Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุดที่ 2

แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุดที่ 2

Published by jintanakarn.med, 2020-06-22 04:57:52

Description: แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD เรื่อง ความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชุดที่ 2

Keywords: แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์,STAD

Search

Read the Text Version

แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมมอื เทคนิค STAD เรอ่ื ง ความน่าจะเปน็ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

คำนำ แบบฝกึ ทักษะคณิตศาสตร์โดยใชก้ ิจกรรมกลุ่มรว่ มมือ เทคนคิ STAD เรื่อง ความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 มีวตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ฝึกฝนใหน้ ักเรียนมที กั ษะ และกระบวนการเรยี นรู้พน้ื ฐานทางคณิตศาสตร์ โดยหลงั จากท่ีครสู อนแลว้ สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ เริม่ ศึกษาเน้ือหาในใบความรู้ร่วมกนั จากนั้นนกั เรยี นแตล่ ะคนทำแบบฝกึ ทักษะระหว่างเรยี นและทำ แบบทดสอบด้วยตนเอง แบบฝึกทกั ษะคณติ ศาสตร์ชดุ น้ีเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ โดยให้ผเู้ รียนไดเ้ รยี นร้ดู ว้ ยตนเอง ผา่ นกจิ กรรมกลุ่มรว่ มมือ ผ้เู รียนมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียนรู้ มกี ารใหค้ วามช่วยเหลือซง่ึ กนั และ กนั ฝึกคดิ ฝกึ คน้ ควา้ รวบรวมข้อมูลและสรปุ องค์ความร้ดู ้วยตนเอง แบบฝกึ ทักษะคณติ ศาสตรช์ ดุ น้ี ชว่ ยส่งเสรมิ การสร้างปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งครกู บั นกั เรียน นักเรยี นกบั นักเรียน มีการแลกเปล่ยี นความคดิ ซึ่งกันและกนั ฝกึ การเปน็ ผ้นู ำและผู้ตามที่ดี ตลอดจนฝึกคุณลักษณะใหผ้ ู้เรียนมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ รับผดิ ชอบในการทำงาน สง่ เสริมการทำงาน รว่ มกัน รวมถึงคำนงึ ถงึ ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลโดยกระต้นุ ความสนใจของผูเ้ รยี น อันจะส่งผลตอ่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณติ ศาสตร์ของนักเรียนให้สูงขน้ึ และบรรลุวตั ถปุ ระสงคท์ ตี่ งั้ ไว้ ผ้จู ดั ทำหวังเปน็ อย่างย่ิงว่า แบบฝกึ ทักษะคณิตศาสตรเ์ ลม่ น้ี คงจะเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอน นักเรยี น และผูป้ กครองทไี่ ด้นำไปใชใ้ นการฝึกทักษะทางด้านคณติ ศาสตร์ และวงการศึกษาต่อไป จนิ ตนา บุตรนลิ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นผดุงนารี

สารบญั เร่อื ง หนา้ คำนำ ก สารบัญ ข คำช้ีแจงการใชแ้ บบฝึกทักษะคณติ ศาสตร์ 1 คำแนะนำสำหรบั ครู 2 คำแนะนำสำหรบั นักเรียน 3 แผนภูมกิ ารใช้แบบฝกึ ทักษะคณิตศาสตรโ์ ดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมมอื เทคนคิ STAD 4 สาระสำคัญ 5 จุดประสงค์การเรียนรู้ 5 แบบทดสอบก่อนเรียน เรือ่ ง การทดลองสุ่ม 6 ใบความรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง การทดลองสุ่ม 9 แบบฝึกทักษะระหวา่ งเรยี นชุดท่ี 2 11 แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง การทดลองสุ่ม 13 บรรณานุกรม 17 ภาคผนวก 18 กระดาษคำตอบก่อนเรยี น 19 กระดาษคำตอบหลังเรยี น 20 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง การทดลองสมุ่ 21 เฉลยแบบฝึกทักษะระหว่างเรียนชุดที่ 2 22 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรอื่ ง การทดลองสุม่ 23 แบบบนั ทึกคะแนนกลมุ่ 24

คำชแ้ี จงการใช้แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ แบบฝกึ ทักษะคณิตศาสตร์โดยใชก้ จิ กรรมกลุ่มร่วมมือ เทคนคิ STAD เร่ือง ความน่าจะเป็น ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 จัดทำขึ้นเพ่อื ใช้ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ในรายวชิ าคณิตศาสตร์ พ้นื ฐาน แบบฝึกทักษะคณติ ศาสตร์ชุดน้ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ โดยให้ผ้เู รยี นได้เรยี นร้ดู ว้ ยตนเองผ่านกิจกรรม กลุ่มรว่ มมือ ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ มีการใหค้ วามชว่ ยเหลือซง่ึ กันและกัน ฝึกคิดฝึกค้นควา้ รวบรวมข้อมลู และสรุปองคค์ วามรดู้ ว้ ยตนเอง แบบฝกึ ทักษะคณติ ศาสตรช์ ุดนี้ ชว่ ยสง่ เสรมิ การสรา้ งปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างครูกับนักเรียน นกั เรยี นกบั นักเรยี น มกี ารแลกเปลีย่ น ความคดิ ซึง่ กันและกนั ฝึกการเปน็ ผนู้ ำและผู้ตามท่ีดี ตลอดจนฝึกคุณลักษณะให้ผ้เู รยี นมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ รบั ผดิ ชอบในการทำงาน สง่ เสริมการทำงานรว่ มกนั รวมถึงคำนงึ ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยกระตุ้นความสนใจของผเู้ รียน อนั จะสง่ ผลตอ่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ให้สงู ข้นึ และบรรลุวตั ถปุ ระสงคท์ ีต่ ง้ั ไว้ โดยครเู ปน็ ผคู้ อยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และตรวจสอบผลการศึกษาค้นคว้าหาความร้ไู ด้ด้วยตนเอง โดยกอ่ นศกึ ษารายละเอยี ดควรอา่ น คำแนะนำการใช้และปฏบิ ัตติ ามข้นั ตอนทก่ี ำหนด แบบฝึกทกั ษะคณติ ศาสตรโ์ ดยใช้กจิ กรรมกลุ่มรว่ มมือ เทคนคิ STAD เร่ือง ความนา่ จะเป็น ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 แบง่ เป็น 14 ชุด แต่ละชุดมสี ่วนประกอบ ดงั นี้ 1. คำแนะนำสำหรับครู 2. คำแนะนำสำหรับนกั เรยี น 3. แผนภมู ิการใช้แบบฝึกทักษะคณติ ศาสตรโ์ ดยใช้กิจกรรมกลุม่ ร่วมมือ เทคนิค STAD 4. สาระสำคญั 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 6. แบบทดสอบก่อนเรียน 7. ใบความรู้ 8. แบบฝึกทักษะระหวา่ งเรยี น 9. แบบทดสอบหลังเรยี น 10. บรรณานกุ รม 11. ภาคผนวก

เม่ือครูผู้สอนได้นำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์โดยใช้กิจกรรมกลุ่มรว่ มมอื เทคนิค STAD ชดุ นี้ไปใช้ ในการจัดกจิ กรรการเรียนรู้ ควรปฏบิ ัติดังน้ี 1. จดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะคณิตศาสตรช์ ุดนี้ควบคกู่ ับแผนการจดั การเรียนรู้ โดยใชก้ ิจกรรมกลุ่มร่วมมือ เทคนคิ STAD 2. ครูนำเขา้ สบู่ ทเรียนและแจ้งจุดประสงคใ์ นการเรียน 3. ครแู บง่ กล่มุ นักเรียนออกเปน็ กลมุ่ ๆ ละ 4-6 คน 4. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารใชแ้ บบฝึกทักษะคณติ ศาสตรโ์ ดยใชก้ จิ กรรมกล่มุ ร่วมมือ เทคนิค STAD ให้นกั เรยี นเข้าใจทุกคน 5. อธบิ ายใหน้ ักเรียนเขา้ ใจบทบาทของนักเรียน และให้โอกาสนักเรียนทไ่ี ม่เข้าใจไดซ้ ักถามเก่ยี วกบั วธิ กี ารเรยี น ขั้นตอนการใชแ้ บบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ หรือบทบาทของนักเรยี นเอง ตลอดจนข้อข้องใจ อื่นๆ 6. เม่อื นกั เรียนเข้าน่ังประจำกลุ่มของตนแลว้ ตวั แทนกลุ่มจะรบั แบบฝึกทกั ษะคณิตศาสตร์ กลุ่มละ 1 ชุด 7. ทดสอบความรู้ก่อนเรยี นของนกั เรยี นก่อนใชแ้ บบฝกึ ทักษะแตล่ ะชดุ เพื่อวดั ความรพู้ ้ืนฐานของ นกั เรยี น และใช้คะแนนทดสอบก่อนเรียนของนกั เรยี นแต่ละคนเปน็ คะแนนฐาน ตรวจขณะนักเรยี นทำ กิจกรรม 8. ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียนและข้ันเสนอเน้อื หาสาระให้เป็นหน้าที่ของครผู ู้สอน โดยให้นักเรียนมีสว่ นรว่ ม ในการทำกิจกรรม 9. ใหน้ กั เรียนประกอบกจิ กรรม โดยร่วมกนั ศกึ ษาใบความรู้ ทำแบบฝกึ ทกั ษะระหว่างเรยี นของ นักเรยี น แต่ละคนในเวลาที่กำหนดอยา่ งเคร่งครดั เม่ือสมาชิกแต่ละคนทำแบบฝึกทักษะระหว่างเรยี นเสรจ็ ทุกคน หวั หน้ากลมุ่ อ่านเฉลยแบบฝกึ ทักษะระหว่างเรียน โดยสมาชิกแต่ละคนเปลีย่ นกันตรวจ และบันทกึ คะแนน หากมขี ้อผิดให้ปรึกษากันในกลมุ่ ก่อน ถา้ ทำไม่ได้หรือมีข้อสงสัยให้ปรึกษาครูแลว้ แก้ไขคำตอบ ใหถ้ ูกต้อง นักเรียนชว่ ยกนั สรปุ สง่ิ ทีเ่ รยี นมา 10. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น และเมอื่ สมาชกิ แต่ละกลมุ่ ทุกคนทำแบบทดสอบเสรจ็ แล้ว ครูให้สญั ญาณหัวหน้ากลุม่ อา่ นแบบเฉลยเพื่อใหเ้ พ่ือนตรวจคำตอบ โดยสมาชิกในกลุ่มเปลย่ี นกันตรวจ 11. ครแู จ้งคะแนนทดสอบก่อนเรียนซึ่งเป็นฐานของนักเรียนแต่ละคน อธิบายวิธีการคำนวณ คะแนนพัฒนาการของตนเองและคะแนนพฒั นาการเฉลยี่ ของกลมุ่ จากนั้นนกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ บันทึกคะแนนลง ในแบบบันทึกคะแนนของกลมุ่ และให้ตัวแทนกล่มุ นำแบบบนั ทกึ คะแนนส่งครู 12. ครูประกาศคะแนนพัฒนาการเฉลย่ี ของแตล่ ะกล่มุ ให้คำชมเชย ยกยอ่ งและมอบรางวัลกลมุ่ ทีไ่ ดค้ ะแนนพฒั นาการสงู สุด และใหก้ ำลงั ใจกลุ่มท่ีมีคะแนนพฒั นาการน้อย 13. ถา้ นักเรยี นไมผ่ า่ นเกณฑ์ทร่ี ะบุไว้ ให้นักเรียนกลบั ไปศึกษาจากแบบฝึกทกั ษะชุดน้นั ใหม่ (ซอ่ มเสรมิ ) แล้วทำแบบทดสอบหลังเรียนให้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

แบบฝกึ ทกั ษะคณิตศาสตรโ์ ดยใช้กจิ กรรมกลุ่มรว่ มมือเทคนิค STAD เลม่ นี้ เป็นแบบฝกึ ทักษะ ที่ใชป้ ระกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้วชิ าคณติ ศาสตร์ เร่อื ง ความนา่ จะเป็น ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ิตามคำชี้แจงแต่ละข้ันตอน ตัง้ แต่ตน้ จนจบ นกั เรียนจะไดร้ ับความรู้อย่างครบถ้วน โดยปฏบิ ัติตามขัน้ ตอน ดงั นี้ 1. ตัวแทนกลุ่มรบั แบบฝึกทกั ษะคณติ ศาสตรโ์ ดยใช้กจิ กรรมกลมุ่ รว่ มมือเทคนิค STAD ชดุ ท่ี 2 การทดลองสุ่ม แจกสมาชิกทกุ คนในกลุ่ม 2. อ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ 3. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เมือ่ สมาชกิ ทุกคนทำเสรจ็ ตัวแทนกลมุ่ นำแบบทดสอบสง่ ครู 4. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั ศกึ ษาใบความรู้ท่ี 2 เร่อื ง การทดลองสมุ่ โดยเริ่มศึกษาเนื้อหา ในใบความรู้ จากน้นั นักเรียนแต่ละคนทำแบบฝกึ ทักษะระหว่างเรยี นชดุ ที่ 2 นกั เรยี นต้องซ่ือสัตย์ต่อตนเอง โดยไมล่ อกงานเพ่ือน เมื่อสมาชิกในกลมุ่ ทำแบบฝกึ ทกั ษะเสร็จแล้วให้ตรวจคำตอบจากแบบเฉลยพร้อมกัน 5. หากมีขอ้ ผิดให้ปรึกษากันในกลุ่มกอ่ นถ้าทำไม่ได้หรอื มขี ้อสงสยั ให้ปรึกษาครูแลว้ แก้ไขคำตอบให้ ถูกต้อง แตล่ ะกลุ่มทบทวนจนแน่ใจว่าสมาชิกทุกคนในกล่มุ สามารถทจี่ ะตอบคำถามและอธิบายคำตอบได้ทุก คำถาม ในแบบฝึกทักษะระหวา่ งเรียน เป็นการเตรียมสมาชิกทกุ คนใหพ้ ร้อมสามารถที่จะ ทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น และเม่ือสมาชิกในกล่มุ ทุกคนทำแบบทดสอบเสร็จแล้ว ครจู ะให้สญั ญาณหวั หนา้ กลุ่มอ่านแบบเฉลยเพ่ือใหเ้ พื่อนตรวจคำตอบ โดยสมาชกิ ในกลุ่มเปลี่ยนกันตรวจ 7. นักเรียนคำนวณคะแนนพฒั นาการของตนเองและคะแนนพฒั นาการเฉล่ียของกลุ่ม จากนนั้ บันทึกคะแนนลงในแบบบันทกึ คะแนนของกลมุ่ และใหต้ ัวแทนกลุ่มนำแบบบนั ทกึ คะแนนสง่ ครู 8. ถา้ นักเรยี นไม่ผา่ นเกณฑ์ท่ีระบุไว้ ให้นักเรยี นกลับไปศึกษาจากแบบฝึกทักษะชุดนั้นใหม่ (ซอ่ ม เสริม) แลว้ ทำแบบทดสอบหลังเรียนใหผ้ ่านเกณฑ์ท่กี ำหนด อ่านคำแนะนำใหเ้ ขา้ ใจนะคะ...สงสยั อะไรถามคณุ ครไู ดเ้ ลยค่ะ

แผนภมู ิการใช้แบบฝึกทกั ษะคณติ ศาสตรโ์ ดยใช้กจิ กรรมกล่มุ ร่วมมอื เทคนิค STAD เรื่อง ความน่าจะเป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ทดสอบก่อนเรียน ข้นั เตรยี มผเู้ รยี น ขนั้ เสนอเน้อื หาสาระ ขัน้ กิจกรรมกลมุ่ ซอ่ มเสรมิ ข้นั ทดสอบหลงั เรยี น ไม่ผา่ น ขั้นสรปุ ประเมลิ ผลและมอบรางวลั ผา่ น จบ

สาระสำคญั การทดลองสุ่ม เป็นการทดลองหรอื การกระทำ ท่ีไมส่ ามารถ บอกลว่ งหนา้ ไดว้ า่ ผลลัพธ์ท่เี กิดข้นึ จะเปน็ อะไร แตส่ ามารถบอกได้ว่า มผี ลลพั ธอ์ ะไรบา้ งท่ีอาจจะเกิดข้ึนได้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เมื่อศึกษาแบบฝึกทกั ษะคณติ ศาสตร์โดยใชก้ จิ กรรมกลุ่มร่วมมือเทคนิค STAD ชดุ ท่ี 2 แล้ว นักเรยี นสามารถ 1. ดา้ นความรู้ : นักเรยี นสามารถ - อธิบายได้วา่ การกระทำหรือการทดลองท่ีกำหนดใหเ้ ป็นการทดลองสุ่มหรอื ไม่ 2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ : นักเรยี นมีความสามารถในด้าน - การใหเ้ หตุผล - การเชือ่ มโยง 3. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นปฏิบัตติ น - ซือ่ สัตย์ สุจรติ - มวี ินยั - มีทักษะในการทำงานเปน็ กลุ่ม

แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ือง การทดลองสมุ่ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบับนีเ้ ป็นแบบปรนัย ชนดิ เลือกตอบ 4 ตวั เลือก ( ก,ข,ค, และ ง ) 2. แบบทดสอบฉบบั นี้มีจำนวน 10 ขอ้ 3. ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่การทดลองสุ่ม ก. โยนเหรียญบาท 1 เหรียญ 2 คร้งั ข. หยิบลกู ปิงปอง 1 ลกู จากขวดโหลทีม่ ลี ูกปิงปอง 3 ลกู ทมี่ ีสีตา่ งกนั ทุกลูก ค. โยนลกู เตา๋ 1 ลกู 1 ครัง้ ง. ครูเลือก ด.ญ.สดุ ารัตน์ และ ด.ช.นิพนธ์เป็นตวั แทนถอื พานไหวค้ รู 2. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีเป็นการทดลองสมุ่ ก. การสอบถามประชาชน 5 คน เก่ยี วกับความพงึ พอใจในการใชย้ าสีฟันยี่หอ้ หนงึ่ ข. การเลอื กนักเรยี น 1 คน จากนกั เรียนทงั้ หมด 40 คน เป็นกรรมการนักเรยี น ค. การสำรวจความตอ้ งการพ้นื ฐาน ของนกั เรยี นในโรงเรียนแห่งหน่ึง ง. การทดลองผสมสตู รยาสระผมท่พี อเหมาะ 3. การแขง่ ขันว่ิง 100 เมตรชาย อายุไม่เกนิ 15 ปี ในงานกีฬาภายในโรงเรยี น ซงึ่ มีนักกฬี า ลงแขง่ ขัน 4 คน คือ สุชาติ นิพนธ์ ประพันธ์ และ สมชาย เปน็ การทดลองสุ่มหรือไม่ เพราะเหตใุ ด ก. เปน็ เพราะไม่อาจบอกได้วา่ ผูช้ นะคือใคร แต่บอกไดว้ า่ ผชู้ นะอาจจะเปน็ ใครไดบ้ า้ ง ข. เปน็ เพราะสามารถบอกไดว้ ่า ใครจะเปน็ ผ้ชู นะการแข่งขัน ค. ไมเ่ ป็น เพราะการวง่ิ แขง่ เป็นการแขง่ ขัน ไม่ใชก่ ารทดลองส่มุ ง. ไม่เปน็ เพราะบอกไม่ได้วา่ ใครจะเปน็ ผู้ชนะการแข่งขัน

4. การผสมสีแดงกับสีขาวในอตั ราส่วนทเี่ ทา่ กัน ถือเปน็ การทดลองสุ่มหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ก. ไมเ่ ป็น เพราะทราบว่าผลลัพธ์จะเกดิ อะไรบ้าง แต่ไม่ทราบผลลัพธท์ ี่แน่นอน ข. ไม่เป็น เพราะเปน็ การทดลองท่ีทราบผลลพั ธแ์ น่นอน ค. เป็น เพราะเป็นการทดลองที่เกดิ จากการเลือกสี 2 สจี าก 12 สี ง. เป็น เพราะเป็นการทดลองท่ีไมท่ ราบผลลัพธแ์ นน่ อน 5. การทดลองในข้อใดไม่ใช่การทดลองสมุ่ ก. หยบิ ลูกบอล 1 ลกู ออกจากกล่องที่มีลกู บอลสดี ำ เขยี ว ฟา้ และขาวอย่างละ 1 ลูก ข. ครเู จาะจงใหว้ นั วสิ าข์ เปน็ ตวั แทนหอ้ ง เพอ่ื เขา้ ประกวดอ่านทำนองเสนาะ ค. สุพลเข้ารับการคดั เลือกเกณฑ์ทหาร โดยการจบั สลากใบดำใบแดง ง. การออกรางวัลเลขทา้ ยสองตัวของสลากกนิ แบง่ รฐั บาล 6. การกระทำในตัวเลือกใดเปน็ การทดลองสุ่ม ก. การคัดสม้ ที่ไม่มีตำหนิออกจากกองส้มซ่งึ มสี ้มท้ังหมด 100 ผล ข. การทดลองเปรยี บเทียบการงอกของเมลด็ ถัว่ เมอ่ื รดน้ำในปริมาณต่าง ๆ กัน ค. การออกหมายเลขสลากกินแบง่ ทไ่ี ดร้ บั รางวัลโดยการหมุนวงล้อให้ลกู ปงิ ปองทีมี ตวั เลขออกมาจากวงลอ้ ง. การสอบคัดเลอื กนกั เรียนท่ีมีความสามารถทางคณิตศาสตร์จากนกั เรียนทว่ั ประเทศ 7. ในการสุ่มหยบิ ลกู อม 2 เมด็ พรอ้ มกัน จากถ้วยกระเบ้ืองซ่งึ มลี ูกอมสเี ขียว 2 เม็ด สีแดง 1 เมด็ ผลที่เกดิ ข้ึนทั้งหมดคือข้อใด เม่ือให้ ข1 , ข2 คอื ลูกอมสเี ขยี ว และ ด คอื ลูกอมสแี ดง โดยไมส่ นใจลำดบั ที่ของลูกอมทหี่ ยบิ ได้ ก. (ข1 , ข2) , (ข1 , ด ) , (ข2 , ด) ข. (ข1 , ด) , (ข2 , ด) ค. (ข1 , ข2) ง. (ด , ด)

8. ในการสุม่ เลอื กนักเรียนสองคนจากนักเรียนหา้ คน เพอื่ รว่ มกจิ กรรมหน้าชน้ั เรียนพรอ้ มกัน ผลทั้งหมดที่เกิดข้ึนคือข้อใด เมื่อกำหนดให้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 แทนนักเรยี นคนที่ 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 ตามลำดบั ก. (1, 2), (1, 3),(1, 4), (1, 5) ข. (1, 2), (2, 3), (3, 4), (4, 5) ค. (1, 2), (1, 3), (1, 4), (1, 5), (2, 3), (2, 4), (2, 5), (3, 4), (3, 5), (4, 5) ง. (1, 1), (1, 2), (1,3), (1,4), (1, 5), (2, 2), (2, 3), (2, 4), (2, 5), (3, 3), (3, 4) (3, 5), (4, 4), (4, 5), (5, 5) 9. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้กล่าวผดิ ก. การทดลองทอดลกู เตา๋ เพอื่ ดูว่าแต้มที่หงายข้นึ ข้างบนเป็นแตม้ ใด จดั เป็นการ ทดลองสุ่ม ข. การจบั สลากเพ่ือหาผโู้ ชคดีได้รับทองคำของรายการเกมโชว์รายการหน่ึงเปน็ การ ทดลองสุม่ ค. อ้อยหลับตาหยบิ สลากในแก้วใบหน่งึ ซง่ึ มสี ลากอยู่ 10 ใบ สลากแตล่ ะใบ มโี อกาสถูกหยบิ เทา่ ๆ กนั ง. ในการเลอื กหยบิ ไพ่ 1 ใบ จากไพส่ ำรบั หน่งึ โดยเลือกหยิบ A โพแดงจาก สำรับจัดเป็นการทดลองสุม่ 10.ขอ้ ใดต่อไปนี้กลา่ วถูกตอ้ ง ก. เมื่อโยนเหรียญบาทใหต้ กลงที่พื้น ผลทีจ่ ะเกิดขึ้นท้งั หมดมีสองอย่างคือ ข้ึนหน้าหวั หรือขึน้ หน้าก้อย ข. ลกั ษณะท่ีเกดิ ขึ้นจากฝมี ือจิตรกร เปน็ การทดลองส่มุ ค. เม่ือโยนเหรียญ 1 เหรยี ญ 2 ครง้ั ผลท่เี กดิ ขนึ้ ท้ังหมด มีจำนวนเทา่ กบั ผล ทีเ่ กิดขึน้ จากการโยนเหรยี ญ 2 เหรยี ญ 2 ครั้ง ง. ในอา่ งเล้ยี งปลามปี ลาทอง 14 ตัว เดก็ หญิงนำ้ หวานตกั ปลาท่ีตวั เองชอบขึน้ มา 2 ตวั การทำเชน่ นถี้ ือเปน็ การทดลองส่มุ

พิจารณากจิ กรรมตอ่ ไปนี้ 1. โยนเหรยี ญ 1 เหรยี ญ 1 ครงั้ หน้าท่ีหงายขนึ้ อาจเป็น หัว หรือ กอ้ ย 2. หยิบลกู ปงิ ปอง 1 ลูก จากขวดโหล ดังรูป ลกู ปิงปองท่ีหยิบได้ อาจเปน็ ลูกปงิ ปอง สแี ดง สีเหลอื ง สีเขียว หรอื สีฟา้ 3. ทอดลกู เต๋า 1 ลูก 1 ครั้ง หน้าทห่ี งายขึน้ อาจเปน็ แต้ม 1 , 2 , 3 , 4 , 5 หรือ 6

4. บัตรรูปเรขาคณิตดงั รูป สุ่มหยิบข้นึ มา 1 ใบ รปู เรขาคณติ ทห่ี ยบิ ได้อาจเป็น บตั รรปู สามเหล่ียม บตั รรูปสี่เหลย่ี มจตั ุรสั บตั รรปู ส่ีเหลยี่ มผืนผา้ และบตั รรูปวงกลม 5. สุ่มหยิบไพ่ 1 ใบ จากหนง่ึ สำรบั ไพท่ ่ีหยิบได้จากสำรับอาจเป็น A ดอกจิก , 2 ดอกจิก , 3 ดอกจกิ , … , K ดอกจกิ A โพดำ , 2 โพดำ , 3 โพดำ , … , K โพดำ A โพแดง , 2 โพแดง , 3 โพแดง , ... , K โพแดง A ข้าวหลามตัด , 2 ข้าวหลามตัด , 3 ขา้ วหลามตัด , … , K ข้าวหลามตัด จากกิจกรรมขา้ งต้น เราไม่สามารถบอกล่วงหนา้ ไดว้ ่า ผลลพั ธท์ เี่ กดิ ขนึ้ จากแตล่ ะ การกระทำจะเปน็ อะไร แตส่ ามารถบอกไดว้ ่ามผี ลลัพธอ์ ะไรบ้างที่จะเกิดขึน้ ได้ เรยี กการ กระทำนวี้ ่า การทดลองสุ่ม

คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนพิจารณาการกระทำต่อไปน้ี ว่าเปน็ การทดลองสุม่ หรอื ไม่ (ข้อละ 1 คะแนน) 1 การหยิบลกู แกว้ 1 ลกู จากกลอ่ งทบึ แสง ที่มีลูกแกว้ สขี าว 5 ลูก และสีแดง 3 ลกู ทกุ ลูกมขี นาดและน้ำหนักเทา่ กัน ตอบ ................................................................................................................ 2 การหยบิ สลาก 1 ใบ จากกล่องทึบแสง ซ่ึงมีสลากอยู่ 6 ใบ และแตล่ ะใบมีหมายเลข 1 ถงึ 6 กำกบั อย่สู ลากละหน่ึงหมายเลข ตอบ …………………………………………………………………………………………………… 3 ครูเลือก ด.ญ.น้ำหวาน เปน็ ตัวแทนนำสวดมนต์ ตอบ …………………………………………………………………………………………………… 4 การเลือกหยบิ ลูกแก้วสีขาว 1 ลูก จากกล่องใสทม่ี ลี ูกแก้วสขี าว 1 ลูก แดง 1 ลกู และสดี ำ 2 ลกู ลูกแกว้ ทุกลูก มขี นาดและน้ำหนักเทา่ กัน ตอบ ................................................. ............................................................ 5 สุดารตั น์เลอื กไปวดั กับแม่ในวนั พระ ตอบ ……………………………………………………………………………………………………

6 การไปเย่ยี มญาติที่ตา่ งจังหวดั ตอบ …………………………………………………………………………………………………… 7 การออกไปอำเภอเพอ่ื ทำบัตรประชาชน ตอบ …………………………………………………………………………………………………… 8 การออกรางวัลสลากกินแบง่ รัฐบาล ตอบ …………………………………………………………………………………………………… 9 การเส่ยี งเซยี มซี ตอบ …………………………………………………………………………………………………… 10 การสำรวจเพศของบุตรในครอบครวั หนงึ่ ตอบ …………………………………………………………………………………………………… คะแนนท่ีได้........................................ ผตู้ รวจ................................................. วนั ท่ี......./........................../.................. ชื่อ...................................................นามสกุล...................................เลขที่................ชน้ั ม.3/…...

แบบทดสอบหลังเรยี น เร่อื ง การทดลองสมุ่ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 คำชแ้ี จง 1. แบบทดสอบฉบับนี้เป็นแบบปรนัย ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก ( ก,ข,ค, และ ง ) 2. แบบทดสอบฉบบั น้ีมีจำนวน 10 ขอ้ 3. ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบที่ถกู ทสี่ ุดเพียงคำตอบเดยี ว 1. การผสมสแี ดงกับสีขาวในอตั ราสว่ นทเี่ ทา่ กนั ถือเปน็ การทดลองสุม่ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด ก. ไมเ่ ปน็ เพราะทราบว่าผลลพั ธ์จะเกิดอะไรบ้าง แต่ไมท่ ราบผลลพั ธท์ แ่ี น่นอน ข. ไม่เป็น เพราะเปน็ การทดลองทท่ี ราบผลลพั ธ์แน่นอน ค. เป็น เพราะเปน็ การทดลองที่เกิดจากการเลือกสี 2 สีจาก 12 สี ง. เปน็ เพราะเป็นการทดลองท่ีไมท่ ราบผลลพั ธแ์ น่นอน 2. ข้อใดตอ่ ไปนี้กลา่ วถูกตอ้ ง ก. เมื่อโยนเหรยี ญบาทใหต้ กลงท่ีพนื้ ผลท่จี ะเกิดข้นึ ท้ังหมดมีสองอยา่ งคือ ขึน้ หนา้ หัว หรอื ขน้ึ หนา้ ก้อย ข. ลกั ษณะที่เกดิ ข้นึ จากฝมี ือจติ รกร เป็นการทดลองสุ่ม ค. เม่อื โยนเหรียญ 1 เหรยี ญ 2 ครั้ง ผลท่ีเกดิ ข้นึ ท้ังหมด มีจำนวนเท่ากับผล ที่เกิดขนึ้ จากการโยนเหรียญ 2 เหรยี ญ 2 ครงั้ ง. ในอ่างเล้ยี งปลามปี ลาทอง 14 ตวั เดก็ หญงิ น้ำหวานตกั ปลาท่ีตัวเองชอบขึ้นมา 2 ตวั การทำเช่นนถ้ี ือเปน็ การทดลองสุม่

3. ข้อใดไม่ใช่การทดลองสมุ่ ก. โยนเหรียญบาท 1 เหรยี ญ 2 คร้ัง ข. หยิบลกู ปิงปอง 1 ลกู จากขวดโหลทีม่ ีลกู ปงิ ปอง 3 ลูกที่มีสตี า่ งกันทกุ ลูก ค. โยนลูกเตา๋ 1 ลูก 1 ครงั้ ง. ครูเลือก ด.ญ.สดุ ารตั น์ และ ด.ช.นิพนธเ์ ป็นตวั แทนถือพานไหว้ครู 4. การกระทำในตัวเลอื กใดเป็น การทดลองส่มุ ก. การคัดสม้ ท่ีไม่มตี ำหนิออกจากกองส้มซ่ึงมีส้มท้ังหมด 100 ผล ข. การทดลองเปรยี บเทยี บการงอกของเมล็ดถวั่ เม่ือรดน้ำในปรมิ าณต่าง ๆ กนั ค. การออกหมายเลขสลากกนิ แบง่ ท่ีได้รบั รางวลั โดยการหมนุ วงลอ้ ใหล้ กู ปิงปองทีมี ตวั เลขออกมาจากวงล้อ ง. การสอบคัดเลอื กนักเรียนทมี่ คี วามสามารถทางคณิตศาสตร์จากนักเรยี นทัว่ ประเทศ 5. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้เป็นการทดลองสมุ่ ก. การสอบถามประชาชน 5 คน เกี่ยวกบั ความพงึ พอใจในการใช้ยาสฟี นั ยี่ห้อหน่งึ ข. การเลือกนักเรยี น 1 คน จากนกั เรียนทง้ั หมด 40 คน เป็นกรรมการนักเรยี น ค. การสำรวจความต้องการพ้ืนฐาน ของนักเรียนในโรงเรียนแหง่ หนง่ึ ง. การทดลองผสมสตู รยาสระผมท่พี อเหมาะ 6. การทดลองในข้อใดไมใ่ ช่การทดลองส่มุ ก. หยบิ ลูกบอล 1 ลูกออกจากกล่องท่ีมีลกู บอลสีดำ เขยี ว ฟ้า และขาวอยา่ งละ 1 ลกู ข. ครูเจาะจงให้วันวิสาข์ เป็นตัวแทนห้อง เพือ่ เข้าประกวดอ่านทำนองเสนาะ ค. สพุ ลเขา้ รับการคดั เลอื กเกณฑ์ทหาร โดยการจบั สลากใบดำใบแดง ง. การออกรางวัลเลขท้ายสองตัวของสลากกนิ แบ่งรัฐบาล

7. การแข่งขนั วิ่ง 100 เมตรชาย อายไุ มเ่ กนิ 15 ปี ในงานกฬี าภายในโรงเรียน ซึ่งมนี ักกีฬา ลงแขง่ ขัน 4 คน คือ สชุ าติ นพิ นธ์ ประพนั ธ์ และ สมชาย เปน็ การทดลองสมุ่ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด ก. เปน็ เพราะไม่อาจบอกได้วา่ ผ้ชู นะคือใคร แต่บอกได้ว่าผชู้ นะอาจจะเปน็ ใครไดบ้ า้ ง ข. เปน็ เพราะสามารถบอกไดว้ ่า ใครจะเป็นผชู้ นะการแข่งขัน ค. ไมเ่ ปน็ เพราะการวง่ิ แข่งเปน็ การแขง่ ขนั ไม่ใชก่ ารทดลองสุ่ม ง. ไมเ่ ป็น เพราะบอกไดไ้ มไ่ ด้ว่า ใครจะเป็นผ้ชู นะการแข่งขนั 8. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้กล่าวผดิ ก. การทดลองทอดลกู เต๋า เพอ่ื ดูว่าแต้มที่หงายขึน้ ขา้ งบนเป็นแต้มใด จัดเปน็ การ ทดลองสมุ่ ข. การจับสลากเพื่อหาผู้โชคดีได้รบั ทองคำของรายการเกมโชวร์ ายการหน่ึงเปน็ การ ทดลองสุ่ม ค. ออ้ ยหลบั ตาหยิบสลากใบแกว้ ในหนึ่ง ซ่งึ มีสลากอยู่ 10 ใบ สลากแตล่ ะใบ มโี อกาสถูกหยบิ เท่า ๆ กนั ง. ในการเลอื กหยิบไพ่ 1 ใบ จากไพ่สำรบั หนงึ่ โดยเลือกหยิบ A โพแดงจาก สำรบั จัดเป็นการทดลองสมุ่ 9. ในการสุ่มเลอื กนักเรยี นสองคนจากนกั เรียนหา้ คน เพื่อรว่ มกจิ กรรมหนา้ ช้นั เรียนพรอ้ มกนั ผลทัง้ หมดท่เี กิดข้ึนคือข้อใด เมื่อกำหนดให้ 1 , 2 , 3 , 4 , 5 แทนนกั เรยี นคนท่ี 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 ตามลำดับ ก. (1, 2), (1, 3),(1, 4), (1, 5) ข. (1, 2), (2, 3), (3, 4), (4, 5) ค. (1, 2), (1, 3), (1, 4), (1, 5), (2, 3), (2, 4), (2, 5), (3, 4), (3, 5), (4, 5) ง. (1, 1), (1, 2), (1,3), (1,4), (1, 5), (2, 2), (2, 3), (2, 4), (2, 5), (3, 3), (3, 4) (3, 5), (4, 4), (4, 5), (5, 5)

10. ในการสมุ่ หยบิ ลูกอม 2 เม็ดพร้อมกนั จากถว้ ยกระเบื้องซึ่งมลี กู อมสีเขียว 2 เมด็ สแี ดง 1 เม็ด ผลทเ่ี กิดขึ้นท้ังหมดคือข้อใด เม่ือให้ ข1 , ข2 คอื ลูกอมสเี ขยี ว และ ด คือลูกอมสีแดง โดยไมส่ นใจลำดบั ท่ขี องลกู อมท่หี ยิบได้ ก. (ข1 , ข2) , (ข1 , ด ) , (ข2 , ด) ข. (ข1 , ด) , (ข2 , ด) ค. (ข1 , ข2) ง. (ด , ด)

บรรณานุกรม กรมวชิ าการ. การสงั เคราะหง์ านวจิ ยั เกี่ยวกับรปู แบบการจัดการเรียนรู้ทีเ่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพรา้ ว, 2544 ทรงวิทย์ สวุ รรณธาดา. คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ม.3 ภาคเรียนท่ี 2. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพ์แม็ค จำกัด, 2552. ประสทิ ธิ์ พลศรพี ิมพ์. แบบฝึกทักษะและสร้างความคดิ รวบยอดทางคณติ ศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3. ขอนแกน่ : บริษทั เพ็ญพรินต้ิง จำกดั , ม.ป.ป. มาลนิ ท์ อิทธิรส และคณะ. หนังสอื เรียนสาระการเรยี นรพู้ น้ื ฐาน คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพฯ : บริษทั พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จำกัด, 2552. ยพุ ิน พพิ ธิ กลุ และสิริพร ทิพย์คง. คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ม.3 เล่ม 2. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทพฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.) จำกัด, 2550. “รูปการต์ นู นา่ รัก.” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก : http://www.google.co.th/search?q. สบื ค้น 12 สิงหาคม 2557. “รปู ไพ.่ ” [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก : http://www.google.co.th/search?q. สบื คน้ 12 สงิ หาคม 2557. “รปู ภาพลูกเตา๋ .” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก : http://www.google.co.th/search?q. สืบคน้ 12 สงิ หาคม 2557. “รูปภาพลอตเตอร.ี่ ” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.google.co.th/search?q. สืบค้น 12 สงิ หาคม 2557. “รปู เหรียญสบิ บาท.” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก : http://www.google.co.th/search?q. สบื ค้น 12 สงิ หาคม 2557. สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี หนงั สอื เรียนวิชาคณติ ศาสตร์ ค 012 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ ุรุสภาลาดพร้าว, 2539. สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. คมู่ อื ครสู าระการเรียนรู้พนื้ ฐาน คณิตศาสตร์ เล่ม 2 กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว, 2551. สลุ ดั ดา ลอยฟา้ . เอกสารประกอบการบรรยายเรื่องรูปแบบการสอนแบบรว่ มมอื กันเรียนรู้ (Cooperative Learning Model) วิชา 21570 กระบวนการสอนในโรงเรยี นประถมศึกษา. ขอนแกน่ : มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, ม.ป.ป.



กระดาษคำตอบกอ่ นเรียน คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นทำเครื่องหมาย  ลงชอ่ งตวั เลือกทเ่ี ป็นคำตอบที่ถกู ท่สี ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ดว้ ยความซื่อสตั ย์ 4 ชอ่ื .........................................................................ชั้น ม.3/……….. เลขที่ ....................

กระดาษคำตอบหลังเรียน คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นทำเครื่องหมาย  ลงชอ่ งตวั เลือกทเ่ี ป็นคำตอบที่ถกู ท่สี ดุ เพยี งคำตอบเดยี ว ข้อ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ดว้ ยความซื่อสตั ย์ 4 ชอ่ื .........................................................................ช้นั ม.3/……….. เลขที่ ....................

1. 6. 2. 7. 3. 8. 4. 9. 5. 10.



1. 6. 2. 7. 3. 8. 4. 9. 5. 10.

ช่อื สมาชกิ คะแนนทดสอบ คะแนนฐาน (Post-test)-(Pre-test) คะแนน หลังเรยี น (คะแนนทดสอบกอ่ น การพฒั นา (Post-test) เรียน) (Pre-test) รวม คะแนนการพฒั นาเฉลีย่ ของกลมุ่ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการพัฒนารายบคุ คล คะแนนทดสอบหลังเรียน คะแนนการพฒั นา 1. ตำ่ กว่าคะแนนฐานมากกวา่ 5 0 2. ต่ำกวา่ คะแนนฐาน 1-5 10 3. สงู กว่าคะแนนฐาน 0-5 20 4. สงู กวา่ คะแนนฐานเกนิ 5 คะแนน 30 5. ได้คะแนนยอดเย่ียม (คะแนนเตม็ ) 30 เกณฑ์การใหค้ ะแนนการพัฒนาเฉล่ยี ของกลุ่ม คะแนนการพัฒนาเฉล่ยี ของกลุ่ม ระดับการพฒั นา 25-30 กลุ่มยอดเย่ยี ม 20-24 กลุม่ เกง่ มาก 15-19 กลมุ่ เกง่