“ตน้ ทุนชวี ติ .. จดุ เปล่ียนสังคมไทย”
“ตน้ ทนุ ชวี ติ ..จดุ เปล่ยี นสงั คมไทย” พิมพค์ รงั้ แรก กนั ยายน 2554 จำนวนพมิ พ ์ 2,000 เล่ม เลขมาตรฐานหนงั สือ 978-974-11-1571-6 ผเู้ ขียน นายแพทย์สุรยิ เดว ทรปี าตี 2 กองบรรณาธิการ ผศ.ดร.เพิ่มศิริ นิตมิ านพ พรรณนิภา สงั ข์ทอง สิริวิมล ศาลาจนั ทร์ สลลิ ทพิ ย์ เชยี งทอง ปกและรปู เล่ม อนิ ทิรา วทิ ยสมบรู ณ์ ผจู้ ัดพิมพ์ แผนงานสขุ ภาวะเดก็ และเยาวชน สถาบนั แห่งชาตเิ พอ่ื การพฒั นาเด็กและครอบครวั มหาวทิ ยาลัยมหิดล ต.ศาลายา อ.พทุ ธมณฑล จ.นครปฐม โทร/โทรสาร 02-4410053 www.dekplus.org, www.dekplus.com สนับสนนุ การจดั พมิ พ์ สำนกั งานกองทุนสนบั สนุนการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ (สสส.) พมิ พท์ ี่ หา้ งหุ้นส่วนสามญั นติ บิ ุคคล เจี้ยฮัว๊ 02-2748898
“ต้นทนุ ชีวิต..จุดเปลย่ี นสงั คมไทย” คำนำ คำวา่ “ต้นทนุ ชวี ติ ” หรอื อกี นัยหนง่ึ คอื “ทนุ ชีวิต” เป็นปจั จัยสรา้ งท่ี 3 รวมเอาทง้ั ทกั ษะชีวติ และจิตสำนึกทัง้ ในตวั ตนของเดก็ และเยาวชน รวม ไปถึงส่ิงแวดล้อมรอบตัวเด็กและเยาวชนท่ีมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ได้แก่ ครอบครวั กระบวนการสรา้ งปญั ญา ชมุ ชนและเพ่อื น มาพัฒนา เปน็ ตวั ช้วี ดั ท่ีสามารถจับต้องไดช้ ัดเจน สามารถเป็นตวั กำหนดทศิ ทางให้ กับชมุ ชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนของท้องถิน่ ตนเอง ดว้ ยภมู ิปญั ญา และภาคีเครอื ขา่ ยการมีส่วนร่วมชองชมุ ชนทอ้ งถ่ินดว้ ยพลงั บวก ที่เกิดมา จากการฟังเสยี งสะทอ้ นของเด็กและเยาวชนทกุ วัย มาพฒั นาเป็นกิจกรรม สร้างสรรคก์ อ่ ให้เกดิ การทำงานเปน็ ทมี ท้ังเดก็ และผู้ใหญ่ โดยมกี ารพฒั นา กระบวนการการเรียนรู้ เพือ่ พฒั นาซง่ึ กันและกนั โดยคนของชุมชนเอง นอกจากน้ียังได้พัฒนาทักษะจนกลายเป็นพี่เลี้ยงที่ปรึกษาของชุมชนได้ อย่างยั่งยืน นบั ได้วา่ กระบวนการเสริมสร้างตน้ ทนุ ชีวติ ทำงานอยา่ งเป็น ระบบ มีแบบแผน ท้ังการทำงานเป็นภาคเี ครอื ข่ายอย่างมีสว่ นรว่ ม คดิ วเิ คราะห์วางแผนปฏบิ ัติ จนเกิดเปน็ แผนพฒั นาเดก็ และเยาวชนท้องถ่ิน ไปสฐู่ านชมุ ชนทเ่ี ขม้ แขง็ อยา่ งย่ังยนื ท่แี ทจ้ ริง หนังสือเล่มน้ีผู้เขียนได้ถอดบทเรียนการพัฒนากระบวนการสร้าง เสรมิ ตน้ ทนุ ชวี ิตที่มีการพัฒนาเคร่อื งมอื วดั ตน้ ทุนชวี ิตปฐมวยั วัยเรยี นและ เยาวชน เ พอ่ื เปน็ เขม็ ทศิ กบั การพฒั นาเดก็ และเยาวชนดว้ ยพลงั บวกรวมทง้ั การนำเครอื่ งมอื ไปใชใ้ นหนว่ ยงานองคก์ ร ภ าครฐั ภ าคเอกชน ป ระชาสงั คม และพนื้ ทชี่ มุ ชนในอกี กวา่ 70 พื้นท ่ี 20 กว่าจงั หวัดทว่ั ประเทศ จนเห็น
การทำงานทเี่ ปน็ ระบบมากยิง่ ขน้ึ นำไปสูก่ ารพัฒนาทนุ ชวี ติ ในมติ ติ ่างๆ มากมาย จนเกดิ การผลกั ดันเชิงนโยบายในหลายหน่วยงานระดบั กระทรวง และพืน้ ท่ขี ององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น สุดท้ายน้ีผู้เขียนขอขอบคุณทีมงานแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน ผศ.ดร.เพมิ่ ศิริ นิติมานพ คณุ สลลิ ทิพย์ เชียงทอง คุณพรรณนภิ า สงั ข์ทอง 4 คุณสริ ิวมิ ล ศาลาจนั ทร์ และคณะ และขอขอบคุณทุกหนว่ ยงาน องคก์ ร และชมุ ชน ทไี่ ด้รว่ มกนั ขบั เคลอื่ นจนกระบวนการสรา้ งเสริมต้นทนุ ชวี ติ ได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้างที่จะเป็นกระบวนการการพัฒนา ชมุ ชนให้เข้มแขง็ กับงานด้านเดก็ และเยาวชนอยา่ งยั่งยืนตอ่ ไป ผเู้ ขียน หวังว่าผู้อ่านจะได้เข้าใจกระบวนการสร้างเสริมต้นทุนชีวิตทั้งเครื่องมือ และกระบวนการพัฒนาชุมชนด้วยพลังบวกอย่างเป็นระบบมีทิศทาง มากยงิ่ ขน้ึ และจะสามารถนำไปใชป้ ระโยชนอ์ ย่างเต็มประสิทธภิ าพต่อไป ดว้ ยความปรารถนาดี นายแพทยส์ ุรยิ เดว ทรปี าตี และคณะ
“ต้นทนุ ชีวิต..จดุ เปลย่ี นสงั คมไทย” สารบญั 7 ร้จู กั ตน้ ทนุ ชีวติ ... 17 เราจะเสรมิ สร้างต้นทุนชวี ิตได้อย่างไร... 23 เครอ่ื งมอื สำรวจต้นทนุ ชีวติ เรื่องง่ายๆที่คณุ ควรร้.ู .. ตน้ ทุนชวี ติ กับผลการศกึ ษาทีผ่ า่ นมา... 37 5 65 ต้นทนุ ชีวิตสูก่ ารทำงานเพ่อื พฒั นางานด้านนโยบาย... 73 รวมพลงั สร้างตน้ ทุนชวี ติ เพือ่ เดก็ และเยาวชนของเรา...
6
“ต้นทุนชวี ิต..จดุ เปล่ยี นสังคมไทย” ร้จู ักต้นทนุ ชวี ิต 7
ต้นทุนชวี ิตเด็กและเยาวชนไทยสำคัญอย่างไร ในสังคมยุคปัจจบุ นั มกี ารเปลี่ยนแปลงทางดา้ นเทคโนโลยอี ย่างรวดเรว็ สภาพ สงั คมเปลยี่ นแปลงไปจากอดีต ปัญหาหลายดา้ นรมุ ลอ้ ม ทั้งด้านอาชญากรรม 8 เศรษฐกิจ ความเสอ่ื มทางสงั คมและวัฒนธรรม กอ่ เกิดพฤติกรรมเส่ียงทส่ี ง่ ผล กระทบโดยตรงกบั เด็กและเยาวชน และส่ิงสำคัญทพ่ี บ ก็คอื การแก้ไขปญั หา ท่มี ุ่งแก้ไขท่ีปลายเหตุ ยดึ ปญั หาเป็นทต่ี ้งั แต่ถา้ เราลองเปล่ียนแนวคดิ เสียใหม่ มองการเสริมสรา้ งและป้องกนั ร่วมกนั สร้างภมู ิคมุ้ กนั ใหเ้ กิดข้นึ ก็น่าจะเป็นวิธี ท่ีดีกว่า แนวคิด “ต้นทนุ ชวี ติ เด็กและเยาวชนไทย” เปลย่ี นมุมมองการทำงาน ด้านเด็กและเยาวชนทเี่ น้นการสรา้ งเกราะป้องกัน หรอื สร้างภมู ิคมุ้ กนั ท่แี ข็ง แรงใหก้ ับเด็กและเยาวชน ต้นทนุ ชีวิตไมไ่ ด้มองแคเ่ พยี งพฤติกรรมภายนอกที่ เปลย่ี นแปลงไป แต่ยงั มองถึงพฤตกิ รรมภายใน หรอื การสร้างจิตสำนกึ ทีด่ ใี ห้ เกดิ ขึน้ กบั สงั คมอีกด้วย ถึงเวลาแล้วท่ีเราจะต้องสร้างสรรค์ส่ิงดีๆให้กับเด็กและเยาวชนของ เรา ผา่ นกระบวนการเสรมิ สรา้ งตน้ ทุนชีวติ ท่ีให้ความสำคัญกบั เด็กและเยาวชน มองเด็กและเยาวชนอย่างมคี ุณค่า เด็กทุกคนมีศกั ยภาพ และสามารถทำส่ิง ต่างๆ ไดโ้ ดยท่ีเราคาดไมถ่ งึ
“ตน้ ทนุ ชีวติ ..จดุ เปล่ียนสงั คมไทย” ตน้ ทนุ ชีวติ เดก็ และเยาวชนคอื อะไร “ตน้ ทุนชวี ติ เดก็ และเยาวชนไทย ไม่ใช่แค่เพียงทกั ษะชวี ิตเทา่ น้ัน 9 แตร่ วมถึงจิตสำนกึ ดว้ ย” ถงึ จะมที ักษะชีวติ มากมาย แต่ถ้ายงั ขาดจิต สำนกึ กจ็ ะไม่สามารถแกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ได้ และยงั กอ่ ให้เกดิ พฤตกิ รรมเสีย่ ง เช่นเดิม “ต้นทุนชวี ิตเด็กและเยาวชนไทย”เปน็ มมุ มองการทำงานเชิงปัจจัย สร้างหรือคุณลักษณะท่ดี ีของเด็กและเยาวชน เปน็ ผลมาจากการได้รับการ เสริมสรา้ งให้เกดิ ขน้ึ ตง้ั แตแ่ รกเกดิ จนเติบโตเปน็ ผใู้ หญ่ ซง่ึ ไดร้ ับอิทธพิ ล จากทงั้ ภายในตนเอง และสิง่ แวดล้อมรอบขา้ งไมว่ า่ จะเปน็ ครอบครัว โรงเรยี น เพอื่ น หรือชุมชน โดยจะสง่ ผลใหก้ ับเดก็ และเยาวชนเติบโตอยา่ ง มีคณุ ภาพ สามารถดำรงชวี ิตอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ประกอบดว้ ย 5 พลงั สำคัญ คอื พลงั ตวั ตน พลังครอบครัว พลงั สรา้ งปญั ญา พลงั เพื่อน และกิจกรรม และพลังชุมชน
พลงั สรางปญญา พลังเพ่อื นและกจิ กรรม 10 (ดวยควสัามม ัพในสธใภจา)พ พลงั ในตัวตนของ (ดว ยควคาวมาเมหคมาาดะหสวมัง) เด็กและเยาวชน การมีสว นรว ม (ดว ยคณุ คา ) พลงั ชุมชน พลังครอบครัว แผนภาพ : 5 พลังสำคัญในการเสรมิ สรา งตนทุนชวี ิต พลงั ตวั ตน เปน็ การรวมพลงั คณุ คา่ ในตนเอง พ ลงั สรา้ งศรทั ธา และความเชื่อมน่ั ในตนเอง และพลงั การสร้างทักษะชวี ติ อนั ไดแ้ ก่ การอยู่ในสังคมอย่างสันตสิ ขุ การชว่ ยเหลือผู้อน่ื การมี จดุ ยนื ท่ชี ดั เจน รกั ความยุติธรรม ไม่แบ่งแยกชนชน้ั ความ ซ่ือสตั ย์ ความรับผดิ ชอบ การมีวนิ ยั ในตนเองท่ีจะไม่ข้องเก่ียว กับพฤตกิ รรมเสีย่ ง
“ต้นทนุ ชวี ติ ..จดุ เปล่ยี นสงั คมไทย” พลงั ครอบครวั เ ปน็ พลงั ความรกั ความเอาใจใส่วนิ ยั และ การมีชวี ติ ท่เี ป็นแบบอยา่ ง มีการตดิ ตามและชว่ ยเหลือ ท่ีเหมาะสมเชงิ บวก มปี ิยวาจาในบา้ น มีความอบอุ่นและ ปลอดภัย พลงั สรา้ งปญั ญา เป็นพลังความมุ่งม่ันในการเพมิ่ 11 พลงั ปัญญา ได้รับการสนบั สนุนและสง่ เสริมให้เกิด กระบวนการเรียนรู้ท้ังในและนอกระบบการศึกษา รวมทัง้ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ พลงั เพ่อื นและกจิ กรรม เปน็ พลังการทำกิจกรรม ในหม่เู พ่ือนๆ ทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสังคม ชมุ ชน เกิด วินยั ในหม่เู พือ่ น เช่น กจิ กรรมออกกำลังกาย การ เล่นกฬี า สันทนาการนอกหลักสูตร พลงั ชมุ ชน เป็นพลังของกล่มุ ชนทีอ่ าศัยอยู่ร่วมกันดว้ ย ความเออ้ื อาทร มคี วามเข้าใจ เป็นมิตรไมตรี มวี ินยั และ เป็นแบบอยา่ งทด่ี ี มีปิยวาจา มจี ิตอาสา มคี วามอบอนุ่ ความปลอดภัยภายในชมุ ชน และมีกจิ กรรมร่วมกัน
ตัวช้ีวัดต้นทุนชีวิต...เพือ่ เสรมิ สร้างพลังทัง้ 5 ด้าน หมวด ขอ้ ท่ี ตน้ ทุนชวี ติ ของเยาวชน 1 การไดช้ ว่ ยเหลอื คนอ่ืนเปน็ ส่งิ ทม่ี ีคณุ ค่าอยา่ งมาก 2 การให้ความสำคัญ และสง่ เสรมิ ให้เกดิ ความเท่าเทียมในสังคม เช่น ผพู้ กิ าร ผูส้ ูงอายุ เพศชาย/หญงิ /เพศทางเลอื ก 12 3 การกล้าท่ีจะยืนหยดั ในส่ิงท่ีฉันเชื่อ และกล้าท่ีจะเสนอความคิดเห็น หรอื ขอ้ เสนอแนะตา่ งๆ 4 การพดู ความจรงิ ไมพ่ ดู โกหก หรอื หลอกลวงคนอนื่ 5 การรบั ผดิ ชอบในสงิ่ ท่ีตนเองทำ 6 การยึดมน่ั ในพฤตกิ รรมทีด่ ี 7 การมีการวางแผน และการตัดสินใจกอ่ นลงมอื ทำเสมอ 8 การเห็นอกเหน็ ใจ และใสใ่ จในความรสู้ ึกของผอู้ ื่น พลังตัวตน 9 การทีส่ ามารถเรยี นรู้ และปรบั ตัวให้อยูร่ ว่ มกบั คนทมี่ คี วามคดิ เห็น หรอื การดำเนินชวี ิต แตกตา่ งกันไดเ้ ปน็ อย่างดี 10 การกลา้ ปฏิเสธพฤตกิ รรมเสีย่ ง (เชน่ เพศสัมพนั ธ์ ยาเสพติด ความรุนแรง และสอื่ ทไี่ มด่ ี) 11 ความพยายามแกป้ ัญหาขอ้ ขัดแย้งดว้ ยสตปิ ัญญามากกวา่ อารมณ์ (ไม่ใช่ความรนุ แรง) 12 ความสามารถควบคุมสถานการณ์ทเี่ กิดข้นึ กับตนเองได้ เชน่ ควบคุมอารมณ์เวลาโกรธไดด้ ี เมอื่ เกดิ การโต้เถยี งหรือขัดแยง้ 13 ความรสู้ ึกว่าตนเองมคี ุณคา่ 14 การมีเปา้ หมายในชีวติ ชดั เจน 15 ความรู้สกึ พึงพอใจในชีวิตความเปน็ อยูข่ องตวั เอง
“ตน้ ทนุ ชีวติ ..จดุ เปลย่ี นสังคมไทย” หมวด ขอ้ ท่ี ตน้ ทนุ ชวี ติ ของเยาวชน 16 การได้รบั ความรัก ความอบอนุ่ เอาใจใส่ และการสนบั สนนุ ในทางท่ีดี จากครอบครวั 17 การท่ีจะสามารถปรึกษาหารอื และขอคำแนะนำจากผปู้ กครองได้ อย่างสบายใจไมว่ ่าเรอื่ งเล็กหรอื เร่อื งใหญ่ 18 การมผี ู้ปกครองทสี่ ง่ เสริม สนับสนนุ ชว่ ยเหลอื ด้านการเรียนรู้ 19 ความรู้สึกปลอดภยั อบอุ่น และมีความสุขเมื่ออย่ใู นครอบครวั ตวั เอง พลังครอบครวั 20 การทตี่ นเองอยใู่ นครอบครัวท่มี ีระเบยี บกฎเกณฑช์ ดั เจน มีเหตผุ ล 13 และมกี ารดูแลให้ปฏิบัตติ าม 21 การที่มผี ูป้ กครองเป็นแบบอยา่ งท่ีดีใหท้ ำตาม 22 การท่ีมผี ปู้ กครองที่สนับสนนุ ให้ทำในสิง่ ทีช่ อบหรอื อยากทำ 23 การทจ่ี ะสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรูเ้ รอ่ื งราวเก่ียวกับส่ือ เชน่ วิทยุ ทีวี ส่ือประเภทอ่นื ๆภายในครอบครัว
หมวด ขอ้ ที่ ตน้ ทุนชวี ติ ของเยาวชน 24 การอยใู่ นสถาบันการศกึ ษาท่เี อาใจใส่ สนบั สนุนและ ช่วยเหลอื ผู้เรียนไดด้ ี 25 ความรู้สกึ ปลอดภยั เมอื่ อยู่ในสถาบนั การศึกษา 26 การอยู่ในสถาบันการศกึ ษาทม่ี ีระเบียบกฎเกณฑท์ ่ชี ัดเจน มีเหตผุ ล และมกี ารดแู ลให้ปฏบิ ัตติ าม 14 27 การทมี่ คี รูสนบั สนุนให้ทำในสิ่งท่ชี อบหรอื อยากทำ 28 ความพยายาม และอยากเรียนใหไ้ ดด้ ี ไม่เอาเปรียบและร้จู ัก พลังสรา้ งปัญญา แบง่ บันผูอ้ ื่น 29 การเอาใจใส่ในการเรยี นอยา่ งสม่ำเสมอ 30 การทำการบ้านหรอื ทบทวนบทเรียน 31 การมคี วามรักและผูกพันกับสถาบนั การศึกษา 32 การอา่ นหนงั สอื ดว้ ยความเพลิดเพลนิ 33 การใฝ่รูภ้ มู ปิ ัญญา และวัฒนธรรมของชมุ ชน 34 การที่จะสามารถพูดคยุ แลกเปลยี่ นเรยี นรเู้ รื่องราวเกีย่ วกับส่อื เช่น วิทยุ ทีวี สื่อประเภทอืน่ ๆกับครเู ปน็ ประจำ 35 การมีเพอ่ื นสนทิ ที่เป็นแบบอย่างท่ดี แี ละชักนำให้ทำดี 36 การทำกจิ กรรมสรา้ งสรรคต์ ามความชอบและพึงพอใจ เช่น ทำงานศลิ ปะ เล่นดนตรี วาดรูป เปน็ ต้น พลังเพื่อนและ 37 การได้เล่นกฬี าหรือออกกำลงั กายเป็นประจำ กิจกรรม 38 การเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา หรอื ประกอบพธิ ีกรรม 39 การทไ่ี ด้ชวนกันทำกิจกรรมที่ดเี ป็นประจำร่วมกับเพ่ือนๆ 40 การมีโอกาสเขา้ ร่วมกจิ กรรมเกี่ยวกบั สื่อท่สี ร้างสรรคก์ ับเพ่ือน
“ต้นทนุ ชวี ติ ..จดุ เปลย่ี นสงั คมไทย” หมวด ขอ้ ที่ ตน้ ทุนชวี ิตของเยาวชน พลังชุมชน 41 การทม่ี ีญาตหิ รอื ผู้ใหญ่ นอกเหนอื จากผปู้ กครองทีส่ ามารถปรึกษา หารอื และขอความช่วยเหลือไดอ้ ย่างสบายใจ 15 42 การมีเพอื่ นบ้านทส่ี นใจ และให้กำลงั ใจ 43 ความรสู้ กึ วา่ คนในชุมชนให้ความสำคญั และเหน็ คณุ คา่ ของเด็กและ เยาวชน 44 การไดร้ ับมอบหมายบทบาทหนา้ ที่ทมี่ คี ณุ คา่ และเปน็ ประโยชนต์ อ่ ชุมชน 45 การเขา้ ร่วมทำกจิ กรรมบำเพญ็ ประโยชนใ์ นชุมชน 46 ความรสู้ กึ อบอนุ่ มคี วามสุข และภูมใิ จในวิถชี วี ติ เมื่ออยใู่ นชมุ ชน ของฉัน 47 การมีเพื่อนบา้ นคอยสอดส่อง และดูแลพฤตกิ รรมของเดก็ และ เยาวชนให้อยใู่ นกรอบทีเ่ หมาะสม 48 การที่มีผใู้ หญอ่ ่นื นอกเหนอื จากผ้ปู กครองทเ่ี ป็นแบบอยา่ งท่ดี ี ใหท้ ำตาม
16
“ต้นทุนชวี ิต..จดุ เปล่ยี นสงั คมไทย” เราจะเสรมิ สรา้ ง 17 ต้นทนุ ชวี ติ ได้อยา่ งไร
กระบวนการสำคัญในการเสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ชีวติ การเสรมิ สรา้ งตน้ ทุนชวี ติ นนั้ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งยาก กระบวนการไมซ่ บั ซ้อน สิง่ สำคัญคอื การมสี ่วนร่วม และแนวคิดเชงิ บวก เพือ่ สรา้ งสรรค์ส่ิงดีๆ ใหก้ ับ 18 เดก็ และเยาวชนของเรา ประกอบดว้ ย 1.การสำรวจปจั จยั เสยี่ งและปจั จยั สรา้ ง(Risk-Protectionmodel) เพอื่ เปน็ แนวทางในการทำงานดา้ นเดก็ และเยาวชนอยา่ งเปน็ รปู ธรรม ซ งึ่ แผน งานสุขภาวะเดก็ และเยาวชนไดร้ ิเร่ิมแนวคิดการทำงานใหม่ เพอื่ สำรวจปัจจัย สรา้ ง และเสริมสร้างภมู ิคุ้มกนั ใหเ้ กดิ ขึน้ ผ่านเคร่ืองมือสำรวจต้นทุนชีวิตท้ัง 3 ช่วงวัย (เด็กปฐมวัย เด็กวยั เรยี น และเยาวชน) นอกจากน้ีการสำรวจปจั จัย เส่ยี งด้วยเคร่ืองมอื อ่นื ๆ ควบคูก่ ันไปก็จะสามารถทำใหเ้ กิดทศิ ทางการทำงาน ทช่ี ัดเจนยง่ิ ข้ึน 2.การดำเนินงานผ่านกลไกคณะทำงานด้านเด็กและเยาวชนของ ชุมชน เพอ่ื สรา้ งศักยภาพให้คณะทำงานพื้นทใ่ี นการบูรณาการงานสขุ ภาวะ เด็กและเยาวชน ร่วมกับองค์กรทอ้ งถ่นิ โดยเฉพาะ อบต. และสภาเดก็ และ เยาวชน ประจำชุมชน เนน้ การมสี ่วนร่วมของเด็กและเยาวชนผ่านการสรา้ ง กจิ กรรมสรา้ งสรรค์ เพอ่ื สร้างเสริมตน้ ทนุ ชวี ิต ซงึ่ กลไกนป้ี ระกอบดว้ ย 5 กระบวนการ คือ กระบวนการเฝ้าระวงั กระบวนการพเ่ี ลี้ยงและทีป่ รกึ ษา กระบวนการพฒั นากจิ กรรมเพื่อพฒั นาเดก็ ตามวัย กระบวนการส่งตอ่ และ กระบวนการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรในชุมชน
“ตน้ ทนุ ชวี ติ ..จดุ เปล่ยี นสงั คมไทย” 3.การพัฒนารูปแบบกิจกรรมเพ่ือสร้างเสริมต้นทุนชีวิตเด็กและ เยาวชนในบริบทต่างๆ เปน็ กระบวนการพัฒนารปู แบบกิจกรรมเด็กและ เยาวชนในบรบิ ทต่างๆ ทมี่ ีอย่เู ดมิ คอื กิจกรรมครอบครวั กจิ กรรมสถาน ศกึ ษา กจิ กรรมชุมชน และกจิ กรรมสรา้ งเสริมตน้ ทนุ ชีวิตทข่ี าดหายไปใน กลุม่ เสี่ยงตา่ งๆ เช่น กรณีเสย่ี งทางเพศ ยาเสพติด ความรุนแรง เป็นตน้ ตัวอย่าง ข้ันตอนหลักๆ ในการดำเนนิ งาน 19 ผา่ นกระบวนการเสริมสรา้ งตน้ ทุนชวี ิต 1.การรบั รู้และทำความเขา้ ใจแนวคดิ เชงิ บวกและกระบวนการเสรมิ สร้างตน้ ทุนชวี ติ ผ่านการอบรมและเผยแพร่งาน 2.การวางแผนเพื่อเตรียมเกบ็ ข้อมลู โดยใช้แบบสำรวจต้นทุนชีวติ และเครื่องมอื อื่นๆทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 3.การเก็บรวบรวมข้อมลู ตน้ ทนุ ชีวิต และขอ้ มลู อืน่ ๆท่เี กย่ี วขอ้ ง 4.การประมวลผลขอ้ มูลตน้ ชวี ติ และขอ้ มูลอ่นื ๆท่เี ก่ียวข้อง 5.การวเิ คราะห์ผลข้อมลู ตน้ ทุนชวี ติ และขอ้ มลู อ่ืนๆทีเ่ กี่ยวข้อง เพ่ือ วางแผนกจิ กรรมสรา้ งสรรคท์ ี่เหมาะสมสำหรับพ้นื ที่ 6.เกดิ กิจกรรมสร้างสรรคเ์ พื่อเสรมิ สร้างตน้ ทุนชวี ิตท่ีขาดหายไป 7.สรุปผลการดำเนินงาน และส่งิ ทไ่ี ดจ้ ากกระบวนการเสริมสร้าง ตน้ ทนุ ชวี ิต
กระบวนการเสรมิ สร้างต้นทุนชีวิตในแต่ละพืน้ ท่ี แต่ละบรบิ ทจะมี ความแตกต่าง และมีแนวทางในการทำงานท่ีไมเ่ หมอื นกัน ขึน้ อย่กู บั พื้นท่ี หรอื บริบทน้นั ๆ ตามทรพั ยากรท่มี ีอยูจ่ รงิ แต่ที่สำคญั อยา่ ลมื วา่ กระบวน การเสรมิ สรา้ งต้นทุนชวี ิตจะประสบความสำเร็จได้จะตอ้ งมาจากกระบวน การการมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ นที่เกีย่ วขอ้ ง 20 ปัจจัยที่สง่ เสริมความสำเรจ็ ของการสร้างเสรมิ ต้นทุนชีวิตไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ การมีสว นรวม “ความรสู กึ เปน เจาของรว มกนั แนวคิดเชงิ บวกในการทำงาน และใชทรพั ยากรที่มอี ยอู ยา งคมุ คาทสี่ ดุ ” ความสามารถและ การติดตามและประเมนิ ผล การสรา งเครอื ขายในการถา ยทอด “เกดิ การแลกเปลย่ี นเรียนรู “รว มกันสรางเครือขา ย และขยายผลเพือ่ พลังใน และชวยกันเสริมสรางความเขม แข็ง การเสริมสรา งสง่ิ ดๆี ใหกบั เดก็ และเยาวชนของเรา” เพ่ือความยั่งยืน” แผนภาพ : ปจจัยสงเสริมความสำเร็จกระบวนการเสริมสรา งตน ทุนชีวิต
“ตน้ ทุนชวี ติ ..จดุ เปล่ยี นสังคมไทย” มเใเาดนพรก็บื่อว่แรสมลบิง่ิ กะทดนัเขๆี สยอรางใา้วตนงชนสตนเงั น้ อคทงมุนชวี ิต 21
22
“ต้นทนุ ชีวติ ..จดุ เปลี่ยนสงั คมไทย” เคร่อื งมือสำรวจ 23 ตน้ ทนุ ชีวิต... เร่ืองง่ายๆทค่ี ณุ ควรรู้
ทำไมต้องมเี ครอื่ งมอื สำรวจตน้ ทุนชีวิตเด็ก และเยาวชนไทยท้งั 3 ช่วงวัย การทำงานดา้ นเดก็ และเยาวชน โดยอาศัยแนวคิดเชงิ บวก ผ่าน กระบวนการเสริมสร้างตน้ ทนุ ชวี ิต เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านเดก็ 24 และเยาวชนอย่างเปน็ รปู ธรรม และมที ิศทางการทำงานท่ตี อบสนองตอ่ ความต้องการของเด็กและเยาวชนโดยตรง การสำรวจและการฟังเสียงเด็ก และเยาวชนจึงเป็นหัวใจในการทำงานรวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้ม กนั ให้กับเดก็ และเยาวชนอกี ดว้ ย ดงั นน้ั จึงเกิดการพฒั นาแบบสำรวจต้นทนุ ชวี ิต ซ่งึ ครอบคลุมตั้งแต่แรกเกดิ จนถึง 25 ป ี เพ่ือประโยชนใ์ นการวิเคราะห์ วางแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กและเยาวชนทง้ั 3ช่วง (เด็กปฐมวัยเด็กวัยเรยี น และเยาวชน) ของชมุ ชนด้วยตนเอง โดยจดุ เปล่ียนของชว่ งชวี ติ เด็กและ เยาวชนมีอยู่ 3 ชว่ งวยั ท่สี ำคัญ คอื ชว่ งแรกเกดิ - 6 ปี (เคร่ืองมอื สำรวจตน้ ทนุ ชวี ติ เดก็ ปฐมวยั ) เปน็ ช่วงวัยเดก็ เล็กท่ีมพี อ่ แม่ ครอบครวั และศูนยเ์ ดก็ ปฐมวัยเป็นผดู้ ูแลเลีย้ ง ดูเอาใจใส่ วยั น้จี ึงมสี ถาบนั ครอบครวั เป็นหวั ใจหลกั ในการสรา้ งเสริมตน้ ทนุ ชวี ิต
“ตน้ ทุนชีวิต..จดุ เปล่ียนสังคมไทย” ช่วงอายุ 6 ปี - 12 ปี (เครือ่ งมอื สำรวจตน้ ทนุ ชีวิตเด็กวัยเรยี น) เป็นชว่ งวัยท่ีเดก็ เปลี่ยนจากการอยู่ใกล้ชิดกับครอบครวั เขา้ สูร่ ะบบการ ศึกษาในโรงเรยี น มคี รู มเี พือ่ นเพิม่ มากขน้ึ เด็กในวยั นม้ี ีสถาบนั การศึกษา และครอบครวั เปน็ หวั ใจในการสรา้ งเสรมิ ต้นทุนชวี ติ ช่วงอายุ 12 ปี - 25 ปี (เคร่ืองมอื สำรวจต้นทุนชวี ติ เยาวชน) เดก็ จะเริ่มหา่ งจากครอบครัวและติดเพอื่ นมากขึ้น เด็กในช่วงวยั น้ีจะมีกลุ่ม เพื่อนและชมุ ชนเปน็ หัวใจในการสรา้ งเสรมิ ตน้ ทุนชวี ิต แตค่ รอบครัวกย็ ังมี บทบาทสำคญั เช่นเดิม 25
26 แผนภาพ : ยุทธศาสตรง์ านด้านเด็กและเยาวชนตามชว่ งวัย การสำรวจต้นทุนชวี ิตทง้ั 3 ช่วงวัยอย่างสมำ่ เสมอ จะทำให้เรามอง เห็นปัจจัยเส่ียงและปัจจัยสร้างที่มีในเด็กและเยาวชนท้ังในปัจจุบัน และแนวโนม้ ในอนาคต ซึ่งเปน็ ปจั จยั สำคญั ในการกำหนดยทุ ธศาสตร์ การทำงานไดอ้ ยา่ งชัดเจนย่ิงข้ึน
“ตน้ ทนุ ชวี ิต..จุดเปลีย่ นสงั คมไทย” การพฒั นาเครอ่ื งมือโดยหน่วยงาน หรือองค์กรทีม่ คี วามเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพอื่ ใหเ้ ครอื่ งมือสำรวจต้นทนุ ชวี ติ มปี ระสิทธภิ าพมากทส่ี ดุ เครอื่ งมือ จึงถูกพัฒนาด้วยความร่วมมือระหว่างแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน กับ คณะทำงาน หน่วยงาน หรือองคก์ รท่มี ีความเช่ียวชาญเฉพาะดา้ นสำหรับ เคร่อื งมือชว่ งวยั ต่างๆ การพฒั นาเครื่องมอื สำรวจตนทุนชีวติ เด็กและเยาวชนไทย แผนงานสขุ ภาวะเด็กและเยาวชน สสส. ศูนยว ิจัยและพฒั นาครอบครวั ไทย สถาบันราชานกุ ูล แผนงานสขุ ภาวะเด็กและเยาวชน สาขาวชิ ามนุษยนเิ วศศาสตร 27(แพทยห ญิงพรรณพิมล วปิ ลุ ากร และคณะ) (นายแพทยสุรยิ เดว ทรีปาตี และคณะ) มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช ตนทุนชวี ติ สำหรบั เยาวชน (รศ.ดร.จติ ตนิ นั ท เดชะคุปต และคณะ) ชว งอายุ 12 ถึง 25 ป ตน ทนุ ชวี ติ สำหรับเด็กปฐมวัย ตน ทุนชวี ิตสำหรบั เดก็ วัยเรียน แบงออกเปน 3 ชว ง คือ แบงออกเปน 2 ชวงตามระดบั ชน้ั คือ 1.เดก็ ปฐมวยั อายุ 0 ถงึ 1 ปค รึง่ 1.เด็กวัยเรยี นชั้น ป.1 ถึง ป.3 2.เดก็ วัยเรยี นช้นั ป.4 ถึง ป.6 2.เดก็ ปฐมวยั อายุ 1 ปครงึ่ ถึง 3 ป พัฒนาเสร็จเรยี บรอ ยและกำลังขยายผล พัฒนาเสรจ็ เรยี บรอยและขยายผล 3.เด็กปฐมวัยอายุ 3 ถงึ 6 ป การดำเนนิ งาน การดำเนินงานไปในพนื้ ที่ หนวยงาน พฒั นาเสรจ็ เรยี บรอยแตยังไมไ ด องคก รตา งๆ หลายๆเครอื ขาย ใชจริงในพ้ืนท่ี แผนภาพ : หนว ยงาน องคกร เพ่อื การพัฒนาเครอ่ื งมือสำรวจตนทุนชวี ิตทัง้ 3 ชว งวยั
เคร่ืองมือสำรวจตน้ ทนุ ชวี ติ ท้ัง 3 ชว่ งวัย มกี ารพัฒนาผา่ นข้ันตอน ทางระเบียบวธิ ีวจิ ัย ทง้ั ในเร่ืองของการตรวจสอบความตรงและความเชื่อมน่ั ของแบบสำรวจ การทดลองใช้จริงในพืน้ ทีต่ ่างๆ รวมทั้งยงั นำผลการศกึ ษา หรือการใช้จริงมาพัฒนาและปรับปรุงเคร่ืองมือสำรวจต้นทุนชีวิตให้ เหมาะสมและมปี ระสิทธภิ าพมากย่งิ ขน้ึ 28 มารู้จัก...เครือ่ งมอื สำรวจตน้ ทนุ ชวี ติ ทั้ง 3 ช่วงวยั เคร่ืองมอื สำรวจต้นทุนชวี ติ สำหรบั เยาวชน เคร่ืองมือสำรวจตน้ ทุนชวี ติ สำหรบั เยาวชน (อายุ 12-25 ป)ี แบบสำรวจท่เี ยาวชนสามารถกรอกขอ้ มูลด้วยตนเอง ใชเ้ วลา ประมาณ 10-15 นาที สามารถใชง้ านจริง และวิเคราะหผ์ ลขอ้ มลู ได้เลย ผ่านการศกึ ษา คู่มือและไฟล์ขอ้ มูลที่เกย่ี วข้องในแผ่นซีดที ีแ่ นบมาพร้อมกับคู่มอื
“ต้นทนุ ชวี ติ ..จุดเปล่ยี นสงั คมไทย” เครอ่ื งมอื สำรวจตน้ ทนุ ชีวติ ฉบบั เด็กวยั เรียน เครื่องมือสำรวจต้นทุนชีวิตเด็กวยั เรยี น (อายุ 6-12 ป)ี 29 แบง่ เป็น 2 ช่วง คือ สำหรบั เด็กวัยเรยี น ป.1-ป.3 เน่อื งจากเป็น กลุ่มเดก็ ทค่ี อ่ นขา้ งเล็ก และยังไม่สามารถเขา้ ใจภาษาได้ดีเพียงพอ จึงใช้ การส่ือสารและตอบแบบสำรวจผ่านการดูปฏิทินภาพประกอบการตอบ สำหรบั เดก็ วยั เรียน ป.4-ป.6 เปน็ แบบสอบถามทเ่ี ด็กๆสามารถตอบไดเ้ อง แต่อาจจะต้องมีการอธิบายเพ่ิมเติมและใช้วิธีการสัมภาษณ์ในกรณีที่เด็ก ไม่สามารถอ่านหนงั สือได้ตามปกติ เครื่องมือฉบับนี้ยังไม่ได้มีการผลิตคู่มือการใช้เหมือนกับฉบับ เยาวชน แตส่ ามารถใช้งานและวิเคราะห์ผลขอ้ มูลได้เลยเช่นกนั ผา่ นไฟล์ ข้อมลู ท่ีเก่ยี วขอ้ ง จะมีการพัฒนาเคร่ืองมือเพ่ือให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมาก ย่ิงขนึ้ ผ่านการวางแผนงานวจิ ยั และการเกบ็ ขอ้ มลู จากการทดลองใชจ้ รงิ
เคร่ืองมือสำรวจตน้ ทนุ ชีวติ เด็กปฐมวยั 30 เครอ่ื งมือสำรวจต้นทุนชวี ติ เดก็ ปฐมวัย (แรกเกดิ – 6 ปี) ปจั จุบนั เปน็ เครอ่ื งมอื สำหรบั เกบ็ ข้อมลู กับผปู้ กครอง ครู อาจารย์ หรอื ผ้เู ลย้ี งดูเด็กกอ่ น โดยจะมกี ารพัฒนาเพอื่ เกบ็ ขอ้ มูลกับเดก็ โดยตรงต่อไป แบง่ เคร่อื งมอื ออกเป็น 3 ชุด คอื เดก็ อายุ 0 - 1ปีครึง่ อายุ 1 ปคี ร่ึง -3 ปี และอายุ 3 - 6ปี แบบสำรวจที่ผปู้ กครอง ค ร ู อาจารย์ หรือผู้เลีย้ งดเู ดก็ ตอบแบบสำรวจ ด้วยตนเอง โดยมีแผ่นภาพประกอบการตอบแบบสำรวจ เพ่อื สอ่ื ความ หมายของแตล่ ะข้อคำถามตน้ ทนุ ชีวติ ใหม้ คี วามเข้าใจท่ีตรงกนั เครือ่ งมอื ยังพฒั นาไม่เสรจ็ เรยี บรอ้ ย และยงั ไมไ่ ดม้ ีการใช้จรงิ อยา่ งไร กต็ ามเครอ่ื งมอื ฉบบั นนี้ า่ จะมคี วามแตกตา่ งทงั้ ในสว่ นของวธิ กี าร อ งคค์ วามรู้ และกระบวนการทีจ่ ะใชจ้ รงิ ในพนื้ ที่ ดงั น้นั จึงมกี ารวางแผนการดำเนนิ งาน เชิงวจิ ยั เพ่อื คน้ หารปู แบบ วิธีการ องคค์ วามรู้ และกระบวนการท่ีมคี วาม เหมาะสม เพือ่ ให้สามารถใชจ้ ริงในพ้นื ทไี่ ดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพต่อไป
“ตน้ ทุนชีวติ ..จุดเปลย่ี นสงั คมไทย” 31
จุดเดน่ และประโยชน์ของเครอ่ื งมือสำรวจต้นทนุ ชีวิต เคร่ืองมอื สำรวจต้นทนุ ชวี ิตเป็นเครื่องมือทเี่ ปลี่ยนมุมมองการทำงาน ดา้ นเดก็ และเยาวชนใหม่ เพือ่ การเสริมสร้างและปอ้ งกนั มากกว่าการจบั 32 ผิดและการแกป้ ญั หาทีป่ ลายเหตุ โดยมจี ดุ เดน่ ๆท่ีสำคญั คือ ฟงั เสียงเด็กและเยาวชน ซึง่ เป็นหัวใจหลักในการทำงาน ผ่านการ สำรวจขอ้ มูลทีเ่ ด็กๆเปน็ ผ้สู ะทอ้ นดว้ ยตนเอง ขอ้ คำถามเชิงบวกที่แปลงนามธรรมให้เปน็ รปู ธรรมจบั ต้องได้ และเตม็ ใจตอบ สำรวจครอบคลุมทัง้ ทกั ษะชีวิต และจิตสำนกึ ในตัวเดก็ เอง และจาก สงิ่ แวดล้อมในคราวเดยี วกัน แปลงเปน็ กจิ กรรมสร้างสรรค์เพ่อื พฒั นาเด็กและเยาวชนด้วย ทรัพยากรของชมุ ชนโดยชมุ ชนไดท้ นั ที สามารถเปลย่ี น “ฉัน” ใหเ้ ปน็ “เขา” ทบทวนตวั พอ่ แม่ และผูใ้ หญ่ ไดด้ ้วย เป็นเขม็ ทิศใหก้ ับชุมชน และผ้ทู ่ีทำงานดา้ นเดก็ เยาวชน และ ครอบครวั สามารถวิเคราะห์ผลสำรวจไดท้ งั้ ในระดบั มหภาค และ จุลภาค โดยเคร่ืองมอื เดียวกัน บูรณาการงานด้านเด็กและเยาวชนทั้งหมด ลดความทับซ้อน
“ตน้ ทนุ ชวี ิต..จุดเปลย่ี นสงั คมไทย” ภสขคเกกแูมรอ้ดิทาาคคิมรา่รรไ่ ุม้ชูลคนเหกว่อ์ท้นัสนแนัยน่ื่ีจรลจกๆแะมิ ะกาันตทสทข็กทว่ตำริศ้นึปี่เิเอ้ใา้ ทกญักคงงหาับหยี่รรเต้เงคาวาจู้ค้นกกวตขะักรทิดาาา่้อหนอ่ืุนกรมงงจ์ำงชาทรๆาขมวี รำว่เกอ้อืติ พงมพทฐมสรัาฒมื่อเ่ีาูลำว่ นนือเกนมรมาปิดขาวกเา้ข้อมใแจันหด้ึนมนัชลตม็กูลไใ้เะน้ าแทมหคกทยลม่ีใ่้เรรุนใอีะชกือ่ะชนยเ่แิดงบวี กู่คปยมวติ าทเ่รือานจร้งัพะสวกะพขียโราชมัฒ้องยา้รนปี นมกชงกรขาูลานใาะอกตร์สหรโงจิ้นสูงเ้มยเกทำสกีสชรรนุรดุิดว่นารชวกนม์ใมวีชจรราหสิตว่ขะ่วก้เรแยอ้บมนกา้ลกมวใ้อิดงะนัลูนนย 33
พ้นื ทกี่ ลไกฐานชุมชน หน่วยงาน องค์กร 34 ทร่ี ่วมสร้างต้นทนุ ชวี ติ เดก็ และเยาวชนไทย จากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการทดลองใช้และมีการขยายผล การดำเนินงานทั้งการใช้เคร่ืองมือสำรวจต้นทุนชีวิตฉบับเยาวชน (12 - 25 ป)ี และการเสรมิ สร้างต้นทุนชวี ิตผา่ นกระบวนการท่ีมคี วาม แตกต่างกันไปยงั หลายพ้นื ที่และหลายๆ ประเดน็ ตัวอย่างเช่น
“ต้นทนุ ชีวติ ..จดุ เปล่ยี นสังคมไทย” 1.สภาวการณตน ทุนชีวิตเยาวชน (12-25 ป) โดยแผนงานสขุ ภาวะเด็กและเยาวชน 2.ฐานองคความรูต นทนุ ชวี ิตบรบิ ทภาคเหนอื (โดยโฮงเฮยี นสืบสานภูมิปญญาลา นนา รว มกับแผนงานฯ) ฐานขอ มูล 3.ตน ทุนชวี ติ กบั บริบททางพน้ื ที่ (Area base) งานตนทนุ ชวี ติ 3.1 พ้ืนทก่ี ลไกฐานชมุ ชน โดยการดำเนนิ งานของแผนงานฯ (เยาวชน 12-25 ป) 4.ตนทุนชีวิตกับบริบทเชงิ ประเด็น (Issue base) 4.1 ตน ทุนชวี ิตกบั งานดา นยาเสพตดิ (ปปส./ สพฐ.รว มกบั แผนงานฯ) 4.2 ตน ทุนชีวติ กลุมเด็กดอยโอกาส ( สอดย.รว มกบั แผนงานฯ) 4.3 ตน ทนุ ชวี ติ กับกลมุ เสย่ี งทางเพศ (องคก ารแพธรว มกบั แผนงานฯ) 5.ตนทุนชีวิตสกู ารผลักดนั เขาสรู ะบบทางภาครฐั หรอื หนว ยงานองคกรอยางเปน รูปธรรม 35 5.1 ทางดา นการศกึ ษาผา นระบบการดแู ลชว ยเหลอื นกั เรียน(สพฐ.รวมกบั แผนงานฯ) 5.2 ตนทนุ ชีวติ กับสภาเด็กและเยาวชน (สภาฯรวมกับแผนงานฯ) 5.3 ตน ทนุ ชวี ิตผา นคณะอนุกรรมการตน ทุนชวี ิต (สท.รว มกับแผนงานฯ) 6.หนวยงาน หรือองคกรที่มีความสนใจอน่ื ๆ เชน ชมรมครูทักษะชีวติ และเพศศกึ ษา สมาคมแนะแนวแหง ประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดลเปน ตน แผนภาพ : ตัวอยา งงานตนทนุ ชวี ติ ทผ่ี านมา สำหรับเครื่องมอื สำรวจตน้ ทนุ ชีวิตเด็กวัยเรียน และเด็ก ปฐมวยั ก็ได้เร่ิมมกี ารใชจ้ ริงในพืน้ ท่ี หนว่ ยงาน องคก์ รต่างๆ บ้างแล้วเชน่ กนั ซง่ึ จะมีการขยายผลมากข้นึ ในการทำงานปี ต่อไป
Ò¹Ê¢Ø ÀÒÇÐà´ç¡á á¼¹§ÅÐàÂÒǪ¹ 36
“ตน้ ทุนชีวิต..จดุ เปลี่ยนสงั คมไทย” ต้นทนุ ชีวติ ... กับผลการศึกษาทีผ่ ่านมา 37
ในช่วงระยะเวลาการทำงาน 3 ปที ี่ผา่ นมา แผนงานสุขภาวะเด็กและ เยาวชนได้ดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนไทย ผ่านรูปแบบ และกระบวนการทมี่ คี วามหลากหลาย พรอ้ มทงั้ ทำงานอย่าง มีสว่ นร่วมกบั ภาคเี ครือขา่ ยท้งั ในส่วนของพนื้ ท่กี ลไกฐานชุมชน หนว่ ยงาน หรือองคก์ ร ทมี่ คี วามสามารถ มคี วามเช่ียวชาญเฉพาะทาง ผ่านโครงการ และงานวจิ ัยในหลายๆประเด็น ซง่ึ การทำงานทผี่ า่ นมานน้ั คน้ พบขอ้ มูลหรือ ข้อสรุปทสี่ ำคญั ๆ หลายอย่าง และมีประโยชน์อยา่ งมากในการทีจ่ ะนำสง่ิ 38 เหลา่ น้นั มาเผยแพร่ และแลกเปลีย่ นซึง่ กนั และกนั เพ่อื เป็นแนวทางใน การทำงาน และเสริมสรา้ งกระบวนการตน้ ทุนชวี ติ เดก็ และเยาวชนไทย ใน ประเด็นหรือรูปแบบอืน่ ๆต่อไป สภาวการณต์ ้นทุนชีวติ เด็กและเยาวชนไทย ความรว่ มมอื : ดำเนินการศกึ ษาผ่าน “โครงการศกึ ษาตน้ ทุนชีวติ เด็กและเยาวชนไทยในระบบสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2552” สำนัก คณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน โดยการสนบั สนุนของแผนงานสุข ภาวะเด็กและเยาวชน สถาบนั แห่งชาตเิ พ่อื การพฒั นาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล รายละเอียด : เป็นการศึกษาขอ้ มลู ตน้ ทุนชีวติ เยาวชนไทย เพ่อื นำ ข้อมูลประกอบการวางแผนการทำงานเพ่ือเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชน ไทยมตี น้ ทุนชีวิตทเี่ ขม็ แข็ง โดยสำรวจขอ้ มลู นกั เรยี นอายุ 14-18 ปี ที่กำลังศกึ ษาอยู่ในระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษา ปกี ารศึกษา 2552 ในโรงเรียน สังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน จำนวน 12,200 คน กระจายทัว่ ประเทศ
“ต้นทนุ ชีวติ ..จุดเปลยี่ นสังคมไทย” ผลการศกึ ษา และส่งิ ท่ไี ด้จากการดำเนินงานในครง้ั นี้ ต้นทุนชีวติ เดก็ และเยาวชนไทยทม่ี คี วามอ่อนแอมากทสี่ ุด 5 อนั ดับแรก ไดแ้ ก่ 1.ฉนั สามารถพดู คยุ แลกเปลย่ี นเรียนรู้เรื่องราวเกยี่ วกบั ส่อื เช่น วิทยุ ทวี ี สอื่ ประเภทอื่นๆ กับครูเป็นประจำ (53.13%) 2.ฉนั ได้รบั มอบหมายบทบาทหนา้ ทีท่ ี่มคี ณุ ค่า และเปน็ ประโยชน์ ต่อชุมชน (55.92%) 3.ฉนั รว่ มทำกจิ กรรมบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชนเปน็ ประจำ(56.74%) 4.ฉัน กลา้ ยืนหยัดในสง่ิ ที่ฉนั เชื่อ เช่น กลา้ เสนอความคดิ เหน็ แม้วา่ บางครง้ั จะมีความเหน็ แตกตา่ งจากผู้อื่น (58.31%) 5.ฉนั ทำการบา้ นหรอื ทบทวนบทเรยี นทกุ วนั (58.91%) และต้นทนุ ชีวติ เดก็ และเยาวชนท่มี คี วามอ่อนแอมากท่ีสดุ ของแต่ละพลัง 39 ไดแ้ ก่ 1.พลงั ตวั ตน ฉนั กล้ายนื หยัดในส่งิ ทฉ่ี นั เช่ือ เชน่ กล้าเสนอความคิดเห็น แม้ว่าบางครง้ั จะมีความเหน็ แตกตา่ งจากผอู้ นื่ (58.31%) 2.พลงั ครอบครวั ฉ นั ส ามารถพดู คยุ แลกเปลยี่ นเรยี นรเู้ รอ่ื งราวเกยี่ วกบั สอื่ เช่น วิทยุ ทีวี ส่อื ประเภทอน่ื ๆ ภายในครอบครัวเป็นประจำ (64.57%)
3.พลังสรา้ งปัญญา ฉัน สามารถพูดคุย แลกเปลย่ี นเรยี นรูเ้ รอ่ื งราว เกีย่ วกบั สอื่ เชน่ วิทยุ ทีวี สอื่ ประเภทอื่นๆ กับครเู ป็นประจำ (53.13%) 4.พลงั เพอื่ นและกจิ กรรม ฉ นั ร ว่ มกจิ กรรมทางศาสนาหรอื ประกอบ พธิ ีกรรมเปน็ ประจำ (62.76%) 40 5.พลังชมุ ชน ฉัน ได้รับมอบหมายบทบาทหนา้ ท่ีทีม่ คี ุณคา่ และเป็น ประโยชนต์ อ่ ชุมชน (55.92%) ดงั นนั้ จะเห็นได้วา่ ต้นทนุ ชวี ิตท่อี ่อนแอในแต่ละ พลงั นน้ั มคี วามสำคญั อยา่ งยงิ่ ทที่ กุ ๆภาคสว่ นไมว่ า่ จะเปน็ ผู้ใหญ่ หรือแม้แตเ่ ดก็ และเยาวชน ควร จะต้องตะหนักและมีส่วนร่วมในการเสริมสร้าง ต้นทนุ ชีวติ เพือ่ ให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ไดเ้ กิด การพฒั นา และสรา้ งสรรค์ตนเองให้มีศกั ยภาพท่ี สงู ข้ึน พลังตวั ตน : ในสงั คมปจั จบุ ันการเสนอและกลา้ ที่จะแสดงแนวคดิ ต่างๆ เปน็ สง่ิ ที่เด็กๆขาดกันมาก แต่สิ่งสำคัญนนั้ คือ จะทำอยา่ งไรใหเ้ ด็ก และเยาวชนได้เกิดความเข้าใจในเร่ืองของความแตกต่างด้านความคิด และใชป้ ระโยชนจ์ ากแนวความคิดทหี่ ลากหลายของแตล่ ะบคุ คล และกลา้ ท่จี ะเสนอความคดิ ในดา้ นบวก และถกู ต้องเหมาะสมกบั กาลเทศะ
“ต้นทนุ ชีวติ ..จดุ เปล่ยี นสงั คมไทย” พลงั ครอบครวั และพลังสร้างปัญญา : ผลการสำรวจเกี่ยวกบั สือ่ มคี วามสำคญั และมกั จะเปน็ ต้นทุนชวี ติ ทม่ี ีความอ่อนแอในเกอื บทกุ กลมุ่ ทสี่ ำรวจ ซง่ึ ในภาวะปัจจุบันการห้ามให้เดก็ และเยาวชนเสพสื่อน้นั เปน็ ไป ได้ค่อนข้างยาก เพราะช่องทางของสื่อนนั้ มามากมายและไมส่ ามารถควบ คมุ ได้ เพียงแต่จะทำอยา่ งไรใหเ้ กดิ การเสพสื่ออย่างถกู ต้องและสร้างการ เรยี นรู้ให้กับเดก็ ว่าสือ่ ไหนมคี ุณค่า และสื่อใดควรหลกี เลี่ยง โดยการสรา้ ง สมั พนั ธภาพและการพูดคุยอย่างเขา้ ใจท้ังกับครอบครัว และโรงเรียน พลงั เพอ่ื นและกจิ กรรม : ในส่วนของพลังเพ่ือนและกจิ กรรมควรมี 41 การสง่ เสริมให้เดก็ และเยาวชนมีสว่ นร่วมในการทำกิจกรรม หรือประกอบ พิธกี รรมทางด้านศาสนาอย่เู สมอโดยการสนับสนุนและส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ เกิด ทศั นคตทิ ่ีดีตอ่ ศาสนา พรอ้ มทงั้ สง่ เสริมให้นำหลักธรรมคำสอนในศาสนา มาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจำวันให้เกิดผลประจกั ษจ์ รงิ กลายเป็นวถิ ชี วี ติ ก็ จะสามารถทำให้เด็กได้สัมผัสถึงคุณค่าของการทำกิจกรรมหรือประกอบ พิธีกรรมทางด้านศาสนามากข้นึ พลังชุมชน : สว่ นของพลังชุมชนเป็นทน่ี ่าสนใจเพราะเกอื บทกุ กลุม่ จะขาดและออ่ นแออย่างมาก เพราะสังคมที่จะตอ้ งแยง่ กนั กินแย่งกนั ใช้ ทุกๆคนใชช้ วี ิตโดยไมข่ ้องเก่ียวกับชมุ ชน เด็กและเยาวชนขาดการเช่อื ม โยงกับชุมชน ขาดความรูส้ กึ เหน็ คุณคา่ ในตนเอง ขาดจิตอาสาในชมุ ชน ซึง่ ส่ิงเหล่าน้ีจะต้องอาศยั การมีสว่ นร่วมในชมุ ชนใหม้ ากขนึ้ กอ่ นทเ่ี ด็กและ เยาวชนจะขาดความตระหนกั และสิ่งดๆี จะขาดหายไป กลายเปน็ ชมุ ชน ท่อี ย่แู บบตวั ใครตวั มนั ไม่มกี ารช่วยเหลอื และดูแลซึ่งกันและกัน
ต้นทนุ ชวี ติ กับการพัฒนางานกลไกฐานชุมชน ความร่วมมอื : กระบวนการเสรมิ สร้างตน้ ทนุ ชีวติ ของกลไกฐาน ชมุ ชน นอกจากจะมีกระบวนการหลักๆ ในเรื่องของการใชเ้ ครื่องมือแลว้ กระบวนการที่เสริมเติมเต็มและสร้างแนวคิดเชิงบวกในการทำงาน คอื กระบวนการพีเ่ ลย้ี งและท่ปี รึกษา กระบวนการเฝา้ ระวัง (อาศัย 42 เคร่ืองมือสำรวจตน้ ทนุ ชีวติ หรือเครอ่ื งมอื อืน่ ๆ ) กระบวนการเรยี นรกู้ ิจกรรม สรา้ งสรรค์ตามพัฒนาการของเด็ก และกระบวนการบรหิ ารจดั การ ทงั้ น้ี กระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตยังมีการติดตามโดยการลงพื้นที่เพ่ือ แลกเปลี่ยนเรียนรรู้ ่วมกนั ซึ่งมีเวทที ี่สำคัญๆหลายเวที เชน่ เวทวี ิเคราะห์ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ตามพัฒนาการเด็ก โดยอาศยั ผลสำรวจตน้ ทนุ ชวี ติ เวที กำหนดและวางแผนตวั ชว้ี ัดความสำเรจ็ และเวทีถอดบทเรียนการดำเนนิ งาน เปน็ ตน้ รายละเอียด : พืน้ ที่กลไกฐานชมุ ชนทีร่ ่วมกระบวนการเสรมิ สรา้ ง ต้นทนุ ชวี ิต มีอยู่ถึงประมาณ 60-70 พืน้ ที่กระจายอยูท่ ั่วประเทศ มรี ะดับของ การทำงานแตกต่างกัน 3 ระดับ คอื ระดบั Love to see (ร่วมสร้างกระบวนการทัง้ ในส่วนพี่เลย้ี งและที่ ปรึกษา การเฝ้าระวัง และพัฒนากิจกรรม) ประมาณ 10 พ้นื ที่ ระดบั Like to see (รว่ มสรา้ งกระบวนการทง้ั ในสว่ นพ่ีเลยี้ งและที่ ปรึกษา) ประมาณ 20 พน้ื ท่ ี ระดับ Expect to see (รับการสนบั สนนุ ตามความต้องการ) ประมาณ 30 พนื้ ท่ี
“ต้นทนุ ชวี ติ ..จดุ เปลีย่ นสงั คมไทย” ผลการศกึ ษา และส่ิงท่ีไดจ้ ากการดำเนินงานในคร้ังน้ี 43 พน้ื ทกี่ ลไกฐานชมุ ชนเกดิ การเปลีย่ นแปลง และสรา้ งเสรมิ พลงั ต้นทุนชีวิต พลงั ตัวตน : มีความมั่นใจในการแสดงความคิดเหน็ มีความ สามารถในการวางแผน มนี ้ำใจ ให้อภยั มีสมาธิ เคารพกติกา เป็นตน้ พลงั ครอบครวั : ครอบครวั เห็นความสำคัญของกจิ กรรม สนบั สนุนใหเ้ ดก็ เข้าร่วม สนบั สนุนทรพั ย์สิน สง่ิ ของ และเข้าร่วมกจิ กรรม ในบางครง้ั ด้วย พลังปัญญา : วเิ คราะหว์ างแผนกิจกรรม แกป้ ัญหาเฉพาะ หน้า เกิดทกั ษะในการทำงาน เกิดจติ สำนึกรักท้องถิ่น เป็นตน้ พลงั เพอ่ื นและกจิ กรรม:เกดิ การชกั ชวนใหม้ าทำกจิ กรรมดๆี เกิดเครอื ข่ายกลุ่มเพือ่ นตา่ งหมู่บ้าน ต่างกลุม่ พลังชุมชน : ส่งิ ทเี่ หน็ ไดช้ ัดคือ ชมุ ชน/ ชาวบ้านใหก้ าร สนับสนนุ กจิ กรรม แต่ในส่วนของอบต./ เทศบาล ทจ่ี ะใหก้ ารสนบั สนนุ งบ ประมาณ หรือบรรจไุ วเ้ ป็นแผนการทำงานของ อบต. นนั้ มบี ้างในกรณี ท่พี ี่เล้ียงท่ีปรึกษาเปน็ คณะทำงานของ อปท. เกิดกระบวนการคิดกิจกรรมสร้างสรรค์และต่อยอดไปสู่กิจกรรม อื่นๆ กิจกรรมส่วนใหญเ่ รมิ่ จากการวิเคราะหต์ น้ ทนุ ชวี ติ ดา้ นที่อ่อนแอ แลว้ คิดกิจกรรมเสรมิ สร้าง บางพ้ืนทไี่ ด้ใช้เครื่องมืออ่นื ๆ มาชว่ ยวิเคราะห์ ชมุ ชนดว้ ย เชน่ เครอ่ื งมอื แผนแม่บทชมุ ชน ซง่ึ เป็นเครอ่ื งมอื ทที่ ำใหร้ ู้จกั ชมุ ชนมากขึ้น
พีเ่ ลย้ี งท่ปี รกึ ษา มีทิศทางในการดแู ลเดก็ มากยง่ิ ขนึ้ ท้ังองคค์ วามรู้ ทีไ่ ดจ้ ากการฝึกอบรม ในหลกั สูตรพเ่ี ลย้ี งที่ปรกึ ษา ท่มี ีเนอื้ หาเก่ยี วกับการ รจู้ กั พฒั นาการของเด็ก การใหก้ ารปรกึ ษา การใช้เครอ่ื งมอื วเิ คราะห์ตนเอง เปน็ ตน้ อกี ทงั้ พ่เี ลยี้ งและทป่ี รึกษายังได้มีโอกาสไดแ้ ลกเปลยี่ นเรียนรใู้ นพ้นื ที่ เกิดมุมมองใหม่ เกิดแรงบันดาลใจ 44 “บางโปรงโมเดล” ตวั อยา่ งรูปแบบ (Model) การใช้กระบวนสร้าง เสริมต้นทุนชีวิตเพื่อขับเคลื่อนและพัฒนากลไกการทำงานด้านเด็กและ เยาวชนระดบั ชุมชน ของพื้นที่ชมุ ชนบางโปรง จังหวัดสมทุ รปราการ เครื่องมือ ฐานขอมลู เชิงวจิ ยั บางโปรง Model จัดระบบคดิ การสรางเสริมตนทุนชีวติ เกดิ ทศิ ทาง แผนระดบั ทองถ่ิน แลกเปลี่ยนเรยี นรูรวมกัน การสรา งภาคี ภาคีทีม่ ีสว นรว มกับชุมชน เดก็ และเยาวชน กระบวน สถานศึกษา กจิ กรรมสรา งสรรค การพัฒนาศักยภาพ โรงงานอตุ สาหกรรม ดา นศลิ ปวัฒนธรรม โรงไฟฟา ดานประเพณี วดั ดานสง่ิ แวดลอ ม สาธารณสุข ดานความสามารถพิเศษเฉพาะ อบต. และภาคีภาครฐั ชุมชน พ่เี ล้ียง เกดิ การมีสว นรว มในดานตา งๆ ทกั ษะการเปนพเี่ ลีย้ ง เกิดจติ สำนกึ ในชมุ ชนรวมกนั แผนภาพ : “บางโปรงโมเดล” ตวั อยางกระบวนการเสริมสรา งตน ทุนชวี ิตในพืน้ ที่กลไกฐานชุมชน
“ตน้ ทนุ ชีวิต..จดุ เปลี่ยนสังคมไทย” ตน้ ทนุ ชีวติ กับการบรู ณาการงานทางดา้ น การศึกษาอยา่ งเปน็ รปู ธรรม ความร่วมมือ : โครงการบูรณาการต้นทุนชวี ิตสู่ระบบการดูแลช่วย เหลือนกั เรียนเปน็ โครงการที่แผนงานสขุ ภาวะเด็กและเยาวชน สำนักงาน กองทนุ สนับสนนุ การสรา้ งเสริมสุขภาพ ร่วมกับ สำนกั งานคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ไดด้ ำเนินการร่วมกนั โดยคดั เลอื ก 10 โรงเรยี นนำรอ่ ง ใน 10 จังหวดั ทวั่ ประเทศไทยเขา้ รว่ มโครงการฯ โดยมวี ตั ถุประสงค์เพอ่ื บูรณาการกระบวนการสร้างเสริมต้นทุนชีวิตเข้าสู่ระบบการดูแลช่วยเหลือ นกั เรยี นในโรงเรยี นระดบั มัธยมศึกษา รายละเอียด : กระบวนการเสริมสร้างตน้ ทุนชวี ิตมคี วามเฉพาะเจาะจง 45 อาศยั ระบบท่มี ีอยแู่ ลว้ โดยการบรู ณาการเขา้ กบั ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือ นกั เรยี น เพอ่ื ให้เกิดการทำงานทีย่ ่ังยนื และเนน้ ให้เคร่อื งมือสำรวจตน้ ทนุ ชวี ิต เปน็ อกี เคร่ืองมือหน่ึงท่ชี ว่ ยเสรมิ สรา้ งการทำงานด้านเดก็ และเยาวชน ในสถานศึกษา เกดิ กิจกรรมสรา้ งสรรค์ท่ีเกิดจากการมีส่วนรว่ ม และข้อมลู ท่ีมาจากเด็กๆ โดยตรง โครงการน้ผี ลักดันเขา้ สรู่ ะบบทางการศกึ ษา ที่มี ความชัดเจน มกี ารดำเนนิ โครงการอยา่ งมกี ระบวนการ และการวางแผน รว่ มกนั ท้ังในส่วนของแนวคดิ วิธีการ ขั้นตอนการทำงาน และการตดิ ตาม ประเมนิ ผลซงึ่ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและความรสู้ กึ เป็นเจ้าของงานรว่ มกนั การนำเอาตน้ ทนุ ชีวติ เข้าสู่ระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียนนัน้ มสี ว่ นช่วยเตมิ เต็มระบบให้มคี วามเขม้ แข็งมากยงิ่ ขน้ึ และเป็นหนทางหน่งึ ในการท่ีจะสรา้ ง ให้เกิดความร่วมมอื ระหวา่ งท้ังครอบครัว โรงเรยี น และชมุ ชนอกี ดว้ ย
ตนทนุ ชีวิตกบั ระบบดแู ลชว ยเหลือนกั เรยี น ประมวลผลรายบุคคล* รจู กั ตน ทนุ ชีวติ โฮมรูม ครแู นะแนว ตน ทนุ ชีวติ ฉบับนักเรียน และภาพรวม - ครู ครเู ยี่ยมบาน ครู ตน ทนุ ชีวติ ฉบบั ผูปกครอง ประมวลผลรายบคุ คล* และภาพรวม - ผูป กครอง Classroom Meeting ครปู ระจำชั้น ครปู ระจำชัน้ ทราบรหสั * - นักเรียน - แจง ผลและประมวลผลภาพรวมระดบั หอง/ช้ัน 46 - เสรมิ สรางตน ทนุ ชวี ติ รายบคุ คล(เฉพาะกรณ)ี ดำเนินกิจกรรมและประมวลผล ผปู กครอง+นักเรียน ถอดบทเรียน (เครือขา ยผปู กครอง เครือขา ยผปู กครองรว มกับนกั เรยี น ตวั แทนนักเรียน ครแู นะแนว ครูประจำชั้น ครทู ีป่ รึกษา) พฒั นากิจกรรม - ระดับหอ งเรียน/ชนั้ เรียน - ระดบั โรงเรียน (ผปู กครอง นักเรยี น ชุมชน) แผนภาพ : กระบวนการเสรมิ สรา งตน ทนุ ชีวิต สรู ะบบการดแู ลชว ยเหลือนกั เรยี น ผลการศกึ ษา และสงิ่ ที่ได้จากการดำเนินงานในครัง้ น้ี จากการรว่ มดำเนนิ งานทผ่ี ่านมา เกดิ การแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และถอด บทเรยี นกระบวนการเสริมสร้างตน้ ทนุ ชวี ติ มีประเด็นมมุ มองทแี่ ตกตา่ งกัน ของกลุ่มท่ีเกี่ยวข้อง ทั้ง กลุ่มคณะผู้บริหารระดับสงู กล่มุ ครูอาจารย ์ กลุม่ เครือข่ายผูป้ กครองและตัวแทนจากภาคชุมชน และกลุ่มนกั เรียน
“ต้นทนุ ชวี ติ ..จดุ เปลย่ี นสังคมไทย” กลุม่ คณะผบู้ ริหารระดบั สูง : ผู้บริหารและทมี งานต้องทำหนา้ ทห่ี ลอ่ หลอม และบูรณาการระบบตา่ งๆ ใหเ้ ปน็ ระบบเดียวกัน ทงั้ ระบบดแู ล ชว่ ยเหลอื นักเรยี น ระบบการจัดกิจกรรม ระบบการจัดการเรยี นรแู้ ละเรือ่ ง ต้นทนุ ชวี ติ เพื่อให้เปน็ รปู แบบการจดั การศกึ ษาใหก้ บั โรงเรียน กลมุ่ ครูอาจารย์ : การสรา้ งความตระหนักใหก้ บั บคุ ลากรในสถาน 47 ศึกษาเห็นถึงความสำคญั ของการเสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ชวี ิต เป็นสิง่ สำคญั เรม่ิ ต้น ก่อนที่จะเสรมิ สรา้ งใหก้ บั นักเรยี น การทจี่ ะดำเนินงานตน้ ทุนชีวติ อยา่ งมี ระบบ จ ำเป็นตอ้ งใส่เขา้ ไปในหลกั การหรือนโยบายหลกั ของโรงเรยี น เ พื่อให้ เปน็ แผนปฏบิ ัตกิ ารของโรงเรยี นไปตลอด และการทำงานเรอ่ื งของตน้ ทนุ ชีวิตจะสามารถลดภาระของครูได้นั้นจะต้องมีการจัดต้ังคณะกรรมการ ต้นทุนชีวิตในระดบั โรงเรยี นขึน้ โดยมีคณะครเู ปน็ ทีป่ รกึ ษาของทุกระดบั สายช้นั ทุกหอ้ ง แ ละต้องมนี กั เรยี นรวมอยใู่ นคณะด้วย เ พราะปญั หาที่สำคญั คือ ครมู ภี าระงานมากทง้ั เรอื่ งของการสอนและการประเมนิ ตา่ งๆ “การ ทำงานถ้าครูไม่อยากรบั งานแล้ว พอใจปดิ ก็จะไมเ่ ข้าใจงานเพราะเรา มองในเชิงลบ”
เครอื ข่ายผ้ปู กครองและภาคชุมชน : เปา้ หมายสูค่ วามสำเร็จในการ เสรมิ สรา้ งต้นทนุ ชีวติ ควรมีการสรา้ งความตระหนัก มกี ารให้ความรู้ และ การสร้างความเข้าใจกับผูป้ ฏบิ ตั งิ าน ได้แก ่ ชุมชน ผปู้ กครอง ศษิ ย์เกา่ จากน้ันผนู้ ำชุมชน หรือปราชญช์ าวบา้ นก็จะเข้ามามีสว่ นร่วมอยา่ งสม่ำเสมอ โดยใหอ้ ปท.เขา้ มามสี ่วนรว่ ม และมกี ารแตง่ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะข้ึน แต่ ปญั หาและอปุ สรรคทส่ี ำคญั กค็ อื ข อ้ จำกดั เรอื่ งของเวลาทำใหร้ วมตวั ยากมาก โรงเรยี นคิดว่าเครอื ขา่ ยไม่สำคญั เครือข่ายก็คดิ วา่ โรงเรยี นไม่สำคญั นอกจาก 48 น้ีโรงเรียน ผู้นำชุมชน และทอ้ งถ่ิน มีการส่ือสารไม่ตรงกัน กลมุ่ นักเรยี น : กระบวนการนส้ี ามารถเสริมสร้างตน้ ทุนชวี ติ ไดท้ ัง้ กับ ครแู ละนักเรียน ครูถอื เปน็ หวั ใจสำคญั หนึ่งของกระบวนการ จะทำอยา่ งไร ใหเ้ กดิ แนวคดิ ทว่ี ่า “ต้นทนุ ชวี ิตไมใ่ ชว่ ชิ าทมี่ ีหน่วยกติ แตเ่ ป็นวิชาชีวิต ทีค่ รูต้องสอน” รวมทงั้ จัดกจิ กรรมเพื่อยกระดบั พลงั ตา่ งๆใหด้ ยี ง่ิ ขึน้ เกดิ ความต่อเนือ่ งและยง่ั ยืน ดงั คำที่วา่ “กระบวนการเสรมิ สรา้ งต้นทนุ ชวี ติ ไมใ่ ชเ่ ปน็ เพยี งแค่การพฒั นา แตเ่ ปน็ การแกป้ ญั หาที่ยงั่ ยืน” โครงการทำให้เกิดจุดเปลย่ี น “โรงเรียนเปิดรวั้ สชู่ มุ ชนใน การดำเนินกิจกรรมรว่ มกนั อย่างชดั เจน เกดิ การทำงานแบบมี สว่ นรว่ มกนั มากขน้ึ ”โดยทำใหค้ รูผปู้ กครองนกั เรยี นและชมุ ชนได้ ดำเนนิ การทั้งสำรวจ วเิ คราะห์ วางแผน ลงมอื และติดตามผล การดำเนนิ โครงการร่วมกนั และอีกหน่ึงเสียงสะทอ้ นจากตัวแทน นักเรียนที่สำคัญเม่ือโครงการต้นทุนชีวิตเข้ามาสู่ระบบโรงเรียน คือ “เมื่อเริม่ เปลีย่ นความคิด ชวี ิตกเ็ ปลี่ยน”
Search