จัดพิมพ์ในโอกาส ท่ี พระครพู ิศิษฎ์ประชานาถ ไดร้ ับโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานต้งั สมณศักด์ิ เป็ นพระราชาคณะช้นั สามัญ ท่ี พระเมธวี ัชรประชาทร, ดร. (ประยรู นนทฺ ิโย) นธ.เอก, ปบ.ส., พธ.บ., น.บ., พธ.ม., พธ.ด. ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖
ขอ้ มูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมดุ แห่งชาติ Nation Library of Thailand Cataloging in Publication Data พระเมธวี ัชรประชานาถ การจดั การศึกษาของคณะสงฆ์ = Sangha Educational Management. -- พระนครศรีอยุธยา: สำนกั พมิ พ์มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย, 2566. 209 หนา้ . 1. สงฆ์ – การศกึ ษา. 2. การบรหิ ารการศกึ ษา. I. ช่ือเรอ่ื ง. 294.307 ISBN 978-616-593-976-8 ทป่ี รึกษา: พระอดุ มสิทธินายก, รศ.ดร. รศ.ดร.สุรพล สยุ ะพรหม ผแู้ ตง่ : พระเมธีวัชรประชานาถ, ดร. ออกแบบปก:-รูปู เล่ผม่ ศ:.ดผรศ.ป.ดรระ.สปทิระธส์ิ ิพิทุทธิ์ธ�์ ศพุาุทสธนศ์ศารสัทน์ธศ์ ารัทั ธา พมิ พค์ ร้ังแรก: ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ พิมพค์ ร้งั ท่ี ๒: ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ พมิ พค์ รงั้ ท่ี ๓๑: พธิ สี มโภช พระราชาคณะช้ันสามญั ที่ พพรระะเเมมธธีวี ัวี ัชชั รรปปรระะชชาาทนราถ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ จำนวนพิมพ์: ๕๒๐๐ เลล่ม่ จำนวนหนา้ : ๔๒๐๙หนห้้าน้า พิมพ์ท:่ี สำนกั พิมพม์ หาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ๗๙ ม.๑ ต.ลำไทร อ.วงั นอ้ ย จ.พระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐ โทร. ๐๓๕-๒๔๘๐๐๐ ตอ่ ๘๗๗๓ http:\\\\pbs.mcu.ac.th
คำำ�นำำ� คำนำ หนังสือเล่มนี้รวบรวมผลงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในระดับปริญญาโท ปรญิ ญาเอก และผลงานวิจัยในฐานะอาจารย์พเิ ศษของคณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหา จุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ผ้เู ขยี นเกดิ และเจรญิ เติบโตท่ีสมทุ รสงคราม จงึ มองเห็นว่า การทำ วิจัยที่ดี คือ การได้ศึกษาองค์ความรู้ที่บา้ นเกิดของตนเอง นอกจากผู้เขียนจะใช้องค์ความรู้ เหล่านเ้ี พือ่ สำเรจ็ การศึกษาในระดับปริญญาโท หลักสูตรพทุ ธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การจัดการเชิงพุทธ ระดับปริญญาเอก ๒ หลักสูตรคือ พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา การจัดการเชิงพุทธ และปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์แล้ว ยังได้นำเอาองค์ ความรู้มาพัฒนาตนเอง พัฒนาคน (ประชาชน) และพัฒนางาน (กิจการคณะสงฆ์) ให้ เจริญรุ่งเรืองตามลำดับ ครั้นจะทิ้งองค์ความรู้ให้สูญเปล่า นำมาปัดฝุ่นใหม่ รวบรวมไว้ที่ เดยี วกนั เพ่ือให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนคนรนุ่ หลงั ได้ใช้ศกึ ษาและใช้อ้างองิ ต่อไป ขออนุโมทนาขอบคุณ ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง กรณราชวิทยาลัยที่ช่วยผลัดกดันให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายวิชาการ ในฐานะ นิสิต ในฐานะอาจารย์พิเศษ ในฐานะที่ปรึกษาคณบดีคณะสังคมศาสตร์ และในฐานะ นักวจิ ยั ทอ้ งถนิ่ ของสมทุ รสงคราม พระเมธีวชั รประชาทร ๑๕ สงิ หาคม ๒๕๖๖
สารบัญั สารบญั บทบาทการพฒั นาชมุ ชนของวัดอนิ ทาราม อำเภออมั พวา จังหวัดสมุทรสงคราม...........................................................................................๑ การพฒั นาการมสี ว่ นร่วมของพระสงฆ์ ในการพัฒนาชมุ ชนตามแนววถิ ีพุทธ ในจงั หวัดสมุทรสงคราม.......................................................................................................๕ การพัฒนาบทบาทของผู้ปกครองท้องที่ทีม่ ีต่อการส่งเสรมิ อารยเกษตร ตาม โคก หนอง นา โมเดล จังหวัดสมทุ รสงคราม โดยการประยกุ ตต์ ามหลักพุทธธรรม.................................................................................๑๕ การพัฒนาการเสรมิ สร้างความปรองดองสมานฉนั ทด์ ้วยการขบั เคล่ือน โครงการหมบู่ ้านรักษาศลี ๕ จงั หวัดสมุทรสงคราม..........................................................๒๖
บทบาทการพฒั นาชมุ ชนของวัดอินทาราม อำเภออมั พวา จงั หวัดสมุทรสงคราม พระครูพศิ ษิ ฏป์ ระชานาถ นันทโิ ย (สรอ้ ยระย้า) สารนิพนธ์นีเ้ ปน็ สว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษา ตามหลกั สูตรปรญิ ญาพทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ บณั ฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั พุทธศกั ราช ๒๕๕๙
๒ ชอื่ สารนิพนธ์ : บทบาทการพฒั นาชมุ ชนของวดั อนิ ทาราม อำเภออมั พวา จงั หวัดสมทุ รสงคราม ผ้วู จิ ัย : พระครูพิศษิ ฏป์ ระชานาถ นนฺทิโย (ประยูร สร้อยระย้า) ปริญญา : พุทธศาสตรมหาบณั ฑิต (การจัดการเชิงพุทธ) คณะกรรมการผ้คู วบคุมสารนพิ นธ์ : พระครใู บฎีกาสุรพล อาสโภ,ดร.,พธ.บ., พธ.ม., พธ.ด., (การจัดการเชิงพุทธ) : พระครูสงั ฆรักษเ์ กยี รติศักด์ิ กิตตฺ ิปญโฺ ญ,ดร.,พธ.บ., ศศ.ม., รป.ด., (รัฐประศาสนศาสตร)์ วนั ท่ีสำเร็จการศึกษา : มนี าคม ๒๕๖๐ บทคดั ย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) ศึกษาหลักการและแนวคิดการพัฒนา ชุมชนตามทัศนะศาสตร์ตะวันตกและทัศนะของพระพุทธศาสนา (๒) ศึกษาสภาพชุมชน ของวดั อนิ ทาราม อำเภออัม พวา จงั หวดั สมทุ รสงคราม (๓) ศกึ ษาบทบาทการพฒั นาชุมชน ของวดั อินทาราม อำเภออัมพวา จงั หวดั สมุทรสงครามโดยการวิจยั ครั้งนเ้ี ปน็ การศึกษาวิจัย เชิงคุณภาพ (Quantitative Research) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ตามลักษณะการเป็นตัวแทนของกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม เพื่อให้ได้มุมมองและแนวคิก เก่ียวกบั บทบาทการพฒั นาชมุ ชนของวดั อินทาราม ตำบลเหมอื งใหม่ อำเภออมั พวา จังหวัด สมทุ รสงครามจำนวน ๒๖ รูป/คนโดยใช้เทคนคิ การวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาประกอบบรบิ ท ผลการวิจัยพบวา่ : ๑. หลักการพัฒนาชุมชนตามแนวตะวันตก เป็นการกระทำในการปรับปรุงหรือ เปล่ียนแปลงไปในทางทด่ี ีขึ้น เจริญข้นึ เป็นลำดับอยา่ งมีจดุ ม่งุ หมายรว่ มกนั โดยอาศัยกระบวนการ (Process) อันเป็นทั้งวิธีการ (Method) และยังเป็นทั้งโครงการหรือแผนงาน (Program) อีกท้ัง การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง (Movement) ซึ่งในหลักการดังกล่าวก็เพื่อการพัฒนาให้ชุมชนมี คณุ ภาพในการดำรงชีวติ อยทู่ ้งั ดา้ นสังคม เศรษฐกจิ วฒั นธรรม และดา้ นสง่ิ แวดล้อมและในทัศนะ ของพระพุทธศาสนา เป็นการพัฒนาเรียนรู้และการปฏิบัติเพื่อไปสู่ความพอดีหรือการมีดุลยภาพ ของชีวิต มีความสัมพนั ธอ์ ันกลมกลืนระหว่างการดำเนินชีวิตของบคุ คลกับสภาพแวดล้อมและม่งุ การกระทำตนและบุคคลรอบข้างให้มีความสุข รู้เท่าทัน จึงเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนเพ่ือ จัดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความคิดวิจารณญาณตามเหตุปัจจัยด้วยตนเอง โดยอาศัย หลกั ธรรมเป็นเคร่อื งมือในการพัฒน
๓ ๒. สภาพของชุมชนของวัดอินทาราม ส่วนใหญ่ประกอบอาชพี ทำสวนผลไม้เมอ่ื ความ เจรญิ ขยายตัว ชุมชนนไ้ี ดร้ บั ผลกระทบจากการเพมิ่ ของผู้คนในชมุ ชน มีหมู่บ้านจัดสรรและร้านค้า เป็นจำนวนมาก สภาพความเป็นอยู่ของชาวชุมชนในปัจจุบัน แบ่งได้เป็น ๒ ส่วน ประกอบด้วย ชาวชุมชนที่อาศัยมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งส่วนมากเปน็ ครอบครวั ใหญ่มีอาชีพเป็นหลักฐานมัง่ คง กับชาว ชุมชนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากต่างจังหวัด ซึ่งประกอบอาชพี รับราชการ รับจ้างแตส่ ว่ นใหญ่ประกอบ อาชีพรับจา้ งทั่วไปความเป็นอยู่ของประชาชนชุมชนวัดอนิ ทารามยังไม่หนาแนน่ ไม่แออัดมากนัก สภาพพน้ื ท่สี ว่ นใหญย่ ังเปน็ สวนผลไม้ นอกจากน้ันยงั มพี ้นื ที่วา่ งเปล่าอย่อู ีกมาก คุณภาพชีวิตของ คนในชมุ ชนคอ่ นขา้ งดี เนื่องจากไมแ่ ออัดและไรม้ ลพษิ ๓. บทบาทการพัฒนาชุมชนของวัดอินทาราม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มีดังน้ี ๑) ด้านการพัฒนาสังคม พบว่าวัดอินทาราม มีการพัฒนาในด้านจิตใจ ได้พัฒนา จิตใจของคนในชุมชน เป็นผู้นำทางจิตใจของประชาชนในท้องถิ่น จากคนที่ติดยาเสพติดให้เลิก ให้เลิกเหล้า ให้เลิกจากการพนัน พัฒนาจิตใจของคนในชุมชนให้ขยันหมั่นเพียรในการทำมาหา เลี้ยงชีพ คือหาและสอนให้ขยันเก็บออม ประหยัดใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่า ไม่ฟุ่มเฟือย หรูหรา หลง ตามค่านิยมที่ผิดๆสอนให้คนที่อยู่สังคม แต่สอนให้รู้จัดเลือกคบคน โดยให้เลอื กคบกับบณั ฑติ ให้ หลีกเว้นจากคนพาล และสอนให้วางตนให้เหมาะสมกับภาวะแห่งตน รู้จักฐานะของตน สอนให้ ประชาชนมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน เปิดศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด ช่วยอบรมบ่มนิสัย เดก็ ก่อนวยั เรียนเพ่ือปลูกฝังคุณธรรมและศลี ธรรมแตย่ งั เด็ก ทงั้ เปน็ การใหโ้ อกาสวัดและพระสงฆ์ ได้ร่วมพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาตแิ ต่วัยเด็ก พร้อมกับดำเนินงานการเผยแผ่เป็นงานที่นำคำ สอนขององคส์ มเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกเผยแผส่ ู่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เป็นภารกิจ ทม่ี ีความสำคญั ของวดั อินทาราม มีการส่งเสริมหมบู่ า้ นศีล ๕ อยา่ งจริงจัง มกี ารนำเยาวชนเข้ามา บวชสามเณรอยา่ งสมำ่ เสมอทกุ ปีมกี ารประสานพัฒนาสังคมในดา้ นตา่ งๆเช่น การสร้างถนนหลาย สาย ทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางเข้าหมู่บ้าน การจัดให้ที่วัดจัดตลาดน้ำ ทำให้สังคมชุมชนให้มี ศักยภาพการคมนาคมสะดวกเกษตรกรสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่ายได้รวดเร็ว ประชาชนรู้จักและปฎิบัติตนอย่างเคร่งครัดในการรักษาศีล ๕ และนำธรรมะไปใช้ปฏิบัติใน ชวี ิตประจำวัน ๒) ด้านการพฒั นาเศรษฐกจิ พบว่า ในชุมชนอินทารามประชาชนมอี าชพี รับจา้ งและ ทำสวนเป็นสว่ นใหญ่ มรี ายไดน้ ้อย วดั จงึ ได้พฒั นาด้านเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ ส่งเสรมิ เศรษฐกิจพอเพียง ตามรอยปรัชญาในหลวง เปิดตลาดน้ำให้เกษตรกรนำสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่าย จัดงาน เทศกาลส้มโอดี ลิ้นจี่หวาน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างมาก ประชาชน ผู้บริโภคได้ซื้อผลผลิตที่จำหน่ายโดยตรงขากชาวสวน ทำให้ประชาชนมีความสามารถในการ แข่งขันของสินค้าและบริการ และการลงทุน ได้แก่การพัฒนา OTOP การพัฒนาเศรษฐกิจฐาน ราก การเสริมสร้างศักยภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้มี ความคิดเห็นร่วมกันในหมู่บ้านเพียงจำนวน หนึ่งก่อน เรียกว่า “กลุ่มสนใจ” ซึ่งกลุ่มจะขยายผล
๔ ไปสู่การพัฒนาที่เพิ่มขึ้นต่อไป โดยหลักความสำคัญ คือ ต้องทำให้กลุ่มดังกล่าวมีความอิสระใน การเคลอ่ื นไหว ไม่ถกู กรอบของทางราชการครอบงำความคิดเนน้ การพง่ึ ตนเอง ๓) ด้านการพัฒนาวัฒนธรรม พบว่าวัดอินทารามเป็นศูนย์รวมแหล่งความรู้แขนง ต่างๆเจ้าอาวาสริเริ่มก่อตั้งห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี ปลูกฝังส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ เช่นการเทศน์ทุกวันธรรมสวนะ การอบรม การเรียนการสอนธรรม ศึกษาแก่เยาวชนทุกวันศุกร์ (เน้นประเพณีวัฒนธรรมชาวพุทธ) ส่งเสริมประเพณีถวายสลากภตั การถวายผ้าอาบน้ำฝน การตักบาตรน้ำผึ้ง การตักบาตรข้าวต้มมัด การเทศน์มหาชาติเวสสันดร ชาดกคาถาพันในวันสารทไทย ทุกปี สนับสนุนการฝึกอบรมเยาวชนด้านการสืบสานประเพณี และวัฒนธรรม ทอ้ งถ่นิ สนบั สนุนการอนรุ ักษ์ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ให้เปน็ ศนู ย์การเรียนรู้ภายในตำบล และนอกตำบล ๔) ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม พบว่า วัดอินทารามมีการพยายามจัดการอย่าง เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของวัด ทั้งขยะ-มูลฝอย น้ำเสีย มลพิษทาง อากาศ มลพษิ ทางเสยี งเรือมลพิษอืน่ ๆ ทเ่ี กดิ ข้นึ เพ่ือสร้างสภาพแวดลอ้ มที่ดีต่อการอยู่อาศัยและ การประกอบกิจการต่างๆ ป้องกัน ลดเหตุรำคาญและผลกระทบอืน่ ๆ ที่เกิดขึ้นต่อชุมชน การสบื สานภูมิปัญญาท้องถิ่นเพ่ือการอนรุ ักษท์ รัพยากร-ธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม เช่น จัดสถานที่ชม หิงห้อย การทำเขตอภัยทาน ให้ปลาอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ (วังมัจฉาปลาตะเพียน) การปลูก ต้นไม้ในวันสำคัญ เป็นผู้นำในการปลูกป่าชายเลย การส่งเสริมการใช้วัสดุธรรมชาติในงานลอย กระทง การส่งเสริมการทำอาหารและขนมโดยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น และการลงแขกลงคลอง เป็นต้นและยงั สนบั สนุนการใชน้ ้ำอยา่ งประหยดั การสง่ เสรมิ การผลติ การบรโิ ภคและบรกิ ารท่เี ป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมุ่งหวังให้เกิดการปรับเปลี่ยน พฤตกิ รรมหรอื นำไปปรบั ใช้ในการดำเนินชวี ิตประจำวนั ได้สามารถทำให้ชุมชนเกิดการปรับเปลยี่ น พฤติกรรมหรือนำไปปรับใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ได้ ประชาชนมีความพึงพอใจเมอ่ื เขา้ มาในวดั
การพัฒนาการมสี ว่ นร่วมของพระสงฆ์ ในการพัฒนาชมุ ชนตามแนว วถิ ีพุทธ ในจงั หวัดสมทุ รสงคราม THE MONK’S PARTICIPATION DEVELOPMENT IN THE COMMUNITY DEVELOPMENT BY BUDDHIST WAY IN SAMUTSONGKHRAM PROVINCE พระครูพศิ ษิ ฏ์ประชานาถ (ประยรู นนทฺ โิ ย) ดษุ ฎีนพิ นธ์น้เี ป็นสว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษา ตามหลกั สตู รปริญญาพุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาวชิ าการจัดการเชงิ พุทธ บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๒
๖ ชอ่ื ดษุ ฎีนิพนธ์ : การพัฒนาการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนตาม แนววิถีพทุ ธ ในจงั หวดั สมุทรสงคราม ผ้วู ิจัย : พระครพู ศิ ษิ ฏ์ประชานาถ ปริญญา : พุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิต (การจดั การเชงิ พทุ ธ) คณะกรรมการควบคมุ ดษุ ฎีนิพนธ์ : พระมหากฤษฎา กิตฺติโสภโณ, ผศ. ดร., ป.ธ. ๖, พธ.บ. (การ จดั การเชิงพุทธ), พธ.ม. (การจัดการเชงิ พทุ ธ), พธ.ด. (การจดั การ เชิงพุทธ) : พระมหาสุนันท์ สุนนฺโท, ดร., ป.ธ. ๕, พธ.บ. (การจัดการเชิง พุทธ), พธ.ม. (การจดั การเชงิ พุทธ), พธ.ด. (การจดั การเชงิ พุทธ) วันสำเร็จการศกึ ษา : ๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ บทคัดยอ่ งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. ศึกษาสภาพทั่วไปการมีส่วนร่วมของ พระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม ๒. ศึกษากระบวนการการพัฒนาการมี ส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการพัฒนาชุมชนตามแนววิถีพุทธ ในจังหวัดสมุทรสงคราม ๓. นำเสนอการพัฒนาการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการพัฒนาชุมชนตามแนววิถีพุทธ ใน จังหวัดสมุทรสงคราม ระเบยี บวธิ วี จิ ัยเชงิ คณุ ภาพ จากการวเิ คราะห์เอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผ้ใู หข้ ้อมลู สำคัญ จำนวน ๓๐ รปู หรอื คน วิเคราะห์ขอ้ มลู โดยการวเิ คราะห์ข้อมูลเชิง อรรถาธิบายและพรรณนาความ แล้วจึงสร้างรูปแบบเบื้องต้น ก่อนนำเสนอผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๑๒ รูปหรอื คน ยนื ยันรูปแบบอีกครง้ั หนง่ึ ในการสนทนากลุ่มเฉพาะ ผลการวจิ ัยพบว่า ๑. สภาพท่ัวไปการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนจังหวัด สมุทรสงคราม พบว่า ด้านการตัดสินใจและตกลงใจนั้น พระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาส หรือเจ้า คณะผู้ปกครองในฐานะเป็นที่ปรึกษาของชุมชน ในฐานะเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชน มี บทบาทสำคญั ในการตัดสินใจ ด้านการดำเนินงานของแผนและโครงการ พระสงฆ์มีบทบาท สำคัญในการช่วยเหลือชุมชนมาโดยตลอด เมื่อชุมชนมีงานหรือมีกิจกรรมใดๆก็ตาม พระสงฆ์ก็จะคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ กิจกรรมเด่นที่พระสงฆ์มีส่วนร่วมกับชาวบ้านใน การพัฒนาชุมชนของตน ก็คือ โครงการลงแขกลงคลอง ด้านการรับผลประโยชน์จากการมี ส่วนรว่ ม คอื ประชาชน ชาวบา้ นเข้าวดั เพ่ิมมากขึ้น มีผอู้ ุปถัมภว์ ัดและพระพุทธศาสนาเพิ่ม
๗ มากขึ้น บ้าน วัด และชุมชน อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและพอเพียง บ้าน วัด และ ชุมชน ด้านการติดตามและประเมินผลโครงการ พบว่า พระสงฆ์ใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรม ของชาวบา้ นในการตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ ๒. กระบวนการการพัฒนาการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการพฒั นาชุมชนตาม แนววถิ พี ทุ ธ ในจังหวัดสมุทรสงคราม พบวา่ กระบวนการในการสร้างความรู้ ประกอบด้วย การสะท้อนปัญหาให้ชาวบ้านได้รับรู้อย่างแท้จริง การเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แสดงความ คิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน กระบวนการในการสร้างแนวทางการ พัฒนา ประกอบดว้ ย โครงการลงแขกลงคลอง เปน็ โครงการเดน่ ของชมุ ชน ทเี่ น้นการมีส่วน ร่วมของทุกภาคส่วนช่วยกันพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็น โครงการในลักษณะการดูแลและฟื้นฟูทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ป่าชายเลนและ แหลง่ น้ำ โดยเฉพาะวัดที่ต้งั อยู่ริมน้ำ จะร่วมมือกบั ชาวบ้านอนุรักษส์ ิ่งแวดล้อมรอบวัด และ แม่น้ำริมคลอง มีการอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืดหน้าวัดด้วย และกระบวนการในการสร้าง แนวทางปฏบิ ัติ เปน็ ข้ันตอนในการเสนอรายละเอยี ดของกจิ กรรมหรือโครงการทน่ี ำมาใช้ใน การแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และพระสงฆ์ โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชน มีสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสมทุ รสงครามเปน็ เจ้าภาพหลัก และมีคณะสงฆจ์ งั หวัดสมทุ รสงครามเปน็ ผูส้ นับสนุน โดยในฐานะที่ปรึกษาโครงการ ร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการโครงการ สนับสนุน ปัจจัย บุคลากร และวัสดุในการขับเคลื่อนโครงการ ร่วมพัฒนาชุมชนผ่านกิจกรรม “ลง แขกลงคลอง” ปรับปรงุ ภูมิทัศนบ์ ริเวณหน้าวดั ให้ สะอาด ร่มรื่น สวยงาม ออกแรงช่วยทำ ความสะอาดชุมชน และรณรงค์ให้ประชาชนรักษ์และห่วงแหนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเอง ซึ่งทำให้วัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน วัดได้รับการ พฒั นา สวยงาม และสะอาดมากข้ึน นกั ทอ่ งเทยี่ วมาทำบญุ เพม่ิ มากข้ึน ๓. การพัฒนาการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการพัฒนาชุมชนตามแนววิถีพุทธ ในจังหวัดสมทุ รสงคราม พบวา่ รปู แบบการเข้ารว่ มในการตัดสนิ ใจและตกลงใจเชิงพุทธ ทำ ได้โดยการศึกษาข้อมูลของชุมชนให้รอบด้าน ฟังเสียงชาวบ้านให้มาก ถามความต้องการ ของชาวบา้ นทุกคร้ัง สนองตอบความตอ้ งการที่แท้จริงของชาวบา้ น และประการสุดท้ายคือ วัดต้องมีความพร้อมท้ัง เงิน คน และวัสดุ “เมื่อมีข้อมูลพร้อม รู้ความต้องการของชาวบา้ น วัดมีเงิน มีคน มีวัสดุ มีความพร้อม ก็สามารถตัดสินใจและตกลงใจพัฒนาได้” รูปแบบการ เข้าร่วมในการดำเนินงานของแผนและโครงการเชิงพุทธ เริ่มจากการวางแผนงานที่รัดกุม พระสงฆ์ต้องร่วมกับชุมชนจัดทำแผนพัฒนาชุมชนร่วมกับชาวบ้าน อาทิเช่น ชุมชนจังหวัด สมุทรสงครามมีการประชุมชาวบ้านทุกเดือนเพื่อวางแผนกันแก้ไขปัญหาของคนในชุมชน เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อมีการวางแผนที่รัดกุมแล้วจึงลงมือปฏิบัติตาม
๘ แผนที่วางไว้ทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ ไม่ลัดขั้นตอน ไม่ทำนอกแผน เคารพการตัดสินใจ ของคนหมู่มาก พระสงฆ์ต้องลงมือทำให้มาก ลดความขัดแย้งกับชาวบ้าน และเน้นสร้าง ความเข้าใจกับชาวบ้านและชุมชน “ทำอะไรต้องบอกให้ชาวบ้านรู้และช่วยกัน” รูปแบบ การเข้าร่วมในการรับผลประโยชน์จากการมสี ว่ นร่วมเชิงพุทธ คือ คนทำบุญมากขึ้น ชุมชน เข้มแข็งมากขึ้น ชาวบ้านอยู่ดี มีสุข สังคมสงบสุข รูปแบบการเข้าร่วมในการติดตามและ ประเมินผลโครงการเชิงพุทธ พระสงฆ์แม้จะมีความรู้ด้านการวัดผลประเมินผลน้อย แต่ รูปแบบงา่ ยๆที่พระสงฆท์ ำคือ การสงั เกตพฤติกรรมของชาวบ้าน ดวู า่ ชาวบา้ นมคี วามสุขกับ กิจกรรมที่ทำไหม เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชาวบ้าน คือผลจากการพัฒนาชุมชนของ พระสงฆ์ ต่อมาใช้การสอบถาม สัมภาษณ์ชาวบ้าน เน้นการพูดคุยกับชาวบ้าน สร้างความ เข้าใจร่วมกัน และสุดท้ายทุกวัดก็จัดทำรายงานเสนอให้พระผู้ใหญ่ทราบอย่างสม่ำเสมอ “เน้นสังเกต พดู คุยสอบถาม จัดทำรายงาน”
๙ วางแผนพฒั นา อทิ ธบิ าท ๔ : ปฏิบตั ิธรรมร่วมกัน กิจกรรมกลุม่ ร่วมกนั การมสี ่วนรว่ ม การสร้างความรู้ แนวทางการพัฒนา แนวทางการปฏิบตั ิ ๑. การตดั สินใจ ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ฟังเสียงชาวบ้านให้มาก วัดต้องมีความพร้อมท้ัง ศึกษาถึงข้อดีและข้อเสีย ถามความต้ องก า ร ข อ ง เงิน คน และวัสดุ มีการ และผลกระทบทจ่ี ะตามมา ชาวบ้านทุกครั้ง ทำงาน บริหารจัดการที่ดี เมื่อมี ก่อนการตัดสินใจและตก ร่วมกบั ชมุ ชุนอย่างต่อเนือ่ ง ความพรอ้ ม ลงใจทำโครงการใดๆ รวมถึงการขอคำปรึกษา จากเจ้าคณะผู้ปกครอง ก่อนดว้ ย ๒. ดำเนินการ มีการวางแผนงานที่รัดกุม ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ไม่ ทำงานกบั ชาวบ้านให้มาก ร ่ ว ม ก ั บ ห น ่ ว ย ง า น ท่ี ลัดขั้นตอน อันทำให้การ ล ด ค ว า ม ข ั ด แ ย ้ ง กั บ เกี่ยวข้อง จัดทำเป็น ดำเนินงานเสียหายได้ หมั่น ชาวบ้าน เน้นสร้างความ โครงการเพื่อเสนอขอ ประชมุ กนั เนอื งนติ ย์ เข้าใจกับชาวบ้านและ งบประมาณสนบั สนนุ เนน้ ชุมชน ประชาสัมพันธ์ ความคุ้มค่าของการลงทุน บอกกล่าวให้ชาวบ้านรู้ เน้นความโปร่งใส และ และมีส่วนร่วมในการ สามารถตรวจสอบได้ พัฒนาชุมชน ๓. รับประโยชน์ สังเกตพฤติกรรมของ สอบถามความรสู้ กึ ความพึง จัดทำรายงานให้พระ ชาวบ้าน ลักษณะอาการ พอใจ สัมภาษณ์ชาวบ้าน ผ ู ้ ใ ห ญ ่ ท ร า บ อ ย ่ า ง ความรู้สึกของชาวบ้านว่า เน้นการพูดคุย หรือจัด สม่ำเสมอ นำข้อบกพร่อง เป็นอย่างไร แล้วนำมา ประชุมกลุ่มย่อย แล้วนำผล ที่ได้รับมาหาแนวทางใน ประมวลผล ทไี่ ดม้ าปรับปรงุ แก้ไข ก า ร แ ก ้ ป ั ญ ห า ร ่ ว ม กั น ระหว่าง บ้าน วัด และ ชมุ ชน ๔. ติดตามผล ร ับโ ดย ตร ง อ าทิ เ ช่ น รับโดยอ้อม อาทิเช่น ชุมชน หลายรูปมองเป็นหน้าที่ที่ ประชาชนศรัทธาในตัว เข้มแข็งมากขึ้น ชาวบ้านอยู่ ต้องทำ เน้นความสุขทาง พระสงฆม์ ากข้นึ คนทำบุญ ด ี ม ี ส ุ ข ส ั ง ค ม ส ง บ สุ ข ใจมากกว่าทางกายและ มากขึ้น ชาวบ้านให้ความ พระพุทธศาสนามั่นคง เน้น ว ั ต ถ ุ จ ึ ง ไ ม ่ ค ิ ด รั บ ร่วมมือในการทำกิจกรรม ความสามคั คใี นชมุ ชน ผลประโยชน์ เพิ่มมากขึ้น พระสงฆ์มี บทบาทในชุมชนเพมิ่ ขน้ึ 1Id 3P 4Par Model (1 Iddhibatha 3 Plan 4 Participation)
๑๐ องคค์ วามรจู้ ากการวจิ ัย จากการศกึ ษาวจิ ยั เร่ือง “การพัฒนาการมสี ่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการพัฒนา ชมุ ชนตามแนววถิ ีพทุ ธ ในจังหวัดสมทุ รสงคราม” สามารถสรุปองคค์ วามรไู้ ด้ดงั นี้ รูปแบบการมีสว่ นร่วมในการตดั สินใจและตกลงใจวถิ พี ุทธ รูปแบบการมีส่วนร่วมในการดำเนนิ งานของแผนและ ๑. ศกึ ษาขอ้ มลู ให้รอบดา้ น ศกึ ษาถึงขอ้ ดีและข้อเสีย โครงการวิถพี ุทธ และผลกระทบที่จะตามมากอ่ นการตดั สนิ ใจและตกลง ๑. มกี ารวางแผนงานทรี่ ดั กมุ รว่ มกบั หนว่ ยงานท่ี ใจทำโครงการใดๆ รวมถงึ การขอคำปรกึ ษาจากเจา้ เกีย่ วขอ้ ง จัดทำเป็นโครงการเพอ่ื เสนอของบประมาณ คณะผปู้ กครองก่อนด้วย สนบั สนุน เน้นความคุ้มค่าของการลงทนุ เน้นความ โปรง่ ใส และสามารถตรวจสอบได้ ๒. ฟงั เสยี งชาวบา้ นใหม้ าก ถามความต้องการของ ชาวบา้ นทกุ ครั้ง ทำงานร่วมกบั ชุมชนุ อยา่ งตอ่ เนื่อง ๒. ปฏิบตั ติ ามแผนทว่ี างไว้ ไมล่ ัดขนั้ ตอนอนั ทำให้ การดำเนินงานเสียหายได้ หมนั่ ประชุมกนั เนืองนติ ย์ ๓. วัดตอ้ งมีความพร้อมทัง้ เงนิ คน และวัสดุ มกี าร บรหิ ารจัดการทด่ี ี เมอ่ื มีความพรอ้ ม ๓. ทำงานกบั ชาวบา้ นให้มาก ลดความขดั แยง้ กับ “เม่อื มขี อ้ มูลพรอ้ ม รู้ความต้องการของชาวบา้ น วดั มี ชาวบา้ น เน้นสรา้ งความเขา้ ใจกับชาวบา้ นและชุมชน เงิน มคี น มวี สั ดุ มีความพรอ้ ม ก็สามารถตัดสินใจ ประชาสมั พนั ธ์ บอกกลา่ วใหช้ าวบา้ นรแู้ ละมสี ่วนร่วมใน และตกลงใจพฒั นาได”้ การพัฒนาชมุ ชน “จะทำอะไรตอ้ งบอกให้ชาวบ้านรู้ และช่วยกันทำ ชว่ ยกันทำไดด้ ีทุกคน” รปู แบบการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการพฒั นาชมุ ชนตามแนววิถีพุทธ ในจังหวัดสมทุ รสงคราม รปู แบบการมีส่วนร่วมในการ รูปแบบการมสี ่วนรว่ มในการรบั ผลประโยชนจ์ ากการ ติดตามและประเมินผลโครงการวิถพี ทุ ธ มีส่วนรว่ มวิถีพุทธ ๑. สงั เกตพฤตกิ รรมของชาวบา้ น ลกั ษณะอาการ ความรสู้ กึ ของชาวบ้านว่าเปน็ อยา่ งไร แลว้ นำมา ๑. รับโดยตรง อาทิเช่น ประชาชนศรัทธาในตวั ประมวลผล พระสงฆม์ ากขน้ึ คนทำบญุ มากขึ้น ชาวบ้านให้ความ ๒. สอบถามความรสู้ กึ ความพงึ พอใจ สัมภาษณ์ ร่วมมอื ในการทำกิจกรรมเพิม่ มากข้นึ พระสงฆ์มี ชาวบา้ น เนน้ การพดู คยุ หรอื จดั ประชมุ กลมุ่ ยอ่ ย แลว้ บทบาทในชมุ ชนเพ่ิมขึ้น นำผลทีไ่ ด้มาปรับปรงุ แก้ไข ๓. จดั ทำรายงานให้พระผใู้ หญ่ทราบอยา่ งสมำ่ เสมอ ๒. รบั โดยออ้ ม อาทิเชน่ ชุมชนข้มแขง็ มากขนึ้ นำข้อบกพร่องที่ได้รับมาหาแนวทางในการแก้ปญั หา ชาวบา้ นอยูด่ ีมสี ุข สงั คมสงบสขุ พระพทุ ธศาสนามนั่ คง รว่ มกนั ระหวา่ ง บา้ น วดั และชมุ ชน เนน้ ความสามัคคใี นชมุ ชน “เนน้ สงั เกต พูดคยุ สอบถาม จดั ทำรายงาน สง่ ให้ ๓. หลายรปู มองเปน็ หนา้ ทที่ ต่ี ้องทำ ผใู้ หญท่ ราบ” เน้นความสุขทางใจมากกวา่ ทางกายและวัตถุ จงึ ไมค่ ิด รับผลประโยชน์ “รับโดยตรง รบั โดยออ้ ม เน้นความสขุ ทางใจมากกว่า วัตถ”ุ แผนภาพท่ี ๑ องคค์ วามรูจ้ ากการวจิ ยั ท่มี า : จากการสังเคราะห์ของผ้วู ิจัยเอง
๑๑ จากแผนภาพที่ ๑ พบว่า การพัฒนาการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการ พฒั นาชมุ ชนตามแนววถิ พี ทุ ธ ในจงั หวดั สมทุ รสงครามมี ๔ รปู แบบคอื ๑) รูปแบบการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและตกลงใจ ทำได้โดยการศึกษา ข้อมูลของชุมชนให้รอบด้าน ว่าชุมชนของเราเป็นอย่างไร สิ่งที่ชุมชนต้องกการมีอะไรบ้าง ปัญหาอะไรที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วย ศึกษาถึงข้อดีและข้อเสียของการพัฒนาชุมชนว่า เมื่อ พัฒนาแลว้ จะได้ประโยชนอ์ ะไรบ้าง คมุ้ คา่ หรอื ไหม และผลกระทบทจี่ ะตามมาดว้ ย ฟงั เสียง ชาวบ้านให้มาก ถามความต้องการของชาวบ้านทุกครั้ง สนองตอบความต้องการที่แท้จริง ของชาวบ้าน และประการสุดท้ายคือวัดต้องมีความพร้อมทั้ง เงิน คน และวัสดุ “เมื่อมี ข้อมูลพร้อม รู้ความต้องการของชาวบ้าน วัดมีเงิน มีคน มีวัสดุ มีความพร้อม ก็สามารถ ตัดสินใจและตกลงใจพัฒนาได้” พระสงฆ์ผูม้ ีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชมุ ชน มีบทบาทสำคญั ในการตัดสินใจ หรือตกลงใจในการดำเนินการพัฒนาชุมชนนั้น ส่วนใหญ่คือพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาส หรือ เจ้าคณะผู้ปกครอง ระดับพระผู้ใหญ่ของคณะสงฆ์ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของ พระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม อาทิเช่น ๑) ในฐานะเป็นที่ปรึกษาของ ชุมชน ๒) ในฐานะเป็นที่พึง่ ทางใจของประชาชน ๓) ในฐานะมีความรูค้ วามสามารถ ๔) ใน ฐานะมีประสบการณ์ในการพัฒนาชุมชนเป็นเวลานาน ในส่วนของการพัฒนาชุมชนใน จังหวัดสมุทรสงครามนั้น พระสงฆ์นับว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมในการ พัฒนาชุมชน หลายๆวัดในจังหวดั สมุทรสงครามดำเนินการพัฒนาชมุ ชนโดยการมีส่วนรว่ ม ของหลายๆฝ่าย การจะตัดสินใจดำเนินการใดๆที่เกี่ยวกับทางวัด อาทิเช่น การเบิกจ่าย งบประมาณของทางวัด เพื่อนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมในการพัฒนาชุมชน เป็นต้น ทางวัด จะดำเนินการโดยปรึกษาคณะกรรมการวัดก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบ ก็จะดำเนินการ พัฒนาได้ทันที ที่ผ่านมานั้นพระสงฆ์บางรูป ไม่ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาชุมชนจังหวดั สมุทรสงครามสาเหตุหลักที่ทำให้พระสงฆ์จังหวัดสมุทรสงครามมักตัดสินใจผิดพลาดเกิด จากอาศัยนิสัยและความเคยชินส่วนตัว ขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือมีข้อมูลที่ไม่ดี มีเวลา จำกัดหรือรีบร้อน ขาดความระมัดระวังในการตัดสินใจ เช่น มีความโลภ ความโกรธ และ ความหลง เป็นต้น สำหรับแนวทางในเรื่องนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะในปัจจุบัน พระสงฆ์จังหวัดสมุทรสงครามส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น มีโครงการในการ อบรมถวายความรู้แก่พระสังฆาธิการระยะสั้น ซึ่งจัดโดยคณะสงฆ์จังหวัดนั้นๆ ในการ ประชมุ พระสังฆาธิการระดบั เจา้ อาวาส และผูช้ ่วยเจ้าอาวาส มีการเชิญวิทยากรมาบรรยาย ถวายความรู้ ๒) รปู แบบการมสี ว่ นร่วมในการดำเนินงานของแผนและโครงการ เรม่ิ จากการ วางแผนงานที่รัดกุม พระสงฆ์ต้องร่วมกับชุมชนจัดทำแผนพัฒนาชุมชนร่วมกับชาวบ้าน
๑๒ อาทิเช่น ชุมชนจังหวัดสมุทรสงครามมีการประชุมชาวบ้านทุกเดือนเพ่ือวางแผนกันแก้ไข ปัญหาของคนในชุมชน เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ เมื่อมีการวางแผนที่รัดกุม แลว้ จึงลงมอื ปฏิบตั ิตามแผนที่วางไว้ทกุ ขั้นตอนอยา่ งรอบคอบ ไมล่ ัดข้นั ตอน ไมท่ ำนอกแผน เคารพการตัดสินใจของคนหมู่มาก พระสงฆ์ต้องลงมือทำให้มาก ลดความขัดแย้งกับ ชาวบ้าน และเน้นสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านและชุมชน “ทำอะไรต้องบอกให้ชาวบ้านรู้ และช่วยกนั ” พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือชุมชนมาโดยตลอด เมื่อชุมชนมีงาน หรือมีกิจกรรมใดๆก็ตาม พระสงฆ์ก็จะค่อยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ กิจกรรมเด่นทีพ่ ระสงฆ์ มีส่วนร่วมกับชาวบ้านในการพัฒนาชุมชนของตน ก็คือ โครงการลงแขกลงคลอง พระสงฆ์ ใหค้ วามชว่ ยเหลือชุมชนในหลายๆเรื่อง สนบั สนนุ ทั้งเงินในการซื้อน้ำมันเรือและเคร่ืองจักร บ้าง บางวัด บางรูปก็สนับสนุนน้ำดื่ม บางรูปก็เอาแรงกายมาช่วยชาวบ้าน บางรูปก็มาให้ กำลังใจชาวบ้านที่มาร่วมกันทำกิจกรรม นับเป็นสิ่งที่ดีมากที่ชุมชนของเรามีพระสงฆ์ที่ดี และน่าเลื่อมใส จะเห็นได้ว่ากิจกรรมหรือโครงการที่ชุมชนและชาวบ้านทำขึ้นมานั้น จะ ได้รับความช่วยเหลือจากพระสงฆ์และวัดเป็นอย่างดี หลายๆครั้งกิจกรรมที่ชาวบ้านและ ชุมชนจัดขึ้นมา หากจัดขึ้นภายในวัดพระสงฆ์ก็จะเป็นธุระในการจัดสถานที่บ้าง สนับสนุน อุปกรณ์ที่ต้องใช้งานบ้าง ทำให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมขึ้นระหว่าง บ้าน วัด และ ชุมชน (บวช) นอกจากนี้ยังพบว่า มีโครงการที่พระสงฆ์เข้าไปดำเนินการเพื่อพัฒนาชุมชน อาทิเช่นการให้ใช้พื้นที่ของวัดในการสร้างอาชีพและนำรายได้สู่ชุมชน โดยให้ชาวบ้านนำ ผลไม้ พืชพนั ธุธ์ ญั ญาหารต่างๆ มาค้าขาย การสรา้ งท่ีอ่านหนงั สือพมิ พ์ สร้างหอ้ งสมุด สร้าง พพิ ธิ ภัณฑใ์ นวดั การใหก้ ารบรกิ ารความรู้แก่ประชาชนโดยการแสดงพระธรรมเทศนาทุกวัน พระ การแสดงธรรมผ่านเสียงตามสาย การจัดตั้งโรงเรียนหรือสถานศึกษาภายในวัด การ จัดตั้งสุขศาลา สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลการส่งเสริมการปฏบิ ัติธรรมโดยพัฒนาวัดให้ เปน็ สำนกั ปฏิบตั ิธรรมประจำจังหวัด สง่ เสริมการศกึ ษาโดยพัฒนาวัดให้เปน็ สำนักเรียนพระ ปรยิ ัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี สง่ เสริมการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาโดยพัฒนาวัดให้เป็น ศูนย์อบรมประชาชนประจำตำบล ส่งเสริมการศึกษาสงเคราะห์โดยพัฒนาวัดให้เป็น โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ส่งเสริมอาชีพโดยพัฒนาวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนโดยพัฒนาวัดให้สถานสงเคราะห์เด็กและคนชรา การสอนธรรมศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนภายในวัด การจัดกิจกรรมทาง พระพุทธศาสนาเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วัน อาสาฬบูชา วันเข้าพรรษา การสงเคราะห์ผู้ยากไร้ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ การ ระงับข้อพิพาทข้อขัดแย้งของชาวบ้าน การอำนวยความสะดวกในการให้ใช้สถานที่ของวัด
๑๓ จัดกิจกรรมต่างๆ การจัดตั้งมูลนิธิ กองทุนเพื่อการกุศล การส่งเสริมอาชีพของประชาชน การให้ความร่วมมือกับทางราชการเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ โครงการออมวันละ บาท การจัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน การจดั อบรมคุณธรรมจรยิ ธรรม การเขา้ ไปสอนศีลธรรมในโรงเรียนของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน การจัดกิจกรรมนำเด็กเข้าวัด อบรมจิต โดยพระสงฆ์จะมบี ทบาทสำคญั ในการปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมของเด็กและเยาวชน เปน็ อย่างมาก ส่วนใหญ่โครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ท่ีเกี่ยวกับการพัฒนาการมีส่วนร่วม คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนนั้น เป็นโครงการที่พระสงฆ์จังหวัดสมุทรสงคราม ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานราชการหรือชุมชน โดยพระสงฆ์มีส่วนร่วมในการสนับสนุน สิ่งของที่จำเป็น แรงงานคน การระดมมวลชน การช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ การบอก กล่าวใหช้ าวบา้ นมาร่วมกจิ กรรม เปน็ ต้น ๓) รูปแบบการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์จากการมีส่วนร่วม แบ่งเป็น สามรูปแบบใหญ่ๆคือ รูปแบบแรกเป็นการรับผลประโยชน์โดยตรง อาทิเช่น ประชาชน ศรัทธาในตัวพระสงฆ์มากขึ้น คนทำบุญมากขึ้น เป็นต้น รูปแบบที่สองเป็นการรับ ผลประโยชน์โดยอ้อม อาทิเชน่ ชุมชนเขม้ แข็งมากขนึ้ ชาวบ้านอยดู่ ีมีสุข สังคมสงบสุข เป็น ต้น และรูปแบบสุดท้ายพระสงฆ์หลายรูปมองเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เน้นความสุขทางใจ ไม่ หวังผลประโยชน์หรือผลกำไรใดๆ “รับโดยตรง รับโดยอ้อม เน้นความสุขทางใจมากกว่า วัตถุ” การรับผลประโยชน์จากการมีส่วนร่วม แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนที่หนึ่ง เป็นผลประโยชน์ที่ได้รับโดยตรง อาทิเช่น ประชาชน ชาวบ้านเข้าวัดเพิ่มมากขึ้น มีผู้ อปุ ถัมภว์ ดั และพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น บ้าน วดั และชุมชน อาศยั อยู่ร่วมกันอย่างสงบ สุขและพอเพียง บ้าน วัด และชุมชน ช่วยเหลืองานและกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน พระสังฆาธิ การระดับสูงพิจารณาความดีความชอบให้แก่พระสงฆผ์ ู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เช่น การ เลื่อนสมณศักดิ์ หรือการมอบหมายหน้าที่การงานทางด้านคณะสงฆ์ให้รับผิดชอบ หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เห็นถึงความสำคัญของพระสงฆ์ ให้การสนับสนุนทั้ง งบประมาณและบุคลากรในการจัดกิจกรรมของพระสงฆ์อย่างเต็มที่ ประชาชนไว้ใจในตัว พระสงฆ์ ให้ความเคารพยำเกรง และสามารถเป็นที่พึ่งทางจิตใจได้ ประชาชนคอยให้การ สนับสนุน และปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา วัดวาอาราม และพระสงฆ์เป็นอย่างดี ประชาชนให้ความสนใจพระพุทธศาสนา และเข้าวัดเพิ่มมากขึ้น สถานศึกษาให้การ สนับสนุน นำเด็กและเยาวชนเข้าวัดเพิ่มมากขึ้น ผู้นำชุมชนให้ความสำคัญกับกิจกรรมของ ทางวัดเพิ่มมากขึ้น คนในชุมชนเกิดความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ภายในชุมชนของทุกฝ่าย และเข้าร่วมทำกิจกรรมที่ทางคณะสงฆ์จัดข้ึนเป็นประจำ ส่วนท่ี
๑๔ สอง เป็นผลประโยชน์ทางอ้อมที่ได้รบั จากการมีส่วนร่วม คือ พระสงฆ์ได้พัฒนาตนเองตาม หลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ได้ช่วยสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เป็นการพัฒนา คุณภาพจิตใจของประชาชน ๔) รูปแบบการมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลโครงการ พระสงฆ์แม้ จะมีความรู้ด้านการวัดผลประเมินผลน้อย แต่รูปแบบง่ายๆที่พระสงฆ์ทำคือ การสังเกต พฤติกรรมของชาวบ้าน ดูว่าชาวบ้านมีความสุขกับกิจกรรมที่ทำไหม เสียงหัวเราะและ รอยยิ้มของชาวบ้าน คือผลจากการพัฒนาชุมชนของพระสงฆ์ ต่อมาใช้การสอบถาม สัมภาษณช์ าวบา้ น เน้นการพูดคุยกับชาวบ้าน สรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกนั และสุดท้ายทุกวัดก็ จัดทำรายงานเสนอให้พระผู้ใหญ่ทราบอย่างสม่ำเสมอ “เน้นสังเกต พูดคุยสอบถาม จัดทำ รายงาน” พระสงฆ์ใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรมของชาวบ้านในการติดตามและประเมินผล โครงการ นอกจากนี้ยังใช้วิธีการในการสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้าน สอบถาม ความรู้สึกจากชาวบ้าน แล้วนำผลที่ได้นั้นไปร่วมประชุมกับชุมชนเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ต่อไป วธิ ีทีส่ องทพ่ี ระสงฆ์ใช้ก็คอื การเข้าร่วมประชุมเวทชี าวบา้ นท่ชี มุ ชนจัดข้ึน แล้วสะท้อน ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานให้แต่ละชุมชนฟังเพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ไข ปัญหาดังกล่าว วิธีที่สามเป็นนโยบายของคณะสงฆ์จังหวัดในการกำกับติดตามและ ประเมินผลการดำเนินโครงการของพระสงฆ์อย่างเคร่งครัด และให้วัดทุกวัดจัดทำรายงาน ผลการพฒั นาชุมชนสง่ ให้เจ้าคณะผูป้ กครองทราบตามลำดับ
iy การพัฒนาบทบาทของผปู้ กครองทอ้ งทีท่ ม่ี ตี อ่ การส่งเสรมิ อารยเกษตร ตาม โคก หนอง นา โมเดล จงั หวัดสมทุ รสงคราม โดยการประยุกตต์ ามหลักพุทธธรรม DEVELOPMENT OF AREA LEADER’S ROLES TOWARDS THE PROMOTION OF AGRICULTURAL CIVILIZATION AT KHOK NONG NA MODEL BY BUDDHADHAMMA APPLICATION IN SAMUT SONGKHRAM PROVINCE พระครูพศิ ษิ ฏป์ ระชานาถ (ประยรู นนทฺ ิโย) ดุษฎีนพิ นธน์ ี้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศึกษา ตามหลักสูตรปริญญาปรัชญาดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์ บัณฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๖
๑๖ ชือ่ ดษุ ฎีนพิ นธ์ : การพฒั นาบทบาทของผูป้ กครองท้องท่ีท่ีมตี ่อการส่งเสรมิ อารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จงั หวดั สมทุ รสงคราม โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม ผูว้ ิจยั : พระครพู ศิ ิษฏป์ ระชานาถ (ประยูร นนทฺ โิ ย) ปริญญา : ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (รฐั ศาสตร)์ คณะกรรมการผคู้ วบคุมดุษฎีนพิ นธ์ : รศ. ดร.สรุ พล สยุ ะพรหม, พธ.บ. (สังคมวทิ ยา), M.A. (Politics), Ph.D. (Political Science), ปร.ด. (สื่อสารการเมือง) ศ.ดร.จำนงค์ อดวิ ฒั นสิทธิ์, พธ.บ. (สงั คมวทิ ยา) M.A. (Social Science), M.A. (English), Ph.D. (Social Science) วันสำเรจ็ การศึกษา : สิงหาคม ๒๕๖๖ บทคัดยอ่ การวิจัยครั้งน้ีมีวตั ถุประสงค์เพื่อ ๑. ศึกษาสภาพทั่วไปและปัญหาอุปสรรคใน การส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัด สมุทรสงคราม ๒. ศึกษาองค์ประกอบในการการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม ๓. นำเสนอการพัฒนาบทบาทของ ผู้ปกครองท้องที่ที่มีต่อการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จังหวัด สมทุ รสงคราม โดยการประยุกต์ตามหลกั พุทธธรรม การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธกี ารวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลภาคสนามจากผ้ใู ห้ ข้อมูลสำคัญ ๕ กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ปกครองท้องที่ กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้นำชุมชน กลุม่ ภมู ิปญั ญาท้องถ่ินหรือปราชญ์ชาวบ้าน และกลุ้มผ้บู รหิ ารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ดว้ ยการเลือกแบบเจาะจงตามลักษณะการเปน็ ตวั แทนของกลุ่มท่ีเหมาะสม จำนวน ๒๕ รูป หรือคน ได้ใช้แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ที่มีค่าดัชนีวัดความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาท้ัง ฉบับ (S-CVI) เท่ากับ ๑.๐๐ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท และการสนทนากลุ่มเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๑๐ รูปหรือคน โดยวเิ คราะห์ขอ้ มลู ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบรบิ ท ผลการวจิ ยั ๑. สภาพทัว่ ไปและปัญหาอปุ สรรคในการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม พบว่า มีจุดเด่นคือ เน้นการร่วมมือ ระหว่างผู้ปกครองท้องที่ ชุมชน เกษตรกรและชาวบ้านในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ใช้
๑๗ เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการส่งเสริมและพัฒนาโคก หนอง นา โมเดล มีจุดอ่อนคือ ขาด แคลนทรัพยากรในการดำเนินโครงการซึ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ขาดความร่วมมือ และการสนับสนุนจากเครือข่าย โอกาสคือ การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรที่ทันสมัย การ สร้างเครือข่ายทางการเกษตรระหว่างเกษตรกรและชาวบ้าน องค์กรที่เกี่ยวข้อง และ หน่วยงานราชการ การได้รับการสนบั สนุนจากนโยบายภาครฐั ที่เน้นการพัฒนาเกษตรอย่าง ยัง่ ยืน อปุ สรรคคือ ทศั นคติ เทคนิค เศรษฐกิจ สภาพแวดลอ้ ม และนโยบายภาครฐั ๒. องค์ประกอบในการการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน ๔ องค์ประกอบคือ องค์ประกอบที่ ๑ การเพิ่มความสมบูรณ์ของดิน การจัดการน้ำในนา การจัดการโรคและแมลง การใช้ เทคโนโลยีทางการเกษตร องค์ประกอบที่ ๒ การส่งเสริมบทบาทของเกษตรกรและ ชาวบา้ นในการทำโครงการโคก หนอง นา พัฒนาดินใหม้ คี วามอุดมสมบรู ณ์ โดยเน้นเกษตร อินทรีย์ พัฒนาน้ำให้สะอาด สามารถนำไปใช้งานได้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคการเกษตร จังหวัดสมุทรสงครามมีการรักษาและพัฒนาป่าเป็นส่วนสำคัญเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและ ความสมดุลของนิเวศในพื้นที่ องค์ประกอบที่ ๓ การจัดสัมมนาและการอบรมเกี่ยวกับการ ส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ร่วมกับหน่วยงานราชการ การจัดประชุม กลุ่มสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง การสร้างชุมชนการเรียนรู้ชุมชน การใช้เทคโนโลยีสื่อสารเพอ่ื การเรยี นรเู้ ร่ืองโคกหนองนาการให้การดูแลและคำปรึกษาเกี่ยวกับการสง่ เสริมอารยเกษตร ตาม โคก หนอง นา โมเดล ร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์ประกอบที่ ๔ การสนับสนุนใน การวางแผนและการจัดการที่เหมาะสมสำหรับการการเกษตรตามโคกหนองนา การ สนับสนุนในการจัดตั้งและการบริหารจัดการองค์กรที่เหมาะสมสำหรับการการเกษตรตาม โคกหนองนา การสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการ การเกษตรตามโคกหนองนา การสนับสนนุ ในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกบั การการเกษตรตามโคกหนองนา การสนับสนุนในการเข้าถึงทรัพยากรการเงินสำหรับ เกษตรกรและชาวบ้านในการการเกษตรตามโคกหนองนา ๓. การพฒั นาบทบาทของผู้ปกครองท้องที่ท่ีมีต่อการสง่ เสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จังหวัดสมุทรสงคราม โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม ด้าน บทบาทในการสรา้ งความรู้ โดยการประยกุ ต์ตามหลักพทุ ธธรรม ประกอบด้วย ๑.ผู้ปกครอง ทอ้ งทีใ่ หค้ วามร้อู ยา่ งเต็มทีแ่ ละเต็มใจ ๒. ผ้ปู กครองท้องท่มี กี ารสร้างความเชอ่ื มั่นและความ ไว้วางใจให้กับประชาชน ๓. การหมั่นตริตรองพิจารณาช่วยให้ผู้ปกครองท้องที่เป็นผู้ที่มี ความรู้และเขา้ ใจถึงผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึนจากการใหค้ วามรู้ ๔. ผูป้ กครองควรสำรวจและ วิเคราะห์เหตุผลที่เป็นหลักในการให้ความรู้ ด้านบทบาทในการสร้างแนวทางการพัฒนา โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม พบว่า ๑. เต็มใจและตั้งใจในการพัฒนาโครงสร้าง
๑๘ พื้นฐาน ได้แก่ การเตรียมพื้นที่และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น รวมถึงการสร้าง ความร่วมมือและพันธมิตร ๒. เพียรพยายามในการบริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพยากร ตลอดถึงการสร้างและส่งเสริมศักยภาพชุมชนที่ยั่งยืน ๓. เอาใจใส่ในการพัฒนา การดูแล และสนบั สนนุ สง่ เสรมิ การเผยแพรแ่ ละการแลกเปล่ยี นความรู้ การสร้างการสือ่ สารและการ สรา้ งความตระหนัก ๔. หมนั่ ทบทวน ปรบั ปรงุ แกไ้ ข ประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ ตลอดถึงการ สร้างนโยบายและกฎหมายสนับสนุน ด้านบทบาทในการสร้างแนวทางปฏิบัติ โดยการ ประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม ๑. ให้ความสำคัญกับการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ เกษตรกรอย่างเต็มใจ ๒. พัฒนาทรัพยากรให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนา ความร่วมมือกับทุกเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ๓. มีความรับผิดชอบสูง และมีความสามารถใน การพัฒนานวัตกรรมที่นำไปสู่ความย่ังยืน ๔. เข้าใจปัญหา ร่วมคิด ร่วมแก้ไข ร่วมวางแผน ปรับปรุง
การพฒั นาบทบาทของผูป้ กครองทอ้ งทท่ี ี่มตี ่อการสง่ เสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จังหวดั สมทุ รสงคราม โดยการประยุกตต์ ามหลักพุทธธรรม บทบาทในการสรา้ งความรู้ บทบาทในการสรา้ งแนวทางการพัฒนา บทบาทในการสรา้ งแนวทางปฏบิ ตั ิ (Appreciation : A) (Influence : I) (Control : C) ฉันทะ เต็มใจให้ความรเู้ รอื่ งโคกหนองนาแก่ประชาชน ฉันทะ เตม็ ใจและตั้งใจในการพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน ฉันทะ เต็มใจพฒั นาโครงการโคกหนองนาใหส้ ำเร็จ วิรยิ ะ พยายามสร้างความเช่ือมั่นและความไวว้ างใจให้ วิรยิ ะ เพียรพยายามในการบรหิ ารจดั การและดูแล การประยกุ ต์หลัก วริ ยิ ะ พยายามพัฒนาทรัพยากรใหม้ คี ณุ ภาพอย่าง พทุ ธธรรม เกิดกบั ประชาชน รักษาทรพั ยากร ตอ่ เน่อื ง (อทิ ธิบาท ๔) จิตตะ เอาใจใส่ในการให้ความร้แู ละเข้าใจถงึ ผลกระทบ จิตตะ เอาใจใสใ่ นการพฒั นาอย่างสมำ่ เสมอ จติ ตะ เอใจใส่ในการนำนวัตกรรมไปพฒั นาสคู่ วาม วิมังสา ทบทวนวธิ กี ารให้ความรู้ใหมๆ่ แก่ประชาชน วิมังสา ทบทวนการประเมินผลและปรบั ปรงุ วิมังสา ยท่งับยทืนวนปญั หา ร่วมคดิ ร่วมแกไ้ ข รว่ มวางแผน องคป์ ระกอบ ปรับปรงุ ในการสง่ เสริมอารยเกษตร กระบวนการพฒั นา ตาม โคก หนอง นา โมเดล ดา้ นภูมิ (กายภาพ) ดา้ นสังคม (คน ดนิ นำ้ ปา่ ) ด้านการเรียนรู้ ดา้ นองค์กรและการบรหิ าร ด้านการประชาสมั พันธ์และ สภาพทวั่ ไป การเพม่ิ ความสมบรู ณ์ของดนิ บทบาทของประชากรท้องถนิ่ การจดั สัมมนาและการอบรม จดั การ เผยแพร่ และปญั หาอปุ สรรค การจัดการน้ำในนา ความอุดมสมบรู ณ์ของดนิ การจดั ประชุมหรอื กล่มุ สนบั สนนุ ในการสง่ เสรมิ อารยเกษตร การควบคมุ วชั พืช ความอดุ มสมบูรณ์ของนำ้ การสร้างชมุ ชนการเรียนรู้ การวางแผนและการจดั การที่ การกำหนดเปา้ หมายทช่ี ัดเจน ตาม โคก หนอง นา โมเดล การจดั การโรคและแมลง การอนุรกั ษ์ป่าชายเลน การใชเ้ ทคโนโลยสี อ่ื สารเพอื่ การ เหมาะสม การสรา้ งข้อความและเนื้อหาที่ การใชเ้ ทคโนโลยีทางการเกษตร เรียนรู้ การบรหิ ารจดั การองคก์ รที่ น่าสนใจ การใหก้ ารดแู ลและคำปรกึ ษา เหมาะสม การใชส้ อื่ ตา่ ง ๆ เพ่ือสอ่ื สารข้อมลู การพัฒนาพน้ื ที่ สงิ่ แวดล้อมที่ การจัดกจิ กรรมท่ีเกย่ี วข้องกบั เหมาะสม โครงการ จุดแข็ง/จดุ เดน่ จุดอ่อน/จุดดอ้ ย โอกาส อุปสรรค/ขอ้ จำกัด ๑. เน้นการร่วมมือระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง ๑. ขาดแคลนทรัพยากรในการดำเนิน ๑. การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรท่ี ข้อจำกัดทางทัศนคติ ท้องถิ่น ชุมชน และเกษตรกรในการดำเนนิ โครงการซงึ่ ต้องใช้ทรพั ยากรจำนวนมาก ทันสมยั ข้อจำกัดทางเทคนิค กิจกรรม ๒. ขาดความร่วมมือและการสนับสนุนจาก ๒. การสร้างเครือข่ายทางการเกษตร ขอ้ จำกดั ทางเศรษฐกิจ ๒. การนี้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการ เครอื ขา่ ย ระหว่างเกษตรกร องค์กรที่เกี่ยวข้อง และ ข้อจำกดั ทางสภาพแวดลอ้ ม สง่ เสริมและพฒั นาอารยธรรมทอ้ งถิ่น ๓. ขาดการจดั การและบรหิ ารโครงการท่ีดี หนว่ ยงานราชการ ข้อจำกดั ทางนโยบายภาครฐั ๓. การสนับสนุนและพัฒนาทรัพยากร ๔. ขาดการจัดทีมที่เหมาะสมและมีความรู้ ๓. การได้รับการสนับสนุนจากนโยบาย ทอ้ งถ่ิน ความสามารถในดา้ นทีเ่ กย่ี วขอ้ ง ภาครัฐทเ่ี นน้ การพฒั นาเกษตรอย่างยั่งยืน ๔. สนบั สนุนการพัฒนาพืน้ ที่ทางการเกษตร ๕. ขาดแคลนทรพั ยากรมนุษย์ ๔. สภาพเศรษฐกจิ ท่มี งั่ คงั่ และเจริญรุ่งเรือง แผนภาพที่ ๒ องค์ความรทู้ ่ไี ด้รบั จากการวจิ ยั
จากแผนภาพท่ี ๒ พบว่า การพัฒนาบทบาทของผู้ปกครองท้องที่ที่มีต่อการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จังหวัดสมุทรสงคราม โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม ประกอบด้วย โมเดล ๓ โมเดล คือ โมเดลทห่ี นึ่ง คอื แนวทางในการพัฒนาส่งเสริมอารยเกษตรตามโคก หนอง นา โมเดลของผูป้ กครองท้องถิน่ ในจงั หวัดสมุทรสงคราม ประกอบดว้ ย การวางแผนและกำหนดเป้าหมาย: สร้างแผนการพัฒนาทางเกษตรที่มี เป้าหมายชัดเจนและสอดคล้องกับโครงการโคก หนอง นา โมเดล นำเสนอแผนการพัฒนา ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่เพื่อให้สามารถมีการวางแผนและ ดำเนินการตามแนวทางเดียวกัน การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์: ส่งเสริมการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับอารยเกษตร โดยให้ความสำคัญกับการอบรมและพัฒนา ทกั ษะของเกษตรกรและชาวบ้านและผู้ปกครองท้องที่ เพื่อเพ่มิ ความรู้และความสามารถใน การจัดการและใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการเกษตร ด้านวัสดุอุปกรณ์: สนับสนุนให้ เกษตรกรและชาวบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่เหมาะสม สำหรับการพัฒนาอารยเกษตรตามโคก หนอง นา โมเดล เช่น การให้สินเชื่อและการ สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการดำเนิน กิจการ การสร้างความรว่ มมอื : สร้างความร่วมมือระหว่างเกษตรกรและชาวบ้าน ผ้ปู กครอง ท้องท่ี องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อสร้างพื้นที่สนับสนุนและการ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาอารยเกษตร เป็น การจัดกิจกรรมการอบรม สัมมนา หรือการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมร่วมกันเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาอารยเกษตร การสร้าง นโยบายและกฎหมายส่งเสริม: สร้างนโยบายและกฎหมายท่สี ง่ เสริมการพฒั นาอารยเกษตร ตามโคก หนอง นา โมเดล โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสรมิ กิจกรรมเกษตร ท้องถิ่น รวมถึงการสร้างระบบส่งเสริมและสนับสนุนการตลาดท้องถิ่น เพื่อเพิ่มโอกาสใน การตลาดและการขายผลผลิต โดยการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาอารยเกษตรตามโคก หนอง นา โมเดลในจังหวัด สมุทรสงคราม และส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต ประสิทธิภาพ และคุณภาพชีวิตของชุมชน ทอ้ งถน่ิ ไดแ้ ก่ ๑. สร้างแผนการพัฒนาทางเกษตรที่มีเป้าหมายชัดเจนและสอดคล้องกับ โครงการโคก หนอง นา ๒. ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับอารยเกษตร โดยให้ ความสำคญั กับการอบรมและพัฒนาทักษะ
๒๑ ๓. สนับสนุนให้เกษตรกรและชาวบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้องมีสิ่งอำนวยความ สะดวกและอปุ กรณ์ทเ่ี หมาะสมสำหรบั การพัฒนาอารยเกษตรตามโคก หนอง นา ๔. สร้างความร่วมมือระหวา่ งเกษตรกรและชาวบ้าน ผู้ปกครองท้องท่ี องค์กร ภาคเอกชน และหนว่ ยงานท้องถิ่น ๕. สร้างนโยบายและกฎหมายท่สี ง่ เสรมิ การพฒั นาอารยเกษตรตามโคก หนอง นา โมเดล โมเดลที่สอง คือ องค์ประกอบในการการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองทอ้ งท่ีจังหวดั สมุทรสงคราม จำนวน ๔ องคป์ ระกอบคือ องคป์ ระกอบที่ ๑ องคป์ ระกอบในการการส่งเสรมิ อารยเกษตรตามโคก หนอง นา โมเดลของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงครามด้านกายภาพ ประกอบด้วย ๑. การ เพิ่มความสมบูรณ์ของดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุย๋ เคมีเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช ซึ่งจะ ช่วยเสริมสร้างแร่ธาตุในดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชอย่างเหมาะสม การใช้ วิธีการปรับปรงุ คุณภาพดิน เช่น การใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเพื่อเพิม่ สว่ นผสมอินทรีย์ในดนิ การปรับ ค่าความเป็นกรดด่างของดินให้เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชในนา การป้องกัน และควบคุมการกัดกร่อนดินจากการระเบิดหรือการกัดกร่อนดินโดยมนุษย์ โดยการใช้ เทคนิคการรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่ดินและการพัฒนานิเวศในที่นา การป้องกันและ ควบคุมการเกดิ การสูญเสียดิน และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทเี่ หมาะสม ๒. การจัดการ น้ำในนา การวางแผนการใช้น้ำในนาโดยคำนึงถึงความต้องการของพืชในแต่ละช่วงเวลา การวางแผนดังกล่าวจะช่วยให้มีการจดั สรรนำ้ อย่างเหมาะสมและประหยดั ทรัพยากรน้ำ ๓. การควบคมุ วชั พืช ในข้ันตอนการเตรียมพนื้ ท่กี ่อนการปลูกพืชหลัก ควรมกี ารกำจัดวัชพืชให้ สมบูรณ์เพื่อลดการแข่งขันในการเจริญเติบโตระหว่างวัชพืชกับพืชหลัก ๔. การจัดการโรค และแมลง ๕. การใชเ้ ทคโนโลยที างการเกษตร เช่น การใชร้ ะบบปลกู พืชแบบพลวัต ๖. การ สร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร เช่น ระบบน้ำในการเกษตรและระบบระบายน้ำ ๗. การสนับสนุนการใช้พันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ๘. การส่งเสริมการใช้ เทคนิคการปลูกพืชที่ยังไมเ่ คยใช้ในพื้นที่ ๙. การสร้างศกั ยภาพแรงงานทางการเกษตร เชน่ การสอนและการฝึกอบรมให้กบั เกษตรกรและชาวบ้าน ๑๐. การสรา้ งมาตรการสง่ เสริมการ ลงทุนในการเกษตร เช่น การให้สินเช่อื และส่งเสริมธุรกิจทางการเกษตร องค์ประกอบที่ ๒ องค์ประกอบในการการส่งเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านสังคม (คน ดิน น้ำ ป่า) ไดแ้ ก่ คน คนในจังหวัดสมทุ รสงครามเปน็ ประชากรท้องถิน่ ที่มีบทบาทสำคัญในการ พัฒนาและสร้างความเจริญของจังหวัด มีบทบาทในการทำงานในอุตสาหกรรมเกษตรกร
๒๒ และชาวบ้านและอตุ สาหกรรมอื่น ๆ และเปน็ สว่ นสำคัญของชมุ ชนท้องถน่ิ ที่สร้างสรรค์และ เจรญิ ก้าวหน้าดว้ ยความร่วมมอื และความรับผิดชอบต่อกัน ดิน ดินในจังหวัดสมุทรสงครามเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการเกษตรและการ ปลูกพืช ดินที่อุดมสมบูรณ์และมีคุณภาพสูงสามารถสนับสนุนการเพาะปลูกและการผลิต อาหารได้มากขน้ึ การรักษาและจัดการดินให้มีความเป็นระบบและสมดุลจึงเป็นส่ิงสำคัญใน การพฒั นาทางเกษตรและส่งิ แวดลอ้ มในพ้นื ที่ นำ้ น้ำเป็นทรัพยากรทส่ี ำคญั อีกประการหน่ึงในจังหวดั สมทุ รสงคราม มีแม่นำ้ สำคัญอย่างเช่นแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำทะเลสาบเพชรบุรีผ่านพื้นที่ น้ำใช้ในการเกษตร การบริโภค และอุตสาหกรรม ป่า จังหวัดสมุทรสงครามมีการรักษาและพัฒนาป่าเป็นส่วนสำคัญเพื่อรักษา ส่ิงแวดล้อมและความสมดลุ ของนิเวศในพนื้ ที่ การพฒั นาป่าในจงั หวัดสมุทรสงครามมีหลาย มุมมองและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การอนุรักษ์ป่าเขาและป่าชายเลน จังหวัด สมุทรสงครามมีป่าเขาและป่าชายเลนทีส่ ำคัญ ทำการอนุรักษ์และสร้างพื้นท่ีสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและรักษา สภาพแวดล้อมของป่า การปลูกป่าชายเลน เพื่อเพิ่มปริมาณป่าในพื้นที่และสร้างช่องทาง สำคัญในการรักษานิเวศและเก็บรักษาน้ำในพื้นที่ จังหวัดสมุทรสงครามได้ดำเนินกิจกรรม การปลูกป่าชายเลนเพื่อเสริมสร้างความเจริญของป่าในพื้นที่ การสนับสนุนการอบรมและ การศึกษาเกยี่ วกับการจัดการป่า สนบั สนนุ การอบรมและการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการป่า ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้และทักษะในการบริหารจัดการป่าให้กับประชาชนท้องถิ่น และสร้าง ความรับผิดชอบต่อการรกั ษาและพัฒนาปา่ ในพ้นื ท่ี องคป์ ระกอบที่ ๓ องค์ประกอบในการการสง่ เสรมิ อารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านการเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ เรื่องโคกหนองนาแก่ประชาชน ของผู้ปกครองท้องที่ ประกอบด้วย การจัดสัมมนาและการ อบรม การเชิญผู้เช่ียวชาญในการจัดสัมมนาและการอบรมเพือ่ เป็นแหล่งศึกษาและแบ่งปนั ความรู้เกี่ยวกับโคกหนองนา ผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมเช่นนี้ให้กับประชาชนในพื้นท่ี เพอ่ื เพิม่ ความเข้าใจและทักษะในการจัดการโคกหนองนาใหเ้ กิดขน้ึ การจดั ประชุมหรือกลุ่ม สนับสนุน การสร้างกลุ่มสนับสนุนหรือองค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับโคกหนองนา เพื่อให้ ประชาชนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการจัดการโคกหนองนา สามารถ สรา้ งความรว่ มมอื และเพมิ่ ความเขา้ ใจในเรื่องโคกหนองนาในระดบั ทอ้ งถน่ิ การจัดโครงการ ศึกษาดินและน้ำ การสนับสนุนโครงการศึกษาดินและน้ำท่ีเกี่ยวข้องกับโคกหนองนา โดย การจัดทำแผนการศึกษาและการฝึกอบรมที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะใน การจัดการโคกหนองนา การสร้างชุมชนการเรียนรู้ เกี่ยวกับโคกหนองนาในชุมชนท้องถิ่น
๒๓ โดยการสร้างพนื้ ทท่ี ป่ี ระชาชนสามารถแลกเปลยี่ นความรู้ และประสบการณ์กันได้ เช่น การ จัดกิจกรรมสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับโคกหนองนา เช่น การแสดงสินค้าโคกหนองนา การจัด นิทรรศการ หรือการแสดงหนังสอื และสือ่ การเรียนรู้เกีย่ วกับโคกหนองนา ที่ชุมชนสามารถ เข้าร่วมได้ การใช้เทคโนโลยีส่ือสารเพือ่ การเรียนรู้เรื่องโคกหนองนา สามารถสนับสนุนการ ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร เช่น การสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับโคกหนองนา ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการโคกหนองนา และเป็นแหล่งเรียนรู้แบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถงึ ข้อมูลและทราบข่าวสารทีเ่ กี่ยวข้องได้ การให้การดูแลและ คำปรกึ ษา การให้การดูแลและคำปรึกษา ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนในเร่ืองการดูแลและ คำปรึกษาเก่ยี วกับโคกหนองนา โดยเชญิ ผูเ้ ช่ยี วชาญในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการ โคกหนองนา และการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโคกหนองนา เพื่อช่วยเสริมสร้างความรู้ และทักษะในการจัดการ การสร้างเครือข่ายและการแบ่งปันข้อมูล สร้างเครือข่ายท่ี เชื่อมโยงกันระหว่างเกษตรกรและชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สนใจในเรื่องโคกหนองนา โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่นเว็บไซต์ และกระดานสนทนาออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ และข้อมลู ที่เก่ยี วข้องกบั การจัดการโคกหนองนา การจัดกจิ กรรมการ เรียนรู้ จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เรื่องโคกหนองนา เช่น การเยี่ยมชมแปลงโคก หนองนา การศึกษาดินและน้ำ หรือการอบรมเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการจัดการโคก หนองนา สามารถเชญิ ผเู้ ช่ียวชาญมาสอนหรือแบง่ ปันประสบการณ์ได้ การใช้เครื่องมือและ เทคโนโลยี ใช้เครอ่ื งมือและเทคโนโลยีในการส่ือสารและแบง่ ปนั ข้อมลู เช่น การใช้สื่อสังคม ออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ การสร้างแอปพลิเคชันสำหรับการเรียนรู้ เกย่ี วกบั โคกหนองนา หรือการใชเ้ ทคโนโลยกี ารสอ่ื สารอ่นื ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ องค์ประกอบท่ี ๔ องคป์ ระกอบในการการสง่ เสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล ของผู้ปกครองท้องที่จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านองค์กรและการบริหารจัดการ มี องค์ประกอบสำคญั คือ การสนับสนนุ ในการวางแผนและการจดั การ การสนับสนุนในการ วางแผนและการจัดการที่เหมาะสมสำหรับการการเกษตรตามโคกหนองนา เพื่อให้ เกษตรกรและชาวบ้านสามารถวางแผนการเพาะปลูกและการจดั การทรัพยากรธรรมชาติให้ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของตลาด การสนับสนุนในการจัดตั้งและ การบริหารจัดการองค์กร การสนับสนุนในการจัดตั้งและการบริหารจัดการองค์กรท่ี เหมาะสมสำหรับการการเกษตรตามโคกหนองนา เพื่อให้เกษตรกรและชาวบ้านสามารถ ทำงานร่วมกันและจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การสนับสนุนในการพัฒนา พื้นที่และสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับ การการเกษตรตามโคกหนองนา เพื่อให้ เกษตรกรและชาวบ้าน สามารถใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีท่ี
๒๔ เกี่ยวข้องกับการการเกษตรตามโคกหนองนา เพื่อให้เกษตรกรและชาวบา้ นได้ใช้ขอ้ มูลและ เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการบริหารจัดการฟาร์มและการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง อาทิเช่น เทคโนโลยีการเฝ้าระวังและการติดตามผลผลิตอัตโนมัติ การใช้ระบบเซ็นเซอร์เพื่อวัดและ ตรวจสอบสภาพแวดล้อม การใช้ระบบรายงานออนไลน์เพื่อติดตามผลผลิตและการจัดการ สินค้า เป็นต้น การให้คำปรึกษาและการสนับสนุนในการวางแผนการเพาะปลูกและการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติ การสนับสนุนในการวางแผนเกษตรที่มีความรอบคอบและ เหมาะสมสำหรับโคกหนองนา เพ่ือให้เกษตรกรและชาวบ้านสามารถวางแผนการเพาะปลูก และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเช่น น้ำ, ดิน, และปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และความต้องการของพืช การสนับสนุนในการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การให้คำแนะนำและการสนับสนุนในการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมสำหรับ การการเกษตรตามโคกหนองนา เช่น ระบบน้ำหยด, ระบบการเตรียมดินแบบอัตโนมัติ, ระบบการเฝ้าระวังและติดตามผลผลิตอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการ จัดการทรัพยากร การให้คำปรึกษาและการสนับสนุนในการจัดตั้งองค์กรเกษตร การ สนับสนุนในการก่อตั้งองค์กรเกษตรที่เหมาะสมสำหรับการการเกษตรตามโคกหนองนา เพื่อให้เกษตรกรและชาวบ้านสามารถรวมกลุ่มเพื่อมีพลังงานและแนวคิดร่วมกันในการ จัดการและพัฒนาทรัพยากรเกษตร การสนับสนุนในการสร้างโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสม การสนบั สนุนในการสร้างโครงสร้างองคก์ รทเี่ หมาะสมสำหรับการการเกษตรตามโคกหนอง นา เช่น การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกในองค์กร เพื่อให้มีการทำงาน ร่วมกันอย่างเป็นระบบและมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การจัดการและการใช้ ทรพั ยากรท่ีมีประสิทธภิ าพ การสนับสนนุ ในการพัฒนาวธิ ีการจดั การและการใช้ทรัพยากร ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างเช่นการใช้น้ำอย่างระมัดระวังโดยใช้ระบบการเก็บรกั ษานำ้ ใน การเติมเต็มในฤดูแล้ง หรือการใช้วิธีการเพาะปลกู ที่เหมาะสมเพื่อประหยัดนำ้ และปุ๋ย การ พัฒนาโครงสร้างพื้นที่ที่เหมาะสม การสนับสนุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ที่เหมาะสม สำหรับการการเกษตรตามโคกหนองนา เช่นการสร้างระบบริมน้ำ ระบบระบายน้ำ หรือ ระบบการเก็บรักษาความชื้นในดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเกษตรและการผลิต การ สนับสนุนในการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยดี ิจิทลั การสนับสนุนในการพัฒนาและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการการเกษตรตามโคกหนองนา เช่น การใช้เซ็นเซอร์และ ระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งในการตรวจวัดและตดิ ตามสภาพแวดล้อม เพื่อการตัดสินใจ ที่มีประสิทธิภาพในการจดั การทรัพยากรเกษตร การสนับสนุนในการพัฒนาและการใช้งาน แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันเกษตรอัจฉริยะ การสนับสนุนในการพัฒนาและการใช้งาน แพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันเกษตรอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับการการเกษตรตาม โคกหนองนา เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการบริหารจัดการทรัพยากรเกษตรอย่าง
๒๕ เหมาะสม การให้สินเชื่อเกษตรกรและชาวบ้าน การสนับสนุนในการให้สินเชื่อเกษตรกร และชาวบ้านเพื่อสนับสนุนในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเกษตรตาม โคกหนองนา หรือใช้เงินกู้เพื่อการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรเกษตร การให้คำปรึกษา ทางการเงิน การสนับสนุนในการให้คำปรึกษาทางการเงินแก่เกษตรกรและชาวบ้าน เพื่อ ชว่ ยในการวางแผนการเงิน การบริหารรายได้และรายจา่ ย เพอ่ื ให้มีการใชท้ รพั ยากรการเงิน อย่างมปี ระสิทธภิ าพในการการเกษตร โมเดลทส่ี าม คอื การพฒั นาบทบาทของผู้ปกครองท้องทท่ี ่ีมตี ่อการสง่ เสริมอารย เกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จงั หวดั สมทุ รสงคราม โดยการประยกุ ตต์ ามหลักพุทธ ธรรม ดา้ นบทบาทในการสรา้ งความรู้ โดยการประยกุ ต์ตามหลกั พทุ ธธรรม ประกอบด้วย ๑.ผูป้ กครองท้องท่ีใหค้ วามรู้อย่างเต็มท่ีและเต็มใจ ๒. สรา้ งความเช่ือมั่นและความไว้วางใจ ให้กับประชาชน ๓. การหมั่นตริตรองพิจารณาช่วยให้ผู้ปกครองท้องที่เป็นผู้ทีม่ ีความรู้และ เข้าใจถึงผลกระทบที่เกดิ ข้ึนจากการให้ความรู้ ๔. ผู้ปกครองควรสำรวจและวเิ คราะห์เหตุผล ท่ีเป็นหลกั ในการให้ความรู้ ด้านบทบาทในการสร้างแนวทางการพัฒนา โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม พบว่า ๑. เต็มใจและตั้งใจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การเตรียมพื้นที่และ เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น รวมถึงการสร้างความร่วมมือและพันธมิตร ๒. เพียร พยายามในการบริหารจัดการและดูแลรักษาทรัพยากร ตลอดถึงการสร้างและส่งเสริม ศักยภาพชุมชนที่ยั่งยืน ๓. เอาใจใส่ในการพัฒนา การดูแลและสนับสนุน ส่งเสริมการ เผยแพร่และการแลกเปลี่ยนความรู้ การสร้างการสื่อสารและการสร้างความตระหนัก ๔. หมั่นทบทวน ปรับปรุงแก้ไข ประเมินผลและปรับปรุง ตลอดถึงการสร้างนโยบายและ กฎหมายสนับสนุน ด้านบทบาทในการสร้างแนวทางปฏิบัติ โดยการประยุกต์ตามหลักพุทธธรรม ๑. ให้ความสำคัญกับการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ให้แกเ่ กษตรกรและชาวบ้านอย่างเตม็ ใจ ๒. พัฒนาทรัพยากรให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือกับทุก เครอื ข่ายทเ่ี ก่ียวข้อง ๓. มคี วามรบั ผดิ ชอบสูง และมีความสามารถในการพฒั นานวัตกรรมท่ี นำไปสคู่ วามยั่งยนื ๔. เข้าใจปญั หา รว่ มคดิ รว่ มแกไ้ ข รว่ มวางแผนปรบั ปรงุ
รายงานการวิจยั เรอื่ ง การพฒั นาการเสรมิ สร้างความปรองดองสมานฉันทด์ ว้ ยการขับเคลอื่ น โครงการหมบู่ า้ นรักษาศลี ๕ จงั หวัดสมทุ รสงคราม The Development of the Reconciliation Enhancement Using the Five Precepts Observing Village as Driving Mechanism in Samut Songkram Province โดย พระครูพิศษิ ฏป์ ระชานาถ (ประยูร นนฺทโิ ย), ดร. คณะสงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๕ ไดร้ ับทนุ อุดหนุนการวิจยั จากมหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย MCU RS ว.๐๔๑/๒๕๖๔
๒๗ การพัฒนาการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการ ชือ่ รายงานการวจิ ัย: ขับเคล่อื นโครงการหมบู่ ้านรกั ษาศลี ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม พระครพู ิศิษฏป์ ระชานาถ (ประยรู นนฺทโิ ย), ดร. ผูว้ ิจยั : คณะสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั ส่วนงาน: ๒๕๖๕ ปีงบประมาณ: มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทุนอุดหนนุ การวิจยั : บทคดั ยอ่ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปในการเสริมสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัด สมุทรสงคราม ๒) เพื่อศึกษากระบวนการในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วย การขบั เคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จงั หวัดสมทุ รสงคราม และ ๓) เพือ่ นำเสนอการ พัฒนาการเสริมสรา้ งความปรองดองสมานฉนั ท์ดว้ ยการขับเคล่ือนโครงการหมู่บ้านรกั ษาศีล ๕ จงั หวดั สมทุ รสงคราม การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลภาคสนามจาก พระสังฆาธิ-การ ประกอบด้วย เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะ ตำบล และเจ้าอาวาส ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสงคราม บุคลากรสำนักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัด ผู้นำชุมชนและประชาชนผู้เกี่ยวข้อง และนักวิชาการทางด้านการ จัดการเชงิ พุทธ ดว้ ยการเลอื กแบบเจาะจงตามลักษณะการเป็นตัวแทนของกลุ่มท่ีเหมาะสม จำนวน ๒๕ รูปหรือคน ได้ใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ที่มีค่าดัชนีวัดความเที่ยงตรง เชิงเนื้อหาทั้งฉบับ (S-CVI) เท่ากับ ๑.๐๐ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดย วเิ คราะหข์ ้อมูลดว้ ยเทคนคิ การวิเคราะหเ์ นื้อหาประกอบบริบท และการสนทนากลุ่มเฉพาะ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๑๐ รูปหรือคน โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ประกอบบริบท ผลการวิจัยพบว่า ๑. สภาพท่ัวไปในการเสรมิ สร้างความปรองดองสมานฉนั ท์ด้วยการขับเคล่ือน โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม พบว่า โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มี จุดแข็ง หลายประการคือ มีการดำเนินการร่วมกันกับภาคีเครือข่าย เน้นสร้างความเข้าใจ แก่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน และให้เห็นถึงความสำคัญประโยชน์ที่จะได้รับในการ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งทำบันทึกความร่วมมือร่วมกันในการ ผลักดันโครงการให้เป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนโครงการร่วมกับหน่วยอบรมประชาชน
๒๘ ประจำตำบล (อปต.) เป็นแม่งานหลักในการขับเคลื่อนโครงการฯ จุดอ่อน คือ มีบาง หน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ขาดการประสานในการปฏิบัติงานแบบบูรณาการ ขาดการบันทึกเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โอกาส คือ ประชาชนเข้าวัดเพิ่มมากขึ้น มีผู้ อปุ ถัมภว์ ดั และพระพทุ ธศาสนาเพิ่มมากขน้ึ บา้ น วัด และชุมชน อาศัยอยรู่ ว่ มกันอย่างสงบ สขุ และพอเพียง บ้าน วัด และชุมชน ชว่ ยเหลืองานและกิจกรรมตา่ งๆ รว่ มกัน อปุ สรรค คือ ภาวะเศรษฐกิจมีการถดถอยเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ทำให้ประชาชนเกิดความเครียด ลักษณะทางสังคมเป็นกึ่งเมือง กึ่งชนบท พฤติกรรมการดำเนินวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลง ไป สถานการณ์ระบาดของโรคอุบัติใหม่ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือCovid-19 เป็นอุปสรรค ตอ่ การจดั กจิ กรรมต่าง ๆ ๒. กระบวนการในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการ ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม พบว่า มีการประชุมวาง แผนการขับเคลื่อน โดยใช้หลัก PDCA ของ เดมมิ่ง หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลมี บทบาทสำคญั ในการสง่ เสรมิ และสนับสนุนโครงการฯ ระยะยาว คณะสงฆค์ ือกลไกสำคัญใน การเป็นผู้นำการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการ มีการสร้างตัวชี้วัดการดำเนินกิจกรรม ในโครงการที่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกต้องตามหลักคุณธรรมจริยธรรม ยึดหลักธรรมาภิ บาลในการดำเนินงาน ที่สามารถตรวจสอบได้ การตรวจความเรียบร้อยและคอยควบคุม การดำเนนิ งานอยู่เสมอ มีการนำผลสมั ฤทธิ์ในการดำเนนิ งานมาปรบั ปรุงแก้ไขให้สอดคล้อง กับนโยบายคณะสงฆ์ทไ่ี ด้จดั ทำร่วมกบั หน่วยงานของรัฐ ๓. การพัฒนาการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการขับเคลื่อน โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม พบว่า ด้านทานประกอบด้วย ๑. คณะ สงฆส์ งเคราะห์ประชาชนดว้ ยปัจจยั และส่ิงของตา่ งๆ เพอ่ื ช่วยเหลือชาวบา้ นให้อยดู่ ี กินดี ๒. เน้นการสงเคราะห์ประชาชนที่ประสบทุกข์ หรือมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ๓. ให้ความรู้ แก่ประชาชนเกี่ยวกับศีล ๕ ๔. ให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ประสบทุกข์ ด้านปิยวาจา ประกอบด้วย ๑. เน้นการสื่อสารด้วยความเป็นมิตร ๒. เน้นพูดใหก้ ำลงั ใจประชาชนและใช้ ถ้อยคำที่สุภาพ ๓. เน้นสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ๔. ใช้คำพูดที่สุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน อ่อนโยน ไมห่ ยาบคาย ไม่กระดา้ งกับประชาชน ดา้ นอัตถจรยิ าประกอบดว้ ย ๑. มคี วามเปน็ จิตอาสา กล้าที่จะออกมาช่วยอนุเคราะห์สงเคราะห์ประชาชนในชุมชนของตน ๒. มุ่งการ สร้างประโยชน์ต่อส่วนร่วมเพื่อสร้างความสงบสุขของสังคมและความเจริญของชุมชน ๓. ยึดมั่นตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา ลดความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ๔. ร่วมกันกับหน่วยงานรัฐที่มีข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ด้าน สมานัตตาประกอบด้วย ๑. พระสงฆ์ปฏิบัติตนตามพระวินัยสงฆ์อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็น แบบอย่างที่ดี ๒. ประสานงานกับภาคีเครือข่าย ทางศาสนาขับเคลื่อนนำหลักธรรมไปสู่
๒๙ ประชาชน อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. พระสงฆ์เป็นผู้นำที่ดี ทั้งทางธรรมและทางโลก ๔. พระสงฆ์ร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน จัดทำโครงการกิจกรรมให้คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ หลกั พทุ ธธรรมใหม้ ากข้นึ
การพัฒนา ดา้ นทาน ประกอบดว้ ย ด้านปิยวาจา ประกอบด้วย ดา้ นอัตถจรยิ า ประกอบด้วย ดา้ นสมานัตตา ประกอบด้วย ๑. คณะสงฆส์ งเคราะห์ประชาชนดว้ ยปัจจยั และ ๑. เน้นการส่ือสารด้วยความเป็นมิตร ๑. มคี วามเป็นจิตอาสา กล้าทจี่ ะออกมาช่วย ๑. พระสงฆ์ปฏบิ ัตติ นตามพระวนิ ยั สงฆ์อยา่ ง สง่ิ ของตา่ งๆ เพื่อช่วยเหลอื ชาวบ้านให้อยดู่ ี กนิ ดี ๒. เน้นพดู ให้กำลังใจประชาชนและใช้ถ้อยคำท่ี อนุเคราะห์สงเคราะห์ประชาชนในชมุ ชนของตน๒. เคร่งครัด เพ่อื เปน็ แบบอย่างทด่ี ี ๒. เน้นการสงเคราะหป์ ระชาชนท่ีประสบทกุ ข์ สุภาพ มุง่ การสร้างประโยชน์ต่อส่วนร่วมเพ่ือสรา้ งความ ๒. ประสานงานกบั ภาคเี ครือข่าย ทางศาสนา หรอื มคี วามเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ๓. เนน้ สื่อสารขอ้ มูลทถี่ กู ต้อง สงบสุขของสังคมและความเจริญของชมุ ชน ขบั เคลอ่ื นนำหลักธรรมไปสปู่ ระชาชน อยา่ งมี ๓. ให้ความร้แู ก่ประชาชนเกี่ยวกบั ศีล ๕ ๔. ใชค้ ำพดู ที่สุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน อ่อนโยน ๓. ยดึ มั่นตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา ลด ประสิทธิภาพ ๔. ใหก้ ำลังใจแก่ประชาชนทีป่ ระสบทุกข์ ไมห่ ยาบคาย ไม่กระด้างกับประชาชน๕. การพดู ความขดั แย้ง และสรา้ งความสามคั คปี รองดอง ๓. พระสงฆ์เปน็ ผู้นำทด่ี ี ท้งั ทางธรรมและทางโลก ต่อกันด้วยความจริงใจ ทกุ คำพูดออกมาจาก สมานฉันท์ ๔. พระสงฆ์รว่ มกับผู้นำหมูบ่ า้ น จดั ทำโครงการ ความหวังดีด้วยใจจริง กระบวนการ กระบวนการวางแผน กระบวนการการนำแผนไปปฏบิ ัติให้เกดิ ผล กระบวนการการตรวจสอบ กระบวนการการปฏบิ ัตกิ ารปรับปรุงแกไ้ ข บริหารจดั การ ๑. ประชมุ วางแผนการขับเคลื่อน โดยใชห้ ลัก ๑. คณะสงฆ์คือกลไกสำคัญในการเป็นผู้นำการ ๑. การสร้างตวั ช้ีวัดการดำเนนิ กิจกรรมใน ๑. นำผลสัมฤทธิใ์ นการดำเนนิ งานมาปรับปรงุ แก้ไข PDCA ของ เดมมงิ่ ขบั เคลือ่ นการดำเนินงานโครงการ โครงการทชี่ อบด้วยกฎหมาย และถูกต้องตามหลัก ให้สอดคล้องกับนโยบายคณะสงฆ์ทไ่ี ด้จัดทำรว่ มกบั ๒. หนว่ ยอบรมประชาชนประจำตำบลมบี ทบาท ๒. ดำเนินการตามหลักความถูกต้อง หลักความ คณุ ธรรมจริยธรรม หนว่ ยงานของรฐั สำคัญในการส่งเสริมและสนบั สนุนโครงการฯ เหมาะสม หลักความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ หลัก ๒. ยึดหลกั ธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน ท่ี ๒. นำผลการปฏิบัติมาพัฒนาหมู่บา้ นตน้ แบบ และ ระยะยาว ความยุติธรรม หลักพรหมวิหารธรรม (คุณธรรม สามารถตรวจสอบได้ ขยายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ๓. ประกาศเปน็ นโยบายสำคญั ของจงั หวัด เครื่องอยูข่ องผใู้ หญ)่ หลักความเสียสละ ๓. การตรวจความเรียบรอ้ ยและคอยควบคุมการ ๓. สร้างสงั คมสันตสิ ุขใหเ้ กดิ ข้นึ ครอบคลุมท้งั ๔. ดำเนนิ การสง่ เสริมความปรองดองในรปู แบบ ๓. จัดกิจกรรมทางศาสนาทุกวันพระ มีการ ดำเนินงานอยเู่ สมอ จงั หวดั ของคณะกรรมการทุกภาคส่วน แลกเปลย่ี นความคดิ ในเรอื่ ง ของศลี ๕ ๔. พฒั นาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้มีศีล มีสขุ สภาพทัว่ ไป จดุ แขง็ ของโครงการฯ จุดออ่ นของโครงการฯ โอกาสของโครงการฯ อุปสรรคของโครงการฯ ของ • ดำเนนิ งานรว่ มกันกับภาคีเครอื ขา่ ย • บางหน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือเทา่ ท่ีควร • บางหน่วยงานไมใ่ หค้ วามร่วมมือเทา่ ท่ีควร • สถานการณร์ ะบาดของโรคอุบัติใหม่ไวรัสโค • ขับเคลื่อนรว่ มกบั หน่วยอบรมประชาชน • ขาดการประสานในการปฏิบตั ิงานแบบบูรณา โครงการฯ • ขาดการประสานในการปฏบิ ตั งิ านแบบบรู ณา โรนา ๒๐๑๙ หรอื Covid-19 ประจำตำบล (อปต.) การ การ • สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย • สภาพสังคมทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปเป็นครอบครัว • มีการทำบันทึกความรว่ มมือกบั ภาคีเครือข่าย • ขาดงบประมาณในการดำเนินการโครงการ • ขาดงบประมาณในการดำเนินการโครงการ ภายในจังหวัด • ขาดการบันทึกเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ • ขาดการบันทกึ เกบ็ ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เด่ยี ว • เป็นนโยบายสำคัญของคณะสงฆ์ • ความเสื่อมศรัทธาของประชาชน • เปน็ นโยบายสำคัญของคณะสงฆ์ แผนภาพท่ี ๓ องคค์ วามรูจ้ ากการการวจิ ัย
๓๑ จากแผนภาพท่ี ๓ พบวา่ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มีจุดแข็ง หลายประการคือ มีการดำเนินการ ร่วมกนั กบั ภาคีเครอื ขา่ ย เนน้ สรา้ งความเข้าใจแกภ่ าครฐั เอกชน และประชาชน และใหเ้ หน็ ถึงความสำคัญประโยชน์ที่จะได้รับในการปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้ง ทำบันทึกความร่วมมือร่วมกันในการผลักดันโครงการให้เป็นรูปธรรม และขับเคลื่อน โครงการร่วมกับหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) เป็นแม่งานหลักในการ ขบั เคลื่อนโครงการฯ โดยยดึ หลกั การดำเนนิ งาน ๘ ดา้ นคอื ศีลธรรมและวฒั นธรรม สขุ ภาพ อนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห์ สาธารณสงเคราะห์ กตัญญูกตเวทิตาธรรม สามัคคีธรรม การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ของคณะสงฆ์จังหวัด สมุทรสงคราม เบอื้ งต้นน้ันได้รับยทุ ธศาสตร์ในการขบั เคล่ือนหมบู่ ้านรักษาศลี ๕ จากบัญชา ของเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่มีความประสงค์ต้องการให้ประชาชนใน ชาติ มีความปรองดองสมานฉันท์ ไม่ทะเลาะวิวาทกัน ไม่ติดยาเสพติดและลุ่มหลงใน อบายมุข โดยมีการรณรงค์ให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รักษาศีล ๕ เป็นนโยบายของมหาเถร สมาคม ใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” เป็นแนวทางในการ ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการฯ โดยขั้นตอนแรกน้ันกำหนด “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” เป็น นโยบายของจงั หวัด โครงการหมู่บา้ นรักษาศลี ๕ มีจุดอ่อน คือ มีบางหน่วยงานไม่ให้ความรว่ มมือ เท่าที่ควร ขาดการประสานในการปฏิบัติงานแบบบูรณาการ ขาดการบนั ทกึ เก็บข้อมูลอย่าง เป็นระบบ การรายงานทุกไตรมาสเกิดความล่าช้า ความซ้ำซ้อนของโครงการ และ ผู้รับผิดชอบ พระสงฆ์ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ ประชาชนขาดความเข้าใจ ในโครงการฯ ขาดงบประมาณในการดำเนินการโครงการ ขาดบุคคลากรที่มีความสามารถ ในการขบั เคลือ่ นโครงการ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มีโอกาส คือ ประชาชนเข้าวัดเพิ่มมากขึ้น มีผู้ อุปถมั ภ์วดั และพระพทุ ธศาสนาเพ่ิมมากขนึ้ บา้ น วัด และชุมชน อาศัยอยู่รว่ มกนั อย่างสงบ สุขและพอเพียง บ้าน วัด และชุมชน ช่วยเหลืองานและกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน หน่วยงาน ของภาครัฐและเอกชน ให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณและบุคลากรที่เพียงพอต่อการจัด กจิ กรรมของพระสงฆ์อยา่ งเต็มท่ี ประชาชนไว้ใจในตัวพระสงฆ์ ให้ความเคารพยำเกรง และ สามารถเป็นที่พึ่งทางจิตใจได้ ประชาชนคอยให้การสนับสนุน และปกป้องคุ้มครอง พระพุทธศาสนา วัดวาอาราม และพระสงฆ์เป็นอย่างดี ประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัด สมุทรสงครามนับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อถือศรัทธาในตัวพระสงฆ์ กิจกรรมใด ๆ ที่วัด เป็นผู้ดำเนินงานจึงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงเป็นโอกาสและช่องทางสำคัญในการ พัฒนางานได้ทุกประเภท มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำงานทั้งในส่วนของงาน
๓๒ เอกสาร การจัดทำฐานข้อมูล และการสื่อสารต่าง ๆ ประกอบกับที่คณะสงฆ์จังหวัด สมุทรสงครามมีบุคลากรสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อยู่ จำนวนมากเป็นทุนอยู่แล้ว นจี้ งึ เป็นปัจจัยท่ีเออ้ื ตอ่ การดำเนินงานของคณะสงฆ์ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ มีอุปสรรค คือ ภาวะเศรษฐกิจมีการถดถอยเป็น ภยั คกุ คามสำคัญทท่ี ำให้ประชาชนเกิดความเครยี ด ลกั ษณะทางสังคมเปน็ กง่ึ เมือง ก่งึ ชนบท พฤติกรรมการดำเนินวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไป วิถีชีวิตเร่งรีบ ให้ความสำคัญกับเรื่อง วัตถุมากกว่าจิตใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภัยต่อประชาชน และเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งสำหรับ องค์กรคณะสงฆ์ในการขบั เคลื่อนการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของประชาชน สถานการณ์ระบาด ของโรคอบุ ตั ิใหมไ่ วรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ COVID-๑๙ เปน็ อุปสรรคต่อการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพราะรฐั บาลโดยศูนยบ์ ริหารสถานการณ์แพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ กำหนดมาตรการป้องกัน โดยงดจัดกิจกรรมที่รวมคนจำนวนมากทุกรูปแบบ ส่งผลให้ กิจกรรมต่าง ๆ หยุดชะงัก สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่มีผู้สูงอายุ อย่รู ่วมบ้าน ทำใหค้ นรนุ่ ใหมห่ ลงลืมความสำคัญของผู้สงู อายุในครอบครัว ผู้สูงอายุไม่ได้รับ การยกย่องจากสังคมเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นข้าราชการตำแหน่งสูงซึ่งเคยมี อำนาจและบริวารแวดล้อม เมอ่ื เกษยี ณอายุราชการ อาจเสียดายอำนาจและตำแหน่งท่ีเสีย ไป เยาวชนและหนุ่มสาวหลายคนมีทัศนคติไม่ดีต่อผู้สูงอายุ เห็นคนรุ่นเก่าล้าสมัย พูดไม่รู้ เรื่องและไม่มีประโยชน์ ดังกล่าวนี้ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อความร่วมมือในการพัฒนา คุณภาพชวี ติ ผ้สู งู อายุจากคนรนุ่ ใหม่ กระบวนการวางแผนในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการ ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วย ๑. ประชุม วางแผนการขับเคลื่อน โดยใช้หลัก PDCA ของ เดมมิ่ง ๒. หน่วยอบรมประชาชนประจำ ตำบลมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการฯ ระยะยาว ๓. ประกาศเป็น นโยบายสำคัญของจังหวัด ๔. ดำเนินการส่งเสริมความปรองดองในรูปแบบของ คณะกรรมการทุกภาคส่วน ๕. ชุมชนมีการร่วมการแสดงความคิดเห็น ร่วมกันวางแผน นำไปสู่การปฏิบัติและติดตามผล ๖. การจัดทำแผนการเงินอย่างเป็นระบบ ๗. เปิดโอกาส ให้ทกุ ภาคส่วนเข้ามามสี ่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น ร่วมพฒั นา ร่วมวางแผน กระบวนการการนำแผนไปปฏิบัติให้เกิดผลในการเสริมสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ด้วยการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วย ๑. คณะสงฆ์คือกลไกสำคัญในการเป็นผู้นำการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โครงการ ๒. ดำเนนิ การตามหลักความถูกต้อง หลกั ความเหมาะสม หลักความบริสุทธ์ิ กาย วาจา ใจ หลักความยุติธรรม หลักพรหมวิหารธรรม (คุณธรรมเครื่องอยู่ของผู้ใหญ่) หลัก ความเสยี สละ ๓. จดั กจิ กรรมทางศาสนาทุกวันพระ มกี ารแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่อง ของ
๓๓ ศีล ๕ ๔. ให้ความรู้ความเขา้ ใจในการมีส่วนรว่ มทัง้ ภาคฝ่ายปกครอง องค์กร และชุมชนใน การขบั เคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศลี ๕ ๕. ดำเนนิ การให้ประชาชนในพื้นทม่ี ีศีล มีสุข มี ความปรองดอง และสมานฉันท์ ผ่านการดำเนินงานของ อ.ป.ต. ๖. ดำเนินการร่วมกัน ระหวา่ ง วดั สว่ นราชการ สถานศกึ ษา ชุมชน องคก์ ร ปกครองส่วนท้องถนิ่ หมู่บา้ น องค์กร ภาคเอกชน กระบวนการการตรวจสอบในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการ ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วย ๑. การสร้าง ตัวชี้วัดการดำเนินกิจกรรมในโครงการที่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกต้องตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ๒. ยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน ที่สามารถตรวจสอบได้ ๓. การตรวจ ความเรียบร้อยและคอยควบคุมการดำเนินงานอยู่เสมอ ๔. มีการประชุมติดตามผลการ ขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ๕. การตรวจสอบ วัด และ ประเมินผลโครงการหมบู่ ้านรักษาศีล ๕ เปน็ การประเมินผลการดำเนินงานท่ีครอบคลุมทุก กิจกรรม ทุกมิติ ทุกด้าน ๖. รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ๗. คณะสงฆ์เป็น แม่งานหลกั ในการติดตามการดำเนินโครงการ ตรวจสอบผลการดำเนนิ งาน ประเมนิ ผลการ ดำเนินงานตามเป้าหมายโครงการ ๘. เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นหรือ ข้อเสนอแนะเพ่ือการปรบั ปรงุ แก้ไขใหด้ ีขน้ึ กระบวนการการปฏิบัติการปรับปรุงแก้ไขในการเสริมสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ด้วยการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วย ๑. นำผลสัมฤทธ์ิในการดำเนินงานมาปรับปรุงแกไ้ ขให้สอดคล้องกับนโยบาย คณะสงฆ์ที่ได้จัดทำร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ๒. นำผลการปฏิบัติมาพัฒนาหมู่บ้านตน้ แบบ และขยายไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ๓. สร้างสังคมสันติสุขให้เกิดขึ้นครอบคลุมทั้งจังหวัด ๔. พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้มีศีล มีสุข ๕. ประชาชนได้รับการพัฒนานิสัยที่ดีข้ึน รักการนั่งสมาธิ รักษาศลี รกั ความสะอาด พดู จาไพเราะ ๖. จัดประชุม พบปะ รวมกล่มุ หรอื การทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อพัฒนาหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอ ๗. การปรับปรุงแก้ไขวิธี ดำเนินงานตามมาตรการป้องกนั โรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา COVID-ñù ๘. อพั เดทข้อมลู ต่างๆ ให้ทนั สมยั อยู่ตลอดเวลา
๓๔ • ทาน แก้ไข • ปยิ วาจา • อัตถจริยา • สมานัตตา • ทาน • ปิยวาจา ตรวจสอบ • อัตถจรยิ า • สมานตั ตา • ทาน ลงมือทา วางแผน • ปิยวาจา • อัตถจริยา • ทาน • สมานัตตา • ปิยวาจา • อัตถจรยิ า • สมานัตตา แผนภาพท่ี ๔ องคค์ วามรู้ท่ีสังเคราะหจ์ ากงานวิจยั จากแผนภาพท่ี ๔ พบว่า การพัฒนาการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการขับเคลื่อน โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านทานประกอบด้วย ๑. คณะสงฆ์ สงเคราะห์ประชาชนด้วยปัจจัยและสิ่งของต่างๆ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้อยู่ดี กินดี ๒. เน้นการสงเคราะห์ประชาชนที่ประสบทุกข์ หรือมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ๓. ให้ความรู้ แก่ประชาชนเกี่ยวกับศีล ๕ ๔. ให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ประสบทุกข์ ๕. เน้นความเท่า เทียม และเสมอภาค ๖. ส่งเสริมสัมมาชีพให้แก่ประชาชน ๗. ส่งเสริมศีลธรรมอันดีงามใน การดำเนนิ ชวี ติ ใหแ้ ก่ประชาชน ๘. ได้รับการสนบั สนนุ โครงการ จากพุทธศาสนกิ ชน การพัฒนาการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยการขับเคลื่อน โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านปิยวาจาประกอบด้วย ๑. เน้นการ สื่อสารด้วยความเป็นมิตร ๒. เน้นพูดให้กำลังใจประชาชนและใช้ถ้อยคำที่สุภาพ ๓. เน้น สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ๔. ใช้คำพูดที่สุภาพ ไพเราะ อ่อนหวาน อ่อนโยน ไม่หยาบคาย ไม่ กระด้างกับประชาชน ๕. การพูดต่อกันด้วยความจริงใจ ทุกคำพูดออกมาจากความหวังดี
๓๕ ด้วยใจจริง ๖. พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะกับกาลเทศะ ๗. พูดสอดแทรกธรรมะหรือ หลกั ธรรมหรอื ขอ้ มลู ท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ การดำรงชีวิตของประชาชน การพฒั นาการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉนั ท์ด้วยการขับเคล่ือนโครงการ หมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านอัตถจริยาประกอบด้วย ๑. มีความเป็นจิต อาสา กลา้ ท่จี ะออกมาช่วยอนเุ คราะห์สงเคราะหป์ ระชาชนในชุมชนของตน ๒. ม่งุ การสร้าง ประโยชน์ต่อส่วนร่วมเพื่อสร้างความสงบสุขของสงั คมและความเจรญิ ของชมุ ชน ๓. ยึดมั่น ตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา ลดความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ๔. ร่วมกันกับหน่วยงานรัฐที่มีข้อตกลงความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ๕. มุ่ง แก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างสันติสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคม ๖. พระสงฆ์เป็นหลัก ในการแก้ไขและพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของประชาชน ๗. บูรณาการความร่วมมือ จากทกุ ภาคส่วนเพอื่ ให้เกดิ สังคมสันตสิ ขุ อย่างยง่ั ยืน การพฒั นาการเสรมิ สรา้ งความปรองดองสมานฉนั ทด์ ้วยการขับเคล่ือนโครงการ หมู่บ้านรักษาศีล ๕ จังหวัดสมุทรสงคราม ด้านสมานัตตาประกอบด้วย ๑. พระสงฆ์ปฏิบัติ ตนตามพระวนิ ยั สงฆ์อยา่ งเคร่งครดั เพอื่ เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ี ๒. ประสานงานกบั ภาคีเครือข่าย ทางศาสนาขบั เคล่ือนนำหลักธรรมไปสูป่ ระชาชน อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ๓. พระสงฆเ์ ปน็ ผนู้ ำ ทด่ี ี ทงั้ ทางธรรมและทางโลก ๔. พระสงฆร์ ว่ มกับผู้นำหมู่บ้าน จดั ทำโครงการกจิ กรรมให้คน ในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจหลักพุทธธรรมให้มากขึ้น ๕. ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมให้แก่ ประชาชน อย่างสมำ่ เสมอ ๖. ทุกคนในหมู่บา้ น ยึดม่นั ในศาสนา ขนบธรรมเนยี ม และจารีต ประเพณีอันดีงามของสังคม เป็นต้น ย่อมจะทำให้สังคมนั้น ๆ มีความสงบสุข ๗. พระสงฆ์ ต้องมีการรับฟังเสียงจากชุมชน มเี หตผุ ล รู้ประโยชน์ ไมง่ มงาย เหน็ แก่พวกพ้อง
ประวัติ เจ้าของผลงานวิจยั ประวัติผู้แตง่ ชอื่ ฉายา/นามสกุล : พพรระะเเมมธธวี วี ัชัชรปรประรชะาชนาาทถร,ฉดารย.า(นนนนทฺทฺ โิิโยย ; สร้อยระยา้ ) วัน เดอื น ปเี กดิ : วันเสาร์ ที่ ๑๙ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ภูมิลำเนาท่ีเกิด : คลองชะนาง ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัด การศึกษา สมุทรสงคราม ประสบการณ์การ : พ.ศ. ๒๕๖๐ พทุ ธศาสตรมหาบณั ฑิต คณะสังคมศาสตร์ ทำงาน อุปสมบท ภาควิชาสาขาการจัดการเชิงพุทธ หน่วยวทิ ยบริการวัด สงั กดั หลวงพ่อสดธรรมกายาราม อำเภอดำเนินสะดวก ตำแหน่ง จังหวดั ราชบรุ ี ทีอ่ ย่ปู ัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๖๓ พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการ จัดการเชิงพุทธ พ.ศ. ๒๕๑๘ นักธรรมเอก สำนักเรียนวัดกลางเหนือ จงั หวัดสมุทรสงคราม : เจ้าอาวาส, รองเจ้าคณะอำเภอ, อาจารย์พิเศษ สาขาวิชาการจดั การเชงิ พทุ ธ มจร : เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๖ : ณ วัดอินทาราม ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จงั หวดั สมทุ รสงคราม : รองเจ้าคณะอำเภออมั พวา จงั หวดั สมทุ รสงคราม เจ้าอาวาสวัดอินทาราม วัดอินทาราม ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัด สมทุ รสงคราม
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: