กรกฎาคม 2 5 6 1 à ´ç ¡ ã ¹ ¤ Í ¡ ก้ า ว แ ร ก ที พ ล า ด ไ ป ก้ า ว ใ ห ม่ ต้ อ ง มั น ค ง Ê Í § à Á× Í § ÊÒí ¹Ñ ¡ ÇÔ ª Ò ÈÔ » È Ò Ê µ à เ จ นิ ส ป า รี ส / เ อ แ อ น ด์ เ อ จาํ กั ด / ร า ฟ รู ด อ ล์ ฟ / เ ชี ย ล า ไ ซ ม อ น ส์ / เ ด อ ะ อ เ ว เ ค น
àÃÒËÃÍ× à¢Ò¡¹Ñ á¹ ·è¼Õ ´Ô »¡µÔ ËÃÍ× µ´Ô ÍÂãÙ ¹¤Í¡
เด็กในคอก:ก้าวแรกทีพลาดไป ก้าวใหมย่ อ่ มมนั คง จัดทําโดย สองเมอื ง พมิ พค์ รงั ที 1 หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดนาํ สว่ นใดสว่ นหนงึ หรอื ทังหมดของ หนงั สอื เล่มนไี ปทําการคัดลอกเพอื ไปแจกจําหนา่ ยต่อ โดยขอสงวนสทิ ธติ ามกฎหมาย
คํานาํ “เด็กนนั เปรยี บเสมอื นผนื ผา้ ทีรอการแต่งแต้มจากผใู้ หญ่ เด็กจะ เติบโตขนึ เปนแพรพรรณสสี ดใสหรอื หมน่ มวั ขนึ อยูก่ ับการดแู ลและสงิ แวดล้อม” งานเขยี นเรอื ง “เด็กในคอก : ก้าวแรกทีพลาดไป ก้าวใหมต่ ้องมนั คง” นี เปนผลสบื เนอื งมาจากการปฏิบตั ิงานดษุ ฎีนพิ นธร์ ะดับปรญิ ญาเอก เรอื ง “วาทกรรมกับผลกระทบทางด้านพฤติกรรมทางสงั คม:กรณศี กึ ษาเด็กและ เยาวชนในศนู ยฝ์ กและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 7 จังหวัดเชยี งใหม”่ ใน ชว่ งระหว่างเดือนมถิ นุ ายน – เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2552 ซงึ การเก็บ ขอ้ มลู ด้วยวิธกี ารทางชาติพนั ธุว์ รรณนา (Ethnographic) แบบการสาํ รวจ เหตกุ ารณ-์ การกระทํา (event-action survey) วิธกี ารสงั เกตการณแ์ บบมี สว่ นรว่ ม (participant observation) และการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึก (in-depth interview) ทําใหผ้ เู้ ขยี นมโี อกาสได้ใกล้ชดิ เรยี นรูแ้ ละทําความเขา้ ใจถึงสงิ ทีแสดงออกผา่ นพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนเหล่านนั แมว้ ่าการเขา้ ไป เก็บขอ้ มลู จะถกู จํากัดในเรอื งของกฎระเบยี บต่างๆ แต่ชว่ งระยะเวลา 6 เดือนกับการทําความสนทิ สนมค้นุ เคยผา่ นการจัดกิจกรรมการเรยี นการ สอน ทําใหไ้ ด้ขอ้ ค้นพบเพมิ เติมว่า ในขณะทีเยาวชนในศนู ยฝ์ กฯ เหล่านี ต้องตกอยูใ่ นสถานภาพของความเปนชายขอบของสงั คมซงึ ก็คือความด้อย โอกาสทีทําใหข้ าดความเท่าเทียมกับบุคคลอืนในสงั คมอยูแ่ ล้ว การนาํ กฎหมายทีเหมาะสมสาํ หรบั เด็กและเยาวชนมาใชอ้ าจทําให้ สามารถลดขอ้ จํากัดต่างๆ ทีทําใหเ้ กิดความไมเ่ ท่าเทียมทางโอกาสในการ พฒั นาชวี ิตได้บา้ ง แต่อยา่ งไรก็ตาม ในบางกรณี กฎหมายซงึ นา่ จะเปน กลไกในการใชแ้ ก้ปญหาก็อาจแปรเปลียนมาเปน “กลไกทีสรา้ งความด้อย โอกาส” ได้อีกเชน่ กัน กล่าวคือ เมอื ด้อยโอกาสทางกฎหมาย ก็จะประสบ กับความด้อยโอกาสในด้านอืนๆ ตามมา เชน่ โอกาสทางการศกึ ษา และ โอกาสทางสงั คม ซงึ สง่ ผลกระทบถึงการใชช้ วี ิตรว่ มกับบุคคลอืนในสงั คม ตามไปด้วย
คํานาํ และขอ้ ค้นพบอีกประการหนงึ อันเปนความจรงิ ทีต้องยอมรบั และไม่ อาจปฏิเสธในการศกึ ษาเกียวกับมนษุ ยน์ นั คือ เราต่างเติบโตมาในสงั คมแหง่ ทนุ นยิ มทีใหส้ ทิ ธแิ หง่ การครอบครองพนื ทีแก่ผมู้ อี ํานาจ และปฏิบตั ิการทาง อํานาจก็ทําใหว้ ิถีชวี ิตของคนในสงั คมเกิดความไมเ่ ท่าเทียมกัน การดํารง สถานภาพใดในสงั คมยอ่ มสง่ ผลต่อวิธคี ิดและวิถีปฏิบตั ิซงึ กันและกัน ผทู้ ี ต้องตกอยูใ่ นสถานภาพของความด้อยจึงต้องแสวงหาโอกาสใหก้ ับตนเอง เพอื จะได้มพี นื ทีในการใชช้ วี ิต การสรา้ งอัตลักษณใ์ นลักษณะต่างๆ จึงถกู นาํ มาใชเ้ ปนเครอื งมอื ของการแสวงหาโอกาสซงึ ก่อใหเ้ กิดผลทีหลากหลาย ทังเกิดคณุ และโทษ ทังในทางสรา้ งประโยชนแ์ ละทําลาย สดุ แท้แต่มมุ มอง และการเลือกกฎเกณฑ์ใดมาตัดสนิ เรอื งราวของเยาวชนในศนู ยฝ์ กและอบรมเด็กและเยาวชนดังทีได้ยก มาในหนงั สอื เล่มนี ประกอบไปด้วย 3 สว่ น กล่าวคือ ในสว่ นแรกเปนความ นาํ ซงึ ผเู้ ขยี นได้นาํ เอาขอ้ มลู เกียวกับกระบวนการในการแก้ไข บาํ บดั และ ฟนฟู เด็กและเยาวชนในศนู ยฝ์ กและอบรมเด็กและเยาวชนมานาํ เสนอเพอื เปนพนื ฐานในการอ่านและตีความตัวสารทีเยาวชนในศนู ยฝ์ กฯ นาํ เสนอ ผา่ นเรอื งเล่าของเขาเหล่านนั สว่ นทีสองเปนบทสมั ภาษณบ์ ุคลากรผู้ เกียวขอ้ งอันประกอบไปด้วยผอู้ ํานวยการและเจ้าหนา้ ทีผปู้ ฏิบตั ิงานในศนู ย์ ฝกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 7 จังหวัดเชยี งใหม่ และสว่ นทีสามเปน เรอื งเล่าของเยาวชนในศนู ยฝ์ กฯซงึ เรอื งราวของเด็กและเยาวชนเหล่านี เปนแมจ้ ะเปนเพยี งเศษเสยี วเดียวของ “ชวี ิตเด็กในคอก” ซงึ มอี ยูม่ ากมาย ในสงั คมไทย แต่ภาพชวี ิตเหล่านกี ลับแสดงใหเ้ หน็ “มมุ คิด” ของเด็กและ เยาวชนผกู้ ระทําผดิ ทีสะท้อนถึงความอยุติธรรมของสงั คมอยา่ งเด่นชดั ใน การหล่อหลอมและซมึ ซบั ใหส้ มาชกิ เติบโตขนึ มาภายใต้โครงสรา้ งของ ความสมั พนั ธเ์ ชงิ อํานาจและระบบคิดทียดึ ติดในทฤษฎีค่ตู รงขา้ มอันเปน เหตแุ หง่ การจัดชนชนั แบง่ เปนพวกเขา-พวกเรา และการกีดกันคนนอกกล่มุ ใหอ้ อกไปจากระเบยี บแบบแผนและจารตี ประเพณขี องกล่มุ ตนโดย ปราศจากการยอ้ นคิดว่า หากเราต้องตกอยูใ่ นสภาพเชน่ นนั บา้ ง เราอาจจะ มวี ิถีปฏิบตั ิทีไมแ่ ตกต่างไปจากเขาเหล่านนั เท่าใดนกั
คํานาํ และหากผคู้ นในสงั คมมอบโอกาสแก่คนเหล่านนั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ เด็ก และเยาวชนทีอยูใ่ นศนู ยฝ์ กฯ ใหไ้ ด้มพี นื ทีในการก้าวไปสชู่ วี ิตใหมแ่ ล้วเมอื ถึงวันหนงึ ทีเด็กเหล่านไี ด้รบั อิสรภาพต้องออกไปเผชญิ กับสงั คมภายนอก คงไมเ่ กิดปญหาการกระทําความผดิ ซาซอ้ นอีกแต่ในสภาพความเปนจรงิ เมอื สงั คมได้ตกอยูภ่ ายใต้วาทกรรมกระแสหลักและประทับตราความเปน “เด็กในคอก” เพอื จํากัดพนื ทีในการอยูร่ ว่ มรวมไปถึงการผลักไสออกไปอยู่ นอกเขตของสงั คมใหก้ ับเยาวชนเหล่านอี ยา่ งไมต่ ้องอาศยั บรบิ ทและการตี ความใดๆ แล้วการได้รบั อิสรภาพทางกายจึงไมอ่ าจทําใหเ้ ยาวชนเหล่านี เขา้ ไปอยูร่ ว่ มในพนื ทีของสงั คมได้อยา่ งสนทิ ใจ ตราบใดทีคนในสงั คมยงั ไม่ อาจเปลียนมมุ มองยอมใหอ้ ภัยในการก้าวพลาด และใหโ้ อกาสในการก้าว ใหมอ่ ีกครงั แก่เด็กและเยาวชนเหล่านี ทังทีแท้จรงิ แล้ว เราเองคงไมอ่ าจให้ คําตอบได้เลยว่า เราหรอื เขากันแนท่ ีผดิ ปกติหรอื อยูต่ ิดอยูใ่ นคอก และวิถี แหง่ ทางเดินของเราในทกุ วันนมี กี ้าวทีพลาดไปบา้ งหรอื ไม่ ภัททิรา วิภวภิญโญ พฤษภาคม 2553
สารบญั the food gallery | volume XIII | series no. 9 02 05 THE EDITOR- OUR INTERVIEW IN-CHIEF WITH LEE SY the editor-in-chief heads all the is a conversation where questions departments of the organisation are asked and answers are given. and is held accountable for In common parlance, the word delegating tasks to staff members \"interview\" refers to a one- and managing them. on-one conversation. 06 05 WAYS TO IMPROVE QUICK RECIPES & YOUR COOKING INGREDIENTS GUIDE is the art, technology and craft of is a set of instructions that preparing food for consumption describes how to prepare or make with the use of heat. Cooking something, especially a culinary techniques and ingredients vary dish. It is also used in medicine or widely across the world. in information technology. 13 18 EASY WAYS TO FAST PASTA TO MAKE A CAKE AND SAUSAGE is the art, technology and craft of is a set of instructions that preparing food for consumption describes how to prepare or make with the use of heat. Cooking something, especially a culinary techniques and ingredients vary dish. It is also used in medicine or widely across the world. in information technology.
ปฐมบท
©¹Ñ ¤×Íã¤Ãã¤Ãà ٴ ÊÙ ºÑ ʹ ©Ñ¹ÍѺ¨¹ËÁ´·Ò§ä»ÍÂÒ§ã¤Ãà¢Ò ËÒ·Ò§à´¹Ô ´Ù¤ÅÒ Â¨ÐäÃà§Ò ªÒ §áʹàÈÃÒÍÂÙ¡ ºÑ ·ÕÁè Õ¡Òí á¾§ ã¤ÃºÒ§Ë¹Í¨ÐªÇÂãËÃÍ´¾¹ äÁÍÂÒ¡·¹ÍÂÙã¹·¹Õè Ò˹ÒÂá˹§ ¾Í¡¹Ñ ·Õ¡Ñºà˵¡Ø Òó·èÃÕ ¹Ø áç 㹡Òí á¾§¢Í§ËÑÇã¨äÃÃ Ò¤Ò 2 ¡.¤. 52 ¡ÅÁØ àÂÒǪ¹¤¹à¤ÂÃÒ Â
ความนาํ เรืองราวทีผู้เขียนจะถ่ายทอดให้ทุกท่านได้ทราบต่อจากนี เปนสว่ นหนงึ ของ การปฏิบัติงานดุษฎีนิพนธ์ เรือง“วาทกรรมกับผลกระทบด้านพฤติกรรมทางสงั คม ของเยาวชนไทย:กรณีศึกษาเด็กและเยาวชนในศนู ย์ฝกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 7 จังหวัดเชียงใหม”่ และแม้สิงทีนําเสนอจะยังไมใ่ ชบ่ ทสรุปของงานทังหมด หากแต่ผู้เขียนคิดว่า ข้อมูลทังหลายทังปวงทีผา่ นการรบั รู้ต่อจากนจี ะเปนเสมอื น จุดเริมต้นในการกระตุ้นเตือนให้พวกเรา ผู้ซึงเปน “มนุษยต์ ัวใหญ”่ ได้หันกลับมา มอง “มนุษย์ตัวเล็กๆ” เหล่านีอยา่ งใสใ่ จขึนบา้ งเพอื ทีวันหนึงเมือพวกเขาเติบโต ขึนเขาจะได้เติบโตเปน ผู้ใหญท่ ังรา่ งกายและจิตวิญญาณ ไมใ่ ช่ ผู้ใหญซ่ งึ ยังมี ความคิดความอ่านทีอ่อนด้อยด้วยสติปญญาเฉกวัยเด็กจนขาดความยังคิดในการ ก่อเหตุปญหาให้สังคมอยา่ งมากมายเชน่ ทีเราประสบกับผู้ใหญห่ ลายคนในทุกวันนี โดยเหตุและปจจัยแหง่ การเลือกศึกษาในประเด็นดังกล่าวนแี รกสุดมาจาก ความสนใจในลักษณะงานของน้องชายผู้ซึงเลือกทีจะลาออกจากห้องทํางานแสน สบายในบริษัทเอกชน มาสูง่ านในเขตแนวกําแพงสูงตระหง่านทีล้อมรอบไปด้วย สายไฟแรงสูง เปนงานทีปราศจากห้องทํางาน และแนน่ อนค่าตอบแทนในการ ทํางานทีแตกต่างกันอยา่ งเปรียบเทียบไมไ่ ด้ เมือแรกทีผู้เขียนได้ทราบถึงการ ตัดสินใจของน้องชาย ผู้เขียนไมเ่ กิดคําถามในเรอื งของเหตุผลด้านค่าตอบแทน หากแต่มีคําถามเกียวกับความปลอดภัยในลักษณะของงาน เพราะคําว่า “ศนู ยฝ์ ก และอบรมเด็กและเยาวชนซึงอยูใ่ นสังกัดของกรมพนิ ิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชน กระทรงยุติธรรม” นันคนทัวไปจะไมร่ ูจ้ ักหากแต่ เมอื เรียกว่า “คุกเด็ก” หรือ “โรงเรียนดัดสันดาน” จะเปนคําทีคุ้นเคยมากกว่า และแนน่ อนว่า ขา่ วคราว ของการแหกคุกเพือหลบหนีโดยกลุ่มเด็กรว่ มมือกันทําร้ายเจ้าหนา้ ที และบ้างก็ ทําลายทรัพย์สินของสถานทีมีปรากฏให้ได้รับทราบกันบอ่ ยครงั และเมอื นอ้ งชาย ปฏิบัติงานไปได้ระยะเวลาหนึง ก็ประสบเหตกุ ับตนเองในการพยายามหลบหนขี อง เด็กชายกับเพือนผู้ต้องคดี “พยายามฆา่ ” ในขณะเดินทางไปรับตัวเด็กจากสถาน แรกรับของจังหวัดหนึงในภาคเหนือมายังจังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างการเดินทาง ได้มีการหยุดพักเพือให้เจ้าหน้าทีและเด็กและเข้าห้องนาเพอื ทําธุระสว่ นตัว ในชว่ ง จังหวะทีเด็กลงจากรถผู้คุมคนหนึงซึงเดินทางไปพร้อมนอ้ งชายของผู้เขยี นและ เปนผู้ทียืนอยูใ่ กล้กับเด็กกลุ่มนีทีสุดถูกล็อคตัวไว้อยา่ งรวดเรว็ และมมี ดี ปลาย แหลมจีอยูท่ ีลําคอโดยเด็กคนหนึงหากแต่จะเปนโชคดีของผู้คุมหรือโชครา้ ยของ เด็กก็ไมอ่ าจกล่าวได้ เพราะสถานทีนันมรี ้านจําหนา่ ยสม้ ตําตังอยูใ่ กล้กับจุดเกิด เหตุและแมค่ ้าส้มตําก็มีสติพอทีจะขว้างไม้ตีพรกิ เข้าใสท่ ีศีรษะของเด็กทีกระทํา การนันอยา่ งแมน่ ยํา ทําให้เจ้าหน้าทีคนอืนๆ สามารถรวบตัวเด็กทีก่อเหตไุ ด้ทันที ก่อนทีจะเกิดเหตุร้ายแรงแก่ชีวิตของผู้คุมคนนนั เหตุการณ์ในครังนันทําให้ ครอบครัวของผู้เขียนเกลียกล่อมให้น้องชายเปลียนงาน แต่คําตอบและเหตผุ ลที น้องชายตอบกลับมาว่า
ความนาํ “พวกนไี มไ่ ด้นา่ กลัวอยา่ งทีคิดหรอก พวกเขาก็เปนเด็กธรรมดาๆ ทีออก นอกลู่นอกทางไปบา้ งเพราะไมม่ ีใครคอยชีแนะคอยใหค้ วามอบอุ่นหรอื ทําความ เข้าใจเขา... ทีว่าเขามีบา้ นนะ่ บา้ นในบรบิ ทของเขาเปนอยา่ งไร เราเคยเข้าไปดู บา้ งไหม.... เด็กบางคนเขามีพรอ้ มหรอื แล้วพรอ้ มของเขากับของเรามันแตกต่าง กันไหม ทําไมไมม่ ีใครถามเด็กบา้ งว่าทําผดิ เพราะอะไร โทษแต่เด็กว่าไมด่ ีแล้ว จรงิ ๆนะ่ ความไมด่ ีนเี ด็กเปนโดยสนั ดานหรอื เพราะสงิ แวดล้อมทีเขาเรยี นรูท้ ัง จากบา้ นและสงั คมกันแน.่ ..เราเคยเปรยี บกันว่าเด็กเปนผา้ ขาว แล้วเพราะอะไร ล่ะทีทําใหผ้ า้ ขาวมันเปอนได้ ผา้ มันปลิวไปคลุกดินคลุกโคลนเองได้หรอื ....แทนที เราจะมานงั กังวลและคอยจับผดิ เราลองเปลียนมาชว่ ยกันทําความเขา้ ใจ ให้ ความเมตตา และสอนในสงิ ทีถูกต้องแก่เขาดีกว่าไหม... ” จากคําตอบนีทําให้ผู้เขียนต้องตังคําถามต่อสิงทีเกิดขนึ และต้องการค้นหาคํา ตอบว่า เพราะเหตุใด เด็กทีครังหนึงสังคมได้เปรยี บเปน “ผ้าขาว” จึงต้องมามวั หมองกระดํากระด่างไปด้วยมลทินเชน่ นี และเพราะเหตุใดเมือเด็กเหล่านี ได้ผา่ น เข้าไปอยูใ่ นความควบคุมดูแลของศูนย์ฝกและอบรมเด็กและเยาวชนแล้วเมือพ้น โทษออกมาเขาจึงกระทําความผิดซาอีกครังแล้วครงั เล่า และการเขา้ ออกระหว่าง โลกภายนอกกับศูนย์ฝกจึงเปนเหมือนวงจรชีวิตทีหมุนเวียนอยูอ่ ยา่ งนันจวบจน เขาเติบโตจากวัยเด็กไปสูว่ ัยผู้ใหญ่ วงจรชีวิตจึงเปลียนไปจากศูนยฝ์ กกลายเปน เรือนจํา และไมม่ ีผู้ใดให้คําตอบได้เลยว่ามนั จะเปนอยา่ งนีไปจนถึงเมอื ใด กลุ่มตัวอยา่ งซึงต่อไปนีผู้เขียนจะใช้คําว่า “เด็กๆ” นนั มอี ายุอยูใ่ นชว่ ง 15 – 21 ปบางคนก็เพิงเข้ามาและบางคนก็ย้ายจากทีอืนมา และบางคนเข้ามาหลาย รอบแล้วในวันแรกทีผู้เขียนได้พบกับเด็กๆ นนั ผู้เขยี นแนะนําตนเองว่าเปน อาจารย์จะเข้ามาทําวิจัยและสอนวิชาภาษาไทยในหัวข้อการพูดในทีประชุมชน เด็กๆสว่ นใหญใ่ ห้ความสนใจแต่ก็มีเด็กบางคนเริมมปี ฏิกิรยิ าต่อต้านตังแต่ได้ยิน คําว่า “ทําวิจัย” เด็กผู้ชายจะไมค่ ่อยแสดงปฏิกิริยาอะไรมากแต่เด็กผู้หญิงจะมี ท่าทาง “ตืนเต้น” และบางคน “ต่อต้าน”ผู้เขียนจึงสร้างความคุ้นเคยกับเด็กๆ ด้วยการให้แต่ละคนแนะนําตัวอยา่ งไมเ่ ปนทางการ และมีกติกาว่า ในการเรียน และการสนทนาเพือเก็บข้อมูลนัน หากมีประเด็นทีเด็กๆคนใดไมส่ ะดวกทีจะตอบ คําถามก็สามารถบอกได้ว่าไมส่ ะดวก และไมข่ อตอบได้ ในวันแรกนันนอกจาก เด็กๆ จะได้แนะนําตัวด้วยวาจากันแล้ว ผู้เขียนยังให้เด็กๆ ได้เขียนขอ้ มูลของ แต่ละคนลงในสมุดและให้วาดรูปอะไรก็ได้ทีตนเองอยากวาด ซึงผู้เขียนไมไ่ ด้คาด หวังว่าจะได้ข้อมูลอันเปนข้อเท็จจริงใดๆจากเด็กๆ เลย เนอื งเพราะรอ่ งรอยความ เจ็บชาในบาดแผลทีได้จากการกระทําความผิดและถูกสังคมตีตราจนทําให้ยากที จะไว้ใจผู้ใดได้โดยง่ายนันมันแสดงให้เห็นอยา่ งชัดแจ้งด้วยท่าทาง คําพูดและแวว ตา ซึงผู้เขียนสังเกตได้จากการแนะนําตนเองของเด็กแต่ละคน และหลังจากการ สนทนารวมถึงการวาดรูปในวันแรกสินสุดลง ผู้เขยี นได้เก็บเอางานแต่ละชินของ เด็กๆ มาพิจารณา และตังข้อสังเกตว่า ในกลุ่มเด็กชาย รูปวาดจะแสดงให้เห็นถึง เปาหมายในชีวิตเปนสว่ นใหญ่ เชน่
“นทั ” เด็กชายชาวนาจากจังหวัดเชียงใหม่ เขามาอยูใ่ นนดี ้วยคดียาเสพติด และมีโทษจํา 2 ป เขาได้วาดภาพทุ่งนา พรอ้ มคําบรรยายว่า “ผมทํานาตังแต่เล็ก จนโต สกั วันจะต้องรวยกับข้าวทีผมปลูก ผมจะได้ไมต่ ้องง้อยาเสพติด เพราะทีผม เข้ามาอยูใ่ นนกี ็เพราะยาเสพติด ผมหวังว่าในสงิ หานี ถ้าผมได้ลาเยียมบา้ น ผมคิด ว่าผมคงจะได้ชว่ ยพอ่ แมพ่ นี อ้ งทํานา” “โจ๊ก” เด็กชายตัวผอม สูง และมีแววตาทีเปนมิตรตังแต่ครงั แรกทีพบ เขา มาด้วยคดีทํารา้ ยรา่ งกาย เขาบอกกับผูเ้ ขียนว่า “ใครจะมองว่าผมเปนอยา่ งไรผม ไมส่ น แล้วแต่เขาจะคิด ผมรูต้ ัวดีว่าทําอะไรลงไป” รูปทีวาดเปนรูป “เณรนอ้ ยยนื ยิม”เมือผูเ้ ขียนถามถึงเหตุผลทีวาดรูปนี เขาบอกว่า “ถ้าผมออกจากทีนไี ปผม อยากเปนพระ อยากลบล้างความผดิ ทีผมได้ทําในอดีต” “นวิ ” หนุม่ นอ้ ยทีมาจากจังหวัดพะเยา เขาเพงิ จะอายุ 16 ป แต่ต้องเข้ามา อยูท่ ีศูนย์ฝกด้วยความรกั เพอื นในทางทีผดิ ในคดีรว่ มกันลักทรพั ย์ เขาไมช่ า่ งพูด เมือผูว้ ิจัยถามอะไรเขาจะยิมนอ้ ยๆ และบอกว่า “ผมพูดไมเ่ ก่งครบั ครู ขอเขยี นสง่ ครูแทนก็แล้วกันนะ” รูปทีเขาวาดมานนั เปนรูปหนุม่ นอ้ ยคนหนงึ (ซงึ เขาบอกว่าคือ ตนเอง) ยืนยิมอยูใ่ นกรอบสเี หลียม มีลูกศรแสดงทางเข้าและทางออก เขาตังชอื ภาพนวี ่า “ถ้าเลือกได้เราจะเปนอะไร........ทุกปญหามที างออก” และเขยี นอธบิ าย ว่า “ตัวฉันทีอยูใ่ นศูนย์ฝกคือความมืดทีรอความสว่าง เสน้ สดี ําคือศูนย์ฝกเราควร อดทนต่อปญหาทีเราประสบอยู่ ควรคิดและทําใจ เชน่ ศูนยฝ์ กเราพลาดพลังเขา้ มา เราอดทนได้ เราก็ออก......มีวันเข้าก็มีวันออก”เมือผูเ้ ขียนอ่านคําอธบิ าย ผูเ้ ขียนก็ หมายเหตุถึงนยั สาํ คัญบางประการทีแฝงอยูใ่ นถ้อยความของเขาและรอวันเวลาที เขาจะเปดใจสนทนากับผูเ้ ขียนมากขึน “บอย”หนุม่ นอ้ ยผูซ้ งึ แทนตัวเองด้วยคําว่า “หน”ู และใช้คําลงท้ายว่า “ค่ะ”บอยมีดวงหนา้ ทีหวานเหมือนสาวนอ้ ย กับดวงตากลมโตทีผา่ นการเขยี นขอบ ตาตามสมัยนยิ มบอยเปนเด็กชา่ งพูดและบอกกับผูเ้ ขยี นในวันแรกทีพบกันว่า “หนู หวังว่าครูคงไมไ่ ด้มาเอาผลประโยชนจ์ ากพวกหนแู ต่เพยี งอยา่ งเดียวนะคะ ครู จรงิ ใจกับพวกหนูหรอื เปล่าคะ”ถ้อยความเหล่านแี สดงใหเ้ หน็ ถึงเงือนงําอะไรบาง อยา่ ง ซงึ ในสปั ดาหต์ ่อมาบอยได้บอกเล่าถึงชีวิตตนเองใหผ้ ูเ้ ขยี นได้ทราบและดูเห มือนบอยจะรูเ้ รอื งความเปนไปในศูนย์ฝกแหง่ นี ทังเรอื งของเด็กๆ และเจ้าหนา้ ที ได้ดีกว่าใคร บอยวาดรูปกุญแจใจ และอธบิ ายว่า “มนั เปนกุญแจทีใช้ไขปญหาทุก อยา่ งในชีวิตค่ะครู แต่หนูไมม่ ี” และอีกหนงึ ตัวอยา่ งของเด็กชายคือเด็กหนุม่ อายุ 21 ป ผูม้ ชี ีวิตอยูบ่ นดอย เสยี เปนสว่ นใหญท่ ังๆทีบา้ นเกิดอยูบ่ นทีราบ “แพท” เปนหนมุ่ นอ้ ยทีรูปรา่ งหนา้ ตา จัดว่าสามารถอยูใ่ นวงการบนั เทิงได้ไมย่ ากนกั ประกอบกับความเปนคนชา่ งเจรจา และอายุทีมากทีสุดในกลุ่ม แพทจึงได้รบั เลือกใหเ้ ปนหวั หนา้ ของชันเรยี นของเรา เมือแรกทีผูว้ ิจัยได้สนทนากับแพท ผูว้ ิจัยมองไมอ่ อกว่าภายใต้ใบหนา้ และท่าทางที สนุกสนานรนื เรงิ ของแพทนนั ซอ่ นอะไรไว้ภายในใจบา้ ง ต่อมาเมือได้พบกันหลาย ครงั ขึน เขาจึงบอกกับผูว้ ิจัยว่า เขามีภรรยาและลกู ชายวัยขวบเศษรออยูท่ ีบา้ น
แพทมาอยูท่ ีนดี ้วยคดี พรบ.อาวุธปน และมีจําหนา่ ยยาเสพติดเมอื วันแรกที พบกันแพทบอกว่า หากมีโอกาสเขาอยากจะขอโทษผูป้ กครองของเด็กๆทีเขา จําหนา่ ยยาให้ และเขาเสยี ใจสว่ นรูปทีวาดนนั เปนรูปสวนมะมว่ งทีแพทบอกว่า หากออกไปจะไปทําสวนมะมว่ งเลียงครอบครวั แต่เมือสปั ดาหท์ ีผา่ นมา หลังจากที เราคุยกันมากขึน เมือผูว้ ิจัยถามถึงรอยสกั ตามตัวแพทบอกผูว้ ิจัยว่า “ผมมขี อง” และเปนจุดเรมิ ต้นของการเปดเผยข้อมูลอีกหลายๆ อยา่ งตามมา รวมถึงเรอื งการก ระทําของเจ้าหนา้ ทีตํารวจซงึ แพทเหน็ ว่าไมย่ ุติธรรมต่อครอบครวั ของเขาซงึ ไม่ สมควรจะต้องรบั ผลการกระทําของตนเองด้วย และอีกหลายเรอื งทีผูว้ ิจัยจําเปน ต้องเก็บไว้ประกอบการพจิ ารณาและใช้สติปญญารวมถึงวิจารณญาณในการ ไตรต่ รองข้อมูลเชน่ เดียวกับเรอื งของบอย ในสว่ นของเด็กหญงิ นนั สว่ นใหญจ่ ะวาดรูปเกียวกับความรกั และครอบครวั เด็กผูห้ ญงิ จะมีทีท่าทีเปนมิตรและใหค้ วามไว้วางใจผูเ้ ขียนรวดเรว็ กว่าเด็กชาย ถึง แม้ในชว่ งแรกจะมีบางคนทีมีท่าทางต่อต้านและไมใ่ หค้ วามรว่ มมือเลยก็ตามแต่ เมือผูเ้ ขียนไมแ่ สดงอาการตืนตระหนกต่อการกระทําดังกล่าว และใหโ้ อกาสในการ เปดเผยหรอื ปดบงั ข้อมูล ตลอดจนสถานการณท์ ีเพอื นๆเด็กหญงิ คนอืนๆ แสดงออกมาอยา่ งเปนธรรมชาติ เธอจึงผอ่ นคลายมากขนึ และผูเ้ ขียนจึงได้ทราบ ว่า การแสดงอาการต่อต้านนนั เปนเพราะเธอเคยถกู คุกคามจากผูม้ อี ํานาจทาง กฎหมาย ทังทางวาจาและการกระทําเมือเธอถูกจับนนั เธอถูกใสก่ ุญแจมอื และ บงั คับใหย้ ืนหนั หนา้ เข้าหารถและผูม้ ีอํานาจทางกฎหมายผูน้ นั ก็พยายามจะล่วง ละเมิดทางเพศกับเธอแต่โชคยังเข้าข้างทีมชี าวบา้ นวิงเขา้ มามงุ ดูเหตุการณเ์ สยี ก่อน แต่กระนนั ก็ตามเธอยังถูกคุกคามด้วยวาจาในคราวใหก้ ารด้วยการยัดเยียด ความผดิ ทีเกินจรงิ โดยทีเธอไมม่ ีโอกาสได้แก้ตัวใดๆ เลย ในการเก็บข้อมูลโดยวิธที ีต้องนาํ ตนเองเข้าไปอยูใ่ กล้ชิดกับเยาวชนเหล่านนี ผูเ้ ขียนต้องพยายามทําตัวเปนนกั วิจัยทีดีโดยไมเ่ อาความรูส้ กึ สว่ นตนเข้าไปปะปน กล่าวคือ นอกจากผูเ้ ขียนจะศกึ ษาเยาวชน แล้วผูเ้ ขียนเองยังต้องแปรสภาพเปนผู้ ถูกศกึ ษาอีกด้วย แต่ก็มีหลายครงั ทีผูเ้ ขียนก็ต้องนาตาซมึ ไปตลอดทางทีขบั รถออก จากศูนย์ฝกฯ เพราะคําพูดของเยาวชนตัวนอ้ ยๆ เหล่านี และอีกหลายคราวที เยาวชนบางคนนงั ซมึ และบางคนก็รอ้ งไหโ้ ดยไมอ่ ายเมอื ผูเ้ ขยี นถามถึงเรอื ง ครอบครวั ดังนนั การเข้าไปมีสว่ นรว่ มในการ “รบั ” และ “รู”้ อารมณท์ ีมีต่อสภาพ การณท์ ังหลายในอดีตจวบจนปจจุบนั ของเยาวชนเหล่านี จึงต้องอาศยั ความเข้ม แข็งทางจิตใจและการเตือนตนเองอยูเ่ สมอถึงจรรยาของนกั วิจัยทีจะต้องมีความ เปนกลางใหม้ ากเพราะการรบั รู้ “เรอื งราว” และการรบั ฟง “เสยี ง” ทีไมเ่ พยี งแค่ เปล่งออกมาด้วยวาจาของเยาวชนเหล่านนั อาจทําใหเ้ กิดอคติต่อบรบิ ทและปจจัย แวดล้อมต่าง ๆ ไมว่ ่าจะเปน สงั คมแวดล้อม สอื มวลชน และตัวเยาวชนเอง ทีต้อง สวมบทบาทเปนผูล้ ่าหรอื เปนเหยือสลับสบั เปลียนกันไปตามวาระและอํานาจแหง่ วาทกรรมในสงั คม
การบนั ทึกทังข้อเท็จจรงิ และความรูส้ กึ ทีแฝงเรน้ อยูใ่ นถ้อยความของ เยาวชนเหล่านดี ้วยหวั ใจของผูท้ ีนอกจากจะสวมบทบาทความเปนนกั วิจัยแล้วยัง เปนครูและเปนแมท่ ีการสมั ผสั เรอื งราวเหล่านที ําใหเ้ กิดสภาวะแหง่ ความเปราะ บางทางอารมณไ์ ด้ง่าย จึงอาจจะเปนดังกับดักทางความคิดทีทําใหผ้ ูเ้ ขยี นเองก็ต้อง ตกอยูใ่ นหลุมพรางแหง่ อํานาจของวาทกรรมกระแสหลักในสงั คมทีมตี ่อเยาวชนผู้ กระทําผดิ ด้วยเชน่ กัน การศกึ ษาเกียวกับการกระทําความผดิ ของเด็กและเยาวชนนนั ไมใ่ ชเ่ รอื งใหม่ ของสงั คมไทย หากแต่การสบื ค้นลงไปถึงเบอื งลึกแหง่ สาเหตุของการกระทําผา่ น การบอกเล่าของเยาวชนผูก้ ระทําผดิ ทีสงั คมได้ประทับตราบาปด้วยความเปน “ยุว อาชญากร” ใหแ้ ก่พวกเขาเหล่านนั ยังไมเ่ ปนทีแพรห่ ลายมากนกั ไมว่ ่าจะด้วยข้อ กําหนดของตัวบทกฎหมายหรอื ข้อจํากัดทางด้านสทิ ธมิ นุษยชนเองก็ตาม ซงึ นอี าจ จะเปนปจจัยหนงึ ทีทําใหภ้ าพของเด็กและเยาวชนผูก้ ระทําผดิ ยังคงหมน่ มัวด้วย มา่ นหมอกแหง่ ข้อจํากัดต่างๆ ดังทีได้กล่าวมา โดยในงานศกึ ษาวิจัยเกียวกับการก ระทําความผดิ ของเด็กและเยาวชนสว่ นใหญจ่ ะนาํ เสนอถึงปจจัยซงึ เปนเหตแุ หง่ การกระทําความผดิ ของเด็กและเยาวชนและพบว่าโดยมากเกิดจากการเลียงดใู น ครอบครวั และสภาพแวดล้อม ในประเด็นเกียวกับการอบรมเลียงดูซงึ สง่ ผลต่อวิถี คิดและการแสดงออกทางพฤติกรรมของเด็กนนั MICHAEL J. LILLYQUIST ได้ สรุปไว้ว่า นอกเหนอื ไปจากปจจัยทางด้านจิตใต้สาํ นกึ แล้ว ความสมั พนั ธต์ ่อกัน
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: