน้ั ที่ ๒ ขั้นทบทวนความรูเ้ ดิม ๒. ครูและนักเรียนสนทนาทบทวนการเรียนรคู้ ำพอ้ ง ขน้ั ที่ ๓ ข้ันปรบั เปลี่ยนความคิด ๓. นักเรียนหาคำท่ีประวสิ รรชนียแ์ ละไม่ประวิสรรชนีย์ จากบทความที่ครกู ำหนด ๔. นักเรียนค้นหาความหมายคำทป่ี ระวสิ รรชนียแ์ ละไม่ประวสิ รรชนีย์จากพจนานกุ รม แลว้ เขียนสรปุ ลงในสมดุ ขั้นท่ี ๔ ขั้นทบทวน ๕. ครตู ิดบตั รคำทีป่ ระวสิ รรชนยี แ์ ละไม่ประวิสรรชนีย์บนกระดานและใหน้ ักเรียนออกมาอา่ น ๖. นักเรยี นสรุปความแตกต่างคำทีป่ ระวสิ รรชนียแ์ ละไม่ประวสิ รรชนยี ์ ครสู รุปเพม่ิ เติมอีกครง้ั ๗. นักเรียนเขยี นคำอ่านแล้วแต่งประโยคจากคำท่ีประวิสรรชนียแ์ ละไมป่ ระวสิ รรชนีย์ ลงในใบงาน (ทา้ ยแผน) ๘. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น ประจำหน่วยการเรยี นรู้ที่ ๗ เวลา ๑๐ นาที (ภาคผนวก) ๙. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้ ๙.๑ บทความท่ีครูกำหนด ๙.๒ พจนานุกรม ๙.๓ บัตรคำ ๙.๔ ใบงาน ๑๐. ข้อเสนอแนะ …………………………….………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………. …………………………….………………………………………………………………………………………………………….…………………

บตั รคำ คำทีป่ ระวิสรรชนียแ์ ละไม่ประวสิ รรชนีย์ คำทีป่ ระวสิ รรชนยี ์ ประสทิ ธภิ าพ สะดวก ศรี ษะ กระดาษ ประพฤติ ไมป่ ระวสิ รรชนีย์ สมาธิ ศกั ยภาพ อภปิ ราย ปริมาณ อุปสมบท

ใบงาน ประกอบหนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๗ เร่อื ง รกั ท่ีสดุ เมืองของเรา ภาคเรียนท่.ี ............... แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เรอ่ื ง เรยี นร้คู ำวิสรรชนีย์ ปกี ารศึกษา............... ชือ่ ..................................................................................................... เลขท่ี.................... ชนั้ ...................... ___________________________________________________________________________ คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเขียนคำอ่านแลว้ แตง่ ประโยคจากคำที่ประวสิ รรชนยี แ์ ละไมป่ ระ วสิ รรชนยี ์ ตัวอย่าง ประวัตศิ าสตร์ อ่านวา่ ประ – หวัด – ติ – สาด แตง่ ประโยค ดารนิ ทรเ์ รียนวิชาประวัตศิ าสตร์ ๑. ประสทิ ธิภาพ อา่ นว่า....................................................................................... แต่งประโยค ................................................................................................... อ่านวา่ ....................................................................................... ๒. สะดวก ................................................................................................... แตง่ ประโยค อ่านวา่ ....................................................................................... ................................................................................................... ๓. ศรี ษะ อ่านวา่ ....................................................................................... แตง่ ประโยค ................................................................................................... อา่ นวา่ ....................................................................................... ๔. กระดาษ ................................................................................................... แตง่ ประโยค อ่านว่า....................................................................................... ................................................................................................... ๕. ประพฤติ อ่านวา่ ....................................................................................... แตง่ ประโยค ................................................................................................... อา่ นว่า....................................................................................... ๖. สมาธิ ................................................................................................... แต่งประโยค อา่ นวา่ ....................................................................................... ................................................................................................... ๗. ศักยภาพ อา่ นวา่ ....................................................................................... แตง่ ประโยค ................................................................................................... ๘. อภปิ ราย แต่งประโยค ๙. ปริมาณ แต่งประโยค ๑๐. อุปสมบท แตง่ ประโยค

เฉลยใบงาน ประกอบหน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๗ เรื่อง รักทส่ี ุดเมอื งของเรา ภาคเรยี นท.่ี ............... แผนการเรยี นรทู้ ่ี ๑๒ เรอ่ื ง เรียนรู้คำวิสรรชนีย์ ปกี ารศึกษา............... ช่อื ..................................................................................................... เลขท่.ี ................... ชนั้ ...................... ___________________________________________________________________________ คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นเขยี นคำอา่ นแลว้ แต่งประโยคจากคำทีป่ ระวสิ รรชนยี แ์ ละไมป่ ระ วสิ รรชนีย์ ๑. ประสิทธภิ าพ อ่านว่า ประ – สิด – ทิ – พาบ ๒. สะดวก อา่ นว่า สะ – ดวก ๓. ศีรษะ อา่ นว่า สี – สะ ๔. กระดาษ อา่ นว่า กระ – ดาด ๕. ประพฤติ อา่ นวา่ ประ – พรดึ ๖. สมาธิ อา่ นว่า สะ – มา – ทิ ๗. ศักยภาพ อา่ นวา่ สกั – กะ – ยะ – พาบ ๘. อภิปราย อา่ นวา่ อะ – พิ – ปราย ๙. ปรมิ าณ อ่านว่า ปะ – ริ – มาน ๑๐. อุปสมบท อา่ นวา่ อุ – ปะ – สม – บด, อบุ – ปะ – สม – บด (แตง่ ประโยคทกุ ข้อใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ตู้ รวจ)

เกณฑก์ ารประเมนิ การเขยี นคำอา่ นแลว้ แต่งประโยค หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๗ เรอ่ื ง รกั ท่สี ดุ เมอื งของเรา แผนการเรียนร้ทู ่ี ๑๒ เรือ่ ง เรยี นรู้คำวิสรรชนีย์ รายการ ๔ ระดบั คณุ ภาพ น้ำหนัก คะแนน ประเมนิ คะแนน รวม ๓๒๑ ๑. เขียนคำอ่าน เขยี นคำอ่าน ๔ ๑๖ เขียนคำอ่าน เขยี นคำอา่ น เขยี นคำอา่ น และแตง่ และประโยค และประโยค และประโยค และประโยค ๒ ๘ ถกู ตอ้ งใชค้ ำได้ ถกู ตอ้ งบางส่วน ถูกต้องบางส่วน ๓ ๑๒ ประโยคจากคำ ถกู ตอ้ งตามชนดิ ถกู ความหมาย ความหมาย แตป่ ระโยคไม่ ๑ ๔ ประโยคสมบรู ณ์ ประโยคสมบูรณ์ สมบูรณ์ ๔๐ ทกี่ ำหนด และหน้าทีข่ อง ใจความชัดเจน ไดใ้ จความ ใจความไม่ คำ ประโยค ชดั เจน สมบูรณ์ใจความ ชัดเจนใช้ภาษา ได้ดี ๒. ภาษาสอ่ื ภาษาสอื่ ภาษาสอ่ื ภาษาส่ือ ภาษาส่อื ความหมาย ความหมายได้ ความหมายได้ ความหมาย ความหมายยงั ไม่ ชัดเจน ถูกต้องชดั เจนดี ถกู ต้องพอใช้ ถกู ตอ้ งเปน็ บาง ถูกต้อง มาก ขอ้ ความ ๓. ถอ้ ยคำ/ ใช้ถอ้ ยคำ/ ใช้ถอ้ ยคำ/ ใช้ถ้อยคำ ใช้ถอ้ ยคำสบั สน ประโยค ประโยค ประโยค กะทัดรดั / เขา้ ใจยาก กะทดั รดั และได้ กะทดั รดั และได้ ประโยค ได้ ใจความดมี าก ใจความเลก็ น้อย ใจความบางส่วน ๔. ลายมอื มคี วาม ลายมือ มคี วาม ลายมือ มีความ มรี อยลบ ขีดฆา่ มีรอยลบ ขดี ฆา่ สวยงามเปน็ เปน็ ระเบยี บ เป็นระเบยี บ เป็นบางแหง่ ตั้งแต่ ๕ แห่งขนึ้ ระเบียบ เรียบร้อยดมี าก เรยี บร้อยพอใช้ ไป รวมคะแนน เกณฑ์การตดั สิน/ระดับคณุ ภาพ ระดับ ๕ หมายถึง ดเี ยย่ี ม คะแนน ๓๒ – ๔๐ ระดบั ๔ หมายถึง ดมี าก คะแนน ๒๘ – ๓๑ ระดบั ๓ หมายถึง ดี คะแนน ๒๔ – ๒๗ ระดับ ๒ หมายถึง พอใช้ คะแนน ๒๐ – ๒๓ ระดบั ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง คะแนน ๐ – ๑๙ เกณฑ์การผ่าน ผา่ นระดบั ๓ ข้นึ ไป

แบบบันทึกคะแนนการเขยี นคำอ่านแลว้ แต่งประโยค หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๗ เรื่อง รกั ท่สี ดุ เมืองของเรา แผนการเรียนรูท้ ี่ ๑๒ เรอื่ ง เรยี นร้คู ำวสิ รรชนีย์ รายการประเมนิ ๑. เ ีขยนคำ ่อานและแต่ง ประโยคจากคำที่กำหนด เลข ชือ่ -สกลุ คะแนน ๒. ภาษา ื่สอความหมาย ท่ี ัชดเจน ๓. ้ถอยคำ/ประโยค ๔. ลายมือมีความสวยงามเ ็ปน ระเบียบ รวมคะแนน ระดับ ุคณภาพ ๑๖ ๘ ๑๒ ๔ ๔๐ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ หมายเหตุ ใหด้ จู ากเกณฑ์ที่กำหนดไวข้ ้างตน้

ภาคผนวก

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๗ เรื่อง รกั ทสี่ ุดเมืองของเรา คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นทำเคร่ืองหมาย × ทบั ตวั อกั ษร ก ข ค ง ท่ีถกู ทสี่ ุดเพยี งขอ้ เดียว ________________________________________________________________________________ ๑. ขอ้ ใดที่ไมใ่ ช่คำควบกลำ้ ท้งั หมด ก. กลา่ วย้ำ คว่ำขนั ครบครนั ข. ขว้างขวาน พรำ่ พลอด ลา้ งผลาญ ค. สวดมนต์ ตำรวจ สบาย ง. แผลงศร สนั่ คลอน เปล่ยี นแปร ๒. ข้อใดที่ไมใ่ ช่วิธีปฏบิ ัตใิ นการเขยี นย่อความหรอื สรปุ ใจความสำคญั ก. อา่ นเรื่องทจี่ ะย่อให้เขา้ ใจถ่องแท้ ข. หาคำ กลุ่มคำ หรือประโยคสำคัญในเร่อื ง เพอ่ื จบั ใจความสำคัญ ค. ใช้ภาษางา่ ยๆ กะทดั รดั เปน็ สำนวนของตนเองเขียนใหไ้ ด้ใจความครบถ้วน ง. ไม่ต้องบอกทีม่ าของเรอื่ งทย่ี ่อ ๓. ข้อใดคือ สว่ นประกอบของแผนภาพความคิด ก. หัวข้อ ตวั ละครในเนอ้ื เรอ่ื ง ข. สถานท่แี ละเวลา สาเหตทุ ี่เกดิ ค. ผลของเหตุการณ์ บทสรุปของเนื้อเรือ่ ง ง. ถูกทุกขอ้ ๔. ขอ้ ใดคือ ขอ้ ความท่เี ปน็ ขอ้ คดิ เห็น ก. แมวมฝี เี ทา้ เบามาก ข. เม่อื ขา้ วราคาตกต่ำทำใหช้ าวนาเดอื ดรอ้ น ค. เชียงรายมีภูมิประเทศท่สี วยงามน่าอยู่ ง. การทำลายปา่ ไมท้ ำใหเ้ กิดความแห้งแล้ง ๕. นักเรียนคิดวา่ บ้านทอ่ี บอุ่น เปน็ อยา่ งไร ก. ทุกคนรักใคร่กนั ข. ทะเลาะเบาะแว้งกนั ค. ทุบตีกัน ง. สรปุ แน่นอนไม่ได้ ๖. เคลิม้ คอื อาการใด ก. งว่ งนอน ข. นอนหลบั ค. หาวนอน ง. จวนหลับ ๗. นกั เรยี นคดิ วา่ ภาษาพดู กบั ภาษาเขียน ตา่ งกนั อยา่ งไร ก. ไมเ่ ครง่ ครดั ในหลักภาษา ข. เคร่งครัดในหลักภาษา ค. ไม่เป็นทางการ ง. ขอ้ ก และ ค ถูก ๘. นักเรยี นคิดวา่ ภาษาถ่ิน มีความสำคัญอยา่ งไร ก. ใช้สื่อสารกนั เฉพาะภาค ข. เปน็ ภาษากลาง ค. เปน็ ภาษามาตรฐาน ง. ถกู ทุกข้อ ๙. ขอ้ ใดไมเ่ ปน็ คำทีม่ าจากภาษาองั กฤษ ก. แบตเตอร่ี ข. เซลเซียส ค. ฟรี ง. เซียมซี ๑๐. ขอ้ ใดไมเ่ ปน็ คำที่มาจากภาษาจีน ก. เกก๊ ฮวย ข. กว๋ ยเตย๋ี ว ค. โชว์ ง. เซยี มซี

เฉลย แบบทดสอบกอ่ นเรียน - หลังเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๗ เรื่อง รักท่ีสุดเมอื งของเรา ขอ้ ท่ี คำตอบ ๑ ค. สวดมนต์ ตำรวจ สบาย ๒ ง. ไมต่ ้องบอกที่มาของเรอ่ื งทย่ี อ่ ๓ ง. ถูกทุกข้อ ๔ ค. เชียงรายมีภูมิประเทศท่ีสวยงามนา่ อยู่ ๕ ก. ทุกคนรกั ใครก่ ัน ๖ ง. จวนหลับ ๗ ง. ข้อ ก และ ค ถกู ๘ ก. ใช้สอื่ สารกันเฉพาะภาค ๙ ง. เซยี มซี ๑๐ ค. โชว์

มีการวางแผน แบบสงั เกตพฤติกรรม ทำตามแผน ีมความคล่องแค ่ลวหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ เรอ่ื ง รกั ทีส่ ดุ เมืองของเรา ทำงาน ่รวม ักบผู้ ื่อนได้ช่อื ช้นิ งาน/ภาระงาน การทำงานเป็นกระบวนการกลุม่ ................................................................................ ทำงานเสร็จตามกำหนด___________________________________________________________________________ สนใจและต้ังใจทำงานคำชี้แจง ๑. เขยี นเครื่องหมาย  ในช่องรายการประเมินทตี่ รงกับพฤติกรรมนักเรียน รักความสะอาดเ ็ปน รขะยัเน ีบอยดบทน๒. เขยี นเครื่องหมาย  ในช่องรายการประเมนิ ทน่ี กั เรียนไมแ่ สดงพฤติกรรม ีมความ ัรบผิดชอบเกณฑก์ ารประเมนิ การผา่ นการประเมินตอ้ งผ่านทกุ รายการ แลว้ ใช้อกั ษร ผ (ผา่ น) มผ (ไมผ่ ่าน) ีมความคิด ิรเร่ิมสร้างสรร ์ค สรุปผลรายการประเมนิ เลข ท่ี ชื่อ – สกุล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕

แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๗ เรอื่ ง รักท่สี ดุ เมืองของเรา คำช้ีแจง ๑. เขยี นเครอ่ื งหมาย  ในช่องรายการประเมนิ สมรรถนะทผ่ี า่ นการประเมิน ๒. เขียนเคร่ืองหมาย  ในชอ่ งรายการประเมนิ ที่นักเรยี นไมผ่ ่านการประเมนิ ๓. ช่องสรปุ ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในช่อง ผา่ น เมอื่ นกั เรียนผา่ นการประเมินสมรรถนะครบทกุ ข้อ ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่อง ไม่ผ่าน กรณีนกั เรียนไม่ผา่ นการประเมนิ ข้อใดข้อหนึ่ง สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน สรุป เลขท่ี ช่อื - สกุล ๑. ความสามารถ ผ่าน ไมผ่ ่าน ในการส่ือสาร ๒. ความสามารถ ในการ ิคด ๓. ความสามารถ ในการแ ้กปัญหา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕

แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๗ เรื่อง รกั ที่สดุ เมอื งของเรา คำชีแ้ จง ๑. ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องรายการคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงคใ์ นช่องรายการใหต้ รงกับระดบั คณุ ภาพ ท่ปี ระเมิน ๒. ชอ่ งสรปุ ทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในช่อง (ผา่ น) เมือ่ นกั เรยี นมผี ลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะระดบั ผ่าน ขนึ้ ไปทกุ ขอ้ ทำเครือ่ งหมาย ✓ ในชอ่ ง (ไม่ผ่าน) กรณีนักเรียนไมผ่ า่ นการประเมินขอ้ ใดขอ้ หนึง่ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สรปุ ๑.ใฝ่ ๒.มงุ่ มน่ั ๓.รกั เลข เรยี นรู้ ในการ ความเปน็ ระดบั ระดับ ระดบั ระดบั ระดบั ่ผาน ท่ี ระดับ ทำงาน ไทย ไ ่มผ่าน ระดับ ระดับ คณุ ภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ คุณภาพ คณุ ภาพ คุณภาพ คุณภาพ คุณภาพ ๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓๐๑๒๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ คำอธบิ าย ระดบั ๓ = ดเี ยี่ยม , ระดบั ๒ = ดี , ระดับ ๑ = ผ่าน , ระดับ ๐ = ไมผ่ า่ น หมายเหตุ ให้ศึกษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ประกอบการประเมนิ

แบบสรุปคะแนนตามตัวชี้วัดประจำหนว่ ย หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๗ เรอื่ ง รกั ทส่ี ดุ เมอื งของเรา มฐ. ท ๑.๑ มฐ. ท ๒.๑ มฐ. ท ๓.๑ มฐ. ท ๔.๑ มฐ. ท ๕.๑ เลขท่ี ตชว. ท่ี ๑,๒,๖ ตชว. ที่ ๑,๒ ตชว. ท่ี ๒,๓ ตชว. ท่ี ๕,๗ ตชว. ท่ี ๒ คะแนน สรุป คะแนน สรุป คะแนน สรปุ คะแนน สรุป คะแนน สรปุ ผ/มผ. ผ/มผ. ผ/มผ. ผ/มผ. ผ/มผ. ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ หมายเหตุ ใหน้ ำผลคะแนนตามตวั ชวี้ ัดทไี่ ด้รับการประเมนิ จากช้นิ งานและภาระงานประจำหน่วยการเรียนร้มู ากรอก เพอื่ นำไปเปน็ ข้อมลู สรุปการประเมินแตล่ ะตวั ช้ีวดั ปลายปี สรุปลงใน ปพ.๕ ต่อไป

๑๔ เลข คะแนน ท่ี ๑ ๒ ชื่อ-สกุล ๓ ๔ ๔๐ แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑ แบบสรุปคะแนนประจำหน่วย ๕ ๔๐ แผนการเรียนรู้ท่ี ๒ ๖ ๔๐ แผนการเรยี นรู้ที่ ๓ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๗ เร่อื ง รกั ที่สดุ เมืองของเรา ๗ ๔๐ แผนการเรียนรทู้ ี่ ๔ ๘ ๔๐ แผนการเรียนรทู้ ่ี ๕ คะแนนช้ินงาน/ภาระงาน/ทดสอบกอ่ นเรยี น – หลังเรยี น ๙ ๔๐ แผนการเรยี นรู้ที่ ๖ ประกอบแผนการเรยี นรู้ ๑๐ ๔๐ แผนการเรียนรู้ท่ี ๗ ๑๑ ๔๐ แผนการเรยี นรู้ที่ ๘ ๑๒ ๔๐ แผนการเรียนรทู้ ี่ ๙ ๑๓ ๔๐ แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๐ ๑๔ ๔๐ แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๑ ๑๕ ๔๐ แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๒ ๑๐ ทดสอบกอ่ นเรยี น หมายเหตุ การคดิ ค่านำ้ หนกั คะแนนประจำหนว่ ยการเรยี นรู้ คะแนนรวมของนักเรยี นรายบคุ คล × นำ้ หนกั คะแนน๑๐ ทดสอบหลังเรียน คะแนนเต็ม ๕๐๐ รวมคะแนน สรุปนำ้ หนักคะแนน

แบบกรอกคะแนนการวัดผลกอ่ นเรยี น - หลังเรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๗ เร่ือง รกั ทสี่ ดุ เมอื งของเรา เลขท่ี ช่ือ - สกลุ คะแนน คะแนน ผลความก้าวหนา้ ก่อนเรียน หลังเรยี น + หรอื - ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนเฉลยี่

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรยี นรู้ 1) สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้ 1. นักเรียนจำนวน..................คน ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนร้.ู .....................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรยี นร.ู้ .................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. นกั เรียนนไ่ี มผ่ ่าน มีดังนี้ 1............................................. 2......................................................... 3............................................. 4......................................................... แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนท่ไี มผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้................................................................... 2. นกั เรยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจ (K).................................................................................................... 3. นักเรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)...................................................................................................... 4. นกั เรยี นมีเจตคติ คา่ นยิ ม คณุ ธรรมจรยิ ธรรม (A).......................................................................... 2) ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3) ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชอ่ื .................................................. (นางอรวรรณ ปานจำรญู ) ตำแหน่งครู ความเห็นของหัวหนา้ สถานศึกษา/ผทู้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง................................................................แลว้ มคี วามเหน็ ดังนี้ 1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ 2. การจดั กิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้  เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญมาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม  ยงั ไมเ่ น้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ่ ไป 3. เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ที่  นำไปใชไ้ ดจ้ ริง  ควรปรบั ปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื .................................................. (นางสาวกนั ยาภทั ร ภทั รโสตถิ) ผู้อำนวยการโรงเรยี นวดั พืชนิมิต (คำสวัสดร์ิ าษฎรบ์ ำรงุ )


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook