Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore จุลสารสถาบันวิจัยและพัฒนา ปีที่ 2 ฉบับที่ 2

จุลสารสถาบันวิจัยและพัฒนา ปีที่ 2 ฉบับที่ 2

Published by rdi, 2019-09-09 02:25:38

Description: RDI Brochure Vol. 2 No.2

Keywords: rdi,brochure,psru

Search

Read the Text Version

จลุ สารสถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภฏั พิบูลสงคราม ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 2กรกฎาคม-ธันวาคม 2554 จลุ สารสถาบันวิจัยและพฒั นา มหาวิทยาลยั ราชภัฏพิบูลสงคราม Research and Development Institute of PibulsongkramRajabhat University บทบรรณาธกิ าร ที่ปรึกษา ฉบับนข้ี อเริ่มต้นดว้ ย คอลัมนเ์ ปิดโลกกวา้ ง เร่ือง” อาจารย์ดร.ชนกิ านต์ คมุ้ นก ประสบการณก์ ารทาวจิ ยั ของ ดร.เชดิ ชยั โพธ์ิศรี คณะ บรรณาธกิ าร วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบลู สงคราม อาจารยด์ ร.กฤธยากาญจน์ โตพิทักษ์ และจาก……ท้องถิ่น เร่ือง ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน ผ้าขาวมา้ พรหม พิราม”สว่ นองค์ความร้จู ากผลงานวจิ ัยขอแนะนา เรอื่ ง “การ กองบรรณาธิการ ปรบั ปรงุ คณุ ภาพเศษก๋วยเตย๋ี วโดยการหมกั ยีสตเ์ พ่อื ใชเ้ ป็นอาหาร สุกร” และตามดว้ ยเกรด็ ความรู้ ซ่งึ เขียนโดย ผูช้ ว่ ย อาจารยด์ ร.เชดิ ชัย โพธศิ์ รี ศาสตราจารย์ ดร.นา้ ทิพย์ วงศ์ประทปี และขา่ วสารความเคลอื่ นไหวของสถาบันวิจยั และพฒั นาขอเชิญ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ชญานษิ ฐ์ ศศิวมิ ล นางสาวกัลนิกา พูนผล นางสาวปยิ วดี นอ้ ยนา้ ใส ทา่ นตติ ามอา่ นในเล่มนะค่ะ คณะผ้จู ัดทา สารบญั นาวสาวปิยวดี น้อยน้าใส นายอรรถพงษ์ สดุ แก้ว เปิดโลกกวา้ ง นายกฤฎธรรม ธูปบชู า 3…ประสบการณ์การทาวจิ ยั โดย ดร.เชดิ ชยั โพธิ์ศรี จดั พิมพแ์ ละเผยแพรโ่ ดย จาก…ท้องถิ่น สถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพิบลู สงคราม 8…การทอผา้ ขาวม้าของกลุ่มแม่บา้ นในตาบลพรหม โทรศัพท์ 055-267038 โทรสาร 055-267038 พริ ามองคค์ วามรจู้ ากผลงานวิจัย E-mail :[email protected] Website :http://research.psru.ac.th/~rdi/ องคค์ วามรจู้ ากผลงานวจิ ยั 12…การปรับปรุงคณุ ภาพเศษกว๋ ยเตีย๋ วโดยการหมกั วตั ถปุ ระสงค์ ยีสต์เพื่อใช้เปน็ อาหารสกุ ร จุลสารสถาบนั วจิ ัยและพฒั นา เปน็ จุลสารราย 6 เกรด็ ความรู้ เดือน/ฉบับ จดั ทาข้ึนโดยมีวัตถปุ ระสงค์เพ่ือเผยแพร่ขา่ วสาร 14…ความรู้และประสบการณจ์ ากการบริการวชิ าการ กิจกรรมตา่ งๆ ของสถาบันวจิ ยั และพฒั นา ตลอดจนความรู้ จ1ลุ 7ส…ารขสา่ วถสาาบรนั คววจิ าัยมแเคลละพ่อื ันฒไนหาว มหาวิทยาลัยราชภฏั พบิ ลู สงครจามากผปลที ง่ี าน2 วจิฉยับแับลทะง่ี า2นวพิชฤากษาภราขคอมง-บคุ สลิงาหการคมมหาว2ิท55ย5าลยั ราช 2 ภัฏพบิ ูลสงคราม สถาบันวิจัยและพฒั นายินดีเป็นสื่อกลางใน การเผยแพร่ผลงานวจิ ัย ผลงานวิชาการและเกร็ดความรู้ต่างๆ ของชาวพบิ ลู สงครามทกุ ทา่ น

เปิดโลกกวา้ ง ประสบการณก์ ารทาวจิ ยั โดย ดร.เชิดชัย โพธศิ์ รี คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบลู สงคราม วจิ ัยไทย-ญ่ีปนุ่ เร่อื งนี้ทผี่ มกำลงั จะเล่ำถอยหลังไปไม่นำน สกั ประมำณปลำยปีที่แลว้ ในเดือนธันวำคม 2554 หลำยคนอำจกำลงั วุ่นวำยและจดจำกับเหตกุ ำรณ์นำ้ ทว่ มในกรุงเทพไดเ้ ปน็ อย่ำงดี มนั ช่ำงประจวบเหมำะ กบั ทผี่ มกำลังจะเดนิ ทำงไปออกจำกประเทศไทยทรี่ กั ไปยงั ญป่ี ุ่นพอดี กำลครง้ั น้นั เม่อื ประมำณ 10 ธนั วำคม 2554 นอ้ งนำ้ ทที่ ่วมบ้ำนที่กรงุ เทพเรม่ิ ล่ำถอยลดระดบั หลงั จำกทเ่ี ธอทว่ มหนกั อยู่นำนด้วย เพรำะโดนกกั อยู่ในบรเิ วณทีเ่ ขำเอำ big bag ไปลงกนั ใจกอ็ ยำกจะเขำ้ บ้ำนไปสำรวจ เกบ็ กวำด แต่ด้วย กำรเดนิ ทำงทลี่ ำบำกตงั้ แตพ่ ษิ ณโุ ลกไปนครสวรรค์แลว้ กเ็ ลยตอ้ งตดั สนิ ใจเดนิ ทำงไปตำ่ งประเทศให้สิ้น เร่อื งเลย สำหรับควำมเปน็ มำโดยสงั เขป ดว้ ยควำมทีห่ ำ่ งเหินจำกกำรวิจยั ในต่ำงประเทศมำนำน จึงเกิด ควำมอยำกที่จะไปตำ่ งประเทศอกี จงึ สมัครไปทำวจิ ยั ทญ่ี ่ีปนุ่ ในโครงกำรแลกเปล่ยี นนกั วิจยั ของมลู นธิ ิ matsumae international foundation (MIF) สมคั รไวต้ ง้ั แตป่ ี 2553 ครับ ประกำศผลออกมำไดท้ นุ ก็ ตอ้ งเดินทำงไปในเดอื นเมษำยน 2554 โชคดีเหลือหลำยไม่มชี ่ือตดิ ในรอบแรกจำไดห้ รอื ไม่ครบั เกดิ อะไร ขึ้นที่ญป่ี ุน่ โรงไฟฟ้ำนวิ เคลียรร์ ะเบดิ รอดหวดุ หวดิ แต่รำยช่ือมำประกำศอีกทใี นรอบสองหลังจำก เหตุกำรณใ์ นเดอื นเมษำยนเร่มิ คล่ีคลำย แตค่ รำวน้ีเจ้ำของทุนระบชุ ดั ตอ้ งเดินทำงภำยในเดอื นธันวำคม เทำ่ นัน้ ผมจึงตอ้ งปรับเปลี่ยนแผนกำรเรยี นกำรสอนใหม่ทงั้ หมด เพ่ือทจ่ี ะไดไ้ ปญปี่ นุ่ เปน็ ครั้งแรกในชวี ิต ดังทอ่ี ยำก จลุ สารสถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพิบลู สงคราม ปที ี่ 2 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 3

ทุนนี้ดีครบั ไม่มำกไม่นอ้ ยเกิน ให้ค่ำเครือ่ งบินไป-กลบั คำ่ ประกนั สขุ ภำพ คำ่ ทำแล็ป คำ่ ที่พกั และค่ำใช้จ่ำยรำยวนั ทกุ อย่ำง ดแู ลตั้งแต่ลงเครื่องจนขึ้นเครือ่ งกลบั ประเทศ ผมสมัครไปทำวจิ ยั เกย่ี วกบั เห็ดรำท่สี ง่ เสรมิ กำรเตบิ โตของพืช ทคี่ ณะเกษตร มหำวิทยำลยั Shin Shuเปน็ วทิ ยำเขตหนง่ึ อยทู่ เี่ มอื งนำ กำโนะ ห่ำงจำกโตเกยี วประมำณ 200 กม. ในวิทยำเขตมแี ค่สองคณะ อกี คณะคือ คณะป่ำไม้ (Forestry) หรอื วนศำสตร์ทเี่ รยี กตำมภำษำบ้ำนเรำ นกั ศกึ ษำโดยรวมทงั้ ส่ชี น้ั ปี ไม่น่ำจะเกิน 1,000 คน วทิ ยำเขต ค่อนขำ้ งอยู่ห่ำงไกลเมือง และควำมเจริญ รถประจำทำงมนี อ้ ย นักศกึ ษำส่วนใหญ่ใช้รถยนตส์ ว่ นตัว city centreจริงๆ ห่ำงจำกตัวมหำวิทยำลยั ไปประมำณ 10 กม. ห้องแลป็ ทผ่ี มไปทำวจิ ัยเรยี กอย่ำงเปน็ ทำงกำร ว่ำ Mycorrhizal laboratory มี Associate. Professor Akiyoshi Yamada เปน็ เซนเซดแู ลครบั อำจำรย์ยงั หน่มุ ครบั ใจดี อำยุนำ่ จะเปน็ รุน่ พผ่ี มสกั ส่ีปี และก็มี post doc นกั ศึกษำป เอก โท และตรี รวมทง้ั หมด 10 คน ครับ ทง้ั lab แทบผู้ชำยล้วน มผี หู้ ญงิ คนเดียวครบั เพรำะฉะนัน้ เธอจงึ เปน็ ขวัญใจ ของแล็ปไปได้เลย ผมเดนิ ทำงโดยสำยกำรบนิ All Nippon airways (ANAs) ไปลงที่สนำมบินนำรติ ะ ใช้เวลำ ประมำณ 6 ชั่วโมง พอลงเครือ่ งบินจะมเี จ้ำหน้ำทจ่ี ำกมลู นธิ มิ ำรบั และพำไปสง่ ขึ้นรถประจำทำงท่วี งิ่ จำกสนำมบนิ ไปยงั มหำนครโตเกียว โดยทำงมลู นิธิได้จองทพ่ี ักให้ผมท่ี Washington Shinjuku Hotel ท่ตี ั้งอยู่ในยำ่ นรำชกำรและศูนย์กลำงแหลง่ ชอ้ ปป้ิงสำคญั แหง่ หนงึ่ เมอื่ เดินทำงไปถงึ ญี่ปนุ่ เชำ้ วันแรกตอ้ ง พบกบั เลขำนกุ ำรมลู นธิ ิ เพ่อื ช้ีแจงขอ้ ตกลงในกำรรบั ทุนพรอ้ มทำสญั ญำ วันรุง่ ขน้ึ จงึ ไปพบประธำนมูลนธิ ิ ก่อนเพอ่ื แนะนำตวั และเลำ่ ถงึ งำนวิจัยทีจ่ ะมำทำ นักวจิ ัยทมี่ ำพร้อมๆ กบั ผมมำจำกหลำยประเทศครับ เป็นคณุ หมอผ่ำตัดมำจำกฮงั กำรี วศิ วกรอเิ ล็คทรอนคิ สจ์ ำกเวยี ตนำม นักชวี เคมีจำกเบรำลสุ นกั พฤกษศำสตรจ์ ำกอียิปต์ และอีกหนึ่งเดียวจำกไทยแลนด์แดนออฟสไมล์สำนกั งำนมลู นธิ ิต้ังอยู่ในเขตนอก เมอื งของโตเกยี วครับ เป็นบ้ำนหลงั เลก็ ๆ คอ่ นข้ำงอบอุน่ สไตลญ์ ป่ี ่นุ ผมใชเ้ วลำอยทู่ ่โี ตเกียวประมำณ 2 วนั หมดเวลำไปกบั กำรเยีย่ มชมสถำนทีต่ ำ่ งๆ เหมอื นเป็นกำร เปิดหเู ปิดตำมำกกวำ่ แถมมลู นิธยิ งั ไดจ้ ดั ให้พกั อยู่ในย่ำนรำชกำรใกล้กบั ยำ่ นช้อปปง้ิ Shinjuku ดว้ ย จลุ สารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พบิ ลู สงคราม ปีท่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 4

เพลนิ ตำครบั กบั ประสบกำรณญ์ ่ีปุ่นในสองวันแรก กอ่ นในวันรงุ่ ข้ึนจะตอ้ งเดนิ ทำงด้วยรถบสั ประจำทำงไป ยังเมอื งนำกำโนะ ทอี่ ยหู่ ำ่ งออกไปอกี ประมำณ 200 กม. เมื่อมำอยทู่ ี่หอ้ งแลป็ อยใู่ นเขตเลก็ ๆ เรยี กวำ่ Minami-minowa ครับ ตำ่ งกนั อย่ำงสิ้นเชิงกบั มหำนครโตเกยี ว หรือกรงุ เทพครับ เปน็ เขตชนบทเหมำะสำหรับเรียนเกษตรและป่ำไม้จริงๆ ภมู ิประเทศ เปน็ ภเู ขำสงู แถบนีจ้ งึ ไดช้ ือ่ วำ่ เปน็ Japanese ‘s alps นำกำโนะเป็นเมอื ง ski resort มเี ทอื กเขำสูง มำกมำย อำกำศหนำวเยน็ มีหมิ ะตกปกคลมุ ยอดเขำทงั้ ปี จงึ เปน็ ท่ีนยิ มของนกั ทอ่ งเท่ียวมำเล่นสกกี ัน ช่วง ทผ่ี มมำกำลงั หนำวจบั ขวั้ หวั ใจ อุณหภมู ปิ ระมำณ 8 องศำเซลเซียสในตอนกลำงวัน กลำงคืนติดลบตำ่ สดุ ท่เี คยเจอตลอดระยะเวลำ 3 เดือน ประมำณ -14 องศำเซลเซียส apartment ทพ่ี ักอยู่ไมไ่ กลจึงไมต่ ้อง เดนิ ทนหนำวมำทำงำน ใชเ้ วลำเดินประมำณ 10 นำที แต่เดินช้ำๆ เพรำะหนำวจนกำ้ วขำไมอ่ อก หอ้ งนอนก็ไม่มเี คร่อื งปรบั อำกำศ เซนเซต้องใหย้ ืม heater ร่นุ โบรำณใชร้ ะบบกำรเติมนำ้ มันกำ๊ ดเอำมำใช้ คิดดนู ะครบั วำ่ จะทนหนำวแคไ่ หน เพรำะจุดทัง้ คนื กไ็ มไ่ ดก้ ลัวโดนยำ่ ง แต่ยงั ดีที่มถี ุงนอน และผ้ำหม่ ไฟฟำ้ ผำ้ ห่มอกี สองผนื เส้ือแขนยำวแบบแนบๆติดตวั ใชผ้ ้ำชนดิ เก็บควำมอบอนุ่ ได้ เคยใชเ้ ทอรโ์ มมิเตอรว์ ดั อุณหภูมิในหอ้ งตอนตนื่ นอนเช้ำๆ ทำยสิครบั วำ่ อณุ หภมู ใิ นห้องเท่ำไรเอย่ 0 องศำเซลเซยี ส เจ้ำประคณู้ แตอ่ ยู่เอำชีวิตรอดไดค้ รบสำมเดอื นครบั ประสบกำรณ์แรกพบ สำมวันแรกมำอย่ทู ่ีนำกำโนะก็เจอแจค็ พ็อตครบั นัง่ ทำงำนกนั อย่ใู นห้องแลป็ เพอ่ื นตัวเล็กของผม นำม Endo ก็บอกผมว่ำแผ่นดินไหว แตเ่ รำไมเ่ ห็นรู้สกึ วำ่ จะไหวตรงไหน เพยี งเส้ียวนดิ เดียวทกุ อย่ำงใน ห้องเขย่ำครับ เพื่ออกี คน นำม Harakawaตรวจสอบข้อมลู ทำงเว็ปไซตพ์ ยำกรณแ์ ผน่ ดินไหวของญปี่ ุ่น บอกวำ่ ศูนยก์ ลำงอยทู่ ่ีเมอื ง Gifu ห่ำงไปประมำณ 90 กม. ระดบั ควำมรุนแรง 5.2 ริกเตอร์ คนดีพระ คมุ้ ครองครบั ช่วงทผ่ี มไป เปน็ ชว่ งท่ีใกลเ้ ทศกำลควำมสขุ คริสมำสตรม์ ำก หลงั จำกน้ันก็เป็นปีใหม่ ชำวญี่ป่นุ จงึ ไดห้ ยุดกันยำว ทุกคนในหอ้ งแลป็ กลบั บำ้ น เหลือคนไทยอยคู่ นเดยี วไปไหนดลี ่ะ มำทำงำนทมี่ หำวทิ ยลัย จลุ สารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ปที ี่ 2 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 5

ทุกวันจนปีใหม่ ได้อย่ำงเสยี อย่ำง อดฉลองปีใหม่กับครอบครัว แต่ได้นง่ั เขยี นบทควำมตีพมิ พเ์ พิ่มอกี หนงึ่ เร่อื ง หลงั จำกปีใหมท่ กุ อย่ำงกก็ ลับมำเปน็ ปกติ ในห้องทำงำนจะเต็มไปดว้ ยของกนิ มำกมำยท่ีแตล่ ะคน นำกลับมำจำกบำ้ นเกดิ เปน็ ผลิตภัณฑท์ อ้ งถนิ่ เหมือนกบั โอท็อปบำ้ นเรำ แต่ท่ีญปี่ นุ่ จะเนน้ กำรทำ packaging ทค่ี ่อนขำ้ งดดู ี เขำมชี ่อื ทำงด้ำนน้อี ยแู่ ล้วต้องยกให้ ระบบห้องแลป็ ทน่ี คี่ ่อนขำ้ งพร้อม เฉพำะอำจำรย์ผมคนเดียวมีหอ้ งแลป็ ย่อยๆ แบ่งได้ 4 ห้อง เปน็ หอ้ งเซนเซ ห้องทำงำนนกั ศกึ ษำ หอ้ งแลป็ อกี สองหอ้ ง อปุ กรณก์ ็ครบ มที กุ อย่ำงให้ใช้ นักศึกษำเปน็ คนดูแลกนั เอง ทส่ี งั เกตเหน็ ได้ชดั กค็ ือ ไมย่ กั มเี จำ้ หนำ้ ทหี่ รอื technician เหมอื นกับห้องแลป็ ในยโุ รป ทกุ เชำ้ วันจนั ทรเ์ ป็น cleaning day ทกุ คนจะตอ้ งมำชว่ ยกันทำควำมสะอำด เสรจ็ แล้วจึงคอ่ ยแยกย้ำยทำงำน ส่วนตวั ท่ีน่เี ซนเซค่อนข้ำงสำคญั มำกๆ นกั ศกึ ษำทกุ คนตอ้ งใหค้ วำมเคำรพ ตอนกลำงวันก็ต้องกินขำ้ ว พร้อมๆ กันทัง้ แลป็ อำจจะฟงั ดอู ึดอัด แตก่ ็เป็นโอกำสท่ีดีทจ่ี ะมโี อกำสได้คุยแลกเปลยี่ นกนั แตป่ ัญหำก็คือ พูดภำษำองั กฤษกันนอ้ ย ยกเว้นเซนเซ กบั นกั ศึกษำหลงั ปรญิ ญำเอก และสำวขวัญใจประจำห้องแลป็ นำม Ogawa ทงิ้ ทำ้ ยไวเ้ ท่ำนกี้ อ่ น แลว้ จะกลบั มำเลำ่ ประสบกำรณแ์ ปลกใหม่ อกี หลำยอยำ่ ง ครบั หลงั จำกนีด้ ู ภำพประกอบเป็นน้ำจมิ้ จลุ สารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พิบูลสงคราม ปีท่ี 2 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 6

ตวั แทนจำกห้ำชำตทิ ่ีได้รบั ทนุ ถำ่ ยรปู รว่ มกบั ประธำนมลู นิธิ จลุ สารสถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวิทยาลยั ราชภฏั พิบลู สงคราม ปีท่ี 2 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 7

หอพักตง้ั อยกู่ ลำงหุบเขำและควำมหนำวเย็น จลุ สารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พบิ ูลสงคราม ปีท่ี 2 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 8

เม่อื หมิ ะตก จาก…ท้องถ่นิ ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ผ้าขาวม้าพรหมพริ าม ภมู ิปญั ญาท้องถ่ินการทอผ้าขาวมา้ ของกลมุ่ แม่บา้ นในตาบลพรหมพริ าม ประวัติความเป็นมา ในอดตี เมื่อมเี วลำวำ่ งเวน้ จำกกำรทำนำ หรือกำรประกอบอำชีพหลักอื่น ๆ แล้ว กลุ่มแม่บ้ำนวังน้ำเย็น หมู่ที่ 11 ตำบลพรหมพิรำม อำเภอพรหมพิรำม จังหวัดพิษณุโลก มักจะใช้เวลำว่ำงท่ีมีไปใช้ในกำรทอผ้ำ เพ่ือใช้สอยใน ชีวติ ประจำวนั เป็นเครอื่ งนงุ่ ห่ม เครือ่ งแต่งกำย เชน่ ผำ้ ขำวมำ้ ผำ้ ซนิ่ ผำ้ สไบ เปน็ ต้น โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น กำร ปลูกฝ้ำยแลว้ เก็บดอกฝำ้ ยมำเข็นมำปัน่ เป็นเส้นฝ้ำยและทอออกมำเป็นผ้ำผืนเรียบไม่ต้องย้อมสี หรือใช้สีจำกธรรมชำติ เช่น ครำม เป็นต้น แลว้ ตดั เยบ็ เป็นเส้อื ผำ้ เคร่อื งแต่งกำย เครอ่ื งนุ่งห่ม รวมไปถงึ ผ้ำทใ่ี ชใ้ นกำรประกอบพิธีทำงศำสนำสืบ ทอดกันเร่อื ยมำจนถงึ ปัจจบุ ัน จุลสารสถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวิทยาลยั ราชภฏั พิบลู สงคราม ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 9

เหตุผลทีเ่ ลือกผลิตภัณฑน์ ้ี เนอ่ื งจำกชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนวังน้ำเย็น ได้เร็งเห็นถึงวัฒนธรรมท่ีเก่ำแก่ของกลุ่มแม่บ้ำนในชุมชนมำตั้งแต่ยุค ของบรรพบุรุษ ในยคุ ปัจจุบนั กลุ่มแมบ่ ้ำนวงั น้ำเยน็ จึงไดศ้ ึกษำวิธกี ำรทอผำ้ ขำวมำ้ และเห็นว่ำกำลังเป็นวัฒนธรรมที่กำลัง จะเลอื นหำยไปในยุคสมยั น้ี เลยอยำกให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงขั้นตอนและวิธีกำรทำต่ำงๆก่อนที่จะออกมำเป็นช้ินงำนที่เรำ สำมำรถใช้ประโยชน์ในด้ำนเครื่องนุ่งห่มได้ และที่สำคัญคือผ้ำขำวม้ำที่กลุ่มแม่บ้ำนวังน้ำเย็น ผลิตขึ้นมำน้ีก็ถือเป็นภูมิ ปัญญำทอ้ งถ่นิ อีกประเภทหนง่ึ ท่ีทำจำกฝมี ือของกลุ่มแม่บ้ำนในตำบลพรหมพิรำม และผลิตภัณฑ์หรือช้ินงำนที่ทำเสร็จ แล้วกส็ ำมำรถนำไปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวนั ได้ นอกจำกนย้ี งั ช่วยเพิ่มรำยได้ให้กับกลุ่มแม่บ้ำนท่ีว่ำงจำกกำรทำงำน ประจำของตนเองอกี ด้วย แนวคดิ ใหมซ่ ่งึ ไดม้ าของตัวผลติ ภณั ฑ์ เม่อื กลุ่มแมบ่ ำ้ นวงั น้ำเย็นมีโอกำสไดพ้ ฒั นำฝมี ือและทกั ษะในกำรทอผ้ำให้เกิดมีลวดลำยในหลำยๆ รูปแบบ มี กำรคดิ หำวธิ กี ำรนำสีจำกธรรมชำติ เชน่ จำกเปลอื กไม้ ใบไม้ รำกไม้ ผลไม้ หรือส่วนอ่ืน ๆ ของต้นไม้ ทำให้เกิดมีผ้ำสีต่ำง ๆ ขน้ึ มำโดยกำรนำสว่ นตำ่ ง ๆ ของตน้ ไม้ ซึ่งไม้แตล่ ะชนดิ ใหส้ ตี ำ่ ง ๆ กันนำมำต้มเคี่ยวจนได้ท่ี นำเส้นฝ้ำยลงย้อมจนได้สี ตำมทต่ี ้องกำร แล้วนำไปทอเปน็ ผำ้ ผืนต่อไป จุลสารสถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พิบลู สงคราม ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 10

ผา้ ขาวม้า เปน็ ผ้าสารพัดประโยชนใ์ ช้ได้ตามความเหมาะสมและความต้องการ ผ้าขาวม้าของกลุม่ 4 ประเภท - ผำ้ ขำวม้ำตำมะกอก - ผำ้ ขำวม้ำตำเลก็ ๆหลำยสี - ผ้ำขำวม้ำลำยไสป้ ลำไหล - ผ้ำขำวม้ำตำหมู่ จุลสารสถาบนั วิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลยั ราชภัฏพิบูลสงคราม ปที ่ี 2 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 11

การส่งั สมสบื สานผลิตภัณฑ์ จำกกำรที่ได้คิดค้นทดลองทำตำมวธิ ีกำรต่ำง ๆ จนเกิดเป็นควำมรู้ เป็นแบบแผนให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้สืบทอด และแสวงหำควำมรู้เทคนิคใหม่ ๆ เพ่ิมเติม เป็นกำรเรียนรู้จำกธรรมชำติ จำกกำรได้เห็นได้สัมผัสได้ลงมือทอผ้ำด้วย ตนเองต้งั แตเ่ ลก็ จนโต การศกึ ษาข้อมูล (กลุ่มแมบ่ ้ำนและสมำชกิ ทอผำ้ ขำวมำ้ บ้ำนวังน้ำเย็น ตำบลพรหมพิรำม) กลุ่มแม่บ้ำนทอผ้ำขำวม้ำบ้ำนวังน้ำเย็น หมู่ที่ 11 บ้ำนวังน้ำเย็น ตำบลพรหมพิรำม อำเภอพรหมพิรำม จงั หวัดพิษณุโลก จุลสารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พบิ ูลสงคราม ปีที่ 2 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 12

นายเกรียงไกร นาคเกตุ องคค์ วามรจู้ ากผลงานวิจัย สงั เคราะหอ์ งค์ความรู้ “การปรบั ปรุงคุณภาพเศษกว๋ ยเตี๋ยวโดยการหมกั ยีสต์เพ่อื ใชเ้ ป็นอาหารสกุ ร ” ผชู้ ่วยศำสตรำจำรย์ยง่ิ ลกั ษณ์ มูลสำร นำยสตั วแพทย์ปรชี ำ มลู สำร คณะเทคโนโลยกี ำรเกษตรและอำหำร มหำวิทยำลยั รำชภัฏพบิ ลู สงครำม ปญั หำที่สำคัญในกำรเลยี้ งสตั ว์ คือ อำหำรสัตว์และวตั ถุดิบอำหำรสตั ว์มีรำคำแพง แต่มีโภชนะต่ำและขำดแคลนในบำงช่วง โดยเฉพำะวตั ถดุ ิบอำหำรสัตว์แหล่งพลังงำน ซง่ึ เป็นวตั ถดุ ิบทใ่ี ชป้ ริมำณมำกในสูตรอำหำร ทำให้อำหำรสัตว์มีรำคำแพง เกษตรกร จุลสารสถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพบิ ูลสงคราม ปที ี่ 2 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 13

ประสบภำวะขำดทุนได้ กว๋ ยเตีย๋ ว เป็นผลติ ภัณฑ์จำกข้ำวที่มีผู้นยิ มรบั ประทำนกันมำก เส้นกว๋ ยเต๋ียวทผ่ี ลิตจำกโรงงำนขนำดเล็กใน ท้องถ่ินมักมีคุณภำพไม่สม่ำเสมอและมีเศษเหลือจำกกระบวนกำรผลิตหรือเหลือจำกกำรจำหน่ำย เศษก๋วยเต๋ียวเหล่ำนี้มี องคป์ ระกอบทำงโภชนะใกล้เคยี งกับปลำยข้ำว ซึ่งเป็นวัตถดุ ิบอำหำรสตั ว์แหล่งพลงั งำนท่ีสำคัญในสุกร จำกผลกำรวิจัย พบว่ำเศษ ก๋วยเตี๋ยวสำมำรถใช้ทดแทนปลำยขำ้ วไดใ้ นสตู รอำหำรสุกรรุ่น และสุกรขุน ทำให้ลดต้นทุนค่ำอำหำรต่อกำรเพิ่มน้ำหนักสุกรหน่ึง กโิ ลกรมั ได้เปน็ อยำ่ งดี (1, 2) ได้ศึกษำวิจัยถึงวิธีเพ่ิมคุณค่ำทำงโภชนะของเศษก๋วยเตี๋ยว โดยกำรนำเศษก๋วยเตี๋ยวมำหมักด้วยยีสต์ (Saccharomyces cerevisiae)หรอื ยีสต์ทำขนมปัง พบวำ่ สำมำรถเพ่ิมคุณค่ำทำงโภชนะของเศษก๋วยเตี๋ยวได้อย่ำงมำก โดยกำรหมักท่ีอุณหภูมิและ ระยะเวลำแตกตำ่ งกัน มีผลต่อองค์ประกอบทำงโภชนะของเศษก๋วยเตี๋ยว โดยสภำวะกำรหมักท่ีเหมำะสมท่ีสุด ในกำรหมักเศษ ก๋วยเตยี๋ วดว้ ยยีสตเ์ พ่อื ใช้เปน็ อำหำรสัตว์ คอื ทอี่ ณุ หภูมิ 30 องศำเซลเซยี ส ใช้ระยะเวลำกำรหมัก 72 ช่ัวโมง และท่ีระดับอุณหภูมิ 25 องศำเซลเซยี สใชร้ ะยะเวลำกำรหมกั 168 ชั่วโมง ซง่ึ ทัง้ สองสภำวะมีผลทำใหเ้ ศษก๋วยเตี๋ยวหมักยีสต์มีโปรตีนสูงสุดท่ีระดับร้อย ละ 25 นอกจำกนอ้ี ณุ หภูมิท้ังสองระดับใกลเ้ คียงกับอุณหภมู สิ ภำพแวดล้อมปกติ จึงง่ำยต่อกำรนำไปปฏบิ ตั ิในระดับเกษตรกร เมื่อ นำเศษก๋วยเต๋ียวหมักยีสต์ที่ได้ไปใช้ทดแทนปลำยข้ำวในสูตรอำหำรเล้ียงสุกร ท่ีระดับร้อยละ 75-100 จะทำให้สุกรมีกำร เจริญเติบโต อัตรำกำรเปลีย่ นอำหำรเป็นน้ำหนักตัว และลดต้นทุนค่ำอำหำรต่อกำรเพิ่มน้ำหนักตัวได้ดีข้ึนทั้งในระดับปฏิบัติกำร และระดับเกษตรกรทำให้เกษตรกรได้กำไรเพิ่มขน้ึ (3,4,5) หมายเหตุ ผลกำรศึกษำน้เี ปน็ ส่วนหน่ึงของงำนวิจัย เรื่อง “กำรใช้เศษแป้งก๋วยเตี๋ยวหมักยีสต์ทดแทนปลำยข้ำวในสูตรอำหำรสุกรหลัง หย่ำนม” ของ ผชู้ ว่ ยศำสตรำจำรย์ย่งิ ลักษณ์ มูลสำร และนำยสัตวแพทย์ปรีชำ มูลสำร ได้รับทุนอุดหนุนจำกงบประมำณแผ่นดิน มหำวทิ ยำลัยรำชภฏั พิบลู สงครำม ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2552 ผ่ำนกำรพจิ ำรณำของสำนักงำนคณะกรรมกำรวิจยั แห่งชำติ เอกสารอ้างอิง 1. ย่ิงลกั ษณ์ มลู สำร. 2552. กำรใช้เศษก๋วยเต๋ยี วทดแทนปลำยขำ้ วในสูตรอำหำรสกุ รระยะรนุ่ . วำรสำรวิจัยมหำวิทยำลยั รำชภัฏ สกลนคร. 1(1): 15–24. 2. ปรชี ำ มูลสำร. 2553. กำรใช้เศษก๋วยเตี๋ยวทดแทนปลำยข้ำวในสตู รอำหำรสุกรขุน. วำรสำรวทิ ยำศำสตร์. มหำวิทยำลยั รำชภัฏ พิบูลสงครำม. 11(1): 1–9. จลุ สารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พิบลู สงคราม ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 14

3. ยง่ิ ลกั ษณ์ มลู สำร และปรชี ำ มลู สำร.2555. กำรปรับปรุงคุณภำพเศษก๋วยเตี๋ยวโดยกำรหมักยสี ต์เพ่ือใชเ้ ปน็ อำหำรสตั ว์. วำรสำรวทิ ยำศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยรำชภัฏพบิ ูลสงครำม. 12(2):1-17. 4. ยง่ิ ลกั ษณ์ มลู สำร และปรีชำ มูลสำร.2555. กำรยอ่ ยได้ของเศษก๋วยเตย๋ี วหมกั ยสี ตท์ ดแทนปลำยข้ำวในสตู รอำหำรสุกรหลัง หย่ำนม. วำรสำรสัตวแพทยศำสตร์ มหำวิทยำลยั ขอนแก่น. 22(1):62-70. 5. ปรชี ำ มลู สำร และยง่ิ ลักษณ์ มูลสำร. 2555. ผลกำรใช้เศษก๋วยเตีย๋ วหมักยีสตท์ ดแทนปลำยขำ้ วในสตู รอำหำรต่อ สมรรถภำพและต้นทุนกำรผลิตของลูกสุกรหลังหยำ่ นม. วำรสำรกำรเกษตรรำชภฎั . มหำวทิ ยำลยั รำชภฎั อุบลรำชธำนี. 10(2):90-99. เกร็ดความรู้ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นา้ ทพิ ย์ วงศ์ประทปี ความรูแ้ ละประสบการณจ์ ากการบริการวชิ าการ ก่อนอื่นต้องเล่ำควำมเป็นมำก่อนว่ำทำไมจึงเขียนบทควำมเกี่ยวกับควำมรู้และประสบกำรณ์กำรให้บริกำร วิชำกำร แล้วกำรเขยี นครงั้ นี้คนอำ่ นสำมำรถนำไปใช้ได้เปล่ำ ซ่ึงกำรเขียนบทควำมครั้งน้ีต้องขอบอกว่ำถูกทำบทำมจำก จลุ สารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พิบูลสงคราม ปีท่ี 2 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 15

สถำบันวิจัยและพัฒนำ มหำวิทยำลัยรำชภัฏพิบูลสงครำม ในฐำนะที่เป็นผู้จัดกำรคลินิกเทคโนโลยีของมหำวิทยำลัยฯ รว่ มทัง้ เป็นหวั หนำ้ โครงกำรทผี่ ่ำนรอ้ นผ่ำนหนำวมำตง้ั แตก่ ำรดำเนนิ กำรเกี่ยวกบั โครงกำรอุทยำนวิทยำศำสตร์ ท่ีลักษณะ ของกำรทำงำนเป็นกำรทำงำนแบบบรูณำกำรมีทั้งหน่วยงำนร่วมดำเนินงำน ชุมชน ผู้ประกอบกำร นักวิชำกำร และ หนว่ ยงำนภำครัฐ ทีท่ ำให้เกิดกลไกกำรทำงำน องคค์ วำมรู้ และประกำรณม์ ำกมำยทอี่ ยำกจะมำเลำ่ สู่กนั ฟงั กำรลงพื้นท่ีเพื่อกำรถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ของนักวิชำกำรท่ีข้ำพเจ้ำดำเนินกำรมำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551จวบจน ปี พ.ศ. 2555 ก็ยงั มิวำยเลิกรำกำรทำงำนในลกั ษณะนี้ มันเหมือนยำเสพท่ีได้ลองแล้วก็ติดไปเร่ือย ๆ เพียงแต่กำรติดคร้ังน้ี ไมใ่ ชต้ ดิ แบบไร้สำระ มันเปน็ กำรติดพันธนำกำรอยำ่ งใหญ่หลวง (เขียนให้มันดูดีมีค่ำยิ่งอนันต์) เพรำะนอกจำกเรำจะนำ องค์ควำมรู้ทำงดำ้ นวิชำกำรท่ีเรำได้เล่ำเรียนมำนำไปสู่ชุมชน แล้วเรำยังได้ควำมรู้พกกลับมำยังมหำวิทยำลัยของเรำเพ่ือ ถำ่ ยทอดผ่ำนกำรเรียนกำรสอนในกระบวนกำรวชิ ำเรียนให้กบั นกั ศึกษำได้เรยี นรู้ และขบคิดถึงปัญหำที่นำกลับมำทบทวน และหำคำตอบผ่ำนระบบกำรทำงำนวิจัย เพื่อนำไปถ่ำยทอดและบูรณำกำรต่อยอดเชิงพำณิชย์ต่อไป ซ่ึงกำรทำงำน ลกั ษณะน้ีหำท่ีส้ินสดุ ไมไ่ ด้เลย เพรำะเมือ่ ไดล้ องปฏิบัตกิ ำรดังกลำ่ วแลว้ มนั ก็จะติดพนั ธกำรอยำ่ งใหญ่หลวง เพรำะอะไร ก็ เพรำะว่ำถึงแม้จะมีกำรถ่ำยทอดแล้วนำไปใช้ประโยชน์เชิงพำณิชย์ ก็ยังมิวำยที่จะมีปัญหำตำมมำอย่ำงต่อเน่ืองอย่ำง เนืองๆ ซง่ึ ถ้ำใครได้บรกิ ำรวิชำกำรลงพ้นื ที่แลว้ หำกจะประสบผลสำเร็จอยำ่ งใหญ่หลวงในควำมคิดของข้ำพเจ้ำเอง คนคน นั้นตอ้ งมีปัญหำจำกพนื้ ท่ีอยำ่ งตอ่ เน่ือง มำใหข้ บคดิ เรื่อยๆ เพื่อเป็นกำรลบั สมอง มำถงึ ตรงนี้กเ็ ขียนรำ่ ยยำวเปน็ พเิ ศษ แถมยงั ไม่เขำ้ ประเด็นถงึ เทคนิคและประสบกำรณ์ทลี่ งพื้นท่ีแล้วได้งำนวิจัย มำขบคิดกันระหว่ำงอำจำรย์ นักศึกษำ นักวิชำกำร และหน่วยงำนร่วมดำเนินกำรเลย เอ้ำจะบอกเคล็ดลับดีๆ ก็ได้ แต่ เคลด็ ลบั อันนี้ไม่รวู้ ่ำจะมใี ครหลำยคนเขำมองผู้เขยี นอยำ่ งไร นกึ เบป้ ำก หรือยมิ้ หรือจะหัวเรำะก็ไม่รู้เพรำะเรำไม่เห็นตอน เขำอ่ำนบทควำมเรำ กอ่ นอ่ืนเทคนิคและเคล็ดลับอย่ำงแรกของกำรลงบริกำรวิชำกำรคือต้องมีเครือข่ำยซ่ึงหำได้จำกกำร ประชุม สมั มนำ ฝกึ อบรมตำ่ งๆ กับหน่วยงำนตำ่ งๆ เชน่ พฒั นำชุมชน พัฒนำจังหวัด อตุ สำหกรรมจังหวัด เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด กศน. สำธำรณะสขุ ฯลฯ กลำ่ วโดยสรุปก็คือมีคนที่ใกล้ชิดกับชุมชนท่ีเขำไว้ใจมำก่อนแล้ว แนะนำหรือให้ ขอ้ มูลเรำแก่ชุมชนกอ่ น เพอ่ื สร้ำงควำมน่ำเช่ือถือของเรำ จำกนั้นขอให้เรำมีควำมตั้งใจจริง และจริงใจกันก่อน มีมนุษย สมั พนั ธ์ทดี่ ี แล้วต่อดว้ ยกำรจุดประกำยแบบผู้ให้ ไปแบบผู้เสียสละ (ด่ืมนำ้ เปลำ่ ไปก่อนท่ีจะได้ด่ืมโอวัลตินแล้วกันนะ) ท้ัง ดำ้ นมนั สมองและงบประมำณสนับสนนุ จำกน้นั ตอ้ งใช้ภำษำแบบกันเองในกำรสื่อสำรในกำรแนะนำตนเองไม่ทะนงอวด ตนเปน็ ผู้รู้ และให้คิดเสมอว่ำใจของเขำก็คือใจเรำ ปัญหำของเค้ำก็คือปัญหำของเรำ ฟังเค้ำให้มำก เพ่ือทรำบถึงควำม ตอ้ งกำรของชมุ ชนและองคค์ วำมรู้ท่ีมีของชมุ ชนก่อน จำกน้ันถึงจะตอบคำตอบตำมทฤษฎีที่เรำได้ร่ำเรียนมำตอบให้เขำ เหน็ ภำพทีช่ ดั เจน (เทคนิคนี้ข้ึนกับพรสวรรค์ของแต่ละคนจ้ำว่ำจะมีสำริกำลิ้นทองพูดแล้วให้เขำคล้อยตำมหรือไม่) พูด จุลสารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 16

งำ่ ยๆ ก็คอื ตอบคำถำมท่ถี กู ต้อง และนอกจำกนคี้ วำมร้ตู ำ่ งๆ อีกมำกมำยที่อยู่ในพื้นที่ท่ีเรำไม่เคยรู้เรำก็จะได้รู้ เพรำะเรำ ตอ้ งทรำบข้อมลู เหลำ่ นน้ั เพือ่ นำมำต่อยอดตอ่ ไป ซ่ึงบำงคร้งั เรำจะไดโ้ จทย์วิจัยทต่ี อ้ งแก้ปัญหำ หรือข้อมูลที่ต้องได้รับกำร แกไ้ ขปัญหำเหล่ำนัน้ จำกทเ่ี รำได้โจทย์วิจัยท่ีต้องคิด และค้นหำข้อมูลท่ีต้องกำรแก้ปัญหำ โดยใช้ปัญหำเหล่ำน้ันเข้ำมำ เกี่ยวขอ้ งในกระบวนกำรเรียนกำรสอนเพอื่ ให้นักศกึ ษำได้เรยี นรแู้ ละแก้โจทย์ปัญหำไปพร้อมๆ กัน เพรำะข้อมูลเหล่ำน้ัน มกั เปน็ ควำมรู้ใหม่ๆ ที่อำจไม่มใี นตำรำที่เรำเคยเรียนมำ ซึ่งคิดง่ำยๆ ว่ำเป็นปัญหำพิเศษที่ถูกนำมำบูรณำกำรให้เข้ำกับ กำรเรียนกำรสอน จำกนั้นนำปัญหำท่ีได้รับกำรแก้ไข ไปเพื่อกำรถ่ำยทอดหรือให้บริกำรวิชำกำรกลับคืนสู่ชุมชนต่อไป เพ่ือนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดอำจเป็นเชิงพำณิชย์ หรือเป็นกำรเพ่ิมศักยภำพกำรผลิตของชุมชน หรือประโยชน์กำร เพ่ิมเติมต่อยอดองค์ควำมรู้ทำงวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่อไป ซึ่งงำนบริกำรวิชำหำกได้ปฏิบัติอย่ำง ต่อเนอื่ ง จะเห็นไดว้ ำ่ เปน็ บ่อเกิดขององคค์ วำมรูม้ ำกมำยทีส่ ำมำรถเรยี นรไู้ ม่จบสนิ้ และมีองคค์ วำมรู้อีกมำกมำยท่ีไม่ได้ถูก บันทึกไวใ้ นตำรำ หำกเรำตอ้ งกำรเปน็ ผทู้ ีม่ คี ณุ ภำพ ประสิทธภิ ำพ และเปน็ อำจำรย์หรือคุณครูไปสอนคนเพ่ือไปสร้ำงชำติ สรำ้ งประเทศ เรำควรมีกำรเรยี นรู้ตลอดเวลำ ควรจะเปิดโลกกว้ำงแห่งกำรเรียนรู้ท่ีอยู่นอกห้องเรียนให้มำก เพ่ือเรำจะ ไม่ได้เป็นไดโนเสำรล์ ้ำนปี ท่ไี ม่ปรบั ตัวตำมกำลสมัย องคค์ วำมรู้ที่มำกมำยหำได้จำกผู้ท่ีลงมือปฏิบัติ แล้วนำมำร้อยเรียง เร่อื งรำวตำมหลักของศำสตรต์ ่ำงๆ ก็จะทำให้องค์ควำมรู้ใหม่เกิดข้ึนมำกมำยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอีก มำกมำย จบ (โปรดตดิ ตำมตอ่ ๆ ไป ของผเู้ ขียนในโอกำสต่อไป) เรื่องเล่าจากงานบรกิ ารวชิ าการสู่งานวจิ ัย และการนาไปใชป้ ระโยชนจ์ ากประสบการณ์จริง ย่ิงกว่ำเร่อื งเลำ่ เชำ้ นีท้ ่คี วรตดิ ตำมหำกใครเป็นครู-อำจำรย์ทีต่ ้องกำรพฒั นำองค์ควำมร้ใู หม่ๆ เพื่อนำไปถ่ำยทอด ให้กับชนรุ่นหลังๆ จำกประสบกำรณ์ท่ีทำงผู้ช่วยศำสตรำจำรย์ ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป ได้ลงพ้ืนท่ีเพ่ือกำรบริกำร วิชำกำรเชิงพื้นท่ีสู่งำนวิจัย และนำไปใช้ประโยชน์เชิงพำณิชย์ ตัวอย่ำงของงำนบริกำรวิชำกำรที่จะเล่ำให้ฟังเป็นเร่ือง เก่ยี วกับศำสตรท์ ต่ี นเองถนัด และไปแก้ปัญหำใหก้ บั ทำงบรษิ ัทศิริวำนิช (เอสแอนด์ ดับเบ้ิลยู ) จำกัด มีอยู่ว่ำ ในปี พ.ศ. 2551 ทำงบรษิ ทั ศริ วิ ำนชิ ฯ ไดเ้ ข้ำมำพบอำจำรยน์ ้ำทิพย์ เพ่อื ขอคำปรึกษำหำรือเก่ียวกับปัญหำของผลิตภัณฑ์กล้วยตำก ทม่ี กี ำรเสอ่ื มเสยี คล้ำยเปน็ ผลึกนำ้ ตำล ทีแรกมองดกู เ็ หมือนผลกึ น้ำตำล แต่ด้วยควำมสงสัยเพ่ือหำคำตอบจำกทฤษฎีจำก กำรประมวลควำมคิดและสังเครำะห์ตำมตำรำแล้ว น่ำจะทำกำรตรวจสอบดีกว่ำ ว่ำที่เป็นผลึกน่ันคืออะไร จึงได้ ปรึกษำหำรือและขอควำมอนุเครำะห์จำกเจ้ำหน้ำท่ีประจำศูนย์วิทยำศำสตร์ของ มรพส.ของเรำช่วยตรวจตรวจคร่ำวๆ ด้วยกลอ้ งจุลทรรศน์แลว้ กันวำ่ ผลกึ ดงั กลำ่ วที่เหน็ ดว้ ยตำมันคืออะไร ผู้อำ่ นอยำกรไู้ หมว่ำมันคืออะไร มันก็คือ.... (เขียนให้ ทำ่ นผูอ้ ่ำนได้อ่ำนยำวๆ หน่อย) ควำมจริงที่ปรำกฏเมื่อเช็ดด้วยกล้องจุลทรรศน์เรำทรำบว่ำผลึกดังกล่ำวเหมือนมีอะไร เล็กๆ ยุบยับเต็มไปหมดแต่ถ้ำมองด้วยตำเปล่ำจะมองคล้ำยผลึกน้ำตำล ดังนั้นเพ่ือหำคำตอบที่ชี้ชัดลงไปกว่ำนั้น ทำง จลุ สารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพบิ ูลสงคราม ปที ่ี 2 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 17

อำจำรยน์ ้ำทิพยแ์ ละเจำ้ หนำ้ ท่ีศนู ย์วิทย์ก็ร่วมกันขมักเขม่นเอำส่ิงท่ีสงสัยไปเพำะเชื้อ เรำจึงได้คำตอบว่ำเจ้ำผลึกน้ำตำล นัน้ คือกลุม่ เช้ือจุลินทรีย์ที่ไม่พึ่งปรำรถนำนัน้ เอง เรำจึงได้ควำมรู้เพ่ิมเติมจำกปัญหำและควำมสงสัย ที่มำจำกกำรพิสูจน์ คำตอบ ข้ำพเจ้ำจึงได้นำข้อมูลท่ีได้ไปไขข้อข้องใจสำหรับผู้ประกอบกำร แล้วเรำจะแก้ปัญหำดังกล่ำวได้อย่ำงไร นี้คือ คำถำมตอ่ มำ เรำจึงไดด้ ำเนนิ กำรว่ำหำกจะแกไ้ ขไมใ่ ห้กลว้ ยตำกเรำมผี ลึกนำ้ ตำลต้องทำกำรวิจัยเพ่ือแก้ไขปัญหำดังกล่ำว มำถึงตอนน้ีถ้ำวิเครำะห์ในเรื่องของกำรบริกำรวิชำกำรเรำจะเห็นว่ำข้อมูลของปัญหำของผู้ประกอบกำรท่ีประสบจริง ในทำงปฏิบัติ คือจุดเร่ิมต้น ต่อมำคือกำรไขปัญหำเพื่อถ่ำยทอดองค์ควำมรู้ท่ีมีที่เรำหำคำตอบจำกงำนทำงวิชำกำร จำกนั้นก็จะมีคำถำมอีกมำกมำยไปสู่ขั้นตอนกำรกำรศึกษำวิจัย ซ่ึงในกำรดำเนินกำรคร้ังนี้ข้ำพเจ้ำเองก็ได้จัดทำ โครงกำรวจิ ยั ร่วมกับผปู้ ระกอบกำรในเรอ่ื งกำรชะลอกำรเกิดจุดเส่ือมเสียจำกเชื้อจุลินทรีย์บนผิวกล้วยตำกโดยได้รับทุน สนับสนุนจำกโครงกำร Enpusซง่ึ มีนักศึกษำเข้ำร่วมดำเนินกำรในกำรแก้ไขปัญหำผ่ำนวิชำในกำรเรียนกำรสอนของกำร ทำปัญหำพิเศษ (กำรทำวิจัยของนักศึกษำนั่นเอง) จำกกำรทำโครงกำรวิจัยดังกล่ำวทำงอำจำรย์ ผู้ประกอบกำรและ นกั ศกึ ษำไดร้ ว่ มกันออกแบบวธิ กี ำรและขัน้ ตอนกำรแปรรูปกล้วยตำกเพื่อทีจ่ ะชะลอกำรเกิดจุดเสื่อมเสียจำกเชื้อจุลินทรีย์ ที่มองเหมือนเป็นผลึกน้ำตำลหลำกหลำยรูปแบบ จนกระทั่งในที่สุดเรำก็สำมำรถทำได้สำเร็จ (เรำก็ฉลำดและเก่ง เหมือนกันนะเน่ีย ผู้เขียนแอบอมย้ิม) จึงได้นำควำมรู้ที่ได้ไปถ่ำยทอดให้กับผู้ประกอบกำรหลังกำรวิจัยเสร็จ จำกกำร ถ่ำยทอดของกำรปญั หำดังกล่ำวในคร้ังนี้ จวบจนปัจจุบันผู้ประกอบกำรดังกล่ำวก็ไม่เคยเจอปัญหำดังกล่ำวอีกเลย (สุด ยอดเจ๋งเป้งเลย) ส่งผลให้กำรดำเนินกำรค้ำเชิงพำณิชย์ของผู้ประกอบกำรไม่ได้รับกำรเคลมสินค้ำคืนจำกลูกค้ำเลย ซ่ึง นับวำ่ เปน็ กำรำสร้ำงรำยไดใ้ ห้กับสถำนประกอบอยำ่ งดี และจำกจุดเร่ิมต้นดังกล่ำวจึงเป็นที่มำของกำรได้รับควำมเชื่อถือ จำกผปู้ ระกอบกำรอย่ำงสงู และจำกกำรร่วมงำนครงั้ นีบ้ อกได้เลยว่ำเสียงจำกชุมชน หรือผู้ประกอบกำร ซ่ึงมีปัญหำแล้ว เขำได้รับกำรแก้ไขปัญหำที่สำมำรถทำให้เขำได้รับผลประโยชน์จะเป็นช่ือเสียงท่ีเกิดจำกกำรบอกกันปำกต่อปำก เนือ่ งจำกชุมชน หรอื ผปู้ ระกอบกำรจะรู้จกั กนั และพดู คุยกนั เมอื่ ไดพ้ บปะกันตำมงำนต่ำงๆ (ทำให้เรำมีชื่อเสียงไปโดยไม่ ต้องจดั ทำสือ่ โฆษณำ กริ๊วๆ) จำกจดุ เรมิ่ ต้นดังกล่ำวตัวอำจำรย์น้ำทิพย์เองก็ได้รับกำรประสำนงำนเร่ืองของปัญหำต่ำงๆ เข้ำมำกอีกมำกมำย นับว่ำเป็นปัญหำที่เป็นควำมรู้ใหม่ๆ เยอะมำกๆ ดังนั้นตัวอำจำรย์น้ำทิพย์จึงคิดได้ว่ำหำกเรำเป็น อำจำรย์ควรหม่ันฝึกฝน และสรรหำควำมรู้เพ่ือไม่ให้เรำด้อยควำมรู้ท่ีมีรอบตัวอยู่มำกมำยต่อไป และหำกผู้อ่ำนอยำกรู้ เรื่องรำวของโครงกำรวจิ ัย หรืองำนบริกำรวิชำกำรมีประโยชน์อย่ำงไรกับคนที่ทำหน้ำที่เป็นอำจำรย์ก็โปรดติดตำมตอน ตอ่ ไป แอบกระซบิ ตอ่ หน่อยว่ำมันต้องใชเ้ วลำ และบรรยำยเปน็ ร้อยๆ หน้ำก็ยังไม่หมด เลยจะบอกว่ำ โปรดติดตำมตอน ต่อไปเมื่อมีโอกำสได้เขียน เพรำะบทควำมเน่ียเป็นเพียงงำนท่ีเกิดขึ้นซึ่งเป็นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ของปี 2551 แล้วส่วนท่ี เหลือของ 2551 จนถึง ปี 2555 นี้แหละอยู่ตรงไหน คำตอบง่ำยๆ ก็อยู่ตรงประสบกำรณ์ของตัวอำจำรย์น้ำทิพย์เอง จลุ สารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลยั ราชภฏั พิบูลสงคราม ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 18

แหละท่ใี ครๆ ก็ไมส่ ำมำรถเอำไปจำกเรำได้ บอกตำมตรงวำ่ งำนบรกิ ำรวชิ ำกำรมนั เปน็ งำนทยี่ ง่ิ ใหญ่มำกๆ มำกเสียจนหำก คดิ เปน็ เงินทองกร็ ่ำรวยสดุ ๆ (สดุ ๆ เลย) ขา่ วสารความเคลื่อนไหว ข่าวสารความเคลอ่ื นไหว ศนู ย์กฏหมำยกำรแพทย์ฯ คณะสงั คมศำสตรแ์ ละมนุษยศำสตรม์ หำวิทยำลยั มหิดล ไดจ้ ดั โครงกำรอบรมเชิงปฏบิ ตั กิ ำร เรื่อง เทคนคิ กำรเขียนข้อเสนอโครงกำรวิจยั เพื่อขอรับทุน และกำรเขยี นรำยงำนวิจัยและบทควำมวิชำกำรเพือ่ ตีพิมพใ์ นวำรสำรใน ระดับชำติและนำนำชำติ ในวนั ที่ 30 พ.ค. 2555 - 1 ม.ิ ย. 2555 เวลำ 09.00 - 16.00 น. ณ โรงแรม ทเี คพำเลซ แจ้งวฒั นะ หลกั ส่ีกรงุ เทพฯ ค่ำลงทะเบียนทำ่ นละ 4,500 บำท สำหรบั รำยละเอยี ดตำ่ งๆสำมำรถดใู นเอกสำรแนบไดเ้ ลยครับ..... Link : http://edoc.psru.ac.th/e-document/upload/Doc_upload/2555//23-04-2012-15-37-24-Rendom- 547552.pdf …………………………………………………………………………………………….. เชิญบคุ ลำกรมหำวทิ ยำลยั รำชภฏั พบิ ูลสงครำมเขำ้ รว่ มอบรมโครงกำรพัฒนำศกั ยภำพบุคลำกรเพื่อกำรให้บรกิ ำรวิชำกำรเร่อื ง ทักษะกำรสังเครำะหแ์ ละกำรถ่ำยทอดองคค์ วำมรู้สชู่ ุมชนฟรี! ในวันที่ 26 - 27 มิถนุ ำยน 2555 ณ ห้องประชมุ รำชำวดี อำคำรศรีพบิ ูล สถำบันวิจัยและพฒั นำมหำวิทยำลยั รำชภฏั พบิ ลู สงครำม (ส่วนทะเลแก้ว) …………………………………………………………………………………………….. ดว้ ยคณะกรรมกำรส่งเสรมิ และพฒั นำกิจกรรมปิดทองหลงั พระฯมีตเิ หน็ ชอบในแนวทำงกำรพัฒนำควำมร่วมมือกบั สถำบันอมุ ศึกษำโดยใหน้ ักศึกษำและอำจำรยท์ ี่ปรกึ ษำมหำวิทยำลยั ท่ัวประเทศ ส่งหวั ขอ้ ในกำรทำสำรนิพนธ์ภำคนพิ นธ์ วทิ ยำนพิ นธ์ ฯ จลุ สารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พบิ ูลสงคราม ปที ี่ 2 ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 19

โดยมหี ัวขอ้ เกีย่ วกบั กำรนำแนวพระรำชดำริไปประยุกต์ใช้ผ้ทู ่ีสนใจสำมำรถดูรำยละเอียดตำมเอกสำรที่แนบ Link : http://edoc.psru.ac.th/e-document/upload/Doc_upload/2555//11-06-2012-11-15-13-Rendom- 46238.pdf จลุ สารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพิบูลสงคราม ปีที่ 2 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม- สิงหาคม 2555 20

จลุ สารสถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พิบลู สงคราม ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 2 พฤษภาคม- สงิ หาคม 2555 21


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook