ราชกจิ จานุเบกษา พระราชบัญญตั ิพัฒนาที่ดนิ พ.ศ. ๒๕๕๑
พระราชบญั ญตั ิพฒั นาทดี่ นิ พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปี ท่ี ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบนั พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด เกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่ โดยทีเ่ ป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าดว้ ยการพฒั นาทดี่ ิน พระราชบญั ญตั ิน้ีมีบทบญั ญตั ิบางประการเก่ียวกบั การจากดั สิทธิและเสรีภาพ ของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกอบกบั มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิใหก้ ระทาไดโ้ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิข้ึนไวโ้ ดยคาแนะนาและ ยนิ ยอมของสภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติ ดงั ต่อไปน้ี มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั ิน้ีเรียกว่า “พระราชบญั ญตั ิพฒั นาทีด่ ิน พ.ศ. ๒๕๕๑” มาตรา ๒[๑] พระราชบญั ญตั ิน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราช กิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกพระราชบญั ญตั ิพฒั นาท่ดี ิน พ.ศ. ๒๕๒๖
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี “การพฒั นาท่ดี ิน” หมายความวา่ การกระทาใด ๆ ต่อดินหรือทดี่ ินเพอ่ื เพิ่ม ประสิทธิภาพและคุณภาพของดินหรือทดี่ ิน หรือเพอ่ื เพมิ่ ผลผลิตทางการเกษตรใหส้ ูงข้ึน และ หมายความรวมถึงการปรับปรุงดินหรือที่ดินที่ขาดความอุดมสมบรู ณ์ตามธรรมชาติหรือขาด ความอุดมสมบรู ณ์เพราะการใชป้ ระโยชน์ และการอนุรักษด์ ินและน้าเพอ่ื รักษาดลุ ธรรมชาติหรือ เพอ่ื ความเหมาะสมในการใชท้ ด่ี ินเพื่อเกษตรกรรม “การวางนโยบายและแผนการใชท้ ่ดี ิน” หมายความว่า การวางนโยบายและ แผนการใชท้ ่ดี ินใหเ้ หมาะสมกบั สภาพของดิน และสอดคลอ้ งกบั ประเภทของทด่ี ินที่ไดจ้ าแนก ไว้ “ดิน” หมายความรวมถึง หิน กรวด ทราย แร่ธาตุ น้า และอินทรียว์ ตั ถุต่าง ๆ ทเ่ี จือ ปนกบั เน้ือดินดว้ ย “ทด่ี ิน” หมายความวา่ ที่ดินตามประมวลกฎหมายท่ดี ิน “สามะโนท่ดี ิน” หมายความว่า การสารวจ ภาวะการถือครองทด่ี ินอยา่ งละเอยี ด รายช่ือเกษตรกรเกี่ยวกบั การใชท้ ่ดี ินเพอื่ การเกษตร ทอี่ ยอู่ าศยั การพาณิชย์ และการอตุ สาหกรรม “เศรษฐกิจทด่ี ิน” หมายความวา่ ภาวะความสัมพนั ธ์ระหว่างประชากรกบั ทีด่ ิน ทางดา้ นเศรษฐกิจ “เกษตรกรรม” หมายความวา่ การทานา ทาไร่ ทาสวน เล้ียงสัตว์ เล้ียงสตั วน์ ้า และ กิจการอ่ืนตามทีร่ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กาหนด โดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา “การชะลา้ งพงั ทลายของดิน” หมายความวา่ ปรากฏการณซ์ ่ึงที่ดินถูกชะลา้ งกดั เซาะพงั ทลายดว้ ยพลงั งานที่เกิดจากน้า ลม หรือโดยเหตุอ่นื ใดใหเ้ กิดการเสื่อมโทรม สูญเสียเน้ือ ดิน หรือความอุดมสมบูรณ์ของดิน “การอนุรักษด์ ินและน้า” หมายความว่า การกระทาใด ๆ ที่มุ่งใหเ้ กิดการระวงั ป้องกนั รักษาดินและท่ีดิน ไม่ใหเ้ กิดความเส่ือมโทรม สูญเสีย รวมถึงการรักษา ปรับปรุง ความ อดุ มสมบูรณ์ของดินและการรักษาน้าในดินหรือบนผวิ ดินใหค้ งอยเู่ พอื่ รักษาดุลธรรมชาติให้ เหมาะสมในการใชป้ ระโยชนท์ ีด่ ินในทางเกษตรกรรม “มาตรการวธิ ีกล” หมายความวา่ วิธีการอนุรักษด์ ินและน้า โดยการก่อสรา้ ง โครงสร้างทางวิศวกรรม โดยวธิ ีการไถพรวนตามแนวระดบั คนั ดินก้นั น้า ข้นั บนั ไดดิน คูรับน้า ขอบเขา บอ่ น้าในไร่นาหรืออน่ื ๆ
“มาตรการวิธีพชื ” หมายความวา่ วิธีการอนุรักษด์ ินและน้า โดยวธิ ีการทางพชื โดยการปลกู พชื หรือใชส้ ่วนใด ๆ ของพชื ทาใหเ้ ป็นแถบหรือเป็นแนว หรือปกคลุมผวิ ดินหรืออ่ืน ๆ “คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการพฒั นาทดี่ ิน “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการพฒั นาทด่ี ิน “พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี” หมายความวา่ ผซู้ ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้งั ใหป้ ฏิบตั ิการตาม พระราชบญั ญตั ิน้ี “รัฐมนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๕ ใหม้ ีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกว่า “คณะกรรมการพฒั นา ท่ีดิน” ประกอบดว้ ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการ พฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมควบคุมมลพษิ อธิบดี กรมชลประทาน อธิบดีกรมท่ดี ิน อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรม พฒั นาสังคมและสวสั ดิการ อธิบดีกรมป่ าไม้ อธิบดีกรมโยธาธิการและผงั เมือง อธิบดีกรม วิชาการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถ่ิน อธิบดีกรม ส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ ่ า และพนั ธุพ์ ืช เลขาธิการสานกั งานการปฏิรูป ทดี่ ินเพือ่ เกษตรกรรม เลขาธิการสานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม และผทู้ รงคุณวฒุ ิอีกไม่เกินหา้ คน ซ่ึงคณะรัฐมนตรีแต่งต้งั จากผซู้ ่ึงมีความรู้ ความเช่ียวชาญ และ ประสบการณ์สูง เป็นที่ประจกั ษใ์ นดา้ นการอนุรักษด์ ินและน้า ดา้ นการเกษตร หรือดา้ นอ่ืน ๆ ท่ี เกี่ยวขอ้ งกบั การพฒั นาท่ดี ินเป็นกรรมการ ใหอ้ ธิบดีกรมพฒั นาท่ดี ินเป็นกรรมการและเลขานุการ และใหอ้ ธิบดีกรมพฒั นา ท่ดี ินแต่งต้งั ผชู้ ่วยเลขานุการไดต้ ามความจาเป็น มาตรา ๖ กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งคราวละสามปี ในกรณีทีก่ รรมการผทู้ รงคุณวุฒิพน้ จากตาแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีท่ี คณะรัฐมนตรีแต่งต้งั กรรมการผทู้ รงคุณวุฒเิ พม่ิ ข้ึนในระหว่างที่กรรมการซ่ึงแต่งต้งั ไวแ้ ลว้ ยงั มี วาระอยใู่ นตาแหน่ง ใหผ้ ไู้ ดร้ ับแต่งต้งั แทนตาแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิเพ่ิม
ข้ึนอยใู่ นตาแหน่งเท่ากบั วาระทีเ่ หลืออยขู่ องกรรมการซ่ึงไดแ้ ต่งต้งั ไวแ้ ลว้ เวน้ แต่วาระทเ่ี หลืออยู่ ไม่ถึงเกา้ สิบวนั จะไม่แต่งต้งั กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิแทนก็ได้ เม่ือครบกาหนดตามวาระในวรรคหน่ึง หากยงั ไม่มีการแต่งต้งั กรรมการ ผทู้ รงคุณวฒุ ิข้ึนใหม่ ใหก้ รรมการผทู้ รงคุณวุฒิซ่ึงพน้ จากตาแหน่งตามวาระน้นั อยใู่ นตาแหน่ง เพื่อดาเนินงานต่อไปจนกวา่ กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิซ่ึงไดร้ ับแต่งต้งั ใหม่เขา้ รับหนา้ ที่ มาตรา ๗ กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิซ่ึงพน้ จากตาแหน่งตามวาระอาจไดร้ ับแต่งต้งั อีกได้ แต่จะดารงตาแหน่งติดต่อกนั เกินสองวาระมิได้ ในกรณีทก่ี รรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิพน้ จากตาแหน่งก่อนวาระ ใหค้ ณะกรรมการ ประกอบดว้ ยกรรมการท้งั หมดเทา่ ทีม่ ีอยจู่ นกว่าจะมีการแต่งต้งั กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิตามมาตรา ๖ วรรคสอง มาตรา ๘ นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระ กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิพน้ จาก ตาแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีใหอ้ อก เพราะบกพร่องต่อหนา้ ท่ี มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหยอ่ นความสามารถ (๔) เป็นบุคคลลม้ ละลาย (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงทส่ี ุดใหจ้ าคุก เวน้ แต่เป็นโทษสาหรับ ความผดิ ท่ไี ดก้ ระทาโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ (๗) เป็นผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาทอ้ งถิ่นหรือผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน กรรมการผดู้ ารงตาแหน่งซ่ึงรับผดิ ชอบการบริหารพรรคการเมือง ท่ปี รึกษาพรรคการเมืองหรือ เจา้ หนา้ ทพี่ รรคการเมือง มาตรา ๙ คณะกรรมการมีอานาจและหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปน้ี (๑) กาหนดการจาแนกประเภทที่ดิน และเสนอขอรับความเห็นชอบต่อ คณะรัฐมนตรีเพ่ือใหห้ น่วยงานของรัฐท่มี ีหนา้ ทเี่ ก่ียวขอ้ งรับไปปฏิบตั ิ
(๒) วางแผนการใชท้ ่ดี ิน การพฒั นาที่ดิน การกาหนดบริเวณการใชท้ ่ดี ินและการ กาหนดเขตการอนุรักษด์ ินและน้า (๓) ประกาศกาหนดเขตสารวจทีด่ ิน และประกาศกาหนดเขตสารวจการอนุรักษ์ ดินและน้าตามมาตรา ๑๗ (๔) เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อใหค้ วามเห็นชอบ ในการใหค้ วามช่วยเหลือ และ เยยี วยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายท่อี าจเกิดข้ึนแก่ผคู้ รอบครองท่ดี ินตามความเหมาะสม จากการกาหนดบริเวณการใชท้ ด่ี ินหรือการกาหนดเขตการอนุรักษด์ ินและน้า (๕) กาหนดมาตรการเพอื่ การปรับปรุงดินหรือทีด่ ิน หรือกาหนดมาตรการเพอื่ การอนุรักษด์ ินและน้า (๖) ใหค้ วามเห็นหรือขอ้ เสนอแนะเก่ียวกบั การจดั ต้งั หน่วยงานพฒั นาทดี่ ินระดบั ต่าง ๆ ข้ึนในเขตทอ้ งทีห่ น่ึงทอ้ งที่ใดเพ่อื ช่วยเหลือทางวิชาการ สาธิต และแนะนาเกษตรกร โดยตรง ในกรณีท่ีมาตรการเพือ่ การปรับปรุงดินหรือที่ดิน หรือมาตรการเพื่อการอนุรักษด์ ินและ น้าตามทีค่ ณะกรรมการกาหนดตอ้ งใชว้ ิทยาการซ่ึงไม่อาจนาไปแนะนาเกษตรกรดว้ ยวธิ ีการ ส่งเสริมได้ (๗) ออกระเบยี บ หลกั เกณฑ์ วิธีการ หรือเง่ือนไขเกี่ยวกบั คาขอใหว้ เิ คราะห์ ตรวจสอบตวั อยา่ งดินหรือคาขอใหป้ รับปรุงดินหรือท่ดี ิน หรือคาขอใหก้ ารบริการแผนท่ี ขอ้ มูล ทางแผนท่เี ป็นการเฉพาะรายตามมาตรา ๒๐ (๘) ออกระเบียบเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิหนา้ ทีข่ องคณะอนุกรรมการ เพอ่ื ปฏิบตั ิ หนา้ ทีต่ ่าง ๆ ตามท่มี อบหมาย (๙) ปฏิบตั ิหนา้ ที่อน่ื ตามทก่ี าหนดในพระราชบญั ญตั ิน้ีหรือตามที่คณะรัฐมนตรี มอบหมาย ในการปฏิบตั ิหนา้ ทต่ี ามมาตราน้ี คณะกรรมการอาจมอบหมายใหก้ รมพฒั นา ทีด่ ินเป็นผปู้ ฏิบตั ิงานหรือเตรียมขอ้ เสนอมายงั คณะกรรมการเพอ่ื พิจารณาดาเนินการต่อไปก็ได้ มาตรา ๑๐ ใหน้ าบทบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยคณะกรรมการท่ีมีอานาจดาเนินการพิจารณา ทางปกครองตามกฎหมายวา่ ดว้ ยวิธีปฏิบตั ิราชการทางปกครองมาใชบ้ งั คบั แก่การประชุมของ คณะกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑ ในการปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี คณะกรรมการอาจแต่งต้งั คณะอนุกรรมการเพอื่ พิจารณาหรือปฏิบตั ิการอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดตามทีค่ ณะกรรมการมอบหมาย ได้ ท้งั น้ี วธิ ีการปฏิบตั ิหนา้ ทีข่ องคณะอนุกรรมการใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการ กาหนด การประชุมของคณะอนุกรรมการใหน้ ามาตรา ๑๐ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม มาตรา ๑๒ รัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการมีอานาจประกาศในราช กิจจานุเบกษากาหนดบริเวณการใชท้ ดี่ ินตามมาตรา ๙ (๒) และใหม้ ีแผนท่แี นบทา้ ยประกาศดว้ ย แผนที่ดงั กล่าวใหถ้ ือเป็นส่วนหน่ึงแห่งประกาศ มาตรา ๑๓ ในกรณีทีป่ รากฏวา่ บริเวณพ้ืนที่ใดมีลกั ษณะเป็นพ้นื ทล่ี าดชนั เสี่ยงต่อ การชะลา้ งพงั ทลายของดิน หรือเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม อนั เกิดจากการกระทาของผเู้ ขา้ ไป ครอบครองทาประโยชน์ในบริเวณพ้นื ทดี่ งั กล่าวโดยไม่เหมาะสม หรืออาจเกิดข้ึนจากภยั ธรรมชาติ หากปล่อยไวไ้ ม่ดาเนินการจะเกิดการชะลา้ งพงั ทลายของดินอยา่ งรุนแรงจนถึงข้นั เกิด ดินถล่มสรา้ งความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพยส์ ินของประชาชน ใหร้ ัฐมนตรีโดยคาแนะนาของ คณะกรรมการมีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดใหพ้ ้นื ท่ีน้นั เป็นเขตอนุรักษด์ ินและ น้า และใหม้ ีแผนที่แนบทา้ ยประกาศดว้ ย แผนทดี่ งั กล่าวใหถ้ ือเป็นส่วนหน่ึงแห่งประกาศ มาตรา ๑๔ ในกรณีท่ปี รากฏว่าพ้ืนท่ีใดมีการใชห้ รือทาใหเ้ กิดการปนเป้ื อนของ สารเคมีหรือวตั ถุอน่ื ใดทจี่ ะทาใหท้ ีด่ ินเกิดความเสื่อมโทรมต่อการใชป้ ระโยชน์ทางการเกษตร ใหร้ ัฐมนตรีโดยคาแนะนาของคณะกรรมการมีอานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษาควบคุมการ ใชท้ ด่ี ินบริเวณน้นั และใหม้ ีแผนท่แี นบทา้ ยประกาศดว้ ย แผนท่ีดงั กล่าวใหถ้ ือเป็นส่วนหน่ึงแห่ง ประกาศ กรณีมีการปนเป้ื อนเกิดข้ึน ใหผ้ กู้ ระทาการปนเป้ื อนดาเนินการปรับปรุงท่ีดินให้ คืนสู่สภาพเดิมหรือชดเชยค่าเสียหายใหแ้ ก่รัฐหรือผทู้ ่ีไดร้ ับความเสียหาย มาตรา ๑๕ ในการออกประกาศตามมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ให้ กาหนดมาตรการอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ดงั ต่อไปน้ี ไวใ้ นประกาศดว้ ย
(๑) กาหนดมาตรการอนุรักษด์ ินและน้า เพอื่ ลดการชะลา้ งพงั ทลายของดิน และ ป้องกนั การเกิดดินถล่ม โดยใชม้ าตรการวิธีกล มาตรการวธิ ีพืช หรือมาตรการอน่ื ใดทเี่ หมาะสม (๒) หา้ มกระทาการใด ๆ รวมถึงการทาใหเ้ กิดการปนเป้ื อนของสารพษิ ท่ีเป็น อนั ตรายต่อดินหรือทาใหส้ ภาพท่ีดินเกิดการเปล่ียนแปลงอยา่ งรุนแรง (๓) กาหนดมาตรการอนื่ ๆ ตามท่ีเห็นสมควรและเหมาะสมแก่สภาพพ้นื ท่ีน้นั ในการกาหนดมาตรการตาม (๑) (๒) และ (๓) ใหด้ าเนินการจดั ใหม้ กี ารรับฟัง ความเห็นของประชาชนที่อาจไดร้ ับผลกระทบจากการกาหนดมาตรการดงั กล่าว มาตรา ๑๖ ใหก้ รมพฒั นาทดี่ ินมีหนา้ ท่สี ารวจและวเิ คราะห์ ตรวจสอบดิน หรือ ท่ีดินเพอื่ ใหท้ ราบถึงความอดุ มสมบรู ณ์ตามธรรมชาติ ความเหมาะสมแก่การใชป้ ระโยชนท์ ดี่ ิน หรือภาวะเศรษฐกิจทด่ี ิน หรือเพ่ือประโยชนใ์ นการจาแนกประเภทที่ดิน การพฒั นาทดี่ ิน การ กาหนดบริเวณการใชท้ ่ดี ิน การกาหนดเขตการอนุรักษด์ ินและน้า และการทาสามะโนท่ดี ินเพ่ือ ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และปฏิบตั ิการอนื่ ใดตามท่คี ณะกรรมการมอบหมาย ใหก้ รมพฒั นาที่ดินมีอานาจหนา้ ท่ีเกี่ยวกบั การสถิติตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถิติใน เร่ืองท่ีเก่ียวกบั การทาสามะโนทดี่ ินเพ่ือปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชนใ์ นการสารวจความอุดมสมบรู ณ์ของดินตามธรรมชาติ ความเหมาะสมแก่การใชป้ ระโยชนท์ ีด่ ิน และการกาหนดเขตการอนุรักษด์ ินและน้า คณะกรรมการจะจดั ใหม้ กี ารสารวจทดี่ ิน และการสารวจเพอื่ กาหนดเขตการอนุรักษด์ นิ และน้าก็ ได้ เม่ือคณะกรรมการเห็นสมควรจะสารวจทดี่ ินเพือ่ ทราบความอดุ มสมบรู ณ์ของดิน ตามธรรมชาติ ความเหมาะสมแก่การใชป้ ระโยชน์ท่ดี ิน และสารวจเพือ่ กาหนดเขตการอนุรักษ์ ดินและน้าในทอ้ งท่ีใด ใหค้ ณะกรรมการประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดทอ้ งทที่ จ่ี ะ ดาเนินการดงั กล่าว และใหม้ ีแผนท่ีแนบทา้ ยประกาศดว้ ย แผนทีด่ งั กล่าวใหถ้ ือเป็นส่วนหน่ึงแห่ง ประกาศ มาตรา ๑๘ ภายในเขตสารวจความอุดมสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติ ความ เหมาะสมแก่การใชป้ ระโยชน์ทีด่ ิน และเขตสารวจการอนุรักษด์ ินและน้าตามมาตรา ๑๗ ให้ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่มีอานาจเขา้ ไปในทดี่ ินที่มีเจา้ ของหรือผคู้ รอบครองระหวา่ งเวลาพระอาทิตย์
ข้ึนถึงพระอาทิตยต์ กเพื่อทาการเกบ็ ตวั อยา่ งดินหรือน้า หรือทาเคร่ืองหมายสารวจไวใ้ นทดี่ ิน หรือน้าไดต้ ามสมควรและเทา่ ท่จี าเป็น แต่ตอ้ งแจง้ เป็นหนงั สือใหเ้ จา้ ของหรือผคู้ รอบครองทราบ ล่วงหนา้ ไม่นอ้ ยกว่าสิบหา้ วนั การประกาศใหท้ าเป็นหนงั สือปิ ดไว้ ณ บริเวณซ่ึงทด่ี ินน้นั ต้งั อยู่ หรือทีท่ าการเขตหรือทว่ี ่าการอาเภอหรือท่ีทาการกานนั หรือท่ีทาการแขวงซ่ึงทดี่ ินน้นั ต้งั อยู่ ท้งั น้ี ใหแ้ จง้ กาหนดเวลาและการทีจ่ ะกระทาน้นั ไวด้ ว้ ย ในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ตี ามมาตราน้ี ใหผ้ ทู้ เ่ี กี่ยวขอ้ งอานวยความสะดวกตามสมควร และในการน้ีใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทีแ่ สดงบตั รประจาตวั ต่อผทู้ ีเ่ ก่ียวขอ้ ง บตั รประจาตวั ของพนกั งานเจา้ หนา้ ทใ่ี หเ้ ป็ นไปตามแบบท่ีกาหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๑๙ ในการปฏิบตั ิหนา้ ทีต่ ามพระราชบญั ญตั ิน้ี ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ทเ่ี ป็น เจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐ ผใู้ ดประสงคจ์ ะใหก้ รมพฒั นาทดี่ ินวเิ คราะห์ตรวจสอบตวั อยา่ งดิน หรือปรับปรุงดินหรือทดี่ ิน หรืออนุรักษด์ ินและน้า หรือบริการแผนที่ ขอ้ มูลทางแผนที่ เวน้ แต่ แผนที่หรือขอ้ มูลทางแผนท่ีในพ้ืนที่ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั ความมนั่ คงของประเทศ เป็นการเฉพาะรายให้ ยน่ื คาขอต่อหน่วยงานพฒั นาทีด่ ินในทอ้ งท่ีซ่ึงทด่ี ินน้นั ต้งั อยู่ หากไม่มีหน่วยงานดงั กล่าวใหย้ น่ื ต่อที่ทาการเขตหรือที่วา่ การอาเภอ การวิเคราะห์ตรวจสอบตวั อยา่ งดินหรือปรับปรุงดินหรือท่ีดิน หรืออนุรักษด์ ิน และน้า หรือบริการแผนที่ หรือขอ้ มูลทางแผนท่ีตามวรรคหน่ึง รวมท้งั การวิเคราะห์ตรวจสอบ ตวั อยา่ งดินเพอื่ ปรับปรุงดินหรือทีด่ ินเพ่ือการเกษตรกรรมของเกษตรกร ใหเ้ ป็นไปตาม หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขและเสียค่าใชจ้ ่ายตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๑ ผใู้ ดฝ่ าฝืนไม่ปฏิบตั ิตามมาตรา ๑๕ หรือขดั ขวางพนกั งานเจา้ หนา้ ทผี่ ู้ ปฏิบตั ิการตามมาตรา ๑๘ ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหา้ พนั บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
มาตรา ๒๒ ผใู้ ดทาใหเ้ สียหาย ทาลาย ดดั แปลง เคลื่อนยา้ ย หรือถอดถอน เคร่ืองหมายสารวจซ่ึงพนกั งานเจา้ หนา้ ทีท่ าไวต้ ามมาตรา ๑๘ โดยไม่ไดร้ ับอนุญาตจากพนกั งาน เจา้ หนา้ ท่ี ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงพนั บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ มาตรา ๒๓ บรรดากฎกระทรวงท่ีออกตามพระราชบญั ญตั ิพฒั นาท่ีดิน พ.ศ. ๒๕๒๖ ใหค้ งมีผลใชบ้ งั คบั ต่อไปไดเ้ ทา่ ท่ไี ม่ขดั หรือแยง้ กบั บทบญั ญตั ิแห่งพระราชบญั ญตั ิ น้ี ท้งั น้ี จนกวา่ จะไดม้ ีกฎกระทรวงทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั มาตรา ๒๔ ใหค้ ณะกรรมการพฒั นาทดี่ ินตามพระราชบญั ญตั ิพฒั นาทดี่ ิน พ.ศ. ๒๕๒๖ ซ่ึงดารงตาแหน่งอยใู่ นวนั ก่อนวนั ทีพ่ ระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีไปพลาง ก่อนจนกว่าจะไดม้ ีการแต่งต้งั คณะกรรมการพฒั นาทด่ี ินตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ท้งั น้ี ให้ ดาเนินการใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหกสิบวนั นบั แต่วนั ท่พี ระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั มาตรา ๒๕ ใหร้ ัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตาม พระราชบญั ญตั ิน้ีและใหม้ ีอานาจแต่งต้งั พนกั งานเจา้ หนา้ ที่กบั ออกกฎกระทรวงและประกาศ เพือ่ ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี กฎกระทรวงน้นั เมื่อไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้ ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยทุ ธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี คือ เน่ืองจากพระราชบญั ญตั ิพฒั นา ทด่ี ิน พ.ศ. ๒๕๒๖ ไดใ้ ชบ้ งั คบั มาเป็นเวลานานแลว้ มีบทบญั ญตั ิบางประการไม่เหมาะสมกบั สภาวการณ์ในปัจจุบนั และโดยที่ปัจจุบนั มีปัญหาความเส่ือมโทรมของดินเพราะไม่มีการอนุรักษ์ ดินและน้า ทาใหเ้ กิดการชะลา้ งพงั ทลายของดินก่อใหเ้ กิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสงั คม รวมท้งั ไม่มีบทบญั ญตั ิใหห้ น่วยงานของรัฐสามารถเขา้ ไปดาเนินการป้องกนั รักษาสภาพพ้นื ท่ที ี่ มีความเส่ียงต่อการเกิดแผน่ ดินถล่มและเกิดการชะลา้ งพงั ทลายของดินอยา่ งรุนแรง และเพือ่ ให้ การใชท้ ีด่ ินเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด สมควรกาหนดมาตรการทาง กฎหมายทเ่ี หมาะสมเก่ียวกบั การสารวจความอุดมสมบรู ณ์ของดินตามธรรมชาติ ความเหมาะสม แก่การใชป้ ระโยชน์ท่ีดิน และการกาหนดการอนุรักษด์ ินและน้า การวเิ คราะห์ตรวจสอบตวั อยา่ ง ดิน หรือการปรับปรุงดินหรือทด่ี ิน ตลอดจนกาหนดมาตรการหา้ มกระทาการใด ๆ รวมถึงการทา ใหท้ ด่ี ินเกิดการปนเป้ื อนของสารเคมีหรือวตั ถุอ่ืนใด จึงจาเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ิน้ี วชั ศกั ด์ิ/ผจู้ ดั ทา ๑๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๑ ปริญสินีย/์ ปรับปรุง ๒ มกราคม ๒๕๕๖ วิชพงษ/์ ตรวจ ๓ มกราคม ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนท่ี ๒๗ ก/หนา้ ๑๐๖/๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๑
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: