Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 26 สื่อสร้างสรรค์ธุรกิจดิจิทัล 3 atc2021

26 สื่อสร้างสรรค์ธุรกิจดิจิทัล 3 atc2021

Published by 26-แทนคุณ ทองสุข, 2021-11-25 08:04:17

Description: E-Book

Search

Read the Text Version

สื่อดิจิทัล คือ..... สื่อดิจิทัล หมายถึง สื่อที่มีการนำเอาข้อความ กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียง มาจัดรูปแบบ โดยอาศัยเทคโนโลยีความเจริญก้าวหน้าทาง ด้านคอมพิวเตอร์ สื่อสารทางออนไลน์ สื่อผสม หมายถึง สื่อมัลติมีเดีย ที่ต้องอาศัย การใช้คอมพิวเตอร์แสดงผล เป็นลักษณะการ ผสมสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยเน้นที่การ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เห็น ได้เลือกก่อนนำมา ใช้ วิวัฒนาการ การพัฒนาการเขียนในยุคต่างๆ ในอดีตทำให้เกิดการเรียนรู้จนถึงปัจจุบันสู่ การใช้การสื่อสารทางอินเทอร์ เน็ตเป็นสถิติที่ สูง ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการ และ กำหนดมาตรฐานสื่อดิจิทัลขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ได้ เข้าถึงได้สูงสุด

สื่อดิจิทัล คือ..... สื่อดิจิตอลเป็นรูปแบบของ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่มี ข้อมูลถูกเก็บไว้ใน ระบบดิจิตอล (ตรงข้ามกับ อะนา ล็อก ) แบบฟอร์ม It can refer to the technical aspect of storage and transmission (eg hard disk drives or computer networking ) of information or to the \"end product\", such as digital video , augmented reality or digital art . มันสามารถอ้างถึงด้านเทคนิคของ การจัดเก็บ และ การส่งผ่าน (เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ หรือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ) ของข้อมูลหรือไป ยัง\"สินค้าที่สิ้นสุด\"เช่น วิดีโอดิจิตอล , เติมความเป็น จริง หรือ ดิจิตอลศิลปะ

จุดประสงค์รายวิชา เพื่ อให้ 1. เข้าใจหลักการ กระบวนการคิดสื่อสร้างสรรค์ทาง ธุรกิจ 2. สามารถผลิตสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ 3. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานด้วย ความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ละเอียด รอบคอบ สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้ หลักการ กระบวนการคิดสื่อสร้างสรรค์ ทางธุรกิจ 2. ออกแบบสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ 3. ผลิตสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจ คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการและกระบวนการคิดสื่อ สร้างสรรค์ทางธุรกิจ องค์ประกอบ และรูปแบบของสื่อ ดิจิทัล เทคนิคการสร้างสรรค์สื่อข้อความ ภาพนิ่ง ภาพ เคลื่อนไหว เสียง วีดีโอ ตามแนวคิด กลยุทธ์ เนื้อหาและ การออกแบบให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ผลิตสื่อสร้างสรรค์ทางธุรกิจโดยใช้เครื่องมือดิจิทัลให้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจที่กำหนด

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การออกแบบชิ้นงานนำเสนอ ด้วยสี่อดิจิทัล หลักการออกแบบการนำเสนอด้วย ส่อธุรกิจดิจิทัล หลักการออกแบบการนำเสนอ ข้อมูลข้อมูลโดยทั่วไปจะมีหลักการ คล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการนำ เสนอผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ เช่น สไลด์ เว็บเพจ สื่อการสอน วึ่งส่วน ใหญ่จะมีวิธีการดังนี้

1.) ความเรียบง่าย : จัดทำสไลด์ให้ดูเรียบง่าย ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ใช้สีอ่อนเป็นพื้ นหลังเพื่ อ ไม่รบกวนสายตาในการอ่าน และสามารถเห็น เนื้อหาได้อย่างชัดเจน หรือใช้พื้ นหลังตาม ลักษณะเนื้อหา 2.) มีความคงตัว : เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการนำ เสนอสไลด์ซึ่งเป็นเนื้อหาเนื้อหาในเรื่องเดียวกัน คือ ต้องมีความคงตัวในการออกแบบสไลด์ซึ่ง หมายถึงต้องใช้รูปแบบสไลด์เดียวกันทุกแผ่นที่ เกี่ยวกับเนื้อหานั้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสี พื้ นหลัง หรือขนาดและแบบอักษร แต่หาก ต้องการเน้นจุดสำคัญหรือเป็นเนื้อหาย่อยออก ไปจะสามารถเปลี่ยนบางสิ่ง เช่น สีตัวอักษรใน สไลด์ให้ดูแตกต่างไปได้บ้างหรืออาจมีการ เปลี่ยนสีพื้ นหลังให้แตกต่างจากเนื้อหาเล็กน้อย 3.) ใช้ความสมดุล : การออกแบบส่วนประกอบ ของสไลด์ให้ มีลักษณะสมดุลมีแบบแผน หรือ สมดุลไม่มีแบบแผนก็ได้แต่ต้องระวังสไลด์ทุก แผ่นให้มีลักษณะของความสมดุลที่เลือกใช้ให้ เหมือนกันเพื่ อความคงตัว หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

4.) มีแนวคิดเดียวในสไลด์แต่ละแผ่น : ข้อความ และภาพที่บรรจุในสไลด์แผ่นหนึ่งๆ ต้องเป็น เนื้อหาของแต่ละแนวคิดเท่านั้น หากเนื้อหานั้นมี หลายแนวคิด หรือเนื้อหาย่อยต้องใช้สไลด์แผ่น ใหม่ 5.) สร้างความกลมกลืน : ใช้แบอักษรและภาพ กราฟิกให้เหมาะสมกับลักษณะของเนื้อหาใช้ แบบอักษรที่อ่านง่าย และใช่สีที่ดูแล้วสบายตา เลือกกราฟิกที่ไม่ซับซ้อน และให้ถูกต้องตรง ตามเนื้อหารวมถึงให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่เป็น ทางการ หรือไม่เป็นทางการด้วย 6.) แบบอักษร : ไม่ใช่อักษรมากกว่า 2 แบบ ใน สไลด์เรื่องหนึ่ง โดยใช้แบบหนึ่งเป็นหัวข้อ และ อีกแบบหนึ่งเป็นเนื้อหา หากต้องการเน้น ข้อความตอนใดให้ใช้ตัวหนา หรือตัวเอน แทน เพื่ อการแบ่งแยกให้เป็นความแตกต่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

7.) เนื้อหา และจุดนำข้อความ : ข้อความใน สไลด์ควรเป็นเฉพาะหัวข้อ หรือเนื้อหาสำคัญ เท่านั้นโดยไม่มีรายละเอียดของเนื้อหา และควร นำเสนอเป็นแต่ละย่อหน้า โดยอาจมีจุดนำข้อ ความอยุ่ข้างหน้าเพื่ อแสดงให้ทราบถึงเนื้อหา แต่ละประเด็น และไม่ควรมีจุดนำข้อความ มากว่า 4 จุดในสไลด์หนึ่งแผ่น 8.) เลือกใช้กราฟิกอย่างระมัดระวัง : การใช้ กราฟิกที่เหมาะสมจะสามรถเพิ่ มการเรียนรุ้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากใช้กราฟิกที่ไม่ เหมาะสมกับเนื้อหาจะทำให้การเรียนรู้นั้นลดลง และอาจทำให้สื่อความหมายผดไปได้ 9.) ความคมชัดของภาพ : เนื่องจากความคม ชัดของจอมอนิเตอร์มีเพี ยง 72-96 DPI เท่านั้น ภาพกราฟิกที่นำเสนอประกอบใน เนื้อหาจึงไม่จำเป็นต้องใช้ภาพที่มีความชัดสูง มาก ควรใช้ภาพในรุปแบบ JPEG ที่มีความคม ชัดปานกลาง และขนาดใหญ่มากนัก ประมาณ 20-50 KB หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

10.) เลือกต้นแบบสไลด์ และแบบอักษรที่ เหมาะสมกับอุปกรณ์ร่วม : เนื่องจากการนำ เสนอต้องมมีการเชื่อมต่อคอมพิ วเตอร์เข้ากับ อุปกรณ์ร่วม หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การใช้งานโปรแกรมนำเสนอ ด้วยสื่อดิจิทัล หลักการนำเสนอข้อมูลและสร้างสื่อนำเสนอ การนำเสนองานหรือผลงานนั้นสื่อนำเสนอเปรียบ เสมือนสะพานเชื่อมเนื้อหา ของผู้บรรยายไปยังผู้ฟัง และผู้ชม ดังนั้นสื่อจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมาก สื่อที่ดี จะช่วยให้การถ่ายทอดเนื้อหาสาระทำได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งขึ้น ผู้ฟังและผู้ชมจะสามารถ จดจำเนื้อหาสาระได้ นานและเข้าใจในเนื้อหาได้ดีมากขึ้น ความหมายการนำ เสนอ การนำเสนอข้อมูล หมายถึง การสื่อสารเพื่อเสนอ ข้อมูล ความรู้ ความคิดเห็น หรือความต้องการไปสู่ผู้ ชม ผู้ฟังโดยใช้เทคนิคหรือวิธีการต่าง ๆ อันจะทำให้ บรรลุ ผลสำเร็จตามจุดมุ่งหมายของการนำเสนอ

จุดมุ่งหมายในการนำเสนอ 1. เพื่อให้ผู้ชม ผู้ฟังรับเข้าใจสาระสำคัญของ การนำเสนอข้อมูล 2. ให้ผู้ชม ผู้ฟังเกิดความประทับใจและนำไปสู่ ความเชื่อถือในข้อมูลที่นำเสนอ การนำเสนอผลงานโดยใช้สื่อโสตทัศนูปกรณ์ มีผลในทาง จิตวิทยาการเรียนรู้ ซึ่งได้มีการ ค้นพบจากการวิจัยว่าการ รับรู้ข้อมูลโดยผ่านทางประสาทสัมผัสสองอย่าง คือ ตา และหูพร้อมกันนั้น ทำให้เกิดการรับรู้ที่ดีกว่าส่งผลในด้าน ความสามารถในการจดจำได้มากกว่าการรับรู้โดยผ่านตา หรือ หูอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว จึงได้มีการ พัฒนาสื่อโสตทัศนูปกรณ์รูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมาใช้งาน โดย เฉพาะสื่อประสม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

หลักการพื้นฐานของการนำเสนอผลงาน มีจุดเน้นสำคัญ ดังนี้ 1) การดึงดูดความสนใจ โดยการออกแบบให้สิ่งที่ปรากฏต่อสายตานั้นชวนมอง และ มีความสบายตาสบายใจขึ้น เมื่อชมการนำเสนอ ดังนั้นการ เลือกองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สีพื้น แบบ สี และขนาดของ ตัวอักษร รูปประกอบ ต้องเหมาะสม สวยงาม 2) ความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา ส่วนที่เป็นข้อความต้องสั้นแต่ได้ใจความชัดเจน ส่วนที่เป็น ภาพประกอบต้องมีส่วนสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับ ข้อความที่ต้องการสื่อความหมาย การใช้ภาพประกอบ มี ประโยชน์มาก ดังคำพังเพยภาษาอังกฤษที่ว่า \"A picture is worth a thousand words\" หรือ \"ภาพภาพหนึ่งนั้นมี ค่าเทียบเท่ากับคำพูดหนึ่งพันคำ\" หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

3) ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การสร้างจุดเน้นตามข้อ 1 และ 2 ข้างต้นต้องคำนึงถึง กลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก การใช้สี สด ๆ และภาพการ์ตูนมีความเหมาะสม แต่ถ้ากลุ่มเป้า หมายเป็นผู้ใหญ่และเนื้อหาที่นำเสนอเป็นเรื่องวิชาการ หรือธุรกิจ การใช้สีสันมากเกินไปและการใช้รูปการ์ตูนอาจ ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือเพราะขาดภาพลักษณ์ของการเอาจริง เอาจังไป หลักการเลือกซอฟต์แวร์ และหลักการนำเสนอผลงานโดยใช้ ซอฟต์แวร์ไว้ ดังนี้ 1) ทำความเข้าใจกับงานที่เราต้องการนำเสนอ ก่อนการเลือกระบบสารสนเทศมาใช้ในการนำเสนองาน นั้น เราต้องเข้าใจถึงลักษณะงานที่เราต้องการนำเสนอ ก่อนว่า เป็นงานในลักษณะใด เช่น เป็นข้อความ หรือมีการ คำนวณหรือเป็นงานที่เกี่ยวกับการค้น การเก็บรักษา ข้อมูล เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกระบบสารสนเทศที่ เหมาะสมกับงานนั้น ๆ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

2) เลือกโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้ เมื่อทราบลักษณะของงานที่ต้องการนำเสนอแล้ว เราจะ เลือกระบบสารสนเทศที่เหมาะสมกับการนำเสนองานนั้น งานบางอย่างเราอาจใช้ระบบสารสนเทศในการนำเสนอ ได้หลายอย่าง เราอาจต้องเลือกว่าจะใช้ระบบใด ผู้ใช้ต้อง มีความเข้าใจในความสามารถของระบบนั้น โดยเฉพาะใน ส่วนของซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมว่าแต่ละโปรแกรมมี ความสามารถใดบ้าง เราอาจจะต้องทำการประเมินว่า โปรแกรมใดมีความเหมาะสมเพียงใด แล้วจึงเลือก โปรแกรมที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด 3) จัดหาเครื่องมือตามความต้องการของ ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมแต่ละโปรแกรมมีความสามารถ ไม่เหมือนกัน ขนาดของโปรแกรมก็ไม่เท่ากัน ทำให้ความ ต้องการของฮาร์ดแวร์ในการทำงานตามโปรแกรมนั้น แตกต่างกัน ในคู่มือการใช้งานโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ นั้นจะบอกข้อกำหนดของฮาร์ดแวร์ที่ต้องการสำหรับการ ใช้งานไว้ว่าจะต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เราจะต้อง จัดหาฮาร์ดแวร์ให้ได้ตามข้อกำหนดนั้นเพื่อให้สามารถใช้ งานซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับระบบ โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์นั้น หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

4 ) การใช้งานโปรแกรม ในการใช้งานนั้น นอกาจากผู้ใช้จะต้องทำความเข้าใจ การทำงานของฮาร์ดแวร์ว่าใช้งานอย่างไรแล้ว ราย ละเอียดการใช้งานซอฟต์แวร์ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้จะ ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนการใช้งาน ส่วนใหญ่ จะศึกษาจากคู่มือของโปรแกรมสำเร็จรูปนั้นเพื่อความ เข้าใจในความสามารถก่อน ปกติแล้วคู่มือการใช้งาน มาจากเจ้าของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ซึ่งมักจะอธิบายถึง ความสามารถตามฟังก์ชั่นที่มีอยู่ แต่มักจะไม่ค่อยมี ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ผู้ใช้ต้องทดลองเอง จึงได้มีผู้ ที่มีความรู้ความสามารถในโปรแกรมนั้น ๆ รูปแบบการนำเสนอข้อมูลโดยใช้คอมพิ วเตอร์ ปัจจุบันที่นิยมใช้กันมี 2 รูปแบบ คือ 1. การนำเสนอแบบ Web page หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

เป็นรูปแบบการนำเสนอที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต การนำ เสนอแบบนี้สามารถสร้างการเชื่อมโยงที่สลับซับซ้อน ระหว่างส่วนต่าง ๆ ตลอดจน สามารถสร้างการเชื่อม โยงเอกสารที่ต่างรูปแบบกันได้แต่ต้องใช้เวลาในการจัด ทำมากกว่า รูปแบบอื่นและผู้จัดทำต้องมีความรู้ความ ชำนาญในโปรแกรมที่ใช้สร้างเว็บเพจ 2. การนำเสนอแบบ Slide Presentation เป็นการนำเสนอโดยใช้โปรแกรมนำเสนอ ซึ่งเป็น โปรแกรม ที่ใช้ง่ายมากมีรูปแบบการนำเสนอให้เลือกใช้ หลายแบบ สามารถเรียกใช้ตาราง แผนภูมิ หรือรูปภาพ ประกอบ และตกแต่งด้วยสีสัน ทั้งสีพื้น สีของตัวอักษร รูปแบบฟอนต์ ของตัวอักษรได้ง่ายและสะดวก ใน ปัจจุบันสื่อนำเสนอรูปแบบ Slide Presentationหรือ สไลด์ดิจิทัล มักจะสร้างด้วยโปรแกรมในกลุ่ม Presentation เช่น Microsoft PowerPoint, OfficeTLE Impress หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

เทคนิคการออกแบบสื่อนำเสนอ สื่อนำเสนอที่ดี ความมี ความโดดเด่น น่าสนใจ จะเน้นความคิด “ หนึ่งสไลด์ต่อ หนึ่งความคิด ” มีการสรุปประเด็น หรือสาระสำคัญโดยมี แนวทาง 3 ประการในการออกแบบ ได้แก่ 1) สื่อความหมายได้รวดเร็ว สื่อนำเสนอที่ดีต้องสามารถสื่อความหมายให้ผู้ฟัง ผู้ชม ได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบ สื่อนำเสนอในประเด็นนี้ผู้ ออกแบบจะต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย เนื้อหาสาระที่ ต้องการนำเสนอ สถานที่ และเวลาที่ต้องการนำเสนอเพื่อ ประกอบการออกแบบสื่อ เช่น กลุ่มเป้าหมายขนาดเล็ก สื่อควรมีให้ความสำคัญกับผู้ฟังมากกว่าเนื้อหา สามารถ นำเทคนิค หรือ Effect ต่าง ๆ ของโปรแกรมสร้างสื่อมา ใช้ได้อย่างเต็มที่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

2) เนื้อหาเป็นลำดับ สื่อนำเสนอที่ดีควรมีการจัดลำดับเนื้อหาเป็นลำดับ มี ระเบียบ ดูง่าย ไม่สับสนสิ่งที่ จะช่วยให้การออกแบบสื่อ นำเสนอที่ต้องการจัดลำดับเนื้อหาให้เป็นระเบียบ และดู ง่าย 3) สื่อนำเสนอต้องสะดุดตาและน่าสนใจ สื่อนำเสนอที่ดีนั้นจะต้องมีจุดเด่นน่าสนใจ สามารถ ดึงดูดสายตาของผู้ดู ผู้ฟังได้ ซึ่งจุดเด่นนี้ได้มาจาก ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่ หรือจากการใช้สีที่แตกต่าง ออกไป รวมถึง การเลือกใช้ภาพ การใช้สี และการใช้ Effect ควบคุมการนำเสนอ ที่เหมาะสมประกอบ การนำเสนอ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

อุปกรณ์ดิจิทัลที่ช่วยในการนำเสนอผลงาน อุปกรณ์ดิจิทัลที่สามารถถ่ายทอดภาพและเสียงในงาน นำเสนอเพื่อให้งานนำเสนอมีคุณภาพ เข้าถึงผู้ชมและ ผู้ฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้ 1. โพรเจกเตอร์ (Projector) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพที่ใช้ในการนำเสนอ โดยสามารถ รองรับสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวีซีดี เครื่องเล่นดีวีดี และเครื่องกำเนิดภาพอื่น ๆ แล้วแสดง ผล ขยายขนาดบนจอรับภาพช่วยให้มองเห็นได้ไกล ขึ้น เหมาะสำหรับการนำเสนอข้อมูลในห้องประชุม เพื่อ ให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถมองเห็นภาพหรือข้อความ ได้อย่างชัดเจน 2. วิชวลไลเซอร์ (Visualizer) เป็นอุปกรณ์ฉายภาพระบบดิจิทัลประเภทหนึ่ง ซึ่ง พัฒนามาจากโอเวอร์เฮดหรือเครื่องฉายข้ามศีรษะ ใช้ แสดงภาพวัตถุและเอกสารสู่จอรับภาพที่มีอยู่จริงได้ เลย โดยไม่ต้องดัดแปลง อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับใช้ใน การนำเสนองานต่าง ๆ โดยเฉพาะครู-อาจารย์ที่สอน หนังสือ และใช้ได้ดีในการนำเสนอภาพนิ่งมากกว่า ภาพเคลื่อนไหว แต่ภาพที่แสดงออกมานั้นก็ให้ความ คมชัด มีสีสดใส และมีโหมดของการแสดงภาพให้ปรับ การทำงานด้วย การควบคุมการทำงานสามารถทำได้ โดยใช้รีโมต หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

3. กล้องถ่ายรูปดิจิทัล (Digital Camera) เป็นอุปกรณ์รับภาพที่เปลี่ยนจากฟิล์มมาเป็นอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อถ่ายรูปที่ต้องการแล้ว รูปจะถูก เก็บลงในหน่วยความจำ (memory) ที่อยู่ในกล้อง เมื่อต้องการดูรูปทำได้โดยการถ่ายข้อมูลจากหน่วย ความจำลงบนเครื่องพิมพ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาพที่ได้จะมีขนาดตามที่ต้องการ สามารถย่อหรือ ขยาย ปรับแสงหรือเงาแล้วแต่ความพอใจหรือจะ เพิ่มรูปแบบก็สามารถทำได้ และเมื่อจะถ่ายใหม่ ก็ สามารถใช้หน่วยความจำเดิมได้เลย โดยไม่ต้องเสีย เงินซื้อฟิล์ม 4. กล้องถ่ายวีดิทัศน์ดิจิทัล เป็นอุปกรณ์รับภาพที่บันทึกข้อมูล ภาพนิ่ง ภาพ เคลื่อนไหว และเสียง เก็บไว้ในหน่วยความจำแบบ แฟลชภายในกล้อง สามารถย่อหรือขยาย ปรับแสง เงาของภาพได้ และในปัจจุบันสามารถคัดลอกข้อมูล ลงในแผ่นดีวีดีได้เลย โดยไม่ต้องโอนลงในเครื่อง คอมพิวเตอร์ 5. คอมพิ วเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิ วเตอร์ขนาด สมุดบันทึกหรือโน้ตบุ๊ก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้างงานนำเสนอ เป็นสื่อกลางใน การเชื่อมโยงอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โพรเจกเตอร์ เพื่อนำ เสนองาน และใช้นำเสนองานผ่านจอภาพของเครื่อง คอมพิวเตอร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

6. เครื่องเล่นเสียง หรือเครื่องเล่นเอ็มพี สาม (MP3) เป็นอุปกรณ์ซึ่งบรรจุข้อมูลเสียงที่ใช้เล่นใน คอมพิวเตอร์และสามารถถ่ายโอนข้อมูล เข้าไปในคอมพิวเตอร์ได้ โดยข้อมูลเสียงนั้น ใช้เทคโนโลยีบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงมากกว่า ข้อมูลเสียงปกติถึง 12 เท่า แม้ขนาดข้อมูล จะเล็กลง แต่คุณภาพเสียงไม่ได้เสียไป อย่างไรก็ตาม หากเรานำข้อมูลเสียงจาก เครื่องเล่น MP3 ไปเล่นในเครื่อง คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า จะได้เสียงในลักษณะ กระตุกหรือใช้การไม่ได้เลย 7. โทรศัพท์เคลื่อนที่บางรุ่น เป็นอุปกรณ์ตัวกลางที่ผู้ใช้สามารถนำเสนอ งานที่สร้างด้วยซอฟต์แวร์ไมโครซอฟต์เพา เวอร์พอยต์ผ่านเครื่องโพรเจกเตอร์ได้สะดวก ง่ายต่อการติดตั้ง เพียงเชื่อมต่อโพรเจก เตอร์เข้ากับโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านสายเคเบิล แล้วเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยบลูทูธ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใส่เทคนิคให้กับภาพด้วยสี่อดิจิทัล เมื่อคุณต้องนำเสนองานที่สำคัญ PowerPoint เป็น หนึ่งในเพื่อนที่คู่ใจกับหลายๆคนมากที่สุดในการ แสดงออก สามารถดึงดูดและเรียกความสนใจต่อ สายตาของผู้ฟังเป็นอย่างดี ในการใส่การเคลื่อนไหว (Animations) ในสไลด์เป็น เพียงวิธีการง่ายๆ ซึ่งในการบทเรียนนี้คุณจะได้เรียน การใส่ลูกเล่นการเคลื่อนไหวลงใน Microsoft PowerPoint Note: ในบทเรียนวันนี้เราได้ใช้บทความยอดนิยมอย่าง Simplicity PowerPoint Template และคุณ สามารถเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก great PowerPoint templates ใน GraphicRiver.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook