พระราชกาหนด แก้ไขเพมิ่ เตมิ พระราชบัญญตั กิ ารธนาคารพาณชิ ย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐
พระราชกาหนด แก้ไขเพมิ่ เตมิ พระราชบัญญัตกิ ารธนาคารพาณชิ ย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ภมู ิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๒๒ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นปี ท่ี ๕๒ ในรัชกาลปัจจุบนั พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ประกาศวา่ โดยท่ีเป็นการสมควรแกไ้ ขเพิม่ เติมกฎหมายวา่ ดว้ ยการธนาคารพาณิชย์ อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๒๑๘ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย จึงทรงพระราชกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชกาหนดข้ึนไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี มาตรา ๑ พระราชกาหนดน้ีเรียกวา่ “พระราชกาหนดแกไ้ ขเพิ่มเติม พระราชบญั ญตั ิการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐” มาตรา ๒[๑] พระราชกาหนดน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในวรรคสี่ของมาตรา ๒๔ ทวิ แห่ง พระราชบญั ญตั ิการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซ่ึงแกไ้ ขเพ่มิ เติมโดยพระราช กาหนดแกไ้ ขเพ่ิมเติมพระราชบญั ญตั ิการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘ และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน “ในการเพ่ิมทุนหรือลดทนุ ตามวรรคสองหรือวรรคสาม หรือการเสนอ ขายหุน้ เพิ่มทุน มิใหน้ ามาตรา ๑๑๑๗ มาตรา ๑๒๒๐ มาตรา ๑๒๒๒ มาตรา ๑๒๒๔ มาตรา ๑๒๒๕ และมาตรา ๑๒๒๖ แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ และมาตรา ๕๐ มาตรา ๑๓๖ วรรคสอง (๒) มาตรา ๑๓๗ มาตรา ๑๓๙ และมาตรา ๑๔๑ แห่ง พระราชบญั ญตั ิบริษทั มหาชนจากดั พ.ศ. ๒๕๓๕ แลว้ แตก่ รณี มาใชบ้ งั คบั ” มาตรา ๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๒๔ ตรี แห่งพระราชบญั ญตั ิการ ธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซ่ึงแกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชกาหนดแกไ้ ขเพมิ่ เติม พระราชบญั ญตั ิการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘ และให้ใชค้ วาม ตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๒๔ ตรี เม่ือปรากฎหลกั ฐานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยวา่ ธนาคารพาณิชยใ์ ดมีฐานะหรือการดาเนินการอยใู่ นลกั ษณะอนั อาจเป็นเหตุให้เกิด ความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน หรือกรรมการหรือบุคคลซ่ึงรับผดิ ชอบใน การดาเนินงานของธนาคารพาณิชยใ์ ดไม่ปฏิบตั ิตามคาสงั่ ของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามมาตรา ๒๔ ทวิ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอานาจสัง่ ใหธ้ นาคารพาณิชยน์ ้นั ถอดถอนกรรมการหรือบคุ คลซ่ึงรับผิดชอบในการดาเนินงานของธนาคารพาณิชยผ์ ู้ เป็นตน้ เหตุดงั กล่าวออกจากตาแหน่งได้ ในกรณีท่ีธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งถอดถอนบคุ คลตามวรรคหน่ึง ให้ ธนาคารพาณิชยน์ ้นั แต่งต้งั บคุ คลอื่นโดยความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย เขา้ ดารงตาแหน่งดงั กล่าวแทนภายในเวลาสามสิบวนั นบั แต่วนั ถอดถอน
ในกรณีท่ีธนาคารพาณิชยใ์ ดไมถ่ อดถอนบคุ คลตามวรรคหน่ึง หรือถอด ถอนแลว้ ไม่แตง่ ต้งั บุคคลอ่ืนเขา้ ดารงตาแหน่งแทนตามวรรคสอง ธนาคารแห่งประเทศ ไทยดว้ ยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอานาจสง่ั ถอดถอนบุคคลดงั กล่าวหรือแตง่ ต้งั บุคคลใดบคุ คลหน่ึงหรือหลายคนไปดารงตาแหน่งแทน ในกรณีท่ีมีความจาเป็นรีบด่วนท่ีจะตอ้ งแกไ้ ขฐานะหรือการดาเนินการ ของธนาคารพาณิชยใ์ ดซ่ึงหากปล่อยเน่ินชา้ อาจเกิดความเสียหายแก่ประโยชนข์ อง ประชาชน ธนาคารแห่งประเทศไทยดว้ ยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอานาจสง่ั ถอด ถอนกรรมการหรือบคุ คลซ่ึงรับผดิ ชอบในการดาเนินงานของธนาคารพาณิชยน์ ้นั และ แตง่ ต้งั บคุ คลใดบุคคลหน่ึงหรือหลายคนไปดารงตาแหน่งแทนไดท้ นั ทีตามท่ี เห็นสมควร ใหผ้ ซู้ ่ึงธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งต้งั ตามวรรคสามหรือวรรคส่ีอยใู่ น ตาแหน่งเป็นเวลาไม่เกินสามปี และมิให้นาความในมาตรา ๑๒ จตั วา (๘) มาใชบ้ งั คบั และใหบ้ คุ คลดงั กล่าวไดร้ ับคา่ ตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกาหนด โดยให้จา่ ยจาก ทรัพยส์ ินของธนาคารพาณิชยน์ ้นั และในระหวา่ งเวลาท่ีบคุ คลดงั กล่าวดารงตาแหน่ง อยู่ ผถู้ ือหุน้ ของธนาคารพาณิชยจ์ ะมีมติเพิกถอนหรือเปล่ียนแปลงคาสงั่ ของธนาคาร แห่งประเทศไทยไม่ได้ บคุ คลซ่ึงถูกถอดถอนตามคาสงั่ ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะเขา้ ไป เกี่ยวขอ้ งหรือดาเนินการใด ๆ ในธนาคารพาณิชยน์ ้นั ไม่ไดไ้ มว่ ่าโดยทางตรงและ ทางออ้ ม และตอ้ งอานวยความสะดวกและใหข้ อ้ เทจ็ จริงแก่บุคคลท่ีดารงตาแหน่งแทน หรือตามท่ีผตู้ รวจการธนาคารพาณิชยก์ าหนด ให้ถือวา่ คาสง่ั ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ใหถ้ อดถอนหรือแต่งต้งั ตามมาตราน้ีเป็นมติของที่ประชุมผถู้ ือหุน้ ”
ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ชวลิต ยงใจยทุ ธ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชกาหนดฉบบั น้ี คือ เน่ืองจากการแกไ้ ข ปัญหาของธนาคารพาณิชยท์ ี่ประสบปัญหาดา้ นฐานะ หรือการดาเนินการอนั อาจเป็น เหตใุ ห้เกิดความเสียหายแก่ประโยชนข์ องประชาชนตามบทบญั ญตั ิของกฎหมาย ปัจจุบนั ไม่อาจดาเนินการให้ทนั ตอ่ ความเร่งด่วนของสถานการณ์ได้ ซ่ึงความล่าชา้ ของ การดาเนินการจะส่งผลกระทบอยา่ งกวา้ งขวางแก่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม สมควรให้อานาจธนาคารแห่งประเทศไทยเขา้ แกไ้ ขปัญหาของธนาคารพาณิชยท์ ่ี ประสบภาวะวกิ ฤตไดร้ วดเร็วยิ่งข้ึน และโดยท่ีเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจาเป็นรีบด่วน อนั มิอาจจะหลีกเล่ียงไดใ้ นอนั ท่ีจะรักษาความมน่ั คงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึง จาเป็นตอ้ งตราพระราชกาหนดน้ี [๑] รก.๒๕๔๐/๖๐ก/๒๖/๒๔ ตุลาคม ๒๕๔๐
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: