“ตวิ สังคมกับครูป”ุ๊ วเิ คราะหข์ อ้ สอบโอเน็ตปลี ่าสดุ วิชาสงั คมศึกษา (ข้อสอบ 3 มีนาคม 2561) โดย อ.พิเดช ปรางทอง (089-1585796 & ID Line : pidetch) ชือ่ ..................................นามสกลุ ...............................ชอื่ เลน่ ........................โรงเรียน...................................... ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. ขอ้ ใดเปน็ เกณฑ์ในการจาแนกศาสนาเป็นเทวนยิ ม อเทวนิยม เอกเทวนิยม หรอื พหุเทวนิยม 1.ศาสดา 2.พธิ ีกรรม 3.รูปเคารพ 4.ศาสนสถาน 5.ความเชือ่ 2. พฤตกิ รรมของใครถกู ต้องท่สี ุด ในการนาวธิ กี ารประกาศอิสรภาพจากกิเลสของพระพุทธเจา้ มาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิต 1.แดงต้งั ใจเลกิ ดื่มเหลา้ ในวันแม่ และกส็ ามารถทาไดส้ าเรจ็ 2.ดาต้ังใจละเลกิ ทุกอย่างโดยการอุปสมบทเป็นพระภิกษุตลอดพรรษาและก็สามารถทาไดจ้ นสาเร็จ 3.เขยี วตัง้ ใจปฏิบตั ธิ รรมโดยการรกั ษาศีล 8 ทกุ วันพระ และก็สามารถทาไดส้ าเรจ็ 4.ขาวตั้งใจเลยี้ งดูแมต่ ลอดชีวิต จงึ นาแม่ไปไว้ทีบ่ า้ นพกั คนชรา 5.ฟ้าต้งั ใจไมพ่ ูดโกหกทุกวันตลอดชีวิต และก็สามารถทาไดส้ าเร็จ 3. พระเจา้ จักรพรรดริ าชผเู้ ป็นนักปกครองท่ียิง่ ใหญ่ มพี ระบัญชาให้ลั่นกลองรบประกาศสงครามนาทัพเดนิ หนา้ แผ่ ขยายราชอาณาจกั รออกไป เปรียบไดก้ ับเหตุการณใ์ ดในพทุ ธประวตั ิ 1.กระประสูติและประกาศอาสภิวาจา ณ ลมุ พินีวัน 2.การตรสั รใู้ นคทนวนั เพ็ญ ณ ใต้ตน้ พระศรมี หาโพธิ์ 3.การแสดงธรรมจักร ณ อสิ ิปตนมฤคทายวนั 4.การปรนิ ิพพาน ณ กรงุ กุสินารา 5.การถวายพระพลิงพทุ ธสรรี ะ ณ กรุงกสุ ินารา 4. ข้อใดแสดงกระบวนการและผลของการศึกษาได้ถูกต้องตามหลกั พทุ ธศาสนา 1.สลี สกิ ขา นาไปสผู่ ลคือปญั ญาทพี่ ัฒนาแล้ว 2.จติ ตสกิ ขา นาไปสู่ผลคือกายที่พัฒนาแล้ว 3.ปญั ญาสกิ ขา นาไปสู่ผลคือจิตท่พี ัฒนาแล้ว 4.สลี สิกขา นาไปสผู่ ลคือกายและความประพฤติทพ่ี ัฒนาแล้ว 5.ปญั ญาสิกขา นาไปสผู่ ลคือจิตและปญั ญาท่พี ัฒนาแล้ว 5. อรยิ สจั กบั ปฏิจจสมุปบาท เป็นองคธ์ รรมท่ีเหมอื นหรือแตกต่างกนั อย่างไร 1.ต่างกัน เพราะ อริยสัจเน้นกระบวนการเกิดทกุ ข์ ส่วนปฏจิ จสมปุ บาทเน้นกระบวนการดับของสรรพสิง่ 2.เหมอื นกัน แต่ตา่ งมุมมอง เพราะอรยิ สัจเนน้ กระบวนการสัมพนั ธแ์ ตป่ ฏจิ จสมปุ บาทเนน้ วธิ ีการแกป้ ัญหา 3.ต่างกัน เพราะอริยสจั เนน้ แสดงกระบวนการดับทุกข์ แต่ปฏจิ จสมุปบาทเน้นแสดงกระบวนการเกดิ ทกุ ข์ 4.เหมอื นกัน แต่ต่างมมุ มอง เพราะอรยิ สจั เนน้ วิธีการแก้ปัญหาส่วนปฏิจจสมุปบาทเน้นกระบวนการ แห่งปัจจัยสมั พนั ธ์ 5.เหมอื นกนั แต่ต่างมมุ มอง เพราะอรยิ สจั แสดงธรรมชาติท่เี ปน็ แกนกลางของปฏจิ จสมุปบาท 1
6. แดงกับดาเป็นเพอ่ื นกัน วนั หนึ่งดาไดไ้ ปเก็บมะม่วงทตี่ นปลูกไวห้ ลังบา้ นมารับประทานรว่ มกนั อย่างเอร็ดอรอ่ ย แดง : “มะมว่ งลูกนี้หวาน กรอบอร่อยมากเลยนะ” ดา : “ไมอ่ ร่อยได้ไง ฉนั ขอต้นพนั ธอ์ ย่างดมี าจากบ้านป้าของฉนั ทจี่ งั หวดั จันทบุรเี ลยนะ ถ้าไม่ใชพ่ นั ธน์ คี้ งไม่อร่อย อย่างนีห้ รอก” แดง : “ฉนั กเ็ คยหามะมว่ งพนั ธ์ดุ ๆี มาปลูกเหมือนกนั แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลและใสป่ ุ๋ยจึงทาให้ต้นมันตายไปในท่ีสุด ฉนั ว่านะ นอกจากจะไดพ้ ันธุ์ดีแลว้ นายคงดแู ลใส่ป๋ยุ พรวนดนิ และเอาใจใส่ตน้ ไมน้ ้ีอย่างดดีนะสิ มันจงึ เติบโตสูงใหญจ่ นมีดอกมผี ลท่ีเอร็ดอร่อยอย่างน้ี” จากบทสนทนาในสถานการณข์ า้ งตน้ ใครเป็นคนแสดง “เหตุ” และ/หรอื “ปจั จัย” ท่ีถกู ตอ้ งที่สุด 1.แดงแสดงเหตผุ ลและปจั จัย 2.แดงแสดงเหตุ 3.ดาแสดงปจั จัย 4.ดาแสดงเหตุ 5.ดาและแดงแสดงทัง้ เหตุและปจั จยั 7. รอยเทา้ ช้างเป็นยอดหรอื ใหญท่ ี่สุดกว่ารอยเท้าของสตั ว์ใดๆ รอยเท้าช้างจึงถือวา่ เปน็ ท่ีรวมของรอยเท้าสัตวท์ ุกชนิด เม่ือเปรียบกับหลกั คาสอนของพระพทุ ธเจา้ ท้งั หมด คาว่า “รอยเท้าช้าง” ในที่นี้เปรียบได้กับหลักธรรมข้อใด 1.โอวาทปาฏโิ มกข์ 2.พระนพิ พาน 3.อริยสจั 4.อัปปมาทธรรม 5.เมตตากรณุ า 8. การทาละหมาดตามบทบญั ญัติของศาสนาอสิ ลามเป็นการนมัสการตอ่ อะไร 1.เทวบญั ชา 2.พระเจา้ 3.ผ้รู ทู้ างศาสนา 4.คมั ภีร์อัลกรุ อาน 5.ศาสนสถานทเี่ คารพ 9. หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งและการพัฒนาที่ยง่ั ยนื มหี ลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในข้อใดบา้ งที่ฐานรองรับทส่ี าคญั 1.มชั ฌิมามาปฏิปทา อัปปมาทธรรม พละ และไตรสิกขา 2.มัชฌิมามาปฏิปทา นาถกรณธรรม สาราณียธรรม และอรยิ วัฑฒิ 3.มชั ฌิมามาปฏิปทา สนั โดษ ฆราวาสธรรม และเบญจศีล 4.มชั ฌิมามาปฏปิ ทา อัปปมาทธรรม สันโดษ และปัญญา 5.มัชฌิมามาปฏปิ ทา อุปาสกธรรม ปัญญา และเบญจศีล 2
10. ขอ้ ใดกล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาทย่ี ง่ั ยนื ตามหลกั พุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง 1.เนน้ ความสมดุลระหวา่ งการพัฒนาคนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดแี ละการพฒั นาเศรษฐกจิ 2.เนน้ ความสมดุลระหวา่ งการพฒั นาคนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดแี ละการบรรลุพระนิพพาน 3.เนน้ ความสมดุลระหว่างการพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม 4.เนน้ ความสมดุลระหวา่ งการพฒั นาศาสนา ชุมชน สงั คม และการเมอื ง 5.เนน้ ความสมดลุ ระหว่างการพัฒนาคน เศรษฐกจิ สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม 11. หลกั การปกครองตามระบอบเผด็จการและระบอบประชาธปิ ไตยมลี กั ษณะตรงกับหลักอธปิ ไตยขอ้ ใดใน พระพุทธศาสนา 1. เผดจ็ การ=โลกาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตย=ธรรมธปิ ไตย 2. เผดจ็ การ=ธรรมาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตย=โลกาธิปไตย 3. เผด็จการ=อตั ตาธปิ ไตย ประชาธิปไตย=โลกาธิปไตย 4. เผด็จการ=ธรรมาธิปไตย ประชาธปิ ไตย=อัตตาธิปไตย 5. เผด็จการ=อตั ตาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตย=ธรรมาธิปไตย 12. ข้อใดแสดงหลักการอยู่ร่วมกันอยา่ งสันตสิ ขุ ระหว่างศาสนาท่ีสอดคล้องกันมากทสี่ ดุ 1. จาคะในพทุ ธศาสนา และศรทั ธาในศาสนาครสิ ต์ 2. การละหมาดในศาสนาอสิ ลาม และเบญจศลี ในศาสนาพุทธ 3. ความเสมอภาคและเท่าเทียมกนั ในฐานะบุตรของพระเจ้าในศาสนาคริสต์และศาสนาสกิ ข์ 4. พรหมจรรย์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและหา้ มประพฤติผิดในกามศาสนาพุทธ 5. การแบง่ ปันในศาสนาครสิ ต์ และซะก๊าตในศาสนาอิสลาม 13. ความเชื่อในเรอ่ื งคาพพิ ากษามีปรากฏในศาสนาใด 1.พราหมณ์ฮินดู-อิสลาม 2.ครสิ ต์-พราหมณฮ์ ินดู 3.อิสลาม-คริสต์ 4.พทุ ธ-อสิ ลาม 5.พุทธ-คริสต์ 14. “ประชาพิจารณค์ ือ การรับฟงั ความคิดเหน็ ของประชาชนในเรอื่ งทม่ี ีผลกระทบต่อชวี ิตของประชาชนทุกคน” จาก หลักการประชาพิจารณน์ ้ี มลี ักษณะสอดคล้องกับคตธิ รรมในวนั สาคัญทางพระพทุ ธสาสนาในข้อใด 1.วันวสิ าขบชู า 2.วันอาสาฬหบูชา 3.วนั มาฆบูชา 4.วนั เข้าพรรษา 5.วนั ออกพรรษา 3
15. หากนกั เรียนมคี วามประสงค์จะทาบุญถวายผ้าอาบน้าฝนแดพ่ ระสงฆ์ ควรถวายผ้าอาบน้าฝนในวนั ใดจงึ จะ เหมาะสมท่ีสดุ 1.วนั วิสาขบชู า 2.วันอาสาฬหบชู า 3.วันมาฆบชู า 4.วนั เข้าพรรษา 5.วนั ออกพรรษา 16. บคุ คลในข้อใดเป็นบุคคลท่ถี ูกห้ามอุปสมบทเป็นพระภิกษอุ ย่างเด็ดขาด 1.นายแดง เคยบวชเป็นพระภิกษุ แต่ถูกจบั สึกเพราะมีเพศสมั พันธก์ ับผู้หญิง 2.นายขาว เปน็ คนยากจน อยากบวชพระ แต่ไมม่ ีบาตรและจีวร 3.นายเขยี ว เปน็ โรคเอดส์ 4.นายดา มอี วัยวะบกพรอ่ ง 5.นายม่วง หนีคดีฆ่าคนมาขอบวช ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 17. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกับเงอื่ นไขการสมรสตามกฎหมาย 1.บคุ คลจะทาการสมรสโดยขณะทต่ี นมีคูส่ มรสอยู่แล้วไมไ่ ด้ 2.คนไร้ความสามารถจะทาการสมรสไมไ่ ด้ 3.ผรู้ ับบุตรบญุ ธรรมและบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้ 4.บุคคลทแี่ มเ้ พยี งเป็นพ่ีน้องรว่ มแต่บิดา ก็จะทาการสมรสกนั ไมไ่ ด้ 5.คนลม้ ละลายจะทาการสมรสไม่ได้ 18. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกตอ้ งเก่ียวกับกฎหมายอาญา 1.กฎหมายอาญาหา้ มไม่ให้มีการบัญญัติอาญาย้อนหลัง 2.ความรับผิดทางอาญา โดยหลกั บุคคลจะรบั ผิดต่อเม่ือกระทาโดยเจตนา 3.ความผิดต่อสว่ นตัว คอื ความผิดต่อเนื้อตัวร่างกายหรอื ตอ่ ความเปน็ อยู่ส่วนตัวของผเู้ สียหาย 4.การใหช้ ดใชค้ า่ สินไหมทดแทนไม่ใช่โทษทางกฎหมายอาญา 5.การเทยี บเคียงบทกฎหมายท่ีใกล้เคียงอย่างยิง่ ลงโทษทางอาญาแกบ่ ุคคลจะกระทามไิ ด้ 19. ขอ้ ใดกล่าวถึงสนธสิ ญั ญาไม่ถูกตอ้ ง 1.เป็นความตกลงระหวา่ งรฐั กบั รฐั 2.ดาเนินการโดยผู้มีอานาจทาการแทนรัฐ 3.มงุ่ ก่อให้เกิดผลในทางกฎหมายระหวา่ งประเทศ 4.ตกลงร่วมกนั ได้ตงั้ แต่2ฝ่ายขน้ึ ไป 5.มีผลผกู พันเป็นการท่วั ไปในประชาคมโลก 4
20. เมื่อมีการประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2560 กลไกดา้ นการเมืองการปกครองใดที่มี การเปลีย่ นแปลง 1.มีการใหเ้ พิ่มเตมิ รายละเอียดของรัฐธรรมนญู ในกฎกระทรวง 2.มกี ารรา่ งพระราชบัญญัตทิ ี่เกย่ี วข้องตามบทบญั ญัตใิ นรัฐธรรมนูญ 3.มกี ารเปลี่ยนโครงสร้างการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ระดับกระทรวงและกรม 4.มีการทบทวนพระราชบญั ญัตงิ บประมาณแผน่ ดินประจาปีทผ่ี ่านการพิจารณาไปแลว้ 5.มกี ารแก้ไขแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาตใิ ห้สอดคลอ้ งกับเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนญู 21. ข้อใดกล่าวไม่ถูกตอ้ งเกี่ยวกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธมิ นษุ ยชน 1.เปน็ ขอ้ ตกลงพหภุ าคีระดบั สากลทมี่ ศี ักด์แิ ละสทิ ธิ์เทียบเทา่ กฎหมาย และมผี ลบงั คับใชผ้ กู พนั 2.เปน็ การประกาศเจตนารมณ์ทีส่ ง่ ผลให้เกิดการออกกฎหมายทเี่ กยี่ วข้องในประเทศภาคีที่ร่วมลงนาม 3.เปน็ เอกสารที่ได้รับการยอมรบั จากสมชั ชาใหญ่สหประชาชาติ ดว้ ยการลงประชามติโดยปราศจากเสียง คัดคา้ น 4.เป็นผลจากการปรึกษาหารือร่วมกนั ของประเทศภาคี ส่งผลให้เกดิ การสง่ เสริมสิทธมิ นุษยชนท่ีครอบคลุม ประเทศต่างๆทั่วโลก 5.เปน็ การให้คาม่ันสัญญาที่จะกาหนดมาตรฐานในการอยู่รว่ มกนั บนพืน้ ฐานของการปกป้องสทิ ธเิ สรีภาพโดย เท่าเทียมกันและไม่มกี ารเลอื กปฏิบัติ 22. ข้อใดกลา่ วถงึ วัฒนธรรมไม่ถูกต้อง 1.เปน็ สิ่งทเี่ กิดข้ึนเองตามธรรมชาติ 2.เปน็ สง่ิ ท่ีตกทอดทางสงั คม 3.เปน็ แบบแผนในการดาเนินชีวิต 4.เป็นสิ่งท่เี ปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 5.เปน็ เครื่องยดึ โยงสมาชิกของสังคม 23. ผลงานทางวฒั นธรรมในข้อใดแสดงถึงลักษณะเด่นของวัฒนธรรมไทยในการปรบั ตวั เข้าหาความจากัดของ ทรัพยากรธรรมชาติ 1.การทาประปาภูเขาและระบบเหมืองฝาย 2.การบวชป่าและประเพณบี ุญบั้งไฟ 3.การทาขวัญข้าวและประเพณไี หลเรอื ไฟ 4.การทาเกษตรผสมผสานและการลงแขกเกีย่ วขา้ ว 5.การบูชาแม่โพสพและประเพณจี ดุ ประทีปโคมลอย 5
24. ค่านยิ มใดทีส่ งั คมไทยยังให้ความสาคญั น้อย และจาเป็นต้องเรง่ ส่งเสรมิ ให้เกดิ ข้นึ เพอื่ เปน็ รากฐานสาคญั ในการ สรา้ งสงั คมท่ยี งั่ ยนื 1.ความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ 2.ความสามัคคีมีน้าใจ 3.ความขยันหมัน่ เพียร 4.ความอดทนอดกลน้ั 5.ความเทา่ เทียมเสมอภาค 25. เนอ้ื ความในบทบัญญัตแิ ห่งกฎหมายขอ้ ใด ที่สะท้อนวา่ วัฒนธรรมไทยไม่ใช่วัฒนธรรมสากล 1.ในการใชส้ ทิ ธแิ หง่ ตนก็ดีในการชาระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทาโดยสจุ ริต 2.เมือ่ ไม่มบี ทกฎหมายท่จี ะยกมาปรับคดไี ดใ้ ห้วนิ จิ ฉัยคดีนัน้ ตามจารีตประเพณแี ห่งท้องถ่นิ 3.ผู้ใดจะฟ้องบุพการขี องตนเปน็ คดแี พง่ หรอื คดอี าญามไิ ด้ แต่เมื่อผู้นนั้ หรือญาติสนิทของผู้นัน้ ร้องขอ อัยการจะ ยกคดขี นึ้ ว่ากล่าวกไ็ ด้ 4.บุคคลผู้ซ้อื ทรพั ยส์ ินมาโดยสจุ รติ ในการขายทอดตลาด หรือในทอ้ งตลาด หรือจากพ่อคา้ ซ่ึงขายของชนิดนัน้ ไมจ่ าต้องคนื ใหก้ ับเจ้าของแทจ้ รงิ เวน้ แต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซ้ือมา 5.ถ้าสัญญาต่างตอบแทนมีวัตถุท่ีประสงคเ์ ป็นการก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพยเ์ ฉพาะสิ่ง และทรพั ย์ น้นั สญู หรือเสยี หายไปด้วยเหตอุ ยา่ งใดอย่างหน่งึ อันจะโทษลกู หน้มี ไิ ดไ้ ซร้ ท่านว่าการสูญหรอื เสียหายน้ันตก เปน็ พับแกเ่ จ้าหนี้ 26. ข้อใดคือสง่ิ ทตี่ ้องเรง่ สง่ เสรมิ แก่ผ้คู นในการปรบั ตัวเพื่อการอยู่ร่วมกันในสงั คมพหุวัฒนธรรม 1.การสร้างสานึกชาตินิยม เชอ้ื ชาตินิยม และชาติพันธน์ุ ิยม 2.การรณรงคส์ ง่ เสริมจิตสานึกในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมประจาชาติ 3.การให้คุณคา่ ความหลากหลาย และการเคารพศกั ด์ศิ รคี วามเป็นมนษุ ย์ 4.การเรยี นรู้ทักษะการประกอบอาชีพ เพื่อเพิม่ ขดี ความสามารถในการแข่งขัน 5.การศึกษาประวัติศาสตรเ์ พื่อสร้างความรกั ผูกพัน และภาคภูมใิ จในความเป็นชาติ 27. ขอ้ ใดไม่ใช่ลักษณะของวัฒนธรรม ทเ่ี กิดจากการผสมผสานวฒั นธรรม ระหว่างประชาชนในภมู ิภาคเอเชีย 1.มคี วามสมบูรณเ์ ป็นสากล 2.มกี ารเปลี่ยนแปลงไมค่ งที่ 3.มีความหลากหลายแตกต่างกัน 4.มลี กั ษณะเปน็ สิ่งประดษิ ฐ์ระหว่างสังคม 5.มีการไหลเวยี นแลกเปลีย่ นระหวา่ งสังคม 28. ข้อใดเปน็ พระราชอานาจทไ่ี ม่ปรากฏเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรในรัฐธรรมนูญ 1การพระราชทานคาปรกึ ษาแกร่ ฐั บาล 2.กระพระราชทานเครือ่ งราชย์อสิ รยิ าภรณ์ 3.การโปรดเกล้าฯแต่งต้งั ฐานนั ดรศกั ดิ์ 4.การโปรดเกล้าฯแตง่ ต้งั องคมนตรี 5.การพระราชทานอภยั โทษ 6
29. ข้อใดจับคู่ระบบการเมอื งการปกครองกับข้อด้อยของระบบนน้ั ไมถ่ ูกต้อง 1.ประชาธิปไตย กับ ปัญหาเสยี งขา้ งมากไมร่ ับฟงั เสยี งข้างน้อย 2.เสรีนิยม กบั ปญั หาการขาดเสถียรภาพทางการเมือง 3.อนุรักษ์นยิ ม กับ ปญั หาการพัฒนาท่ีล่าช้า 4.อานาจนิยม กับ ปัญหาการขาดระเบยี บและกติกาในสังคม 5.สงั คมนิยม กับ ปัญหาการลดิ รอนเสรีภาพทางเศรษฐกิจ 30. ปรากฏการณ์โลกาภิวตั น์ทางเศรษฐกจิ มผี ลกระทบต่อรัฐในเร่อื งตา่ งๆตอ่ ไปนี้ยกเวน้ เรื่องใด 1.รัฐมคี วามสัมพนั ธก์ ับตลาดในระดับโลกมากย่งิ ขึ้น 2.ตลาดมีบทบาทมากยง่ิ ขึ้นในการสร้างสวัสดิการแทนท่ีรัฐ 3.เส้นแบง่ ดนิ แดนท่แี น่นอนของรัฐชาติคลายความสาคัญลง 4.ความเปน็ อิสระและอานาจอธิปไตยของรัฐมีเพ่มิ ขึ้นอยา่ งมีนยั สาคัญ 5.รฐั ลดบทบาทความสาคญั ในฐานะตัวกระทาทางการเมืองระหวา่ งประเทศ 31. ภายใต้ปัญหาความขัดแยง้ ทางการเมืองในหมู่ประชาชน ในระยะกว่า 10 ปีทผี่ า่ นมาของไทย ขอ้ ใดไมใ่ ช่แนวทาง เสริมสร้างประชาธปิ ไตยไทยใหม้ ั่นคง 1.บ่มเพาะประชาชนใชห้ ลกั เหตุผลเป็นพน้ื ฐานในการตัดสนิ ใจทางการเมือง 2.มกี ฎหมายทย่ี อมรบั สิทธใิ นการดาเนินกิจกรรมทางการเมอื งของประชาชน 3.ลดความเหลอ่ื มล้าทางอานาจระหว่างชนชั้นปกครองและประชาชน 4.ขจัดความคิดเห็นทางการเมอื งทแ่ี ตกตา่ งกันในหม่ปู ระชาชน 5.สร้างความเชอ่ื ม่ันต่อกติกาประชาธิปไตยในหมปู่ ระชาชน 32. ระบอบเสรปี ระชาธิปไตยมีลักษณะสาคัญดังต่อไปนี้ ยกเวน้ ข้อใด 1.กองทพั มบี ทบาทสาคัญในการประกันเสถยี รภาพของรัฐบาลจากการเลอื กต้ัง 2.ลดอานาจรัฐ เพ่มิ อานาจและการมีส่วนรว่ มของประชาชน 3.ตัวกระทาทางการเมืองยอมรบั กฎกติกาประชาธปิ ไตย 4.ใหเ้ สรีภาพพลเมืองและสทิ ธิทางการเมืองในระดับสูง 5.ใชก้ ฎหมายเปน็ เครือ่ งมือในการปกครอง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 33. ขอ้ ใดไม่จัดว่าเป็นปัจจยั ทุน(capital)หรอื สินค้าทุน ตามความหมายทางเศรษฐศาสตร์ 1.เงนิ ทุน 2.รถบรรทุก 3.อาคารสานักงาน 4.เครื่องคอมพิวเตอร์ 5.สัตวท์ เ่ี ลยี้ งไว้ใช้งาน 7
34. ข้อใดเป็นข้อดขี องระบบเศรษฐกจิ แบบวางแผนจากส่วนกลางหรอื สงั คมนิยม เมอ่ื เปรียบเทยี บกับระบบเศรษฐกิจ แบบอ่นื ๆ 1.การจัดสรรทรพั ยากรเปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธิภาพมากกวา่ 2.การกระจายรายได้และทรัพย์สินมีความเท่าเทยี มกันมากกวา่ 3.เอกชนมีเสรีภาพในการดาเนนิ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่า 4.ตลาดไมล่ ม้ เหลว เพราะกลไกราคาการทางานได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพมากกวา่ 5.การตัดสนิ ใจจากสว่ นกลางหรอื รฐั บาลมีความถกู ต้องและแมน่ ยามากกว่า 35. ถ้านา้ มนั เบนซินและแกส๊ โซฮอล์สามารถใชท้ ดแทนกนั ได้ เมอ่ื ราคาน้ามันเบนซินลดลงในขณะท่ีราคาของแกส๊ โซฮอล์ยังคงเดมิ จะเกิดผลตามข้อใด 1.อปุ ทานของแกส๊ โซฮอลจ์ ะลดลง (เส้นอุปทานของแกส๊ โซฮอลเ์ คล่ือนไปทางซา้ ย) 2.อุปทานของนา้ มันเบนซินจะลดลง (เส้นอุปทานของน้ามันเบนซนิ เคลื่อนไปทางซ้าย) 3.อุปสงคส์ าหรับแกส๊ โซฮอล์จะลดลง (เส้นอุปสงคส์ าหรับแกส๊ โซฮอล์เคลื่อนไปทางซ้าย) 4.อุปสงคส์ าหรบั แกส๊ โซฮอล์จะเพ่มิ ขึ้น (เสน้ อุปสงคส์ าหรับแกส๊ โซฮอล์เคล่ือนไปทางขวา) 5.อุปสงคส์ าหรบั นา้ มันเบนซินจะเพิ่มขน้ึ (เส้นอุปสงคส์ าหรบั นา้ มันเบนซนิ เคล่ือนไปทางขวา) 36. ในกรณีท่ีอุปทานของสินค้าลดลง แต่อุปสงคส์ าหรับสนิ คา้ ยังคงเดิม จะสง่ ผลต่อการเปลยี่ นแปลงในราคาและ ปริมาณดลุ ยภาพของตลาดสินคา้ น้ันอย่างไร 1.ราคาดลุ ยภาพจะลดลง และปรมิ าณดลุ ยภาพลดลง 2.ราคาดลุ ยภาพจะเพ่ิมขน้ึ และปรมิ าณดลุ ยภาพเพมิ่ ขึน้ 3.ราคาดุลยภาพจะลดลง แตป่ รมิ าณดุลยภาพเพม่ิ ข้ึน 4.ราคาดลุ ยภาพจะเพ่ิมขึ้น แต่ปริมาณดุลยภาพจะลดลง 5.ราคาดลุ ยภาพจะคงเดิม แตป่ ริมาณดุลยภาพลดลง 37. ถา้ ตลาดสนิ ค้าชนิดหน่งึ เป็นไปตามกฎของอุปสงคแ์ ละอุปทานแลว้ ปรากฏการณ์ตามข้อใดไมใ่ ช่ผลทีเ่ กิดจากการ กาหนดราคาขัน้ สูงในตลาดสินคา้ ชนิดนั้นโดยรัฐบาล 1.สนิ คา้ ในตลาดจะเกดิ ภาวะความขาดแคลนข้นึ 2.ผูผ้ ลิตจะผลติ สนิ ค้าออกขายในปรมิ าณท่ีนอ้ ยลง 3.ผซู้ อ้ื จะมีความต้องการซอื้ สินค้าในปริมาณทม่ี ากขนึ้ กว่าเดิม 4.ราคาสนิ คา้ ท่ซี ้ือขายกนั ตามกฎหมายจะตา่ กว่าราคาก่อนการกาหนดราคาข้ันสงู 5.ปริมาณการซ้ือขายกนั จริงๆจะมากกวา่ ปรมิ าณซ้ือขายกอ่ นการกาหนดราคาขนั้ สงู 38. ในสถานการณ์ใดทต่ี ลาดผูกขาดอาจสง่ ผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมส่วนรวมมากกว่าตลาดประเภทอ่ืนๆ 1.สนิ คา้ ที่ผลิตเปน็ สินค้าท่จี าเปน็ ต่อการครองชพี 2.การผลติ สินคา้ นน้ั ก่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด 3.การผลิตสินคา้ ชนิดนน้ั กอ่ ผลกระทบเชงิ ลบต่อสิ่งแวดล้อม 4.ผบู้ รโิ ภคในตลาดต่างกม็ ีความต้องการสนิ คา้ ในปริมาณมากๆ 5.สงั คมตอ้ งการให้การผลิตสินคา้ มีประสทิ ธภิ าพทางเศรษฐกจิ สงู สดุ 8
39. การจดั สรรท่ดี ินทากินให้กับสมาชกิ ท่เี ปน็ เกษตรกร เปน็ บทบาทสาคญั ของสหกรณ์ประเภทใด 1.สหกรณน์ คิ ม 2.สหกรณบ์ ริการ 3.สหกรณป์ ระมง 4.สหกรณ์การเกษตร 5.สหกรณเ์ ครดติ ยเู นยี น 40. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาตฉิ บบั ใดของไทย ทไี่ ดอ้ ัญเชญิ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มาใชเ้ ป็นแนว ทางการพัฒนาและบรหิ ารประเทศ โดยไดร้ ะบุไวใ้ นแผนอยา่ งชดั เจนเป็นครงั้ แรก 1.ฉบับที่ 7 2.ฉบับท่ี 8 3.ฉบับที่ 9 4.ฉบับที่ 10 5.ฉบับที่ 11 41. กาหนดให้ ผลติ ภณั ฑม์ วลรวมในประเทศ (GDP) 300 ล้านบาท รายได้สุทธจิ ากตา่ งประทศ - 40 ลา้ นบาท คา่ เสื่อมราคา 10 ลา้ นบาท ภาษที างอ้อม 30 ลา้ นบาท เงนิ อุดหนุน 10 ลา้ นบาท จานวนประชากร 3 ลา้ นคน จากสถานการณ์ข้างต้น จงคานวณผลติ ภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) 1. 100 ล้านบาท 2. 230 ล้านบาท 3. 250 ลา้ นบาท 4. 260 ล้านบาท 5. 290 ลา้ นบาท 42. ข้อใดหมายถึงปรมิ าณเงนิ ตามความหมายแคบ 1.เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร เงินฝากประจา หุ้นกู้ 2.ธนบัตร เงินฝากกระแสรายวนั เงนิ ฝากประจา 3.เหรยี ญกษาปณ์ ธนบัตร เงนิ ฝากกระแสรายวัน 4.ธนบัตร เงินฝากกระแสรายวนั เงนิ ฝากประจา พันธบตั รรฐั บาล 5.ธนบัตร เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประจา 9
43. “ครอบครัวชาวนามีสมาชิกท่ีอยู่ในวัยทางาน 9 คน ชว่ ยกันปลกู ขา้ วในที่นาของตนได้ข้าวปลี ะ 12 เกวยี น ต่อมา สมาชิกในครอบครัว 2 คน แตง่ งานและแยกย้ายภูมลิ าเนาไปอยจู่ ังหวัดอืน่ ทาให้เหลือสมาชกิ ในครอบครวั ทีค่ งทา การปลูกข้าวพยี ง 7 คน แต่ก็ยังคงได้ขา้ วปลี ะ 12 เกวียนเท่าเดิม” จากข้อความดังกลา่ วเปน็ ประเภทของการวา่ งงานในข้อใด 1.การว่างงานแฝง 2.การว่างงานช่ัวคราว 3.การวา่ งงานตามฤดกู าล 4.การวา่ งงานเน่ืองจากวัฏจักรธรุ กิจ 5.การว่างงานเนื่องจากโครงสร้างของระบบเศรษฐกจิ 44. รัฐบาลควรใช้นโยบายงบประมาณขาดดุล ในกรณที เี่ ศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะใดมากทีส่ ุด 1.เงินเฟ้อ 2.เศรษฐกจิ ปกติ 3.เศรษฐกจิ ตกต่า 4.เศรษฐกจิ ขยายตวั 5.ราคาสินค้าเพิม่ สูงขน้ึ อย่างรวดเรว็ และตอ่ เนอ่ื ง 45. ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับการใชเ้ ครือ่ งมอื ของนโยบายการเงนิ ในกรณีท่ีประเทศเกิดปญั หาภาวะเงินฝดื 1.รฐั บาลลดการใชจ้ ่ายลง 2.รฐั บาลเพม่ิ การเก็บภาษี 3.รฐั บาลใช้งบประมาณเกนิ ดุล 4.ธนาคารกลางขายหลักทรัพยข์ องรฐั บาล 5.ธนาคารกลางลดอัตราเงนิ สารองตามกฎหมาย 46. ข้อใดเปน็ การลงทนุ ทางตรงระหวา่ งประเทศ 1.นางเมตตานาเงนิ ของบรษิ ัทไปฝากในตา่ งประเทศ 2.คนญ่ีปนุ่ นาเงินเข้ามาสร้างโรงงานทอผ้าในไทย 3.คนมาเลเซียนาเงนิ ทุนไปซ้ือหลกั ทรพั ย์ของรัฐบาลไทย 4.บริษัทของนางสาวกรุณากู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงินในตา่ งประเทศ 5.บริษัทของนายมธั ยัสถ์ให้สินเชือ่ ทางการค้ากับบรษิ ทั คู่ค้าในตา่ งประเทศ 47. กลุ่มประเทศตามข้อใดต่อไปนีเ้ ป็นสมาชกิ ของสมาคมประชาชาตแิ ห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 1.ไทย เวียดนาม ลาว เมยี นมา กมั พูชา 2.ไทย เวียดนาม ฟลิ ิปปินส์ จนี สิงคโปร์ 3.ไทย มาเลเซยี ฟลิ ิปปินส์ สิงคโปร์ ญี่ปนุ่ 4.ไทย มาเลเซีย อินโดนเี ซีย อนิ เดีย สงิ คโปร์ 5.ไทย มาเลเซีย อนิ โดนีเซีย บรไู นดารสุ สซาลาม เกาหลใี ต้ 10
48. ขอ้ ใดเป็นการรวมกลุม่ ทางการค้าทมี่ ีการยกเลกิ ภาษีศุลกากรและขอ้ จากัดทางการค้าระหว่างกนั ในกลมุ่ มีการใช้ ขอ้ กาหนดอัตราภาษีศลุ กากรกบั ประเทศคคู่ ้านอกกลุ่มในอตั ราเดยี วกัน มีการเคลอ่ื นย้ายปจั จัยการผลิตได้โดยเสรี ระหวา่ งประเทศสมาชกิ ด้วยกนั และประเทศสมาชิกกาหนดนโยบายด้านเศรษฐกจิ ตา่ งๆ เป็นรปู แบบเดยี วกัน 1.ตลาดรว่ ม 2.เขตการค้าเสรี 3.สหภาพศลุ กากร 4.สหภาพเศรษฐกิจ 5.สหภาพการเมือง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 49. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ ูกต้อง 1.พวกฮติ ไทต์ (Hittites) ในเมโสโปเตเมยี รู้จักการถลุงเหล็กเพือ่ ทาเป็นอาวธุ ในยุคโลหะ 2.ศิลปะแบบเมกกาเลเนยี น (Magalenian) คือภาพวาดตามผนงั ถ้า 3.มนษุ ยใ์ นยุคหนิ ใหม่เร่ิมรจู้ ักการเพาะปลูกและเลยี้ งสตั ว์ 4.นกั โบราณคดใี ช้วธิ เี ทอร์โมลมู ิเนเซนท์ (thermoluminescnce) ในการหาอายุของซากไม้ และโครงกระดูกมนษุ ย์ 5.ตัวอักษรลิม่ หรือตัวอกั ษรคนู ิฟอร์ม เป็นตวั อักษรทช่ี าวสเุ มเรยี นคิดค้นขึน้ 50. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเก่ยี วกบั อารยธรรมโบราณ 1.อาณาจกั รฮีบรู หลังจากเจรญิ ถึงขดี สุดแลว้ ได้ตกอยภู่ ายใต้อานาจของกรีกและโรมันแต่ไมเ่ คยถูก พวกเปอร์เซยี รรุ าน 2.”รอยลั โรด” (Royal Road) เป็นถนนที่จักรพรรดไิ ซรัสทรงสรา้ งข้นึ เพือ่ เช่อื มเมอื งสาคัญตา่ งๆเขา้ ดว้ ยกัน 3.พระเจา้ อัสซูร์บานิปาล (Ashurbanipal) กษตั ริย์ของชนเผ่าอัสซีเรียน มรี ับสั่งให้สร้างห้องสมุดท่ีรวบรวม ผลงานของเมโสโปเตเมียเป็นจานวนมาก 4.”สวนลอยแหง่ บาบลิ อน” ซงึ่ ไดร้ ับการยกย่องให้เปน็ 1 ใน 7 ส่งิ มหัศจรรยข์ องโลกถูกสร้างขึน้ โดยพวกฮิตไทต์ 5.สถาปัตยกรรมทสี่ าคัญทีส่ ุดของชาวอัสซเี รียนคือ “ซกิ กูแรต” เปน็ เทวสถานท่ีสร้างบนภูเขาจาลอง มีทางขึ้น เป็นขั้นบนั ได สร้างขน้ึ เพ่ือบชู าเทพเจา้ 51. ข้อใดไมใ่ ช่สาเหตุของการปฏิรูปศาสนาในยโุ รปในคริสต์ศตวรรษที่ 16 1.แนวคิดปจั เจกชนนยิ ม 2.พอ่ คา้ ตอ้ งการหากาไรจากการค้าเพิม่ เตมิ 3.ความแตกแยกระหวา่ งศาสนาคริสตน์ ิกายโรมันคาทอลิกและออร์โทดอกซ์ 4.กษัตริย์ต้องการมีอานาจมากขึ้น 5.บุคคลในศาสนจักรประพฤติตนไม่ดี สนใจทางโลกมากกว่าทางธรรม 11
52. เหตกุ ารณใ์ นข้อใด เกดิ ขึ้นในสมัยใหม่ของประวัติศาสตรส์ ากล 1.การจดั ต้ังองค์การสนธิสญั ญาแอตแลนตกิ เหนือ หรือองค์การนาโต 2.การสรา้ งมหาวิหารโนเตรอดาม (Notre-Dame) ในกรุงปารีส ประเทศฝรงั่ เศส 3.“บิดาแห่งประวัติศาสตร์” ในโลกตะวนั ตกไดเ้ ขยี นผลงาน “ประวัติศาสตรส์ งครามเปอร์เซยี ” ขน้ึ 4.การกาหนด “กฎหมายสิบสองโตะ๊ ” (Law of the Twelve Tables) 5.ชารล์ ส์ ดาร์วนิ (Charles Darwin) เสนอทฤษฎวี วิ ฒั นาการว่าดว้ ยการเลือกสรรของธรรมชาติ 53. ข้อใดกล่าวไม่ถกู ต้องเก่ียวกับแนวคดิ จักรวรรดินิยมในคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 1. ชาตจิ กั รวรรดินิยมมุ่งเข้าครอบครองอาณานิคมทุกรูปแบบ ทัง้ ด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม 2. การปฏิวัติอุตสาหกรรมนับเป็นสาเหตุหนึ่งท่ีทาใหแ้ นวคิดจักรวรรดินิยมขยายตัวอย่างกวา้ งขว้างในยโุ รป 3. ญี่ปนุ่ เป็นชาติท่ีใชแ่ นวคิดจกั รวรรดินยิ มรุกรานเพอ่ื นบ้านและสามารถรบชนะองั กฤษไดใ้ น ค.ศ.1905 4. เบลเย่ยี มเป็นหนึ่งในชาติตะวันตกทแี่ สวงหาอาณานิคมในทวปี แอฟรกิ า และได้ยึดครองโกในปลาย ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 19 5. “ภาระหน้าทขี่ องคนขาว” (The White Man’s Burden) เปน็ หนึง่ ในสาเหตทุ ่ีทาให้แนวคดิ จักรวรรดินิยม ขยายตวั ในทวีปยุโรป 54. องคก์ ารในข้อใด รวมตัวกันโดยมีความมุง่ หมายหลักเพอ่ื รว่ มมอื กันตอ่ ตา้ นลัทธคิ อมมิวนสิ ต์ 1.องคก์ ารสนธสิ ญั ญาแอนซัส 2.สันนิบาตอาหรับ 3.สภารฐั มนตรีนอร์ดิก 4.สหภาพแอฟริกา 5.สหภาพยโุ รป 55. ผลงานหรือแนวคิดข้อใดไม่ได้เกิดข้นึ ในสมยั ปฏวิ ัตวิ ิทยาศาสตร์ 1.การพบวา่ จลุ นิ ทรยี ์ในอากาศเปน็ ต้นเหตุให้อาหารเน่าเสีย 2.การผ่าตัดเอาทารกออกจากครรภ์มารดา 3.การโคจรและการเคลอื่ นไหวในระบบสุรยิ จกั รวาลเปน็ ไปตามกฎแห่งความโนม้ ถ่วง 4.การส่งเสริมการศกึ ษาแบบวทิ ยาศาสตรโ์ ดยวธิ ีการศึกษาแบบอปุ นยั 5.การใชห้ ลักของเหตุผล ทอี่ ธิบายและตรวจสอบได้เช่นเดียวกับหลักของวิชาคณิตศาสตร์ 56. ข้อใดไม่ถูกตอ้ งเกี่ยวกับโลกในคริสต์ศตวรรษที่ 21 1.องค์การสหประชาชาติมีบทบาทสาคญั ในการแก้ปญั หาดา้ นสิทธมิ นุษยชน 2.การเป็นผู้นาของโลกสหรฐั อเมรกิ าแตเ่ พียงผ้เู ดียวหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลงเปน็ หนง่ึ ในสาเหตุท่ีทาให้การ ก่อการร้ายในตะวนั ออกกลางเพม่ิ มากขึ้น 3.องคก์ ารสหประชาชาติมสี ่วนชว่ ยสง่ เสรมิ ใหเ้ กิดการพฒั นาอยา่ งย่ังยนื โดยผา่ นแผนปฏบิ ัติการ 21 4.องค์การสหประชาชาติกาหนดว่าแรงงานเด็ก ซ่งึ เปน็ ปัญหาใหญใ่ นเอเชยี คอื แรงงานทีม่ ีอายุต่ากวา่ 15 ปี 5.วิกฤตเิ ศรษฐกิจทเี่ กิดข้ึนทั่วโลกใน ค.ศ.2008 สง่ ผลให้อตุ สาหกรรมอาหารทะเลของไทยเจริญเตบิ โตน้อยลง 12
57. อกั ษรกระดองเต่าเป็นอักษรของอารยธรรมใด 1.เมโสโปเตเมีย 2.อินเดีย 3.จีน 4.อียิปต์ 5.กรีก 58. ประทศใดไมใ่ ช่สมาชิกเริ่มแรกขององคก์ ารสนธสิ ัญญาป้องกนั เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ (South East Asia Treaty Organization : SEATO) 1.ปากสี ถาน 2.สหรฐั อเมริกา 3.ฝรง่ั เศส 4.ฟลิ ปิ ปินส์ 5.มาเลเซีย 59. ดินแดนทีพ่ ่อคา้ ชาวโปตุเกสในสมัยอยธุ ยาตอนตน้ เรียกว่า ลกิ อร์ (Ligor) สนั นฐิ านวา่ ตรงกบั เมืองใด 1.ปตั ตานี 2.นครศรีธรรมราช 3.สรุ าษฏร์ธานี 4.นครปฐม 5.กาญจนบุรี 60. ถา้ ครูอิศราต้องการพานกั เรียนไปดูโบราณสถานทีเ่ ก่ยี วข้องกับศิลปะลพบุรี ครอู ิศราต้องไปท่ีแห่งใด 1.พระราชวงั นารายณ์ราชนเิ วศน์ จงั หวัดลพบรุ ี 2.วัดพระศรีสรรเพชญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3.วัดพระธาตหุ รภิ ุญชยั จังหวดั ลาพูน 4.พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม 5.ปราสาทเมืองสงิ ห์ จังหวัดกาญจนบุรี 61. คาว่า “สวสั ดี” ถกู กาหนดให้ใชอ้ ยา่ งเปน็ ทางการในสมยั ของนายกรัฐมนตรที ่านใด 1.จอมพล ป.พิบลู สงคราม 2.จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 3.พระยามโนปกรณ์นิติธาดา 4.จอมพลถนอม กติ ตขิ จร 5.พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) 13
62. เหตุการณ์ใดไม่ได้เกิดขึ้นในสมยั รัชกาลที่ 5 1.การเสด็จประพาสตน้ 2.การตัง้ หอรษั ฎากรพพิ ัฒน์ 3.การจัดตง้ั เคานซ์ ลิ ออฟ เสตต (Council of state) 4.การจัดตั้งมณฑลเทศาภบิ าล 5.การสถาปนาจุฬาลงกรณม์ หาวิยาลัย 63. ”สมดุ ปกเหลือง” ในสมยั คณะราษฎร มีเน้อื หาหลักในดา้ นใด 1.ศลิ ปะ 2.ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ 3.เศรษฐกจิ 4.มานุษยวิทยา 5.วรรณกรรม 64. ”ทฤษฎโี ดมโิ นส์” มคี วามเก่ียวขอ้ งกบั ประวัตศิ าสตร์ยคุ สมยั ใด 1.ยุคสงครามโลกคร้ังท่ี 1 2.ยุคฟนื้ ฟศู ลิ ปะวทิ ยาการ 3.ยุคเกษตรกรรม 4.ยุคสงครามเยฯ็ 5.ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 65. การสารวจการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ท่ีดินและสิง่ ปกคลมุ ดิน ต้องใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมข้อใด จงึ จะได้ ข้อมูลคล้ายกับภาพถ่ายทางอากาศ มาตรส่วน 1 : 20,000 1.ดาวเทยี ม Terra 2.ดาวเทียม Rapideye 3.ดาวเทยี ม Thaichote 4.ดาวเทียม Landsat 5.ดาวเทียม Deimos-1 66. การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle : UAV) กบั พืน้ ทีท่ ่ไี ด้รับผลกระทบจากอทุ กภยั น้ัน ใช้แทน ได้ด้วยเคร่ืองมือทางภูมิศาสตรป์ ระเภทใด 1.แผนที่ 2.ภาพถา่ ยทางอากาศ 3.ภาพจากดาวทียม 4.จีพเี อส 5.ระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ 14
67. ขอ้ ใดเปน็ ความเข้าใจท่ไี มถ่ ูกต้องเกีย่ วกับรอยเลื่อนและภยั พิบัตแิ ผน่ ดนิ ไหว 1.บริเวณท่มี ีความเสยี่ งต่อภัยพบิ ตั แิ ผ่นดินไหว จะสมั พันธก์ บั รอยเลือ่ นท่ีมพี ลงั 2.ทผ่ี า่ นมาการเคล่ือนทขี่ องรอยเลื่อนทม่ี พี ลังในประเทศไทย ไมส่ ามารถทาใหเ้ กิดภยั พิบตั จิ ากคลืน่ สึนามไิ ด้ 3.รอยเลอ่ื นศรสี วสั ดแิ์ ละรอยเลื่อนเจดยี ส์ ามองค์ เป็นรอยเล่อื นที่มพี ลงั อาจส่งผลกระทบถึงกรงุ เทพมหานครได้ 4.ภยั พบิ ัติแผน่ ดนิ ไหวท่ีอาเภอพาน จังหวัดเชียงราย เม่ือวันท่ี 5 พฤศจิกายน 2557 เกิดจากการขยับตวั ของ รอยเลื่อนแมฮ่ อ่ งสอน 5.แผน่ ดินไหวท่ีกอ่ ใหเ้ กิดภยั พิบตั ิคลื่นสนึ ามิในประเทศไทย เม่ือปี พ.ศ.2547 ส่งผลต่อรอยเลอื่ นระนองและรอย เลื่อนคลองมะรุ่ยเปลย่ี นแปลงได้ 68. การป้องกนั ภยั พิบัติแผน่ ดนิ ไหวในขอ้ ใด เปน็ การนาความรูแ้ ละแนวคิดทางภูมศิ าสตร์มาใชใ้ นการป้องกนั 1.ให้ความรู้แกป่ ระชาชนในพ้ืนท่เี สย่ี งเกีย่ วกับการเกิดความรนุ แรง และวิธีการป้องกนั 2.ฝึกซ้อมการอย่ภู ายในอาคาร การพาตัวเองออกนอกอาคาร การรวมตวั กัน เมือ่ ภัยพิบตั แิ ผน่ ดินไหว 3.ใชร้ ะบบสารสนเทศภมู ศิ าสตรใ์ นการหาพน้ื ที่หลบภยั หลงั จากภยั พิบตั แิ ผ่นดินไหวสงบลงแล้ว 4.การออกแบบบา้ นอาคารใด มฐี านรากเสาทีแ่ ขง็ แรงกว่าปกติ รวมถึงไม่ตกแตง่ ฝาผนงั บ้านด้วยกระจก 5.ทาแผนทีแ่ สดงที่ตั้งของหมู่บา้ นตา่ งๆ ที่มีรอยเลื่อนทม่ี ีพลังพาดผา่ น เพอ่ื ให้ประชาชนในหมู่บา้ นน้ันๆรับรู้ และตระหนักถึงการเสีย่ งภยั พบิ ัติ 69. ตัวบ่งชี้ตามขอ้ ใดไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งนามาใช้เป็นเกณฑใ์ นการประเมนิ การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศโลก 1.ระดับนา้ ทะเลรุกลา้ แผน่ ดินและผิวโลกมากข้ึน 2.การเกดิ พายหุ มุนที่รุนแรงและมีจานวนมากขึ้น 3.การหลอมเหลวของธารนา้ แข็งขวั้ โลกและบนยอดเขาสูง 4.พืน้ ที่ต่างๆเกิดแผน่ ดนิ ถลม่ ทลายและเกิดไฟป่าเพมิ่ มากข้ึน 5.การเกดิ รอยเล่ือนรอยแตกและการคดโค้งโกง่ งอของเปลือกโลก 70. ขอ้ ใดคือสาเหตุและเป้าหมายท่ีครอบคลมุ ทสี่ ุด ทท่ี าใหม้ นุษยต์ ้องเปลยี่ นแปลงลกั ษณะทางกายภาพของพ้นื ผิวโลก 1.เพ่อื การสร้างและรกั ษาสภาวะสมดุลของเปลือกโลก 2.สนองการใช้ประโยชน์ทหี่ ลากหลายตามความตอ้ งการของมนุษย์ 3.ตัง้ ใจทจี่ ะสร้างสภาวะนเิ วศวิทยาใหม่ให้โลกเกิดความย่งั ยืนทางนเิ วศมากย่ิงข้นึ 4.ต้องการเพ่ิมพืน้ ทีผ่ วิ โลกใช้ประโยชน์กระทากิจกรรมอย่างใดอยา่ งหน่ึงโดยเฉพาะเท่านั้น 5.ต้องการใชป้ ระโยชนจ์ ากการเกิดลักษณะเฉพาะทางชีวภาพท่แี ตกต่างจากส่วนอนื่ ของโลก 71. การเปลย่ี นแปลงลักษณะทางกายภาพโดยมนุษย์ดว้ ยการสรา้ งโพเดอร์ (Polder) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ สง่ ผล กระทบตอ่ ภมู สิ ังคมและวิถชี ีวติ ด่งั เดมิ ของชมุ ชนใดมากท่ีสุด 1.ชมุ ชนชาวประมง 2.ชมุ ชนเล้ยี งปศุสัตว์ 3.ชุมชนเกษตรกรพืชผกั 4.ชุมชนท่าเรือน้าลึกชายฝ่ังทะเลเพ่ือการส่งออก 5.ชุมชนผูป้ ลูกดอกทิวลปิ และไม้ดอกอ่ืนๆ 15
72. การเปลยี่ นแปลงลกั ษณะการใชป้ ระโยชนท์ รัพยากรดนิ และท่ดี นิ จากอดีตสู่ปจั จุบัน เม่ือพิจารณาจากขนาดพน้ื ที่ ร้อยละของการใช้ที่ดิน ทาให้ประเมนิ สรปุ ได้ว่าประเทศไทยยงั มีลกั ษณะสังคมเด่นชัดตามขอ้ ใด 1.ภูมิสงั คมเกษตรกรรม 2.ภมู ิสงั คมอุตสาหกรรม 3.ภมู สิ งั คมเทคโนโลยีดิจทิ ลั 4.ภูมสิ งั คมอุตสาหกรรมการเกษตร 5.ภูมสิ งั คมแบบการค้าพาณิชยแ์ ละการบรกิ ารท่องเท่ยี ว 73. ถา้ ต้องการแก้ไขปัญหาการกัดกร่อนชายฝง่ั ทะเลของไทยทม่ี ีความรนุ แรงของอัตราการกัดกร่อนเฉล่ียสงู สดุ ควรจะ เลอื กชายฝงั่ ทะเลพืน้ ทใ่ี ด 1.ภาคตะวนั ออก 2.อ่าวไทยตอนกลาง 3.อ่าวไทยตอนบน 4.อ่าวไทยตอนล่าง 5.ฝัง่ ทะเลอันดามนั 74. แนวโน้มวิกฤตการณ์ที่ดนิ และทรัพยากรดินในเชงิ ปฐพวี ทิ ยาท่นี ่าเปน็ หว่ งที่สุดในอนาคต คือข้อใด 1.การจากัดจานวนและขนาดการเปน็ เจา้ ของท่ีดิน 2.การเปลย่ี นแปลงสภาพการใชท้ ่ดี นิ สู่อตุ สาหกรรม 3.ปัญหาการขาดกรรมสิทธ์ิครอบครองและถอื ครองที่ดนิ 4.การเกดิ แผ่นดินทรุดและภยั พบิ ัตธิ รรมชาติตอ่ ที่ดิน 5.ดินเส่อื มสภาพและขาดความอดุ มสมบูรณ์ 75. ถา้ หากระบบนเิ วศของพนื้ ท่ชี ุ่มน้าของประเทศใดๆสูญเสยี ไปควรใช้กฎหมายใดถงึ จะฟ้นื ฟูระบบนิเวศใหส้ มดุล 1.อนุสัญญาบาเซลิ 2.อนุสญั ญาไซเตส 3.อนสุ ญั ญาแรมซาร์ 4.อนุสัญญาพธิ ีสารโตเกียว 5.อนสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ ่าด้วยการเปล่ียนแปลงช้นั บรรยากาศ 76. ข้อใดเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ใชแ้ ก้ไขเหตรุ าคาญของชุมชนจากปัญหากล่นิ เหม็นจากการเลย้ี งสุกร 1.พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 2.พรบ.สงวนและคมุ้ ครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 3.พรบ.ส่งเสรมิ และรักษาคุณภาพสงิ่ แวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ.2535 4.พรบ.การสาธารณะสขุ พ.ศ.2535 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี2) พ.ศ.2550 5.พรบ.รกั ษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 16
77. หนว่ ยงานในประเทศไทยหน่วยงานใดมีบทบาทหน้าทเี่ กี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบท่ี เกิดขน้ึ 1.กรมปศุสัตว์ 2.มลู นิธิสบื นาคะเสถียร 3.มลู นธิ ิสถาบนั ส่ิงแวดลอ้ มไทย 4.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 5.กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม 78. ชนพื้นเมอื งด่ังเดมิ ของมองโกเลยี มกี ารจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้านที่พักอาศัยโดยสร้างนวตั กรรมที่พกั อาศัย แบบใด เพราะเหตุใด 1.สรา้ งบา้ นดนิ เพราะพน้ื ทีม่ ีวัสดุโคลนและดนิ เหนียวเปน็ จานวนมาก 2.สรา้ งเกอ (Ger) เพราะพน้ื ทีม่ ีไม้ซุงและหนังสตั วเ์ พื่อสะดวกในการเคลือ่ นยา้ ย 3.สร้างอิกลู (Igloo) เพราะพน้ื ท่ีมนี ้าแข็งมาก สรา้ งเพอ่ื พักอาศัยยามออกล่าสัตว์ 4.สร้างบา้ นซุง เพราะพืน้ ทมี่ ีไม้ซงุ เนื้อแข็งจานวนมากและสร้างได้งา่ ย 5.สรา้ งบ้านหนิ เพราะพ้ืนท่มี ีหินจานวนมาก ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ 79. แนวทางการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติบริเวณรอบทะเลทรายสะฮารา เพ่ือไมใ่ ห้เกิดการขยายเป็นทะเลทราย ขอ้ ใดควรดาเนินการเปน็ อันดับแรก 1.ปลกู พชื ยนื ต้นชนิดโตเรว็ และทนแลง้ 2.ปล่อยพ้ืนดนิ ทง้ิ ไว้ หรือพกั การใชโ้ ดยปล่อยใหว้ ชั พชื ข้ัน 1-2 ปี 3.ปลูกพืชพื้นเมองท่ีอยู่ตามธรรมชาติของบริเวณขอบทะเลทรายใหม้ ากข้ึน 4.สร้างเข่ือนขนาดเลก็ ใหก้ ระจายทัว่ เขตเกษตรกรรมและขุดลอกแหล่องน้าดงั่ เดิม 5.หา้ มผ้เู ลี้ยงสัตว์เร่ร่อนเข้ามาเลี้ยงสัตว์ในพื้นทเ่ี ส่ียงต่อการขยายตวั ของทะเลทราย 80. ขอ้ ใดเปน็ การกระทาท่ีแสดงถึงการแก้ปญั หาแบบมสี ่วนร่วมทางตรงตามแนวทางอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอ้ มท่ียง่ั ยนื 1.โครงการสรา้ งถนนเลียบฝงั่ แมน่ ้าเจา้ พระยาเหมือนกรงุ ลอนดอน เพื่อเปิดพ้ืนทใ่ี ห้คนเดินชมววิ หรือขี่จกั รยานออกกาลังกาย 2.กรมส่งเสรมิ สหกรณไ์ ด้ส่งเสริมและสนบั สนุนสหกรณน์ ักเรยี นตามโรงเรยี นตา่ งๆจานวน 502 โรงเรียนเพือ่ พฒั นาการเรยี นรู้การดาเนินงานในรปู แบบสหกรณ์ 3.ศูนย์การเรยี นรู้เพาะฟักลูกปู บ้านหวั เขา จงั หวัดสงขลา ได้ดาเนนิ งานเพาะเลย้ี งลกู ปูกอ่ นปล่อยลงสทู่ ะเล และไดก้ ระจายความรใู้ ห้แก่ชาวประมงในเขตอื่นๆด้วย 4.ชาวบา้ นจงั หวัดสมุทรสงครามรอ้ งเรียนหน่วยงานทีเ่ ก่ยี วข้องให้ตรวจสอบการปล่อยนา้ เสียของโรงงาน อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป พบวา่ คุณภาพน้าเสยี จริงและไดด้ าเนินการตามกฎหมายแล้ว 5.เจา้ หน้าที่ป่าไม้เปดิ ยุทธการทวงคนื ผนื ป่าหยุดย้ังการปลกู ยางพาราในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขากระยาง อาเภอนครไทย จงั หวัดพษิ ณุโลก 17
ตอนท่ี 2 ใหเ้ ลอื ก 2 คาตอบทีถ่ ูกต้อง จานวน 10 ขอ้ ขอ้ ละ 2 คะแนน 81. หลักสาราณียธรรมเปน็ หลักธรรมที่ทาใหเ้ กิดความสามัคคีและอยู่รว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ุขมี 6 ประการ ขอ้ ใดทม่ี ุ่งให้คน ในสังคมอยู่ร่วมกันอยา่ งสันติ ไม่วิวาทกนั ด้วยเหตุแหง่ ความแตกแยกทางความคิดเห็นและการปฏิบัติท่แี ตกต่างกัน 1.สลี สามญั ญตา 2.เมตตากายกรรม 3.สาธาณโภคิตา 4.เมตตาวจีกรรม 5.ทฏิ ฐสิ ามญั ญตา 82. วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาวันใดท่แี สดงคตธิ รรมวา่ ด้วยกฎไตรลกั ษณ์ คือ สงั ขารไม่เทย่ี ง เป็นทกุ ข์ และเปน็ อนตั ตา ไดช้ ดั เจนท่ีสุด 1.วนั วสิ าขบูชา 2.วันอาสาฬหบชู า 3.วันมาฆบูชา 4.วนั อฏั ฐมบี ูชา 5.วนั เข้าพรรษาและออกพรรษา 83. สญั ญาใดไม่เป็นโมฆะ 1.สญั ญาจานองท่ีดินทที่ าเป็นหนงั สอื ลงลายมือชอ่ื ระหว่างคู่สญั ญา 2.สญั ญาซ้ือขายเรอื ทมี่ ีระวาง 7 ตัน โดยสญั ญาทง้ั สองฝ่ายมหี ลกั ฐานเปน็ หนังสือ 3.สญั ญาเชา่ ซ้ือรถยนต์ทีท่ าเป็นหนังสือลงลายมือชื่อระหว่างค่สู ัญญา 4.สัญญาซื้อขายม้าท่ีคูส่ ัญญาท้ังสองฝ่ายทาข้ึนเป็นหนงั สือโดยมพี ยานบุคคลรับรอง 2 คน 5.สัญญาซ้ือขายตึกแถวที่ทาเปน็ หนงั สือและจดทะเบียน 84. หลกั การใดท่ีปรากฏในรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พธุ ศกั ราช 2560 มาตรา 1 ซึง่ บญั ญัตวิ ่า “ประเทศไทย เปน็ ราชอาณาจักรอนั หน่ึงอันเดยี ว จะแบ่งแยกมไิ ด้” 1.หลักการมพี ระมหากษตั รยิ ์เปน็ ประมุข 2.หลักการเปน็ รฐั เด่ียว 3.หลักการนิติธรรม 4.หลักการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 5.หลักการอานาจอธปิ ไตย 85. กาหนดให้ตลาดแรงงานในประเทศไทยเป็นตลาดแข่งขันสมบรู ณ์ ถา้ รัฐบาลอนญุ าตให้แรงงานจากประเทศเพอื่ น บ้านเขา้ มาทางานในประเทศไทยได้ จะเกดิ ผลตามข้อใด 1.อปุ ทานของแรงงานจะเพ่ิมขน้ึ 2.อุปสงคส์ าหรบั แรงงานจะเพ่มิ มากข้ึน 3.ปรมิ าณการจ้างแรงงานในตลาดจะลดลง 4.อัตราค่าจ้างแรงงานในตลาดแรงงานจะลดลง 5.การว่างงานในตลาดแรงงานจะขยายตวั เพม่ิ ขนึ้ 18
86. ข้อใดถกู ต้อง เกี่ยวกับผลกระทบของภาวะเงนิ เฟอ้ 1.ลูกหน้ไี ดเ้ ปรียบ 2.เจา้ หน้ไี ด้เปรียบ 3.อานาจซ้ือมากข้ึน 4.พนักงานบริษัทเสียเปรียบ 5.ขา้ ราชการประจาไดเ้ ปรยี บ 87. บุคคลในข้อใดเปน็ นกั ปราชญค์ นสาคัญในยุคฟ้นื ฟูศิลปะวิทยาการ 1.อาร์โนลด์ ทอยน์บี 2.ฟรนั เซสโก เปตรากา 3.เฟอร์นานด์ โบรเดล 4.มารก์ บล็อก 5.นโิ คโล มาคีอาเวลลี 88. ขอ้ ใดไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลสมยั จอมพล ป.พบิ ูลสงคราม ระหวา่ ง พ.ศ.2481-2487 1.ประกาศใหว้ นั ท่ี 1 มกราคมของทกุ ปเี ปน็ วันข้ึนปใี หม่ 2.เปล่ียนช่ือจากประเทศสยามเป็นประเทศไทย 3.สนับสนนุ ให้ชาวไทยปฏิบัติตามวฒั นธรรมจนี 4.ต่อตา้ นแนวทางชาตินยิ ม 5.ประกาศเปล่ยี นแปลงการเขยี นภาษาไทย 89. กรณีน้าท่วมตวั เมืองสกลนคร เม่ือช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ขอ้ ใดคือการปฏบิ ัติการช่วยเหลือผ้ปู ระสบภยั น้า ทว่ มตามหลักภมู ศิ าสตร์ 1.รว่ มกบั หน่วยงานตา่ งๆประกาศขอบริจาคอาหารและของใชจ้ าเปน็ รวบรวมและจดั เปน็ ถงุ ยงั ชีพ 2.หาทีต่ ัง้ เปน็ แหล่งกลางหรือศูนย์รวบรวมสงิ่ ของที่รับบรจิ าคทีส่ ามารถสง่ ถึงผปู้ ระสบภัยได้อย่างทว่ั ถึง และรวดเรว็ 3.รว่ มกับเจ้าหน้าท่ที ัง้ ภาครัฐและเอกชน ออกแจกจา่ ยถงุ ยังชีพและของใชท้ จี่ าเปน็ อย่างเร่งด่วน เพือ่ ใหท้ นั ต่อความเดอื ดร้อนของผูป้ ระสบภัย 4.หาพืน้ ที่ที่เปน็ ทสี่ งู และปลอดภยั เพื่อจัดตัง้ เป็นศูนยพ์ กั พงิ ช่วั คราว กรณที ี่ประชาชนบ้านนา้ ท่วมไมส่ ามารถ พกั อาศัยต่อไปได้อยา่ งปลอดภยั 5.รว่ มมือกับหนว่ ยงานตา่ งๆนาเรือท้องแบนหรือรถบรรทุกช่วยขนยา้ ยคนและของทีจ่ าเป็นของผู้ประสบภัยไป ยงั ศูนย์พกั พิงช่วั คราว 90. กจิ กรรมใดเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมท่สี อดคลอ้ งกบั ธรรมชาตใิ นพ้นื ทช่ี มุ่ น้า ของผนื ปา่ แอมะซอนท่ีปา่ ถูกตดั โค่นไปแล้ว 1.การปลกู ขา้ วโพดเล้ยี งสัตว์ 2.การทาฟาร์มปศสุ ัตวโ์ ดยเฉพาะการเลยี้ งวัว 3.การทาการประมงและเพาะเล้ียงสัตวน์ า้ 4.การปลกู ป่าในบริเวณท่ีป่าถูกตัดไปแล้ว 5.การทานาข้าวเนื่องจากป่าท่ีถกู ตัดไปแล้วเปน็ ทีล่ ุม่ น้าท่วมขงั 19
ข้อสอบกอ่ นตวิ Pre O – NET เพื่อทบทวนความรเู้ กา่ และลองใชส้ ูตรลบั อพั คะแนน By ครูปุ๊ 1. พระสาวกทท่ี าหน้าทเ่ี ป็นพระธรรมเสนาบดีอธบิ ายเน้ือความของธรรมสุภาษิตได้ลา้ ลกึ คอื รูปใด (O-NET58) 1. พระอสั สชิ 2. พระภัททิยะ 5. พระโมคคลั ลานะ 3. พระอานนท์ 4. พระสารบี ตุ ร 2. ข้อใดไม่ใช่องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน (O-NET60) 1. องคก์ ารบริหารสว่ นตาบล 2. เทศบาลนคร 3. กรุงเทพมหานคร 4. เทศบาลเมือง 5. ตาบล 3. ขอ้ ใดเป็นสนธสิ ัญญาการค้าฉบับแรกของสยามท่ไี ด้เปรียบ (O-NET59) 1. สนธิสัญญาครอว์ฟอรด์ 2. สนธิสญั ญาเบอร์นีย์ 3. สนธสิ ัญญาบรุค 4. สนธสิ ัญญาเบาวร์ งิ 5. สนธิสัญญาปาวี 4. ชนชาตใิ ดเปน็ ผู้คดิ ค้นเลขศนู ย์ \"0\" (O-NET59) 1. อียิปต์ 2. อาหรับ 3. จีน 4. อนิ เดีย 5. ฮบี รู 5. ถา้ จะศกึ ษาและสารวจภมู ิประเทศเนินเขาภาคเหนือควรเลอื กพน้ื ที่ตามข้อใด (O-NET59) 1. ทวิ เขาภพู าน 2. ทวิ เขาแดนลาว 3. ทิวเขาสันกาแพง 4. ทวิ เขาสันกาลาคีรี 5. ทวิ เขาดงพญาเยน็ 6. นา่ นน้าท่เี ปน็ เขตเศรษฐกจิ จาเพาะของไทยมีระยะยาวเท่าไรนบั จากทะเลอาณาเขต (O-NET58) 1. ยาว 3 ไมลท์ ะเล 2. ยาว 12 ไมลท์ ะเล 5. ยาว 200 ไมล์ทะเล 3. ยาว 120 ไมล์ทะเล 4. ยาว 188 ไมลท์ ะเล 7. ประเทศใดมีรปู แบบของรฐั ตรงขา้ มกับประเทศพมา่ หรือเมยี นมารม์ ากทส่ี ุด (O-NET58) 1. สวสิ เซอร์แลนด์ 2. มาเลเซีย 5. เยอรมนั 3. อนิ โดนีเซยี 4. ออสเตรเลยี 8. ข้อใดต่อไปน้เี ป็นนิติบุคคลในกฎหมายเอกชน (แนว O-NET60) 1. กระทรวงศึกษาธิการ 2. วดั พระเจา้ ทนั ใจ 3. มูลนิธโิ ครงการหลวง 4. องคก์ ารสอ่ื สารมวลชน 5. จงั หวัด 9. ปีทรี่ ชั กาลที่ 10 แหง่ ราชวงศ์จกั รี เสดจ็ ข้ึนทรงราชย์ตรงกับมหาศักราชใด (แนว O-NET60) 1. 1854 2. 1938 3. 3810 4. 2016 5. 1983 10. พฤติกรรมในขอ้ ใดเปน็ ความหมายของเศรษฐศาสตร์ (แนว 9 สามัญ) 1. ใชท้ รพั ยากรเพื่อตอบสนองความต้องการมนุษยท์ ีจ่ ากัด 2. การตดั สนิ ใจเลือกมาเรียนเสริมเพ่ือใหเ้ กดิ ความคุ้มค่าทีส่ ดุ 3. การซ้อื ขายสินค้าและบริการของผบู้ ริโภคในตลาดผูกขาด 4. กจิ กรรมทางเศรษฐกิจและการเมืองในระดับมหภาค 5. จดั สรรทรพั ยากรท่ีมีอยู่อย่างมากมายเพอื่ ตดั สินใจผลติ 20
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: