Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงงานการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ

โครงงานการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ

Published by thippapasaeten, 2021-09-23 02:07:18

Description: โครงงานการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ

Search

Read the Text Version

โครงงานการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของภาชนะประเภทชามที่ประดิษฐจ์ ากใบสกั และใบตอง คณะผจู้ ดั ทา 1.นางสาวจนั ทมณี กิตติยงั กลุ เลขท่ี5 2.นางสาวพิชญช์ ญามล ตนั กรุ ะ เลขที่6 3.นายนิธิกร กิตติยงั กลุ เลขท่ี8 4.นางสาวพสั พร ชราชิต เลขท่ี12 5.นางสาวทิพปภา แซ่เตน้ เลขท่ี39 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่5/2 ครูที่ปรึกษา นายดารงค์ คนั ธะเรศย์ โรงเรียนปัว อาเภอปัว จงั หวดั น่าน สงั กดั เขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษาน่าน เขต37

บทคดั ย่อ

กติ ตกิ รรมประกาศ

สารบญั

บทที่ 1 บทนา 1. ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา เนื่องจากปัจจุบนั มีการใชโ้ ฟมในการบรรจุอาหารเป็นจานวนมากจึงทาใหเ้ กิดปริมาณ ของขยะเพ่มิ ข้ึนในทุกปี และมีผลเสียต่อสุขภาพเน่ืองจากกล่องโฟมใส่อาหารท่ีปรุงสุกใหม่ ๆ ความร้อนจะทาใหส้ ารสไตรีน ท่ีเป็นสารเคมีที่ใชใ้ นข้นั ตอนการผลิต อีกท้งั สารชนิดน้ียงั เป็น สารก่อมะเร็ง ซ่ึงสะสมอยใู่ นกล่องโฟมบรรจุอาหารละลายตวั ปะปนกบั อาหาร นอกจากน้นั สารสไตรีนยงั มีสารที่ทาใหส้ มองเส่ือมและมึนงง หงุดหงิดง่าย มีผลทาใหป้ ระจาเดือนมาไม่ปกติ และยงั เป็นสารก่อมะเร็ง (ปาลิดา พุทธประเสริฐ, 2556:ออนไลน)์ ขอ้ มูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุวา่ ในช่วง5ปี ต้งั แต่ปี 2555-2559 พบวา่ ปริมาณขยะประเภทโฟมเพ่ิมข้ึนอยา่ งต่อเนื่องจาก 56 ลา้ นใบต่อวนั เป็น 61 ลา้ นใบต่อวนั เมื่อมาดูขอ้ มูลล่าสุด ในปี 2559 มีปริมาณขยะประเภท โฟมเกิดข้ึน ประมาณ 1.3 ลา้ นตนั ต่อปี เฉล่ียวนั ละ 3,704ตนั ต่อวนั รวมประมาณ 61 ลา้ นใบต่อ วนั โดยคนไทยสร้างขยะประเภทโฟม 1 ใบต่อคนต่อวนั (สานกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและ ภูมิสารสนเทศ, 2560 ) แต่เนื่องจากโฟมมีความสะดวกและตน้ ทุนต่า จึงเป็นท่ีนิยมมาก ดงั น้นั จึง เกิดความคิดในการผลิตถว้ ยจากวสั ดุธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและตน้ ทุนต่า คณะผจู้ ดั ทาจึงมีความคิดท่ีจะทาภาชนะที่ทามาจากใบไม้ และนามาเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพระหวา่ งภาชนะที่ทามาจากใบสกั และใบตอง โดยในอดีตใบตองใชห้ ่อส่ิงของและ ใส่อาหารประเภทต่าง และนิยมใชก้ นั ในสมยั ก่อนจนปัจจุบนั กย็ งั พบเห็นอยู่ โดยถา้ เรานามา ใบตองมาห่อขา้ ว จะทาใหข้ า้ วมีกลิ่นหอม น่ารับประทานมากยง่ิ ข้ึน ส่วนใบสักมีขนาดใหญ่ เหมาะแก่การนามาห่ออาหาร ดงั น้นั โครงงานเร่ืองถว้ ยจากวสั ดุธรรมชาติ คณะผจู้ ดั ทาจึงตอ้ งศึกษาหาแนวทางในการ นาวสั ดุธรรมชาติมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการประดิษฐภ์ าชนะเพื่อบรรจุอาหารเพื่อลดปัญหาขยะและ อนั ตรายจากโฟมท่ีมีผลเสียต่อร่างกาย อีกท้งั ยงั ลดปัญหาการยอ่ ยสลายและทาลาย

2. วตั ถุประสงค์ 1) เพอื่ ศกึ ษาการทาภาชนะจากใบไมโ้ ดยในท่ีน้ีคือใบตองและใบสัก 2) เพอ่ื เปรียบเทียบประสิทธิภาพของภาชนะที่ทาจากใบตองและใบสกั 3) เพ่อื ลดขยะจากการใชภ้ าชนะจากพลาสติกและโฟม 4) เพ่อื ลดอนั ตรายต่อสุขภาพร่างกายจากการใชภ้ าชนะจากพลาสติกและโฟม 5) เพอ่ื นาส่ิงของมาแปรรูปโดยไม่ใชส้ ารเคมีใหเ้ กิดผลิตภณั ฑใ์ หม่ 3. สมมุตฐิ าน ใบตองสามารถนามาทาเป็นภาชนะไดม้ ีประสิทธิภาพมากกวา่ ภาชนะที่ทาจากใบสกั 4. ขอบเขตของการศึกษา 4.1 ประชากรท่ีใชใ้ นการศกึ ษา สมาชิกภายในกลุ่ม จานวน 5 คน 4.2 พ้นื ที่ดาเนินการ 187 ม.7 ต.ป่ ากลาง อ.ปัว จ.น่าน 4.3 เน้ือหาท่ีใชใ้ นการศึกษา เน้ือหาที่ใชใ้ นการศึกษาเป็นเน้ือหาท่ีเลือกจากเร่ืองที่สนใจ คือการเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพของภาชนะประเภทชามท่ีประดิษฐจ์ ากใบสักและใบตอง ซ่ึงเป็นการผลิตภาชนะ

จากใบตองและใบสักเพือ่ เปรียบเทียบประสิทธิภาพของภาชนะท่ีไดจ้ ากการผลิต โดยทดสอบ จากปริมาณน้าที่ภาชนะสามารถอุม้ น้าไดท้ ี่อุณหภูมิหอ้ ง 4.4 ระยะเวลา ภาคเรียนท่ี1 ปี การศกึ ษา2564 5. ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ 1) เพ่ือเป็นแนวทางในการพฒั นาการใชภ้ าชนะจากใบไมใ้ หม้ ากข้ึน 2) เป็นแนวทางในการเลือกใชใ้ บไมท้ ่ีสามารถประดิษฐภ์ าชนะท่ีมีประสิทธิภาพในการ ใชง้ านได้ 3) ผลการศึกษาท่ีพบ ช่วยส่งเสริมใหเ้ กิดแนวทางใหม่ในการกาจดั ขยะภาชนะประเภท พลาสติกและโฟม ซ่ึงสามารถยอ่ ยสลายไดง้ ่ายและรวดเร็วข้ึน 4) เป็นแนวทางในการลดปัญหาต่างๆจากการใชภ้ าชนะโฟมและพลาสติกทวั่ ไปได้ 5) เป็นแนวทางในการลดปัญหาขยะภายในชุมชน

บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้อง การศึกษาในคร้ังน้ี ผศู้ ึกษาไดศ้ ึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง โดยแบ่งเน้ือหาของ เอกสารและงานวจิ ยั ออกเป็นหวั ขอ้ ต่างๆ ดงั น้ี 1.ปัญหาของชามประเภทพลาสติกและโฟม รณรงคล์ ดการใชถ้ ุงพลาดรณรงคล์ ดการใชถ้ ุงพลาสติกและโฟม เสน่ห์ จนั ทร์สุนทร (ออนไลน:์ 2564 URL:https://www.pakkran.go.th/17232127/%E0%B8%A3%E0%B8%93% E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%94% E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89% E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2% E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5 %E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%9F%E0%B8%A1) ภาชนะที่ใชส้ าหรับใส่อาหาร นอกจากจาน ชาม ยงั มีโฟม (Foam) ซ่ึงเป็นภาชนะที่ผจู้ าหน่าย ส่วนมากนิยมนามาใชเ้ ป็นภาชนะบรรจุหรือหีบห่ออาหาร ท้งั อาหารสด ผกั สด อาหารพร้อมปรุง และอาหารปรุงสาเร็จ ดว้ ยเหตุผลที่วา่ ซ้ือหาไดง้ ่าย สะดวกในการเปิ ดรับประทานไดเ้ ลย แต่รู้ หรือไม่วา่ โฟมที่นามาบรรจุอาหารเหล่าน้นั หากเจอความร้อนจดั จะหลอมละลายจนอาจเกิดสาร

ก่อมะเร็ง \"สไตรีน\" ออกมาปนเป้ื อนในอาหาร เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพและร่างกายอยา่ งไม่อาจ หลีกเลี่ยงไดเ้ ลย การใชโ้ ฟมเป็นภาชนะบรรจุอาหารสาเร็จรูปในปัจจุบนั ส่วนใหญ่ผจู้ าหน่ายมกั จะใส่อาหารท่ีมี ความร้อนและไขมนั ซ่ึงอาจส่งผลใหส้ ารเคมีจากโฟมออกมาปนเป้ื อนกบั อาหารได้ โดยเฉพาะ อาหารประเภทก่ึงสาเร็จรูปที่ตอ้ งนาเขา้ ไมโครเวฟ เพอื่ ทาการอุ่นใหค้ วามร้อนแก่อาหารก่อน นามารับประทาน จึงมีความเส่ียงท่ีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผบู้ ริโภคท่ีจะไดร้ ับสารเคมีท่ี เป็นส่วนประกอบของโฟมเขา้ สู่ร่างกาย และหากสะสมในปริมาณมาก อาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายต่อ สุขภาพได้ เนื่องจากการใชโ้ ฟมพลาสติกมาบรรจุอาหารบางชนิดน้นั อาจจะทาใหเ้ กิดปฏิกิริยา ปลดปล่อยสารสไตรีน (Styrene) ซ่ึงเป็นสารท่ีอาจก่อใหเ้ กิดมะเร็งในมนุษยแ์ ละสตั ว์ อนั ตรายจากภาชนะบรรจุอาหาร สุขภาพ(ออนไลน:์ 2564 URL:http://www.the- than.com/health/2/15.html) พลาสติกท่ีผลิตกนั ทุกวนั น้ี แบ่งออกได้ 7 ชนิดดว้ ยกนั แต่ละชนิด จะระบุเป็นตวั เลข 1-7 ภายในเครื่องหมายลูกศรสามเหล่ียมใหค้ นสามารถดูได้ เช่น หากเป็นขวด หรือน้าดื่มกจ็ ะอยดู่ า้ นล่างสุดของขวด ชนิดท่ี 1 เป็น พีอีทีอี (PETE) ช่ือเตม็ คือ polyethylene terephthalate ethylene เป็นพลาสติกใสใช้ บรรจุน้าดื่ม น้าอดั ลม เครื่องดื่ม น้าผลไม้ น้ายาซกั ผา้ น้ายาทาความสะอาด และ อาหารบางชนิด ชนิดท่ี 2 เป็น เอชดีพีอี (HDPE) ชื่อเตม็ คือ high density polyethylene เป็นพลาสติกสีทึบ ใช้ บรรจุนมสด น้าด่ืม น้ายาฟอกขาว น้ายาซกั ผา้ แชมพู ขวดยา และถุงพลาสติก ชนิดที่ 3 เป็นพวี ซี ี (PVC) เป็นชื่อยอ่ ของ polyvinyl chloride ใชเ้ ป็นพลาสติกสาหรับห่อหุม้ เชือกพลาสติก เป็นขวดบรรจุชนิดบีบ มกั จะใชบ้ รรจุน้ามนั พชื น้ามนั ซกั ผา้ น้ายาเช็ดกระจก ท่ี ใชก้ นั มากคือ ถุงหิ้วที่ใชใ้ ส่ของกนั ตามร้านคา้ ซุปเปอร์มาเกต็ ร้านสะดวกซ้ือ ชนิดท่ี 4 เป็นแอลดีพอี ี (LDPE) ช่ือเตม็ เป็น low density polyethylene ใชเ้ ป็นถุงหิ้ว ใชห้ ่อหุม้ ขวดพลาสติกบางชนิด และที่ใชก้ นั มากท่ีสุดกค็ ือ ถุงเยน็ ใส่อาหาร ขนม กาแฟเยน็ ชาเยน็ ชนิดท่ี 5 เป็นพีพี (PP) ช่ือเตม็ คือ polypropylene ใชเ้ ป็นยางลบ ใช้ บรรจุภาชนะไซรัป โยเกิร์ต หลอดดูด ขวดนมเดก็ ถุงร้อนใชส้ าหรับบรรจุอาหารร้อน เช่น ก๋วยเตี๋ยว กาแฟร้อน เป็น ถว้ ยกาแฟ ชา ชนิดใชแ้ ลว้ ทิง้

ชนิดท่ี 6 เป็นพอลีสไตรีน (polystyrene) เป็นพลาสติกท่ีใชเ้ รียกทว่ั ไปวา่ โฟม ใชบ้ รรจุรองรับ การกระแทกพวกอุปกรณ์ ตูเ้ ยน็ วทิ ยุ วทิ ยุ โทรทศั น์ฯลฯ ในกล่องกระดาษอีกที ใชท้ ากล่อง สาหรับบรรจุอาหารที่เรียกวา่ ขา้ วกล่อง ที่ใส่ไข่ ถว้ ยที่ใชแ้ ลว้ ทิง้ ชอ้ น ส้อม มีดพลาสติกที่ใช้ แลว้ ทิ้ง ชนิดท่ี 7 เป็นชนิดอ่ืนๆ เช่น พอลีคาร์บอนเนต (polycarbonate) ทาเป็นขวดน้า เหยอื กน้า ขวดนม ขวดน้าบรรจุ 5 ลิตร ขวดน้านกั กีฬา ใชบ้ ุกระป๋ องโลหะสาหรับใส่อาหาร เป็นถว้ ยใส ชอ้ นสอ้ ม มีดชนิดใส มีพลาสติกชนิดที่ 1 และ 2 เท่าน้นั ท่ีนามา รีไซเคิล(recycle) ได้ จะตอ้ งไม่นาพลาสติกทุกชนิด กลบั มาใชใ้ หม่ (reuse) ในกรณีที่จะตอ้ งใชบ้ รรจุอาหาร จะตอ้ งเป็นพลาสติกชนิดท่ี 1, 2, 4 และ 5 เท่าน้นั ตอ้ งหลีกเล่ียง พลาสติกพวก 3 , 6 และ 7 ยกเวน้ พลาสติกจากสารธรรมชาติเท่าน้นั หลีกเล่ียงด่ืมน้าจากขวด พลาสติก ยกเวน้ การเดินทาง น้าประปาน้นั ด่ืมไดห้ ากไม่ค่อยมน่ั ใจกใ็ หก้ รองอีกคร้ังดว้ ย คาร์บอนกมั มนั ต์ จากเร่ือง รณรงคล์ ดการใชถ้ ุงพลาสติกและโฟม และ อนั ตรายจากภาชนะบรรจุอาหาร สรุปวา่ พลาสติกและโฟมท่ีใชบ้ รรจุอาหารในทุกวนั น้ีมีสารอนั ตรายท่ีก่อใหเ้ กิดผลเสียต่อ สุขภาพของเรา เพราะเนื่องจากโฟมและพลาสติกน้นั มีราคาท่ีถูก หาซ้ือไดง้ ่าย จึงทาใหเ้ กิด ปัญหาขยะประเภทโฟมและพลาสติกเป็นจานวนมาก แต่ท้งั น้ีกย็ งั พลาสติกบางประเภทท่ีส่งผล เสียต่อสุขภาพนอ้ ย แต่พยายามเล่ียงการใชง้ านจะส่งผลดีท่ีสุด 2.การใชใ้ บไมม้ าทาภาชนะ 2.1 การใชใ้ บตองมาทาภาชนะ ใบตองกลว้ ยตานี มีสีเขียวเขม้ เป็นมนั เน้ือใบตองมีความนุ่มเหนียวไม่เปราะและไม่ฉีก ง่าย มีความหนาพอเหมาะ เสน้ ใบตองตรงดา้ นสีเขียวมีความมนั ดา้ นนวลใบตองมีสีขาวข่นุ เหมาะท่ีจะนาไปใชท้ ากระทงใส่ขนม ถาดใบตอง บายศรีปากชาม กระทงลอย

นางสาวกญั ญาพชั ร ชูสินธ์, นางสาว ขวญั ฤดี พรหมมณีและนางสาวนุชนาถ สินทอง (2564 : ออนไลน)์ URL https://1th.me/rp1ff ใบตองกลว้ ยน้าวา้ จะมีความหนานอ้ ยกวา่ ใบตองกลว้ ยตานี มีความเปราะบา้ งเลก็ นอ้ ย มี สีเขียวอ่อน มกั นาใบตองกลว้ ยชนิดน้ีมาห่อขนมท่ีมีขนาดเลก็ ยอดอ่อนมีสีเขียวอ่อน ใบเป็น แบบขนาน มีลกั ษณะแบนยาวใหญ่ มีกา้ นใบใหญ่ตรงกลาง มีใบลอ้ มรอบ ปลายใบปลายมน ขอบใบเรียบ แผน่ ใบเรียบมนั ดา้ นบนมีสีเขียวสด ดา้ นล่างมีสีเขียวเขม้ มีนวลสีขาว ขา้ วธรรม คลั เจอร์ (2559 ; Facebook) URL: https://zhort.link/bYQ และ THAI-THAIFOOD (2559 ; ออนไลน)์ URL: https://1th.me/V1xFh จากเร่ือง ประโยชนข์ องใบตองขา้ งตน้ ดงั กล่าว สรุปไดว้ า่ ใบตองมีหลายประเภท ใบตอง แต่ละประเภทมีความสามารถและคุณสมบตั ิแตกต่างกนั โดยใบตองกลว้ ยตานีจะมีเน้ือท่ีนุ่มกวา่ ไม่แตกง่าย ใบตองกลว้ ยน้าวา้ จะบางกวา่ และมีความเปราะเลก็ นอ้ ย แต่ท้งั น้ีทางภาคเหนือและ บริเวณแวดลอ้ มท่ีอยอู่ าศยั ไม่มีใบตองกลว้ ยตานีเพอื่ ประหยดั งบประมาณสูงสุดดงั น้นั จึงใช้ ใบตองกลว้ ยน้าวา้ ในการประดิษฐช์ าม โดยนามาผา่ นความร้อนเลก็ นอ้ ยเพอ่ื เพม่ิ ความยดื หยนุ่ ใหแ้ ก่ใบตองแทนใบตองกลว้ ยตานีท่ีมีความยดื หยนุ่ สูงกวา่ 2.2 การใชใ้ บสกั มาทาภาชนะ ใบสักทอง ข้ึนเป็นหมู่ในป่ าเบญจพรรณทางภาคเหนือ บางส่วนในภาคกลางและภาค ตะวนั ตก มีอยบู่ า้ งทางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือเป็นใบเด่ียวใหญ่มาก ออกตรงขา้ มกนั เป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนมน ยาว 25-30 เซนติเมตร กวา้ งเกือบเท่ายาว ใบของตน้ อ่อนจะใหญ่กวา่ น้ี มาก ผวิ ใบมีขนสากคายสีเขียวเขม้ ขย้ใี บสดจะมีสีแดงเหมือนเลือด (ชญานิษฐ์ สุวรรณเกิด, 2555: ออนไลน์ URL:http://www.satitm.chula.ac.th/cudbiomap/plants_pages/teak.html) ใบไทรใบสัก เป็นใบเดี่ยว เรียงสลบั รูปรีกวา้ งถึงรูปกลม โคนใบรูปหวั ใจ ปลายใบมีติ่ง หนามส้ัน ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเลก็ นอ้ ย แผน่ ใบสีเขียวเขม้ หนาเป็นมนั เห็นเส้นกลางใบและ เส้นใบยอ่ ยชดั เจน มีหูใบหุม้ ยอด

(สานกั พมิ พบ์ า้ นและสวน, 2563: ออนไลน์ URL:https://www.baanlaesuan.com/plants/biennial/135601.html) ไทรใบสกั ตอ้ งยอมรับวา่ เป็นท่ีมีปัญหาในการดูแลมากท่ีสุดตน้ หน่ึง หลายคนที่ซ้ือไป เล้ียงใหม่ๆ มกั เจอปัญหาใบไหมแ้ ละร่วงจนทอ้ ใจไปตามๆกนั ตอ้ งเขา้ ใจก่อนวา่ “ไทรใบสักเป็น ไมท้ ่ีเซนซิทีฟมาก” โดยเฉพาะกบั ท่ีต้งั และอุณหภูมิแวดลอ้ ม เกือบทุกคนท่ีนาไทรใบสักมาเล้ียง ที่บา้ นใหม่ๆ ตอ้ งเผชิญกบั ปัญหาใบไหมแ้ ละร่วง (เฉลิมพล ต้งั ศริ ิสกลุ , 2563: ออนไลน์ URL:https://www.gqthailand.com/culture/article/how- to-take-care-of-fiddle-leaf-fig) ป่ าเบญจพรรณช่วงแลง้ ใบจะแหง้ ร่วงหล่นผลดั ใบรอการผลิใบอ่อน หากเกิดไฟป่ า กลายเป็นเช้ือไฟที่ลุกลามขยายวงกวา้ งไดง้ ่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะใบสักร่วงหล่นเป็นจานวน มาก ท่ีผา่ นมาปล่อยใหท้ บั ถมและเป็นปัจจยั เสี่ยงเกิดไฟป่ าจากชุมชนโดยรอบสาเหตุปัญหา หมอกควนั ซ่ึง จ.อุตรดิตถเ์ ป็นหน่ึงในจงั หวดั ภาคเหนือท่ีล่าสุดค่า PM.2.5 เกินมาตรฐาน (ปริญญา คุม้ สระพรหม และคณะ, 2564: ออนไลน์ URL:https://www.nationtv.tv/news/378819033) จากเร่ือง การใชใ้ บสักมาทาภาชนะ ขา้ งตน้ ดงั กล่าว สรุปวา่ ใบสักมีหลายประเภท มี ลกั ษณะท่ีต่างกนั โดยใบสกั ทองเป็นใบเด่ียวใหญ่มาก มีความกวา้ งเกือบเท่าความยาวแต่ผวิ ใบมี ขนสากคาย หาไดง้ ่ายในบริเวณภาคเหนือ ส่วนใบไทรใบสักเป็นใบเด่ียว มีสีเขียวเขม้ หนาเป็น มนั สวยงาม แต่ปลายใบมีติ่งหนามส้นั และกวา่ จะมีใบที่สวยงามน้นั ตอ้ งมีการดูแลรักษาที่ยงุ่ ยาก จึงนาใบสกั ทองมาใช้ ซ่ึงมีขนาดที่ง่ายต่อการทาภาชนะและหาง่ายตามทอ้ งถิ่น แต่เนื่องจากมีใบ สักทองแหง้ จานวนมากที่เป็นภยั ต่อสิ่งแวดลอ้ ม ดงั น้นั จึงใชใ้ บสกั ทองสดเป็นช้นั นอกประกบ ส่วนช้นั ในท่ีเป็นใบสักทองแหง้ 3.ประสิทธิภาพของภาชนะจากใบไม้

ใบไมซ้ ่ึงเป็นวสั ดุธรรมชาติท่ีมีในทอ้ งถ่ินมาทาเป็นภาชนะบรรจุอาหาร สามารถใส่ อาหารแหง้ ท่ีมีน้าหนกั ไม่มากได้ เป็นภาชนะท่ีใชแ้ ลว้ ทิ้ง สามารถยอ่ ยสลายไดโ้ ดยธรรมชาติ เพ่มิ มูลค่าใหก้ บั ใบไม้ ไดภ้ าชนะใส่อาหารจากใบไมท้ ่ีมีประสิทธิภาพ และสามารถยอ่ ยสลายได้ เองตามธรรมชาติ (สุธิมา ผดุงฉตั ร และคณะ ,2559:ออนไลน์ URL:http://thaiinvention.net/detail.php?p=cHJvamVjdF9pZD00OTI4OSZjZmdfaWQ9MzIm Y29tcGV0X2lkPTE=) มิตรชาวไร่จะเห็นวา่ ในปัจจุบนั ส่ิงแวดลอ้ มทว่ั โลกกาลงั เผชิญปัญหาวิกฤติจากขยะพลาสติก โดยเฉพาะปัญหาขยะลน้ เมือง จากบรรจุภณั ฑ์ ถุง ภาชนะของใชพ้ ลาสติกนานาชนิด ในประเทศ ไทยเองมีปริมาณขยะในทะเลมากเป็นอนั ดบั 6 ของโลก ซ่ึงเป็นอนั ตรายต่อระบบนิเวศของสตั ว์ ทะเล และห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ ในแง่ของการเกษตร จะเห็นวา่ การใชว้ สั ดุชีวภาพที่นามาผลิตเป็นภาชนะแทนจานชามพลาสติก มีหลากหลายชนิด เช่น กาบหมาก ใบตอง ใบสัก ใบบวั และใบเลบ็ ครุฑ เป็นตน้ วสั ดุเหล่าน้ีถูก ทิ้งหลงั จากเกบ็ ผลผลิตเรียบร้อยแลว้ ซ่ึงเป็นการเพ่มิ ปริมาณขยะ และใชท้ รัพยากรท่ีไม่เกิด ประโยชนส์ ูงสุด เช่น เกษตรกรผปู้ ลูก ตน้ สัก สามารถใชป้ ระโยชนจ์ ากใบสักไดต้ ลอดต้งั แต่อายุ 5 ปี แทนท่ีตอ้ งรอ 20 ปี เพ่อื ใชล้ าตน้ เพยี งอยา่ งเดียว ท่ีจะนาไปใชใ้ นอุตสาหกรรม แปรรูปไม้ เป็นเฟอร์นิเจอร์ หรืออุตสาหกรรมอ่ืน ๆ เป็นตน้ ดงั น้นั การนาวสั ดุเหลือทิง้ เหล่าน้ีมาผลิตเป็น ภาชนะแทนการใชจ้ านชามพลาสติก จึงเป็นการส่งเสริมใหเ้ กษตรกรใชป้ ระโยชนส์ ูงสุด และ เป็นการเพิม่ มูลค่า เสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน และสาคญั ที่สุดคือ การช่วยลดการใช้ ภาชนะพลาสติกท่ีใชเ้ วลายอ่ ยสลายนานกวา่ 300 ปี ดว้ ยภาชนะชีวภาพที่สามารถยอ่ ยสลายได้ ดว้ ยตวั เองภายในระยะเวลาอนั ส้ัน อาจารยจ์ ิตรลดา จาก ราชภฏั สวนสุนนั ทา ยงั ไดใ้ หม้ ุมมองน่าสนใจเก่ียวกบั การพฒั นาผลิตภณั ฑ์ ภาชนะทางเลือกจากวสั ดุธรรมชาติ ที่คน้ พบจากการวจิ ยั ผลิตภณั ฑจ์ ากกระดาษเปลือกมะพร้าว ดว้ ยวา่ “สาหรับภาชนะจากวสั ดุธรรมชาติกาลงั เป็นที่ตอ้ งการทวั่ โลก ความตอ้ งการของตลาด ภาชนะที่ยอ่ ยสลายไดง้ ่ายกาลงั เป็นท่ีจบั ตามอง และเติบโตอยา่ งรวดเร็วท้งั ในประเทศและตลาด

ส่งออก ปัจจุบนั มีการวจิ ยั พฒั นานวตั กรรมภาชนะจากวสั ดุชีวภาพ ไดแ้ ก่ การนาใบไม้ เช่น ใบ สัก ใบบวั กาบหมาก กาบกลว้ ย เป็นตน้ มาข้ึนรูปเป็นภาชนะ อยา่ งท่ีเราไดเ้ ห็นกนั ตามรายงาน ข่าว” “ทวา่ แมว้ สั ดุพวกน้ีจะสามารถนาไปข้ึนรูปไดแ้ ต่มีขอ้ เสียคือ ไม่สามารถควบคุมคุณภาพ และปริมาณของวตั ถุดิบใหส้ ม่าเสมอได้ ทาความสะอาดวตั ถุดิบไดย้ าก มีสารปนเป้ื อนหลุดออก จากภาชนะเม่ือนามาใส่อาหาร ดงั น้นั ผผู้ ลิต จึงจาเป็นตอ้ งควบคุมปัจจยั ในเรื่องน้ี เพอ่ื ความ ปลอดภยั สูงสุดของผบู้ ริโภคดว้ ย” (Praornpit Katchwattana,2562:ออนไลน์ URL : https://www.salika.co/2019/11/08/3-container-models-from-natural/) จากเรื่อง ประสิทธิภาพของภาชนะจากใบไม้ ขา้ งตน้ ดงั กล่าว สรุปวา่ ภาชนะจากใบไม้ น้นั สามารถนามาบรรจุอาหารได้ ซ่ึงการนาภาชนะจากใบไมม้ าใชแ้ ทนภาชนะจากพลาสติก หรือโฟมน้นั เป็นการลดปริมาณขยะที่เพิม่ มากข้ึนในแต่ละวนั และสามารถยอ่ ยสลายไดเ้ องโดย ธรรมชาติแลว้ น้นั อีกท้งั ยงั เป็นการเพ่มิ มูลค่าของใบไม้ การใชท้ รัพยากรท่ีมีอยใู่ หเ้ กิดประโยชน์ สูงสุดทาใหไ้ ดภ้ าชนะจากวสั ดุธรรมชาติที่สามารถนามาใชไ้ ดอ้ ยา่ งปลอดภยั และมีประสิทธิภาพ 4.วธิ ีทาภาชนะจากใบไมธ้ รรมชาติ วสั ดุท่ีใช้ ใบบวั หรือใบตอง ชาม 2 ใบซอ้ นกนั ได้ แป้งทากาวแป้งเปี ยกเป็นแป้งท่ี รับประทานได้ วธิ ีทา ผสมแป้งกบั น้าคนใหเ้ ขา้ กนั นาต้งั ไฟเคี่ยวใหเ้ ป็นแป้งเปี ยก ยกลงจากเตา วางใบไมท้ ากาวดา้ นบน 2 แผน่ นาดา้ นที่มีกาวปะกบกนั ทาเช่นเดียวกนั นามาซอ้ นกนั หลายๆ ช้นั นาแผน่ ใบไมท้ ่ีได้ กดลงในชาม จดั ใหเ้ ขา้ มุมกบั ชาม นาชามอีกใบวางซอ้ นกดบนใบไม้ นาไปต้งั ไฟ นาวสั ดุหนกั ๆ กดบนชาม ต้งั ไฟ ตรวจใบไมด้ า้ นในใหแ้ ขง็ จึงใชไ้ ด้ ยกลงจากเตา นา วสั ดุมาแงะใบไมอ้ อกจากชาม ตดั ขอบ จะไดภ้ าชนะจากใบไม้ (ณิชากานต์ พานิชเกษม และ คณะ,2558: ออนไลน์ URL:http://www.thai-explore.net/search_detail/result/3655) ผศ.ดร.เจษฎา ส่วนกลไกการทางานของ ส่ิงประดิษฐเ์ ครื่องข้ึนรูปจากใบไมน้ ้ี ไดร้ ับการ ออกแบบใหส้ ามารถทางานอตั โนมตั ิโดยมีวสั ดุ Layer 3 ช้นั ช้นั ล่างสุดคือ ใบไมส้ ด ช้นั กลางคือ วสั ดุพลาสติกชีวภาพที่ทาจากแป้งมนั สาปะหลงั หรือออ้ ยที่จะช่วยใหภ้ าชนะประเภทชามทรงตวั

ข้ึนรูปไดเ้ หมาะกบั การใชง้ าน ส่วนช้นั บนสุดจะเป็นใบไมส้ ด และตวั เคร่ืองจะผนึกวสั ดุท้งั 3 ช้นั ดว้ ยความร้อนสูงประมาณ 200 องศาเซลเซียส ซ่ึงจะเป็นการทาใหแ้ หง้ และปลอดเช้ือ ถูก สุขอนามยั ( ผศ.ดร.เจษฎา, 2561: ออนไลน์ URL:https://www.salika.co/2018/10/13/eco- friendly-plate-innovation/ ) เครื่องข้ึนรูปภาชนะจากใบไม้ เป็นเคร่ืองที่นาวสั ดุจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้ กาบหมาก ใบสัก ใบบวั และใบตอง เป็นตน้ มาข้ึนรูป เป็นภาชนะเพอ่ื ทดแทนการใชจ้ านชามพลาสติกโดย อาศยั แรงอดั และความร้อนในการข้ึนรูปภาชนะตามแบบแม่พิมพ์ โดยความร้อน และแรงอดั จะ ทาใหใ้ บไมร้ วมกนั เป็นหน่ึงเดียว และมีความหนาแน่นสามารถนามาใชง้ านได้ และเน่ืองจาก ใบไมบ้ างชนิดท่ีนามาข้ึนรูปเป็นภาชนะมีความหนา และบางต่างกนั ดงั น้นั จึงตอ้ งคานึงถึง จานวนใบที่นามาใชใ้ นการข้ึนรูป เช่น ภาชนะที่ข้ึนรูปดว้ ยใบตอง ควรใช้ ใบตอง 2-3 ใบ ซอ้ น กนั เพอ่ื ใหม้ ีความหนาเพยี งพอสาหรับ การใส่อาหาร ในขณะท่ีภาชนะที่ข้ึนรูปดว้ ยใบกาบหมาก ใชเ้ พยี งแค่ 1 ใบเท่าน้นั เป็นตน้ (ชาวไร่,2563:ออนไลน์ URL:http://www.mitrpholmodernfarm.com/news/2020/02/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0% B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8% B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%A0% E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0% B8%81%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89) จากเร่ือง วธิ ีทาชามจากใบไมธ้ รรมชาติ ขา้ งตน้ ดงั กล่าว สรุปวา่ วธิ ีการทาชามจากใบไม้ ธรรมชาติท่ีเหมาะสมสาหรับวยั ของกลุ่มเรา แลว้ จะตอ้ งประหยดั งบประมาณสูงสุด จึงเลือกวธิ ีท่ี จะใชแ้ ป้งมนั เป็นกาวแทน แลว้ ใชช้ ามมาทบั กดใบไม้ จากน้นั รอใหใ้ บไมเ้ ซ็ตตวั ตดั แต่งให้ สวยงาม



บทที่5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการทดลอง/การศึกษา (การสรุปผลการทดลอง/ศึกษาน้นั เป็นการสรุปผล โดยตดั ส่วนที่เป็นขอ้ มูลออก แลว้ อธิบายดว้ ย ขอ้ ความท่ีกะทดั รัดครอบคลุมผลการทดลอง/ศกึ ษาท้งั หมด ท้งั น้ีตอ้ งครอบคลุมจุดประสงคห์ รือ จุดมุ่งหมายของการทดลอง/ศึกษา) 5.2 อภิปรายผลการทดลอง/การศึกษา (การอภิปรายผลเป็นการอา้ งอิงแนวคิด หลกั การ ทฤษฎี หรือผลงานที่มีการศึกษาไวแ้ ลว้ หรือมี การศึกษามาก่อนหนา้ น้ีแลว้ เป็นการอภิปรายเปรียบเทียบ ความสมั พนั ธ์ สอดคลอ้ งขดั แยง้ กบั ผล การศึกษาในคร้ังน้ีอยา่ งไร) 5.3 ข้อคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะและประโยชน์ (ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะเป็นการเสนอแนะแนวทางในการศกึ ษาคน้ ควา้ ในโอกาสต่อไปอยา่ งไร หรือปัญหาอุปสรรคของการท าการทดลอง/ศึกษา ขอ้ สังเกตขอ้ ผดิ พลาดที่ส าคญั บางประการ และ ขอ้ เสนอแนะใหม้ ีการปรับปรุงแกไ้ ข อนั เป็นประโยชนต์ ่อการทดลอง/ศกึ ษาในอนาคต) (ประโยชนเ์ ป็นการกล่าวถึงการน าผลการทดลอง/ศกึ ษาไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นใดไดบ้ า้ ง)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook