Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3

การเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3

Published by natthawat hongjui, 2021-08-18 09:28:28

Description: การเรียนรู้สู้ภัยธรรมชาติ 3

Search

Read the Text Version

การเรยี นรู้สภู้ ัยธรรมชาติ 3 ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอท่งุ ชา้ ง

หน่วยท่ี 1 ภยั แลง้

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 ภัยแลง้ เรือ่ งท่ี 1 ความหมายของภยั แลง้ 1.1 ความหมายของภัยแล้ง ภัยแลง้ คือ ความแหง้ แลง้ (Dryness) ลกั ษณะภูมิอากาศที่มีฝนน้อยกวา่ ปกติ หรือฝนไมต่ กต้องตามฤดูกาลเปน็ ระยะเวลานานกวา่ ปกติ และครอบคลุมพ้นื ทบี่ ริเวณ กวา้ ง ทาใหเ้ กดิ การขาดแคลนนา้ ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึง่ เป็นเวลานาน ๆ 1.2 ความหมายของฝนแล้ง ฝนทง้ิ ชว่ ง ฝนแลง้ หมายถงึ ความแห้งแลง้ ของลมฟา้ อากาศอนั เกิดจากการทฝี่ นนอ้ ยกว่าปกติ ไมเ่ พียงพอตอ่ ความต้องการหรือฝนไมต่ กตอ้ งตามฤดูกาล ทาให้เกิดการขาดแคลนน้าใช้และพืชต่าง ๆ ขาดน้าหล่อ เล้ยี ง ขาดความชุ่มช้นื ฝนทิ้งชว่ ง หมายถึง ช่วงท่มี ีปริมาณฝนตกไม่ถึง 1 มลิ ลเิ มตรติดต่อกนั เกิน 15 วัน ในช่วงฤดฝู น เดอื นท่ีมีโอกาสเกดิ ฝนท้ิงช่วงสงู คือ เดอื นมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม เปน็ สาเหตสุ าคัญในการเกดิ ไฟปา่ ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอทุ่งชา้ ง

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ภยั แล้ง เรื่องท่ี 2 ลกั ษณะการเกิดภัยแล้ง 2.1 สาเหตแุ ละปจั จยั การเกดิ ภยั แลง้ 1. โดยธรรมชาติ 2. จากการกระทาของมนุษย์ - การเปลี่ยนแปลงอณุ หภมู โิ ลกคือ บรรยากาศของโลก - การทาลายช้ันโอโซน เปน็ ส่ิงท่ีเคลื่อนไหวอยตู่ ลอดเวลา - ผลกระทบของภาวะเรอื นกระจก - การเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศหรอื การเปลย่ี นแปลง - การพฒั นาดา้ นอตุ สาหกรรม ภมู อิ ากาศ - การเปลย่ี นแปลงของระดับนา้ ทะเล คอื ระดับน้าทะเล ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอท่งุ ชา้ ง ทเ่ี พม่ิ ขึ้น บ่งชี้ การเปล่ียนแปลงอากาศเมื่ออุณหภมู มิ หาสมทุ รสงู ขน้ึ

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ภยั แลง้ 2.2 ผลกระทบทเี่ กดิ จากภยั แลง้ สิน้ เปลืองและสญู เสียผลผลติ ดา้ นเกษตร ปศสุ ัตว์ ป่าไม้ การประมง เศรษฐกิจท่วั ไป เกิดผลกระทบในด้านสขุ ภาพอนามยั ด้าน ด้าน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลให้ เกดิ ความขัดแย้งในการใช้น้า และการ สงั คม เศรษฐกิจ รายไดข้ องประเทศลดลงกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หา จดั การคุณภาพชีวิตลดลง ทางเศรษฐกิจ ดา้ น สง่ ผลกระทบตอ่ สัตวต์ า่ ง ๆ ทาให้ขาด ส่ิงแวดล้อม แคลนนา้ เกิดโรคกับสัตว์ ผลกระทบดา้ นอทุ กวทิ ยา ทาใหร้ ะดบั และ ปรมิ าณนา้ ลดลง ความเคม็ ของน้า เปล่ยี นแปลง ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอทุ่งชา้ ง

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ภยั แลง้ 2.3 หว้ งเวลาการเกดิ ภยั และพน้ื ทเ่ี สยี่ งภยั ตอ่ การเกดิ ภยั แลง้ ในประเทศไทย ตารางแสดงหว้ งเวลาการเกดิ ภยั แล้งและพน้ื ทเ่ี สย่ี งภยั ภาค/เดอื น ตะวนั ออกเฉยี งเห ตะวนั ออก ใต้ ฝง่ั เหนือ กลาง ตะวนั ตก ฝ่ัง นือ ตะวันออก ม.ค. - - - - - ฝนแลง้ ก.พ. - ฝนแลง้ ฝนแล้ง - - ฝนแล้ง ม.ี ค. ฝนแล้ง ฝนแล้ง ฝนแลง้ ฝนทิง้ ช่วง ฝนแลง้ ฝนแลง้ เม.ย. ฝนแลง้ ฝนแล้ง ฝนแล้ง - - ฝนแล้ง พ.ค. - - - - - ฝนแลง้ ม.ิ ย. ฝนทิ้งช่วง ฝนท้ิงช่วง ฝนท้ิงชว่ ง - - - ก.ค. ฝนท้ิงชว่ ง ฝนทิ้งช่วง ฝนทง้ิ ช่วง - - - ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอทุ่งชา้ ง

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ภยั แลง้ เรอื่ งที่ 3 สถานการณก์ ารเกดิ ภยั แลง้ ในประเทศไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในโลก 3.1 สถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทย สถานการณภ์ ัยแล้งในปัจจบุ นั เปน็ ผลมาจากปรมิ าณน้าต้นทนุ ในเข่ือนหลายแห่งต่า ประกอบกบั ภาวะฝนท้งิ ช่วง ซึง่ ในเดอื นตุลาคม 2556 ถึงเดือนเมษายน 2557 มีจังหวดั ทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยภยั แลง้ ทั้งหมด 44 จงั หวดั 311 อาเภอ 1,927 ตาบล 18,355 หมู่บา้ น แบง่ เป็นภาคเหนือ 13 จงั หวัด ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 10 จงั หวัด ภาคกลาง 7 จงั หวัด ภาคตะวนั ออก 7 จังหวดั และภาคใต้ 7 จังหวัด โดยปจั จยั หลกั ท่ีทาให้เกดิ ภาวะแลง้ คือปริมาณฝน ท่ถี ึงแม้วา่ ปริมาณฝนสะสมทง้ั ประเทศในปีพ.ศ. 2556 จะสูง กวา่ ค่าเฉล่ียร้อยละ 14 แต่กลับพบวา่ มีฝนทต่ี กบรเิ วณพน้ื ท่รี บั น้าของเขอ่ื นภูมพิ ลและเขือ่ นสิริกติ ์ิ ค่อนข้างน้อยท่สี ุดในรอบ 10 ปี ซ่ึงรวมถงึ น้อยกว่าปีพ.ศ. 2548 และ 2553 ท่ีประเทศไทยเกิด ภยั แลง้ รุนแรง ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอทุ่งชา้ ง

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ภัยแล้ง เรอ่ื งที่ 3 สถานการณก์ ารเกดิ ภยั แลง้ ในประเทศไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในโลก 3.2 สถานการณก์ ารเกดิ ภัยแลง้ ในประเทศต่าง ๆ ในโลก โลกท่กี าลังเผชญิ ความแหง้ แลง้ คร้งั ร้ายแรงซึง่ เป็นสถติ จิ ากการรวบรวมของ ยเู อสเอทเู ดย์ ไดแ้ ก่ บราซิล มลรฐั แคลฟิ อร์เนยี ของสหรฐั อเมรกิ า แอฟริกาใตแ้ ละเกาหลี เหนือในรอบ 100 ปีประเทศยโุ รปตอนใต้ เช่น สเปน และโปรตเุ กส ปญั หาภัยแล้งในแอฟรกิ า กาลังกระทบกับชวี ิตประชาชนในภมู ิภาคกวา่ 10 ล้านคน บางพน้ื ท่ีตอ้ งโยกยา้ ยจนตอ้ งไปอาศยั รวมกันอยใู่ นคา่ ยอพยพอยา่ งแออัด พื้นที่ของแอฟริกา ตะวันออก กาลงั ประสบกบั ปญั หาภัยแล้งทร่ี ุนแรงทสี่ ดุ ในรอบ 60 ปี สง่ ผลใหช้ วี ติ ของผู้ คนกวา่ 10 ล้านคนตกอยู่ความเส่ยี ง โดยภยั แล้งกระทบโดยตรงกับพชื ผลทางการเกษตร เกิดการขาดแคลนอาหารในบางพื้นท่ีของเอธโิ อเปยี เคนย่า ดบิ ตู ิ และโซมาเลีย ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอทงุ่ ชา้ ง

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ภัยแลง้ เรอ่ื งที่ 4 แนวทางการปอ้ งกนั และการแกไ้ ขปญั หาผลกระทบทเ่ี กดิ จากภยั แลง้ 4.1 การเตรยี มความพร้อม • เตรยี มกักเกบ็ นา้ สะอาดเพอ่ื การบรโิ ภคใหเ้ พียงพออย่ารีรอมฉิ ะนั้นจะไม่มีน้าให้เกบ็ • ขดุ ลอกคู คลอง และบ่อนา้ บาดาล เพ่ือเพิ่มปริมาณกกั เก็บนา้ • เตรียมหมายเลขโทรศัพทฉ์ ุกเฉินเพอ่ื การขอน้าบริโภคและการดบั ไฟป่า 1784 4.2 การปฏบิ ตั ขิ ณะเกดิ ภัยแล้ง • การใช้น้าจากฝักบวั เพ่ือชาระร่างกายจะประหยัดนา้ มากกว่าการตักอาบ • กาจัดวัสดเุ ชอื้ เพลิงรอบทพ่ี ัก เพอื่ ป้องกันการเกดิ ไฟปา่ และการลุกลาม • การใชน้ ้าเพือ่ การเกษตร ควรใช้ช่วงเชา้ และเย็นเพื่อลดอตั ราการระเหยน้า 4.3 การชว่ ยเหลือและฟน้ื ฟภู ายหลังการเกดิ ภัยแลง้ • ตดิ ตามสภาวะอากาศ ฟังค าเตอื นจากกรมอตุ นุ ยิ มวิทยา • ไม้ผล คลมุ โคนต้นด้วยฟางเปลอื กถวั่ เศษใบไม้ ใบหญ้า ปลูกพืชตระกลู ถ่ัวรอบบรเิ วณโคนตน้ ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอทุ่งชา้ ง

หนว่ ยที่ 2 วาตภัย

หน่วยที่ 2 วาตภัย เรอื่ งที่ 1 ความหมายของวาตภยั 1.1 ความหมายของวาตภยั วาตภยั หมายถงึ ภัยทเ่ี กิดข้ึนจากพายุ ลมแรง จนทาให้เกิดความเสียหาย และเปน็ อันตรายตอ่ ชีวติ ทรพั ย์สนิ อาคารบ้านเรอื นและสงิ่ ก่อสร้าง รวมถงึ ต้นไม้ พืชผักตา่ ง ๆ นอกจากนี้ ยงั ทาให้เกดิ อุทกภยั ตามมาอกี ด้วย 1.2 ประเภทของวาตภัย แบ่งออกเปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ 1. พายุฝนฟา้ คะนอง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตทิ ี่เกดิ ขนึ้ เหนอื พื้นผวิ โลกในแตล่ ะพนื้ ทจ่ี ะเป็นไปตามฤดูกาล 2. พายหุ มุนเขตรอ้ นหรอื พายไุ ซโคลน เกิดในฤดูฝน ตงั้ แต่เดอื นพฤษภาคมถงึ เดือนตลุ าคม พายนุ ีเ้ กดิ ในมหาสมุทร แปซิฟกิ ดา้ นตะวันตกและดา้ นใต้ 3. พายทุ อร์นาโด (tornado) เปน็ ช่ือเรยี กพายุหมนุ ทีเ่ กดิ ในทวปี อเมรกิ า มขี นาดเนือ้ ท่ีเล็กหรอื เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางน้อย แต่ หมุนดว้ ยความเรว็ สงู หากเกิดในทะเลเรยี กว่า นาคเล่นน้า (water spout) หากเกดิ จากกลมุ่ เมฆบนท้องฟ้าท่หี มุนตวั ลง มาจากท้องฟา้ แตไ่ ม่ถึงพืน้ ดนิ มีรูปรา่ งเหมือนงวงช้าง จงึ เรยี กกันว่า ลมงวง ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอทุง่ ชา้ ง

หน่วยที่ 2 วาตภัย 2.3 ผลกระทบจากวาตภัย เรอ่ื งท่ี 2 ลักษณะการเกดิ วาตภยั - เกดิ ฝนตกหนักและเกิดนา้ ทว่ มอย่างรุนแรง 2.1 สาเหตแุ ละปจั จัยการเกิดวาตภัย - พืชผลทีป่ ลูกไวแ้ ละทน่ี าหลายหมน่ื ไร่ไดร้ ับ - ความแตกต่างของอุณหภูมิสองแห่ง ความเสยี หาย - ความแตกตา่ งของความกดอากาศ - ความเสียหายตอ่ กิจการขนส่งท้ังทางบก ทาง อากาศ และทางเรือ 2.2 ลกั ษณะการเกิดวาตภยั ประเภทต่าง ๆ 2.4 พ้ืนทเ่ี สีย่ งตอ่ การเกดิ วาตภยั ในประเทศ ไทย - กอ่ นเกดิ พายุฟา้ คะนองหรอื พายฤุ ดรู ้อน - การกาหนดขอบเขตพน้ื ท่ีวกิ ฤตจากวาตภัย มกั จะมีสัญญาณเตือนภยั ล่วงหนา้ ไดแ้ ก่ - พืน้ ท่เี สีย่ งวาตภยั 3 ระดบั คือ ระดบั สูง อากาศร้อนอบอา้ วติดต่อกนั หลายวัน ลมสงบ ระดบั ปานกลาง ระดับตา่ นิง่ ความชื้นในอากาศสงู ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอทุง่ ชา้ ง

หน่วยที่ 2 วาตภัย เรอ่ื งท่ี 3 สถานการณก์ ารเกดิ วาตภยั 3.1 สถานการณ์การเกดิ วาตภัยในประเทศไทย - พาย“ุ แฮรเ์ รียต” เปน็ พายุโซนร้อนลูกแรกท่เี กิดขึน้ ในประเทศไทย - 2 พายุไตฝ้ ุน่ “เกย”์ เป็นพายุหมุนเขตร้อน ท่ีเกิดขึน้ ในประเทศไทยลูกแรกทม่ี คี วามรุนแรง ถึงระดับพายไุ ตฝ้ นุ่ 3.2 สถานการณ์วาตภยั ในเอเชยี - พายุไซโคลน “ซิดร”์ ก่อตัวขึน้ จากหยอ่ มความกดอากาศต่าในทะเล บรเิ วณอา่ วเบงกอลทางตะวันออกเฉยี งใตข้ อง หมู่เกาะอันดามนั - พายุไซโคลน “นารก์ สี ” เปน็ พายุลูกแรกทต่ี ้ังช่อื โดยกรมอุตนุ ยิ มวิทยา ประเทศปากสี ถาน ก่อนเกดิ พายลุ กู นี้ 3.3 สถานการณว์ าตภัยในทวีปยโุ รป - เกดิ พายรุ นุ แรงระดับเฮอริเคน “ซาเวอร์” ในพืน้ ที่ตอนเหนือของทวีปยโุ รป ดว้ ยความเรว็ ลมใกลศ้ ูนย์กลางพายุกวา่ 228 กิโลเมตรต่อช่วั โมง กระทบชายฝ่ังทะเลเหนอื ต้งั แตส่ กอตแลนด์ อังกฤษ เยอรมันนี เบลเยยี ม เนเธอร์แลนด์ เดนมารก์ และสวเี ดน ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอท่งุ ชา้ ง

หน่วยท่ี 2 วาตภัย เรอ่ื งท4่ี แนวทางการปอ้ งกนั และการแกไ้ ขปญั หาผลกระทบทเี่ กดิ จากวาตภยั 4.1 การเตรยี มการกอ่ นเกดิ วาตภัย - ตดิ ตามขา่ วและประกาศคาเตอื นภัยเกยี่ วกบั ลักษณะอากาศรา้ ยจากกรมอุตุนยิ มวทิ ยา - เตรียมวทิ ยแุ ละอุปกรณ์ส่ือสารทใ่ี ชถ้ า่ นแบตเตอร่ี เพื่อติดตามขา่ วในกรณที ไ่ี ฟฟ้าขัดข้อง - ตรวจเสาและสายไฟฟา้ ทั้งภายในและภายนอกบรเิ วณบา้ นเรอื นใหเ้ รียบรอ้ ย ถา้ ไมแ่ ขง็ แรงให้ยดึ เสาไฟฟา้ ให้มัน่ คง - ปิดประตู หนา้ ต่างทกุ บาน รวมทัง้ ยดึ ประตแู ละหนา้ ตา่ งให้มัน่ คงแขง็ แรง - จดั วางสง่ิ ของไวใ้ นที่ต่า เพราะอาจจะตกหลน่ แตกหกั เสียหายได้ 4.2 ข้อปฏิบัติเมอ่ื เกิดวาตภัย 1 กรณีอยู่ทนี่ อกบา้ น 2. กรณอี ยใู่ นบ้าน - รีบหาอาคารท่มี นั่ คงหรอื ท่กี าบงั เข้าไปหลบ - อยใู่ ห้ไกลจากอุปกรณ์ไฟฟ้า โลหะทเ่ี ปน็ สอื่ นาไฟฟ้าทกุ ชนิด หรือเขา้ ไปอยูใ่ นรถทมี่ ีหลงั คาแข็งแรง - งดใชโ้ ทรศพั ท์ - หา้ มอยู่ใต้ตน้ ไมท้ ีโ่ ดดเดย่ี วโล่งแจ้ง - หา้ มใชโ้ ทรศัพทม์ อื ถือ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอท่งุ ชา้ ง

หน่วยท่ี 3 อุทกภัย

หน่วยที่ 3 อุทกภยั เรอ่ื งท่ี 1 ความหมายของอทุ กภยั อทุ กภยั หรอื น้าท่วม (flood) คอื ภัยหรืออนั ตรายที่ เกดิ จากนา้ ทว่ ม หรือ อนั ตรายอนั เกิดจากภาวะทน่ี า้ ไหลเออ่ ล้น ฝง่ั แม่น้าลาธาร หรอื ทางน้าเข้าท่วม พ้นื ท่ีซง่ึ โดยปกติแลว้ ไมไ่ ด้ อยใู่ ตร้ ะดับน้า หรอื เกดิ จากการสะสมน้าบนพน้ื ทซ่ี ึง่ ระบายออกไมท่ นั ทาใหพ้ ้นื ทีน่ ัน้ ปกคลุมไปดว้ ยน้า ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอทุ่งชา้ ง

หน่วยท่ี 3 อทุ กภยั เรอื่ งท่ี 2 ความรทู้ วั่ ไปเกยี่ วกบั อทุ กภยั 2.1 ลักษณะการเกิดของอุทกภัย มี 4 ลักษณะ ไดแ้ ก่ 1. นา้ ลน้ ตลิ่ง 2. นา้ ท่วมฉับพลนั / นา้ ป่าไหลหลาก 3. คลื่นพายซุ ัดฝัง่ 4. น้าทว่ มขัง 2.2 สาเหตุและปัจจยั การเกิดอทุ กภัย สาเหตุและปัจจยั สาคัญท่ีทาให้เกดิ อทุ กภยั มี 2 ประการ คือ การเกิดภยั ธรรมชาตแิ ละการกระทาของมนษุ ย์ 2.3 ผลกระทบที่เกิดจากอทุ กภัย - ผลกระทบทางดา้ นการศกึ ษา - ผลกระทบทางดา้ นการเกษตร - ผลกระทบด้านอตุ สาหกรรม - ผลกระทบด้านเศรษฐกจิ - ผลกระทบด้านการสาธารณสขุ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอท่งุ ชา้ ง

หน่วยท่ี 3 อุทกภัย เรอื่ งท่ี 2 ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกบั อทุ กภยั 2.4 สัญญาณบอกเหตุกอ่ นเกดิ อุทกภัย สัญญาณบอกเหตจุ ากการเปลีย่ นแปลงทางธรรมชาติ สามารถสงั เกตไดจ้ ากสภาพของอากาศรอ้ นผิดปกติ เกิดฝนตก ฟ้า คะนองอยา่ งต่อเนอ่ื งและเปน็ เวลานานนอกจากน้ียังสามารถสงั เกตพฤติกรรมของสตั ว์ไดเ้ ช่น มด หรอื แมลง มักจะ เคลือ่ นย้ายทอ่ี ยู่ไปยังที่สูง 2.5 พน้ื ที่เส่ียงภยั ต่อการเกิดอทุ กภัย 1) พืน้ ที่เสีย่ งอทุ กภัยระดบั สงู พนื้ ที่ทีเ่ กดิ อุทกภยั รุนแรงมาก และทาความเสียหายต่อชวี ิตและทรพั ยส์ นิ ตลอดจนสิ่งก่อสร้าง 2) พ้นื ที่เสย่ี งอทุ กภัยระดบั ปานกลาง พ้นื ที่ทีเ่ กดิ อุทกภัยรนุ แรงปานกลางและทาความเสียหายต่อทรัพยส์ นิ ของประชาชนมาก แตไ่ ม่มกี ารสูญเสียชวี ติ 3) พนื้ ที่เส่ยี งอทุ กภยั ระดบั ต่า พ้ืนทที่ ีเ่ กิดอทุ กภยั รุนแรงน้อยและทาความเสยี หายต่อทรพั ย์สินของประชาชนไม่มาก 4) พนื้ ที่ไมเ่ สย่ี งอุทกภยั กาหนดใหเ้ ป็นพน้ื ที่ทีเ่ กดิ อทุ กภยั ไมร่ ุนแรงและไมท่ าให้สญู เสยี ชีวติ และทรพั ยส์ ินของประชาชน ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอทงุ่ ชา้ ง

หน่วยที่ 3 อทุ กภยั เรอ่ื งที่ 3 แนวทางการปอ้ งกนั และการแกไ้ ขปญั หาผลกระทบทเี่ กดิ จากอทุ กภยั 3.1 การเตรยี มความพรอ้ มรบั สถานการณก์ ารเกดิ อทุ กภยั ประเภท ความหมาย ระดบั การปฏบิ ตั ิ 1.การเฝา้ ระวงั น้าท่วม มคี วามเปน็ ไปได้ทีจ่ ะเกดิ นา้ ทว่ ม และ ต้องตดิ ตามข่าวสารอยา่ งใกลช้ ิด (Flood Watch) อยูใ่ นระหวา่ งสงั เกตการณ์ 2. การเตือนภัยนา้ ท่วม เตอื นภัยจะเกิดน้าท่วม ควรเตรียมแผนและควรป้องกันน้าทว่ ม (Flood Warning) บ้านเรอื นและทรัพยส์ นิ ของตนเอง 3. การเตือนภยั น้าท่วมรนุ แรง การเตอื นภัยน้าท่วมรนุ แรงเกดิ น้าทว่ ม เตรียมอพยพนาสัมภาระที่จาเปน็ (Severe Flood Warning) อย่างรนุ แรง ติดตัว และอยา่ นาไปมากเกินไป ให้คดิ ว่าชวี ติ สาคญั ทสี่ ดุ ตัดไฟฟ้า ปิดบ้านใหเ้ รยี บร้อย 4. ภาวะปกติ (All Clear) เหตุการณ์กลบั สูภ่ าวะปกติ สามารถกลับเขา้ สู่บา้ นเรอื นของตนเองได้ ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอทุ่งชา้ ง

Thank You ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอทุ่งชา้ ง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook