Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ศาสนา ม.ต้น

ศาสนา ม.ต้น

Published by laddawanj311, 2020-05-10 23:25:05

Description: ศาสนา ม.ต้น

Search

Read the Text Version

48 ใบความรู้ท่ี 2 เร่ือง โครงสร้างและสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ

49 ใบงานท่ี 2 เร่ือง โครงสร้างและสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ คาํ ชี้แจงให้ผู้เรียนตอบคําถามดงั ต่อไปนี้ 1. ใหผ้ เู้ รียนวเิ คราะห์วถิ ีชีวติ ของผเู้ รียนเองวา่ มีเร่ืองใดบา้ งในชีวติ ประจาํ วนั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั บทบญั ญตั ิในรัฐธรรมนูญฉบบั ที่ใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั และความเก่ียวขอ้ งน้นั เป็นสิ่งท่ีนกั ศึกษามีความ พงึ พอใจหรือตอ้ งการใหม้ ีการเปลี่ยนแปลง ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………

50 ใบความรู้ ที่ 3 เร่ือง จุดเด่นของรัฐธรรมนูญทเี่ กยี่ วกบั สิทธิเสรีภาพและหน้าทีข่ องประชาชน สิทธิและเสรีภาพเป็นรากฐานสาํ คญั ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยการที่จะรู้วา่ การปกครองของประเทศใดมีความเป็นประชาธิปไตยไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใดตอ้ งดูท่ีสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนในประเทศน้นั ๆเป็ นสาํ คญั ถา้ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากความเป็นประชาธิปไตยของ ประเทศน้นั ก็มีมากหากสิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกจาํ กดั หรือถูกริดรอนโดยผมู้ ีอาํ นาจในการ ปกครองประชาธิปไตยกจ็ ะมีไมไ่ ดด้ ว้ ยเหตุน้ีกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยทุกฉบบั จึงไดบ้ ญั ญตั ิ คุม้ ครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไวแ้ ละมีการบญั ญตั ิเพิ่มและชดั เจนข้ึนเร่ือยๆจนถึงรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทยพุทธศกั ราช 2550ซ่ึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ยงั คงมีผลบงั คบั ใชใ้ นปัจจุบนั ได้ บญั ญตั ิไวเ้ ร่ืองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไวอ้ ยา่ งชดั เจนและเป็นหมวดหมูป่ รากฏอยใู่ นหมวด ท่ี 3 ดงั น้ี ส่วนที่ 1 บททวั่ ไป ส่วนที่ 2 ความเสมอภาค ส่วนท่ี 3 สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล ส่วนท่ี 4 สิทธิในกระบวนการยตุ ิธรรม ส่วนที่ 5 สิทธิในทรัพยส์ ิน ส่วนที่ 6 สิทธิและเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ส่วนท่ี 7 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ส่วนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา ส่วนที่ 9 สิทธิในการไดร้ ับบริการสาธารณสุขและสวสั ดิการจากรัฐ ส่วนที่ 10 สิทธิในขอ้ มูลขา่ วสารและการร้องเรียน ส่วนที่ 11 เสรีภาพในการชุมนุมและสมาคม ส่วนท่ี 12 สิทธิชุมชน ส่วนที่ 13 สิทธิพทิ กั ษร์ ัฐธรรมนูญ ผเู้ รียนสามารถศึกษารายละเอียดของสิทธิและเสรีภาพไดใ้ นเอกสารรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทยพุทธศกั ราช 2550 หมวด 3 นอกจากจะบญั ญตั ิสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไวแ้ ลว้ รัฐธรรมนูญก็ยงั ไดบ้ ญั ญตั ิ หนา้ ท่ีของประชาชนไวเ้ ช่นกนั ดงั ตวั อยา่ งหนา้ ที่ของประชาชนชาวไทยในหมวด 4 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทยพุทธศกั ราช 2550 ซ่ึงบญั ญตั ิไวด้ งั น้ี

51 1. บุคคลมีหนา้ ท่ีพิทกั ษร์ ักษาไวซ้ ่ึงชาติศาสนาพระมหากษตั ริยแ์ ละการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุขตามรัฐธรรมนูญน้ี(มาตรา 70) 2. บุคคลมีหนา้ ท่ีป้ องกนั ประเทศรักษาผลประโยชน์ของชาติและปฏิบตั ิตามกฎหมาย (มาตรา 71) 3. บุคคลมีหนา้ ท่ีไปใชส้ ิทธิเลือกต้งั บุคคลซ่ึงไปใชส้ ิทธิหรือไม่ไปใชส้ ิทธิโดยไมแ่ จง้ เหตุ อนั สมควรที่ทาํ ใหไ้ ม่อาจไปใชส้ ิทธิไดย้ อ่ มไดร้ ับสิทธิหรือเสียสิทธิตามที่กฎหมายบญั ญตั ิการแจง้ เหตุ ที่ทาํ ใหไ้ ม่อาจไปเลือกต้งั และการอาํ นวยความสะดวกในการไปเลือกต้งั ใหเ้ ป็นไปตามที่กฎหมาย บญั ญตั ิ (มาตรา 72) 4. บุคคลมีหนา้ ที่รับราชการทหารช่วยเหลือในการป้ องกนั และบรรเทาภยั พบิ ตั ิสาธารณะ เสียภาษีอากรช่วยเหลือราชการรับการศึกษาอบรมพทิ กั ษป์ กป้ องและสืบสานศิลปวฒั นธรรมของ ชาติและภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่นและอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มท้งั น้ีตามท่ีกฎหมาย บญั ญตั ิ (มาตรา 73) 5. บุคคลผเู้ ป็นขา้ ราชการพนกั งานลูกจา้ งของหน่วยราชการหน่วยงานของรัฐรัฐวสิ าหกิจ หรือเจา้ หนา้ ท่ีอื่นของรัฐมีหนา้ ที่ดาํ เนินการใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายเพือ่ รักษาประโยชนส์ ่วนรวม อาํ นวยความสะดวกและใหบ้ ริการแก่ประชาชนตามหลกั ธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการ บา้ นเมืองท่ีดีในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีและในการปฏิบตั ิการอ่ืนที่เก่ียวขอ้ งกบั ประชาชนบุคคลตามวรรค หน่ึงตอ้ งวางตนเป็นกลางทางการเมือง (มาตรา 74)

52 ใบงาน คร้ังที่ 3 เร่ือง สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 1. สิทธิหมายถึง ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550 ไดบ้ ญั ญตั ิเรื่องสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนเก่ียวกบั เรื่องใดบา้ ง ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3. ผเู้ รียนมีบทบาทหนา้ ที่และความรับผดิ ชอบต่อตนเองอยา่ งไรบา้ ง จึงจะทาํ ใหอ้ ยรู่ ่วมกนั ในสังคม ไดอ้ ยา่ งสนั ติ มีสิทธิ เสรีภาพตามวถิ ีประชาธิปไตย ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………

53 การวดั และประเมินผล แบบประเมนิ กล่มุ ระดับคุณภาพการ รายการพฤติกรรม ปฏิบตั ิ 4321 1. มีการปรึกษาและวางแผนร่วมกนั ก่อนทาํ งาน 2. มีการแบ่งหนา้ ที่อยา่ งเหมาะสมและสมาชิกทาํ ตามหนา้ ท่ีทุกคน 3. มีการปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน 4. มีการใหค้ วามช่วยเหลือกนั 5. ใหค้ าํ แนะนาํ กลุ่มอ่ืนได้ เกณฑ์การให้คะแนน รวม ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าํ เสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ังหรือไม่เคยปฏิบตั ิเลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ระดบั คุณภาพ ช่วงคะแนน 4 หมายถึง ดีมาก 17-20 3 หมายถึง ดี 13-16 2 หมายถึง พอใช้ 9-12 1 หมายถึง ปรับปรุง 5-8

54 แบบประเมนิ ผลงานกลุ่ม รายการ คุณภาพผลงาน 4321 1. ผลงานเป็นไปตามวตั ถุประสงคท์ ่ีกาํ หนด 2. ผลงานเสร็จทนั ตามกาํ หนดเวลา 3. ผลงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4. ผลงานแสดงถึงการนาํ ความรู้ที่ไดม้ าประยกุ ตใ์ ช้ 5. ผลงานเป็นระเบียบเรียบร้อย เกณฑ์การให้คะแนน รวม ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 3 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นบางส่วน ให้ 2 คะแนน ผลงานไม่สอดคลอ้ งกบั รายการประเมิน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน 4 หมายถึง ดีมาก 17-20 3 หมายถึง ดี 13-16 2 หมายถึง พอใช้ 9-12 1 หมายถึง ปรับปรุง 5-8

55 แบบประเมินการนําเสนอผลงาน รายการพฤตกิ รรม คุณภาพการปฏิบัติ 4321 1. นาํ เสนอเน้ือหาของผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง 2. การนาํ เสนอมีความน่าสนใจ 3. มีความเหมาะสมกบั เวลา 4. มีความกลา้ แสดงออก 5. บุคลิกภาพดี ใชน้ ้าํ เสียงเหมาะสม รวม เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน การปฏิบตั ิสมบรู ณ์ ชดั เจน การปฏิบตั ิยงั มีขอ้ บกพร่องในจุดที่ไมส่ าํ คญั ให้ 3 คะแนน การปฏิบตั ิยงั มีขอ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิไมไ่ ดเ้ ลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ช่วงคะแนน 4 หมายถึง ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง 17-20 2 หมายถึง ดีมาก 13-16 1 หมายถึง ดี 9-12 พอใช้ 5-8 ปรับปรุง

56 แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล รายการพฤติกรรม คุณภาพการปฏบิ ัติ 4321 1. มีการวางแผนก่อนการทาํ งาน 2. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความต้งั ใจ 3. มีการปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน 4. มีการใหค้ วามช่วยเหลือเพ่ือน 5. ใหค้ าํ แนะนาํ เพื่อนคนอื่นได้ เกณฑ์การให้คะแนน รวม ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าํ เสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ังหรือไม่เคยปฏิบตั ิเลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ดีมาก 17-20 4 หมายถึง ดี 13-16 3 หมายถึง พอใช้ 9-12 2 หมายถึง ปรับปรุง 5-8 1 หมายถึง

57 บนั ทกึ ผลหลงั การเรียนรู้ ผลท่ีเกิดกบั ผเู้ รียน ดา้ นกระบวนการจดั กิจกรรม ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ดา้ นการใชแ้ ผนการพบกลุ่ม ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ดา้ นสื่อการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………… ………………………………………………..……………………………………………. .............................................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………….. ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... .............................................................................................................................................. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ลงช่ือ ...............................................ครูกศน./ผสู้ อน (...................................................) ตาํ แหน่ง...............................................................

58 กิจกรรมเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………...................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... แนวทางการพฒั นาของผบู้ ริหาร ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................. (................................................) ผอู้ าํ นวยการ กศน.อาํ เภอ......................................................

59 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ า ศาสนา และหน้าทพี่ ลเมือง รหัสวชิ า สค21002 จํานวน 2 หน่วยกติ คร้ังท่ี 3 สัปดาห์ท.่ี ..... จํานวน 6 ชั่วโมง แบบพบกลุ่ม เร่ือง กาํ เนิดหลกั สิทธิมนุษยชน ตัวชี้วดั รู้และเขา้ ใจหลกั สิทธิมนุษยชน เนือ้ หา หลกั สิทธิมนุษยชน ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้นั ที่ 1 การกาํ หนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ 1.ครูทกั ทายกล่าวนาํ และสร้างความคุน้ เคยกบั ผเู้ รียนพร้อมกบั เปิ ดประเด็นพดู คุยกบั ผเู้ รียนเร่ืองข่าวสถานการณ์ในปัจจุบนั เกี่ยวกบั ปัญหา เด็ก สตรี ถูกล่วงละเมิดจากการกระทาํ ท่ีไร้ มนุษยธรรม พร้อมยกตวั อยา่ งเหตุการณ์ที่เคยเกิดข้ึนในปัจจุบนั เช่น เดก็ ถูกพอ่ เล้ียงทุบตี ทาํ ร้าย ร่างกาย และถูกล่วงละเมิดทางเพศ และร่วมกนั อภิปรายวา่ ควรไดร้ ับสิทธิการดูแลช่วยเหลือจาก สงั คมอยา่ งไรบา้ ง เพือ่ นาํ เขา้ สู่บทเรียน 2. ครูอธิบายและกาํ หนดเป้ าหมาย วางแผนการเรียนรู้เก่ียวกบั หลกั สิทธิมนุษยชนเพ่ือให้ ผเู้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจและตระหนกั ถึงหลกั สิทธิมนุษยชน 3. ครูและผเู้ รียนร่วมกนั อภิปรายเรื่อง ประเภทสิทธิมนุษยชน 4. ครูเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสยั ก่อนเขา้ สู่บทเรียนในข้นั ต่อไป ข้นั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูล และการจัดการเรียนรู้ 1. ครูและผเู้ รียนวางแผนวธิ ีการเรียนรู้เน้ือหาที่กาํ หนด 2. ครูแจกใบความรู้ เร่ือง หลกั สิทธิมนุษยชน 3. ครูแบง่ กลุ่มผเู้ รียนออกเป็น 3 กลุ่ม แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มคดั เลือกหวั หนา้ กลุ่ม รองหวั หนา้ กลุ่ม และเลขานุการการ จากน้นั ใหห้ วั หนา้ กลุ่มออกมาจบั ฉลากเพอ่ื เลือกหวั ขอ้ ปัญหาที่พบจากการ ถูกล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชน ท่ีจะตอ้ งนาํ ไปศึกษาคน้ ควา้ พร้อม ยกตวั อยา่ งพร้อมยกตวั อยา่ งข่าวจากหนงั สือพมิ พใ์ นปัจจุบนั ดงั น้ี 1) พบปัญหาคนทาํ แทง้ 2) เดก็ ถูกทารุณในการใชแ้ รงงาน 3) ปัญหาชนกลุ่มนอ้ ยตา่ งๆ 4. ครูใหผ้ เู้ รียนแต่ละกลุ่มจดั บอร์ดแสดงผลงานของแตล่ ะกลุ่มตามหวั ขอ้ ที่ไดไ้ ปศึกษา แลว้ นาํ ผลงานมานาํ เสนอหนา้ ช้นั เรียน

60 ข้นั ท่ี 3 การปฏิบัตแิ ละการนําไปประยกุ ต์ใช้ 1. ครูและผเู้ รียนสรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนรู้ร่วมกนั 2. ผเู้ รียนนาํ ผลงานไปจดั แสดงไวใ้ น กศน.ตาํ บล ข้นั ท่ี 4 การประเมินผล 1. สงั เกตจากการมีส่วนร่วมของผเู้ รียน 2. ผลงาน/ ชิ้นงาน สื่อการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ เรื่อง หลกั สิทธิมนุษยชน 2. หนงั สือเรียน 3. อินเตอร์เน็ต 4. หอ้ งสมุดประชาชน

61 ใบความรู้ เร่ือง หลกั สิทธิมนุษย์ชน สิทธิมนุษยชน คอื อะไร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2541 มาตรา 334 (1) กาํ หนดบงั คบั ไว้ ใหอ้ อกกฎหมายวา่ ดว้ ยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภายใน 2 ปี นบั แต่วนั ท่ีรัฐธรรมนูญ ใชบ้ งั คบั รัฐบาลจึงไดอ้ อกกฎหมายมารองรับ เรียกวา่ “พระราชบญั ญตั ิคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2542” ซ่ึงมีประเด็นสาํ คญั พอสรุปไดด้ งั น้ี (1)มาตรา 3 ใหค้ าํ จาํ กดั ความวา่ “สิทธิมนุษยชน” หมายความวา่ ศกั ด์ิศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ไดร้ ับการรับรอง หรือคุม้ ครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาท่ีประเทศไทยมีพนั ธกรณีที่ตอ้ ง ปฏิบตั ิตาม ศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษย์ หรือศกั ด์ิศรีความเป็นคนเป็นสิ่งท่ีทุกคนมีติดตวั มาแตก่ าํ เนิด โดยไมแ่ บง่ แยกเช้ือชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือแนวคิดอ่ืน ๆ เผา่ พนั ธุ์ หรือสงั คม ทรัพยส์ ิน ถิ่นกาํ เนิด หรือสถานะอ่ืน ๆ เช่น คนเราทุกคนมีสิทธิไดร้ ับการ ยอมรับนบั ถือวา่ เป็นบุคคลตามกฎหมายไมว่ า่ ท่ีไหน เมื่อไร (ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชน ขอ้ 6) คนเราทุกคนเกิดมามี อิสรเสรี มีศกั ด์ิศรี มีสิทธิเท่าเทียมกนั หมดทุกคนไดร้ ับการประสิทธิ ประสาทเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบตั ิต่อกนั ฉนั พี่นอ้ ง(ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชน ขอ้ 1) รัฐธรรมนูญยงั ไดบ้ ญั ญตั ิรับรอง กาํ ชบั และเรียกร้องเมื่อถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนไวด้ ว้ ย อยา่ งชดั เจน ไดแ้ ก่ (2) มาตรา 4 บญั ญตั ิวา่ “ศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคลยอ่ มไดร้ ับ ความคุม้ ครอง” (3) มาตรา 26 บญั ญตั ิวา่ “การใชอ้ าํ นาจโดยองคก์ รของรัฐทุกองคก์ ร ตอ้ งคาํ นึงถึงศกั ด์ิศรี ความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพ” (4) มาตรา 28 บญั ญตั ิวา่ “บุคคลยอ่ มอา้ งศกั ด์ิศรีความเป็นมนุษย์ หรือใชส้ ิทธิและเสรีภาพ ของตนไดเ้ ทา่ ท่ีไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอ่ืน ไมเ่ ป็นปฏิปักษต์ ่อรัฐธรรมนูญ หรือไมข่ ดั ต่อศีลธรรมอนั ดีของประชาชน

62 ความหมาย1ของสิทธิมนุษ ยชน 1 หมายถึง สิทธิข้นั พ้ืนฐาน เป็นมาตรฐานข้นั ต่าํ ที่พึงมี เป็นสิ่งจาํ เป็ นในการดาํ รงชีวติ ของมนุษยอ์ ยา่ งมีศกั ด์ิศรีและมีคุณคา่ หากมีการล่วงละเมิดตอ่ สิทธิดงั กล่าว ยอ่ มจะไดร้ ับการ รับรองและคุม้ ครองโดยกฎหมาย เช่น สิทธิในชีวติ ร่างกาย และความมนั่ คงปลอดภยั สิทธิในการ ถือครองทรัพยส์ ิน ตลอดจนสิทธิในการเคล่ือนไหวและในการเลือกถิ่นที่อยอู่ าศยั เป็นตน้ นอกจากน้ีสิทธิมนุษยชนยงั หมายถึง สิทธิท่ีพึงมีเพ่อื การพฒั นาบุคลิกภาพ คุณภาพชีวติ เพอ่ื ธาํ รง รักษาไวซ้ ่ึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เช่น สิทธิในการเลือกนบั ถือศาสนา สิทธิในการเลือกท่ีจะ ประกอบอาชีพ สิทธิในการแสดงความคิดเห็นตลอดจนสิทธิในการมีส่วนร่วมในทางการเมือง เป็นตน้ จะเห็นไดว้ า่ สิทธิมนุษยชนประกอบไปดว้ ยสิทธิตา่ งๆ ครอบคลุมวถิ ีชีวติ ของมนุษยท์ ุก คนต้งั แต่เกิดจนตาย. สิทธิมนุษยชนกบั สังคมไทย สิทธิมนุษยชนกบั วฒั นธรรม สิทธิมนุษยชนในสังคมไทยเป็นเรื่องท่ีตอ้ งพงึ พจิ ารณาควบคู่ไปกบั การทาํ ความเขา้ ใจบริบท ของสงั คมไทย โดยเฉพาะเร่ืองของวฒั นธรรม ธรรมเนียมปฏิบตั ิและค่านิยมทางสงั คม ซ่ึงในดา้ น หน่ึงจะเห็นวา่ สิทธิมนุษยชนไดห้ นุนเสริมต่อการปฏิบตั ิเร่ืองสิทธิมนุษยชน ในอีกดา้ นหน่ึงก็พบ ความขดั แยง้ ของท้งั 2 มิติ ท้งั น้ีสิ่งที่เป็นวฒั นธรรมหรือประเพณีปฏิบตั ิที่สืบทอดกนั มาในบางเรื่อง ของสงั คมไทย อาจไม่ใช่วถิ ีการปฏิบตั ิตามปรัชญาสิทธิมนุษยชน จึงอาจถูกมองวา่ นน่ั เป็นการ ละเมิดสิทธิ แตท่ วา่ การปฏิบตั ิเช่นน้นั เป็ นท่ียอมรับในสงั คมไทยและครรลองการปฏิบตั ิเช่นน้ีได้ ช่วยใหค้ วามสมั พนั ธ์ของคนในสังคมดาํ เนินมาอยา่ งราบรื่นจนถึงปัจจุบนั ซ่ึงในที่น้ีจะนาํ เสนอ ปรากฏการณ์ที่อยคู่ ู่กบั สังคมไทยมาชา้ นาน เพือ่ นาํ ไปสู่การคิดพิจารณา หาแนวทางที่เหมาะสมตอ่ การปฏิบตั ิเร่ืองสิทธิมนุษยชนที่จะนาํ ไปสู่การบรรลุเป้ าหมายเพอ่ื ความผาสุกของสังคม 1. ระบบอปุ ถัมภ์คาํ้ จุนเพอ่ื พนี่ ้องและผอง เพอ่ื น หรือเพอื่ อาํ นาจบารมี 1ระบบอุปถมั ภใ์ น 1 สงั คมไทยมีการปฏิบตั ิสืบตอ่ กนั มาเป็นระยะเวลายาวนาน อนั ที่จริงแลว้ ระบบอุปถมั ภม์ ีคุณคา่ 1 ดา้ นบวกอยใู่ นตวั เอง ท้งั น้ีเป็นเร่ืองท่ีเกี่ยวกบั การช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ของคนในสงั คมท่ีมีความ ใกลช้ ิด มีความสนิทสนมและผกู พนั ตอ่ กนั นอกจากน้ียงั อธิบายไดถ้ ึงการช่วยเหลือเจือจุนของผทู้ ี่ มีมากกวา่ ต่อผทู้ ี่มีนอ้ ยกวา่ ท้งั ในเรื่องทางเศรษฐกิจและสถานะทางสังคม นอกจากน้ีระบบอุปถมั ภ์ ยงั นาํ ไปสู่การแสดงความกตญั �ูรู้คุณจากผทู้ ่ีไดร้ ับการช่วยเหลือท่ีมีต่อผมู้ ีพระคุณ อยา่ งไรก็ตาม ระบบอุปถมั ภอ์ าจนาํ ไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนไดใ้ นภาวะของสงั คมปัจจุบนั โดยการบิดเบือน คุณค่าของการช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ไปเป็นผลประโยชนต์ า่ งตอบแทนกนั เป็นการสร้างฐาน

63 อาํ นาจและบารมีของผทู้ ่ีมีสถานะทางเศรษฐกิจและสงั คมท่ีสูงกวา่ และชกั นาํ ไปสู่การตกั ตวง ผลประโยชน์ใหแ้ ก่กลุ่มพวกพอ้ งอยา่ งขาดจิตสาํ นึกรับผดิ ชอบต่อสงั คมส่วนรวม ดงั ท่ีปรากฏให้ เห็นท้งั ใน ระดบั กลุ่มยอ่ ย และสงั คมใหญใ่ นปัจจุบนั 1 2. ระบบอาวโุ ส :ความสัมพนั ธ์เพอื่ สร้างสรรค์ หรืออุปสรรคต่อการพฒั นาบุคคล1 มนุษย์ ทุกคนท่ีเกิดมาเม่ือเวลาล่วงเลยผา่ นไป ยอ่ มนาํ พาใหบ้ ุคคลน้นั เจริญวยั ข้ึนไปตามช่วงวยั ของ ชีวติ ซ่ึงหากเปรียบเทียบในความแตกตา่ งระหวา่ งวยั แลว้ กจ็ ะแบ่งออกเป็ นเพียงผทู้ ี่เยาวว์ ยั กวา่ และ ผทู้ ี่มีอาวโุ สมากกวา่ ดงั เห็นไดจ้ ากธรรมเนียมปฏิบตั ิของผนู้ อ้ ยต่อผใู้ หญ่ เช่น การไหว้ การยนื การนงั่ ในขณะท่ีสนทนากบั ผใู้ หญ่ ซ่ึงเป็นคุณค่าท่ีดีท่ีพงึ สืบทอดต่อไป ในอีกดา้ นหน่ึง ระบบ อาวโุ สก็มีมิติดา้ นลบอยใู่ นตวั เอง ถา้ หากถูกบิดเบือนคุณค่าของการใหค้ วามเคารพนบั ถือของบุคคล ไปเพอ่ื ผลประโยชนส์ ่วนบุคคล เช่น บุคคลใชอ้ ายทุ ่ีมากกวา่ ของตนไปทาํ ใหผ้ ทู้ ่ีมีอายุนอ้ ย กวา่ ไดร้ ับความอึดอดั ใจหรือไดร้ ับความกดดนั ซ่ึงบอ่ ยคร้ังปรากฏการณ์ลกั ษณะเช่นน้ีจะเกิดข้ึน ในสถาบนั ตา่ งๆท่ีมีความมนั่ คงทางโครงสร้างและใชร้ ะบบมาเป็นตวั กาํ หนดควบคุมเช่น สถาบนั โรงเรียน สถาบนั ราชการ สถาบนั ศาสนา สถาบนั ครอบครัว เป็นตน้ ยกตวั อยา่ งเช่น ในสงั คม โรงเรียน ซ่ึงเป็นสถานท่ีหล่อหลอมทางสงั คมต้งั แต่วยั เด็กจนถึงวยั รุ่น เป็นท่ีทราบกนั อยแู่ ลว้ วา่ ใน บรรยากาศของโรงเรียน ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งอาวโุ สกบั อาํ นาจท่ีใชเ้ พื่อการปกครองเป็นเร่ืองที่ แทบจะแยกออกจากกนั ไมไ่ ดเ้ ลยทีเดียว การปฏิบตั ิโดยมีอาํ นาจที่แฝงเร้นจากฐานะท่ีอาวโุ ส กวา่ เพื่อเป้ าหมายของการจดั ระเบียบสงั คมในระดบั ยอ่ ย อยา่ งไรกด็ ีการใชค้ วามอาวุโสระหวา่ ง ผบู้ ริหารกบั ลูกนอ้ ง เช่นน้ีไดร้ ับการทบทวนในประเดน็ ของการกระทาํ ที่กระทบตอ่ สิทธิข้นั พ้ืนฐาน ของความเป็ นมนุษยห์ รือไม่ เช่น เร่ืองของชวั่ โมงการทาํ งานของครูบทบาทหลกั ในฐานะครูท่ีถูก บิดเบือนดว้ ยภาระหนา้ ท่ีเสริมอ่ืนๆจากโรงเรียน ซ่ึงส่งผลกระทบต่อความเป็นครูท่ีมีปรัชญาท่ี สาํ คญั คือการสร้างคนใหเ้ ป็ นทรัพยากรท่ีมีคุณคา่ ของสงั คม นอกจากน้ีการใชค้ วามอาวโุ สของครูที่ ปฏิบตั ิต่อเดก็ ครูจาํ นวนไมน่ อ้ ยที่ใชส้ ถานภาพและอาํ นาจท่ีแฝงเร้นในความเป็นผใู้ หญข่ องตนไป ในทางท่ีควบคุมมากกวา่ ท่ีจะเอ้ือใหเ้ กิดการแสดงออกซ่ึงความมนั่ ใจ ความกลา้ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรคข์ องเดก็ บอ่ ยคร้ังครูจะกลายเป็นผพู้ พิ ากษาท่ีตดั สินเร่ืองผิดหรือถูก ท้งั ๆทีใ่ นสายตา ของเด็กไมใ่ ช่เรื่องผดิ ถูก แตเ่ ป็นการลองทาํ และการเรียนรู้ประสบการณ์ใหมข่ องชีวติ หลายๆคร้ัง ท่ีครูไดใ้ ชอ้ คติของตนในการเลือกปฏิบตั ิต่อเด็ก และที่พบเห็นบ่อยคือ การท่ีครูใชค้ าํ พูดที่ไม่ เหมาะสมตอ่ เด็ก เพ่อื สร้างความรู้สึกละอาย สูญเสียความมนั่ ใจของเด็ก หรือเป็ นที่รังเกียจจาก เพอื่ นร่วมช้นั ซ่ึงในประเดน็ น้ี วฒั นธรรมท่ีดีงามในเร่ืองของความอาวโุ ส กลายเป็นเร่ือที่ละเมิด สิทธิมนุษยชนโดยตรง ซ่ึงเดก็ เป็นกลุ่มเป้ าหมายแรกท่ีมกั จะถูกกระทาํ โดยท่ีเด็กเองยงั ไมท่ ราบ

64 ถึงความเทา่ เทียมกนั ในเรื่องของศกั ด์ิศรี อนั เป็นสิ่งที่ติดตวั มาแต่กาํ เนิด อนั ทาํ ใหเ้ ด็กมีความเทา่ เทียมกบั ผใู้ หญ่ และตอ้ งไมถ่ ูกกระทาํ ถูกเลือกปฏิบตั ิ หรือถูกละเมิดจากสภาพท่ีเขาเป็นเด็กอยู่ การละเมิดสิทธิมนุษยชนกบั เดก็ และเยาวชน การละเมิดสิทธิดา้ นเดก็ เกิดข้ึนกบั กลุ่มเดก็ และเยาวชนประเภทต่างๆ แตกต่างกนั ไป ไดแ้ ก่ 1 . การถูกละเมิด และอนั เนื่องจากเด็กท่ีตอ้ งการความช่วยเหลือเป็นพเิ ศษ ไมไ่ ดร้ ับการ คุม้ ครอง ท่ีจะไดร้ ับการดูแล การรักษา ฟ้ื นฟูที่พงึ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม หมายถึงเดก็ ท่ีมีความแตกต่าง จากเด็กปกติ ซ่ึงยงั ไมไ่ ดร้ ับการบริการรวมท้งั แกไ้ ขถึงบริการข้นั พ้ืนฐานตา่ งๆ จากรัฐ เช่น การศึกษา สาธารณูปโภค รวมท้งั ไมม่ ีหลกั ประกนั ท่ีกลไก และนโยบายต่างๆ และส่งผลในทาง ปฏิบตั ิจริง เช่น เดก็ พิการดา้ นตา่ ง ๆ เด็กท่ีมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ เด็กปัญญาเลิศ เด็กกาํ พร้า เด็กท่ี บิดามารดาตอ้ งโทษจาํ คุก เด็กยากจน ครอบครัวมีรายไดต้ ่าํ กวา่ เส้นความยากจน เป็ นตน้ เกณฑท์ ี่ใช้ ในการพิจารณาดูจาการท่ีครอบครัวหรือผดู้ ูแลโดยลาํ พงั ไมส่ ามารถดูแลเด็กเหล่าน้ีใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพของเดก็ ได้ จาํ เป็นตอ้ งไดร้ ับการสนบั สนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ หรือ องคก์ ร เอกชน 2. การละเมิด ท้งั ทางร่างกาย จิตใจ จากการถูกปล่อยปละละเลย ไมไ่ ดร้ ับการเอาใจใส่ เทา่ ที่ควร เดก็ อยใู่ นภาวะเส่ียง คือ เด็กที่มีสภาพแวดลอ้ มทางสังคมไมว่ า่ ท่ีครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ท่ีมีความเสี่ยงจะถูกกระทาํ ทารุณกรรม ถูกปล่อยละเลย หรือถูกทอดทิ้งในรูปแบบต่างๆซ่ึง อาจจะไดร้ ับอนั ตรายตอ่ สุขภาพกาย สุขภาพจิต พฒั นาการทางร่างกาย พฒั นาการทางดา้ นสติปัญญา พฒั นาการดา้ นอารมณ์จิตใจ พฒั นาการดา้ นสงั คม พฒั นาการดา้ นครอบครัว และอาจมีปัญหา พฤติกรรม 3. เด็กถูกละเมิดจากการถูกกระทาํ คือ เด็กท่ีถูกปล่อยปละละเลยหรือถูกทอดทิง้ ใหต้ กอยู่ ในภาวะอนั ตรายรวมท้งั ถูกทาํ ร้ายทุบตี ทารุณ ถูกทาํ ร้ายร่างกาย ทางจิตใจ หรือถูกล่วงเกินทางเพศ จากบุคคลในสังคมแวดลอ้ มหรือแมแ้ ต่บุคคลภายนอกนอกจากน้ีปัญหาการกระทาํ ทารุณตอ่ แรงงาน เดก็ อาจออกมาในรูปแบบการถูกใชแ้ รงงานหนกั เด็กถูกนายจา้ งทุบตี ทาํ ร้าย และข่มขืน เด็กกลุ่มน้ี เป็นเด็กท่ีอยใู่ นภาวะเสี่ยงมาต้งั แตแ่ รกแลว้ 4. สิทธิอนั พึงเขา้ ถึงและไดร้ ับการบริการตา่ งๆ ฟ้ื นฟูและบาํ บดั เด็กท่ีมีปัญหาพฤติกรรม คือ เด็กท่ีมีพฤติกรรมผิดแผกแตกตา่ งไปจากเดก็ ปกติในวยั เดียวกนั และมีพฤติกรรมที่ฝ่ าฝืน ต่อตา้ น กฎเกณฑข์ องสังคม ต่อตา้ นระเบียบธรรมเนียมปฏิบตั ิของสถาบนั ทางสังคมที่เดก็ สังกดั อยู่ เช่น ครอบครัว โรงเรียน หรือ แมแ้ ตช่ ุมชน เป็ นเด็กท่ีอยใู่ นภาวะเสียงมาต้งั แต่แรก

65 5. การคุม้ ครองและใหค้ วามเป็นธรรมต่อเด็กกระทาํ ความผดิ คือ เดก็ ท่ีกระทาํ ความผดิ ทาง อาญาและเป็ นเดก็ ท่ีอาจมีปัญหาพฤติกรรมถูกปล่อยปละละเลยและอาจถูกทารุณกรรมมาก่อนท้งั น้ี เด็กกลุ่มน้ีเป็นเด็กท่ีอยใู่ นภาวะเสี่ยงมาต้งั แต่แรกเช่นเดียวกนั กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิบุคคล สิทธิการเป็ นบุคคลตามกฎหมาย 1 หลกั กฎหมายระหว่างประเทศในทางระหวา่ งประเทศมีสนธิสญั ญาหลายฉบบั ที่รับรอง หลกั การดงั กล่าวไว้ กล่าวคือ ปฏิญญาสากลวา่ ดว้ ยสิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) ขอ้ 6 ทุกๆคนมีสิทธิที่ การ ยอมรับวา่ เป็ นบุคคลในกฎหมายไมว่ า่ ณ ที่ใด กติการะหวา่ งประเทศวา่ ดว้ ยสิทธิพลเรือน และสิทธิทางการเมือง พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1966) ขอ้ 16 บุคคลทุกคนมีสิทธิท่ีจะไดร้ ับการยอมรับนบั ถือวา่ เป็นบุคคลตามกฎหมายในที่ทุกสถาน ขอ้ 24 (1) เด็กทุกคนยอ่ มมีสิทธิในมาตรการตา่ งๆเพอื่ การคุม้ ครองเทา่ ที่จาํ เป็ นแก่ สถานะแห่งผเู้ ยาว์ ในส่วนของครอบครัวของตน สังคม และรัฐ โดยปราศจากการเลือกปฏิบตั ิอนั เนื่องจากเช้ือชาติ ผวิ เพศ ภาษา ศาสนา เผา่ พนั ธุ์แห่งชาติ สังคม ทรัพยส์ ิน หรือกาํ เนิดเด็กทุกคน ยอ่ มมีหลกั ฐานทางทะเบียนทนั ทีท่ีถือกาํ เนิดและยอ่ มไดร้ ับการต้งั ช่ือ อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสิทธิเดก็ พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) ขอ้ 8 (1) รัฐภาคีรับท่ีจะเคารพตอ่ สิทธิของเด็กในการรักษาเอกลกั ษณ์ของตนไว้ รวมถึง สญั ชาติและความสัมพนั ธ์ทางครอบครัวของตนตามท่ีกฎหมายรับรองโดยปราศจากการแทรกแซง ท่ีมิชอบดว้ ยกฎหมาย 2) ในกรณีท่ีเดก็ ถูกกีดกนั อยา่ งไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย ไมใ่ หไ้ ดร้ ับรู้ส่วนหน่ึงส่วน ใด หรือท้งั หมดของหลกั ฐานแสดงตน รัฐภาคีจะตอ้ งใหค้ วามช่วยเหลือและคุม้ ครองตามความ เหมาะสมเพื่อใหเ้ ด็กสามารถมีหลกั ฐานแสดงตนโดยเร็วรัฐไทยไดผ้ กู พนั เขา้ เป็ นภาคีต่อกฎหมาย ระหวา่ งประเทศฉบบั ขา้ งตน้ เม่ือปี พ.ศ. 2491, 2539 และ 2535 ตามลาํ ดบั ดงั น้นั รัฐไทยซ่ึงแมจ้ ะ เป็นรัฐที่มีอาํ นาจอธิปไตยเหนือดินแดนของตน ก็ยอ่ มมีพนั ธกรณีตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎหมายระหวา่ ง ประเทศ 3 ฉบบั ขา้ งตน้ โดยการออกเอกสารแสดงตน (Identified Paper) หรือ สูติบตั ร ใหแ้ ก่บุคคล ท่ีถือกาํ เนิดในดินแดนของรัฐไทย

66 หลกั กฎหมายไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2541 มาตรา 4 ศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ยอ่ มไดร้ ับความคุม้ ครอง มาตรา 31 บุคคลยอ่ มเสมอกนั ในกฎหมายและไดร้ ับความคุม้ ครองตามกฎหมายเท่าเทียม กนั ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกนั การเลือกปฏิบตั ิโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความ แตกตา่ งในเรื่องถ่ินกาํ เนิด เช้ือชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเช่ือทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง อนั ไมข่ ดั ต่อบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทาํ มิได้ มาตรการท่ีรัฐกาํ หนดข้ึนเพื่อขจดั อุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใชส้ ิทธิและ เสรีภาพไดเ้ ช่นเดียวกบั บุคคลอื่น ยอ่ มไมถ่ ือเป็นการเลือกปฏิบตั ิโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม พระราชบญั ญตั ิการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 18 เมื่อมีคนเกิดใหแ้ จง้ การเกิดดงั ต่อไปน้ี (1) คนเกิดในบา้ น ใหเ้ จา้ บา้ นหรือบิดาหรือมารดาแจง้ ต่อนายทะเบียนผรู้ ับแจง้ แห่งทอ้ งท่ีที่คนเกิดในบา้ นภายในสิบหา้ วนั นบั แต่วนั เกิด (2) คนเกิดนอกบา้ น ใหบ้ ิดาหรือมารดาแจง้ ต่อนายทะเบียนผรู้ ับแจง้ แห่งทอ้ งที่ท่ีมี คนเกิดนอกบา้ นหรือแห่งทอ้ งท่ีที่จะพงึ แจง้ ได้ ภายในสิบหา้ วนั นบั แตว่ นั เกิด ในกรณีจาํ เป็นไม่อาจ แจง้ ไดต้ ามการแจง้ ตาม (1) และ (2) ใหแ้ จง้ ตามแบบพิมพท์ ี่ผอู้ าํ นวยการทะเบียนกลางกาํ หนด พร้อมท้งั แจง้ ช่ือคนเกิดดว้ ย มาตรา 19 ผใู้ ดพบเด็กในสภาพแรกเกิดหรือเดก็ ออ่ นซ่ึงถูกทอดทิง้ ใหน้ าํ เดก็ น้นั ไปส่งและ แจง้ ต่อพนกั งานฝ่ ายปกครองหรือตาํ รวจ หรือเจา้ หนา้ ที่ประชาสงเคราะห์แห่งทอ้ งท่ีท่ีตนพบเดก็ น้นั โดยเร็ว ในกรณีท่ีพนกั งานฝ่ ายปกครองหรือตาํ รวจรับเด็กไว้ ใหบ้ นั ทึกการรับตวั เด็กตามแบบพิมพ์ ที่ผอู้ าํ นวยการทะเบียนกลางกาํ หนดแลว้ นาํ เด็กส่งเจา้ หนา้ ท่ีประชาสงเคราะห์ เมื่อเจา้ หนา้ ที่ ประชาสงเคราะห์ไดร้ ับตวั เด็กไวแ้ ลว้ ใหแ้ จง้ การมีคนเกิดต่อนายทะเบียนผรู้ ับแจง้ มาตรา 21 เมื่อนายทะเบียนผรู้ ับแจง้ ไดร้ ับแจง้ การมีคนเกิดตามมาตรา 18 หรือมาตรา 19 แลว้ ใหอ้ อกสูติบตั รเป็นหลกั ฐานแก่ผแู้ จง้ สาํ หรับการแจง้ การเกิดของเดก็ ตามมาตรา 19 ใหน้ าย ทะเบียนผรู้ ับแจง้ รับแจง้ ตามแบบพิมพท์ ่ีผอู้ าํ นวยการทะเบียนกลางกาํ หนด โดยมีขอ้ เทจ็ จริงเทา่ ที่ สามารถจะทราบได้

67 ดงั น้นั ตามมาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 21 แห่งพระราชบญั ญตั ิการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2534 ชดั เจนวา่ ใหเ้ จา้ บา้ นหรือผพู้ บเห็นเดก็ แรกเกิดมีหนา้ ท่ีตอ้ งแจง้ การเกิดตอ่ นาย ทะเบียน และใหน้ ายทะเบียนรับแจง้ เกิดและออกสูติบตั รใหแ้ ก่ผแู้ จง้ โดยไม่มีขอ้ ยกเวน้ สูติบตั รมีรูปแบบตามระเบียบสาํ นกั ทะเบียนกลางวา่ ดว้ ยการจดั ทาํ ทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. 2535 ขอ้ 134 คือ ท.ร. 1 เป็นสูติบตั ร ใชส้ าํ หรับคนที่มีสัญชาติไทยและรับแจง้ เกิดภายในกาํ หนด ท.ร. 2 เป็นสูติบตั ร ใชส้ าํ หรับคนที่มีสัญชาติไทยและแจง้ เกิดเกินกาํ หนด ท.ร. 3 เป็นสูติบตั รใชส้ าํ หรับคนท่ีไมม่ ีสัญชาติไทย จะเห็นไดว้ า่ สูติบตั รไดแ้ บ่งแยกออกชดั เจนเพื่อใหค้ รอบคลุมคนประเภทต่างๆ โดยคนท่ีมี สญั ชาติไทยแลแจง้ เกิดภายในกาํ หนด คือ ภายใน 15 วนั หลงั จากคลอด จะไดเ้ อกสาร ท.ร. 1 ส่วน คนไทยที่แจง้ เกิดเกินกาํ หนด คือ เกิน 15 วนั หลงั คลอด จะไดเ้ อกสาร ท.ร. 2 ส่วนคนที่ไม่มีสัญชาติ ไทยจะได้เอกสาร ท.ร. 3 ซ่ึงระบุชัดเจนว่าไม่มสี ัญชาติไทย แมก้ ฎหมายระหวา่ งประเทศ กฎหมายภายในประเทศ และระเบียบจะกาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ ีการปฏิบตั ิ และรูปแบบของเอกสารอยา่ งชดั เจน ในการออกเอกสารแสดงตนของบุคคล ในรูป ของสูติบตั ร แต่ยงั มีความเขา้ ใจคลาดเคล่ือนวา่ การที่รัฐไทยออกเอกสารรับรองตนใหแ้ ก่บุคคลใด จะเป็นการรับรอง “สถานะทางกฎหมาย” (Personal Legal Status) แก่บุคคลดงั กล่าว หรือเป็นการ ใหส้ ญั ชาติแก่บุคคลดงั กล่าวดว้ ย ซ่ึงไม่เป็นความจริง ความเขา้ ใจท่ีคลาดเคลื่อนทาํ ใหเ้ กิดปัญหาในการปฏิบตั ิของเจา้ หนา้ ที่นาย ทะเบียน โดยเฉพาะต่อเดก็ ชาวเขา เดก็ ผลู้ ้ีภยั เดก็ ที่ไร้ที่อยอู่ าศยั ตลอดจนเด็กที่เขา้ เมืองโดยผิด กฎหมาย ซ่ึงพบวา่ จาํ นวนไม่นอ้ ยท่ีไม่ไดร้ ับการแจง้ เกิดและไมไ่ ดส้ ูติบตั ร ซ่ึงนาํ มาสู่คาํ ถามตอ่ รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการสิทธิเดก็ แห่งสหประชาชาติ คณะอนุกรรมการเรื่องสิทธิเด็ก ในคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชน แห่งชาติ สาํ นกั นายกรัฐมนตรี ไดท้ าํ เอกสารตอบ เม่ือ มิถุนายน 2541 สรุปความไดว้ า่ ไดจ้ ด ทะเบียนการเกิดแก่เดก็ กลุ่มชาวเขา เด็กกลุ่มชนเร่ร่อน เดก็ ไร้ท่ีอยอู่ าศยั เด็กกลุ่มผอู้ พยพ และเดก็ ที่ อพยพเขา้ เมืองโดยผดิ กฎหมาย รวมท้งั ออกระเบียบ หนงั สือสั่งการ และอบรมตลอดจนซกั ซอ้ ม ความเขา้ ใจของเจา้ หนา้ ท่ีเป็นอยา่ งดี แต่เมื่อวนั ท่ี 26 มีนาคม 2545 สาํ นกั ทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยได้ ออกหนงั สือ ท่ี มท 1311.1/ว 8 แก่นายทะเบียนทุกจงั หวดั ใหร้ ับจดทะเบียนเกิดเฉพาะผมู้ ีสิทธิอาศยั ในประเทศไทย

68 ส่วนผู้ทีห่ ลบหนีเข้าเมืองโดยผดิ กฎหมาย ผู้อพยพ แรงงานต่างด้าวเข้าเมอื งผิดกฎหมายท่ี ไม่ได้ขึน้ ทะเบยี น ไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร์ นายทะเบยี นจึงไม่ สามารถรับแจ้งเกดิ ได้ การออกหนงั สือใหไ้ มร่ ับแจง้ เกิดกบั บุคคลบางประเภท ทาํ ใหเ้ กิดกลุ่มบุคคลจาํ นวนมากท่ีมี ปัญหาเกี่ยวกบั สถานะสิทธิอยอู่ าศยั ในประเทศไทย และก่อใหเ้ กิดปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสาธารณสุข ซ่ึงมีท้งั ในส่วนที่อาศยั อยดู่ ้งั เดิมแต่ตกสาํ รวจจากทางราชการ กลุ่มที่ อพยพมาจากประเทศเพ่ือนบา้ นดว้ ยเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ และความไม่ปลอดภยั ในชีวติ และกลุ่มเด็กและเยาวชนท้งั หมดท่ีเกิดในประเทศไทย ไมไ่ ดม้ ีสถานะท่ีชดั เจนและไมไ่ ดร้ ับบริการ จากรัฐตามสิทธิข้นั พ้ืนฐานของกฎหมาย ซ่ึงทาํ ใหเ้ กิดปัญหาทางสงั คมต่างๆไดเ้ ป็ นจาํ นวนมาก ท้งั ดา้ นการคา้ มนุษย์ การล่วงละเมิดสิทธิเดก็ โรคติดต่อ อาชญากรรม และความมน่ั คงตลอดจนทาํ ใหภ้ าครัฐไม่ทราบจาํ นวน ถ่ินท่ีอยู่ และขอ้ มลู ของบุคคลท้งั หมดที่อยอู่ าศยั ในประเทศไทย เพ่อื ประกอบการดาํ เนินนโยบายและมาตรการตา่ งๆในอนาคตไดอ้ ยา่ งเหมาะสม นอกจากน้ียงั ละเมิดต่อหลกั การสิทธิมนุษยชน ละเมิดต่อพนั ธกรณีที่รัฐไทยมีตอ่ กฎหมาย ระหวา่ งประเทศ ขดั ต่อรัฐธรรมนูญ และพระราชบญั ญตั ิการทะเบียนราษฎร์ แมส้ ภาทนายความจะแถลงข่าวคดั คา้ นการไม่รับจดทะเบียนคนเกิด ของสาํ นกั ทะเบียน กลาง กรมการปกครอง ไปต้งั แต่วนั ที่ 16 กนั ยายน 2545 แต่กไ็ มม่ ีการแกไ้ ขหนงั สือสั่งการจน ปัจจุบนั สิทธิเป็ นคนตามกฎหมาย นบั เป็นสิทธิแรกสุด และสาํ คญั ท่ีสุดที่ทุกคนตอ้ งไดร้ ับ ยงั ไมไ่ ด้ รับสมบรู ณ์ในคนทุกคน เป็นหนา้ ท่ีของคนทุกคนท่ีมีใจเป็นมนุษย์ จะตอ้ งพฒั นาปรับปรุงใหส้ ิทธิ น้ีเขา้ ถึงทุกคนในประเทศไทย เพือ่ ใหค้ นทุกคนไดเ้ ป็นบุคคลตามกฎหมาย

69 ใบงาน เรื่อง หลกั สิทธิมนุษยชน คาํ ช้ีแจง ใหผ้ เู้ รียนตอบคาํ ถามต่อไปน้ี 1. จงใหค้ วามหมายของหลกั สิทธิมนุษยชน ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... 2. ความสาํ คญั และประโยชน์ ของหลกั สิทธิมนุษยชน ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... 3. ใหผ้ เู้ รียนแบ่งกลุ่มช่วยกนั อภิปรายในประเดน็ ท่ีเป็ นปัญหาสังคม ปัจจุบนั ดงั น้ี 1) พบปัญหาคนทาํ แทง้ 2) เดก็ ถูกทารุณในการใชแ้ รงงาน 3) ปัญหาชนกลุ่มนอ้ ยตา่ งๆ โดยใหเ้ ลือกหวั ขอ้ ใดหวั ขอ้ หน่ึงพร้อมส่งผแู้ ทนนาํ เสนอ

70 การวดั และประเมินผล แบบประเมินกลุ่ม ระดับคุณภาพการ รายการพฤติกรรม ปฏบิ ัติ 4321 1. มีการปรึกษาและวางแผนร่วมกนั ก่อนทาํ งาน 2. มีการแบง่ หนา้ ที่อยา่ งเหมาะสมและสมาชิกทาํ ตามหนา้ ที่ทุกคน 3. มีการปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน 4. มีการใหค้ วามช่วยเหลือกนั 5. ใหค้ าํ แนะนาํ กลุ่มอื่นได้ เกณฑ์การให้คะแนน รวม ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าํ เสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ังหรือไม่เคยปฏิบตั ิเลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ระดบั คุณภาพ ช่วงคะแนน 4 หมายถึง ดีมาก 17 - 20 3 หมายถึง ดี 13 - 16 2 หมายถึง พอใช้ 9 - 12 1 หมายถึง ปรับปรุง 5-8

71 แบบประเมนิ ผลงานกลุ่ม รายการ คุณภาพผลงาน 4321 1. ผลงานเป็นไปตามวตั ถุประสงคท์ ่ีกาํ หนด 2. ผลงานเสร็จทนั ตามกาํ หนดเวลา 3. ผลงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4. ผลงานแสดงถึงการนาํ ความรู้ที่ไดม้ าประยกุ ตใ์ ช้ 5. ผลงานเป็นระเบียบเรียบร้อย เกณฑ์การให้คะแนน รวม ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ ชดั เจน ให้ 4 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 3 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินเป็นบางส่วน ให้ 2 คะแนน ผลงานไม่สอดคลอ้ งกบั รายการประเมิน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน 4 หมายถึง ดีมาก 17 - 20 3 หมายถึง ดี 13 - 16 2 หมายถึง พอใช้ 9 - 12 1 หมายถึง ปรับปรุง 5-8

72 แบบประเมินการนําเสนอผลงาน รายการพฤตกิ รรม คุณภาพการปฏิบัติ 4321 1. นาํ เสนอเน้ือหาของผลงานไดถ้ ูกตอ้ ง 2. การนาํ เสนอมีความน่าสนใจ 3. มีความเหมาะสมกบั เวลา 4. มีความกลา้ แสดงออก 5. บุคลิกภาพดี ใชน้ ้าํ เสียงเหมาะสม รวม เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน การปฏิบตั ิสมบรู ณ์ ชดั เจน การปฏิบตั ิยงั มีขอ้ บกพร่องในจุดท่ีไมส่ าํ คญั ให้ 3 คะแนน การปฏิบตั ิยงั มีขอ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิไม่ไดเ้ ลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ช่วงคะแนน 4 หมายถึง ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง 17 - 20 2 หมายถึง ดีมาก 13 - 16 1 หมายถึง ดี 9 - 12 พอใช้ 5-8 ปรับปรุง

73 แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล รายการพฤติกรรม คุณภาพการปฏบิ ัติ 4321 1. มีการวางแผนก่อนการทาํ งาน 2. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความต้งั ใจ 3. มีการปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน 4. มีการใหค้ วามช่วยเหลือเพือ่ น 5. ใหค้ าํ แนะนาํ เพื่อนคนอ่ืนได้ เกณฑ์การให้คะแนน รวม ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าํ เสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ังหรือไม่เคยปฏิบตั ิเลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ดีมาก 17 - 20 4 หมายถึง ดี 13 - 16 3 หมายถึง พอใช้ 9 - 12 2 หมายถึง ปรับปรุง 5 - 8 1 หมายถึง

74 บันทกึ ผลหลงั การเรียนรู้ ผลที่เกิดกบั ผเู้ รียน ดา้ นกระบวนการจดั กิจกรรม ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ดา้ นการใชแ้ ผนการพบกลุ่ม ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ดา้ นส่ือการเรียนรู้ …………………………………………………………………………………………… ………………………………………………..……………………………………………. .............................................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………….. ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... .............................................................................................................................................. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ลงช่ือ ...............................................ครูกศน./ผสู้ อน (...................................................) ตาํ แหน่ง...............................................................

75 กิจกรรมเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ….………………………………………………………...................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... แนวทางการพฒั นาของผบู้ ริหาร ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................. (................................................) ผอู้ าํ นวยการ กศน.อาํ เภอ......................................................

76 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ า ศาสนา และหน้าทพี่ ลเมือง รหสั สค21002 ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จํานวน 2 หน่วยกติ คร้ังท่ี ...1.... สัปดาห์ท.ี่ ..... จํานวน ...14.... ช่ัวโมง การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) เรื่อง ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี ตวั ชี้วดั นาํ ขอ้ ปฏิบตั ิของบุคคลตวั อยา่ งท่ีใชห้ ลกั ธรรมทางศาสนามาปฏิบตั ิใน ชีวติ ประจาํ วนั มาใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั วถิ ีชีวติ ของตนเอง เนือ้ หา กรณีตวั อยา่ งบุคคลตวั อยา่ งในแตล่ ะศาสนา ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้นั ท่ี 1 การกาํ หนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation) 1. ครูและผูเ้ รียนร่วมกนั สร้างความเขา้ ใจและช้ีแจงกระบวนการเรียนรู้ในเรื่อง บุคคลตวั อยา่ งในแตล่ ะศาสนา 2. ครูทกั ทายกล่าวนําและอธิบายการกําหนดเป้ าหมายและการวางแผนการ เรียนรู้เกี่ยวกบั เร่ืองบุคคลตวั อยา่ งของแตล่ ะศาสนา 3. ครูเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัยก่อนเขา้ สู่บทเรียนข้นั ตอ่ ไป ข้นั ที่ 2 การแสวงหาข้อมูล และการจัดการเรียนรู้ (N : New Way of learning) 5. ครูและผเู้ รียนวางแผนวธิ ีการเรียนรู้เน้ือหาท่ีกาํ หนด 6. ครูกาํ หนดให้ผเู้ รียนไปศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเร่ืองของบุคคลตวั อยา่ งแต่ ละศาสนา 7. นาํ ผลท่ีไดจ้ ากการศึกษามาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน 8. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลงานท่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มานาํ เสนอในการพบกลุ่ม คร้ังต่อไป ข้นั ที่ 3 การปฏิบตั แิ ละการนําไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) 3. ครูและผเู้ รียนสรุปองคค์ วามรู้ร่วมกนั ข้นั ที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) 3. ครูประเมินชิ้นงานจากแฟ้ มสะสมงานของผเู้ รียน 4. ครูสงั เกตจากการนาํ เสนอผลงานของผเู้ รียน

77 สื่อการเรียนรู้ 4. อินเทอร์เน็ต 5. หนงั สือเรียนศาสนา และหนา้ ท่ีพลเมือง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ หลกั สูตร การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 6. ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น การวดั และประเมินผล แฟ้ มสะสมงาน การสังเกต การซกั ถาม การนาํ เสนอ การมีส่วนร่วมของผเู้ รียน

78 ใบงานท.ี่ ...1.... เร่ือง ศาสนา ประเพณี วฒั นธรรม คําส่ัง ให้ผู้เรียนไปศึกษาเร่ืองต่อไปนีแ้ ละบันทกึ ลงในแฟ้ มสะสมงาน 1. บุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผลงานในการเผยแผศ่ าสนาแต่ละศาสนา  ศาสนาพุทธ  ศาสนาคริสต์  ศาสนาอิสลาม  ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู

79 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ า ศาสนา และหน้าทพ่ี ลเมอื ง รหัส สค21002 ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จํานวน 2 หน่วยกติ คร้ังท่ี ....2.... สัปดาห์ท.ี่ ..... จํานวน ...14... ช่ัวโมง การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) เร่ือง ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี ตวั ชี้วดั นาํ ขอ้ ปฏิบตั ิของบุคคลตวั อยา่ งที่ใชห้ ลกั ธรรมทางศาสนามาปฏิบตั ิใชีวติ ประจาํ วนั มาใช้ ใหเ้ หมาะสมกบั วถิ ีชีวติ ของตนเอง เนือ้ หา 1. การอนุรักษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณี ของประเทศไทยและประเทศในเอเชีย (กรณีตวั อยา่ ง) 2. การประพฤติปฏิบตั ิตนเพ่ืออนุรักษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณีของประเทศไทย และประเทศในเอเชีย 3. ค่านิยมท่ีพงึ ประสงคข์ องประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้นั ที่ 1 การกาํ หนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation) ครูและผเู้ รียนร่วมกนั สร้างความเขา้ ใจและช้ีแจงกระบวนการเรียนรู้ในเร่ืองการอนุรักษแ์ ละ สืบสานวฒั นธรรม ประเพณี ของประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 1. ครูทกั ทายกล่าวนาํ และอธิบายการกาํ หนดเป้ าหมายและการวางแผนการเรียนรู้เก่ียวกบั เรื่องการอนุรักษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณี ของประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 2. ครูเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัยก่อนเขา้ สู่บทเรียนข้นั ต่อไป ข้นั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูล และการจัดการเรียนรู้ (N : New Way of learning) 1. ครูและผเู้ รียนวางแผนวธิ ีการเรียนรู้เน้ือหาที่กาํ หนด 2. ครูกาํ หนดให้ผเู้ รียนไปศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเร่ืองการอนุรักษแ์ ละสืบสาน วฒั นธรรม ประเพณี ของประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 3. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเรื่องการประพฤติปฏิบตั ิตนเพอ่ื อนุรักษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณีของประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 4. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเร่ืองค่านิยมที่พงึ ประสงค์ ของประเทศไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในเอเชีย 5. นาํ ผลที่ไดจ้ ากการศึกษามาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน 6. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลงานที่ไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มานาํ เสนอในการพบกลุ่ม คร้ังต่อไป

80 ข้นั ท่ี 3 การปฏิบตั ิและการนําไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) 1. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนแบง่ กลุ่มๆ ละประมาณ 3-4 คน ไปศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลตาม ใบงาน ในแหล่งเรียนรู้ตา่ งๆ 2. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลจากการศึกษาคน้ ควา้ ท่ีไดแ้ ลว้ นาํ มาสรุปร่วมกนั ภายใน กลุ่ม เพือ่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกนั 3. นาํ ผลสรุปมาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน ข้นั ท่ี 4 การประเมินผล (E : Evaluation) 1. ครูประเมินชิ้นงานจากแฟ้ มสะสมงานของผเู้ รียน 2. ครูสังเกตจากการนาํ เสนอผลงานของผเู้ รียน ส่ือการเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ต 2. หนงั สือเรียนศาสนา และหนา้ ท่ีพลเมือง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ หลกั สูตร การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 3. ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น การวดั และประเมินผล แฟ้ มสะสมงาน การสังเกต การซกั ถาม การนาํ เสนอผลงาน การมีส่วนร่วมของผเู้ รียน

81 ใบงานท.่ี ..2..... คําส่ัง ให้ผู้เรียนไปศึกษาเร่ืองต่อไปนีแ้ ละบันทกึ ลงในแฟ้ มสะสมงาน เรื่อง 1. การอนุรักษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณี ของประเทศไทยและประเทศใน เอเชีย(กรณีตวั อยา่ ง) 2. การประพฤติปฏิบตั ิตนเพ่ืออนุรักษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณีของ ประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 3. ค่านิยมท่ีพงึ ประสงคข์ องประเทศไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในเอเชีย

82 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ า ศาสนา และหน้าทพี่ ลเมือง รหัส สค21002 ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น จํานวน 2 หน่วยกติ คร้ังท่ี ....3.... สัปดาห์ท.ี่ ..... จํานวน …14... ชั่วโมง การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) เร่ือง หนา้ ที่พลเมือง ตัวชี้วดั 1. รู้และเขา้ ใจหลกั คุณธรรมจริยธรรมของการอยรู่ ่วมกนั 2. มีส่วนร่วมทางการเมือง การปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั ริยอ์ นั เป็ นประมุข เนือ้ หา 1. หลกั การอยรู่ ่วมกนั ตามวิถีทาง ประชาธิปไตย บนพ้ืนฐานของคุณธรรม จริยธรรม 2. สถานการณ์ และการมีส่วนร่วมทางการเมือง การปกครอง ตามระบอบ ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้นั ท่ี 1 การกาํ หนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation) 1. ครูและผูเ้ รียนร่วมกนั สร้างความเขา้ ใจและช้ีแจงกระบวนการเรียนรู้ในเร่ือง หลักการอยู่ร่วมกันตามวิถีทาง ประชาธิปไตย บนพ้ืนฐานของคุณธรรม จริยธรรมและสถานการณ์และการมีส่วนร่วมทางการเมือง การปกครอง ตาม ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข 2. ครูเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัยก่อนเขา้ สู่บทเรียนข้นั ตอ่ ไป ข้นั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูล และการจัดการเรียนรู้ (N : New Way of learning) 1. ครูและผเู้ รียนวางแผนวธิ ีการเรียนรู้เน้ือหาท่ีกาํ หนด 2. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเร่ืองหลกั การอยรู่ ่วมกนั ตาม วถิ ีทางประชาธิปไตย บนพ้ืนฐานของคุณธรรมจริยธรรมและสถานการณ์และ การมีส่วนร่วมทางการเมือง การปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข 3. นาํ ผลที่ไดจ้ ากการศึกษามาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน 4. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลงานท่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มานาํ เสนอในการพบกลุ่ม คร้ังต่อไป

83 ข้นั ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละการนําไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation) 1. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลตามใบงานในแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 2. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลจากการศึกษาคน้ ควา้ ท่ีไดแ้ ลว้ นาํ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกนั 3. นาํ ผลสรุปมาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน ข้นั ที่ 4 การประเมินผล (E : Evaluation) 1. ครูประเมินชิ้นงานจากแฟ้ มสะสมงานของผเู้ รียน 2. ครูสังเกตจากการนาํ เสนอผลงานของผเู้ รียน สื่อการเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ต 2. หนงั สือเรียนศาสนา และหนา้ ท่ีพลเมือง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ หลกั สูตร การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 3. ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น การวดั และประเมินผล แฟ้ มสะสมงาน การสงั เกต การซกั ถาม การนาํ เสนอผลงาน การมีส่วนร่วมของผเู้ รียน

84 ใบงานท.่ี ..3.... คําสั่ง ให้ผู้เรียนไปศึกษาเรื่องต่อไปนีแ้ ละบันทกึ ลงในแฟ้ มสะสมงาน เรื่อง 1. หลกั การอยรู่ ่วมกนั ตามวิถีทาง ประชาธิปไตย บนพ้ืนฐานของคุณธรรม จริยธรรม 2. สถานการณ์ และการมีส่วนร่วมทางการเมือง การปกครอง ตามระบอบ ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุข

85 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ า ศาสนา และหน้าทพี่ ลเมือง รหัส สค21002 ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จํานวน 2 หน่วยกติ คร้ังท่ี ...4..... สัปดาห์ท.่ี ..... จํานวน ..14... ช่ัวโมง การเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) เร่ือง หนา้ ท่ีพลเมือง ตวั ชี้วดั 1. การมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ่ืนตามหลกั สิทธิมนุษยชน 2. ตระหนกั ถึงประโยชนข์ องการมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและ ผอู้ ื่นตามหลกั สิทธิมนุษยชน เนือ้ หา 1. การมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ่ืนตามหลกั สิทธิมนุษยชน 2. ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ่ืนตามหลกั สิทธิมนุษยชน ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้นั ที่ 1 การกาํ หนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (O : Orientation) 1. ครูและผเู้ รียนร่วมกนั สร้างความเขา้ ใจและช้ีแจงกระบวนการเรียนรู้ในเร่ืองการ มีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ่ืนตามหลกั สิทธิมนุษยชนและ ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ่ืนตามหลกั สิทธิมนุษยชน 2. ครูเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัยก่อนเขา้ สู่บทเรียนข้นั ต่อไป ข้นั ท่ี 2 การแสวงหาข้อมูล และการจัดการเรียนรู้ (N : New Way of learning) 1. ครูและผเู้ รียนวางแผนวธิ ีการเรียนรู้เน้ือหาท่ีกาํ หนด 2. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเรื่องการมีส่วนร่วมในการ คุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ื่นตามหลกั สิทธิมนุษยชนและประโยชน์ของ การมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ื่นตามหลกั สิทธิมนุษยชน 3. นาํ ผลที่ไดจ้ ากการศึกษามาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน 4. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลงานที่ไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มานาํ เสนอในการพบกลุ่ม คร้ังต่อไป ข้นั ที่ 3 การปฏิบตั ิและการนําไปประยกุ ต์ใช้ (I : Implementation) 1. ครูกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนไปศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลตามใบงานในแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 2. ครูใหผ้ เู้ รียนนาํ ผลจากการศึกษาคน้ ควา้ ที่ไดแ้ ลว้ นาํ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกนั 3. นาํ ผลสรุปมาบนั ทึกลงในแฟ้ มสะสมงาน

86 ข้นั ท่ี 4 การประเมินผล (E : Evaluation) 1. ครูประเมินชิ้นงานจากแฟ้ มสะสมงานของผเู้ รียน 2. ครูสงั เกตจากการนาํ เสนอผลงานของผเู้ รียน สื่อการเรียนรู้ 1. อินเทอร์เน็ต 2. หนงั สือเรียนศาสนา และหนา้ ท่ีพลเมือง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ หลกั สูตร การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 3. ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น การวดั และประเมินผล แฟ้ มสะสมงาน การสงั เกต การซกั ถาม การนาํ เสนอผลงาน การมีส่วนร่วมของผเู้ รียน

87 ใบงานท.่ี ...4.... คําส่ัง ให้ผู้เรียนไปศึกษาเรื่องต่อไปนีแ้ ละบนั ทกึ ลงในแฟ้ มสะสมงาน เร่ือง 1. การมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ื่นตามหลกั สิทธิมนุษยชน 2. ประโยชนข์ องการมีส่วนร่วมในการคุม้ ครองปกป้ องตนเองและผอู้ ่ืนตามหลกั สิทธิมนุษยชน

88 บรรณานุกรม

89 1. นางจิรายุ ลิ้มประพนั ธ์ คณะผู้จัดทาํ อาํ เภอลบั แล จงั หวดั อุตรดิตถ์ 2. นางสาวนงลกั ษณ์ อว่ มป่ วน ครู กศน.ตาํ บล อาํ เภอบางปลามา้ จงั หวดั สุพรรณบุรี 3. นายสุภทั รชยั รินสาย ครู กศน.ตาํ บล อาํ เภอพชิ ยั จงั หวดั อุตรดิตถ์ 4. นางสาวจิรายุ โสดา ครู กศน.ตาํ บล อาํ เภอเมือง จงั หวดั นครพนม 5. นางสาวอฏั ชญา เจริญศรีเมือง ครู กศน.ตาํ บล อาํ เภอขขุ นั ธ์ จงั หวดั ศรีสะเกษ 6. นางสาวสุกญั ญา กิ่งคาํ ครู กศน.ตาํ บล อาํ เภอขขุ นั ธ์ จงั หวดั ศรีสะเกษ ครู กศน.ตาํ บล

90 คณะผู้จดั ทํา ทป่ี รึกษา บุญเรือง เลขาธิการ กศน. นายประเสริฐ อ่ิมสุวรรณ์ รองเลขาธิการ กศน. นายชยั ยศ จนั ทร์โอกลุ ผเู้ ชี่ยวชาญเฉพาะดา้ นพฒั นาสื่อการเรียนการสอน นางวทั นี เลิศสุริยะกลุ ผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะดา้ นการพฒั นาหลกั สูตร นายกุลธร งามเขตต์ ผอู้ าํ นวยการกลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางศุทธินี คณะทาํ งาน งามเขตต์ ผอู้ าํ นวยการกลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางศุทธินี ไสยโสภณ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางรุ่งอรุณ สุขอุดม กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางญาณิศา สกลนุกรกิจ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางนุสรา กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน ธญั มณีเลิศสกุล นางสาวพชั ราภรณ์ ผู้รับผดิ ชอบ ไสยโสภณ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางรุ่งอรุณ สุขอุดม กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางญาณิศา สกลนุกรกิจ กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางนุสรา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook