แผนการจดั การเรยี นรู้ เพศวิถศี กึ ษา นายแดนองั เจลโล่ บุญหลง โรงเรยี นบา้ นโนนสว่าง ตาแหน่ง ครู สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 3 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ชอ่ื วิชา เพศวิถศี ึกษา (Sexuality Education) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ช่อื หน่วย รจู้ กั ตนเอง เวลา 6 ชั่วโมง/คาบ หัวข้อเรอื่ ง 1.1 รจู้ ักเพศศกึ ษา กจิ กรรมที่ 1.1 รจู้ ักตนเอง 1.2 ร้จู ักร่างกายตนเอง กจิ กรรมท่ี 1.2 เรยี นรู้รา่ งกายตนเอง 1.3 รู้จกั ข้อมูลเรื่องเพศ กจิ กรรมท่ี 1.3 การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการ 1.4 ร้ตู วั ตน ของวัยรนุ่ แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 1 กิจกรรมที่ 1.4 การเปลีย่ นแปลงตามวยั ของวัยรุน่ แนวคิดสำคัญ การเข้าใจวตั ถปุ ระสงค์ของหลักสูตร การยอมรับกติกาการเรียนรู้รว่ มกนั ตลอดจนการเคารพซงึ่ กัน และกนั ไวว้ างใจกัน เป็นสิง่ สำคญั สำหรบั กระบวนการเรียนรู้เร่ืองเพศ เมือ่ รา่ งกายเจริญเติบโตเขา้ สูว่ ยั รนุ่ ท้ังหญิงและ ชาย ย่อมเกดิ การเปล่ียนแปลง ซึ่งเปน็ พัฒนาการตามธรรมชาติของมนษุ ย์ ด้านรา่ งกาย จิตใจ สงั คม และพฒั นาการ ทางเพศรวมถึงความจำเป็นทต่ี ้องดูแลสขุ ภาพอนามัย เข้าใจกลไกการสืบพนั ธุข์ องรา่ งกาย เพอื่ ท่ีจะดำรงอยู่ไดอ้ ย่างมี สุขภาวะท่ีดี สว่ นข้อมูลเก่ยี วกับเร่ืองเพศ มที ั้งทีเ่ ปน็ ข้อเท็จจรงิ และความเชอ่ื โดยทวั่ ไปขอ้ เทจ็ จรงิ ในเรอื่ งเพศจะมสี ่วนช่วย ให้ผูเ้ รียนนำไปปรบั ใช้ เป็นประโยชน์ตอ่ สขุ ภาพทางเพศ แต่ความเชอ่ื ในเรือ่ งเพศมักจะเป็นเรอื่ ง บอกเลา่ ตอ่ ๆ กนั มาโดยไมม่ ขี ้ออ้างองิ ในเชงิ วทิ ยาศาสตร์ นอกจากนก้ี ารเรียนร้วู ่าตนเองเปน็ เพศใด มักเกิดจากการ พจิ ารณาสรรี ะร่างกายของตนเอง ซ่ึงแบ่งเป็นเพศหญงิ กบั เพศชาย แต่ในความเป็นจรงิ ยังมีคนทแี่ ตกตา่ งจากสองกลมุ่ ดงั กลา่ ว เช่น มีรสนิยมในเรอื่ งการรกั เพศเดียวกัน อาจไดร้ บั ผลกระทบและการเลอื กปฏิบัติจากคนรอบขา้ งและสงั คม สมรรถนะยอ่ ย แสดงความร้เู ก่ยี วกับสขุ อนามยั ของระบบสืบพนั ธ์ พัฒนาการทางเพศในวัยรุ่น จดุ ประสงค์การปฏิบัติ ดา้ นความรู้ 1. อธบิ ายความหมายของเพศศกึ ษา 2. อธิบายการเปล่ยี นแปลงทางร่างกาย และอวัยวะสบื พนั ธ์ุ 3. นำข้อมูลเรอื่ งเพศไปประยกุ ต์ใชอ้ ยา่ งเหมาะสม 4. อธิบายความหมายของวิถีทางเพศ ด้านทักษะ 1. บรรยายความรสู้ ึกของตนเองเมื่อเปน็ วยั ร่นุ 2. อธบิ ายสว่ นต่าง ๆ ของระบบอวัยวะสบื พนั ธข์ องตน 3. สรปุ สาระของเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของวยั รุ่น
4. อธิบายถึงการเปลีย่ นแปลงด้านรา่ งกาย อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญาของวัยร่นุ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตรงตอ่ เวลา มวี นิ ัย มคี วามรบั ผิดชอบ ละเอยี ดรอบคอบ ทำงานเรยี บร้อย สนใจใฝ่รู้ มคี วามซอ่ื สตั ย์ ขยนั หมัน่ เพยี ร ปฏบิ ัติตนในแนวทางทดี่ ี เน้ือหาสาระ 1.1 ร้จู กั เพศศึกษา เพศศึกษา หมายถึง การเรยี นรู้วถิ ีชีวติ มนษุ ย์ต้ังแตเ่ กิดจนตาย หรือเรยี กว่าการเรียนรู้ตลอดชวี ิตในเรื่องเพศท่ีมี หลากหลายมิติเข้ามาเกี่ยวข้องเพ่ือใหม้ นษุ ยไ์ ดพ้ ฒั นาความรู้ ความคิด อารมณ์ ทัศนคติ รวมถงึ ทกั ษะท่ีสำคญั และ จำเป็นในการดำรงชีวติ เพ่ือรักษาสมั พันธภาพในการอยู่ร่วมกับผอู้ น่ื อย่างเปน็ สุข เพศศกึ ษาไม่ใชเ่ ฉพาะเป็นเรือ่ งของ การมีเพศสัมพนั ธอ์ ย่างท่หี ลายคนคดิ และเขา้ ใจแต่เพศศกึ ษามีเนื้อหาครอบคลุมดงั ต่อไปนี้ 1.1.1 พฒั นาการของมนษุ ย์ 1.1.2 สมั พันธภาพ 1.1.3 พฤติกรรมทางเพศ 1.1.4 สุขภาพทางเพศ 1.1.5 สงั คมและวฒั นธรรม 1.1.6 ทกั ษะท่จี ำเปน็ ในการดำเนินชีวิต 1.2 รู้จักร่างกายตนเอง วยั รนุ่ ใช้คำภาษาองั กฤษ คือ “Adolescence” แปลว่า พัฒนาการสูค่ วามเจรญิ เติบโตพ้นจากความเป็นเดก็ ซ่งึ มี การเปลย่ี นแปลงและการเจรญิ เติบโตของวยั รนุ่ ดงั นี้ 1.2.1 การเปลี่ยนแปลงและการเจรญิ เตบิ โตของวัยรุ่น 1.2.2 ระบบอวัยวะสืบพนั ธ์ุ 1.3 รูจ้ ักข้อมลู เรื่องเพศ ในสังคมปัจจบุ นั มขี ้อมูลเรือ่ งเพศอยู่มากมาย บางเรอ่ื งเป็นความเช่ือที่บอกเลา่ กันโดยไม่มีการอา้ งองิ ในเชงิ วทิ ยาศาสตร์ ซ่ึงหากนำความเชอ่ื ไปปรับใช้ในชีวิตตนเอง กอ็ าจเกิดผลกระทบเชงิ ลบตอ่ สขุ ภาพทางเพศ ขณะเดียวกัน ขอ้ มลู เกย่ี วกบั เรือ่ งเพศทเี่ ปน็ ขอ้ เท็จจริง จะมสี ว่ นช่วยให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สขุ ภาพทางเพศและการดำเนินชีวติ หาก นำไปประยุกตใ์ ชอ้ ย่างเหมาะสม ตวั อย่างความเชื่อผดิ ๆ ในเรื่องเพศ 1.3.1 การชว่ ยตัวเองบ่อยๆ จะทำใหจ้ ติ ใจไม่ปกติหรอื เป็นโรคจติ ประสาทได้ 1.3.2 ผูช้ ายมีความตอ้ งการทางเพศมากกวา่ ผู้หญิง 1.3.3 ความสขุ ทางเพศของผหู้ ญิงขน้ึ อย่กู บั ขนาดของอวยั วะเพศชาย 1.3.4 มวี ิธกี ารทจี่ ะบอกไดว้ า่ ผู้หญงิ คนไหนเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว 1.3.5 การหลัง่ นำ้ อสจุ ทิ ำให้หมดกำลงั และเสือ่ มสมรรถภาพทางเพศเรว็ 1.3.6 ผหู้ ญงิ ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดชอ่ งคลอด 1.3.7 ผู้หญงิ เม่ือเป็นสาวจะมีหัวนมสีชมพู
1.3.8 หากมีคำถามหรอื ปญั หาเรื่องเพศใหป้ รกึ ษาเพือ่ นสนทิ ดกี ว่าจะปรกึ ษาพอ่ แมห่ รือครู 1.4 รตู้ ัวตน 1.4.1 ความหมายของคำที่เกย่ี วข้อง 1.4.2 ประเด็นควรทราบเกี่ยวกบั ความหลากหลายของวถิ ที างเพศ สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สือเพศวถิ ีศึกษา หน่วยที่ 1 2. แบบฝึกหัด ใบกิจกรรมของหนว่ ยที่ 1 3. แบบทดสอบและแบบประเมินพฤติกรรม หนว่ ยท่ี 1 4. แหลง่ สืบคน้ ข้อมลู ห้องสมดุ หอ้ ง Internet กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั เตรยี ม 1. ครขู านช่อื ผู้เรียน 2. ครูแนะนำรายวิชา วิธกี ารเรียนการสอน การวัดผลและประเมนิ ผล ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรียน 3. ครใู ห้นกั เรียนทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยท่ี 1 4. ครูตั้งคำถามเพอื่ นำเขา้ สูบ่ ทเรยี นเรอ่ื ง รู้จักตนเอง 5. นกั เรยี นตอบคำถามทคี่ รถู าม ข้นั เรียนรู้ 6. ครูอธบิ าย ถาม-ตอบในหวั ข้อ ร้จู ักเพศศกึ ษา 7. ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 1 ข้อ 1–2 8. ครูให้นักเรียนจับกลมุ่ ปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ี 1.1 9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันเฉลยแบบฝึกหดั และกจิ กรรม ข้ันสรุป 10. ครูสรปุ เนอ้ื หาสาระสำคญั ในบทเรยี น กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั เตรียม 1. ครขู านชอ่ื ผ้เู รียน 2. ครูทบทวน ใหข้ ้อมูลยอ้ นกลับในหวั ขอ้ ในเรือ่ งร้จู ักเพศศึกษา ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน 3. ครตู ้งั คำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรยี นเรื่องรจู้ ักร่างกายตนเอง 4. นักเรยี นตอบคำถามท่ีครถู าม
ขนั้ เรียนรู้ 5. ครูอธบิ าย ถาม-ตอบในหวั ข้อรจู้ กั ร่างกายตนเอง และร้จู ักขอ้ มูลเร่อื งเพศ 6. ครูให้นกั เรียนปฏิบัตกิ ิจกรรมที่ 1.2 และรว่ มกันเฉลย ขั้นสรุป 7. ครสู รุปเนือ้ หาสาระสำคญั ในบทเรียนและมอบหมายงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั เตรียม 1. ครูขานชอ่ื ผู้เรยี น 2. ครูทบทวน ใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั ในหวั ข้อในเร่อื งร้จู ักรา่ งกายตนเอง และร้จู กั ข้อมลู เรื่องเพศ ขัน้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน 3. ครตู ้ังคำถามเพือ่ นำเขา้ สบู่ ทเรยี นเรอ่ื ง รูต้ วั ตน 4. นกั เรยี นตอบคำถามท่ีครูถาม ข้นั เรียนรู้ 5. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในหัวขอ้ รูต้ ัวตน 6. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 1 ตอนที่ 2 7. ครูใหน้ กั เรยี นปฏิบัติกิจกรรมที่ 1.3-1.4 และร่วมกนั เฉลย ขน้ั สรุป 7. ครสู รปุ เนอื้ หาสาระสำคญั ในบทเรียนและมอบหมายงาน 9. ครูให้นกั เรียนทดสอบหลังเรยี นหน่วยที่ 1 การวดั ผลและประเมนิ ผล การวดั ผล การประเมินผล (ใช้เคร่อื งมอื ) (นำผลเทียบกับเกณฑแ์ ละแปลความหมาย) 1. แบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre–test) หน่วยที่ 1 (ไว้เปรยี บเทียบกับคะแนนสอบหลงั เรียน) 2. แบบสังเกตการทำงานกล่มุ และการนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑผ์ า่ น 60% 3. แบบฝกึ หัดในหนว่ ยที่ 1 เกณฑผ์ า่ น 50% 4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หน่วยที่ 1 เกณฑผ์ า่ น 50% 5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑ์ผ่าน 60% งานที่มอบหมาย ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 1 และใบกิจกรรมให้สมบูรณ์ส่งในคร้งั ต่อไป ผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสำเรจ็ ของผู้เรยี น 1. คะแนนจากแบบฝึกหัดในหนว่ ยท่ี 1 2. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หน่วยที่ 1 3. ผลจากการปฏิบตั ิตามใบกจิ กรรม
เอกสารอ้างองิ 1. หนงั สอื เรียนวิชาเพศวิถศี กึ ษา บรษิ ัทศูนย์หนังสือเมืองไทย 2. เวบ็ ไซต์และสอื่ ส่ิงพมิ พ์ที่เกย่ี วขอ้ งกับเนื้อหาบทเรยี น 3. การอา้ งอิงตามบรรณานกุ รมของหนังสอื เรยี นวชิ าเพศวิถีศึกษา บนั ทกึ หลงั การสอน 1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 2. ผลการเรยี นของนกั เรยี น/ผลการสอนของครู/ปญั หาท่ีพบ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการแกป้ ญั หา ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ............................................... (นายแดนองั เจลโล่ บญุ หลง) ครผู ู้สอน
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 2 ชอ่ื วิชา เพศวิถศี ึกษา (Sexuality Education) ช้ัน มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 ชอ่ื หน่วย ร้จู ักคนอื่น เวลา 6 ชว่ั โมง/คาบ หัวขอ้ เรอ่ื ง 2.1 ความหมายและความสำคัญของ กจิ กรรมที่ 2.1 ทดสอบระดับความสัมพันธใ์ น สัมพันธภาพ ครอบครวั 2.2 เพ่ือน–มิตรภาพ กจิ กรรมที่ 2.2 วยั รนุ่ กับการมีแฟน 2.3 วยั ร่นุ กบั การมแี ฟน กิจกรรมท่ี 2.3 เราเปน็ ผู้ใหญ่หรอื ยงั 2.4 ครอบครวั อบอ่นุ กิจกรรมท่ี 2.4 สำรวจความคิดเห็นของตนเอง แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 2 แนวคิดสำคญั การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมหรอื หนว่ ยครอบครวั ส่ิงท่สี ำคญั คือ การเคารพสทิ ธิซ์ ึง่ กันและกัน วัยรนุ่ ควรทจ่ี ะเรยี นรทู้ ่จี ะ อย่รู ว่ มกับผู้อื่นโดยเคารพสทิ ธซิ ่ึงกันและกัน ผา่ นการรับรู้ถงึ ความรู้สกึ ของผอู้ ่นื ทั้งท่ีเป็นผูใ้ หญ่ ในชีวติ ของวัยรุ่น เช่น พอ่ แม่ ครู หรือบคุ คลวยั เดยี วกัน เช่น เพือ่ น แฟน คนรกั บางครง้ั อาจมีความขดั แย้งระหว่างกนั กส็ ามารถจัดการสาน สัมพันธ์กบั คนรอบข้างไดโ้ ดยไมใ่ ช้ความรนุ แรงและปรับตวั ไดโ้ ดยไม่รูส้ กึ อดึ อัดหรอื คับขอ้ งใจจนเกนิ ไป สมรรถนะย่อย ทักษะด้านการจดั การเร่อื งสมั พันธภาพระหวา่ งบคุ คล จดุ ประสงค์การปฏิบัติ ดา้ นความรู้ 1. อธบิ ายความหมายและความสำคัญของสัมพนั ธภาพ 2. อธบิ ายความสำคัญของมติ รภาพและสัมพันธภาพในการคบเพื่อน 3. อธบิ ายการมีแฟนในวยั รุ่นและวิธปี ฏิบตั ทิ ี่ถูกตอ้ งเหมาะสมเพอ่ื พัฒนาความสมั พนั ธ์ 4. อธิบายความหมายของครอบครัว ด้านทกั ษะ 1. ทดสอบระดับความสมั พันธใ์ นครอบครัวของตนเอง 2. แสดงความคิดเห็นของบคุ คลต่าง ๆ เก่ยี วกับการมีแฟนของวยั รนุ่ 3. แสดงความคิดเหน็ ของตนเองเก่ยี วกับเรอื่ งการมีสมั พันธภาพกับคนอนื่ 4. สำรวจความคิดเห็นของตนเองในเรอื่ งต่าง ๆ ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตรงตอ่ เวลา มีวนิ ัย มคี วามรบั ผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ ทำงานเรยี บรอ้ ย สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซอื่ สตั ย์ ขยนั หมนั่ เพียร ปฏบิ ตั ิตนในแนวทางท่ดี ี เนอ้ื หาสาระ 2.1 ความหมายและความสำคญั ของสมั พนั ธภาพ สัมพนั ธภาพ (Relationship) หมายถงึ กระบวนการนำสัมพนั ธภาพทบ่ี ุคคลต้งั แต่ 2 คนขนึ้ ไป ทำความรจู้ ักกนั ติดตอ่ สัมพันธ์สรา้ งความคุ้นเคยสนทิ สนมกนั บุคคลทสี่ มั พันธภาพกนั จะได้รับผลกระทบ จากกันและกัน 2.1.1 องคป์ ระกอบการสร้างสัมพันธภาพ 2.1.2 ความสำคญั ในการสร้างสัมพนั ธภาพที่ดี 2.1.3 การส่ือสารเพ่อื ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคล 2.2 เพือ่ น–มติ รภาพ มติ รภาพ (Friendship) คือ คุณธรรมหรือภาวะคุณธรรมที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์นบั ต้ังแต่วัยเด็กจน เตบิ โตเปน็ ผู้ใหญ่ มิตรภาพเป็นสิ่งท่ีชว่ ยให้มนุษยม์ ีความสขุ เรยี นรขู้ อ้ ผิดพลาด ฟันฝา่ อุปสรรคได้อยา่ งไมโ่ ดดเดย่ี ว รวมท้งั ชื่นชมยินดเี มือ่ มคี วามสำเร็จในชวี ิต มนุษย์จึงไม่อาจอยู่โดดเดีย่ ว ปราศจากการมเี พอ่ื น 2.2.1 ความสำคญั ของมติ รภาพ 2.2.2 การรักษาสมั พนั ธภาพในการคบเพื่อน 2.3 วยั รุน่ กับการมแี ฟน การพฒั นาความสัมพันธ์ของตัววยั รนุ่ และแฟนเพ่ือให้ก้าวหน้าตอ่ ไป เปน็ เรอ่ื งสำคญั ทค่ี นสองคนตอ้ งร่วมมือกันโดย ปฏิบัติดังนี้ 2.3.1 การเปน็ ตวั ของตัวเอง 2.3.2 มีความเข้าใจกัน 2.3.3 การสื่อสารตรงไปตรงมา 2.3.4 ใหเ้ กยี รตกิ นั และกนั 2.4 ครอบครวั อบอนุ่ 2.4.1 ความหมายของครอบครวั ครอบครวั หมายถงึ กล่มุ บคุ คลทมี่ คี วามสมั พนั ธ์กันในทางสายโลหติ หรือทางกฎหมายทอ่ี าศยั อยู่ในบา้ นเดียวกัน มี ความรกั ความเอาใจใส่ และมคี วามปรารถนาดีต่อกันและใชจ้ า่ ยทรพั ยส์ ินท่ีหามาได้รว่ มกัน 2.4.2 การควบคมุ พฤตกิ รรมในครอบครัว การควบคุมพฤตกิ รรมในครอบครัว หมายถึง วิธีการท่ีครอบครวั ควบคมุ หรือจัดการกบั พฤติกรรมของสมาชิกใน สถานการณ์ต่าง ๆ การควบคมุ พฤตกิ รรมเปน็ ส่งิ ท่ีจำเป็น ทัง้ นี้เพ่ือใหส้ มาชกิ ประพฤติตนอยู่ในขอบเขตอนั เหมาะสม ไมใ่ หเ้ กิดความเดอื ดร้อนแกต่ นเองและผ้อู น่ื 2.4.3 การสร้างความสมั พนั ธ์ระหว่างบคุ คลในครอบครวั 2.4.4 แนวทางปฏบิ ตั ติ วั เพือ่ ปอ้ งกนั และแกไ้ ขความขดั แยง้ กบั พ่อแม่
สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สือเพศวิถีศึกษา หนว่ ยที่ 2 2. แบบฝึกหดั ใบกิจกรรมของหน่วยที่ 2 3. แบบทดสอบและแบบประเมินพฤตกิ รรม หน่วยที่ 2 4. แหล่งสืบคน้ ข้อมูลหอ้ งสมดุ หอ้ ง Internet กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นเตรียม 1. ครขู านช่อื ผ้เู รียน 2. ครูตรวจสอบความพร้อม ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น 3. ครูให้นักเรยี นทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยที่ 2 4. ครูต้งั คำถามเพ่อื นำเขา้ สูบ่ ทเรยี นเร่ืองสัมพันธภาพ 5. นักเรียนตอบคำถามทคี่ รูถาม ขนั้ เรยี นรู้ 6. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในหัวข้อ ความหมายและความสำคญั ของสัมพนั ธภาพและ เพอ่ื น–มิตรภาพ 7. ครใู ห้นักเรียนทำแบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 1 ขอ้ 1–3 8. ครูให้นกั เรยี นจบั กลมุ่ ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ี 2.1 9. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันเฉลยแบบฝกึ หัดและกจิ กรรม ขน้ั สรปุ 10. ครสู รปุ เนอ้ื หาสาระสำคัญในบทเรียน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขัน้ เตรยี ม 1. ครูขานชื่อผู้เรียน 2. ครทู บทวน ให้ขอ้ มูลย้อนกลบั ในหวั ข้อในเรอื่ งเพือ่ น–มิตรภาพ ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น 3. ครตู ้ังคำถามเพอื่ นำเขา้ สบู่ ทเรยี นเร่ืองการมแี ฟน 4. นักเรียนตอบคำถามที่ครถู าม ขน้ั เรยี นรู้ 5. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในหัวข้อวยั รุน่ กับการมีแฟน 6. ครใู หน้ กั เรยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ี 2.2-2.3 และร่วมกนั เฉลย ขัน้ สรุป 7. ครสู รปุ เน้ือหาสาระสำคัญในบทเรยี นและมอบหมายงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั เตรียม 1. ครขู านชอ่ื ผูเ้ รยี น 2. ครูทบทวน ให้ข้อมูลยอ้ นกลับในหัวขอ้ ในเร่อื งวัยรุ่นกับการมแี ฟน ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น 3. ครูตง้ั คำถามเพ่ือนำเขา้ ส่บู ทเรียนเรื่อง ครอบครวั ของนักเรียน 4. นกั เรียนตอบคำถามที่ครูถาม ข้ันเรยี นรู้ 5. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในหวั ข้อ ครอบครวั อบอุ่น 6. ครใู ห้นกั เรียนทำแบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 2 ตอนท่ี 2 7. ครูใหน้ กั เรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ี 2.4 และร่วมกนั เฉลย ข้นั สรุป 7. ครูสรุปเน้อื หาสาระสำคัญในบทเรยี นและมอบหมายงาน 9. ครูให้นักเรียนทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 2 การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล การประเมนิ ผล (ใชเ้ ครอ่ื งมอื ) (นำผลเทยี บกับเกณฑแ์ ละแปลความหมาย) 1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre–test) หน่วยที่ 2 (ไว้เปรยี บเทยี บกบั คะแนนสอบหลงั เรยี น) 2. แบบสงั เกตการทำงานกลุม่ และการนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑผ์ า่ น 60% 3. แบบฝึกหัดในหนว่ ยที่ 2 เกณฑผ์ ่าน 50% 4. แบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หน่วยท่ี 2 เกณฑ์ผา่ น 50% 5. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ์ ่าน 60% งานที่มอบหมาย ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 2 และใบกิจกรรมให้สมบรู ณส์ ง่ ในครัง้ ตอ่ ไป ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสำเร็จของผู้เรียน 1. คะแนนจากแบบฝึกหัดในหน่วยท่ี 2 2. คะแนนแบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หนว่ ยที่ 2 3. ผลจากการปฏบิ ตั ิตามใบกิจกรรม เอกสารอา้ งองิ 1. หนงั สอื เรยี นวิชาเพศวถิ ศี ึกษา บริษัทศนู ยห์ นังสอื เมอื งไทย 2. เว็บไซต์และสอื่ ส่งิ พิมพ์ทีเ่ กยี่ วข้องกับเนื้อหาบทเรียน 3. การอา้ งอิงตามบรรณานกุ รมของหนังสือเรยี นวชิ าเพศวิถีศกึ ษา
บันทกึ หลงั การสอน 1. ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 2. ผลการเรยี นของนักเรยี น/ผลการสอนของครู/ปัญหาท่ีพบ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการแกป้ ญั หา ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ............................................... (นายแดนอังเจลโล่ บญุ หลง) ครูผสู้ อน
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3 ชอ่ื วชิ า เพศวถิ ีศึกษา (Sexuality Education) ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ช่ือหนว่ ย แสวงหาคำตอบ เวลา 6 ชั่วโมง/คาบ หัวขอ้ เรอ่ื ง 3.1 เพศสัมพันธ์ กจิ กรรมที่ 3.1 วยั รนุ่ กบั เพศสมั พนั ธ์ 3.2 การคุมกำเนดิ กจิ กรรมท่ี 3.2 ขอซือ้ ความปลอดภัย 3.3 โรคเอดส์ กิจกรรมที่ 3.3 วัยรนุ่ กบั การคุมกำเนิด 3.4 โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ กิจกรรมที่ 3.4 ตอบปญั หาคาใจ แบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 3 กจิ กรรมที่ 3.5 เธอควรทำอยา่ งไร กจิ กรรมที่ 3.6 การรณรงค์เพอ่ื ปอ้ งกันโรคเอดส์ กจิ กรรมที่ 3.7 พฤติกรรมเสีย่ งทีจ่ ะตดิ เช้ือเอดส์ แนวคิดสำคญั การเรยี นร้ขู อ้ มูลท่ถี กู ต้องในเรือ่ งของความปลอดภยั ในชีวติ ทางเพศของตนเอง เป็นเร่อื งสำคัญที่ผู้เรียนควรเรียนรู้ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวติ ทางเพศได้อยา่ งปลอดภัยเช่นเดียวกับเรอื่ งการตัดสนิ ใจมีเพศสมั พันธข์ องวัยรนุ่ อาจส่งผลทง้ั ด้านบวก หากมีเมอื่ พร้อมและเปน็ เรือ่ งของการยินยอมท้งั สองฝา่ ย รวมถงึ การเตรยี มตัวทีจ่ ะรบั ผิดชอบกบั ผลทจ่ี ะ ตามมา ขณะเดียวกันหากมีเพศสมั พันธท์ ี่ไมม่ คี วามพรอ้ มและไม่ไดค้ ิดอย่างรอบคอบ อาจนำมาซึ่งปญั หาและความ ยุ่งยากหลายดา้ น ในส่วนของข้อมลู เร่อื งเพศทีถ่ ูกตอ้ ง จะเป็นพืน้ ฐานแกผ่ เู้ รยี นในการดแู ลสุขภาพทางเพศที่ดี ผู้เรยี น ควรมคี วามเขา้ ใจในเรอ่ื งการคมุ กำเนิด โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ โรคเอดส์ การปอ้ งกนั การติดเชอื้ การแสวงหาข้อมลู เร่อื งเหล่านี้ ไม่ไดห้ มายถึงต้องมีประสบการณห์ รอื ตงั้ ใจไปมปี ระสบการณ์ หากแตเ่ ปน็ การ ช่วยใหผ้ ู้เรยี น ได้เรยี นรขู้ ้อมลู และทางเลอื กในการปอ้ งกนั การตัง้ ครรภ์และปอ้ งกนั การตดิ โรค เพ่อื เปน็ ขอ้ มูลในการ ประกอบการตัดสนิ ใช้ชวี ติ อย่างรู้เท่าทนั และรอบด้าน เพ่ือเลือกสิง่ ท่ดี ีใหก้ บั ตนเอ สมรรถนะยอ่ ย 1. วเิ คราะห์อทิ ธิผลทางสังคมทม่ี ตี ่อพฤติกรรมทางเพศ 2. แสดงความรู้เกย่ี วกบั การป้องกนั การรบั เชอ้ื เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จุดประสงค์การปฏบิ ตั ิ ดา้ นความรู้ 1. อธิบายผลที่เกดิ จากการมีเพศสมั พันธท์ ี่ไมพ่ รอ้ ม 2. อธิบายการคมุ กำเนดิ 3. อธิบายลกั ษณะของโรคเอดสแ์ ละการปอ้ งกัน 4. บอกโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์
ด้านทกั ษะ 1. สรุปความจากขา่ วเก่ยี วกบั วยั รนุ่ กับการมเี พศสัมพันธ์ 2. ฝึกการซอื้ อุปกรณ์คุมกำเนดิ 3. ฟงั ความคดิ เหน็ ของบุคคลต่าง ๆ เกยี่ วกับเรือ่ งวัยร่นุ กับการคุมกำเนิด เพ่อื ปรบั ใช้ 4. ประยุกตใ์ ชผ้ ลจากการวิเคราะห์ไปใชใ้ นชีวติ 5. ประยกุ ต์ใช้ผลจากการวเิ คราะห์ไปใช้ในชีวติ 6. รว่ มกิจกรรมการรณรงค์ปอ้ งกนั โรคเอดส์ 7. ระบุพฤตกิ รรมเสย่ี งท่ีจะทำให้ติดเชื้อเอดส์ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตรงต่อเวลา มวี ินยั มีความรับผิดชอบ ละเอยี ดรอบคอบ ทำงานเรียบร้อย สนใจใฝร่ ู้ มคี วามซื่อสตั ย์ ขยันหมัน่ เพยี ร ปฏบิ ตั ติ นในแนวทางทดี่ ี เนื้อหาสาระ 3.1 เพศสมั พนั ธ์ 3.1.1 ความหมายของเพศสัมพันธ์ เพศสัมพนั ธ์ หมายถงึ ข้นั ตอนหนึง่ ของการสบื พันธข์ุ องมนษุ ย์เปน็ สงิ่ ทีเ่ กดิ ขนึ้ จากปัจจัยทางธรรมชาตขิ องร่างกาย เพ่ือการสืบพนั ธข์ุ องมนษุ ย์ เพศสมั พันธท์ ำให้มกี ารต้งั ครรภแ์ ละกำเนิดชีวิตใหม่ขึน้ มาซ่ึงกระบวนการนีพ้ รอ้ มทจี่ ะ ทำงานได้เมอื่ เร่มิ เขา้ ส่วู ยั รุ่น นัน่ คอื หญิงสาวเริม่ มปี ระจำเดือนครั้งแรกและชายหน่มุ เรมิ่ มีการหล่ังนำ้ อสุจใิ นขณะหลบั ทีเ่ รยี กว่า “ฝนั เปยี ก” น่นั เอง 3.1.2 ผลท่ตี ามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ 3.1.3 ทำอย่างไรหากไม่พร้อมจะมเี พศสมั พันธ์ 3.2 การคมุ กำเนดิ 3.2.1 ความหมายของยาคุมกำเนดิ การคุมกำเนิด หมายถึง การป้องกันไม่ให้เกิดการต้งั ครรภ์เม่ือมีเพศสัมพนั ธ์ โดยการปอ้ งกันไมใ่ ห้เชื้ออสจุ ิผสมกับไข่ หรอื ป้องกนั ไม่ใหม้ ไี ข่สกุ จึงไม่เกดิ การตั้งครรภ์ 3.2.2 วธิ ีการคุมกำเนดิ แบบต่าง ๆ 3.3 โรคเอดส์ 3.3.1 สถานการณโ์ รคเอดส์ องค์การอนามยั โลก (WHO) ไดก้ ำหนดให้ วันที่ 1 ธนั วาคม ของทกุ ปีเปน็ วนั เอดส์โลก (World AIDS Day) โดยได้กำหนดข้ึนครัง้ แรก เมือ่ วนั ที่ 1 ธนั วาคม พ.ศ. 2532 ในวนั ดงั กล่าวจะมกี ารจัดกจิ กรรม รณรงคต์ อ่ ตา้ นโรคเอดส์หลายรูปแบบพรอ้ มกันทว่ั โลก 3.3.2 ความหมายและความเป็นมาของโรคเอดส์ 3.3.3 อาการของโรคเอดส์ 3.3.4 หลกั การ QQR 3.3.5 ขอ้ สงสัยเรอ่ื งเอดส์
3.3.6 การปอ้ งกนั โรคเอดส์ 3.3.7 การปฏิบตั ติ นสำหรบั ผู้ติดเช้อื เอดส์ 3.3.8 รายชือ่ สถานบรกิ ารดา้ นเอชไอวีและเอดส์ 3.4 โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ 3.4.1 ความหมายของโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ คือ กลมุ่ โรคติดต่อทสี่ ามารถแพรเ่ ชือ้ ติดต่อกันได้โดยการรว่ มเพศบางโรคอาจตดิ ต่อกนั โดยการสมั ผัสหรอื ถ่ายทอดสู่ลกู ขณะอย่ใู นครรภ์ 3.4.2 ตัวอย่างโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคจากเชื้อแบคทเี รยี โรคจากเชือ้ ไวรสั โรคติดเชือ้ พยาธิ โรคจากเช้อื รา โรคทเ่ี กดิ จากเชื้อพาราสติ 3.4.3 การปอ้ งกันโรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ 1. หลีกเลี่ยงการมเี พศสมั พันธ์ 2. การปฏิบัติทางเพศท่ปี ลอดภยั (Safe Sex) สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสือเพศวิถศี ึกษา หนว่ ยท่ี 3 2. แบบฝกึ หัด ใบกจิ กรรมของหนว่ ยท่ี 3 3. แบบทดสอบและแบบประเมนิ พฤตกิ รรม หน่วยที่ 3 4. แหล่งสืบคน้ ข้อมลู หอ้ งสมดุ ห้อง Internet กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั เตรียม 1. ครขู านชือ่ ผู้เรยี น 2. ครูตรวจสอบความพรอ้ มในการเรยี น ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 3. ครใู ห้นกั เรยี นทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยท่ี 3 4. ครตู งั้ คำถามเพอื่ นำเขา้ สู่บทเรียนเร่อื งเพศสัมพนั ธ์ 5. นกั เรียนตอบคำถามที่ครถู าม ขน้ั เรียนรู้ 6. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในเพศสัมพนั ธ์ 7. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 1 ขอ้ 1–2 8. ครใู หน้ กั เรียนจบั กลุม่ ปฏบิ ัติกิจกรรมท่ี 3.1 9. ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยแบบฝกึ หัดและกิจกรรม ข้นั สรปุ 10. ครูสรปุ เนอ้ื หาสาระสำคัญในบทเรียน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขัน้ เตรยี ม 1. ครูขานช่อื ผู้เรยี น
2. ครทู บทวน ให้ข้อมลู ย้อนกลบั ในหวั ขอ้ ในเรอ่ื งเพศสัมพันธ์ ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน 3. ครตู งั้ คำถามเพอ่ื นำเข้าส่บู ทเรยี นเร่อื ง การคุมกำเนดิ 4. นกั เรยี นตอบคำถามที่ครูถาม ขั้นเรียนรู้ 5. ครอู ธิบาย ถาม-ตอบในหวั ขอ้ การคมุ กำเนดิ 6. ครูให้นกั เรยี นปฏิบตั ติ ามกิจกรรมที่ 3.2-3.5 ข้ันสรุป 7. ครูสรปุ เนอ้ื หาสาระสำคัญในบทเรียนและมอบหมายงาน กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้นั เตรยี ม 1. ครขู านชอ่ื ผเู้ รยี น 2. ครทู บทวน ใหข้ ้อมูลยอ้ นกลบั ในหวั ขอ้ ในเรื่องการคมุ กำเนิด ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น 3. ครูตง้ั คำถามเพ่ือนำเข้าสู่บทเรียนเร่อื ง โรคเอดส์ 4. นักเรยี นตอบคำถามที่ครถู าม ขั้นเรยี นรู้ 5. ครูอธบิ าย ถาม-ตอบในหวั ขอ้ โรคเอดสแ์ ละโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 6. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 3 ตอนที่ 2 7. ครใู หน้ กั เรียนปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 3.6-3.7 ข้ันสรปุ 7. ครสู รุปเนื้อหาสาระสำคัญในบทเรียนและมอบหมายงาน 9. ครใู ห้นกั เรยี นทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยที่ 3 การวัดผลและประเมินผล การวดั ผล การประเมนิ ผล (ใชเ้ ครื่องมือ) (นำผลเทยี บกบั เกณฑแ์ ละแปลความหมาย) 1. แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre–test) หน่วยที่ 3 (ไว้เปรียบเทียบกับคะแนนสอบหลงั เรยี น) 2. แบบสังเกตการทำงานกล่มุ และการนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑ์ผา่ น 60% 3. แบบฝึกหัดในหนว่ ยท่ี 3 เกณฑ์ผ่าน 50% 4. แบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หน่วยที่ 3 เกณฑผ์ า่ น 50% 5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ์ ่าน 60% งานท่ีมอบหมาย ให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 3 และใบกิจกรรมให้สมบรู ณส์ ่งในครัง้ ตอ่ ไป
ผลงาน/ช้ินงาน/ความสำเร็จของผู้เรียน 1. คะแนนจากแบบฝกึ หัดในหนว่ ยท่ี 3 2. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post–test) หน่วยที่ 3 3. ผลจากการปฏบิ ตั ิตามใบกจิ กรรม เอกสารอ้างองิ 1. หนงั สอื เรียนวิชาเพศวถิ ศี กึ ษา บริษทั ศนู ยห์ นังสือเมอื งไทย 2. เวบ็ ไซต์และสอื่ สิง่ พมิ พท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนอื้ หาบทเรยี น 3. การอา้ งองิ ตามบรรณานุกรมของหนงั สือเรียนวชิ าเพศวถิ ีศกึ ษา บันทึกหลงั การสอน 1. ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของคร/ู ปัญหาทพี่ บ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการแกป้ ัญหา ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ลงช่อื ............................................... (นายแดนองั เจลโล่ บุญหลง) ครูผ้สู อน
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ชอ่ื วชิ า เพศวิถีศึกษา (Sexuality Education) ชั้น มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ชือ่ หนว่ ย เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิต เวลา 8 ชว่ั โมง/คาบ หวั ขอ้ เร่ือง 4.1 เขา้ ใจทกั ษะชวี ติ กจิ กรรมที่ 4.1 เราเลอื กเอง 4.2 ทักษะการตัดสินใจ กิจกรรมท่ี 4.2 กล้า ๆ หนอ่ ย 4.3 ทกั ษะการสื่อสาร กจิ กรรมที่ 4.3 การแสดงออกโดยใชท้ กั ษะ 4.4 ทักษะการปฏเิ สธ กจิ กรรมที่ 4.4 การเลือกใช้ทักษะไดถ้ ูกตอ้ ง 4.5 ทกั ษะการต่อรอง แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 4 แนวคิดสำคัญ เมือ่ ผู้เรยี นมีความเข้าใจ มีข้อมูลมากพอในการที่จะรับรู้ รบั ฟัง เข้าใจผูอ้ น่ื และตนเองแล้ว กค็ วรทจ่ี ะไดร้ บั การ ฝึกฝนหรอื เตรียมตัวในสถานการณ์ท่ตี ้องตัดสินใจในชีวติ จรงิ รวมถึงการฝึกรับผิดชอบผลทอ่ี าจจะเกิดขนึ้ จากการ ตดั สนิ ใจนัน้ ๆ ของตนเอง แตใ่ นขณะเดยี วกนั ในการคิดและตัดสนิ ใจท่ีจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไรนัน้ แมข้ อ้ มูลจะมี มากพอแตก่ ็มปี ัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเลือกตัดสินใจในขณะน้นั ดังน้นั การตดั สินใจเลอื กอย่างถกู ตอ้ งนนั้ กต็ อ้ ง อาศยั กระบวนการคิดอยา่ งเป็นระบบ เหน็ ถึงผลกระทบท่ีจะเกิดตามมาจากการตัดสนิ ใจ ซ่ึงสง่ิ เหล่านีเ้ ป็นทกั ษะทตี่ อ้ ง ฝึกฝนจนเกิดความเคยชนิ เสมือนเปน็ ประสาทอัตโนมตั ิ เมอื่ เผชญิ กับสถานการณ์จรงิ จงึ จะสามารถคดิ วิเคราะหอ์ ยา่ ง รอบคอบก่อนตัดสินใจ สมรรถนะย่อย ทกั ษะด้านการจดั การเรอื่ งสมั พนั ธ์ระหว่างบคุ คล ทกั ษะการตัดสินใจ จุดประสงค์การปฏิบัติ ดา้ นความรู้ 1. อธิบายความหมายของทักษะชีวติ 2. ใชท้ างเลอื กท่มี ีผลตอ่ การตดั สนิ ใจ 3. ทักษะการใชภ้ าษาสอื่ สารบรรลจุ ุดประสงคต์ ามสถานการณ์ 4. ทักษะการปฏเิ สธบรรลจุ ุดประสงค์ตามสถานการณ์ 5. ทักษะการตอ่ รองบรรลุจดุ ประสงค์ตามสถานการณ์ ด้านทักษะ 1. ประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ แลว้ นำทกั ษะในเรอื่ งการตัดสนิ ใจมาปรบั ใช้ 2. ประเมนิ สถานการณต์ ่าง ๆ แล้วนำทกั ษะในเรื่องการปฏิเสธมาปรับใช้
3. นำทกั ษะในดา้ นต่าง ๆ ท่ีไดเ้ รียนมา นำมาจัดกิจกรรมกล่มุ เพ่อื สื่อสารใหผ้ ู้อ่ืนรบั รู้ 4. เลือกใช้ทักษะไดถ้ กู ต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกดิ ข้นึ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตรงต่อเวลา มวี นิ ัย มีความรับผดิ ชอบ ละเอยี ดรอบคอบ ทำงานเรยี บรอ้ ย สนใจใฝร่ ู้ มีความซือ่ สตั ย์ ขยนั หม่ันเพียร ปฏบิ ัติตนในแนวทางทดี่ ี เนือ้ หาสาระ 4.1 เข้าใจทักษะชีวิต 4.1.1 ความหมายของทกั ษะชวี ิต ทกั ษะชวี ติ (Life Skill) หมายถึง ความสามารถเชงิ สงั คม จิตวิทยา หรอื คณุ ลักษณะของบุคคลทีช่ ว่ ยให้เผชญิ สถานการณต์ ่าง ๆ ท่เี กดิ ขึน้ ในชีวติ ประจำวันได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ มชี ีวติ อยา่ งมคี วามสขุ ท่ามกลางความ เปล่ยี นแปลงของสงั คม 4.1.2 องคป์ ระกอบของทกั ษะชวี ติ การเรยี นรู้เร่อื งทักษะชวี ติ คือ การศกึ ษาทำความเขา้ ใจกบั พฤตกิ รรมการเรียนรู้ 3 ด้าน ดา้ นพทุ ธิพสิ ยั ด้านจิตพิสัย ด้านทักษะพิสัย 4.1.3 กลวธิ ใี นการสร้างทกั ษะชีวิต จากองค์ประกอบของทักษะชีวิต 10 ประการ เม่อื จะนำไปจัดกจิ กรรมพัฒนาทักษะชีวติ ให้กับกลุม่ เปา้ หมาย สามารถแบง่ ได้เป็น 2 ส่วน ดังน้ี 1. ทักษะชีวติ ท่ัวไป คอื ความสามารถพืน้ ฐานทีใ่ ชเ้ ผชิญปัญหาปกติในชีวติ ประจำวนั เช่น ความเครียด สุขภาพ การคบเพอ่ื น การปรบั ตัว ครอบครัวแตกแยก การบริโภคอาหาร ฯลฯ 2. ทกั ษะชีวติ เฉพาะ คือ ความสามารถทีจ่ ำเป็นในการเผชิญปญั หาเฉพาะ เช่น ยาเสพติด โรคเอดส์ ไฟไหม้ น้ำท่วม การถกู ลว่ งละเมิดทางเพศ ฯลฯ 4.2 ทักษะการตัดสนิ ใจ 4.2.1 ประเภทของการตดั สินใจ 4.2.2 แนวทางความคดิ เพอื่ การตัดสินใจ การตดั สนิ ใจเป็นทกั ษะทีส่ ำคญั ของแต่ละบุคคลท่ีควรไดร้ บั การฝึกฝน จากเร่ืองงา่ ย ๆ ทต่ี ้องตัดสนิ ใจ รอ การคิดวเิ คราะห์อยา่ งรอบคอบได้ เม่อื มปี ัญหาเรง่ ดว่ นทีต่ อ้ งคดิ ตัดสินใจจะเกิดทักษะการคิดอยา่ งเปน็ ระบบ ตาม ข้ันตอนอย่างรวดเรว็ เกดิ ข้นึ ส่งผลใหเ้ กิดทางเลือกที่บุคคลเลือกกระทำมผี ลทเี่ กดิ ขึน้ ดา้ นบวกกับตัวเอง และสิง่ สำคัญ ท่ีสุดคอื การกล้ารบั ผิดชอบสง่ิ ท่ตี ัวเองเลอื กทจ่ี ะกระทำ รวมทง้ั การตัดสินใจในเรอ่ื งเกยี่ วกบั การมเี พศสมั พนั ธ์ ซึ่งถอื เปน็ เรือ่ งทส่ี ำคญั มาก เพราะการตดั สนิ ใจผิดพลาดจะทำใหเ้ กิดปญั หาตา่ ง ๆ ตามมามากมายอย่างทีเ่ หน็ กนั ในปัจจุบนั 4.3 ทกั ษะการส่ือสาร การสอ่ื สาร คือ กระบวนการแลกเปล่ยี นขา่ วสารเกดิ ขน้ึ โดยการถา่ ยทอดสารจากบุคคลฝ่ายหน่ึงซ่งึ ทำหน้าทสี่ ง่ สาร ผ่านสือ่ หรือชอ่ งทางตา่ ง ๆ ไปยังผูร้ บั สารโดยมีวตั ถุประสงคอ์ ยา่ งใดอยา่ งหนึง่ 4.3.1 บุคลิกภาพเกี่ยวกับการสอ่ื สารเพือ่ แสดงความคิดเห็น 4.3.2 องคป์ ระกอบทสี่ ำคัญในการสอ่ื สาร
4.3.3 ความสำคญั ของการส่อื สาร 4.3.4 วตั ถุประสงคข์ องการสอื่ สาร 4.3.5 หลักในการส่อื สาร 4.3.6 อปุ สรรคของการสือ่ สาร 4.4 ทักษะการปฏิเสธ การปฏิเสธ หมายถงึ การไม่รับ ไม่ยอมรบั เช่น ปฏเิ สธการเชญิ ไมย่ อมรับขอ้ เทจ็ จริง เช่น ปฏิเสธขอ้ กล่าวหา แสดงความหมายตรงกนั ข้ามกับยืนยนั รับ หรือยอมรบั 4.4.1 ขนั้ ตอนการปฏิเสธโดยการบอกยืนยันความต้องการของตัวเอง 4.4.2 หลักในการปฏเิ สธ 4.4.3 การใชท้ กั ษะการปฏเิ สธ 4.4.4 ประโยชน์ของการปฏิเสธ 4.5 ทักษะการตอ่ รอง ทกั ษะการต่อรอง หมายถึง กระบวนการติดต่อสอ่ื สาร เพ่ือร่วมกนั ตัดสนิ ใจและแก้ไขปญั หา โดยแตล่ ะฝา่ ยจะแสดง ความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเหน็ ตลอดจนความคาดหวังของตนเองให้ทราบเพอ่ื ใหเ้ กิดการเปล่ยี นแปลงจาก ความต้ังใจเดมิ มาคลอ้ ยตามตนเอง โดยรกั ษาไว้ซง่ึ สมั พนั ธภาพท่ีดตี อ่ กนั 4.5.1 ความสำคัญของการเจรจาตอ่ รอง 4.5.2 การสร้างวธิ ีการเจรจาตอ่ รองทีเ่ หมาะสม สื่อและแหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสอื เพศวิถศี ึกษา หน่วยท่ี 4 2. แบบฝกึ หัด ใบกจิ กรรมของหนว่ ยท่ี 4 3. แบบทดสอบและแบบประเมนิ พฤติกรรม หนว่ ยที่ 4 4. แหล่งสบื ค้นขอ้ มูลห้องสมดุ หอ้ ง Internet กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้นั เตรยี ม 1. ครขู านชอ่ื ผเู้ รียน 2. ครูตรวจสอบความพรอ้ มในการเรยี น ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น 3. ครใู ห้นกั เรียนทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 4 4. ครตู งั้ คำถามเพอ่ื นำเขา้ สบู่ ทเรยี นเรือ่ ง เขา้ ใจทักษะชวี ติ 5. นักเรยี นตอบคำถามที่ครถู าม ขั้นเรยี นรู้ 6. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในเรื่อง เข้าใจทกั ษะชีวิต 7. ครูใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4 ขอ้ 1–2 8. ครูใหน้ ักเรยี นจับกล่มุ ปฏบิ ัติกิจกรรมที่ 4.1
9. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยแบบฝึกหัดและกิจกรรม ขน้ั สรุป 10. ครูสรปุ เนือ้ หาสาระสำคัญในบทเรียน กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั เตรยี ม 1. ครขู านช่ือผเู้ รยี น 2. ครทู บทวน ให้ข้อมูลยอ้ นกลับในหัวข้อในเรือ่ งเขา้ ใจทักษะชีวติ ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น 3. ครตู ง้ั คำถามเพ่อื นำเข้าสบู่ ทเรียนเรอ่ื ง ทักษะการตดั สนิ ใจ 4. นกั เรยี นตอบคำถามทคี่ รูถาม ขัน้ เรียนรู้ 5. ครูอธิบาย ถาม-ตอบในหัวขอ้ ทกั ษะการตดั สนิ ใจ 6. ครใู หน้ กั เรยี นปฏิบตั ติ ามกิจกรรมที่ 4.2 ข้นั สรุป 7. ครูสรุปเนื้อหาสาระสำคญั ในบทเรยี นและมอบหมายงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั เตรยี ม 1. ครูขานชอ่ื ผเู้ รียน 2. ครูทบทวน ให้ข้อมูลย้อนกลบั ในหวั ขอ้ ในเร่อื งทักษะการตดั สินใจ ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น 3. ครตู ั้งคำถามเพ่ือนำเขา้ สูบ่ ทเรยี นเรอ่ื ง ทักษะการสื่อสารและทกั ษะการปฏิเสธ 4. นกั เรยี นตอบคำถามที่ครถู าม ข้ันเรยี นรู้ 5. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในหัวขอ้ ทักษะการสื่อสารและทกั ษะการปฏิเสธ 6. ครูใหน้ กั เรยี นปฏบิ ัตติ ามกจิ กรรมที่ 4.3 ขั้นสรุป 7. ครสู รุปเนอื้ หาสาระสำคัญในบทเรียนและมอบหมายงาน กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันเตรียม 1. ครูขานช่อื ผเู้ รยี น 2. ครทู บทวน ใหข้ อ้ มูลย้อนกลับในหวั ข้อในเรอื่ งทกั ษะการปฏิเสธ ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน 3. ครตู ง้ั คำถามเพอ่ื นำเข้าส่บู ทเรยี นเร่ือง ทักษะการตอ่ รอง 4. นักเรยี นตอบคำถามที่ครูถาม
ขัน้ เรยี นรู้ 5. ครอู ธบิ าย ถาม-ตอบในหัวขอ้ ทกั ษะการต่อรอง 6. ครูให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 4 ตอนท่ี 2 และให้นกั เรียนปฏบิ ัตติ ามกจิ กรรมท่ี 4.4 ขน้ั สรุป 7. ครสู รปุ เนอ้ื หาสาระสำคัญในบทเรยี นและมอบหมายงาน 8. ครูใหน้ ักเรียนทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 4 การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผล การประเมินผล (ใชเ้ ครอ่ื งมือ) (นำผลเทียบกบั เกณฑแ์ ละแปลความหมาย) 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (Pre–test) หนว่ ยท่ี 4 (ไวเ้ ปรียบเทียบกับคะแนนสอบหลังเรียน) 2. แบบสงั เกตการทำงานกลุม่ และการนำเสนอผลงานกลมุ่ เกณฑ์ผา่ น 60% 3. แบบฝึกหัดในหน่วยท่ี 4 เกณฑผ์ า่ น 50% 4. แบบทดสอบหลังเรียน (Post–test) หน่วยท่ี 4 เกณฑผ์ ่าน 50% 5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ตามสภาพจริง เกณฑผ์ า่ น 60% งานท่มี อบหมาย ให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 4 และใบกิจกรรมให้สมบูรณ์ ส่งในครงั้ ตอ่ ไป ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสำเรจ็ ของผเู้ รยี น 1. คะแนนจากแบบฝึกหัดในหน่วยท่ี 4 2. คะแนนแบบทดสอบหลงั เรียน (Post–test) หนว่ ยที่ 4 3. ผลจากการปฏิบัติตามใบกิจกรรม เอกสารอา้ งอิง 1. หนงั สือเรยี นวชิ าเพศวถิ ีศึกษา บรษิ ทั ศูนยห์ นังสอื เมืองไทย 2. เว็บไซตแ์ ละสอื่ สิง่ พิมพ์ท่ีเกยี่ วข้องกับเน้อื หาบทเรยี น บันทกึ หลงั การสอน 1. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... 2. ผลการเรียนของนักเรียน/ผลการสอนของครู/ปัญหาทพ่ี บ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ...........................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกป้ ัญหา ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ............................................... (นายแดนองั เจลโล่ บุญหลง) ครูผู้สอน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 ชื่อวชิ า เพศวิถศี ึกษา (Sexuality Education) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ชือ่ หนว่ ย รูจ้ ักสิทธิ เวลา 8 ชั่วโมง/คาบ หัวข้อเรือ่ ง 5.1 การแสดงออกทางเพศ กิจกรรมที่ 5.1 สำนวนไทยเกี่ยวกบั เพศ 5.2 อารมณ์ทางเพศของวัยรนุ่ กจิ กรรมท่ี 5.2 พฤติกรรมทางเพศท่เี หมาะสม 5.3 อทิ ธิพลทางสังคมท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมทางเพศ และไม่เหมาะสม 5.4 พฤตกิ รรมทางเพศกบั สังคมและวัฒนธรรมไทย กิจกรรมท่ี 5.3 หญงิ หรือชายใครลำบากกว่ากัน 5.5 สิทธแิ ละความเสมอภาคทางเพศ กิจกรรมที่ 5.4 การแสดงออกทางเพศ 5.6 การเลอื กใชแ้ หลง่ บริการชว่ ยเหลอื แบบฝกึ หัดหน่วยที่ 5 แนวคิดสำคญั การแสดงออกทางเพศ จะมคี วามแตกตา่ งของแตล่ ะบคุ คลขนึ้ อยู่กบั ปัจจยั ทางครอบครวั เพอ่ื น สังคมและวฒั นธรรม โดยธรรมชาติอารมณท์ างเพศของวัยรนุ่ ข้นึ อยู่อับฮอรโ์ มนในรา่ งกายและอาจเกิดจาก ส่งิ เร้าภายนอก เช่น การฟัง ไดก้ ล่นิ เหน็ ภาพ ทำใหเ้ กิดจินตนาการ อกี ทงั้ การสัมผัสอวัยวะเพศ จะเป็นส่ิง กระต้นุ ใหเ้ กดิ อามรณท์ างเพศได้ ดังน้นั จงึ ต้องเรยี นรวู้ ิธีที่จะควบคุมตนเอง ชว่ งวยั รุ่นสภาพแวดลอ้ มทางสงั คม เช่น ที่พักอาศัยอยใู่ กลแ้ หลง่ ย่วั ยุ รวมถึงการคบเพือ่ นจะมี อิทธพิ ลต่อพฤตกิ รรมทางเพศ คา่ นิยมทางเพศ รกั นวลสงวนตวั กย็ ังเป็นค่านยิ มที่เหมาะสมกับสังคมไทย สมรรถนะยอ่ ย แสดงความรูแ้ ละประยกุ ตใ์ ช้ความรเู้ ก่ยี วกบั สิทธิตามวิถีชีวิต จุดประสงค์การปฏบิ ัติ ดา้ นความรู้ 1. อธบิ ายการแสดงออกทางเพศ 2. อธบิ ายอารมณ์ทางเพศของวยั รนุ่ 3. ยกตัวอย่างอทิ ธิพลทางสงั คมท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรมทางเพศ 4. อธิบายพฤติกรรมทางเพศกับสงั คมและวฒั นธรรมไทยทเี่ หมาะสมและไมเ่ หมาะสม 5. อธบิ ายสทิ ธแิ ละความเสมอภาคทางเพศ 6. บอกแหล่งบรกิ ารช่วยเหลอื ตามสิทธิของตน ด้านทักษะ 1. อธบิ ายความหมายของสำนวนไทยทเ่ี ก่ยี วกับเพศ 2. บอกพฤติกรรมทางเพศทเี่ หมาะสมและไม่เหมาะสม 3. ฟงั ความคิดเหน็ เกย่ี วกับบทบาทและหนา้ ท่ีของเพศตรงข้าม
4. แสดงความคิดเหน็ ในเร่อื งสิทธใิ นการแสดงออกทางเพศ ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตรงตอ่ เวลา มีวินยั มคี วามรับผดิ ชอบ ละเอียดรอบคอบ ทำงานเรยี บร้อย สนใจใฝ่รู้ มคี วามซ่อื สัตย์ ขยนั หม่นั เพียร ปฏิบตั ติ นในแนวทางท่ดี ี เนอ้ื หาสาระ 5.1 การแสดงออกทางเพศ พฤติกรรมทางเพศ หมายถึง การกระทำหรอื การปฏบิ ตั ิตนทเ่ี ก่ยี วข้องกับเร่ืองเพศ เป็นพฤติกรรมที่สามารถ มองเห็นและสังเกตไดด้ ้วยตาเปล่า ซง่ึ มคี วามแตกตา่ งกันของแตล่ ะบุคคล ทั้งนขี้ นึ้ อยู่กับปจั จัยท่ีมี อทิ ธพิ ลต่อพฤตกิ รรมทางเพศ ซง่ึ สามารถแบ่งออกได้เปน็ 4 ปัจจัย คือ ครอบครัว เพอ่ื น สงั คมและวฒั นธรรม 5.1.1 อิทธิพลของครอบครัว 5.1.2 อิทธพิ ลจากเพือ่ น 5.1.3 อิทธพิ ลจากสงั คม 5.1.4 อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรม 5.2 อารมณท์ างเพศของวยั ร่นุ สังคมไทยยงั ไม่ยอมรบั การมีเพศสัมพันธใ์ นเด็กวยั ร่นุ เนอื่ งจากวยั รนุ่ ยงั ขาดวุฒิภาวะและขาดความพร้อมทจี่ ะต้อง รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีในการดแู ลครอบครัว นอกจากนี้สังคมไทยยังยดึ มั่นต่อขนบธรรมเนยี ม ประเพณีอันดีงามท่ีจะให้ การยอมรบั การมีเพศสัมพนั ธ์ได้ คอื หญงิ ชายคู่น้ันตอ้ งผา่ นการสมรสหรอื แต่งงานกันให้ถกู ต้องกอ่ น ดังนน้ั การ ควบคมุ อารมณ์ทางเพศจึงเป็นสิง่ สำคัญ 5.2.1 ทำอย่างไรเมอื่ เกดิ อารมณท์ างเพศ 5.2.2 การควบคมุ อารมณ์ทางเพศ 5.2.3 การจัดการกับอารมณ์ทางเพศ 5.3 อทิ ธพิ ลทางสงั คมท่มี ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมทางเพศ โดยธรรมชาตแิ ลว้ พฤตกิ รรมมนุษย์นอกจากจะเกดิ จากแรงขบั ทางเพศตามธรรมชาติแลว้ ยังข้นึ อยู่กับสง่ิ อื่น ๆ ทาง สังคมด้วย ในปัจจบุ ันสภาพแวดล้อมจะมีอิทธพิ ลเหนือจิตใจและอารมณข์ องเด็กวยั รุ่นเนือ่ งจากเปน็ วยั แหง่ การเรียนรู้ และการสงั เกตพฤตกิ รรมบคุ คลในสงั คม และเป็นวยั ท่ีมีความรู้สกึ ไวตอ่ ส่ิงกระต้นุ ดงั นนั้ ปัจจัยด้านจิตสังคมแบง่ ออกเป็น 3 ดา้ น คอื ด้านสงั คม ดา้ นครอบครวั ด้านการคบเพือ่ น 5.4 พฤตกิ รรมทางเพศกบั สงั คมและวฒั นธรรมไทย วัฒนธรรมทางเพศ หมายถงึ ระบบของการให้ความหมาย ความรู้ และความเช่อื ต่าง ๆ รวมทงั้ การปฏิบตั ิที่มีผลต่อโครงสร้างของระบบความคิด ความเชือ่ และพฤตกิ รรมทางเพศของบคุ คลในบรบิ ทของ สังคมทีแ่ ตกต่างกันผ่านบทบาททางสงั คม บรรทัดฐาน และทัศนคติจากสถาบนั ต่าง ๆ ในสังคม วัฒนธรรมท่มี ีอิทธิพลต่อพฤตกิ รรมทางเพศท่ีสำคญั คอื 5.4.1 ความเช่ือเก่ียวกบั บทบาททางเพศและการปฏิบัตติ นต่อเพศตรงขา้ ม 5.4.2 ค่านิยมทางเพศ
5.5 สิทธแิ ละความเสมอภาคทางเพศ สงั คมไทยในสมยั โบราณกำหนดความเสมอภาคทางเพศระหว่างหญงิ ชาย โดยเฉพาะในเร่ืองของการแสดงออกทาง เพศอยา่ งไม่ค่อยเทา่ เทียมกนั นกั แตเ่ มอ่ื วัฒนธรรมตะวนั ตกเร่ิมเผยแพรเ่ ขา้ มา คา่ นยิ มหลายอย่างของสงั คมไทยเราก็ ไดม้ กี ารปรบั ปรุงใหส้ อดคลอ้ งกับความเป็นสากล และเรอ่ื งความเสมอภาคทางเพศกเ็ ปน็ อกี เร่อื งหนึง่ ทม่ี ีการเรียกรอ้ ง ใหม้ กี ารแกไ้ ข จนสามารถดำเนินการแก้ไขในหลายด้านอย่างทเี่ หน็ ในปจั จบุ นั 5.5.1 ความเสมอภาคทางเพศ 5.5.2 สิทธิทางเพศ 5.6 การเลือกใชแ้ หล่งบรกิ ารชว่ ยเหลือ 5.6.1 หน่วยงานสำหรับผูท้ ถ่ี ูกทำร้ายรา่ งกาย ขบู่ งั คับขนื ใจให้มเี พศสมั พันธ์ ขม่ ขืน หรอื ถูก ทอดท้งิ 5.6.2 หนว่ ยงานสำหรับผู้ทต่ี ้องการความชว่ ยเหลอื ในเรื่องสุขภาพและโรคเกี่ยวกบั เพศสัมพนั ธ์ สือ่ และแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสอื เพศวถิ ีศกึ ษา หน่วยท่ี 5 2. แบบฝึกหัด ใบกจิ กรรมของหน่วยท่ี 5 3. แบบทดสอบและแบบประเมนิ พฤตกิ รรม หนว่ ยท่ี 5 4. แหล่งสบื ค้นข้อมลู ห้องสมุด ห้อง Internet กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้ันเตรียม 1. ครูขานช่ือผู้เรียน 2. ครตู รวจสอบความพรอ้ มในการเรยี น ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรยี น 3. ครใู ห้นักเรยี นทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยท่ี 5 4. ครตู ง้ั คำถามเพอื่ นำเขา้ สบู่ ทเรยี นเรอ่ื ง การแสดงออกทางเพศ 5. นกั เรียนตอบคำถามทค่ี รูถาม ขนั้ เรยี นรู้ 6. ครอู ธิบาย ถาม-ตอบในเร่อื ง การแสดงออกทางเพศและอารมณ์ทางเพศของวยั รนุ่ 7. ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 5 ขอ้ 1–4 8. ครใู ห้นักเรียนจบั กลมุ่ ปฏิบตั ิกิจกรรมท่ี 5.1 9. ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยแบบฝึกหัดและกิจกรรม ขั้นสรปุ 10. ครสู รุปเน้ือหาสาระสำคัญในบทเรียน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ เตรียม 1. ครูขานช่อื ผู้เรยี น
2. ครูทบทวน ให้ข้อมูลยอ้ นกลับในหัวข้อในเรอื่ ง อารมณ์ทางเพศของวยั ร่นุ ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น 3. ครูต้ังคำถามเพ่ือนำเข้าสู่บทเรยี นเรื่อง อทิ ธิพลของสังคมทม่ี ีตอ่ พฤติกรรมทางเพศ 4. นักเรยี นตอบคำถามท่ีครูถาม ข้ันเรยี นรู้ 5. ครูอธิบาย ถาม-ตอบในหวั ข้อ อิทธิพลของสงั คมทีม่ ตี อ่ พฤติกรรมทางเพศ 6. ครใู หน้ ักเรยี นปฏบิ ตั ิตามกจิ กรรมที่ 5.2 ขน้ั สรปุ 7. ครูสรปุ เนื้อหาสาระสำคญั ในบทเรียนและมอบหมายงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั เตรียม 1. ครูขานชื่อผู้เรยี น 2. ครูทบทวน ให้ขอ้ มูลย้อนกลับในหัวข้อในเรื่องพฤติกรรมทางเพศ ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน 3. ครูตง้ั คำถามเพอื่ นำเข้าสบู่ ทเรียนเร่อื ง สทิ ธแิ ละความเสมอภาคทางเพศ 4. นกั เรียนตอบคำถามทค่ี รูถาม ขนั้ เรยี นรู้ 5. ครอู ธิบาย ถาม-ตอบในหวั ขอ้ พฤตกิ รรมทางเพศกับสงั คมและวัฒนธรรมไทยและ สทิ ธิและความเสมอภาคทาง เพศ 6. ครใู ห้นักเรียนปฏิบตั ิตามกจิ กรรมท่ี 5.3 ขั้นสรปุ 7. ครสู รุปเนือ้ หาสาระสำคญั ในบทเรยี นและมอบหมายงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้ันเตรียม 1. ครูขานชอื่ ผู้เรียน 2. ครูทบทวน ใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั ในหวั ขอ้ ในเรื่องทเ่ี รียนมา ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรียน 3. ครตู ้งั คำถามเพือ่ นำเข้าสู่บทเรียนเรอ่ื ง แหล่งบรกิ ารชว่ ยเหลือ 4. นกั เรยี นตอบคำถามทคี่ รถู าม ขนั้ เรยี นรู้ 5. ครูอธบิ าย ถาม-ตอบในหวั ข้อ แหล่งบรกิ ารชว่ ยเหลือ 6. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 5 ตอนท่ี 2 และให้นกั เรียนปฏบิ ัตติ ามกจิ กรรมท่ี 5.4 ขน้ั สรปุ 7. ครสู รปุ เน้ือหาสาระสำคญั ในบทเรียนและมอบหมายงาน
8. ครใู ห้นกั เรยี นทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 5 การวดั ผลและประเมินผล การวัดผล การประเมนิ ผล (ใช้เคร่ืองมือ) (นำผลเทยี บกับเกณฑ์และแปลความหมาย) 1. แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre–test) หน่วยที่ 5 (ไวเ้ ปรยี บเทียบกับคะแนนสอบหลังเรยี น) 2. แบบสังเกตการทำงานกลุ่มและการนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑ์ผ่าน 60% 3. แบบฝกึ หัดในหนว่ ยท่ี 4 เกณฑ์ผ่าน 50% 4. แบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หนว่ ยท่ี 5 เกณฑ์ผา่ น 50% 5. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ตามสภาพจริง เกณฑ์ผา่ น 60% งานทม่ี อบหมาย 1. ให้นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 5 และใบกิจกรรมใหส้ มบรู ณ์ ส่งในครั้งตอ่ ไป 2. ให้ทบทวนเนอื้ หาเพื่อเตรียมสอบปลายภาคเรยี น ผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสำเร็จของผเู้ รยี น 1. คะแนนจากแบบฝกึ หัดในหนว่ ยท่ี 5 2. คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น (Post–test) หน่วยที่ 5 3. ผลจากการปฏิบตั ิตามใบกิจกรรม เอกสารอา้ งอิง 1. หนังสือเรยี นวชิ าเพศวิถีศึกษา บริษทั ศนู ยห์ นังสือเมอื งไทย 2. เว็บไซต์และสือ่ ส่งิ พมิ พท์ เ่ี กีย่ วข้องกบั เน้ือหาบทเรียน
บันทึกหลงั การสอน 1. ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 2. ผลการเรยี นของนักเรียน/ผลการสอนของครู/ปญั หาท่พี บ ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... 3. แนวทางการแกป้ ญั หา ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ............................................... (นายแดนองั เจลโล่ บุญหลง) ครผู ้สู อน
ใบงานท่ี 1 เรื่อง การเปลีย่ นแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมของวัยรุ่น คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั คดิ และเขียนพฒั นาการทางเพศของวยั รุ่นวา่ มอี ะไรบา้ ง ใหไ้ ดจ้ านวนขอ้ มากท่สี ุดภายในเวลา 5 นาที พฒั นาการทางเพศของวยั รุ่นชาย พฒั นาการทางเพศของวยั รุ่นหญงิ 1. 1. 2. 2. 3. 3. 4. 4. 5. 5. 6. 6. 7. 7. 8. 8. 9. 9. 10. 10.
ใบงานท่ี 2 เร่ือง พัฒนาการทางเพศของวยั รุ่น คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนบอกหนา้ ที่ของตอ่ มไร้ท่อทีค่ วบคุมพฒั นาการทางเพศ ลงในตาราง เวลา 10 นาที (10 คะแนน) ต่อมไร้ท่อ หน้าท่ีลกั ษณะการทางาน ต่อมใต้สมอง ต่อมเพศ ต่อมหมวกไต ต่อมไทรอยด์
ใบงานท่ี 3 ตอบคำถำมพฒั นำกำรคิดเกี่ยวกบั อิทธิพลทม่ี ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมทำงเพศแลว้ นำเสนอครูผสู้ อน 1. อิทธิพลของครอบครัวมผี ลต่อพฤตกิ รรมทางเพศและการดาเนินชีวิตอย่างไร ตัวชีว้ ดั วเิ ครำะหอ์ ทิ ธิพลของครอบครวั เพ่ือน สังคม และวฒั นธรรมทมี่ ผี ลต่อพฤติกรรมทำงเพศและกำร ดำเนินชีวติ (พ 2.1 ม.4/1) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. อทิ ธพิ ลของเพ่อื นมีผลต่อพฤติกรรมทางเพศและการดาเนนิ ชีวิตของนกั เรียนอย่างไร ตัวชี้วัด วิเครำะหอ์ ทิ ธิพลของครอบครวั เพื่อน สังคม และวฒั นธรรมที่มีผลต่อพฤตกิ รรมทำงเพศและกำร ดำเนินชีวติ (พ 2.1 ม.4/1) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. วฒั นธรรมมผี ลต่อพฤติกรรมทางเพศอย่างไร ตัวชีว้ ดั วิเครำะห์อทิ ธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวฒั นธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทำงเพศและกำร ดำเนินชีวติ (พ 2.1 ม.4/1) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
4. อิทธพิ ลของสังคมมีผลต่อพฤตกิ รรมทางเพศอย่างไร ตัวชีว้ ดั วเิ ครำะห์อิทธิพลของครอบครัว เพอื่ น สงั คม และวฒั นธรรมท่ีมผี ลต่อพฤตกิ รรมทำงเพสและกำร ดำเนินชีวิต (พ 2.1 ม.4/1) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 5. นกั เรียนมแี นวคิดหรือวิถีทางในการสร้างชีวติ ให้มคี วามสุขอย่างไร ตวั ชีว้ ัด วเิ ครำะหอ์ ิทธิพลของครอบครัว เพ่ือน สังคม และวฒั นธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทำงเพศและกำร ดำเนินชีวิต (พ 2.1 ม.4/1) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
ใบงานที่ 4 ตอบคาถามพัฒนาการคิดเกยี่ วกบั พฤตกิ รรมทางเพศและการดาเนนิ ชีวติ แล้วนาไปติดท่ีป้ายนิเทศหน้าช้ัน เรียน 1. วฒั นธรรมไทยเก่ยี วกับเพศมคี วามสาคัญต่อนกั เรียนอย่างไร ตัวชีว้ ดั วิเคราะหค์ ่านิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมอ่นื ๆ (พ 2.1 ม.4/2) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. นกั เรียนมีความคิดเหน็ อย่างไรเกย่ี วกบั เรื่องเพศของเดก็ ไทยในปัจจบุ นั ตวั ชีว้ ัด วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมอ่นื ๆ (พ 2.1 ม.4/2) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. การรับวัฒนธรรมต่างชาตมิ ผี ลดีและผลเสียอย่างไร ตวั ชีว้ ดั วเิ คราะห์คา่ นิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมอ่ืนๆ (พ 2.1 ม.4/2) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
4. วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาตเิ กี่ยวกับเรื่องเพศแตกต่างหรือเหมือนกนั อย่างไร ตัวชีว้ ัด วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทยและวฒั นธรรมอน่ื ๆ (พ 2.1 ม.4/2) แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 5 1. การปฏบิ ัตติ ัวของอ๋มุ อม๋ิ ถูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. การปฏิบัตติ วั ของโอเล่ถกู ต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. ถ้านักเรียนเป็ นอ๋มุ อม๋ิ และโอเล่จะทาอย่างไน แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 4. นักเรียนมวี ิธกี ารช่วยเหลืออ๋มุ อ๋ิมและโอเล่อย่างไร แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. นกั เรียนคดิ ว่าเหตกุ ารณ์คร้ังนจ้ี ะนาไปสู่การมีเพศสัมพนั ธ์ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด แนวคาตอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
โรงเรียนบ้านโนนสวา่ ง กลมุ่ เครอื ขา่ ยสถานศึกษาท่ี 4 สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาอุบลราชธานี เขต 3
Search
Read the Text Version
- 1 - 36
Pages: