มนุษยก์ บั เทคโนโลยี สงั คมไทยในปัจจุบนั นวตั กรรมสงั คมเพอื่ ความยง่ั ยืน โครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ
โลยนสง่ิ หน่งึ ทเ่ี กดิ จากความคดิ และการพฒั นาขน้ึ ของมนุษย์-มนุษยใ์ ชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหา เทคโนโลยเี ป็นสงิ่ หน่ึงทเ่ี กดิ จากความคดิ และการพฒั นาขน้ึ ของมนุษย์-มนุษยใ์ ชเ้ ทคโนโลยใี นการ แกป้ ัญหาพน้ื ฐานในการดารงชวี ติ ไม่วา่ จะเป็นการเพาะปลกู ทอ่ี ย่อู าศยั เครอ่ื งนุ่งห่มยารกั ษาโรต ในระยะแรกเทคโนโลยที น่ี ามาใชเ้ ป็นเทคโนโลยพี น้ื ฐานไมส่ ลบั ซบั ซอ้ นเหมอื นดังปัจจบุ นั การเพม่ิ จานวนของประชากรและขอ้ จากดั ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตริ วมทงั้ มกี ารพฒั นา ความสมั พนั ธก์ บั ตา่ งประเทศเป็นปัจจยั สาคญั ในการนาและพฒั นาเทคโนโลยมี าใชม้ าก ในปัจจุบนั เทคโนโลยไี ดม้ กี ารพฒั นาเป็นอย่างมากและในการดาเนินชวี ติ เทคโนโลยเี ข้ามามสี ว่ น เกย่ี วขอ้ งมากมายไมว่ า่ จะเป็นการใชเ้ ทคโนโลยใี นการสอ่ื สารเช่นการใชโ้ ทรศพั ท์หรอื อนิ เตอรเ์ พยี ง สงั คมเครอี ขา่ ย (Social Network) การใชเ้ ทคโนโลยใี นดา้ นการศกึ ษาจดั ระบบในหน่วยงานต่าง
คมนาคมขนสง่ ดา้ นอวกาส การสอ่ื สาร การทหาร การศกึ ษา สารสนเทศ เกษตรกรรม การแพทยแ์ ละสาธาณสขุ อาหาร อุตสาหกรรม
10 เทคโนโลยที ม่ี าแลว้ และกาลงั จะมาอย่กู บั เราในชวี ติ ประจาวนั 1. เทคโนโลยใี นธุรกจิ ทกุ วนั น้ใี นธรุ กจิ มกี ารแข่งขนั กนั สงู ดา้ นเจา้ ของธุรกจิ ท่ตี อ้ งการ ลดตน้ ทนุ แตย่ งั คงคณุ ภาพในตวั สนิ คา้ และบรกิ ารอยกู่ ารดงึ เอาเทคโนโลยีมาใชใ้ น ธุรกจิ ทาใหส้ ามารถประหยดั ตน้ ทุนทางธุรกจิ ไดเ้ ม่อื เปรยี บเทยี บกบั จานวนเงนิ ทใ่ี ช้ จา้ งพนกั งานและการมคี วามตรงต่อเวลาสงู 2. การใชเ้ ทคโนโลยใี นการสอ่ื สารในอดตี เมอ่ื การสอ่ื สารถูก จากดั เฉพาะการเขยี นจติ หมายและรอใหไ้ ปรษณยี ส์ ง่ มอบขอ้ ความของคุณ แต่ปัจจบุ นั เทคโนโลยที า่ ใหข้ อ้ มลู การ ตดิ ต่อสอ่ื สารเป็นเร่อื งงา่ ยคุณสามารถรา่ งขอ้ ความธุรกจิ และสง่ อเี มลห์ รอื แฟกซไ์ ดภ้ ายใน สองวนิ าทโี ดยทพ่ี วกเขาสามารถสอบกลบั คณุ ทนั ทเี ชน่ กนั จงึ ทาใหส้ ะดวกสบายและทาให้ การเตบิ โตเป็นไปไดม้ ากยง่ิ ขน้ึ
3. การใชเ้ ทคโนโลยใี นความสมั พนั ธร์ ะหว่างมนุษยใ์ นขณะทโ่ี ลกกาลงั พฒั นาผคู้ นทางานหนกั ขน้ึ ทาใหพ้ วกเขาไม่ค่อยมเี วลาทจ่ี ะหาความสมั พนั ธด์ งั นนั้ เทคโนโลยจี งึ มสี ว่ นชว่ ยในเร่อื งน้อี ย่างมาก วนั น้ผี คู้ นใช้ App โทรศพั ทม์ อื ถอื เพอ่ื พบปะและเช่อื มต่อกบั เพ่อื นเก่าและใหม่เครอื ขา่ ยทางสงั คม เชน่ Facebook.com Tagged.com อย่างไรกต็ ามความสมั พนั ธเ์ สมอื นไม่แขง็ แรงเทา่ ความสมั พนั ธท์ างกายภาพดงั นนั้ ฉนั จงึ แนะนาใหค้ ณุ สละเวลาและพบคนทต่ี อ้ งการจะสานสมั พนั ธ์ 4. การใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษาวนั น้เี ทคโนโลยมี กี ารเปล่ยี นแปลงครงั้ ใหญ่ในโลก การศกึ ษาดว้ ยการประดษิ ฐเ์ ทคโนโลยแี ละ App บนอปุ กรณ์เคล่อื นทซ่ี ง่ึ จะชว่ ยใหเ้ รยี นรไู้ ด้ งา่ ยขน้ึ คณุ สามารถเขา้ ถงึ หอ้ งสมดุ แบบเตม็ รปู แบบผ่าน App บนอปุ กรณ์เคล่อื นทผ่ี า่ น Smartphone หรอื IPad ได้
5. การใชเ้ ทคโนโลยีในซ้ือของออนไลนเ์ ทคโนโลยที าให้การซ้ือและขายมีความยืดหยนุ่ ดว้ ย ระบบการชาระเงินแบบ 8-Payment เชน่ Paypal Cown และ Net bank ต่าง ๆ ผใู้ ช้ สามารถซ้ือส่ิงตา่ งๆทางออนไลนไ์ ดโ้ ดยไม่ตอ้ งออกจากบา้ นเพิ่มความสะพวกสบายในบา้ น 6. การใชเ้ ทคโนโลยใี นการเกษตรดจู ะไม่เป็นเรื่องทไี่ ปดว้ ยกนั ไดซ้ กั เทา่ ไหร่ แตเ่ ทคโนโลยี แสดงให้เห็นวา่ มนั สามารถทาไดท้ กุ อยา่ งแมแ้ ต่เรื่องเกี่ยวกบั การเกษตรดว้ ยการประดิษฐ์ Mobile App สาหรับเกษตรกรพวกเขาสามารถใช้ App เชน่ “ FarmGraze” เพ่ือให้ทางาน ไดเ้ ร็วข้ึนและแมน่ ยา่ ย่ิงข้ึนตวั อยา่ งเช่น AppFam / Graze” จะช่วยให้เกษตรกรจดั การ หญา้ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมากข้ึนโดยการแนะนาอาหารท่ีถกู ที่สุดสาหรับปศสุ ตั วข์ องตน app น้ีจะคานวณปริมาณของหญา้ สตั วข์ องคุณมีในเขตขอ้ มลู ช่วยให้คณุ มีเวลามากข้ึนใน ขณะท่ีอยใู่ นไร่
7. การใชเ้ ทคโนโลยใี นการธนาคารขณะน้ีธนาคารพาณิชยโ์ อนไดง้ ่ายมากการสร้างบตั ร วิชาอิเลคโทรนิคทาใหก้ ารโอนเงินทาไดง้ ่ายข้ึนโดยไม่ตอ้ งกลวั วา่ จะถูกโจรกรรมไปคณุ สามารถซ้ืออะไรกไ็ ดด้ ว้ ยบตั รวีซ่าอิเลคโทรนิตดงั น้นั ในกรณีน้ีคุณจะไมต่ อ้ งพกเงินสด ธนาคารใชซ้ อฟตแ์ วร์เครือข่ายเพ่ือตรวจจบั การฉ้อโกง“ ซอฟตแ์ วร์มีประสิทธิภาพสูง ในการจาแนกรูปแบบดงั น้นั หากโปรไฟลข์ องคณุ มีลกั ษณะคลา้ ยกบั ของผทู้ ่ีต้งั คา่ เร่ิมตน้ ธนาคารจะดาเนินการและชว่ ยคุณจากการถูกปลน้ 8. การใชเ้ ทคโนโลยีในการควบคมุ ธรรมชาติธรรมชาติส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทกุ วนั ตวั อยา่ งเช่นน้าทว่ มพ้ืนที่เพาะปลกู และท่ีอยอู่ าศยั ของพวกเขาทาให้ดินช้นั บน ที่อุดมสมบรู ณ์เสียหายและทา้ ลายการเจริญเติบโตของพืชนอกจากน้ียงั ก่อใหเ้ กิดไฟ ไหมอ้ าคารพืชผลและป่ าไมท้ ี่ส่งผลกระทบตอ่ ชีวิตมนุษยอ์ ยา่ งไรกต็ ามเทคโนโลยี ชว่ ยให้มนุษยส์ ร้างเขื่อนขนาดใหญซ่ ่ึงสามารถกกั น้าส่วนเกินและใชน้ ้าเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้าไดน้ อกจากน้ีแสงอาทิตยย์ งั ช่วยใหบ้ า้ นของเราอุน่ และแปลี่ยนแปลง พลงั งานกลบั มาให้มีการใชล้ มเพ่ือผลิตกระแสไฟฟ้าท้งั หมดน้ีเป็นผลมาจากการใช้ เทคโนโลยใี นการควบคมุ ธรรมชาติ
9. การใชเ้ ทคโนโลยใี นการคมนาคมขนส่งการคมนาคมเป็นหน่ึงในพ้ืนฐานของทุกอตุ สากรรม เวลาคือเงินดงั น้นั เราตอ้ งมีวิธีการขนส่งที่มีประสิทธิภาพลองจินตนาการถึงชีวิตท่ีไม่ตอ้ งเสียไป บนทอ้ งถนนหรือสามารถส่งสินคา้ ไดท้ นั ทีท่ีลกู คา้ สง่ั อยา่ งไรกต็ ามเทคโนโลยีการขนส่งมีการ เปลี่ยนแปลงมาเร่ือย ๆ จนถึงปี ที่ผา่ นมาและตอนน้ีเทคโนโลยีการขนส่งที่กาลงั เขา้ มามีชื่อวา่ Hyperloop One ที่สามารถสร้างความเร็วไดท้ ่ี 1,200 กิโลเมตร / ชวั่ โมงหรือเทียบง่ายๆคือซาก กรุงเทพไปจงั หวดั สาพูนใชเ้ วลา 35 นาทีซ่ึงไวกว่าเครื่องบินมากและทาให้เราประหยดั เวลา ไดม้ ากข้ึน 10. เทคโนโลยใี หม่ทเ่ี ราจะได้ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั แน่นอนวา่ ความต้องการของ เราไม่สน้ิ สดุ และเทคโนโลยใี หม่ ๆ จะมาช่วยตอบโจทยส์ งิ่ เหล่านนั้ ซง่ึ บางย่างท่ี ตใู ชเ้ ฉพาะกลุ่มเป็นอยา่ งมากและแน่นอนวา่ พวกมนั ช่วยทาใหช้ วี ติ เรามี คุณภาพขน้ึ อย่างแน่นอนถงึ ตอนน้ผี ยู้ า่ นคงอยากรแู้ ลว้ วา่ มนั มอี ะไรบา้ งอย่าง นนั้ เรามาเรมิ่ ทช่ี น้ิ แรกกนั เลย
มนุษยก์ บั เทคโนโลยี มนุษย์ สงั คม นวตั กรรมและเทคโนโลยี สง่ิ แวดลอ้ ม ผสู้ รา้ ง/ผแู้ กป้ ัญหา การเปลย่ี นแปลง สง่ิ อานวยความสะดวก ทรพั ยากรทางธรรมชาติ ผคู้ ดิ ผสู้ รา้ ง สงิ่ สงั คมโลกมกี าร กระบวนการวธิ กี ารและ สง่ิ ตา่ งๆ ทอ่ี ยรู่ อบตวั เรา อานวยความสะดวก เปลย่ี นแปลงทุกยุคทุก ความคดิ ใหม่ๆ มาใชห้ รอื ทงั้ ทเ่ี กดิ ไรขน้ึ โดยธรรมชาติ ต่อการดานงั ชวี ติ สมยั มาประยุกตใ์ ชอ้ ย่างมี และทม่ี นุษยส์ รา้ งขน้ึ ระบบ
โครงสรา้ งทางสงั คมโดยทวั่ ไปมลี กั ษณะทส่ี าคญั ดงั น้ี 1. มกี ารรวมกลุ่มของคนในสงั คมซ่งึ แต่ละกลุ่มทร่ี วมกนั ตา่ งมหี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบและประสทิ ธภิ าพในการทางานตามท่ี กลมุ่ ไตก้ าหนดเป้าหมายไว้ 2. มแี นวทางในการปฏบิ ตั อิ ย่างเหมาะสมหรอื มกี ฎเกณฑร์ ะเบยี บแบบแผนเป็นแนวทางใหย้ ดึ ถอื รว่ มกนั โดยยดึ หลกั ประโยชน์สงู สดุ ของสงั คม 3. มจี ุดหมายในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่าง ๆ ทด่ี แี ละมคี วามเหมาะสมทจ่ี ะนามาใชก้ บั สงั คมนนั้ 4. มกี ารเคล่อื นไหวเปลย่ี นแปลงไดก้ ล่าวคอื โครงสรา้ งของสงั คมจะมกี ารเคล่อื นไหวเปล่ยี นแปลงทงั้ ในแง่ของการ เพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงในหลายรปู แบบเช่นจานวนคนอาจเพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงจากการเคล่อื นยา้ ยประชากรในสงั คมหรอื รปู แบบของความสมั พนั ธข์ องบุคคลภายในสงั คมอาจมกี ารปรบั เปลย่ี นไปตามสถานกาพทป่ี รบั เปลย่ี นไปหรอื แมแ้ ต่ สภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ภายในสงั คมเป็นตน้
ส่องคนยคุ มิลเลนเนียล ที่มผี ลต่อการเปลี่ยนแปลง การเปลย่ี นแปลงต่างๆท่ีเกิดขึน้ ในสงั คมทงั้ เรือ่ งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีส่งผลให้ไลฟ์ สไตลข์ องคนเปล่ียนไปตามยคุ สมยั และกลุ่มคนที่ส่งผลต่อการเปลย่ี นแปลงมากท่ีสุดคือ คนยุคมิลเลนเนียล (Millennials) ร้จู กั มิลเลนเนียล (Milennials) ผคู้ นซง่ึ เกดิ ในช่วงปี 1980 หรอื พ.ศ. 2523 และชว่ งปี 2000 หรอื พ.ศ. 2543 จะถกู เรยี กวา่ มลิ เลน เนยี ลหรอื คาทค่ี ุน้ หูกนั ดคี อื Gen Y ซง่ึ เป็นกลมุ่ ทม่ี ชี ว่ งอายุไกลเ้ คยี งกนั ตนกลุ่มน้อี ย่ใู นทุกเรอ่ื งการ เปลย่ี นแปลงทงั้ ทางเศรษฐกจิ สงั ตามและดว้ ยจานวนคนกลุ่มมลิ เลนเนยี ลทวั่ โลกทม่ี มี ากกว่า 20 ลา้ นคนจาก ผลการสารวจขององคก์ ารสหประชาชาตทิ าให้ทุกภาคสว่ นตอ้ งเตรยี มรบั มอื สงิ่ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตเพราะ คนกล่มุ น้กี าลงั เตบิ โตและมศี กั ยภาพในการใชจ้ า่ ยคาดว่าในอกี ไม่ถงึ 10 ปีมสิ เสนเนยี ลจะเขา้ มามบี ทบาทใน ทกุ ตาแหน่งงานแทนทต่ี นทุกเจเนอเรชนั่ กว็ ่าได้
ปัญหาสังคมไทยในปัจจบุ ัน ปัญหาสงั คมหมายถงึ สภาวะการณ์ทม่ี ผี ลกระทบกระเทอื นต่อตนจานวนมากในสงั ตม และเหน็ วา่ ควรรว่ มกนั แกป้ ัญหานนั้ ใหด้ ขี น้ึ สาเหตุของปัญหาสงั คม 1. เกดิ จากการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมเช่นการเปลย่ี นเป็นสงั คมเมอื งการเปล่ยี นจาก สงั คมเกษตรกรรมเป็นสงั คมอุตสาหกรรมการเป็นค่านิยมใหม่ ๆ ทาใหเ้ กดิ ปัญหา สงั คมชนั้ 2. เกดิ จากสมาชกิ ในสงั คมบางกลุ่มไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑท์ ส่ี งั คมวางไวเ้ ช่นเกติ ตวาม ขดั แยง้ ระหว่างกฎเกณฑก์ บั ความมุ่งหมายเกดิ ความลม้ เหลวของกระบวนการขดั เกลา ทางสงั คมหรอื สมาชกิ บางกล่มุ ทส่ี รา้ งความเดอื ดรอ้ นใหแ้ กส่ งั คมทาใหเ้ กดิ การขาด ระเบยี บและเป็นปัญหาทางสงั คมขน้ึ 3. เกดิ จากการทก่ี ลุ่มสงั คมตา่ ง ๆ มคี วามคดิ เหน็ ความตอ้ งการและผลประโยชน์ขดั กนั ไมย่ อมรว่ มมอื แกไ้ ขปัญหาของสงั คมเชน่ การเอาเปรยี บลกู ชา้ งเป็นตน้
ปัญหาความยากจนมีสาเหตเุ กิดจาก 01 การเพมิ่ ขน้ึ ของจานวนประชากร 04 อาชพี มรี ายไดไ้ มแ่ น่นอน สม่าเสมอ เชน่ กรรมกร รบั จา้ ง 02 การขาดการศกึ ษาทาใหม้ รี ายได้ตา้ 05 มบี ุตรมากเกนิ ไป รายไดไ้ ม่พอ กบั รายจา่ ย 03 ประชากรสว่ นใหญ่ประกอบอาชพี 06 มลี กั ษณะนิสยั เฉ่อื ยชาและเกยี จครา้ น เกษตรกรรม ไม่ชอบทางาน
อะไรคอื นวตั กรรมทตี่ ้องสรา้ งข้นึ ? ปรบั ปรงุ และพฒั นาสงั คมใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ โดยการพฒั นา เศรษฐกจิ ทงั้ ดา้ น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการบรกิ ารใหด้ ขี น้ึ
นวตั กรรมสงั คมเพ่ือความยงั่ ยืน นวตั กรรมสงั คม (Social Innovation) กจิ การเพอ่ื สงั คมกจิ การเพอ่ื สงั คม เป็นการนาวธิ กี ารหรอื สงิ่ ใหม่มาพฒั นาสงั คมให้ (Social Enterprisers.) คอื หน่วยงานท่ี ดกี วา่ เตม็ มงุ่ เน้นคุณคาและผลลพั ธท์ ่ีเกดิ ขน้ึ กบั ดาเนนิ งานโดยใชย้ ุทธศาสตรแ์ บบกลไกตลาด สงั คมเป็นหลกั โดยมกี ารใชว้ วิ ฒั นาการทาง เพอ่ื เป้าหมายทางสงั คมหรอื สง่ิ แวดล้อมมี เทคโนโลยเี ขา้ มาเป็นกลไกสาคญั ซง่ึ สามารถทาได้ พน้ื ฐานความหมายคอื ธรุ กจิ แตม่ อง ในทุกสงั คมขน้ึ อยกู่ บั วตั ถุประสงคแ์ ละการออกแบบ ผลประโยชน์เพอ่ื สงั คมเป็นหลกั ซง่ึ ในประเทศ จากนวตั กรสงั คม ไทยมกี ารเพบิ โตของกจิ การเพอ่ื สงั คมอย่าง รวดเรว็ ดไู ดจ้ ากองคก์ รทเ่ี พมิ่ ขน้ึ อย่างต่อเน่ือง นบั เป็นเรอ่ื งทด่ี มี าก
สังคมยคุ ใหมไ่ มท่ ารา้ ยส่งิ แวดลอ้ ม “ ปัญหาสงิ่ แวดลอ้ ม” เรอ่ื งใกลต้ วั ทก่ี าลงั กา้ วเขา้ สวู่ กิ ฤตมากขน้ึ ซ่ึงสง่ิ ท่เี กดิ ขน้ึ ถูกเร่งให้ เกดิ ก่อนเวลาอนั ควรดว้ ยพฤตกิ รรมของมนุษยถ์ งึ เวลาแลว้ สงิ่ ทเ่ี ราทุกคนจะตอ้ งตระหนกั ถงึ เรอ่ื งดงั กล่าวใหม้ ากเพอ่ื ชะลอการเกดิ ปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มใหไ้ ด้มากท่ีสดุ
ปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มเกต็ ไดจ้ ากหลายสาเหตุตงั้ แตก่ ารเพม่ิ ขน้ึ ของจานวนประชากร (Population Growth) ทท่ี าใหม้ กี ารใชท้ รพั ยากรทเ่ี พมิ่ ขน้ึ เกดิ การขยายตวั ทางเศรษฐกจิ และความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี (Economic Growth and Techinglogy Progression) เพอ่ื ตอบสนองสงั คมทต่ี อ้ งการ ความทนั สมยั สะดวกสบายรวดเรว็ เม่อื เป็นเชน่ น้จี งึ มกี ารขยายตวั ของเมอื งและการเคล่อื นยา้ ยแรงงานในระบบอุตสาหกรรม (Urbanization and Labor Movement) ผลทต่ี ามมาคอื ความแออดั ทางกายภาพและสงั คมการกอ่ มลพษิ และความเสอ่ื มโทรมดา้ นต่างๆ ทา้ ยทส่ี ดุ การทม่ี นุษยข์ าดความรแู้ ละความตระหนกั ในการใชท้ รพั ยากรรวมถึงมาตรการจดั การ สงิ่ แวดลอ้ ม (L.ack of Knowledge Awareness and Policy in Environmental Management) ซง่ึ นาไปสปู่ ัญหาขาดแคลนทรพั ยากรการเพมิ่ ขน้ึ ของปรมิ าณขยะและมลพษิ
แนวคิด 6Rs แนวทางในการช่วยรกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม เรม่ิ จาก 1. แนวทางในการชว่ ยรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มเรมิ่ จากการคดิ ใหม่ทาใหม่ (Rethink / Reinvent) โดยพจิ ารณาและตงั้ คาถาม ต่อพฤตกิ รรมการบรโิ ภค 2. การปฏเิ สธ (Refuse) โดยเลอื กทจ่ี ะไม่สรา้ งขยะเพม่ิ 3.การลดการใช้ (Reduce) คอื เลอื กทจ่ี ะสตู จิ านวนขยะการนากลบั มาใชใ้ หม่ 4.ซอ่ มแซม (Reuse / Repair) เพอ่ื เพม่ิ อายกุ ารใชง้ านใหก้ บั สนิ คา้ 5. การรไี ซเคลิ (Recycle) เป็นการเปลย่ี นขยะเป็นวตั ถุดบิ ใหม่ 6.และการซอ้ื แทนซอ้ื ซ้า (Replace / Rebuy) หมายถงึ เลอื กใชส้ นิ คา้ ทเ่ี ป็นมติ รต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
แนวคิด 6Rs
โครงการอนั เน่ืองมาจาก พระราชดาริ
ฝนหลวง ฝนเทียมสตู รไทยแท้ ในพระปรมาภิไธย แต่มาเงยหน้ามองดฟู ้ามม. ท่าไมมเี มฆอย่างน้ที าไม จะดงึ เมฆน้องมาใหไ้ ดก้ เ็ คยได้ยนิ เรอ่ื งการทาฝนกม็ า ปรารภกบั คณุ เทพฤทธฝิ์ นทา่ ใตม้ หี นังสอื เคยอ่าน หนงั สอื ทาได้ ทากลา่ วขา้ งตน้ คอื พระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอ ดุลยเดชเกย่ี วกบั แนวตติ การทาฝนหลวงหลงั ไดร้ บั รคู้ วามเดอื นรอ้ นจากภยั แลง้ ของประชาชนในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือในช่วง พ.ศ. 2495
โครงการแกล้งดิน….เปล่ียนดินเสียให้เป็ นดินดี เราสมควรแกลง้ ดนิ ... โดยทา่ ใหม้ นั เปรย้ี วแลว้ เราจะไดท้ า วศิ วกรรมยอ้ นรอยเพอ่ื จะได้รวู้ ธิ แี กไ้ ขและป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ สภาพ เปรย้ี วแบบทเ่ี คยเป็นซง่ึ เป็นประโยชน์อยา่ งมากตอ่ การดแู ลดนิ ประเภทน้ใี นอนาคต
นวตั กรรมของพอ่ หลวง…..กงั หนั น้าชยั พฒั นา นวตั กรรมแรกทไ่ี ดร้ บั การจดสทิ ธบิ ตั รของประเทศไทยและ เป็นนวตั กรรมของพระมหากษตั รยิ พ์ ระองคแ์ รกของโลกคอื กงั หนั น้าชยั พฒั นาซง่ึ ปัจจบุ นั ประเทศไทยยงั คงใชเ้ พอ่ื แกป้ ัญหาน้าเน่าเสยี อยู่
คลปิ วดี โี อประกอบการสอน
แบบฝึ กหดั หลงั เรียน
Search
Read the Text Version
- 1 - 30
Pages: