Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Christmas

Christmas

Published by urairutrut, 2017-07-13 04:54:59

Description: Christmas

Search

Read the Text Version

10/7/2560 ตำนำนวนั คริสตม์ ำส นางสาวอไุ รรัตน์ สมการ https://hilight.kapook.com/view/18771/25

ตำนำนวนั คริสต์มำส คำวำ่ \"คริสตม์ ำส\" เป็นคำทบั ศพั ทภ์ ำษำองั กฤษวำ่ Christmas มำจำกคำภำษำองั กฤษโบรำณวำ่Christes Maesse ท่ีแปลวำ่ \"บูชำมิสซำของพระคริสตเจำ้ \" ซ่ึงพบคร้ังแรกในเอกสำรโบรำณที่เป็ นภำษำองั กฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบนั คำน้ีกไ็ ดเ้ ปล่ียนมำเป็นคำวำ่ Christmas เทศกำล Christmas หรือ X Mas ตรงกบั วนั ที่ 25 ธนั วำคมของทุกปี ซ่ึงวนั ที่ 25 ธนั วำคมน้นั เป็นวนัประสูติของพระเยซู ศำสดำแห่งศำสนำคริสต์ โดยพระองคป์ ระสูติท่ีเมืองเบธเลเฮมและเติบโตท่ีเมืองนำซำเรท ซ่ึงปัจจุบนั คือประเทศอิสรำเอล ตำมหลกั ฐำนในพระคมั ภีร์ไดบ้ นั ทึกไวว้ ำ่ พระเยซูเจำ้ ประสูติในสมยัท่ีจกั รพรรดิซีซำร์ ออกุสตุส แห่งจกั รวรรดิโรมนั ซ่ึงทรงสง่ั ใหจ้ ดทะเบียนสำมะโนครัวทว่ั ท้งั แผน่ ดิน โดยฝ่ ำยคีรีนิอสั เจำ้ เมืองซีเรียก็รับนโยบำยไปปฏิบตั ิใหม้ ีกำรจดทะเบียนสำมะโนครัวทวั่ ท้งั อำณำเขต แต่ในพระคมั ภีร์ ไมไ่ ดร้ ะบุวำ่ พระเยซูประสูติวนั หรือเดือนอะไร ดำ้ นนกั ประวตั ิศำสตร์กม็ ีควำมเห็นท่ีตำ่ งออกไปโดยไดว้ เิ ครำะห์วำ่ เดิมทีวนั ที่ 25 ธนั วำคม เป็นวนั ท่ีจกั รพรรดิเอำเรเลียนแห่งโรมนั กำหนดใหเ้ ป็นวนั ฉลองวนั เกิดของสุริยเทพ ต้งั แต่ปี ค.ศ. 274 ชำวโรมนั ซ่ึงส่วนใหญ่นบั ถือเทพเจำ้ ฉลองวนั น้ีเสมือนวำ่ เป็ นวนั ฉลองของพระจกั รพรรดิไปในตวั ดว้ ย เพรำะจกั รพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอำทิตย์ ท่ีใหค้ วำมสวำ่ งแก่ชีวติ มนุษย์ แตช่ ำวคริสตท์ ี่อยใู่ นจกั รวรรดิโรมนั รวมถึงชำวโรมนั ท่ีเปลี่ยนไปนบั ถือคริสตอ์ ึดอดั ใจที่จะฉลองวนั เกิดของสุริยเทพ จึงหนั มำฉลองกำรบงั เกิดของพระเยซูซ่ึงเปรียบเสมือนควำมสวำ่ งของโลก และเหมือนดวงจนั ทร์เป็นควำมสวำ่ งในตอนกลำงคืนแทน หลงั จำกที่ชำวคริสตถ์ ูกควบคุมเสรีภำพทำงศำสนำต้งั แต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวนั ท่ี 25 ธนั วำคม ปี ค.ศ. 330 ชำวคริสต์จึงเร่ิมฉลองคริสตม์ ำสอยำ่ งเป็นทำงกำรและเปิ ดเผย เทศกำลคริสตม์ ำสจึงเป็นวนั แห่งกำรเฉลิมฉลองวนั ประสูติของพระเยซู และเป็นกำรฉลองควำมรักท่ีพระเจำ้ มีต่อมนุษยโ์ ลก โดยส่งบุตรชำย คือ \"พระเยซู\" ลงมำเกิดเป็นมนุษยเ์ พ่ือช่วยไถ่บำป และช่วยใหม้ นุษย์รอดพน้ จำกกำรทำชว่ั นน่ั เอง ดงั น้นั ในวนั น้ีถือเป็นวนั ที่มีควำมหมำยสำคญั ต่อชำวคริสตท์ ว่ั โลก และมีกำรส่งบตั รอวยพร ใหข้ องขวญั แก่กนั และกนั รวมท้งั ประดบั ประดำตกแตง่ บำ้ นเรือนดว้ ยแสงไฟ และตน้คริสตม์ ำสอยำ่ งสวยงำม

องค์ประกอบในงำนคริสต์มำสซำนตำคลอส เป็นส่ิงแรก ๆ ที่คนจะนึกถึงในฐำนะสัญลกั ษณ์ของวนั คริสตม์ ำส ซ่ึงวำ่ กนั วำ่ ซำนตำคลอสคนแรก คือนกั บุญ (เซนต)์ นิโคลำส ผเู้ ป็ นสงั ฆรำชแห่งเมืองไมรำ มีชีวติ อยใู่ นศตวรรษท่ี 4 และเหตุที่ไดร้ ับกำรยกยอ่ งวำ่ เป็นซำนตำคลอสคนแรก มำจำกวนั หน่ึงท่ีทำ่ นปี นข้ึนไปบนหลงั คำบำ้ นของเดก็ หญิงยำกจนคนหน่ึง แลว้ทิง้ ถุงเงินลงไปทำงปล่องไฟ บงั เอิญถุงเงินหล่นไปทำงถุงเทำ้ ที่เด็กหญิงแขวนตำกไวข้ ำ้ งเตำผงิ พอดี นกั บุญนิโคลสั น้นั เป็ นนกั บุญท่ีชำวฮอลแลนดน์ บั ถือวำ่ เป็นนกั บุญผอู้ ุปถมั ภข์ องเดก็ ๆ เม่ือชำวฮอลแลนดก์ ลุ่มหน่ึงอพยพไปอยใู่ นสหรัฐฯ ก็ยงั รักษำประเพณีกำรฉลองนกั บุญ นิโคลำส ในวนั ที่ 5ธนั วำคมเอำไว้ ซ่ึงหมำยถึงนกั บุญน้ีจะมำเยยี่ มเด็ก ๆ และเอำของขวญั มำใหเ้ ด็กอื่น ๆ ที่ไมใ่ ช่ลูกหลำนของชำวฮอลแลนดท์ ี่อพยพมำ ประเพณีน้ีจึงเริ่มเป็ นที่รู้จกั และแพร่หลำยในอเมริกำ โดยมีกำรเปลี่ยนแปลงบำงอยำ่ ง คือ ช่ือนกั บุญนิโคลสั ก็เปลี่ยนเป็น ซำนตำคลอส และแทนที่จะเป็นสงั ฆรำชกก็ ลำยเป็นชำยแก่ที่อว้ นและใส่ชุดสีแดง อำศยั อยทู่ ่ีข้วั โลกเหนือ มีเล่ือนเป็นยำนพำหนะที่มีกวำงเรนเดียร์ลำก และจะมำเยยี่ มเด็กทุกคนในโลกน้ีในโอกำสคริสตม์ ำส โดยลงมำทำงปล่องไฟของบำ้ นเพอื่ เอำของขวญั มำใหเ้ ดก็ เหล่ำน้นัตำมควำมประพฤติของเขำ ถึงแมซ้ ำนตำคลอสจะเป็นเพียงตำนำนที่เกิดข้ึนมำเพ่ือเฉลิมฉลองวนั คริสตม์ ำสก็ตำม แต่กเ็ ป็ นสญั ลกั ษณ์ที่รวมเอำวญิ ญำณและควำมหมำยของคริสตม์ ำสไวอ้ ยำ่ งมำกมำย อำทิ ควำมปี ติยนิ ดีช่ืนชม ควำมโอบออ้ มอำรี ควำมรัก และควำมเป็นกนั เองถุงเทำ้ จำกท่ีนกั บุญนิโคลสั ไดป้ ี นข้ึนไปบนปล่องไฟของบำ้ นเด็กหญิงยำกจน เพ่ือที่จะมอบเหรียญเงินให้เป็นของขวญั แตเ่ หรียญน้นั กลบั ตกไปอยใู่ นถุงเทำ้ ที่เดก็ หญิงแขวนตำกไวห้ นำ้ เตำผงิ พอรุ่งเชำ้ เด็กหญิงตื่นมำเจอเหรียญเงินในถุงเทำ้ จึงดีใจมำก และกลำยเป็นจุดเร่ิมตน้ ของกำรท่ีผคู้ นมำกมำยต่ำงพำกนั แขวนถุงเทำ้คริสตม์ ำสไว้ เพ่ือหวงั จะไดร้ ับของขวญั เช่นเดียวกนั บำ้ ง

ต้นคริสต์มำส นอกจำกน้ีอีกอยำ่ งท่ีขำดไม่ไดก้ ค็ ือ ตน้ คริสตม์ ำส ซ่ึงตน้ คริสตม์ ำสก็คือตน้ สนท่ีนำมำประดบั ประดำดว้ ยลูกแอปเปิ ลและขนมปังเพ่อื ระลึกถึงศีลมหำสนิท และกไ็ ดม้ ีววิ ฒั นำกำรท่ีเปล่ียนแปลงไปเรื่อยจนมำถึงกำรประดบั ดว้ ยดวงไฟหลำกสีสัน ขนม และของขวญั อยำ่ งในทุกวนั น้ี กำรตกแต่งแบบน้ีตอ้ งยอ้ นไปในศตวรรษท่ี 8 เม่ือเซนตบ์ อนิเฟส มิชชนั นำรีชำวองั กฤษที่เดินทำงไปประกำศเรื่องพระเจำ้ ในเยอรมนี ไดช้ ่วยเด็กท่ีกำลงั จะถูกฆำ่ เป็นเคร่ืองสังเวยบูชำท่ีใตต้ น้ โอก๊ โดยเมื่อโค่นตน้ โอก๊ ทิ้งก็ไดพ้ บตน้ สนเล็ก ๆ ตน้ หน่ึงข้ึนอยทู่ ี่โคนตน้ โอก๊ ทำ่ นจึงขุดใหค้ นท่ีร่วมพิธีกรรมเหล่ำน้นั เพือ่ เป็นสญั ลกั ษณ์ของชีวติ และต้งั ช่ือวำ่ ตน้ กมุ ำรพระคริสต์ ตอ่ มำ มำร์ติน ลูเธอร์ ผนู้ ำคริสตจกั รชำวเยอรมนั ตดั ตน้ สนไปต้งั ในบำ้ นในเดือนธนั วำคม ปี ค.ศ. 1540 หลงั จำกน้นั ในศตวรรษท่ี 19ตน้ คริสตม์ ำสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศองั กฤษและทว่ั โลก และอีกเหตุผลท่ีใชต้ น้ สนกเ็ พรำะวำ่ มนั หำง่ำย ในสมยั โบรำณน้นั ตน้ คริสตม์ ำส หมำยถึง ตน้ ไมใ้ นสวนสวรรค์ ซ่ึงอำดมั และเอวำไปหยบิ ผลไมม้ ำกินและทำบำป ไมเ่ ชื่อฟังพระเจำ้ โดยตำมพระคมั ภีร์น้นั ไดเ้ ปรียบพระเยซูเจำ้ เสมือนเป็ นตน้ ไมแ้ ห่งชีวติ ซ่ึงเป็ นตน้ ไมท้ ี่เขียวเสมอในทุกฤดูกำล สื่อถึงนิรันดรภำพของพระเยซูเจำ้ อีกท้งั ควำมสวำ่ งของพระองคย์ งั เหมือนแสงเทียนท่ีส่องสวำ่ งในควำมมืด และรวมถึงควำมช่ืนชมยนิ ดี และควำมสำมคั คี ที่พระเยซูประทำนให้เพรำะตน้ ไมน้ ้นั เป็ นจุดศูนยร์ วมของครอบครัวในเทศกำลคริสตม์ ำส

ต้นฮอลล่ี ตน้ ฮอลลี่ เป็นตน้ ไมพ้ ุ่มเต้ีย และเป็นอีกหน่ึงสญั ลกั ษณ์ของวนั คริสตม์ ำส เชื่อกนั วำ่ สีเขียวของตน้ ฮอลลี่มีควำมหมำยถึง กำรมีชีวติ อยชู่ วั่ นิรันดร์ และมีควำมสมั พนั ธ์กบั พระเยซู โดยผลสีแดงของตน้ ฮอลล่ีน้นัหมำยถึงหยดเลือดของพระเยซูท่ีไหลลงบนไมก้ ำงเขน ซ่ึงเปรียบเสมือนสัญลกั ษณ์ของควำมรักท่ีมีต่อพระเจำ้ ใบไมท้ ี่มีหนำมของตน้ ฮอลล่ีเป็นสิ่งท่ีเตือนพวกเรำถึงมงกุฎหนำมที่พวกชำวทหำรโรมนั ไดน้ ำมำวำงไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์ดอกไม้คริสต์มำส หรือ Poinsettia ตำนำนของดอก Poinsettia ที่กลำยมำเป็นสญั ลกั ษณ์หน่ึงของวนั คริสตม์ ำส มำจำกเรื่องรำวของเด็กหญิงจน ๆ คนหน่ึง ท่ีตอ้ งกำรหำของขวญั ไปมอบใหพ้ ระแม่มำรีในวนั คริสตม์ ำสอีฟ แต่เนื่องจำกเธอไม่มีสิ่งของใด ๆ ติดตวั จึงเดินทำงไปตวั เปล่ำ และระหวำ่ งทำงเธอไดพ้ บกบั นำงฟ้ ำท่ีบอกใหเ้ ธอเกบ็ เมลด็ พชื ไว้ตอ่ มำเมลด็ พืชน้นั กลบั เจริญเติบโตเปล่ียนเป็นดอกไมส้ ีเลือดหมูสดใส ซ่ึงก็คือดอก Poinsettia ต้งั แต่น้นั ดอกPoinsettia กไ็ ดร้ ับควำมนิยมใชป้ ระดบั ประดำบำ้ นในงำนคริสตม์ ำส

ดอกคริสต์มำส Christmas Rose มีตน้ กำเนิดที่ประเทศองั กฤษ ลกั ษณะเป็นดอกสีขำว และมกั ออกดอกในช่วงฤดูหนำว ตำนำนของดอกคริสตม์ ำสน้ีมีอยวู่ ำ่ ในช่วงท่ีพระเยซูประสูติ มีผรู้ อบรู้ 3 คน กบั คนเล้ียงแกะเดินทำงมำพบพระเยซูระหวำ่ งทำงพวกเขำพบกบั มำเดลอน เดก็ หญิงท่ีเล้ียงแกะคนหน่ึง เมื่อเธอทรำบวำ่ ท้งั หมดเดินทำงมำเพือ่มอบของขวญั ใหพ้ ระเยซู มำเดลอนก็เสียใจที่ไม่มีของขวญั ใดไปมอบใหพ้ ระเยซูบำ้ ง ก่อนท่ีนำงฟ้ ำท่ีเฝ้ ำมองเธออยจู่ ะเกิดควำมเห็นใจจึงร่ำยมนตร์เสกดอกไมส้ ีขำวน่ำรักและมีสีชมพอู ยตู่ รงปลำยกลีบใหเ้ ธอ และดอกไมน้ ้นั คือ ดอกคริสตม์ ำสนน่ั เองเพลงวนั คริสต์มำส เพลงคริสตม์ ำสเริ่มมีข้ึนในศตวรรษที่ 5 แตง่ โดยพระสงฆแ์ ละฆรำวำส มีเน้ือร้องเป็นภำษำละตินลกั ษณะของเพลงเป็นแบบสง่ำ เนน้ ถึงควำมหมำยของกำรเสดจ็ มำของพระเยซูเจำ้ แตใ่ นศตวรรษที่ 12 ไดม้ ีกำรแตง่ ในทว่ งทำนองที่ร่ำเริงสนุกสนำนมำกข้ึน เร่ิมจำกประเทศอิตำลี โดยนกั บุญฟรังซิส อสั ซีซี และนกั บวชคณะฟรังซิสกนั เป็นผสู้ นบั สนุน ใหม้ ีเพลงคริสตม์ ำสแบบใหม่ เพลงคริสตม์ ำสแบบใหม่น้ี เป็นท่ีชื่นชอบของชำวบำ้ น เพรำะมีทว่ งทำนองท่ีร่ำเริงกวำ่ และเนน้ ถึงควำมชื่นชมยนิ ดีในโอกำสคริสตม์ ำส เพลงเหล่ำน้ีมีท้งั ที่เป็นภำษำละติน และภำษำพ้นื เมือง เพลงหน่ึงที่แต่งในสมยั น้นั (แต่งคำร้องในปี ค.ศ. 1274) และยงั ใชอ้ ยจู่ นถึงปัจจุบนั คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithfulหรือ Adeste Fideles ในภำษำละติน เพลงคริสตม์ ำสที่นิยมร้องมำกที่สุดในปัจจุบนั ไดแ้ ต่งข้ึนในศตวรรษที่19 จำกประเทศเยอรมนี และประเทศองั กฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีช่ือเสียงมำกไดแ้ ก่ เพลง Silent Night,Holy Night ควำมเป็นมำของเพลงน้ีมำจำกวนั ก่อนวนั ฉลองคริสตม์ ำส ของปี ค.ศ. 1818 คุณพอ่ โจเซฟ โมห์(Joseph Mohr) เจำ้ อำวำสวดั ที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ไดข้ ำ่ ววำ่ ออร์แกนในวดั เสีย ทำใหว้ งขบั ร้องไม่สำมำรถร้องเพลงตำมท่ีซอ้ มไวไ้ ด้ จึงมีกำรแต่งเพลงคริสตม์ ำสใหม่ นำไปใหเ้ พือ่ นชื่อฟรำนซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนองในคืนวนั ที่ 24 นนั่ เอง และเล่นเพลง Silent Night เป็นคร้ังแรกโดยมีกำรเล่นกีตำร์ประกอบกำรขบั ร้อง ซ่ึงกลำยเป็นเพลงที่นิยมมำกที่สุดทวั่ โลกคำอวยพรวนั คริสต์มำส ในวนั คริสตม์ ำสเรำมกั จะใชค้ ำอวยพรใหแ้ ก่กนั และกนั วำ่ Merry X'mas คำวำ่ Merry ในภำษำองั กฤษโบรำณ แปลวำ่ \"สันติสุขและควำมสงบทำงใจ\" คำน้ีจึงเป็ นคำที่ใชอ้ วยพรขอใหเ้ ขำไดร้ ับสันติสุขและควำมสงบทำงใจ และไดจ้ ดั ใหม้ ีกำรฉลองเพื่อระลึกถึงกำรบงั เกิดของพระเยซู ท่ีเขำยกยอ่ งเหมือนกษตั ริยผ์ ยู้ ง่ิ ใหญ่แห่งสำกลโลก ผทู้ รงเกียรติเลอเลิศ ประเพณีน้ีไดเ้ ริ่มมำจำกรุงโรมในศตวรรษท่ี 4 และคอ่ ย ๆ เผยแพร่ไปทุกทวปี

สีประจำวนั คริสต์มำสสีทเ่ี กยี่ วข้องในวนั คริสต์มำสประกอบด้วย สีแดง : เป็ นสีของผลฮอลล่ี หรือซำนตำคลอส เป็นสีของเดือนธนั วำคม ที่แสดงถึงควำมต่ืนเตน้ และหำกเป็นสัญลกั ษณ์ตำมศำสนำ สีแดงจะหมำยถึง ไฟ, เลือด และควำมโอบออ้ มอำรี สีเขียว : เป็นสีของตน้ ไม้ สัญลกั ษณ์ของธรรมชำตื หมำยถึงควำมอ่อนเยำวแ์ ละควำมหวงั ที่จะมีชีวติเป็นนิรันดร์ เปรียบไดก้ บั วำ่ เทศกำลคริสตม์ ำสคือเทศกำลแห่งควำมหวงั สีขำว : เป็นสีของหิมะ และเป็นสัญลกั ษณ์ทำงศำสนำ คือแสงสวำ่ ง ควำมบริสุทธ์ิ ควำมสุข และควำมรุ่งเรือง สีขำวน้ีจะปรำกฏบนเส้ือคลุมนำงฟ้ ำ, เครำและชำยเส้ือของซำนตำคลอส สีทอง : เป็นสีของเทียนและดวงดำว เป็ นสญั ลกั ษณ์ของแสงอำทิตยแ์ ละควำมสวำ่ งไสวกำรทำมิสซำเท่ียงคืน กำรถวำยมิสซำน้ีเกิดข้ึนหลงั จำกพระสันตะปำปำจูเลียสท่ี 1 ไดป้ ระกำศใหว้ นั ท่ี 25 ธนั วำคมเป็นวนัฉลองพระคริสตสมภพ (วนั คริสตม์ ำส) ในปี น้นั เองพระองคแ์ ละสตั บุรุษ ไดพ้ ำกนั เดินสวดภำวนำ และขบัร้องไปยงั ตำบลเบธเลเฮม และไปยงั ถ้ำที่พระเยซูเจำ้ ประสูติ เม่ือไปถึงตรงกบั เวลำเท่ียงคืนพอดี พระสันตะปำปำทรงถวำยบูชำมิซซำ ณ ท่ีน้นั เมื่อเดินทำงกลบั มำที่พกั ไดเ้ วลำตี 3 พระองคก์ ถ็ วำยมิสซำอีกคร้ังและสตั บุรุษเหล่ำน้นั ก็พำกนั กลบั แต่ยงั มีสัตบุรุษหลำยคนไม่ไดร้ ่วมขบวนไปดว้ ยในตอนแรก พระสันตะปำปำกท็ รงถวำยบชู ำมิสซำอีกคร้ังหน่ึงเป็นคร้ังท่ี 3 เพือ่ สตั บุรุษเหล่ำน้นั ดว้ ยเหตุน้ีเองพระสนั ตะปำปำจึงทรงอนุญำตในพระสงฆถ์ วำยบชู ำมิสซำได้ 3 คร้ัง ในวนั คริสตม์ ำส เหมือนกบั กำรปฏิบตั ิของพระองค์ นบั ต้งั แต่น้นั เป็นตน้ มำจึงมีธรรมเนียมถวำยมิสซำเที่ยงคืน ในวนั คริสตม์ ำส และพระสงฆก์ ส็ ำมำรถถวำยมิสซำได้ 3มิสซำ ในโอกำสวนั คริสตม์ ำส

เทียนและพวงมำลยั พวงมำลยั น้นั เป็นสญั ลกั ษณ์ท่ีคนสมยั ก่อนใชห้ มำยถึงชยั ชนะ แตส่ ำหรับกำรแขวนพวงมำลยั ในวนัคริสตม์ ำสน้นั หมำยถึงกำรท่ีพระองคม์ ำบงั เกิดในโลก และทำใหท้ ุกสิ่งทุกอยำ่ งครบบริบรู ณ์ตำมแผนกำรของพระเป็ นเจำ้ ซ่ึงธรรมเนียมน้ี เกิดจำกกลุ่มคริสตชนกลุ่มหน่ึงในประเทศเยอรมนีไดเ้ อำก่ิงไมม้ ำประกอบเป็นวงกลมคลำ้ ยพวงมำลยั แลว้ เอำเทียน 4 เล่ม วำงไวบ้ นพวงมำลยั น้นั ในตอนกลำงคืนของวนั อำทิตยแ์ รกของเทศกำลเพื่อเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะจุดเทียนหน่ึงเล่ม สวดภำวนำ และร้องเพลงคริสตม์ ำสร่วมกนั เป็ นเวลำ 4 อำทิตยก์ ่อนถึงวนั คริสตม์ ำส ประเพณีน้ีเป็นท่ีนิยมอยำงมำกในประเทศอเมริกำ ตอ่ มำไดม้ ีกำรเปล่ียนแปลงโดยนำเทียน 1 เล่มน้นั มำจุดไวต้ รงกลำงพวงมำลยั สีเขียว และนำไปแขวนไวท้ ี่หนำ้ ต่ำง เพอ่ืเป็นกำรเตือนใหค้ นที่เดินผำ่ นไปมำไดร้ ู้วำ่ ใกลถ้ ึงวนั คริสตม์ ำสแลว้ ส่วนเหตุผลที่พวงมำลยั มีสีเขียวน้นั เป็นเพรำะมีกำรเช่ือกนั วำ่ สีเขียวจะช่วยป้ องกนั บำ้ นเรือนจำกพวกพลงั อนั ชว่ั ร้ำยได้ระฆงั วนั คริสตม์ ำส เสียงระฆงั ในวนั คริสตม์ ำสคือกำรเฉลิมฉลองใหก้ บั กำรประสูติของพระพทุ ธเจำ้ โดยมีตำนำนเล่ำวำ่ มีกำรตีระฆงั ช่วงก่อนเวลำเที่ยงคืนของวนั คริสตม์ ำสเพ่ือลดพลงั ควำมมืด และบ่งบอกถึงควำมตำยของปี ศำจก่อนท่ีพระเยซูผทู้ ี่จะมำช่วยไถ่บำปใหก้ บั มวลมนุษยจ์ ะถือกำเนิดข้ึน และระฆงั น้ีมีเสียงดงั กงั วำลนำนนบัชว่ั โมง ก่อนท่ีในเวลำเท่ียงคืนเสียงระฆงั น้ีจะกลบั กลำยมำเป็นเสียงแห่งควำมสุขดำว ดำว ในควำมหมำยของชำวคริสเตียน หมำยถึงกำรแสดงออกท่ีดีของพระเยซูคริสต์ ที่บญั ญตั ิไวใ้ นพระคมั ภีร์ไบเบิลวำ่ \"The bright and morning star\" มีควำมหมำยพิเศษเหมือนกบั วำ่ ดวงดำวเหล่ำน้นั ไดแ้ บ่งที่อยกู่ บั สรวงสวรรค์ ไม่วำ่ จะมีกำแพงอะไรขวำงก้นั ระหวำ่ งพ้ืนผวิ โลกดว้ ยก็ตำม

เคร่ืองประดบั และแอปเปิ ล ในบำงแห่งเชื่อวำ่ ลำตน้ ของแอปเปิ ล มองดูคลำ้ ยกบั ตน้ ไมใ้ นสรวงสวรรค์ จึงมีกำรนำเอำแอปเปิ ลมำประดบั ตำมตน้ ไมใ้ นวนั คริสตม์ ำส ส่วนเคร่ืองประดบั ชิ้นเลก็ ๆ ที่ตกแตง่ ตน้ คริสตม์ ำสน้นั เป็นงำนศิลปะท่ีจำลองจำกผลไม้ และที่มีสีสนั สดใสน้นั เพือ่ ให้เกิดควำมร่ืนเริงในบำ้ น อีกท้งั แสงระยบิ ระยบั ท่ีสะทอ้ นไปมำยงั ดูสวยงำมคลำ้ ยแสงเทียนและแสงไฟของขวญั วนั คริสตม์ ำส กำรแลกเปล่ียนของขวญั ในวนั คริสตม์ ำสน้นั เริ่มตน้ จำกเมือง Saturnalia ในช่วงยคุ โรมนั ต่อมำชำวคริสตร์ ับประเพณีน้ีเขำ้ มำ ดว้ ยควำมเชื่อวำ่ กำรใหข้ องขวญั น้ีมีควำมเก่ียวเน่ืองกบั ของขวญั ประเภททอง, ยำงสนที่มีกลิ่นหอม และยำงไมห้ อม ซ่ึงพวกนกั เวทยจ์ ำกตะวนั ออกท่ีเดินทำงมำคำรวะพระเยซูคริสต์ นำมำให้ตอนที่ท่ำนประสูติ ท้งั หมดน้นั กค็ ือกำรเฉลิมฉลองใหก้ บั พระเยซู ที่เกิดมำเพื่อชำระบำปใหแ้ ก่ชำวคริสตท์ ้งั หลำย และเป็นเทศกำลท่ีนำควำมสุข สนุกสนำน มำสู่หมู่มวลมนุษย์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook