น้าท่อ PVC มาวางตรงกลางบ่อเพื่อเปน็ ช่องระบายอากาศ น้าวสั ดุ ชนดิ เดียวกับทใ่ี ส่ชอ่ งวา่ งด้านนอกมาเตมิ ใสช่ ่องว่างด้านในให้เต็ม คลมุ ด้วยผ้าไนล่อน แล้วทับดว้ ยก้อนหนิ และตามดว้ ยหินละเอยี ด อกี ที เพอื่ เป็นตวั กรองใหเ้ ศษดิน หรือขยะไม่ให้เขา้ ไปอุดตันในบ่อ เม่ือฝนตก ลงมานา้ จะไหลสูช่ ้ันใต้ดนิ โดยตรง ผ่านธนาคารน้าใตด้ นิ ระบบปดิ ท่ที ้าขนึ้ มา ภาพท่ี 2 การจดั ทา้ ธนาคารน้าใต้ดนิ แบบเปิดเรมิ่ ด้าเนินการ เป็นตน้ แบบ สา้ หรบั ชุมชน สถานที่ สระโคกหนองนา ของ ผศ ดร พศิ ุทธิพ์ งค์ เอน็ ดู หลังจากที่มีธนาคารน้าใตด้ นิ แบบปิดกว่า 1000 บอ่ /ธนาคาร (ภาพ วาสนา แกว้ หล้า 27 พฤศจิกายน 2563) ธนาคารนา้ ใต้ดนิ ระบบเปิด เป็นการเปิดผวิ ดนิ เพ่ือทีจ่ ะสามารถใช้ น้าในระดบั ผวิ ดินได้เลย โดยจะมกี ารขดุ บ่อขนาดใหญ่ แต่ขนาดเท่าไหรข่ ้นึ อยู่ กับความเหมาะสมของพ้ืนท่ี และความต้องการ โดยมขี น้ั ตอนดงั นี้ เจาะพ้นื บ่อเป็นหลุม 3 หลุมใหล้ ึกถึงช้ันหนิ อ้มุ น้า เพ่อื ให้น้าไหลลง ชน้ั หนิ อุม้ น้าไดด้ ี และมีชอ่ งสา้ หรับถา่ ยเทอากาศจากโพรงใตด้ นิ เมื่อถูกน้าเข้า ไปแทนที่ โดยน้าท่ีน้ามาเก็บน้ันมาจากหลายแหล่งด้วยกัน เช่น น้าฝน หรือ น้าจากการท้าธนาคารน้าใต้ดนิ ระบบปิด ซึ่งเมอื่ น้าถกู เตมิ ลงช้ันใตห้ ินอุ้มน้า ปรมิ าณมากพอ นา้ จะเอ่อล้นมาท่บี ่อโดยอัตโนมตั ิ ซง่ึ เกษตรกรสามารถสูบน้า กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด ินของหลวงพอ แดง นนทฺ โิ ย 41
จากบ่อน้ีมาใช้ได้ทันที วิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องขุดเจาะหาแหล่งน้า หรอื สูบน้าจากแหล่งน้าไกลๆ ประหยัดพลังงาน แถมช่วยลดคา่ ใช้จ่ายไดป้ ีละ เปน็ จา้ นวนมาก ประโยชน์ของธนาคารน้าใต้ดนิ ที่เป็นข้อมูลของกลุ่มวิสาหกิจชมุ ชน ในเขตอา้ เภอทา่ ตมู จังหวัดสรุ ินทร์ 1. แก้ปัญหาน้าขัง และน้าท่วมได้ เพราะเมื่อฝนตก หรือน้าทิ้งจาก ครัวเรือนแต่เดิมจะท่วมขังแต่เม่ือท้าธนาคารน้าใต้ดิน ท้าให้ระบบน้าถูกซึม ไหลไปเกบ็ ไว้ในแท็งคใ์ ต้ดนิ ซึง่ ชว่ ยให้นา้ ซึมลงใตด้ นิ ไดด้ ีขึน้ 2. แกค้ วามแหง้ แล้ง เมื่อทดลองสูบน้าขึ้นมาใช้ สลับกนั ไปท้าให้ได้ ข้อมลู วา่ น้ามเี พียงพอส้าหรบั การใช้ตามสภาพความเป็นจริงและท่ีจ้าเป็น นัย หนึง่ เท่ากบั เป็นการชว่ ยแก้ปญั หาภัยแล้งได้ เพราะสามารถสูบน้าจากธนาคาร น้าใต้ดนิ ใช้ได้ตลอดเวลา 3. จากข้อมูลที่มีผู้ศึกษาไว้แล้ว ได้ข้อมูลว่าธนาคารน้าใต้ดินจะ สามารถชว่ ยแก้ปัญหาน้าเค็มได้ เนอื่ งดว้ ยมวลน้าเค็มจะมนี ้าหนักมากกว่าน้า จืด ฉะนั้นนา้ เค็มจะอยูด่ า้ นล่าง เปน็ ต้น 4. ระบบธนาคารน้าใตด้ ินจะชว่ ยในการกรองน้าทีม่ ีเศษหิน เศษดิน ให้เป็นน้าที่ใสสะอาดขึ้น แก้ปัญหาน้าสกปรก เพราะระบบน้าแบบปดิ จะช่วย กรองน้าใหส้ ะอาด 3.ธนาคารนา้ ใตด้ นิ กับชมุ ชนพทุ ธเกษตรพ่ึงตนเอง อ.ท่าตูม จ.สรุ ินทร์ นา้ เป็นปัจจยั ใหเ้ กิดการผลติ ในส่วนอื่น ๆ น้าจึงเป็นหัวใจส้าคัญของ วถิ เี กษตร ท่ีต้องพึ่งน้า เมื่อความจ้าเป็นพืน้ ฐานเป็นเชน่ น้นั หากรอหน่วยงาน ภาครัฐ มาท้า ฝ่าย เหมือง หรือเข่อื นตามกลไกของระบบชลประทาน เพื่อให้ เป็นส่วนในการกักเก็บน้าเหมือนพ้ืนที่อ่ืน ๆ ซ่ึงอาจต้องใช้เวลา รอ 42 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนฺทิโย)
งบประมาณ รอการอนุมัติ หรืออาจไม่ได้ เหมือนรอฝนตกโดยท่ีเราไม่ สามารถเข้าไปก้าหนดหรือสร้างได้ หลวงพ่อแดง นนฺทิโย เล็งเห็นหรือ มองเห็นความส้าคญั ของการพึ่งตนเอง ตามกรอบของพระพุทธศาสนา “ตน เป็นท่ีพึ่งแห่งตน” จึงเข้าไปส่งเสริม ให้เกิดแนวคิดในเรื่อง การช่วยเหลือ ตนเอง ด้าเนินการด้วยตนเอง การจัดการน้า ท้าธนาคารน้าใต้ดิน ด้วยมุ่ง ส่งเสริมให้คนสามารถออกแบบชุมชน ภายใต้ประโยชน์มี ประหยัดทุนรอน และกลายเป็นชุมชนสามัคคีสร้างสรรค์ ตามกรอบของศีล และธรรมในทาง พระพุทธศาสนา ศลี กินได้ เริม่ ตงั้ แต่รับโค กระบอื ไปเปน็ ฐานของอาชีพ ก่อน รับสมาทานศีล จากพระสงฆ์ผู้น้าชุมชน เม่ือรับโค กระบือ ไปแล้วต้องถือ สัจจะไม่ฆา่ ไม่ขาย ไมร่ ุนแรง ฝึกศลี ข้อปาณาติบาท เมื่อตกลูกตวั แรก ตอ้ งคืน กล่มุ วิสาหกิจชุมชนเพ่ือแบง่ ปนั ให้กับสมาชิกอ่นื ๆ ได้น้าไปเล้ยี งต่อด้วยเกณฑ์ เดียวกัน ผู้จะรับโค กระบือต่อ ต้องเสียสละ ด้วยไปท้ากิจกรรมจิตอาสา ช่วยเหลือชุมชนสงั คม ท่ีกล่มุ ได้ด้าเนินการ อย่างน้อย 1 – 3 คร้งั ต้องขุดบ่อ ธนาคารน้าใต้ดิน อย่างน้อย 3-5 บ่อ การส่งเสริมการพ่ึงตนเองภายใต้กลไก ธนาคารจึงเกิดข้ึน เมื่อมีการดา้ เนนิ โครงการธนาคารน้าใตด้ ิน กิจกรรมอื่น ๆ จึงตามมา การส่งเสริมให้เกิดท้าธนาคารแสงแดด เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ เพื่อลด การพ่ึงพาจากภายนอก การสง่ เสรมิ ให้น้ามูลสัตว์ไปแปลงเป็นพลงั งานแก๊สหุง ต้ม ลดการพึ่งพาจากภายนอก เพื่อลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ กลไกเหล่านี้ รวมทง้ั ธนาคารน้าใตด้ ินจงึ มเี ป้าหมายเพ่อื ส่งเสรมิ ให้เกดิ การพง่ึ ตนเอง ภายใต้ กรอบ และแนวคิดของพระพุทธศาสนา และโครงการหมู่บ้านศีล 5 หรือศีล กินได้ ธนาคารน้าใต้ดิน ท่ีเป็นกลไกของการส่งเสริมจาก 1 ธนาคาร และ หลายร้อยธนาคารน้าใต้ดนิ จนกลายเป็นเกนิ กว่า 1 พนั บอ่ /แห่ง ในเขตทา่ ตูม จังหวัดสุรินทร์ จนเห็นผลเชิงประจักษ์ ท้าให้เกิดระบบนิเวศของดิน น้า กโครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด นิ ของหลวงพอแดง นนทฺ ิโย 43
ความชุ่มช้ืน เป็นน้าซับ ความชุ่มช้ืนในดิน และส่งผลเป็นพลังในการ ขบั เคล่ือนในองค์รวม ภาพท่ี 3 ธนาคารน้าใต้ดิน กับความชุ่มช้ืนท่ีส่งผลให้ดินดา้ น้าชุม่ นา้ รองรับ การปลกู พืชสวนทางการเกษตร ได้ (ภาพ สุริยา คงจันทร,์ 30 พฤศจิกายน 2563) ภาพที่ 4 ระบบความชุ่มชื้นในดนิ ท้าให้เกิดผลในการปลูกหญ้าเนเปียไดด้ ี น้าดี หญา้ ดี ปศสุ ตั วภ์ ายใตเ้ กษตรแบบพ่ึงตนเอง หรือพุทธกสกิ รรม สามารถ ทา้ ได้ (ภาพ สรุ ิยา คงจนั ทร์, 30 พฤศจิกายน 2563) การพึ่งตนเองตามแนวพุทธโดยพระสงฆ์เป็นผรู้ ิเริ่ม ส่งเสริม มีวัดใน ชุมชนเป็นฐานในการด้าเนินการ มีโค กระบือ จากธนาคารโคกระบือ หลวง พ่อแดง นนฺทิโย เป็นกลไกขับเคล่ือนเร่ิมตน้ มีแนวคิดเร่อื งศีลกินได้ ไม่ฆา่ ไม่ รนุ แรง ไมข่ าย ตามกรอบข้อปาณาตบิ าท มศี ลี วา่ ด้วยสัจจะ อมสุ าวาท มุ่งมั่น ตั้งใจ เพ่ือท้าให้เกิดเป็นอาชีพ ทั้งการปลูกหญ้าขาย ท้าปุ๋ยชีวภาพขาย การ ปลูกพืชอาศัยนา้ ในระบบกสิกรรม คนมีอาชีพ มีรายได้ เป็นผู้สุจริตในอาชีพ 44 ระพรารชะทคารนพูเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
ก็เว้นจากอทินนาทาน ไม่เบียดเบียนทรัพย์ของผู้อ่ืนโดยตั้งใจ กิจกรรมท่ี เกิดขึ้นเป็นกิจกรรมครอบครัว ที่มีเป้าหมายเพื่อการอยู่ร่วมกันส่งเสริม “ความสังวรในครอบครัวและคู่ครอง” มีสติในการใช้ชีวิตตามหลักธรรม (เว้นสุราเมรยะ – เหตุให้ขาดสติ มีสติตลอดเวลา) ท้าให้ตระหนักและเห็น ความส้าคัญในการพึ่งตนเองตามแนวพุทธ ผ่านกิจกรรมท่ีพระสงฆ์และผู้น้า ชุมชนเขา้ ไปส่งเสรมิ ผ่านธนาคารน้าใตด้ นิ อยา่ งส้าคญั ด้วย ภาพที่ 5 ดนิ ดี นา้ ดี การปศุสัตว์ดี ท้าให้เกิด อาชพี รายไดแ้ ละคณุ ภาพชีวติ และมีศีลมีธรรม เกดิ ความสามัคคี จิตอาสาร่วมกันในชมุ ชน (ภาพ สุรยิ า คง จนั ทร,์ 30 พฤศจิกายน 2563) ในปัจจุบันเฉพาะธนาคารน้า ท่ีจังหวัดสุรินทร์ ถูกส่งเสริมผ่าน วิสาหกิจชุมชน ท้าให้เกิดธนาคารน้าใต้ดินจ้านวนเกินกว่า 1 พันหลุมที่มีทั้ง พระสงฆ์ และโยมร่วมกันด้าเนินการ ทัง้ ในระยะยาวเปน็ ความคาดหวังวา่ น้า ซ่ึงเป็นไกการผลิตที่ส้าคัญ และท้าให้เกิดพลังขับเคลื่อนในองค์รวม มี เป้าหมายเป็น พอกนิ พอใช้ พออยู่ พอเหลือ ใช้หน้ี (หลวงพ่อแดง นนทฺ โิ ย,27 พฤศจกิ ายน 2563) โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตดินของหลวงพอแดง นนทฺ ิโย 45
4.(ภาคต่อ) ธนาคารน้าใต้ดินในวถิ ขี องการพัฒนาชุมชนตามแนวพทุ ธ ในวถิ ีของการพัฒนาคงไมไ่ ด้ใช้วธิ ีการใด วิธีการหน่ึง แต่เปน็ การใช้ วิธีท่ีผสมผสาน ระหว่างชุมชนท่ีห่างไกล โดยใช้วิธีการในการรักษาและ ส่งเสริมให้เกิดวิถีแห่งการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของชุมชน ในองค์รวมด้วย เช่นกัน ที่เน้นทั้ง (1) หลักการ คือว่าด้วยเร่ืองของหลักคิด แนวปฏิบัติทาง พระพุทธศาสนาภายใตก้ รอบของศีล 5 ธรรม 5 ตามวิถีของโครงการหม่บู ้าน ศีล 5 ที่คณะสงฆ์ในระดับประเทศได้ด้าเนินการและขับเคล่ือนอยู่ (2) ใช้ กรอบของสัมมาชีพ หรือการเข้าไปส่งเสริมอาชีพ และรายไดก้ ารด้าเนินชีวิต ที่อยู่กบั ฐานรากในแบบชุมชน ภายใต้วิกฤติของสังคม และเศรษฐกจิ ภายใต้ สถานการณ์โควิด 19 ท้าให้เห็นว่าวิถีเกษตร และการผลิตอาหารเป็นหัวใจ สา้ คัญของการยังชีพได้ย่างแท้จรงิ ท่ีมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต การเลือกพื้นที่ทดลองในการปฏิบัติงาน ที่เปน็ ชุมชนเกษตร ในแบบท้านา ท้า ปศุสัตว์และพื้นท่ีห่างไกล ท่ีแห้งแล้ง ของอ้าเภอท่าตูม เป็นพื้นที่ท่ีใช้ในการ ทดลอง (3) การเข้าไปส่งเสริมและการลงทุนในรูปแบบของหลักคิด วิธีการ ปฏิบัติ และทุนสนับสนุนท้ังในรปู ของโค กระบือ เงินทุนในการขับเคล่ือนแต่ ละกิจกรรม (4) การเขา้ ไปกระตุ้นส่งเสริม ประหนงึ่ เป็นผผู้ ลักดนั ให้เกดิ การ ปฏบิ ัตงิ านในเชงิ พน้ื ท่ี ในทกุ ภารกิจ ในปฏิญญา พระสงฆ์ พระพทุ ธศาสนาจะ ร่วมกันเป็นเกราะของสังคม หรือดังแนวคิดท่ีหลวงพ่อแดง นนฺทิโย พูดใน บอ่ ยครง้ั ว่า “พระไม่ทงิ โยม” (หลวงพ่อแดง นนฺทิโย,25 พฤศจิกายน 2563) โด ยมีเป้าห มาย เพ่ือสร้างการเปล่ีย นแปลงของพื้นที่ โดยการพัฒนากิจกรร ม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีอยู่มีกินและอยู่อย่างมีความสุข (วาสนา แก้วหล้า,25 พฤศจิกายน 2563) (5) การปลุกปลอบให้ก้าลังใจ ที่ เป็นท้ังท่ีปรึกษา เป็นท่ีผู้ให้ค้าปรึกษา และตัดสินวินิจฉัยภายใต้กฏเกณฑ์ กติกา และศีลในทางพระพุทธศาสนาเพ่ือบอกว่าศีลกินได้ ศีลเป็นส่วน 46 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนฺทิโย)
สนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนและด้าเนินชีวิตไปได้จริงอย่างแท้จริง ซ่ึง สามารถสังเคราะหอ์ อกมาเป็นค้าอธิบายภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพชวี ิต ตามแนวพุทธของห ลวงพ่ อแดง นนฺทิโย แห่งวัดอินทาราม จังหวัด สมุทรสงครามได้ ภายใต้กิจกรรมที่ด้าเนินการผ่านวิสาหกจิ กรรมธนาคารโค กระบือ เพื่อลดความรุนแรงตอ่ ชีวติ และการไมเ่ บยี ดเบียน การเข้าไปส่งเสริม ให้เกิดอาชีพ และรายได้ ผ่านก๊าชชีวภาพทดลอง ท้าธนาคารน้าใต้ดินสาธิต แบบเปิด และลงทุนสนับสนุนในธนาคารน้าแบบปิด ท้าให้เกิดจิตอาสา ช่วยเหลือ แบ่งปัน ผ่านการออกแบบในกิจกรรมแต่ละชนิด ดังปรากฏเป็น แนวคิดของหลวงพ่อแดง นนฺทโย ที่ได้กล่าวในการบรรยายพิเศษแก่พระสงฆ์ ผนู้ ้าขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ท่ีวัดไร่ขิง จงั หวัดนครปฐม เม่ือ 29 พฤศจิกายน 2563 มีเนื้อหาสรุปใจความเก่ียวกับแนวคิดของธนาคารโค กระบือ ธนาคารนา้ ใตด้ นิ ตอ่ การพฒั นาชุมชนตามแนวพุทธที่ว่า แนวคิดเร่ืองศีลกินได้ อันเนื่องด้วยธนาคารน้าใต้ดิน ธนาคารโค กระบือ และธนาคารแสงแดด ที่ทดลองและใช้แนวทาง ดังกล่าวเป็นกลไกการขับเคล่ือนให้เกิดการพึ่งตนเอง ช่วยเหลือ ตัวเอง และท้าให้ตัวเองมีพลังในการด้าเนินและขับเคลื่อนชีวติ ของ ตัวเอง เพิ่งขุดได้ 7 เดือน แต่ผลคือประชาชนได้เห็นเชิงประจักษ์ จากการด้าเนินการ น้าจะแห้งเร็วลงบ่อธนาคารน้าใต้ดิน เวลา ปล่อยน้าทิงจากครัวเรือน เวลาฝนตกน้าจะซึมเร็ว ขณะท่ีปลูกพืช ชนิดใด ไว้ใกล้ ๆ กับธนาคารน้า จะงอกงาม เช่น กล้วย มะพร้าว หรือแปลงเกษตร ตลอดระยะเวลาท่ีด้าเนินการมาได้ผลเชิง ประจักษ์แก่ประชาชน ในการไปทดลองขับเคลื่อนแนวทางของ ธนาคารน้าใต้ดนิ ซ่ึงเร่ิมตังแตเ่ ดือนกรกฎาคม 2563 โดยมบี ุคคลท่ี มีช่ือเสียงเช่น บิณฑ์ บันลือฤทธ์ิ ไปร่วมในการเร่ิมแรกรณรงค์ให้ โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด นิ ของหลวงพอแดง นนฺทโิ ย 47
ประชาชนเริ่มขุดธนาคารน้าใต้ดิน และน้าไปสู่การขยายผลใน ปจั จบุ นั (พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ,29 พฤศจกิ ายน 2563) แ น ว คิ ด ท่ี ป ร า ก ฏ ท้ า ให้ เห็ น ว่ าแ น ว ท า งก า ร ขั บ เค ลื่ อ น เป็ น ก า ร ขบั เคล่ือนแบบองค์รวม มีธนาคารน้าใต้ดินเป็นส่วนสนับสนุนเป็นกิจกรรมใน เชิงการจดั การท่มี ีเปา้ หมายเปน็ การช่วยเหลือชุมชนให้เกิดการพง่ึ ตนเอง รูจ้ ัก ในการบริหารจัดการน้าโดยมีพระสงฆ์ ผู้น้าชาวพุทธ และเครือข่ายเป็นผู้ ขับเคล่ือนรณรงค์ส่งเสรมิ ให้ด้าเนินการ หรือข้อมูลท่หี ลวงพอ่ ได้สะทอ้ นเสนอ เปน็ แนวคดิ เสรมิ ตอ่ ไปวา่ ธนาคารน้าใต้ดิน ท่ีขดุ เสรจ็ มีน้าแล้ว ปลูกอะไรในบริเวณ นันงามหมด กล้วย มะพร้าว อ้อย หรือหญ้าเนเปียร์ เพื่อเลียงโค กระบือ งามหมด ต่อไปนีอีสานจะไม่แล้ง เพราะธนาคารน้าใต้ดิน เกิดขึน มูลนิธิวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม ได้จัดซือที่เพิ่ม เพ่ือ จัดทา้ เปน็ แปลงเกษตรสาธติ ในเรอ่ื งการท้าธนาคารนา้ ใต้ดนิ โดยท้า ทังระบบปิด และระบบเปิด ซึ่งมีแนวคิดท่ีจะขยายพืนท่ีไปเรื่อย เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้พระสงฆ์มบี ทบาทในการท้างานเพื่อสังคมและชุมชน ท้าให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน พระสงฆ์มีเวทีพืนที่ในการ ปฏิบัติงาน หรือด้าเนินการ (สถานที่/พืนที่) ไม่ต้องรอช้าลงมือท้า แล้วทุนรอน จะตามมา เรามีโครงการศีลห้า แล้วเงิน (ทุน - งบประมาณ) จะตามมา ในเวลาเดียวกันต้องสัมพันธ์กับความ อดทน คือใช้ความอดทนรอคอยความส้าเร็จ ระยะเวลาของ ธนาคารน้าใต้ดินจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี จงึ จะประสบผลเชิง ประจักษ์ ขนาดเมตร คูณ เมตร เรามีอยู่พันบ่อเท่ากับว่า ในเขต อา้ เภอท่าตูมท่ีเป็นกลุ่มเครอื ข่ายวิสาหกิจธนาคารโค กระบือ และ 48 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
ธนาคารน้าใต้ดิน สามารถสร้างความชุ่มชืนในดินผ่านระบบ ธนาคารน้าใต้ดิน เกินกว่า 2 ล้านลิตร น้าจะไม่ท่วมเพราะเป็น ระบบน้าซึมลงไปยังใต้ผิวดิน ลงสู่ชันดิน ที่จงั หวัดสรุ ินทร์ และใน การรณรงค์ มีเจ้าคณะจังหวดั สุรนิ ทร์ และสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร์ (สส) มาร่วมเป็นภาคีขับเคล่ือนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับ สมาชกิ วสิ าหกิจธนาคารโค กระบือ และธนาคารนา้ ใต้ดินดว้ ย (พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ,29 พฤศจกิ ายน 2563) ภาคเี ครอื ข่าย บทบาทพระสงฆ์ และการท้างานเชิงพื้นทนี่ ับเปน็ สิ่ง ท่ีหลวงพ่อแดง นนฺทิโย ได้ด้าเนินการ โดยการบริหารจัดการน้า การ ขบั เคลอื่ น การสนับสนุนงบประมาณให้เกิดพลังเปน็ วถิ ีศาสนา วิถชี ุมชน และ วถิ ขี องการท้างานเพื่อพัฒนาสงั คม ชุมชนรว่ มกนั ของรัฐ บ้าน วัด ชุมชน และ แนวทางอันเป็นภาคต่อของหลวงพ่อแดง นนฺทิโย จะด้าเนินการซ่ึงท่านได้ สะท้อนคิดไว้วา่ เราจะเปิดโรงสี และธนาคารข้าว เพื่อสีข้าวให้ชาวนา รับ ชือขา้ ว เราขายข้าวกโิ ลกรมั ละห้าบาท แต่ญ่ีปุ่นเขาขายกิโลกรมั ละ 500 บาท เมื่อเปรียบเทียบกนั ดังนนั เราควรศึกษามาเป็นแนวทาง ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ น้าไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกิดขึนในชุมชน ส่งเสริมให้เกิด คุณภาพชีวิตผ่านกระบวนการสร้างของคนไทย ซึ่งเป็นแนวทาง ของธนาคารน้าใต้ดิน ธนาคารโคกระบือ ธนาคารแสงแดด ให้ เกิดขนึ เปน็ วถิ ใี นการพฒั นาสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ิตของชุมชนตอ่ ไป (พระครูพิศษิ ฏป์ ระชานาถ,29 พฤศจิกายน 2563) โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตดนิ ของหลวงพอ แดง นนทฺ ิโย 49
จากท่ียกมาประมวลสรุปได้ว่าวิสาหกิจกรรมชุนชนธนาคารโค กระบือ ธนาคารน้าใต้ดิน ประสบความส้าเร็จ ท้าให้เกิดพลังสามัคคีชุมชน ขับเคลื่อนด้าเนินไปสู่เป้าหมายคือการส่งเสริมให้ประชาชนพ่ึงตนเอง (อัตต นาถ) ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและเข้าไปส่งเสริมให้เกิดการจัดการภายใต้ พุทธ เกษตร หรือเกษตรแบบสมดุล ประชาชนจะมีเป้าหมายเพื่อการมคี ณุ ภาพชีวิต ผลิตอาหาร ผลิตความสุข ผ่านธนาคารน้าใต้ดิน ธนาคารแสงแดด บ้านกิน แดด รวมไปถงึ การสร้างคุณภาพชีวติ ใหเ้ กิดข้นึ ภายใตค้ วามเป็นไปได้ และการ ดา้ เนินชีวิตที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นท่ีวิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือ ธนาคารน้า เป็นพลังและกลไกท่ีจะถูกส่งต่อให้เป็นพลังในการสร้างสรรค์ ชมุ ชนให้เกิดข้ึน จนกลายเป็นส่วนหน่ึงและส่วนส้าคัญในการบรหิ ารและการ จัดการชุมชนในองค์รวมด้วยโดยมีเป้าหมายเป็น ศีลกินได้ สีเสลนะ โภค สัมปทา ศีลท้าให้เกิดโภคสมบัติในการขับเคล่ือนและการด้าเนินชีวิตได้ด้วย เช่นกัน ซึ่งแนวทางที่ขับเคลื่อนในเขตจังหวัดสุรินทร์ มีความสัมพันธ์กับ แนวคิดในเรื่องการจัดการน้าในเขตพัทลุง ท่ีมีเป้าหมายเป็นการส่งเสริมให้ ชุมชนเห็นคุณค่าและหวงแหนในการรักษาน้าในชุมชนให้อยู่อย่างยืน และ เก็บน้าไว้ใช้ในวิถีเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ดังที่ปรากฏในงาน เรื่อง การ จัดการธนาคารน้าแบบมีส่วนร่วมของชุมชนตะโหมด อ้าเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง (สากล สถิตวิทยานันท์ และคณะ,2559) หรือในงานวิจัยเร่ือง ธนาคารนา้ ใต้ดิน : นวัตกรรมการบริหารจัดการน้า (ขวญั ใจ เปอื ยหนองแข้ สัญญา เคณาภูมิ,2563) ที่มีความคาดหวังเป็นการจัดการธนาคารน้าใต้ดิน เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง การพัฒนาระบบการจัดการน้าให้เกิดความยั่งยืน รวมท้ังเพื่อศึกษาแนวทางการจดั การน้าให้เกิดเรียนรูภ้ ายในชุมชนด้วย หรือ 50 ระพรารชะทคารนพูเพศิ ลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนทฺ โิ ย)
ภาพที่ 6 ธนาคารน้าใตด้ นิ ยังคงเปน็ กลไกขับเคลื่อนการพัฒนา จัดการนา้ ตามแนวหลวง พอ่ แดง อย่างตอ่ เนอ่ื ง (ภาพ วาสนา แกว้ หลา้ ,5 ธันวาคม 2563) ในงานวิจัยเร่ือง การจัดการทรัพยากรน้า : แนวคิดธนาคารน้าใต้ดิน จาก ชุมชนเก่าขามอุบลราชธานีสู่ชุมชนหนองมะโมงชัยนาท (เสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร และคณะ,2563) ท่ีสะท้อนข้อมูลเก่ียวกับธนาคารน้าใต้ดิน ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มธนาคารน้าใต้ดินในจงั หวัดสุรินทร์ ที่สร้างแหลง่ กักเก็บ น้าเพ่ือน้ากลับมาใช้ใหม่ โดยอาศัยการดูดซึมของหินใต้พ้ืนผิวดินท่ีมีน้าหรือ การส่งต่อน้าบาดาล ธนาคารน้าใต้ดินจึงเป็นทางเลือกใหม่ท่ีใช้แก้ปัญหาภัย แล้งท่ีดี ท่ีเคยมีพื้นท่ีด้าเนินการประสบความส้าเร็จอย่างในรัฐแคลิฟอร์เนีย สห รัฐอเมริกา ห รือในห ล ายพ้ื นท่ี ในป ระเท ศ ไท ย ดั งกรณี จังห วัด อุบลราชธานี หนองคาย ก้าแพงเพชร เป็นต้น หรือในงานเรื่อง แนวทาง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายประชาชนในการบริหารจัดการภัย แล้งด้วยนวัตกรรมธนาคารน้าใต้ดิน (ขวัญใจ เปือยหนองแข้ ยุภาพร ยุ ภาศ,2563) ท่ีเสนอแนวทางแบบเครือข่าย สามัคคีชุมชน ซ่ึงท่ีจังหวัด สุรินทร์ก็ได้ด้าเนินการในแบบจิตอาสา ต้องช่วยเหลือกัน ท้าให้เกิดเป็ น เครือข่ายความดี ช่วยเหลือซึ่งและกันในการท้าธนาคารน้าใต้ดิน อันจะ สัมพนั ธใ์ นการแกป้ ญั หา จดั การน้าในแบบองคร์ วมได้ด้วยเช่นกัน โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด นิ ของหลวงพอแดง นนทฺ ิโย 51
ภาพท่ี 7 สมาชกิ ธนาคารโคกระบอื หลวงพ่อแดง ตอ้ งเข้าร่วมกจิ กรรมจติ อาสาอยา่ งน้อย 1-3 คร้งั ของแต่ละชมุ ชน เป็นกลไกขับเคล่ือนจติ อาสา ศลี กนิ ได้ (ภาพ วาสนา แกว้ หลา้ ,5 ธันวาคม 2563) ภาพที่ 8 หลวงพอ่ แดง นนทฺ ิโย สอ่ื สารภาระงาน ธนาคารน้าใต้ดนิ ธนาคารโคกระบือ ใน ฐานะเปน็ กลไกขบั เคลอื่ นโครงการหมู่บ้านศีล 5 แกค่ ณะสงฆ์แกนน้าหม่บู า้ นศลี 5 ทีว่ ดั ไรข่ ิง จ.นครปฐม (ภาพ หลวงพอ่ แดง นนทฺ ิโย,29 พฤศจิกายน 2563) ภาพที่ 9 โครงการธนาคารนา้ ใตด้ นิ หมู่บา้ นรักษาศลี 5 ที่สนับสนนุ โดยหลวงพ่อแดง นนทฺ ิ โย (ภาพซา้ ย) และการผลติ กา๊ ซหงุ ตมุ้ ทดลองจากมลู โค กระบอื เพ่ือใช้ในครวั เรือน ลด รายจา่ ยเพม่ิ มลู คา่ ในครวั เรอื น (ภาพ สุรยิ า คงจนั ทร์, 3 ธันวาคม 2563) 52 ระพรารชะทคารนพูเพศิ ลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนฺทโิ ย)
5.บทสรุป ดังน้ันจากภาพรวมในการพัฒนาชุมชนตามแนวพุทธ ประกอบด้วย การใช้ฐานคดิ ของศลี ในการขับเคลอ่ื นซ่ึงหมายถึงการใชศ้ ีล 5 เป็นฐานในการ ขับเคล่ือน และมีการท้ากิจกรรมให้เชื่อมประสานระหว่างกิจกรรมกับ หลักการ เร่ิมตั้งแต่การใช้โครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ มาเป็นฐานในการไม่ใช้ ความรุนแรง การเบียดเบียน (การฆ่า-ปาณาติบาท-รุนแรงต่อสิ่งมีชีวิต) จากน้ันน้าไปส่งเสริมอาชีพ รายให้ด้วยการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ธนาคารโค กระบือ ท้าให้โค กระบือได้ยืดอายุยาวต่อออกไป เป็นโคที่ไม่ถูกใช้ความ รนุ แรงหรือทารุณกรรมต่อชีวิตตามหลักปาณาติบาท จากน้ันส่งเสริมให้เกิด การสร้างธนาคารน้าใต้ดิน ในฐานะที่น้าเป็นปัจจัยส้าคัญของการผลิตใน วิถีทางการเกษตร การบริหารจดั การน้าในแบบธนาคารน้าใต้ดินในระบบปิด และเปิด จึงเป็นช่องทางเลือกในการบริหารจัดการน้าด้วย ซ่ึงโดยวิธีการ ได้ เข้าไปส่งเสริมให้ทุกครอบครัวท่ีเป็นสมาชิกของวิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบอื หลวงพ่อแดง นนทฺ ิโย ต้องมธี นาคารน้าใตด้ ินอย่างน้อย 1-5 บ่อ ซึง่ ใน ปจั จุบันในแต่ละชมุ ชน จ้านวนกว่า 200 ครอบครัว ใน 19 ชุมชน/หมู่บา้ น มี เง่ือนไขว่า จะรับว่าต้องมีจิตอาสาไปช่วยงานของกลุ่ม และกลุ่มอื่น ๆ อย่าง น้อย 1-3 คร้ัง รับโค กระบือ ไปต้องสมาทานศีล จะรับโค กระบือต้องท้า ธนาคารน้าใต้ดิน เหล่านีเ้ ป็นกลไกร่วมกัน ท้าให้เกิดการขับเคลอื่ นจนกระทั่ง ปัจจุบัน อย่างที่หลวงพ่อแดง นนฺทิโย ได้ให้ข้อมูลว่าเข้าไปสนับสนุน งบประมาณ สิ่งของ เป็นเงินทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ส้าหรบั ท้าธนาคารน้าใต้ ดิน เช่น ล้อยาง ขวดพลาสติก มู่ล่ีตาขายส้าหรับป้องกันการอุดตันของท่อ ท่อพีวีซี ที่มีเป้าหมายเพื่อท้าให้เป็นธนาคารน้าใต้ดนิ จากนนั้ ลงแรงไปขดุ เอา แรงช่วยกันและกัน ให้เกิดความช่วยเหลือในเชิงอาสา เป็นการส่งเสริมศีล ธรรมในส่วน ของเมตตา เก้ือกูลและสามัคคีธรรมร่วมกัน ภายใต้แนวคิดศีล โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตดนิ ของหลวงพอแดง นนฺทโิ ย 53
กนิ ได้ ศีลทา้ ให้เกดิ โภคะ ในการด้าเนินชีวิต ศีลเป็นพลังส้าคัญท้าใหเ้ กดิ พลัง ในการขับเคล่ือนของชุมชน ซึ่งจะเป็นพลังส้าคัญอย่างยิ่งในการท้าให้ชุมชน เข้มแข็ง เป็นส่วนหน่ึงของการพัฒนาตามหลักพุทธธรรมที่เน้นความเข้มแข็ง พออยู่ พอดี พอกนิ และพอเพียงภายใตค้ วามสมดุลตามหลักพระพุทธศาสนา ว่าดว้ ย “เศรษฐศาสตรม์ ัชฌมิ า” ทีท่ ้าให้เกดิ คณุ ภาพชวี ติ ทีด่ ีขน้ึ เอกสารอ้างอิง ขวัญใจ เปือยหนองแข้ ยุภาพร ยุภาศ (2563). แนวทางสง่ เสริมการ มีส่วนร่วมของเครือข่ายประชาชนในการบรหิ ารจดั การภัย แล้งด้วยนวัตกรรมธนาคารน้าใต้ดิน. วารสารการบริหารการ ปกครองและนวัตกรรมท้องถ่ิน.4 (2),312-324. ขวัญใจ เปือยหนองแข้, สัญญา เคณาภูมิ. (2563). ธนาคารนา้ ใต้ดนิ : นวัตกรรมการบริหารจัดการน้า.พัฒนวารสาร. 3 (3),1-15. พระครพู ศิ ิษฏป์ ระชานาถ, 29 พฤศจิกายน 2563,บรรยาย. วาสนา แก้วหล้า, 5 ธันวาคม 2563,สัมภาษณ์. สากล สถติ วทิ ยานันท์ ปาโมช บุณยะตลุ านนท์ ไฉไล ศักดิวรพงศ์. (2559).การจัดการธนาคารน้าแบบมีส่วนร่วมของชุมชนตะ โหมด อา้ เภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง.วารสารมนุษยศาสตร์ และสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชพฤกษ์. 2 (1),68-76. สรุ ิยา คงจนั ทร์, 30 พฤศจกิ ายน 2563,สัมภาษณ.์ เสาวลักษณ์ โกศลกติ ติอัมพร และคณะ. (2563). การจัดการทรัพยากร น้า : แนวคิดธนาคารนา้ ใต้ดิน จากชุมชนเก่าขาม. วารสาร สจร อุบลปริทรรศน์. 5 (1) : 395-408. 54 ระพรารชะทคารนพูเพิศลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
ของถโอมดเธวดนิสลาัยคถวทาสิัศอรนาดโค์หววกกธิสิ รปีิจยั ะฏชทบบิุมือัศัตชนขิหนอลวงวธโธิงมนพีปเาด่อฏคแลบิ ดาวตัิสรงาิโนคหนกฺทกิจิโชรยุมะบชนอื (พระครพู ิศิษหฏลวป์ งรพะอ่ชแาดนงานถน,ฺทดิโยร.) อาเภอท่าตูม (พระครูพศิ ษิ ฏ์ประชานาจถงั, หดรว.ดั) สอรุาํ เินภทอทร่า์ ตูม จงั หวัดสรุ นิ ทร์ RemoRveimngovpinrgacptriaccatlicvailsvioisnion: F: Frroommtthheeccoommmmuunniittyy NaennttheNireaypnnortt’Tisheshriecypaoormtiw'susoemcbdmoaeDwlnoidpkbserat(ralnPicpkchtrti(ra,cPacSehtkuirrcoaruekfiprnLouhfupPiaLshriuniotsapgvitnrippngahrpcacohechrh.oaaDrnnDaaaatet,e,nnDDggrr..)) Thatum District, Surin Province. บทคดั ย่อ บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด วธิ ีการปฏิบัติ วิสาหกจิ กิจชุมชน ธนาคารโค กระบือ หลวงพ่อแดง นนฺทิโย (พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ, ดร.) อาเภอท่าตูม จังหวัด สุรินทร์ เพื่อเป็นการถอดแบบวิธีการดาเนินการของวิสหกิจ ใช้ วิธีการศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย การสัมภาษณ์ และการสังเกต อยา่ งมีส่วนร่วม และเรยี บเรยี งออกมาเป็นบทความวชิ าการ ผลการศึกษาพบว่า การท่ีพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ,ดร. (หลวงพ่อแดง นนฺทิโย) แห่งวัดอินทาราม ได้ดาเนินการ ไถ่ชีวิตโค กระบือภายใต้แนวคิด ศีล เมตตา ไม่ใช้ความรุนแรง (ต้นน้า) จากนั้นโค กระบือ ถูกบริหาร ประสาน จัดมอบสู่วิสาหกิจชุมชน กโครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตด ินของหลวงพอ แดง นนฺทโิ ย 55
ภายใต้แนวคิด ชีวิตต่อชีวิต อาชีพ สินทรัพย์ ผา่ นการจัดตั้งองค์กร และดาเนินการ นามาให้ชาวบ้าน (ปลายน้า) ภายใต้แนวคิดวิสัย ธรรม นาวิสัยทัศน์ โดยมีคณะกรรมการชุมชน และวิสาหกิจเป็น กรรมการ (กลางน้า) นาไปให้ไปชาวบา้ นรับเลีย้ ง โดยรวมกลุ่มเป็น วิสาหกิจชุมชน ธนาคารโค กระบือหลวงพ่อแดง นนฺทิโย ข้ึน 19 กล่มุ ในปจั จบุ นั (ปลายน้า) ราชการออกใบรบั รองถูกต้อง ท่ีมขี อ้ มูล ว่ามีผู้รับโค กระบือ ไปแล้วกว่า 431 ตัว จนเกิดความเข้มแข็ง ก่อ รูปเป็นชุมชนพ่ึงตนเองตามแนวพุทธ ตามโมเดลที่หลวงพ่อแดงได้ แสดงหลักการท่ีเป็นกลยุทธ์การจัดการเศรษฐกิจชุมชนวิถีพุทธ (Buddhist New Normal Management) ในยุคโควดิ ที่ทุกชุมชน ตอ้ งปรบั ตวั ตืน่ รู้ ส้ภู ัยยุคโรคเปล่ยี นโลก คาสาคัญ : วิสัยทัศน์ วิธีปฏิบัติ, วิสาหกิจกิจชุมชน, ธนาคารโค กระบอื , พระครพู ศิ ิษฏ์ประชานาถ, ดร., Abstract This academic article have objective to study concepts practices, Community enterprise, Luanghor Daeng Nanthiyo's Cow Bank (Phrakruphisitprachanat, Dr.), Thatum District, Surin Province, in order to replicate the operation methods of the cooperative. Using the study method from research papers, interviews and 56 ระพรารชะทคารนพูเพิศลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนฺทโิ ย)
participatory observation. And compiled into academic articles The study results found that Phrakruphisitprachanat (Luangphor Daeng Nathiyo), Intharam Temple has proceeded to redeem the lives of cows buffaloes under the concept of morality, merciful non-violence (upstream). After that, cows buffaloes were administered, coordinated, delivered to community enterprises under the concept of life to life, career, assets through the establishment of an organization and proceeding to bring to the villagers (Downstream) under the concept of Dharma vision lead the vision with a community committee and the enterprise as a director (mid-water) brought to the villagers to adopt. Overall the group is a community enterprise. Luang Por Daeng Nanthiyo's Cow Bank up to 19 groups at present (downstream). The government issued a valid certificate with information that more than 4 3 1 cows have been received. Until strengthened forming a self-reliant community following the Buddhist concept according to the model that Luangpho Daeng has demonstrates, the โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตดนิ ของหลวงพอ แดง นนฺทโิ ย 57
principles of Buddhist community economic management strategy during the COVID era. That every community must adjust to be aware fight against the threat of disease changing the world. Keywords : Vision, Practice, Community enterprise, Cow Bank, Phrakhruphisitprachanat, Dr., 1.บทนา ร่วมคณะไปสังเกตการณ์กิจกรรมที่หลวงพ่อแดง นนฺทิโย (พระครพู ิศิษฏ์ประชานาถ) ในกจิ กรรมพิธีเปิดป้ายวสิ าหกิจชุมชน ธนาคารโค กระบือหลวงพ่อแดง (พระครพู ิศษิ ฏ์ประชานาถ,ดร.) วัด เจียงอี อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นศูนย์ และกลไกขับเคล่ือน ธนาคารโค กระบือร่วมกับชุมชน ที่ถูกส่งตอ่ ไปจากวัดอินทาราม จ. สมทุ รสงคราม จึงใชโ้ อกาสนี้ร่วมเดนิ ทางและสงั เกตการดาเนินงาน เพ่อื ศึกษาวงจรการทางานครบมิติของพระสงฆ์กบั บทบาทต่อสงั คม ชุมชนในภาพกวา้ ง ท่เี รม่ิ ต้งั แต่ (1) โครงการไถช่ ีวิตโคกระบือ วัดอิน ทาราม จ.สมุทรสงคราม (2) โคกระบือถูกส่งต่อไปเป็นสินทรัพย์ กลางของวสิ าหกิจชุมชนธนาคารโคกระบือหลวงพ่อแดง นนทฺ ิโย ใน เขตจงั หวดั สุรินทร์ (3) โคกระบือถกู จับสลากจัดสรรอยา่ งเป็นธรรม ตอ่ สมาชิก เพ่ือต่อชีวติ โค สร้างอาชพี (ปลูกหญ้า ธนาคารน้าใต้ดิน ธนาคารพลังแสงอาทิตย์ ผลิตปุ๋ย จากมลู โค กระบอื ผลติ พลงั งาน 58 ระพรารชะทคารนพูเพิศลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ โิ ย)
ทดแทนจากมูลดโค กระบือ มูลสัตว์ และสร้างอาชีพภายในวิถี เกษตรแบบอ่ืน ๆ ปลูกผัก พืช เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ) และการดาเนิน กิจกรรมของสมาชิกธนาคารโคกระบือในรูปแบบของวิสาหกิจที่ จัดต้ังข้ึน (3) ชุมชนเข้าร่วมโครงการภายใต้สมาทานศีล ศีลกินได้ ไม่รุนแรง ไม่ฆ่า ได้ลูก 1 ตัว สง่ คืน ซึง่ มีโคกระบอื ถกู ส่งไปทุนยังชีพ กว่า 431 ตวั (ตวั ละ 2 หม่นื = 10 ลา้ นบาทโดยประมาณ) ในหลาย ชุมชนในอาเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ด้วยกิจกรรมนี้จึงให้ต้อง เดินทางไปสังเกตการณ์ เพ่ือแบ่งปันเป็นความรู้ ข้อมูล เพื่อถอด แบบมาเล่าแบ่งปันเป็นต้นธารความรู้ ทั้งน่าส่งเสริมให้เกิดเป็น ต้นแบบในการส่งเสริมศีลธรรมทางศาสนา ศีลกินได้ มีศีล มีธรรม เงินมี คุณภาพชีวิตมี เป็นต้น โดยใช้เกณฑ์ในเรื่องศีลธรรมเป็น เคร่อื งกากับการดาเนินชีวติ เกณฑ์ทางสังคมกับจริยธรรมทางสงั คม ทาให้สังคมไปต่อ ขับเคลื่อนและดาเนินชีวิตไปสู่พัฒนาการของ ชมุ ชนได้ ในส่วนของวิธีคิดการดาเนินการเท่าที่สังเกตเร่ิมตั้งแต่ต้น ทาง (1) การไถ่ชีวิตโคกระบือ เป็นการแสดงออกตามหลัก พระพุทธศาสนาในเร่ืองการไม่ใช้ความรุนแรงตอ่ ชีวิต (ปาณาตบิ าท) การใช้หลักเมตตา (เมตตา-กรุณา) ความเอ้ืออาทร เสยี สละแบง่ ปัน (ทาน-จาคะ) ดงั นั้นความไม่รุนแรงต่อชีวิตคนอ่ืน ตามหลักปาณาติ บาท ในทางพระพุทธศาสนาจึงมเี ป้าหมายเปน็ การลดความรุนแรง ตอ่ ชวี ิต ทรพั ย์สิน ของคนในชุมชน ในสังคมแบบองค์รวม และการ ดาเนินชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ถ้าสังคมไม่มีความรุนแรง การอยู่ กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตดินของหลวงพอแดง นนทฺ ิโย 59
ร่วมกันอย่างสันติสุข จะเกิดขึน้ ภายใต้บริบทการอย่รู ่วมกนั บนความ แตกต่างกันในกันและกนั ได้ (2) อาจมีคาถามเชงิ แยง้ ว่ากิจกรรมถ่าย ชวี ิตโคกระบอื ไปแล้ว ไม่ฆ่า ไม่กินเนอ้ื ไม่ใช้ความรุนแรง แต่รุ่นลูก ของโค กระบือ กย็ งั เขา้ สู่วงจรเดิมอยา่ งนน้ั หรือไม่ ? ในประเด็นน้ใี ห้ พึงตระหนักในเร่ืองการชะลอความรุนแรง หรือยุติการใช้ความ รุนแรงต่อชวี ิตไปชวั่ ขณะ ซ่ึงอาจหมายถึงการไมฆ่ ่า ซงึ่ มีนยั ยะเป็น การส่งสาร (Massage) การไม่ฆ่า ไม่รนุ แรงไปสู่สาธารณะ ส่งเสริม ให้เห็นความสาคัญของชีวิตทุกชีวิตต่อประชาคมในภาพกว้างได้ ตอ่ ไปอาจกลายจุดเริม่ เป็นแบบอย่าง เป็นต้นธาร ท่ีจะสรา้ งความ ตระหนักในองค์รวมได้ ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นแนวทางที่ดี ใน ความหมายนี้คือชะลอ หรือยุติการเบียดเบียนไปช่ัวขณะหน่ึงหรือ ตลอดไปอยู่ท่ีการบริหารจัดการภาคต่อของผู้ดาเนินกิจกรรม โครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ (ต้นน้า-กลางน้า-ปลายน้า) หรือจะส่ง ตอ่ ไปเป็นวิธีการอ่ืน ๆ อยา่ งไร ซึ่งกจ็ ะนบั วา่ เปน็ ประโยชนแ์ ละควร เกดิ ขน้ึ ยกเหตุการณ์ครงั้ พุทธกาลพระพทุ ธเจ้าเสดจ็ ไปห้ามพระเจ้า วิฑูฑภะ ในการไปทาสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ศากยวงศ์ ถึง 3 คร้ัง ซ่ึงมีความเป็นการชะลอความรุนแรงไปชั่วขณะได้ (ขุ.อป.(ไทย) 32/87/577,พระมหาสมบูรณ์ วุฒิกโร,2557;พระระพนิ พทุ ธิสาโร ,2553) (3) หลักการจาคะแบง่ ปนั ใหช้ ีวติ ให้โอกาส และเกื้อกลู ต่อ กันและทั้งคนต่อสัตว์สิ่งมีชีวิตและคนต่อคนในฐานะเพ่ือนมนุษย์ ด้วยกัน (4) ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนากินได้ หมายถึง รับศีล 60 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ โิ ย)
สมาทานศีล มีเจตนาไม่ใช้ความรุนแรงต่อชีวิต ต้ังสัจจะอธิฐานทา ความดี มีศีลมีธรรม ก็สามารถเอาโค กระบือ ไปเป็นสินทรัพย์ใน การทาให้ชีวิตมีความมั่นคง หรือเป็นสินทรัพย์ ท่ีสามารถนาไปค้า ประกันแทนเงินกู้แหล่งทนุ การเงินชมุ ชนตอ่ ไป หรือสถาบันการเงิน ชุมชนในอนาคต หรอื เครดติ ในเชงิ สังคมและกายภาพ มอี าชีพเสริม แมจ้ ะมีคาถามว่าไม่ไมร่ ุนแรง 1 แต่ไปรุนแรง 2 (รับวัว/ได้คืน ส่งคืน 1) มองในอีกมิติหน่ึงคือหยุดท่ี 1และ 2 สว่ นระยะอื่น ก็คงต้องหา แนวทางหรือมาตรการอ่ืนกันต่อไป แต่ผลได้เกิดการไม่ใช้ความ รุนแรงได้ 2 ต่อ 1 น่าจะดีกว่า บางคนบอกตีความเข้าข้างตัวเอง ไหม ก็ต้องตอบว่าน่าจะดีกว่าไม่ทาอะไรเลย เกณฑ์อาจไม่ได้ดีไป เสียทัง้ หมด แตอ่ ย่างน้อยทาใหเ้ ห็นวา่ ยงั มีแนวทางหรอื ชอ่ งทางที่จะ เป็นไปได้ ซึ่งในการเขียนสะท้อนคิด ถอดประสบการณ์จะได้นามา แบ่งเป็นเป็นชุดการเรียนรู้ จากพ้ืนท่ีจริง โมเดลวิสาหกิจกิจชุมชน ธนาคารโค กระบือหลวงพ่อแดง นนทฺ ิโย (พระครูพิศษิ ฏ์ประชานาถ ,ดร.) อ.ทา่ ตูม จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นการเรียนรู้ตอ่ กิจกรรมในลกั ษณะ เดียวกันและเป็นกลไกการพัฒนาแก่ประชาคมอ่ืน ๆ ขับเคล่ือนให้ เกดิ ความเคลอ่ื นไหวผ่านตอ่ ไปได้ 2.ไถ่ชวี ติ โค กระบอื สนิ ทรพั ย์ และธนาคารโคกระบือ สัตว์ในวิถีเกษตร มีจานวนมาก แต่ในที่นี้ยกเฉพาะโค กระบือ ซึ่งแนวคดิ เรื่องความเปน็ โค กินเน้ือไม่กินเนือ้ ฆ่าไม่ฆ่าเป็น เรื่องของแต่ละสังคม ความเชื่อและศาสนา ซ่ึงตรงน้ันคงไม่ได้ กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตดินของหลวงพอ แดง นนทฺ โิ ย 61
ต้องการนาเสนอ แต่ประเด็นท่ีต้องการนาเสนอคือแนวคิดใน สังคมไทย การท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั เคยดารเิ รอ่ื งธนาคาร โคกระบือทีว่ า่ \"....ธนาคารโคและกระบือ ก็คือ การรวบรวมโค และกระบือโดยมีบัญชีควบคุม ดูแล รักษา แจกจา่ ย ใหย้ ืม เพื่อใช้ประโยชน์ในการเกษตร และเพิ่มปริมาณโคและ กระบือตามหลักการของธนาคาร ธนาคารโคและกระบือ เป็นเร่ืองใหม่ของโลกที่มีความจาเป็นเกิดขึ้น เพราะ ปจั จุบันมีความคิดแต่จะใช้เครือ่ งกลไก เป็นเคร่ืองทุนแรง ใน กิ จ ก า ร เก ษ ต ร แ ต่ เมื่ อ ร า ค า น้ า มั น เชื้ อ เพ ลิ ง แ พ ง ขึ้ น ความก้าวหน้าในการใชเ้ คร่ืองกลไกเสียไป จาเป็นต้องหัน มาพึ่งแรงงานจากสัตว์ท่ีเคยใช้อยู่ก่อน เมื่อหันกลับมา ปรากฏว่ามีปัญหามาก เพราะชาวนาไม่มีเงินซ้ือโคและ กระบอื มาเลย้ี งเพ่อื ใช้แรงงาน ธนาคารโคและกระบือ พอจะอนุโลมใช้ไดเ้ หมือน ธนาคารท่ีดาเนิ นการเกี่ยวกับการเงิน เพ ราะโดย ความหมายท่ัวไป ธนาคารกด็ าเนนิ กิจการเก่ียวกบั ส่ิงมีค่ามี ประโยชน์การตั้งธนาคารโคและกระบือก็มิใช่ว่าต้ังโรง ขึ้นมาเก็บโคหรือกระบือ เพียงแต่มีศูนย์กลางข้ึนมา เช่น อาจจัดให้กรมปศุสัตว์เป็นศูนย์รวม ใครจะสมทบธนาคาร 62 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลิษงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
โคและกระบือ ก็ไม่จาเป็นต้องนาโคและกระบือไปมอบให้ อาจบริจาคในรูปของเงิน....\" พระบรมราโชวาทท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่สมาชิกกลุ่มเกษตรกรทั่ว ประเทศ ณ บริเวณโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เม่ือวันพืช มงคล 14 พฤษภาคม 2523 เก่ียวกับโครงการธนาคารโคและ กระบอื ตามพระราชดาริ การทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวรชั กาลท่ี 9 เสด็จพระ ราชดาเนินตรวจเย่ียมราษฎร เม่ือเดือนมิถุนายน พ.ศ.2522 ได้ทรง ทราบว่ามีราษฎรผ้ยู ากจนในพ้ืนที่โครงการพัฒนาพ้ืนที่ราบเชิงเขา จงั หวัดปราจีนบุรี ตามพระราชดาริ จานวนมาก ตอ้ งเช่าโค-กระบือ ไว้ใช้แรงงานในราคาแพงมาก และบางคร้ังเม่ือจาหน่ายผลผลิต ทางการเกษตรแล้วก็แทบไมเ่ หลอื อะไรเลย เพราะเงินท่ีไดต้ ้องจ่าย เป็นค่าเช่าโค-กระบือ เกือบหมด จึงทรงมีพระราชดาริให้กรมปศุ สัตว์จัดตั้งธนาคารโค-กระบือขึ้น ในปี 2522 เพ่ือช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ยากจนได้มีโอกาส มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของ ตนเอง จากแนวทางดังกล่าวท่ีปรากฏอาจนับได้ว่าเป็นจุดเร่ิมต้น ของธนาคารโคกระบือ และถูกส่งต่อเป็นภาระงานให้กรมปศุศัตว์ และส่วนงานท่ีเก่ียวข้องดาเนินโครงการดังกล่าวอย่างต่อเน่ือง กระทง่ั ปัจจบุ นั กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตดินของหลวงพอแดง นนทฺ โิ ย 63
ในส่วนวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม ก็ได้ดาเนิน โครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ ภายใต้แนวคิดลดความรุนแรงตามหลัก ศีลข้อปาณาติบาท นาไปสู่การให้ (ทาน) ฝึกการแบ่งปัน (จาคะ) เสียสละแก่หมู่กลุ่ม ฝึกให้เกิดการบริหารจัดการให้เป็นสินทรัพย์ เพ่ือสร้างความสมดุล (มัชฌิมาชีวิตา) และสมบูรณ์ในครอบครัว (สมมชีวิตา) โครงการถ่ายชีวิตโคกระบือ จึงเป็นการยุติการปาณาติ บาทในเบือ้ งต้น และถกู สง่ ต่อไปเป็นทุนทรัพย์ ให้เป็นทุนทางอาชีพ รายได้ และทุนทางสังคม การยอมรับ กิจกรรมในลักษณะไถ่ชีวิต เมื่อสารวจข้อมลู จะพบหลายท่ี เชน่ มูลนิธไิ ถ่ชีวิต-โคกระบือ ท่ีต้ัง วัดลุ่มเจรญิ ศรัทธา เขตสาทร กรงุ เทพฯ (พล.ต.อ.วีรชัย ทรงเมตตา, ประธานมูลนิธิ) โครงการฟาร์ม แห่งศรัทธา (ดาเนินการโดย บิณฑ์ บัณลือฤทธิ)์ โครงการไถ่ชีวติ โค กระบอื (วัดยานนาวา กทม.) หรือ กิจกรรมในวัดต่าง ๆ อีกหลายแห่งท่ัวประเทศ ล้วนดาเนินการ ภายในวดั หรอื องคก์ รการกุศลเพ่ือช่วยเหลือ และเป็นกิจกรรมของ องค์กรน้ัน ๆ โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้ดาเนินการหรือขับเคล่ือนให้ เกิดขึ้น หรือหน่วยงานราชการเช่น กรมปศุศัตว์ ท่ีรณรงค์ให้ ดาเนินการ นาโค กระบือ เขา้ โครงการตามพระราชดาริ แต่ทงั้ หมด ดาเนินการตามวัตถุประสงค์และเครือข่ายของแต่ละแห่ง ซึ่งเป็น ปัจเจกของแตล่ ะพื้นท่ีไม่มสี ่วนเกี่ยวข้องหรือดาเนินการแตอ่ ยา่ งใด ซึ่งในการเขยี นน้มี ุง่ ไปศกึ ษาการดาเนินงานโครงการภายใตว้ ิสัยทัศน์ แนวปฏิบัติและความเป็นไปได้ของโครงการอันเน่ืองด้วยวัดอินทา 64 ระพรารชะทคารนพูเพศิ ลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
ราม จ.สมุทรสงคราม โดยพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ,ดร. (แดง นนฺทิโย) รองเจ้าคณะอาเภออัมพวา และเจ้าอาวาสวัดอินทาราม วา่ มีแนวปฏิบตั ิหรือวิธีการดาเนินการอย่างไร ในเชิงของการจัดการ ประยกุ ต์หลกั คาสอนทางในทางพระพทุ ธศาสนา และทีจ่ ะทาให้เห็น ว่าพระพุทธศาสนากเ็ ป็นกลไกขับเคลือ่ นร่วมใหเ้ กดิ ขน้ึ ได้ด้วย 3.วสิ ัยทศั น์สู่ปฏิบตั ิ ปฏิบัติการเชงิ พ้ืนที่ ในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะแนวคิด ว่าคิดอย่างไร ทา อย่างไร ผลเป็นอย่างไร และคาดหวังต่อผล หรือจะขับเคลื่อนให้ พฒั นาไปอย่างไร ซง่ึ เหล่านี้เปน็ กลไก ท่ีจะพึงให้เกดิ ข้นึ โดยในส่วน ของวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม (ต้นน้า) อันเป็นท่ีมาของ กิจกรรมกรรมโครงการ และวิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือ นักวิชาการผู้ประสานงานในพ้ืนที่ (กลางน้า) และชุมชนผู้เป็น เจ้าของในการขบั เคลอื่ น ส่งตอ่ ภายใตแ้ นวคดิ รกั ษา สืบต่อ และส่ง ต่อ ให้เป็นชีวิต หนึ่งมีชีวิตอยู่ต่อ (ปลายน้า) แม้จะเป็นการเริ่มแต่ ทาให้เห็นกลไก ท่ีจะเป็นต้นแบบในแหล่งอ่ืน ๆ ได้ ท้ังวกกลับไป เปน็ ตน้ ทาง ต้นแบบให้กับชมุ ชนอนื่ ๆ ได้ เม่ือสารวจงานวิจัยได้มีผู้ทาการศึกษาไว้ จะพบวา่ มีการ ทาโครงการธนาคารโคกระบือและให้ข้อมูลผลการศึกษาไว้ เช่น การศึกษาปัญหา สาเหตุ และแนวทางแกไ้ ขการดาเนนิ งานโครงการ ธนาคาร โค-กระบือเพ่ือเกษตรกร ตามพระราชดาริ จังหวัด โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตด นิ ของหลวงพอแดง นนฺทิโย 65
หนองคาย (สุระพงษ์ ศรีปิยะพันธุ์, ชาตรี ศิริสวัสด์ิ, เสาวลักษณ์ โกศลกติ ตอิ มั พร, และรังสรรค์ สิงหเลิศ,2551, 179-188) วิจยั เร่ือง ปัจ จัยที่ส่งผ ลดีผล เสียต่อความสาเร็จ ของโครงการ ธนาคารโค - กระบือเพ่ือเกษตรกร ตามพระราชดาริ ในพ้ืนที่จังหวัดสกลนคร Factors Affectingtothe Success of Royal Cattle Buffalo Bank for Farmers in Sakon Nakhon Province (ผ ก าม าส รงุ่ เรือง,ศรีนอ้ ย ชุ่มคา,และวิวัฒน์ชัย อยู่ยืนยง,2554,9-20) ในงาน รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการธนาคารโค-กระบือเพ่ือเกษตรกร ตามพระราชดาริ (กรมปศุสตั ว์,2551) ผลของโครงการธนาคาร โค- กระบือตามแผนพัฒนาชนบทยากจน ต่อเกษตรกรทีไ่ ด้รบั บริการใน จังหวัดเลย (ชาครติ เอี่ยมจนั ทร์,2535) ปัจจยั ท่มี ีผลต่อความสาเร็จ ในการดาเนินงานของกล่มุ เกษตรกร จังหวดั นนทบุรี (ชาตรี บญุ นา คม,2544) จากภาพรวมมีงานวิจัยและผู้ดาเนินการไว้จานวนมาก ซ่งึ ใหข้ อ้ มูลสะทอ้ นคิดและผลการดาเนนิ งานท่ีแตกตา่ งกนั ไปตามแต่ ละพ้ืนท่ี แต่หวั ใจหรอื หลกั สาคัญก็คือการจดั การ ดาเนินโครงการโค กระบือ ในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือ ท่ีมี เป้าหมายเพ่ือการเข้าไปส่งเสริมคุณภาพชีวิตและแนวปฏิบัติที่ดีใน การจัดการ แต่ในการเขียนบทความนี้จะสะท้อนคิดแนวคิด แนว ปฏิบัติ ผลการปฏิบัติของวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม และ เครือขา่ ยผา่ นวสิ าหกิจชมุ ชน จึงเป็นท่ีมาของการบรหิ ารจัดการจาก การสงั เกตในพืน้ ทีจ่ รงิ ซ่งึ จะไดถ้ อดบทเรียนแบ่งปันเป็นลาดับตอ่ ไป 66 ระพรารชะทคารนพูเพิศลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนฺทโิ ย)
ก.ต้นน้ายุติความรุนแรงต่อชีวิต (ปาณาติบาท/เมตตา/จาคะ/ สังคหวตั ถุ) 1.กิจกรรมโครงการถ่ายชีวิตโค กระบือ วัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม ต้นธารเร่ิมต้นของกลุม่ วิสาหกจิ ชุมชนธนาคารโค/ กระบือ เป็นกิจกรรมโครงการท่ีเร่ิมจากวัด และพระสงฆ์ใน พระพุทธศาสนา (1) ผ่านแนวคิด บุญทาน ศีลธรรม ใหผ้ ูม้ าไถ่ชวี ิต โคกระบอื ได้มีศลี ท่ีช่วยยุติความรนุ แรงในทกุ ชนิดต่อส่ิงมีชวี ิต เป็น อภยั ทาน จากนั้นสง่ ต่อสงิ่ เหลา่ นี้ไปเปน็ ทนุ สาหรับชวี ติ เปน็ ฝึกการ เสียสละ (จาคะ) ฝึกการแบ่งปัน (ทาน) และฝึกการไม่ใช้ความ รุนแรง (ปาณาตบิ าท) ตอ่ สง่ิ มชี วี ติ และในทกุ ครง้ั วัดอินทาราม โดย หลวงพ่อแดง นนฺทิโย ได้นาโค กระบือไปเป็นต้นธารในการทา กิจกรรมต่อเน่ือง แปลว่ากิจกรรมเหล่าน้ีทาให้เกิดการขับเคล่ือน เปน็ แนวทางของการส่งเสริมศีลธรรมในเบ้อื งต้น โดยมวี ดั อินทาราม หลวงพ่อแดง นนฺทิโย เป็นฐานในการดาเนนิ กิจกรรม 2.จัดมอบโคกระบือให้กับชุมชนที่ต้องการ โดยให้มีการ จัดต้ังกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีเป้าหมายเพ่ือส่งเสริมให้เกิดความ เข้มแข็งในชมุ ชน (ประชานาถ สู่ อัตตนาถ/พระเปน็ ที่พ่ึงของชุมชน เพื่อให้ชุมชนพ่ึงตนเองได้) การแสดงออกซ่ึงความสามัคคีภายใน ชุมชน และใชก้ ลไกของรฐั ที่กาหนดให้จดั ตัง้ วสิ าหกิจชุมชนเพื่อการ บรหิ ารจัดการ โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด นิ ของหลวงพอ แดง นนทฺ โิ ย 67
ภาพท่ี 1 วดั อนิ ทาราม กับกจิ กรรมไถ่ชวี ติ โค กระบือ ตามหลักอภยั ทาน หลกั เมตตา และหลักปาณาติบาท ในพระพุทธศาสนา (ภาพ : วดั อนิ ทาราม 5 กรกฎาคม 2563) 3.ส่งต่อชีวิตไปเป็นชีวิต ศีลธรรม ในกรณีที่ไปศึกษาเชิง พ้ืนที่นี้ โค กระบือ ได้ถูกส่งต่อเข้าไปสู่วิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือหลวงพ่อแดง นนทฺ ิโย ที่จังหวัดสุรินทร์ จะทาใหโ้ ค กระบือ เหล่าน้ีไปตอ่ ชีวิตให้กับเกษตรกร ที่ประสงค์รบั โค กระบือผ่านกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนที่จัดต้ังขึ้น และมีแนวทางเดียวกันคือไม่ฆ่า ไม่ใช้ ความรุนแรง ตายทาบุญให้ ก่อนรับสมาทานศีล 5 ตั้งสัจจะ ตาม แนวปฏิบัติของหลวงพ่อแดง นนฺทิโย กับวัดและพระสงฆ์เครือข่าย ในเขตชุมชนที่วิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือ หลวงพ่อแดง นนฺทิโย ตั้งอยู่ ศีลกับอาชีพ และการดาเนินชีวิต เม่ือได้ลูกตัวแรก สง่ กลับคืนให้กับวิสาหกิจชุมชน เพ่ือส่งต่อไปเป็นทุนในการดาเนิน ชีวิตและอาชีพแก่ครอบครัวอ่ืน ๆ ต่อไป ขยายศีลผ่านชีวิตและให้ ชีวติ 68 ระพรารชะทคารนพูเพิศลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนฺทโิ ย)
4.การประสานงานระหว่างวัดอินทาราม เครือข่าย นั ก วิชาก ารเชิ งพื้ น ท่ี (รศ.ด ร.วาส น า แ ก้ วห ล้ า) อ งค์ ก ร พระพุทธศาสนาในพื้นที่วัดเจียงอี (หลวงพ่อหาญ) และวิสาหกิจ ชุมชนที่จัดต้ังข้ึนโดยกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมธนาคารโค กระบือ ซงึ่ รวมกลมุ่ กนั ในปัจจุบนั ขณะทีร่ ่วมสังเกตการณ์ 19 กลุ่ม (กลุ่ม ๆ ละ 7 คนเป็นอย่างน้อย) จัดสรร จัดการโคจากวัดอินทา รามกว่า 431 ตัว แก่ครอบครัวกว่า 180 ครอบครัว ฯลฯ ภายใต้ แนวคิดไม่ฆ่า ไม่รุนแรง ไม่เลี้ยงส่งคืน ตายฝัง ทาบุญให้ ตกลูกตัว แรกส่งคืนเอ้ือเฟื้อแก่สมาชิกอ่ืน ๆ ต่อไป เป็นอภัยทาน เป็นวงจร ของการไมใ่ ชค้ วามรุนแรง และยตุ กิ ารฆ่าไปได้ ตัวละตัวต่อไปอกี ภาพที่ 2 กลไกการจดั การตามแนวพุทธสกู่ ลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนธนาคารโค กระบือ จ.สรุ นิ ทร์ กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตดนิ ของหลวงพอ แดง นนฺทโิ ย 69
ประเด็นทั้งหมดเป็นประเด็นโต้แย้ง ในฐานะผู้ดาเนิน โครงการ มองเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ ด้วยเหตุผลในเรื่องของ การชว่ ยเหลอื จริง และดาเนินการจรงิ และยังคิดต่อไปอีกวา่ ในการ ดาเนินการไมใ่ ชเ่ พยี งแค่รับปจั จัย แลว้ จบ ทาพธิ ีถวายแล้วจบ แต่ยัง มองไปว่าชีวิตโคที่ไม่ตาย แต่ทาให้ชีวิตคนที่ประกอบอาชีพไม่ตาย ด้วย การฆา่ หรือรุนแรงตอ่ ชีวติ คงตัดหรือหา้ มขาดจากวงจรคงไม่ได้ เสียทเี ดียว แต่เราอาจใชว้ ิธีบรรเทา หรือชะลอ รณรงค์สง่ เสริมแบบ ค่อยเป็นค่อยไป เข้าทานองทาดีกว่าไม่ทา หรือทาบ้างถูกด่าบ้าง ดีกว่าดา่ อย่างเดียวแต่ไม่ทาอะไรเลย แนวคิดเหล่านเี้ ป็นแนวปฏบิ ัติ ที่กาลังดาเนินการอยู่หรือกระทาอยู่กรณีของโครงการไถ่ชีวิตโค กระบือวัดอินทาราม และส่งต่อไปเป็นธนาคารโคกระบือท่ีจังหวัด สุรินทร์ ภาพท่ี 3 กจิ กรรมเปดิ ปา้ ย และใหข้ อ้ คิดตอ่ ผ้เู ขา้ รว่ ม โครงการธนาคารโค กระบือ ของกลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนธนาคารโค กระบอื หลวงพอ่ แดง นนฺทโิ ย ณ วัดอาเจียง อ.ทา่ ตมู จ.สรุ นิ ทร์ (ภาพ วัดอนิ ทาราม 16 กรกฎาคม 2563) 70 ระพรารชะทคารนูพเพิศลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ โิ ย)
ข.กลางน้า การจัดการตามแนวพุทธ ไปต่อและมุ่งหวังให้ย่ังยืน (เมตตา –จาคะ) 1.จัดต้ังวิสาหกิจชุมชนโคกระบือ ที่เป้าหมายเพ่ือการ รักษาพันธุ์โคกระบือ ท่ีใช้คาว่าศูนย์อนรุ ักษ์กระบอื ไทย มีการจัดต้ัง คณะกรรมการจากแต่ละชุมชน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการจานวน 7 หมู่บ้าน (จัดประชุมเมื่อ 20 มิถุนายน 2563) โดยความเข้มแข็ง ของชุมชนท่ผี ่านมามีการเข้ามาศึกษาดูงาน โดยบ้านชาวบ้านจาก วัดไทรงาม ต.บางบ่ออี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ มาศึกษาดูงาน สังเกตการณ์แนวทางการบริหารจัดการชุมชน (เมื่อ 17 มิถุนายน 2563) ท่ี อบต สลักได ซงึ่ เป็นฐานการเป็นศนู ย์การเรยี นรคู้ รบวงจร การเกษตรควบปศุสัตว์ โดยแนวคิดของการจัดต้ังของชุมชนภาย เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด 3 ประสาน อันประกอบด้วย วัดในชุมชน เป็นฐานในการพัฒนา ประกอบด้วย 3 เสาหลกั คือ พลัง บวร วัดท่ี เจ้าอาวาส และชาวบ้านสนใจตามกติกา จะศึกษาและเข้าร่วม กิจกรรมโครงการ 2.ดาเนนิ กิจกรรมโครงการประสานโค กระบือเพ่ือการไม่ ฆ่าและไม่ใช้ความรุนแรง ศีล/ลดความรุนแรงในเบ้ืองต้น ตอ่ ชีวิต และสิ่งมีชีวติ (แม้จะมีความรุนแรงบ้าง แตอ่ ย่างน้อยก็เป็นการฝึก ความไม่รุนแรงเบียดเบียน ปาณาติบาท) เห็นความสาคัญของชีวิต อน่ื ฝึกการให้แบ่งปนั เมื่อได้โค กระบือมา 1 ตัว ส่งคนื กองทุน เพื่อ ส่งต่อให้เป็นสินทรัพย์กองกลาง (เมตตา-ทาน-การให้-จาคะ โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตดินของหลวงพอแดง นนฺทโิ ย 71
เสียสละ แบ่งปนั ) ฝกึ ความเสียสละ (จาคะ) เมอื่ ได้มาแลว้ ต้องเอง เลี้ยง โดยวดั เป็นสถาบันขัดเกลาทางจิตใจให้คนมีศีล ทาน เมตตา แต่อยากเห็นวัดเป็นสถานที่ก่อรูปสัมมาอาชีวะ ลดความรุนแรงใน เบื้องต้น ตอ่ ชีวิต และสิ่งมชี วี ติ การนาหลักธรรม ข้อแรกคือ ศีล ข้อท่ี 1 มาตี โจทย์ คิดเล็กๆ แต่พอทาไปทามา มันขยายผลได้ชัดขึ้น มาก ดั่งสมการ นี้ หญ้าเนเปีย+เกลือก้อน+น้า = วัวผอม กะร่อง กลายเป็นวัวรอดตาย ภายใน 8 สัปดาห์ ถอดรหัส ดังน้ี หญ้าเนเปยี คือ สีเขียว เป็นความอดุ มสมบรู ณ์ เกลือ ก้อน คอื ความอดทน จากคาถาอทิ ธิบาท 4 ดั่งเกลอื รักษา ความเค็ม น้า คือ เป็นบุคคลที่สอนได้ เรียนรู้ได้เสมอ เหมือนน้าไหลลงที่ต่า สอนด้วย คาถา อิทธิบาท 4 ขยัน หนึ่งสมอง สองมอื สองขา หาท่ีมีความรู้ใหม่ ให้ชาวบ้าน ปรับวิช่ัน (Vision) เลี้ยงวัวในคอก เก็บข้ีวัว คือ ทองคา ประโยชนท์ ีเ่ หน็ เปน็ รูปธรรม วัดไดจ้ ากไดป้ ยุ๋ คอก แทนการ ชื้อปุ๋ยเคมี ลดหนี้จากการทานาแล้วย่ิงจนลง ฝึกชาวบ้าน เปรียบเทียบต้นทุนกาไรจากการทานา (นกั วิชาการ A,สัมภาษณ์ 14 กรกฎาคม 2563) 3. เสริมอาชีพ ตามหลักกติกาที่เรานาเอาวิสัยธรรม นา วิสัยทัศน์ ของหลวงพ่อแดง นนฺทิโย ส่ิงท่ีพบและเห็นจากการทา กจิ กรรม ทาให้ได้ความวา่ ในความเป็นต้นแบบ นาอาชีพ และทา 72 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนฺทโิ ย)
อาชีพ หมายถงึ โค กระบือ เป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพ และทาใหเ้ กิด อาชีพอื่น ๆ ตามมา ปลูกผัก ปลูกหญ้า ปุ๋ยอินทรีย์ และการสร้าง ผลิตผลทางการเกษตรอนื่ ทน่ี ยั หนึ่งเป็นการเรม่ิ ต้น อีกนัยหน่ึงเป็น การกระทาเพ่ือให้เกิดการเร่ิมต้นไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ชมุ ชนในองคร์ วม 4. วัดปรับบทบาท มาช่วยชุมชน พระไม่ทิ้งโยม เมื่อ ชุมชนอยู่ได้ วัดก็อยู่ได้ แนวปฏิบัติน้ี เร่ิมจากวัดอินทาราม จ. สมุทรสงคราม และกระตุน้ ใหเ้ กดิ แนวปฏิบัติหรือกลไกสกู่ ารปฏบิ ัติ ทาให้วัดในชุมชนเป็นจุดยึดในการเสริมอาชีพ สร้างรายได้เป็น แบบอย่าง และสร้างความเข้มแข็ง ดังกรณีวัดอาเจียง วัดบ้านหิน เหล็กไฟ และอีกหลายวัดท่ีเข้าร่วมโครงการ โดยเป็นศูนย์ในการ สมาทานศลี รว่ มกจิ กรรมธนาคารนา้ และกจิ กรรรมชมุ ชนอน่ื ๆ แต่ ท่ีชัดคือทาให้วัดเป็นศูนย์กลางในการพบปะ ประชุม ทากิจกรรม และมพี ระสงฆ์เปน็ ผู้นารว่ มกบั คณะกรรมการวสิ าหกิจชุมชน ฯ และ นักวิชาการเครอื ข่ายท่ีร่วมขับเคลอื่ น โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตด นิ ของหลวงพอ แดง นนฺทโิ ย 73
ภาพท่ี 4 แนวปฏิบตั ิธนาคารโคกระบอื จ.สรุ ินทร์ ค.ปลายน้า ดาเนินชีวิตอย่างเป็นปกติ และส่งต่อศีล สุข ชีวิตที่ สมดลุ (ชีวิต-เปา้ หมายชวี ติ /ไตรลักษณ)์ 1.นาโค กระบือไปเป็นสินทรัพย์ต่อชีวิต เป็นอาชีพและ รายได้ เมือ่ วิสาหกจิ ชุมชนได้จดั ตงั้ ขึน้ ในรปู ของคณะกรรมการ ซึ่งได้ ดาเนินการแล้วได้มีการคัดเลือก ครอบครัวที่เป็นต้นแบบในการ ประกอบอาชีพ มีคณะกรรมการรับรองผทู้ ่ีจะรับโค กระบอื ไป อัน เป็นส่วนหนงึ่ ของโครงการ ไม่ฆ่า ไมจ่ าหนา่ ย เล้ียงไว้เสมือนเป็นทุน ของครอบครัว รับศีลตั้งสัจจะ ภายใต้กรอบ ศีลกินได้ ศีลทาให้มี อาชีพ มีรายได้ตามมา และศีลทาให้มีทรัพย์สินจากการประกอบ 74 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนทฺ โิ ย)
อาชีพเน่ืองต่อจากกิจกรรมที่เร่ิม เพียงมีทุน (โค กระบือเป็น จุดเริ่มต้น) ทีม (ทางานแบบรวมกลุ่ม/สามัคคีในแบบวิสาหกิจ ชุมชน) ทา ลงมือทา จริงใจท่ีจะทา และทาด้วยธรรม คือเสียสละ แบ่งปนั มนี ้าใจ เอ้ืออาทรตอ่ กัน รวมทั้งอดทนต่อความยากลาบาก รอเวลาเก็บเกี่ยวผลได้ และใชเ้ ทคโนโลยีเป็นเคร่ืองมือหรือกลไกใน การทาให้ประสบความสาเร็จตอ่ ไป ภาพท่ี 5 ลกู ตวั แรก คืนกลบั เปน็ ของวิสาหกิจชมุ ชน เพือ่ สง่ ต่อไป เป็น “ทุน” ใหก้ ับครอบครัวผเู้ ข้ารว่ มโครงการ ภายใต้ ไม่ปาณาตบิ าท ไม่ รุนแรง ตายทาบุญ อภยั ทาน สง่ ต่อเปน็ ทุนให้กับครอบครัวอื่นตอ่ ไป (ภาพ วดั อนิ ทาราม 6 กรกฎาคม 2563) 2.นาโค กระบือไปอาชพี เป็นส่วนผสมทางการผลิตที่จะ ก่อให้เกิดประโยชน์ในการดาเนินชีวิต รับโค กระบือสมาทานศีล ให้เป็นสินทรัพย์ในครัวเรือนในวิถีเกษตร แสดงเจตนารมณ์รับโค กระบือ ทาสัญญาจดทะเบยี น ทาสญั ญาประชาคมเชิงสงั คม และทา สัญญาเชิงผลได้ คือเมื่อรับโค กระบือ ไปแล้วได้ผลแล้วคืนให้กับ วสิ าหกิจชมุ ชน กอ่ นนาไปใชเ้ กณฑท์ างศีลธรรม สมาทานศีล ตั้งสัจ กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด นิ ของหลวงพอแดง นนทฺ โิ ย 75
อธิษฐาน ถือศลี ไม่ใช้ความรุนแรงต่อชีวิต (ขาย/ฆ่า) กับสินทรัพย์ ให้นามาเป็นกองทุน ประกอบอาชีพอื่นตอ่ ไปอีก (วิริยะ-อุตสาหะ) เมื่อได้สินทรัพย์เพมิ่ ตกลูกตัวแรก นาคืนกลบั ให้กับวสิ าหกิจ ส่งต่อ ชีวิตให้กับชีวิตอ่ืน ครอบครัวอ่ืน ๆ เป็นสินทรัพย์ (โค กระบือ) นาไปส่กู ารสร้างอาชพี เสริมและรายได้เสริม ท้ังเป็นเชือ้ และขยาย ส่งต่อ การไม่ฆ่า การไม่ใช้ความรุนแรง การไว้ชีวิต ทั้งฝึกการ เสียสละ การแบ่งปัน เปน็ การเร่มิ ชวี ิตใหมใ่ ห้อกี ชีวิตได้เพมิ่ ขึน้ ด้วย 3.นาโค กระบือไปเป็นรายได้ เม่ือสอบถาม และสังเกต เม่ือสมาชิกกลุ่มรับโค กระบือไปแล้ว จะไปทาอาชีพเน่ืองต่อ เช่น ปลูกหญ้าขาย ทาอาชีพเกษตรอ่ืน ปลูกผักสวนครัว เนื่องด้วย ธนาคารน้าใต้ดิน การนาข้ีวัวในนามวิสาหกิจชุมชนไปเป็นปุ๋ย ทา ธนาคารแสงแดดเพื่อผลิตไฟฟ้า รวมตัวกันผลิตพืชชนิดอ่ืน ๆ และ ส่งขาย นาไปเป็นเช้ือเพลงในการผลิตก๊าซชีวภาพ การสร้างพ้ืนที่ ทางการตลาด ใชร้ ะบบออนไลน์ เพิ่มช่องทางในการขายพืชผลทาง การเกษตร และสิ่งทแ่ี ปรรูป (สมาชกิ กลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชน,สัมภาษณ์ 16 กรกฎาคม 2563) 76 ระพรารชะทคารนพูเพิศลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
ภาพที่ 6 โมเดลไถ่ชวี ิตโคกระบอื วัดอินทาราม จ.สมทุ รสงคราม สู่ วิสาหกจิ กิจชุมชนธนาคารโค กระบือหลวงพ่อแดง (พระครพู ิศิษฏ์ ประชานาถ,ดร.) และสนิ ทรัพยใ์ นการดาเนินชีวิตในชุมชน อ.ทา่ ตูม จ.สรุ นิ ทร์ ตาราง 1 ธนาคารโค กระบือ หลวงพอ่ แดง นนฺทโิ ย สาขา บ้านตากลาง ธนาคารโค กระบือ หลวงพ่อแดง นนทฺ ิโย สาขา บ้านตากลาง หมายเหตุ ลาดับ ชอื่ -นามสกลุ จานวน (ตวั ) 1 นายเมอะ ทรพั ย์มาก 3 แม่พันธ์ุ1 2 นางใส สขุ ศรี 2 3 นางสุข ศาลางาม 2 4 นางวนั จาปาทอง 2 โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตด นิ ของหลวงพอแดง นนทฺ โิ ย 77
5 นางทิน สขุ จติ 2 6 นางคาพอง แสนดี 2 7 นายทองคา จงใจงาม 2 (ควาญช้าง) ตกลกู 1 ตกลูก1 8 นางจันทร์ สืบเทพ 2 9 นางคมทิพย์ มาดี 9 ตัว (คืน 3+2) เหลือ 4 คืนววั นางเคน 2ลงุ 10 นางสดใส แสงใส 2 สขุ 1 ไถ่คนื 2 11 นายเมือง ศาลางาม 2 12 นายทน พนั ธุ์ดี 2 13 นายธวชั ชยั ศาลางาม 2 14 นายเมือง ศาลางาม 2 16 นางคามุย สวุ รรณลา 2 17 นางเนาวรัตน์ สารวจจติ 2 18 นางเทยี ม ยางาม 2 ตวั , ตกลูก 1 ตกลูก1 19 นส.ปราณี กุณะ 2 ตัว 20 นางคริษฐา ศาลางาม 2 ตัว รวม 43+ลูก2 = 45 กลุ่มเครือข่าย : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารโคกระบือ หลวงพ่อแดง นนฺทิโย, จัดต้ังจด ทะเบยี นขึ้น 19 กลุ่ม มีสมาชิกกลุ่มละ 7 คน (เป็นอย่างน้อย) มีโค กระบืออยู่ในโครงสร้าง ของกลุม่ จานวนประมาณ 431 ตวั อนั ประกอบด้วย (*) ธนาคารโค กระบือชมุ ชนบ้านหนอง 78 ระพรารชะทคารนพูเพิศลษิงศฏพป์ ระชานาถ (แดง นนฺทโิ ย)
บัว *ชุมชนตากลาง *ชุมชนบ้านตาทิพย์ *ชุมชนบ้านศาลา *ชมุ ชนบ้านปรีง *ชุมชนบ้าน บอล *ชุมชนบ้านตาด *ชุมชนบ้านโคกระกา *ชุมชนบ้านโนนยาง อาเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ และ*ชุมชนบา้ นหนองตาใก้ *ธนาคารโค กระบอื บา้ นหนองบัว หมู่ 7 อาเภอชมุ พลบรุ ี และ* ธนาคารโค กระบือสาขาวัดไทรงามบ้านยางบ่ออี อ ชุมพลบุรี *ธนาคารโค กระบือบ้านหิน เหล็กไฟ *บ้านโคกพยอม *บ้านหนองอีดา ฯลฯ รวมวัวส่งจากวัดอินทาราม กวา่ จานวน 431 ตวั ท่ีส่งเขา้ รว่ มเปน็ กองทุนของวิสาหกจิ ชุมชน / (ข้อมูล ณ วนั ท่ี 5 ธันวาคม 2563) แนวปฏบิ ัตขิ องกลมุ่ วสิ าหกจิ ชุมชนธนาคารโคกระบือ ฯ 1.ไมป่ าณาติบาท ไมร่ นุ แรง ตายทาบญุ อภยั ทาน สง่ ตอ่ เป็นทนุ ใหก้ ับครอบครัวอ่นื ตาราง 1 สถิติววั ท่ีจัดมอบผา่ นวิสาหกจิ ชมุ ชนธนาคารโค กระบือ หลวงพอ่ แดง นนทฺ ิโย ทสี่ ารวจพบมจี านวนวัวกว่า 431 ตวั (ขอ้ มลู วาสนา แกว้ หล้า,5 ธนั วาคม 2563) 4.ถอดประสบการณ์เชิงพื้นที่ วิสาหกิจกิจชุมชนธนาคารโค กระบือหลวงพอ่ แดง (พระครูพิศิษฏป์ ระชานาถ,ดร.) อ.ทา่ ตูม จ. สรุ ินทร์ จากการสังเกตและมีส่วนร่วมในกิจกรรม และการติดตาม ข่าวสารข้อมูลท่ีเนื่องด้วยการไถ่ชีวิตโคกระบือ และการดาเนิน กิจกรรมที่เน่ืองต่อเป็นวิสาหกิจกิจชุมชน และการเนื่องต่อมาเป็น กิจกรรมอื่น ๆ ที่เนื่องด้วยการลงพ้ืนท่ีสังเกตแบบมีส่วนร่วม การ สัมภาษณ์ พูดคุยแบ่งปนั ข้อมูลเชงิ ประจักษ์รว่ มกนั ทาให้ไดข้ อ้ มลู ใน ภาพรวมร่วมกนั วา่ กโครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตด นิ ของหลวงพอ แดง นนฺทโิ ย 79
1.วดั เป็นศูนย์กลางของชุมชน อันหมายถึง กิจกรรมของ วิสหกิจของชุมชน ต้ังอยู่ในวัด มีพระสงฆ์และผู้นาชุมชนเป็น ศนู ย์กลางในการขับเคล่ือนทากจิ กรรม ทาให้เห็นผลเชิงประจักษ์ต่อ การทางานและขบั เคล่ือน ภายใต้แนวคดิ ที่ว่า “วดั ปรบั บทบาท มา ช่วยชมุ ชน พระไม่ท้ิงโยม เม่ือชมุ ชนอย่ไู ด้ วัดก็อยู่ได้” รวมไปถึง การบูรณาการคาสอน แนวคิดทางพระพุทธศาสนา เช่น แนวคิด เร่อื งปัญญา ทาให้ชุมชนคิดถึงข้อเทจ็ จริงบนฐานของการรว่ มกนั คิด ร่วมกันทา ฝกึ การเสียสละ บาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรว่ ม ร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรของตัวเอง เพ่ือขับเคล่ือนกิจกรรม โครงการร่วมกัน ดังนั้นวัดกับชุมชนที่พบเห็นและถอดสะท้อนคิด ออกมาได้จะเป็น ชุมชนได้ประโยชน์ท่ีเห็นเป็นรูปธรรมจากวัด เช่น (1) เม่ือรับววั จากวิสาหกิจชุมชนธนาคารโคกระบือ ฯ ผู้นาไปเลี้ยง ได้ปุ๋ยคอก แทนการชื้อปยุ๋ เคมี ลดหนี้จากการทานาแลว้ ยิง่ จนลง ฝึก ชาวบ้านเปรียบเทียบต้นทุนกาไรจากการทานา (2) ได้การเสริม อาชีพ ตามหลักกติกาท่ีเรานาเอาวิสยั ธรรม นาวสิ ัยทัศน์ ของหลวง พ่อแดง นนฺทิโย ทเี่ นน้ ให้เห็นความสาคัญต่อการมองการณไ์ กล คิด ไกล ใฝ่กวา้ งเน้นประโยชน์ในองค์รวมดว้ ย (3) วัดยงั คงเป็นทพี่ ง่ึ ของ ชุมชนในทกุ สถานการณ์ วัดแต่เดมิ อาจเปน็ ศูนย์กลาง แต่วัดมาเว้น ระยะห่างดว้ ยสถานการณ์ของบ้านเมอื งและกระแสการพัฒนาแบบ ใหม่ เม่ือวัดวัดปรบั บทบาท มาชว่ ยชุมชน พระไมท่ ิง้ โยม เม่ือชมุ ชน 80 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
อยไู่ ด้ วดั กอ็ ยไู่ ด้ เป็นแนวคิดทีพ่ บและสามารถถอดออกมาจากการ ลงพน้ื ทจี่ รงิ ในชุมชนดงั กลา่ ว ภาพทื่ 7 พิธีเปิดป้ายวสิ าหกจิ ธนาคารโค กระบือหลวงพอ่ แดง สาขาบา้ น หนองอดี า และตรวจแนวทางพทุ ธเกษตรท่ี อ.ทา่ ตมู จ.สุรินทร์ ตาราง 2 ธนาคารโค กระบอื หลวงพอ่ แดง สาขา บา้ นตาทิพย์ ธนาคารโค กระบือหลวงพอ่ แดง นนทฺ โิ ย สาขา บา้ นตาทิพย์ เลขท่ี ชือ่ จานวน (ตัว) วนั รับโค 1 นายธรี พนั ธุ์ น้อยถนอม 2 2 นางฐาปนีย์ ทองภู 2 3 นางสุชาติ จงใจงาม 2 4 นางบญุ เทีย่ ง จันทร์ดี 2 5 นางสรอ้ ย บารงุ เชือ้ 2 ต้น มิ.ย. 6 นางบุญตา ก้านธินทร์ 2 2563 7 นางเอ้ียง มาดี 2 8 นางเสาวรีย์ อินทรส์ าราญ 2 9 นางเกียง มสี ทิ ธ์ิ 2 10 นางเล้ยี ง จงใจงาม 2 กโครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด ินของหลวงพอแดง นนทฺ โิ ย 81
11 นางนวน ศาลางาม 2 12 นางสาเนยี ง เหล่าเลศิ กุล 2 13 นางธนวรรณ ยามดี 2 14 นางยุพิน ปานทอง 2 15 นายพรชัย สุขเกดิ 2 16 นางวรรณณา ลาดธมั มา 2 รวม 32 ข้อมูล ณ วนั ที่ 16 กรกฎาคม 2563 2. คนในชุมชนเห็นความสาคัญของการรวมกลุ่มเพ่ือ สร้างกิจกรรม ภายใต้แนวคิดเรื่องความสามัคคี การแบ่งปัน การ เอื้ออาทร และประชาสังคมตามแนวพุทธ โดยใช้วัดเป็นฐาน และ พระสงฆ์เป็นกลไกเชิงศลี ธรรมในการขบั เคล่ือนรว่ ม ทาให้เกิด การ ก่อตง้ั วสิ าหกิจชมุ ชน และศูนย์อนุรักษ์โคกระบือไทย ที่มีเปา้ หมาย เพ่ื อ เป็ น ก ล ไก ขั บ เคลื่ อ น ร่ วม กั น ร ะ ห ว่า งวั ด อิ น ท า รา ม จ.สมุทรสงคราม สถาบันการศึกษาสาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลยั ราชภัฎสรุ นิ ทร์ และหนว่ ยองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ท่ีจะช่วยกันขับเคล่ือนให้เกิดกลไกภาคปฏิบัติระหว่างหลักการ (แนวคิด) หลักเกณฑ์ (แนวดาเนินการ) และหลักปฏิบัติ (กลไก เนื่องจากการปฏบิ ตั ิแลว้ ) ใหเ้ กดิ เป็นองคาพยพในการปฏบิ ัตริ ่วมกัน หรอื เป็นกลไกร่วมกนั ในการปฏบิ ัติด้วย 82 ระพรารชะทคารนพูเพศิ ลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
ภาพที่ 8 กลไกขบั เคลอื่ นสู่กลไกการปฏบิ ัติ วสิ าหกิจชมุ ชน ธนาคารโค กระบือ หลวงพ่อแดง นนทฺ โิ ย 3. กลการการจัดการเพ่ือให้เกิดการขับเคล่ือนใน ภาพรวม วิธีการ หรือแนวทางในการเป็น “วิสาหกิจชุมชน” ให้ เกิดขึ้นภายใต้การออกแบบระบบเพื่อรองรบั การจัดการ ดาเนินใน กิจที่ชอบ และเป็นประโยชน์ระหว่างสมาชิกในชุมชน ท้ังเพื่อ ประโยชน์ ขบั เคลอื่ นวิสาหกิจชมุ ชน หรอื ดาเนินการใหช้ ุมชนให้เกิด โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตดนิ ของหลวงพอแดง นนทฺ ิโย 83
กลไกในการปฏิบัติ และส่งผลเป็นภาพลักษณ์และแนวทางในการ ดาเนินการในเชิงระบบด้วยเช่นกนั 4. พระสงฆ์จากภายนอก นักวิชาการ ซึ่งกิจกรรมน้ีวัด อินทาราม จ.สมุทรสงคราม ในฐานะตัวแทนภาคพระสงฆ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เป็นตัวแทนเชิงพื้นที่ในการกาหนด มาตรการทางวิชาการ ทาให้เกิดการขับเคลื่อน ถามว่าระยะยาวจะ เป็นอย่างไรคงยังคาดเดาไม่ได้ แต่ระยะสั้นทาให้เกิดกลไกการ ขับเคลื่อนเพ่ือคุณภาพของชีวิตชุมชนในองค์รวม ร่วมกันทาให้เกิด พลังเชิงพื้นที่ตอ่ ส่ิงท่ีเกิดข้ึนด้วยความคาดหวงั ว่าส่ิงเหล่าน้ีจะเป็น ประโยชน์ต่อคนและชมุ ชนรว่ มกัน ดังขอ้ มูลทป่ี รากฏวา่ ทาไปทามา มันขยายผลได้ชดั ข้ึนมาก ดัง่ สมการ นี้ หญ้าเนเปีย+เกลือก้อน+น้า = วัวผอม กะร่อง กลายเป็น ววั รอดตาย ภายใน 8 สัปดาห์ ถอดรหัส ดังน้ี หญ้าเนเปีย คือ สีเขียว เป็นความอุดมสมบูรณ์ เกลือก้อน คือ ความ อดทน จากคาถาอิทธิบาท 4 ดั่งเกลือรักษาความเค็ม น้า คือ เป็นบุคคลที่สอนได้ เรยี นรไู้ ด้เสมอ เหมือนนา้ ไหลลงท่ี ตา่ การสอนด้วย คาถา อิทธบิ าท 4 ขายนั ขยัน หนึ่งสมอง สองมือ สองขา หาท่ีมีความรู้ใหม่ ให้ชาวบ้านปรับวิธีคิด (Vision) เล้ียงวัวในคอก เก็บขี้วัว คือ ทองคา ขี้วัว ใส่นา กนิ ข้าว สาร คนจีน เอาข้ีคน ใส่สวนกล้วยหอม ส่งมาขาย ไทย ลูกวัว คือ มรดก ธนาคารโค กระบือภายใต้แนวคิด 84 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนฺทิโย)
ศลี กนิ ได้ ศลี ทาใหค้ นมคี ุณภาพชีวติ ทด่ี ี และศลี สร้างรายได้ เม่อื เขาเลย้ี งไปถงึ ข้ันวากิว ได้ คอ่ ยขาย การที่ทถ่ี ูกส่งไปโรง ฆา่ ถูกไถ่ออกมา แปลว่า ถูกยดื อายุ ไป จนกว่าจะตาย ไป ตกลูก ลูกถูกส่งเป็นไปต้นทุนชีวิตให้แก่ครอบครัวอื่น ไป สร้างชีวิตต่อชีวิต ทาให้ชีวิตอ่ืนมีคุณค่า มีสินทรัพย์ใน ครัวเรือน ภายใต้กิจกรรมวิสาหกิจชุมชน ธนาคารโค กระบือครอบครัวคุณธรรมน้อมนาเศรษฐกจิ พอเพียงเลี้ยง วัวสุขภาพดีชีวีมีสุข เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือหลวงพ่อแดงจังหวัดสรุ ินทร์ 14 กลุ่ม จานวน 212 ครวั เรือน ในพื้นท่ี 2 ตาบล (สมั ภาษณน์ ักวชิ าการ A,16 กรกฎาคม 2563) ภาพที่ 9 ชาวบา้ นรบั โค กระบอื ท่ีส่งจากวัดอนิ ทราม จ. สมุทรสงคราม สู่กลไกธนาคารโค กระบือ และธนาคารน้าในบ้านอย่างนอ้ ย 1-5 บอ่ เพือ่ สร้างระบบนา้ ซับ ร่วมกบั ภาระกิจวัว ชวี ิต น้าสมดลุ ในธรรมชาติ และจิตอาสาช่วยเหลอื แก่สมาชิกอื่น ๆ 1-3 คร้งั กอ่ นรับโค กระบือ เพม่ิ อกี (ภาพ กลมุ่ ไลน์ธนาคารโค กระบอื หลวงพ่อแดง นนฺทิโย,25 กรกฎาคม 2563) โกครระงบกือาแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตดินของหลวงพอแดง นนทฺ โิ ย 85
5.พระพุทธศาสนากับชีวิต หมายถึง การใช้กลไกทาง ศาสนาเป็นสว่ นขบั เคลื่อนในฐานะชนชาวพุทธนบั ถอื พระสงฆ์นบั ถือ พระพุทธศาสนา /ลดความรุนแรงในเบอื้ งตน้ ตอ่ ชวี ติ และส่ิงมีชวี ิต (แม้จะมีความรุนแรงบ้าง แตอ่ ยา่ งนอ้ ยก็เป็นการฝกึ ความไม่รุนแรง เบียดเบียน ปาณาติบาท) เห็นความสาคัญของชีวิตอ่ืน ฝึกการให้ แบง่ ปัน เมื่อได้โค กระบอื มา 1 ตัว ส่งคนื กองทุน เพื่อส่งตอ่ ใหเ้ ป็น สนิ ทรัพย์ของกลางกลาง (เมตตา-ทาน-การให)้ เกิดข้ึนจากการเริ่ม ตรงน้ัน ฝึกความเสียสละ (จาคะ) เม่ือได้มาต้องรู้จักแบ่งปัน นี่คือ ขอบข่าย การนาหลักธรรม ข้อแรกคือ ศีล ข้อ ที่ 1 มาตีโจทย์สู่ วิธกี ารปฏบิ ัติตามแนวพระพทุ ธศาสนาและชาวพทุ ธ ภาพท่ี 10 อภัยทาน สังเคราะหต์ อ่ ชีวิตสตั ว์ โค กระบอื ตน้ แบบของวดั อนิ ทา ราม เลย้ี งสงเคราะหไ์ วจ้ นวินาทีสดุ ท้าย ตายทาบุญ ฝงั สง่ วญิ ญาณในฐานะ สตั ว์มีคุณ (ภาพ : วดั อินทาราม 6 กรกฎาคม 2563) 5.สรุปสง่ ทา้ ย จากข้อมูลที่สังเกตและพบเห็นและถอดบทเรียนออกมา จากพื้นท่ีจริง ทาให้เห็นว่ากลไกการบริหารและการจัดการ ทาให้ 86 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
เกดิ การขับเคลอ่ื นในภาพรวมรว่ มกนั คอื (1) การยุติความรุนแรงให้ ยืดออกไป ด้วยกลไกวิถีทางศาสนา หรือวิถีบุญในทางศาสนา (2) การนาชีวิตไปตอ่ ชีวิตในรูปของสินทรัพย์ และกองบุญคืนกลับ เมื่อ ไดโ้ ค กระบอื ไปเป็นสนิ ทรพั ย์ ได้ปุ๋ยมูลสัตวเ์ พอื่ การเกษตร ได้อยา่ ง อน่ื ที่เน่ืองต่อเพอ่ื การเกษตร (3) เม่ือได้ลกู ตัวแรก ส่งกลบั มาเป็นทนุ สินทรัพย์ให้กับครอบครัวอื่น ๆ ซึ่งเป็นมาตรการหรือแนวร่วมกัน เพอื่ ให้วัวเป็นสินทรัพยใ์ นครอบครวั ของแตล่ ะคน (3) การสง่ เสริมให้ เกดิ การแบ่งปัน เกิดการให้ซึง่ กนั และกนั และส่งเสริมใหเ้ กดิ การเออ้ื อาทรผ่านการให้ (4) การกระตุ้นให้เห็นความสาคัญของชีวิต ต่อ ชวี ิต จึงทาให้เกดิ ผลผลติ ในเชิงการสง่ ตอ่ เปน็ ชวี ติ อีกหน่ึงชวี ติ ดงั น้นั จากภาพรวมทเี่ ห็นทาใหเ้ หน็ ได้ว่าชวี ิตท่ีเกิดขึน้ ภายใตค้ วามเปน็ จริง ของชวี ิต ยอ่ มก่อให้เกดิ การขับเคลื่อนและเป็นประโยชนส์ าหรบั การ ดาเนินชีวิตด้วยเช่นกัน ภายใต้วิสาหกิจชุมชน ท่ีเนื่องด้วยการ ดาเนินชีวิต ใช้ชีวิต บริหารชวี ิต และจัดการชีวติ ท่ี “กลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนธนาคารโคกระบอื วัดเจยี งอี จ.สรุ ินทร์” กลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชนธนาคารโค กระบอื หลวงพ่อแดง นนทฺ โิ ย ชมุ ชนบ้านหนิ เหลก็ ไฟ ท่ี ผรู้ ับวัว จานวน (ตัว) หมายเหตุ เม่อื 1 นางระเบียบ บรรลสุ ขุ 1 ตัวเมีย (ท้อง) 8 กรกฎาคม 2563 2 นางอุษา เชิดชู 1 ตัวเมีย (ท้อง) 8 กรกฎาคม 2563 3 นางสรุ นิ ทร์ สวุ งค์ 1 ตัวเมีย (ทอ้ ง) 8 กรกฎาคม 2563 4 นายศนู ย์ สุขทวี 1 ตัวเมยี (ทอ้ ง) 8 กรกฎาคม 2563 5 นายทานอง ทองจันทร์ 1 ตัวเมยี (ทอ้ ง) 8 กรกฎาคม 2563 6 นายประเสริฐ บรุ าน 1 ตัวเมยี (ทอ้ ง) 8 กรกฎาคม 2563 กโครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนํา ใตด ินของหลวงพอแดง นนทฺ ิโย 87
7 นายประเสริฐ เกิดสวุ รรณ 1 ตัวเมีย (ทอ้ ง) 8 กรกฎาคม 2563 8 นาอดุ ม สุขทวี 1 ตัวเมยี (ท้อง) 8 กรกฎาคม 2563 รวมท้งั หมด 8 ข้อมลู ณ วนั ท่ี 16 กรกฎาคม 2563 จากข้อมูลตาราง 1-3 เป็นสถิติของวัวที่คัดเลือกมาแต่ละ ชุมชน แต่วัวจะกระจายไปยังชุมชนต่าง ๆ ทาให้เกิดการจัดสรร ภายใต้กลไกจัดต้ังวิสาหกิจชุมชน เกิดการเรียนรู้ท่ีจะจัดการเชิง ระบบ มีการสร้างกติการ่วมกัน รู้จักแบ่งปัน และอดทนรอได้ ท้ัง เมอ่ื ได้แล้ว นาสิ่งทไี่ ดเ้ ปน็ สินทรัพย์และการสร้างมูลค่าเพิม่ ในทรพั ย์ และตามโครงสร้างธนาคารโค กระบือมีจานวนกวา่ 431 ตัว ซึ่งจะ เป็นทุน (ทุนทรัพย์) เป็นทา (ทาอาชีพ) ธรรม (ธรรมชาติ/เสียสละ แบ่งปัน /เอ้ืออาทร/ใช้ปัญญาในการดาเนินชีวิต) และเป็นทีม (รวมกลุ่มเป็นกลุ่มสมาชิก ในรูปของวิสาหกิจชุมชน) ทั้งใช้ เทคโนโลยีเพ่ือการสื่อสารระหว่างกลุ่ม (กลุ่ม Line/Facebook) ดังนัน้ ภาพรวมของธนาคารโคกระบือ จึงเป็นกลไกสาคัญในการยุติ ความรุนแรงตามกรอบศีลในพระพุทธศาสนา เป็นกลไกสาคัญใน การส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผ่านการบริหารจัดการเชิงระบบ การ ปฏิบัติการเชิงวธิ ีการ ขบั เคลื่อนชีวิต ชุมชนและสังคมในภาพกว้าง ได้ 88 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลษิงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ โิ ย)
เอกสารอ้างองิ กรมปศุสตั ว.์ (2551). รายงานผลการดาเนนิ งาน โครงการธนาคาร โค-กระบือเพ่ือเกษตรกร ตามพระราชดาริ. กรุงเทพฯ. ชาคริต เอี่ยมจันทร์. 2535. ผลของโครงการธนาคาร โค-กระบอื ตามแผนพัฒนาชนบทยากจน ต่อเกษตรกรที่ได้รับบริการ ในจังหวดั เลย. วิทยานิพนธเ์ กษตรศาสตรมหาบณั ฑติ , สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแมโ่ จ.้ ชาตรี บุญนาค. (2544). ปจั จัยทีม่ ีผลตอ่ ความสาเรจ็ ในการ ด าเนิ น งาน ขอ งก ลุ่ ม เก ษ ต รก ร จั งห วัด น น ท บุ รี . วทิ ยานพิ นธว์ ิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช. ผกามาส รุ่งเรือง และคณะ. (2555). ปจั จยั ท่ีสง่ ผลดีผลเสยี ตอ่ ความสาเรจ็ ของโครงการธนาคารโค-กระบอื เพอื่ เกษตรกร ตามพระราชดาริ ในพนื้ ที่จงั หวัดสกลนคร. วารสาร สังคมศาสตรแ์ ละศลิ ปะศาสตร์. 1 (1) 9-20. พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒกิ โร. (2557). พระสงฆก์ บั สงครามทีเ่ ปน็ ธรรม.กรงุ เทพ ฯ : ศนู ยพ์ ทุ ธศาสตร์ศกึ ษา จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. พระระพนิ พุทธสิ าโร. (2553). ความรนุ แรงครัง้ พทุ ธกาล : กรณี การฆ่าลา้ งเผา่ พันธุ์ศายกวงศ.์ กรงุ เทพ ฯ : บัณฑติ วิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . โกครระงบกอื าแรธลนะธานคาาคราโครนาํ ใตด นิ ของหลวงพอ แดง นนทฺ โิ ย 89
ระเบียบ บรรลุสุข. ประธานกลุม่ วิสาหกิจชุมชนธนาคารโค กระบือ บา้ นหิน เหลก็ ไฟ. สัมภาษณ,์ 20 กรกฎาคม 2563. วาสนา แกว้ หลา้ ,มหาวทิ ยาลัยราชภฎั สรุ นิ ทร์. สมั ภาษณ,์ 20 กรกฎาคม 2563. สรุ ะพงษ์ ศรีปยิ ะพันธุ์,ชาตรี ศิริสวัสด์ิ, เสาวลกั ษณ์ โกศลกติ ตอิ ัมพร ,และรงั สรรค์ สงิ หเลศิ .(2551).การศึกษาปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไขการดาเนินงานโครงการธนาคาร โค- กระบอื เพ่ือเกษตรกร ตามพระราชดาริ จงั หวัดหนองคาย. วารสารมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม; ว.มรม. 2 ฉบบั ที่ 1 : มกราคม - เมษายน 2551 : 179-188 สุริยา เครอื จันทร์ (นาย/จมุ๋ จม๋ิ ) อายุ 29, ประธานกลมุ่ วิสาหกิจ ชมุ ชน ธนาคารโค กระบอื หลวงพ่อแดง นนฺทโิ ย สาขาบา้ น หนองอีดา,สัมภาษณ,์ 20 กรกฎาคม 2563. สานกั พฒั นาการปศสุ ัตว์และถา่ ยทอดเทคโนโลยี กรมปศสุ ตั ว์. (2551). ร า ย ง า น ผ ล ก า ร ด า เนิ น ง า น โค ร ง ก า ร ธนาคารโค-กระบือเพ่อื เกษตรกร ตามพระราชดาริ. ม.ป.ท. ,กรงุ เทพฯ 90 ระพรารชะทคารนูพเพศิ ลิษงศฏพ์ประชานาถ (แดง นนทฺ ิโย)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133