แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูบ้ ูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ประจำฐานการเรียนรู้ การปลูกผักปลอดสารพษิ ๑. ชอื่ ฐานการเรยี นรู้ ผักปลอดสารพิษ เวลา 3 ช่วั โมง ๒. ชื่อผู้จัดทำ ๑.นายชาญณรงค์ อดตี รัมย์ 2.นายวสนั ติ์ ศรีนนตรี 3.นางยบุ ลวรรณ บุรตั น์ 4.นางโสภา ไมส้ งู เนิน 5.นางสาวเพ็ญนภา ปะโนรัมย์ ๓. วตั ถุประสงค์ 3.1. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในวสั ดอุ ปุ กรณ์ และพนั ธุผ์ กั ในการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 3.2. เพื่อใหม้ ีทักษะในการใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ การปลูกและดูแลผกั ปลอดสารพษิ 3.3. เพื่อใหเ้ หน็ คณุ ค่าและประโยชน์ของผกั ปลอดสารพษิ สามารถนำความรู้ไปปรบั ใชใ้ น ชีวิตประจำวันได้ 3.4. เพ่อื ใหม้ รี ายได้เพ่มิ มากข้ึน เน่อื งจากผลผลติ ท่ีไดม้ คี ุณภาพทำให้สามารถขายผลผลิต ได้ 4. กิจกรรมการเรียนรู้ 4.1. ครูวทิ ยากรประจำฐานแนะนำตนเอง/แนะนำวทิ ยากรประจำฐานการเรียนรู้การปลูกผกั ปลอด สารพิษ 4.2. ครูวทิ ยากรประจำฐานใหผ้ ู้มาศึกษาดูใบความรู้การปลกู ผกั ปลอดพษิ 4.3. ครวู ทิ ยากรประจำฐาน บรรยาย อธบิ ายกระบวนการ 4.4. ผูเ้ รียน ศกึ ษาดงู านในสถานท่จี รงิ 4.5. ครูประจำฐานซักถามและแลกเปล่ยี นเรียนร้รู ่วมกนั 4.6. ผเู้ รยี นถอดบทเรียนรู้การปลกู ผกั ปลอด 4.7. รว่ มกันสรปุ และประเมินผลการเรยี นรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ 4.8. การวดั ผลการประเมินโดยดจู ากการถอดบทเรียนและการตอบคำถาม 4.9. การประเมินความพงึ พอใจในการใชฐ้ านการเรยี นรู้ 5. สอื่ / วัสดอุ ปุ กรณ์ 5.1. แผน่ พับ 5.2. ใบความรู้ 5.3. กระดาษบรฟู ปากกาเคมี 5.4. สอ่ื ไวนิล 5.5. ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ 6. วัสดอุ ุปกรณ์ 6.1 ดินปลูก 6.2 จอบ เสยี ม คราด 6.3 ป๋ยุ คอก 6.4 ฟางคลมุ ดิน/แกลบ
6.5 บัวรดนำ้ /สายยางรดนำ้ 7. ความรู้ทีไ่ ดร้ ับจากฐานการเรียนรู้ 1. ความรูใ้ นเร่ืองพนั ธผุ์ กั ชนดิ ต่างๆ 2. รตู้ น้ ทนุ งบประมาณในการทำแปลงผกั 3. รวู้ สั ดอุ ปุ กรณ์ ข้ันตอนและวิธกี ารเตรยี มดิน 4. รวู้ ธิ ีการปลกู ผกั ดูแลและบำรุงรกั ษาผักปลอดภัย 5. ร้วู ธิ กี ารเก็บเกย่ี ว การจำหนา่ ย และการตลาด 7.1 ศาสตรพ์ ระราชา 7.1.1 หลกั การทรงงาน ข้อท่ี 18 การพึ่งตนเองการพัฒนาตามแนวพระราชดำริในเบ้ืองต้นเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้ประชาชนมีความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ และขั้นตอนต่อไปคือ การพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ ในสังคมได้ตาม สภาพแวดล้อม สามารถพึ่งตนเองได้อย่างย่ังยืน โดยใช้หลักคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การวางเสน้ ทางของตนเองใหเ้ รียบงา่ ย ธรรมดา และเดินสานกลางด้วยปัญญาพรอ้ ม คุณธรรมในจติ ใจ เพ่ือ นำชีวิตไปสู่ความสมดุลของทรัพยากร ให้มีความมั่นคง และเกิดความยั่งยืนในท่ีสุด เปรียบเสมือนเป็นการ วางรากฐานของอาคารให้แขง็ แรง 7.2 ศาสตร์สากล - วิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เรอื่ งเกษตรธรรมชาตติ ามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง - วชิ าภาษาไทย เรอ่ื งดูพ่อทำ ฟังคำพ่อสอน แลกเปลยี่ นเรียนรูต้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 7.3 ศาสตรช์ าวบา้ น/ศาสตร์ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น 7.3.1 วทิ ยากรท่ีมีความรู้ ความชำนาญในการปลูกผักปลอดสารพิษ 7.3.2 นางปาลิตา จันทะลี ปราชญ์ชาวบ้าน ให้ความรู้เร่ืองการปลูกผัก การดูแลรักษา วิธีการป้องกัน ศัตรูพืชตามธรรมชาติ การเลือกดินท่ีเหมาะสมกับการเพาะปลูก และการเก็บเก่ียวผลผลิตใน ชว่ งเวลาที่ เหมาะสม 8. ความสอดคล้องกับหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง (2 : 3 : 4 : 3 : 4) 2 เง่อื นไข เงอ่ื นไขความรู้ เงอ่ื นไขคุณธรรม ๑. 1. ความรู้ในเร่อื งพนั ธุ์ผักชนิดตา่ งๆ 1. ขยนั 2. รเู้ รอื่ งวัสดุอุปกรณ์ การจดั เก็บ และการรักษาวสั ดุ 2. อดทน อุปกรณ์ 3. ประหยดั 3. รตู้ น้ ทุน งบประมาณในการทำแปลงผกั 4. ซ่ือสัตย์ 4. รขู้ ัน้ ตอนและวธิ กี ารเตรียมดนิ 5. มนี ้ำใจ 5. รวู้ ิธกี ารปลกู ผกั ดูแลและบำรุงรกั ษาผักปลอด สารพิษ 6. รวู้ ิธกี ารเกบ็ เกีย่ ว การจำหนา่ ย และการตลาด
3 หลักการ พอประมาณ มเี หตุผล มีภูมิคุ้มกนั ในตัวที่ดี 1. ปลกู ผักได้เหมาะสมกบั พน้ื ท่ี 1.เพื่อไดผ้ ักปลอดสารพษิ ไว้ 1.วางแผนการปลูกผกั อย่างเปน็ 2. เลือกผักได้เหมาะสมกบั ฤดกู าล รบั ประทานในครัวเรือน ข้นั ตอน 3. ใช้งบประมาณไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2.เพื่อสรา้ งรายได้ สรา้ งอาชพี 2.ใช้วสั ดอุ ุปกรณ์อยา่ งระมดั ระวงั กบั พ้ืนและตน้ ทุนของเรา 3.เพือ่ ใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ และปลอดภยั การจดั เกบ็ อยา่ ง 4. ตัง้ ราคาให้สอดคลอ้ งกบั ถูกตอ้ งและเป็นระเบยี บ ท้องตลาด 3.ศึกษาโรคทีเ่ กดิ กบั ผกั ปอ้ งกัน ไมใ่ ห้เกิดโรคกบั ผกั การจดั เวลา การดแู ลรักษาผกั สมดุลและพรอ้ มรับตอ่ การเปลี่ยนแปลงใน 4 มิติ วตั ถุ สงั คม 1.มีผกั ปลอดสารพิษ ไว้รบั ประทาน 1. สรา้ งความสมั พนั ธอ์ ันดีในครวั เรือน เพอ่ื น ครแู ละ 2.ลดรายจา่ ยในครอบครวั ชมุ ชน 3.จำหน่ายเพอ่ื เพม่ิ รายไดใ้ ห้กับตนเองและครอบครัว 2. การเรยี นรแู้ ละการทำงานเปน็ ทมี 3. การมีนำ้ ใจ แบง่ ปนั มีความเขม้ แขง็ ในชุมชน 4. มคี วามรกั สามัคคใี นหมูค่ ณะเปน็ สังคมแห่งการ พอเพียง สิง่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม 1.ปราศจากสารเคมี ไมม่ ีสารพษิ ตกคา้ งในดนิ และพชื ผัก 1. เรยี นรูแ้ ละสืบทอดภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ไมท่ ำลายส่งิ แวดลอ้ ม 2. อนุรักษ์ วัฒนธรรมไทย โดยการเหน็ คณุ ค่าของ ผัก 2. ใชท้ รัพยากรอยา่ งประหยัดเกดิ ประโยชนแ์ ละคมุ้ พนื้ บ้านของไทย ค่าสูงสุด 3. รจู้ กั ชอ่ื พชื ผกั พ้นื บา้ นตา่ ง ๆ เชน่ ผกั ชี ผกั แพวผัก 3. นำวัสดทุ ม่ี อี ย่ใู นพ้ืนทมี่ าใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ เชน่ การ แขยง ซึ่งเปน็ ช่ือผกั ในทอ้ งถิน่ หมกั ปยุ๋ ชีวภาพจาก เศษผกั ต่างๆ
3 ศาสตร์ ศาสตรพ์ ระราชา ศาสตรส์ ากล ศาสตรช์ าวบา้ น / ศาสตร์ ภูมปิ ัญญาชาวบ้าน หลักการทรงงาน - วิชาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องเกษตร -วิทยากรท่ีมีความรู้ ความ ข้อท่ี 18 การพ่ึงตนเองการพัฒนา ธรรมชาตติ ามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง ชำนาญในการปลูกผักปลอดสารพิษ ตามแนวพระราชดำริในเบื้องต้นเป็นการ -ปราชญ์ชาวบ้าน ให้ความรู้ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพ่ือให้ประชาชนมี -วิชาภาษาไทย เร่ืองดูพ่อทำ ฟังคำพ่อ เรอ่ื งการปลูกผัก การดูแลรักษา วธิ ีการ ความแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตได้ และ สอน แลกเปล่ียนเรียนรู้ตามหลักปรัชญา ป้องกัน ศัตรูพืชตามธรรมชาติ การ ขั้นตอนต่อไปคือ การพัฒนาให้ประชาชน ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เลือกดินท่ีเหมาะสมกับการเพาะปลูก สามารถอยู่ ในสังคมได้ตาม สภาพแวดล้อม และการเก็บเก่ียวผลผลิตในช่วงเวลาที่ สามารถพ่ึงตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยใช้หลัก เหมาะสม คิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การ วางเส้นทางของตนเองให้เรียบง่าย ธรรมดา และเดิ น สาน ก ลางด้ วยปั ญ ญ าพ ร้อม คุณธรรมในจิตใจ เพ่ือนำชีวิตไปสู่ความ สมดุลของทรัพยากร ให้มีความม่ันคง และ เกิดความย่ังยืนในท่ีสุด เปรียบเสมือนเป็น การวางรากฐานของอาคารให้แขง็ แรง 9. พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ในข้อท่ี 3. มีงานทำ – มอี าชพี 3.1 การเล้ียงดูลูกหลานในครอบครัว หรือบ้านเมือง การฝึกฝนอบรมสถานศึกษาต้องให้เด็กและ เยาวชนรักงาน สู้งาน ทำงานงานสำเร็จ 3.2 การฝกึ ฝนอบรมทง้ั ในหลักสตู รและนอกหลกั สตู รต้องมจี ุดมุ่งหมายใหผ้ ้เู รียนทำงานเปน็ และมงี าน ทำในท่สี ุด 3.3 ตอ้ งสนบั สนุนผู้สำเร็จหลกั สูตรมอี าชีพมีงานทำ จนสามารถเลี้ยงตวั เองและครอบครวั
10. การนำไปประยกุ ตใ์ ช้ 10.1 การประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน 10.1.1) สามารถนำหลักคิดตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีได้รับไปประยุกต์ใช้ ใน กจิ กรรมการเรียนรแู้ ละประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวัน 10.1.2) การปลูกฝังแนวคิดหลักการทรงงานประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน 10.1.3) สามารถนำความรูท้ ่ไี ด้ไปพฒั นาต่อยอดและเผยแพรแ่ กช่ ุมชน 10.1.4) สรา้ งรายได้ให้กับครอบครัว 10.2 การประยุกต์ใช้ในภารกิจตามหนา้ ท่ี 10.2.1) ทำงานอยา่ งเป็นระบบและมแี บบแผน 10.2.3) เพิ่มแหล่งเรียนรู้ให้กับครูนักศึกษาบุคลากรในสถานศึกษาและผู้ท่ีเข้ามา ศึกษาดู งานจากโรงเรียนชมุ ชนองค์กรหน่วยงานภายนอก 10.2.3) นำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปเป็นหลักคดิ และหลักปฏิบตั ใิ นการ งานและ หน้าที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย 11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้และขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ 11.1 แบบสงั เกตและแบบสอบถาม 11.2 แบบประเมินความพงึ พอใจ
ใบความรู้ เรือ่ งท่ี 1 ความรเู้ บ้ืองตน้ เกย่ี วกับผักสวนครวั 1.ความหมาย ความสำคญั ประโยชนข์ องผกั สวนครัว ความหมาย พชื ผัก หมายถงึ พชื ทสี่ ามารถนำส่วนใดสว่ นหนง่ึ ของต้นมาประกอบอาหารทั้งผล ดอก ลำตน้ ใบ ราก และหัว เป็นท้งั ไมย้ นื ตน้ และไม่ล้มลุกที่มถี ่ินกำเนิดในประเทศ และตา่ งประเทศ ผักสามารถปลูกไดใ้ น ทุกครวั เรอื น แตผ่ กั ทมี่ กี ารปลูกเพอ่ื การจำหนา่ ยมักมาจากแปลงปลกู ขนาดใหญ่ ส่วนมากพบในพนื้ ท่ภี าคกลาง ภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื บริเวณใกล้แหลง่ น้ำ แม่น้ำ หรือพนื้ ที่ทชี่ ลประทานเขา้ ถึงการส่ง จำหน่ายผกั มกั สง่ จำหนา่ ยในพ้นื ทต่ี วั เมอื งของจังหวัด บางสว่ นท่เี ป็นแปลงขนาดใหญ่มกั มพี ่อค้าคนกลางเข้ารบั ถึงพ้นื ท่ี เพ่ือส่งจำหน่ายยังตัวเมืองในจงั หวัดตา่ งๆ รวมถึงกรงุ เทพฯ และภาคใต้ ซง่ึ มีพืน้ ท่ีน้อยในการปลูกผกั ชนดิ พืชผกั 1. ผกั สวนครัว เปน็ กลุ่มของพืชผักลม้ ลกุ ทีม่ อี ายกุ ารเก็บเกีย่ วส้นั มกั ปลูกตามครวั เรือนหรอื แปลงปลูกขนาดใหญ่เพอ่ื การคา้ โดยมี การพัฒนาสายพันธุใ์ ห้มผี ลผลิตตามตอ้ งการ มักพบการผลติ เมลด็ พนั ธอุ์ อกจำหนา่ ยในเชิงพาณิชย์ ท้ังน้ี ไมร่ วม พชื ผักทอ้ งถิ่นหรอื ผกั ปา่ พชื สมุนไพร และเคร่ืองเทศ รวมถึงไมผ้ ลบางชนิด ทป่ี จั จบุ ันอาจพบการพัฒนา และ ปลกู เพื่อการคา้ 2. ผักสมุนไพร และเคร่ืองเทศ เป็นกลุ่มของพืชผักท่ีสามารถใชท้ ัง้ ในการประกอบอาหาร เพือ่ ให้ อาหารมสี ี รสชาติ กลิ่นตามต้องการ รวมถงึ การเพมิ่ สรรพคณุ ทางยาของอาหาร มักเปน็ พืชทใ่ี ห้ กล่นิ แรง มีรส เผ็ดรอ้ น โดยสว่ นมากจะใช้ส่วนผล หัว และรากมาใช้ประโยชน์ และเปน็ พืชในทอ้ งถ่ิน 3. ผักพืน้ บ้านหรอื ผกั ปา่ เปน็ กลุ่มของพชื ผักทีข่ นึ้ และเตบิ โตได้เองตามธรรมชาติหรอื นำมาปลกู ใน ครวั เรือน มกี ารเก็บผลผลิตตามฤดกู าล มกั เป็นพืชผกั ประจำทอ้ งถิ่นทเ่ี ปน็ ทงั้ ไม้ยนื ตัน และพืชล้มลกุ ผักสวนครวั ผกั กาดขาว กะหล่ำปลี กะหลำ่ ดอก ผกั ชี ผักบุ้ง ผักคะนา้ พริก กระเพรา โหระพา แมงลกั ผักกวางตุ้ง กระเทียม ผกั หอม หอมหวั ใหญ่ หอมแดง แตงกวา ถ่ัวฝักยาว มะเขอื ได้แก่ มะเขือเปราะ มะเขอื พวง มะเขือเทศ มะเขอื เค่อื หนอ่ ไม้ฝรง่ั ฯลฯ ผกั สมุนไพร และเครือ่ งเทศ ขงิ พริกไท ดปี ลี กระชาย ขา่ ตะไคร้ ขมิ้น ฯลฯ
ผักพืน้ บ้านหรือผกั ป่า ผกั หวานปา่ หนอ่ ไม้ สะเดา ขี้เหลก็ แคป่า แคบา้ น กระถิน ผกั โขมเลก็ ผักโขมหนาม ตำลงึ ผักแพว ยอดเหลยี ง ใบเสี้ยว ผกั กดู ผกั ขาเขียด ผักกระโดน เห็ดเผาะ เหด็ แดง เห็ดโคน และเหด็ ปา่ ต่างๆ ฯลฯ พชื ผัก แบง่ ตามสว่ นทนี่ ำมาใชป้ ระโยชน์ คอื 1. ประเภทกินใบ เชน่ คะนา้ ผกั ชี กะหลำ่ ปลี ผักกวางตุง้ เป็นตน้ 2. ประเภทกนิ ดอก เชน่ กะหลำ่ ดอก และดอกผักชนิดตา่ งๆ 3. ประเภทกินผลหรือฝกั เชน่ พริก มะเขอื ฟัก แตงกวา ถ่ัวฝักยาว เปน็ ตน้ 4. ประเภทกินหวั หรอื ราก เช่น ขงิ ข่า ตะไคร้ กระเทยี ม เป็นตน้ ความหมายผกั ปลอดสารพิษ คือ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 163 พ.ศ. 2538 ให้คำนิยามว่า ผกั ปลอดสารพษิ คอื ผักท่ี มีระบบการผลิตท่ีใช้สารเคมีในการป้องกันและปราบศัตรูพืช รวมท้ังปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโตของพืช แต่ให้ เว้นช่วงการใช้สารเคมีก่อนการเก็บเก่ียว ซ่ึงผลผลิตที่ได้ยังมีสารเคมีตกค้าง แต่ไม่เกินในปริมาณที่กำหนดเพื่อ ความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยให้มีการขอใบรับรองจากหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อให้ได้ใบรับรองผักปลอด สารพิษ ความสำคัญของผักปลอดสารพษิ ผักเปน็ พชื ที่ทกุ คนต้องบริโภคเปน็ ประจำทุกวันไม่มากกน็ ้อยแตกต่างกันไป เนอ่ื งจากผกั ประกอบไป ด้วยสารอาหารท่ีจำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์หลายอยา่ ง ได้แก่ วติ ามนิ และแร่ธาตตุ ่าง ๆ โดยเฉพาะธาตุ เหล็ก และแคลเซียมแป้งและน้ำตาลจะเปน็ แหล่งพลงั งานและใหค้ วามอบอ่นุ แกร่ ่างกายเซลลูโลสและไฟเบอร์ ซึ่งชว่ ย ในระบบการย่อยอาหารและขับถ่ายของร่างกาย ชว่ ยให้เกดิ พลังงานใหม้ ีความตา้ นทานตอ่ โรคภยั ไข้เจ็บ ตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย และยงั ชว่ ยใหร้ า่ งกายฟ้ืนหายจากโรคไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว การได้บรโิ ภคผกั ต่าง ๆ ทป่ี ลอดภัยจากสารพษิ ในปริมาณท่เี หมาะสมเปน็ ประจำจะช่วยให้ร่างกายมี สขุ ภาพท่ดี ี และแขง็ แรง ไมเ่ จ็บปว่ ยงา่ ย มคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ขี ้นึ ในทางตรงกันขา้ มหากร่างกายขาดอาหาร ประเภทผกั หรือไดร้ ับ ไมเ่ พียงพอหรือบรโิ ภคผักที่มีสารพษิ ตกคา้ งในปริมาณมากเข้าไปจะทำใหร้ า่ งกายอ่อนแอ ระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ทำงานได้ไมป่ กติ อาจเกดิ อาการผดิ ปกตขิ น้ึ ทำให้ความตา้ นทานโรคตา่ ง ๆ ของ ร่างกายลดลง เพราะฉะนน้ั ผกั จงึ เปน็ พชื ทน่ี ิยมบริโภคกนั ทุกครวั เรอื น โดยจะสังเกตได้จากอาหารเกอื บทกุ ชนิด จะตอ้ งมผี ักเป็นส่วนประกอบในการ ชูรสอาหารจานโปรดให้มรี สชาตดิ ขี น้ึ หรือใชป้ ระดบั จานอาหารให้สวยงาม นา่ รับประทานยงิ่ ขึ้น เนื่องจากคา่ นิยมในการบรโิ ภคผกั ของประชาชนโดยทั่วไปมักจะเลือกบรโิ ภคผกั ท่สี วยงาม ไม่มรี ่องรอย การ ทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพชื จงึ ทำใหเ้ กษตรกรที่ปลูกผักจะตอ้ งใช้สวยงามตามความตอ้ งการของ ผ้บู รโิ ภค เมือ่ ผซู้ ื้อนำผักมาบริโภคอาจจะไดร้ บั อนั ตรายจากสารพษิ ทีต่ กคา้ งอยูใ่ นผักน้ันได้ ดงั น้ันเพอ่ื เป็นการ แกป้ ญั หา ดงั กล่าวเกษตรกรจงึ ควรหนั มาปลกู ผกั ปลอดสารพิษกันใหม้ ากขึ้นกวา่ ทีเ่ ปน็ อยู่ใน ปจั จุบนั เพื่อให้คนไทยมี คณุ ภาพชีวติ ทีด่ ีขน้ึ โดยมีผกั ทีส่ ะอาดและปลอดสารพิษบริโภคใน ชวี ติ ประจำวัน หรอื ถา้ มคี วามจำเป็น ท่จี ะบรโิ ภคผักควรจะเลอื กผักที่มีความต้านทานโรคแมลงและเป็นผักที่ ลา้ งง่าย
ประเภทของผักปลอดสารพิษ โดยทั่วไปแลว้ ผักปลอดสารพิษจะแบง่ เปน็ 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้ 1. ผกั ปลอดสารเคมี (PESTICIDE FREE) การปลูกผักปลอดสารเคมีประเภทแรกน้ีจะเน้นการควบคุม การใช้สารเคมีในการปลูก แต่จะไม่ใช้ สารเคมีใน การกำจัดแมลง (จะยังคงใช้ปุ๋ยเคมีและฮอร์โมน เร่งผลผลิต) หากแต่เป็นสารเคมีที่ไม่เป็นอันตราย ต่อร่างกาย ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวจะต้องมีสารเคมี ตกค้างไม่เกินปริมาณท่ีกำหนดไว้ เพื่อความปลอดภัยของ ผ้บู ริโภค โดยมีหน่วยงานรบั รองมาตรฐานจากกรมวชิ าการเกษตร กรมสง่ เสรมิ การเกษตร กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ว่าไม่มี สารตกค้างเกินระดับมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ จึงแน่ใจว่าเป็นผักปลอด สารเคมี 2. ผักเกษตรอินทรีย์ (ORGANIC FARMING) เรารู้จักผักชนิดนี้ในชื่อเรียกว่า “ผักออร์แกนิค”เป็นผักท่ีปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้เมล็ดพันธ์ุท่ี ผ่าน การตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ : GMO)ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่า แมลง หรอื ฮอร์โมนตา่ ง ๆ การผลิตผกั ประเภทนจี้ ะเน้นใชป้ ุ๋ยอนิ ทรีย์ ปยุ๋ หมัก ปุ๋ยชีวภาพ สว่ นการกำจัดศตั รูพืช จะใช้สารเคมีทผี่ ลติ จากธรรมชาติ เชน่ สะเดา โลต่ ๊ิน จงึ ปลอดภัยต่อสุขภาพและไมท่ ำลายสภาพแวดล้อม ผักปลอดสารพษิ ดีกวา่ ผักทว่ั ไปอย่างไร อย่างท่ีบอกไปในตอนต้นว่าผักปลอดสารพิษมีหลายแบบ ต้ังแต่มีสารเคมีในระดับต่ำไปจนถึงไม่มี สารเคมเี ลย ซ่งึ แน่นอนวา่ ย่อมดีกว่าผักท่ัวไปในเรือ่ งของความปลอดภัยนั่นเอง โอกาสท่ีจะเส่ียงตอ่ การปนเป้อื น ของสารเคมีในปริมาณสูงเป็นไปได้น้อย อีกท้ังยังช่วยปกป้องดูแลร่างกายของเราให้ห่างไกลจากการสะสม สารเคมตี กค้างท่ีอยใู่ นผักเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งอาจจะสง่ ผลเสยี ตอ่ รา่ งกายในระยะยาวได้ ประโยชน์ของผกั ปลอดสารพษิ 1. การบรโิ ภคผกั ทปี่ ลอดสารพิษในปรมิ าณที่เหมาะสมเป็นประจำจะช่วยทำใหร้ า่ งกายมีสขุ ภาพทด่ี ี มี ความแข็งแรง ไม่เจ็บได้งา่ ย ทำให้มคี ุณภาพชีวติ ทด่ี ขี ้นึ 2. ไดผ้ กั ทีม่ คี ณุ ภาพ ไม่มสี ารพิษตกคา้ ง เกิดความปลอดภัยต่อผู้บรโิ ภค 3. ช่วยลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกนั และกำจดั ศตั รพู ืชจากตา่ งประเทศ 4. ทำให้เกษตรกรผู้ปลกู มีสุขภาพอนามยั ทดี่ ขี น้ึ ไม่มกี ารฉีดพ่นสารเคมปี อ้ งกันและกำจัดศตั รพู ชื 5. เกษตรกรมรี ายได้เพม่ิ มากขน้ึ จากการปลูกผกั ปลอดสารพษิ 6. ชว่ ยลดต้นทุนการผลิตจองเกษตรกรในดา้ นค่าใชต้ า่ ง ๆ เชน่ มคี า่ ใช้จา่ ยในซอ้ื สารเคมีปอ้ งกนั และกำจดั ศตั รพู ืชทล่ี ดลง 7. ชว่ ยลดปริมาณของสารเคมีซงึ่ เปน็ พิษที่จะปนเป้อื นเขา้ ในดนิ ในอากาศ และในนำ้ จงึ เปน็ การชว่ ย อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละลดมลพิษของส่งิ แวดลอ้ มไปได้อีกทางหนง่ึ เรื่องท่ี 2 การเจรญิ เติบโตของพชื ผักสวนครวั ข้ันตอนการปลูก (ผักสวนครัว) 1. การเลอื กพ้ืนที่ พนื้ ทที่ สี่ ามารถปลูกผกั ไดด้ คี วรเป็นพน้ื ทท่ี อ่ี ยใู่ กลแ้ หลง่ น้ำ เชน่ บ่อนำ้ ขุด บอ่ น้ำธรรมชาติ
แมน่ ำ้ คลอง อา่ งเกบ็ น้ำ คลองชลประทานหรือแนวส่งน้ำชลประทาน เนอ่ื งจากพชื ผกั สว่ นใหญ่มคี วามตอ้ งการ น้ำสงู โดยเฉพาะหนา้ แลง้ ทีอ่ ากาศ แห้ง และอตั ราการระเหยน้ำสงู กว่าฤดอู นื่ ๆ จึงจำเป็นต้องมนี ้ำเพียงพอ เพอ่ื ให้ผักสามารถเตบิ โตจนถงึ ฤดกู ารเกบ็ เกย่ี วได้ 2. การเตรยี มแปลง แปลงปลูกผักมกั เตรียมดว้ ยการยกแปลงสูงประมาณ 20-30 เซนตเิ มตร หรอื ขุดรกรอ่ งลึก เนอื่ งจากพชื ผักสว่ นมากมีระบบรากทต่ี อ้ งการซอนไซในดนิ ทีร่ ว่ นซยุ หนา้ ดนิ ลึก ทำการไถพรวนแปลงทิง้ ไว้ ประมาณ 1 อาทติ ย์ เพอ่ื ตากแดด และฆ่าเชื้อโรค หว่านป๋ยุ หมักหรอื ปุ๋ยคอก รว่ มดว้ ยปยุ๋ เคมี พรอ้ มไถกลบ แปลง อตั ราการใสป่ ยุ๋ ในแปลงควรให้มปี ุ๋ยหมกั หรอื ปุ๋ยคอกมากกว่าปุ๋ยเคมี เชน่ 10:1 เนอื่ งจากการใส่ปุ๋ยเคมี มากจะทำใหด้ ินเปน็ กรด หนา้ ดนิ แน่น 3. การเตรยี มเมลด็ พนั ธ์ุ เมลด็ พันธผ์ุ ักที่ใช้ควรมลี กั ษณะเป็นเมลด็ พันธใุ์ หม่ อายุเมลด็ พนั ธุไ์ ม่ถงึ 1 ปี เมลด็ พนั ธท์ุ ใี่ ช้ตอ้ ง เป็นเมล็ดพันธ์ทุ ี่ตรงตามชนดิ พืชทป่ี ลกู และไมม่ เี มลด็ พนั ธ์ุอน่ื ปลอมปน ทำความสะอาดเมลด็ พันธ์ุ รวมถึงคดั แยกเมล็ดพนั ธ์ุที่ไม่สมบูรณ์ออกดว้ ยวธิ นี ำไปแช่น้ำ และนำเมลด็ ทีล่ อยนำ้ ออก เมล็ดพนั ธุส์ ว่ นมาก กอ่ นปลูกจะ ทำการแชน่ ำ้ เสยี ก่อน ซ่ึงระยะเวลาในการแชจ่ ะแตกตา่ งกนั ในแต่ละชนิดผกั หากเมล็ดพันธุ์ท่ีมีเปลือกหนา แข็ง อาจใช้เลาแช่นาน 2-3 วนั เมล็ดพนั ธ์ผุ กั สว่ นมากเป็นเมลด็ ทมี่ ีเปลือกค่อนขา้ งบาง ไม่หนา แขง็ สว่ นใหญใ่ ช้ เวลาแชป่ ระมาณ 12 ชวั่ โมง – 1 วนั เท่าน้นั 4. การปลกู สามารถปลกู ไดห้ ลายวธิ ตี ามความเหมาะสมของแต่ละชนิดพชื ไดแ้ ก่ การหวา่ นเมล็ด เป็นวธิ ที ง่ี า่ ย สะดวก รวดเรว็ และนยิ มท่ีสุด ซ่งึ จะหว่านเมลด็ หลังการแชน่ ำ้ แลว้ หรอื หวา่ น เมลด็ แหง้ ได้ทนั ที ผักทนี ยิ มการหวา่ นเมลด็ มกั เป็นพชื ท่ีมลี ำต้นขนาดเลก็ ขนาดทรงพมุ่ น้อย ไดแ้ ก่ ผักชี ผกั บุง้ เป็นต้น ทง้ั นี้ การหวา่ นเมลด็ อาจเปน็ วธิ กี ารเตรียมกลา้ ผักกอ่ นยา้ ยปลกู ในแปลงที่เตรยี มไว้ การปลกู ดว้ ยต้นกล้า เปน็ วิธีการปลกู ด้วยต้นกลา้ ผกั ที่เตรยี มได้จากแปลงเพาะกลา้ ด้วยวธิ กี าร หว่าน วธิ ีนี้เป็นวิธที ีใ่ ชม้ ากที่สุดสำหรบั การปลูกผกั โดยมักใช้กับพชื ท่มี ลี ำต้นใหญ่ ทรงพมุ่ กวา้ ง เนอ่ื งจากใช้ วธิ ีการหวา่ นเมล็ดอาจไมเ่ หมาะสมเพราะไม่สามารถเวน้ ชว่ งหา่ งของต้นให้เหมาะสมกับการเติบโตได้ การหวา่ น อาจทำให้ตน้ เจรญิ เติบโตไมด่ ี หรืออาจต้องถอนตน้ ทิ้งบางสว่ นซง่ึ ทำให้สนิ้ เปลอื งเมลด็ พันธเ์ุ สยี เปล่า ผกั ท่นี ิยม ปลกู ด้วยวิธนี ้ี ไดแ้ ก่ กะหล่ำปลี ผกั กาดขาว คะน้า มะเขอื พริก เปน็ ต้น การหยอดเมล็ด เปน็ วธิ ปี ลูกท่ใี ช้สำหรับพืชผกั ท่ีต้องการระยะหา่ งระหว่างตน้ มาก มักเปน็ พืชที่ เป็นเถาว์หรือเครือ ตน้ กลา้ ออกไม่มีความแข็งแรง เห่ยี ว และตายง่ายหากแยกต้นกล้าปลูก เชน่ ถ่วั ฟักยาว แตงกวา ฟักทอง ฟกั มะระ เป็นต้น ฝังในแปลงปลกู เป็นวิธปี ลูกทใี่ ชก้ ับพชื ผกั บางชนดิ ท่ีมีการแยกหน่อ แยกเหงา้ ออกปลกู เพื่อขยาย จำนวนต้นหรอื กอ โดยฝงั ลงหลุมหรือแปลงปลูกได้ทนั ที เชน่ ผักหอม กระเทยี ม ตะไคร้ ขิง ขา่ กระชาย เปน็ ต้น 5. การดแู ลรักษา ในระยะแรกของการปลูกช่วง 1 อาทติ ย์แรก ทงั้ การปลูกดว้ ยการใชเ้ มลด็ การปลกู ด้วยตน้
กลา้ และปลูกดว้ ยการแยกหวั หรอื หน่อ จำเปน็ ตอ้ งมกี ารให้น้ำอยา่ งสม่ำเสมอ อยา่ งนอ้ ยวันละ 2 คร้งั เช้า-เยน็ จนตน้ กล้าตั้งตัวได้ การให้นำ้ จะยงั ให้วนั ละ 2 ครง้ั ตลอดจนถงึ ระยะเก็บเกยี่ ว แตอ่ าจให้น้ำในปรมิ าณที่น้อยลง หรอื ผักบางชนิดที่อาจเวน้ ช่วงห่างการใหน้ ำ้ เมอื่ ถงึ ระยะก่อนเกบ็ เกย่ี ว การใสป่ ยุ๋ ควรใส่ในระยะหลงั ปลูก 1-2 อาทติ ย์ หรอื ระยะทตี่ ้นกลา้ ตั้งตน้ ได้แลว้ จนถึงระยะกอ่ นการเกบ็ เก่ยี วประมาณ 1 เดอื น รวมถงึ พืชบางชนิดที่ ส้ินสดุ การใหป้ ยุ๋ ท่รี ะยะกอ่ นการตดิ ดอก และผล 6.การเกบ็ ผลผลติ พืชผกั มกั มีระยะการเกบ็ เกย่ี วไม่เกนิ 120 วัน ส่วนมากจะใชเ้ วลาประมาณ 40-60 วนั ขึน้ กบั ชนดิ ของผกั โดยผักกินใบจะมีระยะเวลาการเก็บเก่ียวสัน้ กวา่ ผกั กินดอก และผล เรือ่ งท่ี 3 การปฏบิ ตั ดิ แู ลรักษาและการเกบ็ เก่ียวผักสวนครัว การปฏบิ ัติดแู ลรักษา การดูแลรกั ษาด้วยความเอาใจใส่ จะชว่ ยให้ผักเจริญเติบโตอยา่ งสมบูรณ์ จนถงึ ระยะเกบ็ เกยี่ ว การดูแลรกั ษาดังกลา่ ว ไดแ้ ก่ 1. การใหน้ ำ้ การปลูกผกั จำเป็นต้องใหน้ ้ำเพยี งพอ การให้นำ้ ผกั ควรรดนำ้ ในชว่ ง เชา้ -เย็น ไม่ควรรดตอนแดด จัด และรดน้ำแตพ่ อ ชุม่ อย่าใหโ้ ชก 2. การใหป้ ยุ๋ มี 2 ระยะ คือ 2.1 ใสร่ องพืน้ คอื การใสเ่ มอ่ื เวลาเตรียมดิน หรือรองก้นหลุมกอ่ นปลูก ปุย๋ ท่ใี สค่ วรเปน็ ปุย๋ คอก หรือปยุ๋ หมัก คลกุ ในดินให้ท่วั กอ่ นปลูก เพอื่ ปรับโครงสรา้ งดนิ ใหโ้ ปร่งรว่ นซุย นอกจากนนั้ ยังชว่ ยในการอุม้ น้ำ และรักษาความชน้ื ของดนิ ให้เหมาะสม กบั การเจริญเติบโต ของพชื ด้วย 2.2 การใส่ปยุ๋ บำรุง ควรใสป่ ยุ๋ วทิ ยาศาสตร์ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครง้ั แรกเมื่อย้ายกลา้ ไปปลูกจน กลา้ ต้ังตวั ได้แลว้ และใสค่ รัง้ ที่ 2 หลงั จากใส่คร้ังแรกประมาณ 2-3 สัปดาห์ การใส่ใหโ้ รยบางๆ ระหวา่ งแถว ระวงั อยา่ ใหป้ ุ๋ยอยู่ชดิ ตน้ เพราะจะทำใหผ้ ักตายได้ เม่ือใสป่ ยุ๋ แลว้ ใหพ้ รวนดินและรดนำ้ ทนั ที สูตรปุ๋ยทใี่ ชก้ บั พืชผกั ได้แก่ ยูเรีย หรือแอมโมเนยี ซัลเฟต สำหรบั บำรงุ ต้นและใบ และปุ๋ยสตู ร 15-15-15 และ 12-24-12 สำหรบั เร่งการออกดอกและผล 3. การปอ้ งกนั จำกัดศตั รูพืช ควรบำรงุ รักษาตน้ พืชให้แขง็ แรง โดยการกำจัดวชั พืช ให้นำ้ อยา่ งเพยี งพอและใส่ ปยุ๋ ตามจำนวน ท่ี กำหนด เพ่ือใหผ้ กั เจริญเตบิ โต แขง็ แรง ทนตอ่ โรคและแมลง หากมีโรค และแมลงระบาดมาก ควร ใช้สารธรรมชาติ หรอื ใชว้ ธิ กี ลตา่ งๆ ในการปอ้ งกันกำจัด เชน่ หนอนต่างๆ ใช้มือจบั ออก ใชพ้ รกิ ไทยปน่ ผสมน้ำฉดี พน่ ใช้น้ำค้ันจากใบหรือเมล็ดสะเดา ถา้ เป็นพวกเพลี้ย เชน่ เพล้ยี ออ่ น เพลยี้ แป้ง เพลี้ยหอย และ เพล้ยี จก๊ั จัน่ ใหใ้ ช้นำ้ ยาลา้ งจาน 15 ซีซี ผสมนำ้ 20 ลิตร ฉีดพน่ ใตใ้ บเวลาเย็น ถ้าเป็น พวกมด หอย และทาก ใหใ้ ช้ปูนขาว โรยบางๆ ลงบรเิ วณพื้นดนิ 4. การเก็บเกยี่ วพชื ผักสามารถทำได้หลายวธิ ี เช่น 4.1 การเก็บเก่ียวดว้ ยมือ เชน่ การใชม้ อื เดด็ หัก ปลิด ขดุ ถอน หรือใชเ้ ครอ่ื งทนุ แรงอย่าง ง่าย เชน่ มดี ขอ เคียว กรรไกร จอบ เสยี ม ตระกรอ้ เป็นต้น เปน็ วธิ กี ารเก็บเก่ียวทีน่ ยิ มใช้กนั มาก 4.2 การเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องจักร โดยอาศัยเครือ่ งทนุ่ แรงขนาดใหญเ่ ขา้ ช่วย สว่ นมากใช้ ในการเกบ็ เกย่ี วผักเพื่อการคา้
4.3 ระยะเวลาในการเกบ็ เกีย่ ว การเกบ็ เก่ยี วพืชผกั สวนครัวโดยท่วั ไปแบ่งเป็น 3 ประเภท คอื 1. การเก็บเก่ยี วเม่ือผกั ยังอ่อน เชน่ แตงกวา บวบ ถวั่ ลันเตา ผกั ตำลึง ฯลฯ 2. เกบ็ เกย่ี วเมือ่ ผักโตเตม็ ท่ี เชน่ ฟกั ทอง กะหลำ่ คะนา้ ฯลฯ 3. การเก็บเก่ยี วเมอ่ื ผลสุก เชน่ มะเขอื เทศ แตงไทย ฯลฯ
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: