รายงาน เรื่อง... เครอ่ื งมือและอปุ กรณส ำหรับเกบ็ ตวั อยางอากาศ จัดทำโดย นายอดศิ ร สดุ ถอื รหสั นกั ศกึ ษา 6240311344 สาขาอาชีวอนามยั และความปลอดภัย เสนอ อาจารยนจุ รยี แซจ ิว รายงานฉบบั บนี้เปน สว นหนง่ึ ของรายวชิ า 924-209 INDUSTRIAL HYGIENE มาหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร วิทยาเขตสุราษฎรธานี ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563
ก คำนำ รายงานฉบบั นีจ้ ดั ทำข้ึนเพือ่ เปน สว นหนึ่งของวิชาสุขศาสตรอ ตุ สาหกรรม ชน้ั ปท ่ี 2 เพอื่ ใหไดศึกษาหา ความรูใ นเรือ่ งเครอ่ื งมอื และอปุ กรณส ำหรับเก็บตัวอยา งอากาศ และไดศ กึ ษาอยา งเขา ใจเพอื่ เปน ประโยชนกบั การเรยี น ผจู ัดทำหวงั วา รายงานฉบบั นจี้ ะเปน ประโยชนก บั ผอู านหรอื นักศึกษา ทก่ี ำลังหาขอ มูลเร่ืองน้อี ยูหากมี ขอ แนะนำหรือขอผดิ พลาดประการใด ผูจดั ทำขอนอมรบั ไวแ ละขออภัยมาณ ทน่ี ีด้ วย (นายอดิศร สดุ ถือ) ผจู ดั ทำ
ข สารบัญ เครอื่ งมอื และอปุ กรณส ำหรบั เกบ็ ตัวอยางอากาศ............................................................................................1 • Sampling for Gases and Vapors (การเก็บตวั อยา งกาซและไอ) .....................................................1 ความหมายของกาซและไอ.........................................................................................................................1 เครื่องมอื และอปุ กรณส ำหรบั เก็บตัวอยา งอากาศประเภทกา ซและไอ .......................................................1 1. หลอด Charcoal tube หรือผงถานกัมมนั ต.....................................................................................1 2. ถงุ เกบ็ ตัวอยางอากาศ (Sampling bag)...........................................................................................4 3. Gas detector tubes.......................................................................................................................6 4. ถังคารนิสเตอร ใชเกบ็ ตัวอยา อากาศท่ีระเหยงาย..............................................................................7 5. หลอดดูดซบั (Sorbent tube)........................................................................................................11 • Air sampling for Particulates (การเก็บตัวอยางอนภุ าค)...............................................................13 ความหมายของอนุภาค ............................................................................................................................13 เครื่องมอื และอปุ กรณส ำหรบั เกบ็ ตัวอยางอากาศประเภทอนุภาค...........................................................13 1. ขนาดไมเกนิ 100 ไมครอน (ละอองรวม).............................................................................................13 »เคร่ืองเก็บตวั อยา งอากาศชนิดไฮโวลุม (High volume-air sampler)..............................................14 2. ขนาดไมเ กนิ 10 ไมครอน (PM10) ......................................................................................................16 »เครื่องเก็บตวั อยา งฝนุ ละอองชนดิ คดั แยกขนาดหรืออิมแพคเตอร (Anderson cascade impactor) .............................................................................................................................................................16 3. ขนาดไมเกนิ 2.5 ไมครอน (PM2.5) ....................................................................................................19 »เครอ่ื งเก็บตัวอยา งอากาศชนิด PM2.5 (PM2.5 sampler) ...............................................................19
1 เคร่อื งมอื และอุปกรณสำหรับเก็บตัวอยางอากาศ เคร่ืองมือและอปุ กรณสำหรบั เกบ็ ตัวอยางอากาศสามารถแบงได 2 ประเภท คอื • Sampling for Gases and Vapors (การเก็บตวั อยางกาซและไอ) • Air sampling for Particulates (การเก็บตวั อยา งอนุภาค) • Sampling for Gases and Vapors (การเก็บตวั อยา งกา ซและไอ) ความหมายของก๊าซและไอ กาซ หมายถึง สภาวะของของไหลท่ีไรร ปู ทรงของสารเคมีท่อี าจเปลี่ยนแปลงไปสสู ภาวะของเหลว หรอื ของแขง็ โดยผลรว มกนั ระหวา งการเพ่ิมความดันและการลดอณุ หภมู ิ ไอ หมายถงึ สภาวะการเปน กาซของสารซ่งึ โดยปกตแิ ลว ภายในอุณหภูมิหองและความดนั ปกติจะอยู ในสภาวะของแขง็ หรือของเหลว ไอน้ันจะทำใหเ ปลีย่ นแปลงกับไปเปนสภาวะของแข็ง หรอื ของเหลวไดโดยการ เพ่ิมความดนั หรือลดอณุ หภมู ิ เครื่องมือและอุปกรณ์สําหรับเกบ็ ตวั อย่างอากาศประเภทก๊าซและไอ การเกบ็ ตวั อยา งอากาศมลพษิ ทางอากาศทเี่ ปนกา ซและไอระเหยทเ่ี ปน สารอินทรีย สารไฮโดรคารบอน 1. หลอด Charcoal tube หรอื ผงถา นกัมมนั ต เปนวธิ ีการเกบ็ ตัวอยางอากาศโดยใชห ลักการดดู ซบั โดยอาศัยรูพรุนของผงถา น นิยมใชก ับการเก็บตวั อยาง มลพษิ ทางอากาศที่เปน กาซและไอระเหยทเ่ี ปน สารอนิ ทรีย สารไฮโดรคารบอน อปุ กรณท เ่ี กี่ยวขอ ง 1.1 หลอดผงถานกัมมนั ตโ ดยท่ัวไปมักใชหลอดผงถานกัมมันตชนดิ 100 mg /50 mg
2 1.2 ปม ดดู อากาศที่สามารถปรบั อตั ราการไหลในระดบั ต่ำได (Low flow pump) เน่อื งจากการเก็บ ตัวอยางดว ยวิธนี จ้ี ะใชอ ัตราการไหลทีต่ ่ำมากๆ 1.3 สายยาง พรอ ม tube holder ทไี่ มท ำปฏิกิรยิ ากับสารมลพษิ นนั้ ๆ และ tube holder สามารถนำ ไขควงมาหมุนเพ่ือปรบั อตั ราการดูดอากาศใหเ ปน ชนิด Low flow ขอ ควรระวงั คือทกุ คร้งั ท่ีมีการปรบั อัตราการ ไหลท่ี tube holder เรยี บรอ ยแลวใหตดิ ฉลากพรอ มเขยี นเบอรใหต รงกบั หมายเลขปม ท่ีใชหรอื เปน ไปไดให เขยี นอัตราการดูดอากาศตดิ ไปดว ยก็จะยิง่ ดี เพื่อปอ งกนั การสลับสาย tube holder 1.4 พาราฟลม ใชส ำหรบั เคลอื บปด หลอดผงถา นกมั มนั ต Parafilm M สามารถซลี ไดพอดี ปกปอ งตวั อยาง ตอ การปนเปอนหรอื การระเหย และปองกนั การร่วั ไหลหรือหก วธิ ีการใชง าน 1. หักปลายหลอดทง้ั สองดานของหลอดผงถานกัมมันต 2. หันปลายหลอดดา นทม่ี แี ถบผงถานมากกวาออกดานนอกเพ่ือเปนชองทางรับตัวอยางอากาศ สว นปลาย หลอดดา นที่มีแถบผงถานนอยกวาใหตอเขากับสายยางแลวตอปลายสายยางอกี ดา นเขา กบั ปมดดู อากาศ
3 3. พนั รอยตอตางๆ ใหแ นน ดว ยพาราฟลม เพ่ือปองกันอากาศรวั่ เขาชองทางอน่ื 4. เตรยี ม Field balnks ตาม NIOSH method กำหนด เพ่อื ใชเปน ตัวเทยี บกบั หลอดท่ีเกบ็ ตวั อยาง โดยหกั ปลายหลอดท้งั สองดาน ไมต อ งใชปมดดู อากาศ แลว รีบพันดว ยพาราฟลมทันที 5. ทำการปรบั ความถูกตอ งของอตั ราการไหลของอากาศ 6. ทำการเกบ็ ตัวอยางมลพิษทางอากาศทีเ่ ปน กาซและไอระเหย 7. เม่อื ทำการเกบ็ ตัวอยา งมลพษิ ทางอากาศเรยี บรอยแลว ใหถ อดหลอดผงถา นกมั มนั ตออกจากชดุ เกบ็ ตวั อยาง ปดปลายหลอดทัง้ สองดานดวยฝาปด พันดวยพาราฟล มใหแ นน 8. บรรจุหลอดผงถานกัมมนั ตน้ีใสซ องทมี่ ขี นาดใหญกวา หลอด ปดผนกึ ใหเ รียบรอย ตัวอยางบางชนิดอาจ จำเปน ตอ งแชเยน็ หลังจากนนั้ นำสงไปยังหองปฏิบตั กิ าร หลักการทำงาน หนั ปลายหลอดดานทมี่ ีแถบผงถา นมากกวาออกดานนอกเพอื่ เปนชองทางรบั ตัวอยางอากาศ สวนปลาย หลอดดา นทีม่ แี ถบผงถา นนอ ยกวา ใหตอ เขา กับสายยางแลวตอปลายสายยางอีกดา นเขา กบั ปม ดูดอากาศ หลังจากนัน้ ทำการดดู อากาศเขาไปอยางชาๆ เมือ่ อากาศเขา ไปจะเกดิ การดดู ซบั โดยอาศัยรพู รุนของผงถา น อากาศถูกดูดซบั โดยรูพรุนของผงถา นกัมมนั ต ขอดี/ขอ เสีย ขอดี พกพาไดส ะดวก หลอดผงถา นกมั มนั ตมีขนาดเล็กและเบาทำใหไ มกีดขวางหรอื รบกวนการทำงานของ ผปู ฏบิ ตั ิงาน ไมตองระวงั เรอื่ งการหกรดของสารเคมีดงั เชนหลอดเกบ็ ตวั อยา งสารละลาย ไมตองเตรียม สารละลายบรรจุในหลอดเกบ็ ตัวอยาง ตลอดจนไมต องทำความสะอาดหลอดเก็บตวั อยาง ขอเสีย เนอ่ื งจากหลอดผงถา นกมั มนั ตไดบ รรจุผงถา นไวในหลอดแกว ปลายปด ท้ังสองดา นซ่งึ ทำสำเรจ็ มา จากโรงงานผูผลิต ดงั นัน้ จึงควรระมัดระวังปญหาตา งๆ ทอี่ าจเกิดขนึ้ ไดแก
4 - หากทางโรงงานไมมีสญั ลกั ษณด า นท่ีเปน ทางเขาของตวั อยางอากาศ และดานท่ตี อ กบั สายยางจะเกดิ ความผดิ พลาดได - การหักปลายหลอดอาจเกิดอนั ตรายกบั ผทู ำการเกบ็ ตัวอยาง และการแตกรา วของหลอดอาจทำให การเก็บตัวอยางผดิ พลาดได - อาจเกิดการรั่วไหลของอากาศเขา ทางชอ งทางอื่น - การเกิดการทะลุผา นของสารมลพิษจากสวนหนาไปยงั สว นหลังของผงถา นกัมมนั ตเกนิ กวากำหนด 2. ถงุ เกบ็ ตัวอยางอากาศ (Sampling bag) ใชส ำหรบั เก็บตวั อยา งมลพษิ ทางอากาศที่เปน กาซและไอ มักใชกบั สารกลมุ ปโ ตรเคมี (สารกอ ระเหย) มีอยู หลายขนาด ทำจากพลาสตกิ ชนิดตางๆ เชน Mylar Teflon หรอื Scotch park และทนี่ ิยมใชก นั คือ PTFE ลกั ษณะของถุงจะมีวาลวหรือลน้ิ ปด เปดเพอื่ เกบ็ ตวั อยา งอากาศ หรือถายตวั อยา งทม่ี มี ลพษิ สูเครือ่ งวิเคราะหผ ล อปุ กรณท่ีเกย่ี วขอ ง 2.1 ถงุ เกบ็ ตัวอยางอากาศซึ่งเปน พลาสตกิ ชนดิ ตา งๆ เชนไมลาร (Mylar) เทดลาร (Tedlar) เทฟลอน (Teflon) หรอื โพลีไวนลิ คลอไรด (Polyvinylchloride) เปน ตนซง่ึ ถงุ เกบ็ ตัวอยา งอากาศจะมรี ตู าไกสำหรบั แขวนหรอื ยดึ เขากบั กระเปาหรอื ขอยดึ สำหรับการตดิ ตงั้ เขากบั บคุ คลหรอื แบบพน้ื ทแี่ ละวาลว หรือลิน้ เปดปด เพื่อเกบ็ หรอื ถายตัวอยางอากาศเขาสูเ ครื่องวิเคราะหผล
5 2.2 ปมดูดอากาศทม่ี ีรูเปด 2 ทาง ซ่งึ รูเปด หน่ึงจะเปนรูสำหรบั ดูดอากาศสว นอีกรเู ปดหนึ่งจะเปน รสู ำหรับ เปาหรือ ปลอยอากาศออกหลงั จากอากาศผา นเขาทางรดู ดู อากาศเขา แลว ซึ่งรูเปด นี้จะใชส ำหรับการเกบ็ ตวั อยางอากาศเพอ่ื เปา อากาศทม่ี มี ลพิษทีเ่ ปนกา ซและไอระเหยลงในถงุ เก็บตัวอยางอากาศแลว จงึ นำถุงเกบ็ ตวั อยา งอากาศนีไ้ ปวเิ คราะหห าสารมลพิษในหอ งปฏิบตั กิ ารตอ ไป วธิ กี ารใชงาน 1. ทำความสะอาดถงุ โดยใชอากาศบริสทุ ธม์ิ าตรฐาน โดยใชป ม เปา อากาศเขาไป แลว ดดู อากาศออก ทำเชนนี้ อยางนอ ย 3 ครงั้ 2. ตรวจการร่ัวของถุง 3. ใชปม ดูดตัวอยางอากาศท่ีตอ งการ ปดวาลว ใหส นทิ เพอื่ นำไปวเิ คราะหตอไป หลกั การทำงาน การเกบ็ ตวั อยางโดยใชถ ุงเก็บตัวอยางอากาศ (Sampling bag) เปนการเก็บตัวอยางอากาศมลพิษทาง อากาศทเี่ ปน กาซและไอระเหยใชเกบ็ ตัวอยางอากาศที่มมี ลพิษเจอื ปนทง้ั ทเี่ ปนกา ซและไอระเหยแบบอินทรีย และอนนิ ทรียโดยจะเปนการเก็บตวั อยา งแบบ Grab Sampling หลงั จากเกบ็ ตัวอยา งแลว นำถุงเกบ็ ตัวอยา งไป วเิ คราะหตอ ดวยเคร่ืองโครมาโตกราฟชนิด GC หรอื GCMS ขอ ด/ี ขอเสีย ขอดี งา ยตอการเก็บตัวอยา ง ทดตอการกดั กรอ นของสารเคมไี ดดี ขอเสีย อาจเกดิ การร่ัวของถงุ หรือวาลวได ถาไมม กี ารตรวจสอบความพรอ มกอ นการเก็บตัวอยางทำใหการ เกบ็ ตัวอยา งเกิดการผิดพลาดได
6 3. Gas detector tubes อปุ กรณท่เี กย่ี วขอ ง 3.1 หลอดตรวจวัดหรอื หลอดบง ช้ี (Detector tube) เปน หลอดแกว ท่ีทำจากแกวโบโรซลิ ิเกต ปด สนิท ภายในบรรจุของแขง็ หรอื เม็ดสารเชน ซลิ กิ าเจลอะลมู ินาเรซินหรือสารทมี่ ีน้ำหนกั เบาและมีรู ภายในหลอด ตรวจวัดสวนใหญบ รรจฝุ ายหรือกลาสวลู ไวดวยซงึ่ ทำหนาท่เี ปน ตวั กรองทีป่ ลายทงั้ สองขาง 3.2 เบลโลวป ม (Bellow pump) การทำงานคอื บบี ไลอากาศจากตวั เบลโลวหรือตวั ดดู อากาศออกจนสดุ แลว ปลอ ยเบลโลวค ืนกลบั มารูปแบบเดมิ นั้นคือการดงึ อากาศเขามายงั หลอดตรวจวัดจะสังเกตไดว า เมื่อเบล โลวกลบั สูส ภาพเดมิ นนั้ คอื จบ 1 ชว ง ปม ชนดิ นี้มีตัวนบั สโตรคการเก็บตวั อยา งอากาศดวยเชน กัน วิธีการใชงาน 1. หักปลายหลอดท้งั 2 ขางออก 2. ตอ ปลายทห่ี กั เขา ปม โดยสังเกตลกู ศร
7 3. ปมเอาอากาศเขา หลอด 4. สงั เกตุการเปลย่ี นสขี องหลอดตรวจวดั 5. นำมาแปรผลท่หี องปฏิบตั ิการ หลักการทำงาน การตรวจวดั จะอาศยั หลกั การเปลย่ี นแปลงของสารเคมี ซงึ่ บรรจุอยใู นหลอดแกว ซ่งึ สามารถเปลี่ยนสเี มอ่ื ทำ ปฏกิ ิรยิ ามวลสารหรือสารอนิ ทรียร ะเหยงายในอากาศทถี่ กู ดูดเขา ไปในหลอดแกว แนวยาวของสที ่ีเปลีย่ นหรอื ความเขม ของสีท่เี ปลี่ยนเมือ่ เปรียบเทยี บกับมาตรฐานเปนตัวช้วี ัดปรมิ าณของสารมอี ยใู นตวั อยางอากาศ ขอ ดี/ขอ เสีย ขอดี งายตอการอา นคา สะดวกตอ การพกพา ขอเสยี 1. การอานคา เมือ่ สเี กดิ การลาดเอยี งจะอานคา ไดย าก 2. ตอ งคำนึงถงึ ปจจัยหลายอยา ง เชน ปรมิ าตรของอากาศทใี่ ช อุณหภูมทิ เ่ี ปล่ยี นแปลงมผี ลตอ ปริมาตรอากาศทป่ี ม สบู ความชื่น ความดนั อากาศ เปน ตน 4. ถงั คารน ิสเตอร ใชเก็บตวั อยา อากาศทร่ี ะเหยงา ย
8 อุปกรณท ่ีเก่ยี วของ 4.1 ถังเกบ็ ตวั อยา งอากาศหรือถงั คารนสิ เตอร เปนถงั สแตนเลสสตลี มีขนาดแตกตา งกนั ไปขนึ้ อยูกับ วตั ถปุ ระสงคข องการใชงาน และขนึ้ กับความเขมขน ของตวั อยา งระยะเวลาการเก็บตวั อยา งอตั ราการไหลของ อากาศและปรมิ าตรของตัวอยางทต่ี องการเกบ็ 4.2 อปุ กรณควบคมุ อตั ราการไหลของอากาศ (Flow Controller หรอื Passive sampler) สามารถ ควบคมุ อตั ราการไหลใหค งที่ ซึ่งกอนนำมาใชง านตองดำเนินการปรบั เทยี บกอ น 4.3 เคร่อื งวดั อตั ราการไหลของอากาศ (Mass flow meter) ใชว ัดอตั ราการไหลของอากาศทผ่ี านเขา ถัง เกบ็ ตัวอยางอากาศ 4.4 อุปกรณปองกันการร่ัวทข่ี อ ตอของอุปกรณควบคุมอตั ราการไหลของอากาศ (Graphite Vessel ferrules)
9 4.5 ขาตง้ั สำหรับวางถังเกบ็ ตวั อยางอากาศเมอ่ื วางชุดเกบ็ ตวั อยางแลวปลายทอ ดูดอากาศควรสูงไมนอ ย กวา 1.5 เมตรจากระดบั พน้ื ดิน พรอ มกญุ แจและโซเพ่ือรกั ษาความปลอดภัยของอปุ กรณ วธิ กี ารใชง าน 1. ทำความสะอาดถงั ดวยเคร่อื งทำความสะอาดถัง หรอื โดยการเติมกา ซไนโตรเจนทีบ่ รสิ ทุ ธ์ิ 2. ทดสอบการปนเปอนสารอนิ ทรยี ร ะเหยงา ยโดยเคร่ืองโครมาโตกราฟ 3. ทำใหถ ังอยูใ นสภาพความดันพรอมใชง าน 4. ทำใหถ งั อยใู นสภาพสุญญากาศ และคำนวนอตั ราการไหล 5. ตอ อปุ กรณควบคมุ อตั ราการไหลของอากาศและเครอ่ื งวัดอตั ราการไหลของอากาศกบั ถังเก็บตัวอยางอากาศ 6. ถอดสวนนำอากาศออกแลวนำจกุ ปดถังแทนเพื่อไมใ หอ ากาศเขา ถงั ทดสอบการร่วั สังเกตจากเกจวัดความ ดันท่ตี อกับอปุ กรณค วบคุมอตั ราการไหลจะตองคงที่ 7. นำสว นนำอากาศตอ กลับคนื เปดวาลว ถงั เกบ็ ตวั อยางอากาศและเปดเครอื่ งวัดอตั ราการไหลของอากาศและ ตรวจสอบอตั ราการไหลของอากาศตามท่คี ำนวณไว 8. ถา อตั ราการไหลไมตรงกับที่ตอ งการใหป รับอตั ราการไหลโดยใชป มุ สำหรับปรบั อัตราการไหลบนอปุ กรณ ควบคุมอตั ราการไหล 9. ปดวาลวถงั เกบ็ ตวั อยางอากาศสำหรบั ตรวจเชค็ อุปกรณ ถอดอุปกรณค วบคุมอตั ราการไหลของอากาศจาก ถังตรวจเช็คสภาวะอปุ กรณแลว ตอ เขากับถงั ท่ใี ชเ ก็บตัวอยาง 10. ทดสอบการร่วั ของขอ ตอ โดยทำการเปดและปด วาลวถงั เก็บตวั อยางอากาศ 3 ครั้ง 11. ติดตงั้ ถังท่ีจะใชเ ก็บตวั อยางทจี่ ุดเกบ็ ตัวอยา งและเปดวาลวถงั เก็บตัวอยา งทอ สำหรับดูดอากาศควรสงู จาก พนื้ ดนิ ไมน อ ยกวา 1.5 เมตรควรต้งั ถงั ไวภายใตห ลังคา จดบันทกึ ความดันของถงั อณุ หภูมคิ วามดันและสภาวะ แวดลอมบริเวณรอบ ๆ
10 12. เมอ่ื สิน้ สุดระยะเวลาในการเก็บตวั อยา งจดบนั ทกึ ระดบั ความดันและสภาวะอากาศปด วาลว ถังและถอด อปุ กรณค วบคมุ อตั ราการไหลของอากาศปดทอดดู อากาศ หลักการทำงาน อาศยั หลักการความแตกตา งของระดบั ความดนั ระหวางความดนั ในบรรยากาศกับความดันภายในถงั เก็บ ตวั อยา งอากาศถังเกบ็ ตัวอยางอากาศจะตองทำใหอ ยูใ นสภาวะสุญญากาศ (ระดับความดันนอยกวา 0.05 มลิ ลิเมตรปรอท) เมอ่ื เปด วาลว ถงั เกบ็ ตวั อยา งอากาศอากาศในบรรยากาศจะผา นเขาไปภายในถงั เน่ืองจาก ความดนั ภายในถังตำ่ กวา ในบรรยากาศภายนอก สามารถใชไ ดก ับการเก็บตวั อยางชว งส้ัน ๆ เชนในระยะเวลา 10-30 วนิ าทีและแบบชวงระยะเวลาอยา งตอเนอ่ื งท่ี 3 ชัว่ โมงหรอื 24 ชัว่ โมง ขอ ดี/ขอเสีย ขอ ดี 1. สามารถเกบ็ ตวั อยา งอากาศไดทงั้ หมด 2. สามารถเกบ็ ตวั อยา ง VOCs ไดก วางเชน VOCs ท่ีมีจุดเดือดตัง้ แต 50 ° C-240 ° C 3. สามารถเกบ็ ตวั อยา งอากาศไดในระดบั ppb 4. มปี รมิ าตรเพยี งพอในการวิเคราะหซ ้ำหลาย ๆ คร้งั 5. เปน การเกบ็ ตวั อยา งที่ไมตองใชป มดูดอากาศและไมใ ชกระแสไฟฟา 6. ไมม ีการหลุดลอด (Breakthrough) ของ VOCs 7. สามารถนำถังคารนสิ เตอรม าใชใ หมได 8. สามารถเกบ็ รักษาตัวอยา งไวไ ดน านกอ นทำการวิเคราะห 9. กา ซตัวอยา งสามารถทำการเจือจางและทำใหม ีความเขม ขน มากขึ้นได 10. ไมมสี ารอันตรายและสารพิษในการวเิ คราะห ขอเสยี 1. ถงั คารน สิ เตอรมรี าคาแพง 2. ตองใชพ้นื ทมี่ ากในการเกบ็ ถงั คารน สิ เตอร 3. ตองใชผ ูวิเคราะหท มี่ คี วามเชยี่ วชาญสูง
11 5. หลอดดูดซบั (Sorbent tube) ใชเ กบ็ ตัวอยาอากาศท่ีระเหยงาย อุปกรณที่เกี่ยวของ 5.1 หลอดดดู ซับ (Sorbent tube หรือ Thermal desorption tube) เปนหลอดทที่ ำจากสแตนเลสสตีล หรอื แกว ภายในหลอดดดู ซบั จะบรรจสุ ารดดู ซับประมาณ 200 มลิ ลิกรมั ปริมาณสารดดู ซับขึน้ อยกู ับความ หนาแนน ความยาวของหลอดและความเขม ขน ของสาร VOCs ในบรรยากาศ 5.2 สารดดู ซับ (Sorbent) สารดูดซับมดี ว ยกันหลายประเภททัง้ นขี้ น้ึ อยูกบั วตั ถปุ ระสงคของการใชงาน ไดแ ก Charcoal,Carbopack,Glass Bead,Carboxen และ Porour Polymer 5.3 ปม ดูดอากาศ (Sampling pump) ปม ทใ่ี ชส ำหรบั ดูดสารอินทรยี ระเหยงา ยผานหลอดดดู ซับที่
12 5.4 ท่ีติดตง้ั หลอดดูดซับ ทำหนาทใ่ี นการปอ งกนั หรือกำบงั ฝนและทำการติดตงั้ หลอดดูดซับในลกั ษณะ แขวนตามความยาวของหลอดใหป ลายดา นทต่ี ัวอยา งเขาอยูดานลา งหากใชป มดดู อากาศหลอดดดู ซบั ตองตอ เขา กบั ปม ดดู อากาศกอ นถึงจะนำมาติดต้ังได วิธีการใชง าน 1. เตรียมหลอดดูดซับโดยหกั ปลายทัง้ สองดาน และปรบั เทยี บปม ดดู อากาศ 2. นำชุดเก็บตัวอยา งไปไวยังบรเิ วณทตี่ อ งการ 3. เปด ปมดูดอากาศเขา 4. หลังจากเกบ็ ตวั อยางเสร็จแลวถอดหลอดดูดซับออก และปดปลายทัง้ สองดวยแผนพาราฟล ม 5. นำหลอดดดู ซับบรรจใุ นถงุ ท่ปี ดผนกึ เพื่อนำไปวิเคราะหตอไป หลักการทำงาน วธิ นี ีเ้ ปน การเกบ็ ตัวอยางโดยใชหลักการของการดดู สารอนิ ทรยี ร ะเหยงา ยสหู ลอดดูดซบั ท่ีภายในบรรจุสาร ท่ีมีความพรุนหรือสารดดู ซบั ไดแก Charcoal, Carbopack, Glass bead, Carboxen และ Porour Polymer หลงั จากเกบ็ ตวั อยางแลวนำหลอดดดู ซับไปวเิ คราะหตอดว ยเครื่องโครมาโตกราฟชนิด GC หรอื GCMS โดยใชเ ทคนิคการคายความรอน (Thermal Desorption) ขอด/ี ขอ เสยี ขอดี 1. อปุ กรณท ใี่ ชม ขี นาดเลก็ นำ้ หนักเบาเคล่ือนยายงายสะดวก 2. ราคาไมแ พงสามารถนำหลอดดดู ซับกลบั มาใชใ หมไดห ลายครงั้ 3. สามารถใชเ กบ็ สารอินทรียร ะเหยงา ยชนิดมีข้ัว (polar VOC) ได 4. สามารถเกบ็ ตวั อยางไดใ นพน้ื ที่กวา งในเวลาเดยี วกันได ขอ เสีย หากมีภายในหลอดดดู ซับมคี วามชืน้ มากจะทำใหการเกบ็ ตัวอยางผดิ พลาดได
13 • Air sampling for Particulates (การเกบ็ ตวั อยางอนภุ าค) ความหมายของอนุภาค อนุภาค (Particulates) หมายถึง สารทุกชนิดไมว า จะอยูในรปู ของแขง็ หรอื ของเหลวทสี่ ามารถแขวนลอย อยใู นบรรยากาศไดในระยะเวลาใดเวลาหนึง่ และอาจเขาสูร ะบบทางเดินหายใจคนได อนภุ าคของแข็ง เชน ฝนุ ฟมู ควนั ขี้เถา เสน ใย อนุภาคของเหลวไดแกละออง(mist) และ หมอก(fog) -ฝุน (Dust) หมายถงึ อนุภาคของสารอนิ ทรียหรอื อนินทรยี ท่ีเกิดจากการขัด ตดั กระแทก เจาะ ทบุ วตั ถุ ฯลฯ ทำใหว ัตถุแตกออกและชน้ิ สว นทม่ี ีขนาดเล็กฟงุ กระจายขนึ้ สูอ ากาศฝุนมีตง้ั แตส ามารถมองเห็นดว ย ตาเปลาจนถงึ ขนาดเลก็ ทไ่ี มส ามารถมองเห็นไดดวยตาเปลา อยางไรกต็ ามฝุนที่นกั สขุ ศาสตรฯ สนใจคือฝนุ ท่ี สามารถถกู หายใจเขา สทู างเดินหายใจได หรอื ทีเ่ รียกวา Inhalable dust -ฟมู (Fume) เกดิ จากการระเหย (evaporation) การควบแนน (condensation) และเกิดปฏิกิริยา ทางเคมีในขณะที่ของแข็งหลอมเหลว เชน โลหะหลอมเหลวนั้น วัตถสุ ามารถอยไู ดท ัง้ 3 สถานะ สว นที่อยใู น สถานะกา ซ (gas phase) คือสว นท่วี ัตถุกลายเปนไอระเหย สว นนจ้ี ะทำปฏกิ ริ ยิ ากับออกซเิ จนกลายเปน โลหะ ออกไซด และควบแนน กลายเปนของแข็ง เมื่อกระทบกับความเยน็ รอบๆ แวก ซ (wax) หรอื พลาสตกิ กส็ ามารถ หลอมเหลวกลายเปน ฟมู ได ดวยลักษณะการเกิดเชนนที้ ำใหฟมู เปนอนภุ าคท่ขี นาดเลก็ มาก กลาวคอื มีขนาด ระหวาง 1-0.0001 ไมโครเมตร -ควนั (Smoke) เกดิ จากการเผาไหมที่ไมสมบรู ณข องสารอนิ ทรยี โดยท่วั ไปขนาดของควันมักเลก็ วา 0.5 ไมโครเมตร การเกบ็ ตวั อยา งอนุภาค สว นใหญม ักใชว ิธกี ารกรอง สามารถแบงการแบงเครอ่ื งมอื หรืออปุ กรณสำหรบั เก็บตัวอยางอากาศตามขนาดของอนภุ าคไดดังนี้ 1. ขนาดไมเ กิน 100 ไมครอน (ละอองรวม) การเกบ็ ตัวอยางอนุภาค 2. ขนาดไมเ กนิ 10 ไมครอน (PM10) 3. ขนาดไมเกนิ 2.5 ไมครอน (PM2.5) เคร่ืองมือและอปุ กรณ์สําหรับเกบ็ ตวั อย่างอากาศประเภทอนุภาค 1. ขนาดไมเ กิน 100 ไมครอน (ละอองรวม)
14 »เครื่องเก็บตัวอยา งอากาศชนดิ ไฮโวลุม (High volume-air sampler) อุปกรณทีเ่ กีย่ วขอ ง 1. เครื่องเก็บตัวอยา งอากาศชนดิ ไฮโวลมุ (High volume-air sampler) เปน รปู ทรงส่ีเหลยี่ มผืนผา หลงั คา หนาจ่ัว ทำดว ยอะลูมเิ นยี ม หนา 0.2 เซนตเิ มตรดานบนมหี ลังคาสำหรบั ปอ งกันสงิ่ สกปรกไมใหต กลงบน กระดาษกรองฝาหลงั คาสามารถเปด-ปด ไดยกหางจากตัวโครงสรางเก็บตัวอยางอากาศเลก็ นอ ยเพอ่ื ใหเปน ทางเขาของอากาศ ซง่ึ อากาศสามารถเขา ไดท ุกทศิ ทุกทางดว ยความเรว็ 20-35 เซนติเมตรตอ นาที สว นประกอบของเครื่องเกบ็ ตวั อยาง TSP 1.) สว นใสกระดาษกรอง (Filter holder) ประกอบดวย 2 สว น ไดแก สวนแรกตะแรงสำหรับวาง กระดาษกรองและสวนท่ี 2 ตัวจบั กระดาษกรองใหอ ยกู บั ท่ีจะมแี ผน ยางแผนโลหะรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผาโดยท้งั แผน ยางและแผน โลหะจะมีชองวางตรงกลาง สำหรับใหอ ากาศเคลื่อนทีไ่ หลผา นและมสี กรู 4 ตัวสำหรับยดึ แผน โลหะหนกั 2.) สวนของปมหรอื มอเตอร (Blower motor) มอเตอรตอ งทำงานไดต อเนอ่ื ง 24 ชัว่ โมงและเปน มอเตอรแ บบดูดอากาศใหไ หลผานกระดาษกรอง
15 3.) เคร่ืองต้ังเวลา (Timer) เปนอปุ กรณต งั้ เวลาสามารถเปด ปดเครอื่ งเกบ็ ตัวอยางเพื่อใหไดเ วลาทใี่ ชใ น การเดนิ เคร่อื ง 4.) เครอื่ งบันทึกอัตราการไหล (Flow recorder) ใชบ นั ทกึ อตั ราการไหลของอากาศลงบนกราฟ วงกลมตอ เนอ่ื งกนั ได 24 ชั่วโมง 5.) เครื่องควบคุมอตั ราการไหล (Flow Controller) ที่นยิ มใชว ดั อตั ราการไหลทีน่ ยิ มใชมี 2 ประเภท ไดแ ก Mass flow meter และ Orifice 2. เคร่อื งวดั อณุ หภูมิ (Thermometer) ใชว ัดอณุ หภูมอิ ากาศในบรรยากาศขณะทำการเกบ็ ตัวอยางมี หนวยเปนองศาเซลเซยี ส 3. ชดุ สอบเทียบอัตราการไหล (Flow rate transfer standard) เปน อปุ กรณท ี่ใชต รวจสอบการทำงาน ของปม เกบ็ ตวั อยา งอากาศชุดสอบเทยี บท่นี ิยมใชก นั ไดแ ก ชุดปรับเทยี บอัตราการไหลแบบออริฟต (Office calibration unit) 4. บารอมเิ ตอร (Barometer) ใชว ดั ความดนั บรรยากาศสามารถวัดไดล ะเอียดถึงมิลลิเมตรของปรอท 5. กระดาษกรอง (Filter) เปน กระดาษชนิดท่ีทำดว ยใยแกว (Glass fiber filter) มขี นาด 3 นิ้ว x 10 น้วิ ซ่งึ กระดาษกรองชนดิ นีเ้ ฉือ่ ยตอการทำปฏกิ ิรยิ าเคมแี ละไมด ดู ความชืน้ มีประสทิ ธภิ าพการดกั จับฝุน ละออง ขนาดเสนผาศนู ยกลาง 0.3 ไมครอนได
16 วธิ กี ารใชง าน 1. เตรียมกระดาษกรอง โดยผานการใสตูดูดความชน้ื และชัง่ น้ำหนักกอ นเกบ็ ตวั อยา ง 2. เตรยี มเคร่อื ง TSP ติดตั้งบรเิ วณทีต่ องการ และทำการปรบั เทียบดวยชุดออริฟต 3. ปรบั เทยี บอุปกรณวดั อตั ราการไหล 4. นำกระดาษกรองใสใ นเครอื่ ง TSP และทำการเก็บตวั อยา ง 5. เมือ่ เสร็จแลว นำกระดาษกรองใสถ งุ ซิบ โดยวางดา นทมี่ คี วามหยาบขึ้นดานบน เพอ่ื นำไปชง่ั นำ้ หนักหลงั จาก การเก็บตวั อยาง หลักการทำงาน ดูดอากาศผานแผน กรองชนดิ ใยแกว (Glass fber filter) ขนาด 8 นวิ้ x 10 นิ้วซ่งึ มปี ระสิทธภิ าพในการ กรองฝนุ ละอองขนาด 0.3 ไมครอนไดรอ ยละ 99 อัตราการดูดอากาศอยูในชว ง 1.1-1.7 ลบ.ม. ตอ นาทหี รือ 40 – 60 ลูกบาศกฟตุ ตอ นาที (CFM) โดยทำการเก็บตัวอยางฝุน ละอองตลอดเวลา 24 ช่ัวโมงฝุนละอองจะถกู ดูดเขามาและเกาะอยูบนกระดาษกรองนำกระดาษกรองนั้นไปหาปริมาณฝนุ ละอองโดยการชงั่ นำ้ หนักแลว นำมาหาความเขม ขน ของฝุนละอองตอปริมาตรของอากาศในบรรยากาศตอ ไป ขอ ดี/ขอเสยี ขอดี วิธีนเ้ี หมาะสำหรับการเกบ็ ตัวอยางในปรมิ าณมาก ๆ และยงั สามารถใชใ นการหาสารปนเปอ นอื่น ๆ เชนพวกโลหะหนักตางๆ ขอ เสยี คอื ตอ งคอยเปลยี่ นแผนกรองตามกำหนดเวลาและการชั่งหานำ้ หนักคงทข่ี องกระดาษกรองซึง่ ความชน้ื มผี ลอยา งมาก 2. ขนาดไมเ กิน 10 ไมครอน (PM10) »เคร่ืองเกบ็ ตัวอยา งฝนุ ละอองชนิดคดั แยกขนาดหรืออิมแพคเตอร (Anderson cascade impactor)
17 อุปกรณท ีเ่ กย่ี วของ 1. เคร่ืองเก็บตวั อยางฝนุ ละอองชนดิ คดั แยกขนาดหรืออิมแพคเตอร (Anderson cascade impactor) ลกั ษณะของเครอ่ื งเกบ็ ตวั อยางทำจากอะลูมิเนยี ม สามารถคดั ขนาดฝุน ละอองได 8 ขนาด ซึง่ ฝนุ ละอองจะตก ตัวบนชนั้ แผนกรองแตล ะชัน้ ดังน้นั บางคร้ังจึงเรียกเคร่อื งเกบ็ ตัวอยางชนิดวาเครื่องเก็บตัวอยางฝุนละอองชนดิ 8 ช้นั (Eight stages impactors) 2. เพลทรองแผนกรอง (Impactor plate) มีขนาดใหญกวาแผนกรองเล็กนอ ยใชสำหรับวางกระดาษกรอง โดยแตละเพลทจะวางในแตละชัน้ แลวนำไปใสใ นเคร่อื งเกบ็ ตัวอยา งอิมแพคเตอรเพลทมี 2 ลักษณะคือเพลท อะลูมเิ นยี มลักษณะเรียบทัง้ แผน สำหรบั ใชว างแผน กรองช้ันท่ี 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 และเพลทอะลมู เิ นยี มทม่ี ีรู เปดตรงกลางใชเ ฉพาะช้ัน 0 และ 1 เทานั้น 3. ปม เกบ็ ตวั อยา งอากาศ (Vacuum pump) ลักษณะของปม ทีใ่ ชเปนปม สุญญากาศอากาศทีม่ ีอตั ราการ ดูดอากาศได 28.3 ลิตรตอนาที 4. เคร่อื งวดั อตั ราการไหลของอากาศชนิดโรตามิเตอร (Rotameter) เปน เครือ่ งวดั ชนดิ ลูกลอยสามารถวดั อตั ราการไหลไดใ นชว ง 28-30 ลติ รตอ นาที 5. กระดาษกรอง (Filter) เปน แผน กรองทำจากฟอยดหรือแผนกรองใยแกว ทรงกลมเสนผานศนู ยก ลาง 81 มลิ ลิเมตร
18 วธิ ีการใชง าน 1. เตรียมกระดาษกรอง โดยผา นตูดดู ความชนื้ นาน 24 ชม. และทำการชัง่ น้ำหนกั กอนเกบ็ ตวั อยา ง 2. เตรยี มเครอ่ื งเกบ็ ตวั อยางอากาศ โดยทำการปรับเทยี บดว ยชดุ ปรบั เทยี บ 3. ปรับเทียบปม ของเครอื่ งเก็บตวั อยางอากาศ 4. นำเคร่ืองมอื เกบ็ ตัวอยางอากาศไวบรเิ วณท่ตี องการ 5. นำกระดาษกรองใสล งในเพลทแตล ะชน้ั วางดานท่ีหยาบหงายขน้ึ โดยชนั้ ลางสุดใหใ สชนดิ ใยแกว เทานัน้ แลว ทำการเก็บตวั อยา ง 6. เม่ือเสร็จแลว ใหท ำใสก ลองหรอื ภาชนะกลับหองปฏบิ ตั ิการเพ่อื ชง่ั น้ำหนักหลงั จากเก็บตวั อยาง โดยเขาตูดูด ความช้นื ออกกอน 24 ชม. หลกั การทำงาน เคร่ืองเก็บตัวอยา งฝุนละอองชนิดคัดแยกขนาดหรอื อิมแพคเตอรสามารถใชเ ก็บกักอนุภาคของฝนุ ละออง ในบรรยากาศไดโดยใชหลักของแรงเฉือ่ ยของอนุภาค กลาวคือ เม่ืออากาศพรอ มฝนุ ละอองถกู ดดู เขาเครอื่ งมอื มาพรอมกันอากาศและฝุนนนั้ จะพงุ เขา ปะทะกับแผนรองรบั เฉพาะอากาศเทาน้ันทสี่ ามารถไหลหกั เหทิศทาง โคงรอบแผนรองรับออกไปได สว นฝุนละอองท่ีมนี ำ้ หนกั มากกวาจะมแี รงเฉอื่ ยของการเคลอ่ื นทแ่ี ละวงิ่ เขา ปะทะกบั แผน รองรับโดยตรงโดยไมสามารถหักเหทศิ ทางเคล่อื นท่ีตามกระแสของอากาศออกไปได ในกรณที ่ี เครอื่ งมืออมิ แพคเตอรนัน้ มีหลายช้ันและใชเก็บกกั อนุภาคของฝนุ ละอองไดห ลายขนาดลดหลนั่ กนั ลงไปเรยี กวา คาสเคสอิมแพคเตอร (Cascade impactor) เฉพาะฝนุ ขนาดใหญท ี่ไมส ามารถหกั เหทศิ ทางการเคลอ่ื นที่ไป พรอ มกับอากาศเทานัน้ ทจี่ ะถกู เกบ็ กกั ไวบนชน้ั บนสวนฝนุ ขนาดเลก็ ทีส่ ามารถติดตามไปกบั กระแสการหกั เห ของอากาศไดจะยังเคลือ่ นท่ีไปยังช้นั ตอไปชอ งทางไหลเขา (Inlet หรือ nozzle) ของกระแสในช้ันถดั ๆ ไปจะ
19 เล็กลงไปเร่อื ย ๆ ทำใหความเรว็ ของการเคลอ่ื นทแ่ี ละการหกั เหเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และในชัน้ สุดทายที่เรียกวา after-filter จะใสแ ผนกรองไวเพื่อเก็บกักฝุนที่มีขนาดเล็กสุดที่หลุดลอดจากการเก็บกักในชั้นตา งๆ ขอดี/ขอ เสีย ขอ ดี สามารถคัดแยกฝุน ไดหลายขนาด และเลก็ สดุ ไดถ ึง 0.45 ไมครอน ขอ เสีย ตองคอยเปล่ียนแผน กรองตามกำหนดเวลาและการช่งั หาน้ำหนักคงท่ขี องกระดาษกรองซ่งึ ความชน้ื มีผลอยา งมาก 3. ขนาดไมเ กิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) »เครื่องเกบ็ ตวั อยางอากาศชนดิ PM2.5 (PM2.5 sampler) อปุ กรณทเ่ี กี่ยวของ 1. เครือ่ งเกบ็ ตัวอยางอากาศชนิด PM2.5 (PM2.5 sampler) ทำดวยอะลูมิเนียม มีลกั ษณะคลา ยกบั เครือ่ งตรวจวัดไดโคโตมัส แตต างกนั ตรงท่ชี ุดเก็บตวั อยาง (Impactor) ถกู ออกแบบใหม ีลกั ษณะพิเศษใหใช สำหรบั เก็บตวั อยา งเฉพาะ PM2.5 เทานนั้ ซึง่ อากาศสามารถเขา ไดทุกทศิ ทกุ ทางอตั ราการดูดอากาศเทา กบั 16.67 ลิตรตอ นาที (1,000 m3/ hr)
20 สวนประกอบของเครื่องเกบ็ ตัวอยา ง PM25 1.) ทางเขา ของอากาศ (air inlet) 2.) ทอ เหล็กตอ ตรง (Downtube) เปน อปุ กรณใ หอากาศไหลผา นมลี กั ษณะเปน ทอ อะลมู เิ นียมตรงเปน อปุ กรณเชือ่ มตอระหวา งทางเขาอากาศกับชุดคัดขนาดฝนุ ละออง 3.) ชดุ คัดขนาดฝุนละอองในอากาศ (Inertial particle size separator, impactor) ภายในจะมี ลกั ษณะเปน แบบ Cyclone-type separator เพ่อื ใชใ นการคัดแยกฝนุ ละออง 4.) ตลับใสแ ผนกรอง (Filter holder) เพื่อใชใสแผนกรองกอ นนำเขา เครอ่ื งเกบ็ ตัวอยา งซงึ่ ตลับนเ้ี ม่ือ ใสในชุดเก็บตัวอยา งจะตอ เขากบั Downtube เพือ่ รองรับฝนุ ละอองท่ีจะตกลงสูแผนกรอง 5.) ปม ควบคุมอตั ราการดดู อากาศเปน ปมทีส่ ามารถควบคมุ อตั ราการดดู อากาศได 16.67 ลติ รตอ นาที หรือ 1,000 m3/hr 6.) ชดุ วดั ความชื้นสัมพทั ธแ ละอณุ หภมู ิ (Hygrometer) และชุดควบคมุ ความดันบรรยากาศเปนชุด ควบคุมโดยใชร ะบบ sensor ตอ เขากับชุดควบคุมเพื่อแสดงผลแบบอตั โนมัติ 7.) ชดุ ดกั จับความช้ืน (Moisture trap) มลี กั ษณะเปนขวดแกวใชสำหรบั ดกั จับความชน้ื ไมใหเขาสู เครือ่ งเกบ็ ตัวอยางอากาศ 8.) ชดุ ควบคมุ และจอแสดงผล (Display Control) 2. ชดุ ทดสอบการรวั่ (Leak test) ประกอบดว ยทอตอตรง (Downtube) และขอตอชนดิ Flow audit calibrator (รปู ก) 3. ชดุ ปรบั เทยี บอตั ราการไหล (Flow rate transfer standard) เปนชดุ เดยี วกบั ชดุ ทดสอบการร่วั แต ปลายขอ ตอ ชนดิ Flow audit calibrator ตอ เขากับเครอื่ งตรวจวัดอัตราการไหลแบบปฐมภมู ิ (รูป ข)
21 4. กระดาษกรอง (Filter) เปนกระดาษกรองชนิดเทฟลอนหรอื Polytetrafluoroethylene (PTFE) มี ขนาดเสนผาศนู ยกลาง 47 มลิ ลเิ มตร รพู รุนของกระดาษกรอง 2 ไมครอนและความหนาของแผน กรอง 30-50 ไมครอน ประสิทธิภาพการดักจบั ฝนุ ละอองขนาดเสน ผาศูนยก ลาง 0.3 ไมครอนได วธิ ีการใชง าน 1. เตรียมกระดาษกรอง ทีผ่ า นการเขาอบในตดู ูดความช้ืน 24 ชม. และชัง่ นำ้ หนกั กอนทำการเกบ็ ตวั อยาง 2. เตรียมเครือ่ งเกบ็ ตัวอยางอากาศ PM2.5 ทำการตรวจสอบและปรับเทียบ 3. นำไปตดิ ตงั้ บรเิ วณท่ตี อ งการ และทำการทดสอบการรว่ั 4. ปรบั เทียบเครือ่ งเกบ็ ตัวอยา งอากาศ 5. ดำเนนิ การเกบ็ ตวั อยางอากาศ โดยนำกระดาษกรองใสลงใน impactor ไขใหแ นน 6. เปด เครื่องเก็บตัวอยา งอากาศ 7. หลังจากเสรจ็ แลว เก็บกระดาษกรองใสกลองหรือภาชนะกลบั หองปฏิบตั ิการ 8. เอากระดาษกรองใสต ูดดู ความชืน้ 24 ชม. และทำการชั่งน้ำหนักหลงั การเก็บตัวอยาง หลักการทำงาน จะดูดอากาศเขาทางดานบนของเครื่อง (Inlet) โดยใชป มท่ีมีการควบคุมอัตราการไหลทคี่ งท่ฝี ุนละอองผาน ชดุ คัดขนาด (Inertial particle size separator, Impactor) และตกลงบนกระดาษกรองชนดิ เทฟลอนหรือ Polytetrafluoroethylene (PTFE) นำกระดาษกรองไปช่ังหานำ้ หนักซ่งึ ผลของนำ้ หนกั ระดาษกรองท่ีแตกตา ง กันระหวา งกอ นและหลงั การเก็บตวั อยา งจะเปน น้ำหนักของฝนุ ละอองในปริมาตรของอากาศที่ถูกดดู และนำไป คำนวณหาความเขมขนของฝนุ ละอองในหนว ยไมโครกรมั ตอลูกบาศกเ มตรตอ ไป
22 ขอด/ี ขอเสยี ขอ ดี สามารถจดั ฝนุ ท่มี ขี นาดเล็กมากๆได ถึง 0.3 ไมครอน ขอ เสยี ตอ งคอยเปล่ยี นแผนกรองตามกำหนดเวลาและการช่งั หานำ้ หนกั คงท่ขี องกระดาษกรองซ่งึ ความชน้ื มผี ลอยา งมาก สามารถใชไดเฉพาะฝนุ ขนาด PM2.5 เทา น้นั
ค อางองิ https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Ffliphtml5.com%2Fzsdk%2Fjdou%2Fbasic% 3Ffbclid%3DIwAR1vdKusgryJ4rvHEUz3VhhzZHBxpzHD03qnLhxb6WL8U- eEFPdf2X4Ozo0&h=AT37eXx1SJKExhbBqnvAzGSWwaXaUsnOlFt8rIn16L93KyZ_c9gg33EpDxl4L WDz-Pn96MoYWi2Nmm0x7d7Z0rBsaK-RnqF-7htjSS5SEyOIf6S0zbsd8Q19L8eDZFL9cG5KSw https://fliphtml5.com/zsdk/jdou/basic?fbclid=IwAR1vdKusgryJ4rvHEUz3VhhzZHBxpzHD03qnL hxb6WL8U-eEFPdf2X4Ozo0
Search
Read the Text Version
- 1 - 27
Pages: