98 ที่ หัวเรื่อง ตวั ช้ีวดั เนอื้ หา จำนวน อธิบายความหมายคำวา่ พิธกี ร ความหมายคำวา่ พธิ กี ร (ชั่วโมง) 1 ความหมายคำว่า “พิธกี ร” 2 2 คณุ สมบัตขิ องพิธีกร อธิบายคณุ สมบัตขิ องพิธีกร คณุ สมบัติของพิธีกร 2 3 หน้าทพ่ี ธิ กี รในงาน ทำหนา้ ทเ่ี ป็นพธิ กี รในงาน 1. การปฏิบัติหน้าที่ของพิธีกร 16 และรายการตา่ งๆ และรายการต่างๆ 2. การเป็นพธิ ีกรในงานและ 20 รายการตา่ งๆ เชน่ งานตา่ งๆ ของชมุ ชน
99 คำอธิบายรายวชิ า พท22002 พดู ดี มีมติ รมาก จำนวน 1 หน่วยกติ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั การฟงั การดู 1. สามารถสรปุ ความ จบั ประเดน็ สำคญั ของเรอ่ื งทฟี่ งั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จริง ข้อคดิ เห็นและจดุ ประสงคข์ องเรือ่ งทฟี่ งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เห็นต่อผพู้ ดู อยา่ งมีเหตุผล 4. มมี ารยาทในการฟังและดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเหน็ สรา้ งความเข้าใจ โน้มนา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองด้วยภาษากริ ยิ าท่าทางทส่ี ุภาพในโอกาสต่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพดู การอา่ น 1. สามารถอ่านไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ 2. จับใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรื่องทอ่ี า่ น 3. สามารถอ่านหนงั สอื และสือ่ สารสนเทศได้อย่างกวา้ งขวาง เพอ่ื พัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอา่ นและนิสยั รักการอ่าน การเขียน 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทต่างๆ ได้ อย่างสรา้ งสรรค์ 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคดิ จดั ลำดับความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน 3. สามารถแต่งบทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกต้องตามหลกั ไวยากรณแ์ ละลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขียนส่ือสารเรอื่ งราวตา่ งๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขยี นและนิสยั รักการเขยี น หลักการใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าที่ของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ ครือ่ งหมายวรรคตอน อกั ษรย่อ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งระหว่างภาษาพดู และภาษาเขียน 4. รแู้ ละเข้าใจสำนวน สภุ าษิต คำพังเพยในการพดู และเขียน วรรณคดี วรรณกรรม รแู้ ละเขา้ ใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ นั และวรรณกรรมท้องถ่นิ
100 ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเกย่ี วกบั เร่ืองต่อไปนี้ การเปล่งเสียง การใช้น้ำเสียง การควบคุมจังหวะพูด ลีลาการพูดมีการเน้นประเด็นสำคัญของ เร่อื ง ท่ีพูด การออกเสยี งคำ คำควบกล้ำใหถ้ กู ตอ้ งตามอักขรวธิ ี ใช้คำทเี่ หมาะสมกบั ระดับบคุ คล และการ พัฒนาบุคลกิ โดยการใช้สายตา การแสดงสหี นา้ การแสดงท่าทางประกอบการพูด การเคลอ่ื นไหวในขณะที่พูด การแต่งกาย การใชไ้ มโครโฟน และการพดู โน้มน้าวใจ การพดู เจรจาต่อรอง ตลอดจนการพูดปฏเิ สธอยา่ งสุภาพ การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ แบ่งกลมุ่ ผเู้ รียน สังเกตการณ์พดู ของพิธีกรในรายการโทรทัศน์รายการใดรายการหนงึ่ แล้วสงั เกต พฤติกรรมการใชภ้ าษาพูด บุคลิก ตลอดจนการใช้น้ำเสียงของผพู้ ดู แลว้ นำมาวจิ ารณต์ ามหลักการของการ พูด ฝกึ ทักษะการพูดโนม้ น้าวใจ การพูดเจรจาตอ่ รอง การพดู ปฏเิ สธอย่างสุภาพ โดยใชศ้ ลิ ปะการพูดให้ ถูกต้องตามสถานการณ์ การวดั และประเมนิ ผล 1. การสงั เกต 2. การฝกึ ปฏิบตั ิ 3. แบบประเมินการพูด
101 รายละเอยี ดคำอธิบายรายวชิ า พท22002 พูดดี มีมิตรมาก จำนวน 1 หน่วยกติ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั การฟัง การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเดน็ สำคัญของเร่ืองท่ฟี งั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ข้อคดิ เหน็ และจุดประสงคข์ องเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ต่อผู้พูดอยา่ งมเี หตผุ ล 4. มีมารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเหน็ สร้างความเข้าใจ โนม้ น้าวใจ ปฏิเสธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากิริยาท่าทางทส่ี ภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพดู การอา่ น 1. สามารถอ่านไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเร่อื งทอ่ี ่าน 3. สามารถอ่านหนังสือและส่ือสารสนเทศได้อยา่ งกวา้ งขวาง เพือ่ พัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอ่านและนสิ ยั รักการอ่าน การเขยี น 1. สามารถเลอื กใช้ภาษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขยี นประเภทตา่ งๆ ไดอ้ ย่าง สรา้ งสรรค์ 2. สามารถใช้แผนภาพความคดิ จัดลำดับความคดิ เพื่อพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแต่งบทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ กู ต้องตามหลกั ไวยากรณแ์ ละลักษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขยี นสือ่ สารเรอ่ื งราวตา่ งๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขยี นและนิสัยรักการเขียน หลักการใชภ้ าษา 1. รูแ้ ละเข้าใจชนดิ และหน้าทข่ี องคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ต้อง ตามหลกั เกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใช้เครือ่ งหมายวรรคตอน อักษรยอ่ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างระหวา่ งภาษาพดู และภาษาเขยี น 4. รแู้ ละเขา้ ใจสำนวน สุภาษิต คำพงั เพยในการพูดและเขียน
102 วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกตา่ งของวรรณคดี วรรณกรรม ปัจจุบันและ ท่ี หัวเร่อื ง ตัวช้วี ดั เนื้อหา จำนวน (ช่วั โมง) 1 ทกั ษะการใช้เสียง มที ักษะการใช้เสยี ง จงั หวะ ลลี า ศิลปะในการใชเ้ สียง จังหวดั ลลี า ระดบั ของเสียงในการพดู จังหวะ ลีลาการพดู 4 ระดับเสยี ง ในการพดู 2 ทกั ษะการใช้ภาษา มที กั ษะการใช้ภาษา การใช้ภาษาทีเ่ หมาะสม 4 กับระดบั บุคคล 3 ทกั ษะการพดู มีทกั ษะการพดู โนม้ น้าวใจ 1. การพูดโนม้ น้าวใจ 10 โน้มน้าวใจ การเจรจาตอ่ รอง 2. การพูดเจรจาต่อรอง 8 การเจรจาต่อรอง การพูดปฏเิ สธอยา่ งสภุ าพ 3. การพูดปฏเิ สธอยา่ งสภุ าพ 8 การพูดปฏเิ สธ 4 การพฒั นา มกี ารพฒั นาบุคลกิ ภาพของผู้พดู ศลิ ปะในการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ 6 บคุ ลิกภาพของผ้พู ูด ของผู้พูด
103 คำอธิบายรายวิชา พท22003 บนั ทึกไวไ้ ด้ประโยชน์ จำนวน 1 หน่วยกติ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเดน็ สำคญั ของเรื่องท่ฟี ังและดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ข้อคิดเหน็ และจุดประสงคข์ องเร่ืองทฟี่ ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเห็นต่อผู้พดู อย่างมเี หตผุ ล 4. มมี ารยาทในการฟงั และดู การพูด 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเห็น สร้างความเขา้ ใจ โน้มนา้ วใจ ปฏิเสธ เจรจาต่อรองดว้ ยภาษากิรยิ าท่าทางทส่ี ภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอา่ นได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ จากเร่ืองทอี่ ่าน 3. สามารถอา่ นหนังสือและสอื่ สารสนเทศได้อยา่ งกวา้ งขวาง เพือ่ พัฒนาตนเอง 4. มมี ารยาทในการอ่านและนสิ ยั รักการอา่ น การเขยี น 1. สามารถเลือกใชภ้ าษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขยี นประเภทตา่ งๆ ได้ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคิด จดั ลำดับความคดิ เพ่ือพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแตง่ บทร้อยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกต้องตามหลักไวยากรณแ์ ละ ลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขียนสอ่ื สารเรอื่ งราวตา่ งๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขยี นและนสิ ยั รกั การเขียน หลกั การใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนดิ และหนา้ ท่ขี องคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอา่ น เขยี นได้ ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใช้เครื่องหมายวรรคตอน อักษรยอ่ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวเิ คราะหค์ วามแตกต่างระหว่างภาษาพดู และภาษาเขียน 4. รูแ้ ละเขา้ ใจสำนวน สุภาษิต คำพังเพยในการพดู และเขยี น
104 วรรณคดี วรรณกรรม รแู้ ละเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมทอ้ งถิ่น ตลอดจนเหน็ คุณค่า ศกึ ษาและฝึกทักษะเกย่ี วกบั เร่อื งตอ่ ไปนี้ ความหมาย ประโยชน์ของการบนั ทกึ การใช้ภาษาให้เหมาะสมกบั บคุ คล ประเภทของการ บนั ทกึ ได้แก่ บนั ทกึ เหตกุ ารณ์ บันทกึ ย่อเรื่อง บนั ทึกรายงาน บนั ทกึ ความเห็น บันทึกติดตอ่ ส่งั การ และรปู แบบหลักการเขยี นบนั ทึกของแตล่ ะประเภท การจัดประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ครู นำตวั อยา่ งการเขียนบนั ทึกประเภทต่าง ๆ มาใหผ้ ู้เรยี นศึกษา โดยครนู ำเสนอประเดน็ สำคญั ของการบันทกึ แตล่ ะประเภทใหผ้ เู้ รยี นเลือกเขยี นบันทกึ ประเภทใดประเภทหนึ่งมาคนละ 1 ฉบับ รายละเอยี ดต่างๆ ใหส้ มมุตขิ น้ึ เองตามความเหมาะสม นำผลงานของผู้เรียนแต่ละคนมาวิเคราะห์วจิ ารณ์ รว่ มกันและผเู้ รียนช่วยกนั ใหข้ อ้ เสนอแนะเพอ่ื การปรบั ปรุงแก้ไข การวดั และประเมินผล 1. การสงั เกต 2. การฝึกปฏบิ ัติ 3. การมีสว่ นร่วมของผู้เรยี น
105 รายละเอียดคำอธบิ ายรายวชิ า พท22003 บนั ทกึ ไว้ไดป้ ระโยชน์ จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเดน็ สำคัญของเร่อื งที่ฟงั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จริง ขอ้ คดิ เห็นและจุดประสงคข์ องเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ตอ่ ผ้พู ดู อย่างมเี หตผุ ล 4. มีมารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เห็น สรา้ งความเขา้ ใจ โนม้ นา้ วใจ ปฏิเสธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากิรยิ าทา่ ทางทสี่ ุภาพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอ่านได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเรอ่ื งทีอ่ ่าน 3. สามารถอา่ นหนังสอื และสือ่ สารสนเทศได้อย่างกวา้ งขวาง เพอ่ื พัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอ่านและนสิ ยั รกั การอ่าน สรา้ งสรรค์ การเขยี น 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขยี นประเภทตา่ งๆ ไดอ้ ย่าง 2. สามารถใช้แผนภาพความคิด จดั ลำดับความคิด เพ่อื พฒั นางานเขยี น 3. สามารถแต่งบทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ กู ต้องตามหลักไวยากรณแ์ ละลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขยี นสอ่ื สารเรือ่ งราวตา่ งๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขียนและนิสยั รกั การเขยี น หลกั การใช้ภาษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าที่ของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ต้องตามหลักเกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอน อกั ษรยอ่ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวเิ คราะห์ความแตกต่างระหว่างภาษาพูดและภาษาเขียน 4. รู้และเขา้ ใจสำนวน สุภาษติ คำพงั เพยในการพดู และเขียน
106 วรรณคดี วรรณกรรม ร้แู ละเขา้ ใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบนั และวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ตลอดจนเหน็ คุณคา่ ท่ี หวั เรอื่ ง ตัวชี้วดั เน้อื หา จำนวน (ชวั่ โมง) 1 ความหมาย ประเภท บอกความหมาย ประเภท ความหมาย และประโยชน์ ของการบันทึก 2 และประโยชน์ และประโยชนข์ องการบันทึก การบนั ทกึ 2 รปู แบบหลักการ อธิบายรูปแบบหลกั การเขียน ประเภทของการบันทกึ ไดแ้ ก่ 6 บันทึกเหตุการณ์ บันทึกยอ่ เรื่อง เขยี นบันทึก บนั ทึกแต่ละประเภท บันทึกรายงาน บนั ทึกความเห็น บนั ทึกตดิ ต่อส่ังการ 3 ภาษาทีใ่ ช้ ใช้ภาษาได้เหมาะสมกบั บุคคลและ การใชภ้ าษาในการเขยี นบนั ทกึ 6 ในการบันทกึ ประเภทของการบันทกึ 4 การเขยี นบนั ทึก เขียนบนั ทกึ แตล่ ะประเภท รปู แบบหลกั การเขียนบนั ทกึ 26 แตล่ ะประเภท ของแต่ละประเภท
107 คำอธิบายรายวชิ า พท22004 การเขยี นขา่ ว จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเดน็ สำคญั ของเร่อื งท่ีฟงั และดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะข้อเท็จจรงิ ขอ้ คิดเห็นและจดุ ประสงคข์ องเร่ืองทฟี่ งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเห็นตอ่ ผ้พู ดู อย่างมีเหตผุ ล 4. มีมารยาทในการฟังและดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เหน็ สรา้ งความเขา้ ใจ โน้มนา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองดว้ ยภาษากิรยิ าท่าทางท่สี ภุ าพในโอกาสต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอ่านได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ 2. จับใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ จากเร่อื งทีอ่ า่ น 3. สามารถอ่านหนังสอื และส่อื สารสนเทศไดอ้ ยา่ งกว้างขวาง เพอ่ื พัฒนาตนเอง 4. มมี ารยาทในการอ่านและนิสยั รักการอา่ น การเขียน 1. สามารถเลอื กใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ ง สรา้ งสรรค์ 2. สามารถใช้แผนภาพความคดิ จดั ลำดบั ความคิด เพื่อพัฒนางานเขยี น 3. สามารถแต่งบทร้อยกรองตามความสนใจได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และ ลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขียนสอ่ื สารเรอื่ งราวต่างๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขยี นและนสิ ัยรักการเขียน หลกั การใช้ภาษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ต้องตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวเิ คราะห์ความแตกตา่ งระหว่างภาษาพูดและภาษาเขียน
108 4. ร้แู ละเขา้ ใจสำนวน สภุ าษติ คำพังเพยในการพูดและเขียน วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถ่ิน ตลอดจนเหน็ คุณคา่ ศึกษาและฝึกทักษะเก่ยี วกับเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี ความหมาย ความสำคัญ องค์ประกอบสำคัญ วธิ ีการ รูปแบบการเขยี นข่าว และหลักการและการ ใชภ้ าษาในการเขียนข่าวเพือ่ การประชาสัมพนั ธ์ และตลอดจนคณุ สมบตั ขิ องนกั ขา่ วท่ดี ี การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ให้ผเู้ รียนรว่ มกันวเิ คราะห์คำวา่ ข่าว หมายถงึ อะไร ครูผู้สอนถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมฝึก ทกั ษะการเขียนข่าว การวัดและประเมนิ ผล 1. การสงั เกต 2. การฝกึ ปฏิบัติ 3. การมีส่วนรว่ มของผเู้ รยี น
109 รายละเอยี ดคำอธบิ ายรายวิชา พท22004 การเขียนข่าว จำนวน 1 หนว่ ยกิต ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั การฟัง การดู 1. สามารถสรุปความ จับประเด็นสำคญั ของเรอื่ งที่ฟงั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ข้อคิดเหน็ และจดุ ประสงคข์ องเรอื่ งทีฟ่ ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเหน็ ตอ่ ผพู้ ูดอยา่ งมเี หตุผล 4. มีมารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเหน็ สรา้ งความเข้าใจ โน้มนา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองดว้ ยภาษากิริยาทา่ ทางท่ีสภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ได้อย่างเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพดู การอา่ น 1. สามารถอ่านได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 2. จับใจความสำคัญ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเรอ่ื งท่ีอา่ น 3. สามารถอา่ นหนังสือและสือ่ สารสนเทศได้อยา่ งกวา้ งขวาง เพื่อพัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอ่านและนิสยั รักการอา่ น สรา้ งสรรค์ การเขียน 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขียนประเภทตา่ งๆ ได้อย่าง 2. สามารถใช้แผนภาพความคิด จัดลำดับความคิด เพ่ือพฒั นางานเขียน 3. สามารถแต่งบทร้อยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกตอ้ งตามหลักไวยากรณแ์ ละลักษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขยี นส่อื สารเร่อื งราวต่างๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขียนและนสิ ัยรกั การเขียน หลักการใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาพูดและภาษาเขียน
110 4. รแู้ ละเขา้ ใจสำนวน สภุ าษิต คำพงั เพยในการพูดและเขยี น วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถ่ิน ตลอดจนเหน็ คุณคา่ ท่ี หัวเรือ่ ง ตัวชี้วดั เนอ้ื หา จำนวน (ชว่ั โมง) 1 ความหมาย ความสำคญั อธิบายความหมาย ความสำคัญ 1. ความหมายและความสำคัญ 2 หลักการเขยี นและ องคป์ ระกอบข่าว หลักการเขียนและองค์ประกอบ ของ “ขา่ ว” ของ “ขา่ ว” 2. องคป์ ระกอบสำคัญของข่าว 5 2 การใช้ภาษา รปู แบบ ใช้ภาษา รูปแบบของการเขียนข่าว 1. ภาษาทีใ่ ช้ในการเขยี นขา่ ว 4 การเขยี นข่าว ได้อยา่ งเหมาะสม 2.วิธีการเขยี นข่าว 6 6 3. รูปแบบการเขียนขา่ ว 3 การปฏิบัติตนเป็น ปฏิบตั ติ นในการเปน็ นักขา่ วท่ีดี 1. คณุ สมบตั ขิ องนักขา่ วท่ดี ี 5 นกั ข่าวทดี่ ี 2. หลักการเขียนข่าวเพื่อการ 5 ประชาสมั พนั ธ์ 4 การวิเคราะหข์ า่ ว สามารถวเิ คราะห์ขอ้ เท็จจรงิ วิเคราะหข์ ่าว 7 และความคดิ เหน็ ทีไ่ ด้ จากการนำเสนอขา่ ว
111 คำอธิบายรายวชิ า พท22005 การเขียนโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ จำนวน 1 หน่วยกติ ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ การฟัง การดู 1. สามารถสรปุ ความ จับประเด็นสำคัญของเร่ืองทฟ่ี งั และดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะขอ้ เท็จจริง ขอ้ คดิ เหน็ และจุดประสงค์ของเร่อื งทฟี่ งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ตอ่ ผพู้ ูดอย่างมเี หตุผล 4. มีมารยาทในการฟังและดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เหน็ สรา้ งความเข้าใจ โน้มน้าวใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองดว้ ยภาษากิริยาท่าทางทส่ี ุภาพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอา่ นไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 2. จับใจความสำคัญ แยกข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเรอ่ื งทอี่ า่ น 3. สามารถอา่ นหนงั สอื และสือ่ สารสนเทศไดอ้ ยา่ งกว้างขวาง เพอ่ื พัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอา่ นและนสิ ยั รกั การอ่าน การเขยี น 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทตา่ งๆ ได้ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 2. สามารถใช้แผนภาพความคดิ จดั ลำดับความคิด เพอ่ื พฒั นางานเขียน 3. สามารถแต่งบทร้อยกรองตามความสนใจได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และ ลกั ษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขียนส่อื สารเรอ่ื งราวต่างๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขียนและนิสยั รกั การเขียน หลกั การใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าที่ของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างระหวา่ งภาษาพดู และภาษาเขยี น 4. รแู้ ละเข้าใจสำนวน สภุ าษิต คำพงั เพยในการพูดและเขียน
112 วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถ่ิน ตลอดจนเห็นคณุ ค่า ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเก่ยี วกบั เร่ืองตอ่ ไปนี้ ความหมาย แนวคดิ เกยี่ วกับการโฆษณา ความสัมพันธ์ จดุ ม่งุ หมาย ลกั ษณะสำคัญ ประเภทของ โฆษณาและสอ่ื โฆษณา องค์ประกอบของข้อความโฆษณา วธิ ีเขยี นข้อความ การใช้ภาษาเพื่อการโฆษณา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ ของการประชาสัมพันธ์ เคร่ืองมือสื่อสารท่ีใช้ในการประชาสัมพันธ์ องค์ประกอบและหลกั การเขียน ข้อความ การใช้ภาษาในการเขียนการประชาสัมพันธ์ การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ แบ่งกลุ่มผู้เรียนตามความเหมาะสม สำรวจข้อความโฆษณาสินคา้ หรือบรกิ ารที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมระบุประเภทของสินค้านั้นๆ โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์องค์ประกอบของข้อความโฆษณาท่ี สำรวจมาได้ว่าเปน็ ไปตามหลกั การของการเขียนโฆษณาหรอื ไม่ ฝึกเขียนคำโฆษณาสินคา้ หรือบรกิ าร ที่มี อยู่ในท้องถิ่น โดยใช้หลักการเขยี นโฆษณา และฝึกเขียนประชาสัมพันธ์การจดั กิจกรรมเรื่องต่างๆ ใน ทอ้ งถิ่น โดยให้มีส่วนประกอบตามหลักการเขียนประชาสัมพนั ธ์ครบถ้วน สมบูรณเ์ หมาะสมกบั งาน การวดั และประเมินผล 1. การสงั เกต 2. การฝกึ ปฏบิ ัติ 3. การมีส่วนร่วมของผูเ้ รียน
113 รายละเอียดคำอธบิ ายรายวิชา พท22005 การเขยี นโฆษณาประชาสมั พันธ์ จำนวน 1 หน่วยกิต ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ การฟัง การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเด็นสำคญั ของเรอื่ งทฟ่ี งั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ และจุดประสงคข์ องเรอื่ งทฟ่ี ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเหน็ ต่อผพู้ ูดอย่างมเี หตผุ ล 4. มีมารยาทในการฟังและดู การพูด 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เหน็ สรา้ งความเขา้ ใจ โน้มน้าวใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองดว้ ยภาษากิรยิ าทา่ ทางทสี่ ภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ได้อย่างเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอ่านได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเร่ืองทอี่ ่าน 3. สามารถอา่ นหนังสือและส่ือสารสนเทศไดอ้ ย่างกวา้ งขวาง เพ่อื พฒั นาตนเอง 4. มีมารยาทในการอา่ นและนิสยั รักการอ่าน สร้างสรรค์ การเขยี น คำประพนั ธ์ 1. สามารถเลือกใชภ้ าษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขยี นประเภทต่างๆ ได้อยา่ ง 2. สามารถใช้แผนภาพความคิด จดั ลำดบั ความคดิ เพ่อื พฒั นางานเขยี น 3. สามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณแ์ ละลักษณะ 4. สามารถเขยี นสือ่ สารเรื่องราวตา่ งๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขยี นและนสิ ยั รักการเขยี น หลักการใช้ภาษา 1. รู้และเขา้ ใจชนิดและหน้าทขี่ องคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอา่ น เขียนได้ ถูกต้องตามหลักเกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวเิ คราะห์ความแตกต่างระหว่างภาษาพดู และภาษาเขยี น 4. รู้และเขา้ ใจสำนวน สภุ าษติ คำพังเพยในการพูดและเขียน
114 วรรณคดี วรรณกรรม รแู้ ละเขา้ ใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบนั และวรรณกรรมท้องถิ่น ตลอดจนเหน็ คณุ คา่ ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชี้วัด เนอ้ื หา จำนวน (ชัว่ โมง) 1 ความหมาย แนวคดิ 1. อธิบายความหมาย และแนวคิด ความหมาย แนวคิดเก่ียวกบั การ 2 เกยี่ วกบั โฆษณา เกยี่ วกบั โฆษณา โฆษณา 2. อธบิ ายความแตกตา่ งของ โฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ 2 จดุ มุง่ หมาย และ 1. อธิบายความสำคญั และ 1. ความสมั พนั ธ์ จดุ มงุ่ หมาย 4 ลักษณะสำคญั ของ จุดมงุ่ หมายของโฆษณา ลกั ษณะสำคัญ ประเภทของ 4 โฆษณา ประเภท 2. อธิบายลักษณะสำคญั และ โฆษณาและสอ่ื โฆษณา 10 ของโฆษณา ประเภทของโฆษณา 2. องค์ประกอบของข้อความ การเขียนขอ้ ความ 3. สามารถเขียนขอ้ ความโฆษณา โฆษณา โฆษณา 3. วธิ ีเขียนข้อความ การใช้ภาษา เพอื่ การโฆษณา 3 ความสำคัญ 1. บอกความสำคัญ วตั ถุประสงค์ 1. ความสำคัญ วตั ถปุ ระสงค์ 5 5 วตั ถุประสงคข์ องการ ของการประชาสมั พันธ์ ของการประชาสมั พันธ์ ประชาสมั พันธ์ 2. เลอื กเครอ่ื งมอื สอ่ื สารที่ใช้ 2. เครอื่ งมอื สื่อสารทใี่ ช้ เครอื่ งมือสื่อสาร ในการประชาสมั พนั ธ์ ในการประชาสมั พันธ์ ท่ีใชใ้ นการ ประชาสมั พนั ธ์ 4 องค์ประกอบและ องคป์ ระกอบและหลกั การเขยี น องคป์ ระกอบและหลกั การเขียน 10 หลักการเขยี น ขอ้ ความ การใช้ภาษาในการเขยี น ข้อความ การใช้ภาษาในการเขียน ข้อความ การใช้ ภาษาเขียน ประชาสมั พนั ธ์ ประชาสมั พันธ์ ประชาสมั พนั ธ์
115 คำอธิบายรายวชิ า พท22006 การเขยี นจดหมายสมคั รงาน จำนวน 1 หน่วยกิต ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดับ การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จับประเด็นสำคัญของเรอ่ื งที่ฟังและดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ข้อคดิ เห็นและจุดประสงค์ของเรื่องทฟ่ี ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เห็นตอ่ ผู้พูดอย่างมีเหตผุ ล 4. มีมารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เหน็ สรา้ งความเขา้ ใจ โน้มน้าวใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองดว้ ยภาษากริ ิยาทา่ ทางที่สภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ได้อย่างเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพดู การอา่ น 1. สามารถอา่ นไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 2. จบั ใจความสำคัญ แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งที่อา่ น 3. สามารถอา่ นหนังสอื และสอื่ สารสนเทศได้อย่างกวา้ งขวาง เพื่อพัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอา่ นและนิสัยรักการอา่ น การเขียน 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทต่างๆ ได้ อยา่ งสร้างสรรค์ 2. สามารถใช้แผนภาพความคดิ จดั ลำดับความคิด เพื่อพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแต่งบทร้อยกรองตามความสนใจได้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และ ลักษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขยี นส่อื สารเร่ืองราวต่างๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขียนและนสิ ยั รักการเขียน หลักการใชภ้ าษา 1. ร้แู ละเขา้ ใจชนดิ และหน้าที่ของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ต้องตามหลกั เกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใช้เครอื่ งหมายวรรคตอน อักษรยอ่ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างภาษาพูดและภาษาเขยี น 4. รูแ้ ละเข้าใจสำนวน สุภาษติ คำพังเพยในการพูดและเขียน
116 วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถิ่น ตลอดจนเห็นคณุ ค่า ศึกษาและฝึกทักษะเกีย่ วกับเรอื่ งต่อไปนี้ วิธีการติดต่อสมัครงาน ลักษณะของจดหมายสมัครงานที่ดี หลักการเขียนจดหมายสมัครงาน หลักฐานประกอบการสมัครงานท่ีควรเตรียมไว้ เอกสารประกอบการสมัครงาน และข้อพึงระวงั ในการเขียน จดหมายสมัครงาน การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ผูเ้ รียนร่วมกนั อภิปรายเกย่ี วกับตัวอย่างประกาศรบั สมัครงานทร่ี วบรวมมาในรายละเอียดที่ระบุ ในประกาศรับสมัครงาน วิธีการเขียนและลักษณะสำนวนภาษา การลำดับข้อความในประกาศ และ รวบรวมหรือคัดลอกข้อความประกาศรับสมัครงานจากหนังสือพิมพ์รายวัน ป้ายปิดประกาศในที่ต่างๆ หรือสื่ออนิ เทอร์เนต็ ผเู้ รียนร่วมกันอภปิ รายเก่ยี วกับเอกสารต่าง ๆ ทเี่ กีย่ วกับการสมคั รงานทีร่ วบรวมมา ไดแ้ ก่ แบบฟอร์มของบรษิ ัทตา่ งๆ จดหมายสมคั รงาน ใบรับรองการศกึ ษาและใบรับรองการทำงาน เป็น ตน้ พรอ้ มกบั ให้ผ้เู รยี นฝึกเขียนสมัครงานจากตัวอย่างประกาศรับสมคั รงานท่แี นบมา การวัดและประเมนิ ผล 1. การสงั เกต 2. การฝกึ ปฏบิ ัติ 3. การมีส่วนรว่ มของผเู้ รียน
117 รายละเอยี ดคำอธิบายรายวชิ า พท22006 การเขยี นจดหมายสมัครงาน จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั การฟัง การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเดน็ สำคัญของเรื่องท่ฟี ังและดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เห็นและจุดประสงคข์ องเรอื่ งทฟี่ ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเห็นตอ่ ผพู้ ูดอย่างมเี หตุผล 4. มีมารยาทในการฟังและดู การพูด 1. สามารถพดู นำเสนอความรู้ แสดงความคิดเห็น สร้างความเขา้ ใจ โนม้ นา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองด้วยภาษากริ ยิ าท่าทางทสี่ ุภาพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอ่านได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากเรอื่ งทอี่ ่าน 3. สามารถอา่ นหนังสอื และสอ่ื สารสนเทศได้อยา่ งกว้างขวาง เพื่อพัฒนาตนเอง 4. มมี ารยาทในการอ่านและนสิ ยั รักการอ่าน การเขยี น 1. สามารถเลอื กใช้ภาษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขยี นประเภทตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ ง สรา้ งสรรค์ 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคดิ จดั ลำดับความคดิ เพือ่ พฒั นางานเขยี น 3. สามารถแต่งบทรอ้ ยกรองตามความสนใจได้ถกู ต้องตามหลักไวยากรณแ์ ละลักษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขยี นสื่อสารเร่อื งราวตา่ งๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขยี นและนิสยั รักการเขยี น หลักการใชภ้ าษา 1. รู้และเขา้ ใจชนดิ และหนา้ ท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอา่ น เขียนได้ ถูกต้องตามหลกั เกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใชเ้ ครือ่ งหมายวรรคตอน อักษรยอ่ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวเิ คราะห์ความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาพดู และภาษาเขียน 4. รูแ้ ละเข้าใจสำนวน สภุ าษติ คำพังเพยในการพูดและเขียน
118 วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบันและวรรณกรรมทอ้ งถนิ่ ตลอดจนเห็นคณุ ค่า ที่ หวั เรอ่ื ง ตัวช้วี ดั เนือ้ หา จำนวน (ช่วั โมง) 1 ความหมายของ อธบิ ายความหมายของจดหมาย ความหมายของจดหมาย จดหมายสมัครงาน สมัครงาน สมคั รงาน 2 2 วิธตี ดิ ต่อสมัครงาน อธิบายวธิ ตี ิดต่อสมคั รงาน วธิ ีการตดิ ต่อสมคั รงาน 5 3 ลกั ษณะของ อธบิ ายลกั ษณะของ ลักษณะของจดหมายสมคั รงาน 5 ทดี่ ี จดหมายสมคั รงาน จดหมายสมัครงานทด่ี ี 4 หลักการเขียน เขียนจดหมายสมคั รงานไดถ้ ูกตอ้ ง หลักการเขียนจดหมายสมัครงาน 6 จดหมายสมคั รงาน ตามหลกั การเขยี น 5 รายละเอียดของสาร 1. อธบิ ายรายละเอยี ดของสาร 1. หลักฐานประกอบการสมัคร 6 6 ทใี่ ชใ้ นการสมัครงาน ท่ีใช้ในการสมคั รงาน งานทคี่ วรเตรยี มไว้ 10 2. เอกสารประกอบการ และการเขยี น 2. เขียนจดหมายสมคั รงาน สมัครงาน จดหมายสมคั รงาน ตามรายละเอยี ดทกี่ ำหนดให้ 3. ขอ้ พึงระวงั ในการเขยี น ตามรายละเอียดที่ จดหมายสมัครงาน กำหนด
119 คำอธิบายรายวชิ า พท22007 การเขยี นร้อยกรอง จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จับประเด็นสำคญั ของเรือ่ งทฟ่ี ังและดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะขอ้ เท็จจรงิ ข้อคดิ เหน็ และจุดประสงค์ของเรอ่ื งทฟ่ี งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เห็นตอ่ ผพู้ ูดอยา่ งมีเหตุผล 4. มีมารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เห็น สรา้ งความเขา้ ใจ โน้มน้าวใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองด้วยภาษากิรยิ าท่าทางทสี่ ุภาพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอ่านได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรอื่ งท่ีอ่าน 3. สามารถอา่ นหนงั สือและส่ือสารสนเทศไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง เพือ่ พัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอา่ นและนิสยั รักการอ่าน การเขียน 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขียนประเภทต่างๆ ได้ อยา่ งสร้างสรรค์ 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคดิ จดั ลำดบั ความคดิ เพ่ือพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแต่งบทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์และลกั ษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขยี นสือ่ สารเรื่องราวตา่ งๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขียนและนิสัยรกั การเขียน หลกั การใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ต้องตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน อกั ษรย่อ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวเิ คราะห์ความแตกตา่ งระหว่างภาษาพูดและภาษาเขยี น 4. รูแ้ ละเขา้ ใจสำนวน สุภาษติ คำพังเพยในการพดู และเขียน
120 วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถิ่น ตลอดจนเหน็ คุณคา่ ศึกษาและฝกึ ทกั ษะเกยี่ วกับเรื่องตอ่ ไปนี้ ความหมายของร้อยกรอง คำศัพท์ที่เก่ียวข้องกับบทร้อยกรอง เช่น สัมผัส วรรค บาท บท คำ ลักษณะบงั คับของร้อยกรอง การแตง่ กลอนแปด หรอื กลอนสุภาพ วธิ อี ่านกลอนสุภาพ การแต่ง และอ่านกลอนดอกสร้อย การแต่งกาพย์ยานี กาพย์ฉบงั 16 กาพย์สุรางคนางค์ 28 และการแต่งโคลงส่ี สุภาพ โคลงกระทู้ การถอดคำประพันธ์เป็นร้อยแก้ว การเขียนแผนผังกลอนสุภาพ แผนผังกลอน ดอกสร้อย แผนผังโคลงส่ีสุภาพ ลักษณะของโคลงสี่สุภาพ แผนผังกาพย์ยานี กาพย์ฉบัง 16 กาพย์ สรุ างคนางค์ 28 การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ 1. ใหผ้ ้เู รียนฝกึ แตง่ คำคลอ้ งจอง เช่น เขียนคำทีม่ ีเสยี งทา้ ยสมั ผสั กบั คำตอ่ ไปน้ี หวั เราะ เย้ยเยาะ ดอกบวั แพนดา้ แกว้ ตา 2. เขยี นกลอนแปดตอ่ ไปน้ีใหค้ รบบท อนาคตของฉันฝันไว้วา่ ............................................... วชิ าทฉี่ ันชอบขอตอบวา่ ............................................... การวดั และประเมินผล 1. การสงั เกต 2. การฝกึ ปฏิบตั ิ 3. การมีส่วนรว่ มของผู้เรยี น
121 รายละเอยี ดคำอธบิ ายรายวิชา พท22007 การเขียนรอ้ ยกรอง จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั การฟงั การดู 1. สามารถสรปุ ความ จบั ประเด็นสำคัญของเร่ืองท่ฟี งั และดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จริง ขอ้ คดิ เหน็ และจดุ ประสงคข์ องเรอื่ งทฟ่ี งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ต่อผพู้ ดู อย่างมเี หตผุ ล 4. มมี ารยาทในการฟังและดู การพดู 1. สามารถพดู นำเสนอความรู้ แสดงความคิดเหน็ สรา้ งความเข้าใจ โนม้ น้าวใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากริ ยิ าทา่ ทางทส่ี ภุ าพในโอกาสต่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพดู การอ่าน 1. สามารถอา่ นได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคิดเห็นจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน 3. สามารถอ่านหนังสอื และสอื่ สารสนเทศไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง เพ่อื พฒั นาตนเอง 4. มีมารยาทในการอา่ นและนิสัยรกั การอ่าน การเขยี น สรา้ งสรรค์ 1. สามารถเลือกใชภ้ าษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ ง 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคดิ จัดลำดับความคิด เพื่อพฒั นางานเขียน 3. สามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณแ์ ละลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขียนสือ่ สารเร่ืองราวต่างๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขยี นและนสิ ยั รกั การเขยี น หลกั การใช้ภาษา 1. รแู้ ละเข้าใจชนิดและหนา้ ทขี่ องคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขยี นได้ ถกู ต้องตามหลกั เกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใช้เครื่องหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวเิ คราะหค์ วามแตกต่างระหวา่ งภาษาพูดและภาษาเขยี น
122 4. ร้แู ละเข้าใจสำนวน สุภาษติ คำพงั เพยในการพดู และเขยี น วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเขา้ ใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบนั และวรรณกรรม ท้องถ่นิ ตลอดจนเห็นคณุ คา่ ท่ี หวั เร่อื ง ตวั ช้วี ดั เน้อื หา จำนวน ) (ชว่ั โมง 1 หลกั การเขียน เขา้ ใจหลกั การเขียนร้อยกรอง ร้อยกรองประเภท ประเภทต่างๆ 1. ความหมายของร้อยกรอง 1 ต่างๆ 2. คำศพั ท์ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั บทรอ้ ยกรอง 1 เช่น สมั ผสั วรรค บาท บท คำ 3. แผนผังกลอนสุภาพ 2 2 การแตง่ แต่งบทรอ้ ยกรองประเภท 1. ลกั ษณะบงั คบั ของร้อยกรอง 2 5 บทรอ้ ยกรอง ตา่ งๆ ด้วยถ้อยคำไพเราะ 2. การแตง่ กลอนแปดหรอื ประเภทตา่ งๆ แสดงออกทางอารมณ์ กลอน สุภาพ 2 และคุณค่าทางความคิด 3. วธิ ีอา่ นกลอนสุภาพ 2 3 4. แผนผงั กลอนดอกสรอ้ ย 2 5. การแตง่ กลอนดอกสร้อย 3 6. การอา่ นกลอนดอกสรอ้ ย 5 7. แผนผงั กาพย์ยานี กาพย์ฉบงั 16 กาพยส์ รุ างคนางค์ 28 2 8. การแต่งกาพยย์ านี กาพยฉ์ บงั 16 5 กาพย์สรุ างคนางค์ 28 5 9. แผนผงั โคลงสสี่ ภุ าพ 10. ลกั ษณะของโคลงสส่ี ภุ าพ การแต่งโคลงสี่สุภาพ โคลงกระทู้ 11. การถอดคำประพนั ธเ์ ปน็ รอ้ ยแก้ว
123 คำอธิบายรายวชิ า พท22008 การพินิจวรรณกรรม จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ การฟงั การดู 1. สามารถสรปุ ความ จับประเด็นสำคัญของเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จรงิ ข้อคดิ เห็นและจุดประสงค์ของเรือ่ งท่ีฟังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเห็นต่อผูพ้ ูดอยา่ งมเี หตุผล 4. มมี ารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเห็น สร้างความเขา้ ใจ โน้มนา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากริ ยิ าท่าทางทสี่ ุภาพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพดู การอ่าน 1. สามารถอา่ นได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 2. จับใจความสำคญั แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเรอ่ื งท่ีอ่าน 3. สามารถอา่ นหนังสอื และสอื่ สารสนเทศไดอ้ ย่างกว้างขวาง เพอื่ พฒั นาตนเอง 4. มมี ารยาทในการอ่านและนสิ ยั รกั การอ่าน การเขยี น 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทต่างๆ ได้ อยา่ งสรา้ งสรรค์ 2. สามารถใช้แผนภาพความคิด จดั ลำดับความคิด เพอ่ื พฒั นางานเขียน 3. สามารถแตง่ บทร้อยกรองตามความสนใจได้ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์และลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขยี นส่อื สารเรอื่ งราวต่างๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขียนและนิสัยรกั การเขยี น หลกั การใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ตอ้ งตามหลักเกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ ครอ่ื งหมายวรรคตอน อักษรยอ่ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกตา่ งระหว่างภาษาพดู และภาษาเขียน
124 4. รู้และเขา้ ใจสำนวน สุภาษติ คำพังเพยในการพดู และเขยี น วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถิ่น ตลอดจนเหน็ คุณค่า ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเกีย่ วกบั เร่อื งตอ่ ไปนี้ ความหมายของวรรณกรรม ลกั ษณะของวรรณกรรมดงั้ เดมิ และวรรณกรรมปัจจบุ ัน ประเภทของ วรรณกรรม วรรณกรรมของกวซี ไี รท์ (ผู้แตง่ เนือ้ หา แนวคดิ ข้อคิด รางวลั ซไี รท์) การพินิจวรรณกรรมใน ดา้ นต่างๆ แนวทางการสืบสาน และเผยแพร่วรรณกรรม การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ ศึกษาและอธิบายความหมายของวรรณกรรม ลักษณะของวรรณกรรมดั้งเดิมและวรรณกรรม ปัจจุบัน ประเภทของวรรณกรรม แล้วให้ผู้เรียนคน้ หา ค้นคว้าวรรณกรรมตามประเภทน้ันๆ รวบรวม วรรณกรรมรางวลั ซีไรท์ และสรปุ เนื้อหา แนวคดิ ข้อคดิ แล้วนำวรรณกรรมซีไรท์หลายๆ เรื่อง โดยใชก้ าร พินิจวรรณกรรมด้านต่างๆ แล้วนำเสนอร่วมกัน ระดมสมองหาแนวทางการสืบสาน และเผยแพร่ วรรณกรรม (จดั แสดงผลงาน) สรุปการเรียนรทู้ ผ่ี า่ นมา การวดั และประเมนิ ผล ความหมาย ลักษณะ ประเภทของวรรณกรรม วรรณกรรมซีไรท์ ทดสอบความรู้ : การพนิ ิจวรรณกรรม ตรวจ : ผลงานการค้นคว้าวรรณกรรม สังเกต : การสรปุ เนอ้ื หา แนวคิด ข้อคิด การพินจิ วรรณกรรมซีไรท์ การนำเสนอการคน้ คว้า การพินิจวรรณกรรม การสรุปเน้อื หา แนวคดิ ขอ้ คดิ การจัดแสดงผลงาน
125 รายละเอยี ดคำอธิบายรายวิชา พท22008 การพนิ ิจวรรณกรรม จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเด็นสำคญั ของเรื่องทฟี่ ังและดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คดิ เห็นและจุดประสงคข์ องเรอ่ื งทฟ่ี ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ตอ่ ผูพ้ ดู อยา่ งมเี หตุผล 4. มมี ารยาทในการฟังและดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเหน็ สร้างความเขา้ ใจ โนม้ นา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากิริยาท่าทางทสี่ ภุ าพในโอกาสต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอา่ นได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากเรือ่ งที่อา่ น 3. สามารถอา่ นหนงั สือและส่อื สารสนเทศได้อยา่ งกว้างขวาง เพ่ือพัฒนาตนเอง 4. มีมารยาทในการอ่านและนสิ ยั รกั การอา่ น สรา้ งสรรค์ การเขยี น 1. สามารถเลือกใชภ้ าษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขยี นประเภทตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ ง 2. สามารถใช้แผนภาพความคิด จัดลำดับความคดิ เพอื่ พฒั นางานเขยี น 3. สามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักไวยากรณ์และลกั ษณะ คำประพันธ์ 4. สามารถเขียนสื่อสารเรือ่ งราวตา่ งๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขียนและนิสัยรักการเขยี น หลักการใช้ภาษา 1. ร้แู ละเข้าใจชนดิ และหนา้ ท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอา่ น เขียนได้ ถูกต้องตามหลักเกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใช้เคร่อื งหมายวรรคตอน อักษรย่อ คำราชาศัพท์
126 3. สามารถวิเคราะหค์ วามแตกต่างระหวา่ งภาษาพูดและภาษาเขยี น 4. รแู้ ละเข้าใจสำนวน สภุ าษิต คำพังเพยในการพูดและเขียน วรรณคดี วรรณกรรม รแู้ ละเข้าใจความแตกตา่ งของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบนั และวรรณกรรมท้องถ่นิ ตลอดจนเห็นคณุ คา่ ท่ี หัวเร่ือง ตวั ชว้ี ัด เน้ือหา จำนวน (ชัว่ โมง) 1 ความหมายของ อธิบายความหมายของ ความหมายของวรรณกรรม วรรณกรรม วรรณกรรม 1 ลักษณะของวรรณกรรม 2 ลักษณะของ บอกลักษณะของวรรณกรรม ทัง้ วรรณกรรมด้ังเดิมและ 1 วรรณกรรม ด้งั เดมิ และวรรณกรรม วรรณกรรมปจั จุบัน ปจั จุบนั 3 ประเภทของ บอกประเภทของวรรณกรรม ประเภทของวรรณกรรมปจั จบุ นั 4 วรรณกรรม - แบง่ ตามลกั ษณะการแตง่ 12 20 - ร้อยแก้ว - รอ้ ยกรอง - แบง่ ตามความมุ่งหมาย - สารคดี - บันเทงิ คดี 4 แนวคิด และขอ้ คดิ สรปุ แนวคดิ และข้อคดิ จาก วรรณกรรมท่ีไดร้ ับการ ยก จากวรรณกรรมซีไรท์ วรรณกรรมซีไรท์ ย่อง (ผลงานเขียนของกวีซี ไรท)์ ทค่ี วรรู้ 5 หลกั การพนิ จิ คุณคา่ บอกหลักการพนิ จิ คณุ ค่าของ การพนิ จิ วรรณกรรมด้านต่างๆ วรรณกรรม วรรณกรรมและสามารถพนิ จิ - คณุ ค่าทางภาษา ความ วรรณกรรมได้ ลกึ ซง้ึ ไพเราะ งดงามของ ถ้วนคำ จนิ ตนาการ - คุณค่าทางปัญญาความรู้ ความคิด - คุณคา่ ทางสังคม วัฒนธรรมประเพณี - คณุ คา่ ทางศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม - คณุ คา่ ทางประวตั ิศาสตร์
127 ที่ หวั เรื่อง ตวั ชี้วัด เน้ือหา จำนวน (ชั่วโมง) 6 การเห็นคณุ คา่ และ - คณุ คา่ ทางอารมณ์ ความ ภมู ิใจในมรดกทาง 2 วรรณกรรม ซาบซงึ้ เห็นคณุ คา่ และภมู ิใจในมรดก แนวทางการสบื สาร เผยแพร่ ทางวรรณกรรม วรรณกรรม
128 คำอธิบายรายวชิ า พท22009 วรรณกรรมทอ้ งถนิ่ จำนวน 1 หน่วยกติ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั การฟงั การดู 1. สามารถสรุปความ จับประเดน็ สำคญั ของเร่ืองที่ฟังและดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จริง ข้อคดิ เห็นและจดุ ประสงค์ของ เร่อื งทฟี่ ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเหน็ ต่อผพู้ ดู อยา่ งมเี หตผุ ล 4. มมี ารยาทในการฟังและดู การพูด 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเห็น สรา้ งความเข้าใจ โน้มน้าวใจ ปฏเิ สธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากริ ยิ าท่าทางทส่ี ภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอา่ นไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คดิ เหน็ จากเร่ืองทอ่ี า่ น 3. สามารถอา่ นหนงั สอื และสื่อสารสนเทศได้อย่างกว้างขวาง เพ่อื พฒั นาตนเอง 4. มีมารยาทในการอ่านและนสิ ยั รกั การอา่ น การเขียน 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทตา่ งๆ ได้ อยา่ งสร้างสรรค์ 2. สามารถใช้แผนภาพความคดิ จดั ลำดบั ความคิด เพื่อพัฒนางานเขียน 3. สามารถแตง่ บทร้อยกรองตามความสนใจได้ถูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์และลกั ษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขยี นสื่อสารเรอ่ื งราวตา่ งๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขียนและนสิ ยั รกั การเขียน หลักการใชภ้ าษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าที่ของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถูกตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ ครอ่ื งหมายวรรคตอน อกั ษรย่อ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวิเคราะหค์ วามแตกต่างระหว่างภาษาพูดและภาษาเขยี น
129 4. รู้และเข้าใจสำนวน สุภาษติ คำพงั เพยในการพดู และเขียน วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถ่ิน ตลอดจนเหน็ คุณคา่ ศึกษาและฝึกทกั ษะเกยี่ วกบั เรอ่ื งต่อไปน้ี ความหมายของวรรณกรรมท้องถ่นิ ลักษณะของวรรณกรรมท้องถน่ิ วรรณกรรมทีม่ ีในทอ้ งถน่ิ /ชมุ ชน คุณคา่ ของวรรณกรรมทอ้ งถ่นิ การสบื สาน อนุรักษ์วรรณกรรมทอ้ งถ่นิ การจดั ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ศึกษาและอธิบายความหมายของวรรณกรรมท้องถิ่น ลักษณะวรรณกรรมท้องถ่ิน แล้วค้นหา วรรณกรรมท้องถนิ่ ตามลกั ษณะต่างๆ แล้วนำมาเสนอรว่ มกันอภิปราย แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ วิเคราะห์ สรุป ความรู้ รวบรวมวรรณกรรมทม่ี ใี นท้องถ่นิ นำมาวิเคราะหล์ ักษณะและแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ นำเสนอร่วมกัน พรอ้ มอภิปรายคุณค่าของวรรณกรรมท้องถิ่น การสืบสาน อนุรักษ์วรรณกรรมท้องถ่ินแล้วสรุปวิธีการ สบื สาน นำเสนอวิธกี ารสบื สาน อนรุ กั ษว์ รรณกรรมท้องถิ่นมา 1 วิธี สรปุ การเรียนรู้ทผี่ ่านมา การวัดและประเมนิ ผล ความหมายของวรรณกรรมท้องถน่ิ ลักษณะวรรณกรรมทอ้ งถ่นิ วรรณกรรมท่ีมใี นทอ้ งถิ่นชมุ ชน คณุ คา่ ของวรรณกรรมท้องถิน่ และ ทดสอบความรู้ : วธิ กี ารสบื สาน อนรุ กั ษว์ รรณกรรมท้องถน่ิ ตรวจ : ผลงานการค้นคว้าหาวรรณกรรมท้องถิน่ ลกั ษณะต่างๆ ผลงาน การรวบรวมวรรณกรรมที่มีในท้องถน่ิ การสรปุ วิธกี ารสบื สาน สงั เกต : การพนิ จิ วรรณกรรมซไี รท์ การอภปิ ราย การนำเสนอวธิ ีการสืบสานอนรุ ักษว์ รรณกรรม ท้องถ่ินการนำเสนอ การรวบรวมวรรณกรรมท่ีมีในท้องถ่นิ
130 รายละเอยี ดคำอธิบายรายวิชา พท22009 วรรณกรรมทอ้ งถ่นิ จำนวน 1 หน่วยกิต ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั การฟัง การดู 1. สามารถสรุปความ จบั ประเด็นสำคญั ของเรอื่ งทฟี่ งั และดู 2. วเิ คราะห์ แยกแยะขอ้ เทจ็ จริง ข้อคดิ เหน็ และจดุ ประสงคข์ องเรอื่ งทฟ่ี งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ตอ่ ผูพ้ ดู อยา่ งมเี หตุผล 4. มีมารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคิดเหน็ สรา้ งความเข้าใจ โนม้ น้าวใจ ปฏิเสธ เจรจาตอ่ รองด้วยภาษากริ ิยาทา่ ทางทส่ี ภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอา่ นได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็นจากเรือ่ งท่อี า่ น 3. สามารถอา่ นหนังสอื และสื่อสารสนเทศไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง เพือ่ พัฒนาตนเอง 4. มมี ารยาทในการอา่ นและนสิ ัยรกั การอ่าน สร้างสรรค์ การเขียน 1. สามารถเลือกใชภ้ าษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขียนประเภทต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคิด จัดลำดับความคดิ เพอื่ พฒั นางานเขยี น 3. สามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองตามความสนใจไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์และลักษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขยี นสื่อสารเร่ืองราวต่างๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขยี นและนสิ ัยรักการเขยี น หลกั การใช้ภาษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าที่ของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียนได้ ถกู ตอ้ งตามหลักเกณฑข์ องภาษา 2. สามารถใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน อกั ษรยอ่ คำราชาศพั ท์ 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกต่างระหวา่ งภาษาพูดและภาษาเขยี น 4. รูแ้ ละเขา้ ใจสำนวน สภุ าษติ คำพงั เพยในการพูดและเขียน
131 วรรณคดี วรรณกรรม รูแ้ ละเขา้ ใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบันและวรรณกรรมทอ้ งถิน่ ตลอดจนเหน็ คุณค่า ท่ี หวั เรือ่ ง ตวั ช้ีวัด เน้อื หา จำนวน (ชัว่ โมง) 1 ความหมายและลักษณะ อธบิ ายความหมายและลักษณะ ความหมายของวรรณกรรม ของวรรณกรรมท้องถนิ่ ของวรรณกรรมท้องถิ่น ทอ้ งถ่ิน และลกั ษณะ 26 วรรณกรรมทอ้ งถนิ่ - วรรณกรรมพทุ ธศาสนา ชาดก ตำนานทางพุทธ ศาสนา - วรรณกรรมประวตั ศิ าสตร์ พงศาวดาร - วรรณกรรมคำสอน สำนวนสภุ าษติ - วรรณกรรมนทิ าน นิทานปรมั ปรา ตำนาน - วรรณกรรมเบด็ เตล็ด - บรรเลงกลอ่ มเดก็ - บทสูข่ วัญ - บทสวดคาถา บทเทศน์ - คำทำนาย - บทรอ้ งเล่น 2 การรวบรวม คน้ คว้า รวบรวม คน้ คว้า วรรณกรรม วรรณกรรมท่ีมใี นทอ้ งถนิ่ และ 10 วรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ทอ้ งถ่นิ ชมุ ชน 3 การเหน็ คุณค่าของ เห็นคุณค่าของวรรณกรรม คณุ ค่าของวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ 2 วรรณกรรมทอ้ งถนิ่ ท้องถิ่น 4 การสบื สานและอนรุ กั ษ์ แสดงออกถงึ การสบื สานและ การสบื สานอนุรกั ษว์ รรณกรรม 2 วรรณกรรมทอ้ งถิ่น อนรุ กั ษ์วรรณกรรมทอ้ งถิน่ ทอ้ งถิน่
132 คำอธิบายรายวชิ า พท22010 ภาษาไทยเสริม จำนวน 1 หน่วยกติ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั การฟัง การดู 1. สามารถสรปุ ความ จบั ประเด็นสำคัญของเร่อื งทฟ่ี งั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะข้อเทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็นและจุดประสงค์ของเรอ่ื งท่ฟี ังและดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคดิ เหน็ ต่อผู้พูดอย่างมีเหตผุ ล 4. มมี ารยาทในการฟังและดู การพดู 1. สามารถพูดนำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เหน็ สรา้ งความเข้าใจ โน้มนา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองดว้ ยภาษากริ ยิ าท่าทางทีส่ ภุ าพในโอกาสตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. มีมารยาทในการพดู การอา่ น 1. สามารถอ่านได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 2. จับใจความสำคญั แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรือ่ งทอ่ี า่ น 3. สามารถอา่ นหนังสือและสื่อสารสนเทศได้อย่างกวา้ งขวาง เพ่อื พฒั นาตนเอง 4. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน การเขยี น 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทต่างๆ ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคิด จัดลำดับความคดิ เพอื่ พัฒนางานเขียน 3. สามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองตามความสนใจได้ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์และลกั ษณะ คำประพนั ธ์ 4. สามารถเขยี นสอื่ สารเรอื่ งราวตา่ งๆ ได้ 5. มีมารยาทในการเขียนและมีนสิ ัยรกั การเขยี น หลกั การใช้ภาษา 1. รู้และเข้าใจชนิดและหน้าท่ีของคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอ่าน เขียน ไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน อกั ษรย่อ คำราชาศัพท์ 3. สามารถวิเคราะหค์ วามแตกต่างระหว่างภาษาพดู และภาษาเขยี น 4. รู้และเข้าใจสำนวน สุภาษติ คำพงั เพยในการพดู และเขยี น
133 วรรณคดี วรรณกรรม รู้และเข้าใจความแตกต่างของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและวรรณกรรมท้องถ่ิน ตลอดจนเห็นคุณคา่ ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเก่ียวกับเร่ืองต่อไปนี้ ความหมาย ลกั ษณะ และคุณคา่ ของเพลงพ้ืนบ้านและบทเพลงกล่อมเดก็ หลักการพูดเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ เช่น การนำเสนอความรู้ การแสดงความคดิ เห็น การอภิปราย การโตว้ าที การพูดใน โอกาสต่างๆ หลักการอา่ นคำควบกล้ำ คำบาลี คำสันสกฤต คำสมาส คำราชาศัพท์ คำพ้องรูป คำพ้องเสียง ลักษณะ คำประพันธ์และคำสัมผัสทำนองเสนาะ กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ ประเภทและหลักการแต่ง คำประพนั ธ์ท้องถิน่ ประวัตอิ ักษรไทย การเขยี นตวั เลขไทย ลกั ษณะของภาษาไทย คำยืมภาษาต่างประเทศ ภาษาท่ีใช้ในสาขาวิชา หรืออาชีพต่างๆ ของแต่ละท้องถิ่น การใช้คำราชาศพั ท์ คำสุภาพ พจนานุกรมและ สารานุกรม หลักการจัดประชุม การอภิปราย การโต้วาที ความหมาย ความสำคัญ คุณค่า ประเภท ของวรรณคดีและวรรณกรรม การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ อธิบายความหมาย ลักษณะ และคณุ ค่าของเพลงพ้ืนบ้านและบทกล่อมเด็ก หลกั การพูดเป็น ทางการและไม่เป็นทางการ หลักการอ่านคำควบกล้ำ คำบาลี คำสันสกฤต คำสมาส คำราชาศัพท์ คำพ้องรูป คำพ้องเสียง ลักษณะ คำประพันธ์และคำสัมผัสทำนองเสนาะ กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ ประเภทและหลักการแต่งคำประพันธ์ท้องถ่ิน ประวัติอักษรไทย การเขียนตัวเลขไทย ลักษณะของ ภาษาไทย คำยืมภาษาต่างประเทศ ภาษาที่ใช้ในสาขาวิชา หรืออาชีพต่างๆ ของแต่ละท้องถ่ิน การใช้คำ ราชาศัพท์ คำสุภาพ พจนานุกรมและสารานุกรม หลักการจัดประชุม การอภิปราย การโต้วาที ความหมาย ความสำคัญ คณุ คา่ ประเภทของวรรณคดีและวรรณกรรม และฝึกปฏบิ ัติ การวดั และประเมินผล 1. การสังเกต 2. การฝกึ ปฏิบัติ 3. แบบประเมิน/แบบทดสอบ
134 รายละเอยี ดคำอธิบายรายวชิ า พท22010 ภาษาไทยเสรมิ จำนวน 1 หน่วยกติ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั การฟัง การดู 1. สามารถสรปุ ความ จบั ประเดน็ สำคญั ของเรื่องทฟ่ี งั และดู 2. วิเคราะห์ แยกแยะขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ และจดุ ประสงคข์ องเรอื่ งทฟี่ งั และดู 3. สามารถแสดงทรรศนะและความคิดเหน็ ตอ่ ผพู้ ดู อยา่ งมเี หตุผล 4. มมี ารยาทในการฟงั และดู การพดู 1. สามารถพดู นำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เห็น สร้างความเข้าใจ โนม้ นา้ วใจ ปฏเิ สธ เจรจาต่อรองดว้ ยภาษากิรยิ าท่าทางทสี่ ภุ าพในโอกาสต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 2. มมี ารยาทในการพูด การอา่ น 1. สามารถอา่ นได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 2. จบั ใจความสำคญั แยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คดิ เห็นจากเรื่องท่อี ่าน 3. สามารถอา่ นหนังสือและสือ่ สารสนเทศไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง เพื่อพฒั นาตนเอง 4. มมี ารยาทในการอา่ นและมนี ิสยั รักการอา่ น การเขยี น สร้างสรรค์ 1. สามารถเลือกใช้ภาษาในการนำเสนอตามรปู แบบของงานเขยี นประเภทต่างๆ ได้อยา่ ง คำประพันธ์ 2. สามารถใชแ้ ผนภาพความคดิ จดั ลำดบั ความคดิ เพ่อื พฒั นางานเขียน 3. สามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองตามความสนใจได้ถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณแ์ ละลกั ษณะ 4. สามารถเขยี นสื่อสารเร่อื งราวต่างๆ ได้ 5. มมี ารยาทในการเขียนและมีนสิ ยั รักการเขยี น หลักการใช้ภาษา 1. รู้และเข้าใจชนดิ และหน้าทข่ี องคำ พยางค์ วลี ประโยค และสามารถอา่ น เขยี นได้ ถกู ตอ้ งตามหลักเกณฑ์ของภาษา 2. สามารถใช้เครอื่ งหมายวรรคตอน อักษรยอ่ คำราชาศพั ท์
135 3. สามารถวิเคราะห์ความแตกตา่ งระหว่างภาษาพดู และภาษาเขยี น 4. รแู้ ละเขา้ ใจสำนวน สภุ าษิต คำพังเพยในการพดู และเขยี น วรรณคดี วรรณกรรม รแู้ ละเข้าใจความแตกตา่ งของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบนั และวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน ตลอดจนเห็นคุณค่า ที่ หัวเร่ือง ตวั ช้วี ดั เน้ือหา จำนวน 1 การฟัง การดู (ชว่ั โมง) 1. อธิบายความหมาย และลกั ษณะ ความหมาย ลกั ษณะ และคณุ ค่า ของเพลงพื้นบ้านและบทกลอ่ ม ของเพลงพนื้ บ้านและบทกล่อม 3 เด็กในท้องถ่ิน เดก็ 2. บอกถงึ คุณค่าของเพลงพ้ืนบา้ น และบทกลอ่ มเดก็ ในทอ้ งถิน่ 2 การพูด นำเสนอความรู้ แสดงความคดิ เห็น หลกั การพดู แบบเป็นทางการและ 5 และพดู ในโอกาสต่างๆ ได้อย่าง ไมเ่ ปน็ ทางการ เชน่ การนำเสนอ เหมาะสม ถกู กาลเทศะ ความรู้ การแสดงความคดิ เห็น การอภปิ ราย การโตว้ าที การพดู ในโอกาสต่างๆ 3 การอ่าน 1. อ่านคำควบกล้ำ คำบาลี 1. หลักการอา่ นคำควบกลำ้ 8 คำสนั สกฤต คำสมาส คำบาลี คำสนั สกฤต คำสมาส คำราชาศพั ท์ คำพอ้ งรูป คำราชาศัพท์ คำพ้องรปู คำพอ้ งเสยี งได้อย่างถูกตอ้ ง คำพ้องเสียง 2. อา่ นคำประพนั ธด์ อ้ ย่าง 2. หลักการอา่ นทำนองเสนาะ หลากหลายและถกู ต้อง กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ 4 การเขียน 1. อธบิ ายลักษณะ และบอก 1. ลกั ษณะคำประพันธ์และ 8 ประเภท หลกั การแตง่ คำ ประพนั ธป์ ระเภทตา่ งๆ คำสมั ผสั ประเภทกาพย์ ไดอ้ ย่างถกู ต้อง กลอน โคลง ฉันท์ 2. ประเภทและหลักการแตง่ คำ 2. เขียนรอ้ ยแก้วประเภทตา่ งๆ ประพันธท์ อ้ งถิน่ 3. การเขยี นรอ้ ยแกว้ ประเภท ตา่ งๆ เชน่ ประกาศ แจ้งความ
136 ท่ี หัวเรอ่ื ง ตวั ชวี้ ดั เน้อื หา จำนวน 5. หลักการใช้ภาษา (ชว่ั โมง) 3. บอกลักษณะการใช้คำครุ ลหไุ ด้ จดหมายราชการ จดหมาย อย่างถูกตอ้ ง ธุรกิจ การเขยี นแสดงความ คดิ เหน็ การเขียนสารคดี การเขียนโครงการ 4. ลกั ษณะการใช้คำครุ ลหุ 1. บอกประวัตขิ องอกั ษรไทย 1. ประวัติอักษรไทย 10 2. อธบิ ายลักษณะของภาษาไทย 2. ลกั ษณะของภาษาไทย 3. อธบิ ายโครงสร้างประโยค 3. โครงสรา้ งประโยค ไดแ้ ก่ ชนดิ และหน้าทข่ี องประโยค 4. นำคำภาษาตา่ งประเทศมาใช้ใน 4. คำยมื ภาษาต่างประเทศ ภาษาไทย 5. อธิบายการใชค้ ำราชาศพั ท์ และ 5. การใช้คำราชาศพั ทแ์ ละคำ คำสุภาพไดถ้ ูกต้องตามฐานะของ สภุ าพ บุคคล 6. อธบิ ายวิธกี ารใช้พจนานกุ รม 6. การใช้พจนานกุ รมและ และสารานกุ รมใหเ้ กิดประโยชน์ สารานุกรม ตอ่ ตนเอง 7. อธิบายการจดั กจิ กรรมทีใ่ ช้ 7. หลักการจดั ประชุม การ ทกั ษะทางภาษา อภิปราย การโต้วาที 8. อธบิ ายการใช้ภาษาในสาขาวชิ า 8. ภาษาทใี่ ชใ้ นสาขาวิชา หรือ และอาชพี ต่างๆ ได้อยา่ ง อาชีพต่างๆ ของแต่ละท้องถ่นิ เหมาะสมกับสถานการณ์ บุคคล วัฒนธรรมประเพณี 9. เห็นคุณคา่ และความสำคญั ของ 9. การเขียนตวั เลขไทย การเขยี นตัวเลขไทย
137 ท่ี หวั เรื่อง ตัวช้ีวัด เนอื้ หา จำนวน (ชัว่ โมง) 6. วรรณคดแี ละ 1. บอกความหมาย ความสำคัญ 1. ความหมาย ความสำคญั วรรณกรรม คุณค่า ประเภทของวรรณคดี คุณค่า ประเภทของวรรณคดี 6 และวรรณกรรม และวรรณกรรม 2. เลอื กศกึ ษาวรรณคดแี ละ 2. ศึกษาวรรณคดแี ละ วรรณกรรมไทยปัจจบุ ันและ วรรณกรรมไทยปัจจุบัน วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน ทัง้ ร้อยแกว้ ท้องถ่นิ ทั้งร้อยแกว้ ร้อยกรอง ร้อยกรองทส่ี ะทอ้ นวิถชี วี ิต ท่ีสะทอ้ นวิถชี ีวติ ไดแ้ ก่ ลลิ ติ พระลอ หนังสือทไ่ี ดร้ บั การ 3. รอ้ งเลน่ หรอื ถา่ ยทอดเพลง ยกยอ่ ง พ้นื บา้ นและบทกลอ่ มเด็ก ในท้องถน่ิ ไดอ้ ย่างเหน็ คุณค่า 3. เพลงพ้นื บ้านและบทกลอ่ ม เด็กในท้องถิ่น
138 คำอธิบายรายวิชา และ รายละเอยี ดคำอธบิ ายรายวิชาเลือกระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
139 คำอธบิ ายรายวชิ า พท32001 การแตง่ บทร้อยกรอง จำนวน 1 หน่วยกิต ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ การฟัง การดู 1. สามารถเลือกสอื่ ในการฟงั และดูอย่างสร้างสรรค์ 2. สามารถฟังและดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ 3. เป็นผูม้ ีมารยาทในการฟังและดู การพูด 1. สามารถพดู ท้งั ทเี่ ป็นทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ โดยใชภ้ าษาถูกตอ้ งเหมาะสม 2. สามารถแสดงความคิดเห็นเชงิ วเิ คราะห์ และประเมนิ คา่ การใช้ภาษาพูด จากสอื่ ตา่ งๆ 3. มมี ารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณ จดั ลำดับความคิดจากเรื่องที่อ่าน 2. สามารถศึกษาภาษาถิ่น สำนวน สุภาษิตที่มีอยู่ในวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ันและ วรรณกรรมทอ้ งถนิ่ 3. สามารถวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ ประเมินคา่ องค์ประกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ ัน วรรณกรรมท้องถ่นิ 4. สามารถค้นคว้าหาความรู้จากสอ่ื ส่ิงพมิ พ์และสอื่ สารสนเทศ 5. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้มู ีมารยาทในการอ่านและนิสัยรักการอ่าน การเขียน 1. รแู้ ละเข้าใจหลักการเขียนประเภทตา่ งๆ โดยใช้คำในการเขยี นได้ตรงความหมายและ ถกู ตอ้ งตามอักขระวธิ แี ละระดับภาษา 2. สามารถวพิ ากษว์ จิ ารณ์และประเมินงานเขียนของผ้อู ่นื เพ่ือนำมาพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแตง่ คำประพนั ธ์ประเภทรอ้ ยแก้วและรอ้ ยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขียนและนิสยั รกั การเขียน หลักการใช้ภาษา 1. รแู้ ละเขา้ ใจธรรมชาติของภาษา 2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อ่ืน และใช้คำราชา ศพั ท์ คำสุภาพได้ถกู ตอ้ งตามฐานะของบุคคล วรรณคดี วรรณกรรม
140 สามารถวิเคราะห์และเหน็ คุณค่าวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ัน และวรรณกรรมท้องถิน่ โดย ใช้หลกั การพินิจวรรณคดี ศึกษาและฝึกทักษะเกยี่ วกบั เรือ่ งตอ่ ไปนี้ ศึกษาความหมายของบทร้อยกรองและลักษณะบังคับ (ฉนั ทลกั ษณ์) ของบทร้อยกรองประเภท ต่างๆ ฝึกแต่งบทร้อยกรองประเภทกาพย์ กลอน โคลงฉันท์ ร่าย โดยสามารถเลือกใช้ถ้อยคำที่ไพเราะ เหมาะสมกับเนอื้ หาของบทร้อยกรองและประเภทของบทรอ้ ยกรอง ฝึกตีความ แปลความ ถอดความ ของบทรอ้ ยกรองไดอ้ ย่างสละสลวย รวมทง้ั สามารถวเิ คราะหค์ ณุ ค่า ทง้ั ทางดา้ นอรรถรสของถ้อยคำภาษา ข้อคิด คติเตือนใจ ท่ีได้จากบทร้อยกรองและเกิดความซาบซึ้ง ภาคภูมิใจในบทร้อยกรองต่างๆ ว่าเป็น มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคณุ คา่ ของไทย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ศึกษาความหมายของบทร้อยกรอง ลักษณะบังคับ (ฉันทลักษณ์) ของบทร้อยกรองแต่ละ ประเภท การตีความ แปลความ ถอดความบทร้อยกรองแต่ละประเภท การแต่งบทร้อยกรองแต่ละ ประเภท และการวิเคราะห์คุณค่าของบทร้อยกรองทางด้านอรรถรส เนื้อหาของบทร้อยกรองแต่ละ ประเภท การวัดและประเมนิ ผล มีการสังเกต จากการแสดงความคิดเห็น การถอดคำประพันธ์ การอ่านบทร้อยกรองประเภท ตา่ งๆ และการตรวจผลงาน จากแบบฝกึ และแบบทดสอบ
141 รายละเอยี ดคำอธิบายรายวชิ า พท32001 การแต่งบทร้อยกรอง จำนวน 1 หน่วยกิต ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรู้ระดบั การฟัง การดู 1. สามารถเลอื กสอื่ ในการฟงั และดอู ย่างสรา้ งสรรค์ 2. สามารถฟังและดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ 3. เป็นผมู้ มี ารยาทในการฟงั และดู การพูด 1. สามารถพูดท้งั ทีเ่ ปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ โดยใชภ้ าษาถูกต้องเหมาะสม 2. สามารถแสดงความคดิ เห็นเชงิ วเิ คราะห์ และประเมินค่าการใช้ภาษาพดู จากสอื่ ตา่ งๆ 3. มีมารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอ่านอย่างมีวิจารณญาณ จดั ลำดับความคดิ จากเรือ่ งท่อี า่ น 2. สามารถศึกษาภาษาถน่ิ สำนวน สภุ าษติ ท่มี อี ยู่ในวรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ นั และ วรรณกรรมทอ้ งถน่ิ 3. สามารถวเิ คราะห์ วจิ ารณ์ ประเมินค่าองค์ประกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ ัน วรรณกรรมทอ้ งถิ่น 4. สามารถค้นควา้ หาความรู้จากส่ือสิง่ พมิ พ์และสอ่ื สารสนเทศ 5. ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู ีมารยาทในการอ่านและนิสยั รกั การอ่าน การเขียน 1. รูแ้ ละเข้าใจหลกั การเขยี นประเภทตา่ งๆ โดยใช้คำในการเขียนไดต้ รงความหมายและ ถกู ต้องตามอกั ขระวิธีและระดับภาษา 2. สามารถวพิ ากษ์วจิ ารณแ์ ละประเมินงานเขยี นของผูอ้ นื่ เพื่อนำมาพัฒนางานเขียน 3. สามารถแตง่ คำประพันธ์ประเภทรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขยี นและนิสยั รกั การเขียน หลักการใชภ้ าษา 1. รแู้ ละเขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษา 2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสมั พนั ธใ์ นการปฏบิ ัตงิ านรว่ มกับผอู้ ่นื และใช้ คำราชาศัพท์ คำสภุ าพได้ถกู ต้องตามฐานะของบุคคล วรรณคดี วรรณกรรม สามารถวเิ คราะห์และเหน็ คุณคา่ วรรณคดี วรรณกรรมปจั จบุ นั และวรรณกรรม ทอ้ งถนิ่ โดยใชห้ ลกั การพนิ จิ วรรณคดี
142 ที่ หวั เร่อื ง ตัวชีว้ ดั เน้ือหา จำนวน (ช่วั โมง) 1 ความหมายของ รแู้ ละเข้าใจความหมาย ความหมายของบทรอ้ ย บทรอ้ ยกรอง ของบทร้อยกรอง กรอง 2 2 ลักษณะของ เข้าใจลกั ษณะบังคับ ลกั ษณะบงั คบั ของ 10 บทรอ้ ยกรอง ของบทร้อยกรอง บทรอ้ ยกรอง ประเภทต่างๆ แตล่ ะประเภท แต่ละประเภท เช่น กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ รา่ ย เปน็ ต้น 3 การแตง่ บทรอ้ ยกรอง สามารถแตง่ บทร้อยกรอง การแต่งบทรอ้ ยกรอง 10 แตล่ ะประเภท แต่ละประเภท ประเภทต่างๆ 4 การถอดความ สามารถถอดความ การถอดความวเิ คราะห์ 10 วิเคราะหบ์ ทรอ้ ย วเิ คราะหบ์ ทร้อยกรอง บทรอ้ ยกรอง 8 กรอง เหน็ คณุ คา่ ของบทร้อยกรอง คุณคา่ ของบทร้อยกรอง 5 คุณค่าของ บทรอ้ ยกรอง ทั้งด้านวรรณศลิ ป์ ทางดา้ นวรรณศลิ ป์และ ทงั้ ดา้ นวรรณศลิ ป์ และดา้ นสงั คม และดา้ นสงั คม สังคม
143 คำอธิบายรายวชิ า พท32002 การพดู เพอื่ พฒั นาอาชีพผปู้ ระกาศ จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ การฟงั การดู 1. สามารถเลือกสอ่ื ในการฟงั และดูอย่างสรา้ งสรรค์ 2. สามารถฟงั และดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ 3. เป็นผู้มมี ารยาทในการฟงั และดู จากสื่อตา่ งๆ การพดู 1. สามารถพดู ทง้ั ที่เปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ โดยใช้ภาษาถกู ตอ้ งเหมาะสม 2. สามารถแสดงความคดิ เห็นเชิงวเิ คราะห์ และประเมนิ คา่ การใชภ้ าษาพูด 3. มีมารยาทในการพดู การอ่าน 1. สามารถอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ จดั ลำดับความคดิ จากเร่อื งทอ่ี ่าน 2. สามารถศึกษาภาษาถ่ิน สำนวน สุภาษิตที่มอี ยู่ในวรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบันและ วรรณกรรมทอ้ งถิ่น 3. สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินค่าองค์ประกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ัน วรรณกรรมท้องถนิ่ 4. สามารถคน้ ควา้ หาความรจู้ ากสือ่ ส่ิงพิมพแ์ ละส่ือสารสนเทศ 5. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ มี ารยาทในการอา่ นและนสิ ัยรกั การอา่ น การเขยี น 1. รูแ้ ละเข้าใจหลักการเขียนประเภทต่างๆ โดยใช้คำในการเขยี นได้ตรงความหมายและ ถกู ต้องตามอักขระวิธีและระดบั ภาษา 2. สามารถวิพากษว์ ิจารณแ์ ละประเมนิ งานเขยี นของผอู้ น่ื เพื่อนำมาพัฒนางานเขียน 3. สามารถแตง่ คำประพันธป์ ระเภทร้อยแกว้ และร้อยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขยี นและนสิ ัยรกั การเขียน หลักการใช้ภาษา 1. รแู้ ละเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษา 2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อ่ืน และใช้คำราชา ศัพท์ คำสุภาพได้ถกู ต้องตามฐานะของบุคคล
144 วรรณคดี วรรณกรรม สามารถวิเคราะห์และเห็นคุณคา่ วรรณคดี วรรณกรรมปัจจุบัน และวรรณกรรมท้องถิ่นโดย ใช้ หลักการพินิจวรรณคดี ศึกษาและฝึกทักษะเกี่ยวกับเรื่องตอ่ ไปนี้ ศกึ ษาการพูดในที่ชุมชนประเภทต่างๆ บุคลิกภาพของนักพูดท่ีดี การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ หลักการ พดู คุณสมบัตขิ องการเป็นนกั พูดทดี่ ี ฝึกให้มที ักษะการพดู ในท่ีชุมชน ท้ังทเ่ี ป็นทางการ และไม่เป็นทางการ โดย ฝกึ ทกั ษะการพูดแบบบรรยาย อธิบาย ช้แี จง สมั ภาษณ์ ฯลฯ เพื่อให้มที ักษะการพดู มารยาทการพูด ในทช่ี มุ ชน ฝึกการใช้กิรยิ าท่าทางการยืน การใชถ้ อ้ ยคำ ภาษา นำ้ เสียง และการแสดงออกที่เหมาะสมกับ การพดู ในสถานการณ์ตา่ งๆ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ความหมายและลักษณะของการพูดในทช่ี มุ ชน หลกั การและทกั ษะในการพูดในท่ชี มุ ชน ท้ังท่เี ป็น ทางการและไม่เป็นทางการ การพัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อเป็นนักพูดท่ีดี ฝึกทักษะการพูดแบบบรรยาย อธิบาย ช้ีแจง สัมภาษณ์ โฆษก พิธีกร ฝึกทักษะการพูดในท่ีชุมชน นับตั้งแต่การแต่งกาย การยืน กิริยาท่าทาง การใช้ถ้อยคำ สำนวนภาษา นำ้ เสยี ง และการแสดงออกต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม กับสถานการณ์ การวดั และประเมินผล การสังเกต จากการเตรียมความพร้อมในเรื่องที่พูด การแต่งกาย กิริยาท่าทาง การใช้ถ้อยคำ ภาษาที่ ใช้ในสถานการณ์การพูดแบบต่างๆ และการตรวจผลงาน จากการจดบันทึกเรอ่ื งท่พี ูด การ ทดสอบการพดู ในสถานการณต์ ่างๆ
145 รายละเอียดคำอธิบายรายวชิ า พท32002 การพดู เพ่ือพฒั นาอาชีพผปู้ ระกาศ จำนวน 1 หน่วยกติ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย มาตรฐานการเรียนร้รู ะดับ การฟงั การดู 1. สามารถเลือกส่อื ในการฟังและดูอยา่ งสรา้ งสรรค์ 2. สามารถฟงั และดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ 3. เป็นผูม้ มี ารยาทในการฟงั และดู การพูด จากสื่อตา่ งๆ 1. สามารถพดู ทัง้ ทีเ่ ปน็ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ โดยใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสม 2. สามารถแสดงความคิดเหน็ เชงิ วิเคราะห์ และประเมินค่าการใชภ้ าษาพดู 3. มีมารยาทในการพดู การอา่ น 1. สามารถอ่านอยา่ งมวี ิจารณญาณ จดั ลำดบั ความคิดจากเรอ่ื งทอี่ ่าน 2. สามารถศึกษาภาษาถ่ิน สำนวน สุภาษิตที่มอี ยู่ในวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ันและ วรรณกรรมท้องถน่ิ 3. สามารถวเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมนิ ค่าองคป์ ระกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ัน วรรณกรรมท้องถ่ิน 4. สามารถค้นควา้ หาความร้จู ากส่อื สง่ิ พมิ พแ์ ละส่ือสารสนเทศ 5. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผ้มู มี ารยาทในการอ่านและนสิ ยั รักการอ่าน การเขียน 1. รูแ้ ละเขา้ ใจหลักการเขียนประเภทตา่ งๆ โดยใชค้ ำในการเขียนได้ตรงความหมายและ ถกู ต้องตามอักขระวธิ ีและระดบั ภาษา 2. สามารถวิพากษ์วจิ ารณ์และประเมนิ งานเขียนของผ้อู ื่น เพ่อื นำมาพัฒนางานเขียน 3. สามารถแตง่ คำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขียนและนสิ ัยรกั การเขียน หลักการใชภ้ าษา 1. รแู้ ละเข้าใจธรรมชาติของภาษา 2. สามารถใชภ้ าษาสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบตั ิงานร่วมกบั ผูอ้ ่นื และใช้ คำราชาศัพท์คำสภุ าพไดถ้ ูกตอ้ งตามฐานะของบคุ คล
146 วรรณคดี วรรณกรรม สามารถวิเคราะห์และเห็นคณุ ค่าวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบัน และวรรณกรรม ท้องถ่ิน โดยใชห้ ลกั การพินิจวรรณคดี ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวช้ีวดั เนือ้ หา จำนวน 1 ความหมาย (ชั่วโมง) เข้าใจความหมายของการ 1.การพูดในท่ชี ุมชน ของการพูด พดู ในที่ชุมชน 2.บุคลิกลักษณะของนกั พดู ทด่ี ี 4 3.การการพฒั นาบคุ ลกิ ภาพ 4 4 2 หลกั การพูด บอกหลักการพดู ในทช่ี ุมชน หลกั การพดู 4 4 ในทช่ี มุ ชน 8 3 การพูดในท่ีชุมชน อธิบายการพดู ในท่ชี มุ ชน ทกั ษะการพดู ในทช่ี มุ ชนทีเ่ ป็น 8 4 ทง้ั ทเ่ี ปน็ ทางการ ท้งั ทเ่ี ป็นทางการและ ทางการและไมเ่ ป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ไม่เปน็ ทางการ 4 การพดู แบบบรรยาย สามารถพูดแบบบรรยาย 1. การพูดแบบบรรยาย ชี้แจง ชแี้ จง อธิบาย ช้แี จง อธบิ าย สมั ภาษณ์ อธบิ าย สมั ภาษณ์ สัมภาษณ์ การเป็น การเป็นโฆษก พธิ กี ร 2. การเปน็ โฆษก พธิ ีกร โฆษก พธิ ีกรและ และผปู้ ระกาศ ผ้ปู ระกาศ ผ้ปู ระกาศ 3. มารยาทในการพูด ในทช่ี ุมชน
147 คำอธบิ ายรายวชิ า พท32003 การพนิ ิจวรรณคดี และวรรณกรรม จำนวน 1 หน่วยกิต ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดบั การฟัง การดู 1. สามารถเลอื กสื่อในการฟังและดูอยา่ งสร้างสรรค์ 2. สามารถฟังและดูอย่างมีวจิ ารณญาณ 3. เปน็ ผู้มีมารยาทในการฟงั และดู จากสื่อตา่ งๆ การพูด 1. สามารถพูดทัง้ ท่ีเปน็ ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ โดยใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสม 2. สามารถแสดงความคดิ เห็นเชงิ วเิ คราะห์ และประเมนิ คา่ การใช้ภาษาพูด 3. มีมารยาทในการพูด การอ่าน 1. สามารถอา่ นอยา่ งมวี ิจารณญาณ จดั ลำดบั ความคดิ จากเร่อื งท่ีอ่าน 2. สามารถศึกษาภาษาถ่ิน สำนวน สุภาษิตท่ีมอี ยู่ในวรรณคดี วรรณกรรมปัจจบุ ันและ วรรณกรรมท้องถิน่ 3. สามารถวเิ คราะห์ วิจารณ์ ประเมนิ ค่าองคป์ ระกอบของวรรณคดี วรรณกรรมปจั จุบัน วรรณกรรมทอ้ งถ่นิ 4. สามารถคน้ ควา้ หาความรู้จากสือ่ สงิ่ พิมพแ์ ละสือ่ สารสนเทศ 5. ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการอา่ นและนิสยั รกั การอ่าน การเขยี น 1. รู้และเขา้ ใจหลักการเขยี นประเภทต่างๆ โดยใชค้ ำในการเขยี นได้ตรงความหมายและ ถูกต้องตามอกั ขระวธิ แี ละระดับภาษา 2. สามารถวิพากษว์ ิจารณ์และประเมนิ งานเขยี นของผู้อื่น เพ่อื นำมาพฒั นางานเขยี น 3. สามารถแต่งคำประพันธป์ ระเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง 4. มมี ารยาทในการเขียนและนสิ ัยรักการเขยี น หลักการใชภ้ าษา 1. รูแ้ ละเข้าใจธรรมชาติของภาษา 2. สามารถใช้ภาษาสร้างมนุษยสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น และใช้คำราชา ศัพท์ คำสภุ าพได้ถกู ต้องตามฐานะของบุคคล
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233