Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การสอนแบบเอกัตภาพ

การสอนแบบเอกัตภาพ

Published by Anutida Mapet, 2022-01-27 07:45:00

Description: การสอนแบบเอกัตภาพ

Search

Read the Text Version

การสอนแบบเอกัตภาพ ( Individualized Instruction ) จัดทำโดย นางสาวอนุธิดา มาเพชร

การสอนแบบเอกัตภาพนี้ยึดหลักการสอนแบบบุคคล นั่นคือ เชื่อ ในเรื่องความแตกต่างระหว่าง บุคคล ถือว่าคนทุกคนมีความ สามารถไม่เท่ากัน ใครที่เรียนดี เรียนได้เร็วควรจะไปรุดหน้ากว่า คนที่อ่อน และช้า บทเรียนที่จัดขึ้นมีทั้งบทเรียนธรรมดาและบท เรียนสำเร็จรูป ( PROGRAMMED LESSONS ) การสอนแบบนี้ เป็นพัฒนาการของการจัดการศึกษาตามแนวทาง ใหม่ เป็นการปฏิรูประบบการ เรียน การสอน และการจัดห้องเรียน จากแบบเดิมที่มีครูเป็นผู้นำแต่ผู้เดียวมาเป็นระบบที่ครูและ นักเรียนมี ส่วนร่วมรับผิดชอบในชั้นเรียนหนึ่ง

วิธีการสอนแบบเอกัตภาพ 1. ครูสอนสิ่งที่นักเรียนจะต้องเรียนพร้อมกันทีเดียวทั้งห้องหรือครึ่งห้อง เป็นต้นว่าการออก เสียง ไวยากรณ์ หรือคาศัพท์ สัก 10 – 15 นาที 2. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อยสัก 3 – 5 กลมุ่ มีหัวหน้าดูแลความเรียบร้อยแต่ละกลุ่มทา งาน ตามที่ครูมอบหมายให้ทาด้วยตนเอง ถ้ามีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือจะเข้ามา ปรึกษาครูได้เป็นรายๆ ไป ในครั้งหนึ่ง ๆ นักเรียนอาจจะเลือกทากิจกรรมมากกว่าหนึ่งอย่าง ก็ได้ตามความสนใจของตน แต่ครู จะต้องเป็นผู้รับรู้ด้วย 3. การเรียนอ่านและเขียนนั้นเป็นการเรียนด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ครูมีหน้าที่ให้คาแนะนา ช่วยเหลือ อธิบายอย่างคร่าว ๆ นักเรียนคนใดเรียนได้เร็ว ทางานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ เรียบร้อย ครูจะให้ ช่วยเหลือหรือแนะนาหรือดูแลการทาแบบฝึกหัดของนักเรียนที่อ่อน 4. แต่ละครั้งนักเรียนเอางานที่สาเร็จแล้วมาให้ครูดู แล้วไปเขียนในสมุดหรือกระดาษรายงาน ส่วนตัวที่เรียกว่า progress chart เพื่อเป็นหลักฐานว่าในครั้งนั้น ๆ ตนได้ทางานอะไรไป แล้วบ้าง

ข้อดี ข้อเสีย 1. สามารถจะแก้ปัญหานักเรียนที่มีพื้นฐานความรู้ต่างกันได้ 1. ถ้ามีนักเรียนหลายคนในห้องเรียน จะต้องอาศัยครูหลายคนจึงจะ 2. นักเรียนได้รับการฝึกภาษาอย่างทั่วถึงกัน เพราะแต่ละกลุ่มเป็นกลุ่ม ดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง เล็ก 2. จะต้องอบรมให้นักเรียนมีระเบียบวินัย ซื่อตรงต่อตนเอง สามารถ 3. นักเรียนอ่อนไม่รู้สึกมีปมด้อยในการเรียน เพราะได้เรียนตามความ บังคับใจให้ทางานได้เองโดย ไม่มีใครบังคับ สามารถของตนเป็นการ แข่งขันกับตนเองมากกว่าแข่งกับคนอื่น 3. บทเรียนที่ใช้มักจะมีราคาแพง เพราะต้องบรรจุกิจกรรมมากอย่าง 4. นักเรียนที่เรียนเก่งไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในการที่จะต้องรอนักเรียนที่เรียน เพื่อเร้าความสนใจของผู้เรียน ช้า มีโอกาสที่จะเลือก กิจกรรมได้มากอย่างตามความสนใจของแต่ละคน 4. ครูจะต้องมีความสนใจต่อนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างแท้จริง จึงจะ 5. ฝึกให้นักเรียนรู้จักการให้และการรับ รู้จักช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้น ช่วยให้การเรียนเป็น ผลสาเร็จ เป็นการฝึกนิสัยในการที่จะ ดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข 5. ในห้องเรียนที่นักเรียนมีความสามารถต่างกันมาก ทาให้ยากต่อ การเตรียมการสอนในส่วนของ บทเรียนที่จะต้องเรียนร่วมกัน เพราะ นักเรียนเก่งจะเรียนรู้เกินหน้านักเรียนที่อ่อนไปมากแล้ว แต่จะต้องมา เรียนบทเรียนย้อนหลัง ดังนั้นครูจึงต้องเตรียมบทเรียนเป็นหลายระดับ และสอนแต่ละกลุ่มด้วยเนื้อหาที่ ต่างกันออกไป ทาให้ครูทางานหนักมาก

ขั้นตอนการ 1. ขั้นเตรียมบทเรียน จัดการเรียนรู้ แบบเอกัตภาพ กิจกรรมที่ดีจะต้องเหมาะสมกับความสามารถและความสนใจของผู้เรียนแต่ละคนจะ เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของเด็ก ดังนั้นผู้สอนจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและมากพอที่จะ ให้ผู้เรียนเลือกได้ตามความต้องการ ผู้สอนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด เพียงแต่กำหนดทางไว้ล่วงหน้าเพื่อแนะนำผู้เรียนในการวางโครงงานและดำเนินงานด้วย ตนเอง วิธีดำเนินงาน ผู้สอนจะต้องเริ่มบทเรียนด้วยการกำหนดจดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรมของ แต่ละหน่วยการเรียนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียน รู้ของผู้เรียน 2. ขั้นเตรียมแบบทดลอง โดยทั่วไปการวัดและการประเมินผลการเรียนการสอนแบบเอกัตภาพ ไม่ได้เป็นการประเมินผล เพื่อเปรียบเทียบความรู้กับเพื่อนในชั้น หรือเพื่อให้ทราบว่าผู้เรียนได้เรียนไปในแนวทางที่ผู้สอนและผู้จัดหลักสูตรต้องการหรือไม่ แต่ เป็นการทำเพื่อ 1) ประเมินผลแบบรายบุคคลเพื่อเปรียบเทียบกับตนเอง 2) ตรวจสอบความสามารถและประสบการณ์พื้นฐานของผู้เรียนแต่ละคนเพื่อให้ผู้สอนสามารถ เสนอประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม 3) ตรวจสอบเพื่อค้นหาปัญหาและสิ่งบกพร่องแล้ววินิจฉัยและแก้ไขปัญหาต่อไป ดังนั้นแบบ ทดลองที่จะต้องเตรียมมี 2 แบบ ได้แก่ (1) แบบทดสอบความรู้ของผู้เรียนเกี่ยวกับเนื้อหาของหน่วยการเรียนแต่ละกิจกรรม (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของแต่ละหน่วย

ขั้นตอนการ 3. ขั้นเตรียมสื่อการสอน จัดการเรียนรู้ แบบเอกัตภาพ สื่อการสอนในการเรียนการสอนแบบเอกัตภาพมีหลายแบบ ซึ่งผู้สอนหรือผู้ เรียนต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม เช่น บทเรียนด้วยตนเอง สไลด์ ภาพยนตร์ เทปบันทึกเสียง เป็นต้น 4. ขั้นเตรียมการซ่อมเสริม หลังจากการเรียนแต่ละหน่วยการเรียนเสร็จสิ้นลง อาจมีผู้เรียนบางคนไม่ สามารถสอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ผู้สอนต้องเตรียมการสอนซ่อมเสริมไว้ ด้วย

ขั้นตอนการ 5. ขั้นการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ แบบเอกัตภาพ เมื่อเตรียมการสอนเรียบร้อยแล้ว การเรียนรู้แบบเอกัตภาพโดยทั่วไปจะมีขั้น ตอนของการเรียนรู้การสอนแต่ละหน่วยดังนี้ 1) ก่อนที่ผู้เรียนเริ่มเรียน ให้มีการทดสอบก่อนเรียน (Pretest) เพื่อทดสอบว่าผู้ เรียนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเนื้อหาในหน่วยที่จะเรียนมากน้อยเพียงใด 2) ถ้าผู้เรียนได้คะแนนตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้ในหน่วย ไม่ จำเป็นจะต้องเรียนซ้ำอีกก็ให้ผ่านไปเรียนหน่วยการเรียนต่อไปได้เลย แต่ถ้าผู้ เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบก็จะเข้าร่วมกระบวนการกิจกรรมการเรียนของ หน่วยนั้น ๆ นับว่าเป็นการส่งเสริม ในเรื่องอัตราการเรียนรู้ของผู้เรียน 3) ผู้เรียนเข้าร่วมกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนของหน่วยการเรียน 4) เมื่อการเรียนการสอนของหน่วยการเรียนเสร็จสิ้นลงก็จะมีการทดสอบภาย หลังเรียน (Posttest) ถ้าทดสอบได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็ผ่านไปเรียนหน่วยการ เรียนต่อไปได้ แต่ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ก็ต้องเข้าร่วมกิจกรรมการสอนซ่อมเสริม จนกว่าจะผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้

ตัวอย่าง Home School เป็นระบบการศึกษาอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ ปกครองหรือกลุ่มครอบครัวที่ต้องการจัดการ รูปแบบการเรียนให้กับลูกตัวเองเพื่อตอบโจทย์ ถึงความต้องการของเด็กโดยไม่พึ่งพาระบบการ เรียนการสอนกระแสหลัก เช่น โรงเรียน หรือ ระบบการศึกษาของรัฐบาล

จุดเด่น เมื่อผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาที่ต้องใช้ เรียนรู้ของลูกก็จะช่วยทำให้รู้ว่าลูกชอบ ในการเรียนตามระบบ อะไร มีความสุขกับสิ่งใด ได้ใช้เวลาอยู่ ด้วยกัน ได้เรียนรู้ในหลักสูตรที่เหมาะสม มี ความทันสมัยและเข้ากับเด็ก ได้เล่นไปด้วยเพร้อมเรียนรู้อย่างมี ความสุขกับการเรียนไปด้วย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook