การบารุงรกั ษารถยนต์ หมายถึง ความพยายามรกั ษารถยนตใ์ หค้ งสภาพ ทางานไดย้ าวนานมี ประสิทธิภาพ ปลอดภยั ประหยดั และรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม การบารุงรกั ษารถยนตย์ งั เป็นการปกปอ้ ง รถยนต์ ทาใหใ้ ชง้ านไดค้ งทน ลดค่าใชจ้ ่ายในการบารุงรกั ษา คงสภาพความสวยงาม ยืดอายุการใชง้ าน ยาวนาน สามารถใชง้ านไดอ้ ย่างปลอดภยั ประหยดั นา้ มนั เชือ้ เพลิง ลดคา่ ใชจ้ ่ายในการซ่อมบารุง และ มลพิษทางอากาศจากรถยนต์
การเอาใจใส่และหม่นั บารุงรกั ษารถยนตต์ ามค่มู ือการใชร้ ถยนตข์ องบรษิ ัทผผู้ ลิตอย่างเครง่ ครดั ทา ใหเ้ กิดผลดแี ก่ผใู้ ช้ ดงั นี้ 1.2.1 ประหยดั นำ้ มนั เชือ้ เพลิง เม่ือมีการตรวจสอบบารุงรกั ษาเคร่ืองยนตต์ ามระยะทางและเวลาท่ีบริษัทผูผ้ ลิตรถยนต์ กาหนดไว้ในคู่มือ เช่น เป่ ากรองอากาศ เปล่ียนน้ามันเคร่ือง หรือเปล่ียนกรองนา้ มันเคร่ืองตาม กาหนดเวลาจะทาใหป้ ระหยดั นา้ มนั เชือ้ เพลงิ และสง่ ผลทาใหเ้ ครอ่ื งยนตท์ างานไดเ้ ต็มสมรรถนะ 1.2.2 ยดื อำยุกำรใช้ งำนของรถยนต์ ก า ร บ า รุ ง รัก ษ า ต า ม ร ะ ย ะ เ ว ล า ท่ี ก า ห น ด ท า ใ ห้ร ะ บ บ ก า ร ท า ง า น จ า ก ชิ ้น ส่ ว น เ ห ล่ า นั้ น มีประสทิ ธิภาพและความสมบรู ณ์ สง่ ผลใหต้ วั รถมีสภาพท่ีคงทนและสามารถใชง้ านไดย้ าวนาน 1.2.3 เกดิ ควำมสบำยใจ เม่ือรถอย่ใู นสภาพท่ีพรอ้ มใชง้ านจะส่งผลดีใหผ้ ใู้ ชเ้ กิดความสบายใจ โดยท่ีไม่ตอ้ งกังวลถึง ปัญหาท่ีจะเกิดขนึ้ เช่น ยางรถระเบดิ ชิน้ สว่ นรถแตกหกั หมอ้ นา้ แหง้ เบรกแตก เกียรค์ า้ ง หรอื ไฟเลีย้ วเสีย ซ่ึงอาจเป็นอนั ตรายถึงชีวิตได้ ทงั้ นีห้ ากผใู้ ชห้ ม่นั ทาการตรวจสอบและทาการบารุงรกั ษาอย่เู ป็นประจา ปัญหาตา่ ง ๆ ก็จะไมเ่ กิดขนึ้
1.2.4 มคี วำมปลอดภยั รถยนตท์ ่ีไดร้ บั การตรวจบารุงรกั ษาตามระยะเวลาและการเปล่ียนชิน้ สว่ นอปุ กรณ์ตามกาหนด สง่ ผลใหเ้ กิดความปลอดภยั แก่ผใู้ ช้ การตรวจบารุงรกั ษา เช่น ตรวจลมยาง เปล่ียนผา้ เบรก เปล่ียนนา้ มนั เบรกเป็นตน้ 1.2.5 ถกู ตอ้ งตำมกฎหมำย การบารุงรกั ษาอย่างเครง่ ครดั เช่น เปล่ียนนา้ มนั เครอ่ื ง เป่าไสก้ รองอากาศ ก็จะทาใหก้ ารเผา ไหมเ้ ชือ้ เพลิงของเคร่ืองเผาไหมส้ มบูรณ์ ลดมลพิษจากไอเสีย ปริมาณก๊าซพิษจากท่อไอเสียไม่เกินค่า กาหนดของกรมการขนสง่ ทางบก
การบารุงรกั ษารถยนตม์ ีหลกั สาคญั ดงั นี้ 1.3.1 กำรจอดรถ ควรจอดรถไวใ้ นท่ีรม่ ขณะท่ีไม่ไดใ้ ชง้ าน ท่ีจอดรถก็ควรจะมีหลงั คากาบงั ดา้ นบน เพ่ือปอ้ งกนั แสงแดดในเวลากลางวนั ท่ีค่อนขา้ งจา้ และแรง ซ่ึงมีผลทาใหส้ ีของรถซีดจางเส่ือมสภาพและ หมดอายกุ ารใชง้ านเรว็ กวา่ ปกติ และเวลากลางคืนท่ีจอดรถท่ีมีหลงั คาก็คือสามารถปอ้ งกันนา้ คา้ งซง่ึ มีผล ทาใหเ้ กิดรอยดา่ งของสีรถ 1.3.2 กำรจอดรถกลำงแจ้ง การจอดรถในท่ีไม่มีท่ีกาบงั รถยนตจ์ ะเกิดความเสียหายจากแสงแดด สารเคมี ฝ่ ุนละออง เขม่าจากไอเสียรถยนต์ เศษผง ในแสงแดดจะมีรงั สีอลั ตราไวโอเลตท่ีทาลายสีรถ ทาใหส้ ีซีดจางลง ควรหาผา้ คลมุ รถไว้ นอกจากจะช่วยรกั ษาเบาะน่งั และอปุ กรณภ์ ายในรถดว้ ย ผใู้ ชร้ ถ จาเป็นตอ้ งเอาใจใส่เป็นกรณีพิเศษ หรือทาการบารุงรกั ษารถยนตบ์ ่อยขึน้ เช่น อาจกระทาการลา้ ง ขดั เคลอื บสีรถ 1.3.3 ควำมสกปรกทม่ี ำเกำะบริเวณรถ ถา้ มีฝ่นุ หรอื โคลนติดท่ีตวั ถงั รถ ส่ิงเหล่านีจ้ ะดดู ความชืน้ ไดง้ า่ ย จะทาใหผ้ ิวสีรถเส่ือมและขาดความเป็นเป็นเงามนั สีจะซดี จาง เกิดการแตกรา้ วได้ง่าย ถา้ ฝ่นุ จบั ท่ี ไม่สกปรกเกินไป ก็ใหใ้ ชผ้ า้ เนือ้ น่มุ หรอื ผา้ ไมโครไฟเบอรช์ บุ นา้ เช็ดอย่างระมดั ระวงั เพราะฝ่นุ จะมีละออง หินหรอื ส่งิ ท่ีแข็งติดอยู่ แตอ่ ยา่ เช็ดหรอื ถแู บบแรง ๆ เพราะแรงถจู ะทาใหส้ เี ป็นรอยขีดขว่ นได้
1.3.4 ล้ำงรถด้วยนำ้ เปล่ำ เป็นวิธีท่ีง่ายท่ีสดุ ในการบารุงรกั ษารถยนต์ เพ่ือลา้ งส่ิงสกปรกท่ีเกาะอยู่ กบั ตวั รถ ซ่งึ ส่ิงสกปรกนนั้ จะมีคณุ สมบตั ิเป็นด่างส่งผลทาใหส้ ีของรถยนตเ์ ป็นรอยด่างไม่เท่ากนั จนหมด ความสวยงามและหลงั จากลา้ งรถดว้ ยทกุ ครงั้ ควรใชผ้ า้ แหง้ เนือ้ น่มุ เชด็ ใหแ้ หง้ 1.3.5 กำรใช้น้ำยำเคลือบสีรถยนต์ เพ่ือเพ่ิมความทนทานให้สีรถช่วยให้รถดูเงางามและยัง ปกป้องสีใหท้ นทานดว้ ย แต่ขอ้ ควรระวงั คือกระบวนการดงั กล่าวควรจะทาในรม่ ไม่ควรทาขณะท่ีรถตาก แดดอยเู่ พราะสีมีโอกาสท่ีจะทาปฏิกิรยิ ากบั นา้ ยาขดั สีรถได้ การขดั เคลือบสีควรทาอย่างนอ้ ยเดือนละครงั้ 1.3.6 กำรใช้สำรเคมี เพ่ือทาความสะอาดคราบสกปรก เช่น ยางมะตอย มลู นก ยางไม้ บนผิวสี รถยนตใ์ หใ้ ชน้ า้ มนั สน หรือนา้ มนั ก๊าด แต่ควรหลีกเล่ียงการใชส้ ารเคมีจาพวกนา้ มันเบนซิน ทินเนอร์ และ สเปรยน์ า้ หอม เพราะมีส่วนผสมของสารละลาย ซ่ึงสารละลายนีจ้ ะทาปฏิกิริยาทางเคมีกับสีรถจนเกิด ความเสียหายเป็นรอยดา่ ง หรอื ทาใหส้ ีดา้ นได้ 1.3.7 สีรถยนตเ์ ส่ือมคุณภำพ เม่ือใชร้ ถยนตไ์ ปประมาณ 4–5 ปี สีจะเรม่ิ ซดี จางลงอย่างเห็นไดช้ ดั แสดงวา่ สไี ดเ้ วลาหมดอายกุ ารใชง้ านหรอื เส่ือมคณุ ภาพ จงึ จาเป็นตอ้ งทาการบารุงรกั ษาสีรถยนตด์ ว้ ยการ ใชน้ า้ ยาขดั เคลือบสีทาใหค้ ราบไคลหลดุ ออกทาใหด้ เู หมือนใหม่ขึน้ และเป็นการยืดอายุการใชง้ านของ สรี ถยนต์
ส่งิ ท่ีช่างบารุงรกั ษารถยนตจ์ ะตอ้ งเรยี นรูแ้ ละใชใ้ นการบารุงรกั ษารถยนต์ มีดงั นี้ 1.4.1 กุญแจสตำรต์ (Remote Key) เป็นอปุ กรณท์ ่ีใชส้ ตารต์ และยบั ยงั้ การทางานของเคร่อื งยนต์ กญุ แจแบบรีโมตคอลโทรลไดถ้ ูกออกแบบใหล้ ็อกหรอื ปลดล็อกประตขู า้ งทกุ บานและประตทู า้ ย หรอื ส่ง เสยี งเตือนในระยะหา่ งประมาณ 1 เมตรจากตวั รถ 1.4.2 สวิตชส์ ตำรต์ (Switch Start) เป็นกลไกท่ีสาคญั ของระบบ ใชเ้ พ่ือเช่ือมต่อระบบตา่ ง ๆ ใหท้ างานสมั พนั ธก์ นั ซ่งึ ช่างบารุงรกั ษารถยนตต์ อ้ งใชใ้ หถ้ กู วิธีและรูเ้ ร่อื งตาแหน่งท่ีอย่บู นสวิตชส์ ตารต์ เพ่ือใชใ้ นการสตารต์ รถยนต์ ดงั นี้ 1. ตาแหน่ง LOCK เป็นตาแหน่งแรกท่ีเสยี บสวิตชก์ ญุ แจเขา้ ไป ซง่ึ เป็นตาแหน่งดบั เครอ่ื งยนต์ สามารถล็อกพวงมาลยั ได้ กญุ แจจะดงึ ออกไดเ้ ฉพาะในตาแหน่งล็อกเท่านนั้ ในการปลดล็อกพวงมาลยั ใหเ้ สียบกญุ แจสตารต์ เขา้ ไปแลว้ บดิ ไปในตาแหนง่ ACCหรอื ตาแหน่งอ่ืน ๆ ในการปลดล็อกใหง้ ่ายขนึ้ ควร ขยบั พวงมาลยั เลก็ นอ้ ยขณะบดิ กญุ แจตามเข็มนาฬิกา 2. ตาแหน่ง ACCเม่ือบิดกุญแจตรงกับตาแหน่งนีเ้ คร่ืองยนต์จะไม่ทางาน แต่อุปกรณ์ บางอย่างอาจทางานได้ เชน่ ระบบเครอ่ื งเสียง ระบบเครอ่ื งปรบั อากาศ ไมค่ วรกระทาบ่อย เพราะจะทาให้ ไฟของแบตเตอรห่ี มด อาจทาใหแ้ บตเตอรเ่ี ส่อื มสภาพไวกว่าปกติได้
3. ตาแหน่ง ON เป็นตาแหนง่ ท่ีไฟฟ้าถกู เช่ือมตอ่ เขา้ ระบบตา่ ง ๆ ของเคร่อื งยนตพ์ รอ้ มสตารต์ เคร่ืองยนต์ เม่ือบิดกญุ แจสตารต์ มายงั ตาแหน่งนีท้ าใหม้ าตรวดั ไฟเตือนต่าง ๆ ทางาน เป็นการแสดงถึง สถานะท่ีพรอ้ มใชง้ าน 4. ตาแหน่ง START เม่ือบิดกญุ แจตรงกบั ตาแหน่งนี้ ไฟฟ้าจะถกู จา่ ยไปยงั ชดุ มอเตอรส์ ตารต์ ทาใหเ้ ครอ่ื งยนตถ์ กู ขบั ใหเ้ รม่ิ ตน้ ทางานไปจนเครอ่ื งยนตต์ ดิ ทางานปกติ กญุ แจจะถูกปล่อยจากตาแหน่งนี้ โดยอตั โนมตั ิ ทนั ทีเม่ือเครอ่ื งยนตต์ ิดแลว้
1.5.1 สวติ ชไ์ ฟส่องสว่ำง การเปิดสวติ ชไ์ ฟสอ่ งสว่าง ใหเ้ ปิดป่มุ ท่ีปลายคนั สวิตชไ์ ฟหนา้ และไฟเลยี้ วดงั นี้ 1. ตาแหนง่ ท่ี 1 เป็นตาแหน่งไฟหร่ี ไฟทา้ ย ไฟสอ่ งปา้ ยทะเบียน และไฟสอ่ งสว่างแผงหนา้ ปัด ไฟแสดงสถานะไฟหร่ี (ไฟสเี ขียว) ท่ีแผงหนา้ ปัดไฟจะตดิ ขนึ้ เพ่ือแสดงใหท้ ราบว่าไฟหรเ่ี ปิดอยู่ 2. ตาแหน่งท่ี 2 เป็นตาแหนง่ ท่ีใชเ้ ปิดไฟหนา้ และเปิดไฟทกุ ดวงท่ีตดิ ในตาแหน่งท่ี 1 สวิตชไ์ ฟหน้ำ ข้อควรระวัง อย่าเปิดสวิตชไ์ ฟทิง้ ไวเ้ ป็นเวลานานโดยท่ีเครอ่ื งยนตไ์ ม่ทางาน เพราะไฟแบตเตอรจ่ี ะ หมดประจุ
1.5.2 สวิตชไ์ ฟสูง–ต่ำ ในสวิตชไ์ ฟสงู –ต่า ประกอบดว้ ย ไฟสงู ไฟต่า ไฟขอทาง และไฟเลีย้ ว อย่ใู น สวิตชเ์ ดยี วกนั 1. ไฟสงู เพ่ือเปิดไฟหนา้ ใหด้ นั คันสวิตชอ์ อกจากตวั ในตาแหน่งท่ี 1 สาหรบั ไฟต่าใหด้ ึงคนั สวิตชเ์ ขา้ หาตวั ในตาแหน่งท่ี 2 ไฟแสดงสถานะไฟสงู ไฟสญั ญาณสีนา้ เงินท่ีแผงหนา้ ปัดจะบอกใหท้ ราบ ว่าเปิดไฟสงู อยู่ ตำแหน่งไฟสงู –ต่ำ 2. ไฟขอทาง ใหด้ งึ คนั สวติ ชเ์ ขา้ หาตวั ในตาแหนง่ ท่ี 3 ไฟสงู จะกะพรบิ ขอทาง เม่ือปลอ่ ยมือไฟ สงู จะดบั ลง ไฟสงู จะกะพรบิ ขอทางแมไ้ ฟหนา้ ปิดอย่กู ็ตาม 3. ไฟเลยี้ ว การเปิดไฟสญั ญาณไฟเลยี้ ว ใหด้ นั คนั สวติ ชไ์ ฟหนา้ หรอื ไฟเลีย้ วขึน้ หรอื ลงไปยงั ณ ตาแหนง่ ท่ี 1 สวิตชส์ ตารต์ เครอ่ื งยนตต์ อ้ งอย่ทู ่ีตาแหน่งเปิด (ON) คนั สวติ ชจ์ ะเล่ือนกลบั มาท่ีตาแหน่งเดิม โดยอตั โนมตั ิหลงั จากเลยี้ วรถ
1.5.3 สวติ ชป์ ัดนำ้ ฝนและฉีดนำ้ ล้ำงกระจก สวติ ชป์ ัดนา้ ฝนและฉีดนา้ ลา้ งกระจกใชป้ ิด–เปิดใบปัดนา้ ฝน เพ่ือขจดั ส่งิ สกปรกบนกระจก หนา้ รถหรือหลังรถยนต์ การเปิดสวิตชป์ ัดนา้ ฝนจะทางานเม่ือกุญแจสตารต์ ตอ้ งบิดไปท่ีตาแหน่ง ON จากนนั้ ใหโ้ ยกคนั สวติ ชไ์ ปตาแหน่งท่ีตอ้ งการ ดงั นี้ 1. เม่ือตอ้ งการลา้ งกระจก ใหด้ ึงคนั สวิตชป์ ัดนา้ ฝนเขา้ หาตวั นา้ ลา้ งกระจกจะถูกฉีดลงบนกระจก พรอ้ มกบั ใบปัดนา้ ฝนจะทางาน และจะหยดุ ลงโดยอตั โนมตั ิ 2. เม่ือตอ้ งการปัดนา้ ฝน ในขณะท่ีมีฝนตกใหโ้ ยกคนั สวิตชป์ ัดนา้ ฝนไปยงั ตาแหน่งท่ี 1, 2 หรอื 3 ดงั ตาราง ตำแหน่งปัดนำ้ ฝน
บนหนา้ ปัดรถยนตม์ ีมาตรวดั ของระบบต่าง ๆ เพ่ือใหผ้ ใู้ ชร้ ถยนตห์ รอื ชา่ งซ่อมรถยนตไ์ ดท้ ราบขอ้ มลู การทางานปกตหิ รือความผิดปกติของเคร่อื งยนต์ สญั ญาณบนหนา้ ปัดรถเป็นเคร่อื งหมายท่ีแสดงขอ้ มลู เบอื้ งตน้ ท่ีใชใ้ นการซอ่ มหรอื บารุงรกั ษารถยนตใ์ หถ้ กู ตอ้ งตามขอ้ กาหนดของบรษิ ัทผูผ้ ลติ 1.6.1 สัญญำณไฟเตอื นบนแผงหน้ำปัด สญั ญาณไฟเตือนบนแผงหนา้ ปัด เป็นไฟสญั ญาณท่ีเกิดขนึ้ เม่ือบิดสวิตชก์ ญุ แจสตารต์ ไปท่ีตาแหน่ง ON บนแผงหนา้ ปัด สญั ญาณไฟเตือนหลกั ๆ ก็จะสวา่ งขนึ้ ไดแ้ ก่ ไฟเตือนแรงดนั นา้ มนั เครอ่ื งไฟเตือน ระบบไฟชาร์จ ไฟเตือนเบรก ไฟเตือนเบรกมือ ไฟเตือนเบรก ABSไฟเตือนถุงลมนิรภัย SRS ไฟเตือนเขม็ ขดั นิรภยั
การดแู ลรกั ษารถยนตเ์ บือ้ งตน้ เป็นการดแู ลรถยนตใ์ หม้ ีสภาพพรอ้ มใชง้ านก่อนขบั ข่ีรถยนตใ์ หเ้ กิด ความปลอดภยั ในการขบั ข่ีและชว่ ยรกั ษาสภาพชิน้ สว่ นใหม้ ีอายกุ ารใชง้ านนานขนึ้ ซง่ึ มีวธิ ี ดงั นี้ 1.7.1 ตรวจสภำพภำยนอกของรถยนต์ ตรวจสภำพภำยนอกรถ 1.7.2 ตรวจสภำพยำงรถยนต์ ตรวจสภำพยำงรถยนต์
1.7.3 ตรวจระดับนำ้ มันเคร่ืองยนต์ 1.7.4 ตรวจระดับนำ้ มันพวงมำลัยเพำเวอร์ ตรวจระดับนำ้ มันพวงมำลัยเพำเวอร์ 1.7.5 ตรวจระดบั นำ้ มนั เบรกและนำ้ มนั คลัตช์ ตรวจระดบั นำ้ มันเบรกและนำ้ มันคลัตช์
1.7.6 ตรวจระดบั นำ้ หล่อเยน็ และหมอ้ พกั นำ้ สำรอง ตรวจระดบั นำ้ หล่อเยน็ 1.7.7 ตรวจใบปัดนำ้ ฝน ตรวจใบปัดนำ้ ฝน
1.7.8 ตรวจนำ้ ฉีดกระจกรถยนต์ ตรวจระดับนำ้ ทำควำมสะอำดกระจก 1.7.9 ตรวจแบตเตอร่ี ตรวจแบตเตอร่ี
การบารุงรกั ษารถยนตต์ ามระยะเป็นขอ้ กาหนดท่ีผผู้ ลิตรถยนตไ์ ดก้ าหนดไวใ้ นคู่มือการใชร้ ถยนต์ ของแต่ละบรษิ ัทผผู้ ลิตเพ่ือใหผ้ ใู้ ชห้ รอื ผขู้ บั ข่ีรถยนตไ์ ดศ้ กึ ษาและถือปฏิบตั ิในการบารุงรกั ษารถยนต์ ใน การตรวจสอบ การปรบั ปรุง การเปล่ยี นชิน้ ส่วน เพ่ือปอ้ งกนั ปัญหา การขดั ขอ้ ง เป็นการยึดอายกุ ารใชง้ าน ของรถยนตใ์ หย้ าวนาน ท่ีสาคญั การบารุงรกั ษารถยนตต์ ามท่ีบรษิ ัทผผู้ ลิตกาหนดจะทาใหล้ ดคา่ ใชจ้ า่ ยใน การซ่อมบารุง และใชร้ ถดว้ ยความปลอดภยั การบารุงรกั ษาตามระยะแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือ การ บารุงรกั ษาตามระยะเวลา (นบั ตงั้ แต่วนั ท่ีออกรถ) และการบารุงรกั ษาตามระยะทาง (ระยะทางท่ีว่ิงใช้ งานไปแลว้ ) ดงั นี้ สัญลักษณ์ A = ตรวจและ/หรอื ปรบั ตงั้ ถา้ จาเป็น I = ตรวจสอบและแกไ้ ขหรอื เปล่ยี นถา้ จาเป็น R = เปล่ยี น ถ่าย หรอื หลอ่ ล่ืน L = หลอ่ ล่นื T = กวดขนั ใหแ้ นน่ ตามคา่ แรงขนั ท่ีกาหนด
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: