Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การอ่านวรรณคดี

การอ่านวรรณคดี

Published by rudee22.muk, 2020-07-09 23:56:58

Description: การอ่านวรรณคดี

Search

Read the Text Version

การอา่ นวรรณคดี

วรรณคดแี ละวรรณกรรม วรรณกรรม เป็นศิลปะการใช้ภาษา วรรณคดี เป็นวรรณกรรมท่ีได้รับการยกย่อง ท่ีสร้างสรรค์จากความรู้สึกและ วา่ แต่งดี ทั้งดา้ นเนือ้ หาและรูปแบบของการ ความนึกคิดของมนุษย์ มีการใช้ แต่ง มีคุณค่าแก่การศึกษาวรรณคดี ต้อง ภาษาที่สละสลวยให้ข้อคิด คติ ได้รับการประกาศยกย่องจากวรรณคดี เตือนใจ หรอื เสริมสร้างจนิ ตนาการ สโมสร ที่ต้ังข้ึนในสมัย ร.๖ หรือมีคุณค่าเม่ือ ผา่ นมานาน ยงั มีความสาคญั อยู่

วรรณคดีและวรรณกรรมจึงเป็นรูปแบบของ กรใช้ภาษาในการส่ือสารได้อย่างชัดเจนเพราะ สามารถใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง และมีคุณคา่ เหมาะ แกก่ ารศึกษา

รปู แบบของวรรณคดี รูปแบบของวรรณคดี ท่ีพิจารณาจาก ลกั ษณะของคาประพันธ์แบง่ ออกได้เปน็ ๑. ร้อยแกว้ ๒. รอ้ ยกรอง

วรรณคดรี อ้ ยแก้ว ร้อยแก้ว เป็นลักษณะคาประพันธ์ที่ไม่กาหนดหรือบังคับฉันทลักษณ์ แต่อาจมีบ้างก็ได้เพื่อความไพเราะ มีการเลือกสรรคาเพ่ือความสละสลวย ไพเราะ และแฝงไปดว้ ยความหมายท่ีลึกซึ้งร้อยแก้วมักใช้กับเนื้อหาท่ีต้องการ เล่าเน้ือหาอย่างต่อเนื่องหรือเรื่องท่ีต้องการให้ความรู้หรือเสนอความคิดเห็น เชน่ เรือ่ งนิทานเวตาล หัวใจชายหนุ่ม สามก๊ก

วรรณคดีรอ้ ยกรอง ร้อยกรอง เป็นคาประพันธ์ท่ีเรียบเรียงให้เป็นระเบียบตามลักษณะบังคับหรือ ฉันทลักษณ์ มีการกาหนดเสียง กาหนดจานวนพยางค์ (ในคาประพันธ์เรียกว่า คา) เป็นวรรค เป็นบาทหรือเป็นบท การลงน้าหนักของเสียงหนัก(ครุ) เบา(ลหุ) ซึ่งสามารถ แบ่งเป็นคาประพันธ์หลายชนิด ได้แก่โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย เช่น นิราศ นรินทร์ อเิ หนา มหาเวสสันดรชาดก วรรณคดแี ตล่ ะเร่อื งอาจใช้คาประพนั ธช์ นิดเดียวหรอื หลายชนิดรวมกันกไ็ ด้

การวิจกั ษแ์ ละการวจิ ารณว์ รรณคดี การอ่านวรรณคดีที่แท้จริง คือ การอ่านเพื่อทา ความเข้าใจบทประพันธ์ ให้ปรุโปร่งและพยายามใช้ จินตนาการสร้างภาพ สร้างอารมณ์ ทาให้เราเข้าใจสารท่ี กวีต้องการส่ือความรู้สึก ของตนเอง โดยใช้ภาษา ถ่ายทอดให้ผู้อน่ื ไดเ้ ข้าใจมากท่ีสุด รวมไปถึงการโนม้ นา้ ว ให้เกิดอารมณ์คลอ้ ยตาม

การวิจักษ์วรรณคดี การวิจกั ษ์วรรณคดี คอื การเกิดความเข้าใจอย่างแจ่ม แจ้งตระหนักในคุณค่าของวรรณคดี เช่น มีข้อดีอย่างไร มีข้อด้อยอยา่ งไร มีประโยชน์อยา่ งไร เป็นตน้ การตระหนักย่อมนาไปสู่ความซาบซึ้งในคุณค่า ทาให้ เกิดความหวงแหน ต้องการรักษาให้ดารงเป็นสมบัติของชาติ สบื ไป

การวิจารณ์วรรณคดี การวิจารณ์วรรณคดี คือ การแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดี เป็นการบอกเล่าความ คิดเห็นส่วนตัวว่าชอบหรือไม่ มีการติชม มีการยก เ ห ตุ ผ ล ป ร ะ ก อ บ ก า ร แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ไ ด้ อ ย่ า ง เหมาะสม

รสวรรณคดไี ทย หมายถงึ รสของความไพเราะในการใช้ถ้อยคาใหเ้ กิดความงดงาม และเกิดอารมณ์ในการอ่าน แบง่ เป็น ๔ รสคอื เสาวรสจนี นารปี ราโมทย์ พิโรธวาทงั สลั ลาปังคพไิ สย

เสาวรสจนี คือการกล่าวชมความงามของตัวละครในเร่ือง หรือบท ชมธรรมชาติ ซ่ึงอาจเป็นได้ทั้งตัวละครที่เป็นมนุษย์ อมนุษย์ หรอื สตั ว์ ตัวอยา่ ง พงศก์ ษัตรยิ ท์ ศั นานางเงือกน้อย ดแู ช่มช้อยโฉมเฉลาทัง้ เผา้ ผม ประไพรพกั ตรล์ กั ษณล์ ้าล้วนขาคม ท้งั เนอ้ื นมนวลเปล่งออกเตง่ ทรวง ขนงเนตรเกศกรอ่อนสะอาด ดังสรุ างค์นางนาฏในวังหลวง แลว้ หนักหน่วงนึกทจ่ี ะหนไี ป พระเพลินพศิ คิดหมายเสยี ดายดวง (สนุ ทรภ)ู่

นารปี ราโมทย์ คอื บทเก้ียวพาราสี บทที่แสดง ความรักใคร่ หรอื พูดจาโอโ้ ลม ใหอ้ ีกฝา่ ยหน่งึ เกดิ ความชอบ ตวั อยา่ ง ถึงมว้ ยดินส้นิ ฟา้ มหาสมทุ ร ไมส่ ้นิ สดุ ความรกั สมัครสมาน แมน้ เกดิ ในใตฟ้ ้าสุธาธาร ขอพบพานพศิ วาสไมค่ ลาดคลา แมน้ เนื้อเย็นเป็นหว้ งมหรรณพ พขี่ อพบศรสี วสั ดิเ์ ป็นมัจฉา แมน้ เปน็ บัวตัวพเ่ี ป็นภุมรา เชยผกาโกสมุ ปทุมทอง เจ้าเป็นถา้ อาไพขอใหพ้ ี่ เปน็ ราชสหี ์สมสูเ่ ป็นคู่สอง จะตดิ ตามทรามสงวนนวลละออง เปน็ คคู่ รองพิศวาสทุกชาตไิ ป ( สุนทรภู่ )

พโิ รธวาทัง คือ การกล่าวข้อความแสดงอารมณไ์ ม่พอใจ ต้งั แตน่ อ้ ยไปจนมาก จงึ เริ่ม ตง้ั แต่ ไมพ่ อใจ โกรธ ตดั พอ้ ประชดประชนั กระทบกระเทยี บเปรยี บเปรย เสียดสี และดา่ วา่ อยา่ งรุนแรง ตัวอยา่ ง แล้วว่าอนจิ จาความรกั เพง่ิ ประจักษด์ งั สายน้าไหล ตง้ั แตจ่ ะเชีย่ วเปน็ เกลียวไป ท่ีไหนเลยจะไหลคนื มา สตรใี ดในพภิ พจบแดน ไม่มีใครได้แคน้ เหมือนอกขา้ ด้วยใฝร่ ักให้เกินพกั ตรา จะมแี ต่เวทนาเป็นเนอื งนจิ โอว้ า่ เสยี ดายตวั นัก เพราะเชื่อลน้ิ หลงรักจงึ ชา้ จิต จะออกชื่อลือชัว่ ไปทัว่ ทิศ เมือ่ พล้งั คดิ ผิดแลว้ จะโทษใคร (บทละครเร่อื งอิเหนา)

คือ การโอดครวญ หรือบทโศก อันวา่ ด้วยการจากพรากส่ิงอันเปน็ ทรี่ กั การกลา่ วขอ้ ความแสดงอารมณ์โศกเศร้า อาลยั รกั สลั ลาปังคพไิ สย ตวั อย่าง ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้องึ มี่ เบญจวรรณจับวลั ย์ชาลี เหมอื นวันพจ่ี ากสามสดุ ามา นางนวลจบั นางนวลนอน เหมอื นพ่แี นบนวลสมรจนิ ตะหรา จากพรากจบั จากจานรรจา เหมอื นจากนางสะการะวาตี แขกเต้าจับเตา่ รา้ งรอ้ ง เหมือนร้างน้องมาหยารศั มี นกแก้วจับแก้วพาที เหมอื นแกว้ พี่ท้งั สามสงั่ ความมา ตระเวนไพรร่อนร้องตระเวนไพร เหมอื นเวรใดให้นริ าศเสนห่ า เค้าโมงจับโมงอยู่เอกา เหมอื นพ่ีนับโมงมาทไี่ กลนาง คับแคจบั แคสันโดษเด่ียว เหมือนเปล่าเปล่ยี วคบั ใจในไพรกว้า ชมวหิ คนกไมไ้ ปตามทาง คะนงึ นางพลางรีบโยธี

ศฤงคารรส รสวรรณคดีสนั สกฤต ศานติรส กรุณารส ภยานกรส อพั ภตู รส หาสยรส วีรรส รทุ ธรส ภีภัตสรส

ศฤงคารรส ศฤงคารรส (รสแห่งความรัก : บาลี เรียกรสน้ีว่า รติรส) เป็นการพรรณนาความรักระหว่างหนุ่มสาว ระหว่างสามีภรรยา ระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อย บิดามารดา กับบุตร ญาติกับญาติ ฯลฯ สามารถทาให้ผู้อ่าน พอใจรัก เห็นคุณค่าของความรัก นึกอยากรักกับเขาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น รักฉันชู้สาว รักหมู่คณะ รักประเทศชาติ เป็นต้น อย่างเช่น เรือ่ งลิลิตพระลอ ซง่ึ เต็มไปด้วยรสรัก

หาสยรส หาสยรส (รสแห่งความขบขัน : บาลีเรียกรสน้ีว่า หาสะรส) เป็น การพรรณนาที่ทาให้เกิดความร่าเริง สดช่ืน เสนาะ ขบขัน อาจ ทาให้ผู้อ่าน ผู้ดูย้ิมกับหนังสือ ย้ิมกับภาพที่เห็น ถึงกับลืมทุกข์ดับ กลมุ้ ไปชว่ั ขณะ เช่น เรอ่ื งระเดน่ ลนั ได เป็นตน้ ตวั อย่าง ไดย้ ินแวว่ สาเนียงเสยี งหมาเห่า คดิ วา่ วัวเขา้ ในสวนกล้วย จึงออกมาเผยแกลอยู่แร่รวย ตวาดดว้ ยสรุ เสียงสาเนียงนาง พอเหลอื บเห็นระเด่นลนั ได อรไทผนิ ผนั หันขา้ ง ชมอ้ ยชมา้ ยชายเนตรดพู ลาง ชะน้อยฤๅรูปร่างราวกบั กลึง

กรณุ ารส กรุณารส (รสแห่งความเมตตากรุณา ท่ีเกิดภายหลังความเศร้าโศก : บาลีเรียกรสน้ีว่า โสกะรส) เป็นบทพรรณนาท่ีทาให้ผู้อ่านรู้สึก หดหู่ เหี่ยวแห้ง เกิดความเห็นใจ ถึงกับน้าตา ไหล พลอยเป็นทุกข์ เอาใจช่วยตัวละคร เช่น เห็นใจนางสีดา เห็นใจจรกา และเห็นใจนางวัน ทอง เป็นต้น

รทุ ธรส รุทรรส/เราทรรส (รสแห่งความโกรธเคือง : บาลี เรียกรสนี้ว่า โกธะ) เป็นอนุภาวะของความโกรธ ได้แก่ การเฆ่ียน ตัด ตี ฉีก บีบ ขว้างทาให้เลือดตก ฯลฯ และ อาจมีปฏิกิริยา คือ เหง่ือออก ขนลุก ตัวสั่น เสียงเปล่ียน เปน็ ต้น เนื่องจากความโกรธนั้นมีหลายอย่าง ได้แก่ ความ โกรธที่เกิดจากศัตรู เกิดจากผู้ใหญ่ เกิดจากเพ่ือนรัก เกิด จากคนรับใช้ และเกิดข้ึนเอง การแสดงความโกรธจึงมี ตา่ งกนั ไปด้วย

วรี รส วรี รส (รสแห่งความกล้าหาญ : บาลีเรียกรสน้ีว่า อุตสาหะรส) บทบรรยายหรือพรรณนาท่ีทาให้ผู้อ่าน ผู้ ดู ผู้ฟังพอใจผลงานและหน้าที่ ไม่ดูหม่ินงาน อยาก เป็นใหญ่ อยากร่ารวย อยากมีช่ือเสียง เช่น อยาก เก่งกาจแบบสมเด็จพระนเรศวร ชอบความมีขัตติมานะ ของพระมหาอปุ ราชา จากเรอ่ื งลิลติ ตะเลงพ่าย

ภยานกรส ภยานกรส (รสแห่งความกลัว ต่ืนเต้นตกใจ )เป็นบท บรรยายหรือพรรณนาท่ีทาให้ผู้อ่าน ผู้ฟัง ผู้ดู มองเห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยในบาปกรรมทุจริต เกิดความสะดุ้งกลัว โรคภัย สัตว์ร้าย ภูตผีปีศาจ บางคร้ังต้องหยุดอ่าน รู้สึกขน ลกุ ซเู่ มอ่ื อ่านเรอ่ื ง ผีตา่ งๆ

พภี ตั สรส พีภัตสรส (รสแห่งความชัง ความรังเกียจ : บาลี เรียกรสนี้ว่า ชิคุจฉะรส) เป็นบทบรรยายหรือพรรณนา ท่ีทาให้ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟังชังน้าหน้าตัวละครบ้างตัว เพราะจิต(ของตัวละคร) บ้าง เพราะความโหดร้ายของ ตัวละครบ้าง เช่น เกลียดนางผีเส้ือสมุทร ในเรื่องพระ อภยั มณที ่ฆี ่าพอ่ เงอื ก เป็นตน้

อพั ภตู รส อัพภูตรส (รสแห่งความพิศวงประหลาดใจ : รสนี้ บาลีเรียก วิมหะยะรส) เป็นบทบรรยายหรือ พรรณนาที่ทาให้นกึ แปลกใจ เอะใจอย่างหนัก ต่ืนเต้น นึกไม่ถึงวา่ เปน็ ไปได้เช่นนั้น หรือ อัศจรรย์คาดไม่ถึงใน ความสามารถ ในความคมคายของคารม ในอุบายหรือ ในศิลปวิทยาคุณ แปลกใจในสุปฏิบัติ (ความประพฤติท่ี ดีงาม)แห่งขันติ เมตตา กตัญญู อันยากยิ่งท่ีคนธรรมดา จะทาได้

ศานตริ ส ศานตริ ส (รสแห่งความสงบ : บาลีเรียกรสน้ี ว่า สมะรส) เป็นชว่ งการแสดงอุดมคติของเรอื่ ง เช่น ความสงบสุขในแดนสุขาวดี ในเรื่อง วาสิฏฐี หรือ รสู้ ึกสมใจ อิ่มเอมใจ เมื่อกษัตริย์ท้ังหกกลับมาพร้อม หน้ากัน ในเรื่องพระมหาเวสสันดรชาดก อันเป็นผล มุ่งหมายทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นผลให้ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟัง เกิดความสุขสงบ ในขณะได้เห็นได้ฟัง ตอนนน้ั

ขอใหค้ วามร้อู ย่คู ู่กบั นกั เรียนตลอดไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook