Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ข่อย

ข่อย

Published by Vaikoon Chooma, 2021-10-02 06:52:56

Description: ข่อย

Search

Read the Text Version

3. ขอย ขอย ช่ือสามัญ Siamese rough bush, Tooth brush tree ขอ ย ชือ่ วิทยาศาสตร Streblus asper Lour. จดั อยใู นวงศข นนุ (MORACEAE) สมุนไพรขอ ย มชี ื่อทอ งถนิ่ อื่น ๆ วา ตองขะแหน (กาญจนบุร)ี , สมพอ (เลย รอยเอด็ ), ซะโยเส (กะเหรี่ยง แมฮ องสอน), กกั ไมฝ อย (ภาคเหนือ), สะนาย (เขมร), สมนาย เปน ตน ลักษณะของตนขอย -ตนขอย มีถน่ิ กำเนิดแถวเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตแ ละในประเทศไทย โดยจัดเปน ไมยืนตนขนาดเลก็ ถึงขนาด กลาง มคี วามสงู ประมาณ 5-15 เมตร ลำตนและกงิ่ กา นคอนขา งคดงอ มปี ุมปมอยรู อบ ๆ ตนหรอื เปนพูเปน รอ งทว่ั ไป ซ่ึงอาจจะขน้ึ เปน ตน เดยี วหรือเปน กลุม เปลอื กตนมสี ีเทาออน บาง ขรุขระเล็กนอย แตกเปนแผน บาง ๆ และมียางสีขาวขนเหนยี วซมึ ออกมา แตกกง่ิ กานมีสาขามาก แตกกง่ิ ตำ่ เปน พมุ ทึบ และนิยมขยายพนั ธดุ ว ย การใชร ากปกชำ เพราะจะเจริญเตบิ โตไดเรว็ กวาการใชกง่ิ ปกชำหรอื การเพาะเมลด็

-ใบขอย ลักษณะเปน ใบ เด่ียวเรยี งสลับ มีขนาดเล็ก แผน ใบมี สเี ขยี ว เนือ้ ใบคอนขางหนากรอบ ผิว ใบสากคลา ยกระดาษทรายท้งั สอง ดาน ลักษณะใบคลายรูปรแี กมรูปไข หัวกลับ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยัก มคี วามกวางประมาณ 2-3.5 เซนตเิ มตรและยาวประมาณ 4-7 เซนติเมตร ดอกขอย ออกดอกเปนชอ มสี ีขาวเหลอื งออน โดยจะออก ปลายก่งิ ตามซอกใบ ดอกเดย่ี วแตรวมกันเปน กระจุก ดอกเพศผูแ ละ ดอกเพศเมยี จะอยตู างดอกกนั ผลขอย ผลสดมลี ักษณะกลมสเี ขยี ว ผลคลายรูปไข มขี นาด ประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร เมล็ดมีขนาดโตเทา กบั เมล็ดพรกิ ไทย มี เน้ือเยอ่ื หุม สว นผลแกจ ะมสี เี หลืองใสและมีรสหวาน และเปนท่ีชืน่ ชอบของพวกนกเปน อยางมาก สรรพคุณของขอย 1. ตนขอยมสี รรพคุณชว ยบำรงุ ธาตุในรา งกาย (เปลอื ก) 2. รากเปลอื กใชเ ปน ยาบำรุงหัวใจ (รากเปลอื ก) 3. เมลด็ สามารถนำมารบั ประทานเปน ยาอายวุ ัฒนะได (เมลด็ ) 4. ชวยทำใหเ จริญอาหาร (เมลด็ ) 5. เปลือกเม่อื นำมาตมกบั เกลอื จะไดเปนยาอมชว ยแกร ำมะนาดได (เปลือก) 6. เปลอื กตน มสี รรพคณุ ชวยแกรดิ สีดวงทีจ่ มูก ดว ยการใชเ ปลอื กตน นำมามว นทำเปน ยาสูบ (เปลอื กตน) 7. กง่ิ สดชว ยทำใหฟ นทนแข็งแรง ฟน ไมผุ ไมปวดฟน ดวยการใชก ิ่งสดประมาณ 5-6 น้วิ ฟตุ นำมาหั่นแลว ตม ใสเ กลือ เค่ยี วใหง วด เหลือนำ้ แคค รึ่งเดยี ว นำมาอมเชา และเยน็ (กงิ่ สด) 8. เมลด็ ชว ยฆาเช้อื ในชองปากและทางเดนิ อาหารได ดวยการใชเ มลด็ รบั ประทานและตมน้ำอมบวนปาก (เมลด็ ) 9. ชว ยแกไขดว ยการใชเ ปลอื กนำมาตมกบั น้ำแลวรับประทาน (เปลือก)

10. ขอยมสี รรพคุณชว ยดบั พิษภายในรางกาย (เปลือก) 11. สรรพคณุ ขอยชว ยแกอาการทองรว ง (เปลอื ก) 12. ชวยแกอ าการบิด แกทองเสีย ดว ยการใชเ ปลือกนำมาตมกับน้ำแลว รบั ประทาน (เปลอื ก) 13. ใบขอยสด ๆ นำมาปง ไฟชงกับน้ำด่ืม ใชเ ปนยาระบายออน ๆ ได (ใบ) 14. ชวยขับลมในลำไส (เปลอื ก, เมล็ด) 15. เปลอื กใชทารดิ สดี วง (เปลอื ก) 16. ชวยรักษาแผลได (เปลือก, ราก) 17. ชวยรกั ษาโรคผวิ หนังได (เปลือก) 18. ชว ยฆา เชอื้ จุลินทรีย (เปลือก) 19. ชวยแกพ ยาธผิ ิวหนงั (เปลือก) 20. ใบขอยมีสรรพคุณชว ยบรรเทาอาการปวดของมดลูกในระหวางมปี ระจำเดอื น ดวยการนำใบมาคั่วใหแ หง แลวชงกบั น้ำดม่ื (ใบ) 21. เนือ้ และแกน ชาวเชียงใหมใชแกนขอยนำมาหน่ั เปน ฝอยแลว มวนเปนบุหรี่ไวสบู เพื่อแกร ดิ สีดวงท่ีจมูก (เนอื้ , แกน, เปลอื กตน) ประโยชนของขอย 1. ยางมนี ้ำยอยทช่ี ่ือวา milk (lotting enzyme) มีประโยชนใ นการชวยยอ ยนำ้ นม 2. กง่ิ ขอยสามารถนำมาใชแปรงฟนแทนการใชแปรงสีฟน ได และยังทำใหฟน แข็งแรงอีกดว ย แตต องนำมาทุบ ใหน ่มิ ๆ กอนนำมาใช (ก่งิ ขอย) 3. ยางสามารถนำมาใชกำจดั แมลงได 4. ไมนำมาใชท ำกระดาษ ทำเปน สมดุ ไทยหรือสมุดขอยได 5. เปลอื กนำมาใชทำปอหรือใชทำเปน กระดาษไดส มดุ ขอ ย 6. นิยมปลกู เพื่อทำร้วั หรอื ปลกู ไวเพ่ือดัดปรับแตง เปนรปู ตา ง ๆ ท่ีเรียกวา ไมด ดั (ตน ขอยดัด) 7. สำหรบั ตนขอย คนไทยโบราณเช่อื วา หากบา นใดปลกู ตนไมช นิดนีไ้ วป ระจำบาน จะชว ยทำใหผูอาศัยเกิด ความมนั่ คง มคี วามแข็งแกรง อดทนไดดีเยย่ี ม ชวยปองกันศัตรจู ากภายนอก ทำใหแ คลวคลาดจากอันตรายที่ เกิดจากผทู ่ีไมห วงั ดหี รือศตั รทู ีอ่ าจมาทำอันตรายตอ สมาชิกในบาน และใบขอยยังนำมาใชโบกพดั เพอ่ื ขับไลสิ่ง ชวั่ รายใหพ น ไปจากบานไดอีกดว ย และเพ่ือความเปน สริ ิมงคลจะนิยมปลูกตน ขอยในวนั เสารและปลูกไวท างทิศ ตะวันออก 8. นอกจากนตี้ น ขอยเปน วัสดุท่ใี ชในการส่ือสารทส่ี ำคญั ในอดีตหรือทเี่ รียกกันวา \"สมุดขอย\" เพราะเนือ้ ไมม ี ความแข็งแรงคงทน

แหลง อางอิง : เว็บไซตกรมอุทยานแหง ชาติ สตั วป า และพนั ธพุ ืช (กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอ ม), เวบ็ ไซตโรงเรยี นพระหฤทยั คอนแวนต, เวบ็ ไซตสำนักงานโครงการอนรุ ักษพันธกุ รรมพชื อัน เนือ่ งมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี, เว็บไซตส ำนกั งานพฒั นา เศรษฐกิจจากฐานชวี ภาพ (องคการมหาชน), วกิ ิพีเดยี สารานุกรมเสรี ภาพประกอบ : เวบ็ ไซตส วนพฤกษศาสตรโรงเรยี นมัธยมวัดเพลง จังหวัดนนทบรุ ,ี www.kanchanapisek.or.th, photogangs.com (Worachat Tokaew), www.tonkla.tht.in, www.thiposot.com เรียบเรยี งขอมลู โดยเวบ็ ไซตเ มดไทย (Medthai) ทีม่ า : https://medthai.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2/


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook