45 6.2.4 โรครากปม สาเหตุ เกิดจากไส้เดือนฝอย (Nematode : Meloidogyn incognita) ชอนไชเข้าไปอาศัยอยู่ใน รากฝอยของมันเทศ ทาให้รากบวมโตเป็นปม และแย่งอาหารจากราก ปมมักมีขนาดเล็กกว่าปมในพืชชนิด อ่นื ๆ ท่ีถูกไสเ้ ดอื นฝอยทาลาย มนั เทศจะลงหัวนอ้ ย และหัวมีลักษณะผดิ ปกติ การป้องกนั กาจัด ไม่ปลูกมันเทศซ้าในพ้ืนท่ีเดมิ และปลกู พืชหมุนเวยี นที่ไม่เป็นพืชอาศัยของไส้เดือน ฝอย เชน่ ถ่วั เหลือง ข้าวโพด 6.3 วชั พืช วัชพืชสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตมันเทศท้ังในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยแย่งปัจจัยการ เจริญเติบโต เช่น น้า แสง และธาตุอาหารพืช อีกทั้งเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืช วัชพืชท่ีพบใน มันเทศสามารถจาแนกได้ 3 ประเภท คือ 1. วชั พชื ประเภทใบแคบ เชน่ หญา้ ปากควาย หญ้าตีนกา หญา้ คา และหญ้าโขย่ง 2. วัชพืชประเภทใบกว้าง เช่น กระดุมใบใหญ่ สาบม่วง และสาบแรง้ สาบกา 3. วชั พืชประเภทกก เช่น แหว้ หมู และกกตมุ้ หู การจดั การวัชพชื 1. การไถเตรยี มดินก่อนปลูก ทาการไถ 1-2 ครง้ั ครั้งแรกไถกลบกาจัดต้นวัชพชื ท่ขี ึ้นอยู่ ตากดิน ท้ิงไว้ 1-2 สัปดาห์ ทาการไถหรือคราดคร้ังท่ีสอง เพื่อกาจัดต้นอ่อนวัชพืชที่งอกข้ึนมาหลังการไถคร้ังแรก แล้วปลูก พืชทันทจี ะช่วยลดปริมาณวชั พชื ไดร้ ะดบั หน่ึง 2. การใช้แรงงาน หรือเครื่องมือกล การใชม้ ือถอน หรือใชจ้ อบถาก อาจทา 1-2 คร้ัง ในช่วงระยะแรก ของการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะวัชพชื ที่ขยายพันธด์ุ ว้ ยหวั หรือเหง้า เช่น แห้วหมู ควรเกบ็ ให้มากทีส่ ดุ 3. การใชส้ ารเคมีป้องกันกาจดั วัชพชื ขณะทพี่ น่ ควรมลี มสงบ ระวังละอองสารปลวิ ไปสัมผัสต้นมันเทศ - ไกลโฟเสต 48% SL อตั รา 150–200 มลิ ลิลติ รต่อนา้ 20 ลติ ร - กลูโฟสิเนต-แอมโมเนียม 15% SL อตั รา 200 มิลลลิ ิตรตอ่ น้า 20 ลติ ร - พาราควอต 27.6% SL อตั รา 150 มิลลิลติ รตอ่ นา้ 20 ลิตร โดยพน่ คลมุ ต้นวัชพืชให้ทวั่ ในพื้นท่ี 1 งาน
46 บทท่ี 7 การเกบ็ เกย่ี วและการจัดการหลังการเกบ็ เกย่ี ว มันเทศเป็นพืชหัวล้มลุก มีอายุตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเก่ียวประมาณ 90–180 วัน ข้ึนกับพันธุ์ และ สภาพแวดล้อม เช่น ถ้าดินมีความชื้นสูง จะเก็บเกี่ยวช้าไปประมาณ 15-20 วัน แต่ถ้าความช้ืนในดินต่า หรือ อุณหภมู ิสูง จะเกบ็ เก่ียวผลผลิตได้เร็วขนึ้ ประมาณ 5-10 วัน นอกเหนือจากการนับอายุ สามารถประมาณการเก็บเก่ียวมนั เทศได้จากการสังเกตใบและเถา โดยมัน เทศจะชะงักการเจริญเติบโตทางยอด มีปริมาณใบแก่มากข้ึน หรือสังเกตรอยแตกของผิวดินบริเวณโคนต้น หรอื อาจทดลองขุด 2-3 หลมุ เพอื่ สงั เกตการลงหัว 7.1 วธิ ีการเกบ็ เก่ียว วิธีการเก็บเกี่ยวมันเทศแตกต่างกันตามสภาพของพื้นที่ปลูก ซึ่งมีท้ังที่ดอนไหล่เขา ที่ดอนสภาพไร่ ที่ ราบหลงั นา ที่ราบลุ่มแบบสวนยกรอ่ ง และตามสภาพเศรษฐกจิ ของเกษตรกร โดยใชแ้ รงงานคนหรือรถแทรคเตอร์ ภาพท่ี 30 การเกบ็ เกยี่ วมันเทศโดยการใชจ้ อบขุด (ซา้ ย) และรถแทรคเตอร์ (ขวา) ในการเก็บเกี่ยวมันเทศ ควรระวังไม่ให้หัวบอบช้า มีบาดแผล หรือหัก หลังจากขุดหรือเก็บเก่ียวหัว ขึ้นมาจากแปลงปลูกแล้ว นาไปไว้ในร่ม ท่ีมีการระบายอากาศดี ไม่ควรทิ้งหัวมันเทศท่ีเก็บเก่ียวแล้วตากแดด เป็นเวลานานและไม่ควรนามากองสุมกัน คัดแยกหัวที่ถูกแมลงทาลาย หัวเน่า หัวที่มีบาดแผล หัวไม่ได้ขนาด ออก ก่อนนาส่งตลาดต่อไป เม่ือมันเทศเข้าสู่ตลาด ผู้ค้าจะมีการคัดแยกเป็นขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บรรจลุ ง ถุง ถงุ ละ 10 กิโลกรมั (ภาพท่ี 31)
47 ภาพท่ี 31 การบรรจมุ นั เทศ 7.2 การเกบ็ รกั ษา ส่วนใหญ่เกษตรกรไทยไม่นิยมเก็บรักษาหัวมันเทศ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตมาจากไร่แล้ว มักพยายาม จาหนา่ ยหรือสง่ ตลาดให้หมด หากเหลอื จึงนาไปบริโภค ไม่มกี ารเก็บรักษาไว้บรโิ ภคภายหลงั หากตอ้ งการเก็บ มันเทศเป็นเวลานาน ต้องสมานแผลที่เกิดจากการเก็บเกี่ยว โดยเก็บหัวมันเทศท่ีอุณหภูมิ 29 องศาเซลเซียส ความช้ืนสัมพัทธ์ 85-90 เปอร์เซ็นต์ และอากาศถ่ายเทสะดวกเป็นเวลา 3-5 วนั หลังจากน้ันนาไปเก็บรักษาท่ี อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 85-90 เปอร์เซ็นต์ และอากาศถ่ายเทสะดวก สามารถเก็บ รกั ษามนั เทศให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรบั ของผ้บู รโิ ภคไดน้ านถึง 12 เดือน 7.3 มาตรฐานมันเทศ ปัจจบุ ันยงั ไมม่ ีมาตรฐานมันเทศของไทยอย่างเปน็ ทางการ หากต้องการใช้มาตรฐานมันเทศ สามารถ ใช้เกณฑ์จากมาตรฐานสินค้าของ ASEAN เป็นแนวทาง (ตารางที่ 4) ตารางที่ 4 มาตรฐานมนั เทศของ ASEAN แยกตามนา้ หนัก (ASEAN STANDARD FOR SWEET POTATO) ขนาดมาตรฐาน นา้ หนกั หัว (กรมั ) 1 >400 2 >300-400 3 >200-300 4 100-200 5 <100
48 บทท่ี 8 การแปรรปู และการใช้ประโยชน์ มนั เทศนอกจากนามาใช้บรโิ ภคสดแลว้ ยงั สามารถนามาแปรรปู เปน็ ผลติ ภัณฑต์ า่ ง ๆ หรือผลิตแป้งท่ีมี สารต้านอนุมูลอิสระ สามารถนามาทดแทนแป้งสาลีได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้ทาเบเกอร่ีและอาหารชนิดต่าง ๆ เช่น เค้ก ขนมปัง โดนัท วอฟเฟิล แพนเค้ก ซาลาเปา พาสต้า เหมาะสาหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือโรคอ้วน และผู้ท่แี พ้สารกลูเตน (Gluten) การทาแป้งมนั เทศ ปอกเปลือกหัวมนั ลา้ งใหส้ ะอาด ฝานให้เป็นแผน่ บาง แช่ในนา้ ผสมน้าสม้ สายชปู ระมาณ 30 มิลลิลิตร ต่อนา้ 1,000 มิลลิลิตร (1 ลติ ร) ยกขึ้นนาไปตากแดดหรืออบทอี่ ณุ หภูมิ 50 องศาเซลเซยี ส จนแห้งสนทิ นาไป บดละเอียด ร่อนผา่ นตะแกรงขนาด 120 mesh นาแปง้ ไปทาผลติ ภณั ฑ์ตา่ ง ๆ แป้งสามารถเก็บในภาชนะทปี่ ดิ สนิทไดเ้ ป็นเวลานานมากกว่า 12 เดอื น
ตารางท่ี 5 คุณคา่ ทางโภชนาการของแป้งมนั เทศ 49 คุณค่าทางโภชนาการของแป้งมันเทศ 100 กรมั 16 % 3% พลังงาน 90 Kcal 360 kJ วิตามนิ บี 6 4% กรดโฟลิก 2% คาร์โบไฮเดรท 20.1 กรัม วติ ามินซี 3% วิตามนิ อี 5% แป้ง 12.7 แคลเซยี ม 7% เหล็ก 13 % น้าตาล 4.2 แมกนีเซียม 7% แมงกานีส 7% ใยอาหาร 3 ฟอสฟอรัส 2% โพแทสเซียม 3% ไขมนั 0.1 โซเดียม สังกะสี โปรตีน 1.6 วติ ามนิ เอ 79 % เบตา้ แคโรทีน 79 % วิตามินบี 1 6% วติ ามนิ บี 2 4% ไนอะซิน 4% วิตามินบี 5 16 % แหลง่ ขอ้ มลู : *USDA Nutrient database
50 โดนัทแป้งมนั เทศ ส่วนผสม แป้งมนั เทศ 1 ถว้ ยตวง แปง้ มันสาปะหลัง (มัน 5 นาที) 1 ถ้วยตวง ผงฟู 2 ชอ้ นชา นา้ ตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง นมสด 3/4 ถ้วยตวง ไข่ไก่ 2 ฟอง น้ามนั พืช 1/8 ถ้วยตวง เกลอื ป่น 1/8 ชอ้ นชา วานลิ ลา 1/2 ชอ้ นชา วธิ ีการ 1. ร่อนแป้ง ผงฟู เกลอื เข้าด้วยกัน 2. เคลา้ น้าตาลทราย และแป้งใหเ้ ขา้ กนั ในชามผสมขนาดกลาง 3. เติม นม ไข่ วานิลลา และนา้ มัน คนจนส่วนผสมเนียน 4. หยอดส่วนผสมลงในเครื่องทาโดนทั ทนั ทที โ่ี ดนทั สุกให้คลกุ ในนา้ ตาลทรายละเอยี ด ขนมเค้กมนั เทศ 90 กรัม สว่ นผสม 3/4 ช้อนชา ส่วนท่ี 1 40 กรัม แป้งมันเทศ 1/4 ชอ้ นชา ผงฟู 5 ฟอง นา้ ตาลทรายป่น (ส่วนที่ 1) 75 กรมั เกลือป่น 112 กรมั ไขแ่ ดง 1/2 ชอ้ นชา นมข้นจืด นา้ มนั ราขา้ ว 5 ฟอง วานลิ ลา 1/2 ชอ้ นชา ส่วนท่ี 2 50 กรัม ไขข่ าว ครีมออฟทารท์ าร์ นา้ ตาลทรายป่น (สวนที่ 2)
51 วธิ กี าร 1. ช่ังแป้ง ผงฟู เกลือป่น ร่อนรวมกัน ใส่ลงในชามผสมกับน้าตาลทรายป่นคนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน แลว้ ทาเปน็ บ่อตรงกลางพักไว้ 2. ใส่ไข่แดง นมข้นจืด น้ามันราข้าว วานิลลาลงในถ้วยตวงของเหลว ใช้ตะกร้อคนเร็ว ๆ ให้ส่วนผสม เขา้ กนั เทลงในส่วนผสมข้อ 1 คนเรว็ ๆ ให้ส่วนผสมเขา้ กนั (อย่าคนนาน) แล้วพกั ไว้ 3. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ด้วยเครื่องตีไข่ระดับความเร็วสูงสุดจนเป็นฟองละเอียด ค่อย ๆ ใส่น้าตาล ทรายป่นทีละช้อนจนหมด ตีต่อจนตั้งยอดอ่อนเกือบแข็งให้เปล่ียนเป็นความเร็วต่าสุด ตีต่ออีก 1 นาที เพื่อตัด ฟองอากาศ 4. แบ่งส่วนผสมไข่ขาวออกเป็น 2 ส่วน ใช้พายยางตักทีละส่วนลงในส่วนผสมไข่แดง ตะล่อมด้วยตะกร้อ มอื เบา ๆ ให้เข้ากนั เทใส่พมิ พ์กลม ขนาด 26 เซนติเมตร ทรี่ องด้วยกระดาษไขเตรียมไว้ 5. นาเข้าเตาอบท่ีอุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แล้วลดอุณหภูมิเหลือ 150 องศา เซลเซียส อบต่ออีก 30 นาที หรือจนกระทั่งสุกเหลือง นาออกมากระแทก 1 ครั้ง พักไว้ในพิมพ์สักครู่จนขนม เย็นค่อยนาออกจากพมิ พ์ ปาทอ่ งโก๋เกลียวแป้งมนั เทศ ส่วนผสม แปง้ สาลีตรานกพริ าบ 400 กรมั แปง้ มนั เทศ 300 กรัม แปง้ มนั สาปะหลังพนั ธ์ุ 5 นาที 300 กรัม นา้ 4 1/2 ถ้วยตวง เกลอื ป่น (สาหรับทากบั ข้าว) 1 ชอ้ นโตะ๊ นา้ ตาลทราย 3 ชอ้ นโตะ๊ เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา แอมโมเนีย 2 ช้อนชา ผงฟู 1 ชอ้ นชา ยสี ตแ์ ห้ง 1/2 ช้อนชา น้ามนั ปาลม์ สาหรับทอด 4-5 ขวด/ครงั้ วิธีการ 1. รอ่ นแปง้ ท้ัง 3 สว่ นให้เข้ากัน แบง่ ออกทานวลแป้ง 100 กรัม 2. ผสมเกลอื น้าตาลทราย เบกกิ้งโซดา แอมโมเนยี ผงฟู และยสี ต์แหง้ คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน 3. เทแป้งที่รอ่ นแลว้ ผสมกับส่วนผสมในข้อ 2 คลุกใหเ้ ขา้ กันโดยใชพ้ าย 4. นากระทะตัง้ ไฟใสน่ า้ มันปาลม์ เปดิ ไฟแรง พอนา้ มันร้อนหรเี่ ป็นไฟกลาง
52 5. แบง่ แปง้ ท่หี มักไวบ้ างสว่ นลงบนกระดาน ตบแปง้ ให้เป็นเส้นยาว ๆ ขนาดกวา้ งประมาณ 1-2 นิว้ ใช้ ทตี่ ัดแปง้ ตัดแบง่ เปน็ ช้นิ ชิน้ ละประมาณ 1-2 น้วิ 6. นาไปทอดให้เหลืองเล็กนอ้ ย (ประมาณ 2 นาท)ี กลับปาทอ่ งโก๋ไปมาโดยใช้ตะเกยี บ ข้อมูลผลิตภณั ฑ์ - ถ้าไฟออ่ นไป ขนมจะอมนา้ มนั ไฟแรงเกนิ ไปผิวจะไหม้ แป้งขา้ งในไมส่ ุก และแป้งกรอบไมท่ น - หมกั เร่งด่วน 2 ชว่ั โมง เพ่มิ ยีสต์ 1 เทา่ ตวั - หมกั 8 ชวั่ โมง ลดยีสตล์ งครงึ่ หนึ่งตามสว่ น ขนมปงั มันเทศ สว่ นผสม ส่วนท่ี 1 แปง้ ขนมปัง (ตราหงสข์ าว) 134 กรัม แป้งมนั เทศ 134 กรัม น้า 65 กรัม นมขน้ จืด 65 กรมั น้าตาลทราย 45 กรัม เกลือป่น 3 กรมั ไขไ่ ก่ เบอร์ 3 1 ฟอง วีทกลูเตน (Wheat gluten) 1/4 ชอ้ นชา ยสี ต์ 5 กรมั เนยสดออ่ นตวั 40 กรมั ส่วนผสมไส้ เนยสดห่ันสเ่ี หลย่ี มแชเ่ ย็น 72 กรัม (ก้อนละ 6 กรัม) นา้ ตาลทราย 25 กรัม (ใช้คร่งึ ช้อนชาใส่พร้อมเนยสดหนั่ ) สาหรบั ทาหนา้ นมสด 1-2 ชอ้ นโต๊ะ วิธกี าร 1. ผสมน้า นมขน้ จดื น้าตาลทราย เกลอื ป่น คนใหส้ ่วนผสมสะลายเข้ากัน ใส่ไขไ่ ก่พักไว้ 2. ใส่แป้งขนมปัง วีทกลูเตน และยีสต์ลงในโถเครื่องตีไข่ โดยใช้หัวตะขอ ผสมพอเข้ากัน ค่อย ๆ เท ส่วนผสมข้อ 1 จนหมด นวดต่อประมาณ 5 นาที ใส่เนยสดอ่อนตัว นวดสักครู่ ลดระดับความเร็วต่าลง นวดต่อ ประมาณ 35 นาที หรือจนกระท่ังแป้งไมต่ ิดภาชนะ 3. นาออกมาไล่อากาศ คลุมด้วยแผน่ พลาสติก พกั ไวป้ ระมาณ 30 นาที หรอื จนเห็นแป้งขึ้นเท่าตวั 4. นาแปง้ ท่ีได้แบง่ ออกเป็น 12 สว่ น สว่ นละประมาณ 42 กรมั คลึงแปง้ แต่ละส่วนเป็นก้อนกลมจนหมด
53 5. นาแป้งทีละก้อนคลึงให้แบน วางเนยสดและตักน้าตาลทราย 1/2 ช้อนชา ลงตรงกลางแป้ง ดึงขอบแป้ง 2 ข้างซ้อนกันแล้วจบั จีบหุ้มให้มิด ใส่ลงในพิมพม์ ัฟฟิน คลุมด้วยแผ่นพลาสติก พักไว้ประมาณ 30 นาที หรือจนเห็น วา่ แปง้ ข้นึ เทา่ ตัว 6. นาเข้าอบท่ีอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 8-10 นาที หรือจนกระท่ังสุกเหลืองนา ออกมาทาหน้าด้วยนมสด ซาลาเปามันเทศ สว่ นผสม ส่วนผสมแป้งโด แป้งสาลตี ราบัวแดง 100 กรัม แป้งมันเทศ 170 กรมั แป้งมันสาปะหลงั 50 กรมั ยสี ต์ 2 ช้อนชา น้า 250-300 กรัม สว่ นผสมแป้งสปองจ์ แปง้ สาลีตราบวั แดง 130 กรัม แปง้ มนั เทศ 100 กรมั ผงฟู 1 ชอ้ นโต๊ะ นา้ ตาลทราย 125 กรมั เกลอื 1/2 ชอ้ นชา เนย 50 กรัม วธิ กี าร 1. ผสมสว่ นแป้งโดให้เป็นเน้อื เดยี วกัน หมักจนข้ึน 2-3 เทา่ 2. ผสมส่วนแป้งสปองจ์ใหเ้ ขา้ กนั นามาผสมกบั แปง้ โดทหี่ มักไว้ 3. นวดจนเนียน หมกั ใหข้ ้นึ 2 เทา่ นวดไลล่ ม 4. ตดั แป้งแบง่ ปนั้ ไส้ใส่ พกั อีก 10-15 นาที จึงนาไปน่ึงไฟแรง 8-10 นาที แพนเคก้ มันเทศ 1 ½ ถว้ ยตวง ส่วนผสม 1/2 ถว้ ยตวง แป้งมันเทศ 2 ½ ชอ้ นชา แป้งสาคู 3 ชอ้ นโต๊ะ ผงฟู น้าตาล
54 เกลือ 1/8 ชอ้ นชา ไข่ 2 ฟอง นม 2 ถว้ ยตวง เนยละลาย 2 ชอ้ นโตะ๊ วิธีการ 1. รอ่ นแปง้ ผงฟู นา้ ตาล และเกลือเข้าดว้ ยกัน 2. ตไี ข่ นม เขา้ ด้วยกนั ผสมกับแปง้ ท่ีผสมแล้ว คนใหเ้ ป็นเนื้อเดยี วกนั ผสมเนยที่ละลายแล้ว ถ้า ส่วนผสมข้นเกนิ ไปใหเ้ ติมนมเลก็ นอ้ ย 3. ตักเนื้อแปง้ เทลงในกระทะ พอเหลืองกลับดา้ น วอฟเฟิลมนั เทศ สว่ นผสม แป้งมนั เทศ 1 ถว้ ยตวง แปง้ มนั สาปะหลังพันธุ์ 5 นาที 1 ถ้วยตวง เนยสดละลาย 1/2 ถ้วย ไขแ่ ดง 2 ฟอง ผงฟู 1 ชอ้ นโตะ๊ นมข้นจืด 1 ถ้วย นา้ ตาลทราย 1/2 ถ้วย นา้ หอมกลิน่ วานลิ ลา 1/2 ช้อนชา ไขข่ าว 2 ฟอง วธิ กี าร 1. ร่อนแป้งกับผงฟเู ขา้ ด้วยกัน เทนา้ ตาลทราย ลงผสมเข้าดว้ ยกันในอา่ งผสม 2. ทาแป้งเปน็ บ่อตรงกลาง เตมิ เนยละลาย ไข่แดง นมข้นจืด นา้ และกลน่ิ วานิลลาลงไป 3. ใช้ตะกรอ้ มือคนให้ส่วนผสมเขา้ กันดี พักไว้ 4. ใช้เครื่องผสมอาหารขนาด 5 ลิตร ตีไข่ขาวด้วยหัวตีรูปตะกร้อ โดยใช้ความเร็วสูงจนกระท่ังไข่ขาวต้ัง ยอดแขง็ 5. เทสว่ นผสมในข้อ 2 ลงในไข่ขาว คนตะล่อมใหส้ ่วนผสมเขา้ กัน 6. เทลงบนแม่พิมพ์ของเตาทาขนมวอฟเฟิลท่ีเปิดเครื่องไว้แล้วที่ไฟปานกลาง อบจนกระทั่งไม่มีไอน้า ระเหยออกมา และขนมเหลืองสกุ ทั้งสองด้าน
55 ภาคผนวก 1 การจดั การเมลด็ พนั ธุ์เพ่อื การอนุรักษ์เชือ้ พันธุ์ วัตถุประสงค์หนึ่งของ genebank คือการรักษาเมล็ดพันธ์ุไว้เพ่ือการขยายพันธุ์ และอนุรักษ์เชื้อพันธ์ุ ไว้นาน ๆ วิธกี ารจัดการเมลด็ พันธุ์ของมนั เทศและพชื ปา่ ชนิดอนื่ ท่เี กย่ี วข้องมีดงั น้ี 1. การทาความสะอาดเมล็ดพันธ์ุ ทาความสะอาดด้วยการล้างเมล็ด หลังจากผ่ึงให้แห้ง ใช้เคร่ืองเป่าเมล็ดเพ่ือช่วยกาจัดสิ่งเจือปน เช่น ส่วนของเปลือกหุ้มเมล็ด ช้ินส่วนของดอก หรือส่ิงเจือปนอ่ืน ๆ รวมท้ังเมล็ดพันธุ์ชนิดอ่ืน ๆ ในสกุล Ipomoea ที่อาจปะปนอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังต้องคัดเมล็ดที่ถูกแมลงทาลาย เมล็ดท่ีผิดปกติ เมล็ดท่ีมีแต่ เปลอื ก หรอื เมล็ดแห้ง ออกดว้ ย 2. การคดั แยกเมล็ดพนั ธ์ุ ในการแยกเมล็ดวิธีการง่าย ๆ คือ เทเมล็ดลงในแก้วหรือภาชนะพลาสติกซึ่งบรรจุน้า คนน้าไป ในทางเดียวกัน ทาให้เกิดน้าวนเพ่ือดึงเมล็ดดีและสมบูรณ์ลงไป หลังจากน้ัน 2-3 นาที เมล็ดเสียจะลอยน้า ขน้ึ มา คัดแยกเมล็ดท่จี มอยู่ด้านลา่ ง ในการเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุ ควรเลือกเก็บเฉพาะเมล็ดท่ีแกเ่ ต็มท่ี สมบูรณ์ รปู ทรงดี เท่าน้นั 3. การกาจัดโรคและแมลงที่ติดมากบั เมล็ด นาเมลด็ ทสี่ มบรู ณ์ดีไปอบด้วยสารกาจัดแมลง หรอื สารป้องกนั กาจดั เชื้อรา 4. การนบั จานวนของเมล็ดพันธุท์ ีเ่ กบ็ รักษา ในธนาคารเช้ือพันธ์ุพชื การกาหนดจานวนพันธ์ุของเมล็ดท่ีรวบรวมไว้แต่ละคร้ังเป็นส่ิงจาเป็น ถ้ามี เมลด็ ไมม่ ากอาจใชม้ ือนับ แต่ถา้ มีเมล็ดจานวนมาก สามารถนับจานวนเมล็ดโดยการตวง ชัง่ หรอื ใช้เครอื่ งนบั 5. การทาให้เมล็ดพนั ธ์ุแหง้ เพ่ือการเก็บรักษา การเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุมันเทศไว้ได้นาน ควรลดความชื้นของเมล็ดเหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ โดย เมล็ดมันเทศ 1 กรัม จะใช้ซิลิกาเจล 2 กรัม และควรเปล่ียนซิลิกาเจลทุก 14 วัน ในกรณีที่ไม่มีซิลิกาเจล อาจใช้ขา้ วสารแหง้ ที่อุณหภมู สิ งู แทนซิลิกาเจลได้ แตต่ อ้ งเปลี่ยนขา้ วสารแหง้ 3 ครั้งต่อ 2 สปั ดาห์ 6. การบรรจุหีบหอ่ และการเกบ็ รักษา บรรจุเมล็ดพันธใ์ุ นภาชนะทาดว้ ยฟอยลซ์ ึง่ มีโพลเี อทธลิ ินเคลอื บอย่ภู ายใน เพื่อปอ้ งกันน้าหรือความช้ืน ปิดปากถุงด้วยความร้อน สามารถบรรจุในภาชนะที่เป็นโลหะหรือขวดแก้วก็ได้ แต่ต้องปิดภาชนะให้สนิท ไม่ให้อากาศเข้าได้ นาไปเก็บไว้ในตู้เย็นหรือห้องเก็บที่ปรับอุณหภูมิต่ากว่า 4 องศาเซลเซียส สาหรับการเก็บ รักษาในเวลาสั้น ๆ หรือปานกลาง แต่ถ้าต้องการเก็บไว้นานหลายปี ควรนาเมล็ดไปไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ -10 ถึง -20 องศาเซลเซยี ส 7. การทดสอบความงอก เมล็ดมันเทศมีเปลือกเมล็ดแข็ง หนา และน้าซึมผ่านได้ยากมาก จึงมีผลให้การงอกของเมล็ดเป็นไปได้ ยาก จาเปน็ ต้องทาใหเ้ มล็ดแตกออก เพอ่ื ให้เมล็ดงอกได้ดี ซง่ึ มีวธิ ปี ฏบิ ตั หิ ลายวธิ ดี งั น้ี 1. การใช้กรดซัลฟูริค (sulfuric acid) นาเมล็ดพันธ์ุมันเทศไปแช่ในกรดซัลฟูริค ความเข้มข้น 98 เปอร์เซ็นต์ นาน 20 นาที นาเมล็ดไปล้างน้า โดยแช่น้าไว้ตลอดท้ังคืน เพ่ือล้างกรดซัลฟูริคให้หมดไป วิธีน้ี เหมาะสาหรบั เมล็ดจานวนมาก มขี อ้ จากดั ตรงทีไ่ ดผ้ ลไม่ 100 เปอร์เซ็นต์
56 2. การใชก้ ระดาษทรายขดั เปลือกของเมลด็ ใหบ้ าง วธิ ีนค้ี วรดาเนนิ การภายหลังทท่ี าให้เมล็ดปลอดเช้ือ ราและแบคทีเรีย โดยปกติเมล็ดจะเป็นร่องที่เรียกว่า hilum นากระดาษทรายไปขัดบริเวณด้านตรงข้ามกับ hilum จนกระทั่งผิวบาง ต่อจากน้ันนาเมล็ดไปล้างน้าใหส้ ะอาด และแชน่ ้านาน 6-8 ชวั่ โมง เมลด็ จะงอกไดง้ า่ ย ขน้ึ 3. การตัดเมล็ดด้วยมีด (scalpel) โดยตัดเฉพาะด้านตรงข้ามกับ hilum วิธีนี้ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอันตราย แตม่ ขี อ้ เสียท่ีใชแ้ รงงานมาก เสยี เวลา เพราะต้องตดั ทีละเมลด็ การทดสอบความงอกของเมล็ด ดาเนินการโดยการนาเมล็ดที่เก็บไว้ในธนาคารพนั ธ์พุ ืช ออกมาคร้ังละ 100 เมล็ดต่อพันธุ์ ทาให้เมล็ดแตกด้วยวิธีใดวิธีหน่ึงตามท่ีกล่าวมา ใส่เมล็ดในจานแก้ว (Petri dish) ที่มี กระดาษที่เปียกช้ืนด้วยน้ากลั่นรองอยู่ นาจานแก้วใส่ในตู้เพาะเมล็ด หรือห้องเย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส บันทึกการงอกของเมล็ดพนั ธุ์ทุกวันจนถึง 21 วัน เมล็ดท่ีไม่งอกภายใน 21 วนั ถือเป็นเมล็ดท่ี ตายแล้ว ทาการประเมินค่าจานวนเมล็ดพันธ์ุทีง่ อกเปน็ เปอรเ์ ซน็ ต์
57 ภาคผนวก 2 การขยายพนั ธมุ์ นั เทศโดยการเพาะเล้ยี งเน้ือเย่ือ 1. การเตรียมต้นมันเทศ คัดเลือกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เลือกยอดท่ีมีตาที่พร้อมจะแตกยอดหรือ หน่อ ตัดลาต้นยาวท่อนละ 2-3 เซนติเมตร มีตาข้างและปล้องไว้ด้วย นาท่อนพันธ์ุไปฆ่าเช้ือด้วย Morestan Bayer (Chinometorat) 0.5% ประมาณ 10 นาที แล้วล้างน้ากล่ันท่ีสะอาดและนึ่งฆ่าเช้ือแบบให้น้าไหลผ่าน ลาต้น จากนั้นนาไปใส่ขวดแก้วหรือจานแกว้ ปิดฝาให้มิดชิด ล้างดว้ ยแอลกอฮอล์ 60% นาน 10 วนิ าที นาท่อน พันธุ์ไปแช่ในสารละลายแคลเซียมไฮโปคลอไรด์ 2.5% นาน 15 นาที แล้วลา้ งด้วยน้ากล่นั 3 ครัง้ จากนน้ั ให้ฆ่า เช้ืออีกครั้งโดยสารละลาย ascorbic acid ความเข้มข้น 100 ppm จากนั้นตัดส่วนยอดของมันเทศท่ีหุ้มจุด กาเนิดตายอดท่ีใหญ่ที่สุดออกให้เหลือขนาดเล็ก ๆ ประมาณ 0.6 มิลลิเมตร ภายใต้กล้อง Stereoscopic microscope มีดที่ใช้ตัดน้ันต้องคมสะอาด ผ่านการจุ่มแอลกอฮอล์ และลนไฟฆ่าเชื้อแล้วทุกครั้ง ส่วนท่อน พันธ์ุท่ีเหลือตัดเป็นชิ้นเล็กๆ โดยให้มีข้อและตาข้างติดอยู่ด้วย ก่อนนาไปฆ่าเชื้ออีกคร้ัง แล้วเก็บใส่ขวดแก้ว หรอื จานแกว้ ทีผ่ า่ นการฆา่ เชื้อแล้วเพ่ือจะยา้ ยลงในอาหารเลยี้ งเนื้อเยื่อต่อไป 2. วิธีการเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือหรือย้ายเนื้อเยื่อ นาขวดแก้วหรือหลอดแก้วที่ใส่อาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อท่ี ผ่านการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์แล้วเข้าตู้ย้ายเน้ือเย่ือ โดยเช็ดบริเวณผิวนอกของขวดหรือหลอดแก้วด้วยแอลกอฮอล์ ลนปากขวดหรือหลอดแกว้ ท่ีใสอ่ าหารเลยี้ งเนอ้ื เย่ือบนเปลวไฟ เปิดจุกหรอื ฟอยลท์ ี่คลุมปากขวดหรอื หลอดแก้ว ออก ใช้ปากคีบที่สะอาดซ่ึงลนไฟฆ่าเช้ือและให้เย็นตัวลงแล้วคีบเน้ือเยื่อของมันเทศท่ีจัดเตรียมไว้ทีละช้ินใส่ลง ในขวดหรือหลอดอาหารเล้ียงเน้ือเยื่อ โดยให้เนื้อเย่ือของมันเทศสัมผัสกับอาหารแล้วปิดปากขวดหรือ หลอดแก้วด้วยจุกเดิมหรือฟอยล์เดมิ เม่ือย้ายช้ินส่วนแล้วนาขวดหรือหลอดดังกล่าวที่มีเนื้อเย่อื ไปเกบ็ ในที่ห้อง สาหรับเลยี้ งเนื้อเยือ่ ตอ่ ไป 2.1 ส่วนตายอดของมันเทศนาไปเล้ียงในอาหารสูตร MMB-1 (Medium for in vitro introduction) เป็นเวลา 15 วัน จึงย้ายลงในสูตรอาหาร MMB-2 (Medium for transfer meristems or buds) ประมาณ 30-60 วัน 2.2 เนอื้ เย่ือส่วนขอ้ (nodes) นาไปเล้ียงในอาหารสูตร MPB (Propagation medium) โดย ใช้หลอดขนาด 16×125 มิลลิเมตร เม่ือข้อเจริญยืดยาวข้ึนทาการย้ายไปเล้ียงต่อในหลอดขนาด 18×150 มิลลิเมตร หรือ 25×150 มิลลิเมตร ในกรณีที่ใช้ท่อนพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.6 มิลลิเมตร ท่อนพันธ์ุบางส่วน อาจติดเชื้อแบคทเี รยี การกาจัดเชือ้ มี 2 วิธีการ ดังนี้ 1. กรณีที่ใช้ Stereoscopic microscope ตัดปลายยอดขนาดความยาว 0.4-0.6 มิลลิเมตร ให้ เลย้ี งในสูตรอาหาร MMB-1 และถา่ ยเนือ้ เย่อื ลงใน MMB-2 ทุกสปั ดาห์ 2. หากติดเช้ือแบคทีเรียหรือยีสต์ ควรเพ่ิมสารปฏิชีวนะในอาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อ แต่ควรคานึงถีง ความเขม้ ข้นทีอ่ าจเปน็ อนั ตรายตอ่ เนือ้ เย่ือพืชด้วย
58 สูตรอาหารทใี่ ช้ในการเพาะเลีย้ งเน้ือเยือ่ จากการรายงานของ Murashige-Skoog (1962) และ Gamborg (1968) สูตรอาหารท่ีใช้ในการ เพาะเลยี้ งเน้อื เย่ือมันเทศแตล่ ะวตั ถุประสงคม์ ีดังน้ี 1. สตู รในการเพาะเลีย้ งเนอื้ เยอ่ื มนั เทศในหลอดทดลอง (MMB-1) ประกอบดว้ ย Calcium panthotenate 2 ppm Gibberellic acid 20 ppm Ascorbic acid 100 ppm Calcium nitrate 100 ppm Putrescine HCL 20 ppm L-Arginine 100 ppm Coconut mil 1% Sucrose 5% Agar or 0.7 % Phytagel/Gelrite 0.25% 2. สตู รอาหารที่ใชใ้ นการย้ายเนอ้ื เย่อื เจริญและตายอด (MMB-2) Calcium panthotenate 2 ppm Gibberellic acid 15 ppm Ascorbic acid 100 ppm Calcium nitrate 100 ppm Putrescine HCL 20 ppm L-Arginine 100 ppm Saccharose 5% Agar or 0.7 % Phytagel/Gelrite 0.25 % 3. สตู รอาหารท่ีใชใ้ นการขยายพันธ์ุ (MPB) Calcium panthotenate 2 ppm Gibberellic acid 10 ppm L-Arginine 100 ppm Ascorbic acid 200 ppm Putrescine HCL 20 ppm Sucrose 3% Agar or 0.8 % Phytagel/Gelrite 0.3 % 4. สตู รอาหารทใ่ี ช้ในการอนรุ กั ษ์พันธุ์ (MCB) Glucose 2% Sorbitol 2% Putrescine HCL 20 ppm Phytagel/Gelrite 0.4 % หมายเหตุ : ทกุ สูตรอาหารปรบั pH ใหเ้ ทา่ กับ 5.8
59 ภาคผนวก 3 การกระตนุ้ ใหม้ ันเทศออกดอกดว้ ยวิธเี สียบยอด 1. เตรียมต้นตอ โดยเพาะเมล็ดผักบุ้งฝรั่ง เมื่อต้นตอมีขนาดต้นประมาณ 0.3-0.6 เซนติเมตร ใช้ กรรไกรหรือมีดที่สะอาดตัดยอดต้นตอสูงจากโคนต้นประมาณ 15-20 เซนติเมตร ใช้มีดผ่ากลาง ตน้ ตอ ยาวประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร 2. การเสียบยอด นายอดพ่อแม่พันธุ์มันเทศที่สมบูรณ์แข็งแรง ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร มา เฉือนด้านโคนลักษณะเป็นปากฉลาม แล้วนาไปเสียบท่ีกลางต้นตอท่ีผ่าไว้แล้ว ให้เย่ือเจริญอยู่ใน แนวเดียวกัน ใช้ลวดหรือตัวหนีบพลาสติกหนีบรอยต่อให้แน่น หรือจะใช้หลอดกาแฟที่มีขนาด ใกล้เคียงกับต้นตอยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร สวมลงต้นตอที่เตรียมไว้ก่อนการเสียบยอด เมื่อ เสียบยอดพ่อแม่พันธุ์มันเทศแล้ว จึงเล่ือนหลอดกาแฟดังกล่าวขึ้นมา ให้บริเวณที่เสียบยอดอยู่ กงึ่ กลางหลอดกาแฟ เพอื่ ยึดรอยต่อของยอดและตน้ ตอให้แน่น 3. นาต้นเสียบยอดไปเก็บในถุงหรือคลุมด้วยพลาสติกใส เพื่อรักษาความชื้น ไม่ให้ยอดเหี่ยว แล้ว นาไปไว้ในร่มประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อยอดเชื่อมต่อกับต้นตอดีแล้ว จึงนาถุงพลาสติกที่คลุมออก ก่อนนาไปปลกู ตอ่ ไป เมลด็ พนั ธผ์ุ กั บุง้ ฝร่งั ที่เรม่ิ งอกหลังเพาะ ตน้ ต่อผกั บ้งุ ฝร่งั อายุ 1-2 เดอื น การเสยี บยอดพนั ธมุ์ นั เทศบนตน้ ตอผกั บ้งุ ฝร่ัง มันเทศที่ออกดอกบนตน้ ตอ่ ผักบงุ้ ฝรั่ง (Sweetpotato Breeding in KONARC, 2005)
60 บรรณานกุ รม กรมศุลกากร. 2559. สถติ ิการนาเข้าส่งออก. แหล่งท่ีมา: http://internet1.customs.go.th/ext/Statistic/StatisticIndex2550.jsp, 4 กันยายน 2559. กลุ่มกฏี และสตั ววทิ ยา. 2553. คาแนะนาการป้องกันกาจัดแมลงและสตั ว์ศตั รูพืช ปี 2554 สานักวจิ ยั พฒั นาการอารักขาพืช กรมวชิ าการเกษตร, กรงุ เทพฯ. 226 หนา้ นรินทร์ พลู เพมิ่ . 2541. เอกสารวชิ าการมันเทศ.ศนู ยว์ จิ ัยพืชสวนพจิ ติ ร สถาบันวจิ ัยพืชสวน กรมวชิ าการเกษตร. นรินทร์ พลู เพิม่ . 2542. การปลูกมนั เทศ. กรมวชิ าการเกษตร. ใน กรมสง่ เสรมิ การเกษตร. การปลกู มันเทศ. 43 หนา้ . พสิ ุทธิ์ เอกอานวย. 2550. โรคและแมลงของพืชเศรษฐกิจทสี่ าคัญ. บ.อมั รินทร์พรนิ้ ตงิ้ แอนด์ พับลิชชงิ่ จากดั . 379 หนา้ ศักด์ิ สนุ ทรสิงห์.2530. โรคของผกั และการปอ้ งกนั กาจัด. ภาควิชาโรคพชื คณะเกษตร มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. 389 หนา้ สานักวิจัยและพฒั นาวทิ ยาการหลังการเกบ็ เก่ยี วและแปรรูปผลติ ผลเกษตร. 2557. 86 ผลิตภัณฑ.์ สานักวิจัย และพฒั นาวิทยาการหลงั การเก็บเกย่ี วและแปรรปู ผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร. กรุงเทพฯ 120 หน้า. Austin, D.F. 1987. The Taxonomy, Evolution and Genetic Diversity of Sweet Potatoes and Related Wild Species. Exploration, Maintenance and Utilization of Sweet potato Genetic Resources. Report of the First Sweet Potato Planning Conference, 27–59. International Potato Centre, Lima, Peru. Bureau of Agriculture and Fisheries Product Standards. Fresh Vegetables-Sweet Potato- Classification and Grading. PNS/BAFPS 95:2010. Carpena, A.L. 2009. Important Cultivars, Varieties, and Hybrids. In: G. Loebenstein & G. Thottappilly (Eds.), The Sweetpotato (pp. 27-40). Springer Science. CIP. 2016. Genebank. แหล่งที่มา: https://www.genesyspgr.org/explore?filter=%7B%22institute.code%22:%5B%22PER00 1%22%5D%7D, 10 กนั ยายน 2559. Edmunds, B.A., M.D. Boyette, C.A. Clark, D.M. Ferrin, T.P. Smith, and G.J. Holmes. 2008. Postharvest Handling of Sweetpotatoes. Raleigh, North Carolina State University. 53p. FAO. 2014. Production and Area Harvested. Retrieved from http://faostat3.fao.org/browse/Q/QC/E Firon, N., D. LaBonte, A. Villordon, C. McGregor, Y. Kfir and E. Pressman. 2009. Botany and Physiology: Storage Root Formation and Development. In: G. Loebenstein & G. Thottappilly (Eds.), The Sweetpotato (pp. 13-20). Springer Science. Gamborg, O., Miller, R. and Ojima, K. 1968. Nutrient Requirement of Suspension Cultures of Soybean Root Cells. Exp. Cell Res. 50: 151–158.
61 Grüneberg, W.J., D. Ma, R.O.M. Mwanga, E.E. Carey, K. Huamani, F. Diaz, R. Eyzaguirre, E. Guaf, M. Jusuf, A. Karuniawan, K. Tjintokohadi, Y.S. Song, S.R. Anil, M. Hossain, E. Rahaman, S.I. Attaluri, K. Somé, S.O. Afuape, K. Adofo, E. Lukonge, L. Karanja, J. Ndirigwe, G. Ssemakula, S. Agili, J.M. Randrianaivoarivony, M. Chiona, F. Chipungu, S.M. Laurie, J. Ricardo, M. Andrade, F. Rausch Fernandes, A.S. Mello, M.A. Khan, D.R. Labonte and G.C. Yencho. 2015. Advances in Sweetpotato Breeding from 1992 to 2012. Pages 3-68. In: Potato and Sweetpotato in Africa: Transforming the Value Chains for Food and Nutrition Security. J. Low, M. Nyongesa, S. Quinn and M. Parker (eds). CABI, Nosworthy Way, Wallingford. Hall, M. R. and S. C Phatak. 1993. Sweet Potato Ipomoea batatas (L.) Lam. In: G. Kalloo, B.O. Bergh (eds). Genetic Improvement of Vegetable Crops (pp. 693-708). Pergamon, Press, Headington Hill Hall, Oxford. Huaman, Z. (ed.) 1991. Descriptors List for Sweetpotato. IBPGR, Rome. Huaman, Z., 1992. Morphologic Identification of Duplicates in Collections of Ipomoea batatas. CIP, Lima, Peru. pp. 2-26. Huaman, Z. 1997. Sweet potato Germplasm Management Training Manual. International Potato Center, Lima, Peru. 125p. Jones, A. 1980. Sweet Potato. In: W.R. Fehr and H.H. Radley (eds). Hybridization of Crop Plants. American Society of Agronomy and Crop Science Society of America (pp. 645– 655). Madison, Wisconsin. Kobayashi, M. and T. Nakanishi. 1979. Flower Induction by Top-grafting in Sweet Potato. In: E. H. Belen and M. Villanueva (eds). Proceedings of the Fifth International Tropical Root and Tuber Crops (pp. 49-58). Los Banos, Philippines. Kowyama, Y., T. Tsuchiya and K. Kakeda. 2008. Molecular Genetics of Sporophytic Self- incompatibility in Ipomoea, A Member of the Convolvulaceae. In: Veronica E Franklin-Tong (Ed.) Self-incompatibility in Flowering Plants: Evolution, diversity, and mechanisms (259-274). Lizarrga, R., A. Panta, N. Espinoza and J.H. Dodds. 1992. Tissue Culture of Ipomoea batatas : Micropropagation and Maintenance. International Potato Center (CIP). Loebenstein, G. 2009. Origin, Distribution and Economic Importance. In: G. Loebenstein & G. Thottappilly (Eds.), The Sweetpotato (pp. 9-12). Springer Science. Murashige T. and Skoog, F. 1962. A revised medium for rapid growth and bio-assay with tobacco tissue cultures. Physiol. Plant. 15: 473–497. Pattaravayo, R. 2016. Studies on Development of End Rot in Sweetpotato. PhD Dissertation, Department of Plant, Environmental and Soil Sciences, Louisiana State University, Baton Rouge, LA.
62 Vital Hagenimana and Constance Owori. Process of Producing Sweetpotato flour.1-7 Brooke A. Edmunds Michael D.Boyette Christopher A.Clark Donald M.Ferrin Tara P.Smith Gerald J.Holmes.Process of Producing Sweetpotato Flour. pp. 1-56. Wilson, J.E., F.S. Pole, N.J.M. Smit and P. Taufatofua. 1989. Sweet Potato (Ipomoea batatas) Breeding. The University of the South Pacific Institute for Research, Extension and Training in Agriculture (IRETA) Publications No 89. Yen, D.E. 1974. The Sweetpotato and Oceania: An Essay in Ethobotany.Bulletin 236, Bishop Museum Press, Honolulu, Hawaii, pp. 1–389. Yen, D.E. 1982. Sweet Potato in Historical Perspective. In R. L. Villareal and T. D. Griggs (eds.) Sweet Potato: Proceedings of the First International Symposium (pp. 17–30). AVRDC, Tainan.
63 คณะผ้จู ดั ทา สถาบนั วิจัยพชื สวน สถาบนั วจิ ัยพชื สวน ผอู้ านวยการสถาบันวจิ ยั พชื สวน สถาบันวิจัยพชื สวน ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นพชื สวน สถาบันวิจยั พชื สวน ผู้เชย่ี วชาญดา้ นไมผ้ ล สถาบนั วิจยั พชื สวน ผอู้ านวยการกลมุ่ วิจัยเศรษฐกิจ สถาบนั วิจัยพชื สวน ผอู้ านวยการกลุม่ บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจยั พชื สวน ผู้อานวยการกลุ่มวชิ าการ สถาบนั วจิ ยั พชื สวน หวั หน้างานวจิ ัยไม้ผล สถาบันวิจยั พชื สวน หวั หน้างานวจิ ัยพืชอตุ สาหกรรม สถาบันวจิ ัยพชื สวน หัวหน้างานวจิ ัยพืชผกั สถาบนั วจิ ยั พชื สวน หัวหน้างานวจิ ัยไม้ดอกไมป้ ระดับ สถาบันวิจัยพืชสวน หัวหนา้ งานวจิ ัยพชื สมนุ ไพรและเครือ่ งเทศ สถาบันวจิ ยั พืชสวน นางสาวอัมพิกา ปุนนจติ สถาบนั วิจัยพืชสวน นายอานวย อรรถลงั รอง สถาบนั วจิ ัยพืชสวน นางรัชนี ฉตั รบรรยงค์ สถาบันวจิ ยั พืชสวน นายสัจจะ ประสงค์ทรัพย์ สถาบันวิจยั พชื สวน นางสาววรางคณา มากกาไร ศูนย์วิจัยพชื สวนสุโขทัย นางปาริชาติ พจนศิลป์ ศนู ย์วิจยั พชื สวนสโุ ขทัย นายสมบตั ิ ตงเต๊า ศูนย์วิจัยพชื สวนสโุ ขทัย นางเพญ็ จันทร์ สุธานุกูล ศูนยว์ จิ ัยพชื สวนสโุ ขทัย นางพรรณผกา รัตนโกศล ศนู ยว์ ิจัยพชื สวนสุโขทยั นายทัศนัย เพ่ิมสัตย์ ศูนย์วิจยั พชื สวนสุโขทยั ว่าทรี่ ้อยตรีสมบูรณ์ ทิพยแ์ ก้ว ศนู ยว์ จิ ยั พืชสวนสโุ ขทยั นายวาทยทุ ธ จันทร์สอ่ ง ศูนย์วจิ ัยพืชสวนสุโขทัย นายรกั ชัย คุรบุ รรเจิดจติ นายธีรพันธ์ เลศกั ดิ์ ผู้จัดพิมพ์/พิมพ์ท่ี สถาบนั วจิ ัยพืชสวน กรมวชิ าการเกษตร จตจุ กั ร กรงุ เทพฯ 10900 โทร. 0 2579 0583 โทรสาร 0 2940 6497 E-mail: [email protected]
Search