Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

Published by Helper Forwork, 2022-06-12 20:24:40

Description: ยุคก่อนประวัติศาสตร์

Search

Read the Text Version

ยคุ กอนประวตั ิศาสตร ผูจัดทํา นางสาวปร�ยา ทองละมุล ชั้นมัธยมศึกษาปที่6/1 เลขท่ี29

สารบัญ 02 ยคุ หนิ (Stone Age) 05 06 ยุคหนิ เกา (Stone Age) ยุคหินใหม (Neolithic Period หร�อ New Stone Age) ยุคโลหะ (Metal Age) ยุคสําร�ด (Bronze Age) ยุคเหลก็ (Iron Age) 01

ยคุ กอนประวัตศิ าตร ยคุ กอ นประวตั ศิ าสตร (Pre-historic Age) หมายถงึ ยคุ ทมี่ นษุ ยย งั ไมร จู กั ประดิษฐตัวอักษรข�้นใช ไดมีการแบงยุคกอนประวัติศาสตรออกเปนยุคยอย ๆ โดย พจ� ารณาจากประเภทของวสั ดแุ ละความสามารถในการประดษิ ฐเ ครอ�่ งมอื เครอ�่ งใช และอาวธุ เปนเกณฑ ดงั น้ี 1. ยุคหิน (Sto�� A��) 1.1 ยุคหนิ เกา (Paleolithic Period หร�อ Stone Age) อยูระหวาง 2,500,000 -10,000 ปมาแลว มนุษยในยุคน้ีอาศัยอยู ในถ้ําหร�อเพ�งผา ยังไมมีความคิดสรางท่ีอยูอาศัยโดยใชวัสดุธรรมชาติหร�อต้ัง รกรากถาวร ดํารงชีว�ตดวยการลาสัตว หาปลา และเก็บหาผลไมในปา เม่ือ อาหารตามธรรมชาติหมดก็อพยพไปหาแหลงอาหารท่ีอ่ืนตอไป มนุษย ยคุ หนิ เกา รจู กั ประดษิ ฐเ ครอ�่ งมอื อยา งหยาบๆ เครอ่� งมอื ทใี่ ชท วั่ ไป คอื เครอ�่ งมอื หินกะเทาะ ท่ีมีลักษณะหยาบ ใหญ หนา กะเทาะเพ�ยงดานเดียวหร�อสองดาน ไมมีการฝนใหเร�ยบ มนุษยยุคหินเการูจักนําหนังสัตวมาทําเปนเคร่�องนุงหม รูจักใชไฟเพ�่อใหความอบอุนแกรางกาย ใหแสงสวาง ใหความปลอดภัย และ หุงหาอาหาร มกี ารฝง ศพ ทาํ พธ� กี รรมเกย่ี วกบั การตาย และมกี ารนาํ เครอ�่ งมอื เคร�่องใชและอาวุธตางๆ ของผูตายฝงไวในหลุมดวย นอกจากน้ีมนุษยยุค หนิ เกา ยงั รจู กั สรา งสรรคง านศลิ ปะ ซง่ึ พบภาพวาดตามผนงั ถา้ํ ทใ่ี ชส ฝี นุ สตี า ง ๆ 02

ไดแ ก สดี าํ นาํ้ ตาล สม แดงออ น และเหลือง ภาพทว่ี าดสวนใหญเ ปน ภาพสัตว เชน ววั กระทงิ มา ปา กวางแดง เปน ตน ภาพวาดทมี่ ชี อื่ เสยี งของมนษุ ยย คุ หนิ เกา อยทู ถี่ าํ้ ลาสโก ทางตอนใตข องประเทศฝรงั่ เศส เปน งานศลิ ปะกอ นประวตั ศิ าสตร ในยุคหนิ อายเุ ฉียด 20,000 ป นบั รวมได 2,000 ภาพ ยเู นสโกก็ไดข้น� ทะเบยี น ภาพเข�ยนในถ้ําลาสโกซ (Lascaux) เปนมรดกโลก นับเปนภาพวาดรูปสัตว บนผนงั ถ้ําท่ีเกา แกท ส่ี ุดเทาทีเ่ คยมกี ารคนพบ หลักฐานเคร่�องมือหินท่ีนักโบราณคดีพบตามท่ีตางๆ เชน ทว�ปยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย และทว�ป อเมร�กา ทําใหมีการตั้งชื่อมนุษยยุคน้ีตามสถานท่ีที่พบ หลกั ฐาน เชน มนษุ ยช วา พบทเี่ กาะชวา ประเทศอนิ โดนเี ซยี มนษุ ยป ก กง�ิ พบท่ี ถาํ้ ใกลก รงุ ปก กง�ิ ประเทศจนี มนษุ ยน แี อนเดอรธ ลั พบทห่ี บุ เขาแอนเดอร ประเทศ เยอรมนี มนษุ ยโ ครมนั ยองพบทถ่ี า้ํ โครมนั ยอง ประเทศฝรง่ั เศส มนษุ ยโ ครมนั ยอง เปนมนุษยยุคหินเการุนสุดทาย (อายุระหวาง 30,000–17,000 ปมาแลว) ท่ี คนพบและมลี กั ษณะเหมอื นมนษุ ยปจ จบ� ัน การดาํ รงชวี �ตของมนุษยในยคุ หินเกา 03

1.2 ยุคหนิ ใหม (Neolithic Period หรอ� New Stone Age) อยรู ะหวา ง 6,000 -4,000 ปม าแลว มนษุ ยย คุ นม้ี คี วามเจรญ� ทางวตั ถุ มากกวา ยคุ หนิ กลาง รจู กั ควบคมุ ธรรมชาตมิ ากขน�้ รจู กั พฒั นาการทาํ เครอ่� งมอื หนิ อยา งประณตี โดยมกี ารขดั ฝนหนิ ทงั้ ชน�ิ ใหเ ปน รปู รา งลกั ษณะตา งๆ เพอ่� ใหเ ครอ่� งมอื มปี ระสทิ ธภิ าพในการใชส อยมากขน�้ กวา เครอ่� งมอื รนุ กอ นหนา น้ี เชน มดี หนิ ท่ี สามารถตัดเฉือนไดแบบมีดโลหะ มีการตอดามยาวเพ�่อใชแผนหินลับคมเปน เสยี มขด� ดนิ หรอ� ตอ ดา มไมส าํ หรบั จบั เปน ขวานหนิ สามารถปน หมอ ดนิ และใช ไฟเผา สามารถทอผา จากเสน ใยพช� และทอเปน เชอื กทาํ เปน แหหรอ� อวนจบั ปลา ลกั ษณะสาํ คญั อกี ประการหนง่ึ ทจ่ี าํ แนกมนษุ ยย คุ หนิ ใหมอ อกจากมนษุ ยย คุ หนิ กลาง กค็ อื การทมี่ นษุ ยย คุ นร้ี จู กั การเพาะปลกู และเลย้ี งสตั วในระดบั ทซ่ี บั ซอ นมากขน้� เชน มกี ารปลกู ขา วและพช� อน่ื ๆ เชน ถว่ั ฟก บวบ และเลย้ี งสตั วห ลายชนดิ มากขน้� เชน แพะ แกะ และ ววั ซงึ่ ก็คงทั้งไวใชงานและเปนอาหาร วัฒนธรรมยคุ หนิ ใหมพ บอยทู วั่ โลก แตห ลกั ฐานสาํ คญั ทม่ี ลี กั ษณะโดดเดน คอื การสรา งอนสุ าวรย� ห นิ (Megalithic)ทมี่ ชี อ่ื เสยี ง คอื สโตนเฮนจ (Stonehenge) ในประเทศองั กฤษ สนั นษิ ฐานวา สรา งขน�้ เพอ่� ใชค าํ นวณเวลาทางดาราศาสตร เพ�่อพ�ธีกรรม เพ�่อบวงสรวงดวงอาทิตย และเพ่�อผลผลิตทางการเพาะปลูก หมูบ านหินโบราณ “สการา แบร “ (Skara Brae) ในสกอตแลนดท สี่ มบรู ณ ทส่ี ดุ ในทวป� ยุโรป ทน่ี ้เี ปน ชุมชนของ ยคุ หินใหม 04

2. ยุคโลหะ (Met�� A��) เร่�มเม่ือประมาณ 4,000 ปมาแลว มนุษยยุคน้ีมีความกาวหนาทาง เทคโนโลยขี น�้ อยา งเหน็ ไดช ดั อนั แสดงถงึ การพฒั นาความสามารถทางความคดิ ดวยการมคี วาสามารถ นาํ โลหะมาทาํ เปน เครอ่� งมอื เครอ�่ งใชน น่ั เอง ในระยะแรก ของยุคโลหะจะพบวาพวกเขารูจักหลอมทองแดงและดีบุกซึ่งเปนโลหะที่ใช อณุ หภมู ไิ มส งู นกั ในการหลอม ตอ มาจงึ พฒั นาความรแู ละเทคโนโลยขี น�้ มาจน สามารถหลอมเหล็กได ซึ่งการหลอมเหล็กตองใชอุณหภูมิสูง นักโบราณคดี จงึ แบง ยคุ โลหะออกเปน 2 ยคุ ตามความแตกตา งของระดบั เทคโนโลยแี ละวสั ดุ ที่นํามาใชท าํ เคร�อ่ งมอื เคร่�องใช ดงั นี้ 2.1 ยุคสํารด� (Bronze Age) การเรม่� ตน ของยคุ สาํ รด� ในแตล ะภมู ภิ าคจะตา งกนั ไป แตส ว นใหญจ ะเรม�่ ระหวา งประมาณ 4,000 ปม าแลว ในชว งเวลานมี้ นษุ ยร จู กั นาํ ทองแดงผสมกบั ดีบุกหลอมรวมกันกลายเปนโลหะผสมท่ีเราเร�ยกวา สําร�ด มาใชทําเปน เครอ�่ งมอื เครอ�่ งใชแ ละอาวธุ ทมี่ คี ณุ ภาพดกี วา ทที่ าํ จากหนิ ขดั มาก การดาํ รงชวี ต� ของมนุษยยุคนี้ก็เปลี่ยนไปจากการเปนชุมชนเกษตรกรรมเล็กๆ กลายเปน 05

ชุมชนขนาดใหญท เี่ ราเรย� กวา ชมุ ชนเมอื ง มกี ารจดั แบง ความสมั พนั ธข องคนใน สงั คมตามความสมั พนั ธแ ละความสามารถ ซง่ึ พฒั นาการนท้ี าํ ใหส งั คมมคี วาม มน่ั คงและมกี ารสง่ั สมอารยธรรมไดอ ยา งรวดเรว็ กวา ทผี่ า นมา แหลง อารยธรรม สําคญั ทมี่ พี ฒั นาการจากสงั คมสมยั หนิ ใหมส สู มยั สาํ รด� เชน แหลง อารยธรรม เมโสโปเตเมยี ในภมู ภิ าคเอเชยี -ตะวนั ตก แหลง อารยธรรมลมุ แมน าํ้ ไนลในประเทศ อียปิ ต แหลง อารยธรรมลมุ แมนา้ํ สนิ ธใุ นประเทศอินเดยี และแหลง อารยธรรม ลมุ แมนา้ํ ฮวงเหอในประเทศจีน เปน ตน เคร่อ� งมอื สําร�ด 2.2 ยุคเหลก็ (Iro� ���) เร�่มเมื่อประมาณ 3,200 ปมาแลว เปนชวงของการพัฒนาการทาง เทคโนโลยที ต่ี อ เนอื่ งจากยคุ สาํ รด� หลงั จากทม่ี นษุ ยส ามารถนาํ ทองแดงมาผสม กับดบี กุ และหลอมเปน โลหะผสมไดแ ลว มนษุ ยก ค็ ดิ คน หาวธ� นี าํ เหลก็ ซง่ึ เปน โลหะ ท่ีมีความแข็งและทนทานกวาสําร�ดมาทําเปนเคร�่องมือเคร่�องใชและอาวุธ ดว ยการใชอ ณุ หภมู ใิ นการหลอมทส่ี งู กวา การหลอมสาํ รด� แลว จงึ ตโี ลหะเหลก็ 06

ในขณะทย่ี งั รอ นอยใู หเ ปน รปู ทรงทตี่ อ งการ เนอื่ งจากเหลก็ ใชท าํ เครอ่� งมอื เครอ่� งใช มีความเหมาะสมกบั งานการเกษตรท่ีตองใชความแข็งแรงมากกวา สํารด� และ มีความทนทานกวาดวย จึงทําใหมนุษยยุคเหล็กสามารถทําการเกษตรได ผลผลิตเพ�่มมากข้�น นอกจากน้ีเหล็กยังใชทําอาวุธท่ีมีความแข็งแกรงและ ทนทานกวาสําร�ด จึงทําใหสังคมมนุษยยุคนี้ท่ีพัฒนาเขาสูยุคเหล็กและเขาสู ความเปน รฐั ไดด ว ยการมกี องทพั ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพกวา สามารถปกปอ งเขตแดน ของตนเองไดด กี วา ทาํ ใหส งั คมเมอื งของตนมคี วามมน่ั คงปลอดภยั และในทส่ี ดุ ก็สามารถขยายอิทธิพลไปยงั ดนิ แดนอนื่ ๆ ไดในเวลาตอ มา 07

บรรณานุกรม jirattikul srisuwan. (23 สงิ หาคม 2561). ประวัติยคุ โบราณ ยุคหนิ และ สมัยประวัติศาสตรของตะวันตก. https://shorturl.asia/IuSO0 08


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook