1 ผลของการประคบเยน็ ร่วมกับการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อความปวดและการฟื้นฟูสภาพ หลังผ่าตดั ใส่เหล็กดามกระดกู ต้นขา Effects of Cold Compression with Self-efficacy on the Pain and Recovery Among Patients Received Open Reduction Internal Fixation of femur บทคดั ย่อ การบาดเจ็บของร่างกายหลงั ได้รับอุบตั ิเหตุพบว่าส่วนใหญ่เกิดขึน้ ในระบบกล้ามเนือ้ และ กระดกู มากท่ีสดุ เม่ือมีการหกั ของกระดกู ต้นขาจําเป็ นต้องได้รับการผา่ ตดั ความปวดหลงั ผ่าตดั เป็ นความ ปวดชนิดเฉียบพลนั ความปวดจะทําให้ผ้ปู ่ วยเกิดความไมส่ ขุ สบายจงึ สง่ ผลตอ่ การฟื น้ สภาพร่างกาย การ วิจยั ก่ึงทดลองครัง้ นี ้ มีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อศกึ ษาผลของการประคบเย็นตอ่ ความปวดและการฟื น้ ฟสู ภาพหลงั ผ่าตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขา กลมุ่ ตวั อย่างเป็ นผ้ปู ่ วยท่ีเข้ารับการผ่าตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขาในหอ ผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมออร์โธปิ ดิกส์โรงพยาบาลศนู ย์สรุ าษฎร์ธานี ส่มุ เข้ากล่มุ ทดลองและกล่มุ ควบคมุ โดยส่มุ อย่างง่าย กลมุ่ ละ 26 ราย เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู ประกอบด้วย แบบประเมินความปวด ตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมือโดยการหาคา่ ความเท่ียงได้เท่ากบั .80 แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตน คา่ ความเท่ียงเท่ากบั .93 และแบบบนั ทกึ ความสามารถในการเดิน วิเคราะห์ข้อมลู สว่ นบคุ คลและข้อมลู ทว่ั ไปด้วยสถิตพิ รรณนา และสถิตทิ ีอิสระ สว่ นสมมตฐิ านการวิจยั วเิ คราะห์ด้วยสถิตทิ ีคแู่ ละสถิตทิ ีอิสระ ผลการวิจยั พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยความปวดต่ํากว่ากล่มุ ควบคุม และมี ความสามารถในการเดินสงู กว่ากลมุ่ ควบคมุ ภายหลงั การทดลองกลมุ่ กลมุ่ ทดลองมีการรับรู้สมรรถนะแห่ง ตนสงู กวา่ ก่อนการทดลองอย่างมีนยั สําคญั ทางสถิติ (P<.01) ดงั นนั้ พยาบาลควรนําการประคบเย็นไปใช้ ร่วมกบั การสง่ เสริมสมรรถนะแหง่ ตน ในการพยาบาลผ้ปู ่ วยหลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขาเพ่ือลดปวด และสง่ เสริมการฟื น้ สภาพหลงั ผา่ ตดั ให้ดยี ิง่ ขนึ ้ คําสําคญั : ประคบเย็น ความปวด การสง่ เสริมสมรรถนะแหง่ ตน การฟื น้ สภาพหลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดาม กระดกู ต้นขา Abstract Bodily injury after an accident found that most occur in the muscles and bone. This study aimed to test the effects of cold compression with self-efficacy on the pain and recovery among patients received open reduction internal fixation of femur. fifty two subjects under open reduction internal fixation of femur admitted in the orthopedic ward in Suratthani hospital were randomly assigned to either control or experimental group. The 26 subjects in the experimental group. The other 26 subjects in control group received routine nursing care. The instruments for
2 data collection consisted of the Self-Efficacy Questionnaire, numeric rating pain scale. All instruments were examined for content validity by experts. The Self-Efficacy Questionnaire yielded a Cronbach’s alpha coefficient of .93. The test-retest reliability of numeric rating pain scale was .80. Data were analyzed using descriptive statistics, chi-square, paired t-test and independent t-test. The results showed that: The subjects in the experimental group had lower pain than the subjects the control group, and the walking ability of the subject in the experimental group were better than the control group (p < .01). After experimental, the subjects in the experimental group have self-efficacy level higher than that in the control group (p<.01). Therefore, nurses should apply these methods to care for patients after received open reduction internal fixation of femur for quicker recovery. Key words: cold compression, pain, self-efficacy, recovery ความเป็ นมาและความสาํ คัญของปัญหา การบาดเจ็บของร่างกายหลงั ได้รับอุบตั ิเหตุพบว่าส่วนใหญ่เกิดขึน้ ในระบบกล้ามเนือ้ และ กระดกู มากที่สดุ และจํานวนผ้ปู ่ วยที่เกิดจากอบุ ตั เิ หตมุ ีจํานวนเพิ่มมากขนึ ้ ทกุ ปี (วรรณี สตั ยวิวฒั น์, 2551) เมื่อมีการหกั ของกระดกู ต้นขาท่ีจําเป็ นต้องได้รับการผา่ ตดั เพ่ือคงไว้ซง่ึ การทําหน้าที่ของร่างกายอย่างปกติ การผ่าตดั ส่งผลให้เนือ้ เยื่อบริเวณส่วนที่ผ่าตดั และบริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บและเกิดความเจ็บปวด (Jon, 2010) ความปวดหลงั ผา่ ตดั เป็ นความปวดชนิดเฉียบพลนั ผลของความปวดจะทําให้ผ้ปู ่ วยเกิดความ ไม่สขุ สบายทงั้ ร่างกายและจิตใจ และมีผลตอ่ การฟื น้ สภาพร่างกาย (Birnie, Parker, & Chamber, 2014) ด้วยเหตนุ ีห้ ลงั ผา่ ตดั จงึ จําเป็นต้องมกี ารจดั การกบั ความปวด โดยวิธีจดั การกบั ความปวดนอกจากการใช้ยา บรรเทาปวดแล้วยงั มีวิธีที่ไมใ่ ช้ยาซง่ึ สามารถหลกี เลีย่ งผลข้างเคียงของยาและอนั ตรายจากการแพ้ยาได้ เชน่ การจดั ท่านอนเพื่อให้เกิดความสขุ สบาย พดู ปลอบใจและเบ่ียงเบนความสนใจของผ้ปู ่ วย และการประคบ เย็น เป็ นต้น (Cacanindin, Wong, & Ries, 2007; Chou, Huffman, American Pain Society & American College of Physicians, 2007) ความปวดหลงั ผา่ ตดั มีความรุนแรงซง่ึ ถ้าไมไ่ ด้รับการแก้ไข จะ สง่ ผลให้การฟื น้ สภาพหลงั ผ่าตดั ช้า และเกิดผลกระทบตามมา เช่น ข้อเข่าตดิ กล้ามเนือ้ ลีบ ความสามารถ ในการเดนิ ลดลง ซงึ่ จากการศกึ ษาผ้ปู ่ วยออร์โธปิ ดกิ ส์หลงั จากได้รับการผา่ ตดั จํานวน 417 ราย พบว่า ภายหลงั การผ่าตดั เกิดความเจ็บปวดบริเวณแผลผ่าตดั และเมื่อมีการเคล่ือนไหว ส่งผลให้การฟื น้ สภาพ ลดลง (Birnie, Parker, & Chamber, 2014)
3 การใช้ความเย็นประคบบริเวณแผลทําให้เซลล์เนือ้ เย่ือลดการเผาผลาญพลงั งานและลดการ หลงั่ ของสารเคมีที่เกิดจากเซลล์เนือ้ เย่ือถกู ทําลาย เช่น พรอสตาแกลนดนิ ซง่ึ จะทําให้การอกั เสบลดลง รวมทัง้ ทําให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตวั เพ่ิมขึน้ จึงลดการซึมผ่านของนํา้ ออกจากหลอดเลือดและการ สญู เสียเลือด ตลอดจนทําให้การบวมลดลง (Bleakley, McDonough, Gardner, Baxter, Hopkins, & Davison, 2012) การประคบด้วยความเย็นเป็ นการปรับสญั ญาณความปวดในระดบั ไขสนั หลงั ซง่ึ อธิบาย ด้วยทฤษฎีควบคมุ ประตู (Gate Control Theory) ได้ว่า ความเย็นลดการรับความรู้สกึ ของเส้นใยประสาท ควบคมุ การทํางานในการยืดและหดตวั ของใยกล้ามเนือ้ บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บทําให้การสง่ กระแสประสาท หรือสญั ญาณความปวดไปยงั ใยประสาทสง่ั การท่ีระดบั ไขสนั หลงั ลดลงและช้าลง รวมทงั้ มีผลโดยตรงต่อ เส้นใยประสาทสง่ั การทําให้มีการรับกระแสประสาทหรือสญั ญาณความปวดลดลงด้วย จงึ ทําให้สมองสว่ น การรับรู้ความปวดลดลง (ลกั ขณา มรกต, 2548) จากการศกึ ษาที่ผา่ นมาพบว่ามีการใช้ความเย็นประคบ เพื่อลดความปวดในกลมุ่ ผ้ปู ่ วยที่เนือ้ เยื่อได้รับบาดเจ็บจากการออกกําลงั กาย กลมุ่ ผ้ปู ่ วยผา่ ตดั ทวั่ ไป และ กลมุ่ ผ้ปู ่ วยหลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ขา ผลการศกึ ษาพบว่าหลงั ผ่าตดั 48 ชว่ั โมง กลมุ่ ผ้ปู ่ วยที่ใช้ความ เย็นประคบแผลผ่าตดั มีการใช้ยามอร์ฟี นเพ่ือลดปวดปริมาณน้อยกว่ากล่มุ ผ้ปู ่ วยที่ไม่ได้รับการประคบเย็น (Bleakley, McDonough, Gardner, Baxter, Hopkins. & Davison, 2012; Jon, 2010) ดงั นนั้ จงึ สามารถ สรุปได้ว่าการใช้ความเย็นประคบแผลหลงั ผ่าตดั จะทําให้ความปวดลดลงและเพิ่มความสามารถในการ เคล่อื นไหวร่างกาย การสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน (self-efficacy) ตามแนวคดิ ของแบนดรู า (Bandura, 1997) ได้ กลา่ วไว้วา่ เป็ นกระบวนการทางปัญญาท่ีเกิดขนึ ้ ของบคุ คลเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซงึ่ บคุ คล ที่มีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนสงู จะมีความพยายามในการปฏิบตั ิกิจกรรม ไม่ย่อท้อต่ออปุ สรรคที่เกิดขึน้ มากกวา่ คนที่มีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนน้อยกว่า และการพฒั นาการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเกิดจากแหล่ง สนบั สนนุ 4 แหลง่ ได้แก่ 1) สภาพทางสรีรวทิ ยาและอารมณ์ (physiological and emotional state) 2) การ พดู โน้มน้าวหรือชกั ชวนด้วยวาจา (verbal persuasion) 3) ประสบการณ์ของการกระทําที่เคยประสบ ผลสําเร็จ (enactive mastery experience) และ 4) การสงั เกตเห็นประสบการณ์ที่สําเร็จของบคุ คลอ่ืนหรือ เห็นตวั แบบ (vicarious experience) โดยในการวจิ ยั ครัง้ นีผ้ ้วู ิจยั ได้ใช้แหลง่ สนบั สนนุ การเตรียมความพร้อม ทางด้านสรีรวิทยาและอารมณ์จากการประคบเย็นเพ่ือให้ลดปวดและการพดู โน้มน้าวหรือชกั ชวนด้วยวาจา เพื่อให้ผ้ปู ่ วยเกิดแรงจงู ใจในการฟื น้ ฟสู ภาพหลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขา โดยดจู ากความสามารถใน การเดนิ ดงั นนั้ ผ้วู ิจยั จึงสนใจท่ีจะศึกษาการจดั การความปวดแบบประคบเย็นร่วมกบั การส่งเสริม สมรรถนะแห่งตนตอ่ ความปวดและการฟื น้ ฟูสภาพผ้ปู ่ วยหลงั ผ่าตดั ใส่เหล็กดามกระดกู ต้นขา ซง่ึ จะเป็ น แนวทางในการพยาบาลผ้ปู ่ วยท่ีเหมาะสมตอ่ ไป
4 วัตถุประสงค์ของการวิจยั 1. เพื่อเปรียบเทียบความปวด และความสามารถในการเดิน ของผ้ปู ่ วยหลงั ผ่าตดั ใสเ่ หล็กดาม กระดกู ต้นขาหลงั ทดลอง ระหวา่ งกลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคมุ 2. เพื่อเปรียบเทียบความปวด การรับรู้สมรรถนะแห่งตน และความสามารถในการเดินของ ผ้ปู ่ วยหลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขาก่อนและหลงั ทดลองภายในกลมุ่ ทดลอง สมมตฐิ านการวจิ ยั 1. หลงั ได้รับการประคบเย็นกลมุ่ ทดลองมีระดบั คะแนนความปวดตํ่ากว่า และมีความสามารถ ในการเดนิ สงู กวา่ กลมุ่ ควบคมุ 2. หลงั ได้รับการประคบเย็นกลมุ่ ทดลองมีระดบั คะแนนความปวดต่ํากว่า การรับรู้สมรรถนะ แหง่ ตนสงู กวา่ และมีความสามารถในการเดนิ สงู กวา่ ก่อนการทดลอง กรอบแนวคดิ ในการวิจยั การศกึ ษาครัง้ นีผ้ ้วู ิจยั ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของแบนดรู า (self-efficacy) ร่วมกบั ทฤษฎีควบคมุ ประตใู นระดบั ไขสนั หลงั (Gate Control Theory) และการทบทวนวรรณคดที ่ีเก่ียวข้อง ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตน (self-efficacy) ตามแนวคดิ ของแบนดรู า ( Bandura, 1997) กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลเกี่ ยวข้ องกับการรับร้ ู สมรรถนะแห่งตนของบุคคลใน ความสามารถของตนเอง หรือที่เรียกว่าการรับรู้สมรรถนะแห่งตนท่ีจะปฏิบตั ิกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจงได้ สําเร็จ แบนดรู ากลา่ วว่า การรับรู้สมรรถนะแห่งตนเป็ นตวั เช่ือมระหว่างกระบวนการทางปัญญากบั การ กระทําเพ่ือให้เกิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของบคุ คล การท่ีบคุ คลมีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนสงู จะมี ความเพียรพยายามในการปฏิบตั ิกิจกรรมไม่ย่อท้อต่ออปุ สรรคที่เกิดขนึ ้ การพฒั นาการรับรู้สมรรถนะแห่ง ตนสมรรถนะแห่งตนของบคุ คลเกิดจากแหลง่ สนบั สนนุ 4 แหลง่ ได้แก่ 1) สภาพทางสรีรวิทยาและอารมณ์ (physiological and emotional state) 2) การพดู โน้มน้าวหรือชกั ชวนด้วยวาจา (verbal persuasion) 3) ประสบการณ์ของการกระทําท่ีเคยประสบผลสําเร็จ (enactive mastery experience) และ 4) การ สงั เกตเห็นประสบการณ์ที่สําเร็จของบคุ คลอ่ืนหรือเห็นตวั แบบ (vicarious experience) นอกจากนีต้ วั แบบ ในการสง่ เสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตน มี 2 ประเภทได้แก่ ตวั แบบท่ีมีชีวิตจริง (life model) คือตวั แบบท่ี บคุ คลสามารถสงั เกตเห็นและมีปฏิสมั พนั ธ์โดยตรง และตวั แบบที่เป็ นสญั ลกั ษณ์ (symbolic model) เป็ น ต้น การจดั การความปวดนนั้ อธิบายด้วยกลไกการควบคมุ ประตู (Gate Control Theory) ในระดบั ไขสนั หลงั ได้ว่า ความเย็นลดการหลง่ั สารเคมีท่ีกระต้นุ ปลายประสาทรับความรู้สกึ ปวด เช่น ฮีสตามีน และ กรดแลคติค เน่ืองจากความเย็นทําให้เซลล์มีการเผาผลาญลดลง ความต้องการในการใช้ออกซิเจนของ เซลล์ลดลง เซลล์ที่ตายจากการขาดออกซเิ จนจึงลดลง (transmission of pain) ความเย็นทําให้อตั ราเร็ว ของการสง่ ผ่านกระแสประสาทความปวดของเส้นประสาท เอ เดลต้า และเส้นใยประสาท ซี ลดลง ดงั นนั้
5 การสง่ กระแสประสาทต่อไปยงั ไขสนั หลงั และสมองจึงลดลง ทําให้การรับรู้ตอ่ ความปวด (perception of pain) ลดน้อยลง การผ่าตดั ใส่เหล็กดามกระดกู ทําให้เกิดการบาดเจ็บของเนือ้ เย่ือ ซง่ึ ทําให้เกิดความ เจ็บปวดจากการอกั เสบและการเผาผลาญของเซลล์เนือ้ เยื่อที่ถกู ทําลาย การใช้ความเย็นประคบเป็ นการลด บวมและการอกั เสบ ช่วยลดการเผาผลาญของเซลล์ จํานวนของเซลล์ที่ถกู ทําลายจากเนือ้ เยื่อขาดออกซิเจน น้อยลง และอณุ หภมู ิของเนือ้ เยื่อลดลงจะลดการกระต้นุ กระแสประสาทสว่ นปลาย เป็ นผลทําให้เพ่ิมระดบั ขีดกนั้ ของความรู้สกึ เจ็บปวด ทําให้ความเจ็บปวดลดลง ดงั นนั้ ผ้วู ิจยั จึงเลือกการประคบเย็นเพ่ือลดความ ปวดและผ้ปู ่ วยเกิดความพร้อมที่จะฟื น้ ฟสู ภาพร่างกายหลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขาตอ่ ไป วิธีดาํ เนินการวิจยั การวิจยั ครัง้ นีเ้ป็ นการวิจยั แบบก่ึงทดลอง (qausi-experimental design) แบบ 2 กลมุ่ เพ่ือ ศึกษาผลของการประคบเย็นร่วมกับการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อความปวดและการฟื ้นฟูสภาพ หลงั ผ่าตดั ใส่เหล็กดามกระดกู ต้นขาของผ้ปู ่ วยแผนกศลั ยออร์โธปิ ดิกส์ ณ โรงพยาบาลศนู ย์แห่งหน่ึง ประชากรท่ีศกึ ษาได้แก่ ผ้ปู ่ วยที่ได้รับการผ่าตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขา ท่ีเข้ารับการรักษาในหอผ้ปู ่ วย แผนกศลั ยออร์โธปิ ดิกส์ กล่มุ ตวั อย่างที่ใช้ในการวิจยั ครัง้ นีค้ ือผ้ปู ่ วยท่ีได้รับการผ่าตดั ใส่เหล็กดามกระดกู ต้นขา ส่มุ เลือกเข้ากล่มุ ทดลองและกล่มุ ควบคมุ โดยการหยิบฉลาก ซ่ึงการคดั เลือกกล่มุ ตวั เป็ นแบบ เฉพาะเจาะจง (purposive sampling) ตามคณุ สมบตั ทิ ี่กําหนดไว้ คือ อายุ 18 ปี ขนึ ้ ไป รับรู้สภาวะตา่ งๆได้ ปกติ สอ่ื สารภาษาไทยเข้าใจ และยนิ ยอมเข้าร่วมในการวจิ ยั เกณฑ์ในการคดั กลมุ่ ตวั อยา่ งออกจากการวิจยั ได้แก่ มีภาวะแทรกซ้อนหลงั ผา่ ตดั ท่ีไม่สามารถดําเนินการตามขนั้ ตอนของการวิจยั ได้ และกล่มุ ตวั อย่าง ต้องการออกจากการเข้าร่วมวิจยั ซงึ่ การศกึ ษาครัง้ นีไ้ ม่มีกลมุ่ ตวั อยา่ งที่คดั ออกจากการวิจยั กําหนดขนาด กลมุ่ ตวั อยา่ งโดยใช้วิธีเปิ ดตารางอํานาจการทดสอบ (power analysis) ของโคเฮน (Cohen, 1988) โดย กําหนดระดบั นยั สําคญั ทางสถิตทิ ่ี .05 อํานาจการทดสอบ (power test ) เท่ากบั . 80 จากการทบทวน วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกบั การจดั การความปวดหลงั ผ่าตดั โดยการใช้ความเย็นประคบของลกั ขณา มรกต (2548) ซง่ึ คํานวณคา่ อํานาจการทดสอบ (effect size) เท่ากบั 0.85 ได้ขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งกลมุ่ ละ 26 ราย รวมกลมุ่ ตวั อยา่ งทงั้ หมด 52 ราย เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการวจิ ยั เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการรวบรวมข้อมูล 1. แบบสอบถามข้อมลู สว่ นบคุ คล ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพ ระดบั การศกึ ษา และ รายได้ ประวตั กิ ารผา่ ตดั ยาบรรเทาปวดท่ีได้รับ เป็ นต้น 2. แบบประเมนิ ความปวด ใช้เคร่ืองมือประเมินความปวดแบบมาตรวดั ความปวดด้วยตวั เลข
6 (Numeric Rating Scale: [NRS]) มีคา่ คะแนน 0-10 คะแนน โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน คอื คะแนน 0 หมายถงึ ไมป่ วดเลย คะแนน 10 หมายถงึ ปวดมากท่ีสดุ ทําการประเมินปวด ทงั้ หมด 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ก่อน ประคบเย็น หลงั ประคบเยน็ และหลงั เดนิ 3. แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ผ้วู ิจยั สร้างขึน้ ตามกรอบแนวคิดของแบนดรู า (1997) ร่วมกบั การทบทวนงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้อง ประกอบด้วยข้อคําถาม 10 ข้อ โดยให้เลือกตอบแบบลเิ กค สเกล (Likert scale) เกณฑ์การให้คะแนนมีดงั นีค้ ือ คะแนน 4 หมายถึง มีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนดที ี่สดุ คะแนน 3 หมายถงึ มีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนดี คะแนน 2 หมายถงึ มีการรับรู้สมรรถนะแหง่ ตนปานกลาง คะแนน 1หมายถงึ มีการรับรู้สมรรถนะแหง่ ตนเลก็ น้อย 4. แบบประเมินความสามารถในการเดนิ โดยให้ผ้ปู ่ วยลกุ เดนิ ด้วยเครื่องช่วยเดนิ สีข่ า (walker) หรือไม้เท้า ผ้วู ิจยั เริ่มจบั เวลาตงั้ แตผ่ ้ปู ่ วยเดินก้าวแรกจนถึงเดนิ ก้าวสดุ ท้ายที่ผ้ปู ่ วยขอหยดุ เดิน ถ้าผ้ปู ่ วยใช้ เวลาในการเดนิ มากแสดงวา่ มีความสามารถในการเดนิ มาก เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการทดลอง เคร่ืองมือที่ใช้ในการทดลองเป็ นโปรแกรมการประคบเยน็ ร่วมกบั การสง่ เสริมสมรรถนะแหง่ ตน ซง่ึ ประกอบไปด้วยเยลลีแ่ ชเ่ ยน็ ร่วมกบั กระบวนการสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน ดงั นี ้ 1.เยลล่ีแช่เย็น โดยนําเยลลี่แช่เย็นที่อณุ หภมู ิ 15-22 องศาเซลเซียล มาประคบผิวหนงั บริเวณ ขาข้างท่ีได้รับผา่ ตดั โดยไมใ่ ห้สมั ผสั กบั บาดแผล เป็ นเวลานาน 10-15 นาที จะปฏิบตั ิหลงั ผ่าตดั วนั ที่ 3 ดงั นี ้ 1) ประเมนิ ความปวดโดยใช้ pain scale 2)ประเมนิ ความเชื่อมนั่ ในสมรรถนะแห่งตน 3) ประคบเจลลีแ่ ช่เยน็ ท่ีอณุ หภมู ิ 15-22 องศาเซลเซียล เป็ นเวลา 10-15 นาที บริเวณข้างขอบแผลโดยไม่ให้สมั ผสั กบั แผล 4) ประเมินปวด โดยใช้ pain scale หลงั ประคบเย็นทนั ที 5) ประเมินความเชื่อมนั่ ในสมรรถนะแห่งตน 6)ให้ ผ้ปู ่ วยฝึ กเดิน โดยไม่ลงนํา้ หนกั ขาข้างที่ได้รับการผ่าตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ไว้ ด้วยไม้ค้ายนั หรือเครื่องช่วย เดินส่ีขา (walker) จนกว่าผ้ปู ่ วยจะขอหยดุ พกั หลงั จากนนั้ เริ่มจบั เวลาตงั้ แตผ่ ้ปู ่ วยเริ่มเดินก้าวแรกจนถึง ผ้ปู ่ วยขอหยดุ พกั และนบั เวลาท่ีผ้ปู ่ วยสามารถเดนิ ได้ 2. กระบวนการสง่ เสริมสมรรถแหง่ ตน มีรายละเอียดดงั นี ้ 2.1 เตรียมความพร้อมด้านร่างกายและอารมณ์เพ่ือการเรียนรู้ โดยการสร้างสมั พนั ธภาพ ความค้นุ เคยระหวา่ งผ้วู ิจยั และผ้ปู ่ วย ให้เกิดความไว้วางใจและให้ความร่วมมือในการปฏิบตั ิ ให้คําแนะนํา ตามปัญหาเพื่อลดความกลวั หรือความกงั วลท่ีเกิดขนึ ้ 2.2 เห็นประสบการณ์ผ้อู ่ืนท่ีสามารถปฏิบตั ไิ ด้สาํ เร็จ โดยให้ดกู ารเดนิ ด้วยไม้เท้ากบั ผ้ปู ่ วย คนอ่ืนท่ีเดนิ ได้ 2.3 ประสบการณ์ความสาํ เร็จจากการปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง โดยให้กลมุ่ ตวั อยา่ งลองหดั เดนิ ด้วยตนเองโดยมีผ้ชู ว่ ยวจิ ยั คอยดแู ลใกล้ชิดจนเดนิ ได้และมน่ั ใจ
7 2.4 ชกั จงู ด้วยคําพดู โดยให้ความรู้เกี่ยวกบั การผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขาและการ ปฏิบตั ติ วั ก่อนและหลงั ผา่ ตดั อภิปรายข้อดขี องการออกกําลงั กาย พดู ชกั จงู ชีแ้ นะ และให้คําชมเชย การตรวจสอบคุณภาพของเคร่ืองมือ การตรวจสอบความตรงเชิงเนือ้ หา แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการฝึ กเดิน นําไปตรวจสอบความถูกต้องและ ครอบคลมุ ของเนือ้ หา และภาษาท่ีใช้โดยผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ 3 ท่าน ซง่ึ ประกอบด้วยอาจารย์แพทย์ท่ีมีความ เชี่ยวชาญด้านการดแู ลรักษาผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมกระดกู และข้อ 1 ท่าน และอาจารย์พยาบาลที่มีความรู้ความ ชํานาญเก่ียวกบั การใช้แนวคดิ ทฤษฏีของแบนดรู ่า 2 ท่าน คา่ ความตรงเชิงเนือ้ หาเทา่ กบั .06 -1.0 การตรวจสอบความเท่ยี ง 1. แบบประเมินระดบั ความปวด และแบบประเมินความสามารถการเดิน นําไปทดลองใช้กบั กลมุ่ ตวั อยา่ งจํานวน 20 ราย ที่มีลกั ษณะใกล้เคยี งกบั กลมุ่ ตวั อยา่ งในการวิจยั โดยผ้ชู ่วยวิจยั ทําการประเมิน ระดบั ความปวดจํานวน 2 ครัง้ โดยครัง้ แรกท่ีประเมนิ นบั เป็ นครัง้ ที่ 1 และเม่ือเวลาผา่ นไป 15 นาที เป็ นการ ประเมนิ ครัง้ ที่ 2 โดยสอบถามผ้ปู ่ วยวา่ เม่ือ 15 นาท่ีท่ีผา่ นมาผ้ปู ่ วยมีความปวดอย่ทู ่ีระดบั เท่าไหร่ แล้วหาคา่ ความเท่ียง คา่ ความเที่ยงท่ีได้เทา่ กบั .80 2. แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการฝึ กเดนิ ไปทดลองใช้กบั ตวั อย่างจํานวน 20 ราย ที่มีลกั ษณะคล้ายคลงึ กบั กลมุ่ ตวั อยา่ งท่ีศกึ ษาครัง้ นี ้เพ่ือตรวจสอบความสอดคล้องภายใน (internal consistency) โดยใช้สถิติสมั ประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach Alpha Coefficient) ค่าความ เท่ียงท่ีได้มีคา่ เทา่ กบั .93 การเกบ็ รวบรวมข้อมลู การวจิ ยั ครัง้ นีผ้ า่ นการพิจารณาจากคณะกรรมการจริยธรรมการวจิ ยั จากโรงพยาบาลศนู ย์แห่ง หนึ่งในภาคใต้ กล่มุ ควบคมุ ได้รับการพยาบาลตามปกติและกล่มุ ทดลองได้รับการจดั การความปวดแบบ ประคบเย็นร่วมกบั การสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน โดยมีขนั้ ตอนดงั นี ้ 1. ขนั้ เตรียมการ 1.1 ผ้วู จิ ยั ทําหนงั สือ ถึงผ้อู ํานวยการโรงพยาบาลศนู ย์สรุ าษฎร์ธานี เพื่อชีแ้ จง วตั ถปุ ระสงค์ ของการทําวิจยั ขออนญุ าตเก็บข้อมลู และทดสอบเคร่ืองมือกบั ผ้ปู ่ วยหลงั ผ่าตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขา ในหอผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมออร์โธปิ ดกิ ส์ 1.2 เมื่อได้รับอนญุ าตให้ทําการศกึ ษาวจิ ยั แล้ว ผ้วู ิจยั ขอเข้าพบหวั หน้ากลมุ่ งานพยาบาล และหวั หน้าหอผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมออร์โธปิ ดกิ ส์ เพ่ือแนะนําตวั และชีแ้ จงวตั ถปุ ระสงค์การวจิ ยั พร้อมทงั้ ขอ ความร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมลู
8 2. ขนั้ ทดลอง ผ้วู จิ ยั ทําการพิทกั ษ์สทิ ธิของผ้ปู ่ วยโดยมีแบบฟอร์มการแจ้งสทิ ธิและการลงนามยินยอมในการ เข้าร่วมวจิ ยั และดําเนินการรวบรวมข้อมลู ทงั้ ในกลมุ่ ควบคมุ และกลมุ่ ทดลอง ดงั รายละเอียดตอ่ ไปนี ้ 2.1 กลมุ่ ควบคมุ ครัง้ ท่ี 1 วนั แรกรับในหอผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมออร์โธปิ ดกิ ส์ ผ้วู จิ ยั สร้างสมั พนั ธภาพ แนะนําตวั ผ้วู ิจยั แจ้งวตั ถปุ ระสงค์ ขอความร่วมมือในการเก็บข้อมลู โดยผ้ชู ว่ ยวจิ ยั ทําการบนั ทกึ ข้อมลู สว่ นบคุ คลของ ผ้ปู ่ วยจากแฟ้ มประวตั แิ ละจากการสมั ภาษณ์ผ้ปู ่ วย และบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ข้อมลู สว่ นบคุ คล ครัง้ ท่ี 2 หลงั ผา่ ตดั วนั ที่ 3 มีขนั้ ตอนดงั นี ้ 1.ประเมนิ ระดบั ความปวดโดยใช้ pain scale 2.ประเมนิ ความเช่ือมน่ั ในสมรรถนะแหง่ ตน 3.ให้ผ้ปู ่ วยฝึกเดนิ โดยไมล่ งนํา้ หนกั ขาข้างท่ีได้รับการผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ไว้ ด้วยไม้ค้ายนั หรือเคร่ืองชว่ ยเดนิ สี่ขา (walker) จนกวา่ ผ้ปู ่ วยจะขอหยดุ พกั หลงั จากนนั้ เริ่มจบั เวลาตงั้ แต่ ผ้ปู ่ วยเร่ิมเดนิ ก้าวแรกจนถงึ ผ้ปู ่ วยขอหยดุ พกั และนบั เวลาท่ีผ้ปู ่ วยสามารถเดนิ ได้ 4.ประเมนิ ปวด โดยใช้ pain scale หลงั ฝึกเดนิ 2.2 กลมุ่ ทดลอง ครัง้ ที่ 1 วนั แรกรับในหอผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมออร์โธปิ ดกิ ส์ผ้วู จิ ยั สร้างสมั พนั ธภาพที่ดีระหวา่ ง ผ้วู ิจยั และผ้ปู ่ วย ซกั ถามอาการพร้อมทงั้ แนะนําตวั ผ้วู ิจยั แจ้งวตั ถปุ ระสงค์ ในการวิจยั รวมทงั้ บอกถึง ประโยชน์ในการเข้าร่วมวจิ ยั การพิทกั ษ์สทิ ธิ์การเข้าร่วมวิจยั เมื่อกลมุ่ ตวั อยา่ งยินยอมเข้าร่วมวิจยั ผ้วู ิจยั ให้ กล่มุ ตวั อย่างเซน็ ใบยินยอมเข้าร่วมวิจยั ในแบบฟอร์มพิทกั ษ์สิทธิ์หรือยินยอมด้วยปากเปลา่ ผ้ชู ่วยวิจยั ทํา การบนั ทึกข้อมลู สว่ นบคุ คลของผ้ปู ่ วยจากแฟ้ มประวตั ิและจากการสมั ภาษณ์ผ้ปู ่ วย และบนั ทึกลงในแบบ บนั ทกึ ข้อมลู สว่ นบคุ คล ครัง้ ท่ี 2 หลงั ผา่ ตดั วนั ท่ี 3 มีขนั้ ตอนดงั นี ้ 1. ประเมินระดบั ความปวด 2. ประเมินความเช่ือมน่ั ในสมรรถนะแหง่ ตน 3. ประคบเจลล่แี ชเ่ ยน็ ท่ีอณุ หภมู ิ 15-22 องศาเซลเซยี ล เป็ นเวลา 10-15 นาที บริเวณข้างขอบแผลโดยไมใ่ ห้สมั ผสั กบั แผล 4. ประเมนิ ความเช่ือมน่ั ในสมรรถนะแหง่ ตน 5. ให้ผ้ปู ่ วยฝึกเดนิ โดยไมล่ งนํา้ หนกั ขาข้างท่ีได้รับการผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู
9 ไว้ด้วยไม้ค้ายนั หรือเคร่ืองชว่ ยเดนิ สี่ขา (walker) จนกวา่ ผ้ปู ่ วยจะขอหยดุ พกั หลงั จากนนั้ เร่ิมจบั เวลาตงั้ แต่ ผ้ปู ่ วยเริ่มเดนิ ก้าวแรกจนถงึ ผ้ปู ่ วยขอหยดุ พกั และนบั เวลาที่ผ้ปู ่ วยสามารถเดนิ ได้ 6. ประเมนิ ปวด โดยใช้ pain scale หลงั ฝึกเดนิ การวเิ คราะห์ข้อมูล 1) วิเคราะห์ข้อมลู ทว่ั ไป ระดบั ความปวด ความเชื่อมน่ั ในสมรรถนะแห่งตน ความสามารถใน การเดนิ โดยการแจกแจงความถ่ี ร้อยละ คา่ เฉล่ีย และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) เปรียบเทียบคา่ คะแนน เฉลี่ยความปวด ความเช่ือมน่ั ในสมรรถนะแห่งตน ก่อนและหลงั ประคบเย็น ภายในกลมุ่ ทดลองโดยใช้สถิติ ทีคู่ (Paired t-test/dependent t-test) 3) เปรียบเทียบคา่ คะแนนเฉลี่ยความปวด และความเชื่อมนั่ ใน สมรรถนะแห่งตน ก่อนประคบเย็น ระหว่างกลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคมุ และเปรียบเทียบคา่ คะแนนเฉล่ีย ความปวด และความสามารถในการเดินหลงั ประคบเย็นระหว่างกลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคมุ โดยใช้สถิติที (independent t-test) การพทิ กั ษ์สิทธิกลุ่มตวั อย่าง ผ้วู ิจยั จะปฏิบตั ิตามจรรยาบรรณนกั วิจยั โดยพิทกั ษ์สิทธิของผ้ปู ่ วย คํานึงความเป็ นส่วนตวั ปกปิ ดความลบั ไม่เปิ ดเผยช่ือผ้ปู ่ วยในการเก็บรวบรวมข้อมลู และป้ องกนั ไมใ่ ห้เกิดอนั ตรายแก่ผ้ปู ่ วย โดย ผ้วู ิจยั แนะนําตวั ตอ่ ผ้ปู ่ วย ชีแ้ จงวตั ถปุ ระสงค์ วิธีการวิจยั หรือให้ผ้ปู ่ วยออกจากการวิจยั ได้ตามต้องการโดย ไมม่ ีผลตอ่ การรักษา และการพยาบาลท่ีจะได้รับ เปิ ดโอกาสให้ซกั ถามปัญหา หรือข้อสงสยั ตา่ งๆ แล้วจึงขอ ความร่วมมือในการทําวิจยั และให้ผ้ปู ่ วยเซ็นลงนามใบยินยอมเข้าร่วมโครงการวิจยั หรือยินยอมด้วยคําพดู หากผ้ปู ่ วยมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกตริ ะหว่างการทดลอง ผ้วู ิจยั จะหยดุ การทดลองทนั ที พร้อม ทงั้ ประเมินสญั ญาณชีพ ช่วยเหลอื เบอื ้ งต้นตามบทบาทวิชาชีพและรายงานอาการเหลา่ นนั้ แก่แพทย์เจ้าของ ไข้ เพ่ือให้ความช่วยเหลือท่ีเหมาะสมต่อไป ส่วนกลุ่มควบคุมจะได้รับการพยาบาลตามมาตรฐานการ พยาบาลของหอผ้ปู ่ วยศลั ยกรรมออร์โธปิ ดกิ ส์ ซง่ึ จะไมส่ ง่ ผลใดๆตอ่ การวจิ ยั ในครัง้ นี ้ ผลการวจิ ยั กลมุ่ ตวั อย่างในการวิจยั ครัง้ นีท้ งั้ กลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคมุ สว่ นใหญ่เป็ นเพศชาย นบั ถือ ศาสนาพทุ ธทงั้ หมด อายเุ ฉล่ียและนํา้ หนกั ของกลมุ่ ตวั อย่างทงั้ สองกลมุ่ ใกล้เคียงกนั คือกลมุ่ ทดลองมีอายุ เฉลยี่ 37 ปี (SD =10.51) นํา้ หนกั เฉล่ีย 55.65 กิโลกรัม (SD = 2.96) สว่ นกลมุ่ ควบคมุ มีอายเุ ฉล่ีย 36.03 ปี (SD =9.83) นํา้ หนกั เฉลี่ย 56.46 (SD =2.59) ไมเ่ คยมีประสบการณ์การผ่าตดั และไมม่ ีโรคประจาตวั ทงั้ กล่มุ ทดลองและกล่มุ ควบคมุ ยาบรรเทาปวดที่ได้รับหลงั ผ่าตดั ใส่เหล็กดามกระดกู ต้นขา คือมอร์ฟี น (Morphine) และพาราเซตามอล (Paracetamol) ซงึ่ พบว่าไมม่ ีความแตกตา่ งกนั ของการได้รับยาบรรเทา ปวด ระหวา่ งกลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคมุ
10 สมมตฐิ านข้อท่ี 1 หลงั ได้รับการประคบเย็นกลมุ่ ทดลองมีระดบั คะแนนความปวดลดลง คา่ คะแนนเฉลย่ี ของการรับรู้สมรรถนะแหง่ ตนและความสามารถในการเดนิ สงู กวา่ ก่อนทดลอง ความปวด ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียความปวดของกล่มุ ทดลองหลงั ได้รับการจดั การความปวด แบบประคบเย็นและการสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน กบั ก่อนได้รับการจดั การความปวดแบบประคบเย็นและ การสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน พบวา่ มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ t= 11.54, p<.01 การรับรู้สมรรถนะแหง่ ตน ผลการเปรียบเทียบความแตกตา่ งของคะแนนเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของกลมุ่ ทดลอง หลงั ได้รับการจดั การความปวดแบบประคบเย็นและการสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน กบั ก่อนได้รับการจดั การ ความปวดแบบประคบเย็นและการสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตนพบวา่ มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สําคญั ทาง สถิติ t =-5.49, p < .01 ความสามารถในการเดนิ ผลการเปรียบเทียบความแตกตา่ งของคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการเดินของกลมุ่ ทดลอง หลงั ได้รับการจดั การความปวดแบประคบเย็นและการส่งเสริมสรรถนะแห่งตน กับก่อนได้รับการจดั การ ความปวดแบบประคบเย็นและการส่งเสริมสรรถนะแห่งตนพบว่ามีความแตกตา่ งกนั อย่างมีนยั สําคญั ทาง สถิติ t=4.65, p <.01 ตารางท่1ี เปรียบเทียบค่าคะแนนเฉล่ียและสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานของความปวด การรับรู้สมรรถนะแห่ง ตนและความสามารถในการเดนิ ระหวา่ งก่อนและหลงั ทดลองภายในกลมุ่ ทดลอง ด้วยสถิตทิ ีคู่ ก่อนทดลอง หลงั ทดลอง M S.D ตวั แปร M S.D 5.15 .86 t-test p-value 15.03 .77 11.54 .00* ความปวด 5.50 .81 -5.49 .00* 15.26 2.75 การรับรู้ 13.80 1.49 4.65 .00* สมรรถนะแหง่ ตน 2.54 ความสามารถใน 12.01 การเดิน * P<.o1
11 สมมตฐิ านข้อท่ี 2 หลงั ได้รับการประคบเย็นกลมุ่ ทดลองมีระดบั คะแนนความปวดต่าํ กวา่ กลมุ่ กลมุ่ ควบคมุ และความสามารถในการเดนิ สงู กวา่ กลมุ่ ควบคมุ ความปวด ผลการเปรียบเทียบคะแนนคา่ เฉล่ียของผลตา่ งของความปวดก่อนและหลงั การทดลอง พบวา่ กลมุ่ ควบคมุ มีคะแนนเฉลี่ยของผลตา่ งของความปวด เท่ากบั +2.15 ในขณะท่ีกลมุ่ ทดลองมีคะแนนเฉล่ีย ของผลตา่ งของความปวด เท่ากบั -.35 ทงั้ นีพ้ บว่ามีความแตกต่างอย่างมีนยั สําคญั ทางสถิติ t=-7.61, p<.01 ซงึ่ พบวา่ หลงั การทดลองกลมุ่ ควบคมุ มีคา่ คะแนนความปวดสงู กวา่ กลมุ่ ทดลอง ความสามารถในการเดนิ ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียความสามารถในการเดินระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่ม ควบคมุ หลงั ได้รับการจดั การความปวดแบบประคบเย็นร่วมกบั การสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน พบวา่ มีความ แตกต่างกนั อย่างมีนยั สําคญั ทางสถิติ t = 4.46, p < .01 โดยพบว่ากลมุ่ ทดลองมีคะแนนเฉลี่ย ความสามารถในการเดนิ สงู กวา่ กลมุ่ ควบคมุ ตารางท่ี 2 เปรียบเทียบคา่ คะแนนเฉลี่ย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานของความปวด และการรับรู้สมรรถนะแห่ง ตน ก่อนทดลองระหวา่ งกลมุ่ ทดลองและกลมุ่ ควบคมุ และเปรียบเทียบคา่ คะแนนเฉลีย่ สว่ นเบยี่ งเบน มาตรฐานของความปวด ความสามารถในการเดิน หลงั การทดลองระหว่างกล่มุ ทดลองและกล่มุ ควบคมุ โดยใช้สถิตทิ ีอิสระ กลมุ่ ควบคมุ กลมุ่ ทดลอง ตวั แปร (n=26) (n=26) t-test p-value M S.D M S.D ก่อนทดลอง -ความปวด 5.19 .749 5.50 .81 1.42 .16 -การรับรู้สมรรถนะแห่ง 13.88 1.21 13.80 1.49 .45 .64 ตน หลงั ทดลอง -ความปวด 6.76 .58 5.15 .86 2.06 .00* -ความสามารถในการ 12.07 2.39 15.26 2.75 4.46 .00* เดนิ ผลต่างของค่าคะแนน 2.15 .61 -.35 .58 -7.61 .00* เฉลี่ยความปวดก่อน และหลงั ทดลอง * p<.01
12 การอภปิ รายผล ผลการศึกษาครัง้ นีพ้ บว่าหลงั การทดลอง กล่มุ ทดลองมีระดบั ความปวดหลงั ผ่าตดั ใสเ่ หล็ก ดามกระดกู ต้นขาลดลงมากกวา่ กลมุ่ ที่ได้รับการพยาบาลตามปกตอิ ย่างมีนยั สําคญั ทางสถิติ ซง่ึ ผลการวิจยั ครัง้ นีส้ ามารถอธิบายได้ดงั นี ้ การที่ค่าคะแนนเฉลี่ยความปวดของกล่มุ ทดลองลดลงมากกว่ากล่มุ ควบคมุ เน่ืองจากกล่มุ ทดลองได้รับการจดั การความปวดแบบประคบเย็น ซงึ่ สามารถอธิบายด้วยทฤษฎีควบคมุ ประตรู ะดบั ไขสนั หลงั ได้วา่ ความเย็นลดการหลงั่ สารเคมี เชน่ ฮีสตามีน และกรดแลคตคิ ที่กระต้นุ ปลายประสาทรับความรู้สกึ ทาให้อตั ราเร็วการสง่ ผา่ นกระแสประสาทตอ่ ไปยงั ไขสนั หลงั และสมองลดลง ทําให้การรับรู้ตอ่ ความปวด ลด น้อยลง รวมทงั้ ความเย็นมีผลตอ่ เซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บลดการหลง่ั สารพรอสตาแกรนดิน ทําให้การอกั เสบ ลดลง ความปวดจึงลดลง และการศกึ ษาครัง้ นีน้ อกจากการจดั การความปวดแบบประคบเย็นแล้วยงั มีการ สง่ เสริมสมรรถนะแห่งตน โดยให้กําลงั ใจ ชมเชย ให้ดตู ้นแบบที่สามารถเดนิ ได้และฝึ กให้ผ้ปู ่ วยสามารถเดนิ ได้ด้วยตนเองจนสาํ เร็จและชํานาญ จงึ ทําให้กลมุ่ ตวั อยา่ งมีความเช่ือมนั่ มากยิ่งขนึ ้ ในการฝึกเดนิ ผลการวจิ ยั นีจ้ ะเห็นได้วา่ กลมุ่ ทดลองมีความสามารถในการเดนิ หลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขามากกวา่ กลมุ่ ควบคมุ สอดคล้องกบั การศกึ ษาที่ผา่ นมาพบวา่ การจดั การความปวดแบบประคบเย็นใน กลมุ่ ผ้ปู ่ วยท่ีเนือ้ เย่ือได้รับบาดเจ็บจากการออกกําลงั กาย กลมุ่ ผ้ปู ่ วยผา่ ตดั ทวั่ ไป และกลมุ่ ผ้ปู ่ วยท่ีได้รับการ ผา่ ตดั กระดกู และข้อ พบว่าหลงั ใช้ความเย็นประคบแผลผ่าตดั กลมุ่ ทดลองมีระดบั ความปวดลดลง (Jon, 2010) และจากการศกึ ษาการสง่ เสริมสมรรถนะแห่งตนตอ่ การจดั การตนเอง ทงั้ ในเร่ืองการออกกําลงั กาย การควบคมุ ภาวะอ้วน และการเลีย้ งบตุ รด้วยนมมารดา จะพบว่ากล่มุ ทดลองมีความเชื่อมน่ั ในสมรรถนะ แห่งตนตอ่ การออกกําลงั กาย การควบคมุ ความอ้วนและการเลีย้ งลกู ด้วยนมมารดา สงู กว่ากลมุ่ ควบคมุ อยา่ งมีนยั สาํ คญั ทางสถิติ (อวรวรรณ ประภาศลิ ป์ , ชดช้อย วฒั นะ และทิพาพร ธาระวานิช, 2013; โบว์ชมพู บตุ รแสงดี, กรรณิการ์ กนั ธะรักษา และจนั ทรรัตน์ เจริญสนั ติ, 2013; Hughes, Seymour, Campbell, Pollak, Huber & Sharma, 2004) และผลการวจิ ยั ครัง้ นีพ้ บวา่ หลงั จากความปวดลดลงและความเชื่อมนั่ ใน สมรรถนะแห่งตนสงู ขนึ ้ จงึ ทําให้กลมุ่ ทดลองเดนิ ได้โดยใช้เวลาท่ีนานกว่ากลมุ่ ควบคมุ ซง่ึ อธิบายได้ว่ากลมุ่ ทดลองได้รับการจดั การความปวดหลงั ผ่าตดั ที่ดีร่วมกบั ได้รับการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการ เดนิ หลงั ผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขา ซง่ึ ผ้วู ิจยั ได้ชกั จงู และให้กําลงั ใจผ้ปู ่ วยตลอดเวลาวา่ ผ้ปู ่ วยสามารถ เดนิ ได้ จึงเป็ นการเพ่ิมความเชื่อมนั่ ให้กบั ผ้ปู ่ วยว่าสามารถเดินได้ เช่นเดียวกบั การศกึ ษาท่ีผา่ นมาท่ีพบว่า การรับรู้สมรรถนะแห่งตนสงู สง่ ผลให้ผ้ปู ่ วยหลงั ผ่าตดั เปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีการลกุ เดิน มีระยะเวลาท่ีเดิน และความถ่ีในการเดนิ เพ่ิมขนึ ้ (Focht, Rejeski, Ambrosius, Katula & Messier, 2005; Harnirattisai & Johnson , 2005) จะเห็นได้ว่าการจดั การกับความปวดแบบประคบเย็นร่วมกับการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะ แห่งตน สามารถลดปวดจากการผา่ ตดั ใสเ่ หลก็ ดามกระดกู ต้นขา และเพ่ิมความสามารถการเดินภายหลงั
13 ผา่ ตดั ได้ ซง่ึ เป็ นสง่ิ สําคญั ท่ีจะทําให้การฟื น้ ฟสู ภาพหลงั ผ่าตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขามีประสทิ ธิภาพมาก ยิง่ ขนึ ้ ข้อเสนอแนะ ด้านการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล 1. ควรนําการประคบเย็นด้วยเยลลี่เจล ในการบรรเทาปวดหลงั ผ่าตดั กระดกู และข้อเพื่อลด ปริมาณการใช้ยาบรรเทาปวดและผลข้างเคยี งที่อาจเกิดขนึ ้ 2. ในผ้ปู ่ วยที่ได้รับการผ่าตดั ใสเ่ หล็กดามกระดกู ต้นขาควรส่งเสริมการรบรู้สมรรถนะแห่งตน ซาํ ้ หลายครัง้ และตอ่ เน่ืองจงึ จะสง่ ผลให้ฟื น้ ฟสู ภาพหลงั ผา่ ตดั มีประสทิ ธิภาพสงู ขนึ ้ ด้านการวิจยั ควรประเมินผลลพั ธ์สขุ ภาพด้านอ่ืนๆ เช่น ความสามารถในการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆใน ชีวิตประจําวนั หลงั ทดลอง ขณะรักษาตวั อยใู่ นโรงพยาบาล กิตตกิ รรมประกาศ วิจยั ฉบบั นีส้ ําเร็จลลุ ว่ งได้ด้วยความเมตตา และการช่วยเหลือที่ดีย่ิงจากผ้ทู รงคณุ วฒุ ิที่กรุณา ให้คําปรึกษางานวิจยั ครัง้ นีค้ ือ ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ยวุ ดี วิทยพนั ธ์ และดร.ฉลวย เหลือบรรจง ที่ชีแ้ นะ ตรวจสอบ แก้ไขข้อบกพร่อง ในการทําวิจยั ตงั้ แตเ่ ร่ิมแรก จนกระทงั่ สําเร็จลลุ ว่ งได้ด้วยดี รวมทงั้ คอยให้ กําลงั ใจตลอดมา ผ้วู จิ ยั รู้สกึ ซาบซงึ ้ ในความกรุณา จงึ ขอขอบพระคณุ เป็ นอยา่ งสงู ไว้ ณ ท่ีนี ้ ขอขอบพระคณุ ผ้ทู รงคณุ วฒุ ิในการตรวจสอบเคร่ืองมือวิจยั ทกุ ท่าน ท่ีได้กรุณาเสียสละเวลา อนั มีคา่ พร้อมทงั้ ให้ข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไข ข้อคิดเห็นท่ีมีประโยชน์ เพื่อนําไปปรับปรุงให้มีความ สมบรู ณ์มากขนึ ้ นอกจากนีข้ อขอบคณุ คณบดีและคณาจารย์คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สรุ าษฎร์ธานีทกุ ทา่ น ที่ให้ความช่วยเหลอื ในด้านตา่ งๆและเป็ นกําลงั ใจอยา่ งดีย่งิ เรื่อยมา เอกสารอ้างองิ โบว์ชมพู บตุ รแสงด,ี กรรณิการ์ กนั ธะรักษา และจนั ทรรัตน์ เจริญสนั ต.ิ (2013). ผลของการสง่ เสริม สมรรถนะแห่งตนตอ่ ความสาํ เร็จในการเลีย้ งบตุ รด้วยนมมารดาอยา่ งเดียวของมารดาท่ีผา่ ตดั คลอดทางหน้าท้อง. พยาบาลสาร, 40(3), 1-10. ลกั ขณา มรกต. (2548). ผลของการใหข้ อ้ มูลร่วมกบั การประคบความเย็นต่อความปวดหลงั ผ่าตดั ของผูป้ ่วย กระดูกขาหกั . วทิ ยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการพยาบาลผ้ใู หญ่คณะ พยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , กรุงเทพมหานคร.
14 วรรณี สตั ยวิวฒั น์. (2551). การพยาบาลผูป้ ่วยออร์โธปิ ดิกส์. (พิมพ์ครัง้ ท่ี 6). กรุงเทพมหานคร: ห้างห้นุ สว่ น จํากดั เอน็ พีเพรส. อวรวรรณ ประภาศลิ ป์ , ชดช้อย วฒั นะ และทิพาพร ธาระวานิช (2013). ผลของโปรแกรมการสง่ เสริม สมรรถนะในการจดั การตนเองตอ่ พฤตกิ รรมการจดั การตนเอง ภาวะอ้วนความเสี่ยงตอ่ การเกิด โรคหวั ใจและหลอดเลอื ดและการหายจากภาวะเมตาบอลกิ ซนิ โดรมในผ้ทู ี่มีภาวะเมตาบอลกิ ซนิ โดรม. พยาบาลสาร, 40(1), 49-61. Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman and company. Bleakley, C., Mc Donough, S., Gardner, E., Baxter, G. D., Hopkins. J. T., & Davison. G. W. Cold‐ water immersion (cryotherapy) for preventing and treating muscle soreness after exercise. Cochrane Database of Systematic Reviews 2012, Issue 2. Art. No: CD008262. DOI: 10.1002/14651858.CD008262.pub2. Birnie, K. A., Parker, J. A., & Chambers, C.T. (in press). Relevance of water temperature, apparatus, and age to children’s pain during the cold pressor task. Pain Practice. Epub ahead of print November 12, 2014. doi: 10.1111/papr.12257. PMID: 25385307. Cacanindin, P. N., Wong, J., & Ries, M. D. (2007). Rehabilitation for the post surgical orthopedic patient. California: Mosby. Chou, R., Huffman, L.H., American Pain Society, & American College of Physicians. (2007). Nonpharmacologic therapies for acute and chronic low back pain: a review of the evidence for an American Pain Society/American College of Physicians clinical practice guideline. Annals of Internal Medicine, 147(7), 492-504. RetrievedSeptember23,2012,fromhttp://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17909210. Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for behavioral sciences (2nd Eds.). New Jesey. Lawrence Erlbaum Associates. Focht, B. C., Rejeski, W. J., Ambrosius, W. T., Katula, J. A., & Messier, S. P. (2005). Exercise, self-efficacy, and mobility performance in overweight and obese older adults with knee osteoarthritis. Arthritis & Rhumatism, 53, 659-665. Hanirattisai, T., & Johnson, R. A. (2005). Effective of behavioral change intervention in Thai elders after knee replacement. Nursing Research, 54, 97-107.
15 Hughes S. L, Seymour R. B, Campbell R, Pollak N, huber G, & Sharma L. (2004). Impact of the fit and strong intervention on older adults with osteoarthritis. Gerontologist; 44, 217- 228. Jon, E. B. (2010). Cold and compression in the management of musculoskeletal injuries and orthopedic operative procedures: a narrative review. Journal of sport Medicine, 1, 105-113.
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: