เสน่ห์อนั เป็ นความทรงจามิรู้ลืมอีกมุมหน่ึงของชะอา คือพระราชนิเวศน์มฤคทายวนั ในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ซ่ึงนบั ไดว้ า่ เป็นสถาปัตยกรรมอนั ล้าค่าและเป็นมรดกทางประวตั ิศาสตร์ที่มีคุณค่าน่าหวงแหน พระราชวงั ไมส้ กั ทองสีหวานต้งั เด่นเป็นสง่าอยทู่ ่ามกลางความร่มคร้ึมของแมกไมน้ านาพนั ธุห์ ันหนา้ ออกสู่ทะเลหากแต่ความทรงจาคร้ังหลงั ภายในวงั แห่งน้ีมีท้งั สุขและเศร้าระคนกนั อยา่ งน่าติดตามพระราชนิเวศน์แห่งน้ี (สร้างเม่ือปี 2467) มีตานานเลา่ ขานสืบต่อกนั มาวา่ เมื่อคร้ังท่ีสมเดจ็ พระนางเจา้ อินทรศกั ด์ิศจี พระวรราชชายาทรงพระครรภน์ ้นั พระบาทสมเดจ็พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงพระเกษมสาราญยงิ่ ดว้ ยทรงมุ่งหวงั วา่ จะทรงมีพระราชโอรส ทรงเสดจ็ แปรพระราชฐานมาประทบั ณ พระที่นง่ั สมุทรพมิ านในพระราชนิเวศน์มฤคทายวนั ซ่ึงมีทางเดินไมม้ ีหลงั คาคลมุ ทอดยาวจากพระตาหนกั ไปถึงริมทะเล แตค่ วามหวงั ของพระองคก์ ส็ ิ้นสลายเมื่อพระนางเจา้ ฯไม่สามารถมีพระประสูติกาลหน่อเน้ือเช้ือไขไดเ้ นื่องจากตกพระโลหิต ถึงแมจ้ ะทรงเสียพระทยั อยา่ งสุดซ้ึงแต่พระองคท์ ่านกลบั ทรงอภิบาลพระมเหสีดว้ ยน้าพระทยั เป็นห่วง จึงเป็นที่มาของชื่อ พระราชวงัแห่งความรักและความหวงั
พระองคไ์ ดเ้ สดจ็ กลบั มาประทบั ณ พระราชนิเวศนม์ ฤคทายวนั อีกคร้ังพร้อมดว้ ยสมเดจ็ พระนางเจา้ สุวทั นา พระวรราชเทวี เม่ือวนั ท่ี 12 เมษายน ถึงวนั ท่ี 20 มิถนุ ายน2468 การเสดจ็ คร้ังน้ีเสมือนหน่ึงการเสดจ็ มาอาลาพระราชนิเวศน์ท่ีทรงรักโดยแท้ เพราะหลงั เสดจ็ กลบั พระนครไม่นานพระองคก์ เ็ สดจ็ สวรรคตเม่ือวนั ที่ 26พฤศจิกายน 2468 ดว้ ยพระชนมายเุ พยี ง 46 พรรษาหลงั จากสมเดจ็ พระนางเจา้ สุวทั นาฯ ทรงประสูติพระราชธิดาเพยี ง 2 วนั (ประสูติเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2468)สมเดจ็ พระเจา้ ภคินีเธอ เจา้ ฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพณั ณวดี จึงทรงเป็นพระราชธิดาเพยี งพระองคเ์ ดียวในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วัพระราชนิเวศนม์ ฤคทายวนั ประกอบดว้ ยหมพู่ ระท่ีนง่ั ใหญ่ 3 องค์ คือ พระท่ีนงั่ สโมสรเสวกามาตย์ ใชเ้ ป็นท่ีประชุมและจดั งาน เช่ือมตอ่ ลงมาทางใตค้ ือ พระที่นง่ั สมทุ รพิมาน เป็ นที่ประทบั ในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ประกอบดว้ ยหอ้ งพระบรรทม หอ้ งสรงและหอ้ งทรงพระอกั ษร ถดั จากพระท่ีนงั่ สมุทรพิมานไปทางทิศใต้เป็นพระที่นง่ั พิศาลสาคร เป็นท่ีประทบั ของสมเดจ็ พระนางเจา้ อินทรศกั ด์ิศจีและฝ่ ายในพระท่ีนงั่ ทุกองคก์ ่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมยโุ รปเรียงรายไปตามแนวชายหาด หากแตพ่ ระองคท์ รงประยกุ ตร์ ูปแบบใหเ้ หมาะสมกบั สภาพอากาศร้อนช้ืนของเมืองไทย โดยใหพ้ ระท่ีนง่ั ทุกองคย์ กพ้ืนสูง ใตถ้ นุ โล่งโปร่งสบายมีทางเดินเช่ือมตอ่ (Corridor) ในแต่ละพระที่นง่ั หลงั คาทรงป้ันหยาสีปูนแดงและพระบญั ชรสีฟ้าตดั ขอบสีเหลืองนวลใหค้ วามรู้สึกสบายตาช่วยระบายความร้อนและเปิ ดรับลมเยน็ จากทะเล ตรงช่องพระบญั ชรมีเคร่ืองแขวนดอกไมส้ ดแกวง่ ไกวไปตามแรงลมดูน่ารักและช่วยใหร้ ู้สึกผอ่ นคลายยงิ่ ข้ึน
เคร่ืองแขวนดอกไมส้ ดลอ้ ลมเล่นตรงช่องพระบญั ชรพระราชอุทยานในพระราชนิเวศนม์ ฤคทายวนั แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ต้งั ช่ือตามบทพระราชนิพนธใ์ นพระธีรราชเจา้ ท้งั สิ้น คือ \"สวนเวนิสวาณิช\" ซ่ึงทรงแปลมาจาก TheMerchant of Venice ของนกั ประพนั ธช์ ่ือกอ้ งโลกชาวองั กฤษ วลิ เลียม เช็กสเปี ยร์ (William Shakespear) เป็นสวนแบบเรอแนสซองส์(Renaissance) อยบู่ ริเวณหนา้ สุดของเขตพระราชฐานเป็นจุดนดั พบ แลกเปล่ียนความคิดเห็นกนั ต่อมาคือ \"สวนศกนุ ตลา\" ทอดยาวนาไปสู่ทางข้ึนท่ีประทบั ของพระองค์ เป็นลานกวา้ งมีตน้ เขม็ นานาพนั ธุโ์ อบลอ้ มเป็นกาแพงดอกไมห้ ลากสีสัน ลานกวา้ งกลางสวนปูดว้ ยอิฐหกเหล่ียมใชเ้ ป็นพ้ืนท่ีสาหรับจดั เล้ียงรับรองและพ้นื ที่แสดงโขน ละครต่างๆ และ\"สวนมทั นะพาธา\" (จากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง มทั นะพาธาหรือตานานดอกกหุ ลาบซ่ึงไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นยอดบทละครพดู คาฉนั ทท์ ่ีมีสัมผสั และฉนั ทลกั ษณ์ถูกตอ้ ง มีความไพเราะเป็นอยา่ งยงิ่ ) สวนแห่งน้ีถูกโอบลอ้ มดว้ ยระเบียงทางเดินท้งั สามดา้ น สวยงามดว้ ยแนวไมพ้ มุ่ ทนแดด ทนไอทะเล รับแดดรับลมทะเลในเขตพระราชฐาน หลบไอร้อนใตร้ ่มไมใ้ หญน่ อกสวนศกนุ ตลา
เราเอนหลงั ลงพกั ท่ีโคนไมใ้ หญ่ มองดูเกลียวคลื่นระลอกแลว้ ระลอกเลา่ แตกกระเซ็นเป็ นฟองฝอยสีขาวยามกระทบฝั่งสาดซดั กบั หาดทราย ก่อนจะถอยร่นกลบั คืนสู่ออ้ มอกแห่งทะเลสีคราม วงโอเปร่าธรรมชาติเฝ้าบรรเลงเพลงคล่ืนกระทบฝ่ังอยา่ งไมร่ ู้เบ่ือ อีกท้งั ท่วงทานองยงั แตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะเวลาและฤดูกาล คอยขบั กลอ่ มผมู้ าเยอื นพระราชนิเวศนแ์ ห่งความรักและความหวงั ดว้ ยความประทบั ใจมิรู้ลืม แบลกบั ม้ี ก่อนเขา้ เขตพระราชฐาน
ภายในเขตพระราชฐานเวลาเปิ ดให้เข้าชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวนั :วนั จนั ทร์-วนั ศุกร์ 08.00 – 16.00 น.วนั เสาร์-อาทิตย/์ วนั หยดุ ราชการ 08.30–16.00 น.ค่าเขา้ ชม: ผใู้ หญ่ 30 บาท/ เดก็ 15 บาท(ผเู้ ขา้ ชมเป็นหมคู่ ณะตอ้ งทาหนงั สือถึงผกู้ ากบั การกองบงั คบั การฝึกพเิ ศษ คา่ ยพระรามหก อาเภอชะอา จงั หวดั เพชรบุรี)สอบถามรายละเอียดเพ่ิมเติมไดท้ ่ี โทร. 032 508 039
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: