ป๋ ยุ มลู ไสเ้ ดือน “เล้ยี งไสเ้ ดือน” สตั วเ์ กษตรกรรม มากประโยชน์ กศน.ตาบลคานา้ สร้าง อาเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
ป๋ ุยมลู ไส้เดือน ป๋ ยุ มลู ไส้เดอื น คอื การท่ไี ส้เดือนดนิ กินมลู ววั นม เพราะวนั นมจะได้รับสารอาหารท่ี เป็นวิตามินมากกวา่ ววั ทงุ่ และววั ขนุ และผา่ นกระบวนการยอ่ ยสลายอนิ ทร์วตั ถตุ า่ งๆ ภายในลาไส้ของไส้เดอื นดิน แล้วจงึ ขบั ถา่ ยเป็นมลู ออกมา ลกั ษณะเป็นเมด็ ร่วน ละเอียดสีดา ทม่ี ีธาตอุ าหารในรูปท่พี ืชสามารถนาไปใช้ประโยชนได้ ซง่ึ การผลติ โดย ใช้ไส้เดอื นดนิ ที่กินมลู ววั นมและผา่ นการยอ่ ยสลายในลาไส้แล้วขบั ถ่ายออกมา มลู ไส้เดอื นทไ่ี ด้จงึ เรียกวา่ “ป๋ ยุ มลู ไส้เดือน”
ป๋ ยุ หมักมูลไส้เดอื น หมายถงึ เศษซากพืชอนิ ทรียวตั ถตุ า่ งๆ รวมทงั้ ดนิ และ จลุ นิ ทรีย์ท่ไี ส้เดือนดนิ กินเข้าไปแล้วผา่ นกระบวนการยอ่ ยสลายอินทรียวตั ถุ ขบั ถ่ายออกมาเป็นมลู มีลกั ษณะเป็นเมด็ สีดา มีธาตอุ าหารท่พี ืชนาไปใช้ได้ น้าหมกั มลู ไส้เดือน หมายถงึ น้าทไี่ ด้จากกระบวนการผลติ ป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดิน ซงึ่ ได้จากการเนา่ สลายของเศษขยะอินทรีย์ท่ีใช้เป็นอาหารของไส้เดอื นดนิ น้า หมกั ท่ไี ด้มีลกั ษณะเป็นของเหลวสนี ้าตาลดา คล้ายน้าโคลา่ ไมม่ ีกลน่ิ เหมน็ คณุ สมบตั ขิ องป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดนิ จะเป็นเมด็ ร่วนสนี ้าตาล โปร่งเบา มีความพรุนระบายน้า และอากาศได้ดมี าก มี ความจคุ วามชนื ้ สงู และปริมาณอินทรีย์วตั ถสุ งู มาก
คุณสมบตั ขิ องป๋ ุยหมกั มูลไส้เดอื นดนิ จะเป็นเมด็ ร่วนสีน้าตาล โปร่งเบา มีความพรุนระบายน้า และอากาศได้ดีมาก มีความจคุ วามชนื ้ สงู และปริมาณอินทรีย์วตั ถสุ งู มาก บทบาทท่เี ป็ นประโยชน์ของไส้เดอื นดนิ 1. ชว่ ยพลิกกลบั ดิน โดยการกินดนิ ท่มี ีแร่ธาตบุ ริเวณด้านลา่ งแล้วถ่ายมลู บริเวณผิวดิน ด้านบน ชว่ ยให้เกิดการผสม คลกุ เคล้าแร่ธาตใุ นดนิ ทาให้พืชสามารถดดู แร่ธาตเุ หลา่ นีไ้ ป ใช้ได้พืช 2. ชว่ ยยอ่ ยสลายสารอินทรีย์ในดนิ ซากพืช ซากสตั ว์และอนิ ทรีย์วตั ถตุ า่ งๆ ทาให้แร่ธาตุ ตา่ งๆ อยใู่ นรูปทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ พืช เชน่ ไนโตรเจน ในรูปแอมโมเนียและไนเตรท เป็นต้น 3. ชว่ ยเพ่ิมและแพร่กระจายจลุ นิ ทรีย์ในดินทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ พืช เชน่ ไรโซเบียม ไมคอร์ไร ซา ในบริเวณรากพืช 4. การชอนไชของไส้เดอื นดิน ทาให้ดนิ ร่วนซยุ การถ่ายเทน้าละอากาศดี ดินอ้มุ น้าดีขนึ ้ ราก พืชชอนไชได้ดี
บทบาทท่เี ป็ นประโยชน์ของไส้เดอื นดนิ 1. ชว่ ยพลกิ กลบั ดิน โดยการกินดินทมี่ ีแร่ธาตบุ ริเวณด้านลา่ งแล้วถา่ ยมลู บริเวณผิวดนิ ด้านบน ชว่ ยให้เกิดการผสม คลกุ เคล้าแร่ธาตใุ นดิน ทาให้พืช สามารถดดู แร่ธาตเุ หลา่ นีไ้ ปใช้ได้พืช 2. ชว่ ยยอ่ ยสลายสารอนิ ทรีย์ในดนิ ซากพืช ซากสตั ว์และอนิ ทรีย์วตั ถตุ า่ งๆ ทา ให้แร่ธาตตุ า่ งๆ อยใู่ นรูปทเี่ ป็นประโยชน์ตอ่ พืช เชน่ ไนโตรเจน ในรูป แอมโมเนียและไนเตรท เป็นต้น 3. ชว่ ยเพ่ิมและแพร่กระจายจลุ นิ ทรีย์ในดนิ ที่เป็นประโยชน์ตอ่ พืช เชน่ ไร โซเบยี ม ไมคอร์ไรซา ในบริเวณรากพืช 4. การชอนไชของไส้เดอื นดิน ทาให้ดินร่วนซยุ การถ่ายเทน้าละอากาศดี ดนิ อ้มุ น้าดขี นึ ้ รากพืชชอนไชได้ดี
รูปแบบการเลีย้ งไส้เดอื นดนิ กาจดั ขยะอนิ ทรีย์เพ่ือผลติ ป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดือน 1. รูปแบบการผลติ ป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดินในภาชนะตา่ งๆ เลีย้ งในครัวเรือน โดยเลีย้ งในภาชนะทห่ี าได้จากครัวเรือน เหมาะสาหรับกาจดั ขยะ อินทรีย์ภายในบ้านและนาป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดือนดนิ ที่ ได้มาใช้ปลกู ต้นไม้ภายใน บ้านเรือน 2. รูปแบบการผลติ ป๋ ยุ มกั มลู ไส้เดือนดนิ ในภาชนะท่ีตงั้ เป็นชนั้ เลีย้ งในภาชนะท่ีเรียงกนั เป็นชนั้ ๆ ได้ ใช้พืน้ ที่ได้อยา่ งค้มุ คา่ เหมาะสาหรับกาจดั ขยะอินทรีย์ในครัวเรือน ข้อเสีย คือ ใช้แรงงานมากเวลาเตมิ ขยะอนิ ทรีย์แตล่ ะครัง้ หรือเมื่อเคลอื่ นย้ายชดุ เลีย้ ง โดยทวั่ ไปจะมีจานวน 4 ชนั้ โดย 3 ชนั้ บนใช้เลีย้ ง ไส้เดือน จะเจาะเป็นรูระบายน้า แตช่ นั้ ลา่ งสดุ จะไมเ่ จาะรูสาหรับเกบ็ น้าหมกั
3. รูปแบบการผลิตป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดินแบบแปลงกลางแจ้ง เป็นรูปแบบการเลีย้ งทง่ี า่ ย และไม่ใช้เทคนิคอะไรมาก โดยกองวตั ถอุ ินทรีย์เป็น แปลงยาวหลายๆ แถวในบริเวณกลางแจ้ง แล้วจงึ นาไส้เดอื นดินปลอ่ ย คลมุ แปลง ด้วยฟาง ข้อเสยี คือ ไส้เดือนอาจเลอื ้ ยหนี หรือมีสตั ว์อืน่ ๆมากินไส้เดอื นดนิ และมี น้าทว่ มขงั ได้งา่ ย 4. รูปแบบการผลติ ป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดนิ ในโรงเรือน เป็นระบบที่คอ่ นข้างใหญ่ สามารถกาจดั ขยะได้ครัง้ ละหลายๆ ตนั 5. รูปแบบการผลิตป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดนิ แบบควบคมุ อตั โิ นมตั ิ เป็นรูปแบบการผลติ เชงิ การค้าควบคมุ การผลติ แบบอตั โนมตั อิ าศยั ความรู้และ ประสบการณ์สงู
ขนั้ ตอนการเตรียมการเลีย้ งไส้เดือนดิน 1. การสร้างโรงเรือน สิง่ ทีต่ ้องคานงึ ถงึ คือ ต้องเป็นโรงเรือนท่ปี อ้ งกนั น้าฝนได้ พรางแสงได้ และสามารถ ปอ้ งกนั ไม่ให้แมลงหรือสตั ว์ทีล่ า่ ไส้เดือนดินเป็นอาหาร เชน่ นก กบ หนู ฯลฯ วสั ดทุ ี่ใช้ สร้างโรงเรือน เชน่ กระเบอื ้ ง ตาข่าย ไม้ไผ่ คา เป็นต้น ขนาดของโรงเรือนขนึ ้ อยกู่ บั พืน้ ทีท่ ม่ี ีและปริมาณของขยะอนิ ทรีย์ด้วย ภายในโรงเรือนต้องตดิ ตงั้ ก๊อกน้าและ หลอดไฟไว้สาหรับใช้ในการเพ่ิมความชนื ้ หรือให้แสงสวา่ งในการทางานชว่ งกลางคืน 2. การสร้างบอ่ เลีย้ งไส้เดอื น บอ่ เลีย้ งไส้เดอื นดนิ ท่ีเหมาะสม คอื กว้าง 1 เมตร ความยาวขนึ ้ อยกู่ บั ปริมาณขยะ อนิ ทรีย์ และขนาดของพืน้ ที่ ความลกึ ไมค่ วรเกิน 1 เมตร และควรให้มีการลาดเอยี ง ของพืน้ บอ่ ประมาณ 1-2 % และต้องตอ่ ทอ่ ระบายน้าหมกั ออกจากบอ่ เลีย้ งไส้เดือน ดนิ ในจดุ ทต่ี า่ สดุ ของพืน้ บอ่ ออกไปยงั บอ่ เกบ็ น้าหมกั มลู ไส้เดอื นดนิ
3. การสร้างบอ่ เก็บน้าหมกั มลู ไส้เดือนดนิ ขนาดบอ่ เกบ็ น้าหมกั มลู ไส้เดอื นดนิ จะมีขนาดเลก็ กว่าบอ่ เลีย้ งไส้เดือนดิน โดยขนึ ้ อยู่ กบั ปริมาณของน้าหมกั ทไ่ี ด้แตไ่ ม่ควรสร้างใหญ่มาก เนื่องจากพืน้ ทข่ี องบอ่ กว้างมาก จะทาให้มีพืน้ ทกี่ ารระเหยของน้ามากด้วย ขยะอนิ ทรีย์บางชนิดจาเป็นต้องนามา หมกั ก่อนถงึ จะนาไปใสใ่ นบอ่ เลีย้ งให้ไส้เดือนดินยอ่ ยสลายตอ่ ไป ถ้าเลีย้ งไส้เดือนดิน ในภาชนะขนาดเลก็ สามารถหมกั ขยะอินทรีย์ในถงั ขนาดเลก็ ได้ แตถ่ ้า เป็นโรงเรือน ขนาดใหญ่ จะต้องสร้างบอ่ หมกั ให้มีพืน้ ท่บี อ่ หมกั เทา่ กบั 1 ใน 3 ของบอ่ เลีย้ ง ไส้เดือนดนิ โดยให้มีความกว้าง ความยาวเทา่ ไหร่กไ็ ด้ แตค่ วามสงู ไม่เกิน 1 เมตร
สดั ส่วนของผลผลติ ท่ไี ด้จากระบวนการผลติ ป๋ ุยหมกั มูลไส้เดือนดนิ 1. การเตรียมวสั ดรุ องพืน้ เพ่ือเป็นทอ่ี ยอู่ าศยั ของไส้เดือนดิน สาหรับไส้เดอื นดนิ สายพนั ธ์ุ ขีต้ าแร่ ซง่ึ อาศยั อยใู่ นมลู ววั ดงั นนั้ การเตรียมดนิ จงึ ควรมี สว่ นผสมของมลู ววั โดยใช้ดนิ ร่วนตากแห้ง 8 สว่ น ผสมกบั มลู ววั แห้ง 2 สว่ น แล้วหมกั ไว้ท่ีมีความชนื ้ 20 % โดยน้าหนกั นาน 20 วนั จงึ นามาเป็นที่อยอู่ าศยั ของไส้เดือนดิน อาจใช้วสั ดอุ ่นื ๆเป็นสว่ นผสมด้วยก็ได้ เชน่ ฟางข้าว มลู สตั ว์อ่นื ๆ ไม่ควรใช้ดนิ เหนียง เน่ืองจาก ระบายน้าและอากาศไมด่ ี 2. การปลอ่ ยไส้เดือนดินลงบอ่ ภาชนะเลีย้ งปากกว้าง 30 ซม. ใสไ่ ส้เดือนดนิ 100 ตวั ก็เพียงพอแล้วสาหรับการเลีย้ ง เริ่มต้น หรือ วงบอ่ ซเี มนต์ขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลาง 1 เมตร สามารถใสไ่ ส้เดอื นดนิ 1,000 - 1,500 ตวั หรือไส้เดือนดิน 1 กก. ไมค่ วรใสไ่ ส้เดือนดินหนาแน่นเกิน 10 กก. ตอ่ ตารางเมตร เพราะจะทาให้ออกซเิ จนในบอ่ เลีย้ งไม่เพียงพอ
3. ปริมาณการกินขยะอินทรีย์ของไส้เดือนดิน แตกตา่ งกนั ไปตามสายพนั ธ์ุ ขนึ ้ อยกู่ บั จานวนไส้เดอื นดินและสภาพแวดล้อมนนั้ ๆ ปกติ ไส้เดือนดินชอบอาหารทมี่ ีโปรตีนสงู รวมถงึ ดนิ ทีม่ ีปริมาณอนิ ทรีย์วตั ถมุ าก สรุปวา่ ไส้เดอื น ดินน้าหนกั 0.1 กรัม จะกินอาหารประมาณ 80 มก./วนั สาหรับไส้เดือนดินสายพนั ธ์ขุ ีต้ าแร่ จะกินอาหารโดยเฉลย่ี 120 - 150 มก./น้าหนกั ตวั 1 กรัม/วนั 4. การใสข่ ยะอนิ ทรีย์ให้กบั ไส้เดือนดินในบอ่ เลีย้ ง นาขยะอินทรีย์จากแหลง่ มาคดั แยกวสั ดทุ ไี่ ม่ยอ่ ยสลาย เชน่ ถงุ พลาสติกตา่ งๆ ออก สาหรับ เศษผกั หรือวสั ดอุ ื่นๆทีม่ ีขนาดใหญ่ ให้นามาบดเป็นชนิ ้ เลก็ ๆ สาหรับอาหารทเี่ ผ็ด เปรีย้ ว ไส้เดือนดินจะไม่ชอบ ให้นามากรองน้าออกแล้วหมกั ทิง้ ไว้ก่อน 1 - 2 คนื ให้บดู แล้วจงึ นา มาเทใส่ บอ่ เลีย้ งแล้วเกล่ยี ให้ทวั่ ผิวหน้าบอ่ เลีย้ งไม่ควรใสข่ ยะในบอ่ หนาเกินไป เน่ืองจาก จะทาเกิด ความร้อนมาก ทาให้ไส้เดอื นดินหนีลกึ ลงไปในดินท่ีมีอณุ หภมู ิเยน็ กว่า ทาให้อตั ราการกิน ขยะลดลง อีกทงั้ การใสป่ ริมาณขยะมากเกินไป จะสง่ ผลให้เกิดกล่นิ เหม็นบริเวณโรงเรือน ชกั นาแมลงวนั แมลงสาบ หนู เข้ามาในโรงเรือนได้
5. การคดั แยกไส้เดอื นดินออกจากป๋ ยุ หมกั มลู ไส้เดอื นดนิ รูปแบบการเลีย้ งท่ีมีจานวนน้อย สามารถทาการคดั แยกด้วยการใช้มือจบั แยก ไส้เดือนดินออกมา หรือ งดให้ขยะประมาณ 2 สปั ดาห์ ให้มลู แห้งหมาดๆแล้วจงึ ใช้ตะแกรงขนาดเลก็ ร่อนแยกไส้เดอื นดินออกไป แตส่ าหรับ การผลติ มลู ไส้เดอื น ดินในรูปแบบโรงเรือนที่มีป๋ ยุ หมกั ปริมาณมาก ต้องทาการคดั แยกโดยใช้เคร่ืองคดั แยกหรือใช้ตะแกรงขนาดใหญ่ โดยกอ่ นทาการคดั แยกไส้เดอื นดิน ต้องงดใสข่ ยะ ประมาณ 2 สปั ดาห์ ตวั ไส้เดอื นทีค่ ดั แยกได้นาไปปลอ่ ยในบอ่ เลีย้ งไว้ใช้กาจดั ขยะ ตอ่ ไป สาหรับมลู ไส้เดือนทีแ่ ยกได้ ให้นามาผง่ึ ในร่ม เพ่ือลดความชนื ้ ให้เหลือ 30 – 35 % โดยการเกลยี่ มลู ไส้เดอื นดนิ ลงบนแผน่ พลาสติกท่รี องอยู่ ชว่ งนีจ้ ะ สามารถเทป๋ ยุ ออกแล้วนาไส้เดอื นดนิ ตวั เลก็ ทีต่ ิดอยกู่ บั แผน่ พลาสตกิ ดงั กลา่ วมา ใสใ่ นบอ่ เลีย้ งตอ่ ไป มลู ทีแ่ ยกเอาไส้เดอื นดนิ ตวั เลก็ ออกแล้ว สามารถนาไป ทดสอบความชนื ้ และทาการบรรจุ หรือเกบ็ ไว้ใช้ได้
ที่ปรึกษา นางนาถหทยั สิงหเลิศ ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอกดุ ชมุ นายนรินทร์ มลุ ะสวี ะ ครูกศน.ตาบล นางสาวบษุ บา กองศรีมา ครูกศน.ตาบล ผ้พู ิมพ์/จดั ทารูปเลม่ นางสาวนฐั นาฏ เบญมาตย์ บรรณารักษ์ปฏิบตั ิการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: