คำนปร�ำาขชอญง์เกแษผต่นรดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหน็ สมควรใหก้ ารยกยอ่ งและเชดิ ชเู กยี รติ แกผ่ ทู้ รงภมู ปิ ญั ญาดา้ นการเกษตรในสาขาตา่ ง ๆ ซง่ึ เปน็ ผทู้ ม่ี คี ณุ ความดี มคี วามรู้ ความสามารถและประสบการณ์ สมควรเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จึงก�ำหนดให้มีการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลให้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จ�ำนวน 4 สาขา ประกอบด้วย ปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการ ต่อภาคการเกษตรไทย ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปราชญ์เกษตรดีเด่น และปราชญ์เกษตรผู้น�ำชมุ ชนและเครือข่าย เพอื่ ใหไ้ ด้รบั สวัสดกิ ารและสนับสนุน ให้มีการถา่ ยทอดความรู้ ประสบการณ์และความสามารถสสู่ ังคม ในปี พ.ศ. 2560 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ท�ำการสรรหา และแต่งต้ังบุคคลให้เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินใน 4 สาขา ประกอบด้วย นายรณวรทิ ธ์ิ ปรยิ ฉตั รตระกลู เปน็ ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดนิ สาขาปราชญเ์ กษตร ผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย นายยวง เขียวนิล เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง นายจ�ำนงค์ บุญเลิศ เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น และ นายอทุ ยั บญุ ดำ� เปน็ ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดนิ สาขาปราชญเ์ กษตรผนู้ ำ� ชมุ ชน และเครือขา่ ย และปราชญ์เกษตรของแผ่นดนิ ท้งั 4 ท่าน ได้เขา้ รบั พระราชทาน โลร่ างวลั ในงานพระราชพธิ พี ชื มงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั ประจำ� ปี 2560 กองนโยบายเทคโนโลยเี พอ่ื การเกษตรและเกษตรกรรมยงั่ ยนื สำ� นกั งาน ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จงึ ไดจ้ ดั ทำ� หนงั สอื “ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดนิ พ.ศ. 2560” โดยได้รวบรวมขอ้ มลู ประสบการณใ์ นการด�ำเนนิ ชวี ิต การประกอบ อาชีพ ผลงานที่สร้างคุณประโยชน์และการขยายผลงานของปราชญ์เกษตร ของแผน่ ดินแต่ละทา่ น เพ่ือเผยแพรข่ อ้ มลู ความรทู้ ี่เปน็ ประโยชนใ์ นการด�ำรงตน และการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แก่ผู้ที่สนใจ โดยทั่วไป และขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องในการสนับสนุนข้อมูลและอ�ำนวยความ สะดวกในการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดินในปี พ.ศ. 2560 ให้บรรลุตาม วตั ถปุ ระสงคท์ กี่ ำ� หนดไวด้ ว้ ยดี กองนโยบายเทคโนโลยีเพ่ือการเกษตรและเกษตรกรรมยง่ั ยืน มถิ ุนายน 2560
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดิน นายรณวรทิ ธิ์ ปรยิ ฉัตรตระกูล ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการ ตอ่ ภาคการเกษตรไทย 2
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดิน ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดนิ สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อ ภาคการเกษตรไทย นายรณวรทิ ธ์ิ ปริยฉัตรตระกลู อายุ 52 ปี การศึกษา ปริญญาเอก จาก Magadh University, India ปร.ด. สาขาสังคมศาสตร์ (เอเชยี ศกึ ษา) สถานภาพ สมรส มบี ุตร 2 คน ท่อี ยู่ บา้ นเลขที่ 94 บ้านชาด หมูท่ ่ี 4 ตำ� บลหนองพอก อ�ำเภอธวัชบรุ ี จงั หวดั ร้อยเอด็ 45170 โทรศัพท์ 086 226 3701 อาชีพ เกษตรกร รางวลั หรือประกาศเกียรติคุณที่ได้รบั รางวัลเพชรพาณิชย์ สาขาผู้ประกอบการธรุ กจิ การเกษตร กระทรวงพาณชิ ย์ ปี 2559 รางวลั นวัตกรรมการผลิตสินคา้ เกษตรยอดเยย่ี ม กรมสง่ เสรมิ การเกษตรร่วมกับมูลนธิ ิรว่ มด้วยชว่ ยกัน ส�ำนกึ รัก บ้านเกดิ และบริษทั โทเทิล่ แอ็คเซส็ คอมมูนเิ คชัน่ จ�ำกัด (ดีแทค) ปี 2559 ชีวติ ทีพ่ อเพยี ง นายรณวรทิ ธิ์ ผปู้ รบั เปลยี่ นอาชพี จากการรบั ราชการมาเปน็ ระยะเวลา 26 ปี มาท�ำการเกษตร โดยมีประสบการณ์การทำ� งานในภาคเกษตร 12 ปี 3
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดิน ด�ำเนนิ กจิ กรรมการเกษตรอนิ ทรยี ์บนพ้นื ที่ 38 ไร่ ประกอบด้วย การปลกู แปรรูป และจ�ำหน่ายผลติ ภัณฑ์ข้าวอินทรีย์มาตรฐานสากล ไดแ้ ก่ มาตรฐาน สหภาพยุโรป (EU) มาตรฐานสหรัฐอเมริกา (NOP:USDA Organic) มาตรฐานแคนาดา (COR) เปน็ บคุ คลทีส่ ามารถเป็นแบบอย่างทด่ี ีใหก้ บั ผู้อ่ืน ทงั้ ในดา้ นความขยนั หมน่ั เพยี ร ความใฝร่ ู้ ความเออ้ื เฟอ้ื และเสยี สละ เปน็ ผนู้ ำ� เกษตรกรที่ทำ� การปลกู ข้าวอนิ ทรีย์ ท่ีไดม้ าตรฐาน ความพอประมาณ ทำ� ในสงิ่ ทีท่ �ำไดแ้ ละในปริมาณทพี่ อดกี ับแรงงาน พนื้ ท่ี และศกั ยภาพ ของตนเอง เพ่อื ใหต้ นเอง ครอบครัว อยู่ได้อย่างมศี ักดิศ์ รแี ละมีกนิ มีใช้ เหมาะสมตามฐานะ ชว่ ยเหลอื จุนเจือสงั คมตามศักยภาพและกำ� ลงั ท่ีตนมี อย่างเตม็ ท่ี มคี วามเสยี สละไม่เอารดั เอาเปรียบผ้ใู ด ความมเี หตผุ ล ยดึ หลกั “เหตปุ จั จยั โย” ทกุ อยา่ งมเี หตผุ ลสอดคลอ้ งถกู ตอ้ งตรงกนั เสมอ อยากไดต้ ้องท�ำ อยากมตี อ้ งปฏบิ ัติ มองทกุ คน ทกุ อย่าง ด้วยเหตุผล มองหา ขอ้ ดีมากกว่าขอ้ เสีย และให้อภยั โตแ้ ยง้ ดว้ ยเหตุผลและข้อเทจ็ จรงิ ยอมรบั และเคารพในเหตผุ ลของผู้อน่ื เปน็ ประชาธปิ ไตย มภี มู คิ มุ้ กนั ทีด่ ี พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี ดใี จในสงิ่ ทตี่ นทำ� ได้ ไมโ่ ลภ ไมย่ อื้ แยง่ เปน็ แบบอยา่ ง ความพอเพยี งของครอบครัวและชุมชน ยดึ หลกั ในการครองตน ครองคน ครองงาน ใชภ้ ูมธิ รรมในการด�ำรงชวี ติ และอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ น่ื ช่ืนชมยินดกี ับ ความส�ำเร็จของผูอ้ นื่ เสมอ ความรอบรู้ มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ความสามารถในการผลติ การแปรรปู การตลาด ข้าวอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง มีหลักในการรวมกลุ่มจัดต้ังกลุ่ม 4
ปราขชอญงเ์ กแษผต่นรดิน และบรหิ ารจดั การกลมุ่ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล ไดร้ บั การยอมรบั และเป็นแบบอย่างที่ดีของสมาชิกในกลุ่มมาโดยตลอด ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภาคและระดบั ประเทศ ความมีคณุ ธรรมตามหลักศาสนา ใช้ภูมิธรรมในการด�ำเนินชีวิตของตนเองและบริหารจัดการกลุ่ม เกษตรกร ยึดม่นั การครองตน ตามหลักอิทธบิ าท 4 ใช้หลกั พรหมวหิ าร 4 ในการครองคนและครองงาน ฟังธรรม – ถือศีลตามกาล เป็นแบบอย่างทดี่ ี แกค่ รอบครวั ชุมชน สังคม และทอ้ งถิน่ ผลงานสร้างคณุ ประโยชน์ นายรณวรทิ ธ์ิ เปน็ ผสู้ รา้ งสรรคอ์ งคค์ วามรแู้ ละผลงานภาคการเกษตร ที่สร้างคุณประโยชน์โดยเป็นผู้น�ำเกษตรกรในการปรับเปล่ียนรูปแบบ การผลติ ขา้ วจากเกษตรทใี่ ชส้ ารเคมมี าเปน็ เกษตรอนิ ทรยี ต์ ามมาตรฐานสากล เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหแ้ กข่ า้ วและผลติ ภณั ฑ์ ทำ� ใหเ้ กษตรกรสามารถขายขา้ ว ได้สูงกว่าราคาตลาด ก่อให้เกิดการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นศูนย์กลางการรวบรวมผลผลิตและจ�ำหน่ายข้าวอินทรีย์ โดยผลผลิตที่ รวบรวมไดส้ ง่ ออกไปจำ� หนา่ ยยงั ประเทศกลมุ่ สหภาพยโุ รปรอ้ ยละ 90 และขายใน ประเทศร้อยละ 10 อกี ทั้งยงั สนับสนนุ ให้เกดิ กลมุ่ ผลิตสนิ คา้ เกษตรอินทรีย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือโดยกลุ่มมีเงินออมเพ่ือเป็นทุน ในการบริหารจัดการและจัดหาปัจจัยการผลิตโดยไม่ต้องพ่ึงพาภาครัฐ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรร่วมกับส่วนราชการ ในระดับจังหวัดและระดบั ประเทศ การขยายผลงาน นายรณวรทิ ธ์ิ ไดถ้ า่ ยทอดผลงานประสบการณด์ า้ นการผลติ สนิ คา้ อนิ ทรยี ์ ผ่านการเป็นวิทยากรบรรยาย วิทยากรกระบวนการ และเป็นต้นแบบ 5
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดิน การด�ำเนินธุรกิจการเกษตรในด้านการผลิต การแปรรูป การตลาดให้กับ ชมุ ชน เครอื ขา่ ย มกี ารประชมุ แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารทำ� งานในกลมุ่ เกษตรกร ทีท่ ำ� การผลิตขา้ วอินทรีย์ ใช้พนื้ ท่เี กษตรกรรมของตนเปน็ แหล่งเรียนรู้ดงู าน โดยท�ำการถ่ายทอดผลงานให้กับผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ในพน้ื ทอ่ี ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง สรา้ งและขยายผลงานดว้ ยการใหค้ วามรดู้ า้ นเกษตรอนิ ทรยี ์ ใหก้ บั สมาชกิ ในกลมุ่ และพฒั นาใหเ้ ปน็ ตน้ แบบแกก่ ลมุ่ อน่ื ๆ มกี ารรบั สมาชกิ เขา้ รว่ มกลมุ่ ตามเงอ่ื นไขและขอ้ บงั คบั ทก่ี ำ� หนดไว้ มกี ารขยายรปู แบบผลงาน ไปใชท้ เี่ มืองปากงึม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และยังมกี าร เผยแพร่ผลงานผา่ นสอื่ ตา่ ง ๆ อกี จำ� นวนมาก การสรา้ งกลุ่ม/เครือขา่ ย นายรณวรทิ ธ์ิ เปน็ ผกู้ อ่ ตง้ั เครอื ขา่ ยวสิ าหกจิ ชมุ ชนเกษตรอนิ ทรยี อ์ สี าน ปี 2554 มเี ครอื ขา่ ยกลุ่มวสิ าหกิจ 12 จงั หวัด สมาชกิ 2,400 คน พน้ื ทป่ี ลูก 40,000 ไร่ ประกอบดว้ ย จงั หวดั รอ้ ยเอด็ ศรสี ะเกษ มหาสารคาม อำ� นาจเจรญิ มกุ ดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ ยโสธร ชัยภูมิ อุบลราชธานี นครพนม และ ตาก แตล่ ะกลมุ่ มุ่งผลิตสินค้าอนิ ทรยี ์ เชน่ ข้าว ผกั ผลไม้ มีผลผลิตออกสู่ ตลาดตลอดท้งั ปี และจัดตงั้ สหกรณ์เกษตรอินทรีย์จ�ำกัด มกี ลุ่มวสิ าหกิจ ชมุ ชนทัง้ 12 จังหวัด เข้าร่วมโดยไม่มีการยบุ วิสาหกิจชมุ ชนลง อกี ทั้งเปน็ สถานทีศ่ ึกษาดงู านดา้ นขา้ วอินทรยี ์และการแปรรูปข้าว ผลงานที่สร้างคุณูปการ Zero Waste & เศรษฐกิจพอเพยี ง สงั คมไทยเปน็ สงั คมเกษตรกรรม “ข้าว” เปน็ ธญั พชื ทอ่ี ย่คู สู่ งั คมไทย มาช้านานจนเป็นวถิ ชี ีวิต “วถิ ขี า้ ว วิถีชุมชน” เป็นของคกู่ นั นอกจากเป็น ธญั ญาหารแลว้ ขา้ วยงั เปน็ ตวั ชว้ี ดั หลายอยา่ งในสงั คมไทย เชน่ “คณุ ภาพขา้ ว คุณภาพคน” เป็นตน้ ดงั นนั้ ถา้ จะให้ปลูกอย่างอืน่ แทนขา้ วจึงเป็นเรอ่ื งยาก พอ ๆ กันกบั การสอนปลาขน้ึ ต้นไม้ สอนลิงให้วา่ ยน้�ำ ปจั จบุ ันนเี้ รามีปญั หา 6
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดนิ เรอื่ งราคาขา้ ว จงึ เปน็ ความทา้ ทายทจี่ ะแกป้ ญั หาใหไ้ ด้ เราตอ้ งเสรมิ ครบี ใหป้ ลา ใหว้ า่ ยน�้ำไดเ้ ร็วข้ึน เสริมแขนเสริมขาใหล้ ิงให้ขึ้นต้นไมไ้ ด้เกง่ ข้นึ จงึ จะเปน็ ทางออกที่ถูกต้อง อีกหนึ่งกรณีที่เป็นกรณีศึกษา โดยเครือข่ายวิสาหกิจ ชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน ที่เป็นต้นแบบ หรือ Best Practice ได้ คือ การแปรรปู ขา้ วแบบ “กำ� จดั ของเสยี ใหเ้ หลอื ศนู ย”์ คอื ใชท้ กุ สดั สว่ นของขา้ ว ใหส้ ามารถสรา้ งมลู คา่ ได้ ไมม่ สี ว่ นใดตอ้ งทงิ้ ไปโดยเปลา่ ประโยชน์ “Zero Waste” นน่ั เอง มแี นวปฏบิ ตั งิ า่ ย ๆ เมอ่ื สมาชกิ นำ� ขา้ วเปลอื กอนิ ทรยี ม์ าสง่ ทเี่ ครอื ขา่ ยฯ หลงั จากตรวจสอบคณุ ภาพตามกระบวนการ กม็ กี ารจดั เกบ็ เพอื่ รอการสแี ปรรปู เมือ่ มีการสแี ปรรปู จะไดข้ ้าวสารและผลพลอยได้อน่ื ๆ เครอื ข่ายฯ มีวธิ ีการ จัดการดังนี้ 1. ขา้ วสารทเี่ ปน็ “ตน้ ขา้ ว” หรอื “Whole Grain” คา่ เฉลยี่ 45-50 % ด�ำเนนิ การบรรจแุ ละสง่ ขาย 2. ขา้ วหกั – ปลายขา้ ว หรอื Broken Rice – Milled Rice คา่ เฉลย่ี 20-25% ส่วนหนึ่งส่งขายตามค�ำสั่งซื้อ ที่เหลือให้แปรรูปต่อ เป็นแป้งข้าวอินทรีย์ เพื่อขายเป็นแป้ง หรือท�ำขนมขาย สร้างมลู ค่าเพมิ่ ได้ 3. ร�ำขา้ ว หรอื Rice Bran คา่ เฉลี่ย 8-10% ปกติจะขายและมรี าคา ถกู มาก ไดน้ ำ� มาสกดั นำ้� มนั รำ� ขา้ วบรสิ ทุ ธ์ิ (Virgin Rice Bran Oil) บรรจแุ คปซลู และบรรจขุ วด ขายสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ไดอ้ ยา่ งมหาศาล ข้าวเปลือกหนึ่งตันจะได้ร�ำข้าวน้�ำมันประมาณ 80 กิโลกรัม สกดั นำ้� มนั ได้ 4.5 ลิตร ขายลติ รละ 800 บาท สรา้ งมลู ค่าได้ 3,600 บาท และเมอ่ื บรรจแุ คปซลู แลว้ จะได้ ลติ รละ 1,800 บาท แคปซูล ขาย 60 แคปซลู ๆ ละ 3 บาท ขายได้ 24,300 บาท ครีมร�ำข้าวท่ีเกิดจากการกรองน�้ำมันร�ำข้าว น�ำมาท�ำสบู่ครีม รำ� ขา้ วอนิ ทรยี ไ์ ดอ้ ีกประมาณ 100 กอ้ น ขายก้อนละ 50 บาท เป็นเงนิ 5,000 บาท สร้างงาน สรา้ งรายได้ ให้กบั เครอื ข่ายฯ อยา่ งเปน็ รูปธรรม 7
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน 4. แกลบ หรอื Husk เป็นของเสียที่ท้งิ ไปเปน็ จำ� นวนมาก ค่าเฉลีย่ 15-20% กข็ ายไดร้ าคาเพียง กโิ ลกรัมละ 0.50 บาท ปจั จบุ นั เม่อื เครอื ขา่ ยดำ� เนนิ การเรอื่ ง Zero Waste นำ� แกลบ+เศษขา้ วตกคา้ ง (ค่าเฉลีย่ ประมาณ 5%) และกากร�ำทีส่ กัดน้�ำมนั ร�ำขา้ วออกแลว้ มารวมกนั แลว้ บดเปน็ รำ� ละเอยี ด สง่ ขายเปน็ รำ� บดสดกโิ ลกรมั ละ 10 บาท สว่ นหนง่ึ นำ� มาแปรรปู ตอ่ เปน็ อาหารสตั วต์ า่ ง ๆ แบบอดั เมด็ เพ่อื ความสะดวกในการนำ� ไปใช้เลีย้ งสตั ว์ เชน่ อาหารไก่ เป็ด หมู ววั ปลา เปน็ ตน้ ขายกโิ ลกรมั ละ 15 บาท สรา้ งงานสรา้ งรายได้ ใกลเ้ คยี งกบั รำ� ขา้ ว ทง้ั น้ี ลกู คา้ ขอ้ 3 และ ขอ้ 4 เปน็ Zero Waste ทช่ี ดั เจน โดยมสี มาชกิ ของเครอื ข่ายเองที่เป็นลกู ค้าหลัก ใชบ้ ริการของเครอื ขา่ ยฯ ที่มีคณุ ภาพสงู ราคาต�่ำแทน เงินกเ็ หลอื คณุ ภาพชวี ติ ดขี ้ึน สังคมน่าอยู่ อยา่ งนจ้ี ึงสอดคล้อง ตามแนวทางของหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” 8
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน 9
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ 10
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดิน แผนทศ่ี ูนยเ์ รียนรปู้ ราชญ์เกษตร ไปรอ้ ยเอ็ด สนามบนิ ร้อยเอด็ ไปทา่ อากาศยานรอ้ ยเอ็ด วดั บ้านมะเหล่อื ม อบอจร.กก์ ฤาษนณคิ ฟการรณ์ม์ ป้ายศูนย์ ศพก. ไปโพนทอง ศาลพระพรหม สถานทีต่ ิดต่อ ที่อยู ่ 94 บา้ นชาด หมูท่ ่ี 4 ตำ� บลหนองพอก อำ� เภอธวชั บุรี จังหวัดร้อยเอ็ด 45170 โทรศัพท ์ 086 226 3701 11
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ นายยวง เขียวนิล ปราชญ์เกษตรของแผน่ ดนิ สาขาปราชญเ์ กษตรเศรษฐกิจพอเพยี ง 12
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดนิ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพยี ง นายยวง เขียวนลิ อายุ 64 ปี การศกึ ษา ปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพฒั นาชมุ ชน มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพระนคร สถานภาพ สมรส ไมม่ ีบุตร-ธดิ า ที่อยู่ บ้านเลขที่ 91/1 หมูท่ ี่ 7 ตำ� บลราษฎร์นยิ ม อ�ำเภอไทรน้อย จงั หวดั นนทบรุ ี 11150 โทรศพั ท์ 081 929 9159 อาชีพ เกษตรกร รางวลั หรอื ประกาศเกียรตคิ ณุ ท่ีได้รับ รางวัลรองชนะเลศิ การประกวดผลงานตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียง ครงั้ ท่ี 1 ปี 2550 รางวลั ผนู้ �ำอาชพี ก้าวหนา้ (รางวัลสิงหท์ อง) กระทรวงมหาดไทย ปี 2543 ปราชญเ์ กษตร 72 ปี มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2557 รางวัลคนดีแทนคณุ แผน่ ดนิ หนงั สือพิมพ์คมชัดลกึ ปี 2553 รางวลั เกษตรกรดเี ดน่ สาขาบัญชีฟาร์ม ระดบั เขต กรมตรวจบญั ชี สหกรณ์ ปี 2552 รางวัลเกษตรกรดเี ดน่ ภาคกลาง อาชพี ไรน่ าสวนผสม กรมสง่ เสริม การเกษตร ปี 2540 13
ปราขชอญงเ์ กแษผต่นรดนิ รางวัลงานพัฒนาชุมชนดีเด่น กรมพฒั นาชุมชน ปี 2541 โล่เกยี รติคุณครูบัญชีดเี ด่น สาขาบญั ชฟี าร์ม ระดับจังหวัด กรมตรวจบัญชสี หกรณ์ ปี 2551 รางวลั รองชนะเลิศศนู ยบ์ รกิ ารและถา่ ยทอดเทคโนโลยีการเกษตร ประจ�ำตำ� บลราษฎรน์ ิยม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2546 อาสาประมงดีเด่น ระดบั จังหวัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2558 ฯลฯ ชวี ิตที่พอเพียง นายยวง เขยี วนลิ เคยทำ� งานรบั ราชการและรับเหมาก่อสร้างแตไ่ ม่ ประสบความส�ำเร็จ จึงตัดสินใจใช้ชีวิตและลงมือท�ำการเกษตรตามแนว พระราชด�ำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการศึกษาค้นคว้าในเรื่องทฤษฎีใหม่และดูงานโครงการอันเน่ืองมาจาก พระราชด�ำริหลายแห่ง ใช้หลัก 3 ศาสตร์ มาประกอบการวางแผนและ ด�ำเนินกิจกรรมการเกษตรอย่างเป็นข้ันเป็นตอน ได้แก่ ศาสตร์พระราชา ศาสตร์ภูมิปัญญา และศาสตร์สากล ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการด�ำเนินชีวิต มากว่า 20 ปี โดยวางแผนท�ำการเกษตรบนท่ีดิน ของตนเอง ขยายพื้นทตี่ ามกำ� ลงั ความพรอ้ มจนดำ� เนนิ กิจกรรมเกษตรแบบ ผสมผสานเต็มพื้นท่ี 44 ไร่ สร้างภมู ิคมุ้ กนั โดยจัดแบง่ พืน้ ทท่ี �ำการเกษตร ตามหลกั การของเกษตรทฤษฎใี หมเ่ พอ่ื ทำ� นา ขดุ บอ่ กกั เกบ็ นำ�้ และเลยี้ งปลา หลายชนิด ท�ำสวนผสมผสาน ปลูกผลไม้และพืชผักสวนครัวหลากหลาย ท่ใี ห้ผลผลติ สลับกันตลอดทัง้ ปี และสรา้ งที่อยอู่ าศัยรวมถึงจุดเรียนรู้ มีการ จัดท�ำบญั ชีครัวเรือนเพ่อื ควบคมุ ค่าใชจ้ ่ายและตน้ ทนุ การผลติ จนสามารถ ปลดหนี้สินได้ มีเงินออมไวใ้ ชย้ ามฉกุ เฉนิ พึ่งพาตนเองได้ ครอบครวั อยูด่ ี มีสขุ ลดความเสี่ยงเรอื่ งผลผลิตทางการเกษตร 14
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดนิ ความพอประมาณ หลังจากทตี่ ัดสินใจประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างจริงจงั จงึ ได้ ศกึ ษาหาความรู้ ทง้ั ด้านทฤษฎแี ละการศึกษาดงู าน และน�ำมาถอดบทเรียน ตลอดจนลงมอื ปฏิบัติ เร่มิ ทำ� การเกษตรแบบผสมผสาน (เกษตรทฤษฎใี หม่) ตามกำ� ลัง ความสามารถและเงินทนุ ทต่ี นมี ไม่กอ่ หนสี้ นิ ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ ความ เดอื ดรอ้ นต่อตนเองและผอู้ ่นื รวมท้งั ใช้จา่ ยในการดำ� รงชวี ติ อยา่ งประหยดั และเหมาะสมกับฐานะของตนเอง ความมีเหตผุ ล เร่ิมท�ำการเกษตรตามผังแปลงที่ก�ำหนดไว้และค่อย ๆ ขยายพ้ืนที่ จนเตม็ พน้ื ทจี่ ำ� นวน 44 ไร่ ซง่ึ เปน็ การตดั สนิ ใจแบบคอ่ ยเปน็ คอ่ ยไปบนพน้ื ฐาน ความพร้อมของทรัพยากรที่มอี ยู่ คอื ทดี่ นิ เงินทนุ และความร้คู วามสามารถ ของตนเอง มภี มู ิคมุ้ กนั ทด่ี ี ดำ� เนินกิจกรรมทางการเกษตรโดยยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ในพื้นท่ี 44 ไร่ โดยแบง่ พนื้ ทอ่ี อกเป็น 4 ส่วน คือ ทำ� นา 15 ไร่ (ขุดบอ่ รอบ แปลงนาเพือ่ เลยี้ งปลา 1 แปลง) ทำ� สวนผสมผสานและทางเดนิ รอบสวน (ปลูกผลไม้ พชื ผักสวนครัว และสมุนไพร) 21 ไร่ บ่อนำ้� 4 ไร่ และบา้ นที่อยู่ อาศยั และทำ� กจิ กรรมตา่ ง ๆ 4 ไร่ ผลผลติ ทไ่ี ดร้ บั สามารถสรา้ งรายไดร้ ายวนั รายสปั ดาห์ รายไดต้ ามฤดกู าล รายไดจ้ ากการแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร ทำ� ให้มีรายไดต้ ลอดทง้ั ปี อย่ดู กี นิ ดี มคี วามสุข พ่ึงพาตนเองได้อย่างยงั่ ยืน มกี ารจดบญั ชคี รวั เรอื นเพอื่ ควบคมุ คา่ ใชจ่ า่ ยและตน้ ทนุ การผลติ ทำ� ใหท้ ราบ ผลกำ� ไรในแตล่ ะปี และสามารถเกบ็ ออมเงนิ ไวใ้ ช้จ่ายยามฉกุ เฉินได้ 15
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดนิ ความรอบรู้ ศกึ ษาหาความร้โู ดยใชห้ ลัก 3 ศาสตร์ ไดแ้ ก่ ศาสตรพ์ ระราชา คอื การทำ� เกษตรทฤษฎใี หม่ ศาสตรภ์ มู ปิ ญั ญา คอื ความรแู้ ละภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ / ชาวบ้าน ประสบการณ์จากการทดลองท�ำด้วยตนเอง และศาสตร์สากล คือ ศึกษาความรู้จากตำ� ราและแหลง่ ความรตู้ า่ ง ๆ อกี ทงั้ ยังหาค�ำตอบทาง วทิ ยาศาสตรม์ าสนบั สนนุ การทำ� การเกษตร โดยนำ� ทง้ั 3 ศาสตร์ ใชป้ ระกอบ การวางแผนท�ำการเกษตรอย่างมีขน้ั ตอน ความมคี ณุ ธรรมตามหลักศาสนา นายยวง เป็นเกษตรกรท่ีมีความตั้งใจ อดทน ขยันหมั่นเพียร ทำ� การเกษตรโดยใชแ้ รงงานในครวั เรอื นของตนเอง เปน็ ผทู้ นี่ บั ถอื ศาสนาพทุ ธ ประพฤตติ นดว้ ยการรักษาศลี 5 ด�ำเนินชีวติ ใช้ทานบารมี คือ วัตถุทาน (การใหส้ ่งิ ของ การแบ่งปันผลผลิต และการบริจาคเงนิ สนบั สนุนการศึกษา) วทิ ยาทาน (การใหค้ วามรแู้ กน่ กั เรยี น นกั ศกึ ษา บคุ ลากรของหนว่ ยงานภาครฐั และเอกชน เกษตรกร และประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ) และอภยั ทาน (การใหอ้ ภัย) ผลงานสรา้ งคุณประโยชน์ นายยวง ได้น้อมนำ� หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรบั ใช้ใน การด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันและการทำ� การเกษตรท�ำให้สามารถด�ำเนินชีวิตได้ อย่างมั่นคงและย่ังยืน และผ่านวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นท้ังเหตุอุทกภัยและ วกิ ฤตภัยแล้ง ฝนทิง้ ชว่ ง ลดผลกระทบจากความผนั ผวนทงั้ จากภัยธรรมชาติ และราคาพืชผล โดยคิดค้นกิจกรรมในการท�ำการเกษตรและประยุกต์ใช้ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งใหเ้ หน็ เปน็ รปู ธรรมอยา่ งหลากหลาย ได้แก่ การวางผังแปลงและท�ำการเกษตรแบบผสมผสาน การท�ำนาเปยี ก สลบั แหง้ การเล้ียงกบคอนโดโดยใช้ยางรถยนต์ การประดษิ ฐ์อุปกรณ์ดกั 16
ปราขชอญงเ์ กแษผต่นรดิน แมลงวนั ทองอย่างงา่ ย การประดษิ ฐอ์ ุปกรณห์ อ่ ผลไม้จากทอ่ PVC การใช้ ประโยชน์จากสมุนไพรในการท�ำการเกษตร จนสามารถเป็นแบบอย่างใน การปฏิบัติแก่ชุมชนและเกษตรกรโดยทั่วไป เน่ืองจากเห็นผลลัพธ์เป็นที่ ประจักษ์ว่าการด�ำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถ ไปปฏบิ ัตใิ ชไ้ ดจ้ ริง ท�ำให้เกษตรกรเกิดการยอมรบั และหันมาปฏบิ ัตติ าม การขยายผลงาน นายยวง ไดท้ ำ� การถา่ ยทอดประสบการณแ์ ละวธิ กี ารทำ� การเกษตร ตามแนวของการพงึ่ พาตนเองตามทไี่ ดท้ ำ� การศกึ ษาและคดิ คน้ โดยสรา้ งฐาน การเรียนรู้ในพ้ืนที่ของตนเองเพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้การท�ำการเกษตรตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นวิทยากรถา่ ยทอดความรู้ให้กับ เกษตรกร นกั เรยี น นกั ศึกษา บคุ คลท่ัวไป ทัง้ ชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นอาสาสมัครให้กบั สว่ นราชการต่าง ๆ ชว่ ยถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวังผล ตอบแทน มีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายเช่ือมโยงระหว่างชุมชนทั้งใน จงั หวดั และระหวา่ งจงั หวดั เพอื่ ชว่ ยเหลอื ในการดำ� เนนิ กจิ กรรมทางการเกษตร และยังมีการเผยแพร่ผลงานผา่ นสื่อตา่ ง ๆ อีกจ�ำนวนมาก การสร้างกลมุ่ /เครือข่าย จากความสำ� เรจ็ ในการท�ำการเกษตรแบบผสมผสาน นายยวง เป็นที่ รู้จักอย่างกว้างขวางท้ังในจังหวัดนนทบุรี ต่างจังหวัด และต่างประเทศ จึงได้รับการคัดเลือกเป็นศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน (ศูนย์ศรียวง) เพอ่ื เปน็ แบบอยา่ งในการดำ� เนนิ ชวี ติ ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี งและเผยแพร่ ความรู้ต่าง ๆ ใหก้ ับนักเรยี น นกั ศกึ ษา บคุ ลากรของหน่วยงานภาครฐั และ เอกชน เกษตรกร และประชาชนท่ัวไปน�ำไปปรับใช้ในการด�ำเนินชีวิต/ ประกอบอาชีพ มีการรวมกลุม่ ภายในชมุ ชนและเชอ่ื มโยงเครอื ข่ายระหวา่ ง ชุมชน ทั้งในจังหวัดนนทบุรีและต่างจังหวัด เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำ� ใหเ้ กษตรกรมคี วามมน่ั คงในการด�ำเนินชวี ติ และสามารถพง่ึ พาตนเองได้ 17
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ องคค์ วามรทู้ ี่โดดเด่น การท�ำปยุ๋ หมกั ชวี ภาพ โดยไดแ้ นวคดิ จากเดมิ เกษตรกรในพนื้ ทจ่ี งั หวดั นนทบรุ ที ำ� การเกษตร โดยใช้ปยุ๋ เคมี เป็นอันตรายต่อเกษตรกรเอง ผู้บรโิ ภค อกี ท้ังยงั มีราคาแพง นายยวง จงึ หาชอ่ งทางลดรายจา่ ย โดยทดลองทำ� ปยุ๋ หมกั จากเศษวสั ดตุ า่ ง ๆ เชน่ เศษพืชเหลือใชจ้ ากไรน่ าหลังการเกบ็ เก่ียว (แกลบ ข้เี ลอื่ ย ขยุ มะพร้าว กากชานออ้ ย ซงั ขา้ วโพด ฯลฯ ) และเศษขยะมูลฝอยจากครัวเรอื นหมกั กบั มูลสัตว์ และผสมเชื้อจุลินทรีย์ พด. 1 ปุ๋ยหมักท่ีได้มีคุณสมบัติในการ ปรับปรุงบ�ำรุงดิน เพ่ิมความพรุน ท�ำให้ดินสามารถระบายน้�ำและอากาศ ในดนิ ดขี น้ึ อกี ทง้ั ยงั ชว่ ยอมุ้ นำ�้ และดดู ซมึ ธาตอุ าหาร การทำ� ปยุ๋ หมกั ตอ้ งเลอื ก สถานท่ีกองปุ๋ยในที่น้�ำไม่ท่วมขัง และอยู่ในที่ร่ม มีหลังคาคลุม แต่ถ้าปุ๋ย มีปริมาณท่ีมากสามารถกองในท่ีโล่งแจ้งได้ ประโยชน์ของปุ๋ยหมัก จะช่วย เพิ่มอินทรยี วัตถแุ ละธาตุอาหาร ท�ำให้ดินมคี ุณสมบตั เิ หมาะสมต่อการเจรญิ เติบโตของพืช และจับตัวกันอย่างพอเหมาะต่อการกักเก็บและระบายน�้ำ อากาศถา่ ยเทไดด้ ี มคี วามรว่ นซยุ มอี นิ ทรยี สารและธาตอุ าหารตา่ ง ๆ ครบถว้ น อกี ทง้ั ไมเ่ ปน็ อนั ตรายสะสมในดนิ แมจ้ ะใชป้ รมิ าณมาก ตดิ ตอ่ กนั เปน็ เวลานาน การเล้ียงปลาดกุ ในบอ่ พลาสติก โดยมีข้นั ตอน ดังน้ี 1) การจัดเตรียมบ่อ ขุดบ่อขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 1 เมตร จดั ขอบบอ่ ใหม้ รี ะดับเดยี วกนั ปูผา้ พลาสติกสีด�ำเพ่อื กันนำ้� ซึม 2) การปรบั สภาพนำ้� ในบอ่ โดยการเปดิ น้ำ� ใสบ่ ่อจนเตม็ จากน้ันใส่ จุลินทรยี ์ EM จำ� นวน 1 ลิตร ผสมน้ำ� ตาล 1 กิโลกรัม และแร่แมกนเี ซียม จ�ำนวน 3 กิโลกรัม ท้ิงระยะเวลาไว้ 5-7 วัน เพ่ือปรับสภาพน้�ำและลด การเนา่ เสียของน�ำ้ จากนนั้ จึงปล่อยปลาลงเลีย้ งได้ 18
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดิน 3) การปล่อยปลาลงเล้ียง ใช้พันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุยขนาดยาว 5-7 เซนติเมตร จ�ำนวน 1,000 – 2,000 ตัว เป็นระยะเวลา 2-3 เดือน จงึ สามารถจบั บริโภคหรือขายได้ 4) อาหารปลา มวี ธิ ีท�ำอาหารปลาดกุ ดังน้ี นำ� รำ� ละเอยี ด 1 กระสอบปยุ๋ คลกุ กบั กากมะพรา้ ว 1 กระสอบปยุ๋ ปลาปน่ 6 กิโลกรัม และกากถั่วเหลอื ง 6 กิโลกรมั น�ำจุลนิ ทรีย์ EM 1 ลิตร ผสมนำ้� 20 ลติ ร แลว้ คลุกเคลา้ กับ สว่ นผสมดา้ นบน หมักทิ้งไว้ 12 ชัว่ โมง จากน้ันน�ำมาผสมกับร�ำละเอียดอีก 1 กระสอบปุ๋ย และ นำ�้ หมกั พชื 1-2 ลติ ร คลกุ เคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้ นำ� เขา้ เครอ่ื งอดั เมด็ ผงึ่ แดด 2 วนั จงึ สามารถน�ำไปใชไ้ ด้ โดยสามารถเก็บไว้ได้นาน 2 เดอื น ประโยชน์ของการเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก คือ ใช้พ้ืนท่ีน้อย เลีย้ งได้ทุกที่ กอ่ สร้างบอ่ เล้ยี งได้ง่าย ใช้ระยะเวลาส้นั และอดทนตอ่ สภาพ น้ำ� ได้ดี ทงั้ นกี้ ารเลอื กสถานทสี่ รา้ งบอ่ ควรอยใู่ นทร่ี ม่ มหี ลงั คา และมแี หลง่ นำ้� สำ� หรบั เปลี่ยนถ่ายนำ�้ สะดวก การเลย้ี งกบคอนโดและแบบแหง้ โดยมขี ั้นตอน ดังน้ี 1) การเตรยี มวสั ดุ-อปุ กรณ์ ประกอบดว้ ย ยางรถยนต์ (ขนาดยาง รถแทรกเตอรส์ ามารถเลย้ี งได้ 100 ตวั ขนาดรถสบิ ลอ้ สามารถเลย้ี งได้ 50 ตวั ขนาดรถ 6 ลอ้ สามารถเลย้ี งได้ 30 ตวั ขนาดรถ 4 ลอ้ สามารถเลย้ี งได้ 20 ตวั ) ทรายหยาบ ตะแกรง กบพนั ธุ์ ปนู ขาว อาหารปลาดุก และถาดวางอาหาร 2) การเตรียมพันธุ์กบ กบท่ีควรน�ำมาเล้ียงแบบคอนโดควรเป็น กบพนั ธุ์หรือสามารถหาไดใ้ นฤดูฝน โดยระยะเวลาเล้ียงประมาณ 2 เดือน 3) การเลย้ี ง พน้ื ทเี่ ลยี้ งควรมแี สงแดดสอ่ งรำ� ไร เมอ่ื ไดพ้ น้ื ทท่ี เี่ หมาะสม จึงใช้ทรายหยาบถมหนาประมาณ 6 นิ้ว และใช้ตะแกรงหนาประมาณ 3 นิว้ วางยางรถยนต์ 3 เสน้ ซอ้ นทับกนั ปลอ่ ยกบลงคอนโด จากนั้นน�ำ 19
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดิน ตะแกรงปิดปากคอนโดด้านบนเพื่อป้องกันกบกระโดดออก เมื่อเลี้ยงได้ 20 วัน ควรจับกบทข่ี นาดเล็กและใหญแ่ ยกคอนโดกัน 4) การใหอ้ าหาร อาหารเลยี้ งกบสามารถใชอ้ าหารปลาดกุ เมด็ ใหญไ่ ด้ โดยให้กินทุกเช้าและเย็น วิธีการให้ คือ วางถาดอาหารไว้ในถาดด้านล่าง คอนโดและควรให้อาหารเสริม เช่น ผักบุ้งห่ันฝอย (กิน 2 วันต่อ 1 ครั้ง) ดา้ นการใหน้ �ำ้ ควรใส่นำ้� ท่ีคอนโดช้ัน 1 และ 2 ถ่ายน้ำ� ทุก 3 วัน นอกจากน้ี ควรติดไฟเพ่อื ลอ่ แมลงให้กบกินเปน็ อาหารเสรมิ ได้ ประโยชน์ของการเลี้ยงกบคอนโดและแบบแห้ง คือ การใช้อาหาร อย่างคุ้มค่า ไม่สูญเปล่าเพราะเศษอาหารท่ีเหลือจากการเล้ียงกบสามารถ น�ำไปเลี้ยงปลาดุกต่อได้ อีกทั้งยังสามารถประหยัดต้นทุนจากการสร้างบ่อ เล้ียงกบโดยน�ำวัสดุเหลือใชก้ ลบั มาใชป้ ระโยชน์อีกครงั้ หนึง่ และประหยัดน้ำ� ในการล้างท�ำความสะอาด ส่วนกบที่ได้จะมีน�้ำหนักดี โตเร็ว และมีอัตรา การรอดสูงกวา่ การเลยี้ งกบในบ่อ 20
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน 21
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ 22
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน แผนทศี่ ูนย์เรียนรู้ปราชญเ์ กษตร ศนู ย์ศรยี วง ถนนเ ีลยบคลองลาก ้คอน ค ล อ ง ล า ก ้ค อ น 2 กม. ไป จ. ุสพรรณ ุบ ีร ไป อ.บางเลน สแ่ี ยกนพวงศ์ ไป จ.ปทมุ ธานี ค ล อ ง ล า ก ้ค อ น ถนนต ่ิลง ัชน - สุพรรณบุ ีร สถานที่ติดตอ่ ท่ีอยู่ 91/1 หมูท่ ่ี 7 ตำ� บลราษฎร์นิยม อำ� เภอไทรน้อย จังหวัดนนทบรุ ี 11150 โทรศัพท ์ 081 929 9159 23
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดิน นายจำ� นงค์ บุญเลศิ ปราชญเ์ กษตรของแผ่นดนิ สาขาปราชญ์เกษตรดเี ด่น 24
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดนิ ปราชญ์เกษตรของแผน่ ดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเดน่ นายจำ� นงค์ บญุ เลศิ อายุ 72 ปี การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 4 สถานภาพ สมรส มีบุตร 1 คน ธิดา 1 คน ที่อยู่ บ้านเลขท่ี 732 บ้านปา่ กว๋าว หม่ทู ี่ 14 ต�ำบลเมืองพาน อำ� เภอพาน จงั หวัดเชยี งราย 57120 โทรศพั ท์ 081 881 8649 อาชีพ ทำ� ประมงน�้ำจดื รางวลั หรอื ประกาศเกยี รติคณุ ที่ได้รบั รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเล้ียงสัตว์ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปี 2538 รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั 2 เกษตรกรดเี ดน่ สาขาอาชพี เพาะเลยี้ ง สตั ว์น้�ำจืด กรมประมง ปี 2551 รางวลั เกษตรกรสำ� นกึ รกั บา้ นเกดิ มลู นธิ สิ ำ� นกึ รกั บา้ นเกดิ ปี 2551 รางวลั เกษตรกรดเี ดน่ สาขาอาชพี เลยี้ งสตั ว์ ระดบั เขต กรมปศสุ ตั ว์ ปี 2538 รางวัลรองชนะเลศิ อันดับ 1 การประกวดพอ่ แม่ปลานลิ พันธุด์ ี กรมประมง ปี 2550 รางวัลชนะเลิศผู้นำ� อาชพี กา้ วหน้า ระดบั จังหวัด กระทรวงมหาดไทย ปี 2539 25
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดนิ รางวลั ชนะเลศิ ผนู้ �ำอาชีพกา้ วหนา้ ระดับจงั หวดั กระทรวงมหาดไทย ปี 2538 รางวลั ปราชญ์ปลานลิ ระดับจังหวัด กรมประมง ปี 2554 รางวลั คนดศี รเี ชยี งราย ด้านภมู ิปัญญาท้องถิ่น สาขาเกษตรกรรม และการทำ� มาหากิน จงั หวดั เชยี งราย ปี 2555 ชีวิตทีพ่ อเพยี ง นายจ�ำนงค์ บญุ เลิศ เกษตรกรผ้ปู รบั เปล่ียนการประกอบอาชีพจาก การเลยี้ งหมูมาเพาะเลย้ี งปลา เนอ่ื งจากเหน็ ว่าการเล้ียงหมมู ตี น้ ทุนสงู และ สง่ กลน่ิ ทำ� ใหเ้ กดิ มลภาวะจงึ หนั มาทำ� การเพาะพนั ธป์ุ ลานลิ และเลยี้ งปลานลิ เปน็ อาชพี หลกั โดยเขา้ รบั การฝกึ อบรมจากสว่ นราชการและสถาบนั การศกึ ษา แลว้ นำ� ความรมู้ าปฏบิ ตั ใิ ชเ้ วลาในการศกึ ษา คน้ ควา้ สงั เกตและคดิ คน้ เทคนคิ ในการเพาะพนั ธป์ุ ลานลิ ทด่ี มี คี ณุ ภาพจนเกดิ ความเชยี่ วชาญ ขยายการดำ� เนนิ กจิ กรรมการเพาะเลย้ี งปลานลิ และกจิ กรรมอน่ื ๆ ในพน้ื ท่ี 70 ไร่ ใชแ้ รงงานจาก ชาวบ้านในพื้นท่ี สามารถเพาะพนั ธลุ์ ูกปลานลิ ไดป้ ีละประมาณ 36 ล้านตวั สง่ ขายทง้ั ในและตา่ งประเทศไดเ้ ฉลยี่ เดอื นละ 3 ลา้ นตวั ผลติ ปลานลิ ตวั ใหญ่ จำ� หนา่ ยไดม้ ากถงึ ปลี ะ 50 ตนั และดำ� เนนิ กจิ กรรมทางการเกษตรอน่ื ๆ เพอื่ การบริโภคสำ� หรบั ครอบครวั ตนเองและลูกจา้ งในไรน่ า เชน่ ทำ� นา ปลกู พชื ผกั ตา่ ง ๆ ทำ� สวนปา่ เพาะเลยี้ งปลาหมอไทย ปลาไหล ปลาคารฟ์ กงุ้ กา้ มกราม กงุ้ กา้ มแดง กบ ตะพาบนำ�้ เปน็ ตน้ และยงั ยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ในการด�ำรงชีวิต โดยมีความพอประมาณในการด�ำเนินกิจการตามความ สามารถของตนเอง ไม่มากหรือน้อยเกนิ ไป มีเหตุผลในการด�ำเนินกิจกรรม ของตนเอง โดยการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันแบบเรียบง่าย ไม่ถือตัวว่าเป็น นายจ้าง มภี มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ี โดยนอกจากการดำ� เนินการทำ� ฟารม์ ปลานิลแลว้ ยงั มกี ารปลกู ขา้ วไวส้ �ำหรบั บรโิ ภค เพ่ือเปน็ ภูมคิ ุ้มกนั ทางอาหารของตนเอง ครอบครวั และลกู จา้ งในฟารม์ ดว้ ย มคี วามรอบรใู้ นการประกอบอาชพี ของตน 26
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ เป็นอย่างดี ด�ำเนนิ กจิ กรรมอยา่ งรอบคอบ มคี วามระมัดระวัง ในการด�ำเนนิ ชีวิตตลอดเวลา และมีคุณธรรมตามหลักศาสนาไม่ถือตนเองเป็นนายจ้าง ให้ความสนิทสนมกับลูกจ้างเสมือนญาติ เป็นท่ีช่ืนชอบของบุคคลรอบข้าง ยึดถือและปฏบิ ตั ติ ามหลักคุณธรรมทางศาสนา ผลงานสร้างคุณประโยชน์ นายจ�ำนงค์ คิดค้นและสร้างสรรค์ผลงานรวมถึงการประยุกต์ใช้ ภมู ปิ ญั ญาควบคกู่ บั การสงั เกตเพอ่ื หาวธิ กี ารเพาะพนั ธป์ุ ลานลิ ใหไ้ ดล้ กู ปลานลิ ทีด่ มี ีคณุ ภาพ สามารถลดตน้ ทุนการผลิต นำ� ทรพั ยากรมาใช้ประโยชน์อยา่ ง คมุ้ คา่ ควบคไู่ ปกบั การอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม อาทิ การสรา้ งเครอ่ื งปรบั อณุ หภมู ิ ในฤดูหนาวให้มีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตและการเพาะพันธุ์ปลา การสร้างสถานการณ์ฝนตกเลียนแบบธรรมชาติเพ่ือหลอกปลานิลให้วางไข่ ตลอดปี สรา้ งโถฟกั ไขป่ ลาโดยใชแ้ รงดันนำ้� ใหเ้ กิดการหมุนเวยี นของไขป่ ลา และแยกลูกปลาที่ฟักแล้ว ลดการสูญเสียจากการเติบโตตามธรรมชาติ การจัดการระบบน�้ำด้วยวัสดุจากธรรมชาติ การผลิตอาหารเสริมโดยใช้ พืชสมุนไพรและคิดค้นสูตรอาหารปลานิลเพ่ือเพ่ิมปริมาณของไข่ปลานิล ชว่ ยตา้ นทานโรคและลดกลน่ิ โคลนในตวั ปลา ประยกุ ตใ์ ชอ้ ปุ กรณค์ ดั ลกู ปลานลิ จากภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ น ผลงานทส่ี รา้ งสรรคแ์ ละคดิ คน้ ทำ� ใหส้ ามารถทำ� การผลติ ลูกปลานิลทแี่ ข็งแรงมคี ุณภาพ เพิ่มปริมาณการเพาะเลี้ยงปลานลิ และยังมี การรวมกล่มุ ดำ� เนนิ กจิ กรรมเพอ่ื ถา่ ยทอดความรู้ ขยายพืน้ ที่การเพาะเลี้ยง ปลานิล ช่วยแก้ไขปัญหาด้านราคาและปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร ผเู้ พาะเลยี้ งปลานลิ รวมทง้ั ยงั ทำ� การมอบพนั ธป์ุ ลานลิ และทนุ อาหารกลางวนั ให้กบั โรงเรยี นตา่ ง ๆ การขยายผลงาน นายจำ� นงค์ ทำ� การถา่ ยทอดผลงานทค่ี ดิ คน้ สรา้ งสรรคใ์ หก้ บั เกษตรกร นกั เรียน นกั ศึกษา โดยใช้พนื้ ทด่ี �ำเนินกิจกรรมเป็นแหลง่ เรยี นรู้ ศึกษาดงู าน 27
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน และยังมีการฝึกงานให้กับนักศึกษาของสถาบันการศึกษา ท�ำการส่งเสริม การเพาะเลี้ยงปลานิลแก่คนในชุมชน โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มต่าง ๆ เพอ่ื ชว่ ยแกไ้ ขปญั หาในการเพาะเลย้ี งปลาและสตั วน์ ำ้� อน่ื ๆ ยกระดบั มาตรฐาน การเพาะเล้ียงปลานิลให้กับเกษตรกร และยังมีการเผยแพร่ผลงานผ่านส่ือ และสง่ิ ตพี ิมพ์จ�ำนวนมากอีกดว้ ย การสร้างกลมุ่ /เครือข่าย นายจ�ำนงค์ เป็นผู้ริเร่ิมจัดต้ังชมรมปลาทอง ชมรมผู้เลี้ยงปลานิล ในอำ� เภอพาน ซง่ึ เปน็ แหลง่ ผลติ ปลานลิ ทใ่ี หญท่ สี่ ดุ ในจงั หวดั ขยายการดำ� เนนิ กจิ กรรมในรปู แบบสหกรณ์ 2 แหง่ วสิ าหกจิ ชมุ ชน 7 แหง่ และกลมุ่ เกษตรกร ผู้เล้ียงปลานิลอีก 8 กลุ่ม ส่งผลให้เกิดการขยายพ้ืนท่ีการเล้ียงปลานิล สามารถเพม่ิ ปรมิ าณและเพมิ่ มลู คา่ ใหก้ บั ผลผลติ รวมถงึ แกไ้ ขปญั หาราคาปลา ในตลาดและเข้าร่วมโครงการของภาครัฐในการลดราคาลูกพันธุ์ปลานิล ในช่วงท่ีเกษตรกรประสบปัญหา และระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบ แปลงใหญ่ (แปลงใหญป่ ลานลิ ) รวมถงึ การมอบพนั ธป์ุ ลานลิ ใหก้ บั โรงเรยี นตา่ ง ๆ เพื่อให้โรงเรียนน�ำไปเลี้ยงไว้ส�ำหรับเป็นอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน อยา่ งตอ่ เน่ือง การสรา้ งสรรค์องคค์ วามรู้ทโี่ ดดเด่น การเพาะพันธ์ปุ ลานลิ โดยมขี ัน้ ตอน ดงั น้ี 1) การจดั การแหลง่ น�ำ้ น้�ำท่ีใช้ในฟาร์มจะใช้น�้ำบาดาลท้ังหมด โดยการสูบน�้ำบาดาลมาพัก ในบอ่ ดนิ ประมาณ 1 สปั ดาห์ แลว้ คอ่ ยดงึ ขน้ึ แทง็ กน์ ำ้� กอ่ นใชใ้ นฟารม์ สาเหตุ ทใ่ี ชน้ ำ้� บาดาลเพราะสามารถปอ้ งกนั และควบคมุ การแพรก่ ระจายของเชอ้ื โรค และสารเคมีต่าง ๆ ที่ปะปนมากบั น้ำ� ได้ 28
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดิน 2) การจดั การพอ่ พนั ธุแ์ ม่พนั ธ์ุ สายพันธ์ทุ ี่ใช้คือ จิตรดา 3 ซ่งึ ไดน้ ำ� พนั ธม์ุ าจากศนู ย์วจิ ัยและทดสอบ พันธุ์สัตว์น้�ำปทุมธานีและมานิตฟาร์ม น�ำปลานิลท้ังสองแหล่ง แหล่งละ 8 ครอบครัว มาผสมพนั ธตุ์ ามหลักพนั ธศุ าสตร์ ในอตั ราตัวผู้ 9 ตัว ตอ่ ตวั เมยี 1 ตัว นำ� มาเลย้ี งในกระชงั ขนาด 1 ตารางเมตร ลกึ 0.9 เมตร ในบ่อดนิ ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เชา้ และเยน็ ในอตั รา 1% ซึ่งเป็นอาหารปลาดกุ กลาง โปรตนี 30% ในอาหารผสมนำ้� หมกั มะขามปอ้ มและนำ้� มะขามเปยี กใหท้ กุ วนั เมอ่ื ไดล้ กู รนุ่ ท่ี 1 คดั ลกู ปลาทโ่ี ตเรว็ ทสี่ ดุ เปน็ พอ่ -แม่ จำ� นวน 50% ของแตล่ ะ ครอบครวั แลว้ นำ� มาผสมพนั ธใ์ุ นอตั รา 9 : 1 กบั ครอบครวั อน่ื จะไดล้ กู รนุ่ ท่ี 2 คัดตัวที่โตเร็ว 50% น�ำไปผสมพันธุ์ในอัตรา 9 : 1 กับครอบครัวอื่น ได้ลูก รนุ่ ที่ 3 ซ่ึงรนุ่ นี้จะใชเ้ ป็นพอ่ พันธุ์แม่พันธ์เุ พื่อผลติ ลกู ปลารุ่นที่ 4 จ�ำหน่าย การเลือกใชพ้ ่อพนั ธ์แุ มพ่ นั ธุ์ น�ำลูกพันธุ์ที่ได้จากการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยฯ มาเล้ียงประมาณ 5-6 เดือน แล้วคัดเลือกตัวท่ีโตเร็วท่ีสุดของแต่ละครอบครัวมาใช้เป็น พอ่ พันธุแ์ ม่พนั ธุ์ ซึง่ การใชพ้ ่อพันธแุ์ มพ่ ันธุ์น้ี จะอยู่ในช่วงอายุ 6-14 เดือน เทา่ นั้น หลังจากน้ันจะเปลย่ี นพอ่ พันธุแ์ มพ่ นั ธชุ์ ุดใหม่ เนอ่ื งจากว่าช่วงอายุ ดังกล่าวเป็นช่วงท่ีปลามีการเจริญพันธุ์ดีที่สุด จากการทดลองแม่พันธุ์ท่ีอยู่ ในช่วงอายุนีจ้ ะให้ไขป่ ระมาณ 1,000 - 1,800 ฟอง/ตวั /รอบ การเลีย้ งพ่อพันธ์ุแมพ่ ันธ์ุ การเตรียมบอ่ เตรยี มบ่อปูนขนาดตา่ ง ๆ พน้ื บอ่ ต้องมีความลาดเอยี ง 30 องศา ลา้ งท�ำความสะอาดแลว้ เตมิ นำ้� ในบ่อประมาณ 20- 30 เซนติเมตร หลงั จากนน้ั นำ� ปลามาปล่อยในอตั ราสว่ น ตัวเมีย 2 ตวั ต่อ ตัวผู้ 1 ตัว ในพ้นื ท่ี 1 ตารางเมตร เปดิ สปรงิ เกอรพ์ น่ น้�ำไปเรือ่ ย ๆ ให้ระดบั น�้ำสูงเพียง 80 เซนตเิ มตร 29
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดนิ การให้อาหาร ใช้อาหารปลาดุกกลางโปรตีน 30 % ผสมน้�ำหมัก มะขามปอ้ มและน้�ำมะขามเปยี ก (ผสมให้ทุกวนั ) ให้ 2 เวลา เชา้ และเยน็ ในปริมาณ 1 % ของน�ำ้ หนักตัว/วนั 3) ระบบเพาะฟักไข่ ระบบนำ้� ของการเพาะฟกั ไขป่ ลานลิ จะเปน็ ระบบปดิ ซงึ่ นำ้� ทผ่ี า่ นการ ใชแ้ ลว้ จะนำ� ไปสรู่ ะบบกรองจากชน้ั หนิ ขนาดตา่ ง ๆ และถา่ นเพอื่ ดดู ซบั แอมโมเนยี ท่ีเกดิ จากการฟักไข่ น้�ำที่ผา่ นระบบกรองแลว้ จะไหลไปบ่อพกั น้ำ� เพ่ือเตรยี ม เขา้ สู่ระบบเพาะฟักต่อไป ในช่วงฤดูหนาวนำ้� ทีก่ รองแลว้ จะต้องผา่ นเครอื่ ง ต้มน้�ำก่อนเขา้ สบู่ อ่ พัก เพ่ือรกั ษาอณุ หภมู ขิ องน้ำ� ให้อยู่ในชว่ ง 25-29 องศา ซ่ึงจะมีผลต่อการฟักไขข่ องปลา ถ้าอณุ หภมู ติ ่ำ� จะท�ำให้อัตราการฟักนอ้ ย ระบบการฟักไข่ปลา ไข่ปลานิลท่ีได้จากการเคาะปากทุก ๆ 7 วัน แตใ่ นชว่ งฤดูหนาวจะเคาะทุก 9 วนั น�ำไข่ทีไ่ ด้มาล้างด่างทบั ทิม กอ่ นเขา้ สู่ ระบบฟัก จากนั้นน�ำไข่ไปฟักในกรวยฟักไข่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 20 เซนติเมตร สงู 30 เซนติเมตร บรรจุไขไ่ ด้ ประมาณ 5,000 - 30,000 ฟอง หลงั จากทล่ี กู ปลาฟกั ออกจากไขจ่ ะไหลออกทางรทู เ่ี จาะไว้ โดยมี ถาดขนาด ยาว 40 เซนตเิ มตร กวา้ ง 25 เซนตเิ มตร สงู 7 เซนตเิ มตร รองไว้ จากนั้นจะน�ำลูกปลาท่ีได้ไปอนุบาลในถาดประมาณ 3,000 ตัวต่อถาด หมน่ั ดแู ลทำ� ความสะอาดโดยใชแ้ ปรงสฟี นั เกา่ ขดั บรเิ วณรรู ะบายนำ�้ เพอ่ื ใหน้ ำ�้ มีการถา่ ยเทดี และหมน่ั เอาลกู ปลาทตี่ ายออก รอจนถงุ ไขแ่ ดงยบุ แลว้ จงึ นำ� ปลา ไปสู่ข้ันตอนการแปลงเพศ โดยน�ำลูกปลาแช่ฮอร์โมน 17-α– methyl testosterone ทคี่ วามเขม้ ขน้ 60 มลิ ลกิ รมั ในนำ้� 2 ลติ ร ตอ่ ลกู ปลา 10,000 ตวั ในถงุ ปลาทอ่ี ดั ออกซเิ จน แช่นาน 2 ช่วั โมง จากนนั้ น�ำลกู ปลาไปปล่อยในบ่อ ปูนซีเมนตท์ ท่ี �ำความสะอาดแล้ว ขนาดบอ่ กว้าง 2.5 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 1 เมตร จ�ำนวน 30,000 ตัว ระดับน�้ำ 30–60 เซนติเมตร อุณหภูมิ 25–30 องศา (บอ่ ควรจะมที างนำ�้ ลน้ และมกี ารพน่ นำ�้ อยตู่ ลอดเวลาเพอ่ื เปน็ การ เพิม่ ออกซิเจนและลดพษิ แอมโมเนยี ) เม่ือน�ำปลาลงบอ่ แลว้ ให้อาหารทผ่ี สม 30
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ ฮอรโ์ มน โดยใชอ้ าหารกงุ้ ผงผสม 17-α– methyl testosterone 60 มลิ ลกิ รัมตอ่ อาหาร 1 กโิ ลกรัม ใหว้ ันละ 6 มอื้ ปริมาณอาหารทใ่ี ห้ 190 กรัม ต่อวัน ต่อลกู ปลา 10,000 ตวั เป็นเวลา 21 วัน แล้วจึงจับขาย ขนาด 2-3 เซนติเมตร ขายราคาตวั ละ 25 สตางค์ 4) การเพาะฟกั ไข่ในช่วงฤดูหนาว ในช่วงฤดูหนาวของภาคเหนือจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วงระหว่าง 10 – 22 องศา ซึ่งมีผลต่อการเพาะฟักไข่ของปลานิลท�ำให้มีอัตราฟักท่ีต่�ำ ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งควบคมุ อณุ หภมู ิ โรงเพาะฟกั มกี ารปดิ อยา่ งมดิ ชดิ เพอื่ ปอ้ งกนั ลม และรกั ษาอุณหภูมขิ องห้องให้อยู่ท่ี 30 องศา และนำ� น�้ำในระบบเพาะฟัก ทผี่ ่านการกรองแลว้ มาเข้าเครื่องตม้ น้ำ� ทใ่ี ช้น้�ำมันเคร่อื งเปน็ เชื้อเพลง โดยมี หลักการทำ� งาน คอื ใหน้ ้�ำมันเครือ่ งหยดลงในเตาทม่ี กี าบมะพร้าวเป็นตัว เผาไหม้ทีละหยดแล้วใช้เคร่ืองเป่าลมเป่าเข้าไปในเตาเผา เมื่อมีลมมาก จะท�ำให้น้�ำมันเครื่องติดไฟได้ง่ายและให้ความร้อนสูง ลมร้อนท่ีได้จาก การเผาไหมจ้ ะไปผา่ นทอ่ เหลก็ ทขี่ ดเปน็ รปู ตวั เอส และมนี ำ้� จากระบบเพาะฟกั ไหลเวียนอยู่ภายใน ท�ำให้อุณหภูมิของน�้ำสูงข้ึน และส่งผ่านน้�ำท่ีได้เข้า บอ่ พกั นำ้� ของระบบเพาะฟกั ตอ่ ไป ซง่ึ อณุ หภมู ขิ องนำ�้ ทไ่ี ด้ อยทู่ ี่ 27-28 องศา 5) การใช้น้�ำหมักมะขามป้อมและน�้ำมะขามเปียกในการเสริม วติ ามนิ ใหพ้ อ่ พนั ธุ์แมพ่ นั ธ์ุ มะขามปอ้ ม ทำ� ใหพ้ อ่ พนั ธแ์ุ มพ่ นั ธแ์ุ ขง็ แรงมภี มู ติ า้ นทานโรค มปี รมิ าณ ไข่มาก ไข่ไม่เสียมาก ลูกที่ได้มีอัตราการรอดสูงและแข็งแรง นอกจากน้ี ในมะขามปอ้ มยงั มสี ารแทนนนิ ชว่ ยยบั ยงั้ การเจรญิ เตบิ โตของแบคทเี รยี อกี ดว้ ย ขัน้ ตอน การหมักน้ำ� มะขามปอ้ ม 1. นำ� มะขามปอ้ มมาลา้ งใหส้ ะอาด จำ� นวน 10 กโิ ลกรมั ลงในถงั หมกั ขนาด 20 ลติ ร 2. เติมน�ำ้ เปล่าลงในถงั จำ� นวน 12 ลิตร 31
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดนิ 3. ใส่น�้ำตาลทรายแดง จำ� นวน 2 กโิ ลกรัม 4. คนจนน�้ำตาลละลายหมด ปดิ ฝาหมกั ทิง้ ไว้ประมาณ 3-6 เดือน จงึ นำ� มาใช้ได้ วิธกี ารใช้ 1. นำ� นำ�้ หมกั ทไ่ี ดป้ รมิ าณ 10 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร (cc) ตอ่ นำ้� 1 ลติ ร คนใหเ้ ขา้ กัน 2. น�ำไปคลุกเคลา้ กบั อาหาร 10 กิโลกรัม ผง่ึ ลมให้แหง้ แล้วจงึ น�ำไป ใหป้ ลา ผสมให้กนิ ทกุ ม้อื มะขามเปยี ก มวี ติ ามนิ ซสี งู มสี รรพคณุ เปน็ ยาระบาย เมอ่ื นำ� มาผสม ให้ปลากินจะท�ำใหป้ ลามีระบบขับถา่ ยท่ดี ี เจรญิ อาหาร มสี ุขภาพแขง็ แรง ข้นั ตอนและวิธกี ารใช้ 1. นำ� มะขามสุกท่แี กะเอาเปลือกและเมลด็ ออกแล้ว (มะขามเปยี ก) จำ� นวน 200 กรัม มาคั้น กบั น้ำ� เปล่า 1 ลิตร 2. เมื่อได้น�้ำมะขามเปียกแล้วน�ำไปผสมกับอาหาร 10 กิโลกรัม นำ� ไปผ่ึงลมให้แหง้ แลว้ จึงนำ� ไปใหป้ ลากิน หมายเหตุ: อาจใช้ทัง้ 2 ชนิดผสมกนั ในอัตราเดมิ ในนำ้� 1 ลิตร ผสมอาหาร 10 กโิ ลกรมั 32
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน 33
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ 34
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดนิ แผนท่ศี ูนยเ์ รียนรปู้ ราชญ์เกษตร ไป จ.เชยี งราย ไป ต.หวั งม้ ไป อ.พาน แยกบา้ นแก่ง ตลาดสดหกแยก 1.5 กม. หมู่บา้ นป่ากว๋าวกลาง หมู่ 14 ต.เมืองพาน ซอย 5 ศนู ย์วจิ ัยขา้ วพาน จ�ำนงค์ฟาร์ม ไป จ.พะเยา สถานทต่ี ิดตอ่ ทีอ่ ย ู่ 732 บา้ นปา่ กวา๋ ว หมู่ท่ี 14 ตำ� บลเมืองพาน อำ� เภอพาน จังหวัดเชียงราย 57120 โทรศพั ท์ 081 881 8649 35
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน นายอุทยั บญุ ด�ำ ปราชญเ์ กษตรของแผน่ ดิน สาขาปราชญ์เกษตรผนู้ ำ� ชมุ ชนและเครือขา่ ย 36
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน ปราชญเ์ กษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญเ์ กษตรผนู้ �ำชุมชนและเครือขา่ ย นายอทุ ยั บญุ ดำ� อายุ 59 ปี การศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ปรญิ ญาตรกี ติ ตมิ ศกั ดิ์ จาก University of Interdisciplinary Studies Dallas, Texas (Bachelor of Interdisciplinary Studies in Social Entrepreneur) สถานภาพ สมรส มีบตุ ร 1 คน ทอ่ี ย ู่ บ้านเลขท่ี 10 บา้ นต้นมว่ ง หมูท่ ี่ 9 ตำ� บลล�ำสนิ ธ์ุ อำ� เภอศรีนครินทร์ จังหวดั พัทลุง 93000 โทรศัพท ์ 081 798 1082 อาชพี เกษตรกร รางวลั หรอื ประกาศเกียรตคิ ณุ ที่ได้รบั บคุ คลผอู้ ทุ ศิ ตนบำ� เพญ็ ประโยชนเ์ พอื่ ผอู้ น่ื เนอื่ งในโอกาส “วนั มหดิ ล และวนั ประโยชน์ ของเพอ่ื นมนษุ ยน์ บั เปน็ กจิ ทหี่ นง่ึ ” มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ ปี 2556 รางวัลชมเชยการประกวดศนู ย์เรียนรู้กฎหมายชุมชน ธนาคารเพ่ือ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ปี 2552 รางวลั คนดีศรีแผ่นดิน หนังสอื พิมพส์ ่ือสารธุรกจิ ปี 2550 รางวลั นักธรุ กจิ สรา้ งชาติ มหาวทิ ยาลัยธรุ กิจบัณฑิต ปี 2547 37
ปราขชอญงเ์ กแษผต่นรดิน รางวัลชนะเลิศการประกวดธนาคารต้นไม้ ธนาคารเพอ่ื การเกษตร และสหกรณก์ ารเกษตร ปี 2554 โลป่ ระกาศเกยี รตคิ ณุ กองทนุ หมบู่ า้ นและชมุ ชนเมอื ง สถาบนั การเงนิ ประเภทดีเด่น ประจ�ำภาคใต้ตอนล่าง ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณก์ ารเกษตร ปี 2555 รางวลั ชมเชยการประกวดศูนยเ์ รยี นรู้กฎหมายชมุ ชน ธนาคารเพื่อ การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร ปี 2551 รางวัลรองชนะเลิศผู้น�ำเครือข่ายศูนย์ประสานงานองค์กรดีเด่น จงั หวัดพทั ลุง ปี 2549 รางวลั ผทู้ ำ� คณุ ประโยชนด์ า้ นวฒั นธรรม สภาวฒั นธรรมจงั หวดั พทั ลงุ ปี 2548 รางวลั ผมู้ ีผลงานดเี ดน่ สาขาอาชีพอสิ ระ จงั หวัดพัทลุง ชวี ิตท่ีพอเพยี ง นายอทุ ัย บญุ ดำ� เกษตรกรผดู้ �ำเนนิ กจิ กรรมการเกษตรดว้ ยการทำ� สวนยางพาราโดยไม่ท�ำลายระบบนเิ วศน์รว่ มกบั การปลูกไมผ้ ล พชื ผักแบบ ผสมผสานและยังเป็นผู้น�ำสมาชิกในชุมชนต�ำบลล�ำสินธุ์ท่ีมีความมุ่งม่ัน ในการแก้ปัญหาสาธารณะ มีความเอ้ือเฟื้อ เสียสละใฝ่หาความรู้ใหม่ ๆ เพ่ือน�ำมาถ่ายทอดให้กับชุมชน อุทิศตนเพ่ือช่วยเหลืองานพัฒนาสังคม ดำ� เนนิ กจิ กรรมโดยคำ� นงึ ถงึ ผลประโยชนท์ จี่ ะเกดิ ขนึ้ แกส่ งั คมและความยง่ั ยนื เปน็ หลกั ใชก้ ระบวนการเรยี นรทู้ เ่ี นน้ การพงึ่ พาตนเองและพงึ่ พากนั เองในชมุ ชน และยงั เป็นผู้นำ� ในการเปลยี่ นแปลงระบบคิดแกช่ ุมชนได้ โดยใช้การร่วมคดิ รว่ มทำ� สรา้ งกระบวนการเรยี นรเู้ พอื่ ใหช้ ุมชนเข้าใจปัญหา สามารถน�ำพาให้ สมาชิกในชุมชนแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองจนประสบความส�ำเร็จจนเป็นที่ ประจกั ษแ์ ละยอมรบั ทง้ั ในและนอกชมุ ชน 38
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ ความพอประมาณ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นความดี ไมม่ ากไมน่ อ้ ย สมดลุ แกฐ่ านะ ใชบ้ ญั ชคี รวั เรอื น เป็นเครื่องมือ หาความพอดี พอประมาณและตระหนักถึงการด�ำเนินงาน ไม่เบียดเบียนตนเอง ครอบครวั และสังคม มองมิตทิ างสงั คมเป็นหลัก ความมเี หตผุ ล การตดั สนิ ใจรอบคอบ พจิ ารณาจากปจั จยั ทเี่ กย่ี วขอ้ ง เชน่ ขอ้ มลู รายรบั รายจา่ ยในครวั เรอื น และตน้ ทนุ ของครวั เรอื นและขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง หลกี เลยี่ ง การใชค้ วามรูส้ ึกสว่ นตัวตัดสนิ ใจ ความมภี มู ิคมุ้ กนั ที่ดี มีการวางแผนการท�ำงานเป็นขั้นเป็นตอน คิดแผนทั้งระบบ ก่อนลงมือปฏิบัติ ปฏิบัติตามแผนงาน มีการสรุปวิเคราะห์ ถอดบทเรียน ด้วยตนเองเพ่อื เป็นการเตรยี มตัวรองรบั เหตุการณ์ท่ีเปล่ียนแปลงไป ความรอบรู้ มกี ารตนื่ ตวั ใฝ่รอู้ ยตู่ ลอดเวลามกี ารศกึ ษาหาความรใู้ หม่ ๆ ให้ตนเอง และชมุ ชน เชน่ หาวทิ ยากรผมู้ คี วามรมู้ าถา่ ยทอดใหต้ นเองและชมุ ชนไดเ้ รยี นรู้ จัดให้มีการศึกษาดูงานบ่อยคร้ัง ในเรื่องท่ีซับซ้อนมาก ๆ ใช้กระบวนการ งานวจิ ยั ชมุ ชนเข้ามาช่วย ความมคี ณุ ธรรมตามหลักศาสนา มีความตระหนกั ถึงคณุ ธรรม ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต มีความอดทน มีความ พอเพียง ความพยายาม เปน็ พทุ ธศาสนกิ ชนทด่ี ี อุทศิ ตนในการท�ำนบุ �ำรุง ศาสนา และด�ำรงชวี ิตโดยการยึดม่นั ในหลกั ศีล 5 ใชส้ ตปิ ญั ญาขบั เคลือ่ น พฤตกิ รรมในการดำ� เนนิ ชวี ิตประจ�ำวนั 39
ปราขชอญงเ์ กแษผต่นรดิน ผลงานสรา้ งคุณประโยชน์ นายอทุ ยั เปน็ ผ้สู ร้างสรรคผ์ ลงานและเป็นผรู้ เิ ร่มิ แก้ไขปัญหาใหก้ บั กล่มุ และชมุ ชนทง้ั ในและนอกจังหวัด อยา่ งหลากหลาย อาทิ การแกป้ ัญหา สิทธิท�ำกินและท่ีอยู่อาศัยให้กับชุมชน จัดต้ังกลุ่มเครือข่ายสินธุ์แพรทอง ท่ีเกิดจากการรวมตัวของสมาชิกในต�ำบลล�ำสินธุ์ในการขับเคล่ือนงาน สร้างประโยชนใ์ หก้ บั ชมุ ชนและสง่ เสรมิ ใหส้ มาชกิ ดำ� เนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ผนู้ ำ� ในการรเิ รมิ่ จดั ตงั้ กลมุ่ เพอ่ื ดำ� เนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ กลุ่มสจั จะออมทรพั ย์ ตลาดนดั สุขภาพประชารฐั การแปรรปู ผลผลติ ในแต่ละท้องถ่ิน ผลักดันให้เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนเพ่ือช่วยเหลือ ผดู้ ้อยโอกาสทำ� ใหส้ มาชกิ และชมุ ชนมกี ระบวนการจดั การ แกไ้ ขปญั หาโดยมี ส่วนร่วมก่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของสมาชิก จนเป็นท่รี ้จู ักและยอมรับแกส่ งั คม การขยายผลงาน นายอทุ ยั ไดถ้ า่ ยทอดและขยายผลงานทค่ี ดิ คน้ ผา่ นกลมุ่ และเครอื ขา่ ย สมาชกิ จดั ตง้ั ศนู ยก์ ารเรยี นรโู้ ดยใชพ้ นื้ ทบี่ า้ นของตนเปน็ ศนู ยก์ ลางในการเรยี นรู้ และทำ� งานของเครอื ขา่ ย และเปดิ ใหบ้ คุ คลภายนอกเขา้ มาศกึ ษาเรยี นรู้ ดงู าน สรา้ งกจิ กรรมใหเ้ กดิ การแลกเปลย่ี นเรยี นรขู้ องเครอื ขา่ ย สรา้ งและขยายกลมุ่ เครอื ขา่ ยโดยการรวมสมาชกิ ทมี่ จี ติ อาสามารว่ มงานทง้ั ในระดบั ตำ� บล จงั หวดั จนสามารถพัฒนาชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานและฝึกงานให้กับเกษตรกร นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาท่ัวประเทศ เป็นเครือข่ายการพัฒนาชุมชน รว่ มกบั หนว่ ยงานตา่ ง ๆ อาทิ ธนาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร บรษิ ทั ป.ต.ท. จำ� กดั (มหาชน) โดยผลงานทเ่ี กดิ จากการเปน็ ผนู้ ำ� ในการพฒั นา ชมุ ชนและเครอื ขา่ ยของนายอทุ ยั ไดม้ หี นว่ ยงานทงั้ ในและตา่ งประเทศเขา้ มา ทำ� การถอดบทเรยี นและพัฒนากระบวนการวิจยั ร่วม เพือ่ น�ำไปเป็นต้นแบบ และขยายผลในการพฒั นาชมุ ชนอนื่ ๆ และมกี ารเผยแพรผ่ ลงานผา่ นสอื่ ตา่ ง ๆ อกี เป็นจ�ำนวนมาก 40
ปราขชอญง์เกแษผตน่ รดนิ การสร้างกลมุ่ /เครือขา่ ย นายอทุ ยั เปน็ ผรู้ เิ รม่ิ ในการกอ่ ตงั้ ศนู ยเ์ ครอื ขา่ ยสนิ ธแ์ุ พรทองในปี 2544 จากกลมุ่ วิสาหกิจ 4 กลุม่ จนในปัจจุบันมที ง้ั ส้ิน 16 กลุม่ ซงึ่ แต่ละกลมุ่ จะผลติ และแปรรปู สนิ คา้ ตามทรพั ยากรทม่ี ใี นทอ้ งถนิ่ ของตนเอง มเี งนิ สะสม ของแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยเหลอื สมาชกิ ทงั้ ดา้ นออมเงนิ เงนิ ทนุ การวางแผนการผลติ การหาตลาด นอกจากกลมุ่ เพื่อการผลติ และแปรรปู แลว้ ยงั มีกลมุ่ การออม ต่าง ๆ ด้วย โดยกลุ่มต่าง ๆ ตั้งอยู่ในต�ำบลล�ำสินธุ์ อ�ำเภอศรีนครินทร์ จงั หวัดพทั ลงุ เช่น กลุม่ ออมทรพั ย์เพอื่ การผลิตบา้ นคลองหมวย มีสมาชิก จำ� นวน 851 คน มเี งนิ สะสม 12.78 ลา้ นบาท ดำ� เนนิ กจิ กรรมผลติ เสน้ ขนมจนี จำ� หนา่ ย กลมุ่ ธนาคารเพอ่ื ชวี ติ วนั ละบาท มสี มาชกิ จำ� นวน 119 คน มเี งินสะสม 1.1 ล้านบาท ด�ำเนินกิจกรรมออมเงินและใหส้ มาชิกกู้ยืมเงิน ไปประกอบอาชพี กลมุ่ กองทนุ สวสั ดกิ ารบา้ นสวนหมาก มสี มาชกิ จำ� นวน 60 คน มเี งนิ สะสม 200,000 บาท ด�ำเนนิ กิจกรรมออมเงนิ และให้สมาชิกกูย้ มื เงนิ ไปประกอบอาชีพ กลุ่มออมทรัพย์เพ่ือการผลิตบ้านล�ำสินธุ์ใต้ มีสมาชิก จ�ำนวน 304 คน มีเงินสะสม 3 ล้านบาท ด�ำเนินกิจกรรมรับซ้ือน้�ำยาง เพื่อแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน กลุ่มสตรพี ฒั นา มสี มาชิกจ�ำนวน 298 คน มเี งินสะสม 2.5 ล้านบาท ด�ำเนินกิจกรรมแปรรูปกล้วยไข่กรอบแก้วและ ลกู หยสี ามรส และในปี 2559 ได้เข้าร่วมเป็นศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนให้สมาชกิ ด�ำเนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สรา้ งแนวคดิ และการเรยี นรเู้ พอ่ื การพงึ่ พาตนเอง การปรับเปลี่ยนวิธีคิด รวมกลุ่มแปรรูปผลผลิตในชุมชนและประสาน การตลาดผา่ นเครอื ขา่ ย และมกี ารถา่ ยทอดความรสู้ ภู่ ายนอกชมุ ชน อกี ทง้ั ยงั เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ วิจยั ทง้ั ในภาครฐั และเอกชน ซ่งึ มีจดุ เรยี นรภู้ ายในศูนย์ฯ จำ� นวน 12 จดุ และกระจายอย่ใู นต�ำบลล�ำสนิ ธอุ์ กี จำ� นวน 20 จุด 41
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดนิ 42
ปราขชอญง์เกแษผต่นรดิน 43
ปราขชอญงเ์ กแษผตน่ รดนิ แผนทศี่ นู ย์เรยี นรปู้ ราชญ์เกษตร ศนู ยเ์ ครอื ขา่ ยสนิ ธแ์ุ พรทอง 10 ม. 500 ม. สามแยกสะพานหมวย สภ.ศรนี ครนิ ทร์ 6 กม. อำ� เภอศรนี ครนิ ทร์ สามแยกควนดนิ สอ 15 กม. สหกรณโ์ คนมพทั ลงุ ไปหาดใหญ่ สแ่ี ยกเอเซยี ไปนครศรฯี สถานท่ีติดตอ่ เ ้ขาเ ืมอง ัพทลุง ที่อยู ่ 10 บ้านตน้ ม่วง หม่ทู ี่ 9 ต�ำบลลำ� สนิ ธุ์ อ�ำเภอศรนี ครนิ ทร์ จังหวดั พทั ลงุ 93000 โทรศพั ท ์ 081 798 1082 44
Search
Read the Text Version
- 1 - 46
Pages: