คูมือปฏิบตั อิ ยา งงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มติ รตอสงิ่ แวดลอม 5-21 หมายเหตุ 1. แผนแอลซีดี - แกว - ผนึกเหลว หรือ Liquid Crystal 2. แปนพิมพ - สารปรอท -สารโพลีไวนลิ คลอไรด (PVC) - สารหนวงไฟ/สารทนไฟ 3. ฮารดดสิ กไ ดรฟ - โลหะ 4. ออฟติคอลไดรฟ - โลหะ 5. แบตเตอรี่ - โลหะหนัก เชน แคดเมยี ม 6. หมอ แปลง - สารโพลไี วนิลคลอไรด (PVC) 7. โครงเคร่ือง - สารโพลไี วนิลคลอไรด (PVC) - สารหนว งไฟ/สารทนไฟ จากภาพจะเห็นวาเคร่ืองคอมพิวเตอรแบบพกพาจะมีอุปกรณและชิ้นสวนตาง ๆ รวมอยูดวยกัน โดยสามารถแบง องคป ระกอบหลักๆ ได 7 สว น ไดแก ฮารดดิสกตาง ๆ รวมอยูดวยกัน โดยสามารถแบงองคประกอบ หลักๆ ได 7 สวน ไดแก ฮารดดิสกไดรฟ (Hard Disk Drive) ออฟติคอลไดรฟ (Optical Drive) แผนแอลซีดี (LCD Panel) แบตเตอรี่ (Battery Pack) โครงเคร่ือง (Customizable Notebook Panel) หมอแปลง (Power Adapters) และคยี บอรด (Keyboards)
คูมอื ปฏิบตั ิอยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอุปกรณอเิ ล็กทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยางเปนมติ รตอสงิ่ แวดลอม 5-22 5.๔.2.2 ชนดิ ของวัสดหุ รอื องคป ระกอบทเี่ ปน อันตรายของเครอื่ งคอมพิวเตอร จากตารางที่ 5-3 และ 5-4 จะเห็นวาคอมพิวเตอรมีสารเคมีท่ีมีอันตราย ดังแสดงในรูปท่ี 5-12 และ 5-13 ตะก่วั ออกไซด แคดเมยี ม โลหะหนัก เชน ทองแดง นิกเกิล เปนตน แบรลิ เลยี ม สารหนว งไฟ รปู ท่ี 5-12 สารเคมที ่มี ีอันตรายที่พบในคอมพวิ เตอรแ บบสวนบุคล
คมู ือปฏิบตั อิ ยางงา ยในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไ ฟฟา และอปุ กรณอ เิ ล็กทรอนิกสในแหลง ชุมชนอยางเปนมติ รตอสง่ิ แวดลอ ม 5-23 สารหนวงไฟ ปรอท ผนกึ เหลว หรือ สารโพลไี วนลิ คลอไรด (PVC) Liquid Crystal โลหะหนกั แคดเมยี ม สารหนว งไฟ สารโพลีไวนิลคลอไรด (PVC) รูปท่ี 5-13 สารเคมที ี่มีอนั ตรายทีพ่ บในคอมพิวเตอรแบบพกพา นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ซ่ึงอันตรายไมแพสวนประกอบอื่นของคอมพิวเตอรแบบพกพา ปจจุบันนิยมใช แบตเตอร่ีชนิดลิเทียม-ไอออน (Lithium-ion Battery) ซึ่งสามารถบรรจุไฟฟาไดมากกวา และสามารถชารจไฟได ขณะท่ียังมีไฟอยู พบวา แบตเตอรี่ชนิดลิเทียม–ไอออน ประกอบดวยสารอันตรายหลายชนิด เชน โคบอลต อะลูมิเนียม และตวั ทําละลาย เปนตน
คูมอื ปฏบิ ตั ิอยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยา งเปน มิตรตอสง่ิ แวดลอ ม 5-24 ตารางท่ี 5-4 แสดงสารอนั ตรายในแบตเตอรชี่ นดิ ลิเทียม-ไออน เปรียบเทียบกับแบตเตอรี่ประเภทอนื่ สารอันตราย ชนิดนกิ เกลิ – แคดเมยี ม ชนดิ นิกเกิล – โลหะ ไฮไดรด ชนดิ ลเิ ทยี ม- - ไอออน แคดเมยี ม 6-22 - นิกเกิล/สารประกอบ 11-30 30-50 นิกเกิล 5-20 ไมทราบปริมาณ สงั กะสี - 2-15 - ทองแดง - 2.5-8 - โคบอลต/สารประกอบ 0-2 0-2 โคบอลต - 0-1 <25 แมงกานสี - 0-1 ไมท ราบปริมาณ อะลมู เิ นยี ม <3-10 1-25 สารประกอบลิเทยี ม 1-25 2-10 เหล็กกลา - - <25 โพลีไวนีลอิดีน ฟลูออไรด - - 15-30 ตวั ทําละลายอนิ ทรีย - - 0-5 คารบอน/แกรไฟต 10-20 3-30 ท่ีมา : กองจดั การกากของเสียและสารอนั ตราย กรมควบคุมมลพษิ ขอ ควรระวัง สารหนวงไฟที่อยูในพลาสติกเปนสารกอมะเร็ง หากมีการเผาไหมอยางไมถูกวิธีและไมมี เครอ่ื งปองกนั จะสงผลเสียตอ ผูปฏิบัตงิ าน พิษของตะกั่วจะสงผลตอระบบไหลเวียนโลหิต ทําใหเกิดอาการโลหิตจาง สะสมในกระดูก และฟน ทําใหมีอาการปวดตามขอ อาการพิษทางประสาทและสมอง ทําใหทรงตัวไมอยู เกิดอาการ ประสาทหลอน ซึม มือและเทาตก เปน อัมพาต สลบ และอาจตายได แคดเมยี ม (Cadmium) มฤี ทธิก์ ัดกรอน หายใจเขา ไปจะกอใหเ กดิ การระคายเคือง เจ็บคอ หายใจขดั การกลืนหรอื กินเขาไปจะกอ ใหเกิดอาการปวดทอง ทองรว ง การสมั ผัสเปนระยะเวลานาน หรือการสมั ผสั ซ้ําจะทําใหเกดิ ผลกระทบตอระบบเลอื ด ทาํ ลายไต ไอของสารทาํ ใหเปนโรคปอดอักเสบ อาจเปน อนั ตรายถึงชีวติ เม่ือร่วั ไหลลงสูแหลง น้าํ จะเกดิ ผลกระทบตอสงิ่ มชี วี ติ ท่ีอาศัยในน้ํา และเปนพิษตอแหลง นา้ํ ด่ืม อะลูมิเนียม (Aluminium) เม่ือสดู ดม สัมผัส หรอื กนิ เขา ไปจะเกิดการระคายเคือง
คมู อื ปฏบิ ตั ิอยา งงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟา และอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมติ รตอสงิ่ แวดลอม 5-25 5.4.2 วธิ กี ารแยกช้นิ สวนซากคอมพวิ เตอรท ถี่ ูกตองตามหลกั วิชาการ คอมพิวเตอรป ระกอบดว ยโลหะมีคาหลายชนิด สามารถแบงตามศักยภาพในการรีไซเคิลได 4 กลุม ไดแ ก กลุมท่ี 1 มีศักยภาพในการรีไซเคิลสูงถึง 80% หรือมากกวา ไดแก อะลูมิเนียม เหล็ก ทองแดง นิกเกิล ทองคําและเงิน กลุม ท่ี 2 มศี ักยภาพในการรีไซเคลิ ปานกลาง ประมาณ 50-80% ไดแก สังกะสี อินเดยี ม ซลิ ิเนียม และโรเดยี ม กลุม ท่ี 3 มีศกั ยภาพในการรีไซเคลิ ต่าํ ประมาณ 50% `หรือนอ ยกวา เชน ตะกัว่ และพลาสตกิ กลุมที่ 4 ไมมีศักยภาพในการรีไซเคิล ไดแก เจอรมาเนีย แกลเลียม แบเรียม แทนทาลัม วาเนเดียม แบริลเลียม และยโู รเปย ม จะเห็นไดวาถามีการจัดการที่ถูกตองและมีเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมจะสามารถแยกโลหะมีคาออกจากซาก คอมพิวเตอรไดมาก อีกท้ังยังเปนการลดปญหาส่ิงแวดลอมอันเกิดจากการปนเปอน หรือการสกัด/ถลุง เพ่ือเอาโลหะ มาใชเ ปนวตั ถุดบิ ในกระบวนการผลติ แนวทางทีเ่ หมาะสมสําหรับการจัดการซากคอมพิวเตอร มีขั้นตอนดงั รปู ที่ 5-14 เตรยี มอปุ กรณ ตรวจสอบปาย ตรวจสอบรอย ขนสงมายงั ที่รวบรวม ซาเลง , ผูรวบรวมซาก การร้อื /แยกชิ้นสวน การแยกหลอดภาพรงั สีคาโทด กรวยแกว (Funnel Glass) รานรับซอื้ ของเกา, (Dismantling) การแยกโครง/ตู (Cabinet) จอแกว (Panel Glass) รา นซอม, แผงวงจร ลาํ โพง ชาโดวม าสก แถบเสรมิ เหลก็ ปนอเิ ล็กตรอน ขดลวดหกั เห โรงงานลําดับที่ 105* บดหยาบ บาํ บัด/กาํ จดั รีไซเคลิ โรงงานลาํ ดับท่ี 105* และ 106* รูปท่ี 5-14 แนวทางท่ีเหมาะสมสําหรับการจัดการซากคอมพวิ เตอร
คมู อื ปฏบิ ัตอิ ยางงายในการถอดแยกซากเคร่อื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยา งเปน มิตรตอ สง่ิ แวดลอ ม 5-26 หมายเหตุ * โรงงานลําดบั ที่ 105 หมายถงึ โรงงานทปี่ ระกอบกจิ การเกย่ี วกบั การคัดแยกหรือฝงกลบส่ิงปฏกิ ลู หรอื วัสดุทไี่ มใ ชแ ลว ** โรงงานลําดบั ท่ี 106 หมายถึง โรงงานทีป่ ระกอบกจิ การเกี่ยวกบั การนําของเสยี กลับมาใชใ หม จากรูปที่ 5-14 จะเห็นวา การจัดการซากคอมพิวเตอร มี 3 ขั้นตอนหลัก ไดแก การรวบรวมและเก็บขยะ จากการถอดแยกช้นิ สว น และเตรยี มวัตถดุ บิ เพอื่ นาํ ไปรไี ซเคิลหรือกาํ จัด (แลวแตกรณี) ซึ่งในแตละข้ันตอนดังกลาวก็มี ระดับของผูปฏิบัติงานท่ีเหมาะสมแตกตางกันไป โดยพิจารณาจากความพรอมของเครื่องมือ และระดับเทคโนโลยี ท่ีมีอยู เชน ซาเลงและผูเก็บรวบรวมซากจะมีสวนชวยเปนอยางมากในข้ันตอนการรวบรวมและเก็บขนซาก มาสูสถานท่ี/โรงงานที่รับคัดแยกหรือรีไซเคิล เปนตน ทั้งนี้ในการจัดตั้งโรงงานคัดแยกท่ีใชอุปกรณ เคร่ืองจักรตั้งแต หาสิบแรงมา ผปู ระกอบการตองดําเนินการข้นึ ทะเบยี นกบั กรมโรงงานอุตสาหกรรมมเิ ชน นั้นจะมโี ทษตามกฎหมาย ขอควรรู เนื่องจากเทคโนโลยีท่ีเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว ทําใหคอมพิวเตอรตกรุนไดงาย และถูกท้ิง กลายเปนซาก ท้งั ท่ียงั สามารถใชงานไดอ ีก ดังนั้น กอนจะถึงขั้นตอนการแยกช้ินสวน ซากคอมพิวเตอร เพื่อนําชิ้นสวนตาง ๆ ไปรีไซเคิลหรือกําจัดดวยวิธีท่ีเหมาะสม ควรมีขั้นตอนการทดสอบซาก คอมพิวเตอรแบบยกชุดกอน เพ่ือพิจารณาวาซากนั้นยังอยูในสรุปท่ีจะนําไปใชงานตอไดหรือไม (โดยไมตองนําไปซอมกอน) ทั้งนี้ หากสามารถใชงานได ซาเลง ผูประกอบการรับซ้ือของเกา สามารถนําไปขายเปนของมือสองไดเลย ถือเปนการเพ่ิมมูลคาเพราะแทนท่ีจะขายเปนซาก ซึง่ มมี ูลคาต่ํากลายเปนการขาย ขอควรระวัง ขอควรระวงั อยา งหนงึ่ สาํ หรับซาเลง และผูเก็บรวบรวมซาก คือไมควรแยกช้ินสวนซากหรือผลิต ชิ้นสวนเพ่ือแยกโลหะมีคาดวยตัวเองควรเก็บรวบรวมและขนสงยังรานรับซื้อของเกาจะเหมาะสมกวา เพราะนอกจากจะเสี่ยงตอการเกิดอันตราย เส่ียงตอโรคภัยตางๆ เชน โรคมะเร็ง แลวยังอาจเปน การผิดกฎหมายที่เกี่ยวของกับการกําจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไมใชแลวอีกดวย เนื่องจากรัฐไดกําหนด ผูมีหนาที่ในการประกอบกิจการทเี่ กย่ี วกับการคัดแยก รีไซเคิล หรือฝงกลบส่งิ ปฏิกูล หรือวัสดุที่ไมใชแลวไว อยา งชดั เจน
คมู อื ปฏิบัตอิ ยางงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟา และอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปน มิตรตอ สง่ิ แวดลอม 5-27 จากรูปท่ี 5-14 สามารถอธบิ ายรายละเอียดการแยกช้ินสว นของซากคอมพิวเตอรเปนขั้นตอนงาย ๆ ดงั น้ี 1) การเตรียมตวั ของผปู ฏิบตั ิงานสถานทแี่ ละเคร่อื งมือ ผูปฏิบัติงานกอนปฏิบัติงานผูปฏิบัติงานควรเตรียมความพรอมของตนเองโดยการสวมใสอุปกรณปองกัน ทจ่ี ําเปน เชน ถุงมือ แวนตา รองเทาหมุ สน เปน ตน 2) การแยกช้นิ สวน (Dismantling) ของเคร่อื งคอมพวิ เตอรอ ยา งหยาบ อปุ กรณ (1) ไขควง (2) คีมตัดสายไฟ (3) อุปกรณความปลอดภัย เชน หนา กาก ถุงมอื แวน ตา สงิ่ ท่ีไดจากกระบวนการ สวนประกอบหลักๆ สามารถแยกได เชน จอแสดงผล โครง/ตู ระบบจายไฟสายไฟ แผงวงจร คียบอรด ฮารดดิสก ไดรฟ เปนตน ตอ งทําการแยกแบตเตอรีอ่ อกจากซากสว นอนื่ ๆ และรวบรวมแบตเตอรีไ่ ปทิง้ ยงั จดุ รบั ทงิ้ ซากแบตเตอรี่ 3) การทดสอบและซอมแซมเครอ่ื งคอมพิวเตอร อปุ กรณ (1) เคร่อื งมือตรวจวัด/การปลดโหลดตอโหลด (2) ไขควงวดั ไฟ (3) อุปกรณค วามปลอดภยั เชน หนา กาก ถงุ มอื แวน ตา คําอธบิ ายวธิ ที าํ (1) สงั เกตดว ยตาเปลา วามีสวนใดเสียหายเชนการแตกหักเสยี หายของจอภาพการทํางานของระบบจายไฟ ปลกั๊ สายไฟ และ จุดเช่ือมตอ ตา งๆเปนตน (2) ทดสอบความปลอดภยั ของระบบไฟฟา (3) ทดสอบการทาํ งานของแตละระบบเชนแผงวงจรระบบจา ยไฟจอแสดงภาพเปนตน สงิ่ ที่ไดจ ากกระบวนการ - อุปกรณช ้นิ สวนทสี่ ามารถนํากลับไปใชไ ดเ ลย ขอควรระวัง ผูปฏิบัติงานควรมีความรูและความชํานาญในการทดสอบระบบไฟฟาและมีความชํานาญในการใช เคร่อื งมือไดอยางถกู ตองมเิ ชน นั้นไฟฟาลัดวงจรและเกิดอันตรายถงึ ชวี ิตได
คมู อื ปฏบิ ตั อิ ยา งงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟาและอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอม 5-28 4) การแยกชนิ้ สว นอยา งละเอียด กอนนาํ เขา กระบวนการรีไซเคิล อปุ กรณ (1.) เคร่อื งบดอดั (2.) เครื่องตัด (3.) อปุ กรณค วามปลอดภัย เชน หนา กาก ถุงมือ แวน ตา คาํ อธิบายวธิ ีทํา (1) เปน การแยกชิ้นสวนการคัดแยกโดยการตัดใหเปน ชิน้ เล็กๆการบดการอัดใหมีขนาดเล็กลง (2) แยกวัสดแุ ตละประเภทเปนกอง สิง่ ทีไ่ ดจ ากกระบวนการ (1) วัสดุที่สามารถนํากลบั มาใช ไดแ ก พลาสติก เหลก็ อะลมู เิ นยี ม ทองแดง และแกว (2) ซากทไี่ มสามารถนําไปคดั แยกหรือรไี ซเคิลได ขอควรระวงั ผูปฏิบัติงานไมควรเผาสายไฟเพื่อแยกทองแดง หรือเผาแผงวงจรเพื่อแยกโลหะตาง ๆ เนื่องจากในการเผา จะเกิดไอระเหยของโลหะและพลาสติกตาง ๆ ซ่ึงเปนพิษตอรางกายเชน การสูดไอระเหยของทองแดงปริมาณมากจะ ทาํ ใหเกดิ อาการคลน่ื เหยี นอาเจียนและมผี ลตอระบบประสาทรวมทั้งการเผาพลาสตกิ บางชนิดจะทาํ ใหเกดิ สารกอ มะเรง็ ขอควรรู ชน้ิ สวนตาง ๆ ทีแ่ ยกไดจากซากคอมพวิ เตอรม ีศักยภาพทจี่ ะนาํ ไปรไี ซเคิล ไดดังน้ี 1. พลาสติกประมาณ 50% 2. โลหะเชนเหลก็ ทองแดงอลมู ิเนียมประมาณ 80 ถึง 100 เปอรเ ซน็ ต
คมู อื ปฏิบัติอยา งงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปน มิตรตอสง่ิ แวดลอ ม 5-29 จากข้ันตอนท่กี ลา วมาจะเหน็ วาเมือ่ ทาํ การแยกชน้ิ สว นซากคอมพวิ เตอรอยางถูกวธิ ี นอกจากจะปลอดภัย ตอ ผูปฏิบตั งิ านและสิ่งแวดลอม ยงั สามารถไดว ัตถดุ ิบมีคาที่สามารถนําไปขายตอหรือนาํ กลับมาใชป ระโยชนไดใหมอ ีกดวย จอแกว กรวยแกว โลหะ แผงวงจร พลาสติก โลหะ เชน ทองแดง และ อะลูมเิ นยี ม จอแกวผลึกเหลว รปู ที่ 5-15 สรปุ วัตถดุ บิ มีคา และสารอนั ตรายที่ไดจ ากการคัดแยกชนิ้ สวนและการรไี ซเคิล ซากคอมพิวเตอรอยางถูกวิธี
คมู ือปฏิบตั อิ ยางงายในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไฟฟา และอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอ ม 5-30 5.4.3 โทรศพั ทเคลื่อนที่ โทรศัพทเคล่ือนท่ีหรือโทรศัพทมือถือ เปนอุปกรณสื่อสารที่มีการใชงานเพิ่มสูงมาก ในประเทศไทย โทรศัพทมือถือมีอายุการใชงานเฉล่ียประมาณ 2 ป ดังน้ัน ในปหนึ่ง ๆ จะมีซากโทรศัพทมือถือ แบตเตอร่ี และอุปกรณเสริมตาง ๆ จํานวนมากมาย ในคูมือฉบับน้ี ซากโทรศัพทมือถือ หมายถึง โทรศัพทเคลื่อนท่ีท่ีผูใชไม ตองการใชแลวและไมสามารถนํามาใชใหม หรือไมสามารถนําชิ้นสวนมาใชเพื่อนําไปทําอะไหลได และหมายความรวมถึงชิ้นสวนท่ีหมดสภาพและถูกถอดออกจากโทรศัพทที่ซอมแซม ซากโทรศัพทมือถือเปน E-waste ท่ีมีความแตกตางจากซากอื่น ๆ เน่ืองจากประกอบไปดวยวัสดุหลากหลายชนิด และมีโลหะ ท่มี ีคา เชน ทองคาํ เงิน และแพลเลเดียม รปู ท่ี 5-16 โทรศพั ทมือถอื แบบตา ง ๆ ขอ ควรรู ซากโทรศัพทมือถือประกอบดวยโลหะท่ีมีคาหลายชนิดที่สําคัญที่สุดคงหนีไมพนทองคํา มีรายงานวา ประเทศญ่ีปุนสามารถสกัดแยกทองคํา 1 กิโลกรัม จากซากโทรศัพทมือถือ จํานวน 2 แสนเคร่ือง สวนแผงวงจรเองยังประกอบดวยโลหะมีคา ไดแก ทองคํา เงิน พาลาเดียม และทองแดง ดังน้ัน หากมีการแยกช้ินสวนอยางถูกวิธี นอกจากจะปลอดภัยตอผูปฏิบัติงาน และส่งิ แวดลอ มแลว ผูค ดั แยก ยงั ไดว ตั ถดุ ิบมคี าไปขายตอ หรือนาํ กลบั มาใชประโยชนใหมได 5.4.3.1 สวนประกอบของโทรศัพทม ือถอื โทรศัพทมือถือประกอบดวยวัสดุมีคาหลายชนิด ซึ่งเมื่อแยกช้ินสวนออกมาแลวสามารถนําช้ินสวนตาง ๆ ไปขายหรอื นาํ ไปรีไซเคลิ โดยใหคาตอบแทนแกผูคัดแยก/ผูประกอบการสูง ตารางท่ี 5-5 และรูปท่ี 5-17 แสดงวัสดุ ท่ีเปนสว นประกอบของโทรศพั ทมือถือ 1. ฝาครอบ : 5. แบตเตอร่ี : พลาสติก ประเภทโพลคี ารบ อเนต ตะก่วั แคดเมียม (PC) และเอบเี อส (ABS) โคบอลต นกิ เกลิ 2. ปมุ สมั ผัส : 4. แผงวงจรไฟฟา : แบริลเลยี ม เงนิ ทองคํา ตะกั่ว สารหนู ดบี กุ ทองแดง เงนิ แพลทินัม ทองคาํ แพลทินมั 3. หนาจอแบบผลกึ เหลว : ตะกว่ั รูปที่ 5-17 สว นประกอบท่ีสําคญั ของโทรศัพทมอื ถอื
คูมอื ปฏิบัตอิ ยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟา และอปุ กรณอ เิ ล็กทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปนมติ รตอสง่ิ แวดลอม 5-31 ตารางที่ 5-5 สดั สว นของวัสดทุ ่เี ปนองคประกอบหลกั ของโทรศัพทมอื ถอื สารเคมี รอ ยละโดยน้าํ หนัก ชน้ิ สวนท่ีพบ วัสดทุ ี่เปน สวนประกอบหลัก พลาสติก ~40 ฝาครอบ และแผงวงจร แกวและเซรามิกส ~15 หนา จอแสดงผลผลกึ เหลว (LCD) ทองแดง (Copper) ~15 แผงวงจร, สายไฟ, จุดเชือ่ มตอสัญญาณ, แบตเตอร่ี อะลมู เิ นยี ม (Aluminum) ~3 ฝาครอบ, แบตเตอร่ี เหล็ก (Ferrous) ~3 ฝาครอบ, อปุ กรณอ ัดประจุ, แบตเตอร่ี ดีบกุ (Tin) ~1 แผงวงจร วสั ดุทเ่ี ปนสวนประกอบของรอง (นอยกวา 1%) โบรมนี (Bromine) แผงวงจร โครเมยี ม (Chromium) ฝาครอบ ตะกัว่ (Lead) แผงวงจร ผลึกเหลว (Liquid Crystal) จอแสดงผลผลึกเหลว ทองคํา (Gold) แผงวงจร โลหะเงิน (Silver) แผงวงจร, ปุม สมั ผัส แพลเลเดียม (Palladium) แผงวงจร สารหนู (Arsenic) หลอดไฟ แบเรียม (Barium) แผงวงจร เบริลเลียม (Beryllium) จุดเชือ่ มตอ สญั ญาณ โลหะมีคา ชนิดอนื่ ๆ นอยกวา 0.1 5.4.3.2 ชนดิ ของวสั ดุหรอื องคป ระกอบท่เี ปน อันตรายของโทรศัพทมือถือ นอกจากวัสดุหรือชิ้นสวนท่ีมีคาแลว โทรศัพทมือถือยังมีสารท่ีเปนอันตราย ดังแสดงรูปที่ 5-18 ซ่งึ แสดงใหเ หน็ สัดสวนของวสั ดทุ ี่เปน อันตรายหากมีการแยกซากโทรศัพทมือถืออยางไมถูกตอง สารทนไฟที่มโี ปรมนี ตะก่วั แคดเมยี ม โคบอลต พลาสตกิ ประเภทโพลคี ารบอเนต นิกเกิล สงั กะสี (PC) และเอบเี อส (ABS) ตะกวั่ สารหนู ดบี ุก ทองแดง เงนิ แบริลเลียม เงนิ ทองคาํ ทองคํา แพลทนิ ัม แพลทินมั ตะก่วั รูปที่ 5-18 สารอนั ตรายท่ีพบในซากโทรศัพทมือถือ
คูมือปฏบิ ัติอยางงา ยในการถอดแยกซากเคร่อื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สในแหลง ชุมชนอยางเปน มติ รตอ สง่ิ แวดลอ ม 5-32 ขอควรระวัง !! สารอันตรายในซากโทรศัพทมือถือและแบตเตอรีโ่ ทรศพั ทมอื ถือ ตะกั่ว มีผลทําลายระบบประสานสวนกลางและระบบโลหิต การทํางานของไตและการสืบพันธุ ผลตอ การพัฒนาสมองของเด็ก นอกจากนี้ ยังสามารถสะสมในบรรยากาศ และเกิดผลแบบเฉียบพลันหรือเร้ือรัง กบั พืช สตั ว และจลุ ชีพ แคดเมียม สามารถสะสมในรางกาย โดยเฉพาะที่ไต ทําลายระบบประสาท สงผลตอพัฒนาการของเด็ก และภาวะการต้ังครรภ และยงั อาจมีผลตอ พนั ธกุ รรม สารทนไฟซ่ึงทาํ จากโบรมีน เปนพษิ และสะสมในสิ่งมีชีวิต ถามีทองแดงรวมดวย จะเพ่ิมความเสี่ยงในการ เกิดไดออกซินและฟวแรนระหวางการเผา ซ่ึงเปนสารกอมะเร็งท่ีรายแรงประเภทหน่ึงสงผลเสียตอระบบการยอย และน้ําเหลือง ทําลายการทาํ งานของตับ มีผลตอ ระบบประสาทและภมู ิตา นทาน เเบริลเลียม เปนสารกอมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอดซึ่งเปนอวัยวะที่ไดรับสาร ผูไดรับสารน้ีอยางตอเนื่อง จากการสูดดมจะกลายเปนโรคที่มีผลกับปอด หากสัมผัสจะทําใหเกิดแผลที่ผิวหนังอยางรุนแรง ทําใหระบบการ ทํางานของตอมไทรอยด และตอมไรทอ ผิดปกติ สะสมในน้ํานม กระแสเลอื ดและถา ยทอดในหวงโซอาหาร สารหนู มีผลทําลายระบบประสาท ผิวหนัง และระบบการยอยอาหาร หากไดรับในปริมาณมาก อาจทําให ถึงตายได นิกเกิล ฝุนนิกเกิลถูกจัดวาเปนสารกอมะเร็งในสัตวทดลอง และอาจเปนสาเหตุใหเกิดมะเร็งปอด ในสตั วทดลอง และอาจมผี ลกระทบตอ ระบบสืบพันธุดวย นอกจากน้ี ผลเรื้อรังจากการสัมผัสนิกเกิล ไดแก การแพ ของผิวหนัง ซึ่งประกอบดวย การมแี ผลไหม คัน เปนผื่นแดง มีอาการแพของปอด คลายการเปนหอบหืด และแนน หนาอก
คูม อื ปฏบิ ตั ิอยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ล็กทรอนิกสในแหลง ชุมชนอยา งเปนมิตรตอ สง่ิ แวดลอ ม 5-33 5.4.3.3 วิธกี ารแยกชน้ิ สวนซากโทรศัพทม ือถอื ที่ถกู ตอ งตามหลักวชิ าการ ตรวจสอบสภาพของชิ้นสว นตา ง ๆ ใชไ มไ ดแลว ขนสง ซากโทรศัพทมอื ถือท่ี รวบรวมไดไ ปยงั จดุ รวบรวมซาก ในโทรศพั ทมอื ถือ ซาเลง แยกซากโทรศพั ทม ือถือดวยมือ เตรียมสถานทแี่ ละเคร่ืองมือ ที่จําเปนตอ งใชใ นการแยกซาก โทรศัพทมอื ถอื ฝาครอบ หนา จอแสดงผล แผงวงจร รา นรับซ้อื หรือรานซอมโทรศพั ทมือถือ บดหยาบ รไี ซเคลิ โรงงานลําดับ 106 รูปท่ี 5-19 การจดั การซากโทรศพั ทม ือถือ
คมู ือปฏบิ ตั ิอยา งงา ยในการถอดแยกซากเคร่ืองใชไฟฟา และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยา งเปนมติ รตอ สง่ิ แวดลอม 5-34 เครื่องมือและอุปกรณในการแยกช้ินสวนโทรศัพทมือถือ อุปกรณรื้อ/ถอดแยกชิ้นสวน เชน ไขควง ผูปฏิบัติงานควรตองมีเครื่องมือและรูวิธีการถอดช้ินสวนที่ถูกวิธี เพื่อทาํ ใหส ามารถนาํ ชน้ิ สว นเหลานี้ไปใชใหมได ขน้ั ตอนการถอกแยกซากโทรศัพทม ือถอื อยา งถกู หลักวิชาการ 1) ตรวจสอบสภาพของโทรศัพทห รอื ชิ้นสวนตางๆ ในโทรศพั ทมือถือ (ขั้นตอนนี้จะทาํ โดยรา นซอ มหรอื รานรบั ซือ้ ขนาดเล็กและอยูก อนการแยกซาก) คาํ อธบิ ายวิธกี าร หลังจากไดซากโทรศัพทมือถือแลว ควรมีการตรวจสอบการทํางานของเคร่ืองหรือชิ้นสวนที่มีราคา เชน แผงวงจร หลอดไฟ หนาจอแสดงผล มาตรวจสอบสภาพเพื่อนําช้ินสวนในวงจรมือถือที่ยังไมสามารถใชไดไปทําเปน อะไหลห รือขายเปน อะไหลม ือสอง สิ่งท่ีไดจากกระบวนการ - เครอื่ งโทรศพั ทมือสอง หรืออะไหลม อื สอง - เครื่องโทรศพั ทมือถือหรือช้นิ สว นที่ไมสามารถใชไดค วรนําไปท้งิ ยังจุดรับซาก 2) การรวบรวม คําอธบิ ายวธิ ีการ - เตรียมกลอง/ภาชนะท่ีจะใชบรรจุซากโทรศัพทมือถือ ไมควรทําการถอดแยกชิ้นสวนเอง เพื่อปองกัน การสัมผสั กบั โลหะหนัก - ตอ งทาํ การแยกแบตเตอรอ่ี อกจากซากสว นอื่นๆ และรวบรวมแบตเตอร่ไี ปสง มอบยังจดุ รบั คืนแบตเตอรี่ - แยกเก็บอุปกรณเสริมอื่นๆ เชน ตัวโทรศัพท สายชารจ หูฟง เปนตน เพ่ือใหสงไปแยกช้ินสวนไดงายข้ึน และ เพิ่มโอกาสในการนาํ กลบั ไปใชใหม (Reuse) - สวนท่ีเปน เคร่ืองโทรศพั ทมือถอื ควรจดั สง ใหร า นคัดแยกหรือรานซอมทีร่ ับซื้อเพอ่ื แยกชิน้ สว นตอไป ขอควรระวงั - ควรระมดั ระวงั ในเรื่องของการแยกเก็บแบตเตอร่ี เนอ่ื งจากอาจมีประจุท่ีคางอยใู นแบตเตอรี่ ซ่ึงอาจกอใหเกิดประกายไฟได - อยาเผาแบตเตอร่ีหรือทิ้งแบตเตอร่ีเกาปะปนกับขยะท่ัวไป เพราะอาจทําใหเกิดการปนเปอน ของโลหะหนักตางๆ เชน ตะก่ัว ปรอท กระจายออกสูส่ิงแวดลอม และกอใหเกิดความเจ็บปวยของประชาชน ท่ีอาศัยอยูบ ริเวณน้ันได 3) การเตรียมสถานท่ีและเคร่อื งมือ (สําหรับรา นคัดแยกหรือรา นท่ีรบั ซอ มโทรศัพทมือถือ) คาํ อธิบายวิธีการ เตรียมสถานท่ีทํางานท่ีสามารถถายเทอากาศไดดี อาจติดตั้งพัดลมระบายอากาศเพ่ือลดความเขมขนของไอ ตะกวั่ หรอื ฝุนของโลหะหนกั ทเี่ กดิ ข้ึนจากข้นั ตอนการทํางาน 4) แยกหยาบชิน้ สวนตา ง ๆ ของซากโทรศัพทม อื ถือ อุปกรณ - ไขควง
คูมอื ปฏิบัติอยา งงายในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มติ รตอสง่ิ แวดลอ ม 5-35 คาํ อธิบายวธิ ีการ การแยกช้ินสวนตางๆ สามารถทําไดโดยใชเครื่องมือชางท่ัวไปสําหรับซอมโทรศัพทมือถือ เชน ไขควง ผูปฏิบตั งิ านควรสวมถงุ มอื และหนากากเพือ่ ปอ งกนั อันตรายจากโลหะหนกั ทม่ี ากับซากโทรศัพทมือถือ ส่งิ ทไี่ ดจากกระบวนการ จะไดช้ินสวนตางประกอบดวย หนากาก แผงวงจรไฟฟา แบตเตอร่ี จอแสดงผลแบบผลึกเหลว หลอดไฟ แทนชารจ ประจไุ ฟฟา และสายไฟ ตลอดจนอปุ กรณเสรมิ ขอ ควรระวงั - หา มเผาอุปกรณเ สริมและแผงวงจร เพราะจะกอ ใหเ กิดสารกอมะเรง็ กระจายสูบรรยากาศได - นอกจากน้ีการแยกช้ินสวนอิเล็กทรอนิกสออกจากแผงวงจร และการรีไซเคิลพลาสติก ท้ังจากแผงวงจร และฝาครอบ อาจทําใหเ กิดตะกวั่ และสารกอ มะเรง็ ปนเปอนสูสง่ิ แวดลอ ม 5) การรไี ซเคลิ วสั ดตุ า ง ๆ จากซากโทรศพั ทมือถอื ขั้ น ต อ น น้ี ส า ม า ร ถ ทํ า ไ ด โ ด ย ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร ท่ี ไ ด รั บ ก า ร ขึ้ น ท ะ เ บี ย น จ า ก ก ร ม โ ร ง ง า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม (ประเภท 105 และ 106) รายละเอียดของเทคโนโลยกี ารรไี ซเคลิ วัสดุ วัตถุดบิ ท่ไี ดจากการคัดแยก/รีไซเคลิ ซากโทรศัพทมือถอื อยางถูกวธิ ี เหล็ก อะลูมิเนียม ทองแดง โลหะมีคา เชน ทองคาํ เงนิ และแพลเลเดยี ม พลาสตกิ รูปท่ี 5-20 วัตถุดบิ ที่ไดจากการคดั แยก/รีไซเคิลซากโทรศัพทม ือถือ ขอควรระวงั วธิ จี ัดการแบตเตอรโี่ ทรศพั ทม ือถือทเ่ี สอื่ มสภาพ - ผปู ระกอบการควรแยกแบตเตอรี่โทรศัพทมือถือที่เสื่อมสภาพแลวสงคืนใหกับผูผลิต/ผูจําหนาย เพื่อใหน าํ กลบั ไปจดั การ ทงั้ ในสว นของการบําบดั การทําลายพษิ และกําจดั ซากอยางถกู วิธตี อไป - แบตเตอร่ีเสื่อมสภาพแลว ไมควรนําไปกําจัดดวยการเผา เนื่องจากอาจเกิดการระเบิดของ แบตเตอร่ี หรืออาจเกิดไอของสารท่ีเปนอันตรายออกสูบรรยากาศ เชน ไอตะก่ัว หรือ สารกอมะเร็งจาก การเผาไหมพ ลาสติกทเ่ี ปน ฝาครอบแบตเตอรี่ - สําหรับสถานประกบการที่ไมใชโรงงานอุตสาหกรรม หากทองถ่ินมีการจัดการของเสียอันตราย ชุมชนอยูแลว สถานประกอบการอาจรวบรวมซากแบตเตอร่ีสงใหหนวยงานทองถ่ินที่รับผิดชอบนําไป จัดการตอไป
คมู อื ปฏิบัติอยางงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟา และอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมิตรตอสง่ิ แวดลอม 5-36 5.4.4 ตเู ย็นสาํ หรับใชในบา น ตูเย็น จัดเปนเคร่ืองใชไฟฟาที่มีความสําคัญประเภทหนึ่งในแตละปประเทศไทยมีซากตูเย็นท่ีหมดสภาพ การใชงานแลวกวา 60,000 ตนั ตอป เม่อื นําซากตูเยน็ มาแยกชิน้ สวน เราจะไดว ตั ถุดิบทมี่ ีมลู คากลบั มาใชประโยชนอกี ครัง้ รูปท่ี 5-21 ตเู ย็นแบบตาง ๆ หากมีการแยกชิ้นสวนซากตูเย็นอยางถูกวิธีแลว นอกจากจะปลอดภัยตอผูปฏิบัติงานและสิ่งแวดลอม ผูคัดแยกยงั ไดว ตั ถดุ ิบมีคา เชน เหลก็ อะลมู ิเนียม ทองแดง และพลาสตกิ ไปขายตอ หรอื นาํ กลับมาใชประโยชนใ หมได ขอควรรู : หากมกี ารแยกช้นิ สว นซากตูเ ย็นอยางถกู วิธีแลวนอกจากจะปลอดภัยตอผูปฏิบัติงานและส่ิงแวดลอมยัง สามารถนํากลับมาใชใหมหรือรีไซเคิลไดมากกวา 92% อีกดวย วัตถุดิบมีคาที่แยกได เชน เหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง และพลาสติก เปนตน 5.4.41 สว นประกอบของตูเยน็ ตูเย็นประกอบดวยวัสดุเหล็ก ซ่ึงเม่ือแยกชิ้นสวนออกมาแลว และนําไปรีไซเคิลจะไดชิ้นสวน/ วัตถุดิบท่ีมีคาหลายชนิด เชน เหล็ก พลาสติก ทองแดง อะลูมิเนียม และสังกะสี ตารางท่ี 5-6 และรูปท่ี 5-22 แสดงสัดสว นของวัสดุหลกั ทเี่ ปน องคป ระกอบของตูเย็น
คมู อื ปฏบิ ัตอิ ยางงา ยในการถอดแยกซากเครื่องใชไ ฟฟาและอปุ กรณอ เิ ล็กทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยางเปนมติ รตอสง่ิ แวดลอ ม 5-37 ตารางที่ 5-6 สดั สวนของวสั ดุหลกั ทเ่ี ปนองคประกอบหลกั ของตูเย็นขนาด 6.4 Q และขนาด 10 Q 1 เคร่ือง วัตถุดิบหลกั น้ําหนักเฉล่ยี ตเู ยน็ ขนาด 6 Q นํา้ หนักเฉล่ยี ตูเ ย็น ขนาด 10 Q เหลก็ (1 ประตู) รอ ยละโดยน้าํ หนัก (2 ประตู) รอ ยละโดยนาํ้ หนัก โพลียูรีเธน พลาสตกิ อน่ื ๆ 40-45 45-53 ทองแดง 8-12 6.5-8.0 อะลูมเิ นยี ม 20-27 12-16 ตะกัว่ 3-5 แกว 2-3 5-6 กระดาษ 0.02-0.03 0-3 สี 1.40-1.50 0.02-0.03 สารหลอ ลน่ื 7.25-8.21 1.40-1.50 น้ํามนั หลอ ลน่ื 0.70-0.80 7.25-8.21 อน่ื ๆ 0.67-0.71 0.70-0.80 0.30-0.4 0.67-0.71 1.02-1.04 0.30-0.4 1.02-1.04 โครงตูเยน็ (Cabonet) มอเตอร (Motor) โพลิสไตรีน, อะลูมเิ นยี ม เหล็ก, ทองแดง, อะลมู เิ นียม ฉนวนกันความรอน (Insulation) โพลียูรเี ธนโฟม พัดลม (Fan) เหล็ก, โพลสิ ไตรนี คอลยรอน อแี วปเปอเรเตอร (Evaporator) เหล็ก, ทองแดง อะลมู ิเนยี ม สารทาํ ความเยน็ (Refrigerant) คอมเพรสเซอร (Compressor) เหลก็ , ทองแดง, อะลมู เิ นียม, พลาสตกิ , สารทาํ ความเยน็ รปู ท่ี 5-22 องคประกอบท่สี ําคญั ของตเู ยน็
คมู ือปฏบิ ตั ิอยา งงายในการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟา และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชุมชนอยางเปนมติ รตอ สงิ่ แวดลอม 5-38 ขอ ควรระวงั : - สามารถพบสารทําความเย็น และนํ้ามันหลอลื่นไดที่ระบบทําความเย็นของเครื่องดังน้ันตองระวังในการถอด แยกระบบดงั กลาว และระวังการสมั ผสั กบั สารเหลา นนั้ โดยตรงเนื่องจากอาจทําใหระคายเคืองตอผิวหนังได และ หากสูดดมจะเปนอนั ตรายตอระบบทางเดินหายใจ - โฟมทอ่ี ยูระหวางโครงภายนอกและภายในประกอบดว ยสาร CFC ทีเ่ ปนอนั ตรายตอระบบทางเดนิ หายใจ อีกทั้ง ยงั เปนอันตรายตอ ชนั้ บรรยากาศอกี ดว ย 5.4.4.2 ชนดิ ของวัสดุหรอื องคป ระกอบท่ีเปนอันตรายของตูเ ยน็ นอกจากวัสดุที่มีคา เชน เหล็ก และทองแดงแลว ตูเย็นยังประกอบดวยสารเคมีท่ีเปนอันตราย ตอ มนุษยและส่งิ แวดลอ ม ไดแก โฟมโพลียรู เี ธน สารทําความเย็น สว นมากนยิ มใชส ารประเภทคอลโรฟลูโอโรคารบอน หรือ สารซีเอฟซี ซ่ึงเปนสารเหตุหนึ่งท่ีทําใหโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น และการเสื่อมสลายของโอโซนในช้ันบรรยากาศ นอกจากน้ีน้ํามันหลอลื่นที่ใชในตูเย็นที่จัดเปนของเสียอันตราย ที่ตองมีการบําบัดหรือกําจัดกอนท้ิงสูสิ่งแวดลอม ดวยเชนกัน โพลยี ูรีเธนโฟม 9.6 % นํ้ามนั หลอลน่ื สารทําความเย็น 0.3 % 0.67 % รปู ท่ี ๕-๒๓ ชนดิ ของวสั ดุหรือองคป ระกอบทีเ่ ปนอันตรายของตเู ยน็
คูมือปฏบิ ตั ิอยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟาและอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยางเปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอ ม 5-39 ขอ ควรรู : อันตรายจากสารพิษ สารทาํ ความเยน็ R12 : - การหายใจเขาไปจะกอใหเกิดการระคายเคืองตอทางเดนิ หายใจ จมกู คอ ทําใหป วดศีรษะ ส่ัน ทาํ ใหห วั ใจเตนเร็ว เนอื่ งจากหัวใจลม เหลว อาจทาํ ใหเสยี ชีวติ - การสัมผัสถกู ผวิ หนงั ทําใหเ กิดอาการชา เนื่องจากความเย็น - การกลนื หรอื กนิ เขา ไป ทาํ ใหป วดศีรษะ หมดสติ - การสัมผสั ถกู ตาจะกอ ใหเกิดการระคายเคืองตอตา มีอาการชาเหมือนนาํ้ แข็งกัด ตะกว่ั : - การหายใจเขาไป จะทําใหปวดศีรษะ เมื่อยลา คลื่นไส ปวดทอง ปวดขอตอ อาเจียน ทองผูก นอนไมหลับ อุจจาระเปนเลือด การสะสมของตะกัว่ ทําใหเ ปนโรคแพพ ิษตะกั่ว - การสมั ผสั ทางผิวหนงั สารประกอบตะกั่วอินทรีย จะทําใหเกิดการระคายเคืองและสามารถดูดซึมผาน ผวิ หนงั เขา สูรางกายนอยมาก - การกลืนหรือกินเขาไป ทําใหปวดศีรษะ เมื่อยลา คล่ืนไส เปนตะคริวในชองทองและขอตอ มีรสชาติ คลายโลหะในปาก อาเจยี น ทองผกู อจุ จาระเปนเลอื ด การสะสมของตะกวั่ ทําใหเ ปนโรคแพพิษตะกวั่ ได - การสัมผสั ถูกตา ฝุนของสารนจี้ ะทําใหระคายเคอื ง น้ําตาไหล กระพรบิ ตาเอง
คูมอื ปฏิบัตอิ ยา งงายในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมิตรตอสง่ิ แวดลอม 5-40 5.4.4.3 วิธกี ารแยกชน้ิ สว นซากตูเ ย็นทถ่ี ูกตองตามหลักวิชาการ 1 เตรยี มอุปกรณ ตรวจสอบปา ย ตรวจสอบรอย ขนสง มายังทีร่ วบรวม 2 เตรียมซาก แยกระบบทาํ ความเย็น เตรียมอุปกรณ แยกโครง คดั แยกวัสดหุ ยาบ ยูรีเทนโฟม 3 บดหยาบ บดละเอียด คัดแยกละเอียด รีไซเคิลวสั ดุ บําบัด รปู ท่ี 5-24 แผนภาพการจัดการซากตูเย็น หมายเหตุ * โรงงานลําดับท่ี 105 หมายถึง โรงงานท่ีประกอบกิจการเก่ียวกับการคัดแยกหรือฝงกลบส่ิงปฏิกูลหรือวัสดุ ที่ไมใชแลว ** โรงงานลําดบั ที่ 106 หมายถึง โรงงานทีป่ ระกอบกิจการเกีย่ วกบั การนําของเสียกลับมาใชใ หม
คมู อื ปฏบิ ตั อิ ยางงายในการถอดแยกซากเคร่ืองใชไ ฟฟาและอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปน มติ รตอ สง่ิ แวดลอม 5-41 จากรูปที่ 5-24 จะเห็นวา การจัดการซากตูเย็นสามารถแบงเปน 3 ระดับ คือการรวบรวมและเก็บขนซาก (1) การถอดแยกช้ินสวนหรือการแยกหยาบ (2) การเตรียมวัตถุดิบเพ่ือนําไปรีไซเคิล (แยกละเอียด) หรือกําจัด (3) (แลวแตกรณี) ซ่ึงในแตละข้ันตอนดังกลาวจะมีระดับของผูปฏิบัติงานที่เหมาะสมแตกตางกันไป โดยพิจารณาจากความพรอ มเครอ่ื งมือ และระดับเทคโนโลยีที่มีอยู กลาวคือ 1. รานบริการซอ ม ซาเลงและผูเก็บรวบรวมซาก ทาํ การรวบรวมและเก็บขนซากมาสสู ถานที่/โรงงานที่รับคัดแยก 2. รานรับซ้ือของเกา/รานคัดแยกหยาบ (โรงงานลําดับที่ 105) ทําหนาท่ีคัดแยกวัสดุและองคประกอบ ของซากเครอ่ื งใชไ ฟฟาอยา งหยาบ 3. โรงงานคัดแยกละเอียด/โรงงานรีไซเคิล (โรงงานลําดับท่ี 106) ทําการบดละเอียดและคัดแยกวัสดุตาง ๆ รวมถึงการนาํ กลบั มาใชใหม ท้ังน้ี หากผูประกอบการในระดับตาง ๆ ตองดําเนินกิจกรรมท่ีนอกเหนือจากขอบเขตที่นําเสนอนั้น ควรทําการศึกษา/หาขอมูลอยางละเอียดเน่ืองจากอาจเปนอันตรายตอสุขภาพอนามัยและตอสิ่งแวดลอมได นอกจากน้ี ในการจัดต้ังโรงงานคัดแยกที่ใชเคร่ืองจักรมีกําลังรวมตั้งแตหาสิบแรงมาข้ึนไป หรือใชคนงานต้ังแต หาสิบคนขึ้นไป ผูประกอบการตองดําเนินการขึ้นทะเบียนเปนโรงงานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม มิเชนนั้น จะมโี ทษตามกฎหมาย เคร่อื งมือและอุปกรณเ ฉพาะทใ่ี ชในการแยกซากตเู ยน็ (เพม่ิ เตมิ ) เครอื่ งดูดเก็บสารทาํ ความเยน็ ใชส ําหรบั ดสู ารทําความเยน็ ทีต่ กคา งอยูในหลอดบรรจสุ ารทาํ ความเย็น มาเก็บไวรอสง ไปกาํ จัด ภาชนะรวบรวมนาํ้ มันหลอลื่น ใชสาํ หรบั บรรจนุ ้าํ มนั หลอ ล่นื ทหี่ ลงเหลอื ในคอมเพรสเซอรในระหวางทําการแยกช้นิ สวน รายละเอียดของแตล ะข้นั ตอน ดงั นี้ 1) การเตรียมซากตเู ย็น อุปกรณ - ไขควง - ประแจ - คมี ตัดสายไฟ - อุปกรณความปลอดภัยหนากาก ถงุ มือ เคร่ืองครอบหู แวน ตา คาํ อธิบายวธิ ที าํ 1. จดั เกบ็ ซากเครื่องใชไ ฟฟาในบรเิ วณที่อากาศถายเทสะดวก ไมอบั ชนื่ 2. ทาํ ความสะอาดซากตูเ ย็น และตรวจสอบวา มเี ศษอาหารหลงเหลอื อยูห รอื ไม 3. ทําการแยกถาดแมเ หล็กท่ีประตตู ูเ ย็น 4. ตดั วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส และวงจรไฟฟา 5. ปลอกเปลอื กสายไฟที่เปน พลาสติกออกและนําทองแดงดา นในไปรวบกับทองแดงที่ไดจ ากขัน้ ตอนอ่นื ๆ ตอไป
คมู ือปฏิบัตอิ ยางงา ยในการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟาและอปุ กรณอเิ ล็กทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปน มติ รตอสง่ิ แวดลอม 5-42 ภาพประกอบขน้ั ตอนที่ 1 - การจดั เกบ็ ซากตูเ ย็นกอนดําเนินการคดั แยก -การเตรยี มซากตเู ย็นทําความสะอาดซากตูเยน็ สงิ่ ทไ่ี ดจากกระบวนการ - ตเู ย็นทนี่ าํ วงจรอิเล็กทรอนิกสออกแลว - วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส สายไฟ - ถาดพลาสติก ขอควรระวัง : ไมค วรเผาสายไฟเพอื่ นาํ ทองแดงออกมาเพราะเม่ือเผาสายไฟแลวจะเกิดไอระเหยของโลหะ ซ่งึ เปนอนั ตรายตอระบบทางเดินหายใจของผปู ระกอบการ 2) แยกระบบทาํ ความเยน็ (คอมเพรสเซอร) อปุ กรณ (๑.) ไขควง (๒.) ประแจ (๓.) คมี ตัดสายไฟ (๔.) เครื่องตดั เหล็ก (๕.) ท่ดี ดู สารทําความเยน็ (๖.) อุปกรณความปลอดภัยหนากาก ถุงมือ เคร่อื งครอบหู แวน ตา
คมู อื ปฏบิ ัติอยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชุมชนอยางเปนมติ รตอสงิ่ แวดลอม 5-43 คําอธิบายวิธที าํ ๑. การดูดสารซเี อฟซี สารทาํ ความเยน็ พรอมทั้งน้ํามนั หลอลน่ื ออก จากระบบทําความเยน็ ของตูเยน็ - การดูดสารทําความเยน็ พรอมทงั้ นาํ้ มนั หลอล่ืนออกจากซากตูเ ย็น - ภาพคอมเพรสเซอรท่แี ยกออกมาแลว ๒. ทาํ การแยกคอมเพรสเซอรออกจากตเู ยน็ ดว ยมือและผาออกเปน สองสวน สิ่งท่ไี ดจ ากกระบวนการ - คอมเพรสเซอร - สารทาํ ความเยน็ และนํ้ามันหลอลน่ื (สารและขยะอนั ตราย) ขอควรระวงั : วิธีการผาคอมเพรสเซอรของตูเย็นจะแตกตางจากคอมเพรสเซอรเคร่ืองปรับอากาศ และควรระวังการสัมผัสสารทําความเย็นและนํ้ามันหลอลื่นโดยตรงเพราะอาจทําใหเกิดความระคายเคือง ตอผิวหนงั หากสูดดมอาจรูสึกวงิ เวยี นศรี ษะ
คูมือปฏบิ ัตอิ ยางงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟาและอุปกรณอเิ ล็กทรอนิกสในแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มิตรตอสง่ิ แวดลอ ม 5-44 3) การบดคอมเพรสเซอร อปุ กรณ - หนิ เจยี ร - เคร่ืองบด - อปุ กรณค วามปลอดภัย ถุงมือ เคร่อื งครอบหู แวน ตา คําอธิบายวธิ ีทํา ปจจุบันมีเทคโนโลยีการบดคอมเพรสเซอรโดยใชริงแฮมเมอร (Ring-hammer) ซ่ึงชวยใหประหยัดพลังงาน และคาใชจายในการดําเนินการ อีกทั้งทําใหไดวัสดุที่มีความบริสุทธิ์มากกลับมาใชไดใหม เครื่องบดแบบริงแฮมเมอร สามารถบดคอมเพรสเซอรที่มีขนาดไมเ กนิ 2 แรงมา ท้ังน้ี หลังจากที่คอมเพรสเซอรถูกบดเปนช้ินเล็ก ๆ แลวสามารถ สงเขาไปยังเคร่ืองแยกโลหะดวยแมเหล็กได เน่ืองจากวัสดุที่เปนองคประกอบหลักของคอมเพรสเซอร เปนเหล็ก และทองแดง ส่ิงท่ไี ดจ ากกระบวนการ - วัสดุทป่ี ระกอบเปนคอมเพรสเซอร อาทิ ทองแดง เหล็กหลอ เปนตน 4) การถอดแยกชน้ิ สวนของตูเย็นดว ยมือ และการแยกสารซเี อฟซี คาํ อธบิ ายวธิ ีทํา ชิ้นสว นตเู ย็นท่ที าํ การแยกหยาบดวยมอื - ทําการแยกโฟมโพลยี ูรเี ทน ซง่ึ ทาํ หนา ท่เี ปนฉนวนออกจากโครง ของตเู ย็น จากน้นั จะสงโครงของตเู ยน็ เขาสูกระบวนการบดตอ ไป สําหรบั โพลยี รู ีเทนนน้ั จะสง เขาสรู ะบบบาํ บดั ซงึ่ เปน ระบบปดตอ ไป เนอ่ื งจากโฟมโพลียูรเี ทนมีสารซเี อฟซีซึง่ เปนอันตรายตอสขุ ภาพของ ผูทาํ งานได สง่ิ ท่ไี ดจากกระบวนการ - ยูรเี ทนโฟม - โครงตเู ย็น - แผนอะลูมิเนยี ม (ถามี) 5) การบบี อดั และบด ทาํ การตดั ฉกี บดตเู ย็นเปนช้ินเล็ก ๆ คําอธิบายวธิ ีทาํ
คมู อื ปฏบิ ัตอิ ยางงา ยในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไฟฟา และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชุมชนอยางเปน มิตรตอสง่ิ แวดลอ ม 5-45 การแยกวัสดุท่ีถูกบดเปนชิ้นเล็ก ๆ ออกจากกัน แลวบดเปนกอนเพื่อใหสะดวกในการขนสงไปยัง โรงงานรีไซเคลิ ตอ ไป รายละเอียดของเทคโนโลยรี ีไซเคลิ สง่ิ ทีไ่ ดจากกระบวนการ - วสั ดทุ ่ีผลติ เปน โครงตูเยน็ อาทิ อะลมู ิเนียม พลาสติก เหลก็ เปนตน จากข้ันตอนที่กลาวมา จะเห็นวาเมื่อทําการแยกช้ินสวนซากตูเย็นอยางถูกวิธี นอกจากจะปลอดภัย ตอผูปฏิบัติงานและสิ่งแวดลอม ยังสามารถไดวัสดุที่สามารถนําไปขายตอ หรือนํากลับมาใชประโยชนใหมไดอีกดวย รูปที่ 5-25 สรปุ วตั ถดุ บิ มคี าและสารอันตรายที่ไดจากการคดั แยกช้ินสวนและการรีไซเคิลซากตูเ ย็นอยางถูกวิธี เหล็ก อะลมู เิ นยี ม ทอทองแดง วัสดผุ สม โพลียูรเี ธนพลาสตกิ ช้นิ สวนภายนอก สารทําความเย็น รูปที่ 5-25 สรปุ วตั ถดุ บิ มคี าและสารอันตรายท่ไี ดจากการคดั แยกชน้ิ สว น และการรีไซเคลิ ซากตูเ ย็นอยางถูกวิธี ท้ังนี้ ผูประกอบการคัดแยกซากตูเย็นตองทําการรวบรวมสารซีเอฟซี โฟมโพลียูรีเทน และ น้ํามันหลอลื่น โดยแยกเก็บไวในภาชนะที่เหมาะสมหลังจากไดปริมาณมากพอ ควรสงใหหนวยงานรับผิดชอบในการจัดการขยะ ของชมุ ชน หรือบริษัทเอกชนท่วั ไปทีข่ นึ้ ทะเบยี นกับกรมโรงงานอตุ สาหกรรม
คมู อื ปฏบิ ัตอิ ยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มติ รตอสงิ่ แวดลอม 5-46 5.4.5 เคร่อื งปรับอากาศ เคร่ืองปรับอากาศ จัดเปนหน่ึงเครื่องใชไฟฟาท่ี มีอัตราการใชงานสูง ในปหนึ่งๆ ประเทศไทยมีซาก เครื่องปรับอากาศท่ีหมดสภาพการใชงานแลวพอๆ กับซากตูเย็นคือกวา 17,000 ตันตอป เมื่อนําซากเคร่ืองปรับอากาศ มาแยกชิ้นสวน เราจะไดวตั ถดุ ิบทม่ี ีคา กลับมาใชประโยชนอ ีกครั้ง เครื่องปรบั อากาศมหี ลายชนิด ที่นยิ มในปจจุบนั จะเปนแบบแยกสวน เห็นไดทั่วไปตามบานพักอาศัย และสํานักงานมีท้ังแบบติดผนัง แบบตั้งพื้น และแบบแขวนเพดาน สําหรับรุนใหม ๆ จะเปนระบบอินเวอรเตอร (Inverter) ทป่ี ระหยัดพลังงานมากขึ้น รปู ที่ 5-26 เครื่องปรับอากาศแบบตางๆ ขอ ควรรู - ซากเคร่ืองปรบั อากาศ สามารถรีไซเคิลไดม ากกวา 75% วัตถุดบิ มคี าทแี่ ยกได เชน เหลก็ อลมู เิ นยี ม ทองแดง และพลาสติก เปนตน
คมู ือปฏบิ ัติอยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มติ รตอสง่ิ แวดลอ ม 5-47 5.4.5.1 สว นประกอบของเครอื่ งปรบั อากาศ สัดสวนของวัสดุที่ใชในการผลิตเครื่องปรับอากาศจะแตกตางกันไปตามการออกแบบของผูผลิต โดยท่วั ไปกจ็ ะประกอบดว ย เหล็ก ทองแดง พลาสติก และอลูมิเนยี ม ตารางท่ี 5 – 7 สัดสวนของวสั ดุหลักท่เี ปนองคประกอบของเคร่ืองปรับอากาศ น้ําหนกั เฉลยี่ เครือ่ งปรับอากาศ วตั ถุดิบหลกั รอ ยละโดยนํ้าหนกั เหลก็ 32 - 55 พลาสติก 11 -35 ทองแดง 4 - 17 อะลมู เิ นยี ม 2 - 17 อ่ืนๆ (รวมนาํ้ มนั หลอลนื่ และสารทําความเยน็ ) 10 เครอื่ งระเหย (Evaperator) สว นประกอบภายนอกอาคาร เครอ่ื งควบแนน พัดลม โครงดานนอกอาคาร คอมเพรสเซอร สารทําความเยน็ นาํ้ มันหลอ ลน่ื รูปที่ 5-27 สวนประกอบตาง ๆ ภายในเครือ่ งปรบั อากาศ 5.4.5.2 ชนดิ ของวัสดหุ รอื องคประกอบทีเ่ ปนอนั ตรายของเครื่องปรับอากาศ ในสวนของสารเคมีที่เปนอันตรายตอมนุษยและส่ิงแวดลอม ซ่ึงองคประกอบภายในเคร่ืองปรับอากาศนั้น จะคลายๆ กับตูเย็น เน่ืองจากมีโครงสรางท่ีมักทําจากเหล็กและพลาสติก เชนเดียวกัน อีกท้ังยังมีสารทําความเย็นหรือท่ีเรียกวา นา้ํ ยาแอร ซง่ึ สารทําความเย็นเหลาน้ี มีผลในการทาํ ลายช้นั โอโซนและเปน สาเหตุหน่งึ ทีท่ ําใหโ ลกมอี ุณหภูมิสูงข้ึน ขอ ควรรู อันตรายจากสารพษิ สารทําความเย็น R12 (CFC-12) และ R22 (HCFC) - การหายใจเขาไปจะกอใหเกิดการระคายเคืองตอทางเดินหายใจ จมูก คอ ทําใหปวดศีรษะ ส่ัน ทําให หวั ใจเตน เร็ว เนื่องจากหวั ใจลม เหลว อาจทําใหเสียชวี ิต - การสมั ผัสถกู ผิวหนงั ทาํ ใหเกดิ อาการชา เนอ่ื งจากความเยน็ - การกลืนหรอื กนิ เขาไป ทาํ ใหปวดศีรษะ หมดสติ - การสมั ผสั ถูกตาจะกอ ใหเ กิดการระคายเคืองตอตา มีอาการขาเหมือนา้ํ แขง็ กดั
คูม ือปฏิบตั ิอยางงา ยในการถอดแยกซากเคร่ืองใชไ ฟฟา และอปุ กรณอ เิ ล็กทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยางเปน มิตรตอ สง่ิ แวดลอม 5-48 ขอ ควรระวงั - การถอกแยกชิน้ สวนเครื่องปรับอากาศออกจากตัวอาคาร ตองมีการดูเก็บสารทําความเย็นเก็บไวใน ถังเกบ็ กอ นทาํ การแยกชิน้ สว น และควรดดู น้ํามันหลอเย็นออกมาเก็บกอ น - หากระหวางการปฏิบัตงิ านเกดิ การร่ัวไหลของสารปฏิบัติทําความเย็นใหปด/แหลงเคลื่อนยายแหลง ท่ีจุดติดไฟไดออกจากบริเวณที่สารหกร่ัวไหล ลงสูทอระบายน้ํา แหลงนํ้า และดิน ที่สําคัญตองไมลืมสวมใส อปุ กรณปอ งกนั อันตรายทเี่ หมาะสม เชนถงุ มอื และหนา กากปองกันควันพษิ 5.4.5.3 วิธกี ารแยกชิน้ สวนซากเครือ่ งปรบั อากาศทีถ่ กู ตอ งตามหลักวิชาการ แนวทางที่เหมาะสมสาํ หรับการจดั การซากเครอ่ื งปรับอากาศ มีข้ันตอน ดงั รูปท่ี 5-28 รานบริการซอ ม ถอดแยกเคร่ืองปรับอากาศ สารทาํ ความเย็น และซาเลง เตรยี มอุปกรณ ออกจากตัวอาคาร ขนสง มายงั ทร่ี วบรวม นํ้ามันหลอล่ืน รา นรับซื้อของเกา / การแยกชิน้ สว นอปุ กรณ อิเวปเปอรเ รเตอร, สารทาํ ความเย็น รา นคัดแยก ที่ตดิ ตง้ั ภายในอาคาร พดั ลม นํ้ามันหลอ ลน่ื เตรียมอปุ กรณ การแยกชนิ้ สวนอุปกรณ คอนเดนเซอร, พดั ลม, ที่ติดตงั้ ภายในอาคาร คอมเพรสเซอร คัดแยกวัสดหุ ยาบ บดหยาบ บดละเอยี ด คัดแยกละเอยี ด รีไซเคลิ บําบดั โรงงานรไี ซเคลิ รปู ที่ 5-28 แนวทางทเ่ี หมาะสมสําหรับการจัดการซาก ่
คูมอื ปฏิบตั ิอยางงายในการถอดแยกซากเคร่ืองใชไฟฟา และอปุ กรณอเิ ล็กทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยางเปน มติ รตอ สง่ิ แวดลอ ม 5-49 จากรูปท่ี 5-28 จะเห็นวา การจัดการซากเคร่ืองปรับอากาศ สามารถเบงเปน 3 ระดับ คือ การรวบรวมและเก็บรูปที่ 5-11 องคประกอบของคอมพิวเตอรแบบพกพา (Laptop/Notebook) ขนซาก (1) การถอดแยกช้ินสวนหรือการแยกหยาบ (2) และการเตรียมวัตถุดิบเพื่อนํามารีไซเคิล (แยกละเอียด) หรือกําจัดแลว (แลวแตกรณี) ซ่ึงในแตละข้ันตอนดังกลาวก็มีระดับของผูปฏิบัติงานท่ีเหมาะสมแตกตางกันไป โดยพิจารณาจากความพรอมของเคร่ืองมือ และระดับเทคโนโลยที ม่ี อี ยู กลาวคอื 1. รานบรกิ ารซอ ม ซาเลง และผูเก็บรวบรวมซาก ทําการรวบรวม และเก็บขนซากมาสสู ถานที่/โรงงานท่ีรับคัดแยก 2. รานรับซ้ือของเกา/รานคัดแยกหยาบ (โรงงานลําดับที่ 105) ทําหนาที่คัดแยกวัสดุ และองคประกอบ ของซากเครือ่ งใชไ ฟฟา ฯ อยางหยาบ 3. โรงงานคัดแยกละเอียด/โรงงานรีไซเคิล (โรงงานลําดับท่ี 106) ทําการบดละเอียดและการคัดแยกวัสดุ ตา งๆ รวมถึงการนํากลับมาใชใหม ท้ังน้ีหากผูประกอบการในระดับตางๆ ตองการดําเนินกิจกรรมที่นอกเหนือจากขอบเขตที่นําเสนอนั้นควร ทําการศึกษา/หาขอมูลอยางละเอียดเน่ืองจากเปนอันตรายตอสุขอนามัยและสิ่งแวดลอมได นอกจากนี้ในการจัดตั้ง โรงงานคัดแยกท่ีใชอุปกรณ เครื่องจักรตั้งแตหาสิบแรงมา ผูประกอบการตองดําเนินการขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงาน อตุ สาหกรรมมิเชนนนั้ จะมโี ทษตามกฎหมาย เครื่องมือและอุปกรณเฉพาะท่ีใชในการคัดแยกซากเคร่ืองปรับอากาศ (เพิ่มเตมิ ) เครื่องดดู เกบ็ สารทําความเย็น - ใชสําหรบั ดดู สารทําความเยน็ ทต่ี กคา งอยใู นระบบทาํ ความเย็นมาเก็บไวรอสง กําจดั เครือ่ งดดู เกบ็ สารทําความเย็น - ใชสําหรับดูดสารทําความเยน็ ท่ีตกคางอยใู นระบบทาํ ความเย็นมาเก็บไวรอสง กาํ จัด วธิ กี ารแยกชนิ้ สวนซากเคร่ืองปรับอากาศอยา งถกู หลกั วิชาการ 1) การเตรียมสถานทีแ่ ละเครอื่ งมอื ในการแยกซากเครื่องปรับอากาศ การทํางานอาจกอใหเกิดไอน้ํามันหลอล่ืน และสารทําความเย็นดังน้ันจึงควรเตรียมสถานที่ทํางานให สามารถถายเทอากาศไดด ีและอยหู างจากประกายไฟ
คมู ือปฏบิ ตั อิ ยา งงายในการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟา และอปุ กรณอ เิ ล็กทรอนกิ สในแหลง ชุมชนอยา งเปนมติ รตอสงิ่ แวดลอ ม 5-50 2) การแยกชน้ิ สว นอุปกรณทต่ี ดิ ตั้งภายในอาคาร คาํ อธิบายวิธที าํ - คดั แยกสายไฟที่มีอยูในซากเครื่องปรบั อากาศออกจากน้นั ถอดช้ินสว นตาง ๆ เชน โครงภายในอาคาร พัดลม และชน้ิ สวนอ่นื ๆ ดว ยมอื สง่ิ ที่ไดจากกระบวนการ - อุปกรณแ ลกเปลย่ี นควานรอน (Heat Exchanger) ทใ่ี ชใ นอาคาร คือ เครื่องระเหย (Evaporator) มที องแดง และอลมู เิ นยี มอยูมาก - สว นพัดลม และโครงดานในอาคาร สว นมากจะเปน เหล็กหรอื พลาสตกิ ระวัง! ไมค วรเผาสายไฟที่ไดจ ากการแยกซากเคร่ืองปรบั อากาศเพื่อเอาทองแดง เพราะอาจทําใหม สี าร กอ มะเรง็ กระจายออกสบู รรยากาศได
คมู ือปฏบิ ตั ิอยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปนมิตรตอ สง่ิ แวดลอ ม 5-51 3) การแยกช้ินสว นทต่ี ดิ ต้ังภายนอกอาคาร คาํ อธบิ ายวธิ ีทาํ - ถอดแยกชนิ้ สวนตาง ๆ เชน โครงภายนอกอาคาร พัดลมคอมเพรสเซอร และช้นิ สวนอ่ืนๆ ดว ยมือ เชนกนั สิ่งทไี่ ดจากกระบวนการ - คอมเพรสเซอรประกอบดว ยวสั ดหุ ลายชนิดอาจมีสารทําความเยน็ ตกคา ง - คอนเดนเซอร มสี วนผสมของอลมู ิเนยี มอยูมาก - โครงภายนอกอาคาร สว นมากเปนเหล็ก - ทอสารทําความเย็น สว นมากเปน ทองแดง คอมเพรสเซอร มอเตอรพดั ลม การทํางานควรตองใชอุปกรณปองกันความปลอดภัย เชนถุงมือ และแวนตา ในขณะทํางาน เนอื่ งจากในคอมเพรสเซอร อาจยังมีสารทําความเย็น และ น้ํามันหลอล่ืน ตกคางอยู และควรเก็บรวบรวม สารทําความเยน็ และนํ้ามนั หลอล่ืนสง ไปบาํ บัดดวยวธิ ีทีเ่ หมาะสมตอ ไป
คมู อื ปฏบิ ัติอยา งงายในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยางเปนมิตรตอสงิ่ แวดลอม 5-52 การคัดแยก (Sorting) คาํ อธิบายวธิ ีทํา แยกสวนของเครอื่ งปรบั อากาศตามชนิดวัสดุ ไดแก เหล็ก อลูมิเนียม และทองแดง เพื่อสงไปบด อัด ตดั ตามชนิดวัสดุ จากน้ันจะถูกอดั เปน กอน เพ่ือใหสะดวกในการขนสง ไป รีไซเคลิ ตอไป สง่ิ ท่ีไดจากกระบวนการ - เครอื่ งควบแนน (Condenser) - เครอื่ งระเหย (Evaporator) - ทอสารทําความเย็น - พดั ลมภายในอาคาร - พัดลมภายนอกอาคาร จากขั้นตอนท่ีกลาวมา จะเห็นวาเม่ือทําการแยกชิ้นสวนซากเครื่องปรับอากาศอยางถูกวิธี นอกจาก จะปลอดภัยตอผูปฏิบัติงานและสิ่งแวดลอม ยังสามารถไดวัตถุดิบมีคา ที่สามารถนําไปขายตอหรือนํากลับมาใช ประโยชนใหม ไดอีกดวย รูปท่ี ๕-29 สรุปวัตถุดิบมีคาและสารอันตรายที่ไดจากการคัดแยกชิ้นสวนและการรีไซเคิล ซากเคร่อื งปรบั อากาศอยา งถูกวิธี รูปที่ 5-29 วตั ถุดิบมีคาและสารอันตรายที่ไดจากการคัดแยกชิน้ สวน และการรไี ซเคลิ ซากเครื่องปรบั อากาศอยางถูกวิธี
คูมือปฏบิ ตั ิอยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟาและอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยา งเปน มติ รตอสง่ิ แวดลอม |6- ๑ บทท่ี 6 แนวทางการจดั การของเสียทเ่ี กิดจากการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอปุ กรณอิเลก็ ทรอนกิ ส 6.1 แนวทางการเกบ็ รวบรวมและขนยายของเสยี ทเี่ กิดจากการถอดแยกซากเคร่ืองใชไฟฟา ฯ การจัดการกากของเสียท่ีเกิดจากการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟาและอุปกรณอิเล็กทรอนิกส เมื่อคัดแยก ไดปริมาณมากพอที่จะนําไปบําบัด และกําจัด หรือเก็บรวบรวมไว เพ่ือรอการขนยายและกําจัดภายนอกโรงงาน การเกบ็ รวบรวมของเสียดงั กลาว มแี นวทางดังน้ี ควรเกบ็ ในภาชนะที่มีขนาดเหมาะสม มีฝาปด มดิ ชิด ดา นขางภาชนะควรมเี ครอื่ งหมายแสดงชนดิ ของของเสียทบ่ี รรจุอยู ควรเก็บในบรเิ วณที่มีการระบายอากาศดี ในกรณีท่ีตองนําของเสียอันตรายไปทําการบําบัดหรือกําจัดภายนอกแหลงกําเนิด เมื่อเก็บรวบรวมของเสีย ไดแลว จะตองทําการขนยายดวยพาหนะที่ปลอดภัย มีการปองกันการรั่วไหลไดเปนอยางดี ดานขางพาหนะจะตอง แสดงเคร่อื งหมายแสดงชนดิ ของของเสยี อันตรายทกี่ ําลังทําการขนยา ยดว ย 6.2 แนวทางการกาํ จัดของเสียอนั ตรายที่เกดิ จากการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟา ฯ ขยะที่เกิดจากการถอดแยกซากเคร่ืองใชไฟฟาฯ ท่ีไมสามารถนํากลับมารีไซเคิลไดจะถูกนําไปฝงกลบ หรือไมก็เตาเผาขยะ ซ่ึงการฝงกลบขยะที่เกิดจากการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟาฯ น้ัน จะตองมีการจัดการหลุมฝงกลบ อยางรัดกุมเปนไปตามมาตรฐานสากล เพ่ือปองกันการรั่วไหลของสารพิษลงสูดินและแหลงนํ้า โดยเฉพาะปรอท และตะกั่วซึ่งจะพบมีการปนเปอนในพื้นที่ฝงกลบขยะอิเล็กทรอนิกส โดยหากพิจารณาจากชนิดของขยะที่เกิดจากการ คดั แยกขา งตน ซ่ึงมลี กั ษณะสมบัตเิ ขาขายเปน ของเสยี อันตราย จึงควรเลอื กวิธกี ารจดั การท่เี หมาะสมตามหลักวชิ าการ ดังนี้ ตารางท่ี 6-1 สรปุ ขอเสนอแนะวธิ กี ารจดั การขยะที่เหลอื จากการคัดแยกเคร่ืองใชไฟฟาฯ ชนิดของเสียท่เี หลือจากการ ขอ เสนอแนะวธิ กี ารจดั การ คดั แยก (๑) ช้นิ สว นพลาสติกและ รวบรวมเพื่อนําไปกําจัดดวยความรอนในเตาเผาอุณหภูมิสูง (Incinerator) สายไฟเลก็ ๆ (รูปที่ 6 -1) เพื่อใหของเสียเปล่ียนสภาพเปนเถา และนําเถานี้ไปฝงกลบอยาง องคป ระกอบ : พลาสตกิ ชนิดตาง ๆ ปลอดภัยตอไป โดยตองทําการเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 700 – 1,200 องศาเซลเซียส เชน Polyvinylchloride และตองมีสวนเผาไอกาซซ้ํา เพ่ือใหมีมลสารเหลือนอยที่สุด เตาเผาจะตองมีการปรับ Polystyrene Polyethylene อัตราสวนเชื้อเพลิงและอากาศที่เหมาะสม นอกจากนี้ จะตองมีเครื่องบําบัดมลพิษ Polypropylene และโลหะ อากาศ เชน เครื่องดักฝุน เครื่องกําจัดไอกรดดางกอนระบายอากาศสูสิ่งแวดลอม เชน ทองแดง (โรงงานประเภทท่ี 101) รวบรวมรวบรวมและสงใหโ รงงานรไี ซเคิล (โรงงานประเภทที่ 106)
คูมอื ปฏบิ ัติอยา งงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชุมชนอยางเปน มิตรตอสง่ิ แวดลอ ม |6- ๒ ชนิดของเสียทเ่ี หลอื จากการ ขอ เสนอแนะวธิ ีการจดั การ คัดแยก (๒) โฟมฉนวนกันความรอน รวบรวมเพื่อนําไปกําจัดดวยความรอน ในเตาเผาอุณหภูมิสูง (Incinerator) ของตเู ยน็ เพ่ือใหของเสียเปลี่ยนสภาพเปนเถา และนําเถาน้ีไปฝงกลบอยางปลอดภัยตอไป โดยตอง ทาํ การเผาท่ีอุณหภูมิสูงถึง 700 – 1,200 องศาเซลเซียส และตองมีสวนเผาไอกาซ องคป ระกอบ : Polyurethane ซํ้าเพื่อใหมีมลสารเหลือนอยท่ีสุด เตาเผาจะตองมีการปรับอัตราสวนเช้ือเพลิงและ Foam และสาร สารขยายตวั อากาศที่เหมาะสม นอกจากน้ี จะตองมีเครื่องบําบัดมลพิษอากาศ เชน เคร่ืองดักฝุน (Blowing Agent) เชน เคร่ืองกาํ จัดไอกรดดางกอนระบายอากาศสูส่งิ แวดลอ ม (โรงงานประเภทท่ี 101) Chloro Fluoro Carbon รวบรวมและสงใหโ รงงานรไี ซเคลิ เชน โรงงานรไี ซเคลิ โฟมโพลียรู เี ทน (CFC) หรือ Butane หรือ (รปู ที่ 6 - 2) (โรงงานประเภทที่ 106) Pentane (๓) กระจกหนา จอโทรทศั น รวบรวมและสงกําจัด ณ บอฝงกลบอยางปลอดภัย (Secure landfill) แบบเกา (CRT) (รูปท่ี 6-3) ซึ่งตองมีระบบการปองกันการร่ัวซึมของน้ําและสารอันตราย ที่กนหลุมและดานขางหลุม มีการบดอัดดวยดินเหนียวท่ีมีอัตราการไหลซึม องคประกอบ : แกว พลวง และ ของนํ้า (Permeability) ไมเกิน 0.03 เมตรตอป ตอจากน้ันจึงปูดวยแผนยาง สารเรอื งแสง ประกอบดวย หรือแผนพลาสติก เชน แผนพลาสติกความหนาแนนสูง (HDPE) จํานวน 2 ช้ัน ซัลไฟดของสังกะสีและโลหะ ใตแผนยางแตละช้ันเปนชั้นระบายน้ําชะ (Leachate) ซึ่งอาจเกิดการรั่วไหลลงมา อ่นื ๆ น้ําชะเหลาน้ีจะไหลลงทอและรวบรวมนํามาบําบัดภายนอกตอไป เม่ือฝงกลบกาก ของเสียจนเต็มหลุมแลวตองทําการปดหลุมดวยดินอัดแนน ตอจากนั้น ปูแผนยางหรือแผนพลาสติกสังเคราะห ปูทับดวยดินอีกช้ัน แลวปลูกพืชคลุมดิน เพื่อลดการชะลางพังทลายหนาดนิ ดา นบนของหลุมฝงกลบจะตองมีทอระบายอากาศ เพ่ือร ะบาย กาซท่ี เกิดข้ึ นภ าย ในออ กสูภ า ยนอก เพ่ือ ปองกั นไมใ หเกิ ด การอัดตัวของกาซจนดันหลุมฝงกลบใหมีรอยแตกได ดานขางของหลุมฝงกลบ ตองมีบอบาดาลเปนบอสังเกตการณการร่ัวไหลออกสูภายนอก โดยตองทําการเก็บ ตวั อยา งนํา้ ในบอไปตรวจสอบปริมาณสารปนเปอ นอยูเสมอ (โรงงานประเภทที่ 105) (๔) นํ้ามนั หลอ ลน่ื ในเครือ่ ง รวบรวมในภาชนะรองรับและสง ใหโรงงานรีไซเคิล คอมเพรสเซอรต ูเยน็ โดยการนาํ ไปใชเ ปนเชือ้ เพลงิ เสริม (โรงงานประเภทท่ี 106)
คมู อื ปฏบิ ัตอิ ยางงา ยในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไฟฟา และอุปกรณอ เิ ล็กทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมติ รตอสงิ่ แวดลอ ม |6- ๓ สบื คนจาก : http://www.irplus.in.th/listed/akp/incinerator.asp?lang=E รปู ท่ี 6-1 ภาพตวั อยางเตาเผาขยะอนั ตราย สบื คนจาก : https://shawnacoronado.com/recycle-your-refrigerator-and-earn-money/ รูปที่ 6-2 ตวั อยางโรงงานรีไซเคลิ แผนโฟมโพลียรู เี ทน
คมู อื ปฏิบัติอยางงา ยในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชุมชนอยา งเปน มติ รตอ สง่ิ แวดลอม |6- ๔ สบื คนจาก : http://www.irplus.in.th/listed/bwg/system_01.asp สืบคน จาก : http://www.genco.co.th/EN-Fac.htm รูปที่ 6-3 หลุมฝงกลบแบบปลอดภัย (Secure Landfill)
คูมือปฏบิ ตั ิอยา งงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไฟฟา และอุปกรณอเิ ล็กทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยางเปน มติ รตอสง่ิ แวดลอม |7- ๑ บทท่ี 7 แนวทางการติดตามตรวจสอบผลกระทบตอชมุ ชนและการปนเปอนในสิง่ แวดลอม 7.1 แนวทางการกาํ หนดชนิดและจดุ เก็บตวั อยา งตวั อยางส่ิงแวดลอ ม กรอบแนวทางการติดตามตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบอาชีพถอดแยกซากเคร่ืองใชไฟฟาและ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสตอชุมชนและการปนเปอนในสิ่งแวดลอม อาทิ การปนเปอนโลหะหนักในตัวอยางดินบริเวณ บานพักอาศัย บอขยะ และแปลงเกษตร การปนเปอนโลหะหนักในตัวอยางน้ําผิวดิน การปนเปอนโลหะหนัก ในตัวอยา งนา้ํ ใตดนิ โดยหนวยงานราชการท่ีเก่ยี วของของกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม ดงั นี้ ตารางที่ 7- 1 การกาํ หนดชนดิ และจดุ เกบ็ ตวั อยา งตัวอยางสงิ่ แวดลอ ม ชนดิ ตวั อยา งสงิ่ แวดลอ ม การกําหนดจดุ เกบ็ ตวั อยาง ความถ่ี 1) การปนเปอนโลหะหนักในตัวอยางดนิ เกบ็ ตัวอยา งดินทรี่ ะดบั ความลกึ ไมเกิน ๑ - ๒ คร้ัง/ป บรเิ วณบานพักประชาชนที่มีการถอด ๑ - ๒ ครงั้ /ป แยกซากฯ 15 เซนตเิ มตร จากระดับผวิ ดนิ บรเิ วณพ้นื ดนิ ของบา นพักที่มกี ารถอดแยกซาก เคร่อื งใชไฟฟาและอุปกรณอิเลก็ ทรอนิกส ควรเก็บตวั อยางดนิ จากบานพักประชาชนท่ีไมมี การถอดแยกซากฯ เพอ่ื ใชเ ปนจดุ อา งอิงดว ย เปรยี บเทียบกบั มาตรฐานคณุ ภาพดนิ ทใี่ ช ประโยชนเ พื่อการอยูอาศัยและเกษตรกรรม1) 2) การปนเปอนโลหะหนกั เก็บตัวอยางดนิ ทรี่ ะดบั ความลึกไมเ กนิ ในตวั อยางดินในบอขยะท่ีมีการนาํ ขยะ 15 เซนตเิ มตร จากระดับผิวดนิ จากการถอดแยกซากเคร่ืองใชไ ฟฟา ฯ บรเิ วณบอ ขยะที่มีการนําขยะจากการถอดแยก ไปทิง้ ซากเคร่ืองใชไฟฟา ฯ ไปท้งิ หลีกเลย่ี งการเกบ็ ตวั อยา งบนผวิ ถนน จาํ นวนตวั อยา ง ควรพจิ ารณาตามขนาด ของพื้นทบ่ี อขยะ แตอยางนอยควรมีจาํ นวน 3 – 4 ตัวอยาง เปรียบเทยี บกบั มาตรฐานคุณภาพดินทีใ่ ช ประโยชนเ พ่อื การอ่ืนนอกเหนือจากเพ่ือการอยู อาศยั และเกษตรกรรม2)
คมู ือปฏิบตั อิ ยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ล็กทรอนิกสใ นแหลง ชุมชนอยา งเปน มติ รตอสง่ิ แวดลอ ม |7- ๒ ชนดิ ตัวอยางสิง่ แวดลอม การกาํ หนดจุดเกบ็ ตัวอยา ง ความถ่ี 3) การปนเปอ นโลหะหนักในตวั อยา งดนิ เก็บตวั อยา งดินท่รี ะดับความลกึ ไมเ กนิ ๑ - ๒ ครั้ง/ป บรเิ วณแปลงเกษตรทีร่ บั นํ้าหลาก ๑ - ๒ คร้งั /ป จากการระบายน้ําตามธรรมชาติ 15 เซนตเิ มตร จากระดับผิวดิน ๑ - ๒ คร้งั /ป ของชุมชนที่มกี ารถอดแยกซาก จาํ นวนตวั อยาง จํานวน 4 – 6 ตวั อยาง เคร่อื งใชไฟฟา ฯ โดยรอบชมุ ชน ควรเกบ็ ตวั อยา งดินจากแปลงเกษตรที่คาดวา จะ ไมไ ดรบั นํ้าที่หลากจากชุมชน เพอื่ ใชเ ปน จุดอา งองิ ดว ย เปรียบเทยี บกบั มาตรฐานคุณภาพดินทใี่ ช ประโยชนเ พือ่ การอยูอาศยั และเกษตรกรรม1) 4) การปนเปอ นโลหะหนกั ในตวั อยา งดิน เกบ็ ตัวอยางดินท่รี ะดับความลกึ ไมเ กิน บรเิ วณแปลงเกษตรโดยรอบบอขยะ 15 เซนตเิ มตร จากระดับผิวดิน ที่มีการนําขยะที่เหลือจากการถอดแยก ซากเครอื่ งใชไฟฟา ฯ ไปทิ้ง จาํ นวนตัวอยาง ควรพิจารณาตามสภาพพนื้ ท่ี อยา งนอย 4 ตัวอยาง ควรเก็บตัวอยางดินจากแปลงเกษตรที่คาดวาจะ ไมไ ดร บั นํ้าทหี่ ลากบอขยะ เพ่ือใชเ ปน จุดอา งองิ ดว ย เปรยี บเทยี บกับมาตรฐานคุณภาพดนิ ท่ีใช ประโยชนเพือ่ การอยูอาศยั และเกษตรกรรม1) 5) การปนเปอนโลหะหนกั ในตัวอยา งนํา้ 5.๑) คลองสาธารณะทร่ี ับนํา้ หลากจากชมุ ชน ผิวดนิ ท่ีมีการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟา ฯ (หากมี) 5.๒) คลองสาธารณะทร่ี ับนา้ํ หลากจากบอขยะ ทม่ี ีการนําขยะท่เี หลอื จากการถอดแยกซาก เครอ่ื งใชไฟฟาฯ ไปทง้ิ (หากมี) กําหนดจุดเก็บอยางนอย 3 จดุ ไดแก เหนือนํ้า กลางนํ้า และทายนํา้ ตามเสน ทางการไหล ของคลองสาธารณะผา นพื้นที่บอขยะ เปรียบเทยี บกบั มาตรฐานคุณภาพน้าํ ในแหลงนาํ้ ผิวดิน3)
คูม อื ปฏบิ ตั ิอยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟาและอุปกรณอ เิ ล็กทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมติ รตอ สงิ่ แวดลอม |7- ๓ ชนิดตัวอยางส่ิงแวดลอ ม การกําหนดจุดเก็บตวั อยา ง ความถ่ี 6) การปนเปอนของไอระเหย 5.3) แหลงน้ําสาธารณะในชมุ ชนที่มีการถอดแยก ๑ - ๒ ครั้ง/ป สารอินทรียในบรรยากาศ ซากเคร่ืองใชไ ฟฟา ฯ (หากมี) กาํ หนดจดุ เก็บอยางนอย 1 จดุ เปรียบเทียบกับมาตรฐานคณุ ภาพนา้ํ ในแหลง นา้ํ ผิวดนิ 3) บา นพักอาศยั ท่ีมีการถอดแยกซากเครื่องใชไฟฟาฯ เปรยี บเทียบกับมาตรฐานคุณภาพอากาศ4) หมายเหตุ 1) ประกาศคณะกรรมการสง่ิ แวดลอมแหงชาติ ฉบับท่ี 25 (พ.ศ.2547) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงเสริมและ รักษาคุณภาพส่ิงแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 เร่ือง กําหนดมาตรฐานคุณภาพดินท่ีใชประโยชนเพื่อการอยูอาศัย และเกษตรกรรม 2) ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับที่ 25 (พ.ศ.2547) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 เร่ือง กําหนดมาตรฐานคุณภาพดินที่ใชประโยชนเพื่อการอื่น นอกเหนือจากเพ่อื การอยอู าศัยและเกษตรกรรม 3) ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ฉบับท่ี 8 (2537) ออกตามความใน พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษา คุณภาพส่ิงแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 เร่ืองกําหนดมาตรฐานคุณภาพนํ้าในแหลงน้ําผิวดิน ประเภท 3 (สามารถใชประโยชนเพื่อการอุปโภคและบรโิ ภคโดยตองผา นการฆา เชอื้ โรคตามปกตแิ ละผา นกระบวนการปรับปรงุ คณุ ภาพ) 4) ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เร่ือง กําหนดคาเฝาระวังสําหรับสารอินทรียระเหยงายในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา ๒๔ ชวั่ โมง
คูมือปฏิบตั ิอยางงายในการถอดแยกซากเครือ่ งใชไฟฟาและอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยา งเปนมิตรตอ สง่ิ แวดลอ ม |7- ๔ 7.2 แนวทางวธิ ีการเก็บตวั อยา งตวั อยางสงิ่ แวดลอ ม 7.2.1 การเก็บตัวอยางดินจากบริเวณบานพักอาศัย บอขยะ และแปลงเกษตร เปนการเก็บตัวอยางดิน ที่ระดับความลึกไมเกิน 15 เซนติเมตรจากระดับผิวดิน สามารถทําไดโดยอุปกรณทั่วไป เชน จอบ เสียม พลั่ว ชอนตัก ดนิ และหัวเจาะดิน (Soil Probe) เปน ตน (รปู ที่ 7-1) โดยเริ่มจากใชอุปกรณท่ัวไปที่เหมาะสมถางพื้นท่ีรอบๆ และเปด หนาดินออกจนถึงระดบั ความลึกที่ตองการ จากนั้นใชอุปกรณเก็บตัวอยางดินที่สะอาดปาดเอาดินชั้นบนสุดซ่ึงสัมผัสกับ อปุ กรณท ่ใี ชเปด หนาดนิ ออกไปกอ น แลว จึงเก็บตวั อยางดินใสล งไปในถัง ทั้งน้ี ควรเก็บตัวอยางดวยการแบงพื้นที่เปนจุด ยอย ๆ (Grid) รูปแบบ 5 จุด (5-point composite) (รูปท่ี 7-2) และเก็บตัวอยางจุดละอยางนอย 100 กรัม เพื่อผสม ใหไ ดเ ปน ๑ ตัวอยาง รปู ที่ 7-1 เก็บตัวอยา งดินจากบริเวณบา นพักอาศยั บอขยะ และแปลงเกษตร รูปท่ี 7-2 เกบ็ ตวั อยางตามการแบงพืน้ ทยี่ อย (Grid) รูปแบบ 5 จดุ (5-point composite)
คมู ือปฏบิ ตั อิ ยางงายในการถอดแยกซากเคร่ืองใชไ ฟฟาและอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชมุ ชนอยางเปน มิตรตอสงิ่ แวดลอ ม |7- ๕ 7.2.2 การเก็บตัวอยางน้ําผิวดินจากคลองหรือแหลงนํ้าสาธารณะ ควรการเก็บตัวอยางแบบจวง (Grab Sampling) ซึ่งเปนการเก็บตัวอยางคร้ังเดียวที่จุดเดียวในเวลาใดเวลาหน่ึงแลวนํามาวิเคราะห ซึ่งจะเปนผล วิเคราะหคุณภาพนํ้า ณ จุดนั้นและในเวลานั้น ทําใหทราบถึงลักษณะสมบัติของแหลงน้ําเฉพาะจุด และความผันแปร ของลักษณะสมบัติและคุณภาพน้ําในจุดตางๆ ไดอยางชัดเจน ทั้งนี้ การเก็บตัวอยางอาจใชการจุมขวดเก็บตัวอยางนํ้า โดยตรงกรณนี ้ําลกึ ไมเ กิน 2 เมตร และผเู กบ็ ตัวอยางสามารถสัมผัสนํ้าไดโดยตรง หรือหากกรณีนํ้าลึกเกินกวา 2 เมตร หรือผูเก็บไมสามารถสัมผัสน้ําไดโดยตรงอาจใชอุปกรณเก็บตัวอยางแลวถายลงขวดเก็บตัวอยาง ตัวอยางดังรูปที่ 7-3 แตตองกลั้วขวดเก็บตัวอยางดวยนํ้าตัวอยางท่ีเก็บกอนทุกคร้ัง การเก็บตัวอยางในแมนํ้าลําธาร หากทําไดควรเก็บ ก่ึงกลางความกวางและความลึกของลําน้ําเพียงหนึ่งตัวอยางตอหนึ่งจุด สวนกรณีแหลงนํ้านิ่งใหเก็บกึ่งกลางความลึก ของจดุ เก็บนํา้ น้นั ๆ รปู ที่ 7-3 ตวั อยา งการเก็บตัวอยางนํา้ ผิวดนิ 7.2.3 การเกบ็ ตวั อยางอากาศเพื่อตรวจวดั ไอระเหยของสารอินทรียระเหยงา ย สามารถใชเคร่ืองมือเก็บตัวอยางอากาศแบบใหอากาศไหลเขาสูถังเก็บตัวอยางอากาศ (Canister) โดยอาศัยความ แตกตางของความดันอากาศภายนอกกับภายในถังเก็บตัวอยางอากาศที่เปนสุญญากาศ โดยเก็บ ตัวอยางตอ เน่อื ง 24 ชวั่ โมง กอนนาํ อากาศไปทําการเจือจางและสง ตรวจวิเคราะหทาง หอ งปฏบิ ตั ิการ (รปู ที่ 7-4) รปู ที่ 5-4 การเก็บตัวอยางอากาศเขาสูถ ังเก็บตัวอยางอากาศ (Canister)
คูม ือปฏบิ ตั ิอยางงายในการถอดแยกซากเคร่อื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสในแหลง ชุมชนอยางเปนมิตรตอ สง่ิ แวดลอม |7- ๖ 7.3 การประเมินความเสีย่ งสขุ ภาพอนามัยของประชาชน กรณีหนวยงานสาธารณสุขไดรับการรองเรียนการปนเปอนโลหะหนักในส่ิงแวดลอม และมีการประเมิน ความเสี่ยงพบวาประชาชนตองสัมผัสกับสิ่งแวดลอมน้ันๆ ควรพิจารณาตรวจระดับโลหะหนัก เชน ตะก่ัว ในตัวอยา งเลอื ดหรอื ปส สาวะของประชากรกลมุ เสี่ยง เพ่อื ตรวจวิเคราะห เฝาระวัง และจัดทํามาตรการลดการรับสัมผัส ทั้งน้ี ตองระบุรายละเอียดใหชดั เจนถึงปจจัยรบกวนและการแปลผลทีอ่ าจจะผิดพลาดตามมาได รวมท้ังการสัมผัสสารเคมี ประเภทอ่ืนๆ ดวย สว นกลมุ ประชาชนและเดก็ เลก็ ทไ่ี มไดเกย่ี วขอ งกับกจิ การถอดแยกซากเคร่ืองใชไฟฟาฯ อาจจะทําให มีปญหาในการแปรผลได กรณีไมมีผลตรวจที่เปนคาภูมิหลัง (Baseline Data) เน่ืองจากโลหะหนักบางชนิดอาจจะมี ขอจํากดั ในการแปลผล เชน สารหนู แมงกานสี เปน ตน
คมู ือปฏบิ ัตอิ ยา งงา ยในการถอดแยกซากเคร่อื งใชไ ฟฟาและอปุ กรณอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปน มิตรตอ สง่ิ แวดลอม ภาคผนวก ก. สารอนั ตรายในซากเครอ่ื งใชไ ฟฟา
คมู ือปฏิบัติอยางงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สในแหลง ชมุ ชนอยางเปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอม |ภาคผนวก ก- ๑ ภาคผนวก ก. สารอนั ตรายในซากเครือ่ งใชไฟฟา ซากเคร่ืองใชไฟฟาฯ มีสวนประกอบท่ีมีสารอันตราย เชน จอโทรทัศนและจอคอมพิวเตอรรุนเกาที่เปนจอแกว หนา ๆ (จอ CRT : Cathode Ray Tube) จะมีสารตะกั่วจํานวนมากในกรวยแกว โดยบางรุนอาจมีตะกั่วสูงถึง เครื่องละ ๒ กิโลกรัม ขณะที่จอโทรทัศนรุนใหมท่ีเปนจอแบนหรือจอแอลซีดี (LCD : Liquid Crystal Display) แมวา จะไมมีกรวยแกวที่มีตะกั่ว แตก็มีสวนประกอบผลึกเหลวท่ีมีสารประกอบอินทรียท่ีเปนสารอันตรายหรือสารกอมะเร็ง เชน Phenylcyclohexane Cyclohexane Biphenyl และ Pyrimidine อีกท้ัง ยังมีปรอทในหลอดภาพดานหลัง (Backlights) อีกดวย ดังรายละเอียดในตารางท่ี ก-๑ และ ก-2 ตารางที่ ก-1 สว นประกอบสาํ คญั ทเ่ี ปนอันตรายของซากเครอ่ื งใชไฟฟาและอุปกรณอเิ ล็กทรอนิกส ประเภทซากเคร่อื งใชไฟฟา ฯ สวนประกอบ โทรทศั น จอภาพซีอารที (Cathode Ray สวนประกอบสําคัญ ไดแก แกวทั้งดานนอกและดานใน Tube : CRT) ของหลอดภาพ CRT เหล็กยึดและเหล็กควบคุมรังสี สารฉาบ เรืองแสง ปนอิเล็กตรอนทําจากแกวและเหล็กกลาไรสนิม แผนวงจรพิมพ (Printed Circuit Board:PCB) และพลาสติกครอบ ถาพิจารณาจากสัดสวนของวัสดุ พบวา แกว มีปริมาณมากที่สุด (รอยละ 57) พลาสติก (รอยละ 23) เหล็ก (รอยละ 10) ทองแดง (รอ ยละ 3) อะลมู ิเนียม (รอ ยละ 2) อืน่ ๆ (รอยละ 5) สวนประกอบทเ่ี ปนอันตราย : สารโบรมนี ในพลาสตกิ ตะกั่ว ในจอภาพ สารหนว งไฟและแคดเมียมในสายไฟ โทรทศั น 1 ) จ อภ า พ แ อล ซี ดี (Liquid สวนประกอบสําคัญ ไดแก โลหะที่มีสวนประกอบของเหล็ก Crystal Display : LCD) (รอยละ 47) พลาสติก (รอยละ 22) แหลงกําเนิดแสง back light (Back light module) (รอยละ 12) แกวที่เคลือบฟลมที่มี สวนผสมของ indium tin oxide (รอยละ 7) อะลูมิเนียม (รอ ยละ 5) แผน วงจรพิมพ (รอ ยละ 4 ) และตะกัว่ (รอ ยละ 3) 2) จอภาพพลาสมา (Plasma) สวนประกอบท่เี ปนอันตราย : ผลกึ เหลว (Liquid crys-tals) ซ่งึ หรือจอภ าพแอล ซีดี (Light- มีสารประกอบอนิ ทรีย (organic compounds) กวา 10 - 20 Emitting Diode : LCD) ชนิด โดยหลายชนิดเปน สารอันตรายหรือสารกอ มะเรง็ เชน ฟ นิลไซโคเฮกเซน (Phenylcy-clohexane), ไซโคลเฮกเซน (Cyclohevane), ไบฟน ลิ (Biphenyl) และ ไพรมิ ดี ีน (Pyrimidine)
คูม อื ปฏิบัตอิ ยา งงา ยในการถอดแยกซากเคร่อื งใชไฟฟา และอปุ กรณอเิ ล็กทรอนิกสใ นแหลง ชุมชนอยางเปน มิตรตอ สงิ่ แวดลอ ม |ภาคผนวก ก- ๒ ประเภทซากเครื่องใชไ ฟฟาฯ สวนประกอบ นอกจากน้ี ยงั มสี ารปรอทในหลอดกาํ เนิดแสง กลองถายภาพดิจทิ ลั หรือกลอ งถา ยวีดโี อ สว นประกอบสําคัญของกลองดิจิทัลและกลองวีดีโอ ไดแก เลนส ซึ่งทํามาจากแกว ตัวกรอบภายนอกสวนใหญทําจากอะลูมิเนียม หรือพลาสติกอัดแข็ง ตัวเซนเซอรบันทึกภาพ แบตเตอร่ีซ่ึงเปน แบบลิเทียมไออน และนิกเกิลเมทัลไฮไดรด ปุมกดตาง ๆ ไฟ แฟลช และจอภาพ LCD สวนประกอบทเ่ี ปน อันตราย : จอภาพแอลซีดี แบตเตอร่ี อุปกรณเลนภาพ/เสียง ขนาดพกพา เชน MP3 สวนประกอบสําคัญ คือ แผนวงจรพิมพซึ่งเปนสวนท่ีสงผาน MP4 ขอมูล แปลงขอมูล และสวนที่ควบคุมการทํางานของเครื่อง คือ ไมโครคอนโทรลเลอร นอกจากน้ียังมีสวนของหนวยความจํา แบตเตอรี่จอภาพแอลอดี ี หรอื จอภาพแอลซีดี สําหรับในกรณีที่เปน MP4 หรือ Ipod สวนท่ีเปนการถายโอนขอมูล เชน USB port เปนตน และกรอบตวั เครื่องภายนอก สวนประกอบทเี่ ปนอันตราย : จอภาพแอลอีดี หรือจอภาพแอล ซีดี และแบตเตอร่ี เครื่องพมิ พ (Printer) และโทรสาร สวนประกอบสําคัญ ไดแก แผนวงจรพิมพ กรอบพลาสติก ภายนอก สายไฟ ตัวปุมกดไมโครโฟนและลําโพง (ในกรณีของ เครื่องโทรสาร) และอืน่ ๆ สวนประกอบทเี่ ปนอนั ตราย : สวนท่เี ก่ยี วของกับหมึกพิมพ ทงั้ หมด เชน สารเคมีทเ่ี ปน หมึก ตลบั หมึก (toner cartridge) ฟว เซอร (fuser) กระดาษแฟกซ เปนตน ซง่ึ ตองมีการแยกออก จากสว นอ่นื ๆ ทไ่ี มม ีการปนเปอ นหมึก เพ่ือนาํ ไปรไี ซเคิลใน
คูมอื ปฏิบัติอยางงา ยในการถอดแยกซากเคร่ืองใชไ ฟฟาและอุปกรณอเิ ลก็ ทรอนิกสใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมิตรตอ สงิ่ แวดลอม |ภาคผนวก ก- ๓ ประเภทซากเครอื่ งใชไฟฟา ฯ สวนประกอบ โทรศัพทเคล่ือนท่ี คอมพวิ เตอร (แบบตงั้ โตะ/แบบพกพา) กระบวนการเฉพาะ เครอ่ื งปรบั อากาศ (รุนเกา) สวนประกอบสําคัญ ไดแก แผนวงจรพิมพ เสาอากาศ ทําจากโลหะและสายไฟ หนาจอผลึกเหลว (LCD) และแกว แบตเตอร่ี (NiCd, NiMH และ Li-ion) กรอบหนากากท่ีทําจาก พลาสติกโพลีคารบอเนตหรือ ABS และอาจมีโลหะเคลือบ และ อปุ กรณเสริมตา ง ๆ เชน หูฟง สายชารจ ไฟ เปนตน สวนประกอบที่เปนอนั ตราย : จอภาพ LCD และแบตเตอรี่ สวนประกอบสําคัญ ไดแก หนวยประมวลผล (CPU) การด แสดงผล หนวยความจํา อุปกรณเสริมตาง ๆ เชน เมาส แปนพิมพ ไมโครโฟน ลําโพง เปนตน สวนจอ คอมพิวเตอร มีทั้งแบบ CRT และ LCD กระบวนการรีไซเคิล จึงสามารถจัด กลมุ เดียวกับจอโทรทัศนไดต ามประเภทจอ สว นประกอบทเ่ี ปนอนั ตราย : จอคอมพิวเตอร ทง้ั แบบจอ CRT และจอ LCD ดงั ที่อธบิ ายในสว นของโทรทศั นสารที่เปน พิษจงึ เปนประเภทเดยี วกัน (โบรมีน ตะกั่ว แคดเมยี ม) สวนประกอบสําคัญ ไดแก แผงทอทําความเย็นคอมเพรสเซอร แผงทอระบายความรอน พัดลมสงความเย็นและพัดลมระบาย ความรอน แผนกรองอากาศ หนากากตัวเครื่องท่ีมีแผนกระจาย ลมเย็น อปุ กรณควบคุมสารทําความเย็นและอุปกรณท่ีเกี่ยวของ องคประกอบหลักประกอบดวย เหล็ก (รอยละ 50 ) พลาสติก (รอ ยละ 23) และทองแดง (รอยละ 14) สวนประกอบที่เปนอันตราย : สารทําความเย็นท่ีใชคลอโร ฟลูออโรคารบอน (CFC) สาร CFC นี้ เปน สารทําลายช้นั โอโซน
คมู ือปฏิบัตอิ ยา งงา ยในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไ ฟฟา และอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สใ นแหลง ชมุ ชนอยา งเปนมติ รตอสงิ่ แวดลอ ม |ภาคผนวก ก- ๔ ประเภทซากเครอ่ื งใชไฟฟาฯ สว นประกอบ ตูเ ยน็ (รนุ เกา ) สว นประกอบสาํ คญั 3 สวนหลัก คอื • สวนโครงสราง ประกอบดวย เหล็ก อะลูมิเนียม โฟม โพลียรู เี ทน (ฉนวนกันความรอน) พลาสติก แกว ยาง และอนื่ ๆ • ส ว น ทํ า ค ว า ม เ ย็ น ป ร ะ ก อ บ ด ว ย นํ้ า มั น ห ล อ ล่ื น ในคอมเพรสเซอร (Compressor oils) และสารทําความเย็น • สวนอื่น ๆ ประกอบดวยรีเลยที่มีสวนผสมของปรอทอาจมี ตัวเก็บประจุ คือ โพลีคลอริเนทเต็ดไบฟนิล(Polychlorinated Biphenyl :PCBs) คอมเพรสเซอร พลาสติก แกว สายไฟ และ อุปกรณเ สรมิ อนื่ ๆ สว นประกอบที่เปน อนั ตราย : สารทําความเย็นที่ใชคลอโรฟลูออ โรคารบอน (CFC) ตูเย็นรุนใหมจะใชสารทําความเย็นทดแทน เชน HFC-134a ( 1,2,2,2-tetragluoroethane) ส วนประกอบหลายอย างคล ายกั บเคร่ื องปรั บอากาศ จึ ง ส า ม า ร ถ เ ข า สู ก ร ะ บ ว น ก า ร รี ไ ซ เ คิ ล แ ล ะ ก า ร บํ า บั ด ส า ร ทําความเย็นรวมกนั เคร่ืองฉายภาพ (LCD Projector) สวนประกอบที่สําคัญ ไดแก แกวท้ังดานนอกและดานในของ หลอดภาพ LCD (รุนเกาเปนหลอด CRT) เหล็กยึดและเหล็ก ควบคุมรังสี สารฉาบเรืองแสงปนอิเล็กตรอนทําจากแกวและ เหลก็ กลาไรสนมิ แผน วงจรพมิ พ และพลาสติกครอบ สัดสวนองคประกอบ คือ พลาสติก ABS (รอยละ 33) เหล็ก (รอยละ 24 ) พลาสติก PS (รอยละ 14) อะลูมิเนียม (รอยละ 13) แกว และกระจก (รอ ยละ 14) สวนประกอบทเี่ ปน อันตราย : หลอดไฟ (Lamp) ซง่ึ มีสวนผสมของ ปรอทและจอ LCD
คูมอื ปฏิบัตอิ ยา งงายในการถอดแยกซากเครอ่ื งใชไฟฟาและอุปกรณอเิ ล็กทรอนกิ สใ นแหลง ชุมชนอยา งเปนมิตรตอสง่ิ แวดลอ ม |ภาคผนวก ก- ๕ ตาราง ก-2 ความสัมพนั ธของโลหะหนักหรือสารอนั ตรายในสว นประกอบของซากเคร่ืองใชไฟฟา โลหะหนักหรือสารอนั ตราย ความสมั พันธหรอื สวนประกอบของซากเครอ่ื งใชไ ฟฟา 1. สารหนวงการติดไฟกลุมโบรมนี ฯ (สารมลพิษทตี่ กคา งยาวนาน) (polybrominated diphenyl ethers, PBDEs; สารหนว งการติดไฟ (Flame retardants) ทีผ่ สม polybrominated biphenyls, PBBs; ในพลาสตกิ แผนวงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส tetrabromobisphenol-A, TBBPA) 2. โพลคี ลอรเิ นตไบฟน ิล คอนเดนเซอร (เครอื่ งควบแนน) หมอ แปลงไฟฟา (polychlorinated biphenyls, PCBs) สารทําความรอ นและน้ํามนั หลอ ลืน่ ในตูเยน็ และ 3. คลอโรฟลอู อโรคารบอน เครือ่ งปรบั อากาศ โฟมฉนวนกนั ความรอนในตเู ย็น (รุน เกา) (chlorofluorocarbon, CFC) 4. โพลไี ซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคารบอน เกิดขึ้นจากกระบวนการเผาไหมท่ีไมส มบูรณข อง (polycyclic aromatic hydrocarbons, PAHs) สารอนิ ทรยี 5. ไดออกซนิ และฟวแรน (polychlronated dibenzo- เกิดขนึ้ จากกระบวนการเผาไหมชน้ิ สว นพลาสตกิ ทีม่ ี p-dioxins, PCDDs, polychlorinated คลอรนี เปนองคประกอบ dibenzofurans, PCDFs) เครอื่ งตรวจจับควนั ชนดิ ไอออนไนเซช่ัน 5. อะเมริเซยี ม (americium, Am) สารหนวงการติดไฟ พลาสติก แผงวงจร จอ CRT จอ 6. พลวง (antimony, Sb) LCD ชน้ิ สวนในคอมพิวเตอร โทรทศั นและ โทรศัพทมือถือ 7. สารหนู (arsenic, As) แผงวงจร จอ CRT จอ LCD จอพลาสมา 8. แบเรียม (barium, Ba) จอ CRT จอ LCD จอพลาสมา 9. แบริลเลียม (beryllium, Be) วงจรเรยี งกระแสที่ควบคมุ ดว ยซิลคิ อน (silicon- 10. แคดเมียม (cadmium, Cd) controlled rectifiers) แผงวงจร สายไฟ 11. โครเมยี ม (chromium, Cr) แบตเตอร่ี แผงวงจร ช้ินสว นพลาสติก โทนเนอร 12. ทองแดง (copper, Cu) คอมพวิ เตอร แผงวงจร จอ CRT จอ LCD 13. แกลเลยี ม (gallium, Ga) จอพลาสมา 14. อินเดยี ม (indium, In) ระบบสายไฟ แผงวงจร จอ CRT โรเตอร หรอื ตวั หมนุ ในมอเตอร สารกึ่งตวั นาํ จอ LCD แผงวงจร
คมู อื ปฏบิ ัติอยางงา ยในการถอดแยกซากเคร่อื งใชไ ฟฟา และอุปกรณอ เิ ล็กทรอนกิ สในแหลง ชุมชนอยา งเปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอม |ภาคผนวก ก- ๖ โลหะหนักหรือสารอนั ตราย ความสมั พนั ธห รือสวนประกอบของซากเคร่ืองใชไฟฟา 15. ตะกั่ว (lead, Pb) ฯ 16. ลิเธียม (lithium, Li) 17. ปรอท (mercury, Hg) แบตเตอร่ี จอ CRT จอ LCD แผงวงจร 18. นกิ เกิล (nickel, Ni) โลหะบัดกรี ฮารด ดิสก 19. ซเี ลเนียม (selenium, Se) แบตเตอร่ี 20. เงนิ (silver, Ag) หลอดฟลูออเรสเซนต แบตเตอร่ี สวทิ ช จอ LCD 21. ดีบกุ (tin, Sn) แผงวงจร 22. สังกะสี (zinc, Zn) แบตเตอร่ี จานเลน แผน ซดี ี ฮารด ดสิ ก จอ LCD 23. แรธาตุหายาก (rare earth elements) แผงวงจร ทีม่ า : Robinson (2009); Townsend (2011) แผงวงจร วงจรเรยี งกระแส (rectifier) จอ LCD แผงวงจร โลหะบัดกรี สวิทช ระบบสายไฟ โลหะบดั กรี จอ LCD ทว่ี างแผนซีดี จอ CRT ฮารดดสิ ก แผงวงจร จอพลาสมา CRT screen แผงวงจร เน่ืองจากโลหะหนักในซากเครื่องใชไฟฟาฯ อยูในรูปโลหะ (ของแข็ง) เปนสวนใหญ ยกเวน สารปรอท ท่ีเปนของเหลวระเหยเปนไอไดงายในภาวะปกติ ดังนั้นการเขาสูรางกายของประชาชนจึงเกิดข้ึนได กรณีที่ การถอดแยกมีการยอย บด หรือเจียร ทําใหชิ้นสวนโลหะมีขนาดเล็กลง (ฝุนโลหะ) สามารถเขาสูรางกาย โดยไมต้ังใจทางลมหายใจหรือทางปาก ท้ังน้ี เด็กเล็กอาจไดรับฝุนโลหะท่ีติดอยูตามเคร่ืองแตงกายของผูดูแล ท่ีประกอบอาชีพถอดแยกซากฯ หรือรับฝุนโลหะท่ีปนเปอนในดินโดยไมต้ังใจจากการอยูอาศัยในบานเรือนดังกลาว หรือ แมแตในพื้นท่ีใกลเคียงท่ีอาจมีการแพรกระจายของโลหะหนักจากฝุนหรือดินปนเปอน อยางไรก็ตาม กรณีการเผาเศษ ชิ้นสวนซากเครื่องใชไฟฟาฯ จะทําใหโลหะเปลี่ยนสถานะเปนไอโลหะ (Fume) ซ่ึงจะมีขนาดอนุภาคเล็กมาก จนสามารถ แทรกผานช้ันเย่ือปอดเขาสกู ระแสเลือดได และจะสรางอนั ตรายไดม ากกวา การรบั สมั ผสั ฝุนโลหะ กรณีการไดร บั สัมผัสสารอันตรายอื่น ๆ จะมีความคลายคลึงกับโลหะหนัก กลาวคือ หากสารน้ันอยูในสถานะ กาซ เชน สารทําความเย็น (CFC-11, CFC-12) ในตูเ ย็นหรอื เคร่ืองปรับอากาศจะสามารถเขาสูรางกายไดทันทีทางลม หายใจ แตหากอยูในรูปสารประกอบท่ีมีสถานะเปนของแข็งมักจะมีความเส่ียงอันตรายต่ํา แตจะมีความเสี่ยงอันตราย มากข้ึนเม่ือเกิดการหลอมหรือเผาไหม ตัวอยางเชน สารหนวงการติดไฟประเภทฮาโลเจน (Halogen-Based Flame Retardant) อาทิ Polybrominated biphenyls (PBBs) และ polybrominated diphenyl ether (PBDEs) ซึ่ง เปนสารหนวงไฟท่ีมกี ารใชม ากที่สุดในพลาสติกและสิ่งทอ เมื่อเกิดการเผาไหมจะเกิดแกสฮาโลเจน คือ HBr และ HCI ซงึ่ เปนกา ซพิษ มีอนั ตรายหากสูดดมเขาไป จะมฤี ทธใิ์ นการทําลายปอด และระบบทางเดินหายใจ และหากไดรับแกสนี้ ในปริมาณมาก อาจถึงแกความตายได นอกจากนี้สารหนวงไฟประเภทฮาโลเจน เม่ือถูกเผาทําลายหรือนําไปรีไซเคิล จะกอใหเกิดสารไดออกซิน (Dioxins) ที่มีโครงสรางและความเปนพิษ ซึ่งเปนสารกอมะเร็ง แพรกระจายในอากาศ หรือลงสูดนิ เกดิ เปนอนั ตรายตอส่ิงแวดลอม
คมู ือปฏิบัตอิ ยางงายในการถอดแยกซากเครอื่ งใชไ ฟฟา และอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สในแหลง ชุมชนอยางเปน มติ รตอ สงิ่ แวดลอ ม ภาคผนวก ข. ผลกระทบตอสขุ ภาพจากโลหะหนักและสารอันตรายบางชนดิ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120