Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการตัดสินกรีฑาคนพิการ

คู่มือการตัดสินกรีฑาคนพิการ

Published by library dpe, 2023-05-29 06:56:43

Description: คู่มือการตัดสินกรีฑาคนพิการ

Search

Read the Text Version

2. การวดั ทางวงิ่ ใหว้ ดั หา่ งจากขอบดา้ นในออกมา 30 เซนตเิ มตร จากขอบโคง้ ถา้ ไมม่ ขี อบในกใ็ หว้ ดั จาก เสน้ แสดงขอบในของล่วู ่งิ ออกมา 20 เซนตเิ มตร 3. ระยะทางของการแข่งขันจะต้องวัดจากขอบนอกของเส้นเร่ิมไปถึงขอบของเส้นชัยด้านท่ีอยู่ต่อจาก เส้นเรมิ่ 4. ในการแข่งขันว่ิงระยะทางไม่เกิน 400 เมตร ผู้แข่งขันแต่ละคนจะต้องวิ่งในช่องวิ่งเฉพาะของตนมี ความกว้าง  1.22  เมตร  มีเส้นกว้าง  5  เซนติเมตร  เป็นเส้นเขตตลอดช่องกว้างเท่ากัน  ช่องวิ่งด้านในจะต้องวัดตาม ท่ีระบไุ วใ้ นยอ่ หนา้ ที่ 2 ข้างบนน ้ี แตช่ ่องท่เี หลือจะต้องวดั จากขอบนอกของเส้นแนวช่องวง่ิ ออกไป 20 เซนติเมตร หมายเหตุ : เส้นแบ่งช่องทางขวามือของแต่ละช่องให้รวมอยู่ในความกว้าง  ของช่องวิ่งน้ันๆ  ด้วย  และถ้าสนามสร้างก่อน วนั ที่ 1 มกราคม 2004 ความกวา้ งของชอ่ งว่งิ จะเปน็  1.25 เมตรได้ 5. ในการแขง่ ขนั ระหว่างประเทศภายใต้ 1.1 (a), (b), (c) และ (f) ลวู่ ง่ิ ควรจะมี 8 ช่องว่งิ 6. ความลาดเอียงของลู่ว่ิงด้านข้าง (จากด้านนอกลู่เข้ามาขอบใน) มากท่ีสุดไม่เกิน 1 : 100 และความ ลาดเอยี งของทางวงิ่ ไปตามทิศทางวิ่งไมเ่ กิน 1 : 1000 หมายเหตุ : เป็นข้อเสนอแนะว่า ส�ำหรับลู่วิ่งท่ีสร้างใหม่ความลาดเอียงของลู่วิ่งด้านข้างควรลาดเอียงจากด้านนอกลงไปหา ด้านใน 7. ความรู้ทางเทคนิคทั้งหมดเกี่ยวกับเส้นต่างๆ ของลู่วิ่งแผนผังและเครื่องหมายต่างๆ มี อยู่ในหนังสือ คู่มือส่ิงอ�ำนวยความสะดวกกรีฑาประเภทลู่และลานของ  IAAF  (IAAF  Track  and  Field  Facilities  Manual) กติกาน้กี ล่าวถึงเฉพาะหลักพ้นื ฐานที่จ�ำเป็นตอ้ งติดตามเทา่ นนั้ ทยี่ นั เท้าเร่ิมวงิ่  (Starting Blocks) 1. ท่ียันเท้าต้องใช้ส�ำหรับการว่ิงแข่งขันทุกประเภทในระยะทางไม่เกิน 400 เมตร (รวมท้ังว่ิงผลัดของ 4 x 200  เมตร  และ  4 x 400  เมตร  และผลัดผสม)  แต่ต้องไม่ใช้กับการแข่งขันประเภทอื่นๆ  เมื่ออยู่ในลู่ว่ิงส่วนหน่ึง สว่ นใดของทยี่ นั เทา้  ตอ้ งไมล่ ำ้� เสน้ เขา้ ไปในเสน้ เรม่ิ หรอื ยนื่ เขา้ ไปในชอ่ งวงิ่ อนื่  ทย่ี นั เทา้ จะตอ้ งมรี ายละเอยี ดทวั่ ๆ ไป ดงั ต่อไปนี้ (a) ที่ยนั เท้าจะตอ้ งท�ำด้วยวัสดุทีแ่ ขง็ แรง และตอ้ งไมก่ อ่ ให้เกิดการไดเ้ ปรยี บนักกรฑี าคนอน่ื ๆ (b) ทยี่ นั เทา้ จะตอ้ งยดึ กบั ลวู่ ง่ิ ดว้ ยหมดุ หรอื ตะปซู งึ่ กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายแกล่ วู่ งิ่ นอ้ ยทสี่ ดุ ทง้ั ตอ้ ง งา่ ยและรวดเรว็ ตอ่ การเคลอ่ื นยา้ ยจำ� นวนความหนา และความยาวของหมดุ  หรอื ตะปขู นึ้ อยู่ กับโครงสรา้ งของผวิ ลู่ การยึดเกาะตอ้ งมัน่ คงไม่เลือ่ นหลดุ เมือ่ ออกวงิ่ (c) ถ้านักกรีฑาใช้ที่ยันเท้าของตนเอง ก็จะต้องมีลักษณะเป็นไปตามข้อ (a) และ (b) ข้างบนน้ี จะออกแบบหรือประดษิ ฐ์อยา่ งใดกไ็ ด้ท่ไี ม่กดี ขวางนักกรฑี าคนอนื่ ๆ (d) เมื่อที่ยันเท้าจัดไว้ให้โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันก็จะต้องมีรายละเอียดโดยเฉพาะ เพ่ิมเติมดงั ต่อไปน้ี ท่ียันเท้าอาจประกอบด้วยแผ่นวางเท้า 2 แผ่น เป็นที่ยันเท้าของนักกรีฑาในขณะที่อยู่ในต�ำแหน่งปล่อย ตัวท่วี างเทา้ จะตดิ ตัง้ อยูบ่ นกรอบท่ีแข็งแรง และไม่กีดขวางเท้าของนักกรฑี าเมอื่ ถีบเท้าออกจากท่ยี นั เทา้ ทย่ี นั เทา้ อาจลาดชนั เพอื่ เหมาะสมกบั ทา่ ตง้ั ตน้ ออกวงิ่ อาจตรง แบนหรอื โคง้ เลก็ นอ้ ย ผวิ หนา้ ของทยี่ นั เทา้ จะถูกเตรียมเพื่อให้ความสะดวกท่ีจะยึดตะปูรองเท้าของนักกรีฑา  อาจท�ำเป็นซอกหรือร่องบนพื้นผิวของท่ีวางเท้า หรือห้มุ ผิวหน้าของท่ีวางเท้าด้วยวัสดุทีเ่ หมาะสมแก่การยึดของตะปรู องเท้า ท่ีวางเท้าท่ีติดบนกรอบท่ีแข็งแรงนั้นอาจจะปรับได้แต่จะต้องไม่เคล่ือนไหว ในระหว่างการปล่อยตัวใน 50  คมู่ ือการตัดสนิ กรีฑาคนพิการ

ทุกๆ  กรณี  ที่วางเท้าจะถูกปรับไปข้างหน้าหรือข้างหลังเพ่ือให้สัมพันธ์ซ่ึงกันและกัน  การปรับนั้นจะต้องปรับให้ ยึดแนน่ มนั่ คงโดยใช้เครื่องจบั  หรอื เครื่องกลไกในการล็อคทน่ี ักกรฑี าสามารถจดั วางได้ง่ายรวดเรว็ 2. ในการแขง่ ขนั ทจ่ี ดั ขนึ้ ภายใตก้ ตกิ าขอ้  1.1 (a), (b), (c), และ (f) ทยี่ นั เทา้ จะตอ้ งเชอื่ มเขา้ กบั อปุ กรณ์ จบั การปลอ่ ยตวั ผดิ ทผ่ี า่ นการรบั รองจาก IAAF ผปู้ ลอ่ ยตวั และหรอื ผเู้ รยี กตวั นกั กรฑี ากลบั ทไ่ี ดร้ บั การแตง่ ตง้ั หนง่ึ คนจะ ตอ่ เชอ่ื มอปุ กรณค์ วบคมุ การปลอ่ ยตวั ผดิ นก้ี บั หฟู งั ทสี่ วมบนศรี ษะ (Headphon) ซง่ึ จะทำ� ใหเ้ ขาไดย้ นิ สญั ญาณเสยี ง เมื่ออุปกรณ์จับการปล่อยตัวผิดตรวจจับได้  (เช่น  เวลา  ปฏิกิริยาน้อยกว่า  100/100  ของวินาที)ทันทีท่ีผู้ปล่อยตัว หรือผู้เรียกตัวนักกรีฑากลับหนึ่งคน  ได้ยินสัญญาณเสียง  และถ้าปืนปล่อยตัวได้ถูกยิงออกไปหรืออุปกรณ์การ ปลอ่ ยตวั ทไ่ี ดร้ บั การรบั รองแลว้ ทำ� งานจะมกี ารเรยี กตวั นกั กรฑี ากลบั และผปู้ ลอ่ ยตวั จะตรวจดเู วลาปฏกิ ริ ยิ าในทนั ที จากเครื่องจับการปล่อยตัวผิดเพื่อที่ยืนยันว่านักกรีฑาคนใด  หรือหลายคนเร่ิมต้นผิด  ระบบนี้ควรจะน�ำไปใช้กับ การแข่งขนั ทุกระดบั 3. ในการแข่งขันภายใต้กติกาข้อ 1.1 (a) ถึง (f) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้ท่ียันเท้าที่คณะกรรมการจัดการ แข่งขันจัดให้และในการแข่งขันอื่นๆ ในประเภทลู่ทั้งหมด คณะกรรมการจัดการแข่งขันอาจจะยืนกรานว่าท่ียันเท้า ที่คณะกรรมการแขง่ ขันจัดให้เท่านั้น จงึ น�ำมาใชไ้ ด้ การปลอ่ ยตัว (The Start) 1. เส้นเร่ิมของการวิ่งแข่งขันจะต้องแสดงให้เห็นด้วยเส้นขาวกว้าง 5 เซนติเมตร ในการว่ิงแข่งขันทุก ประเภทท่ีไม่ได้ก�ำหนดช่องวิ่งเฉพาะตัวไว้เส้นเริ่มว่ิงจะเป็นเส้นโค้งเพื่อให้นักวิ่งทุกคน มีระยะทางว่ิงไปถึงเส้นชัย เท่านัน้  ถ้านอกสนามเส้นเริ่มอาจกว้าง 30 เซนติเมตร 2. การวิง่ แข่งขนั ทงั้ หมด จะปลอ่ ยตัวด้วยเสียงปนื ของผปู้ ลอ่ ยตัวหรืออุปกรณ์ปล่อยตวั ทไ่ี ด้รับการรบั รอง แล้วอย่างอื่นยิงข้ึนไปบนอากาศ  หลังจากเขาแน่ใจว่าผู้เข้าแข่งขันได้น่ิงและเข้าที่ตามต�ำแหน่งปล่อยตัวที่ถูกต้อง แล้ว 3. ในการแข่งขันระหว่างประเทศทั้งหมด  ค�ำสั่งของผู้ปล่อยตัวใช้ภาษาของประเทศเจ้าภาพภาษา อังกฤษ  หรือภาษาฝรั่งเศสก็ใช้ได้ในการแข่งขันระยะทางไม่เกิน  400  เมตร  (รวมทั้งว่ิงผลัดของ  4 x 200  เมตร 4 x 400  เมตร  และผลัดผสม)  ใช้ค�ำส่ังด้วยค�ำว่า  “เข้าที่”  (On  your  Marks)  “ระวัง”  (Set)  และเมื่อผู้เข้าแข่งขัน ท้งั หมดอยใู่ นท่าพร้อมและนิง่  ปืนจะถกู ยิงทนั ทหี รอื อปุ กรณ์การปลอ่ ยตวั ทร่ี บั รองแลว้ เริ่มปฏบิ ตั งิ าน ในการแขง่ ขันระยะทางที่มากกวา่  400 เมตร ค�ำสั่งจะใช้ค�ำวา่  “เขา้ ที่” (On your Marks) และเมื่อผเู้ ข้า แข่งขันอยู่ในท่าพร้อมและน่ิงก็จะยิงปืนหรืออุปกรณ์การปล่อยตัวที่ได้รับการรับรองแล้วเริ่มปฏิบัติงาน   โดยผู้เข้า แขง่ ขันจะตอ้ งไมใ่ ช้มอื หนง่ึ หรือสองขา้ งแตะพนื้ 4. ไมว่ า่ ดว้ ยเหตผุ ลใดกต็ าม หากปลอ่ ยตวั เหน็ วา่ ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ยงั ไมพ่ รอ้ มทจี่ ะเรม่ิ ออกวงิ่ หลงั จากไดส้ ง่ั ให้ เข้าท่ีแล้วผู้ปล่อยตัวจะส่ังให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดถอยออกไปจากที่ของตนเอง  และผู้ช่วยผู้ปล่อยตัวจะให้นักกรีฑา ไปรอทีเ่ ส้นรอ (Assembly Line) อีกคร้ังหนงึ่ ในการวิ่งระยะทางไม่เกิน 400 เมตร (รวมท้ังไม้แรกของการวิ่งผลัด 4 x 200 เมตร 4 x 400 เมตร และ ผลัดผสม)  ต้องตั้งท่าออกเร่ิมว่ิงด้วยท่าหมอบ  (Crouch  Start)  และต้องใช้ท่ียันเท้า  หลังจากค�ำส่ัง  “เข้าท่ี”  ผู้เข้า แข่งขันจะต้องเข้าไปใกล้เส้นปล่อยตัว  เข้าสู่ต�ำแหน่งของตนเองภายในเส้นเร่ิมว่ิงมือท้ังสองข้างและเข่าหนึ่งข้าง ตอ้ งแตะพนื้ กบั พน้ื  และเทา้ ทง้ั สองขา้ งตอ้ งแตะกบั ทย่ี นั เทา้  เมอื่ คำ� สงั่  “ระวงั ” ดงั ขน้ึ  ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั จะตอ้ งยกตวั ขนึ้ สู่ ตำ� แหนง่ เตรยี มออกวง่ิ  แตย่ งั คงใหม้ อื ทง้ั สองขา้ งแตะอยทู่ พ่ี นื้  และเทา้ ทง้ั สองแตะทย่ี นั เทา้  ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ตอ้ งไมแ่ ตะ เส้นเริ่มหรือพื้นหนา้ เส้นเริ่มด้วยมือหรอื เทา้ เม่อื เขา้ ทีแ่ ล้ว 5. เมื่อมีค�ำส่ัง “เข้าท่ี” หรือ “ระวัง” แล้วแต่กรณี ผู้เข้าแข่งขันท้ังหมดจะต้องอยู่ในสภาพพร้อมออกว่ิง ค่มู อื การตัดสนิ กรฑี าคนพกิ าร  51

ในทนั ทีโดยปราศจากการชักช้า ผู้เข้าแข่งขันท่ีพลาดในกรณีท่ีจะปฏิบัติตามค�ำส่ังนี้หลังจากพ้นเวลาอันสมควรแล้วให้ถือว่าผู้น้ันท�ำการ เร่มิ ต้นไม่ถูกตอ้ ง 6. หลังจากได้ยินค�ำสั่ง “เข้าที่” แล้วผู้เข้าแข่งขันคนใดรบกวนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นด้วยเสียงหรือวิธีการ อย่างอนื่ ก็อาจพิจารณาว่าเปน็ การเริม่ ตน้ ทไี่ มถ่ กู ต้องได้ ก. นักกรฑี า ไม่ปฏบิ ัตติ ามกติกา เมอ่ื ผู้ปล่อยตัวสั่ง “เข้าที่” หรอื  “ระวัง” ในเวลาที่เหมาะสม ข. หลังจากค�ำส่ัง “เข้าที่” นักกรีฑารบกวนนักกรีฑาคนอ่ืนท่ีร่วมการแข่งขันโดยใช้เสียงหรือวิธี อ่ืนใด หมายเหตุ : เม่ือน�ำอุปกรณ์ควบคุมการปล่อยตัวที่ไม่ถูกต้องมาใช้ ผลท่ีปรากฏออกมาจากการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ผู้ปล่อย ตัวต้องยอมรับและปฏบิ ตั ิตาม 7. ผู้เข้าแข่งขันคนใดท�ำการเริ่มต้นที่ไม่ถูกต้องครั้งแรกจะถูกเตือน หลังจากน้ันไม่ว่า จะเป็นนักกรีฑา คนใดก็ตามกระท�ำไม่ถูกต้องจะถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน  ส�ำหรับประเภทรวมนักกรีฑาคนใดกระท�ำไม่ถูก ตอ้ งคร้ังท ี่ 2 จะถูกตดั สทิ ธ์ิใหอ้ อกจากการแขง่ ขัน 8. ถ้าผู้ปล่อยตัวหรือผู้เรียกตัวนักกรีฑากลับมีความเห็นว่าการเริ่มต้นไม่เป็นธรรม จะเรียกผู้เข้าแข่งขัน ทั้งหมดกลับคนื มาตงั้ ตน้ ใหม ่ โดยการยงิ ปืนซ้�ำ หมายเหตุ : ในทางปฏิบัติน้ันเมื่อผู้เข้าแข่งขันคนเดียวหรือหลายคน  เริ่มต้นออกว่ิงไม่ถูกต้อง  ผู้เข้าแข่งขันคนอ่ืนๆ  มักจะ ตามไปบ้าง  ในกรณีถ้ากล่าวอย่างเคร่งครัดแล้วผู้เข้าแข่งขันใดท่ีท�ำเช่นน้ันถือว่าเร่ิมต้นไม่ถูกต้องด้วย  ผู้ปล่อยตัวควรจะ เตอื นเฉพาะผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ การเรม่ิ ตน้ ทผ่ี ดิ เทา่ นน้ั  ซงึ่ การเตอื นนอี้ าจมผี เู้ ขา้ แขง่ ขนั มากกวา่ หนงึ่ คนทถ่ี กู เตอื น ผเู้ ขา้ แข่งขันคนอ่นื ๆ ไมค่ วรมีการเตือนใด 9. 1,000 เมตร 2,000 เมตร 3,000 เมตร 5,000 เมตร และ 10,000 เมตร เมื่อผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 12  คน  ในการว่ิงแข่งขันจะต้องแบ่งออกเป็น  2  กลุ่ม  กลุ่มที่หนึ่งประมาณ  65  เปอร์เซ็นต์  ของผู้แข่งขันอยู่บน เส้นโค้งปกติของเส้นปล่อยตัว  และอีกกลุ่มหนึ่งอยู่บนเส้นโค้งที่แยกออกไปที่เส้นปล่อยตัวที่ลากตัดครึ่งด้านนอก ของลู่ว่งิ  กลุ่มดังกลา่ วนจี้ ะตอ้ งวิ่งไปไกลจนถึงปลายสุดโค้งแรกทอ่ี ยบู่ นครึ่งด้านนอกของลวู่ ิง่ แล้วจงึ ตดั เขา้ ในได้ เส้นโค้งท่ีแยกออกมาต่างหากที่เป็นเส้นปล่อยตัวน้ี ท่ีต้องท�ำเคร่ืองหมายเช่นนั้นก็เพ่ือให้ผู้เข้าแข่งขัน ท้งั หมดมีระยะว่งิ เท่ากัน โดยเฉพาะการวง่ิ  1,500 เมตร อาจจะตีเสน้ เร่ิมออกนอกทางโคง้ ได้ เสน้ ตดั ทโี่ คง้ ไดก้ ลา่ วไวใ้ นกตกิ า คอื เสน้ ทกี่ ำ� หนดใหน้ กั วงิ่ กลมุ่ นอกของการวง่ิ  2,000 เมตร และ 10,000 เมตร ตดั เขา้ รวมกลมุ่ กบั นกั วงิ่ กลมุ่ ในได ้ ควรมกี ารทำ� เครอ่ื งหมายตงั้ แตเ่ สน้ เรมิ่ จนถงึ ทางตรงแสดงใหน้ กั วง่ิ กลมุ่ นอก ท่ีแข่งขันระยะ  1,000  เมตร  3,000  เมตร  และ  5,000  เมตร  ได้เห็นเขตทางวิ่งและเขตที่สามารถวิ่งตัดเข้ารวมกับ กลุ่มในเคร่ืองหมายน้ีควรมีขนาด  5 x 5  เซนติเมตร  วางไว้บนเส้นคั่นระหว่างช่องว่ิงที่  4  กับ  5  (ช่องวิ่งท่ี  3  กับ  4 ส�ำหรับสนาม 6 ชอ่ งวิ่ง) เครอื่ งหมายนอี้ าจเป็นกรวยหรือธงวางไว้ จนสดุ เขตที่ท้ังสองกลุม่ ว่ิงเขา้ บรรจบกัน การแขง่ ขัน (The Race) 1. ทิศทางการวิ่ง จะต้องว่ิงวนซ้าย ซ้ายมืออยู่ด้านในหมายเลขของช่องว่ิง ต้องนับช่องวิ่งซ้ายมือสุด เปน็ ชอ่ งวง่ิ ท่ี 1 การกีดขวาง 2. นักวิ่งหรือนักเดินที่เข้าแข่งขันคนใดผลักหรือกีดขวางผู้เข้าแข่งขันคนอ่ืนๆ เพ่ือจะขัดขวางการก้าวไป 52  คู่มอื การตดั สนิ กรฑี าคนพกิ าร

ข้างหน้าของเขา  จะถูกตัดสิทธ์ิให้ออกจากการแข่งขัน  กรณี  เช่นน้ีผู้ชี้ขาดมีอ�ำนาจท่ีจะส่ังให้แข่งใหม่โดยไม่มีผู้ที่ ถกู ตดั สทิ ธล์ิ งแขง่ ดว้ ยในกรณที เ่ี ปน็ รอบคดั เลอื กจะอนญุ าตใหผ้ เู้ ขา้ แขง่ ขนั ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากการถกู ผลกั หรอื ถกู กดี ขวาง (นอกจากผทู้ ถี่ กู ตดั สทิ ธ)ิ์  เขา้ แขง่ ขนั ในรอบตอ่ ไปได ้ ดงั นนั้ ในสภาวะปกตนิ กั กรฑี าจงึ ควรจะแขง่ ขนั ใหเ้ สรจ็ สมบูรณ์ด้วยความมานะพยายามอย่างสุจริตใจโดยไม่ต้องค�ำนึงว่าได้มีการตัดสิทธ์ิเกิดข้ึนหรือไม่  ผู้ช้ีขาดมีอ�ำนาจ ท่จี ะสัง่ การใหแ้ ขง่ ขันใหม่ได้เป็นพิเศษ หากกรณีแวดล้อมอันสมควรใหท้ �ำเช่นนั้น การว่งิ ในชอ่ งวงิ่ 3. ในการแข่งขันทุกประเภท ทุกช่องวิ่ง ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะต้องวิ่งท่ีก�ำหนดให้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึง เสน้ ชยั ขอ้ กำ� หนดนใ้ี หน้ ำ� มาใชใ้ นการแขง่ ขนั ทบ่ี างสว่ นจะตอ้ งวงิ่ ในชอ่ งวง่ิ ดว้ ย ยกเวน้ เหตกุ ารณใ์ นขอ้  4 ถา้ ผชู้ ข้ี าด เหน็ ด้วยกับรายงานจากผูต้ ัดสนิ  ผูช้ ว่ ยผูช้ ข้ี าดลู่หรอื อน่ื ๆ วา่ มีการว่ิงนอกชอ่ งวิง่  เขาจะต้องถกู ตดั สิทธ์ิ 4. ถ้าผู้แข่งขันถูกผลักหรือถูกกระแทกจากผู้อ่ืนให้ออกจากช่องวิ่งของตนและไม่ปรากฏว่าเกิดความ ได้เปรียบใดๆ ผแู้ ขง่ ขนั คนนนั้ ไม่ควรจะถูกตัดสทิ ธ์จิ ากการแขง่ ขันเชน่ เดียวกันกับ (i) วงิ่ ออกนอกช่องวงิ่ ของตนเองในทางตรง หรอื (ii) วิ่งนอกเส้นด้านนอกในทางโค้ง โดยไม่เกิดความได้เปรียบใดๆ และไม่กีดขวางผู้ว่ิงคนอื่นๆ ดังน้นั เขาไมค่ วรจะถูกตดั สทิ ธิจ์ ากการแขง่ ขนั เดียวกนั 5. การแข่งขันท่ีจัดขึ้นภายใต้กติกาข้อ 1.1 (a), (b) และ (c) การว่ิง 800 เมตร จะต้องวิ่งในช่องว่ิง ของตนไปจนกวา่ จะสุดโค้งแรกให้ใชช้ ่องวิ่งจ�ำนวนมากทีส่ ุดเท่าที่จดั ได้ ทางออกจากโค้งแรกจะมีเส้นตัดกว้าง 5 เซนติเมตร ลากผ่านลู่วิ่งและมีธงสูงอย่างน้อย 1.50 เมตร ปักอยขู่ า้ งนอกลูว่ ิง่ แตล่ ะดา้ น จุดต้ังต้นออกว่ิงจะมีระยะต่อตามแนวโค้งของช่องวิ่ง เพื่อให้ระยะทางจากจุดเร่ิมต้นจนถึงเส้นชัยของ ผู้แข่งขนั ทุกคนเทา่ กัน หมายเหตุ 1 : เพ่ือช่วยเหลือนักกรีฑาที่เส้นตัดควรวางกรวยหรือวัสดุรูปเหลี่ยม (5 x 5 เซนติเมตร) สูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร สีเดยี วกับเส้นตาราง ณ จุดทีเ่ สน้ ตดั ตัดกับเสน้ ขอบในของแต่ละชอ่ งวง่ิ หมายเหตุ 2 : ในการแขง่ ขนั ระหวา่ งประเทศ ประเทศตา่ งๆ อาจตกลงกันไม่ใชช้ อ่ งว่งิ กไ็ ด้ ออกไปจากลู่ว่งิ 6. ผ้เู ข้าแขง่ ขันทอี่ อกจากลวู่ ิ่งด้วยความสมัครใจ จะไม่อนญุ าตใหเ้ ขา้ แข่งขันตอ่ ไป เครื่องหมาย 7. ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ตอ้ งไมท่ ำ� เครอ่ื งหมายหรอื วางวตั ถใุ ดๆ ไวบ้ นลหู่ รอื ขา้ งลวู่ งิ่  เพอ่ื เปน็ การชว่ ยเหลอื  นอกจาก การแขง่ ขันวงิ่ ผลดั ซงึ่ ต้องวง่ิ ในช่องวิง่ ของตนเอง การวัดกระแสลม (Wind Measurement) 8. การวัดความเร็วของกระแสลม จะเร่ิมวัดเมื่อมีแสงไฟออกจากกระบอกปืนปล่อยตัวนักกรีฑาหรือจาก เครื่องมอื อ่ืนๆ ทใี่ ชใ้ นการปลอ่ ยตวั  โดยมีช่วงเวลาในการวดั ตอ่ ไปน้ี 9. ในการแข่งขันว่ิง 200 เมตร การวัดความเร็วของกระแสลมมีช่วงเวลา 10 วินาที โดยเริ่มวัดเมื่อนัก กรีฑาคนแรกได้ว่งิ เขา้ สทู่ างตรง อปุ กรณว์ ดั ความเรว็ ของกระแสลมสำ� หรบั การแขง่ ขนั ประเภทลตู่ อ้ งวางไวข้ า้ งทางวง่ิ ตามแนวตรงใกลก้ บั คู่มือการตัดสินกรฑี าคนพิการ  53

ช่องวง่ิ ทวี่ ่งิ ท ่ี 1 ห่างจากเส้นชัย 50 เมตร ต้งั สงู ประมาณ 1.22 เมตร วางห่างจากทางว่งิ หรือล่วู ่ิงไมเ่ กิน 2 เมตร เส้นชัย (The Finish) 1. เส้นชัยของการแขง่ ขันจะตอ้ งแสดงให้เห็นด้วยเสน้ สีขาวกวา้ ง 5 เซนติเมตร 2. เพอ่ื ชว่ ยใหต้ ง้ั เครอื่ งมอื ถา่ ยภาพเสน้ ชยั ไดต้ รงและอา่ นภาพการเขา้ เสน้ ชยั จากแผน่ ฟลิ ม์ ไดโ้ ดยสะดวก ท่ีจดุ ตัดของเส้นชยั กบั เส้นขอบในของช่องว่ิงทกุ ชอ่ งวิง่ ควรทาดว้ ยสีด�ำด้วยการออกแบบท่ีเหมาะสม 3. ล�ำดับท่ีของผู้เข้าแข่งขันให้ถือเอาส่วนของล�ำตัว (Torso) ของผู้เข้าแข่งขัน (ซ่ึงไม่นับศีรษะ คอ แขน ขา มอื  หรอื เท้า)มาถงึ ขอบในเส้นชยั หรอื แนวดิ่งตามทีไ่ ดใ้ หน้ ยิ ามไว้ขา้ งตน้ 4. ในการแขง่ ขนั รปู แบบทต่ี ดั สนิ ดว้ ยระยะทางทท่ี ำ� ไดใ้ นชว่ งเวลาทก่ี ำ� หนดนน้ั  ผปู้ ลอ่ ยตวั ยงิ ปนื สญั ญาณ ก่อนหน้าท่ีจะสิ้นสุดการแข่งขันเป็นระยะเวลาหน่ึงนาที  เพื่อเตือนผู้เข้าแข่งขันและผู้ตัดสินให้ทราบว่าใกล้จะส้ินสุด เวลาการแข่งขันเม่ือหมดเวลาการแข่งขันให้ผู้ปล่อยตัวโดยค�ำแนะน�ำของหัวหน้าผู้จับเวลาจะให้สัญญาณเพื่อแจ้ง ให้ทราบว่าหมดเวลาการแข่งขันโดยการยิงปืนอีกคร้ังหน่ึง  และให้ผู้ตัดสินแต่ละคนแจ้งจุดที่ผู้เข้าแข่งขันสัมผัสลู่ ครั้งสุดท้าย  การวัดระยะที่ผู้เข้าแข่งขันท�ำได้จะวัดจากขอบด้านหลังของรอยเท้า  โดยวัดเป็นเมตร  ต้องมีผู้ตัดสิน อยา่ งนอ้ ย 1 คนตอ่ ผูเ้ ขา้ แขง่ ขนั  1 คน ก่อนทจ่ี ะเริม่ ต้นออกว่งิ  ท้งั นี้เพ่ือคอยช้จี ุดทน่ี กั กรีฑาวิง่ ไดน้ ่ันเอง กตกิ าข้อ 165 การจบั ภาพและภาพถา่ ยเส้นชยั  (Timing and Photo Finish) 1. วธิ ีการจบั เวลา 3 อยา่ ง ท่ีถือวา่ เปน็ ทางการคือ : - จับโดยนาฬกิ าทีใ่ ชม้ ือกด - จับเวลาแบบอัตโนมตั ิสมบูรณแ์ บบ - จบั เวลาโดยใช ้ Transponder (chip) นาฬิกาที่ใชม้ อื กด 2. ผู้จับเวลาควรจะอยู่เป็นแถวตรงตามแนวเส้นชัยและอยู่นอกลู่ ถ้าเป็นไปได้ควรอยู่ทางด้านนอกของ ลู่ว่ิงห่างจากช่องวิง่ นอกสดุ อยา่ งนอ้ ย 5 เมตร เพอ่ื ให้ผจู้ บั เวลาทุกคนสามารถมองเหน็ เส้นชยั ไดอ้ ย่างชดั เจนจงึ ควร จดั เตรยี มทน่ี ่ังต่างระดบั ไว้ดว้ ย 3. ผู้จับเวลาอาจจะใช้นาฬิกาจับเวลาหรือเคร่ืองมือจับเวลาอิเล็กทรอนิกส์แบบตัวเลขท่ีควบคุมด้วยมือ กไ็ ด้สิ่งประดิษฐส์ �ำหรับใช้จบั เวลาดงั กลา่ วเรียกว่า “นาฬกิ า” ตามความมุง่ หมายของกตกิ าของ IAAF 4. เวลาเข้าเส้นชัยของผู้เข้าเส้นชัยท้ังหมดต้องบันทึกไว้ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเป็นไปได้ เวลาของการแซงรอบ ในการว่ิงแข่งขันระยะทางต้ังแต่  800  เมตรขึ้นไป  และเวลาของทุกๆ  ระยะทาง  1,000  เมตร  ในการว่ิงแข่ง  3,000 เมตรข้ึนไปจะตอ้ งบนั ทึกไวด้ ้วย จะบันทกึ โดยผจู้ บั เวลาเพม่ิ เติมหรอื โดยผ้จู ับเวลาของต�ำแหนง่ ที่หน่งึ โดยใช้นาฬิกา ที่สามารถจับเวลาได้มากกวา่ หน่ึงครัง้ 5. การจบั เวลาจะตอ้ งเรมิ่ ขนึ้ เมอ่ื มแี สงไฟ/ควนั ของปนื ปลอ่ ยตวั นกั กรฑี าหรอื เครอื่ งมอื ในการปลอ่ ยตวั อน่ื ๆ ที่ได้รับการรับรองแล้วจนกระทั่งส่วนหนาของล�ำตัว  (Torso)  คือ  ส่วนอก  (ไม่รวมถึงศีรษะ  คอ  แขน  ขา  มือ  หรือ เทา้ ) ถึงด้านหน้าของเส้นชยั  ตามแนวต้ังฉากกบั เส้นชัย 6. ผจู้ บั เวลาอยา่ งเปน็ ทางการ 3 คน (หนง่ึ คนเปน็ หวั หนา้ และเพม่ิ ผจู้ บั เวลาอกี  1 หรอื  2 คน เพอ่ื จบั เวลา ของผู้ชนะทุกรายการ เวลาท่ีจับโดยผู้จับเวลาที่ได้รับการแต่งต้ังเพ่ิมจะไม่น�ำมาพิจารณา นอกจากผู้จับเวลาอย่าง เป็นทางการ  1  คน  หรือมากกว่าไม่สามารถจับเวลาได้อย่างถูกต้อง  จึงน�ำเวลานั้นมาใช้  ในกรณีน้ีจึงต้องสั่งการ 54  คู่มือการตัดสินกรฑี าคนพิการ

ไวก้ อ่ นใหแ้ นน่ นอน ดงั นนั้ ในการแขง่ ขนั ทกุ รายการจงึ ควรมนี าฬกิ าทเ่ี ปน็ ทางการ 3 เรอื น สำ� หรบั จบั เวลาของผชู้ นะ 7. ผู้จับเวลาแต่ละคนท�ำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ และไม่ต้องให้ผู้อ่ืนดูเวลาหรือวิจารณ์เวลาที่จับได้ เขา จะบนั ทกึ เวลาทจ่ี บั ไดล้ งในใบบนั ทกึ อยา่ งเปน็ ทางการ ลงลายมอื ชอื่  แลว้ สง่ ใหห้ วั หนา้ ผจู้ บั เวลาเพอื่ ตรวจสอบและ รายงานเวลาท่ีเปน็ จริง 8. ส�ำหรับการจับเวลาการแข่งขันในลู่ท่ีใช้นาฬิกาประเภทกดมือทุกชนิด การอ่านเวลาให้อ่านถึง 1/10 ของวินาที  เวลาการแข่งขันบางส่วนหรือท้ังหมดภายนอกสนามกรีฑาให้เปลี่ยนเป็นจ�ำนวนเต็มของวินาทีที่มากข้ึน เช่น  ในการแข่งขันว่ิงมาราธอนเวลาเป็น  2 : 09.44.3  จะเปล่ียนเป็น  2 : 90.45  ถ้าเข็มของนาฬิกาอยู่ระหว่างเส้น บอกเวลา  2  เส้น  ให้ใช้เส้นที่บอกเวลามากข้ึน  ถ้าใช้นาฬิกาท่ีจับเวลาได้ถึง  1/100  ของวินาที  หรือเคร่ืองจับเวลาท่ี ใชเ้ ครอ่ื งอเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ บ่ี อกเปน็ ตวั เลขเวลาทไ่ี ดท้ งั้ หมดทเี่ ปน็ จดุ ทศนยิ มของวนิ าทไี มล่ งทา้ ยดว้ ยเลขศนู ยใ์ หเ้ ปลย่ี น เปน็ จ�ำนวน 1/10 วินาท ี เช่น 10.11 จะอ่านเปน็  10.2 9. ถ้านาฬิกา 2 ใน 3 เรือน ตรงกัน เรือนท่ี 3 ไม่ตรง เวลาที่ได้จากนาฬิกาท่ีตรงกัน 2 เรือน จะถือเป็น เวลาอย่างเป็นทางการถ้านาฬิกาทั้ง  3  เรือน  ไม่ตรงกันเลย  เวลากลางจะเป็นเวลาอย่างเป็นทางการ  ถ้ามีนาฬิกา เพียง 2 เรือนและไมต่ รงกัน เวลาทีม่ ากกว่าจะเป็นเวลาเป็นทางการ 10. หัวหน้าผู้จับเวลาปฏิบัติหน้าท่ีให้สอดคล้องกับกติกาที่กล่าวถึงข้างต้น โดยจะต้องตัดสินเวลาของ ผู้เขา้ แข่งขันทุกคนและรายงานผลตอ่ เลขานกุ ารการแขง่ ขันเพือ่ ด�ำเนนิ การตอ่ ไป ภาพถา่ ยเส้นชยั อตั โนมตั สิ มบรู ณ์แบบ (Fully Automatic photo Finish) 11. อปุ กรณถ์ ่ายภาพเส้นชยั อัตโนมตั ิสมบรู ณแ์ บบท่ี IAAF รบั รอง ควรน�ำมาใช้กบั การแข่งขันท้งั หมด เง่ือนไขท่ัวไป 12. ระบบถ่ายภาพเสน้ ชัยต้องสามารถถา่ ยภาพท่แี สดงเวลาของผู้เข้าแข่งขันทกุ คนได้ 13. เครอ่ื งจับเวลาอัตโนมัตสิ มบูรณ์แบบจะตอ้ งใช้อุปกรณซ์ ึ่งเร่ิมท�ำงาน โดยอัตโนมตั ิเมอ่ื เสียงปนื ปล่อย ตัวดังข้ึนหรือเคร่ืองมือปล่อยตัวที่ได้รับการอนุมัติแล้วอื่นๆ ดังขึ้น และจะต้องบันทึกเวลาเข้าเส้นชัยอย่างอัตโนมัติ ดว้ ย 14. ระบบจบั เวลาทเี่ ปน็ อตั โนมตั เิ ฉพาะตอนปลอ่ ยตวั หรอื ตอนเขา้ เสน้ ชยั แตไ่ มส่ ามารถทำ� ทง้ั สองอยา่ งได้ จะใช้แทนเครื่องจับเวลาแบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบไม่ได้  และเวลาท่ีได้ถือเป็นเวลาท่ีได้จากนาฬิกาที่ใช้มือกด ในกรณีนี้เวลาที่อ่านได้จากภาพจะไม่น�ำมาใช้แต่อาจจะน�ำภาพน้ันมาใช้ในการตัดสินอันดับที่และแจกแจงเวลา ของนักว่งิ แต่ละคนเท่านั้น หมายเหตุ : ถ้าเครื่องจับเวลาไม่ท�ำงานตามสัญญาณปืนปล่อยตัวหรืออุปกรณ์ปล่อยตัวที่ได้รับการรับรองแล้วตาราง บนภาพจะแสดงขอ้ เท็จจริงโดยอตั โนมัติ 15. อุปกรณ์การจับเวลาอัตโนมัติสมบูรณ์แบบจะต้องได้รับการรับรองจาก IAAF โดยอยู่บนพ้ืนฐานของ การทดสอบถึงความเที่ยงตรงซึ่งได้กระท�ำภายในระยะเวลา  4  ปี  ก่อนการแข่งขันนั้น  อุปกรณ์น้ีจะต้องเร่ิมปฏิบัติ งานอย่างอัตโนมัติทันทีท่ีเสียงปืนปล่อยตัวได้ดังข้ึนหรือเสียงจากเครื่องมือปล่อยตัวอ่ืนๆ  ท่ีได้รับการรับรองแล้ว ดังข้ึน  ค่าความคลาดเคล่ือนระหว่างเสียงดังจากปากล�ำกล้องปืน  และการเร่ิมต้นของระบบจับเวลาต้องไม่เกิน 1/1000 ของวนิ าที 16. ในระบบอัตโนมัติสมบูรณ์แบบท้ังหมดและระบบการบันทึกภาพวีดิทัศน์ ภาพที่ถ่าย และระบบการ จบั เวลาจะตอ้ งเกดิ ขึ้นพร้อมกัน คู่มือการตดั สินกรฑี าคนพกิ าร  55

ระบบ 17. ระบบวดี ทิ ศั นบ์ นั ทึกภาพ อาจใชไ้ ด้โดย (a) ท�ำตามเง่อื นไขทว่ั ไปจากข้างตน้ (b) ต้ังกล้องใหต้ รงเสน้ ชัยและบนั ทกึ ภาพที่ได้อย่างน้อย 50 ภาพต่อวินาที (c) ท�ำงานรว่ มกบั เครอ่ื งจับเวลาทีส่ ามารถอา่ นได้ 1 ใน 50 วินาที (d) อา่ นเวลาของผเู้ ขา้ แขง่ ขนั แตล่ ะคน จากเสน้ ของภาพทสี่ ว่ นหนาของลำ� ตวั สมั ผสั กบั เสน้ ซง่ึ ตง้ั ฉากกับขอบในของเส้นชัย ถ้าเส้นใดของภาพไม่ปรากฏว่าส่วนหนาของล�ำตัวได้สัมผัส ก็ให้ ใชเ้ วลาจากเสน้ ชยั ท่สี ่วนหนาของล�ำตวั เลยเสน้ นัน้ ไป หมายเหตุ : ถ้าผู้เข้าแข่งขันเข้าเส้นชัยพร้อมๆ  กัน  และไม่มีเส้นใดของภาพแสดงให้เห็นว่าส่วนหนาของล�ำตัวสัมผัสกับ เสน้ ชยั กใ็ หพ้ จิ ารณาจากภาพทอ่ี ยตู่ ดิ กนั  คอื  ภาพทเ่ี กอื บจะถงึ เสน้ ชยั  และภาพทเี่ พงิ่ ผา่ นเสน้ ชยั  ถา้ ตำ� แหนง่ การเขา้ เสน้ ชยั ของทง้ั สองภาพมกี ารเปลย่ี นแปลง หวั หน้าผู้ตดั สินภาพถา่ ยเสน้ ชัยจะประกาศผลต่อนักวิ่งทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 18. เม่ือไม่มีระบบวดี ทิ ัศน ์ อาจจะบนั ทึกภาพไดโ้ ดย (a) ท�ำตามเง่ือนไขท่ัวไปจากข้างตน้ (b) บันทึกภาพเส้นชัยด้วยกล้องถ่ายภาพซึ่งต้ังเป็นมุมสูงกับแนวเส้นชัย ถ่ายภาพด้วยระบบ ต่อเนื่องโดยการถ่ายภาพนั้นต้องท�ำงานพร้อมกับระบบการบันทึกเวลา ซึ่งสามารถระบุเวลา ได ้ 1/100 ของวนิ าที (c) เวลาและอันดับท่ีอ่านได้ด้วยเคร่ืองมือพิเศษที่ผ่านการรับรองแล้ว โดยวางต้ังฉากระหว่าง ตารางเวลาและเสน้ สำ� หรบั อา่ นเวลา การปฏิบตั ิหน้าท่ี 19. หวั หน้าผตู้ ัดสนิ ภาพถา่ ยเสน้ ชัยจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบการทำ� งานของเครอื่ งมือจับเวลา 20. ก่อนจะถึงเวลาแข่งขัน เขาควรจะหาทางพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เทคนิค และท�ำความคุ้นเคยกับ อุปกรณเ์ ขาจะตอ้ งตรวจตราตำ� แหนง่ การติดตง้ั และทดสอบการท�ำงานของเครอ่ื งมือ 21. ถ้าเป็นไปได้ ควรมีกล้องท�ำการถ่ายภาพเส้นชัยอย่างน้อยท่ีสุด 2 กล้อง โดยให้อยู่คนละข้าง ถ้าจะ ใหด้ แี ลว้ ระบบจบั เวลาเหลา่ นคี้ วรจะทำ� หนา้ ทอ่ี ยา่ งอสิ ระ เชน่  ใชพ้ ลงั งานจากแหลง่ ทแ่ี ตกตา่ งกนั  และทำ� การบนั ทกึ และถ่ายทอดสัญญาณเสียงปืนปล่อยตัวหรือเครื่องมือปล่อยตัวอ่ืนๆ  เช่น  ที่ได้รับการรับรองแล้วโดยอุปกรณ์และ สายเคเบ้ิลที่แยกกนั ตา่ งหาก หมายเหตุ : ก่อนการแขง่ ขันจะเริ่ม ถ้าใชก้ ล้องถ่ายภาพเสน้ ชัย 2 กล้อง หรือมากกวา่  ผแู้ ทนเทคนิค (หรือผ้ตู ดั สนิ ภาพถ่าย เส้นชัยนานาชาติ  หากมีการแต่งตั้งไว้)  ควรจะก�ำหนดให้เป็นทางการหนึ่งกล้อง  เวลาและอันดับที่จากกล้องตัวอื่นจะไม่ น�ำมาพิจารณา  นอกจากมีความไม่แน่ใจในความไม่เท่ียงตรงของกล้องท่ีเป็นทางการ  หรือเม่ือมีความจ�ำเป็นต้องใช้ภาพ เพ่ิมเติมในการจัดอันดับการเข้าเส้นชัย  ซ่ึงเกิดความไม่แน่นอนขึ้น  (นักว่ิงท้ังหมดหรือบางส่วนไม่ปรากฏจากกล้องที่เป็น ทางการ) 22. หัวหน้าผู้ตัดสินภาพถ่ายเส้นชัยต้องประสานกับผู้ช้ีขาดลู่และผู้ปล่อยตัวเพื่อควบคุมในเบื้องต้น ก่อนท่ีจะเริ่มต้นทุกครั้ง  เพื่อเป็นการให้แน่ใจว่าเครื่องมือจะท�ำงานโดยอัตโนมัติด้วยปืนปล่อยตัวหรือเครื่องมือ ปล่อยตัวที่ได้รับการรับรองแล้วและได้ปรับไว้อย่างถูกต้องแล้ว  และเขาจะต้องตรวจตราว่าก่อนเคร่ืองจะท�ำงาน ไดต้ ้งั ไวท้ ่เี ลขศนู ย์ 56  คมู่ ือการตัดสินกรฑี าคนพิการ

23. จากความร่วมมือช่วยเหลือของผู้ช่วย 2 คน หัวหน้าผู้ตัดสินภาพถ่ายเส้นชัยจะต้องตัดสินอันดับท่ี ของผเู้ ขา้ แขง่ ขนั  และเรยี งลำ� ดบั เวลา เขาจะตอ้ งลงบนั ทกึ อนั ดบั ทแ่ี ละเวลาลงในใบบนั ทกึ ทเ่ี ปน็ ทางการ ลงลายมอื ชือ่ และน�ำสง่ เลขานุการการแขง่ ขนั 24. เวลาที่ได้จากกล้องภาพถ่ายเส้นชัย ถือเป็นเวลาที่เป็นทางการนอกจากเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่า มคี วามผดิ พลาดเกดิ ขนึ้  ในกรณเี ชน่ นถี้ า้ เปน็ ไปไดใ้ หน้ ำ� เวลาของผจู้ บั เวลาสำ� รองไปปรบั ใหก้ บั ลำ� ดบั ทจ่ี ากภาพถา่ ย เส้นชัย  และถือเป็นเวลาท่ีเป็นทางการ  ดังน้ันผู้จับเวลาส�ำรองจึงต้องจับเวลาไว้เพ่ือรองรับความผิดพลาดที่อาจ เกดิ ขน้ึ 25. เวลาจากภาพถา่ ยเสน้ ชยั  อาจอ่านได้โดย : (a) สำ� หรบั การแขง่ ขนั ทงั้ หมดและรวมทงั้  10,000 เมตร การอา่ นและการบนั ทกึ เวลาจากภาพถา่ ย เสน้ ชยั ใหอ้ า่ นถงึ  1/100 ของวนิ าท ี นอกจากเปน็ เวลาทแ่ี นน่ อนของ 1/100 ของวนิ าท ี ซงึ่ ควร จะอ่านเกินกว่า 1/100 ของวินาที (b) สำ� หรบั การแขง่ ขนั ทงั้ หมดในลทู่ รี่ ะยะทางเกนิ  10,000 เมตร ควรอา่ นเวลาถงึ  1/100 ของวนิ าที ไม่ควรหยุดอ่านท่ีศูนย์ ควรอ่านถึงระดับ 1/10 ของวินาที เช่น ระยะ 20,000 เมตร จับเวลา ได ้ 59 : 26 : 32 บันทกึ เป็น 59 : 26 : 4 (c) สำ� หรบั การแขง่ ขนั ทกุ รายการทบี่ างสว่ นหรอื ทง้ั หมดแขง่ ขนั ภายนอกสนามกรฑี า จะอา่ นเวลา 1/100 ของวินาที ไม่ควรหยุดอ่านท่ีศูนย์ 2 ตัว ควรอ่านถึงจ�ำนวนเต็มของวินาที เช่น วิ่ง มาราธอน จับเวลาได ้ 2 : 09 : 44.32 จะบันทึกเปน็  2 : 09 : 45 การจดั รอบ การจบั สลาก และการคดั เลือก  (Seeding, Draws and Qualification in Track Events) รอบและรอบคัดเลือก 1. ในการแข่งขันประเภทลู่ ซ่ึงมีผู้เข้าแข่งขันจ�ำนวนมากเกินกว่าท่ีจะอนุญาตให้จัดการแข่งขันให้ได้ผล เป็นท่ีน่าพอใจในรอบเดียวได้จะต้องมีการจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกข้ึน ผู้เข้าแข่งขันท้ังหมดจะต้องเข้าท�ำการ แข่งขนั 2. ผู้แทนเทคนิคซึ่งได้แต่งต้ังไว้แล้วจะเป็นผู้จัดการแข่งขันรอบคัดเลือก รอบก่อนรองชนะเลิศ และ รอบรองชนะเลิศ ถ้าไม่ได้แต่งตั้งผูแ้ ทนเทคนคิ ไว้ คณะกรรมการจดั การแข่งขันจะเปน็ ผจู้ ัด ในการแข่งขันภายใต้กติกาข้อ 1.1 (a), (b),และ (c) ตารางต่อไปน้ีจะน�ำมาใช้เพื่อก�ำหนดจ�ำนวนรอบ การตัดสินผู้มีสิทธ์ิส�ำหรับการแข่งขันประเภทลู่ในแต่ละรอบ  ถ้าเป็นไปได้  ควรจัดให้นักกรีฑาชาติเดียวกันอยู่ต่าง กลุม่ กนั ในรอบคัดเลอื ก หมายเหตุ : เปน็ ข้อเสนอแนะว่าเมอ่ื จะจดั พวกในรอบคัดเลอื กควรมีข้อมลู ความสามารถของนกั กรีฑาที่เขา้ แขง่ ขนั ทกุ คนทุก สังกัด  เพื่อจัดเรียงล�ำดับส�ำหรับการจับสลากแบ่งพวกอันเป็นกฎธรรมดาท่ีจะท�ำให้ผู้ที่มีความสามารถมากที่สุดได้เข้าถึง รอบชิงชนะเลิศ ค่มู ือการตัดสินกรีฑาคนพิการ  57

100 m, 200 m, 400 m, 100 mh, 110 mh, 400 mh Declared Heats รอบแรก Heats รอบสอง Heats รอบรองชนะเลิศ Entries PT PT PT 9-16 17-24 232 25-32 33-40 322 41-48 49-56 434 232 57-64 65-72 544 322 73-80 81-88 636 322 89 96 97-104 733 322 105-112 83843424 Declared Entries 93543424 9-16 17-24 10 3 2 4 3 4 2 4 25-32 33-40 11 3 7 5 3 1 2 4 41-48 49-56 12 3 4 5 3 1 2 4 57-64 65-72 13 3 9 6 3 6 3 2 2 73-80 81-88 14 3 6 6 3 6 3 2 2 89 96 97-104 800 m, 4 x 100 m, 4 x 400 m, MEDCEY RELAY, 4 x 200 m 105-112 Heats รอบแรก Heats รอบสอง Heats รอบรองชนะเลิศ PT PT PT 232 322 434 232 544 232 636 322 733 322 828 32 93543424 10 3 2 4 3 4 2 4 11 3 7 5 3 1 2 4 12 3 4 5 3 1 2 4 13 3 9 6 3 6 3 2 4 14 3 6 6 3 6 3 2 4 58  คูม่ อื การตัดสนิ กรฑี าคนพกิ าร

1,500 m Declared Heats รอบแรก Heats รอบสอง รอบชิงชนะเลิศ Entries PT PT  16-30 2 4 4 31-45 3 6 6 2 5 2 12 46-60 4 5 5 2 5 2 12 61-75 5 4 4 2 5 2 12 3,000 m, SC 3,000 m Declared Heats รอบแรก Heats รอบสอง รอบชิงชนะเลิศ Entries PT PT 20-34 2 5 5 35-51  3 7 5 2 6  3 15 52-68 4 5 6 2 6 3 15 69-85 5 4 6 2 6 3 15 5,000 m Declared Heats รอบแรก Heats รอบสอง รอบชิงชนะเลศิ Entries PT PT 20-38 2 5 5 39-57  3 7 5 2 6  3 15 58-76 4 5 6 2 6 3 15 77-95 5 4 6 2 6 3 15 10,000 m Declared Heats รอบแรก รอบชงิ ชนะเลศิ Entries 2 PT 20 28-54 3 84 20 55-81  4 55 20 82-108 44 คมู่ อื การตดั สนิ กรฑี าคนพิการ  59

3. หลังจากรอบแรกแลว้  ผู้แข่งขนั จะถูกจัดล�ำดับท่ีในรอบคดั เลอื กของรอบต่อไปด้วยวธิ กี ารต่อไปน้ี (a) สำ� หรบั การแขง่ ขนั วง่ิ  100 เมตร ถงึ  400 เมตรทกุ ประเภท และวงิ่ ผลดั รวมทง้ั  4 x 400 เมตร การจดั อนั ดับข้ึนอยกู่ ับตำ� แหนง่ และเวลาของแต่ละรอบโดยจดั อันดับดงั น้ี ที่ 1 ทเ่ี วลาดที ส่ี ดุ ท่ี 1 ทเ่ี วลาดีที่สุด เปน็ ท ี่ 2 ท่ี 1 ที่เวลา เปน็ ที่ 3 และ....... ที่ 2 ที่เวลาดีที่สุด ที่ 2 ทีเ่ วลา เป็นท่ ี 2 ท่ี 2 ทีเ่ วลา เป็นที่ 3 และ..... (รวมกับ) ผเู้ ข้ารอบที่เวลาดที ่สี ดุ ผเู้ ขา้ รอบท่เี วลาเปน็ ท่ี 2 ผู้เขา้ รอบที่เวลาเปน็ ที่ 3 และ...... ผแู้ ขง่ ขนั จะถกู จดั เปน็ พวกตามลำ� ดบั การวางตวั เปน็ แบบสลบั กนั ตวั อยา่ งเชน่  ถา้ เปน็ พวกจะประกอบดว้ ย การวางตวั ดงั ต่อไปนี้ พวก a 1 6 7 12 13 18 19 24 พวก b 2 5 8 11 14 17 20 23 พวก c 3 4 9 10 15 16 21 22 ลำ� ดับของการวง่ิ ในพวก a, b, c จะจัดโดยการจบั สลาก (b) ส�ำหรับในการแข่งขันอ่ืนๆ การวางตัวนักกรีฑาให้ใช้ตามบัญชีการแข่งขันเดิม เปล่ียนแปลง เพียงการปรับปรุงผลการแข่งขันที่ได้รับในรอบก่อนหน้าน้ันเท่าน้ัน ระบบเดียวกันนี้ ควรน�ำ ไปใช้กับการจดั พวกแข่งขันในรอบแรกจากที่ได้จัดเรยี งลำ� ดบั ตามความสามารถไวก้ อ่ นแลว้ 4. รายการว่ิง 100 เมตร ถึง 800 เมตร และวิ่งผลัดรวมทั้ง 4 x 400 เมตร ที่มีการแข่งขันหลายรอบ การจับสลากชอ่ งวิง่  ให้ปฏิบัติดงั นี้ (a) ในรอบแรกการก�ำหนดช่องวิ่งให้เป็นไปโดยการจับสลาก (b) ในรอบต่อๆ มาขึ้นอยู่กับว่ามีก่ีพวกนักกรีฑาท่ีเข้ารอบจากทุกๆ รอบจะต้องจัดเรียงล�ำดับให้ สอดคล้องกับวิธกี ารทีแ่ สดงไว้ในกติกาขอ้ ท่ี 166.3 (a) การจับสลาก 2 คร้ัง ใหป้ ฏิบัติดังนี้ ครง้ั ท ี่ 1 สำ� หรบั  4 คน หรอื  4 ทมี แรกทชี่ นะ ท ่ี 1 ท ่ี 2 หรอื ชนะท ่ี 1 และเวลาดที  ่ี 2 คร้งั ที่ 2 สำ� หรบั  2 คน หรอื  2 ทมี ที่ชนะที่ 2 ให้จบั สลากชอ่ งวง่ิ ท่ี 1, 2 ครงั้ ท่ี 3 ส�ำหรบั  2 คน หรอื  2 ทีมเวลาทน่ี ้อย 7,8 หมายเหตุ 1 : ถ้ามีช่องวิง่ น้อยกว่า 8 ช่อง ระบบดงั กลา่ วข้างตน้ ตอ้ งดดั แปลงเพื่อความเหมาะสม หมายเหตุ  2 : การแข่งขันภายใต้กติกาข้อ  1.1  (d)  ถึง  (h)  การแข่งขันว่ิง  800  เมตร  อาจจะจัดให้ว่ิงช่องละ  1  หรือ  2 หรือปลอ่ ยตัวเป็นกลุ่มจากหลังเส้นโคง้ หมายเหตุ 3 : การแข่งขันภายใต้กติกาข้อ  1.1  (a),  (b),  และ  (c)  กติกาน้ีให้ใช้เฉพาะกับการจัดการแข่งขันในรอบแรก เท่านั้น  นอกจากการเสมอกันหรือการเลื่อนต�ำแหน่งที่กระท�ำโดยผู้ช้ีขาด  ซึ่งจะท�ำให้ผู้เข้าแข่งขันในรอบต่อๆ  มา  มากกว่า ทค่ี าดหวงั ไว้ 60  คูม่ ือการตัดสนิ กรฑี าคนพกิ าร

5. จะไม่อนุญาตให้นักกรีฑาแข่งขันในเท่ียวที่ตนเองไม่มีรายชื่ออยู่เว้นแต่กรณีท่ีผู้ช้ีขาดเห็นว่าควรมีการ เปลีย่ นแปลง 6. การแขง่ ขนั ในรอบคดั เลอื กทงั้ หมด อยา่ งนอ้ ยใหค้ ดั เลอื กผทู้ ไ่ี ดอ้ นั ดบั ท ี่ 1 และ 2 ของแตล่ ะเทยี่ วใหม้ ี สิทธิ์ท่ีจะเข้าแข่งขันในรอบต่อไป  ถ้าเป็นไปได้เป็นข้อเสนอแนะว่า  อย่างน้อยท่ีสุดในแต่ละเที่ยวควรจะได้ผู้มีสิทธ์ิ เขา้ แข่งขันรอบต่อไป 3 คน นอกจากท่ีน�ำกติกาข้อ 167 มาใช้ ผู้แข่งขันใดๆ ท่ีมีสิทธ์ิเข้าแข่งขันในรอบต่อไป ควรจะตัดสินอันดับที่ หรือเวลาท่ีเขาท�ำได้ในกรณีหลังมีเพียงระบบการจับเวลาเท่าน้ันท่ีน�ำมาใช้ได้ในการจัดอันดับพวกว่ิงจะก�ำหนด โดยการจับสลากหลังจากไดท้ ราบผลการแขง่ ขนั ในรอบคัดเลือกเรยี บรอ้ ยแล้ว 7. ในทางปฏิบัติจริงๆ นั้น ต้องก�ำหนดเวลาพักจากเท่ียวสุดท้ายของแต่ละรอบจนถึงเที่ยวแรกของรอบ ต่อไปให้มรี ะยะเวลาอย่างน้อยดงั ต่อไปนี้ ระยะทางในการวิ่งไมเ่ กิน 200 เมตร เวลาพกั  45 นาที ระยะทางเกนิ  200 เมตรข้นึ ไป จนถงึ  1,000 เมตร เวลาพกั  90 นาที ระยะทางเกนิ  1,000 เมตรข้ึนไป ไม่ควรแข่งวันเดยี วกัน การแข่งขนั รอบเดียว (Single Rounds) 8. การแขง่ ขนั ภายใตก้ ตกิ าขอ้  1.1 (a), (b), และ (c) สำ� หรบั รายการทไ่ี กลเกนิ  800 เมตร วงิ่ ผลดั ทไ่ี กล กว่า  4 x 400  เมตร  และการแข่งขันใดๆ  ที่มีเพียงรอบสุดท้ายรอบเดียว  (รอบชิงชนะเลิศ)  การก�ำหนดช่องว่ิงและ ล�ำดบั ท่ขี องการออกเร่ิมวงิ่ ใหเ้ ป็นไปโดยการจับสลาก การเสมอกนั  (Ties) การเสมอกนั ให้ตดั สินดว้ ยวธิ ีการดังตอ่ ไปนี้ การก�ำหนดว่า มีการเสมอกันในรอบใดๆ ซ่ึงมีผลต่อสิทธ์ิของนักกรีฑาที่จะได้เข้าไปแข่งขันในรอบต่อไป ข้ึนอยู่กับเวลาท่ีได้ในการแข่งขัน  หัวหน้าผู้ตัดสินภาพถ่ายเส้นชัยจะพิจารณาเวลาท่ีแท้จริงที่ผู้เข้าแข่งขันท�ำได้ 1/1000 ของวนิ าทถี า้ การกำ� หนดเชน่ นน้ั ยงั มกี ารเสมอกนั  กใ็ หน้ กั กรฑี าทเ่ี สมอกนั นนั้ เขา้ แขง่ ขนั ในรอบตอ่ ไปหรอื ถา้ ท�ำไม่ได้ควรมีการจับสลากเพื่อหาผู้เข้าไปแข่งขันในรอบต่อไปในกรณีท่ีมีการเสมอกันในอันดับที่  1  ในรอบชิง ชนะเลิศ  ผู้ชี้ขาดมีอ�ำนาจท่ีจะตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันท่ีเสมอกันน้ันแข่งขันกันใหม่  ถ้าเห็นว่าไม่ควรแข่งขันใหม่ก็ให้ ผลการแขง่ ขนั นั้นเป็นไปตามเดมิ  สว่ นการเสมอกันในอันดับทอ่ี ่ืนๆ กใ็ ห้เป็นไปตามน้นั คมู่ อื การตดั สินกรีฑาคนพิการ  61

การแข่งขันวง่ิ ข้ามร้ัว (Hurdle Races) 1. ระยะทาง ก�ำหนดระยะทางมาตรฐานดังตอ่ ไปน้ี ชายและเด็กชาย : 110 เมตร 400 เมตร หญิงและเด็กหญิง : 100 เมตร 400 เมตรจะต้องมีร้ัวส�ำหรับ กระโดดข้าม 10 รัว้  ในแต่ละช่องวงิ่ และวางร้วั ตามตารางดังต่อไปน้ี ชายและเดก็ ชาย ระยะทางการแข่งขนั ระยะทางจากเสน้ ระยะระหวา่ งร้วั ระยะทางจากรัว้ เมตร เริม่ วิง่ รวั้ แรก เมตร สุดท้ายถงึ เสน้ ชยั 110 9.14 400 เมตร 35 เมตร 13.72 14.02 45 40 หญงิ และเดก็ หญิง ระยะทางจากเสน้ ระยะระหวา่ งรัว้ ระยะทางจากร้วั ระยะทางการแขง่ ขนั เรม่ิ วิ่งรัว้ แรก เมตร สดุ ทา้ ยถงึ เส้นชัย เมตร 8.50 110 เมตร 35 เมตร 400 13.00 10.50 45 40 รว้ั แต่ละร้วั จะตอ้ งวางบนล่โู ดยให้ขาตัง้ อยู่รมิ ขอบชอ่ งว่งิ การวางร้ัวเช่นน้ีควรให้ขอบหน้าของไม้พาดอยู่ตรงกับขอบหน้าของจุดเครื่องหมายบนลู่ทางด้านท่ีนักวิ่ง เขา้ หารวั้  รวั้ ประกอบขน้ึ ดว้ ยฐาน 2 อนั  และขาตงั้  2 อนั  ประกอบกนั ขน้ึ เปน็ โครงสเี่ หลยี่ ม เสรมิ ใหแ้ ขง็ แรงขน้ึ ดว้ ย ไมข้ วางหนงึ่ ชน้ิ หรอื มากกวา่  ขาตดิ ตรงึ อยทู่ ปี่ ลายสดุ ของฐานแตล่ ะขา้ ง ลกั ษณะของรว้ั นน้ั จะตอ้ งออกแบบ โดยให้ มนี ำ�้ หนกั อยา่ งนอ้ ย 3.6 กโิ ลกรมั  มากระทบทจี่ ดุ กงึ่ กลางของขอบบนของไมพ้ าดจงึ จะพลกิ ลม้  รว้ั อาจปรบั ใหส้ งู หรอื ต่�ำตามประเภทของการแข่งขัน  เม่ือปรับความสูงต่�ำของร้ัวทุกๆ  คร้ัง  จะต้องท�ำให้น้�ำหนักอย่างน้อย  3.6  กิโลกรัม และไม่เกิน 4 กโิ ลกรัม มากระทบทีจ่ ุดก่งึ กลางของขอบบนไม้จงึ จะพลกิ ลม้ 3. ขนาดความสงู มาตรฐานของรว้ั จะเป็นดงั น้ี   หญิง  เด็กหญงิ 100 เมตร 0.840 เมตร 0.762 เมตร 400 เมตร 0.762 เมตร 0.762 เมตร   ชาย   เดก็ ชาย 110 เมตร 1.067 เมตร 0.914 เมตร 400 เมตร 0.914 เมตร 0.840 เมตร - ความกว้างของรั้ว 1.18-1.20 เมตร - ความยาวของขาตัง้ มากทสี่ ุด 0.70 เมตร - น้�ำหนักท้ังหมดของรว้ั ไม่นอ้ ยกว่า 10 กโิ ลกรัม 62  คมู่ ือการตัดสินกรฑี าคนพิการ

ในแต่ละกรณีจะยอมให้ 3 มิลลิเมตร สูงกว่าและต�่ำกว่าความสูงมาตรฐาน ท่ียอมให้นี้เพราะความ แตกต่างด้านการผลติ 4. ความกว้างของไม้ขวาง 7 เซนติเมตร หนาระหว่าง 1 เซนติเมตร ถึง 2.5 เซนติเมตร ขอบบนควร ให้กลมและตดิ ตรึงอย่างม่ันคงอยู่ที่ปลายขาตั้ง 5. ไม้ขวางควรทาสีขาว และมีแถบสีด�ำค่ันหรือสีอ่ืนๆ ที่ตัดกันอย่างเด่นชัด เช่น แถบสีอื่นท่ีอ่อนกว่า ซงึ่ มคี วามยาวอย่างน้อย 22.5 เซนติเมตร อยบู่ นปลายทงั้ สองข้าง 6. การแข่งขันท้ังหมดจะต้องว่ิงในช่องว่ิง และผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะต้องวิ่งในช่องของตนตลอดระยะ ทาง 7. ผ้เู ข้าแข่งขันท่ใี ช้ขาหรอื เท้าข้ามรัว้  หรือกระโดดขา้ มรัว้ ใดๆ ทไี่ ม่ได้อยู่ในช่องวงิ่ ของตนเองหรือผชู้ ้ีขาด เหน็ ว่ามเี จตนาทำ� ให้ร้ัวล้มดว้ ยมือหรอื เท้าจะถูกตดั สิทธ์จิ ากการแข่งขนั 8. นอกจากทก่ี ลา่ วในขอ้  7 แลว้  การทำ� ใหร้ วั้ ลม้ ไมม่ ผี ลตอ่ การตดั สทิ ธจิ์ ากการแขง่ ขนั  หรอื ไมเ่ ปน็ ขอ้ หา้ ม ทจี่ ะไดร้ ับรองสถติ ิ 9. ในการท�ำสถิติโลก รัว้ ท้งั หมดจะตอ้ งเป็นไปตามลกั ษณะเฉพาะทก่ี �ำหนดใหใ้ นกตกิ านี้ การแข่งขนั วงิ่ วิบาก (Steeplechase Races) 1. ระยะทางมาตรฐานท่ใี ช้ในการแข่งขนั คือ 2,000 และ 3,000 เมตร 2. ในการแข่งขันประเภท 3,000 เมตร จะต้องกระโดดข้ามรั้ว 28 ครั้ง และร้ัวน�้ำ 7 ครั้ง ในการแข่งขัน ประเภท 2,000 เมตร จะตอ้ งกระโดดข้ามรวั้  18 ครงั้  และ รวั้ น�้ำ 5 ครั้ง 3. ในการแข่งขันประเภท 3,000 เมตร จะมีการกระโดดข้ามร้ัวในแต่ละรอบ 5 ครั้ง โดยครั้งที่ 4 จะ กระโดดข้ามรั้วน้�ำ  การวางร้ัวจะกระจายกันไปอย่างสม่�ำเสมอ  เพ่ือให้ระยะการกระโดดแต่ละคร้ังเท่าๆ  กัน  รั้วจึง หา่ งกันประมาณ 1/5 ของระยะทางหน่ึงรอบ 4. ในการแขง่ ขนั ประเภท 3,000 เมตร ระยะทางจากเสน้ เรม่ิ วง่ิ ถงึ ระยะทเี่ หลอื  7 รอบ จะไมม่ กี ารกระโดด ข้ามรวั้ จะกระโดดขา้ มร้วั เมื่อเหลือ 7 รอบ เป็นตน้ ไป 5. รว้ั ทกุ รว้ั จะมคี วามสงู  0.914 เมตร (+3 มิลลเิ มตร) สำ� หรบั ประเภทหญงิ รว้ั จะมีความสงู  0.762 เมตร (+3  มิลลิเมตร)และยาวอย่างน้อยท่ีสุด  3.96  เมตร  ขนาดของไม้ขวางของร้ัวพื้นที่หน้าตัด  12.7  เซนติเมตร x 12.7 เซนตเิ มตร รวั้ ทบ่ี อ่ นำ้� ยาว 3.66 เมตร (+2 เซนตเิ มตร)ยดึ ตดิ อยา่ งมนั่ คงอยกู่ บั พน้ื  โดยไมใ่ หข้ ยบั เคลอ่ื นได ้ ไมข้ วาง ควรจะทาดว้ ยสขี าวสลบั ดำ�  หรอื สอี นื่ ๆ ทต่ี ดั กนั อยา่ งเดน่ ชดั  เชน่  แถบสอี น่ื ทสี่ อี อ่ นกวา่  ซงึ่ มคี วามยาวอยา่ งนอ้ ยทส่ี ดุ 22.5  เซนติเมตร  และอยู่บนปลายท้ังสองข้าง  น้�ำหนักของรั้วแต่ละร้ัว  อยู่ระหว่าง  80  กิโลกรัม  ถึง  100  กิโลกรัม รั้วแตล่ ะรวั้ ควรมฐี านยาวระหว่าง 1.20 เมตร ถงึ  1.40 เมตร 6. บอ่ นำ�้ ทง้ั รั้วยาว 3.66 เมตร (+2 มิลลิเมตร) และกวา้ ง 3.66 เมตร (+2 มิลลเิ มตร) พื้นของบ่อน้�ำควรปูด้วยยางสังเคราะห์หรือเสื่อด้วยความหนาท่ีเพียงพอที่จะท�ำให้กระโดดลงพ้ืนได้ด้วย ความปลอดภัย  และตะปูรองเท้าเกาะติดได้อย่างม่ันคง  เม่ือเริ่มต้นแข่งขัน  ควรให้ระดับน�้ำในบ่อเสมอกับผิวลู่ เพ่ือเผื่อขาดไว้  2  เซนติเมตร  ระดับน้�ำในแอ่งจะต้องเสมอกับผิวหน้าของลู่ว่ิง  ทางด้านชิดร้ัวลึก  70  เซนติเมตร ส่วนลึกนี้จะกว้าง  30  เซนติเมตร  ต่อจากส่วนลึกนี้พื้นบ่อจะลาดข้ึนไปหาระดับผิวลู่ท่ีปลายสุดด้านไกลออกไปของ บ่อนำ้� 7. ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั แตล่ ะคนจะตอ้ งขา้ มหรอื ลยุ นำ�้ ไป ผทู้ กี่ า้ วหรอื กระโดดขา้ ม แตเ่ ทา้ หรอื ขาหอ้ ยขา้ มไปทาง รว้ั จะถกู ตัดสิทธิใ์ หอ้ อกจากการแข่งขนั  ผู้เขา้ แขง่ ขันจะขา้ มแต่ละร้ัวโดยวธิ ีการใดๆ กไ็ ด้ คูม่ ือการตัดสินกรีฑาคนพิการ  63

การแข่งขนั วิ่งผลัด (Relay Races) 1. เสน้ กวา้ ง 5 เซนตเิ มตร ลากตดั ชอ่ งวงิ่ เพอื่ เปน็ เครอ่ื งหมายแสดงระยะทางของเขตตา่ งๆ และเสน้ กลาง เขต 2. เขตรับ-ส่ง แต่ละเขตมีความยาว 20 เมตร โดยมีเส้นกลางเขตเป็นเส้นกลางจุดเริ่มต้นและจุดส้ินสุด ของเขตนบั ทขี่ อบของเส้นด้านท่ีอยทู่ างดา้ นเสน้ วงิ่ ตามทิศทางวิง่ 3. เสน้ กลางเขตรับ-สง่  เขตแรกของ 4 x 400 เมตร (หรอื เขตท ่ี 2 ของ 2 x 200 เมตร) คอื เสน้ เรม่ิ วง่ิ  800 เมตร 4. เขตรับ-ส่ง เขตท ี่ 2 และเขตสดุ ท้าย (4 x 400 เมตร) คือเสน้  10 เมตร ท่อี ยู่สองขา้ งของเส้นชัย 5. เส้นโค้งที่ตัดผ่านลู่ว่ิง ณ จุดท่ีเข้าสู่ทางตรง คือจุดที่ผู้วิ่งไม้ 2 (4 x 400 เมตร)และไม้ที่ 3 (4 x 200 เมตร) สามารถตัดเขา้ ในได ้ สำ� หรบั การวงิ่  800 เมตร ซง่ึ เก่ยี วกับเสน้ โคง้ นี้ ไดก้ ล่าวไว้ในกติกาข้อ 163.5 6. วิ่งผลดั  4 x 100 เมตร และถา้ เป็นไปไดก้ ารวิ่งผลัด 4 x 200 เมตร ควรจะวงิ่ ตามช่องวิง่ โดยตลอด ในการวิ่งผลัด 4 x 200 เมตร (ถ้าไม่ต้องวิ่งไปตามช่องวิ่งโดยตลอด) และว่ิงผลัด 4 x 400 เมตร ใน รอบแรกและโค้งแรกของรอบท่ี 2 จนถึงเสน้ ตดั จะต้องว่งิ ไปตามชอ่ งว่งิ หมายเหตุ : ในการแข่งขันวิ่งผลัด  4 x 200  เมตร  และ  4 x 400  เมตร  ถ้ามีทีมเข้าแข่งขันไม่เกิน  4  ทีม  เป็นข้อเสนอแนะว่า ควรใหว้ ่ิงตามชอ่ งวิ่งเฉพาะโค้งท่ีหน่งึ ของรอบที่หนึง่ เทา่ น้ัน 7. ในการแข่งขันว่ิงผลัด 4 x 100 เมตร และ 4 x 200 เมตร สมาชิกของทีมยกเว้นไม้ที่ 1 อาจจะเร่ิมว่ิง จากนอกเส้นเขตเร่ิมรับได้อีกไม่เกิน  10  เมตร  (ดูข้อท่ี  2)  เขตท่ีต่อเพิ่มออกไปน้ีจะต้องท�ำเครื่องหมายไว้ให้ชัดเจน ทุกชอ่ งวง่ิ 8. ในการแข่งขันวิ่งผลัด 4 x 400 เมตร ณ เขตรับ-ส่งเขตแรกท่ีนักวิ่งแต่ละคนยังคงต้องวิ่งในช่องวิ่ง ของตนเองจะไม่อนุญาตให้ผู้ว่ิงไม้  2  ออกไปเร่ิมต้นว่ิงจากนอกเขตเริ่มรับและจะต้องออกเริ่มว่ิงจากภายในเขตน้ี เทา่ นัน้ ในทำ� นองเดียวกนั ไม ้ 3 และไม ้ 4 จะต้องเริม่ ตน้ วง่ิ จากภายในเขตรับ-ส่ง เช่นกัน ผู้ว่ิงไม้ 2 ของแต่ละทีมจะวิ่งตัดเข้าในได้ทันทีที่ผ่านเส้นตัดท่ีจุดสิ้นสุดโค้งแรก เส้นตัดนี้ท�ำเคร่ืองหมาย ดว้ ยเสน้ โคง้ กวา้ ง 5 เซนตเิ มตร ตดั ผา่ นลวู่ งิ่ โดยมธี งสงู อยา่ งนอ้ ย 1.5 เมตร ปกั ไวต้ รงกบั หวั เสน้ ทงั้ สองขา้ งดา้ นนอก ของลู่วงิ่ หมายเหต ุ 1 : เพอ่ื ชว่ ยเหลอื นกั กรฑี าทเี่ สน้ ตดั ควรวางกรวยหรอื วสั ดทุ รงสเ่ี หลย่ี ม 5 x 5 เซนตเิ มตร สงู ไมเ่ กนิ  15 เซนตเิ มตร สเี ดียวกันกับเสน้ ตดั วาง ณ จุดทเ่ี ส้นตัดกบั เส้นขอบในของแต่ละชอ่ งว่งิ 9. นักว่ิงไม้ท่ี 3 และไม้ท่ี 4 ของการแข่งขันวิ่งผลัด 4 x 400 เมตร จะต้องอยู่ในต�ำแหน่งรอคอยของ ตนเองในล�ำดับที่เหมือนกัน  (จากด้านในมาด้านนอก)  และอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ท่ีได้รับการแต่งตั้ง ขณะทสี่ มาชกิ ในทมี ของเขาไดว้ งิ่ ผา่ นระยะ 200 เมตร แลว้ ทนั ทที น่ี กั วงิ่ ทกี่ ำ� ลงั วงิ่ เขา้ มาไดผ้ า่ นจดุ นไี้ ป นกั วง่ิ ทก่ี ำ� ลงั รอคอยอยจู่ ะตอ้ งรกั ษาลำ� ดบั ของตนเองไวแ้ ละหา้ มเปลย่ี นตำ� แหนง่ โดยเดด็ ขาด ถา้ หากเปลยี่ นตำ� แหนง่ จะถกู ตดั สทิ ธิ์ จากการแข่งขันทันที 10. ในการแข่งขันวิ่งผลัดอ่ืนๆ เม่ือไม่ใช้ช่องวิ่ง นักวิ่งที่ก�ำลังรอคอยอยู่จะต้องอยู่ด้านในของลู่ขณะที่ สมาชิกของทีมก�ำลังว่งิ ขา้ มเขา้ มาถงึ โดยมขี ้อแม้ว่าตวั เขาตอ้ งไมไ่ ปเบียด กระแทก หรือกีดขวางผู้เขา้ แขง่ ขนั คนอ่ืน 11. ที่หมาย เมื่อการแข่งขันวิ่งผลัดท�ำในช่องว่ิง ผู้เข้าแข่งขันอาจจะท�ำท่ีหมายไว้บนลู่ภายในช่องว่ิงของ ตนเองโดยใชเ้ ทปกาวขนาด 5 x 40 เซนตเิ มตร มสี ที เ่ี หน็ ไดอ้ ยา่ งเดน่ ชดั  ซงึ่ ไมท่ ำ� ใหส้ บั สนกบั เครอื่ งหมายทถ่ี าวรอนื่ ๆ ส�ำหรับลู่ที่ท�ำด้วยหญ้าหรือถ่านละเอียดนักกรีฑาอาจท�ำที่หมายไว้ภายในช่องว่ิงของตนเองโดยการท�ำรอยขีดไว้ บนลู่ว่ิง 64  คู่มอื การตดั สินกรีฑาคนพิการ

12. ไมว้ งิ่ ผลดั จะมลี กั ษณะเปน็ ทอ่ กลวง เรยี บ และกลม ทำ� ดว้ ยไม ้ โลหะ หรอื วสั ดแุ ขง็ อนื่ ๆ เปน็ ทอ่ นเดยี ว มคี วามยาวไมเ่ กนิ  30 เซนตเิ มตร และไมส่ นั้ กวา่  28 เซนตเิ มตร เสน้ รอบวงของไมผ้ ลดั ประมาณ 12-13 เซนตเิ มตร และมนี ำ�้ หนกั ไม่นอ้ ยกว่า 50 กรัม ควรมีสเี พ่ือใหม้ องเห็นไดง้ า่ ยระหวา่ งทีท่ �ำการแข่งขนั 13. ไม้ว่ิงผลัด ไม้ว่ิงผลัดจะต้องถือด้วยมือตลอดการแข่งขัน ถ้าท�ำหล่น นักกรีฑาท่ีท�ำหล่นจะต้องเก็บ ด้วยตนเองเขาอาจออกไปจากช่องวิ่งของตนเองเพื่อไปเก็บเอาไม้ว่ิงผลัดที่หล่นไปคืนมา  ในการกระท�ำเช่นนั้น เขาต้องไม่ท�ำใหร้ ะยะทางท่ีจะตอ้ งวง่ิ ลดนอ้ ยลงและไมไ่ ปกีดขวางทางวิ่งของนักกรฑี าคนอนื่ ๆ การทีไ่ มว้ ง่ิ ผลัดหลน่ ไม่เป็นผลใหต้ ้องออกจากการแข่งขัน 14. การแขง่ ขนั วง่ิ ผลดั ทกุ ประเภท การรบั -สง่ ไมผ้ ลดั จะตอ้ งกระทำ� ในเขตรบั -สง่ เทา่ นน้ั  การสง่ ไมว้ งิ่ ผลดั เรม่ิ ขน้ึ เมอื่ ไมถ้ กู สมั ผสั  โดยนกั วงิ่ ผกู้ ำ� ลงั รบั และเสรจ็ สนิ้ สมบรู ณใ์ นวนิ าทที ไี่ มว้ งิ่ ผลดั นอี้ ยใู่ นมอื ของนกั วง่ิ ผรู้ บั ชว่ งตอ่ เท่านั้น  ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันสวมถุงมือ  หรือมีสารใดๆ  บนฝ่ามือ  เพ่ือท่ีจะท�ำให้การจับไม้ว่ิงผลัดกระชับขึ้น ภายในเขตรับ-ส่งไม้วิ่งผลัด  ต�ำแหน่งของไม้วิ่งผลัดเท่านั้นเป็นตัวช้ีขาดไม่ใช่ต�ำแหน่งของร่างกายหรือแขน-ขาของ ผแู้ ข่งขนั 15. ก่อนรับและ/หรือหลังจากการส่งไม้วิ่งผลัดแล้ว ผู้เข้าแข่งขันควรอยู่ในช่องวิ่งของตนจนกว่าลู่ว่ิงจะ ปลอดจากผเู้ ขา้ แขง่ ขนั คนอน่ื ๆ เพอื่ ทจี่ ะหลกี เลยี่ งการกดี ขวางสมาชกิ คนใดคนหนง่ึ ของทมี อนื่  กตกิ าขอ้  163.3 และ 4 จะไม่น�ำมาใช้กับนักกรีฑาเหล่าน้ี  ผู้เข้าแข่งขันคนใดเจตนากีดขวางผู้ว่ิงของทีมอ่ืน  โดยการวิ่งออกจากต�ำแหน่ง หรือช่องว่ิงของตนเองเม่ือส่งไม้วิ่งผลัดเสร็จโดยทันที  เขาผู้นั้นอาจจะเป็นต้นเหตุให้ทีมของเขาถูกตัดสิทธ์ิจากการ แขง่ ขัน 16. การชว่ ยเหลอื ดว้ ยการผลกั หรอื ด้วยวธิ ีอนื่ ใด จะถกู ตดั สทิ ธ์ิจากการแข่งขนั 17. เมอ่ื ทมี วงิ่ ผลดั ไดเ้ รม่ิ การแขง่ ขนั ไปครง้ั หนง่ึ แลว้ นกั กรฑี าอกี เพยี ง 2 คนเทา่ นนั้ ทเี่ ปน็ ตวั สำ� รองของทมี ในการแข่งขันในรอบต่อไปนักกรีฑาท่ีเป็นตัวส�ำรองในทีมวิ่งผลัดอาจจะเป็นนักกรีฑาประเภทใดประเภทก็ได้ที่ได้มี รายช่อื ในการแขง่ ขันครั้งนัน้ 18. การจัดทีมวิ่งผลัดและล�ำดับของผู้แข่งขันในการว่ิงผลัด จะต้องประกาศอย่างเป็นทางการก่อน การเรียกรายงานตวั คร้ังแรกของพวกแรกของทุกรอบไมน่ อ้ ยกว่า 1 ช่ัวโมง นอกจากการเปล่ยี นแปลงทเ่ี กดิ จากการ รกั ษาพยาบาลเทา่ นน้ั  (รบั รองความเปน็ จรงิ โดยเจา้ หนา้ ทแ่ี พทยท์ ไ่ี ดร้ บั การแตง่ ตงั้ จากคณะกรรมการจดั การแขง่ ขนั ) จงึ จะใหเ้ วลาจนถงึ การเรยี กรายงานตวั ครง้ั สดุ ทา้ ยของพวกทท่ี มี นนั้ เขา้ แขง่ ขนั  เมอ่ื นกั กรฑี าคนหนง่ึ ซงึ่ ไดเ้ ขา้ แขง่ ขนั ในรอบกอ่ นแลว้  และได้เปล่ยี นใหต้ ัวสำ� รองลงแข่งขันแทนนกั กรฑี าคนนนั้  ไม่อาจกลบั มาลงแข่งขันในทีมน้ันได้อกี ประเภทลาน (Field Events) การอบอุ่นร่างกาย ณ สนามแข่งขัน 1. ณ สนามแข่งขัน ก่อนถึงเวลาแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะท�ำการฝึกซ้อมได้ในรายการ ทุ่ม พุ่ง ขว้าง ลำ� ดบั การฝกึ ซอ้ มใหเ้ ป็นไปตามล�ำดบั ท่ีจบั สลากได้ และภายใต้การควบคมุ ดูแลของผตู้ ดั สนิ 2. ทันทีที่การแขง่ ขันเร่ิมข้นึ  ห้ามผู้เข้ารว่ มแข่งขันท�ำการฝึกซ้อมโดย a) ใช้ทางว่ิง หรือบรเิ วณกระโดด b) ใช้อุปกรณแ์ ขง่ ขนั c) ใชว้ งกลมหรือพืน้ ทภี่ ายในบริเวณเซค็ เตอร ์ จะดว้ ยมีอุปกรณ์ หรอื ไม่มอี ปุ กรณก์ ็ตาม การทำ� เคร่อื งหมาย 3. ในประเภทลานที่ใช้ทางวิ่งทุกรายการ เคร่ืองหมายจะต้องวางที่ด้านข้างของทางว่ิง ยกเว้นกระโดดสูง คมู่ อื การตดั สนิ กรฑี าคนพิการ  65

สามารถวางบนทางวง่ิ โดย 1 คนวางได ้ 1 หรอื  2 เครอื่ งหมาย (ทจี่ ดั ใหห้ รอื อนมุ ตั โิ ดยคณะกรรมการจดั การแขง่ ขนั ) เพื่อบอกจุดเร่ิมวิ่งและจุดกระโดด  ถ้าไม่มีการจัดเคร่ืองหมายเช่นนั้นให้  เขาอาจใช้เทปกาว  แต่ต้องไม่ใช้ชอล์ก หรือสารอนื่ ท่คี ล้ายคลึงกันหรือส่ิงใดส่งิ หนึง่  ซงึ่ จะทิง้ รอยเครอ่ื งหมายที่ไม่สามารถลบออกได้ไว้ ลำ� ดบั ทใ่ี นการแขง่ ขัน 4. ผู้เข้าแข่งขันจะต้องท�ำการแข่งขันตามล�ำดับท่ีจับสลากได้ถ้ามีการแข่งขันในรอบต่อไป ให้มีการจับ สลากใหมส่ �ำหรับรอบชงิ ชนะเลศิ ดว้ ย (ดูขอ้ ที่ 5 ถัดไป) การประลอง 5. ในประเภทลานทกุ รายการยกเวน้ กระโดดสงู และกระโดดคำ้�  ถา้ มผี เู้ ขา้ แขง่ ขนั เกนิ  8 คน ใหผ้ เู้ ขา้ แขง่ ขนั แตล่ ะคนท�ำการประลองคนละ 3 คร้ัง เพ่อื คัดเลอื กผทู้ �ำสถติ ดิ ีไว ้ 8 คน แล้วให้ 8 คนท่ีคัดเลือกไว้ประลองอีกคนละ 3 คร้ัง ถ้าอันดับสุดท้ายของการคัดเลือกเสมอกันก็ให้ดูข้อที่ 20 ถัดไป  ถ้ามีผู้เข้าแข่งขัน  8  คน  หรือน้อยกว่า  ให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนท�ำการประลองคนละ  6  คร้ัง  2  กรณี  ล�ำดับ การประลองของ  3  คร้ังหลัง  ให้เรียงล�ำดับการประลองใหม่จากสถิติที่ดีท่ีสุดของการประลอง  3  คร้ังแรก  จากสถิติ นอ้ ยไปหาสถติ ิทมี่ ากกวา่ หมายเหต ุ : สำ� หรบั การกระโดดเอาความสงู ให้ดกู ตกิ าข้อ 181.2 6. นอกจากกระโดดสงู กับกระโดดคำ�้  หา้ มผูเ้ ขา้ แข่งขันท�ำการประลองมากกว่า 1 คร้งั 7. ในหน่ึงรอบของการแข่งขันนานาชาติทุกรายการยกเว้นการแข่งขันชิงแชมป์โลก (กลางแจ้ง เยาวชน ในร่ม  ยุวชน)  และการแข่งขันโอลิมปิกจ�ำนวนครั้งของการแข่งขันประเภทลาน  ความไกลอาจจะลดจ�ำนวนคร้ังลง กไ็ ด้ ท้ังน้ีต้องเปน็ ไปตามการพิจารณาขององคก์ รระดบั ชาติหรอื นานาชาตทิ ่ีควบคมุ การแข่งขันคร้ังนั้นๆ การแขง่ ขันรอบคดั เลือก 8. จะตอ้ งมกี ารแขง่ ขนั รอบคดั เลอื กในการแขง่ ขนั ประเภทลาน ถา้ มผี เู้ ขา้ แขง่ ขนั จำ� นวนมากเกนิ ไปจนไม่ สามารถท่ีจะจัดแข่งขันในรอบเดียวได้  (รอบชิงชนะเลิศ)  เมื่อมีการจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกขึ้นผู้เข้าแข่งขันจะ ต้องเข้าแข่งขันเพือ่ คัดเลอื กเข้าไปแขง่ ขันในรอบต่อไปสถติ ใิ นการคัดเลอื กนจ้ี ะไมน่ �ำไปพจิ ารณาตดั สนิ การแข่งขัน 9. ให้แบ่งผู้เข้าแข่งขันออกเป็น 2 กลุ่ม หรือมากกว่า เว้นแต่ในกรณีที่มีเครื่องอ�ำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะใช้ในการแข่งขันพร้อมๆ  กัน  และในสถานที่ที่คล้ายคลึงกัน  แต่ละกลุ่มควรจะเริ่มการแข่งขันทันทีท่ีกลุ่มก่อน ไดแ้ ข่งขันสนิ้ สุดลง 10. เปน็ ขอ้ เสนอแนะวา่  ในการแขง่ ขนั ทใ่ี ชเ้ วลามากกวา่  3 วนั  ควรมวี นั หยดุ พกั  1 วนั  ระหวา่ งการแขง่ ขนั รอบคัดเลือกและรอบชงิ ชนะเลิศในการแข่งขนั ประเภทกระโดดเอาความสงู 11. สภาพของการคดั เลอื ก มาตรฐานของการคดั เลอื กและจำ� นวนนกั กรฑี าในรอบชงิ ชนะเลศิ จะตอ้ งตดั สนิ โดยผแู้ ทนเทคนคิ  ถา้ ไมไ่ ดแ้ ตง่ ตงั้ ผแู้ ทนเทคนคิ ไว ้ ควรจะตดั สนิ โดยคณะกรรมการจดั การแขง่ ขนั  สำ� หรบั การแขง่ ขนั ทจี่ ดั ขน้ึ ภายใตก้ ตกิ าขอ้  1.1 (a), (b) และ (c) ควรจะมนี กั กรฑี าเขา้ แขง่ ขนั ในรอบชงิ ชนะเลศิ อยา่ งนอ้ ยทส่ี ดุ  12 คน 12. ในการแข่งขันรอบคัดเลือก นอกจากกระโดดสูง และกระโดดค�้ำแล้ว ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะได้รับ อนุญาตให้ท�ำการประลองได้  3  ครั้ง  เม่ือผู้เข้าแข่งขันผ่านมาตรฐานการคัดเลือกไม่จ�ำเป็นต้องท�ำการประลอง ตอ่ ไปอกี 13. ในการแข่งขันรอบคัดเลือกส�ำหรับกระโดดสูงและกระโดดค้�ำผู้เข้าแข่งขันท่ีท�ำฟาวล์ติดต่อกันครบ 66  ค่มู อื การตดั สนิ กรีฑาคนพิการ

3  คร้ังแล้วจะหมดสิทธิ์ในการกระโดดต่อไป  ผู้เข้าแข่งขันคนใดสามารถกระโดดผ่านข้ันความสูงมาตรฐานของรอบ คัดเลอื กแลว้  ไมจ่ �ำเปน็ ต้องกระโดดตอ่ ไปอีก 14. ถ้าไม่มีนักกรีฑา หรือมีนักกรีฑาน้อยกว่าจ�ำนวนท่ีก�ำหนด ให้ตั้งมาตรฐานการทดสอบใหม่ กลุ่มที่ เข้ารอบสุดท้ายจะต้องเพ่ิมจ�ำนวนข้ึน  โดยเพ่ิมผู้เข้าแข่งขันเข้ามาตามผลของการแข่งขันในรอบคัดเลือก  ส�ำหรับ นักกรีฑาทีเ่ สมอกันในอนั ดับสุดทา้ ยของรอบคัดเลอื กให้ปฏิบัตติ ามข้อท่ี 20 ถดั ไป 15. เมอ่ื การแขง่ ขนั รอบคดั เลอื กสำ� หรบั การกระโดดสงู และกระโดดคำ�้  ถกู จดั เปน็  2 กลมุ่ ในเวลาเดยี วกนั มขี อ้ เสนอแนะวา่ การเลอื่ นไมพ้ าดใหส้ งู ขน้ึ แตล่ ะครง้ั ในแตล่ ะกลมุ่ ควรทำ� ในเวลาเดยี วกนั และทง้ั สองกลมุ่ ควรมคี วาม สามารถเกอื บเท่าๆ กนั ดว้ ย การกดี ขวางการประลอง 16. ถา้ นกั กรฑี าถกู กดี ขวางในการประลองดว้ ยเหตผุ ลใดๆ กต็ าม ผชู้ ขี้ าดมอี ำ� นาจทจ่ี ะใหท้ ำ� การประลอง ใหม่ การถ่วงเวลา 17. ผู้เข้าแข่งขันประเภทลานคนใด ท�ำการประลองช้าโดยไม่มีเหตุสมควรอาจถูกไม่ให้ท�ำการประลอง และถือว่าได้กระท�ำฟาวล์  1  คร้ัง  ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ชี้ขาด  โดยพิจารณาถึงสถานการณ์ท้ังหมดและ อะไรคือการชกั ชา้ ท่ไี มส่ มเหตผุ ลเจา้ หน้าท่ที ่ีรับผิดชอบจะแจ้งให้ผู้เข้าแข่งขันทราบว่าทุกอย่างพรอ้ มท่ีจะเรมิ่ ท�ำการ ประลองแลว้ และชว่ งเวลาทอ่ี นญุ าตใหท้ ำ� การประลองกจ็ ะเรมิ่ จากวนิ าทนี นั้  ถา้ นกั กรฑี าผทู้ จ่ี ะทำ� การประลองไมย่ อม ท�ำการประลอง  ให้พิจารณาว่าฟาวล์  1  คร้ัง  เมื่อเวลาท่ีอนุญาตให้ท�ำการประลองน้ันผ่านไป  ถ้าเวลาท่ีอนุญาตให้ ทำ� การประลองนนั้ ผา่ นไปหลงั จาก ทผ่ี เู้ ขา้ แขง่ ขนั ไดเ้ รม่ิ ทำ� การประลองแลว้  การประลองครง้ั นนั้ จะตอ้ งดำ� เนนิ ตอ่ ไป เวลาต่อไปนใ้ี หน้ ำ� มาใชบ้ งั คบั เมอ่ื เรมิ่ จบั เวลาการประลอง และโดยปกติจะใหเ้ วลาไมเ่ กนิ กวา่ นี้ คือ จำ� นวนนักกรฑี า ประเภทเดยี่ ว-นาที ประเภทรวม-นาที ทีย่ ังมสี ิทธิ์แข่งขัน สูง คำ้� อนื่ ๆ  สูง ค้�ำ อืน่ ๆ  มากกว่า 3 คน 111111 2 หรอื  3 คน 1.5 2 1 1.5 2 1 1 คน 3 5 - 2 3 - ประลองต่อเน่อื ง 232232 หมายเหตุ : นาฬิกาท่ีใช้แสดงเวลาที่เหลือ  ควรอยู่ในต�ำแหน่งท่ีผู้เข้าแข่งขันสามารถมองเห็นได้โดยสะดวกถ้าไม่มีนาฬิกา ดงั กล่าวเจ้าหนา้ ทีผ่ ู้ควบคมุ เวลาจะยกธงเหลืองขน้ึ เมอ่ื เหลือเวลาอกี  15 วนิ าที การออกไปจากสนามในระหวา่ งการแข่งขนั 18. ในประเภทลาน ผู้เข้าแข่งขันอาจออกไปจากบริเวณสนามแข่งขันได้ช่ัวคราวในระหว่างท่ีการแข่งขัน ยังด�ำเนินอย่ทู ัง้ น้ตี อ้ งได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินเสยี ก่อน คู่มอื การตัดสนิ กรฑี าคนพิการ  67

การเปลย่ี นแปลงสถานที่แขง่ ขนั 19. ผชู้ ขี้ าดมอี ำ� นาจทจี่ ะสง่ั เปลยี่ นสถานทแ่ี ขง่ ขนั ไดถ้ า้ ทำ� ใหเ้ กดิ ความเปน็ ธรรมมากขนึ้ แตก่ ารเปลยี่ นนน้ั จะตอ้ งกระท�ำภายหลังจากสนิ้ สุดการประลองในรอบนั้นแล้ว หมายเหต ุ : ท้งั แรงลมและเปลย่ี นทิศทางของลมไม่เป็นเงอ่ื นไขเพียงพอทจ่ี ะเปลี่ยนสถานท่ีแข่งขัน การเสมอกัน 20. ในกรีฑาประเภทลานยกเว้นกระโดดสูงและกระโดดค้�ำ ถ้ามีการเสมอกันให้ดูสถิติท่ีดีอันดับสองรอง ลงมาถ้ายังคงเสมอกันอีกให้ดูสถิติท่ีดีอันดับสาม และไปเรื่อยๆ ถ้าการเสมอกันยังคงอยู่ในกรณีท่ีเป็นการเสมอกัน ในอันดบั ท ี่ 1 ผูเ้ ขา้ แขง่ ขนั ที่มผี ลการแขง่ ขันเหมือนกนั  จะตอ้ งแขง่ ขันกนั ใหม่ตามล�ำดบั เดมิ จนกว่าจะหาผชู้ นะได้ ผลการแข่งขัน 21. ผู้แข่งขันแต่ละคนจะเป็นเจ้าของสถิติที่ได้จากการประลองที่ดีท่ีสุดของเขา รวมทั้งผลท่ีได้จากการ ประลองใหมเ่ พอื่ หาผชู้ นะในกรณที ี่เปน็ การเสมอกันในอันดบั ท ่ี 1 ด้วย การกระโดดเพื่อความสงู  (Vertical Jumps) กตกิ าทั่วไป (General Conditions) 1. ก่อนเร่ิมการแข่งขัน หัวหน้าผู้ตัดสินจะต้องแจ้งให้ผู้แข่งขัน หมายถึง ความสูงขั้นเร่ิมต้นและความสูง ขั้นต่อไปท่ีไม้พาดจะถูกเล่ือนขึ้น  เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันแต่ละรอบ  จนกว่าจะเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวท่ีชนะ การแขง่ ขนั หรือผ้เู ขา้ แขง่ ขันทเ่ี สมอกนั ในตำ� แหนง่ ท ่ี 1 2. ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั อาจจะเรมิ่ กระโดดในความสงู ขน้ั ใดกไ็ ดต้ ามทหี่ วั หนา้ ผตู้ ดั สนิ ไดแ้ จง้ ไวแ้ ลว้ และอาจกระโดด ในความสงู ใดๆ ตอ่ ไปกไ็ ด ้ ขนึ้ อยกู่ บั การพจิ ารณาตดั สนิ ใจของเขาเอง การกระโดดทไี่ มไ่ ดผ้ ลตดิ ตอ่ กนั  3 ครง้ั  ไมว่ า่ ข้ันใดย่อมเสียสิทธทิ์ ี่จะกระโดดตอ่ ไปยกเวน้ ในกรณีทเี่ สมอกันในอนั ดบั ทห่ี น่งึ ผลท่ีเกิดจากกติกาข้อนี้ผู้เข้าแข่งขันจะไม่กระโดดคร้ังที่สองหรือคร้ังท่ีสามก็ได้ในระดับความสูงขั้นใด ขน้ั หนง่ึ  (หลงั จากกระโดดไมไ่ ดผ้ ลในครั้งท ่ี 1 หรอื ครัง้ ท ่ี 2) และยังคงกระโดดทคี่ วามสูงขน้ั ใดข้นั หน่งึ ต่อไปได้ ถา้ ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั สละสทิ ธก์ิ ารประลองในขน้ั ความสงู ขน้ั หนง่ึ  เขาไมม่ สี ทิ ธท์ิ จี่ ะกระโดดในความสงู ขนั้ นน้ั อกี นอกจากกรณที ีม่ ีการเสมอกันในอันดบั ที่หนง่ึ 3. เมื่อผู้เข้าแข่งขันคนอ่ืนๆ กระโดดติดหมดแล้วผู้เข้าแข่งขันคนหน่ึงมีสิทธิ์ท่ีจะกระโดดต่อไปจนกว่าเขา จะสละสทิ ธใ์ิ นการที่จะแข่งขนั ตอ่ ไปอีก 4. เว้นแตเ่ ม่อื เหลือผเู้ ข้าแข่งขนั เพยี งคนเดียว และเขาเปน็ ผชู้ นะเลิศ (a) การเลื่อนความสูงของไม้พาดแต่ละคร้ังไม่ควรน้อยกว่า 2 เซนติเมตร ส�ำหรับกระโดดสูง และ 5 เซนติเมตรสำ� หรบั กระโดดคำ้�  ในแต่ละรอบ และ (b) การเล่ือนความสูงของไมพ้ าดไมค่ วรเล่ือนขึ้น กติกาข้อน้ีใช้ไม่ได้กับการแข่งขันที่นักกระโดดหลายคนซ่ึงก�ำลังแข่งขันกันอยู่ตกลงกันท่ีจะเล่ือนไม้พาด ข้นึ ใหส้ ูงข้ามขัน้ ถึงสถิติโลกโดยตรง เม่ือผู้เข้าแข่งขันชนะการแข่งขันแล้ว ความสูงที่ระดับไม้พาดจะถูกเลื่อนขึ้นจะต้องเป็นการตัดสินใจของ ผเู้ ขา้ แขง่ ขันเองดว้ ยการปรึกษากับผูต้ ดั สนิ หรอื ผชู้ ข้ี าดท่ีเกี่ยวข้อง หมายเหตุ : การเลอ่ื นไม้พาดขึน้ แบบน้ไี มน่ ำ� ไปใช้กบั การแขง่ ขันประเภทรวม 68  ค่มู ือการตดั สินกรีฑาคนพกิ าร

ในการแข่งขันประเภทรวมภายใต้กติกาข้อ 1.1 (a), (b) และ (c) การเพิ่มขั้นความสูงแต่ละครั้งจะต้อง ขน้ึ  3 เซนตเิ มตร ส�ำหรบั กระโดดสงู  และ 10 เซนติเมตร กระโดดคำ�้  ตลอดการแข่งขัน การวัดความสูง 5. การวดั ความสูงทงั้ หมดตอ้ งมหี นว่ ยเป็นเซนตเิ มตรโดยวัดตงั้ ฉากจากพ้ืนถงึ ขอบบนไม้พาดตรงจุดท่ีต�่ำ ทส่ี ุด 6. การวัดความสูงท่ีตั้งใหม่ ควรวัดก่อนท่ีผู้เข้าแข่งขันจะได้กระโดดในขั้นนั้นๆ ในการท�ำสถิติทุกกรณี ผู้ตัดสินจะต้องตรวจสอบการวัดเมื่อไม้พาดได้ถูกพาดไว้ท่ีความสูงตามสถิติ  และต้องตรวจสอบการวัดความสูง อกี ครั้งกอ่ นท่ีจะบันทกึ สถิติที่ไดใ้ หม่ ถา้ ไมพ้ าดถกู สมั ผสั ต้ังแต่การวัดครั้งสุดท้าย หมายเหตุ : ผู้ตัดสินควรจะให้แน่ใจว่าก่อนท่ีจะเริ่มท�ำการแข่งขันด้านล่างและด้านหน้าของไม้พาดสามารถมองเห็นข้อ แตกตา่ งได ้ ดงั น้ันการวางไม้พาดกลบั คนื ทุกครง้ั จะต้องวางใหด้ า้ นล่างและด้านหน้าของไม้พาดอยใู่ นลกั ษณะเดมิ เสมอ ไม้พาด 7. ไม้พาดจะท�ำด้วยวัสดุใยแก้วแข็งตัวหรือวัสดุที่เหมาะสมอ่ืนๆ แต่ไม่ใช่โลหะ มีลักษณะกลมยกเว้น สว่ นปลายทง้ั สองขา้ ง ไมพ้ าดควรมคี วามยาวทง้ั หมด 4.00 เมตร (+2เซนตเิ มตร) สำ� หรบั กระโดดสงู  และ 4.50 เมตร (+2เซนตเิ มตร) สำ� หรบั กระโดดคำ�้  มนี ำ้� หนกั สงู สดุ ไมเ่ กนิ  2 กโิ ลกรมั  สำ� หรบั กระโดดสงู  และ 2.25 กโิ ลกรมั  สำ� หรบั กระโดดค�้ำเส้นผ่าศูนย์กลางของไม้พาดส่วนที่กลม  30  มิลลิเมตร  (+  มิลลิเมตร)ไม้พาดประกอบด้วย  3  ส่วน  คือ สว่ นทเ่ี ปน็ ทรงกลมและสว่ นปลายทงั้ สองขา้ ง สว่ นปลายทงั้ สองกวา้ ง 30-35 มลิ ลเิ มตร และยาว 15-20 เซนตเิ มตร เพอ่ื ทจ่ี ะวางบนทว่ี างหรอื พกุ ของเสากระโดด ปลายไมต้ อ้ งเปน็ รปู วงกลมหรอื ครง่ึ วงกลม ทมี่ ผี วิ ขา้ งหนงึ่ เรยี บสำ� หรบั ใช้วางบนพุกหรือท่ีวางพื้นผิวที่เรียบไม่ควรสูงกว่าจุดก่ึงกลางของไม้พาดตามส่วนตัดขวางส่วนประกอบดังกล่าว จะต้องแข็งและเรียบ  ไม่ควรจะหุ้มด้วยยางหรือวัสดุอย่างอื่นเพ่ือไม่ให้มีการยึดติดกับพุกเพิ่มขึ้น  ไม้พาดจะต้อง ไม่เอียงเม่ือพาดอยู่บนพุกเสากระโดดจะหย่อนหรือห้อยตรงกลางไม่เกิน  2  เซนติเมตร  ส�ำหรับกระโดดสูง  และ 3 เซนตเิ มตร สำ� หรบั กระโดดคำ�้ ถา้ แขวนตมุ้ นำ้� หนกั  3 กโิ ลกรมั  ทกี่ ง่ึ กลางจะหยอ่ นลงไมเ่ กนิ  7 เซนตเิ มตร สำ� หรบั กระโดดสูง และ 11 เซนตเิ มตรสำ� หรับกระโดดคำ�้ การเสมอกัน 8. การเสมอกัน ให้ตัดสินด้วยวิธกี ารดงั ต่อไปน้ี (a) ผูแ้ ขง่ ขนั ที่ประลองในขั้นความสงู ที่เสมอกันน้นั นอ้ ยครง้ั กวา่ จะเปน็ ผู้ไดอ้ ันดบั ดีกว่า (b) ถ้ายังมีการเสมอกัน ผู้เข้าแข่งขันท่ีมีจ�ำนวนการประลองไม่ได้ผลน้อยครั้งกว่า นับตั้งแต่การ แขง่ ขนั จนถงึ ความสงู สุดทา้ ยจะเป็นผไู้ ดอ้ นั ดับทดี่ กี ว่า (c) ถ้ายังมกี ารเสมอกนั อยูอ่ ีก (i) ถ้าเก่ียวกับอันดับท่ี 1 ผู้เข้าแข่งขันที่เสมอกันนั้นจะต้องประลองเพ่ิมขึ้นอีกหน่ึงครั้ง ทร่ี ะดบั ความสงู ทส่ี ดุ ซง่ึ ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ทเ่ี สมอกนั นน้ั กระโดดไมผ่ า่ นและถา้ ยงั ไมส่ ามารถ ตัดสินได้ให้เลื่อนไม้พาดลงหรือข้ึน 2 เซนติเมตรส�ำหรับกระโดดสูงและ 5 เซนติเมตร ส�ำหรับกระโดดค้�ำ ให้ผู้เข้าเสมอกันท�ำการประลองได้ขั้นละ 1 ครั้งเท่าน้ัน จนกว่าจะ ตัดสินการเสมอกันได้ผู้เข้าแข่งขันต้องประลองทุกครั้งเพ่ือเป็นการชี้ขาดในกรณี เสมอกัน (ดูตวั อย่าง) (ii) ถ้าเกย่ี วกับอันดับอื่นๆ ก็ให้ไดอ้ นั ดบั เดยี วกัน หมายเหตุ : กติกาข้อนี้ (c) จะไมน่ �ำไปใช้กบั การแข่งขนั ประเภทรวม คมู่ อื การตดั สินกรีฑาคนพิการ  69

กระโดดสงู -ตัวอย่าง หวั หนา้ ผตู้ ดั สนิ จะเปน็ ผแู้ จง้ ระดบั ความสงู ใหแ้ กผ่ เู้ ขา้ แขง่ ขนั ทราบกอ่ นเรมิ่ ตน้ การแขง่ ขนั  ดงั น ี้ 1.75 เมตร  1.80 เมตร 1.84 เมตร 1.88 เมตร 1.91 เมตร 1.94 เมตร 1.97 เมตร 1.99 เมตร ผเู้ ขา้ ความสงู 1.94  จ�ำนวน กระโดดหาผู้ชนะ ไดท้ ่ี แข่งขัน เมตร 1.97  ประลอง 1.75  1.80  1.84  1.88  1.91  เมตร ไมไ่ ดผ้ ล 1.91  1.89  1.91  เมตร เมตร เมตร เมตร เมตร เมตร เมตร เมตร A o xo o xo x xx 2 xo x2 B - xo - xo - - xxx 2 x o o 1 C - o xo xo - xxx 2 xx 3 D - xo xo xo xxx 3 -4 O = ประลองได้ผล x = ประลองไม่ไดผ้ ล - = ไมไ่ ด้ประลอง A, B, C และ D ต่างกระโดดผ่านข้ันความสูง 1.88 เมตร กติกาเรื่องการเสมอกัน จึงต้องน�ำมาใช้ ผู้ตัดสินนับจ�ำนวนคร้ังที่ประลองไม่ได้ผลทั้งหมดก่อนท่ีจะผ่านข้ัน  1.88  เมตร  D  ประลองไม่ได้ผลมากกว่า  A,  B และ  C  ยังเสมอกันอยู่ในอันดับท่ี  1  จึงต้องกระโดดคนละหนึ่งครั้งท่ีข้ันความสูง  1.91  เมตร  แต่กระโดดไม่ผ่าน ท้ัง  3  คน  จึงลดความสูงลงท่ีขั้น  1.89  เมตร  ที่ขั้นนี้  C  กระโดดไม่ผ่าน  จึงคงเหลือ  A  กับ  B  ท่ีเสมอกัน  และต้อง กระโดดทข่ี ั้นความสงู  1.91 เมตร ซ่ึง B กระโดดผา่ นและเปน็ ผู้ชนะเลิศ แรงกระทำ� ทเ่ี กิดจากภายนอก 9. เพ่ือความชัดเจนจากกการหล่นของไม้พาดที่เกิดจากแรงอื่นๆ ท่ีมิใช่แรงจากผู้เข้าแข่งขัน (เช่น จาก แรงลม) (a) ถา้ การหลน่ นน้ั เกดิ ขนึ้ หลงั จากผเู้ ขา้ แขง่ ขนั ไดก้ ระโดดผา่ นไปแลว้  โดยไมไ่ ดส้ มั ผสั กบั ไมพ้ าด ถอื ว่าการประลองได้ผล (b) ถ้าการหลน่ น้นั เกดิ ขน้ึ ภายใตส้ ถานการณ์อื่นๆ ให้ท�ำการประลองใหม่ กระโดดสงู  (High Jump) การแขง่ ขัน 1. ผู้เข้าแขง่ ขนั จะตอ้ งกระโดดดว้ ยเท้าข้างเดยี ว 2. ผู้เขา้ แข่งขนั จะไมผ่ า่ นการประลอง ถา้ (a) หลังจากกระโดดแลว้ ไม้พาดหล่น อันเกิดจากการกระทำ� ระหวา่ งการกระโดดของเขา หรอื (b) ไมไ่ ดก้ ระโดด ปลอ่ ยใหส้ ว่ นหนง่ึ ส่วนใดของรา่ งกายถกู พน้ื รวมทัง้ เบาะรองรับบรเิ วณระหว่าง เสากระโดดสงู ทงั้ สองหรอื ภายนอกเสาทอ่ี ยหู่ ลงั ขอบหนา้ ของเสา อยา่ งไรกต็ าม เมอ่ื นกั กรฑี า กระโดดข้ึนไปแล้วเท้าไปถูกเบาะ ผู้ตัดสินเห็นว่าไม่มีการได้เปรียบแต่อย่างใด การประลอง ครง้ั นนั้ ถือว่าไดผ้ ล 70  คู่มอื การตัดสินกรีฑาคนพกิ าร

หมายเหตุ : เพอื่ เปน็ เครอื่ งชว่ ยตามกตกิ า ควรมเี สน้ สขี าวกวา้ ง 5 เซนตเิ มตร ทพ่ี น้ื  เสน้ นจี้ ะตอี ออกจากโคนเสาทง้ั สองขา้ ง  โดยให้ตรงเปน็ แนวเดยี วกบั เสาทั้งสอง ยาวออกไปจากเสาขา้ งละ 3 เมตร ทางวง่ิ และบรเิ วณทีก่ ระโดด 3. ความยาวของทางว่ิงต้องไม่น้อยกว่า 15 เมตร นอกจากในการแข่งขันที่จัดขึ้นภายใต้กติกาข้อ  1.1 (a), (b) และ (c) ซง่ึ ความยาวของทางวิง่ จะต้องไม่น้อยกว่า 20 เมตร 4. ความลาดเอียงสูงสุดของทางวิ่งและที่กระโดดไม่ควรเกิน 1 : 250 ในทิศทางของจุดศูนย์กลางของไม้ พาดยงั บรเิ วณทางว่งิ 5. บรเิ วณกระโดดจะต้องไดร้ ะดบั อุปกรณ์ 6. เสากระโดด จะใช้แบบหรือชนิดใดก็ได้ แต่จะต้องมั่นคงแข็งแรง จะต้องติดที่รองรับไม้พาด (พุก) ให้ มัน่ คงกบั เสาเพื่อรองรับไม้พาดไดอ้ ยา่ งม่นั คงดว้ ย เสาควรมีความสูงเพียงพอ คือให้สูงเกินระดับความสูงของสถิติขณะน้ัน โดยเมื่อวางไม้พาดแล้ว เสายัง สูงกว่าไม้พาดอย่างน้อยที่สุด  10  เซนติเมตร  ระยะทางระหว่างเสาจะต้องไม่น้อยกว่า  4  เมตร  และไม่เกิน  4.04 เมตร 7. จะต้องไม่เคลื่อนย้ายเสากระโดดในระหว่างการแข่งขัน นอกจากผู้ชี้ขาดจะพิจารณาเห็นว่าบริเวณ กระโดดและเบาะรองรบั ไมเ่ หมาะสม ในกรณเี ชน่ นน้ั จะเคลอื่ นยา้ ยไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื การแขง่ ขนั ในรอบนนั้ ไดส้ นิ้ สดุ ลงแลว้ 8. พุกส�ำหรับวางไมพ้ าด พุกจะต้องแบนและเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 6 เซนติเมตร จะต้องติดตรึงอยู่กับ เสากระโดด ปลายของพกุ แตล่ ะขา้ งหนั เขา้ หากนั  ปลายไมพ้ าดแตล่ ะขา้ งจะวางไวบ้ นพกุ ในแนวนน้ั  ถา้ ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั สัมผสั กับไม้พาด ไม้พาดจะตกลงส่พู ้นื ได้ง่าย อาจตกไปขา้ งหน้าหรือข้างหลังกไ็ ด้ พุกจะต้องไม่หุ้มด้วยยางหรือวัสดุอย่างอื่น ซ่ึงอาจท�ำให้เกิดความฝืดข้ึนระหว่างพื้นผิวของไม้พาดกับพุก และมสี ปริงใดๆ ชว่ ยดว้ ยไม่ได้เช่นกนั 9. จะต้องมชี อ่ งวา่ งอย่างน้อยท่สี ดุ  1 เซนติเมตร ระหวา่ งปลายของไมพ้ าดกับเสา เบาะรองรับ 10. บริเวณลงสู่พื้นควรจะวัดได้ไม่น้อยกวา่  5 x 3 เมตร หมายเหตุ : เสาและเบาะรองรับควรจะออกแบบให้มีช่องว่างห่างกันไม่น้อยกว่า  10  เซนติเมตร  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เบาะ กระทบเสาและท�ำใหไ้ มพ้ าดหล่น คมู่ อื การตัดสนิ กรฑี าคนพิการ  71

ภาพกระโดดสงู รปู ที ่ 60 รปู ที่ 61 72  ค่มู ือการตดั สนิ กรฑี าคนพกิ าร

กระโดดค้�ำ (Pole Vault) การแขง่ ขนั 1. ผเู้ ขา้ แขง่ ขันสามารถเล่ือนเสากระโดดค้�ำได ้ แตต่ ้องไมเ่ กินกว่า 80 เซนตเิ มตร จากรางค้ำ� ไปตามทางวงิ่ ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น ผู้เข้าแข่งขันจะแจ้งให้เจ้าหน้าท่ีท่ีรับผิดชอบทราบถึงต�ำแหน่งของเสากระโดด ค�้ำหรอื ทว่ี างไมพ้ าดทเ่ี ขาต้องการสำ� หรบั การกระโดดของเขา และต้องบนั ทกึ ต�ำแหนง่ นไี้ วด้ ้วย ถ้าผู้เข้าแข่งขันต้องการท่ีจะย้ายท่ีต้ังเสากระโดดค้�ำ เขาจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบทันที ก่อนท่ีจะต้ังเสาตามความประสงค์เบื้องต้นของเขา  การละเลยในส่ิงน้ีอาจมีผลต่อการจ�ำกัดเวลาในการเริ่มต้นของ เขาเอง หมายเหตุ : ควรมีเส้นสีขาวกว้าง  1  เซนติเมตร  ลากผ่านโดยให้ต้ังฉากกับทางว่ิงตรงกับขอบบนด้านในของรางค้�ำ  เส้นนี้จะ ตอ่ ให้ยาวออกไปเท่ากับของด้านนอกของเสากระโดดค�้ำ 2. การประลองไม่ได้ผล ถ้า (a) ท�ำไมพ้ าดหลน่  หรือ (b) ไมไ่ ดก้ ระโดดพน้ ไมพ้ าดไปกอ่ น แตไ่ มค้ ำ้� หรอื สว่ นหนงึ่ สว่ นใดของรา่ งกายถกู พน้ื  หรอื บรเิ วณ เบาะรองรับลำ้� เขตของบนดา้ นในของรางค�้ำ (c) เมอื่ เทา้ พ้นจากพืน้ แล้ว เล่อื นมอื ลา่ งข้นึ ไปสงู กว่ามือบนหรือเล่ือนมอื บนใหส้ งู ข้นึ (d) ระหวา่ งการกระโดด นักกรฑี าเจตนาใชม้ ือป้องกนั การหล่นของไม้พาด หมายเหต ุ : ไม่เปน็ การละเมิดกติกา ถา้ ผเู้ ขา้ แข่งขนั วงิ่ นอกเสน้ สีขาวของทางวิ่งไม่ว่าจะเป็นทบี่ ริเวณใด 3. ในระหว่างการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้สารเกาะติดทาที่มือหรือท่ีไม้ค้�ำเพ่ือช่วยให้จับยึดไม้ค้�ำ ได้ดีย่งิ ขนึ้ หา้ มใชแ้ ถบยางพันมอื หรอื นิ้วมอื  นอกจากในกรณที ใ่ี ช้เพอ่ื ปิดบาดแผลเท่านน้ั 4. ห้ามบุคคลอ่ืนจับไม้ค้�ำจนกว่าไม้ค�้ำล้มห่างจากไม้พาดหรือเสากระโดดค้�ำ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีคนจับ ไม้ค�้ำกอ่ นและผชู้ ข้ี าดเหน็ วา่ ไม้คำ้� น่าจะล้มไปถกู ไม้พาดหล่นถ้าไมม่ คี นจับ การประลองน้ันให้ถือวา่ ไม่ไดผ้ ล 5. ในขณะทก่ี �ำลงั กระโดด ถ้าไมค้ ้�ำหกั  การประลองครง้ั นั้นไมน้ ับ และใหท้ ำ� การประลองใหม่ 1 คร้ัง ทางว่งิ 6. ความยาวของทางวงิ่  อยา่ งนอ้ ย 40 เมตร ถา้ เปน็ ไปไดไ้ มค่ วรสน้ั กวา่  45 เมตร ความกวา้ ง 1.22 เมตร เขตทางว่งิ ท�ำด้วยเส้นสีขาวกวา้ ง 5 เซนตเิ มตร 7. ความลาดเอียงทางขวางของทางวิง่ ไม่เกนิ  1 : 1000 ความลาดเอียงตามทางว่ิงไมเ่ กนิ  1 : 100 8. รางค้�ำ เมื่อกระโดด ต้องปักไม้ค้�ำท่ีรางค้�ำ ซึ่งท�ำจากวัสดุท่ีมีความแข็งแรงท่ีเหมาะสมฝังลงไปให้ได้ ระดบั กบั พนื้  เมอื่ วดั ความยาวถงึ สว่ นลกึ สดุ ของรางจะมคี วามยาว 1 เมตร ดา้ นหนา้ สดุ กวา้ ง 60 เซนตเิ มตร และจะ ค่อยๆ  แคบลงจนถึงก้นสุดของรางจะกว้าง  15  เซนติเมตร  ความยาวของรางค้�ำที่ระดับพื้นดินและความลึกของ ก้นสุดของรางจะท�ำมุม  105  องศากับฐานของราง  ฐานของรางจะเทลาดลงจากระดับพื้นด้านหน้าสุดของรางค้�ำ จนถงึ กน้ รางซงึ่ อยตู่ ำ่� กวา่ ระดบั พนื้ ดนิ  20 เซนตเิ มตร รางคำ้� ควรจะสรา้ งตามแบบน ้ี ควรจะมคี วามลาดเอยี งดา้ นขา้ ง และบรเิ วณทตี่ ดิ กบั กน้ ของรางทำ� มมุ ประมาณ 120 องศาฐาน ถา้ รางคำ�้ ทำ� ดว้ ยไมส้ ว่ นพน้ื ของรางคำ้� ตอ้ งบดุ ว้ ยแผน่ โลหะหนา 2.5 มลิ ลเิ มตร โดยบุไปเป็นระยะ 80 เซนตเิ มตร จากด้านหน้าของรางค�้ำ 9. เสากระโดดค�้ำ จะเป็นชนิดหรือแบบใดก็ได้แต่ต้องมีความแข็งแรงและไม่อ่อนตัว ฐานและส่วนของ ปลายดา้ นบนของเสาทม่ี โี ครงสรา้ งเปน็ โลหะควรจะหมุ้ ดว้ ยวสั ดทุ เี่ หมาะสม เพอ่ื ปอ้ งกนั มใิ หเ้ กดิ อนั ตรายตอ่ นกั กรฑี า คมู่ ือการตัดสนิ กรีฑาคนพิการ  73

10. ท่ีวางไม้พาด ไม้พาดจะต้องวางไว้บนหมุด เพ่ือว่าถ้าผู้เข้าแข่งขันหรือไม้ค้�ำไปถูกไม้พาด ไม้พาดจะ ได้หล่นลงพ้ืนได้ง่ายจะมีรอยบากไม่ได้  ผิวเรียบโดยตลอด  เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน  13  มิลลิเมตร  ยื่นออกไม่เกิน 75 มลิ ลเิ มตรและอยตู่ ำ�่ กวา่ สว่ นทยี่ น่ื ขน้ึ ไปกบั ไมพ้ าด 35-40 มลิ ลเิ มตร (หมดุ จะยน่ื ออกไปไมค่ วรเกนิ  55 มลิ ลเิ มตร และอยตู่ ำ่� กวา่ สว่ นทยี่ น่ื ขนึ้ ไปกบั ไมพ้ าด 35-40 มลิ ลเิ มตร จาก 1-1-2003) ระยะหา่ งระหวา่ งสว่ นแขนทยี่ นื่ ออกไป ไม่ควรส้ันกว่า  4.30  เมตร  และไม่เกิน  4.37  เมตร  หมุดจะต้องไม่หุ้มด้วยยางหรือวัสดุอื่นใดท่ีมีผลในการเพ่ิม ความฝืดระหว่างหมดุ กับไม้พาด หรือจะมีสปรงิ ใดๆ ไมไ่ ด้ หมายเหตุ : เพ่ือลดโอกาสบาดเจ็บของผู้เข้าแข่งขัน  เม่ือหล่นมาโดนเสากระโดดค้�ำ  หมุดท่ีวางไม้พาดควรวางไว้เหนือ ส่วนที่ยื่นออกมาซ่ึงติดอยู่อย่างถาวรกับเสา  อนุญาตให้ต้ังเสากระโดดค้�ำห่างกันได้มากขึ้น  แต่ต้องไม่เพ่ิมความยาวของ ไมพ้ าด ไม้คำ้� 11. ผู้เข้าแข่งขันอาจใช้ไม้ค�้ำของตนเอง จะใช้ไม้ค�้ำของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นไม่ได้ นอกจากจะได้รับความ ยินยอมจากเจ้าของแล้ว ไม้ค�้ำอาจท�ำจากวัสดุใดๆ หรือวัสดุผสม จะมีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางหรือความยาว เท่าใดก็ได้  แต่ผิวภายนอกจะต้องเรียบ  อาจพันด้วยเทปกาวไม่เกิน  2  ชั้น  และมีผิวหน้าท่ีเรียบ  อย่างไรก็ตาม ข้อก�ำหนดน้ีไม่น�ำไปใช้กับการพันปลายล่างของไม้ค�้ำ  ซึ่งจะต้องพันเทปหลายชั้นเป็นระยะอย่างน้อยประมาณ 30 เซนติเมตร เพ่ือลดการเสย่ี งต่อการช�ำรดุ เสียหายของไมค้ ำ้� เม่อื ไปประกอบกับขอบของรางคำ�้ เบาะรองรบั 12. เบาะรองรับ ควรมีขนาดไม่น้อยกว่า 5 x 5 เมตร (ไม่รวมกับส่วนท่ีอยู่ด้านหน้า) ขอบเบาะด้านท่ีอยู่ ใกลร้ างคำ�้ ควรจะหา่ งจากรางคำ้�  10-15 เซนตเิ มตร และควรจะลาดเอยี งขนึ้ ไปจากรางคำ้� เปน็ มมุ ประมาณ 30 องศา สำ� หรบั การแขง่ ขนั ตามกตกิ าขอ้  1.1 เปน็ ขอ้ เสนอแนะวา่ ขนาดเบาะรองรบั ไมค่ วรจะยาวนอ้ ยกวา่  7 เมตร (นบั รวม สว่ นท่อี ยดู่ า้ นหนา้ ) กว้าง 6 เมตร และสูง 0.8 เมตร การกระโดดเพอื่ ความไกล (Horizontal Jumps) กตกิ าทั่วไป (General Conditions) การวดั ความไกล 1. ในการกระโดดเพื่อความไกลทุกรายการ จะต้องบันทึกสถิติที่ใกล้ท่ีสุดของ 0.01 เมตร เศษของ เซนตเิ มตรใหป้ ัดทง้ิ ทางวง่ิ 2. ความยาวของทางว่ิงต้องไม่น้อยกว่า 40 เมตร ทางว่ิงกว้างไม่น้อยกว่า 1.22 เมตร + 0.01 เมตร ควรทำ� ด้วยเส้นสขี าว กวา้ ง 5 เซนติเมตร ความยาวของทางวิ่ง วดั จากเส้นสดุ เขตกระโดดถงึ สุดทางวงิ่ 3. ความลาดเอียงทางขวาของทางวง่ิ ไมเ่ กิน 1 : 100 และความลาดเอียงตามทางวิง่ ไมเ่ กนิ  1 : 1000 การวัดกระแสลม 4. ในการแข่งขันกระโดดไกลและเขย่งก้าวกระโดด การวัดความเร็วของกระแสลมมีช่วงเวลา 5 วินาที จากเวลาทผี่ เู้ ขา้ แขง่ ขนั วงิ่ ผา่ นทหี่ มายทอ่ี ยขู่ า้ งๆ ทางวงิ่  สำ� หรบั กระโดดไกลวดั จากระยะ 40 เมตร จากกระดานเรมิ่ และสำ� หรับเขยง่ ก้าวกระโดดวดั จากระยะ 35 เมตร ถ้าผเู้ ขา้ แขง่ ขนั วิ่งน้อยกวา่ ระยะ 40 เมตร ส�ำหรบั กระโดดไกล 74  คูม่ ือการตัดสนิ กรีฑาคนพกิ าร

หรือ 35 เมตร สำ� หรับเขย่งกา้ วกระโดด การวดั ความเร็วของกระแสลมจะเริ่มวดั เมอ่ื ผู้เขา้ แข่งขันเริม่ วิง่ 5. เคร่ืองวัดกระแสลมจะต้ัง ณ จุดท่ีห่างจากกระดานกระโดด 20 เมตร สูง 1.22 เมตร และห่างจาก ทางว่ิงไมเ่ กิน 2 เมตร 6. การวัดกระแสลม อา่ นได้จากกตกิ าข้อ 163.10 กระโดดไกล (Long Jump) การแขง่ ขนั 1. ผู้เข้าแข่งขันท�ำการประลองไมไ่ ด้ผล ถา้ (a) ล�้ำกระดานกระโดดด้วยสว่ นหน่งึ สว่ นใดของรา่ งกายไมว่ า่ จะกระโดดหรอื ไมก่ ็ตาม (b) กระโดดจากนอกกระดานเรมิ่ นอกปลายสดุ ดา้ นใดดา้ นหนงึ่ ไมว่ า่ จะล้�ำเสน้ หรอื กอ่ นถงึ เสน้ เรมิ่ ในแนวของเส้นเรมิ่ ทย่ี ่นื ออกมา หรอื (c) ถูกพนื้ ภายนอกบ่อทราย ก่อนทีจ่ ะลงสู่บอ่ ทราย หรอื (d) ขณะลงส่พู นื้  ได้สมั ผสั พนื้ นอกบ่อทรายต่�ำกว่าจุดตกในบอ่ ทราย (e) ใชท้ ่ากระโดดแบบลังกาหลงั  (Somersaulting) ขณะว่งิ หรอื ขณะกระโดด (f) เม่ือออกจากบ่อทราย สัมผัสแรกน้ันต่�ำกว่าจุดตกในบ่อทราย รวมไปถึงการเสียการทรงตัว จนสภาพปกติแล้วออกจากบ่อทรายต่�ำกวา่ จุดตก 2. นอกจากท่ีกล่าวไว้ในข้อ 1 (b) ถ้าผู้เข้าแข่งขันกระโดดก่อนถึงกระดานเร่ิมไม่ถือว่าเป็นการกระโดด ท่ีไม่ไดผ้ ล หมายเหตุ : ไม่เป็นการละเมิดกติกา  ถ้าผู้เข้าแข่งขันว่ิงนอกเส้นสีขาวของทางวิ่งไม่ว่าจะเป็นบริเวณใด  หรือถ้าส่วนหน่ึง สว่ นใดของรองเทา้ สัมผัสพนื้ ดา้ นนอกของกระดานเริม่ 3. การวัดระยะทางการกระโดดไกล วัดจากรอยท่ีปรากฏบนบ่อทราย ด้านใกล้กับกระดานกระโดดมาก ท่ีสุดรอยน้ันเกิดข้ึนโดยส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือแขนขาของผู้เข้าแข่งขัน  การวัดจะต้องต้ังฉากกับกระดาน กระโดดหรอื เส้นสมมุตทิ ต่ี ่อออกไปจากกระดานกระโดด กระดานกระโดด 4. จุดกระโดดจะมีท่ีหมายด้วยกระดานที่ฝังลงไปในระดับเดียวกันกับทางว่ิงและผิวหน้าของบ่อทราย ขอบของกระดานซึ่งใกล้กับบ่อทรายมากกว่า  เรียกว่า  เส้นเร่ิม  ถัดจากเส้นเร่ิมจะมีกระดานดินน�้ำมันเพื่อช่วยให้ ผู้ตัดสินมองเห็นรอยเท้าได้ชัดเจน  ถ้าไม่สามารถที่จะติดต้ังอุปกรณ์ข้างบนนี้ได้ให้น�ำเอาวิธีการดังต่อไปน้ีมาใช้ ถดั จากเสน้ เริ่มตลอดระยะความยาวของเส้นเร่มิ ในความกว้าง 10 เซนตเิ มตร ควรใช้ทรายหรอื ดนิ น่มุ ๆ โรยไวท้ พ่ี ื้น ทำ� มมุ  45 องศากับกระดานเรมิ่ 5. ระยะห่างระหว่างกระดานกระโดดกับสุดขอบของบอ่ ทรายอยา่ งนอ้ ย 10 เมตร 6. กระดานกระโดดควรอยู่หา่ งจากขอบของบอ่ ทราย 1-3 เมตร 7. กระดานกระโดดจะเป็นรูปส่ีเหลี่ยมผืนผ้า ท�ำด้วยไม้หรือวัสดุอ่ืนๆ ที่แข็งพอและเหมาะสม ทาสีขาว ยาว 1.22 เมตร กว้าง 20 เซนตเิ มตร (+2 มลิ ลิเมตร) หนา 10 เซนติเมตร 8. กระดานดินน�้ำมันประกอบด้วยส่วนที่เป็นกระดานแข็งกว้าง 10 เซนติเมตร (+2 มิลลิเมตร) และ ยาว  1.21-1.22  เมตร  ท�ำด้วยไม้หรือวัสดุท่ีเหมาะสมอื่นๆ  สูงกว่ากระดานกระโดด  7  มิลลิเมตร  (+1  มิลลิเมตร) กระดานดนิ น้�ำมันจะลาดท�ำมมุ กับขอบกระดานกระโดด 45 องศา ด้านที่อยู่ติดกบั ทางว่ิงตอ้ งเคลือบด้วยดินน้ำ� มนั ค่มู ือการตัดสินกรีฑาคนพกิ าร  75

หนา  1  มิลลิเมตรตลอดตามความยาว  (ดู  Diagram  1)  หรือเจาะเป็นร่องเม่ือใส่ดินน้�ำมันลงไปแล้วจะเกิดเป็นมุม 45  องศา  (ดู  Diagram  2)  เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว  การประกอบทั้งหมดจะต้องมีความแข็งแรงเพียงพอท่ีรองรับ แรงกระโดดของนกั กรฑี าได้ รูปท่ ี 62 76  คูม่ อื การตดั สนิ กรีฑาคนพกิ าร

ผิวหน้าของกระดานที่อยู่ภายใต้ดินน้�ำมันจะต้องเป็นวัสดุ ซึ่งเมื่อตะปูรองเท้าของนักกรีฑาถูกกดลงไป จะเกาะตดิ ไดอ้ ย่างมนั่ คง หมายเหตุ : จะเป็นการดีมากถ้ามีกระดานดินน�้ำมันส�ำรองไว้เพื่อว่าในขณะที่ลบรอยเท้าของนักกรีฑาออกผู้เข้าแข่งขัน ในอนั ดบั ตอ่ ไปจะได้ไมต่ ้องเสียเวลารอ หลมุ ทราย 9. บอ่ ทรายควรจะกวา้ งอยา่ งนอ้ ย 2.75 เมตร และกวา้ งไมเ่ กนิ  3 เมตร ถา้ เปน็ ไปไดค้ วรอยกู่ ลางทางวง่ิ ถ้าขยายทางว่งิ ออกไปทางวิ่งกจ็ ะอยูต่ รงกลางของบอ่ ทรายพอดี หมายเหตุ : เม่ือกึ่งกลางของทางว่ิงไม่ทับเส้นกึ่งกลางของบ่อทราย  ให้ใช้เทป  1  เส้น  หรือถ้าจ�ำเป็นใช้เทป  2  เส้น  แบ่ง บ่อทรายออกเป็นส่วนๆ กึง่ กลางของบ่อทรายท่ีแบ่งแลว้ จะตรงกบั ก่ึงกลางของทางวงิ่ พอดี 10. บอ่ ทรายควรจะบรรจดุ า้ นทรายชนื้ ๆ นมุ่ ๆ ผวิ หนา้ ดา้ นบนของทรายในบอ่ ควรจะปรบั ใหเ้ สมอกบั ระดบั กระดานกระโดดไกล เขย่งกา้ วกระโดด (Triple Jump) กติกากระโดดไกลสามารถใชก้ บั เขย่งก้าวกระโดดได้ ผนวกกบั ขอ้ ทเี่ พิ่มเตมิ ตอ่ ไปน้ี การแข่งขัน 1. เขยง่ กา้ วกระโดดจะประกอบดว้ ยการเขยง่  (Hop) การกา้ ว (Step)และการกระโดด (Jump) ตามลำ� ดบั 2. การเขย่งจะต้องใช้เท้าข้างเดียวกับการเหยียบกระดานกระโดดส่วนการก้าวใช้เท้าอีกข้างหนึ่ง ต่อไป จึงท�ำการกระโดด  ขณะท่ีนักกรีฑาก�ำลังกระโดด  ถ้าเท้าข้างท่ียังไม่ได้ใช้  (Sleeping  Leg)  ถูกพ้ืน  ถือว่าการ ประลองครัง้ น้นั ได้ผล กระดานกระโดด 3. ระยะห่างระหวา่ งกระดานกระโดดและขอบนอกสุดของบ่อทรายห่างกันอยา่ งน้อย 21 เมตร 4. สำ� หรบั การแขง่ ขนั ในระดบั นานาชาต ิ เปน็ ขอ้ เสนอแนะวา่ กระดานกระโดดและขอบในสดุ ของบอ่ ทราย ควรห่างกันไม่น้อยกว่า  13  เมตร  ส�ำหรับประเภทชายและ  11  เมตร  ส�ำหรับประเภทหญิงส�ำหรับการแข่งขันอื่นๆ ระยะห่างดงั กลา่ วนใี้ ห้ขึ้นอย่กู ับความเหมาะสมของระดบั การแข่งขนั 5. จากกระดานกระโดดถงึ บอ่ ทราย การกระโดดในชว่ งของการกา้ วและชว่ งของการกระโดด จะตอ้ งกระทำ� ภายในเขตกระโดดซ่งึ กว้างอยา่ งนอ้ ย 1.22 เมตร + 0.01 เมตร C. ทุ่ม พุ่ง ขว้าง (Throwing Events) กตกิ าท่ัวไป (General Conditions) อปุ กรณท์ เี่ ปน็ ทางการ 1. ในการแข่งขันระหว่างประเทศทุกครั้ง อุปกรณ์ที่ใช้ต้องเป็นไปตามรายละเอียดที่ก�ำหนดเฉพาะของ IAAF อุปกรณก์ ารแข่งขันจะตอ้ งใชเ้ ฉพาะท่ี IAAF ใหก้ ารรบั รองเท่าน้ัน ตารางต่อไปนี้แสดงอปุ กรณต์ ามกลุ่มอายุ คู่มือการตัดสนิ กรีฑาคนพิการ  77

อุปกรณ์ หญิง หญงิ ชาย ชาย ชาย ยวุ ชน เยาวชน/ประชาชน ยุวชน เยาวชน ประชาชน ลูกนำ้� หนกั จกั ร 3.00 กโิ ลกรัม 4.00 กิโลกรมั 5.00 กโิ ลกรมั 6.00 กโิ ลกรมั 7.26 กิโลกรัม ค้อน 1.00 กิโลกรมั 1.00 กโิ ลกรมั 1.50 กโิ ลกรมั 1.75 กโิ ลกรมั 2.00 กโิ ลกรมั แหลน 3.00 กิโลกรมั 4.00 กโิ ลกรมั 5.00 กิโลกรัม 6.00 กโิ ลกรัม 7.26 กิโลกรมั 500 กรัม 600 กรมั 700 กรมั 800 กรมั 800 กรมั 2. คณะกรรมการจดั การแขง่ ขนั จะเปน็ ผจู้ ดั อปุ กรณด์ งั กลา่ วนน้ั ทงั้ หมด สำ� หรบั การแขง่ ขนั ทกุ รายการภาย ใตก้ ติกาขอ้  1.1 (a) ในการแขง่ ขนั เหล่านั้นผู้แข่งขนั จะไมไ่ ด้รบั อนุญาตใหใ้ ชอ้ ุปกรณอ์ ่นื ใด 3. ห้ามปรับเปลี่ยนอุปกรณ์แข่งขัน นอกเหนือจากการแข่งขันภายใต้กติกาข้อ 1.1 (a) ผู้เข้าแข่งขันอาจ จะใชอ้ ปุ กรณข์ องตนเองไดแ้ ตจ่ ะตอ้ งไดร้ บั การตรวจสอบ และทำ� เครอื่ งหมายวา่ ไดร้ บั การอนมุ ตั จิ ากคณะกรรมการ จัดการแข่งขันแล้วกอ่ นท่กี ารแขง่ ขนั จะเริม่ ข้ึน และใหผ้ ้เู ข้าแขง่ ขันทกุ คนมีสิทธใ์ิ ช้ได้ด้วย การปอ้ งกันการบาดเจ็บส่วนบุคคล 4. (a) ห้ามใช้เคร่ืองช่วยเหลือใดๆ เช่น ใช้เทปกาวพันน้ิวมือสองนิ้วหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน ไม่อนุญาต ให้ใช้เทปพันมือนอกจากในกรณีที่ใช้เพ่ือปิดบาดแผลเท่าน้ัน อย่างไรก็ตาม ในการขว้างค้อนอนุญาตให้ใช้พันเทป โดยแยกแต่ละนว้ิ ได้แต่ต้องแสดงตอ่ หวั หนา้ ผู้ตัดสินกอ่ นการแข่งขนั จะเร่ิมขึน้ (b) ห้ามใช้ถุงมือ ยกเว้นขว้างค้อนอนุญาตให้สวมถุงมือเพ่ือป้องกันการบาดเจ็บท่ีมือได้ โดยถุงมือน้ัน ต้องมีผิวเรียบท้ังด้านหน้าและด้านหลัง และที่ปลายนิ้ว นอกจากนิ้วหัวแม่มือจะต้องเปิดออกให้สามารถเห็นปลาย นวิ้ มือได้ (c) เพ่ือช่วยให้การจับอุปกรณ์ดีขึ้น ผู้เข้าแข่งขันสามารถใช้สารที่เหมาะสมได้เฉพาะบนฝ่ามือเท่านั้น ยกเว้นขวา้ งค้อนให้ทาถงุ มอื  และทุ่มลกู น�้ำหนักใหท้ าทค่ี อได้ (d) เพอื่ ปอ้ งกันกระดูกสันหลังบาดเจ็บ ผูเ้ ขา้ แข่งขนั อาจคาดเขม็ ขัดหนงั หรอื วัสดุอ่นื ท่ีเหมาะสมได้ (e) เพ่ือปอ้ งกนั การบาดเจ็บท่ีข้อมอื  ผู้เข้าแข่งขันทุม่ ลกู น�้ำหนักอาจพนั ผ้ายดื ทข่ี ้อมือได้ (f) ในการพงุ่ แหลน ผเู้ ขา้ แข่งขันอาจสวมปลอกปอ้ งกันทข่ี อ้ ศอกได้ วงกลมส�ำหรบั ทมุ่ และขว้าง 5. ขอบวงกลมควรทำ� ดว้ ยเหลก็  เหลก็ กลา้  หรอื วสั ดอุ น่ื ทเี่ หมาะสม ขอบบนสดุ ของวงกลมเสมอกบั พน้ื ผวิ ด้านนอก พื้นผิวของวงกลมต้องท�ำด้วยคอนกรีต ยางมะตอยหรือวัสดุอื่นๆ ที่มีความม่ันคง แข็งแรง ไม่ล่ืน พื้นผิว ภายในวงกลมต้องเรียบได้ระดับเสมอกันและต่�ำกว่าขอบบนของวงกลม  14-26  มิลลิเมตร  อนุญาตให้ใช้วงกลมที่ ยกหรือเคลอ่ื นย้ายได้ 78  ค่มู อื การตัดสินกรฑี าคนพกิ าร

รปู ที่ 63 ค่มู ือการตัดสนิ กรฑี าคนพิการ  79

6. เส้นผ่าศูนย์กลางภายในวงกลมควรเป็น 2.135 เมตร (+5 มิลลิเมตร) ส�ำหรับวงกลมทุ่มลูกน้�ำหนัก และขว้างค้อน  และ  2.50  เมตร  (+5  มิลลิเมตร)  ส�ำหรับขว้างจักร  ขอบของวงกลมควรมีความหนาอย่างน้อยท่ีสุด 6  มิลลิเมตรและทาสีขาว  การขว้างค้อนอาจจะขว้างจากวงขว้างจักร  โดยลดเส้นผ่าศูนย์กลางจาก  2.50  เมตร ใหเ้ หลือ 2.135 เมตร โดยวางวงแหวนไว้ดา้ นใน 7. เส้นสีขาวกว้าง 5 เซนติเมตร ลากจากส่วนบนของขอบโลหะต่อออกไปทั้งสองข้างของวงกลมมีความ ยาวไม่น้อยกว่า  75  เซนติเมตร  เส้นนี้อาจเขียนด้วยสี  หรือท�ำด้วยไม้หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสมได้  เส้นนี้จะต้องต่อ ออกไปจากเสน้ ผ่าศูนย์กลางของวงกลม โดยท�ำมมุ ฉากกบั เส้นกลางของรศั มีเขตทมุ่ 8. ผเู้ ข้าแข่งขนั จะฉดี หรือโรยสารใดๆ ลงในบรเิ วณวงกลมหรอื บนพืน้ รองเทา้ ของตนเองไมไ่ ด้ การวง่ิ พ่งุ แหลน 9. ความยาวของทางว่ิงไม่น้อยกว่า 30 เมตร และไม่เกิน 36.5 เมตร ถ้าเง่ือนไขเอื้ออ�ำนวยความยาว ของทางว่ิงอย่างน้อยท่ีสุดควรเป็น  33.5  เมตร  โดยมีเส้นสีขาวกว้าง  5  เซนติเมตร  ขนานกัน  2  เส้น  และอยู่ห่างกัน 4  เมตร  เป็นเครื่องหมาย  การพุ่งแหลนจะต้องพุ่งจากด้านหลังของส่วนโค้งรัศมี  8  เมตร  ที่ส่วนโค้งประกอบด้วย เส้นแถบสี  หรือท�ำด้วยไม้หรือท�ำด้วยโลหะกว้าง  7  เซนติเมตร  ทาสีขาวและเสมอกับระดับพ้ืนดิน  ลากเส้นตรง จากปลายของส่วนโค้งท�ำมุมฉากกับทางวิ่ง  เส้นนี้ทาสีขาวมีความยาว  75  เซนติเมตร  กว้าง  7  เซนติเมตร  ความ ลาดเอียงทางขวางทางวง่ิ ไมเ่ กนิ  1 : 1000 เขตทมุ่  พงุ่  ขว้าง 10. เขตทุ่ม พ่งุ  ขวา้ ง ควรเปน็ ดิน หญา้  หรอื วสั ดทุ เี่ หมาะสมเพอ่ื ให้เกดิ รอยท่อี ุปกรณ์ตกอยา่ งชดั เจน 11. ความลาดเอียงของพื้นท่ีตามทิศทางทพ่ี งุ่ ไมเ่ กิน 1 : 1000 12. (a) นอกจากพงุ่ แหลน เขตทมุ่ และขวา้ ง จะทำ� เครอ่ื งหมายดว้ ยเสน้ สขี าว กวา้ ง 5 เซนตเิ มตร ทำ� มมุ 34.92 องศา เส้นท้งั สองนี้ถ้าตอ่ ยาวออกไปจะผา่ นจดุ ศูนย์กลางของวงกลมพอดี หมายเหตุ : ที่รัศมี  34.92  องศา  เมื่อลากตรงออกไปจะท�ำให้ระยะทางระหว่าง  2  จุด  บนเส้นรัศมีที่ยาว  20  เมตร  จาก จุดศูนย์กลางของวงกลมน้ันห่างกัน  12.00  (20 x 0.60)  เมตร  ดังนั้นทุกๆ  ความยาว  1  เมตร  ห่างจากจุดศูนย์กลางของ วงกลม ระยะหา่ งระหวา่ งเสน้ ทงั้ สองจะเพมิ่ ขนึ้  60.0 เซนตเิ มตร ตามลำ� ดบั  เรมิ่ ใชต้ ง้ั แตว่ นั ท ี่ 1 เดอื น มกราคม พ.ศ.2546 (b) เขตพุ่ง ท�ำด้วยเส้นสีขาว กว้าง 5 เซนติเมตร ต่อกับเส้นขนานของทางว่ิงตรงจุดท่ีบรรจบกับเส้นโค้ง (ดูรปู ท ี่ 64) สนามพุง่ แหลน เสน้ เขตพุ่งนท้ี �ำมมุ ประมาณ 29 องศา 80  คู่มอื การตดั สินกรีฑาคนพกิ าร

รปู ท ี่ 64 การประลอง 13. ส�ำหรับการทุ่มลูกน้�ำหนัก ขว้างจักร และขว้างค้อน จะต้องทุ่มหรือขว้างออกจากวงกลม ส�ำหรับ พุ่งแหลนต้องพุ่งออกจากทางว่ิง  ถ้าการประลองกระท�ำในวงกลม  ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเริ่มต้นจากภายในวงกลม ด้วยท่านิ่ง  อนุญาตให้ร่างกายสัมผัสด้านในของวงกลมได้  ในการทุ่มลูกน�้ำหนัก  อนุญาตให้ร่างกายสัมผัสขอบใน ของกระดานหยดุ ไดด้ งั ไดก้ ล่าวไว้ในกตกิ าขอ้  188.2 14. ถอื เป็นฟาวล ์ 1 ครัง้  ถ้าผู้เข้าแขง่ ขนั ได้ท�ำการประลองด้วยการ : (a) ทมุ่ ลูกน�้ำหนกั  หรอื พุ่งแหลนออกไปดว้ ยลกั ษณะไม่ถกู ต้อง (b) หลงั จากเขา้ ไปในวงกลมและไดเ้ รมิ่ ตน้ ทจี่ ะทมุ่ หรอื ขวา้ งไปแลว้  สว่ นหนง่ึ สว่ นใดของรา่ งกาย สัมผสั ขอบบนของวงกลมหรือพืน้ นอกวงกลม (c) ในการทมุ่ ลกู ทุ่มน้�ำหนกั  สว่ นหนึง่ สว่ นใดของร่างกายสัมผสั ด้านบนของกระดานหยดุ (d) ในการพุ่งแหลน ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือแขนขา สัมผัสเขตห้ามล�้ำหรือพื้นที่ด้าน นอก คู่มอื การตดั สนิ กรฑี าคนพิการ  81

15. โดยมีเงื่อนไขว่า ระหว่างการประลองแต่ละครั้งถ้ายังไม่มีการละเมิดกติกาเกิดข้ึน ผู้เข้าแข่งขันจะ หยุดการประลองก็ได้  แม้ว่าจะเริ่มต้นไปแล้วก็ตาม  โดยวางอุปกรณ์ลงภายในหรือภายนอกวงกลมหรือทางวิ่งแล้ว เดนิ ออก เม่ือออกจากวงกลมหรือทางว่ิง เขาจะต้องเดินออกตามข้อบังคับข้อท่ี 17 ก่อนท่ีจะกลับเข้าไปในวงกลม หรอื ทางวง่ิ เพ่ือทำ� การประลองใหม่ หมายเหต ุ : การกระทำ� ทั้งหมดจากข้อน้ี ให้รวมอย่ใู นเวลาเต็มของการประลอง 1 ครง้ั  ภายใตก้ ติกาขอ้  17 16. การประลองทไี่ ดผ้ ลนนั้  ลกู ทมุ่ นำ้� หนกั  จกั ร หวั คอ้ น หรอื หวั แหลน จะตอ้ งตกลงอยา่ งสมบรู ณภ์ ายใน ขอบดา้ นในของเสน้ รัศม ี เขตทุ่ม พ่งุ  ขวา้ ง 17. ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั จะออกจากวงกลมหรอื ทางวง่ิ ไมไ่ ด ้ จนกวา่ อปุ กรณจ์ ะตกถงึ พนื้ แลว้  สำ� หรบั การทมุ่ และ ขว้างจากวงกลม เม่ือออกจากวง สัมผัสแรกที่ขอบเหล็กด้านบน หรือพื้นนอกวงกลมที่สมบูรณ์ จะต้องอยู่ด้านหลัง ของเส้นขาวซง่ึ เขยี นไว้ เส้นนี้จะต่อจากเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของวงกลม ออกไปนอกวงกลมทัง้ สองขา้ ง ในการพุ่งแหลน เม่ือผู้เข้าแข่งขันออกจากทางวิ่ง สัมผัสท่ีเส้นขนานหรือพื้นนอกทางว่ิงท่ีสมบูรณ์จะต้อง อยูด่ า้ นหลังเสน้ โค้งสขี าวและด้านหลงั เสน้ ท่ลี ากต่อไปจากปลายของเสน้ โคง้ 18. หลงั จากการทมุ่  พงุ่  ขวา้ ง ทกุ ครงั้  อปุ กรณจ์ ะตอ้ งถอื กลบั คนื สทู่ ปี่ ระลอง หา้ มทมุ่  พงุ่  ขวา้ ง กลบั คนื การวดั ความไกล 19. การทุ่ม พุ่ง ขว้าง ทุกรายการ จะต้องบันทึกสถิติท่ีใกล้ท่ีสุดของ 0.01 เมตร เศษของเซนติเมตรให้ ปัดท้ิง 20. การวัด ควรทำ� ทันทีหลังจากการประลองในครง้ั น้ันสิ้นสุดลง (a) วัดจากจุดท่ีใกล้ท่ีสุดของรอยตกของลูกทุ่มน�้ำหนัก จักรและหัวค้อน ถึงขอบในวงกลมตาม แนวเส้นโคง้ ตามแนวเสน้ ตรงทที่ อดผา่ นจุดศนู ย์กลางของเสน้ โค้งนั้น (b) ของการพุ่งแหลน วัดจากรอยของหัวแหลนท่ีสัมผัสพื้นคร้ังแรกถึงขอบด้านในของเส้นโค้ง ตามแนวเสน้ ตรงทีท่ อดผา่ นจดุ ศูนย์กลางของเสน้ โค้งนั้น เครื่องหมาย 21. อาจจะใชธ้ งหรอื เครอ่ื งหมายแสดงระยะทางทไี่ กลทสี่ ดุ ของผเู้ ขา้ แขง่ ขนั แตล่ ะคนในกรณนี ค้ี วรจะวาง ไปตามแนวยาว ด้านนอกของเสน้ รัศม ี เขตทุ่ม พ่งุ  ขวา้ ง อาจจะใชธ้ งหรือเครื่องหมายแสดงสถติ ิโลก สถติ ิของทวปี  หรือสถติ ิของประเทศตามความเหมาะสม 82  คมู่ ือการตัดสนิ กรฑี าคนพกิ าร

ทุ่มลูกน้ำ� หนกั  (Putting the shot) การแข่งขัน 1. ลูกน�้ำหนักจะทุ่มออกไปจากไหล่ด้วยมือข้างเดียวเท่านั้นเม่ือผู้เข้าแข่งขันยืนเพ่ือเตรียมทุ่มในวงกลม ลูกน้�ำหนักจะติดอยู่ที่คอหรือคางและมือต้องไม่ลดลงมาต่�ำกว่าน้ี  ในขณะท่ีทุ่มออกไป  ห้ามเงื้อลูกน้�ำหนักออกจน เลยแนวไหล่ กระดานหยุด 2. กระดานหยุดควรทาสีขาว ท�ำด้วยไม้หรือวัสดุอ่ืนๆ ท่ีเหมาะสม ขอบด้านในมีลักษณะโค้ง แนบสนิท กันกับขอบดา้ นในวงกลม วางไว้ตรงกึ่งกลางระหว่างเส้นรัศมีของเขตทมุ่ และตดิ แน่นอยู่บนพืน้ อยา่ งมน่ั คง 3. ขนาดกระดานหยดุ  กวา้ ง 11.2 เซนตเิ มตร ถงึ  30 เซนตเิ มตร ยาว 1.22 เซนตเิ มตร (+2 เซนตเิ มตร) และสงู  10 เซนติเมตร (+2 มลิ ลิเมตร) วดั จากระดบั ขอบในของวงกลมข้นึ ไป รปู ท ่ี 65 คูม่ อื การตัดสนิ กรฑี าคนพกิ าร  83

ลกู น้�ำหนัก 4. ลูกน�้ำหนักควรท�ำด้วยเหล็กตัน ทองเหลือง หรือโลหะใดๆ ท่ีแข็งพอๆ กับทองเหลือง หรือเปลือกนอก ด้วยโลหะดังกล่าวนี้ โดยใช้ตะก่ัวหรือวัสดุท่ีเหมาะสมอื่นๆ บรรจุข้างใน ลูกน�้ำหนักต้องเป็นทรงกลมและมีผิวเรียบ เกลยี้ ง 5. ลูกน้�ำหนักตอ้ งเป็นไปตามลกั ษณะดงั ตอ่ ไปนี้ ลูกน�้ำหนกั หญงิ หญิง ชาย ชาย ชาย ยุวชน เยาวชน/ ยวุ ชน เยาวชน ประชาชน ประชาชน นำ้� หนักตำ่� สดุ ซ่ึงสถติ ิทีท่ ำ� ได้ เปน็ ทีย่ อมรบั ลกู นำ้� หนกั ทใ่ี ช้ทำ� การแขง่ ขนั 3.000 กิโลกรมั 4.000 กโิ ลกรัม 5.000 กิโลกรมั 6.000 กโิ ลกรมั 7.260 กโิ ลกรมั อยา่ งนอ้ ย 3.005 กิโลกรมั 4.005 กิโลกรัม 5.005 กโิ ลกรมั 6.005 กโิ ลกรมั 7.265 กโิ ลกรมั อย่างมาก 3.025 กิโลกรัม 4.025 กิโลกรัม 5.025 กโิ ลกรัม 6.025 กโิ ลกรัม 7.285 กโิ ลกรมั เส้นผา่ ศนู ย์กลาง อย่างน้อย 85 มลิ ลิเมตร 95 มลิ ลเิ มตร 100 มลิ ลิเมตร 105 มลิ ลเิ มตร 110 มลิ ลิเมตร อยา่ งมาก 110 มิลลิเมตร 110 มลิ ลิเมตร 120 มลิ ลิเมตร 120 มลิ ลิเมตร 130 มลิ ลิเมตร ขวา้ งจกั ร (Throwing the Discus) จกั ร 1. ตวั จกั รอาจจะตนั หรอื กลวงท�ำดว้ ยไมห้ รอื วสั ดอุ น่ื ทเ่ี หมาะสม ขอบนอกมลี กั ษณะกลมและหมุ้ ดว้ ยโลหะ ความหนาของขอบจักรโดยรอบวัดห่างจากขอบ  6  มิลลิเมตร  จะหนา  12  มิลลิเมตร  ตรงกลางมีดุมเป็นแผ่นโลหะ กลมเรียบและเสมอกันทั้งสองด้าน  แต่ละด้านของจักรอาจจะมีแผ่นโลหะประกอบอยู่ด้วยก็ได้  แต่เมื่อวัดขนาด และชงั่ น้�ำหนกั รวมแลว้ จะตอ้ งเปน็ ไปตามทร่ี ะบไุ ว้ แตล่ ะดา้ นของจกั รจะตอ้ งเหมอื นกนั  ไมม่ รี อยบบุ  แหวง่  ยนื่ หรอื หักมุมแต่อย่างใดนอกจากน้ันแต่ละด้านจะเรียวเล็กลงจากศูนย์กลางไปยังขอบโค้งของจักรรัศมีของดุมวัดจาก ศูนย์กลางไปยังขอบยาว 25-28.5 มิลลเิ มตร ตัวจักรรวมทั้งผิวของขอบจะตอ้ งเรยี บไมข่ รุขระโดยตลอด จกั รจะมรี ปู ทรงจากขอบซง่ึ เปน็ รปู โคง้ ความหนาจะเพม่ิ ขน้ึ เปน็ แนวตรงจนถงึ สว่ นทห่ี นาทส่ี ดุ คอื เทา่ กบั  D ส่วนหนาท่ีสุดนี้มีความหนา  44-46  มิลลิเมตร  ส�ำหรับชาย  และ  37-39  มิลลิเมตรส�ำหรับหญิง  ส่วนหนาน้ีจะแบน ราบล้อมรอบเส้นแกนศูนย์กลาง  Y  ส่วนบนกับส่วนล่างของจักรต้องมีขนาดเท่ากัน  ด้านข้างก็ต้องเหมือนกันเพื่อ การหมนุ รอบแกน Y 84  คมู่ ือการตัดสินกรีฑาคนพกิ าร

จกั รต้องมลี กั ษณะตามท่รี ะบุดังตอ่ ไปนี้ จกั ร หญิงยวุ ชน/ ชายยุวชน ชายเยาวชน ชาย เยาวชน/ ประชาชน ประชาชน น�้ำหนักต�่ำสดุ ซึ่งสถิตทิ ท่ี �ำไดเ้ ปน็ ทีย่ อมรับ ลกู นำ�้ หนกั ท่ีใช้ท�ำการแขง่ ขนั 1.000 กโิ ลกรัม 1.500 กโิ ลกรมั 1.750 กโิ ลกรมั 2.000 กิโลกรมั อย่างน้อย 1.005 กิโลกรัม 1.505 กโิ ลกรมั 1.755 กโิ ลกรมั 2.005 กิโลกรมั อยา่ งมาก 1.025 กโิ ลกรมั 1.525 กโิ ลกรมั 1.775 กโิ ลกรมั 2.025 กโิ ลกรัม เสน้ ผ่าศนู ยก์ ลางวัดจากขอบนอก อยา่ งนอ้ ย 95 มิลลิเมตร 100 มลิ ลิเมตร 105 มลิ ลิเมตร 110 มลิ ลิเมตร อยา่ งมาก 110 มิลลิเมตร 120 มลิ ลเิ มตร 120 มิลลเิ มตร 130 มลิ ลเิ มตร เส้นผ่าศนู ย์กลางวัดจากขอบนอก อย่างน้อย 180 มลิ ลิเมตร 200 มิลลเิ มตร 210 มลิ ลิเมตร 219 มลิ ลิเมตร อยา่ งมาก 182 มลิ ลเิ มตร 202 มิลลิเมตร 212 มิลลิเมตร 221 มิลลิเมตร เสน้ ผา่ ศูนย์กลางแผน่ ดุม อยา่ งนอ้ ย 50 มิลลิเมตร 50 มิลลิเมตร 50 มิลลเิ มตร 50 มลิ ลิเมตร อยา่ งมาก 57 มลิ ลิเมตร 57 มิลลเิ มตร 57 มลิ ลเิ มตร 57 มลิ ลิเมตร ความหนาของตัวจักรวัดทดี่ ุม อยา่ งน้อย 37 มลิ ลิเมตร 38 มิลลเิ มตร 41 มลิ ลิเมตร 44 มลิ ลเิ มตร อยา่ งมาก 39 มลิ ลิเมตร 40 มลิ ลเิ มตร 43 มิลลเิ มตร 46 มิลลิเมตร ความหนาของขอบจักรจากขอบ 6 มิลลเิ มตร อยา่ งนอ้ ย 12 มิลลิเมตร 12 มิลลิเมตร 12 มิลลเิ มตร 12 มลิ ลเิ มตร อยา่ งมาก 13 มลิ ลเิ มตร 13 มลิ ลเิ มตร 13 มิลลิเมตร 13 มิลลิเมตร กรงส�ำหรับขวา้ งจักร (Discus Cage) 1. การขวา้ งจกั รควรจะขว้างในกรงเพือ่ ใหค้ วามปลอดภยั ตอ่ ผูช้ ม เจา้ หน้าท่ี และนกั กรีฑาคนอนื่ ๆ กรงที่ ระบใุ นกตกิ าขอ้ นเ้ี หมาะสำ� หรบั ใชใ้ นการสนามกรฑี าซง่ึ มผี ดู้ รู อบสนาม และมกี ารแขง่ ขนั ประเภทอน่ื ๆ อยใู่ นบรเิ วณ ด้วย  ส�ำหรับในบริเวณท่ีใช้ฝึกอาจไม่จ�ำเป็นที่จะน�ำข้อก�ำหนดน้ีมาใช้ก็ได้  อาจใช้โครงสร้างง่ายๆ  ก็เพียงพอแล้ว จะขอคำ� แนะน�ำจากหน่วยงานแห่งชาติหรือหนว่ ยงาน IAAF ก็ได้ หมายเหต ุ : กรงทข่ี วา้ งคอ้ นตามทก่ี �ำหนดไวใ้ นกตกิ าขอ้  192 อาจจะใชส้ ำ� หรบั การขวา้ งจกั รดว้ ยกไ็ ดโ้ ดยการใชจ้ ดุ ศนู ยก์ ลาง เดยี วกันแต่เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางตา่ งกัน คอื  2.135/2.50 เมตร หรอื โดยการใช้วธิ ดี ดั แปลงขยายกรงนนั้ ใหพ้ อเหมาะกบั วงกลม สองวง โดยใหว้ งขว้างจกั รอยขู่ ้างหลังขว้างคอ้ น คู่มือการตัดสนิ กรีฑาคนพิการ  85

2. กรงนค้ี วรจะออกแบบผลติ และดแู ลรกั ษาไวใ้ หส้ ามารถหยดุ จกั รขนาด 2 กโิ ลกรมั  เคลอื่ นทดี่ ว้ ยความเรว็ 25  เมตรต่อวินาทีได้  การประกอบและติดตั้งต้องม่ันคง  เมื่อจักรปะทะแล้วต้องไม่เป็นอันตรายจากการแฉลบขึ้น ไปข้างบนหรือกระดอนไปหาตัวนักกรีฑา  เพ่ือให้เป็นไปตามข้อก�ำหนดเหล่านี้  การออกแบบกรงและการสร้างกรง ในรูปแบบใดกส็ ามารถน�ำมาใช้ได้ 3. แบบของกรงควรเป็นรูปตัวยู ตัวท่ีแสดงไว้ในแผนภาพความกว้างของปากตัวยู กว้าง 6 เมตร ณ จุด ท่ีอยู่ห่างจากศูนย์กลาง  5  เมตร  ความสูงของแผงแต่ละอันควรจะสูง  4  เมตร  เป็นอย่างน้อย  กรงดังกล่าวน้ีควรจะ ออกแบบให้สามารถป้องกันไม่ให้จักรผา่ นไปตามรอยตอ่ ของกรงหรือตาข่ายของกรงหรือลอดออกไปได้ 4. ตาข่ายของกรงควรท�ำจากวัสดุที่เหมาะสมตามธรรมชาติหรอื ใยสังเคราะหห์ รอื เส้นลวดเหลก็ กลา้ ทย่ี ืด ออกไดอ้ าจจะมสี ว่ นผสมคารบ์ อนเลก็ นอ้ ยหรอื มากกไ็ ด ้ รตู าขา่ ยกวา้ งอยา่ งมาก 50 มลิ ลเิ มตร สำ� หรบั ลวดเหลก็ กลา้ 44  มิลลิเมตร  ส�ำหรับตาข่ายท่ีท�ำด้วยเชือกขนาดเล็กท่ีสุดของเชือกหรือลวดข้ึนอยู่กับสร้างกรง  แต่อย่างน้อยที่สุด ต้องรับแรงดึงได้  40  กิโลกรัม  เพ่ือให้ม่ันใจได้ว่ากรงนี้ยังให้ความปลอดภัยได้ดี  ดังน้ัน  จึงควรตรวจสอบตาข่าย ทุกๆ  12  เดือน  การตรวจตาข่ายเชือกเส้นใยสังเคราะห์ด้วยสายตาอย่างเดียวน้ันไม่เพียงพอ  ทางผู้ผลิตควรจะท�ำ ตาขา่ ยเชอื กทมี่ คี วามยาวมาตรฐานไวห้ ลายๆ ชดุ จะไดน้ ำ� มาเปลยี่ นไดท้ กุ ๆ 12 เดอื น เพอื่ นำ� ไปทดสอบความมน่ั คง ปลอดภยั ในการใช้งาน 5 รัศมีอันตรายสูงสุดในการขว้างจักรจากกรงน้ีประมาณ 98 องศา เมื่อขว้างโดยนักขว้างจักรทั้งผู้ท่ี ถนัดมือขวาและผู้ที่ถนัดมือซ้ายในการแข่งขันเดียวกันต�ำแหน่งและการกระท�ำให้กรงอยู่ในแนวเดียวกันในพ้ืนท่ี จึงเปน็ จุดสำ� คญั ของการใช้ท่ปี ลอดภยั ขวา้ งค้อน (Throwing the Hammer) การแขง่ ขัน 1. ผ้เู ขา้ แข่งขนั  ก่อนทจ่ี ะเรม่ิ เหวย่ี งคอ้ น อนญุ าตใหว้ างหวั ค้อนไวภ้ ายในหรือภายนอกวงกลมได้ 2. ขณะทผี่ เู้ ขา้ แขง่ ขนั เรม่ิ เหวย่ี งคอ้ นหรอื หมนุ ตวั เพอ่ื ทำ� การขวา้ งคอ้ นนน้ั  หวั คอ้ นถกู พนื้ ไมถ่ อื วา่ เปน็ การ กระท�ำผิดกติกาแต่ถ้าหัวค้อนถูกพื้นแล้ว  ผู้เข้าแข่งขันหยุดเพื่อเริ่มต้นขว้างใหม่ให้ถือว่าเป็นการประลองท่ีไม่ได้ผล 1 ครั้ง 3. ถ้าสายค้อนขาดระหว่างที่ขว้างหรือขณะที่ค้อนอยู่กลางอากาศ การประลองครั้งนั้นไม่นับ เม่ือการ ประลองนนั้ ได้กระท�ำอยา่ งสอดคลอ้ งกบั กตกิ าขอ้ น้ี ถา้ ผเู้ ข้าแขง่ ขนั เสยี หลกั  และขดั แยง้ กบั บางสว่ นของกตกิ าขอ้ น้ี การประลองครั้งนน้ั กไ็ มน่ บั เช่นเดียวกนั  และใหท้ ำ� การประลองใหมห่ น่ึงครง้ั ลูกค้อน 4. ลูกค้อนประกอบด้วย 3 ส่วน คอื  หวั ค้อนท่ีเปน็ โลหะสายค้อนและท่จี บั 5. หัวค้อนต้องเป็นทรงกลมท�ำด้วยเหล็กตัน หรือโลหะอ่ืนท่ีแข็งพอๆ กับทองเหลืองหรือท�ำเปลือกนอก ด้วยโลหะดังกล่าวนี้  โดยใช้ตะก่ัวหรือวัสดุอื่นๆ  ท่ีเป็นของแข็งบรรจุไว้ข้างในให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า  110 มิลลิเมตรส�ำหรับชาย  และ  95  มิลลิเมตรส�ำหรับหญิง  ถ้าหัวค้อนบรรจุด้วยวัตถุอ่ืนๆ  ต้องท�ำให้แน่นไม่สั่นคลอน หรอื เคลื่อนไหวไปมาและมีจุดศูนยถ์ ว่ งอยูห่ ่างจากจดุ ศนู ยก์ ลางของหวั ค้อนไม่เกิน 6 มิลลเิ มตร 86  คู่มอื การตดั สนิ กรีฑาคนพกิ าร

115 mm 6. สายค้อน ต้องเปน็ เหล็กกล้าเส้นเดียว ตรงและไม่มีรอยต่อ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ตอ้ งไมย่ ดื ออกเมอื่ เหวย่ี งคอ้ น ทปี่ ลายขา้ งหนง่ึ หรอื ทง้ั สองขา้ งของสายคอ้ นจะท�ำเปน็ หว่ งเพอื่ ตอ่ เขา้ กบั คอ้ นและทจ่ี บั 7. ที่จับ ท่ีจับอาจท�ำเป็นห่วงเดี่ยวหรือคู่ก็ได้ แต่ต้องแข็งแรงไม่มีรอยต่อใดๆ และต้องไม่ยืดออกขณะ ทข่ี ว้างท่ีจับจะตอ้ งติดอยกู่ ับสายค้อนและไม่สามารถหมุนไดเ้ มอื่ ขว้าง ความยาวของรวมของคอ้ นจะตอ้ งไม่เพ่ิมขน้ึ ท่ีจับควรจะแข็งและไม่ยืด ท�ำเป็นช้ินเดียวไม่มีรอยต่อใดๆ ความยาวรวมของค้อนจะต้องไม่เพ่ิมขึ้น ท่ี ส�ำหรับมือจับจะต้องเป็นรูปโค้งหรือตรง  ท่ีมีความกว้างภายในสูงสุด  130  มิลลิเมตร  และความยาวภายในสูงสุด 110 มลิ ลเิ มตร ความแขง็ แกรง่ ทนตอ่ การแยกของทจ่ี บั มคี า่ อยา่ งนอ้ ย 20 kn (200 kgf) (ใชบ้ งั คบั ตงั้ แต ่ 1 มกราคม 2548) 8. การเชอื่ มตอ่ สายคอ้ น สายคอ้ นจะเชอ่ื มตอ่ กบั หวั คอ้ น โดยอาศยั หว่ งทมี่ ลี กู ปนื หมนุ ได ้ ซง่ึ อาจเปน็ แบบ ธรรมดาหรอื มตี ลบั ลกู ปนื กไ็ ด้ ทจ่ี บั จะตอ่ กบั สายคอ้ นโดยใชห้ ว่ ง อาจไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งใชห้ ว่ งทมี่ ลี กู ปนื หมนุ กไ็ ด้ (ทจ่ี บั จะต้องต่อโดยตรงกบั สายคอ้ น ห้ามใชห้ ่วงสบั  จาก 1-1-2003) 9. ค้อนจะตอ้ งเป็นไปตามรายละเอยี ดทีร่ ะบุไวด้ งั ตอ่ ไปนี้ คู่มือการตดั สนิ กรฑี าคนพกิ าร  87

ค้อน หญิง หญิง ชาย ชาย ชาย ยวุ ชน เยาวชน/ ยุวชน เยาวชน ประชาชน ประชาชน น�้ำหนักที่ใช้แข่งขันและน�้ำหนัก ตำ่� สดุ ซง่ึ สถติ ทิ ำ� ไดเ้ ปน็ ทย่ี อมรบั น�้ำหนกั คอ้ นทีใ่ ช้ในการแข่งขนั 3.000 กโิ ลกรมั 4.000 กิโลกรัม 5.000 กิโลกรมั 6.000 กิโลกรมั 7.260 กโิ ลกรมั อย่างน้อย 3.005 กโิ ลกรมั 4.005 กิโลกรมั 5.005 กโิ ลกรัม 6.005 กิโลกรัม 7.265 กิโลกรัม อย่างมาก 3.025 กโิ ลกรัม 4.025 กโิ ลกรัม 5.025 กิโลกรัม 6.025 กิโลกรัม 7.285 กโิ ลกรัม ความยาวของค้อนวัดจาก ทีจ่ ับดา้ นใน อย่างมาก 1195 มลิ ลเิ มตร 1195 มลิ ลเิ มตร 1200 มลิ ลเิ มตร 1215 มลิ ลเิ มตร 1215 มลิ ลเิ มตร เสน้ ผ่าศูนย์กลางหวั คอ้ น อยา่ งน้อย 85 มิลลเิ มตร 95 มลิ ลิเมตร 100 มิลลิเมตร 105 มลิ ลเิ มตร 110 มิลลิเมตร อย่างมาก 110 มิลลิเมตร 110 มลิ ลเิ มตร 120 มิลลิเมตร 125 มิลลิเมตร 130 มิลลเิ มตร จุดศนู ย์ถ่วงของหวั ค้อน จุดศูนย์ถ่วงของหัวค้อนอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของหัวค้อนไม่เกิน 6 มิลลิเมตร จะทดสอบความสมดุล ของหวั คอ้ นได ้ โดยนำ� หวั คอ้ นไปวางบนเครอื่ งมอื ทม่ี ขี อบคมๆ รปู วงกลมในแนวนอน เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของวงกลม น้ยี าว 12 มิลลิเมตร กรงสำ� หรบั ขว้างค้อน (Hammer Cage) 1. การขว้างค้อนควรท�ำในกรง ซึ่งให้ความปลอดภัยต่อผู้ดู ผู้แข่งขัน และเจ้าหน้าท่ี กรงท่ีก�ำหนดใน กติกาข้อนี้เหมาะท่ีจะใช้ในสนามกรีฑาที่มีผู้ดูรอบสนามและมีการแข่งขันประเภทอื่นๆ  อยู่ในบริเวณน้ันด้วย  ถ้า สภาพแตกตา่ งจากทก่ี ลา่ วนโี้ ดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในบรเิ วณทที่ ำ� การฝกึ จะใชก้ รงแบบใดกไ็ ด ้ หรอื อาจจะขอคำ� แนะนำ� ไดท้ ีห่ น่วยงานแห่งชาติหรอื จากหน่วยงานของสหพันธ์กรฑี าสมคั รเล่นนานาชาติกไ็ ด้ 2. กรงควรจะออกแบบสร้างและบำ� รงุ รกั ษาใหส้ ามารถทีจ่ ะหยุดหัวค้อนซง่ึ หนกั  7.26 กิโลกรมั  เคลื่อนท่ี ด้วยความเร็ว  32  เมตรต่อวินาทีได้  การจัดเตรียมดังกล่าวน้ีเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากการแฉลบขึ้นหรือกระดอน กลับมาหานักกรีฑาเม่ือขว้างค้อนออกไป รูปแบบของกรงและการการสร้างรูปแบบใดก็ได้ โดยมีข้อแม้ว่าให้ได้สิ่ง ท่ีตอ้ งการตามข้อก�ำหนดของกตกิ าขอ้ นี้ 3. แบบของกรงควรเปน็ รปู ตวั ย ู เชน่ เดยี วกบั ทแ่ี สดงไวใ้ นภาพ ปากของกรงกวา้ ง 6 เมตร ยนื่ ออกไปขา้ ง หนา้ จากจดุ ศนู ยก์ ลางของวงกลมขวา้ งคอ้ น 4.2 เมตร แผงลวดของกรงแตล่ ะแผงควรสงู ไมน่ อ้ ยกวา่  7 เมตร โดยมี เงอ่ื นไขวา่ การกอ่ สรา้ งแบบของกรงจะตอ้ งสามารถปอ้ งกนั คอ้ นไมใ่ หผ้ า่ นรอยตอ่ หรอื ตาขา่ ยของกรงหรอื ลอดออกไป ใต้กรงได้ 4. ดา้ นหนา้ ของกรง ใชต้ าขา่ ยทเ่ี คลอื่ นยา้ ยไดต้ ดิ ตงั้ ไว ้ 2 แผง และแตล่ ะแผงกวา้ ง 2 เมตร และสงู อยา่ ง น้อย 9 เมตร เมอ่ื ท�ำการขว้างคอ้ นใหต้ ิดตง้ั ไวเ้ พยี งแผงเดยี วเท่าน้นั 88  คมู่ อื การตดั สินกรีฑาคนพิการ

หมายเหตุ : (i) แผงด้านซ้ายมือใช้ส�ำหรับคนที่ขว้างค้อนถนัดมือขวา และแผงขวามือใช้ส�ำหรับคนขว้างค้อนที่ถนัดมือซ้าย ในระหว่างการแข่งขันถ้ามีท้ังผู้แข่งขันที่ขว้างค้อนถนัดมือซ้ายและมือขวา  ก็สามารถจ�ำเป็นที่จะต้องเปล่ียนแผงนี้จาก แผงหนึ่งเปน็ อีกแผงหน่ึงในการเปลย่ี นแผงนัน้  จ�ำเป็นจะตอ้ งให้คนช่วยเพ่ือไม่ให้เสยี เวลานานเกินไป (ii) แผงที่อยู่ด้านซ้ายมือใช้ส�ำหรับคนท่ีขว้างค้อนถนัดมือขวา ดังน้ันแผงกั้นที่ด้านขวาจะไม่ติดต้ังดังที่เห็นดัง ภาพ (iii) ในการปฏบิ ตั  ิ แผงทเ่ี คลอ่ื นยา้ ยได ้ จะตอ้ งอยใู่ นตำ� แหนง่ ทแี่ นน่ อนดงั แสดงในภาพ ดงั นนั้ การออกแบบแผง ท่เี คลอ่ื นยา้ ยได้เมอ่ื น�ำมาตดิ ต้งั รวมกับแผงอืน่ ๆ จะต้องเชื่อมตดิ กับแผงถาวรไดด้ ี (iv) การสร้างแผงเหล่านี้และการตดิ ตั้งขึน้ อยู่กับการออกแบบกรง คอื ต้องเคลอ่ื นได้ ยึดด้วยบานพับอยู่กับแกน ในแนวต้ังหรือแนวนอน หรือปล่อยให้หย่อนมา มีข้อก�ำหนดเพียงว่าให้มีความม่ันคงแข็งแรงท่ีสามารถหยุดหัวค้อนท่ีขว้าง มาชน และถ้าหวั คอ้ นไปถูกแผงท่ีถาวรหรอื แผงที่เคลอ่ื นทีไ่ ดก้ ต็ าม ต้องไม่กอ่ ใหเ้ กิดอนั ตรายใดๆ ด้วย 5. ตาข่ายของกรงควรท�ำจากวัสดุเหมาะสมตามธรรมชาติหรือเชือกท่ีเป็นใยสังเคราะห์หรือเส้นลวดซึ่ง สามารถยืดออกได้  รูของตาข่ายที่ท�ำด้วยลวดกว้างอย่างมาก  50  มิลลิเมตร  ถ้าท�ำด้วยเชือก  กว้าง  444  มิลลิเมตร ขนาดของเชอื กหรอื ลวดนอี้ ยกู่ บั การสรา้ งกรง แตต่ อ้ งทนแรงกระแทกไดไ้ มต่ ำ�่ กวา่  300 กโิ ลกรมั  เพอื่ มน่ั ใจถงึ ความ ปลอดภยั ของกรงอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ตาขา่ ยลวดนจี้ ะไดร้ บั การตรวจสอบอยา่ งใกลช้ ดิ อยา่ งทสี่ ดุ ทกุ ๆ 12 เดอื น การตรวจ ตาข่ายที่ท�ำด้วยเส้นใยสังเคราะห์ด้วยสายตาอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ  ทางที่ดีผู้ผลิตควรจะผลิตตาข่ายเชือกท่ีมี ความยาวมาตรฐานน้ีไว้หลายๆ  จุด  เพ่ือจะได้เปล่ียนได้ทุก  12  เดือน  และน�ำไปทดสอบมาตรฐานให้มั่นใจความ แขง็ แรงของตาข่ายอยา่ งต่อเนือ่ ง 6. ถ้าประสงค์ที่จะใช้กรงเดียวกันน้ีในการขว้างจักรด้วย การติดต้ังสามารถที่จะดัดแปลงไปได้ 2 วิธี วิธีท่ีง่ายที่สุดก็คือ  ใช้จุดศูนย์กลางของวงกลม  2.135  หรือ  2.5  เมตร  ร่วมกันซึ่งหมายความว่าจะต้องใช้พ้ืนผิวของ วงกลมเดยี วกนั ท้งั ในการขว้างจักรและขว้างค้อน ถ้าจะแยกวงกลมในการขว้างจักรและขว้างค้อนท่ีอยู่ในกรง เดียวกันออกจากกัน  วงกลมขว้างค้อนจะอยู่หน้าวงกลมขว้างจักรจะอยู่ห่างจากวงกลมขว้างจักร  2.37  เมตรบน เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางของเสน้ รศั ม ี ลกั ษณะสว่ นหลงั ของกรงจะตอ้ งขยายออก โดยใชล้ วดตาขา่ ยทตี่ ดิ ตง้ั ถาวรอยา่ งนอ้ ย 8 แผง กว้าง 2.83 เมตร และแผงตาขา่ ยทีเ่ คล่อื นย้ายไดอ้ ยา่ งนอ้ ยที่จะต้องยกสงู เท่ากับกรงมาตรฐานท่ีกล่าวมา 7. รศั มอี นั ตรายในการขวา้ งคอ้ นจากกรงนอี้ ยา่ งมากทส่ี ดุ เกอื บ 85 องศา ไมว่ า่ จะถนดั มอื ซา้ ยหรอื มอื ขวา ก็ตามในการแข่งขันเดียวกัน ดังน้ันการก�ำหนดต�ำแหน่งและแนวเส้นตรงเดียวกัน ดังน้ันการก�ำหนดต�ำแหน่งและ แนวเส้นตรงเดยี วของกรงในพืน้ ทจ่ี ึงเป็นเรอ่ื งส�ำคญั ส�ำหรับการใชง้ านทีป่ ลอดภัย คู่มอื การตดั สนิ กรีฑาคนพกิ าร  89

การพงุ่ แหลน (Throwing the Javelin) การแข่งขัน 1. (a) ตอ้ งจบั แหลนตรงทจ่ี บั  การพงุ่ แหลนจะตอ้ งพงุ่ ออกไปเหนอื ไหลห่ รอื เหนอื ทอ่ นบนของแขนทที่ ำ� การ พ่งุ จะตอ้ งไมเ่ หวี่ยงหรือขว้างหรอื ใช้รูปแบบการพ่งุ ซึ่งไม่เป็นไปตามแบบแผน (b) การพุง่ แหลนจะได้ผลเพยี งเมอ่ื หัวแหลนซึ่งเปน็ โลหะถูกพ้นื กอ่ นสว่ นอื่นๆ ของแหลน (c) ไมว่ า่ จะเปน็ ขณะใดกต็ าม ในระหวา่ งการพงุ่ แหลน จนกระทง่ั พงุ่ แหลนไปในอากาศแลว้ ผเู้ ขา้ แขง่ ขนั จะหมุนตวั หรอื หันหลังใหก้ บั ส่วนโคง้ กไ็ ด้ 2. ถา้ แหลนหกั ในขณะพงุ่ ออกไปหรอื ขณะทลี่ อยอยใู่ นอากาศ การประลองครงั้ นไี้ มน่ บั  ใหท้ ำ� การประลอง ใหม่ได้โดยถือว่าการพุ่งแหลนน้ันปฏิบัติถูกต้องตามกติกา  ถึงแม้ว่าผู้เข้าแข่งขันเสียการทรงตัวและละเมิดส่วนใด ส่วนหนง่ึ ของกติกาจะไม่ถือว่าเป็นการประลอง แหลน 3. แหลนจะประกอบดว้ ย 3 สว่ น คอื  สว่ นหวั  ตวั แหลน และทจี่ บั ซงึ่ ทำ� จากยางหรอื พลาสตกิ  สว่ นลำ� ตวั อาจเป็นวัสดุตันหรือกลวงก็ได้  และต้องประกอบจากโลหะหรือวัสดุท่ีเหมาะสมชนิดอื่นๆ  ที่มีความหนาแน่นและ ผสมกลมเกลยี วกนั โดยส่วนล�ำตัวประกอบเขา้ กับส่วนทมี่ ีปลายแหลนท�ำจากโลหะ ส่วนหัวต้องผลิตจากโลหะท้ังหมด โดยอาจมีการเสริมความแข็งแรงด้วยโลหะผสมเชื่อมไว้ที่ปลาย ดา้ นหน้าของส่วนหวั รอยต่อจะต้องเรียบ และตอ้ งรกั ษารปู ทรงตามขอ้ ก�ำหนด 4. ที่จับซึ่งครอบคลุมบริเวณจุดศูนย์ถ่วงจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวมากกว่าตัวของแหลนท่ีจุดนั้น ไมเ่ กนิ  8 มิลลิเมตร พื้นผวิ จะตอ้ งไมล่ นื่ แตต่ อ้ งไมพ่ นั ทับอกี ด้วยเชอื ก หรือมรี อยบาก และตอ้ งแน่นหนา 5. หนา้ ตดั ของแหลนทกุ สว่ นจะตอ้ งกลม (ดหู มายเหต ุ 1) สว่ นทใี่ หญท่ ส่ี ดุ ของตวั แหลนจะอยตู่ ดิ สว่ นหนา้ ของที่จับ  จากส่วนหน้าถึงส่วนหลังของที่จับอาจจะเป็นทรงกระบอก  หรือเรียวลง  แต่ต้องไม่เรียวลงเกินกว่า  0.25 มิลลิเมตรจากท่ีจับ ตัวแหลนจะเรียวลงไปถึงส่วนหัวและส่วนหาง ลักษณะของการเรียวลงอาจจะเป็นเส้นตรงหรือ โค้งเล็กน้อย  (ดูหมายเหตุ  2)  และเรียวลงไม่เกิน  2.5  มิลลิเมตร  ต่อความยาว  300  มิลลิเมตร  ยกเว้นท่ีบริเวณ หวั แหลม หมายเหต ุ 1 : หนา้ ตดั แหลนจะตอ้ งกลมแตห่ ากมกี ารคลาดเคลอื่ น จะอนญุ าตใหเ้ กดิ คา่ ความเคลอ่ื นไดไ้ มเ่ กนิ  2% ระหวา่ ง ส่วนทใ่ี หญส่ ุดกับส่วนทเ่ี ลก็ ที่สดุ ค่าเฉลี่ยของทั้งสองส่วนน้จี ะต้องเป็นไปตามข้อก�ำหนดของแหลนทรงกลม หมายเหตุ 2 : รูปทรงตามแนวยาว  อาจจะตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็ว  โดยใช้โลหะตรงยาวไม่น้อยกว่า  500  มิลลิเมตร และแผ่นวัดระยะแบบใบมีด  2  แผ่นที่มีความหนา  0.20  และ  1.25  มิลลิเมตร  ส�ำหรับใช้ทดสอบความโค้งของตัวแหลน เมื่อเอาโลหะตรงวางทาบไปกับแหลนโดยด้านหน่ึงด้านใดแนบสนิทกับตัวแหลนอีกด้านหนึ่งจะห่างออกจุดท่ีห่างออกน้ี จะต้องไม่สามารถสอดแผ่นวัดความหนาขนาด 0.20 มิลลิเมตร เข้าไปได้ยกเว้นท่ีบริเวณรอยต่อของหัวแหลนกับตัวแหลน ท่จี ัดนีจ้ ะตอ้ งไม่สามารถสอดแผ่นวัดขนาด 1.25 มิลลิเมตร เขา้ ไปได้ 90  คูม่ อื การตัดสินกรฑี าคนพกิ าร

6. รายละเอยี ดแหลน แหลน หญิง หญิง ชายยวุ ชน ชายเยาวชน ยวุ ชน เยาวชน/ 700 กรมั ประชาชน น้�ำหนักตำ่� สุดซง่ึ สถิติทำ� ได้ 500 กรัม ประชาชน 705-725 กรัม 800 กรัม เปน็ ทย่ี อมรับสำ� หรบั ใช้แขง่ ขนั 505-525 กรัม 600 กรมั 2.30 เมตร 805-825 กรัม ยาว นอ้ ยที่สุด 2.00 เมตร 605-625 กรัม 2.40 เมตร 2.60 เมตร มากที่สุด 2.10 เมตร 2.20 เมตร 2.70 เมตร หัวแหลนยาว 2.30 เมตร 250 มิลลิเมตร น้อยที่สุด 220 มลิ ลเิ มตร 330 มลิ ลเิ มตร 250 มิลลิเมตร มากที่สุด 270 มิลลเิ มตร 250 มิลลเิ มตร 330 มลิ ลเิ มตร ความยาวจากหัวถงึ จุดศนู ย์ถว่ ง 330 มลิ ลิเมตร 0.86 เมตร น้อยที่สุด 0.78 เมตร 1.00 เมตร 0.90 เมตร มากที่สุด 0.88 เมตร 0.80 เมตร 1.06 เมตร เส้นผ่าศนู ยก์ ลางตรงจดุ ท่ใี หญส่ ุด 0.92 เมตร 23 มลิ ลเิ มตร นอ้ ยทสี่ ุด 20 มลิ ลเิ มตร 28 มิลลิเมตร 25 มิลลเิ มตร มากทสี่ ุด 24 มลิ ลเิ มตร 20 มิลลิเมตร 30 มลิ ลิเมตร ความยาวของทจี่ บั 25 มิลลิเมตร 150 มิลลิเมตร น้อยที่สดุ 135 มิลลเิ มตร 160 มิลลิเมตร 150 มิลลเิ มตร มากที่สุด 145 มิลลเิ มตร 140 มิลลเิ มตร 160 มลิ ลเิ มตร 150 มลิ ลิเมตร 7. สว่ นประกอบตา่ งๆ ของตัวแหลนจะต้องไม่สามารถเคล่อื นท่ีได้ หรอื ต้องไม่มีเครอ่ื งมอื ใดๆ ท่จี ะท�ำให้ จุดศนู ย์ถว่ งเปล่ยี นทีห่ รือสามารถเปล่ียนวิถกี ารเคลือ่ นทข่ี องแหลนให้ผิดปกติเมือ่ แหลนถูกพงุ่ ออกไป 8. ความเรยี วของแหลน ทหี่ วั สดุ ซง่ึ เปน็ โลหะแขง็ จะตอ้ งแหลมเปน็ มมุ ไมเ่ กนิ  40 องศา เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง ของหัวแหลนท่ีวัดจากหัวสุดเข้ามา  150  มิลลิเมตร  จะต้องไม่เกิน  80%  ของส่วนใหญ่ท่ีสุด  เส้นผ่าศูนย์กลางท่ีจุด กึ่งกลางระหวา่ งหวั สดุ กบั จุดศนู ยถ์ ่วงจะตอ้ งไม่เกิน 90% ของส่วนที่ใหญ่ทส่ี ดุ 9. ความเรยี วของแหลน เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางทจี่ ดุ กง่ึ กลางระหวา่ งจดุ ศนู ยถ์ ว่ งกบั หางแหลนตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่   90%  ของส่วนท่ีใหญ่ท่ีสุด  เส้นผ่าศูนย์กลางที่หางสุดต้องไม่น้อยกว่า  3.5  มิลลิเมตร  เส้นผ่าศูนย์กลางตรงจุดท่ีวัด จากปลายทางเข้ามา 150 มลิ ลิเมตร ตอ้ งไม่น้อยกวา่  40% ของส่วนใหญ่ที่สดุ คู่มอื การตดั สนิ กรฑี าคนพกิ าร  91

ภาคผนวก 92  คู่มอื การตดั สนิ กรฑี าคนพกิ าร

หนงั สืออา้ งองิ การกฬี าแหง่ ประเทศไทย. กตกิ ากรฑี า. กรงุ เทพฯ : พมิ พท์ อี่ รณุ การพมิ พ.์  2553-2554 International Association of Athletics Federation. IAAF COMPETITION RULES 2014-2015 Printed in Monaco by Imprimerie Multiprint MC 98011, Monaco. International Paralympic Committee RULES BOOK 2014-2015 คูม่ ือการตดั สินกรีฑาคนพิการ  93

คณะผู้จดั ทำ� ทีป่ รกึ ษา อธิบดกี รมพลศึกษา รองอธบิ ดกี รมพลศึกษา 1. ดร.กิตตพิ งษ ์  โพธมิ ู ผู้อ�ำนวยการส�ำนกั การกฬี า 2. ดร.ปญั ญา  หาญลำ� ยวง ผู้อ�ำนวยการกลมุ่ วิจยั และพัฒนา ส�ำนักการกฬี า 3. นายอกั ษร  แสนใหม่ เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกไทย 4. นายสมพงษ ์  ศริ พิ ล นายกสมาคมกีฬาคนพิการแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถัมภ์ 5. พลตรโี อสถ  ภาวไิ ล 6. นายชูเกยี รต ิ  สงิ หส์ ูง บรรณาธกิ าร ผู้อำ� นวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนา 1. นายสมพงษ์  ศิรพิ ล 2. นางวศินี  คำ� นงึ ผู้อ�ำนวยการกลมุ่ กีฬาคนพิการและคนพเิ ศษ 3. สบิ ตำ� รวจโทหญงิ ชตุ กิ าญจน์  ผาลใจ นกั พฒั นาการกฬี าช�ำนาญการ ผ้แู ปล 1. นายวิสตู ร  จันทรด์ ้งุ ประธานผตู้ ดั สนิ สมาคมกฬี ากรฑี าแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถมั ภ์ 2. นายจริ ะศกั ด ิ์  ปลาทพิ ย ์ ผู้ตัดสนิ สมาคมกฬี ากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถมั ภ์ 3. นางสาววรี ยา  โชควิเชยี รฉาย ผูต้ ดั สนิ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 4. นางสาวพรชนก  บญุ ทว ี ผู้ตัดสินสมาคมกีฬากรฑี าแหง่ ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ผู้เรยี บเรียง และจดั ท�ำตน้ ฉบับ 1. นายวริ ัตน์  อามานนท์ นกั พัฒนาการกีฬาปฏบิ ตั ิการ พิสูจน์อักษร 1. นายวิรัตน ์  อามานนท์ นกั พฒั นาการกีฬาปฏิบตั ิการ 2. นางสาวเยาวภา  ทองแซก นกั พฒั นาการกีฬาปฏบิ ัตกิ าร 94  คูม่ ือการตัดสินกรฑี าคนพิการ



แสตมป์ ส่ง  กลุ่มวิจัยและพัฒนา ส�ำนักการกีฬา กรมพลศึกษา เลขที่ 154 สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook