Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 1-4

หน่วยที่ 1-4

Description: หน่วยที่ 1-4

Search

Read the Text Version

9. สอื่ การเรียนการสอน / แหล่งเรยี นรู้ รายการสื่อ จานวน สภาพการใช้สือ่ 1. หนังสือเรียน New World 4 ขน้ั ตรวจสอบความร้เู ดมิ ขั้นสรา้ งความสนใจ ขยายความรู้ 2.ใบงาน Prepositions of Place ขัน้ ตรวจสอบความรเู้ ดมิ ขน้ั สร้างความสนใจ ขยายความรู้ 3. ห้องสืบค้น ขน้ั สรา้ งความสนใจ ขยายความรู้ 4. บัตรคา ขัน้ ขยายความรู้ 5. บตั รภาพ ขน้ั สรา้ งความสนใจ ขยายความรู้ 10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วิธีวดั เคร่ืองมือวดั ฯ ประเดน็ / การเรียนรู้ ชน้ิ งาน/ภาระงาน เกณฑก์ ารให้ ระบขุ อ้ มูลให้สมั พันธ์ คาตอบท่ไี ด้จากการทา ประเมนิ ผลจาก แบบตรวจคาตอบ คะแนน กับประโยคและ กจิ กรรม Language จานวนคาตอบท่ี ใช้เกณฑ์ผา่ น ขอ้ ความท่ฟี งั หรือ Check แบบตรวจคาตอบ รอ้ ยละ 50 อ่าน ถกู ตอ้ ง จบั ใจความสาคญั คาตอบท่ไี ด้จากการ แบบประเมนิ ใช้เกณฑ์ผา่ น บอกรายละเอยี ดจาก ทากิจกรรม About ประเมนิ ผลจาก การสนทนากจิ กรรมคู่ รอ้ ยละ 50 บทสนทนาท่ีอ่าน the Conversation จานวนคาตอบที่ ใช้เกณฑ์ผ่าน ในหนงั สือเรยี น หน้า ประเมนิ การสนทนา ระดบั พอใช้ 16 สนทนาโตต้ อบ ถ้อยคา นา้ เสียง สีหนา้ เก่ียวกับตาแหน่งของ และอากัปกริ ิยาทใี่ ช้ใน สงิ่ ของ การสนทนา เขยี นบรรยาย งานเขียนบรรยาย ประเมินงานเขียน แบบประเมินการเขยี น ใช้เกณฑ์ผา่ น สถานที่ สถานที่ ประเมนิ การพดู แบบประเมินการพูด ระดับพอใช้ พดู บอกเส้นทางไป ถ้อยคาพดู บอกเส้นทาง ใช้เกณฑ์ผ่าน บ้าน ประเมนิ ผลจาก แบบตรวจคาตอบ ระดบั พอใช้ โดยรถประจาทาง คาตอบทไ่ี ด้จากการ จานวนคาตอบท่ี วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ทากิจกรรม About ใช้เกณฑ์ผ่าน ความ ตีความจาก the Reading รอ้ ยละ 50 บทความที่อ่าน

บันทึกหลังการสอน 1.ผลการจดั การเรียนการสอน 1.1 การประเมินดา้ นความรู้ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 1.2 การประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 1.3 การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 2. ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแกไ้ ข ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ลงช่ือ................................ (นางสาววลิ ยั พร ต้งั บญุ ยะฤทธ์ิ) ครูผสู้ อนและบนั ทกึ

เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียน ประเดน็ 4 32 1 นา้ หนกั คะแนน เขียนโดยใช้ 28 เขยี นโดยใช้ เขยี นโดยใช้ เขยี นโดยใช้ โครงสรา้ ง 14 ไวยากรณ์ 14 โครงสรา้ ง โครงสร้าง โครงสร้าง โครงสรา้ ง ผิดพลาด 28 ทาง ไวยากรณไ์ ด้ เกนิ ครง่ึ หนง่ึ ไวยากรณ์ ถูกตอ้ ง ไวยากรณ์ ไวยากรณ์ ของงานเขยี น 6 24 ทกุ ประโยค สะกดคาและ ผิดพลาดเลก็ นอ้ ย ผดิ พลาด ใช้เครือ่ งหมาย วรรคตอน หลายแหง่ ผดิ พลาด เกินครึ่งหนึง่ การสะกดคา สะกดคาและ สะกดคาและ สะกดคาและ ของงานเขยี น และการใช้ ใช้เครือ่ งหมาย ใช้เครอ่ื งหมาย ใช้เครื่องหมาย ใชค้ าศัพท์ เครอ่ื งหมาย วรรคตอนถูกตอ้ ง วรรคตอน วรรคตอน และสานวน วรรคตอน ท้ังหมด ผดิ พลาด ผิดพลาด ผดิ พลาดหลาย เล็กนอ้ ย หลายแหง่ แหง่ อา่ นแล้ว ไม่เข้าใจเปน็ ใชค้ าศัพท์ ใชค้ าศัพทแ์ ละ มปี ัญหาอยบู่ า้ ง ส่วนมาก และสานวน เขียนไม่ตรง เหมาะสม สานวนเหมาะสม ในการใช้ ประเด็น อา่ นแล้วเขา้ ใจ ตามทก่ี าหนด การใช้ ชดั เจนทั้งหมด แตอ่ ่านแลว้ คาศัพท์และ และเรียบเรียง คาศพั ท์ เนอื้ หาไม่เป็นไป ไม่เขา้ ใจ สานวน ตามลาดับ บางแหง่ อ่านแลว้ ไม่ เข้าใจหลายแห่ง เขยี นไดต้ รง เขยี นไดค้ อ่ นข้าง เขียนไมค่ ่อย ประเด็น ตามทีก่ าหนด ตรงประเดน็ ตาม ตรงประเด็น และเรยี บเรยี ง เน้อื หาตามลาดับ ท่ีกาหนด และ ตาม เหมาะสม การนาเสนอ เรยี บเรยี งเน้อื หา ทีก่ าหนด และ เนื้อหา ไดค้ อ่ นข้าง เรียบเรียง เหมาะสม เนอื้ หาไมค่ ่อย เหมาะสม เทา่ ท่ีควร รวม เกณฑก์ ารประเมิน 20-24 คะแนน ดมี าก 16-19 คะแนน ดี 12-15 คะแนน พอใช้ นอ้ ยกว่า 12 คะแนน ควรปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารประเมนิ การพดู ประเดน็ 4 3 21 น้าหนกั คะแนน -สือ่ สารได้ตรง 28 -สอ่ื สารได้ตรง ประเด็น -สอ่ื สารไดต้ รง -ส่อื สารไม่ 28 เป็นส่วนใหญ่ ประเด็นเป็น ค่อยตรง ประเดน็ -เน้อื หาถกู ตอ้ ง บางสว่ น ประเดน็ 14 เปน็ สว่ นใหญ่ -เนอื้ หา -เนื้อหาไม่ ความถกู ตอ้ ง -เนื้อหาถกู ต้อง 5 20 -ออกเสียง ถูกตอ้ ง คอ่ ยถูกต้อง ดา้ นเน้อื หา ตามหวั ข้อท่ี ไดถ้ ูกต้อง เป็นบางสว่ น เปน็ สว่ นใหญ่ -ออกเสยี ง -ออกเสยี ง กาหนด -ใช้คาศัพท์ ถกู ตอ้ ง ไม่ถูกตอ้ ง สานวน และ เปน็ บางสว่ น -ใชค้ าศัพท์ การออกเสยี ง -ออกเสียง โครงสรา้ ง -ใช้คาศพั ท์ สานวน และ การใช้คาศพั ท์ ถกู ต้อง ภาษาถกู ตอ้ ง สานวน และ โครงสร้าง สานวน และ -ใชค้ าศพั ท์ เปน็ สว่ นใหญ่ โครงสรา้ ง ภาษาแบบ โครงสรา้ งภาษา สานวน และ ภาษาแบบ ง่าย ๆ และ โครงสรา้ ง -พูดได้ งา่ ย ๆ และ มีข้อผิดมาก ภาษาถกู ต้อง คล่องแคลว่ มขี ้อผดิ บา้ ง และเหมาะสม -พดู เป็น -พดู ได้ -พดู เหมอื น ธรรมชาติ คล่องแคลว่ แต่ ท่องจา ความสามารถ -พูดได้ -ประสาน ไม่เป็น -ประสาน ในการพดู คลอ่ งแคล่ว สายตากบั ผู้ฟัง ธรรมชาติ สายตากับ -พูดเป็น -แสดงออกทาง -ประสาน ผู้ฟงั บา้ งเป็น รวม ธรรมชาติ สหี น้าและ สายตากบั ผฟู้ ัง ระยะ -ประสาน ท่าทางบ้าง น้อย สายตากบั ผูฟ้ งั เลก็ นอ้ ย -แสดงออกทาง สหี นา้ และ ท่าทางอยา่ ง เหมาะสม เกณฑ์การประเมิน 16-20 คะแนน ดมี าก 13-15 คะแนน ดี 10-12 คะแนน พอใช้ น้อยกวา่ 10 คะแนน ควรปรับปรุง

เกณฑก์ ารประเมนิ การอา่ น ประเด็น 4 3 2 1 นา้ หนัก คะแนน -อา่ นได้ -อา่ นได้ -อา่ น 14 -อ่านได้ คลอ่ งแคลว่ คล่องแคลว่ แตไ่ ม่ เหมือน -อ่านเปน็ เปน็ ธรรมชาติ ท่องจา คลอ่ งแคลว่ ธรรมชาติ -แสดงออกทางสี -พดู เป็น หน้าและท่าทางบ้าง เลก็ นอ้ ย ความสามารถ ธรรมชาติ ในการพดู -แสดงออก ทางสีหนา้ และ ทา่ ทางอย่าง เหมาะสม รวม 5 20 เกณฑ์การประเมนิ 16-20 คะแนน ดมี าก 13-15 คะแนน ดี 10-12 คะแนน พอใช้ น้อยกวา่ 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่ือง They’re the Ones! รายวิชา ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน รหสั วชิ า อ 31101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2561 นา้ หนกั เวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 10 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1. สาระสาคญั (ความเข้าใจทคี่ งทน) หน่วยการเรียนรู้น้ีมีจุดมุ่งหมายให้นักเรียนเข้าใจการใช้ Relative Clauses เพื่อให้รายละเอียดเพ่ิมเติม เก่ียวกับคนและสิ่งต่าง ๆ นักเรียนจะได้อ่านบทสนทนาส้ัน ๆ และชีวประวัติของบุคคลที่มีช่ือเสียง ฟังบุคคลพูด บรรยายลักษณะของคู่รักที่ตนต้องการ พูดเก่ียวกับเฟซบุ๊คและบุคคลท่ีรวยต้ังแต่อายุยังน้อย และเขียนแสดงความ คิดเห็นเก่ียวกับบุคคล นอกจากน้ีนักเรียนยังได้เรียนรู้คาศัพท์ต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคล รวมท้ังหน้าท่ี ทางภาษา โครงสรา้ งประโยคไวยากรณท์ ่ีเปน็ พนื้ ฐานของกิจกรรม การฟัง พูด อา่ น และเขียนในหน่วยการเรยี นรู้นี้ 2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัดช้ันปี/ผลการเรียนรู/้ เป้าหมายการเรยี นรู้ ต 1.1 ม.4-6/3 อธิบายและเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธก์ ับสื่อท่ีไม่ใช่ความเรยี งรูปแบบต่างๆ ที่ อ่าน รวมท้ังระบแุ ละเขยี นส่ือทไ่ี มใ่ ชค่ วามเรียงรูปแบบตา่ งๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และขอ้ ความท่ีฟังหรืออ่าน ต 1.1 ม.4-6/4 จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความสรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟัง และอา่ นเรือ่ งที่ เปน็ สารคดแี ละบนั เทงิ คดี พร้อมทั้งให้เหตผุ ลและยกตัวอย่างประกอบ ต 1.2 ม.4-6/4 พูดและเขียนเพือ่ ขอและให้ขอ้ มูล บรรยาย อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และแสดงความคดิ เห็น เกีย่ วกับเรือ่ งประเดน็ /ขา่ ว/เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอยา่ งเหมาะสม ต 1.3 ม.4-6/1 พูดและเขียนนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและ ประเด็นต่างๆ ตามความสนใจของสังคม ต 1.3 ม.4-6/2 พูดและเขียนสรุปใจความสาคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตกุ ารณ์ และสถานการณต์ ามความสนใจ ต 3.1 ม.4-6/1 ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เก่ียวข้องกับกลุ่ม สาระการเรยี นรอู้ ่ืน ต 4.2 ม.4-6/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูล ต่างๆ จากสื่อและแหลง่ การเรียนร้ตู ่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชพี 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 เนอื้ หาสาระหลกั : Knowledge (นกั เรยี นต้องรูอ้ ะไร) - คาศัพท์ กิจกรรม Conversation - gorgeous (adj.): very beautiful or attractive (สง่างาม) กจิ กรรม Listening - reserved (adj.): unwilling to show or talk about your thoughts and feelings ( ซ่ึง สงวนทา่ ท)ี

- สานวนภาษา กิจกรรม Conversation - I’ve got to… หมายถงึ ฉันตอ้ ง... - cool หมายถงึ เจง๋ เท่ห์ - He swept me off my feet. หมายถงึ ฉันตกหลมุ รกั เขาเสียแล้ว - I trust my instincts. หมายถงึ ฉนั เชือ่ ในสัญชาตญิ าณของตัวเอง - Don’t let your heart get in the way of your head. หมายถงึ อยา่ ให้ความรสู้ ึกอยู่เหนือเหตผุ ล กิจกรรม Listening - a sense of humor หมายถงึ อารมณข์ ัน - หนา้ ที่ภาษา - To talk about people, things, and events - To give advices - โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Relative Clauses - Relative Pronouns 3.2 ทักษะ/กระบวนการ: Process (นักเรียนสามารถปฏิบัติอะไรได)้ ตคี วามจากบทสนทนาทอ่ี ่าน จบั ใจความสาคญั บอกรายละเอียดจากบทสนทนาทอ่ี ่าน จบั ใจความสาคัญ สรุปความจากข้อความท่ีฟัง เขยี นขอ้ ความให้สมั พนั ธ์กบั ภาพ เขียนแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั การเลือกคู่รกั วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วามจากบทความที่อา่ น พูดนาเสนอข้อมูลเกีย่ วกับตัวเอง ใชภ้ าษาองั กฤษคน้ คว้า สืบค้นเกี่ยวกบั บคุ คลอายุนอ้ ยที่มีความน่าท่ึง และนาเสนอดว้ ยการเขยี น 3.3 คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค:์ Attitude (นกั เรยี นควรแสดงพฤติกรรมการเรยี นอะไรบา้ ง) มีวนิ ัย : เขา้ เรียนตรงเวลา ต้งั ใจเรยี น ใฝเ่ รียนรู้ : คน้ ควา้ หาความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ มงุ่ มนั่ ในการทางาน : ขยัน มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่ได้รับมอบหมาย 4. สมรรถนะสาคัญของนกั เรียน ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะของวชิ า ความรับผิดชอบ ความกลา้ แสดงออก 6. คุณลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน เรียนรู้การใช้ Relative Clauses อา่ นบทสนทนาส้ัน ๆๆ และชวี ประวตั ิของบคุ คลท่มี ีชื่อเสียง ฟังบคุ คลพูดบรรยายลักษณะของคู่รักท่ีตนตอ้ งการ เขยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับบุคคล 8. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบ 1 - 2 กิจกรรม New Language 1. นาเข้าสู่บทเรียน - ครูใหน้ กั เรยี นบอกชือ่ และขอ้ มลู เกย่ี วกบั บคุ คลทม่ี ีช่อื เสยี งทน่ี ักเรียนพอจะทราบ 2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ - ครบู อกนกั เรยี นวา่ ในหนว่ ยการเรยี นรู้นีน้ ักเรียนจะได้อา่ นคาบรรยายสนั้ ๆ เก่ยี วกับบุคคลที่มีช่อื เสียง จับคู่ ภาพกับคาบรรยาย และตอบคาถาม True or False เก่ยี วกบั คาบรรยายที่อ่าน 3. อ่านคาบรรยายสน้ั ๆ - ครใู ห้นักเรยี นดูภาพในหนงั สอื เรยี น หน้า 26-27 ทลี ะภาพและพูดเกีย่ วกบั บคุ คลทีน่ ักเรยี นเหน็ ในภาพ - ครูเปดิ ซีดีบันทกึ เสียง CD 1 Track 22 ให้นักเรยี นฟงั และอา่ นตามในใจ - ครูใหน้ ักเรยี นอ่านคาบรรยายทงั้ 6 ข้อ อกี ครั้งและให้นกั เรียนจับคู่คาบรรยายกับบคุ คลที่มชี อื่ เสยี งในภาพ - ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกันบอกคาตอบ ครูเขียนคาตอบท่ถี ูกตอ้ งบนกระดาน (ดเู ฉลยทา้ ยเลม่ ) - ครูให้นักเรียนตอบคาถามในกิจกรรม Language Check ในหนังสือเรียน หน้า 27 และช่วยกันเฉลย คาตอบ (ดูเฉลยทา้ ยเล่ม) - ครูประเมินผลความเข้าใจในการอ่านจากจานวนคาตอบท่ีถูกต้องในการทากิจกรรม Language Check ใน หนงั สือเรยี น หน้า 27 และใชเ้ กณฑ์ผา่ นร้อยละ 60

กจิ กรรม Pronunciation 1. ออกเสียงคาศัพท์ที่ลงท้ายดว้ ย er/or - ครูให้นักเรียนทากิจกรรม Pronunciation ในหนังสือเรียน หน้า 27 ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 23 ใหน้ กั เรยี นฟงั การออกเสยี งคาท่ีลงท้ายด้วย er/or และออกเสยี งตามหลาย ๆ ครง้ั ให้ถูกต้อง - ครเู ปิดซดี บี นั ทึกเสียงซ้าอีกคร้ังหนงึ่ ใหน้ ักเรยี นจับคู่ฝึกอ่านออกเสียงคาศัพท์ในกิจกรรม Pronunciation ใน หนงั สือเรยี น หน้า 27 กจิ กรรม Practice 1. พดู ถาม-ตอบคาถามโดยใช้ Relative Clauses - ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน Ye Shiwin is a swimmer who won medals at the Olympics. อธิบายว่า who won medals at the Olympics เป็นประโยค Relative Clause ซึ่งให้รายละเอียดเพิ่ม ข้ึนกบั คานาม swimmer - ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Practice ในหนังสือเรยี น หนา้ 27 โดยครเู ปิดซดี ีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 24 ให้ นักเรียนฟงั คาถามและคาตอบในข้อ 1-3 จากน้ันครูเปิดซดี ีบันทึกเสียงอีกคร้งั หน่ึง หยุดซีดีบันทึกเสียงเมอ่ื จบแต่ละประโยคเพือ่ ให้นกั เรียนออกเสียงตามหลาย ๆ คร้ัง - ครใู หน้ ักเรยี นทาใบงาน Relative Clauses - ครูให้นักเรียนจับคู่ ฝึกอ่านออกเสียงคาถามและคาตอบในกิจกรรม Practice ในหนังสือเรยี น หน้า 27 ครู เดนิ สงั เกตการออกเสยี งของนกั เรียน - ครูให้นักเรยี นแต่ละคู่เขียนคาถามและคาตอบคล้ายกับในกิจกรรม Practice ในหนังสือเรียน หน้า 27 โดย เปลยี่ นเป็นบุคคลอื่น แลว้ ฝกึ สนทนากัน - ครูสมุ่ ใหน้ กั เรยี นบางค่อู อกมาอ่านออกเสียงคาถามและคาตอบทน่ี กั เรียนชว่ ยกันเขียน คาบ 3 - 4 กิจกรรม Conversation 1. นาเขา้ ส่บู ทเรียน - ครูให้นักเรียนดูภาพตอนบนขวาของหนังสือเรียน หน้า 28 ให้นักเรียนพดู เกี่ยวกับภาพ และให้เดาว่าอะไร คือหวั ขอ้ ของการสนทนา 2. แจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ - ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในหนว่ ยการเรียนรนู้ น้ี ักเรียนจะไดฟ้ งั และอ่านบทสนทนาแลว้ เติมขอ้ ความลงในช่องว่าง 3. เตรยี มความพรอ้ มด้านคาศพั ท์ - ครูเขยี นคาศพั ทแ์ ละสานวนภาษาในบทสนทนาทีค่ าดวา่ นักเรียนไม่ทราบความหมายบนกระดาน ดังน้ี - cool - I’ve got to… - He swept me off my feet.

- I trust my instincts. - Don’t let your heart get in the way of your head. - ครูให้นักเรยี นบอกความหมายของคาศัพท์สานวนเหล่าน้ี ครูบอกความหมายของคาศัพท์และสานวนที่ไม่มี ผใู้ ดทราบความหมาย 4. ฟังบทสนทนา - ครูให้นักเรียนปิดหนังสือเรียน และเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 25 ให้นักเรียนฟังการสนทนาระหว่าง บุคคล 2 คน 2 คร้งั และให้นักเรียนบอกสง่ิ ทที่ ง้ั สองคนพูดกันเท่าทีจ่ ะบอกได้ 5. อา่ นบทสนทนา - ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงประโยคในกิจกรรม About the Conversation ในหนังสือเรียน หน้า 28 ก่อนทจี่ ะอ่านบทสนทนาเพื่อหาคาตอบมาเตมิ ในช่องวา่ งของประโยคเหล่านัน้ - ครูให้นัก เรียน อ่านบทสน ทนา ใน กิจก ร รม Conversation ใน หนัง สือ เรียน หน้า 28 และ ทา กจิ กรรม About the Conversation ในหนงั สือเรยี นหน้าเดียวกัน - ครูใหน้ ักเรยี นผลัดกันออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน และนกั เรียนคนอื่นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง (ดู เฉลยท้ายเล่ม) - ครปู ระเมินผลความเข้าใจในการอา่ นบทสนทนาจากจานวนคาตอบที่ถูกตอ้ งในการทากิจกรรม About the Conversation และใช้เกณฑผ์ ่านรอ้ ยละ 70 กิจกรรม Listening 1. ฟังบุคคลพูดบรรยายเกย่ี วกบั ครู่ กั ในอุดมคติ - ครูอ่านออกเสียงคาสั่งในกิจกรรม Listening ในหนังสือเรียน หน้า 28 ให้นักเรียนฟังและบอกนักเรียนว่าใน บทเรยี นนี้ นักเรียนจะไดฟ้ งั บุคคล 2 คน พดู บรรยายลักษณะของคู่รักในอุดมคติของตน นักเรียนจะตอ้ งฟัง และตอบคาถาม True or False - ครูเปิดซดี ีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 26 ครงั้ ที่ 1 ใหน้ กั เรยี นฟงั การพดู ของ Angela และ Brian และพยายาม จับใจความสาคัญ - ครเู ปดิ ซีดีบันทกึ เสียง CD 1 Track 26 ครั้งที่ 2 ใหน้ กั เรยี นฟงั และหยุดซดี บี ันทกึ เสยี งเพื่อใหน้ กั เรียนเขียน คาตอบลงในกจิ กรรม Listening - ครตู รวจคาตอบโดยใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกคาตอบและเปิดซีดีบนั ทกึ เสียง CD 1 Track 26 อีกครัง้ หนงึ่ เพื่อ ยืนยนั คาตอบของนกั เรียน (ดเู ฉลยทา้ ยเล่ม) 2. ประเมนิ ผลการฟัง - ครูประเมนิ ผลการฟงั ของนักเรียนจากจานวนคาตอบที่ถูกต้องในการทากจิ กรรม Listening ในหนงั สือเรียน หนา้ 28และใช้เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 50

คาบ 5 - 6 กจิ กรรม Grammar 1. แจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ - ครบู อกนกั เรยี นว่า ในหน่วยการเรียนร้นู ้ีนกั เรยี นจะไดเ้ รยี นร้กู ารใช้ Relative Pronouns: who, that, which ในประโยค Relative Clauses เพ่อื ใหร้ ายละเอียดมากขึ้นกับคานามท่กี ล่าวถึง 2. เขา้ ใจและใช้ Relative Pronouns - ครบู อกนกั เรียนให้ศึกษา Relative Pronouns ในกรอบ Grammar ในหนังสอื เรียน หนา้ 29 ครอู ธิบายว่า Relative Pronouns: who, that, which ใช้แทนคานามและใช้เร่มิ ต้นประโยค Relative Clauses เพ่อื ให้ รายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ กับคานามท่ีกาลังกลา่ วถึง - ครูเขียนประโยค The boy who won the race is my brother. บนกระดาน อธิบายว่า who คือ Relative Pronoun ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประโยค Relative Clause - who won the race ซึ่งให้ รายละเอยี ดเพิ่มเตมิ กับคานาม The boy - ครูเขียนประโยคเหล่านี้บนกระดาน ให้นักเรียนอาสาออกมาขีดเส้นใต้ประโยค Relative Clauses และ วงกลมรอบคานามท่ี Clauses นั้นขยายความ - A band is a group that plays popular music. - Mick Jagger is a musician who plays with the Rolling Stones. - The Rolling Stones is a band that began in 1962. - ครูเขียนประโยคตัวอย่างการใช้ Relative Pronouns ต่อไปนี้บนกระดาน ครูอธิบายว่า who ใช้แทน คานามทเี่ ป็นคน which ใช้แทนคานามท่เี ปน็ สิ่งของหรือสัตว์ สว่ น that ใช้ได้ทัง้ คน สตั ว์ สง่ิ ของ - The girl lives next door. She’s friendly. The girl who/that lives next door is friendly. - The dog bit me. It is dangerous. The dog that bit me is dangerous. ในกรณีประโยคหลักมีใจความสาคัญครบถ้วนแล้ว แต่อยากเพ่ิมข้อมูลเล็กน้อยลงไปใน Relative Clauses ใหใ้ ส่เครอื่ งหมายจุลภาคก่อนและหลัง Clauses น้นั เชน่ - Our new neighbors, who just moved in last week, seem friendly. - ครูให้นักเรียนทาใบงาน Relative Pronouns - ครใู ห้นกั เรยี นทากิจกรรม Grammar A ในหนังสอื เรียน หนา้ 29 โดยครทู าข้อที่ 1 ให้นกั เรียนดูเป็นตวั อยา่ ง ให้นักเรียนทาข้อท่ีเหลือโดยเลือกคาจากัดความที่ถูกต้องและเลือกใช้ who สาหรับคานามที่เป็นคน หรือ that สาหรับคานามที่เป็นสัตว์หรือส่ิงของ ครูตรวจคาตอบโดยสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยค (ดูเฉลยท้าย เลม่ ) - ครูให้นักเรียนทากจิ กรรม Grammar C ในหนังสือเรียน หนา้ 30 โดยครอู า่ นออกเสยี งคาสง่ั และใหน้ กั เรียน เลือกเติมwho หรือ which ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ครูตรวจคาตอบโดยสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยค (ดู เฉลยท้ายเล่ม)

- ครูให้นกั เรียนทากิจกรรม Grammar D ในหนังสอื เรียน หน้า 30 โดยครูอา่ นออกเสยี งคาส่ังและให้นกั เรียน เลือกเตมิ who หรอื that ลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง ครูตรวจคาตอบโดยสมุ่ เรยี กนกั เรียนอ่านประโยค (ดเู ฉลย ทา้ ยเลม่ ) 3. เขยี นข้อความใหส้ มั พันธ์กบั ภาพ - ครูให้นักเรียนทากิจกรรม Grammar B ในหนังสือเรียน หน้า 29 โดยครูทาข้อท่ี 1 ให้นักเรียนดูเป็น ตัวอย่าง ให้นักเรียนทาข้อที่เหลือโดยเขียนบรรยายว่าบุคคลใดในภาพที่พูดประโยคในข้อท่ี 2-4 ครูตรวจ คาตอบโดยส่มุ เรยี กนักเรียนอ่านประโยค (ดูเฉลยท้ายเลม่ ) - ครูประเมินการเขียนข้อความให้สัมพันธ์กับภาพของนักเรียนจากจานวนคาตอบท่ีถูกต้องในการทากิจกรรม Grammar B ในหนังสอื เรียน หน้า 29 และใชเ้ กณฑ์ผา่ นรอ้ ยละ 60 กจิ กรรม Writing 1. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้น้ีนักเรียนจะได้เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกบุคคลมา เปน็ คู่รัก 2. เขียนแสดงความคิดเห็น - ครูอ่านคาส่ังในกิจกรรม Writing ในหนังสือเรียน หน้า 30 ให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนบอกว่า ถ้า นักเรียนเป็นคอลัมนิสต์ จะให้คาแนะนาแก่ผู้ท่ีเขียนจดหมายมาปรึกษาว่าควรเลือกใครมาเป็นคู่รักอยา่ งไร นกั เรียนบางคนอาจจะบอกว่าควรเลือกผู้ชายคนท่หี นึ่ง บางคนอาจบอกให้เลือกผู้ชายคนทีส่ อง หรอื บางคน อาจจะบอกให้หาคนใหมท่ ี่มคี วามสนใจตรงกันมากกว่าสองคนแรก - ครใู หน้ กั เรยี นทางานเป็นกล่มุ กลุม่ ละ 4-5 คน ให้นกั เรียนอ่านจดหมายในกิจกรรม Grammar C ในหนังสือ เรยี น หนา้ 30 อกี คร้งั หน่ึง และช่วยกนั เขยี นคาแนะนาว่าควรเลอื กผชู้ ายคนใดพร้อมให้เหตุผลสนบั สนนุ - ครใู หน้ กั เรียนแต่ละคนเขยี นใหค้ าแนะนาตามความคดิ เหน็ ของตนเอง จากนัน้ แลกเปล่ยี นกนั ตรวจแก้ไขงาน ของตนกบั เพอื่ น 3. ประเมนิ การเขียนแสดงความคิดเหน็ - ครปู ระเมนิ งานเขยี นของนกั เรียนแต่ละคนโดยใช้เกณฑก์ ารประเมินการเขียน และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้

คาบ 7 – 8 กิจกรรม Reading 1. นาเขา้ สบู่ ทเรียน - ครใู ห้นักเรียนบอกชือ่ เวบ็ ไซต์สอ่ื สังคมออนไลน์ทนี่ ักเรยี นใช้ เชน่ Facebook, Hi5, Twitter, Instagram และ บอกเหตุผลว่าทาไมจึงใชเ้ ว็บไซตเ์ หล่านั้น 2. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - ครบู อกนักเรยี นวา่ ในหน่วยการเรียนรู้นี้นกั เรียนจะได้อ่านบทความเกย่ี วกับผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เฟซบกุ๊ กจิ กรรมกอ่ นอ่าน 1. เดาเนือ้ หาจากชื่อเรอ่ื งและภาพ - ครใู ห้นักเรยี นดูช่ือบทความ face to face และภาพในกจิ กรรม Reading ในหนังสือเรียน หนา้ 31 และเดา วา่ บทความท่ีจะอ่านเกย่ี วกบั อะไร นักเรียนอาจบอกวา่ บทความนา่ จะเก่ียวกบั ประวตั ิของผูก้ ่อตั้งเฟซบุ๊ก 2. ตั้งจดุ ประสงค์ในการอา่ น - ครูเขียนคาถามสาหรับย่อหน้าท่ี 1-4 บนกระดาน ให้นักเรียนใช้คาถามบนกระดานเป็นจุดประสงค์ในการ อ่าน - คาถามสาหรับย่อหน้าที่ 1 Who became the world’s youngest billionaire at the young age of twenty-eight? - คาถามสาหรับย่อหนา้ ท่ี 2 What is “Synapse”? - คาถามสาหรับย่อหน้าท่ี 3 What is “Facemash”? - คาถามสาหรบั ยอ่ หน้าท่ี 4 Why did Mark drop out of college? กจิ กรรมระหวา่ งอา่ น 1. อา่ นบทความ - ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 27 นักเรียนฟังและอ่านในใจตาม ถ้าพบคาที่ไม่ทราบความหมาย ให้ขีด เสน้ ใต้ไว้ - ครใู หน้ ักเรียนอ่านคาถามสาหรบั ย่อหน้าท่ี 1 กอ่ นอา่ นบทความย่อหนา้ ที่ 1 ครใู หน้ กั เรยี นทสี่ มัครใจออกไป เขียนคาตอบขา้ งคาถาม (คาตอบคอื Mark Zuckerberg) - ครูใหน้ ักเรยี นอา่ นคาถามสาหรับย่อหน้าที่ 2 ก่อนอา่ นบทความยอ่ หน้าท่ี 2 ครูใหน้ ักเรียนที่สมัครใจออกไป เขียนคาตอบข้างคาถาม (คาตอบคือ It’s a music software program which Mark created.) - ครใู ห้นักเรียนอา่ นคาถามสาหรบั ยอ่ หน้าท่ี 3 ก่อนอา่ นบทความย่อหนา้ ท่ี 3 ครใู หน้ ักเรียนท่สี มัครใจออกไป เขียนคาตอบข้างคาถาม (คาตอบคือ It’s Mark’s program which allowed users to compare 2 students photos and decide who was more attractive) - ครูใหน้ ักเรียนอา่ นคาถามสาหรับย่อหน้าท่ี 4 กอ่ นอ่านบทความย่อหน้าที่ 4 ครใู หน้ ักเรยี นท่ีสมัครใจออกไป เขยี นคาตอบข้างคาถาม (คาตอบคอื To devote himself full time to Facebook)

กจิ กรรมหลังอ่าน 1. พัฒนาคาศัพท์ - ครูใหน้ กั เรยี นออกมาเขยี นคาศัพทท์ ี่ไมท่ ราบความหมายบนกระดาน - ครูให้นักเรียนที่ทราบความหมาย บอกความหมายของคาบนกระดาน ถ้าไม่มีผู้ใดทราบ ครูให้นักเรียนค้นหา ความหมายจากพจนานุกรม 2. ตรวจสอบความเข้าใจ - ครูให้นักเรียนอ่านบทความเรื่อง face to face อีกคร้ังหน่ึง แล้วทากิจกรรม About the Reading ใน หนงั สือเรียน หนา้ 31 - ครูให้นักเรียนที่สมัครใจผลัดกันออกมาเขียนหมายเลขหน้าประโยคเรียงตามลาดับเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนบน กระดานและใหน้ กั เรยี นคนอื่น ๆ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง (ดูเฉลยท้ายเล่ม) 3. ประเมินผลการอ่านบทความ - ครูประเมินผลความเข้าใจบทความของนักเรียนจากคาตอบที่ถูกต้องในการทากิจกรรม About the Reading และใชเ้ กณฑ์ผ่านร้อยละ 60 คาบ 9 – 10 กิจกรรม Speaking 1. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - ครูบอกนกั เรียนว่า ในหนว่ ยการเรยี นร้นู ีน้ ักเรยี นจะไดพ้ ูดนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับการใช้เฟซบุ๊กและขอ้ มูลของ ผู้ทร่ี า่ รวยตั้งแตอ่ ายนุ ้อย 2. พูดนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับตวั เอง - ครูให้นักเรียนทากจิ กรรม speaking ในหนังสอื เรียน หน้า 31 ครอู า่ นคาถามข้อ 1-2 ใหน้ ักเรียนฟงั จากนัน้ ครูให้นักเรยี นทางานเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน ใหน้ กั เรียนพดู นาเสนอข้อมูลในเฟซบุก๊ ของตนให้เพ่ือน ๆ ใน กลมุ่ ฟงั - ครูใหน้ ักเรยี นทางานเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน ให้นกั เรยี นอ่านคาถามข้อ 3 และชว่ ยกันหาคาตอบ จากนั้นให้ ตัวแทนกลุ่มทกุ กลมุ่ ออกมาพูดนาเสนอขอ้ มูลคนที่รา่ รวยตงั้ แต่อายุยงั นอ้ ย 3. ประเมนิ ผลการพูดนาเสนอข้อมูล - ครูประเมินการพูดนาเสนอข้อมูลของนักเรียนโดยใช้เกณฑ์การประเมินการพูด และใช้เกณฑ์ผ่านระดับ พอใช้ กจิ กรรม World Link 1. แจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ - ครูบอกนักเรียนวา่ ในหน่วยการเรยี นร้นู ี้ นักเรียนจะต้องค้นควา้ เกี่ยวกับบคุ คลอายุน้อยที่มคี วามน่าทึง่ 2. คน้ คว้าเกยี่ วกบั บคุ คลอายุนอ้ ยที่มคี วามน่าทง่ึ - ครูให้นักเรียนทากิจกรรม World Link ในหนังสือเรียน หน้า 31 ให้นักเรียนทางานกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน เลอื กกลมุ่ ละหนึง่ ประเทศ

- นักเรยี นใช้อินเทอร์เนต็ ค้นหาขอ้ มูลบุคคลอายุนอ้ ยทมี่ คี วามนา่ ท่งึ ในประเทศท่ีเลอื ก 3. นาเสนอข้อมูล - นกั เรยี นนาเสนอขอ้ มูลในกลุม่ โดยการเขยี นบรรยาย โดยมภี าพประกอบ - ครูให้นักเรียนนาข้อมลู ของทุกคนในกลุ่มมาสังเคราะห์และเรยี บเรียง แล้วเลือกตัวแทนกลมุ่ ให้พูดนาเสนอหน้า ช้ันเรยี น 4. ประเมินผลงานคน้ คว้า - ครูประเมินผลงานค้นคว้าของนักเรียนโดยใช้เกณฑ์การประเมินผลงานและการนาเสนอผลงาน และใช้ เกณฑผ์ า่ นระดับพอใช้ นักเรยี นประเมินตนเอง - นักเรียนทาแบบประเมิน Self-Evaluation เพื่อประเมินตนเองเก่ียวกับเนื้อหาที่ได้เรียนไปแล้ว (แบบ ประเมนิ Unit 4 Self-Evaluation ทา้ ยคู่มือคร/ู ทา้ ยหนงั สอื แบบฝกึ หัด) 9. สื่อการเรียนการสอน / แหล่งเรียนรู้ รายการสอ่ื จานวน สภาพการใชส้ ่อื 1. หนังสอื เรยี น New World 4 ขน้ั ตรวจสอบความรู้เดมิ ขัน้ สรา้ งความสนใจ ขยายความรู้ 2.ใบงาน Relative Clauses ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม ข้ันสร้างความสนใจ ขยายความรู้ 3. ห้องสบื คน้ ขน้ั สร้างความสนใจ ขยายความรู้ 4. บัตรคา ขั้นขยายความรู้ 5. บตั รภาพ ขน้ั สร้างความสนใจ ขยายความรู้

10. การวัดผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลักฐานการเรยี นรู้ วิธวี ัด ประเด็น/ การเรียนรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน เคร่ืองมือวดั ฯ เกณฑก์ ารให้ ประเมินผลจาก ตีความจากบทสนทนา คาตอบทีไ่ ดจ้ ากการทา จานวนคาตอบท่ี คะแนน ที่อ่าน กจิ กรรม Language ถูกตอ้ ง แบบตรวจ ใช้เกณฑ์ผ่าน Check ประเมินผลจาก คาตอบ รอ้ ยละ 50 จบั ใจความสาคัญ คาตอบทไี่ ดจ้ ากการทา จานวนคาตอบที่ สรปุ ความจากขอ้ ความที่ กิจกรรม Listening ถูกต้อง แบบตรวจ ใช้เกณฑ์ผา่ น ฟัง ประเมินผลจาก คาตอบ ร้อยละ 50 เขียนขอ้ ความให้สมั พันธ์ คาตอบท่ีได้จากการทา จานวนคาตอบที่ กับภาพ กิจกรรม Grammar B ถูกตอ้ ง แบบตรวจ ใช้เกณฑ์ผ่าน ประเมินงานเขยี น คาตอบ รอ้ ยละ 50 เขยี นแสดงความคิดเหน็ งานเขยี นแสดงความ ประเมินผลจาก แบบประเมนิ ใช้เกณฑ์ผ่าน เก่ียวกบั การเลือกคู่รัก คดิ เห็น จานวนคาตอบที่ การเขยี น ระดับพอใช้ จบั ใจความสาคญั คาตอบท่ีได้จากการ ถกู ต้อง แบบตรวจ ใช้เกณฑ์ผ่าน วิเคราะห์ความ สรปุ ทากจิ กรรม About the คาตอบ ร้อยละ 50 ความ ตีความบทความที่ Reading ใน อา่ น

บันทึกหลังการสอน 1.ผลการจดั การเรียนการสอน 1.1 การประเมินดา้ นความรู้ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 1.2 การประเมินดา้ นทกั ษะกระบวนการ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 1.3 การประเมินดา้ นคุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 2. ปัญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ 3. แนวทางแกไ้ ข ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ลงช่ือ................................ (นางสาววลิ ยั พร ต้งั บุญยะฤทธ์ิ) ครูผสู้ อนและบนั ทึก

เกณฑก์ ารประเมินการเขยี น ประเด็น 4 3 2 1 น้าหนัก คะแนน 28 เขียนโดยใช้ เขียนโดยใช้ เขยี นโดยใช้ เขียนโดยใช้ 14 โครงสร้าง โครงสร้าง โครงสร้าง โครงสร้าง โครงสรา้ ง ทาง ไวยากรณ์ได้ ไวยากรณ์ 14 ไวยากรณ์ ถูกต้อง ผดิ พลาด ไวยากรณผ์ ดิ พลาด ไวยากรณ์ ทุกประโยค เลก็ น้อย 28 หลายแห่ง ผิดพลาด 6 24 เกนิ ครงึ่ หนึ่ง ของงานเขียน สะกดคาและ สะกดคาและ สะกดคาและ สะกดคาและ การสะกดคา ใชเ้ คร่ืองหมาย ใชเ้ คร่อื งหมาย ใชเ้ ครือ่ งหมาย ใชเ้ คร่ืองหมาย และการใช้ วรรคตอน วรรคตอน วรรคตอนผดิ พลาด วรรคตอน เครอ่ื งหมาย ถูกต้องทง้ั หมด ผิดพลาด หลายแห่ง ผดิ พลาด วรรคตอน เลก็ นอ้ ย เกินครึ่งหน่ึง ของงานเขยี น ใชค้ าศพั ท์ ใชค้ าศพั ท์และ มีปญั หาอยบู่ ้างใน ใชค้ าศัพท์ และสานวน สานวน การใช้คาศพั ท์และ และสานวน การใช้ เหมาะสม เหมาะสม สานวน ผดิ พลาดหลาย คาศัพท์ อ่านแล้วเขา้ ใจ แต่อ่านแล้ว อา่ นแล้วไมเ่ ขา้ ใจ แหง่ อ่านแลว้ ชดั เจนทง้ั หมด ไมเ่ ข้าใจ หลายแหง่ ไม่เข้าใจเป็น บางแหง่ ส่วนมาก เขียนไดต้ รง เขยี นไดค้ อ่ นขา้ ง เขยี นไมค่ ่อย เขียนไม่ตรง ประเดน็ ตรงประเด็นตาม ตรงประเด็นตามที่ ประเดน็ การนาเสนอ ตามทีก่ าหนด ที่กาหนด และ กาหนด และเรยี บ- ตามทกี่ าหนด เน้ือหา และเรียบเรียง เรียบเรยี งเนอื้ หา เรียงเนือ้ หาไมค่ อ่ ย และเรียบเรียง เนอ้ื หาตามลาดบั ไดค้ อ่ นขา้ ง เหมาะสมเท่าที่ควร เนอื้ หาไมเ่ ป็นไป เหมาะสม เหมาะสม ตามลาดบั รวม เกณฑก์ ารประเมนิ 20-24 คะแนน ดมี าก 16-19 คะแนน ดี 12-15 คะแนน พอใช้ นอ้ ยกว่า 12 คะแนน ควรปรับปรุง

เกณฑ์การประเมินการพดู ประเดน็ 4 32 1 นา้ หนัก คะแนน -ส่อื สารไม่ 28 -สอื่ สารได้ตรง -สือ่ สารไดต้ รง -สอ่ื สารได้ตรง คอ่ ยตรง ประเด็น 28 ความถกู ตอ้ ง ประเดน็ ประเด็น เปน็ ประเด็นเปน็ -เน้ือหาไม่ ด้านเนอื้ หา -เนอ้ื หาถกู ตอ้ ง ค่อยถกู ตอ้ ง ตามหัวขอ้ ที่ ส่วนใหญ่ บางส่วน -ออกเสยี ง ไมถ่ กู ตอ้ ง -เน้อื หาถูกตอ้ ง -เนอ้ื หาถูกตอ้ ง -ใช้คาศพั ท์ สานวน และ กาหนด เป็นส่วนใหญ่ เปน็ บางส่วน โครงสร้าง ภาษาแบบ -ออกเสยี ง -ออกเสยี ง -ออกเสยี ง งา่ ย ๆ และ มขี ้อผดิ มาก ถกู ต้อง ได้ถูกตอ้ ง ถกู ต้อง การออกเสียง -ใชค้ าศัพท์ เป็นสว่ นใหญ่ เปน็ บางสว่ น การใชค้ าศัพท์ สานวน และ สานวน และ โครงสรา้ ง -ใชค้ าศพั ท์ -ใชค้ าศพั ท์ โครงสร้างภาษา ภาษาถูกต้อง และเหมาะสม สานวน และ สานวน และ โครงสรา้ ง โครงสรา้ ง ภาษาถกู ตอ้ ง ภาษาแบบ เปน็ ส่วนใหญ่ ง่าย ๆ และ มีข้อผิดบา้ ง -พูดได้ -พูดได้ - พดู ได้ -พูดเหมือน 1 4 คลอ่ งแคลว่ ทอ่ งจา -พดู เปน็ คลอ่ งแคลว่ คล่องแคล่วแต่ -ประสาน ธรรมชาติ สายตากับผูฟ้ ัง -ประสาน -พูดเปน็ ไม่เป็น บ้างเป็นระยะ สายตากัน ผู้ฟงั ธรรมชาติ ธรรมชาติ -แสดงออก ความสามารถ ทางสหี นา้ และ -ประสานสายตา -ประสาน ในการพูด ท่าทางอยา่ ง เหมาะสม กบั ผฟู้ ัง สายตากับผูฟ้ ัง รวม -แสดงออกทางสี น้อย หน้าและทา่ ทาง บา้ งเล็กนอ้ ย 5 20 เกณฑ์การประเมิน 16-20 คะแนน ดมี าก 13-15 คะแนน ดี 10-12 คะแนน พอใช้ นอ้ ยกว่า 10 คะแนน ควรปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารประเมนิ การอา่ น ประเด็น 4 3 2 1 นา้ หนัก คะแนน -อา่ นได้ -อา่ นได้ -อา่ น 14 -อ่านได้ คลอ่ งแคลว่ คล่องแคลว่ แตไ่ ม่ เหมือน -อ่านเปน็ เปน็ ธรรมชาติ ท่องจา คลอ่ งแคลว่ ธรรมชาติ -แสดงออกทางสี -พดู เป็น หน้าและท่าทางบ้าง เลก็ นอ้ ย ความสามารถ ธรรมชาติ ในการพดู -แสดงออก ทางสีหนา้ และ ทา่ ทางอย่าง เหมาะสม รวม 5 20 เกณฑ์การประเมนิ 16-20 คะแนน ดมี าก 13-15 คะแนน ดี 10-12 คะแนน พอใช้ น้อยกวา่ 10 คะแนน ควรปรบั ปรงุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook