แหลง่ ท่องเท่ยี ว จังหวดั … ลำปำง ลำปำง เดิมชื่อ เขลำงค์นคร เปน็ เมอื งหลวงคู่แฝดกบั อำณำจกั รหรภิ ญุ ไชยซึง่ เจ้ำเมอื งทงั้ สองเปน็ โอรสแฝดของพระนำงจำมเทวี นบั เป็นอีกจังหวดั ในภำคเหนือท่ีเป็นแหลง่ อำรยธรรมลำ้ นนำไทยท่ีน่ำสนใจ ท้งั ขนบธรรมเนยี ม ประเพณที ่ีสบื ทอดกันมำแต่โบรำณ มีวดั วำอำรำมและสถำปัตยกรรมท้องถน่ิ มรี ถม้ำที่ไม่เหมือนใคร มีอำหำรกำรกนิ แสนอร่อย มีวถิ ีชวี ิตทเ่ี รียบงำ่ ย ทำใหล้ ำปำงกลำยเป็นเมอื งทมี่ ีเอกลักษณโ์ ดดเดน่ เป็นของตนเอง เชน่ถว้ ยชำมตรำไก่ ท่เี ห็นกันจนคุ้นชนิ รแู้ บบน้ีแล้วมำดกู นั วำ่ มีท่ไี หนนำ่ เทย่ี ว บ้ำง
1.วัดพระธำตลุ ำปำงหลวง• วัดพระธำตุลำปำงหลวง ตั้งอยู่ท่ตี ำบลลำปำงหลวง อำเภอเกำะคำ เป็นวัด คู่บ้ำนค่เู มอื งลำปำงมำแตโ่ บรำณ ตำมตำนำนกล่ำววำ่ มมี ำตงั้ แตส่ มัยพระ นำงจำมเทวี รำวปลำยพทุ ธศตวรรษท่ี 20 เป็นวดั ไมท้ ี่สมบรู ณท์ ีส่ ดุ แหง่ หนึ่งของไทย งดงำมดว้ ยสถำปตั ยกรรมเก่ำแก่มำกมำย
2. สะพำนรัษฎำภิเศก หรือ สะพำนขำว• สะพำนรัษฎำภิเศก หรือ สะพำนขำว ตัง้ อยู่ทีถ่ นนรัษฎำ อำเภอเมอื ง เจำ้ ผู้ครองนครเป็นผู้ทีต่ งั้ ชื่อจำกพธิ เี ฉลมิ ฉลองรษั ฎำภิเษกสมัยรชั กำลท่ี 5 สะพำนรษั ฎำเปน็ สะพำนรว่ มสมยั กับยคุ อำรยธรรมรถไฟมีอำยุผ่ำน สงครำมโลกครงั้ ท่ี 1 และ 2 มำแลว้ จึงเป็นท่นี ำ่ เที่ยวอีกทหี นง่ึ
3. อุทยำนแหง่ ชำติแจ้ซอ้ น• อุทยำนแหง่ ชำติแจซ้ อ้ น ได้รับกำรประกำศเปน็ อทุ ยำนแห่งชำตเิ มอ่ื วนั ท่ี 28 กรกฎำคม พ.ศ. 2531 เป็นแนวแบ่งเขตระหวำ่ งลำปำงและเชยี งใหม่ มี เอกลักษณท์ ำงธรรมชำตทิ ส่ี วยงำม โดยเฉพำะอยำ่ งย่งิ มีน้ำตกและบ่อน้ำ ร้อนอยู่ในบริเวณเดยี วกนั ซง่ึ ถอื เปน็ ควำมมหัศจรรยอ์ ย่ำงหนึ่ง ฤดูท่ี เหมำะสำหรบั กำรทอ่ งเที่ยวและมอี ำกำศเยน็ สบำย คือ เดือนพฤศจิกำยน- กมุ ภำพันธ์
4. หลม่ ภูเขียว• \"หลม่ ภูเขยี ว\" คือสถำนที่ทอ่ งเที่ยวท่ตี ้งั อยู่ในเขตอทุ ยำนแห่งชำตถิ ำ้ ผำ ไท มลี ักษณะเป็นแอ่งน้ำขนำดใหญ่คลำ้ ยปลอ่ งภูเขำไฟตงั้ อยู่บนภเู ขำ สภำพโดยรอบของหล่มภเู ขยี ว และมสี ัตว์หลำยชนิดอำศยั อยู่เป็นจำนวน มำก สว่ นภำยในหลุมหรือแอง่ จะมีแหลง่ นำ้ ท่มี คี วำมใส และลึกมำกจนไม่ สำมำรถระบุได้ และสำมำรถมองเหน็ พื้นน้ำเป็นสีฟ้ำไปจนถงึ สเี ขยี ว มรกตไดอ้ กี ดว้ ย
5. ศนู ย์อนรุ กั ษ์ชำ้ งไทย• ศูนยอ์ นุรักษ์ชำ้ งไทย และสวนปำ่ ทุ่งเกวียน ตงั้ อยูท่ บ่ี ำ้ นท่งุ เกวยี น ตำบล เวียงตำล อยใู่ นควำมดูแลของอตุ สำหกรรมป่ำไมภ้ ำคเหนอื องค์กำร อตุ สำหกรรมป่ำไม้ (ออป.) เปน็ สถำนทเี่ ลย้ี งและฝกึ ลูกช้ำงเพอ่ื ให้เชอื่ ฟัง คำส่งั และมีควำมชำนำญในกำรทำไมข้ ณะทแี่ มช่ ้ำงไปทำงำนในปำ่ และ เนื่องจำกมนี โยบำยปิดป่ำซึ่งทำใหช้ ำ้ งตอ้ งวำ่ งงำน
6. ชมเมอื งลำปำงบนรถม้ำ• รถมำ้ เปน็ พำหนะชนิดเดียวท่ไี ดร้ ับควำมนยิ มในกำรเดนิ ทำง สูงสดุ และสำมำรถใชบ้ รรทุกของหรอื สนิ คำ้ รถม้ำคนั แรกได้ถูก ซอื้ มำจำกกรุงเทพฯ ขณะนั้นทำงกรุงเทพฯ มรี ถยนต์ใชม้ ำกขนึ้ บทบำทของรถมำ้ ลำกในกรุงเทพฯ จึงลดลงรถมำ้ จงึ ได้ถกู นำมำใชท้ ่ีนครลำปำง และยังได้กระจำยไปสูเ่ มืองหลกั ของภำค ต่ำง ๆ
7. วัดพระธำตเุ สด็จ• ตง้ั อยทู่ บ่ี ้ำนเสด็จ ตำบลเสดจ็ อีกหนึง่ โบรำณสถำนขึน้ ชอื่ อีกแห่งหน่งึ ของจังหวดั ลำปำง ช่ือว่ำวัดพระธำตนุ น้ั มีท่ีมำว่ำเป็นวัดทีม่ พี ระบรม สำรีรกิ ธำตุบรรจอุ ยู่ ในจังหวัดลำปำงมีเพยี ง 2 วดั คือวดั พระธำตุลำปำง หลวง และวดั พระธำตุเสดจ็ ใครทท่ี ีไ่ ปเท่ียวลำปำง ต่ำงจะต้องเดินทำง มำทีน่ เ่ี พื่อสกั กำระองคพ์ ระธำตุเพื่อควำมเป็นสิรมิ งคลแกช่ วี ิต
จำนวนประชำกรจังหวัดลำปำง จำนวนประชำกรจงั หวัดลำปำง759,000 จำนวนประชำกรจงั หวัดลำปำง758,000757,000756,000755,000754,000753,000752,000751,000750,000 2557 2556 2555 2553
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: